หมวดข้อสอบ STRUCTURE

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 182)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Susan  Excuse me.  I was in line here first.

    John    Oh, I’m sorry.  I didn’t realize that you were waiting.

Question  What will John probably do ?

(a) Accept Susan’s apology.    (ยอมรับคำขอโทษของซูซาน)  (ไม่จริง  เนื่องจากจอห์นเป็นคนขอโทษ 

        ไม่ใช่ซูซาน)

(b) Allow Susan to go ahead of him.    (ยอมให้ซูซานขึ้นหน้าตน)

(c) Apologize to Susan.    (ขอโทษซูซาน)  (ไม่ใช่  เนื่องจากเขาขอโทษแล้ว)

(d) Go to the front of the line.    (ไปอยู่หัวแถว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Ask Susan to go after him.    (ขอร้องให้ซูซานไปต่อท้ายเขา)  (ไม่ใช่,  เพราะเขาขอโทษซูซานที่ถูก

       เขาแซงคิว)

(คำแปล)

ซูซาน  :  ขอโทษค่ะ  ฉันอยู่ในแถวตรงนี้ก่อน (คุณ) ค่ะ

จอห์น   :  โอ้  เสียใจครับ,  ผมมิได้ตระหนักว่าคุณกำลังรออยู่ (ในแถว)

คำถาม  :  จอห์นน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากจอห์นขอโทษที่แซงคิวซูซานในแถว  เขาจึงน่าอย่างยิ่งที่จะยอมให้เธอขึ้นหน้าเขา

 

2. Donald  The neighbors are going to have another party.

     Paula     Not again !

Question  What does Paula imply ?

(a) She does not like her neighbors.    (เธอไม่ชอบเพื่อนบ้านของเธอ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) The neighbors’ party is disturbing her.    (งานเลี้ยงของเพื่อนบ้านกำลังรบกวนเธอ)  (ไม่จริง  เนื่อง

         จากเธอไม่ทราบเกี่ยวกับงานเลี้ยง  จนกระทั่งโดนัลด์บอกเธอ)

(c) She will not be invited to the neighbors’ party.    (เธอจะไม่ได้รับเชิญไปงานเลี้ยงของเพื่อนบ้าน) 

        (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) There are too many guests at the party each time.    (มีแขกมากเกินไปที่งานเลี้ยงในแต่ละครั้ง) 

        (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) The neighbors have parties often.    (เพื่อนบ้านจัดงานเลี้ยงบ่อย)

(คำแปล)

โดนัลด์  :  เพื่อนบ้านกำลังจะมีงานเลี้ยงอีกครั้งหนึ่ง

พอลลา  :  ไม่อีกนะ ! (ตรงกับภาษาไทยว่า  “เอาอีกแล้วหรือ”)

คำถาม  :  พอลลาบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  “Not again”  เป็นสำนวน  หมายถึง  ผู้พูดหมดความอดทนกับพฤติกรรมหรือกิจกรรมซ้ำซากบางอย่าง  โดยเฉพาะที่อาจสร้างความรำคาญให้กับผู้คน

 

3. Jerry  Dr. Franklin said I couldn’t have an extension.

    Mary   That’s too bad.  I really thought he would give you one.

Question  What does Mary mean ?

(a) Dr. Franklin is not very understanding.    (ด็อกเตอร์แฟรงคลินมิได้เข้าใจ-เห็นอกเห็นใจ  มากนัก) 

        (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) The extension was a very bad idea.    (การต่อเวลาเป็นความคิดที่แย่มาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) She is sorry that Jerry was denied his request.    (เธอเสียใจที่ว่าเจอร์รี่ถูกปฏิเสธคำร้องขอ –

        ขยายเวลา - ของเขา)

(d) The professor’s answer is not surprising.    (คำตอบของอาจารย์ไม่น่าประหลาดใจ)  (ไม่จริง  เนื่อง

        จากแมรี่คิดว่าอาจารย์จะให้เจอร์รี่ขยายเวลา)

(e) Jerry may be given an extension if he asks Dr. Franklin once again.    (เจอร์รี่อาจได้รับการขยาย

        เวลา  ถ้าเขาขอร้องด็อกเตอร์แฟรงคลินอีกครั้งหนึ่ง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจอร์รี่  :  ด็อกเตอร์แฟรงคลินพูดว่าผมไม่สามารถขยายเวลา (โครงการ) ออกไปได้

แมรี่     :  เสียใจด้วยนะ (น่าผิดหวังจัง, น่าเสียดายจัง) (That’s too bad.),  ฉันคิดจริงๆ ว่าอาจารย์จะ

                ให้คุณขยายเวลานะ

คำถาม  :  แมรี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “That’s too bad.”  เป็นสำนวน  หมายถึง  ผู้พูดรู้สึกเสียใจหรือผิดหวังเกี่ยวกับข่าวหรือสิ่งที่ได้ยิน

 

4. Simon   I can’t get my computer printer to work.

     Sarah    Is it plugged in ?

Question  What does Sarah imply ?

(a) The computer needs to be replaced.    (ต้องแทนเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยเครื่องใหม่)  (การสนทนามิได้

        กล่าวถึง)

(b) Simon should check the plug.    (ไซมอนควรตรวจสอบปลั๊กเครื่องพิมพ์)  (ซาราห์ถามไซมอน

        ว่าเครื่องพิมพ์เสียบปลั๊กหรือยัง  ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าเธอต้องการให้เขาตรวจสอบปลั๊ก)

(c) Simon should use the printer at work.    (ไซมอนควรใช้เครื่องพิมพ์ที่กำลังทำงานอยู่)  (การสนทนา

        มิได้กล่าวถึง)

(d) Simon doesn’t know how to use the printer.    (ไซมอนไม่รู้วิธีใช้เครื่องพิมพ์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Simon should get his printer fixed.    (ไซมอนควรให้ช่างซ่อมเครื่องพิมพ์ของเขา)  (การสนทนามิได้

        กล่าวถึง)

(คำแปล)

ไซมอน  :  ผมไม่สามารถทำให้เครื่องพิมพ์คอมพิวเตอร์ของผมทำงานได้ครับ

 ซาราห์  :  มันเสียบปลั๊กหรือยังคะ (Is it plugged in ?)

คำถาม  :  ซาราห์บอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

5. Albert  We missed you at the reception on Saturday.

    Jenny   Yes, I just didn’t feel up to it after such a long trip.

Question  What does Jenny mean ?

(a) She was not capable of making such a long trip.    (เธอไม่สามารถเดินทางไกลเช่นนั้น – หมายถึง 

        ไม่แข็งแรงพอ)  )  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) She did not know about the reception.    (เธอไม่ทราบเกี่ยวกับงานเลี้ยง)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอไม่

        ประหลาดใจเกี่ยวกับงานเลี้ยง)

(c) She was sorry that she could not attend.    (เธอเสียใจว่าเธอไม่สามารถไปร่วมงาน)  )  (การสนทนา

        มิได้กล่าวถึง)

(d) She was not able to go because she was tired.    (เธอไม่สามารถไปเพราะว่าเธอเหนื่อย)

        (เจนนี่ไม่อยากไปงานเลี้ยงหลังจากกลับมาจากการเดินทางไกล  ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าเธอเหนื่อย)

(e) She felt like going to the reception but she was ill.    (เธออยากไปงานเลี้ยงแต่เธอป่วย)  (ไม่ใช่, 

        เธอเหนื่อย)

(คำแปล)

อัลเบิร์ต  :  เราคิดถึงคุณที่งานเลี้ยงเมื่อวันเสาร์ (เพราะคุณไม่ได้ไปร่วมงาน)

เจนนี่       :  ค่ะ  ฉันไม่มีอารมณ์ (ไม่อยาก) จะไปมัน (งานเลี้ยง) (didn’t feel up to it)  หลังจากการ

                    เดินทางไกลเช่นนั้น  

 คำถาม  :  เจนนี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. Sam   Have you moved out of your apartment yet ?

     Judy  :  No.  I’m paid up until the 15th.

Question  What is Judy probably going to do ?

(a) Pay the rent for half a month.    (จ่ายค่าเช่าห้องครึ่งเดือน)  (จูดี้ไม่ได้จ่ายค่าเช่าห้องครึ่งเดือน,  แต่ที่

        จริงแล้ว  เธอได้จ่ายค่าเช่าไปแล้วจนถึงวันที่ ๑๕)

(b) Help Sam move.    (ช่วยแซมย้าย)  (จูดี้, ไม่ใช่แซม, กำลังวางแผนจะย้ายออก)

(c) Stay where she is living until the 15th.    (พักอยู่ที่ที่เธอกำลังอาศัยอยู่จนถึงวันที่ ๑๕)  (จูดี้

       กล่าวว่าเธอจ่ายค่าเช่าจนถึงวันที่ ๑๕  ดังนั้น  เธอน่าจะพักอยู่ที่ห้องเช่าจนถึงวันที่ ๑๕)

(d) Move out of the apartment.    (ย้ายออกจากห้องเช่า)  (ไม่ใช่,  เธอจะพักอยู่จนถึงวันที่ ๑๕  เนื่องจาก

       ได้จ่ายค่าเช่าไปแล้ว)

(e) Find a new and better apartment.    (หาห้องเช่าใหม่และดีกว่าเดิม)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

แซม  :  คุณย้ายออกจากห้องเช่าหรือยังครับ

จูดี้     :  ยังค่ะฉันจ่ายเงินจนถึงวันที่ ๑๕ (I’m paid up until the 15th.)

คำถาม  :  จูดี้น่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. Angela  Mary Anne took the math placement test.

     Eddy     So, she finally did it !

Question  What had Eddy assumed about Mary Anne ?

(a) She had already taken the test.    (เธอได้เข้าทดสอบแล้ว)  (ไม่จริง  เนื่องจากเอ็ดดี้แสดงความประ

       หลาดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้)

(b) She did not want to take classes.    (เธอไม่ต้องการเข้าเรียนวิชาต่างๆ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) She had not taken the placement test.    (เธอยังไม่ได้เข้าทดสอบการจัดลำดับความสามารถ) 

       (จนกระทั่งแอนเจลาบอกเขา),  (เอ็ดดี้แสดงความประหลาดใจ  ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า  เขาคิดว่าเธอ

       ยังไม่ได้ทดสอบการจัดลำดับฯ)

(d) She would take the math classes later.    (เธอจะเข้าเรียน (ลงทะเบียนเรียน) วิชาคณิตศาสตร์ในภายหลัง) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง),  (การทดสอบการจัดลำดับฯ คณิตศาสตร์ และการเรียนวิชาคณิตศาสตร์  เป็นคน

       ละส่วนกัน)

(e) She wanted to put off the test.    (เธอต้องการเลื่อนการทดสอบออกไป)  (ไม่จริง  เนื่องจากแอนเจลา

        บอกว่าเธอเข้าทดสอบแล้ว)                                                                           

(คำแปล)

แอนเจลา  :  แมรี่ แอนเข้าทดสอบการจัดลำดับ (ความสามารถ) ทางคณิตศาสตร์ (took the math

                      placement test) แล้ว

เอ็ดดี้         :  แล้ว  ในที่สุดเธอก็เข้าสอบจนได้ !    

 คำถาม  :  เอ็ดดี้ได้สันนิษฐานอะไรเกี่ยวกับแมรี่ แอน ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 181)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Joe    How much did your books cost ?  Two hundred dollars ?

    Kim   I wish ! 

Question  What does Kim mean ?

(a) The books were more expensive than two hundred dollars.    (หนังสือราคาแพงกว่า

        ๒๐๐ ดอลลาร์)

(b) She would like to buy the books.    (เธออยากซื้อหนังสือ)

(c) She cannot afford the price of the books.    (เธอไม่สามารถมีเงินพอสำหรับราคาของหนังสือ)

(d) She has not purchased her books yet.    (เธอยังไม่ได้ซื้อหนังสือเลย)

(e) She has not read the books she bought.    (เธอยังไม่ได้อ่านหนังสือที่เธอซื้อ) 

(คำแปล)

โจ   :  หนังสือของคุณราคาเท่าไร,  ๒๐๐ ดอลลาร์หรือครับ

คิม  :  ฉันปรารถนา (ให้เป็นอย่างนั้นค่ะ)

คำถาม  :  คิมหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)  “I wish”  เป็นสำนวน  หมายถึง  ผู้พูดมองสถานการณ์ว่าแย่ (เลวร้าย) กว่าที่คู่สนทนากล่าวหรือบรรยายออกมา  และปรารถนาว่ามันเพียงแต่เลวร้ายเท่าที่กล่าวออกมาเท่านั้น (ไม่เลวไปกว่านั้น),  สำหรับการสนทนาข้างต้น  คิมปรารถนาให้หนังสือที่เธอซื้อมามีราคาเพียงแค่ ๒๐๐ ดอลลาร์ (เท่าที่โจถาม) เท่านั้น  แต่จริงๆ แล้วมันแพงกว่านั้น,  สำหรับ ข้อ  B, C, D  และ  E  มิได้เป็นการแปลความหมายที่ถูกต้องของคำพูดของคิม

 

2. Paula  How can I get to the shopping center from here ?

     Alex    You can take a bus or a taxi, but it isn’t too far to walk.

Question  What does Alex suggest Paula do ?

(a) Ask directions.    (ถามทาง)  (ไม่ใช่  เพราะอเล็กซ์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์การค้าแก่พอลลาแล้ว)

(b) Walk to the shopping center.    (เดินไปที่ศูนย์การค้า)  (อเล็กซ์กล่าวว่าไม่ไกลเกินไปที่จะ

        เดิน – ไปที่ศูนย์การค้า)

(c) Take a taxi.    (นั่งรถแท็กซี่)  (เป็นทางเลือกที่อเล็กซ์กล่าว  ก่อนแนะนำให้พอลลาเดินไป)

(d) Wait for the bus.    (รอรถเมล์)  (เป็นทางเลือกที่อเล็กซ์กล่าว  ก่อนแนะนำให้พอลลาเดินไป)

(e) Hurry to the shopping center.    (รีบไปที่ศูนย์การค้า)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

พอลลา  :  ฉันจะไปที่ศูนย์การค้าได้อย่างไรคะจากที่นี่

อเล็กซ์   :  คุณสามารถขึ้นรถเมล์หรือรถแท็กซี่,  แต่มันไม่ไกลเกินไปที่จะเดินครับ

คำถาม  :  อเล็กซ์แนะนำพอลลาให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. Patricia  :  Do you mind if I turn on the radio for awhile ?

    Tommy   :  No, I don’t mind.

 Question  What does Tommy mean ?

(a) He does not want to listen to the radio.    (เขาไม่ต้องการฟังวิทยุ)

(b) He has changed his opinion about turning on the radio.    (เขาได้เปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการเปิดวิทยุ)

(c) The radio will not bother him.    (วิทยุจะไม่รบกวนเขา)

(d) The radio is not working very well.    (วิทยุทำงานได้ไม่ดีนัก)

(e) The radio is too loud to hear what Patricia says.    (วิทยุเสียงดังเกินไปจนไม่ได้ยินสิ่งที่แพททริเซียพูด)

(คำแปล)

แพททริเซีย  :  คุณจะรังเกียจไหมคะ  ถ้าฉันจะเปิดวิทยุสักครู่หนึ่ง

ทอมมี่            :  ไม่ครับ  ผมไม่รังเกียจ

คำถาม  :  ทอมมี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “I don’t mind”  =  “ผมไม่รังเกียจ”  หมายถึง  ผู้พูดจะไม่ถูกรบกวนโดยกิจกรรมหรือสถานการณ์นั้นๆ,  สำหรับ  ข้อ  A, B, D  และ E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของทอมมี่ที่ไม่ถูกต้อง

 

4. Joan  Have you found a class yet ?

     Jack   I’m just checking the schedule now.

Question  What can be inferred about Jack ?

(a) He does not plan to study.    (เขามิได้วางแผนการเรียน)  (ไม่จริง  เนื่องจากเขากำลังตรวจสอบตาราง

       เวลาเรียน)

(b) He has a very busy schedule.    (เขามีตารางเวลาเรียนที่แน่นมาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) He is lost.    (เขาหลงทาง,  เขารู้สึกอึดอัดใจ หรือเคว้งคว้าง)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของโจแอนที่ผิด)

(d) He has not registered yet.    (เขายังไม่ได้ลงทะเบียนเรียน)  (แจ๊คพูดว่าเขากำลังตรวจสอบตาราง

        เวลาเรียนในขณะนี้  จึงสรุปได้ว่าเขายังไม่ได้ลงทะเบียน)

(e) He is going to his class but cannot find it.    (เขาจะไปห้องเรียนแต่หามันไม่เจอ)  (เป็นการแปลความหมาย

        คำพูดของโจแอนที่ผิด)

(คำแปล)

โจแอน  :  คุณได้วิชาเรียน (ห้องเรียน) หรือยังคะ

แจ๊ค      :  ผมกำลังตรวจสอบตารางเวลา (เรียน) อยู่ครับตอนนี้

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับแจ๊ค ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

5. George  I’m worried about Anna.  She’s really been depressed lately.  All she does is stay in

                        her room all day.

    Alice      That sounds serious.  She’d better see someone at the Counseling Center.

 Question  What does Alice suggest Anna do ?

(a) Stop worrying.    (เลิกวิตกกังวล)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Go out more.    (ออกไปข้างนอกให้มากขึ้น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Talk to a friend.    (คุยกับเพื่อน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) See a doctor.    (พบแพทย์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Get counseling.    (รับคำปรึกษา)  (อลิซแนะนำแอนนาให้ไปพบคนที่ศูนย์ให้คำปรึกษา)

(คำแปล)

จอร์ช  :  ผมวิตกเกี่ยวกับแอนนาครับ  เธอซึมเศร้า (หดหู่) (depressed) จริงๆ เลยหมู่นี้,  ทั้งหมดที่

                เธอทำคืออยู่ในห้องตลอดทั้งวันครับ

อลิซ     :  นั่นฟังดูร้ายแรงนะ,  เธอ (แอนนา) ควรจะไปพบใครสักคนที่ศูนย์ให้คำปรึกษา  (Counseling

                 Center) ดีกว่าค่ะ

คำถาม  :  อลิซแนะนำแอนนาให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

6. Francis  What’s this ?  Another letter from the phone company ?

     Helen     Oh no.  I wonder what we have to do to get that bill corrected ?

Question  What are Francis and Helen talking about ?

(a) A telephone call.    (การโทรศัพท์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) A visit from friends.    (การมาเยือนของเพื่อน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) A mistake on a bill.    (ความผิดพลาดในบิลค่าโทรศัพท์)  (จากข้อความ  “แก้ไขบิลให้ถูกต้อง” 

        จึงสรุปได้ว่าทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเกี่ยวกับความผิดพลาดในบิล)

(d) A letter they have written.    (จดหมายที่พวกเขาได้เขียน)  (ไม่ใช่  แต่เป็นจดหมายของบริษัทฯ)

(e) Make a payment at the phone company.    (จ่ายเงินที่บริษัทโทรศัพท์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ฟรานซิส   :  นี่คืออะไรล่ะ,  จดหมายอีกฉบับหนึ่งจากบริษัทโทรศัพท์ใช่ไหม

เฮเลน        :  โอ้  ไม่เอาน่ะ,  ฉันสงสัยว่าเราต้องทำอย่างไรที่จะแก้ไขบิล (ค่าโทรศัพท์) ใบนั้นให้ถูกต้อง

คำถาม  :  ฟรานซิสและเฮเลนกำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. Sylvia  If you have a few minutes, I’d like to talk with you about my project.

     Smith  Please go on.

Question  What does Smith mean ?

(a) He prefers to talk another time.    (เขาชอบที่จะคุยเวลาอื่นมากกว่า)

(b) He wants Sylvia to go away.    (เขาต้องการให้ซิลเวียไปเสียให้พ้น)

(c) He would like Sylvia to continue.    (เขาอยากให้ซิลเวียพูดต่อไป – เกี่ยวกับโครงการ)

(d) He doesn’t know what to think.    (เขาไม่รู้ว่าจะคิดอย่างไร)

(e) He encourages Sylvia to do her project.    (เขากระตุ้นให้ซิลเวียทำโครงการของเธอ) 

(คำแปล)

ซิลเวีย  :  ถ้าอาจารย์มีเวลาสักสองสามนาที  หนูอยากจะคุยกับอาจารย์เกี่ยวกับโครงการของหนูค่ะ

สมิธ      :  ว่าไปเลยครับ (Please go on.)

คำถาม  :  สมิธหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Please go on”  =  “พูดไปเลย  สำหรับ  ข้อ  A, B, D  และ  E  เป็นการแปลความ

               หมายคำพูดของสมิธที่ไม่ถูกต้อง

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 180)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Frank  Where are you living now ?  I went to see you at your old apartment on University

                     Avenue and it was empty.

    Betty   I’m living in the city.  It’s closer to work.

Question  What does Betty imply about her old apartment ?

(a) It was very old.    (มันเก่ามาก)  (คนละความหมายกับ  “ห้องเช่าเดิม หรือเมื่อก่อนนี้”)

(b) It was too far from work.    (มันอยู่ไกลจากงานเกินไป)  (เบ็ตตี้กล่าวว่าห้องเช่าใหม่ของเธออยู่

        ใกล้งานมากกว่า  ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า  ห้องเช่าเก่าอยู่ไกลจากงานเกินไป)

(c) The school was far away.    (โรงเรียน – มหาวิทยาลัย - อยู่ไกลออกไป)  (แฟรงค์พูดถึงชื่อถนน  มิใช่

        ที่ตั้งของห้องเช่า  คือ  ห้องเช่ามิได้อยู่ในมหาวิทยาลัย)

(d) The area was not nice.    (บริเวณ – ของห้องเช่า – ไม่ดี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) The neighbors were not friendly.    (เพื่อนบ้านไม่เป็นมิตร)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แฟรงค์  :  คุณกำลังอาศัยอยู่ที่ไหนครับ  ผมไปหาคุณที่ห้องเช่าเก่าของคุณที่ถนนมหาวิทยาลัย  

                   และ (พบว่า) มันว่างเปล่า

เบ็ตตี้     :  ฉันกำลังอาศัยอยู่ในเมือง,  มันอยู่ใกล้กับงานมากกว่าค่ะ

คำถาม  :  เบ็ตตี้กล่าวเป็นนัย (imply) ว่าอะไร  เกี่ยวกับห้องเช่าเก่า (เดิม) ของเธอ ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Mark    Let’s go to the dance at the Student Center on Friday.

     Gloria   :  That sounds great, but I’m going to a lecture.  Thanks for asking me, though.

Question  What does Gloria imply ?

(a) She is not interested in Mark.    (เธอไม่สนใจมาร์ค)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอตอบสนองคำเชิญของมาร์ค

        ในทางบวก  ในขณะที่ปฏิเสธคำเชิญ)

(b) She does not like lectures.    (เธอไม่ชอบการบรรยาย)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอมีแผนจะไปฟังบรรยาย

        ในวันศุกร์)

(c) She would go out with Mark on another occasion.    (เธอจะออกงานสังคม (go out) กับมาร์ค

        ในโอกาสอื่น)  (กลอเรียกล่าวว่าการเชื้อเชิญ “วิเศษ”  และขอบคุณมาร์คที่เชิญเธอ  ดังนั้นจึงสรุปได้ 

        ว่าเธอจะออกงานสังคม – งานเต้นรำ – กับมาร์คในโอกาสอื่น)

(d) She would rather stay at home.    (เธออยากจะพักอยู่บ้านมากกว่า)  (ไม่จริง  ดูคำอธิบาย ข้อ  “B”)

(e) She will have an exam soon.    (เธอจะมีการสอบเร็วๆ นี้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

มาร์ค      :  เราไปงานเต้นรำที่ศูนย์กลางนักเรียนในวันศุกร์กันเถอะ

กลอเรีย  :  นั่นวิเศษเลย,  แต่ฉันต้องไปฟังบรรยายนะ  ขอบคุณที่เชิญฉัน,  แม้กระนั้นก็ตาม (though)

คำถาม  :  กลอเรียกล่าวเป็นนัย (imply) ว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Paul    That’s a nice bike.  Is it new ?

     Linda  No.  I got it almost five years ago, but it’s still in good shape.

Question  What does Linda mean ?

(a) Paul needs to replace the bike.    (พอลต้องการหารถมาแทนจักรยานคันนั้น)  (ไม่จริง  เนื่องจากพอล

        คิดว่าจักรยานยังใหม่อยู่  และลินดาก็กล่าวว่ามันอยู่ในสภาพดี)

(b) The bike is missing.    (รถจักรยานหายไป)  (ไม่จริง  เนื่องจากพอลและลินดากำลังคุยกันเกี่ยวกับจักรยาน

        ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา)

(c) It is a new bike.    (มันเป็นรถจักรยานคันใหม่)  (ไม่จริง  เนื่องจากลินดาบอกว่าเธอได้มันมาเกือบ ๕ ปีมาแล้ว)

(d) Paul should buy a new bike for her.    (พอลควรซื้อจักรยานคันใหม่ให้เธอ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) The bike is in good condition.    (รถจักรยานอยู่ในสภาพดี)

(คำแปล)

พอล    :  นั่นเป็นรถจักรยานที่สวยนะ  มันใหม่หรือเปล่าล่ะ

ลินดา  :  ไม่ค่ะ,  ฉันได้มันมาเกือบ ๕ ปีแล้ว  แต่มันยังคงอยู่ในสภาพดี (in good shape) ค่ะ

คำถาม  :  ลินดาหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  “In good shape”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “อยู่ในสภาพดี

 

4. Jimmy  Would you rather eat at home or go out tonight ?

     Helen    I’d rather go out, but I don’t mind fixing supper at home if you’d rather not go.

Question  What does Helen want to do ?

(a) She wants to fix supper.    (เธอต้องการเตรียมอาหารค่ำ)  (เฮเลนเสนอที่จะเตรียมอาหารค่ำ  แต่ไม่ใช่

        สิ่งที่เธอต้องการทำ)

(b) She wants to stay at home.    (เธอต้องการอยู่ที่บ้าน)  (เฮเลนเสนอที่จะอยู่บ้าน  แต่ไม่ใช่สิ่งที่เธอ

        ต้องการทำ)

(c) She is not hungry.    (เธอไม่หิว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) She wants to go out.    (เธอต้องการจะออกไปทานข้างนอก)

(e) She wants to eat at a luxurious restaurant.    (เธอต้องการทานที่ภัตตาคารหรูหรา)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

จิมมี่     :  คุณอยากจะทานข้าวที่บ้านหรือออกไปทานข้างนอกมากกว่ากัน  คืนนี้

เฮเลน  :  ฉันอยากจะออกไปทานข้างนอกมากกว่าค่ะ    แต่ฉันไม่รังเกียจเตรียม (ซ่อมแซม, ติดแน่น,

                  ทำให้ติดแน่น, เพ่งความสนใจ) (fixing) อาหารค่ำที่บ้าน  ถ้าคุณไม่อยากออกไป

คำถาม  :  เฮเลนต้องการทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เฮเลนเสนอที่จะเตรียมอาหารค่ำและอยู่ที่บ้านเพื่อที่จะเอาใจจิมมี่  แต่เธอกล่าวว่าเธอ

อยากจะออกไปทานข้างนอกมากกว่า

 

5. Simon     Good afternoon.  This is Dick Williams at World Travel Agency.  Is Mr. Baker there ?

     Jennifer  He’s out to lunch.  I’ll be glad to take a message.

Question  What does Jennifer say about Mr. Baker ?

(a) He is at his office.    (เขาอยู่ที่ที่ทำงานของเขา)  (มิสเตอร์วิลเลียมอยู่ที่ที่ทำงาน  มิใช่มิสเตอร์เบเกอร์)

(b) He is at lunch.    (เขากำลังทานอาหารกลางวัน)

(c) He is at the travel agency.    (เขาอยู่ที่สำนักงานท่องเที่ยว)  (มิสเตอร์วิลเลียมอยู่ที่สำนักงานท่องเที่ยว 

        มิใช่มิสเตอร์เบเกอร์))

(d) He is at the bakery.    (เขาอยู่ที่ร้านขนมปัง)

(e) He is having a massage.    (เขากำลังไปนวด)  (เจนนิเฟอร์บอกว่าเขาไปทานอาหารกลางวัน)

(คำแปล)

ไซม่อน       :  สวัสดีครับ,  นี่ดิ๊ก วิลเลียมส์  อยู่ที่เวิร์ลด์ทราเวลเอเยนซี  พูดครับ,  คุณเบเกอร์อยู่ที่นั่น

                        หรือเปล่าครับ

เจนนิเฟอร์  :  เขาออกไปทานอาหารกลางวันข้างนอกค่ะ (He’s out to lunch.),  ฉันยินดีจะรับฝาก

                        ข้อความ (take a message) ค่ะ

คำถาม  :  เจนนิเฟอร์พูดอะไรเกี่ยวกับมิสเตอร์เบเกอร์ ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “To be at lunch, breakfast, etc.”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “กำลังทานอาหารกลางวัน, อาหารเช้า ฯลฯ

 

6. Sarah  Would you like some hot coffee or tea ?

     Willie  I do like them both, but I’d rather have something cold.

    Question  What does Willie want to drink ?

(a)  Something cold.    (อะไรเย็นๆ)  (วิลลี่กล่าวว่าเขาอยากจะดื่มอะไรเย็นๆ มากกว่า)

(b) Coffee.    (กาแฟ)  (เป็นสิ่งที่วิลลี่ชอบ  แต่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการดื่ม)

(c) Tea.    (ชา)  (เป็นสิ่งที่วิลลี่ชอบ  แต่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการดื่ม)

(d) Both coffee and tea.    (ทั้งกาแฟและชา)  (เป็นสิ่งที่วิลลี่ชอบ  แต่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการดื่ม)

(e) Nothing.    (ไม่ต้องการดื่มอะไรเลย)

(คำแปล)

ซาราห์  :  คุณอยากดื่มกาแฟหรือชาร้อนคะ

วิลลี่       :  ผมชอบมันทั้ง ๒ อย่างจริงๆ  แต่ผมอยากจะดื่มอะไรเย็นๆ มากกว่าครับ 

คำถาม  :  วิลลี่ต้องการดื่มอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

7. Martha  I’d appreciate your professional opinion.  Do you think that I should sue the company ?

    Martin    Not really.  I think that we can settle this out of court.

Question  What will Martha probably do ?

(a) See a lawyer.    (ไปพบทนายความ)  (มาร์ตินน่าจะเป็นทนายความอยู่แล้ว)

(b) Sue the company.    (ฟ้องร้องบริษัท)  (เป็นเพียงคำถามของมาร์ธา  มิใช่ข้อสรุปของเธอ)

(c) Go to court.    (ไปศาล)  (ไม่ใช่  เนื่องจากมาร์ตินคิดว่ากรณีนี้สามารถตกลงกันได้นอกศาล)

(d) Come to an agreement.    (หาข้อตกลงกัน)  (มาร์ตินแนะนำให้มาร์ธาตกลงกันนอกศาลกับบริษัท 

        ดังนั้น  จึงสรุปได้ว่ามาร์ธาน่าจะหาข้อตกลงกับบริษัท)

(e) Buy some shares of the company.    (ซื้อหุ้นของบริษัท)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

มาร์ธา   :  ดิฉันอยากจะได้ความเห็นทางด้านอาชีพ (แบบมืออาชีพ) ของคุณค่ะ (I’d appreciate your

                   professional opinion.),  คุณคิดว่าดิฉันควรฟ้องร้อ(sue) บริษัทไหมคะ

มาร์ติน  :  ก็ไม่เชิงหรอกครับ (Not really.),  ผมคิดว่าเราสามารถตกลง (จัดการ, แก้ปัญหา, ตั้งรกราก,

                  ตั้งถิ่นฐาน, จ่ายเงิน, สงบใจ) (settle) เรื่องนี้ได้นอกศาล

คำถาม  :  มาร์ธาน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 179)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Steve   I still haven’t received my score on the GMAT test.  Maybe I should call to check on it.

     Lucy    Don’t worry so much.  It takes at least six weeks to receive your score.

Question  What does Lucy think that Steve should do ?

(a) Call about the score.    (โทรฯ ไปถามเกี่ยวกับคะแนน)  (เป็นแผนของสตีฟ  ไม่ใช่คำแนะนำของลูซี่)

(b) Wait for the results to be mailed.    (รอให้ผลคะแนนถูกส่งมาทางไปรษณีย์)  (เพราะว่าลูซี่

        พูดว่าต้องใช้เวลา ๖ สัปดาห์ถึงจะได้รับคะแนน  เธอจึงบอกเป็นนัยว่าสตีฟควรรอให้ผลคะแนน

        ถูกส่งมาทางไปรษณีย์)

(c) Take the test again.    (เข้าสอบใหม่อีกครั้ง)  (ไม่ใช่  เนื่องจาสตีฟได้สอบเสร็จไปแล้ว  และกำลังรอผล

        คะแนนอยู่)

(d) Show more concern.    (แสดงความกังวลยิ่งขึ้น)  (ไม่ใช่  เนื่องจากลูซี่บอกสตีฟว่าไม่ต้องวิตก)

(e) Look for the score results in the mailbox.    (ค้นหาผลคะแนนในตู้ไปรษณีย์)  (ไม่ใช่  ดูคำอธิบายใน ข้อ  “B”)

(คำแปล)

สตีฟ  :  ผมยังคงไม่ได้รับคะแนนสอบจีแมทของผมเลย  บางทีผมควรโทรฯ ไปตรวจสอบมัน

ลูซี่     :  ไม่ต้องวิตกให้มากนัก,  มันใช้เวลาอย่างน้อย ๖ สัปดาห์ในการได้รับคะแนนของคุณ

คำถาม  :  ลูซี่คิดว่าสตีฟควรทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Martha  Was that the final boarding call for the New York flight ?

     Steven   No.  This is just pre-boarding for children and people who need assistance.

Question  What does Steven say about the boarding call ?

(a) It is the final call for boarding the flight.    (มันเป็นการเรียกขึ้นเครื่องครั้งสุดท้าย)  (ไม่ใช่,  เป็นเพียง

        การเรียกขึ้นเครื่องก่อน)

(b) It is not for the flight to New York.    (มันไม่ได้เป็นการเรียกขึ้นเครื่องสำหรับเที่ยวบินไปนิวยอร์ก) 

        (ไม่ใช่,  เป็นการขึ้นเครื่องก่อน  สำหรับเที่ยวบินไปนิวยอร์ก)

(c) It is a mistake and should be disregarded.    (มันเป็นความผิดพลาด  และไม่ควรเอาใจใส่) 

        (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) It is a special opportunity for people who may have difficulty boarding the flight.   

        (มันเป็นโอกาสพิเศษสำหรับบุคคล  ผู้ซึ่งอาจมีความยากลำบากในการขึ้นเครื่อง)  (สตีเวน

        บอกว่า  “นี่เป็นการขึ้นเครื่องก่อน  สำหรับเด็กและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ”)

(e) It is for disabled people only.    (มันเป็นการเรียกฯ สำหรับคนพิการเท่านั้น)  (ไม่ใช่,  มัน..............

        .........สำหรับเด็กๆ และคนที่ต้องการความช่วยเหลือ)

(คำแปล)

มาร์ธา  :  นั่นเป็นการเรียก (เสียงเรียก) ขึ้นเครื่องครั้งสุดท้าย (final boarding call)  สำหรับเที่ยวบิน

                  ไปนิวยอร์กใช่ไหมคะ

สตีเวน  :  ไม่ใช่ครับ,  นี่เป็นเพียงการขึ้นเครื่องก่อน (ผู้โดยสารทั่วไป) (pre-boarding) เท่านั้น 

                  สำหรับเด็กๆ และบุคคลซึ่งต้องการความช่วยเหลือ 

คำถาม  :  สตีเวนพูดอะไรเกี่ยวกับการเรียก (เสียงเรียก) ขึ้นเครื่อง ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

3. Cashier      Sorry, sir.  The coupon is only valid when you buy the forty-four-ounce size.

     Customer  Oops.  You’re right.  Hold on a minute while I get the other size.

Question  What does the customer mean ?

(a) He does not enjoy arguing with the cashier.    (เขาไม่เพลิดเพลินกับการโต้เถียงกับแคชเชียร์) 

        (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He cannot use his coupon at this store.    (เขาไม่สามารถใช้คูปองที่ร้านนี้)  (ไม่จริง  เนื่องจาก

        เขาสามารถใช้คูปองได้  ถ้าซื้อขนาด ๔๔ ออนซ์)

(c) He wants the cashier to wait for him to return.    (เขาต้องการให้แคชเชียร์รอเขากลับมา)

        (ลูกค้าบอกให้แคชเชียร์รอเขา  ในขณะที่เขาไปเอาขนาด ๔๔ ออนซ์ เพื่อมาใช้กับคูปอง)

(d) They don’t have his size.    (ทางร้านไม่มีขนาดเท่าตัวเขา)  (การซื้อวัดขนาดเป็นน้ำหนัก “ออนซ์”, 

        มิใช่ขนาดของเสื้อผ้า)

(e) The cashier should find the right size for him.    (แคชเชียร์ควรหา (สินค้า) ขนาดที่เหมาะสม

        สำหรับเขา )  (ไม่ใช่  เนื่องจากลูกค้าบอกว่าเขาจะไปเอาสินค้าขนาด ๔๔ ออนซ์ด้วยตนเอง)

(คำแปล)

แคชเชียร์  :  เสียใจค่ะ,  คูปองนี้ใช้ได้ (มีผล, ฟังขึ้น, ชอบด้วยกฎหมาย) (valid)  เฉพาะเมื่อคุณ

                       ซื้อขนาด ๔๔ ออนซ์ (forty-four-ounce size) เท่านั้น

ลูกค้า         :  อูพส์  คุณพูดถูกแล้ว,  รอก่อนสักนาทีหนึ่ง (Hold on a minute) นะครับ  ในขณะที่ผม

                       ไปเอาอีกขนาดหนึ่งมา (ขนาด ๔๔ ออนซ์)

คำถาม  :  ลูกค้าหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Hold on”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “รอก่อน

 

4. Barbara   I need some aspirin, please, and I’d also like to get this prescription filled.

     Druggist  Fine.  Here’s your aspirin.  I can have the prescription for you in about ten minutes.

Question  What will Barbara probably do ?

(a) Wait at a drugstore.    (รอที่ร้านขายยา)  (เภสัชกรบอกว่าเขาสามารถได้ยาตามใบสั่งสำหรับ

        บาร์บาร่าในอีกประมาณ ๑๐ นาที  ดังนั้น  จึงอาจสรุปได้ว่าเธอจะรอ)  (ในสหรัฐฯ  สามารถซื้อ

        ยาตามใบสั่งได้ที่ร้านขายยา)

(b) Go to a doctor’s office.    (ไปที่ร้านหมอ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Find a hospital.    (หาโรงพยาบาล)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Look for some aspirin.    (มองหายาแอสไพริน)  (เธอได้ยาแอสไพรินจากเภสัชกรแล้ว)

(e) Get herself examined.    (ไปตรวจร่างกาย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

บาร์บาร่า    :  ฉันต้องการยาแอสไพรินค่ะ  และฉันอยากได้ยาตามใบสั่งนี้ (get this prescription

                        filled) ด้วยค่ะ

เภสัชกร     :  ดีครับ  นี่ครับยาแอสไพรินของคุณ,  (และ) ผมสามารถได้ยาตามใบสั่ง (ใบสั่งยา)

                       (prescription) สำหรับคุณในอีกประมาณ ๑๐ นาทีครับ

คำถาม  :  บาร์บาร่าน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

5. Cindy   If I were you, I’d take the bus to work.  Driving in that rush-hour traffic is terrible.

     Jerry    But by the time the bus gets to my stop, there aren’t any seats left.

Question  What does Jerry mean ?

(a) He doesn’t mind the traffic.    (เขาไม่รังเกียจการจราจร)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He takes the bus to work.    (เขานั่งรถเมล์ไปทำงาน)  (เป็นคำแนะนำของซินดี้  มิใช่คำตอบของเจอร์รี่)

(c) He has to stand on the bus if he takes it to work.    (เขาต้องยืนบนรถเมล์  ถ้าเขานั่งมันไป

        ทำงาน)  (เจอร์รี่กล่าวว่าไม่มีที่นั่งเหลือเลย  จึงสรุปได้ว่าเขาจำเป็นต้องยืน  เมื่อเขานั่งรถเมล์

        ไปทำงาน)

(d) He wants to ride to work with Cindy.    (เขาต้องการนั่งรถไปทำงานกับซินดี้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He takes the bus to work if his car breaks down.    (เขานั่งรถเมล์ไปทำงาน  ถ้ารถยนต์ของเขาเสีย) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ซินดี้   :  ถ้าฉันเป็นคุณ  ฉันจะนั่งรถเมล์ไปทำงาน,  การขับรถในระหว่างการจราจรชั่วโมงเร่งด่วน

                 (rush-hour traffic) นั่นน่ะแย่มาก (น่ากลัว, ร้ายกาจ, สยองขวัญ) (terrible)

เจอร์รี่  :  แต่ในเวลาที่รถเมล์มาถึงป้ายรถของผม  ไม่มีที่นั่งเหลืออยู่เลย

คำถาม  :  เจอร์รี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. Johnny   If I nominate you for president, will you accept the nomination ?

     Angela    I really don’t have time.

Question  What does Angela mean ?

(a) She is flattered.    (เธอได้รับการประจบ-ยกยอ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) She is not interested.    (เธอไม่สนใจ)  (แอนเจล่าพูดว่าเธอไม่มีเวลา  จึงสรุปได้ว่าเธอไม่สนใจ

       ในการเสนอชื่อ)

(c) She is not busy.    (เธอมิได้มีงานยุ่ง)  (ไม่จริง  เพราะเธอบอกว่าเธอไม่มีเวลา)

(d) She will support Johnny’s nomination.    (เธอจะสนับสนุนการเสนอชื่อของจอห์นนี่  –  หมายถึงการเสนอ

       ชื่อจอห์นนี่เป็นประธาน)  (ไม่จริง  เนื่องจากแอนเจล่า, ไม่ใช่จอห์นนี่, เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อ)

(e) She does not have time to work for Johnny.    (เธอไม่มีเวลาทำงานให้จอห์นนี่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

       (เธอเพียงแต่ไม่มีเวลาทำงานในฐานะประธาน)

(คำแปล)

จอห์นนี่     :  ถ้าผมเสนอชื่อคุณเป็นประธาน  คุณจะยอมรับการเสนอชื่อไหม

แอนเจล่า  :  ฉันไม่มีเวลาจริงๆ

คำถาม  :  แอนเจล่าหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

7. Sylvia  I’d like to take Dr. Sullivan’s section of Physics 100, but my advisor is teaching it too,

                      and I don’t want her to be offended.    

     Jack    Who cares ?

Question  What does Jack mean ?

(a) Sylvia should not consider her advisor in the decision.    (ซิลเวียไม่ควรคำนึงถึงอาจารย์

       ที่ปรึกษาของเธอในการตัดสินใจ)  (แจ๊คกล่าวว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ  ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษาจะโกรธ)

(b) Sylvia should not take Dr. Sullivan’s section.    (ซิลเวียไม่ควรลงเรียนหมวดวิชาของด็อกเตอร์ซัลลิแวน) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(c) Sylvia’s advisor will not be offended.    (อาจารย์ที่ปรึกษาของซิลเวียจะไม่โกรธ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) Sylvia should not take a physics course.    (ซิลเวียไม่ควรลงเรียนวิชาฟิสิกส์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(e) Sylvia should not offend her advisor by taking the latter’s physics course.    (ซิลเวียไม่ควรทำให้

       อาจารย์ที่ปรึกษาโกรธโดยการลงเรียนวิชาฟิสิกส์ของอาจารย์ฯ)  (แจ๊คบอกว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญถ้าอาจารย์

       ที่ปรึกษาจะโกรธ  หากจะเรียนวิชาฟิสิกส์กับด็อกเตอร์ซัลลิแวน)

(คำแปล)

ซิลเวีย  :  ฉันอยากลง (ทะเบียน) เรียนหมวดวิชาฟิสิกส์ ๑๐๐ ของด็อกเตอร์ซัลลิแวน  แต่อาจารย์ที่

                  ปรึกษาของฉันกำลังสอนมันอยู่ด้วย  และฉันก็ไม่ต้องการทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาโกรธ

แจ๊ค      :  ไม่ใช่เรื่องสำคัญ (ไม่มีความหมาย) สำหรับฉันเลย (Who cares ?) (ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษา

                  จะโกรธ)

คำถาม  :  แจ๊คหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)  “Who cares ?”  หมายถึง  “ไม่ใช่เรื่องสำคัญ (ไม่มีความหมาย) สำหรับฉัน    

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 178)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Fred     :  I have to take a dish to a potluck party, but I’m a terrible cook.  Maybe I’ll just stay home.

    Emmy  :  Why don’t you just get a cake at the bakery ?

Question  What does Emmy suggest Fred do ?

(a) Make a dessert.    (ทำขนมหวาน)  (ไม่ใช่  เนื่องจากเอ็มมี่บอกให้เฟร็ดซื้อเค้กที่ร้านขนมปัง)

(b) Stay at home.    (พักอยู่ที่บ้าน)  (เป็นความคิดของเฟร็ด  ไม่ใช่คำแนะนำของเอ็มมี่)

(c) Stop worrying.    (หยุดวิตกกังวล)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Buy a cake.    (ซื้อเค้กชิ้นหนึ่ง)

(e) Cook some food.    (ปรุงอาหาร)  (คำอธิบายเหมือนใน ข้อ  “A”)

(คำแปล)

เฟร็ด  :  ผมต้องเอาอาหาร ๑ อย่าง (จาน, อาหารในจาน) (a dish) ไปที่งานเลี้ยงที่คนนำอาหารที่ทำ

                เองจากบ้านมาทานร่วมกัน (potluck party)  แต่ผมเป็นพ่อครัวที่ห่วยแตก (น่ากลัว,

                สยองขวัญ, ร้ายแรง) (terrible),  บางทีผมอาจจะพักอยู่บ้านดีกว่า (ไม่ไปร่วมงาน)

เอ็มมี่  :  ทำไมคุณไม่ซื้อเค้กสักชิ้นที่ร้านขนมปังล่ะ (เอาไปร่วมงาน)

คำถาม  :  เอ็มมี่แนะนำเฟร็ดให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. Jimmy   :  Tom wasn’t in class again today !

     Natty     :  I know.  I wonder whether he’ll show up for the final exam.

 Question  What can be inferred about Tom ?

(a) He has finished the class.    (เขาเรียนเสร็จแล้ว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He has been sick.    (เขาป่วย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) He does not have to take the final exam.    (เขาไม่จำเป็นต้องเข้าสอบไล่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He may show off during the final exam.    (เขาอาจจะโอ้อวดระหว่างการสอบไล่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He is not very responsible.    (เขามิได้รับผิดชอบมากนัก)  (ทอมขาดเรียนบ่อย  และมีข้อสงสัย

        ว่าเขาจะเข้าสอบไล่หรือไม่  จึงสรุปได้ว่าทอมมิได้รับผิดชอบมากนัก)

(คำแปล)

จิมมี่     :  ทอมไม่ได้เข้าเรียนอีกแล้ววันนี้ !

แน็ตตี้  :  ฉันรู้  ฉันสงสัยว่าเขาจะโผล่มา (ปรากฏตัว) (show up) เพื่อสอบไล่หรือเปล่า

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับทอม ?   

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

3. William   Are we still on for tonight ?

     Jennifer  :  I’m looking forward to it.

Question  What does William mean ?

(a) He cannot find Jennifer’s house.    (เขาไม่สามารถหาบ้านของเจนนิเฟอร์ได้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He has to change their plans.    (เขาจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนของเขาและเจนนิเฟอร์)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง)

(c) He will be happy to see Jennifer.    (เขาจะมีความสุขที่ได้พบเจนนิเฟอร์)  (เป็นความรู้สึกของเจนนิเฟอร์ 

       ไม่ใช่ของวิลเลียม)

(d) He wants to know whether they have a date.    (เขาต้องการทราบว่าตัวเขาและเจนนิเฟอร์มี

        การนัดกัน – ออกเดท - หรือไม่)

(e) He will go to Jennifer’s house.    (เขาจะไปบ้านของเจนนิเฟอร์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

วิลเลียม       :  เรายังคงมีนัดกันใช่ไหม (Are we still on) สำหรับคืนนี้ 

เจนนิเฟอร์   :  ฉันตั้งตารอคอย (looking forward to) มันนะ

คำถาม  :  วิลเลียมหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Are we still on”  (เรายังคงมีนัดกันเป็นสำนวนที่ใช้กล่าวถามเพื่อยืนยันการนัด

(ออกเดท) กับเพศตรงข้าม

 

4. Joe    What do you think of this apartment ?

     Kim  :  It’s beautiful, but it’s kind of expensive, isn’t it ?

Question  What does Kim mean ?

(a) She does not like the apartment.    (เธอไม่ชอบอพาร์ตเมนต์)  (ไม่จริง  เนื่องจากคิมคิดว่าอพาร์ตเมนต์สวย)

(b) She is concerned about the rent for the apartment.    (เธอกังวลเกี่ยวกับค่าเช่าอพาร์ตเมนต์)

        (เพราะคิมบอกว่าอพาร์ตเมนต์มีราคาแพง  จึงสรุปได้ว่าเธอกังวลเกี่ยวกับค่าเช่า)

(c) She wants to live in the apartment.    (เธอต้องการอาศัยในอพาร์ตเมนต์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) She agrees with Joe.    (เธอเห็นด้วยกับโจ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She does not have enough money to rent the apartment.    (เธอมีเงินไม่พอที่จะเช่าอพาร์ตเมนต์)  

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

โจ   :  คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับอพาร์ตเมนต์นี้

คิม  :  มันสวยดี  แต่มันค่อนข้างแพง  ใช่ไหมล่ะ

คำถาม  :  คิมหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

5. Ralph  You’ve been doing a lot of traveling, haven’t you ?

     Mary   Yes.  We want to make the most of our time here.

Question  What does Mary mean ?

(a) They have more time to travel.    (พวกเขา – แมรี่และคณะ – มีเวลามากขึ้นในการเดินทาง-ท่องเที่ยว) 

        (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) They are taking advantage of travel opportunities.    (พวกเขากำลังใช้ประโยชน์จากโอกาส

        การเดินทาง-ท่องเที่ยว)

(c) They travel more than Ralph does.    (พวกเขาท่องเที่ยวมากกว่าราล์ฟ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) They spend most of their time traveling.    (พวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเดินทาง)  (เป็นคนละความ

        หมายกับ  “ใช้ประโยชน์สูงสุดจากเวลา”)

(e) They’ve run out of time to travel.    (พวกเขาไม่มีเวลาเดินทาง)  (ไม่จริง  พวกเขาต้องการหาประโยชน์

        จากเวลา)

(คำแปล)

ราล์ฟ  :  คุณกำลังเดินทาง-ท่องเที่ยวมากมายเลย (doing a lot of traveling) ใช่ไหมล่ะ

แมรี่     :  ใช่ค่ะ  เรา (แมรี่และคณะ) ต้องการใช้ประโยชน์เวลาของเราให้มากที่สุด (make the most of

                 our time) ที่นี่ (ในเมือง หรือประเทศที่กำลังท่องเที่ยวอยู่)

คำถาม  :  แมรี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “To make the most of”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดจาก,  ทำให้ได้มากที่สุดที่สามารถทำได้กับ,  หาประโยชน์จากโอกาส,  ได้มากที่สุดจาก”  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • The teacher went out of the room for five minutes, and some bad boys made the most of it.

(ครูออกไปนอกห้องเรียน ๕ นาที  และนักเรียนเลวบางคนใช้ประโยชน์จากมันให้มากที่สุด)  (พวกเขาคุยและเล่นกันในขณะที่มีโอกาส)

  • Bill liked Mary; he would do anything for her, and Mary made the most of it.

(บิลชอบแมรี่  เขาจะทำอะไรก็ได้เพื่อเธอ  และแมรี่หาประโยชน์จากมันให้มากที่สุด)  (เธอใช้เขาทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อเธอ)

  • George studied hard.  He wanted to make the most of his chance to learn.

(จอร์ชเรียนหนัก  เขาต้องการใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดจากโอกาสที่จะเรียน)  (จอร์ชต้องการเรียนให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้  ในขณะที่เขามีโอกาส)

 

6. Eddy  I’m ready to go.  Are you supposed to tip the guys at the car wash ?

     Joan   Only if they finish your car by hand.  Not if it goes through the machine like yours did.

Question  What will Eddy probably do ?

(a) Wash his car.    (ล้างรถของเขา)  (ไม่ใช่  เพราะเขาเพิ่งจะล้างรถเสร็จ)

(b) Drive through the car wash.    (ขับรถผ่านเครื่องล้างรถ)  (ไม่ใช่  เพราะเขาเพิ่งจะล้างรถเสร็จ)

(c) Tip the guys at the car wash.    (ให้ทิปคนที่ล้างรถ)  (ไม่ใช่  เนื่องจากโจแอนแนะนำเอ็ดดี้ว่าไม่ต้องให้ทิป)

(d) Wait until the car wash is finished.    (รอจนกระทั่งล้างรถเสร็จ)  (ไม่ใช่  เพราะเขาเพิ่งจะล้างรถเสร็จ)

(e) Get in his car and leave.    (ขึ้นรถของเขาและออกจากร้าน)  (เอ็ดดี้พูดว่าเขาพร้อมจะไป  ดังนั้น 

        เขาน่าจะออกจากร้าน)

(คำแปล)

เอ็ดดี้     :  ผมพร้อมจะไปแล้ว  คุณจะต้องให้ทิปพวกหนุ่มๆ ที่ล้างรถหรือเปล่าครับ

โจแอน   :  (ให้ทิป) เฉพาะเมื่อพวกเขาล้างรถของคุณด้วยมือเท่านั้น,  ไม่ต้องทิปถ้ารถล้างผ่านเครื่องเช่น

                   (like) รถของคุณ (ที่ล้างผ่านเครื่อง)

คำถาม  :  เอ็ดดี้น่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  เอ็ดดี้และโจแอนเป็นลูกค้า  นำรถของตน (คนละคัน) มาล้างที่ร้านล้างรถ  โดยเอ็ดดี้ล้างเสร็จก่อน  และถามโจแอนเกี่ยวกับการให้ทิปเด็กล้างรถ

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 177)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. May    Oh, no.  It’s five o’clock already and I haven’t finished typing these letters.

    Ralph  :  Don’t worry.  That clock is half an hour fast.

Question  What does Ralph mean ?

(a) She cannot do it quickly.    (เธอไม่สามารถทำมัน (พิมพ์จดหมาย) ได้อย่างรวดเร็ว)  (ไม่จริง  เนื่องจาก

        เมย์มีเวลาทำงานเหลืออีกเพียงครึ่งชั่วโมง  และเธอก็จะพิมพ์จดหมายได้เสร็จตามที่ราล์ฟกล่าว  แสดงว่า

        เธอสามารถพิมพ์จดหมายได้เร็ว)

(b) He needs the letters tomorrow.    (เขาต้องการจดหมายวันพรุ่งนี้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) There is still time to finish.    (ยังคงมีเวลาที่จะพิมพ์จดหมายให้เสร็จ)  (ราล์ฟ กล่าวว่านาฬิกา

        เร็วไปครึ่งชั่วโมง  แสดงว่าขณะที่พูดเป็นเวลา ๔ โมงครึ่ง  จึงยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมงที่จะพิมพ์จด

        หมายให้เสร็จ)

(d) He doesn’t know what time it is.    (เขาไม่รู้ว่าเป็นเวลาเท่าไร)  (ไม่จริงเนื่องจากราล์ฟรู้ว่านาฬิกา

        เดินเร็วไปครึ่งชั่วโมง)

(e) He doesn’t worry although the letters haven’t been typed.    (เขาไม่วิตกแม้ว่าจดหมายยังไม่ได้พิมพ์) 

       (ราล์ฟบอกเมย์ว่าไม่ต้องวิตก  เพราะยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมงที่จะพิมพ์จดหมาย)

(คำแปล)

เมย์     :  โอ้  ไม่นะ  ห้าโมงเย็นเข้าไปแล้ว  และฉันยังพิมพ์จดหมายเหล่านี้ไม่เสร็จเลย

ราล์ฟ  :  ไม่ต้องวิตกหรอก  นาฬิกานั่นเดินเร็วไปครึ่งชั่วโมง

คำถาม  :  ราล์ฟหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. Billy  It’s much better to wait until tomorrow to go.  Don’t you agree ?

     Sue    Yes.  I couldn’t agree more.

 Question  What does Sue mean ?

(a) She does not agree with Billy.    (เธอไม่เห็นด้วยกับบิลลี่)  (ตรงข้ามกับข้อเท็จจริง)

(b) She thinks that it is better to wait.    (เธอคิดว่ารอดีกว่า)  (รอเดินทางวันพรุ่งนี้)

(c) She thinks that it is better to drive at night.    (เธอคิดว่าขับรถกลางคืนดีกว่า)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) She does not think that Billy made a wise decision.    (เธอไม่คิดว่าบิลลี่ตัดสินใจอย่างฉลาด)  (ตรงข้าม

       กับข้อเท็จจริง  เพราะซูเห็นด้วยกับบิลลี่ที่เสนอให้รอเดินทางวันพรุ่งนี้) 

(e) She does not agree but she will wait until tomorrow.    (เธอไม่เห็นด้วย  แต่เธอจะรอจนกระทั่งวันพรุ่งนี้) 

       (เธอเห็นด้วยกับบิลลี่)

 (คำแปล)

บิลลี่  :  มันดีกว่ากันมากเลยที่จะรอจนกระทั่งวันพรุ่งนี้ที่จะเดินทางไป,  คุณไม่เห็นด้วยหรือ

ซู       :  เห็นด้วยค่ะ  ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง (I couldn’t agree more.) (แปลตรงตัว  คือ  ฉันไม่สามารถ

               เห็นด้วยมากไปกว่านี้อีกแล้ว)

คำถาม  :  ซูหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. Robert   I have to go to class because I have a test, but if I could, I’d go with you to the movie. 

      Alice      That’s too bad.  I wish that you could come along.

Question  What is Robert going to do ?

(a) Go to class.    (เข้าห้องเรียน)  (เพื่อสอบ)

(b) See a movie.    (ดูหนัง)  (อลิซจะไปดูหนัง  ไม่ใช่โรเบิร์ต)

(c) Study at the library.    (อ่านหนังสือที่ห้องสมุด)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Make an appointment.    (ทำการนัดหมาย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Go out with Alice.    (ออกไปข้างนอกกับอลิซ)  (ไม่จริง  โรเบิร์ตจะไปเข้าห้องสอบ)  

(คำแปล)

โรเบิร์ต  :  ผมจำเป็นต้องเข้าห้องเรียนเพราะว่าผมมีสอบ,  แต่ถ้าผมสามารถทำได้  ผมจะไปดูหนังกับคุณ

อลิซ       :  น่าผิดหวังจังเลย (น่าเสียดายจัง, แย่จังเลย) (That’s too bad.) ฉันปรารถนาว่าคุณสามารถ

                    มา (กับฉัน) ได้

คำถาม  :  โรเบิร์ตจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

4.  Liz        I left a message on your answering machine a couple of days ago.

      James  Yes.  I’ve been meaning to get back with you.

Question  What does James mean ?

(a) The message was not clear.    (ข้อความไม่ชัดเจน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) There was no message on the machine.    (ไม่มีข้อความในเครื่องรับโทรศัพท์)  (ไม่จริงเพราะลิซฝาก

        ข้อความไว้)

(c) It was his intention to return Liz’s call.    (มันเป็นความตั้งใจของเขาที่จะโทรฯ กลับไปที่ลิซ)

(d) He did not hear Liz’s message.    (เขาไม่ได้ยินข้อความที่ลิซฝากไว้)  (ไม่จริงเพราะเจมส์บอกว่าเขาทราบ

        ข้อความแล้ว  และตั้งใจจะโทรฯ กลับ)

(e) He went back home with Liz.    (เขากลับบ้านกับลิซ)  (“Get back with”  =  “โทรฯ กลับ  หรือติดต่อกลับ”)

(คำแปล)

ลิซ      :  ฉันฝากข้อความ (left a message) ไว้กับเครื่องรับโทรศัพท์ของคุณเมื่อสองวันมาแล้ว

เจมส์   :  ครับ  ผมตั้งใจ (มีเจตนา, มุ่งหมาย, หมายถึง) (meaning to) ที่จะโทรฯ กลับ (ติดต่อกลับ) ไปที่

                 คุณ (get back with you) (แต่ยังไม่ทันได้โทรฯ กลับ  คุณก็โทรฯ มาเสียก่อน)

คำถาม  :  เจมส์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Mean to”  เป็นสำนวน  หมายถึง  ตั้งใจที่จะ, มุ่งหมายที่จะ, มีเจตนาที่จะ”)

 

5. Simon  I think it’s my turn. 

     Jenny   Sorry you had to wait so long.  One of my cashiers is out today.

Question  What does Jenny mean ?

(a) They do not have as many people working as usual.    (พวกเขา (ร้าน) ไม่มีคนทำงานมาก

        เท่ากับที่เคยมี)  (แคชเชียร์ขาดงานไป ๑ คน)  (“As usual”  =  “เหมือนเคย, ตามเคย, เช่นเคย”)

(b) The machine is broken.    (เครื่อง (รับ-จ่ายเงิน) เสีย)

(c) Simon is next to be served.    (ไซมอนจะได้รับบริการเป็นคนต่อไป)  (ไม่จริง  เพราะในขณะที่เจนนี่พูด 

        ไซมอนกำลังได้รับบริการอยู่)

(d) There is usually a long line.    (มีแถว (คิว) ยาวตามปกติ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She thinks Simon should wait for her cashier.    (เธอคิดว่าไซมอนควรรอแคชเชียร์ของเธอ)  (การ

        สนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ไซมอน  :  ผมคิดว่ามันถึงตา (คราว, ลำดับ, เวร, การหมุน, การหัน) (turn) ของผมแล้วละ

เจนนี่      :  เสียใจค่ะที่คุณต้องรอนานมากเลย  แคชเชียร์ (เจ้าหน้าที่การเงิน) ของฉันคนหนึ่งขาดงาน

                   (ไม่มาทำงาน) (is out) วันนี้ 

คำถาม  :  เจนนี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)  “Be out”  เป็นสำนวน  หมายถึง  ขาดงาน, ไม่มาทำงาน

 

6. Betty   How did your interview go ?

     Paul    I couldn’t feel better about it !  The questions were very fair, and I seemed to find an

                      answer for all of them.

Question  What does Paul say about the interview ?

(a) He thought that there were too many questions.    (เขาคิดว่ามีคำถามมากเกินไป)  (การสนทนามิได้

        กล่าวถึง)

(b) He is glad that the interview is over.    (เขาดีใจว่าการสัมภาษณ์จบสิ้นลง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) He believes that he did well.    (เขาเชื่อว่าเขาทำได้ดี)

(d) He is looking forward to it.    (เขากำลังตั้งตารอคอยการสัมภาษณ์)  (ไม่จริงเนื่องจากการสัมภาษณ์ได้

       ผ่านไปแล้ว)

(e) He feels that his answers were very fair.    (เขารู้สึกว่าคำตอบของเขาชัดเจนมาก)  (พอลกล่าวว่าคำถาม

       ในการสัมภาษณ์ชัดเจนมาก)

(คำแปล)

เบ็ตตี้  :  การสัมภาษณ์ของคุณเป็นอย่างไรบ้าง

พอล   :  ฉันไม่สามารถรู้สึกดีไปกว่านี้เกี่ยวกับมัน ! (I couldn’t feel better) (หมายถึง  รู้สึกดีมากๆ) 

                คำถามต่างๆ ชัดเจน (ดี, ยุติธรรม, ถูกต้อง, สะอาด, ปานกลาง, ดีพอใช้) (fair) มาก  และฉัน

                ดูเหมือนว่า (สามารถ) หาคำตอบได้สำหรับทุกคำถาม

คำถาม  :  พอลพูดอะไรเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “Couldn’t feel better”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “รู้สึกดีมาก

 

7. Gerald  Could you please tell me what room Dr. Robert Davis is in ?

     Sally     Yes, he’s in the Math Department on the fourth floor.  Check with the secretary before

                       going in, though.

Question  What  does Sally suggest that Gerald do ?

(a) Get directions to the Math Department.    (หาทิศทางไปภาควิชาคณิตศาสตร์)  (ไม่ใช่  เนื่องจากแซลลี่

        บอกทางไปภาควิชาฯ แก่เจอรัลด์แล้ว)

(b) Speak with the secretary.    (พูดกับเลขานุการ(แซลลี่แนะนำให้เขาตรวจสอบกับเลขาฯ ก่อน

        เข้าไปในห้องของเดวิส)

(c) Go into Dr. Davis’s office.    (เข้าไปในห้องทำงานของด็อกเตอร์เดวิส)  (ไม่ใช่  เนื่องจากแซลลี่บอกให้

        เจอรัลด์ตรวจสอบกับเลขาฯ ก่อน)

(d) Take the elevator to the fourth floor.    (ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น ๔)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(e) Make an appointment with Dr. Davis first.    (ทำการนัดหมายกับด็อกเตอร์เดวิสก่อน)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจอรัลด์  :  คุณจะกรุณาบอกผมว่าด็อกเตอร์เดวิสอยู่ในห้องไหน  ได้ไหมครับ

แซลลี่     :  ได้ค่ะ  เขาอยู่ในภาควิชาคณิตศาสตร์บนชั้น ๔,  ตรวจสอบกับเลขานุการ (ของภาควิชา)

                    ก่อนเข้าไปข้างใน (ห้องของเดวิส),  แม้กระนั้นก็ตาม (though)

คำถาม  :  แซลลี่แนะนำว่าเจอรัลด์ควรทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 176)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer for each blank.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

1. Sam   I have to see a dentist.  One of my fillings fell out last night and I’m afraid it will start

                    hurting soon.

    Mary  :  ____________________________________________________________.

(a) You should pull them out    (คุณควรดึงมันออกมา)  (ผิดความหมาย  เนื่องจากต้องให้หมอฟันเป็นผู้ดึง)

(b) You should see a doctor    (คุณควรไปพบแพทย์)  (ต้องไปพบหมอฟัน)

(c) You have to get your tooth fixed    (คุณจำเป็นต้องให้หมอฟันอุดฟันให้)  {ตามโครงสร้าง 

       “Subject + Get (Have) + Something + Verb 3 + (By someone)  =  ประธานให้อะไรถูกทำ

        โดยใคร”  ในที่นี้  คือ  “คุณให้ฟันถูกอุด (ซ่อม) (โดยหมอฟัน)}

(d) You have to fix your tooth    (คุณจำเป็นต้องซ่อม (อุด) ฟันของคุณ)  (ผิดความหมาย  เนื่องจากต้องให้

        หมอฟันเป็นผู้อุด)

(e) You should not eat sweet food    (คุณไม่ควรทานอาหารหวาน)

(คำแปล)

แซม  :  ผมจำเป็นต้องไปพบหมอฟัน  สิ่งที่ใช้อุดฟัน (fillings) ซี่หนึ่งของผมหลุดออกมา (fell out)

              เมื่อคืนที่แล้ว  และผมเกรงว่ามันจะเริ่มปวดขึ้นมาในไม่ช้านี้

แมรี่   :  ______________________________________________________________

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. Paul     ___________________________________________________________

     Sally    :  Yes, I went to the museum and couldn’t find my way back to the hotel.

(a) What happened to you yesterday ?    (เกิดอะไรขึ้นกับคุณเมื่อวานนี้)

(b) Could you return to your hotel ?    (คุณสามารถกลับมาที่โรงแรมหรือเปล่า)  (ถ้ากลับมาไม่ถูก 

        ต้องตอบ  “No”)

(c) Did you find the way back to your hotel ?    (คุณพบทางกลับมาที่โรงแรมหรือไม่)  (ถ้าไม่พบ 

        ต้องตอบ  “No”)

(d) I hear you got lost yesterday.    (ผมได้ยินว่าคุณหลงทางเมื่อวานนี้)

(e) I think you would prefer to visit a museum rather than go to the movies.    (ผมคิดว่าคุณ

        อยากไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์มากกว่าไปดูภาพยนตร์)

(คำแปล)

พอล     :  _____________________________________________________________

แซลลี่  :  ใช่ค่ะ  ฉันไปที่พิพิธภัณฑ์  และไม่สามารถหาทางกลับมาที่โรงแรมค่ะ

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

3. Alice   I heard you took a trip to Europe last month.  ___________________________ ?

    Willie  :  I was sick and tired of hotels and hotel food there.

(a) What did you think of the food there    (คุณคิดอย่างไรกับอาหารที่นั่น)

(b) Where did you stay there    (คุณพักที่ไหนในยุโรป)

(c) Where did you visit during your stay there    (คุณไปเที่ยวที่ไหนบ้างระหว่างพักอยู่ที่นั่น)

(d) Did you prefer Europe or America    (คุณชอบทวีปยุโรปหรืออเมริกามากกว่ากัน)

(e) How did you like it    (คุณชอบมันมากน้อยเพียงไรล่ะ)  (หมายถึง  ยุโรป)

(คำแปล)

อลิซ  :  ฉันได้ยินว่าคุณเดินทางไปยุโรปเมื่อเดือนที่แล้ว, ______________________________

วิลลี่   :  ผมสะอิดสะเอียน (ขยะแขยง, เกลียด, โกรธ) (sick and tired) โรงแรมและอาหารของ

               โรงแรมที่นั่น

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Jerry   I’m sorry you and Jennifer have split up, but don’t worry, _____________________.

     Eddy   That’s true.  I should get out a bit more and meet more people.

(a) lightning doesn’t strike twice    (คุณไม่โชคร้ายซ้ำซากหรอก)  (ฟ้าไม่ผ่าซ้ำสองครั้ง – ในที่เดียว)

(b) a man can only die once    (ลูกผู้ชายตายหนเดียว)

(c) there are plenty more fish in the sea   (นารีมีมากเหมือนฝูงลิง,  ผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียว

       ในโลก)  (ยังมีปลาอีกมากมายในทะเล  ฉะนั้น  หลุดมือไปสักตัวก็ไม่ต้องเสียดาย)

(d) gold will not buy everything    (ทุกสิ่งทุกอย่างมิใช่จะซื้อได้ด้วยทองเสมอไป)

(e) familiarity breeds contempt    (ความคุ้นเคยกันมากเกินไป  เป็นบ่อเกิดแห่งความเหยียดหยาม)

(คำแปล)

เจอร์รี่  :  ผมเสียใจด้วยนะที่คุณและเจนนิเฟอร์เลิกกันเสียแล้ว  แต่อย่าวิตกไปเลย _______________

เอ็ดดี้   :  นั่นเป็นความจริง  ผมควรจะออกไปนอกบ้านให้มากขึ้นอีกหน่อย  และพบปะผู้คนมากขึ้น

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. George      I saw you at the movie yesterday.  How did you find it ?

     Kimberly  :  ___________________________________________________________.

(a) I found it in the newspaper    (ฉันพบมันในหนังสือพิมพ์)

(b) It was at the Siam Theater    (ฉันอยู่ที่โรงหนังสยาม)

(c) I asked my neighbor how to go there    (ฉันถามเพื่อนบ้านว่าจะไปที่นั่นได้อย่างไร)

(d) It took me over half an hour to find it    (ฉันใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการหามัน)

(e) It was very exciting    (มันน่าตื่นเต้นมาก)

 (คำแปล)

จอร์ช         :  ผมเห็นคุณที่โรงหนังเมื่อวานนี้  คุณพบว่า (หนัง) เป็นอย่างไรบ้าง

คิมเบอร์ลี่  :  _____________________________________________________________

ตอบ  -  ข้อ  (e)

หมายเหตุ  :  ผู้อ่านต้องเข้าใจความหมายในบริบทของ  “How did you find it ?”  ว่าหมายถึง  “คุณพบว่าหนังเป็นอย่างไรบ้าง”  มิใช่  “คุณพบโรงหนังได้อย่างไร”  ดังนั้น  ถ้าต้องการถามว่า  “คุณพบโรงหนังได้อย่างไร”  ควรถามว่า  “How could you find the movie ?”  (“Movie”  หมายถึง  ภาพยนตร์ หรือ โรงภาพยนตร์)  นอกจากนั้น  ถ้าต้องการถามว่า  “คุณพบว่าหนังเป็นอย่างไรบ้าง”  อาจพูดว่า  “What did you think of the movie ?”  หรือ  “How did you like the movie ?”  ก็ได้

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 175)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Billy  Miss Brown bought some paper, paints, and brushes.

    Jane  I bet she’ll use them at the high school.

Question  What will Miss Brown probably do at the high school ?

(a) Miss Brown does not know how to paint.    (มิสบราวน์ไม่รู้วิธีระบายสี)  (ไม่น่าเป็นไปได้  เนื่องจากเธอ

        ซื้อของใช้ในงานศิลปะ  เช่น สีและพู่กัน)

(b) Miss Brown will teach art.    (มิสบราวน์จะสอนศิลปะ)

(c) Miss Brown will teach English.    (มิสบราวน์จะสอนภาษาอังกฤษ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Miss Brown will not go to the high school.    (มิสบราวน์จะไม่ไปโรงเรียนมัธยมแห่งนั้น)  (ตรงข้ามกับ

        ข้อความที่เจนพูดว่า  มิสบราวน์จะใช้ของที่ซื้อมาที่โรงเรียนมัธยม)

(e) Miss Brown will sell the stuff to students.    (มิสบราวน์จะขายของเหล่านั้นให้นักเรียน)  (การสนทนา

        มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

บิลลี่  :  มิสบราวน์ซื้อกระดาษ, สี และพู่กัน (แปรง)

เจน   :  ฉันขอพนันว่าเธอจะใช้มันที่โรงเรียนมัธยมนั้น

คำถาม  :  มิสบราวน์อาจจะทำอะไรที่โรงเรียนมัธยมแห่งนั้น ?

คำตอบ  -  ข้อ (b)

 

2. Dick  I’d like to cash a check, please.  I have an account here.

    Sally   Fine.  Just make it out to “cash.”

Question  Where did this conversation most probably take place ?

(a) At a post office.    (ที่ทำการไปรษณีย์)

(b) At a bank.    (ที่ธนาคาร)  (ดิ๊คพูดว่าเขามีบัญชีอยู่ที่นี่)

(c) At an airport.    (ที่สนามบิน)

(d) At a drugstore.    (ที่ร้านขายยา)

(e) At a factory.    (ที่โรงงาน)

(คำแปล)

ดิ๊ค       :  ผมอยากจะขึ้นเช็ค  ผมมีบัญชีอยู่ที่นี่ครับ

แซลลี่  :  ดีเลยค่ะกรอกข้อความบนเช็ค (make it out) ที่ช่อง “ขึ้นเงินสด(cash) เลยนะคะ

คำถาม  :  การสนทนานี้น่าจะเกิดขึ้นที่ใดได้มากที่สุด

คำตอบ  -  ข้อ (b)

 

3. Doctor            Now, what seems to be the trouble, Mrs. Wilson ?

    Mrs. Wilson   :   I’ve been very dizzy lately, and last night I had some chest pain.

Question  What is Mrs. Wilson’s problem ?

(a) She is late.    (เธอมาสาย)

(b) She makes a mistake.    (เธอทำผิด)

(c) She is afraid.    (เธอกลัว)

(d) She feels ill.    (เธอรู้สึกไม่สบาย)

(e) She is worried about her health.    (เธอวิตกเกี่ยวกับสุขภาพ)

(คำแปล)

หมอ     :  ขณะนี้,  อะไรดูเหมือนว่าเป็นปัญหาของคุณครับ  มิสซิสวิลสัน

วิลสัน   :  ดิฉันวิงเวียนศีรษะ (หน้ามืด, ตาลาย) (dizzy) มากเลยค่ะหมู่นี้,  และเมื่อคืนที่ผ่านมา  ดิฉันเจ็บหน้าอก  (I had some chest pain.)

คำถาม  :  ปัญหาของมิสซิสวิลสันคืออะไร

คำตอบ  -  ข้อ (d)

 

4. Bob   My briefcase is just like yours, isn’t it ?

    Anne  Almost.  Mine is smaller, but it doesn’t have a lock.  I think I’d rather have had one like yours.

Question  What can be inferred about Bob’s briefcase ?

(a) His briefcase is exactly like Anne’s.    (กระเป๋าเอกสารของเขาเหมือนกับของแอนเดี๊ยะ)  (แอนกล่าวว่า

        กระเป๋าของเธอเกือบเหมือนของดิ๊ก)

(b) His briefcase has a lock.    (กระเป๋าเอกสารของเขามีล๊อก)  (แอนกล่าวว่ากระเป๋าของเธอเล็ก

       กว่าแต่ไม่มีล๊อก  จึงสรุปได้ว่า  กระเป๋าของบ๊อบใหญ่กว่าและมีล๊อก)

(c) His briefcase is smaller than Anne’s.    (กระเป๋าเอกสารของเขาเล็กกว่าของแอน)  (แอนบอกว่ากระเป๋า

       ของเธอเล็กกว่า)

(d) He doesn’t have a briefcase.    (บ๊อบไม่มีกระเป๋าเอกสาร)

(e) Anne likes a small briefcase that has a lock.    (แอนชอบกระเป๋าเอกสารใบเล็กที่มีล๊อก)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวว่าแอนชอบกระเป๋าเอกสารใบเล็ก)

(คำแปล)

บ๊อบ  :  กระเป๋าเอกสารของผมเหมือนกับของคุณ  ใช่ไหมครับ

แอน  :  เกือบเหมือนค่ะ,  กระเป๋าของฉันเล็กกว่า  แต่มันไม่มีล๊อก,  ฉันคิดว่าฉันอยากมีกระเป๋าเหมือนของคุณมากกว่า

คำถาม  :  สามารถสรุป (inferred) อะไรได้เกี่ยวกับกระเป๋าเอกสารของบ๊อบ ?

คำตอบ  -  ข้อ (b)

 

5. Lucia   Hello, Mr. Jacobs.  This is Tim Smith’s secretary.  I’m calling to confirm his appointment

                      with you today at two o’clock.

    Jacobs  Thank you for calling.  I’ll expect Mr. Smith to drop by this afternoon.

Question  What does Mr. Jacobs mean ?

(a) The appointment has been cancelled.    (การนัดหมายได้ถูกยกเลิก)

(b) The appointment is inconvenient.    (การนัดหมายไม่สะดวก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Mr. Smith will see Mr. Jacobs today.    (สมิธจะพบกับเจค็อบวันนี้)

(d) Mr. Jacobs is too busy to see Mr. Smith.    (เจค็อบมีงานยุ่งมากเกินไปกว่าที่จะพบกับสมิธ)

(e) Mr. Smith’s secretary will see Mr. Jacobs in place of the former.    (เลขาฯ ของสมิธจะพบกับ

        เจค็อบแทนตัวเขา)

(คำแปล)

ลูเซีย    :  สวัสดีค่ะ  คุณเจค็อบ  นี่เลขาฯ ของคุณสมิธพูดค่ะ  ดิฉันโทรมายืนยันการนัดหมายของ

                  คุณสมิธกับคุณตอนบ่ายสองโมงวันนี้ค่ะ

เจค็อบ  :  ขอบคุณที่โทรมาครับ,  ผมคาดหวังว่าคุณสมิธจะแวะมาเยี่ยม (drop by) บ่ายวันนี้นะครับ

คำถาม  :  เจค็อบหมายความว่าอย่างไร ?

คำตอบ  -  ข้อ (c)

 

6. Frank  Could you tell me the best way to get to Grove City ?  I’m not from around here.

    Helen   That’s easy.  Just take Route Eighteen West all the way there.

Question  What will Frank probably do ?

(a) Go to Grove City another day.    (ไปเมืองโกรฟว์วันรุ่งขึ้น)  (แฟรงค์ถามเส้นทางกับเฮเลน  แสดงว่าน่าจะ

        เดินทางวันนี้)

(b) Take Route 18 to Grove City.    (ใช้เส้นทางสาย ๑๘ ไปเมืองโกรฟว์)  (ตามคำแนะนำของเฮเลน)

(c) Ask directions to Grove City.    (ถามทิศทางไปเมืองโกรฟว์)  (แฟรงค์ถามแล้ว  และเฮเลนก็แนะนำแล้ว)

(d) Get lost on the way to Grove City.    (หลงทางในระหว่างทางไปเมืองโกรฟว์)  (ไม่น่าเป็นไปได้  เนื่องจาก

        เฮเลนกล่าวว่าเส้นทางไปง่าย)

(e) Give Helen a lift to Grove City.    (ขับรถไปส่งเฮเลนที่เมืองโกรฟว์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แฟรงค์  :  คุณจะสามารถบอกผมเส้นทางดีที่สุดไปเมืองโกรฟว์ได้ไหมครับ  ผมไม่ได้มาจากบริเวณ

                  แถวนี้หรอกครับ

เฮเลน    :  นั่นง่ายทีเดียวค่ะ  คุณเพียงแต่ใช้เส้นทางสาย ๑๘ ตะวันตก  ตลอดทั้งเส้นทางถึงที่นั่นเลยค่ะ

คำถาม  :  แฟรงค์น่าจะทำอะไร ?

คำตอบ  -  ข้อ (b)

 

7. Jerry  I heard you got an A on the final exam.  I think you’re the only one who did !

   Susan  Not really.  There were a couple of other As.

Question  What does Susan mean ?

(a) Good grades are not that important to her.    (คะแนนดีมิได้สำคัญขนาดนั้นสำหรับเธอ)  (การสนทนา

        มิได้กล่าวถึง)

(b) She did not get an A on the exam either.    (เธอไม่ได้เกรดเอในการสอบเช่นกัน)  (ขัดแย้งกับข้อเท็จ

       จริง  เนื่องจากซูซานกล่าวว่ายังมีเกรดเออื่นๆ อีก  ซึ่งหมายถึงว่า  ตัวเธอก็ได้เกรดเอด้วย)

(c) Two students got higher grades than she did.    (นักเรียน ๒ คนได้เกรดสูงกว่าเธอ)  (การสนทนา

        มิได้กล่าวถึง)

(d) Besides hers, there were several other A grades.    (นอกจากเกรดเอของเธอแล้ว  ยังมีเกรดเอ

        ของคนอื่นๆ อีกหลายคน)  (เนื่องจากซูซานกล่าวว่า  “มีคนอื่นได้เกรดเออีก ๒ คน”  จึงสรุปได้ว่า 

        มีนักเรียนอื่นๆ อีกหลายคนได้เกรดเอ)

(e) There were a couple of students who failed the exam.    (มีนักเรียน ๒ คนซึ่งสอบตก)  (การสนทนา

        มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจอร์รี่  :  ผมได้ยินว่าคุณได้เกรดเอในการสอบไล่  ผมคิดว่าคุณเป็นเพียงคนเดียวที่ได้เกรดเอนะ

ซูซาน  :  ก็ไม่เชิงหรอก  มีคนอื่นได้เกรดเออีก ๒ คน (นอกจากฉัน)

คำถาม  :  ซูซานหมายความว่าอย่างไร ?

คำตอบ  -  ข้อ (d)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 174)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Jenny  :  That picture certainly flatters Susan.  Don’t you think so ?

    John    :  As a matter of fact, I think it makes her look older than she really is.

Question  :  What does Jenny say about the picture ?

(a) That it looks exactly like Susan.    (พูดว่ามันดูเหมือนซูซานเดี๊ยะเลย)

(b) That it makes Susan look younger than she really is.    (พูดว่ามันทำให้ซูซานดูอายุน้อยกว่าที่เป็นจริง) 

(c) That it makes Susan look older than she really is.    (พูดว่ามันทำให้ซูซานดูแก่กว่าที่เป็นจริง)  (ไม่เลือก

        ข้อนี้  เนื่องจากเป็นความเห็นของจอห์น  มิใช่เจนนี่) 

(d) That it makes Susan look better than she looks in person.    (พูดว่ามันทำให้ซูซานดูดีกว่า

        ตัวจริง)

(e) People like to flatter Susan because she is young and beautiful.    (ผู้คนชอบประจบซูซาน  เพราะ

       ว่าเธอสาวและสวย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจนนี่  :  รูปภาพนั้นทำให้ (ซูซาน) สวยเกินความเป็นจริง (ยกยอ, ประจบ) (flatters) อย่างใม่ต้อง

                สงสัยเลย

จอห์น  :  ตามความเป็นจริงแล้ว (As a matter of fact)  ผมคิดว่ามันทำให้เธอดูอายุมากกว่าที่เธอ

                 เป็นอยู่จริงๆ

คำถาม  :  เจนนี่พูดอะไรเกี่ยวกับรูปภาพนั้น ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. Anne  Well, let me see.  Fifty had registered, but everyone didn’t show up.  I believe that we had

                    twenty-five from the Middle East and at least fifteen from Latin America.

     Tom  You don’t mean it !

Question What had the man assumed ?

(a) Anne was not truthful.    (แอนมิได้พูดความจริง)

(b) Fewer students would attend.    (นักเรียนจะเข้าร่วมประชุมน้อยกว่า – จำนวนที่แอนกล่าว)

        (“You don’t mean it !”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “คุณมิได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ นะ”  ผู้พูด

        กล่าวสำนวนนี้ด้วยความประหลาดใจ  สงสัยในคำพูดที่คู่สนทนากล่าวออกมา  ซึ่งในที่นี้  คือ 

        ทอมไม่เชื่อว่าจะมีนักเรียน (ต่างชาติ) เข้าร่วมประชุมจำนวนมากเหมือนที่แอนบอก)

(c) There would be a large group.    (จะมีคน (ผู้เข้าประชุม) กลุ่มใหญ่)  (ข้อความนี้ขัดแย้งกับสิ่งที่ทอม

       กล่าว  โดยทอมประหลาดใจ  ไม่เชื่อว่าจะมีนักเรียนต่างชาติเข้าร่วมประชุมจำนวนมากตามที่แอนบอก)

(d) Only foreign students would come.    (เฉพาะนักเรียนต่างชาติเท่านั้นจะมา)  (การสนทนามิได้กล่าว

        ถึง  คือ  อาจมีนักเรียนของประเทศเจ้าภาพเข้าร่วมประชุมด้วยก็ได้  จึงมิใช่นักเรียนต่างชาติทั้งหมด)

(e) The rest came from Europe.    (ส่วนที่เหลือ (ของผู้เข้าประชุม) มาจากทวีปยุโรป)  (การสนทนา

        มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แอน  :  เอ้อ  ขอฉันดูซิ,  มีผู้ลงทะเบียน (registered) ๕๐ คน  แต่ทุกคนไม่ได้ปรากฏตัว (show up)

              ฉันเชื่อว่าเรามี ๒๕ คนจากตะวันออกกลาง  และอย่างน้อย ๑๕ คนจากลาตินอเมริกา

ทอม  :  คุณมิได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ นะ

คำถาม  :  ทอมสันนิษฐาน (assumed) ว่าอย่างไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. Fred   Excuse me.  Could you tell me when Dr. Smith has office hours ?

    Lucy   Not really, but there’s a sign on the door I think.

Question  What does Lucy imply that Fred should do ?

(a) Knock on the door.    (เคาะประตู – ห้องหมอ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Come back later.    (กลับมาในภายหลัง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) See Dr. Smith.    (พบคุณหมอสมิธ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Look at the sign.    (ดูที่ป้าย)  (ลูซี่บอกว่ามีป้ายอยู่ข้างบนประตู)

(e) Ask someone else who knows.    (ถามคนอื่นที่ทราบ)

(คำแปล)

เฟร็ด  :  ขอโทษครับ  คุณจะบอกผมได้ไหมครับว่าคุณหมอสมิธทำงานเมื่อไร (has office hours)

                (ชั่วโมงทำงานของหมอ)

ลูซี่     :  ก็ไม่เชิงค่ะ (Not really) (ไม่ทราบเวลาทำงานที่แน่นอนของหมอ)  แต่ดิฉันคิดว่ามีป้าย

               (sign) อยู่บนประตู (ห้องคุณหมอ) นะ

คำถาม  ลูซี่กล่าวเป็นนัย (imply) ว่าเฟร็ดควรทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. Joe           Could you please tell me if the Miami flight will be arriving on time ?

    Operator  Yes, sir.  It should be arriving in about ten minutes at Concourse C.

Question  What are the speakers discussing ?

(a) The time    (เวลา)  (“ในอีกประมาณ ๑๐ นาที”  เป็นตารางเวลาของเที่ยวบิน  ไม่ใช่เรื่องเวลา)

(b) A flight    (เที่ยวบิน)

(c) A class    (ห้องเรียน, ชั้นเรียน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) A city    (เมือง)  (“ไมอามี่”  เป็นปลายทางของเที่ยวบิน  ไม่ใช่หัวข้อการสนทนา)

(e) Apron    (ลานจอดเครื่องบิน)

(คำแปล)

โจ                     :  คุณจะกรุณาบอกผมได้หรือไม่ว่าเที่ยวบินจากไมอามี่จะมาถึงตรงเวลา  (arriving

                             on time) หรือเปล่าครับ

โอเปอเรเตอร์  :  ได้ค่ะ,  มันควรจะมาถึงในอีกประมาณ ๑๐ นาทีที่ลานจอดซี (Concourse C) ค่ะ

คำถาม  :  ผู้พูดทั้ง ๒ คนกำลังปรึกษากันเรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

5. Jack   I heard that Professor Wilson will let you do a project for extra credit.

    Mary   That’s great !  I could use some.

Question  What is Mary probably going to do ?

(a) Take a class from Professor Wilson.    (ลงเรียนกับอาจารย์วิลสัน)  (คำพูดของแจ๊คบ่งชี้ว่า  แมรี่กำลัง

        เรียนกับอาจารย์วิลสันอยู่ก่อนแล้ว)

(b) Help Jack with his class.    (ช่วยเหลือแจ๊คในเรื่องการเรียนของเขา)  )  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Take an extra class.    (เข้าเรียนชั้นพิเศษ)  (การสนทนากล่าวถึง  “หน่วยกิตพิเศษ”)

(d) Do a project for her class.    (ทำโครงการสำหรับชั้นเรียนของเธอ)  (แมรี่แสดงความสนใจและ

       ความกระตือรือร้นสำหรับโอกาสที่จะทำโครงการสำหรับเครดิตพิเศษ  จึงสรุปได้ว่าเธอตั้งใจจะ

       ทำโครงการ)

(e) Use the credit for her class.    (ใช้เครดิตสำหรับชั้นเรียนของเธอ)  (แมรี่กล่าวว่าเธอสามารถใช้  

        “โครงการ”  มิใช่  “หน่วยกิต”)

(คำแปล)

แจ๊ค  :  ผมได้ข่าวว่าอาจารย์วิลสันจะยอมให้คุณทำโครงการเพื่อหน่วยกิตพิเศษ

แมรี่  :  นั่นวิเศษมากเลย  ฉันสามารถใช้โครงการเพื่อหน่วยกิตพิเศษ

คำถาม  :  แมรี่อาจจะทำอะไร

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. John  Is Paul angry ?

    Janet  If he were, he’d tell us.

Question  What does Janet say about Paul ?

(a) That he wants something to eat.    (พูดว่าพอลต้องการอะไรทาน)

(b) That he will tell them if there is a problem.    (พูดว่าพอลจะบอกพวกเขา  ถ้ามีปัญหา)

(c) That he is not hungry.    (พูดว่าพอลไม่หิว)

(d) That he is angry.    (พูดว่าพอลโกรธ)  (จอห์เป็นคนพูด  ไม่ใช่เจเน็ต)

(e) That he is ugly.    (พูดว่าพอลน่าเกลียด)

(คำแปล)

จอห์น  :  พอลโกรธหรือเปล่า

เจเน็ต  :  ถ้าเขาโกรธ  เขาจะบอกเรา

คำถาม  :  เจเน็ตพูดอะไรเกี่ยวกับพอล ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 173)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the best answer for each blank.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

Dialogue 1  (Items 1 – 3)

Mr. Jones  :  We’re going to spend two weeks visiting our relatives in Chiang Mai.

Neighbor                 1             

Mr. Jones  Yes, but we are worrying about taking care of our little dog while we are away.

Neighbor   :                2             

Mr. Jones  Would you ?

Neighbor   Of course.  You’ll find it safe and sound when you get back.

Mr. Jones  You’re very nice.  Thanks.

Neighbor                 3             .

 

1. (a) It’s a pity.    (มันน่าสงสารนะ,  มันน่าเสียดายนะ)

    (b) Will you go alone ?    (คุณจะไปคนเดียวหรือ)  (ไม่เลือกข้อนี้  เนื่องจากมิสเตอร์โจนส์บอกว่า 

           “เราจะไป..................”  แสดงว่ามิได้ไปตามลำพัง)

    (c) I’d love to.    (ผมอยากจะไป.................ใช้เวลา ๒ สัปดาห์ในเชียงใหม่)

    (d) Where will you stay in Chiang Mai ?    (คุณจะพักที่ไหนในเชียงใหม่)

    (e) It will be fun.    (มันคงจะสนุกนะ)

2. (a) May I go with you ?    (ผมขอไปกับคุณได้ไหม)

    (b) Why don’t you take your dog with you ?    (ทำไมคุณไม่เอาสุนัขไปกับคุณด้วยล่ะ)

    (c) Shall I take care of it ?    (ผมจะดูแลสุนัขให้เอาไหมล่ะ)

    (d) How can you feed your dog ?    (คุณจะให้อาหารสุนัขของคุณอย่างไร)

    (e) Your dog will miss you.    (สุนัขของคุณจะคิดถึงคุณ)

3. (a) Never mind    (ไม่เป็นไรครับ)  (ใช้กล่าวตอบเมื่อมีคนกล่าวคำขอโทษเรา)

    (b) Don’t mention it    (ไม่เป็นไรหรอกครับ)  (หรืออาจตอบ  “You’re welcome.” (ยินดีครับ) 

           หรือ  “My pleasure.” (เป็นความพอใจของผมครับ)  หรือ  “No problem.” (ไม่มีปัญหา) 

           ก็ได้)  (ทุกข้อความใช้กล่าวตอบเมื่อมีคนกล่าวคำขอบคุณเรา)

    (c) You’re very nice too    (คุณก็ดีมากเช่นกัน)

    (d) I think so    (ผมคิดเช่นนั้นครับ)

    (e) You must help me if I leave my dog at home    (คุณจะต้องช่วยผม  ถ้าผมทิ้งสุนัขไว้ที่บ้าน)

 

(คำแปล)

 

บทสนทนา ๑  (ข้อ ๑ – ๓)

 

โจนส์          :  เราจะใช้เวลา ๒ สัปดาห์เยี่ยมเยียนญาติของเราในเชียงใหม่

เพื่อนบ้าน  :                   ๑                            

โจนส์          :  ใช่ครับ  แต่เรากำลังวิตกเกี่ยวกับการดูแลสุนัขตัวน้อยๆ ของเรา  ในขณะที่เราไม่อยู่

เพื่อนบ้าน  :                                 

โจนส์          :  จริงหรือ (คุณจะดูแลสุนัขให้ผมหรือ) (Would you ?)

เพื่อนบ้าน  :  แน่นอนครับ (Of course)  คุณจะพบว่าสุนัขของคุณปลอดภัย (ไม่ได้รับอันตราย) (safe

                      and sound)  เมื่อคุณกลับมา

โจนส์         :  คุณกรุณา (มีมิตรไมตรี, ดี, อ่อนโยน, สวย, งาม, ประณีต, พิถีพิถัน) (nice) มากเลย 

                      ขอบคุณนะครับ

เพื่อนบ้าน  :                   ๓                        

 

Dialogue 2  (Items 4 – 7)

(Peter and Alice are neighbors.  One day Peter passes by and sees Alice looking at flowers in her yard.)

Peter     Enjoying yourself ?

Alice                    4             .

Peter      I’m just going to buy some ice-cream.                5             ?   

Alice       Yes, thanks, but let me go with you.

Peter      O.K.

Alice       Mother, do you want any thing ?

Mother  No dear.  Take some money with you.  It’s in my bag.

Alice                      6              .

Mother  Let me get it for you then.  (1 minute later mother gives money to Alice)

Alice       Thank you.

Mother                  7               .

Alice       Don’t worry, mother.  I shan’t.

 

4. (a) No, I’m looking for my lost ring    (ไม่ค่ะ  ฉันกำลังมองหาแหวนที่หายไป)

    (b) No, my dog is lost    (ไม่ค่ะ  สุนัขของฉันหายไป)

    (c) Yes, it’s very hot today    (ใช่ค่ะ  วันนี้ร้อนมาก)

    (d) Yes, it’s very lovely here    (ใช่ค่ะ  ที่นี่น่ารักมาก-สวยงามมาก)

    (e) Yes, I like the movie I saw last night    (ใช่ค่ะ  ฉันชอบหนังที่ฉันดูเมื่อคืนที่ผ่านมา)

5. (a) Would you mind if I get you some    (คุณจะรังเกียจไหม  ถ้าผมซื้อไอศครีมให้คุณ)

    (b) Do you want to have a walk with me    (คุณต้องการไปเดินกับผมไหม)

    (c) Can I get you something to eat    (ผมจะหาอะไรให้คุณทานเอาไหม)

    (d) You like ice-cream, why don’t you come with me    (คุณชอบไอศครีม  ทำไมคุณไม่มากับผมล่ะ)

    (e) Have you had your lunch    (คุณทานอาหารกลางวันหรือยัง)

6. (a) I’ve no idea    (หนูไม่ทราบค่ะ)

    (b) Your bag is expensive, I think    (หนูคิดว่ากระเป๋าถือของแม่ราคาแพง)

    (c) I’ll buy you some food    (หนูจะซื้ออาหารให้แม่)

    (d) You’ve lots of money in your bag    (แม่มีเงินเยอะแยะในกระเป๋าถือ)

    (e) I can’t find it    (หนูหาสตางค์ (หรือกระเป๋า) ไม่เจอค่ะ)

7. (a) Hurry back    (รีบกลับมานะ)

    (b) Don’t lose it    (อย่าทำสตางค์หายนะ)

    (c) Don’t make trouble again next time    (อย่าสร้างปัญหาอีกนะคราวหน้า)

    (d) Be sure you get your change    (แน่ใจนะว่าหนูได้เงินทอนกลับมา)

    (e) Be nice and sweet to Peter    (ทำดีและหวานกับปีเตอร์นะ)

 

(คำแปล)

 

บทสนทนา ๒  (ข้อ ๔ – ๗)

 

(ปีเตอร์และอลิซเป็นเพื่อนบ้านกัน  วันหนึ่งปีเตอร์ผ่านมาและเห็นอลิซกำลังมองดูดอกไม้ในลานบ้าน

ของเธอ)

 

ปีเตอร์  :  กำลังเพลิดเพลินใช่ไหม (Enjoying yourself ?)

อลิซ     :                  ๔                            

ปีเตอร์  :  ผมกำลังจะไปซื้อไอศครีมน่ะ,                  ๕               

อลิซ     :  ค่ะ  ขอบคุณ,  ให้ฉันไปกับคุณนะ

ปีเตอร์  :  โอเค

อลิซ     :  แม่คะ  แม่ต้องการอะไรหรือเปล่า

แม่        :  ไมหรอกหนู,  เอาสตางค์ติดไปด้วยสิ  มันอยู่ในกระเป๋าถือของแม่น่ะ

อลิซ     :                   ๖                             

แม่        :  ให้แม่ไปเอาสตางค์ให้หนูเถอะ  ถ้างั้น  (๑ นาทีต่อมา  แม่เอาเงินให้อลิซ)

อลิซ     :  ขอบคุณค่ะ

แม่        :                    ๗                              

อลิซ     :  ไม่ต้องห่วงค่ะแม่  หนูไม่ทำเงินหายหรอก

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ STRUCTURE