หมวดข้อสอบ STRUCTURE

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 192)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Frank  :  Did you know that Bill and Carol are back from their honeymoon ?

     Sally    So they did get married after all.

Question  What had Sally assumed about Bill and Carol ?

(a) They would not get married.    (พวกเขาจะไม่แต่งงานกัน)  (เนื่องจากแซลลี่เน้นเสียง  did

       (จริงๆ)  ซึ่งแสดงความประหลาดใจ  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอคิดว่าทั้งคู่จะไม่แต่งงานกัน)

(b) They were still away on their honeymoon.    (พวกเขายังคงไปฮันนีมูนกันอยู่)  (ไม่จริง  เนื่องจาก

       แซลลี่แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแต่งงานของทั้งคู่  ไม่ใช่เรื่องฮันนีมูน)

(c) They didn’t go on a honeymoon.    (พวกเขาไม่ไปฮันนีมูน)  (ไม่จริง  เนื่องจากแซลลี่แสดงความเห็น

       เกี่ยวกับการแต่งงานของทั้งคู่  ไม่ใช่เรื่องฮันนีมูน)

(d) They had not planned a large wedding.    (พวกเขามิได้วางแผนการแต่งงานที่ใหญ่โต)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(e) They would get married but might not go on a honeymoon.    (พวกเขาจะแต่งงานกัน  แต่อาจจะไม่

       ไปฮันนีมูน)  (ไม่จริง  เนื่องจากแซลลี่สันนิษฐานว่าพวกเขาจะไม่แต่งงานกัน)

(คำแปล)

แฟรงค์  :  คุณรู้ไหมว่าบิลและแคโรลกลับมาจากฮันนีมูนของพวกเขาแล้วนะ

แซลลี่    :  เหรอ  พวกเขาแต่งงานกันจริงๆ (did get married) จนได้ (ในที่สุด) (after all) นะ

คำถาม  :  แซลลี่ได้สันนิษฐานอะไรเกี่ยวกับบิลและแคโรล ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)   

 

2. James  :  Are you going to the review session for the test ?

     Alice    What’s the point ?

Question  What does Alice mean ?

(a) She has already reviewed for the test.    (เธอได้ทบทวนสำหรับการสอบแล้ว)

(b) The test is important to her.    (การสอบมีความสำคัญสำหรับเธอ)

(c) The review session will not be helpful.    (ภาคการทบทวนจะไม่มีประโยชน์-ไม่ช่วยอะไรได้)

(d) James does not understand her.    (เจมส์ไม่เข้าใจเธอ)

(e) She and James will not go to the review session.    (เธอและเจมส์จะไม่ไปร่วมภาคการทบทวน)  (อลิซ

       น่าจะไม่ไป  ดูจากข้อความที่เธอพูด  แต่เจมส์ไม่แน่  เนื่องจากการสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจมส์  :  คุณจะไปเข้าร่วม (ฟัง) ภาคการทบทวน (review session) สำหรับการสอบไหม (หมายถึง 

               ชั่วโมงที่อาจารย์สอนทบทวนวิชาให้ก่อนการสอบ)

อลิซ   :  มีประโยชน์อะไรหรือ (ช่วยอะไรได้หรือ) (What’s the point ?)

คำถาม  :  อลิซหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “What’s the point ?”  เป็นสำนวน  หมายถึงว่าผู้พูดไม่เชื่อว่าคำแนะนำที่เธอได้รับจะมีประโยชน์  คล้ายกับวลี  “มีประโยชน์อะไรหรือ,  ช่วยอะไรได้หรือ,  ช่วยอะไรได้บ้างล่ะ”  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  D  เป็นการแปลความหมายคำพูดของอลิซที่ไม่ถูกต้อง   

 

3. Mrs. Jones  I think you’ve been busy working on these documents for hours.  How could you

                               concentrate in spite of such a loud noise ?

    Mr. Jones    I’ve to finish writing the company’s annual report by tomorrow.  Tell the children to

                              play outside, please.  I can hardly hear myself think. 

Question  What does Mr. Jones mean ?

(a) He can’t hear what he thinks.    (เขาไม่ได้ยินสิ่งที่เขาคิด)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของมิสเตอร์

       โจนส์ที่ไม่ถูกต้อง)

(b) He has to finish his report the day after tomorrow.    (เขาต้องทำรายงานให้เสร็จในวันหลังจากวันพรุ่งนี้) 

       (ไม่จริง  เขาต้องทำฯ ให้เสร็จในวันพรุ่งนี้)

(c) He works for the government.    (เขาทำงานให้รัฐบาล)  (ไม่จริง  เขาทำงานกับบริษัท)

(d) He’s married but has no children.    (เขาแต่งงานแล้วแต่ไม่มีลูก)  (ไม่จริง  เขามีลูก)

(e) There’s so much noise that he finds it very difficult to concentrate or think about

        anything.    (มีเสียงรบกวนมากจนกระทั่งเขาพบว่ามันยากมากที่จะรวมสมาธิหรือคิดในเรื่องใด)

(คำแปล)

มิสซิสโจนส์     :  ฉันคิดว่าคุณกำลังยุ่งอยู่กับการทำงานกับเอกสารเหล่านี้มาหลายชั่วโมงแล้ว,  คุณ

                             รวบรวมความคิด (มีสมาธิ) (concentrate) ได้อย่างไรทั้งๆ ที่มีเสียงดังอย่างนั้น

มิสเตอร์โจนส์  :  ผมต้องเขียนรายงานประจำปีของบริษัทให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้,  กรุณาบอกลูกๆ ให้

                            ออกไปเล่นข้างนอกนะ,  มีเสียงดังมากจนผมไม่สามารถมีสมาธิหรือคิดอะไรได้ออก

                            เลย (I can hardly hear myself think.) (แปลตรงตัวคือ  ผมแทบไม่ได้ยินตัวเองคิด)

คำถาม  :  มิสเตอร์โจนส์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  I can hardly (หรือ  can’t) hear myself think.  เป็นสำนวน  หมายถึง  “มีเสียงรบกวนมากจนกระทั่งผมพบว่ามันยากมากที่จะรวมสมาธิหรือคิดในเรื่องใด”    

 

4. Sarah  Your check isn’t here.  I suggest that you call your sponsor.

     Peter   Okay.  I’ll be back.

Question  What will Peter probably do ?

(a) Telephone his sponsor.    (โทรศัพท์ไปที่สปอนเซอร์ของเขา)  (เนื่องจากซาราห์พูดว่า  “ฉัน

        แนะนำว่าคุณควรโทรฯ ไปที่สปอนเซอร์ (ผู้อุปถัมภ์) ของคุณ,”  ปีเตอร์ก็น่าจะทำเช่นนั้น)

(b) Collect his check.    (เก็บ (รับ) เช็คของเขา)  (ไม่จริง  เนื่องจากเช็คไม่ได้อยู่ที่นี่)

(c) Help Sarah look for his check.    (ช่วยซาราห์ค้นหาเช็คของเขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Ask Sarah to look again.    (ขอร้องซาราห์ให้หาอีกครั้ง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Ask his sponsor to give his check to Sarah.    (ขอร้องให้สปอนเซอร์ให้เช็คของเขาแก่ซาราห์) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ซาราห์  :  เช็คของคุณไม่ได้อยู่ที่นี่ค่ะ  ฉันแนะนำว่าคุณควรโทรฯ ไปที่สปอนเซอร์ (ผู้อุปถัมภ์) ของคุณ

                  นะคะ

ปีเตอร์   :  ตกลงครับ,  ผมจะกลับมานะ

คำถาม  :  ปีเตอร์น่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

5. Claudia   I still haven’t heard from Columbia University yet.

     Martin    I know it looks grim right now, but don’t give up ! 

 Question  What does Martin mean ?

(a) The university has been slow to respond.    (มหาวิทยาลัยตอบจดหมายช้า)

(b) There are other universities.    (มีมหาวิทยาลัยอื่นๆ)

(c) The situation is not that bad.    (สถานการณ์มิได้เลวร้ายขนาดนั้น)

(d) Claudia should keep trying.    (เคลาเดียควรพยายามต่อไป)

(e) He is confident that Claudia will be admitted to the university.    (เขามั่นใจว่าเคลาเดียจะได้รับการ

       รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย)  (ไม่จริง  เขาบอกเคลาเดียว่าความหวังของเธอริบหรี่  แต่แนะนำไม่ให้เธอยอม

       แพ้ หรือให้พยายามต่อไป)

(คำแปล)

เคลาเดีย  :  ฉันยังคงไม่ได้รับจดหมาย (รับโทรศัพท์) (heard from) จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียเลยค่ะ

มาร์ติน     :  ผมรู้ว่ามันดูมีความหวังริบหรี่ (เคร่งขรึม, เข้มงวด, น่ากลัว, ดุร้าย, ร้ายกาจ) (grim) ในขณะนี้, 

                     แต่อย่ายอมแพ้ (ยอมเลิกเสีย, ยอมรับว่าทำไม่ได้, ละทิ้ง, เลิกทำ, ยอมเข้ามอบตัว) (give up)

                     นะ

คำถาม  :  มาร์ตินหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Don’t give up !  เป็นสำนวน  หมายถึง  “อย่ายอมแพ้,  พยายามต่อไป”  สำหรับ  ข้อ  A, B   และ  C  เป็นการแปลความหมายคำพูดของมาร์ตินที่ไม่ถูกต้อง

 

6. Mary  Were you cited for the accident ?

     Mark  No.  It wasn’t my fault and no one was hurt.  But my insurance rates went up anyway.

Question  What problem does Mark have ?

(a) His citation.    {หมายศาล-หมายเรียก (การอ้าง, การอ้างอิง) ของเขา}  (ไม่จริง  เนื่องจากเขาไม่ได้ถูกออก

       หมายเรียกตัวไปศาล) 

(b) His injuries.    (บาดแผลของเขา)  (ไม่จริง  เนื่องจากไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ)

(c) His guilty conscience.    (ความรู้สึก (สำนึก) ผิดของเขา)  (ไม่จริง  เนื่องจากมาร์ครู้ว่ามันไม่ใช่ความผิด

       ของเขา)

(d) His reputation.    (ชื่อเสียงของเขา)  (ไม่จริง  เนื่องจากไม่ใช่ความผิดของเขา)

(e) His insurance rates.    (อัตรา (เบี้ย) ประกันภัยของเขา)  (ดูจากข้อความ  “...............อัตราประกัน

       ภัยของผมสูงขึ้น..............”)

(คำแปล)

แมรี่    :  คุณถูกออกหมายเรียกตัวไปศาล (อ้างอิง, กล่าวอ้าง, ชมเชย, กระตุ้น, เรียกหา) (cited) 

               สำหรับอุบัติเหตุหรือเปล่าคะ

มาร์ค  :  ไม่ครับ,  มันไม่ใช่ความผิด (fault) ของผม  และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ (ได้รับอันตราย(was

                hurt)  แต่อัตรา (เบี้ย) ประกันภัย (insurance rates) ของผมเพิ่มสูงขึ้น  อย่างไรก็ตาม

คำถาม  :  มาร์คมีปัญหาอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

7. Carol   Vanesa got accepted to Yale.

     Eddy   Really ?  I thought they required a 600 or 650 on the TOEFL.

Question  What had Eddy assumed about Vanesa ?

(a) She was planning to go to Yale.    (เธอกำลังวางแผนที่จะเรียนที่เยล)  (เป็นแผนของวาเนสซา  มิใช่การ

       สันนิษฐานของเอ็ดดี้)

(b) She could not score in the 600s on the TOEFL.    (เธอไม่สามารถทำคะแนนโทเฟิลในช่วง

        ๖๐๐ ขึ้นไป)  (เนื่องจากเอ็ดดี้แสดงความประหลาดใจที่วาเนสซาได้รับเข้าเรียนในเยล  และแสดง

        ความเห็นเกี่ยวกับข้อกำหนดคะแนนโทเฟิล  เขาจะต้องสันนิษฐานว่าวาเนสซาไม่ได้ทำคะแนนโท

        เฟิลได้สูงพอ)

(c) She would be accepted at Yale.    (เธอจะได้รับเข้าเรียนที่เยล)  (ไม่จริง  เนื่องจากเอ็ดดี้ประหลาดใจใน

       การได้รับการยอมรับเข้าเรียนของเธอ)

(d) She didn’t want to go to Yale.    (เธอไม่ต้องการไปเรียนที่เยล)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She scored between 600 and 650 on the TOEFL.    (เธอทำคะแนนโทเฟิลได้ระหว่าง ๖๐๐ และ ๖๕๐) 

       (ไม่จริง  เขาสันนิษฐานว่าวาเนสซาทำคะแนนโทเฟิลได้ไม่สูงพอตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด  คือ  ๖๐๐ หรือ

       ๖๕๐ คะแนน)

(คำแปล)

แคโรล  :  วาเนสซาได้รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเยลค่ะ

เอ็ดดี้    :  จริงๆ หรือ,  ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยฯ ต้องการคะแนนโทเฟิล ๖๐๐ หรือ ๖๕๐ คะแนนนะครับ

คำถาม  :  เอ็ดดี้ได้สันนิษฐานอะไรเกี่ยวกับวาเนสซา ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)   

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 191)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Mark  I’ll be right back.  Can you watch my book bag for a minute ?

     Alice  Sure.  I’ll be glad to.

Question  What does Alice agree to do for Mark ?

(a) Tell him the time.    (บอกเวลาเขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Take care of his bag.    (ดูแลกระเป๋าของเขา)  (ดูจากข้อความ  “คุณช่วยเฝ้าระวังกระเป๋าหนังสือ

       ของผมได้ไหมครับ”)

(c) Help him find his books.    (ช่วยเขาหาหนังสือ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Go with him.    (ไปกับเขา)  (ไม่จริง  มาร์คต้องการให้อลิซอยู่กับกระเป๋าหนังสือของเขา)

(e) Take his book bag to his school.    (นำกระเป๋าหนังสือของเขาไปที่โรงเรียน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

มาร์ค  :  ผมจะกลับมาในอีกประเดี๋ยวหนึ่ง,  คุณช่วยเฝ้าดู (เฝ้าระวัง) (watch) กระเป๋าหนังสือของผม

               สักแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ

อลิซ   :  แน่นอนค่ะ  ฉันยินดีจะดูให้ค่ะ

คำถาม  :  อลิซตกลงจะทำอะไรให้มาร์ค ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Paula  I’m really tired of living in this tiny apartment.

     Gary   I hear you.

Question  What does Gary mean ?

(a) He has heard Paula talk about this often.    (เขาได้ยินพอลลาพูดเกี่ยวกับสิ่งนี้บ่อยๆ)

(b) He understands Paula’s point of view.    (เขาเข้าใจความคิดเห็นของพอลลา)

(c) He is too tired to talk about it.    (เขาเบื่อเกินไปที่จะคุยเกี่ยวกับมัน)  (ไม่จริง, พอลลาเบื่อที่จะอยู่ในห้อง

       เช่าเล็กๆ  ไม่ใช่ความรู้สึกของแกรี่ที่มีต่อการสนทนา)

(d) He can hear Paula very well.    (เขาสามารถได้ยินพอลลาได้อย่างดีมาก)

(e) He has never lived in a tiny apartment.    (เขาไม่เคยอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

พอลลา  :  ฉันเบื่อ (เหนื่อย) (tired) จริงๆ กับการอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กจิ๋ว (tiny) นี้

แกรี่        :  ผมเข้าใจที่คุณพูดนะ (I hear you.)

คำถาม  :  แกรี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “I hear you.”  เป็นสำนวน  หมายถึง  ผู้พูดเข้าใจความคิดเห็น (ข้อคิดเห็น, แง่คิด) ของอีกฝ่ายหนึ่ง (คู่สนทนา),  สำหรับ  ข้อ  A  และ  D  เป็นการแปลความหมายคำพูดของแกรี่ที่ไม่ถูกต้อง

 

3. Smith    Is that Mike’s car ?  I thought you said that Mike was spending spring break in Florida.

     Pamela  That’s Mike’s brother.  He’s using the car while Mike’s away.

Question  What does Pamela imply ?

(a) Mike does not have a car.    (ไมค์ไม่มีรถยนต์)  (ไม่จริง  เนื่องจากน้องชายของไมค์กำลังใช้รถยนต์ของเขา)

(b) Mike’s brother is taking a break.    (น้องชายของไมค์กำลังหยุดพัก)  (ไม่จริง,  ไมค์กำลังหยุดพัก  ไม่ใช่

       น้องชายของเขา)

(c) Mike is in Florida.    (ไมค์อยู่ในฟลอริดา)  (เนื่องจากน้องชายของไมค์กำลังใช้รถยนต์ในขณะที่

       ไมค์ไม่อยู่  จึงอาจสรุปได้ว่าไมค์อยู่ในฟลอริดาตามที่ได้วางแผนไว้)

(d) Mike is visiting his brother.    (ไมค์กำลังเยี่ยมเยียนน้องชายของเขา)  (ไม่จริง,  น้องชายของไมค์อยู่ที่นี่  

       ส่วนไมค์อยู่ในฟลอริดา)

(e) Mike is using his brother’s car.    (ไมค์กำลังใช้รถยนต์ของน้องชาย)  (ไม่จริง  แต่ตรงกันข้าม)

(คำแปล)

สมิธ        :  นั่นคือรถยนต์ของไมค์ใช่ไหมครับ  ผมคิดว่าคุณพูดว่าไมค์กำลังใช้เวลาหยุดพักฤดูใบไม้ผลิ

                    (spending spring break) ในฟลอริดา

พาเมล่า  :  นั่นคือน้องชายของไมค์  เขากำลังใช้รถยนต์ (คันนี้) ในขณะที่ไมค์ไม่อยู่ (Mike’s away)

คำถาม  :  พาเมล่าบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

4. Susan  You’d better start working on that project.  It’s due in a week.

     Willie  I will.  I’ll get it done.

Question  What does Susan advise Willie to do ?

(a) Get a job.    (หางานทำ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Finish the assignment.    (ทำงานที่ได้รับมอบหมาย (การบ้าน) ให้แล้วเสร็จ)  (ไม่จริง  เนื่องจากวิลลี่ยังไม่

       ได้เริ่มต้นทำมัน)

(c) Pay his bills.    (จ่ายเงินค่าบิลต่างๆ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Put off his project for another week.    (เลื่อนโครงการของเขาออกไปอีก ๑ สัปดาห์)  (ไม่จริง  ซูซานแนะ

       นำให้เขาเริ่มต้นโครงการได้แล้ว)

(e) Begin his project.    (เริ่มต้นโครงการของเขา)  (ดูจากข้อความ  “คุณควรเริ่มต้นทำงานในโครง

       การนั้นดีกว่า”)

(คำแปล)

ซูซาน  :  คุณควรเริ่มต้นทำงานในโครงการนั้นดีกว่า  มันจะครบกำหนดในอีก ๑ สัปดาห์นะคะ (It’s due

                 in a week.)

วิลลี่      :  ครับ  ผมจะทำมัน

คำถาม  :  ซูซานแนะนำวิลลี่ให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

5. Cynthia  Here is the telephone number for customer service.

     George   Good.  Let’s settle this once and for all.

Question  What does George mean ?

(a) He wants to arrive at a permanent solution to the problem.    (เขาต้องการบรรลุถึงวิธีแก้

       ปัญหาอย่างถาวร)

(b) The problem has been resolved.    (ปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว)  (ไม่จริง  เนื่องจากพวกเขากำลังจัดการกับ

       ปัญหาให้เสร็จสิ้นในขณนี้)

(c) Cynthia should call customer service.    (ซินเธียควรโทรฯ ไปที่แผนกบริการลูกค้า)  (ไม่จริง  เนื่องจาก

       ซินเธียเป็นผู้ให้เบอร์โทรฯ แก่จอร์ช)

(d) They need to call information for the number.    (พวกเขาต้องการ (จำเป็นต้อง) โทรฯไปสอบถามข้อมูล

       หมายเลขโทรศัพท์)  (ไม่จริง  เนื่องจากซินเธียมีเบอร์โทรฯ แล้ว)

(e) He persuades Cynthia to settle in a new place.    (เขาชักชวนซินเธียให้ตั้งรกราก-ถิ่นฐานในสถานที่แห่ง

       ใหม่)  (ไม่จริง  เนื่องจาก  “Settle this”  ในความหมายของจอร์ช  คือ “จัดการปัญหา หรือตกลงแก้ไขปัญหา

       ให้เสร็จสิ้น,”  สำหรับ  “Settle”  มีความหมายหลายอย่าง  คือ  “จัด, จัดการ, จัดการให้เสร็จสิ้น, ตกลง, ขจัด

       ให้เสร็จสิ้น, ตั้งรกราก, ตั้งถิ่นฐาน, ตั้งหลักแหล่ง, อพยพเข้า, สงบใจ, ทำให้สงบ, ทำให้ค่อยๆ จมลง, ตั้ง

       ให้ตะกอนนอนก้น, ค่อยๆ จมลง, นอนก้น, (ฝุ่น) สงบ, จ่ายเงิน, ชำระ (คดี), ชำระหนี้, ชำระบัญชี, ปิดบัญชี,

       พักผ่อน ฯลฯ)

(คำแปล)

ซินเธีย  :  นี่คือหมายเลขโทรศัพท์สำหรับแผนกบริการลูกค้า (customer service) ค่ะ

จอร์ช    :  ดีแล้ว,  เรามาจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้น (settle this) อย่างถาวร (ครั้งเดียวและไม่อีกเลย,

                  อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, อย่างแน่นอน) (once and for all) กันเถอะ {จอร์ชจะโทรฯ ไปที่

                  แผนกบริการลูกค้าเพื่อพูดคุยและจัดการแก้ปัญหาที่มีอยู่ (กับบริษัท หรือร้านค้า ฯลฯ)

                  อย่างถาวร}

คำถาม  :  จอร์ชหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)  “To settle something once and for all”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “บรรลุถึงวิธีแก้ปัญหา หรือการแก้ปัญหาอย่างถาวร

 

6. Justin  Do you want to go to the International Talent Show ?

     Joan     Sure.  Why not ?

 Question  What does Joan mean ?

(a) She is not sure about going.    (เธอไม่แน่ใจเกี่ยวกับการไปดู)

(b) She does not want to go to the show.    (เธอไม่ต้องการไปดูการแสดง)

(c) She wants to know why Justin asked her.    (เธอต้องการรู้ว่าทำไมจัสตินจึงถามเธอ)

(d) She would like to go with Justin.    (เธออยากจะไปกับจัสติน)

(e) She asks Justin why she has to go.    (เธอถามจัสตินว่าทำไมเธอจำเป็นต้องไปดู)

(คำแปล)

จัสติน   :  คุณต้องการไปดู “การแสดงของผู้มีความสามารถพิเศษนานาชาติ” ไหม

โจแอน  :  แน่นอน,  ทำไมจะไม่ไปล่ะ (Sure.  Why not ?)

คำถาม  :  โจแอนหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Why not”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ผู้พูดเห็นด้วยกับคำถาม หรือแผนการของคู่สนทนา,”  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของโจแอนที่ไม่ถูกต้อง

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 190)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Dentist             I would like to take an X-ray, Mrs. Johnson.  I can’t be sure, but I think you have

                                   a small cavity starting in one of your back molars, and if so, I want you to make

                                   an appointment before it begins to give you problems.

    Mrs. Johnson  I have been so careful about eating too many sweets, too.  I don’t know why my

                                   teeth get so many cavities.

Question  What are the dentist and Mrs. Johnson discussing ?

(a) Sweets.    (ของหวาน)

(b) X-rays.    (เอกซเรย์)

(c) An appointment.    (การนัดหมาย)

(d) Have Mrs. Johnson’s teeth pulled out.    (ให้หมอถอนฟันของมิสซิสจอห์นสัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Mrs. Johnson’s teeth.    (ฟันของมิสซิสจอห์นสัน)

(คำแปล)

ทันตแพทย์  :  ผมอยากจะเอกซเรย์คุณ  มิสซิสจอห์นสัน,  ผมไม่แน่ใจนะ  แต่ผมคิดว่าคุณมีโพรง (หลุม,

                         ถ้ำ, แอ่ง) (cavity) เล็กๆ ซึ่งเริ่มต้นในฟันกราม (molars) ด้านหลังซี่หนึ่งของคุณ  และถ้า

                         เป็นเช่นนั้น  ผมต้องการให้คุณนัดหมาย (มาพบผม) ก่อนที่มันจะเริ่มสร้างปัญหาให้คุณ

                         (give you problems)

จอห์นสัน     :  ฉันได้ระมัดระวังอย่างมากเกี่ยวกับการกินของหวาน (sweets) มากเกินไปด้วยเช่นกัน, 

                        ฉันไม่รู้ว่าทำไมฟันของฉันจึงมีโพรงมากเหลือเกิน

คำถาม  :  ทันตแพทย์และมิสซิสจอห์นสันกำลังหารืออะไรกัน ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  สำหรับ ข้อ  A, B  และ  C  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวกับเรื่องหลักในการสนทนา คือ ฟันของมิสซิสจอห์นสัน

 

2. Mark  Hi, Mary.  Did you get a letter from your family ?

     Mary  I’m afraid not.  This is a telephone bill.

 Question  What does Mary mean ?

(a) She did not get a letter from her family today.    (เธอไม่ได้รับจดหมายจากครอบครัววันนี้)

       (ข้อความ  “I’m afraid not.”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “โชคไม่ดีเลย  ยังค่ะ”)

(b) She is worried about the letter that she got from her family.    (เธอวิตกเกี่ยวกับจดหมายที่เธอได้

       รับจากครอบครัว)  (ไม่จริง  เธอยังไม่ได้รับจดหมาย)

(c) She is worried about the money that she owes.    (เธอวิตกเกี่ยวกับเงินที่เธอเป็นหนี้)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง,  รู้แต่เพียงว่าเธอได้รับบิลค่าโทรศัพท์) 

(d) She does not expect to get any letters from her family.    (เธอไม่ได้คาดหวังจะได้รับจดหมายใดๆ

       จากครอบครัว)  (ไม่จริง  เธอผิดหวังที่ไม่ได้รับจดหมาย)

(e) She gets a telephone bill from her family instead.    (เธอได้รับบิลค่าโทรศัพท์จากครอบครัวแทน –

       จดหมาย)  (ไม่จริง  บิลฯ เป็นของบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์)

(คำแปล)

มาร์ค  :  หวัดดี  แมรี่,  คุณได้รับจดหมายจากครอบครัวของคุณหรือยังล่ะ

แมรี่    :  ฉันเกรงว่ายังนะ,  นี่เป็นบิลค่าโทรศัพท์ค่ะ

คำถาม  :  แมรี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

3. Officer  I am sorry, Miss.  Flight six twenty-two has already departed.

     Lucy      Oh.  All right.  Can you please tell me where I can find a telephone ?

Question  What will Lucy probably do ?

(a) Return home.    (กลับบ้าน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) Ask someone else about the flight.    (ถามคนอื่นเกี่ยวกับเที่ยวบิน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(c) Make a telephone call.    (โทรศัพท์)  (เนื่องจากลูซี่ถามว่าเธอจะหาโทรศัพท์ได้ที่ไหน  เธอจึงน่า

       จะโทรศัพท์)

(d) Board the plane.    (ขึ้นเครื่องบิน)  (ไม่จริง  เครื่องบินได้ออกไปแล้ว)

(e) Wait for someone at the airport.    (รอใครบางคนที่สนามบิน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

 (คำแปล)

เจ้าหน้าที่   :  ผมเสียใจครับคุณผู้หญิง,  เที่ยวบิน ๖๒๒ ได้จากไป (ออก, ออกจาก, แยกไป, ตาย)

                       (departed) แล้วครับ

ลูซี่             :  โอ้  เอาเถอะ,  คุณจะกรุณาบอกฉันได้ไหมคะ  ว่าฉันจะสามารถหาโทรศัพท์ได้ที่ไหน

คำถาม  :  ลูซี่น่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

4. George  Have you bought your books yet ?

     Jane      I tried to, but the math and English books were sold out.

Question  What does Jane mean ?

(a) She will go to the bookstore.    (เธอจะไปที่ร้านขายหนังสือ)  (ไม่จริง  เธอได้พยายามที่จะซื้อหนังสือ

       ที่ร้านแล้ว)

(b) The books were too expensive.    (หนังสือมีราคาแพงเกินไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) There weren’t any math and English books left.    (ไม่มีหนังสือคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ

       เหลือเลย)  (“Sold out”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ขายหมดแล้ว,  ไม่มีเหลือเลย”)

(d) She does not need any books.    (เธอไม่ต้องการหนังสือใดๆ)  (ไม่จริง  เธอพยายามที่จะซื้อหนังสือ)

(e) The math and English books were sold outside the bookstore.    (หนังสือคณิตศาสตร์และภาษา

       อังกฤษถูกขายนอกร้านฯ)  (ไม่ใช่,  “Sold out”  หมายถึง  “ขายหมดแล้ว,  ไม่มีเหลือเลย”)

(คำแปล)

จอร์ช  :  คุณได้ซื้อหนังสือของคุณหรือยังครับ

เจน     :  ฉันพยายามจะซื้อ (tried to)  แต่หนังสือคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ (ถูก) ขายหมดแล้ว

                (sold out) ค่ะ

คำถาม  :  เจนหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Jack    I don’t have to be there until seven. 

    Carol   The traffic is really bad though.  You’d better leave a few minutes early.

Question  What does Carol suggest Jack do ?

(a) Take a different route.    (ไปโดยเส้นทางที่ต่างออกไป,  ไปอีกเส้นทางหนึ่ง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Leave earlier than planned.    (ออกเดินทางเร็วกว่าที่วางแผนไว้)  (ดูจากข้อความ  “คุณควรจะ

       ออกเดินทางเร็วขึ้นสักสองสามนาทีดีกว่า”)

(c) Wait until seven to leave.    (รอจนกระทั่งทุ่มหนึ่งจึงออกเดินทาง)  (๑ ทุ่มเป็นเวลาที่แจ๊คต้องไปถึงที่นั่น 

       ไม่ใช่เวลาที่เขาควรออกเดินทาง)

(d) Stay at home.    (พักอยู่บ้าน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Wait a few minutes until the traffic is better.    (รอสองสามนาทีจนกระทั่งการจราจรดีขึ้น)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แจ๊ค      :  ผมไม่จำเป็นต้องไปถึงที่นั่นจนกระทั่งทุ่มหนึ่ง

แคโรล  :  การจราจรเลวร้ายจริงๆ แม้กระนั้นก็ตาม,  คุณควรจะออกเดินทางเร็วขึ้นสักสองสามนาทีดีกว่า

                  (You’d better leave a few minutes early.)

คำถาม  :  แคโรลแนะนำแจ๊คให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. Paul     You don’t like the new graduate assistant, do you ?

     Laura   No.  He makes fun of his student’s mistakes. 

Question  What does Laura mean ?

(a) The class with the graduate assistant is very enjoyable.    (ชั้นเรียนที่มีผู้ช่วยสอนนักศึกษาภาคบัณทิต

        น่าเพลิดเพลิน-สนุกมาก)

(b) The students make a lot of errors in the class.    (นักศึกษาทำผิดพลาดมากมายในชั้นเรียน)

(c) The graduate assistant ridicules his students.    (ผู้ช่วยสอนนักศึกษาภาคบัณทิตล้อเลียน

       (ridicules) (ริ้ด-ดิ-คิวล์) นักเรียนของตน)

(d) She is sorry that she took the class with the graduate assistant.    (เธอเสียใจที่เธอเข้าเรียนกับ

       ผู้ช่วยสอนนักศึกษาภาคบัณทิต)

(e) The graduate assistant makes more mistakes than his students.    (ผู้ช่วยสอนนักศึกษาภาคบัณทิต

       ทำความผิดพลาดมากกว่านักเรียนของตน)

(คำแปล)

พอล   :  คุณไม่ชอบผู้ช่วยสอนนักศึกษาภาคบัณทิต (graduate assistant) คนใหม่  ใช่ไหมครับ

ลอร่า  :  ไม่ชอบ,  เขาล้อเลียน (makes fun of) ความผิดพลาดของนักเรียนของเขาค่ะ

 คำถาม  :  ลอร่าหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “To make fun of”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ล้อเลียน,”  สำหรับ  ข้อ    A, B, D และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของลอร่าที่ไม่ถูกต้อง

หมายเหตุ  -    Graduate assistant”  คือ  นักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระดับปริญญาเอก (อาจมีระดับปริญญาโทบ้าง)  ทำหน้าที่ช่วยอาจารย์สอนหนังสือนักศึกษาปริญญาตรี-โท  (มักเป็นในห้องปฏิบัติการ)  นักศึกษาพวกนี้มักได้ค่าจ้างตอบแทนและได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าเทอมด้วย

 

7. Helen  Susan told me what you said about my accent.

     Peter   :   I don’t know what she told you, but I really didn’t mean it as a put down.

Question  What does Peter mean ?

(a) He did not mean to insult Helen.    (เขาไม่ได้ตั้งใจจะดูถูก-สบประมาทเฮเลน)

(b) What he said to Susan was true.    (สิ่งที่เขาพูดกับซูซานเป็นความจริง)

(c) Helen does not have an accent.    (เฮเลนไม่มีสำเนียง)

(d) Susan did not report the conversation accurately.    (ซูซานมิได้รายงานการสนทนาอย่างถูกต้อง)

(e) He thought that Helen’s English was not good enough.    (เขาคิดว่าภาษาอังกฤษของเฮเลนไม่ดีพอ)

(คำแปล)

เฮเลน    :  ซูซานบอกฉันว่าคุณพูดอะไรเกี่ยวกับสำเนียง (accent) ของฉัน

ปีเตอร์   :  ผมไม่ทราบว่าเธอบอกอะไรคุณ  แต่จริงๆ แล้วผมมิได้ตั้งใจ (มุ่งหมาย, มีเจตนา, หมายความ)

                  (mean) ให้มันเป็นการดูถูก-สบประมาท (a put down) (คุณ)

คำถาม  :  ปีเตอร์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)  “A put down”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “การดูถูก, การดูหมิ่น, การสบประมาท, การหมิ่นประมาท”  ในสิ่งที่ผู้อื่นพูดหรือทำ  โดยทำให้ผู้นั้นดูเหมือนเป็นคนโง่ในสายตาคนอื่น,  สำหรับ  ข้อ  B, C, D  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของปีเตอร์ที่ไม่ถูกต้อง

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 189)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Frank  What are you going to do this weekend ?  Maybe we can play some tennis. 

    Janet   Don’t tempt me.  I have to study for my qualifying examinations.  I take them on Monday.

Question  What does Janet mean ?

(a) She does not know how to play tennis.    (เธอไม่รู้วิธีเล่นเทนนิส)  (ไม่จริง  เนื่องจากเจเน็ตพูดว่าเธอ

       ถูกยั่วใจให้ไปเล่นฯ)

(b) She has to study.    (เธอจำเป็นต้องอ่านหนังสือ)  (ตามที่เจเน็ตกล่าว  เธอต้องอ่านหนังสือเพื่อ

       การสอบเพื่อให้มีคุณวุฒิครบถ้วน – ก่อนจบการศึกษา)

(c) She does not like Frank.    (เธอไม่ชอบแฟรงค์)  (ไม่จริง  เนื่องจากเจเน็ตพูดว่าเธอถูกยั่วใจให้ไปเล่นฯ)

(d) She does not qualify to play.    (เธอไม่มีคุณสมบัติที่จะเล่น)  (ไม่ใช่,  เจเน็ตจะเข้าสอบเพื่อให้มีคุณวุฒิ

       ครบถ้วนเพื่อรับปริญญา  เธอไม่ได้กำลังพยายามจะมีคุณวุฒิเพื่อเล่นเทนนิส)

(e) She is willing to play tennis after her exam.    (เธอเต็มใจจะเล่นเทนนิสภายหลังการสอบ)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แฟรงค์  :  คุณจะทำอะไรสุดสัปดาห์นี้  บางที  เราสามารถเล่นเทนนิสได้นะ

เจเน็ต    :  อย่ายั่วใจ (ยั่วยวน, ล่อใจ, ล่อ, หยั่งเชิง, ทดสอบ) (tempt) ฉันเลย,  ฉันจำเป็นต้องเรียนหนัง

                  สือเพื่อการสอบเพื่อให้มีคุณวุฒิครบถ้วน (qualifying examinations),  ฉันจะสอบมันในวัน

                  จันทร์ (ที่จะถึง)

คำถาม  :  เจเน็ตหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Lucas            Does attendance count toward the grade in this class ?

     Prof. Smith  No.  I have an attendance requirement for undergraduates, but not for graduate

                                students.

Question  What does Professor Smith mean ?

(a) She has no attendance policy.    (เธอไม่มีนโยบายการเข้าเรียน – ของนักศึกษา)  (ไม่จริง,  เธอมีนโย

        บายฯ สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี)

(b) The attendance policy is not the same for undergraduates and graduate students.   

        (นโยบายการเข้าเรียนไม่เหมือนกัน  สำหรับนักศึกษาปริญญาตรีและนักศึกษาภาคบัณทิต)

        (อาจารย์สมิธกล่าวว่า  “ฉันมีความต้องการ (ข้อกำหนด) ในการเข้าเรียน (หมายถึง  นักศึกษา

        ต้องเข้าเรียนในชั้น) สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี,  แต่ไม่มีฯ สำหรับนักศึกษาภาคบันทิต

        (ระดับปริญญาโท-เอก)”)

(c) The grade will be affected by absences.    (คะแนนจะไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดเรียน)  (ไม่จริง, 

        อาจารย์สมิธตอบว่า  “ไม่เหมือนกันระหว่างนักศึกษาป. ตรี และป. โท-เอก”  เมื่อถูกถามว่าการเข้าเรียนนับ

        เป็นคะแนนหรือเปล่า)  (นักศึกษาปริญญาตรีต้องเข้าเรียนในชั้น)

(d) This class is not for graduate students.    (ชั้นเรียนนี้มิใช่สำหรับนักศึกษาภาคบัณทิต)  (ไม่จริง, 

       อาจารย์สมิธมีข้อกำหนดให้ต้องเข้าเรียนสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี  แต่ไม่มีฯ สำหรับนักศึกษาภาคบัณทิต, 

       ซึ่งแสดงว่าชั้นเรียนนี้สำหรับนักศึกษากลุ่มหลังนี้ด้วย)

(e) She prefers to teach undergraduates to graduate students.    (เธอชอบสอนนักศึกษาปริญญาตรีมาก

       กว่านักศึกษาภาคบัณทิต)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ลูคัส  :  การเข้าเรียนนับเป็นคะแนน (attendance count toward the grade) ในชั้นเรียนนี้เหรือ

             เปล่าครับ

สมิธ  :  ไม่หรอก,  ฉันมีความต้องการ (ข้อกำหนด) ในการเข้าเรียน (attendance requirement)

               (หมายถึง  นักศึกษาต้องเข้าเรียนในชั้น) สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี (undergraduates),  

               แต่ไม่มีฯ สำหรับนักศึกษาภาคบันทิต (ระดับปริญญาโท-เอก) (graduate students)

คำถาม  :  อาจารย์สมิธหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. Kathy  Where is the best place to buy cakes ?

    Simon  Well, the Dutch Oven is the best place, but it is closed right now.  Why don’t you try Mama’s

                     Bake Shop on Wells Street ?

Question  What will Kathy probably do ?

(a) Make a cake.    (ทำขนมเค้ก)  (ไม่จริง  เนื่องจากเคธี่ต้องการซื้อเค้ก)

(b) Visit her mother.    (ไปเยี่ยมแม่ของเธอ)  (“มาม่าเบ๊คช็อพ”  เป็นชื่อร้านขนมปังที่ไซมอนแนะนำเคธี่ให้ไป

       ซื้อเค้ก  มิใช่ที่ที่เคธี่จะไปเยี่ยม)

(c) Go to the bakery.    (ไปที่ร้านขนมปัง)  (เนื่องจากเคธี่ถามว่าจะไปซื้อเค้กได้ที่ไหน  และไซมอนแนะ

       นำร้านขนมปัง  จึงอาจสรุปได้ว่า  เคธี่จะไปร้านขนมปัง)

(d) Eat at the Dutch Oven.    (ทานที่ร้านดัชท์โอเวน)  (ไซมอนแนะนำให้เคธี่ไปซื้อเค้กที่ร้านนี้)

(e) Try to eat cakes at Mama’s Bake Shop.    (พยายามกินเค้กที่ร้านมาม่าส์เบ๊คช็อฟ)  (เป็นการแปลความ

        หมายคำพูดของไซมอนที่ผิด  เพราะไซมอนแนะนำให้เคธี่ลอง (try) ไปซื้อเค้กที่ร้านนี้  มิใช่ให้พยายามกิน

        (try to eat) เค้กที่ร้านนี้)

(คำแปล)

เคธี่        :  สถานที่ดีที่สุดที่จะซื้อเค้กอยู่ที่ไหนคะ

ไซมอน  :  อ้อ  ร้าน “ดัชท์โอเวน” (เตาอบดัชท์) เป็นสถานที่ดีที่สุดครับ  แต่มันปิดอยู่ในขณะนี้,  ทำไม

                  คุณไม่ลอง (try) ไปที่ร้าน “มาม่าส์เบ๊คช็อพ” (ร้านอบของแม่) ที่ถนนเวลส์ล่ะครับ   

คำถาม  :  เคธี่น่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

4. Sarah  How do you like your new job, Bill ?

     Bill      Fine.  This week I have been reading the financial reports and studying the books.  Next

                     week I will probably start to handle some of the accounts.

Question  What can be inferred about Bill ?

(a) He is a librarian.    (เขาเป็นบรรณารักษ์)

(b) He is a professor.    (เขาเป็นอาจารย์)

(c) He is an accountant.    (เขาเป็นนักบัญชี-สมุห์บัญชี)  (จากการอ้างถึง  “รายงานทางการเงิน”,

       “บัญชี” (books)  และ  “บัญชี” (accounts)  จึงอาจสรุปได้ว่า  บิลเป็นนักบัญชี)

(d) He is a reporter.    (เขาเป็นผู้สื่อข่าว)

(e) He is a clerk.    (เขาเป็นเสมียน)

(คำแปล)

ซาราห์  :  คุณชอบงานใหม่ของคุณมากน้อยเพียงไร,  บิล

บิล         :  ดีครับ,  สัปดาห์นี้ผมกำลังอ่านรายงานทางการเงินและกำลังศึกษาบัญชี (books) อยู่, 

                  สัปดาห์หน้า  ผมอาจจะเริ่มต้นจัดการ (กระทำ, ควบคุม, สัมผัส, จับ, แตะ, ค้าขาย) (handle)

                  บัญชี (accounts) บางบัญชีครับ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับบิล ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Fred   Have you talked to Ali lately ?  I thought that he was studying at the American Language

                    Institute, but yesterday I saw him going into the chemistry lab in the engineering building.

     Alice  That is not surprising.  Ali is a part-time student this term.  He is taking three classes at

                    the Institute and one class at the university.

Question  What does Alice say about Ali ?

(a) He is studying only at the American Language Institute.    (เขากำลังศึกษาอยู่เฉพาะที่สถาบันภาษา

       อเมริกันเท่านั้น)  (ไม่จริง  เขากำลังเรียนอยู่ที่ทั้งสถาบันฯ และมหาวิทยาลัย)

(b) He is taking three classes at the university.    (เขากำลังเรียน ๓ วิชาที่มหาวิทยาลัย)  (ไม่จริง  เขาเรียน

       ๓ วิชาที่สถาบันฯ  และ ๑ วิชาที่มหาวิทยาลัย)

(c) He is a part-time student.    (เขาเป็นนักเรียนพาร์ตไทม์)  (อลิซกล่าวว่าอาลีเป็นนักเรียนพาร์ต

       ไทม์เทอมนี้)

(d) He is surprised.    (เขาประหลาดใจ)  (ไม่จริง,  เฟร็ดเป็นผู้ประหลาดใจ  ไม่ใช่อาลี,  โดยอลิซกล่าวว่าเรื่อง

       ที่เฟร็ดพูดเกี่ยวกับอาลีไม่น่าประหลาดใจ)

(e) He wants to be a linguist.    (เขาต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญในภาษาศาสตร์-ผู้พูดได้หลายภาษา)  (ไม่น่า

       จะใช่  เขาน่าจะเรียนด้านวิศวกรรมเนื่องจากเขาเข้าไปเรียนในห้องแล็บทางเคมีของตึกวิศวกรรม,  ที่เขา

       เรียนภาษา ๓ วิชา  น่าจะเป็นเพราะมีปัญหาด้านภาษา)

(คำแปล)

เฟร็ด  :  คุณได้คุยกับอาลีไหมหมู่นี้,  ผมคิดว่าเขากำลังเรียนอยู่ที่สถาบันภาษาอเมริกัน  แต่เมื่อวานนี้

               ผมเห็นเขากำลังเข้าไปข้างในห้องปฏิบัติการทางเคมีในตึกวิศวกรรมครับ

อลิซ   :  นั่นไม่น่าประหลาดใจเลยค่ะ  อาลีเป็นนักเรียนพาร์ตไทม์ (บางเวลา) เทอมนี้,  เขากำลังเรียน

               ๓ วิชา (three classes) ที่สถาบันฯ  และ ๑ วิชา (one class) ที่มหาวิทยาลัย

คำถาม  :  อลิซพูดอะไรเกี่ยวกับอาลี ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. Paul        Hello, Miss Evans ?  This is Paul Thompson.  I would like to talk with my wife, please.

     Evans     Oh, Paul.  You just missed her.

Question  What does Evans mean ?

(a) She will help Paul.    (เธอจะช่วยเหลือพอล)

(b) She is not Miss Evans.    (เธอไม่ใช่มิสอีแวนส์)

(c) Paul’s wife has already gone.    (ภรรยาของพอลได้ไปเสียแล้ว)  (“To just miss someone” 

       เป็นสำนวน  หมายถึง  “บุคคลนั้นได้ไปแล้ว  คือ  พลาดจาก หรือไม่ได้พบบุคคลนั้น)

(d) Paul should wait for his wife to answer the call.    (พอลควรรอภรรยาของเขามารับโทรศัพท์)

(e) Paul missed his wife because he didn’t see her for a long time.    (พอลคิดถึงภรรยาของเขา  เพราะ

       ว่าเขาไม่ได้พบเธอมาเป็นเวลานาน)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของอีแวนส์ที่ผิด,  “You just missed

       her.”  หมายถึง  “คุณพลาดจากเธอเมื่อกี้นี่เอง”  คือ  “เธอเพิ่งออกไปก่อนที่คุณโทรฯ มา,”  ส่วน  “Paul

       missed his wife”  หมายถึง  “พอลคิดถึงภรรยาของเขา”)

(คำแปล)

พอล      :  หวัดดี,  มิสอีแวนส์ใช่ไหมครับ  นี่พอล ทอมสันนะ,  ผมอยากจะคุยกับภรรยาของผมครับ, 

                  ได้โปรดเถอะ

อีแวนส์  :  โอ  พอล,  คุณพลาดจากเธอเมื่อกี้นี่เอง (You just missed her.)

คำถาม  :  อีแวนส์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ ข้อ  A, B, D  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของมิสอีแวนส์ที่ไม่ถูกต้อง

 

7. George  I would like to see Mr. Adams, please.

     Sylvia    Mr. Adams is not here anymore.  Mrs. Jones is the foreign student advisor now. 

Question  What do we know from this conversation ?

(a) Mr. Adams is the new foreign student advisor.    (คุณอดัมส์เป็นที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติคนใหม่) 

       (ไม่จริง,  มิสซิสโจนส์เป็นที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติคนใหม่  ไม่ใช่อดัมส์)

(b) The foreign student advisor is a man.    (ที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติเป็นผู้ชาย)  (ไม่จริง  มิสซิสโจนส์

       เป็นที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติ)

(c) The foreign student advisor is married.    (ที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติแต่งงานแล้ว)  (เพราะว่า

       ที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติคือนางโจนส์  มิใช่นางสาวโจนส์  เราจึงรู้ว่าเธอแต่งงานแล้)

(d) The foreign student advisor is not here.    (ที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติไม่ได้อยู่ที่นี่)  (ไม่จริง  อดัมส์,

       ซึ่งเป็นที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติคนเก่า, ไม่ได้อยู่ที่นี่  คือไม่ได้ทำงานที่นี่อีกแล้ว)  (แต่มิสซิสโจนส์ 

       ที่ปรึกษาฯ คนปัจจุบันอยู่ที่นี่)

(e) Mrs. Jones replaces Mr. Adams temporarily as the foreign student advisor.    (มิสซิสโจนส์แทน

       อดัมส์ชั่วคราว  ในฐานะที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติ)  (ไม่จริง  เนื่องจากซิลเวียพูดว่า  อดัมส์ไม่ได้อยู่ (ทำงาน)

       ที่นี่อีกแล้ว)

(คำแปล)

จอร์ช   :  ผมอยากจะพบคุณอดัมส์ครับ

ซิลเวีย  :  คุณอดัมส์ไม่อยู่ (ทำงาน) ที่นี่อีกแล้วค่ะ  มิสซิสโจนส์เป็นที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติในขณะนี้ค่ะ

                 (เป็นที่ปรึกษาฯ คนใหม่แทนอดัมส์)    

คำถาม  :  เรารู้อะไรจากการสนทนานี้ ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 188)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Peter      :  I’m going to get Sally a bike for Christmas.

    Pamela   :  Are you sure she’d like one ?

Question  What does Pamela imply ?

(a) Sally may get a bike for Christmas.    (แซลลี่อาจได้รถจักรยานสำหรับวันคริสต์มาส)  (เป็นความคิดของ

       ปีเตอร์  มิใช่ความเห็นของพาเมล่า)

(b) Sally already has a bike like that one.    (แซลลี่มีรถจักรยานเหมือนกับคันนั้นแล้ว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Sally likes riding a bike.    (เธอชอบขี่รถจักรยาน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Sally may prefer a different gift.    (เธออาจชอบของขวัญที่แตกต่างออกไปมากกว่า)  (เนื่องจาก

       พาเมล่าตั้งคำถามว่าแซลลี่อยากได้จักรยานหรือไม่  เธอจึงบอกเป็นนัยว่า  แซลลี่อาจชอบของขวัญอื่น

       ที่ต่างออกไปมากกว่า)

(e) Sally may not want to ride a bike during Christmas.    (แซลลี่อาจไม่ต้องการขี่จักรยานระหว่างเทศกาล

       คริสต์มาส)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ปีเตอร์     :  ผมจะหา (ซื้อ) รถจักรยานให้แซลลี่สักคันสำหรับวันคริสต์มาส

พาเมล่า   :  คุณมั่นใจหรือว่าเธออยากได้จักรยาน

คำถาม  :  พาเมล่าบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. Olivia  Carol needs a ride downtown, and I said you’d take her.

     Alex     Oh no.  Please say you didn’t !

Question  What can be inferred about Alex ?

(a) He does not want to give Carol a ride.    (เขาไม่ต้องการให้แคโรลนั่งรถไปด้วย – ไม่ต้องการ

       ขับรถไปส่งแคโรล)  (เนื่องจากอเล็กซ์พูดตอบด้วยความตกใจ  จึงอาจสรุปได้ว่าเขาไม่ต้องการ

       ขับรถไปส่งแคโรล  หรือให้แคโรลติดรถไปด้วย)

(b) He does not have a car.    (เขาไม่มีรถยนต์)  (ไม่จริง  เนื่องจากโอลิเวียเสนอแคโรลให้นั่งรถไปกับอเล็กซ์)

(c) He cannot hear well.    (เขาไม่สามารถได้ยินถนัด)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He does not know Carol.    (เขาไม่รู้จักแคโรล)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He does not want to go downtown.    (เขาไม่ต้องการไปย่านศูนย์การค้าของเมือง)  (ไม่จริง,  เขาต้อง

       การไป  โอลิเวียเลยเสนอแคโรลให้นั่งรถไปกับเขา)

(คำแปล)

โอลิเวีย  :  แคโรลต้องการโดยสารรถไปย่านศูนย์การค้าของเมือง (Carol needs a ride downtown)

                   และฉันพูดว่าคุณจะพาเธอไป

อเล็กซ์   :  โอ้  ไม่นะ,  โปรดบอก (ผม) ว่าคุณไม่ได้พูด (อย่างนั้นนะ) !

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับอเล็กซ์ ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

3. Laurence  I just can’t get the answer to this problem !  I’ve been working on it for three hours.

    Jennifer     Maybe you should get some rest and try it again later.

Question  What does Jennifer suggest that Laurence do ?

(a) Go to work.    (ไปทำงาน)  (ไม่ใช่,  เจนนิเฟอร์แนะนำให้ลอเรนซ์พักผ่อน)

(b) Do the other problems.    (แก้ปัญหาอื่นๆ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Keep trying.    (พยายามต่อไป)  (ไม่ใช่,  เจนนิเฟอร์แนะนำให้ลอเรนซ์พักผ่อน)

(d) Work on the problem another day.    (หาคำตอบของปัญหาในวันรุ่งขึ้น)  (ไม่ใช่,  เจนนิเฟอร์เพียงแต่

       บอกให้ลอเรนซ์พยายามแก้ปัญหาในภายหลัง)

(e) Take a break.    (หยุดพัก)  (ดูจากข้อความ  “พักผ่อนเสียบ้าง  และพยายามมันอีกในภายหลัง”)

(คำแปล)

ลอเรนซ์      :  ผมไม่สามารถหาคำตอบให้กับปัญหานี้ได้ ผมได้ทำงานกับมัน (หาคำตอบของปัญหานี้)

                        มา ๓ ชั่วโมงแล้ว 

เจนนิเฟอร์  :  บางที  คุณควรพักผ่อนเสียบ้าง  และพยายามมันอีกในภายหลัง

คำถาม  :  เจนนิเฟอร์แนะนำว่าลอเรนซ์ควรทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Paul    Have you seen the price of gas ?  I couldn’t believe it when I drove into the service station.

     Laura  I know.  It has gone up a lot this month and it will probably be even higher next month.

Question  What does Paul think about the price of gasoline ?

(a) It has reached a high, and will start to go down.    (มันได้ขึ้นสู่ระดับสูง  (reached a high) และจะเริ่ม

       ต้นลดลง)  (ไม่จริง  ราคาอาจจะสูงขึ้นในเดือนหน้า)

(b) It is going to increase.    (มันจะสูงขึ้น)  (เป็นความเห็นของลอร่า  ไม่ใช่สิ่งที่พอลคิด)

(c) It is very expensive.    (มันมีราคาสูงมาก)  (เนื่องจากพอลอุทานเกี่ยวกับราคาน้ำมัน  จึงอาจสรุป

       ได้ว่า  เขาคิดว่ามันมีราคาแพงมาก)

(d) It is not very surprising.    (มันไม่น่าประหลาดใจมากนัก)  (ไม่จริง  พอลกล่าวว่าเขาแทบไม่เชื่อราคาน้ำมัน) 

(e) It will be cheaper in the future.    (มันอาจจะราคาถูกลงในอนาคต)  (ไม่จริง  ลอร่าคาดว่าราคาน้ำมันอาจสูง

      ขึ้นในเดือนหน้า)

(คำแปล)

พอล   :  คุณได้เห็นราคาน้ำมันหรือยัง,  ผมแทบไม่เชื่อมันเลยเมื่อผมขับรถเข้าไปในสถานีบริการน้ำ

               มันครับ 

ลอร่า  :  ฉันทราบค่ะ  ราคาได้ขึ้นไปมากเลยเดือนนี้  และมันอาจจะสูงขึ้นไปอีกในเดือนหน้า

คำถาม  :  พอลคิดอะไรเกี่ยวกับราคาน้ำมัน ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Bob  Jane, I would like to introduce you to my sister, Ellen.

    Jane  Glad to meet you, Ellen.  Bob tells me that you are interested in African art too.  In fact,

                   he says that you plan to spend the summer in Zimbabwe.

Question  What does Jane mean ?

(a) She is going to spend the summer in Zimbabwe.    (เธอจะไปใช้เวลาในหน้าร้อนในซิมบับเว)  (ไม่ใช่, 

       แอลเล็นจะไปซิมบับเว  ไม่ใช่เจน)

(b) She is from Africa.    (เธอมาจากแอฟริกา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(c) She and Ellen are sisters.    (เธอและแอลเล็นเป็นพี่สาวน้องสาวกัน)  (ไม่ใช่,  แอลเล็นเป็นน้องสาวของบ๊อบ)

(d) Both Jane and Ellen are interested in art.    (ทั้งเจนและแอลเล็นสนใจในศิลปะ)  (เนื่องจากเจน

       กล่าวว่าแอลเล็นก็สนใจในศิลปะแอฟริกันด้วยเช่นกัน  จึงอาจสรุปได้ว่า  เจนเองก็สนใจด้วย)

(e) Ellen will go hunting in Zimbabwe during the summer.    (แอลเล็นจะไปล่าสัตว์ในซิมบับเวระหว่าง

       หน้าร้อน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

บ๊อบ   :  เจน  ผมอยากจะแนะนำคุณให้รู้จักกับน้องสาวของผม, แอนนี่

เจน    :  ดีใจที่ได้พบเธอนะ  แอนนี่,  บ๊อบบอกฉันว่าเธอก็สนใจในศิลปะแอฟริกันด้วยเช่นกัน,  ตามความ

              เป็นจริงแล้ว (In fact)  บ๊อบบอกว่าเธอวางแผนจะไปใช้เวลาในฤดูร้อนในประเทศซิมบับเว

คำถาม  :  เจนหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 187)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Larry  Hello, Anne.  This is Larry at the office.  Is Fred at home ?

    Anne   No, Larry.  He’s in class now.  He’ll be home for lunch though. 

Question  What do we know about Fred ?

(a) He is at lunch.    (เขากำลังทานอาหารกลางวัน)  (กลางวันเป็นเวลาที่เฟร็ดจะกลับมาบ้านเพื่อทานข้าว 

       ไม่ใช่เวลาที่เขาอยู่ในขณะนี้) 

(b) He is at the office.    (เขาอยู่ที่สำนักงาน)  (ลาร์รีอยู่ที่สำนักงาน  ไม่ใช่เฟร็ด)

(c) He is in class.    (เขาอยู่ในห้องเรียน)  (ตามที่แอนกล่าว  เฟร็ดอยู่ในห้องเรียน)

(d) He is at home.    (เขาอยู่ที่บ้าน)  (แอนอยู่ที่บ้าน  ไม่ใช่เฟร็ด)

(e) He will go out for lunch.    (เขาจะออกไปข้างนอกเพื่อทานอาหารกลางวัน)  (ไม่จริง,  เขาจะกลับมาบ้าน

       เพื่อทานอาหารกลางวัน)

(คำแปล)

ลาร์รี  :  หวัดดี  แอน,  นี่ลาร์รีอยู่ที่สำนักงานงานนะ  เฟร็ดอยู่บ้านหรือเปล่าครับ

แอน   :  ไม่ค่ะ  ลาร์รี,  เขาอยู่ในห้องเรียนตอนนี้  เขาจะมาบ้านเพื่อนทานอาหารกลางวัน,  แม้กระนั้นก็ตาม

คำถาม  :  เราทราบอะไรเกี่ยวกับเฟร็ด ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. Alice  Barbara sure likes to talk on the phone.

    Paul    If only she liked her classes as well !    

Question  What does Paul imply about Barbara ?

(a) She does not put much effort in her studies.    (เธอมิได้ใช้ความพยายามอย่างมากในการเรียน

        ของเธอ)  (ดูจากคำพูดเสียดสีของพอลที่บอกว่า  ถ้าบาร์บาราชอบชั้นเรียนของเธอเหมือนกับที่เธอ

        ชอบคุยโทรศัพท์ก็คงจะดี  จึงสรุปได้ว่า  เธอไม่ได้ใช้ความพยายามในการเรียน)

(b) She is very likable.    (เธอน่ารัก-น่าชื่นชอบมาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) She prefers talking to Alice.    (เธอชอบคุยกับอลิซมากกว่า)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) She has a telephone.    (เธอมีโทรศัพท์)  (เป็นความจริง  แต่ไม่ใช่สิ่งที่พอลบอกเป็นนัยเกี่ยวกับบาร์บารา)

(e) She likes her friends and teachers.    (เธอชอบเพื่อนและครูของเธอ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

อลิซ  :  บาร์บาราชอบคุยโทรศัพท์จริงๆ (“Sure likes”  =  “ชอบจริงๆ”)

พอล  :  ถ้าเพียงแต่เธอชอบห้องเรียนของเธอ (ชอบเรียนหนังสือ) เช่นเดียวกัน (ก็คงจะดี) ! (พอลกล่าว

              แสดงความไม่พอใจที่บาร์บารามิได้ให้ความเอาใจใส่ต่อชั้นเรียน (การเรียน) ของเธอ)

คำถาม  :  พอลบอกเป็นนัยอะไรเกี่ยวกับบาร์บารา ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

3. Helen   My allergies are really bothering me.  I guess I’ll have to go to the doctor.

    Joshua  If I were you, I’d try some over-the-counter medications first.  They usually do the job.

Question  What does Joshua suggest Helen do ?

(a) See the doctor.    (พบแพทย์)  (เป็นแผนของเฮเลน  ไม่ช่คำแนะนำของโจชัว)

(b) Get another job.    (หางานใหม่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(c) Go to the counter.    (ไปที่เคาน์เตอร์)  (เป็นสถานที่ซื้อยาที่ไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์  ไม่ใช่คำแนะนำของ

       โจชัวที่บอกให้ซื้อยา) 

(d) Buy some medicine.    (ซื้อยา)  (ดูจากข้อความ  “ผมจะลอง (ทาน) ยาซึ่งมีขายทั่วไปและถูก

       กฎหมาย (ไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์)”)

(e) Do the job she likes to do.    (ทำงานที่เธอชอบทำ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

เฮเลน  :  โรคภูมิแพ้ (allergies) ของฉันรบกวน (bothering) ฉันจริงๆ เลย,  ฉันคิดว่า (เข้าใจ, คาดคะเน,

                ทาย) (guess)  ฉันจำเป็นต้องไปหาหมอแล้ว 

โจชัว   :  ถ้าผมเป็นคุณ  ผมจะลอง (พยายาม) (try) (ทาน) ยา (การใช้ยา, สารหรือสิ่งที่ใช้บำบัดโรค)

                 (medications)  ซึ่งมีขายทั่วไปและถูกกฎหมาย (ไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์) (over-the-counter)

                 ก่อนอื่นเลย,  มัน (ยา) ปกติแล้วใช้ได้ผล (รักษาโรคได้) (They usually do the job.)

คำถาม  :  โจชัวแนะนำเฮเลนให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. Oliver     What did you decide about the scholarship ?  Did you fill out the application ?

     Cynthia  I’m going to give it all I’ve got.

Question  What does Cynthia mean ?

(a) She has to save her money.    (เธอจำเป็นต้องออมเงินของเธอ) 

(b) She is still undecided.    (เธอยังคงไม่ตัดสินใจ)

(c) She needs an application.    (เธอต้องการใบสมัคร-การสมัคร)

(d) She will give her scholarship to her friend.    (เธอจะให้ทุนการศึกษาของเธอแก่เพื่อน)

(e) She will try her best.    (เธอจะพยายามอย่างดีที่สุด)

(คำแปล)

โอลิเวอร์  :  คุณตัดสินใจอย่างไรเกี่ยวกับทุนการศึกษา (ความเป็นผู้รอบรู้, ความรู้) (scholarship)

                     คุณกรอก (fill out) ใบสมัคร (การสมัคร, การใช้) (application) หรือยังครับ

ซินเธีย     :  ฉันจะทุ่มเททุกอย่างที่ฉันมีเลยค่ะ (ฉันจะพยายามอย่างดีที่สุด(I’m going to give it all

                     I’ve got.) (เพื่อสอบให้ได้ทุนนี้)    

คำถาม  :  ซินเธียหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  To give it all I’ve got.”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “พยายามของฉันอย่างดีที่สุด”  แปลตรงตัว  คือ  “ทุ่มเททุกอย่างที่ฉันมี”  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  D เป็นการแปลความหมายคำพูดของซิน เธียที่ไม่ถูกต้อง

 

5. Robert  Hello, Anne.  This is Robert.

     Anne     Oh, hi. Robert.  I was just about to call you.

Question  What does Anne mean ?

(a) She is glad to meet Robert.    (เธอดีใจที่ได้พบโรเบิร์ต)  (ไม่จริง  เธอเพียงแต่คุยกับโรเบิร์ตทางโทรศัพท์)

(b) She is surprised to hear from Robert.    (เธอประหลาดใจที่ได้ข่าวจากโรเบิร์ต)  (ไม่จริง,  เนื่องจากเธอ

       พูดทักทายกับโรเบิร์ตอย่างคุ้นเคย) 

(c) She does not enjoy talking with Robert.    (เธอไม่สนุกในการคุยกับโรเบิร์ต)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) She was ready to call Robert.    (ฉันพร้อม (กำลังจะ) โทรฯ ไปหาโรเบิร์ต)

(e) She will call Robert to tell him about her trip.    (เธอจะโทรฯ ไปหาโรเบิร์ต เพื่อบอกเขาเกี่ยวกับการเดิน

       ทางของเธอ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

โรเบิร์ต  :  หวัดดี  แอน,  นี่โรเบิร์ตนะ

แอน       :  โอ้  หวัดดี  โรเบิร์ต,  ฉันกำลังจะ (พร้อมจะ, จวนจะ, ใกล้จะ) (was about to) โทรไปหาคุณ

                   อยู่พอดี 

คำถาม  :  แอนหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “To be about to”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “กำลังจะ, พร้อมจะ, จวนจะ, ใกล้จะ

 

6. Eddy  Could I have a few more minutes to finish ?

    Janet  I’m afraid not.  It’s a timed test.

Question  What does Janet mean ?

(a) Eddy must stop working.    (เอ็ดดี้ต้องหยุดทำข้อสอบ)  (เนื่องจากเจเน็ตปฏิเสธคำร้องขอเวลา

       เพิ่มสองสามนาทีของเอ็ดดี้  จึงอาจสรุปได้ว่า  เอ็ดดี้จะต้องหยุดทำข้อสอบ)

(b) There is a little more time.    (มีเวลาอีกเล็กน้อย)  (ไม่จริง  เนื่องจากเอ็ดดี้ไม่สามารถได้เวลาเพิ่มอีกสอง

       สามนาทีเพื่อทำข้อสอบให้เสร็จ)

(c) The test is important.    (การสอบมีความสำคัญ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) It is time for the test.    (มันถึง (เป็น) เวลาสำหรับการสอบ)  (ไม่ใช่  เนื่องจากการสอบกำลังดำเนินอยู่ 

       มิใช่ว่ากำลังจะเริ่มต้น)

(e) She is not afraid to take the test.    (เธอไม่กลัวที่จะเข้าสอบ)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของเจเน็ต

       ที่ไม่ถูกต้อง  เนื่องจากเธอเพียงแต่บอกว่า  เธอเกรงว่าจะเพิ่มเวลาให้เอ็ดดี้อีกสองสามนาทีตามที่เขาขอร้อง

       ไม่ได้)

(คำแปล)

เอ็ดดี้   :  ผมขอเวลาเพิ่มอีกสองสามนาทีเพื่อทำ (ข้อสอบ) ให้เสร็จได้ไหมครับ

เจเน็ต  :  ฉันเกรงว่าไม่ได้หรอก,  มันเป็นการสอบที่มีกำหนดเวลา (a timed test) ค่ะ

คำถาม  :  เจเน็ตหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

7. Patricia  The best part is I can use my roommate’s book.

    Joseph    :  I’m not so sure about that.  I think they’re using a different book this semester.

Question  What does Joseph imply ?

(a) Patricia’s roommate took a different class.    (เพื่อนร่วมห้องของแพททริเซียเรียนในชั้นที่แตกต่างไป

       จากเธอ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) The book is very expensive.    (หนังสือมีราคาแพงมาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(c) The textbook may have been changed.    (หนังสือเรียนอาจถูกเปลี่ยนแปลง)  (เนื่องจากโจเซฟ

       คิดว่าอาจารย์จะใช้หนังสือเล่มที่แตกต่างออกไปในเทอมนี้  เขาจึงบอกเป็นนัยว่า  หนังสือเรียนอาจ

       ถูกเปลี่ยนแปลง)

(d) The course is not offered this semester.    (วิชามิได้ถูกเสนอ (ให้นักเรียน) ในภาคการศึกษานี้)  (ไม่จริง 

       เนื่องจากแพททริเซียและโจเซฟกำลังหารือกันเรื่องแผนการเรียนสำหรับเทอมนี้)

(e) Patricia’s roommate is very helpful to her this semester.    (เพื่อนร่วมห้องพักของแพททริเซียช่วย

       เหลือเธออย่างมากในภาคการศึกษานี้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

แพททริเซีย  :  ส่วนที่ดีที่สุดคือฉันสามารถใช้หนังสือของเพื่อนร่วมห้อง (เพื่อนที่พักห้องเดียวกัน)

                          (roommate) ของฉันได้

โจเซฟ           :  ผมไม่แน่ใจมากนักเกี่ยวกับเรื่องนั้น  ผมคิดว่าพวกเขา (อาจารย์) จะใช้หนังสือเล่ม

                          ที่แตกต่างออกไป (คนละเล่มกัน) ในภาคการศึกษานี้

คำถาม  :  โจเซฟบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 186)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Gloria  Shall I send out the invitations ?

    Peter    Let’s hold off on that until I can talk to Janet.

Question  What does Peter mean ?

(a) He has decided not to mail the invitations.    (เขาได้ตัดสินใจที่จะไม่ส่งคำเชิญทางไปรษณีย์) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He wants to get Janet’s opinion.    (เขาต้องการได้ความเห็นของเจเน็ต)  (เนื่องจากปีเตอร์

       กล่าวว่า  “เราระงับเรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ  จนกระทั่งผมสามารถคุยกับเจเน็ต”  จึงสรุปได้ว่า 

       เขาต้องการได้ความเห็นจากเธอ)

(c) He is waiting for Janet to answer the phone.    (เขากำลังรอเจเน็ตรับโทรศัพท์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He does not want to invite Janet.    (เขาไม่ต้องการเชิญเจเน็ต)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He will wait until Janet allows him to send out invitations.    (เขาจะรอจนกระทั่งเจเน็ตอนุญาตให้

       เขาส่งคำเชิญ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

กลอเรีย  :  ฉันจะส่งบัตรเชิญ (คำเชิญ, การเชื้อเชิญ) (invitations) ได้ไหมคะ 

ปีเตอร์     :  เราระงับเรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ (Let’s hold off on that)  จนกระทั่งผมสามารถคุยกับเจเน็ต

คำถาม  :  ปีเตอร์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Hold off”  =  “ระงับ,  ยับยั้ง,  ขัดขวาง,  ต้านทาน

 

2. Albert  Make thirty copies for me and twenty copies for Mr. Brown.

     Linda   As soon as I make the final corrections on the original.

Question  What is Linda probably going to do ?

(a) Make corrections on the original.    (แก้ไขต้นฉบับ)  (ดูจากข้อความที่ลิน ดากล่าวว่า  “ในทันที

       ที่ฉันตรวจแก้ไขต้นฉบับครั้งสุดท้าย”)

(b) Make copies.    (ทำหลายๆ เล่ม)  (เป็นสิ่งที่อัลเบิร์ตขอให้ลินดาทำ  มิใช่สิ่งที่ลินดาจะทำ)

(c) Deliver the copies to Mr. Brown.    (ส่งหลายๆ เล่มให้มิสเตอร์บราวน์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) Find the original.    (หาต้นฉบับ)  (ไม่ใช่,  ลินดาเตรียมพร้อมที่จะแก้ไขต้นฉบับ)

(e) Make more than 50 copies and sell some of them to the general public.    (ทำมากกว่า ๕๐ เล่ม 

       และขายบางเล่มให้ประชาชนทั่วไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

อัลเบิร์ต  :  ทำ ๓๐ เล่ม (ฉบับ) ให้ผม  และ ๒๐ เล่ม (ฉบับ) ให้มิสเตอร์บราวน์นะ

ลินดา      :  ในทันทีที่ฉันตรวจแก้ไขครั้งสุดท้าย (make the final corrections) ต้นฉบับ (แบบฉบับ,

                     ของเดิม, ของแท้, บ่อเกิด, ต้นตอ) (original) ค่ะ (ฉันจะทำตามที่คุณขอ)

คำถาม  :  ลินดาน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

3. Martha  Did we have an assignment for Monday ?  I don’t have anything written down.

     Charles  Nothing to read in the textbook, but we have to see a movie and write a paragraph about it.

Question  What are Martha and Charles discussing ?

(a) A teacher.    (ครู)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) A textbook.    (ตำรา, หนังสือเรียน)  (อาจารย์มิได้สั่งให้นักเรียนอ่านหนังสือ)

(c) An assignment.    (การบ้าน, งานที่ได้รับมอบหมาย)  (อาจารย์มอบการบ้านให้นักเรียนดูหนังและ

       เขียนข้อความสั้นๆ เกี่ยวกับมัน)

(d) A movie.    (ภาพยนตร์) 

(e) An essay.    (เรียงความ)   (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

มาร์ธา   :  เรามีการบ้านสำหรับวันจันทร์หรือไม่,  ฉันไม่ได้จด (โน้ต) อะไรไว้เลย

ชาร์ลส์  :  ไม่มีอะไรต้องอ่านในตำรา  แต่เราต้องดูภาพยนตร์และเขียนข้อความสั้นๆ (๑ ย่อหน้า)

                  (paragraph) เกี่ยวกับมัน (เป็นการบ้าน)

คำถาม  :  มาร์ธาและชาร์ลส์กำลังโต้ตอบ (อภิปราย, สาธยาย) (discussing) เรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

4. Joseph  I’m not sure what Dr. Tyler wants us to do.

     Olivia    If I were you, I’d write a rough draft and ask Dr. Tyler to look at it. 

Question  What does Olivia suggest Joseph do ?

(a) Ask Dr. Tyler to clarify the assignment.    (ขอร้องให้ด็อกเตอร์ไทเลอร์อธิบายเรื่องการบ้านให้เข้าใจ

       ง่ายขึ้น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Show a preliminary version to Dr. Tyler.    (แสดงเรื่องราว (หรือบทแปล) เบื้องต้นให้ด็อกเตอร์

       ไทเลอร์ดู)  (จากข้อความ  “ฉันจะเขียนร่างคร่าวๆ  และขอร้องด็อกเตอร์ไทเลอร์ให้ดูมัน”,  คำว่า 

       “ร่างคร่าวๆ”  หมายถึง  เรื่องราว (หรือบทแปล) เบื้องต้นนั่นเอง)

(c) Let her see the first draft before Dr. Tyler sees it.    (ให้เธอ (โอลิเวีย) ดูร่างฯ แรกก่อนที่ด็อกเตอร์

       ไทเลอร์จะดูมัน)  (ไม่จริง  โอลิเวียบอกว่าจะแสดงร่าง (ดราฟท์) ให้ด็อกเตอร์ไทเลอร์ดู  มิใช่ให้เธอดู)

(d) Talk to some of the other students in Dr. Tyler’s class.    (คุยกับนักเรียนคนอื่นๆ ในชั้นเรียนของ

       ด็อกเตอร์ไทเลอร์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Write a letter to Dr. Tyler to ask her what to do.    (เขียนจดหมายถึงด็อกเตอร์ไทเลอร์เพื่อถามเธอว่า

       เขาจะต้องทำอะไร)  (ไม่จริง,  โอลิเวียแนะนำให้โจเซฟเขียนร่างฯ ให้ด็อกเตอร์ไทเลอร์ดู)

(คำแปล)

โจเซฟ   :  ฉันไม่แน่ใจว่าด็อกเตอร์ไทเลอร์ต้องการให้เราทำอะไร

โอลิเวีย  :  ถ้าฉันเป็นคุณ  ฉันจะเขียนร่างหยาบๆ (คร่าวๆ)  และขอร้องด็อกเตอร์ไทเลอร์ให้ดูมัน 

คำถาม  :  โอลิเวียแนะนำโจเซฟให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

5. Willie  How’s the baby ?  Is she walking yet ?

     Susan  Oh, yes.  I can’t keep up with her !

Question  What does Susan mean ?

(a) The baby is asleep.    (ทารกนอนหลับ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) The baby is very active.    (ลูกน้อยไม่อยู่นิ่ง-คล่องแคล่วอย่างมาก)  (เพราะว่าซูซานกล่าวว่าเธอ

       ไม่สามารถตามลูกน้อยได้ทัน  จึงอาจสรุปได้ว่า  ทารกอยู่ไม่นิ่ง-คล่องแคล่วอย่างมาก)

(c) The baby is not staying with Susan.    (ทารกไม่ได้อยู่กับซูซาน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) The baby is just about to start walking.    (ทารกใกล้จะเริ่มเดิน)  (ไม่จริง,  ซูซานบอกว่าทารกกำลังเดิน)

(e) The baby is often hungry.    (ทารกหิวบ่อย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

วิลลี่      :  ทารก (ลูกน้อยของเธอ) เป็นอย่างไรบ้าง,  เธอเดินได้หรือยัง

ซูซาน  :  โอ้  เดินได้แล้วค่ะ,  ฉันตามเธอ (ลูก) ไม่ทันเลย (I can’t keep up with her !)

คำถาม  :  ซูซานหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. Sally  How is your experiment coming along ?

    Steve  It’s finished, but it didn’t turn out quite like I thought it would.

Question  What does Steve mean ?

(a) The results of the tests are not available.    (ผลลัพธ์ของการทดลองไม่อาจหาได้)  (ไม่จริง  เนื่องจาก

        สตีฟรู้ว่ามันมีผลลัพธ์อย่างไร)

(b) The experiment had unexpected results.    (การทดลองมีผลลัพธ์ที่มิได้คาดหวัง)  (ดูจากข้อ

       ความ  “มันไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนกับที่ผมคิดว่ามันจะเป็น”)

(c) He has not completed the experiment yet.    (เขายังทำการทดลองไม่เสร็จ)  (ไม่จริง  เนื่องจากสตีฟ

       กล่าวว่าการทดลองเสร็จสิ้นแล้ว)

(d) It is taking a lot of time to do the experiment.    (มันกำลังใช้เวลาอย่างมากในการทำการทดลอง) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He likes the experiment though it is not finished.    (เขาชอบการทดลอง  แม้ว่ามันยังไม่เสร็จ) 

       (ไม่จริง  เนื่องจากสตีฟกล่าวว่าการทดลองเสร็จสิ้นแล้ว) 

(คำแปล)

แซลลี่  :  การทดลองของคุณได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง

สตีฟ    :  มันเสร็จสิ้นแล้ว  แต่มันไม่ได้ผลลัพธ์ (it didn’t turn out) เหมือนกับที่ผมคิดว่ามันจะเป็น 

คำถาม  :  สตีฟหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 185)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Ralph  Excuse me.  Are you Sally Harrison’s sister ?

     Judy    No, I’m not.  I’m her cousin.

Question  What had Ralph assumed about Judy ?

(a) She was Sally Harrison’s cousin.    (เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของแซลลี่ แฮริสัน)  (จูดี้เป็นผู้บอก  มิใช่การ

        สันนิษฐานของราล์ฟ)

(b) She was Sally Harrison’s sister.    (เธอเป็นน้องสาว (พี่สาว) ของแซลลี่ แฮริสัน)

(c) She was Sally Harrison’s friend.    (เธอเป็นเพื่อนของแซลลี่ แฮริสัน)

(d) She was Sally Harrison.    (เธอคือแซลลี่ แฮริสัน)

(e) She had no relationship with Sally Harrison.    (เธอไม่มีความสัมพันธ์กับแซลลี่ แฮริสัน)

(คำแปล)

ราล์ฟ   :  ขอโทษครับ  คุณคือน้องสาว (พี่สาว) ของแซลลี่ แฮริสัน ใช่ไหมครับ

จูดี้        :  เปล่า  ไม่ใช่ค่ะ,  ฉันเป็นลูกพี่ลูกน้อง (ญาติห่างๆ) (cousin) ของเธอค่ะ 

คำถาม  :  ราล์ฟได้สันนิษฐาน (นึกเอา) (assumed) อะไรเกี่ยวกับจูดี้ ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Jenny  I can’t find my pen.  It was right here on the desk yesterday and now it’s gone.  Have

                      you seen it ?

    Gary     Yes.  I put it in the desk drawer.

 Question  What is Jenny’s problem ?

(a) The desk drawer won’t open.    (ลิ้นชักโต๊ะเปิดไม่ได้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) The pen is out of ink.    (ปากกาไม่มีหมึก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) She cannot find her pen.    (เธอหาปากกาของเธอไม่เจอ)  (เพราะว่าเจนนี่กล่าวว่าเธอหาปากกา

       ไม่เจอ  จึงสรุปได้ว่าปัญหาของเธอคือการหาปากกา)

(d) She is angry with Gary.    (เธอโกรธแกรี่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She thinks Gary has stolen her pen.    (เธอคิดว่าแกรี่ได้ขโมยปากกาของเธอ)    (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจนนี่  :  ฉันหาปากกาของฉันไม่เจอ  มันอยู่ตรงนี้บนโต๊ะเมื่อวานนี้และตอนนี้มันหายไป,  คุณเห็นมัน

               หรือเปล่าคะ

แกรี่    :  ครับ  ผมเอามันใส่ไว้ในลิ้นชักโต๊ะ (desk drawer)

คำถาม  :  ปัญหาของเจนนี่คืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Helen  When is John coming ?

     Harry  Well, he said he’d be here at eight-thirty, but if I know him, it will be at least nine o’clock.

Question  What does Harry imply about John ?

(a) John will be there at eight-thirty.    (จอห์นจะไปที่นั่นตอนแปดโมงครึ่ง)  (นี่เป็นเวลาที่จอห์นตกลงจะ

       มาถึง  มิใช่สิ่งที่แฮร์รี่ต้องการให้ผู้อ่านสรุป)

(b) John will not show up.    (จอห์นจะไม่ปรากฏตัว – ไม่มา)  (ไม่จริง  เนื่องจากจอห์นตกลงที่จะมา 

       และแฮร์รี่ก็คาดการณ์ว่าจอห์นจะมาตอนเก้าโมง)

(c) John is usually on time.    (จอห์นตรงเวลาเสมอ)  (ไม่จริง  เนื่องจากแฮร์รี่คาดการณ์ว่าจอห์นจะมาถึง

       ช้ากว่าเวลาที่เขาได้ตกลงไว้ครึ่งชั่วโมง)

(d) John frequently postpones his appointment.    (จอห์นเลื่อนการนัดหมายของเขาบ่อยๆ)  (การสนท

       นามิได้กล่าวถึง)

(e) John is usually late.    (จอห์นสายเป็นประจำ)  (เพราะว่าจอห์นตกลงจะมาถึงแปดโมงครึ่ง 

        แต่แฮร์รี่คาดการณ์ว่าเขาจะไม่มาจนกระทั่งเก้าโมง  หรือครึ่งชั่วโมงต่อมา,  จึงอาจสรุปได้

        ว่าจอห์นสายเป็นประจำ)

(คำแปล)

เฮเลน  :  จอห์นจะมา (ถึง) เมื่อไร

แฮร์รี่    :  อ้อ  เขาพูดว่าเขาจะมาที่นี่แปดโมงครึ่ง,  แต่ถ้าผมรู้จัก (เท่าที่ผมรู้จัก) เขานะ  มันจะเป็น

                  อย่างน้อยที่สุดเก้าโมง (เขาจะมาเก้าโมง)

คำถาม  :  แฮร์รี่บอกเป็นนัยอะไรเกี่ยวกับจอห์น ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Robin   I suppose we should look for a bigger house, but I don’t see how we can afford one

                        right now.

     Emmy  :  If only we hadn’t spent so much money on our vacation this year.   

Question  What does Emmy mean ?

(a) She does not agree with the man.    (เธอไม่เห็นด้วยกับโรบิน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) She needs a larger home.    (เธอต้องการบ้านหลังใหญ่ขึ้น)  (อาจเป็นความจริง  แต่ไม่ใช่สิ่งที่เอ็มมี่

        หมายความถึง  ในความเห็น (คำพูด) ของเธอ

(c) She regrets the cost of their vacation.    (เธอเสียใจกับค่าใช้จ่ายการเดินทางเที่ยววันหยุด

        ของแธอและโรบิน)  (เนื่องจากเอ็มมี่กล่าวว่า  “ถ้าเพียงแต่ว่าเราไม่ได้ใช้จ่ายเงินมากมายกับ

        การท่องเที่ยววันหยุดของเราปีนี้ (เราก็คงมีเงินพอซื้อบ้าน)”  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอเสียใจกับ

        ค่าใช้จ่ายของการเดินทางท่องเที่ยวฯ)

(d) She thinks that houses are very expensive.    (เธอคิดว่าบ้านราคาแพงมาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She should have spent her vacation somewhere else.    (เธอควรจะได้ไปท่องเที่ยวพักผ่อนที่อื่น) 

        (แต่ก็ไม่ได้ไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

โรบิน   :  ผมคิดว่าเราควรมองหาบ้านหลังใหญ่กว่านี้  แต่ผมมองไม่เห็นเลยว่าเราจะสามารถมีบ้าน

                หลังใหญ่ (we can afford one) ได้อย่างไรในขณะนี้

เอ็มมี่    :  ถ้าเพียงแต่ว่าเราไม่ได้ใช้จ่ายเงินมากมายกับการเดินทางท่องเที่ยววันหยุด (vacation)

                ของเราปีนี้ (เราก็คงมีเงินเหลือพอซื้อบ้าน)

คำถาม  :  เอ็มมี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Smith  Did you see Jack’s presentation ?

     Anna   Yes.  What happened ?  He didn’t seem to know up from down.

Question  What does Anna imply about Jack ?

(a) He did not make a presentation.    (เขามิได้นำเสนอ)  (ไม่จริง  เนื่องจากสมิธและแอนนาได้เห็นการ

       นำเสนอของแจ๊คทั้งสองคน)

(b) He got confused during the presentation.    (เขาสับสนในระหว่างการนำเสนอ)

(c) He should have spoken more loudly.    (เขาควรได้พูดให้ดังมากขึ้น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) He did a very complete job.    (เขาทำงานได้อย่างสมบูรณ์มาก)  (ไม่จริง,  แอนนาบอกว่าเขาสับสน

(e) He did not give all the details he knew.    (เขามิได้ให้รายละเอียดทั้งหมดที่เขาทราบ)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

สมิธ       :  คุณได้เห็นการนำเสนอ (รายงาน) ของแจ๊คหรือเปล่า

แอนนา  :  ค่ะ  เกิดอะไรขึ้นหรือ,  เขาดูเหมือนว่าไม่รู้บนรู้ล่าง (สับสน) (didn’t seem to know up

                  from down) นะ

คำถาม  :  แอนนาบอกเป็นนัยอะไรเกี่ยวกับแจ๊ค?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “To not know up from down”  =  “สับสน (เป็นสำนวน)  แปลตรงตัว  คือ  “ไม่รู้บนรู้ล่าง

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 184)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Anne  I think that the game starts at eight.

    Paul    Good.  We have just enough time to get there.

Question  What will Anne and Paul probably do ?

(a) Watch the game on TV.    (ดูการแข่งขันทางทีวี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Leave immediately.    (ออกไป – จากบ้าน – ในทันทีทันใด)  (เพราะพอลกล่าวว่า  “เรายังพอมี

        เวลาไปที่นั่น”  จึงสรุปได้ว่า  ทั้งคู่จะไปในทันทีทันใด)

(c) Start to play.    (เริ่มเล่น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Eat a sandwich.    (กินแซนวิช)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Have their dinner first and then go to the game.    (กินอาหารเย็นก่อน  และจากนั้นไปดูการแข่งขัน) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แอน  :  ฉันคิดว่าการแข่งขันเริ่มต้นตอน ๒ ทุ่มนะ

พอล  :  ดี,  เรายังพอมีเวลา (have just enough time) ไปที่นั่น

คำถาม  :  แอนและพอลน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “ยังพอมีเวลา”  หมายถึง  “มีเวลาเหลือไม่มากนัก

 

2. Linda   What did you do after you lost your passport ?

     James  I went to see the foreign student advisor, and he reported it to the Passport Office in

                       Washington.

Question  What did James do after he lost his passport ?

(a) He went to see the foreign student advisor.    (เขาไปพบที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติ)

(b) He went to Washington.    (เขาไปที่กรุงวอชิงตัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) He wrote to the Passport Office.    (เขาเขียนจดหมายไปที่สำนักงานพาสปอร์ต)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He reported it to the Passport Office.    (เขารายงานมันไปที่สำนักงานพาสปอร์ต)  (ไม่จริง,  ที่ปรึกษาฯ

       เป็นผู้รายงาน  ไม่ใช่เจมส์)

(e) He asked for a new passport from the Passport Office.    (เขาขอพาสปอร์ตเล่มใหม่จากสำนักงาน

       พาสปอร์ต)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ลินดา  :  คุณทำอะไร (อย่างไร) หลังคุณทำพาสปอร์ตของคุณหาย

เจมส์   :  ผมไปพบที่ปรึกษานักเรียนต่างชาติ  และเขาก็รายงานเรื่องนี้ไปที่สำนักงานพาสปอร์ตใน

                 กรุงวอชิงตัน

คำถาม  :  เจมส์ทำอะไรหลังจากเขาทำพาสปอร์ตหาย ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. Teller  If you don’t have an account here, I can’t cash your check.  I’m sorry, but that’s the way it is.

      Sally   Well, thanks a lot !  You’re a big help !

Question  What does Sally mean ?

(a) It is the policy of the bank.    (มันเป็นนโยบายของธนาคาร)  (เป็นความเห็นของสมุห์บัญชี  ไม่ใช่คำตอบ

       ของแซลลี่)

(b) Her account at the bank is in order.    (บัญชีของเธอที่ธนาคารเป็นตั๋วแลกเงิน)  (ไม่จริง,  แซลลี่ไม่มี

       บัญชีที่ธนาคารนี้)

(c) The check should be cashed.    (ควรขึ้นเงินเช็ค)  (เป็นคำร้องขอของแซลลี่  มิใช่ความหมายที่เธอโต้

       ตอบกับสมุห์บัญชี)

(d) The teller was not helpful at all.    (สมุห์บัญชีไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย)  (เพราะว่าแซลลี่พูด

       ขอบคุณสมุห์ฯ อย่างเสียดสี-เหน็บแนม  จึงอาจสรุปได้ว่าเขาไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเธอ)

(e) She was very grateful to the teller.    (เธอขอบคุณสมุห์บัญชีอย่างมาก)  (ไม่จริง,  เธอพูดประชดเขา

       ที่ไม่ช่วยเหลือเธอ)

(คำแปล)

สมุห์บัญชี  :  ถ้าคุณไม่มีบัญชีที่นี่ (ธนาคาร)  ผมก็ไม่สามารถขึ้นเงินเช็คของคุณได้ (can’t cash your

                       check),  ผมเสียใจครับ  แต่นั่นเป็นระเบียบ (วิธีการทางธุรกิจ) ที่เป็นอยู่ (that’s the way

                       it is) ครับ 

แซลลี่         :  อ้อ  ขอบคุณมากค่ะ !   คุณช่วยฉันได้มากจริงๆ เลย ! (You’re a big help !)  (เป็นการ

                       พูดประชดที่สมุห์ฯ ไม่ช่วยแก้ปัญหาให้เธอ)

คำถาม  :  แซลลี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. Willie  Dr. Clark is the only one teaching statistics this term.

     Alice    You mean we have to put up with her for another semester ?

Question  What does Alice mean ?

(a) Dr. Clark is a good teacher.    (ด็อกเตอร์คลาร์กเป็นครูที่ดี)

(b) Statistics is a boring class.    (วิชาสถิติเป็นชั้นเรียนที่น่าเบื่อ)

(c) Two semesters of statistics are required.    (นักเรียนถูกกำหนดให้เรียนวิชาสถิติ ๒ ภาคการศึกษา)

(d) The students do not like Dr. Clark.    (นักเรียนไม่ชอบด็อกเตอร์คลาร์ก)  (เนื่องจากอลิซพูดว่า 

        “เราจำเป็นต้องทนกับด็อกเตอร์คลาร์กไปอีกเทอมหนึ่ง”  จึงสรุปได้ว่านักเรียนไม่ชอบเธอ)

(e) The students have to put up with Dr. Clark because she is bad-tempered.    (นักเรียนจำเป็นต้อง

        ทนกับด็อกเตอร์คลาร์ก  เพราะว่าเธอมีอารมณ์ฉุนเฉียว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

วิลลี่   :  ด็อกเตอร์คลาร์กเป็นบุคคลเดียวที่สอนวิชาสถิติภาคเรียน (term) นี้

อลิซ  :  คุณหมายความว่าเราจำเป็นต้องทนกับ (have to put up with) เธออีก ๑ ภาคการศึกษา

               (semester) ใช่ไหม

คำถาม  :  อลิซหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Put up with”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ทน, อดทน, อดกลั้น”  สำหรับข้อ  A, B  และ  C  เป็นการแปลความหมายคำพูดของอลิซที่ไม่ถูกต้อง

 

5. Frank  Do you think that you can have these shirts finished by Friday morning ? 

     May     I’m sorry.  I couldn’t possibly get them done by then.  Saturday afternoon would be the

                      earliest that you could have them.

Question  What does May say about the shirts ?

(a) She cannot get them finished.    (เธอไม่สามารถทำ (เย็บ) มันได้เสร็จ)  (ไม่จริง,  เมย์กล่าวว่ามันจะเสร็จ

        บ่ายวันเสาร์)

(b) They are finished.    (มันเย็บเสร็จแล้ว)  (ไม่จริง,  แฟรงค์ไม่สามารถรับเสื้อเชิ้ตเช้าวันศุกร์)

(c) It will be a difficult job.    (มันจะเป็นงานที่ยาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) They will be ready Saturday afternoon.    (มันจะเสร็จ (พร้อม) บ่ายวันเสาร์)  (เมย์กล่าวว่า 

        “บ่ายวันเสาร์จะเร็วที่สุดที่คุณจะสามารถได้ (รับ) มัน”)

(e) They will be finished early Saturday.    (มันจะเสร็จเช้าตรู่ของวันเสาร์)  (ไม่จริง,  มันจะเสร็จบ่ายวันเสาร์)

(คำแปล)

แฟรงค์  :  คุณคิดว่าคุณสามารถทำ (เย็บ) เสื้อเชิ้ตเหล่านี้ได้เสร็จตอนเช้าวันศุกร์ไหมครับ

เมย์        :  ฉันเสียใจค่ะ  ฉันไม่สามารถเป็นไปได้ที่จะทำมันเสร็จในเวลานั้น,  บ่ายวันเสาร์จะเร็วที่สุด

                   (earliest) ที่คุณจะสามารถได้ (รับ) มันค่ะ  

 คำถาม  :  เมย์พูดอะไรเกี่ยวกับเสื้อเชิ้ต ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. Paula  The music and the flowers are lovely.

     Jack    Yes.  I hope that the food is good.

Question  What kind of place are Paula and Jack probably talking about ?

(a) A concert.    (คอนเสิร์ต) 

(b) An art museum.    (พิพิธภัณฑ์ศิลปะ)

(c) A flower shop.    (ร้านดอกไม้)

(d) A restaurant.    (ภัตตาคาร)  (จากคำกล่าวอ้างถึงอาหาร  เช่นเดียวกับดนตรีและดอกไม้  จึงสรุป

       ได้ว่า  การสนทนาเกิดขึ้นที่ภัตตาคาร)

(e) An apartment.    (ห้องเช่า)

(คำแปล)

พอลลา  :  (เสียง) ดนตรีและดอกไม้น่ารักดีนะคะ

แจ๊ค       :  ใช่ครับ  ผมหวังว่าอาหารก็ดีด้วย

คำถาม  :  พอลลาและแจ๊คน่าจะกำลังสนทนาเกี่ยวกับสถานที่ประเภทใด ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับเสียงดนตรีจะได้ยินที่คอนเสิร์ต  และดอกไม้ก็จะพบได้ที่ร้านดอกไม้  ส่วนอาหารโดยปกติแล้วไม่ได้เสิร์ฟที่สถานที่ทั้งในข้อ  A, B, C  และ  E

 

7. Johnny  When does the next bus leave for New York ?

    Mary       Buses leave for New York every half-hour.  You just missed the nine-thirty bus by

                        five minutes.

Question  What will Johnny probably do ?

(a) Come back in five minutes.    (กลับมาใน ๕ นาที)  (ไม่ใช่,  จอห์นนี่พลาดรถคันแรกไป ๕ นาที)

(b) Go to New York another day.    (ไปนิวยอร์กวันรุ่งขึ้น)  (ไม่ใช่,  เนื่องจากจอห์นนี่ถามถึงรถฯ เที่ยวถัดไป)   

(c) Call the airport.    (โทรฯ ไปที่สนามบิน)  (ไม่ใช่,  เนื่องจากจอห์นนี่ถามถึงรถฯ เที่ยวถัดไป) 

(d) Take a train instead.    (ไปรถไฟแทน)  (ไม่ใช่,  เนื่องจากจอห์นนี่ถามถึงรถฯ เที่ยวถัดไป)

(e) Take the ten o’clock bus.    (ขึ้นรถประจำทางเที่ยว ๑๐.๐๐ น.)  (เพราะว่าจอห์นนี่ถามถึงรถฯ

        เที่ยวถัดไป  และมันออกเดินทาง ๑๐.๐๐ น.  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาจะไปรถฯ เที่ยว ๑๐.๐๐ น.)

(คำแปล)

จอห์นนี่  :  รถประจำทางคันต่อไปออกเดินทางไป (leave for) นิวยอร์กเมื่อไรครับ

แมรี่        :  รถประจำทางออกเดินทางไปนิวยอร์กทุกครึ่งชั่วโมง (every half-hour) ค่ะ,  คุณเพิ่งจะ

                    พลาด (ตกรถ) (missed) รถฯ เที่ยว ๙.๓๐ น. ไป ๕ นาที

คำถาม  :  จอห์นนี่น่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

       

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 183)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Charles  We really should have left already.

     Mary      Maybe we ought to call and let Joan know.

Question  What problem do Charles and Mary have ?

(a) They do not have a telephone.    (พวกเขาไม่มีโทรศัพท์)  (ไม่น่าเป็นไปได้  เนื่องจากแมรี่แนะนำว่า

        พวกเขาควรโทรศัพท์ไปบอกให้โจแอนรู้)

(b) They are late.    (พวกเขาล่าช้า)  (ชาร์ลส์พูดว่าพวกเขาควรจะออกเดินทางได้แล้ว  ดังนั้นจึงสรุป

       ได้ว่าพวกเขาล่าช้า)

(c) They have been left.    (พวกเขาถูกทิ้งไว้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) They got lost.    (พวกเขาหลงทาง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) They want to call Joan up but don’t have her phone number.    (พวกเขาต้องการโทรศัพท์ไปหา

        โจแอน  แต่ไม่มีเบอร์โทรฯ ของเธอ)  (ไม่จริง  เนื่องจากแมรี่แนะนำให้โทรฯ ไปบอกให้โจแอนรู้)

(คำแปล)

ชาร์ลส์  :  เราควรจะออกเดินทาง (ไป) ได้แล้วจริงๆ (แต่ก็ยังไม่ได้ไป)

แมรี่       :  บางที  เราควรโทรฯ ไป และ (บอก) ให้โจแอนรู้

คำถาม  :  ชาร์ลส์และแมรี่มีปัญหาอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  ชาร์ลส์และแมรี่มีแผนจะเดินทางไปพบโจแอน  แต่ก็ยังไม่ได้ออกเดินทาง (ล่าช้า),  แมรี่จึงแนะนำให้โทรฯ ไปบอกให้โจแอนรู้

 

2. Helen  I got my car at Discount Automotive

     Dick     Good for you.  They have some really good deals.

Question  What does Dick mean ?

(a) Dick bought his car at Discount Automotive.    (ดิ๊กได้ซื้อรถยนต์ที่ร้าน “ดิสเคาน์ออโตโมทิฟ”) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) Helen has probably made a mistake.    (เฮเลนอาจจะได้ทำผิดพลาด – ที่ซื้อรถที่ร้านนี้)  (ไม่จริง 

        เนื่องจากดิ๊กกล่าวว่า  “ผมเห็นด้วยกับคุณ”  ซึ่งแสดงว่าเขาเห็นด้วยกับเฮเลนที่ซื้อรถที่ร้านนี้)

(c) The cars at Discount Automotive are not very reliable.    (รถยนต์ที่ร้าน “ดิสเคาน์ตออโตโมทิฟ” 

        ไม่สามารถเชื่อถือ (ไว้วางใจ) ได้มากนัก)  (ดูคำอธิบายใน ข้อ B)

(d) The prices are very competitive.    (ราคาสามารถแข่งขันได้อย่างมาก)  (หมายถึง  ราคาถูก

        กว่าของร้านอื่น)

(e) Dick will buy a car at Discount Automotive too.    (ดิ๊กจะซื้อรถยนต์ที่ร้าน “ดิสเคาน์ตออโตโมทิฟ”

       ด้วยเช่นกัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

เฮเลน  :  ฉันได้ (ซื้อ) รถยนต์มาจากร้าน “ดิสเคาน์ทออโตโมทิฟ” ค่ะ

ดิ๊ก       :  ผมเห็นด้วยกับคุณ (ผมสนับสนุนคุณ) (Good for you.),  พวกเขา (ร้าน) มีการตกลงซื้อขาย

                 (การจัดการ, การติดต่อธุรกิจ, ปริมาณมาก, สัญญา, นโยบาย) (deals) ที่ดีมากจริงๆ ครับ

                 (หมายถึง  ขายในราคาถูกกว่าที่อื่นๆ)

คำถาม  :  ดิ๊กหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  “Good deal”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ราคาสามารถแข่งขันได้”  คือ  ราคาถูกกว่าที่ร้านอื่น

 

3. Jennifer  Gary said he would be here for my birthday.

     Steve       But he has to be in Miami that day, doesn’t he ?

Question  What does Steve imply about Gary ?

(a) He may not be able to come.    (เขาอาจจะไม่สามารถมา – ในวันเกิดของเจนนิเฟอร์)  (เนื่องจาก

        สตีฟกล่าวว่าแกรี่จำเป็นต้องอยู่ในไมอามี่  เขาบอกเป็นนัยว่าแกรี่อาจไม่สามารถมาในวันเกิดได้)

(b) He would rather go to Miami.    (เขาอยากไปไมอามี่มากกว่า)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(c) He is not an honest person.    (เขาไม่ใช่บุคคลที่ซื่อสัตย์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) He doesn’t know that Jennifer is having a birthday.    (เขาไม่รู้ว่าเจนนิเฟอร์จะมีวันเกิด)  (ไม่จริง 

        เนื่องจากเจนนิเฟอร์กล่าวว่าแกรี่จะอยู่ที่นี่สำหรับวันเกิดของเธอ)

(e) He will go to Miami first and then come back for Jennifer’s birthday.    (เขาจะไปไมอามี่ก่อน 

        และจากนั้นก็กลับมาสำหรับวันเกิดของเจนนิเฟอร์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจนนิเฟอร์  :  แกรี่พูดว่าเขาจะอยู่ที่นี่สำหรับวันเกิดของฉัน

สตีฟ           :  แต่เขาจำเป็นต้องอยู่ในไมอามี่วันนั้นไม่ใช่หรือ

 คำถาม  :  สตีฟบอกเป็นนัยว่าอะไรเกี่ยวกับแกรี่ ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

4. Cynthia  Where have you been ?  I haven’t seen you in class all week.

     Peter       I caught cold, so I stayed in.

Question  What does Peter mean ?

(a) The plan is to remain in the class.    (แผนคือพักอยู่ (remain) ในชั้นเรียน)

(b) It is not comfortable in the classroom.    (มันไม่สะดวกสบายในห้องเรียน)

(c) The weather has been very bad.    (อากาศเลวร้ายมาก)

(d) He would prefer to stay in a cold place.    (เขาอยากอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นมากกว่า)

(e) He has been absent because he was sick.    (เขาขาดเรียนเพราะว่าเขาป่วย)

(คำแปล)

ซินเธีย  :  คุณไปอยู่ที่ไหนมา,  ฉันไม่ได้เห็นคุณในห้องเรียนทั้งสัปดาห์เลย

ปีเตอร์   :  ผมเป็นไข้หวัด (caught cold), ดังนั้น  ผมเลยอยู่ที่บ้าน (stayed in)

คำถาม  :  ปีเตอร์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  “Catch cold”  =  “เป็นไข้หวัด  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  D  เป็นการแปลความหมายคำกล่าวของปีเตอร์ที่ไม่ถูกต้อง

 

5. John     Let’s go get a pizza.

     Emmy  I’m swamped.  Maybe another time.

Question  What does Emmy mean ?

(a) She thinks the pizza shop is closed.    (เธอคิดว่าร้านพิซซาปิด)

(b) She does not like John.    (เธอไม่ชอบจอห์น)

(c) She is very busy now.    (เธอมีงานยุ่งมากในขณะนี้)

(d) She is not hungry for a pizza.    (เธอไม่ได้หิวพิซซา)

(e) She prefers a hamburger to a pizza.    (เธอชอบแฮมเบอร์เกอมากกว่าพิซซา)

(คำแปล)

จอห์น  :  เราไปหาซื้อพิซซากันเถอะ

เอ็มมี่   :  ฉันมีงานยุ่งมาก (I’m swamped.),  บางที  โอกาสหน้า (another time) นะ

คำถาม  :  เอ็มมี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “To be swamped”  =  “มีงานยุ่งมาก, ท่วมท้นไปด้วย, เต็มไปด้วย  สำหรับ  ข้อ  A, B, D  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของเอ็มมี่ที่ไม่ถูกต้อง

                      ดูเพิ่มเติมการใช้สำนวน  “To be swamped”  จากตัวอย่างข้างล่าง

  • Dance halls and pubs were suddenly swamped by a flood of troops.

(ห้องเต้นรำและผับในทันใดนั้นเต็มไปด้วยการการหลั่งไหลเข้ามาของพวกทหาร)

  • The switchboard was being swamped with bitterly complaining calls.

(แผงสายโทรศัพท์กำลังท่วมท้นไปด้วยการโทรฯ ร้องทุกข์อย่างขมขื่น)

 

6. Sylvia  You’d better take the car to the garage from now on.  They charged me seventy-five

                      dollars for a few minor repairs.

    Oliver  That’s not too bad.

Question  What does Oliver mean ?

(a) Car repairs should be done at a garage.    (การซ่อมรถควรทำที่อู่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(b) The price was not too high.    (ราคาไม่สูงเกินไป)

(c) The garage took advantage of Sylvia.    (อู่เอาเปรียบซิลเวีย)  (ไม่จริง  เนื่องจากโอลิเวอร์กล่าวว่า 

        ราคา (ค่าซ่อม) สามารถยอมรับได้)

(d) The car had serious problems.    (รถยนต์มีปัญหาร้ายแรง)  (ไม่จริง  เนื่องจากซิลเวียพูดว่า  รถต้อง

        การเพียงการซ่อมเล็กน้อยสองสามแห่งเท่านั้น)

(e) The garage charged a lot of money for a few minor repairs.    (อู่เรียกเก็บเงินจำนวนมากสำหรับการ

        ซ่อมเล็กน้อยสองสามแห่ง)  (ไม่จริง  เนื่องจากโอลิเวอร์กล่าวว่า  ราคา (ค่าซ่อม) สามารถยอมรับได้)

(คำแปล)

ซิลเวีย     :  คุณควรนำรถเข้าอู่ดีกว่าจากนี้ไป (from now on),  พวกเขา (ช่างอิสระ) เรียกเก็บเงินฉัน

                    ๗๕ ดอลลาร์สำหรับการซ่อมแซมเล็กน้อยสองสามแห่ง (a few minor repairs)

โอลิเวอร์  :  นั่นสามารถยอมรับได้ (นั่นไม่เลว (แย่) เกินไป) (That’s not too bad.) นี่ครับ

คำถาม  :  โอลิเวอร์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “That’s not too bad.”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “สามารถยอมรับได้”  หรือ  “ไม่เลวเกินไป

 

7. Bobby    :  The International Students’ Association is having a party Saturday night.  Can you

                         come or do you have to work at the hospital ?

     Patricia  :  I wish I could.

Question  What will Patricia probably do ?

(a) Have a party.    (มีงานเลี้ยง – ของเธอเอง)  (ไม่จริง  เธอต้องไปทำงานที่โรงพยาบาล)

(b) Attend the International Students’ Association’s party.    (เข้าร่วมงานเลี้ยงของสมาคม)  (นี่เป็นสิ่ง

        ที่แพททริเซียอยากทำ  ไม่ใช่สิ่งที่เธอน่าจะทำ)

(c) Go to work.    (ไปทำงาน)

(d) Get some rest.    (พักผ่อน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Join the party after her work at the hospital.    (ไปร่วมงานเลี้ยงภายหลังงานของเธอที่โรงพยาบาล) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

บ๊อบบี้            :  สมาคมนักเรียนนานาชาติจะมีงานเลี้ยงคืนวันเสาร์ครับ,  คุณสามารถมาได้ไหม 

                          หรือคุณต้องไปทำงานที่โรงพยาบาล

แพททริเซีย  :  ฉันปรารถนาว่าฉันสามารถไปได้ค่ะ

คำถาม  :  แพททริเซียน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “I wish I could.”  มีความหมายว่า  “ฉันปรารถนาว่าฉันสามารถไปได้”  ซึ่งเป็นการปราถนาในสิ่งที่ไม่สามารถทำได้  คือ  ไม่สามารถไปงานเลี้ยงได้,  หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง  ตรงข้ามกับสิ่งที่ปรารถนา,  ดูรายละเอียดการใช้  “Wish”  ในหมวดข้อสอบ  STRUCTURE  ตอนที่  ๓๐  ข้อ  ๖   

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ STRUCTURE