หมวดข้อสอบ STRUCTURE

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 202)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Donald   Excuse me, Miss.  Could you please tell me how to get to the University City Bank ?

    Jennifer  Sure.  Go straight for two blocks, then turn left and walk three more blocks until

                          you get to the drugstore.  It’s right across the street. 

Question  What can be inferred about Donald ?

(a) He is a student at the university.    (เขาเป็นนักเรียนที่มหาวิทยาลัย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He is not driving a car.    (เขาไม่ได้กำลังขับรถ)  (ดูจากข้อความ  “เดินไปอีก ๓ ชวงตึก,” 

       เนื่องจากเจนนิเฟอร์บอกทางสำหรับเดิน  จึงอาจสรุปได้ว่า  ดอนัลด์มิได้กำลังขับรถ)

(c) He knows Jennifer.    (เขารู้จักเจนนิเฟอร์)  (ไม่จริง  เนื่องจากดอนัลด์เรียกเจนนิเฟอร์ว่า “นางสาว”)

(d) He needs to go to the drug store.    (เขาต้องการไปที่ร้านขายยา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) The Bank is far from the drug store.    (ธนาคารอยู่ไกลจากร้านขายยา)  (ไม่จริง  มันอยู่ตรงข้ามกับ

       ร้านขายยา  คนละฝั่งถนน)

(คำแปล)

ดอนัลด์      :  ขอโทษเถอะครับคุณ  คุณจะกรุณาบอกผมว่าจะไปธนาคาร (แห่งอเมริกา) สาขามหาวิทยาลัย

                       ได้อย่างไรครับ

เจนนิเฟอร์  :  ได้ค่ะ,  เดินตรง (Go straight) ไปสองช่วงตึกนะคะจากนั้น (then) ก็เลี้ยวซ้ายและเดินไป

                        อีกสามช่วงตึก  จนกระทั่งคุณไปถึงร้านขายยา,  มัน (ธนาคาร) อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนพอดีค่ะ

                        (It’s right across the street.)

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับดอนัลด์ ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  University City Bank  เป็นสาขาของธนาคาร  “Bank of America”  ในสหรัฐฯ  โดยอยู่ในบริเวณของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วสหรัฐฯ,  บางแห่งอาจเรียกว่า  “University City Branch

 

2. Helen  How did you and your dad like the football game yesterday ?

     Eddy    Oh, Both teams played poorly and we left at the half-time. 

Question  What does Eddy imply about the game ?

(a) Eddy’s father did not go.    (พ่อของเอ็ดดี้ไม่ได้ไปดูฯ)  (ไม่จริง  พ่อของเอ็ดดี้ออกจากการแข่งขันตอนครึ่ง

       เวลาพร้อมกับเขา)

(b) Eddy thought that the game was excellent.    (เอ็ดดี้คิดว่าการแข่งขันดีเลิศ-ยอดเยี่ยม)  (ไม่จริง  เอ็ดดี้

       กล่าวว่าทั้ง ๒ ทีมเล่นแย่มาก)

(c) Eddy and his father thought that the game was unsatisfactory.    (เอ็ดดี้และพ่อของเขา

       คิดว่าการแข่งขันไม่น่าพอใจ-น่าผิดหวัง)  (เนื่องจากเอ็ดดี้กล่าวว่าทั้ง ๒ ทีมเล่นแย่มาก  และเขา

       และพ่อออกจากการแข่งขันตอนครึ่งเวลา  จึงอาจสรุปได้ว่า  พวกเขาคิดว่าการแข่งขันน่าผิดหวัง-

       ไม่น่าพอใจ)

(d) Eddy thought that the game was excellent, but his father thought that it was unsatisfactory.    (เอ็ดดี้

       คิดว่าการแข่งขันดีเลิศ  แต่พ่อของเขาคิดว่ามันน่าผิดหวัง)  (ไม่จริง  เอ็ดดี้กล่าวว่าทั้ง ๒ ทีมเล่นแย่มาก)

(e) Eddy and his father liked the game but had to leave before the game ended because they had

       something to do.    (เอ็ดดี้และพ่อของเขาชอบการแข่งขัน  แต่จำเป็นต้องออกจากสนามก่อนการแข่งขันจบ 

       เพราะว่าพวกเขามีบางสิ่งต้องทำ)

(คำแปล)

เฮเลน  :  คุณและพ่อของคุณชอบการแข่งขันฟุตบอลเมื่อวานนี้มากน้อยเพียงไรคะ

เอ็ดดี้   :  โอ้  ทั้งสองทีมเล่นแย่มากและเราออกจากสนาม (left) ตอนครึ่งเวลา (การแข่งขัน) (half-time)

                 ครับ

คำถาม  :  เอ็ดดี้บอกเป็นนัยอะไรเกี่ยวกับการแข่งขัน ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Alice     Are you still going to summer school at the university near your parents’ house ?

     Simon  That plan kind of fell through because there weren’t enough courses. 

Question  What does Simon mean ?

(a) He could not stay with his parents.    (เขาไม่สามารถพักอยู่กับพ่อแม่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) He did not want to change his plans.    (เขาไม่ต้องการเปลี่ยนแผน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) He will not go to summer school.    (เขาจะไม่ไปโรงเรียนภาคฤดูร้อน)  (“To fall through” 

       เป็นสำนวน  หมายถึง  “ไม่เกิดขึ้นตามที่วางแผนไว้,  ล้มเหลวหรือไม่สำเร็จกลางคัน”)

(d) He has completed all the courses.    (เขาเรียนทุกวิชาเสร็จสิ้นแล้ว)  (ไม่จริง,  ไซม่อนมีแผนที่จะไป

       โรงเรียนภาคฤดูร้อน)

(e) He fell down because the course was not big enough.    (เขาหกล้มเพราะว่าเส้นทาง (ทางเดิน)

       (course) ไม่ใหญ่พอ)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของไซม่อนที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

อลิซ       :  คุณจะยังคงไปโรงเรียนภาคฤดูร้อนที่มหาวิทยาลัยใกล้บ้านพ่อแม่ของคุณหรือเปล่าคะ 

ไซม่อน  :  แผนการนั้นล้มเหลว (ไม่สำเร็จ) (fell through)  เพราะว่ามีวิชาต่างๆ (courses) ไม่เพียงพอ

                   (เปิดเพียงบางวิชา)

คำถาม  :  ไซม่อนหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

4. James  Excuse me, nurse.  I’m looking for the emergency room.  I thought that it was on the

                       first floor.

     Jane    It is.  This is the basement.  Take the elevator one flight up and turn left.

Question  What kind of place are James and Jane probably talking in ?

(a) A library.    (ห้องสมุด)  (ไม่น่าจะมีห้องฉุกเฉิน)

(b) A hotel.    (โรงแรม)  (ไม่น่าจะมีห้องฉุกเฉิน)

(c) A hospital.    (โรงพยาบาล)  (จากการอ้างถึง  “นางพยาบาล” และ “ห้องฉุกเฉิน”  จึงอาจสรุปได้

       ว่า  การสนทนาเกิดขึ้นในโรงพยาบาล)

(d) An elevator.    (ลิฟต์ – สำหรับพาคนขึ้น-ลงอาคาร)  (เนื่องจากเจน (นางพยาบาล) แนะให้เจมส์ไปขึ้นลิฟต์ 

       การสนทนาจะต้องเกิดขึ้นภายนอกลิฟต์  มิใช่ข้างใน)

(e) A warehouse.    (โกดัง, โกดังสินค้า, คลังสินค้า, โรงพัสดุ)  (ไม่น่าจะมีห้องฉุกเฉิน) 

(คำแปล)

เจมส์  :  ขอโทษครับ  คุณพยาบาล,  ผมกำลังมองหาห้องฉุกเฉินอยู่,  ผมคิดว่ามันอยู่ชั้นแรก (ชั้นที่ ๑)

               (first floor) ครับ

เจน    :  ใช่ค่ะ  มันอยู่ชั้นแรก (It is.),  นี่คือชั้นใต้ดิน (basement) ค่ะ,  คุณขึ้นลิฟต์ไป ๑ ชั้น (Take

               the elevator one flight up)  และเลี้ยวซ้ายค่ะ

คำถาม  :  เจมส์และเจนน่าจะกำลังคุยกันในสถานที่ประเภทใด ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Robert  How much is the rent for the apartment ?

     Gloria   It’s three hundred and fifty dollars a month unfurnished or four hundred dollars a month

                        furnished.  Utilities are seventy-five dollars extra, not including the telephone.

Question  What are Robert and Gloria discussing ?

(a) The telephone.    (โทรศัพท์)  (ถูกกล่าวถึงในหัวข้อหลักของการสนทนา  คือ  ห้องเช่า)

(b) An apartment.    (ห้องเช่า)

(c) Utilities.    (การบริการสาธารณะ)  (ถูกกล่าวถึงในหัวข้อหลักของการสนทนา  คือ  ห้องเช่า)

(d) Furniture.    (เครื่องเรือน)  (ถูกกล่าวถึงในหัวข้อหลักของการสนทนา  คือ  ห้องเช่า)

(e) Furnished and unfurnished houses.    (บ้านมีเครื่องเรือนและไม่มีเครื่องเรือน)  (ไม่จริง  ทั้ง ๒ คนกำลังกล่าว

       ถึงห้องเช่า)

(คำแปล)

โรเบิร์ต   :  ค่าเช่า (rent) สำหรับห้องเช่ามีราคาเท่าไรครับ

กลอเรีย  :  ๓๕๐ ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับห้องไม่มีเครื่องเรือน (unfurnished) หรือ ๔๐๐ ดอลลาร์ต่อเดือน

                   สำหรับห้องมีเครื่องเรือน (furnished) ค่ะ,  ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวก (การบริการสาธารณะ)

                   (Utilities) (เช่น  ค่าไฟฟ้า, น้ำประปา, เครื่องทำความร้อน, เคเบิลทีวี) เป็นเงินพิเศษ (extra)

                   อีก ๗๕ ดอลลาร์,  ไม่รวม (ค่า) โทรศัพท์ค่ะ

คำถาม  :  โรเบิร์ตและกลอเรียกำลังปรึกษาหารือเรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. Alex    Dr. Taylor must have really liked your paper.  You were about the only one who got an A.

     Cindy  But he never seems to call on me in class.

Question  What does Cindy imply ?

(a) She likes Dr. Taylor’s class.    (เธอชอบชั้นเรียนของด็อกเตอร์เทเลอร์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) She is not sure how Dr. Taylor feels.    (เธอไม่แน่ใจว่าด็อกเตอร์เทเลอร์มีความรู้สึกอย่างไร) 

       (เนื่องจากซินดี้กล่าวว่าด็อกเตอร์เทเลอร์มิได้มีปฏิสัมพันธ์กับเธอในชั้นเรียนทั้งๆ ที่เธอได้คะแนนดี 

       เธอบอกเป็นนัยว่า  เธอไม่แน่ใจว่าด็อกเตอร์เทเลอร์มีความรู้สึกอย่างไร)

(c) She did not get an A on the paper.    (เธอไม่ได้เกรดเอจากรายงาน)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอเป็นเพียงคนเดียว

       ที่ได้เกรดเอจากรายงานของเธอ)

(d) She is not doing very well in the class.    (เธอกำลังทำได้ไม่ดีมากนักในชั้น)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอเป็นเพียง

       คนเดียวที่ได้เกรดเอจากรายงานของเธอ) 

(e) Dr. Taylor never visits her at her home.    (ด็อกเตอร์เทเลอร์ไม่เคยไปเยี่ยมเธอที่บ้าน)  (เป็นการแปลความ

       หมายคำพูดของซินดี้ที่ไม่ถูกต้อง)  (“Call on”  มีความหมายหลายอย่าง  เช่น  เรียกให้...........พูด,  แวะไป

       เยี่ยม, เรียกร้อง, เรียกให้ช่วย, ขอร้อง  เป็นต้น)

(คำแปล)

อเล็กซ์  :  ด็อกเตอร์เทเลอร์จะต้องได้ชอบรายงาน (เปเปอร์) ของคุณจริงๆ,  คุณดูจะเป็นเพียงคนเดียว

                  เท่านั้นที่ได้เกรดเอครับ

ซินดี้     :  แต่เขา (เทเลอร์) ดูเหมือนว่าไม่เคยเรียกให้ฉันพูด (call on me) เลยค่ะ  ในชั้นเรียน

คำถาม  :  ซินดี้บอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 201)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Jenny  How many miles is it to San Diego ?

     Steve   :  Well, it’s fifty miles to Long Beach, and Long Beach is about ninety miles from San Diego. 

Question  What can be inferred from the conversation ?

(a) Long Beach is Jenny’s destination.    (ลองบีชเป็นจุดหมายปลายทางของเจนนี่)  (ไม่จริง  เนื่องจากเจนนี่

       ต้องการรู้ว่าระยะทางไกลเท่าไรไปซานดิเอโก  มิใช่ลองบีช)

(b) Steve is driving.    (สตีฟกำลังขับรถ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) San Diego is less than one hundred miles away.    (ซานดิเอโกอยู่ห่างออกไปน้อยกว่า ๑๐๐ ไมล์)  (ไม่จริง 

       เนื่องจากไปซานดิเอโกมีระยะทาง ๕๐ ไมล์ + ๙๐ ไมล์  รวมเป็น ๑๔๐ ไมล์)

(d) Jenny has not arrived at Long Beach yet.    (เจนนี่ยังมาไม่ถึงที่ลองบีช)  (เนื่องจากสตีฟบอก

        เจนนี่ว่าลองบีชอยู่ไกล (ออกไป) เท่าไร  จึงอาจสรุปได้ว่า  เจนนี่ยังไปไม่ถึงลองบีช)

(e) Jenny and Steve are on a bus to San Diego.    (เจนนี่และสตีฟอยู่บนรถประจำทางไปซานดิเอโก)  (การสน

       ทนามิได้กล่าวถึง)  (ทั้งคู่อาจจะกำลังคุยกันในรถยนต์, บนรถประจำทาง หรือคุยกันอยู่ที่หนึ่งที่ใดก็ได้)

(คำแปล)

เจนนี่  :  ไปซานดิเอโกเป็นระยะทางกี่ไมล์คะ

สตีฟ   :  ไปลองบีชมีระยะทาง ๕๐ ไมล์ครับ  และลองบีชอยู่ห่างจากซานดิเอโกประมาณ ๙๐ ไมล์ครับ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้จากการสนทนา ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)    

 

2. Floyd  Good thing we studied the book as well as the notes.

      Carla  Even so, that test was a real bear !

Question  What does Carla mean ?

(a) The class was not interesting.    (ชั้นเรียนไม่น่าสนใจ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) The notes were important.    (บันทึกมีความสำคัญ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) The exam was difficult.    (การสอบยาก)  (“A real bear”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ยากมาก” 

       โดยเฉพาะเมื่อกล่าวถึงการสอบ)

(d) The book was helpful.    (หนังสือมีประโยชน์)  (เป็นคำพูดของฟลอยด์  ไม่ใช่ความเห็นของคาร์ล่า)

(e) She saw a bear during the test.    (เธอเห็นหมีตัวหนึ่งระหว่างการสอบ)  (เป็นการแปลความหมายคำพูด

       ของคาร์ล่าที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

ฟลอยด์  :  เป็นเรื่องดีนะ  เราศึกษา (อ่าน) หนังสือและบันทึก (สำหรับสอบ)

คาร์ล่า    :  แม้กระนั้นก็เถอะ (Even so) , การสอบครั้งนั้นยากมากจริงๆ (a real bear)

คำถาม  :  คาร์ล่าหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

 

3. Janet  How did the meeting go with your doctoral committee ?

     Paul    I couldn’t have been more pleased.  

 Question  What does Paul mean ?

(a) He was polite to the committee.    (เขาสุภาพกับคณะกรรมการ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) The meeting went very well.    (การประชุมเป็นไปด้วยดีมาก – คือคงจะอนุมัติให้พอลสอบผ่าน)

       (“I couldn’t have been more pleased.”  เป็นสำนวน  หมายถึง  ผู้พูดพอใจหรือยินดีอย่างมาก)

(c) Additional members are needed for the committee.    (ต้องการสมาชิกเพิ่มสำหรับคณะกรรมการ) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) The committee did not meet.    (คณะกรรมการมิได้ประชุม)  (ไม่จริง,  พอลพอใจกับการประชุมของคณะ

       กรรมการ)

(e) He would be pleased if the meeting were postponed.    (เขาจะยินดีถ้าการประชุมถูกเลื่อนไป)  (ไม่จริง, 

       พอลพอใจกับการประชุมของคณะกรรมการ)

(คำแปล)

เจเน็ต  :  การประชุมเป็นอย่างไรบ้างคะ  กับคณะกรรมการ (วิทยานิพนธ์) ปริญญาเอก (doctoral

                committee) ของคุณ

พอล    :  ผมพอใจ-ยินดีมากครับ (ผมไม่สามารถพอใจ-ยินดีได้มากกว่านี้ครับ) (I couldn’t have

                been more pleased.)

คำถาม  :  พอลหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)    

 

4. Sarah  There’s something wrong with the TV.  Only Channel Seventeen has a good picture.

      Bill     Maybe it’s in the cable.

Question  What does Bill mean ?

(a) The cable is not working.    (สายเคเบิลไม่ทำงาน)  (ดูจากข้อความ  “บางที  มันอาจเป็น (ปัญหา)

       ในสายเคเบิล”)

(b) All of them but Channel 17 have a good picture.    (ทุกช่อง, ยกเว้นช่อง ๑๗, มีภาพชัดเจน)  (ไม่จริง,  เฉพาะ

       ช่อง ๑๗ เท่านั้นมีภาพชัดเจน)

(c) Channel 17 is on a different cable system.    (ช่อง ๑๗ อยู่ในระบบสายเคเบิลที่แตกต่างออกไป)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(d) All of the channels have good programs.    (ทุกช่องมีรายการดี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) A good TV picture is in the cable.    (ภาพทีวีที่ชัดเจนอยู่ในสายเคเบิล)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของ

      บิลที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

ซาร่าห์  :  มีบางอย่างผิดปกติกับทีวีค่ะ  เฉพาะช่อง ๑๗ เท่านั้นมีภาพชัดเจน

บิล         :  บางที  มันอาจเป็น (ปัญหา) ในสายเคเบิลครับ

คำถาม  :  บิลหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)    

 

5. Smith  Hello.  I’d like to speak with Mr. Davis, please.  This is Thomas Ward with the Office of

                      Immigration.

     Mary   I’m sorry, Mr. Ward.  Mr. Davis is in conference now.

Question  What does Mary mean ?

(a) Mr. Davis wants to confer with Mr. Ward.    (มิสเตอร์เดวิสต้องการปรึกษาหารือกับมิสเตอร์วอร์ด) 

       (ไม่จริง  มิสเตอร์วอร์ดต้องการคุย  ไม่ใช่มิสเตอร์เดวิส)

(b) Mr. Davis is talking with the Office of Immigration.    (มิสเตอร์เดวิสกำลังคุยกับสำนักงานผู้อพยพเข้า) 

       (ไม่จริง  มิสเตอร์วอร์ดทำงานกับสำนักงานผู้อพยพเข้า)

(c) Mr. Davis cannot talk with Mr. Ward now.    (มิสเตอร์เดวิสไม่สามารถพูดกับมิสเตอร์วอร์ด

       ในขณะนี้)  (เนื่องจากแมรี่กล่าวว่า  มิสเตอร์เดวิสกำลังประชุมในขณะนี้  จึงอาจสรุปได้ว่า มิสเตอร์

       เดวิสไม่สามารถพูดกับมิสเตอร์วอร์ดในขณะนี้)

(d) Mr. Ward should hold for a minute.    (มิสเตอร์วอร์ดควรถือสายไว้สักครู่หนึ่ง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Mr. Ward can talk with Mr. Davis in the conference room.    (มิสเตอร์วอร์ดสามารถคุยกับมิสเตอร์เดวิส

      ในห้องประชุม)  (ไม่จริง  มิสเตอร์เดวิสกำลังติดประชุมอยู่)

(คำแปล)

สมิธ  :  หวัดดีครับ  ผมขอพูดกับมิสเตอร์เดวิส,  นี่คือโทมัส วอร์ด  อยู่สำนักงานการอพยพเข้าประเทศ

              (เดินทางเข้าประเทศ) (Office of Immigration) ครับ

แมรี่  :  ฉันเสียใจค่ะ  คุณวอร์ด,  คุณเดวิสกำลังประชุม (ติดประชุมอยู่) (in conference) ในตอนนี้ค่ะ

คำถาม  :  แมรี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

 

6. Bob    Let’s go to the movies after dinner. 

     Anne  Well, I’ll go if you really want to, but I’m a little bit tired.

Question  What does Anne mean ?

(a) She thinks Bob is too tired to go to the movie.    (เธอคิดว่าบ๊อบเหนื่อยเกินกว่าที่จะไปดูหนัง)  (ไม่จริง, 

       แอนเหนื่อย  ไม่ใช่บ๊อบเหนื่อย)

(b) She really wants to go to the movie.    (เธอต้องการไปดูหนังจริงๆ)  (ไม่จริง,  บ๊อบต้องการไปฯ  ไม่ใช่แอน)

(c) She wants to go out to dinner.    (เธอต้องการออกไปทานอาหารเย็น)  (ไม่จริง,  บ๊อบแนะนำว่าเขาและแอน

       น่าจะออกไปดูหนังหลังอาหารเย็น (ที่บ้าน)  ไม่ใช่ออกไปทานอาหารเย็น) 

(d) She would like to go to the movie although she feels tired.    (เธออยากไปดูหนัง  แม้ว่าเธอรู้สึกเหนื่อย) 

       (ไม่จริง,  เธอจะไปฯ (เป็นเพื่อน)  ถ้าบ๊อบต้องการไปดูหนัง  แม้ว่าเธอเหนื่อย)

(e) She does not want to go to the movie.    (เธอไม่ต้องการไปดูหนัง)  (แอนเสนอที่จะไปดูหนัง

       เพื่อเอาใจบ๊อบ  แต่เธอพูดว่าเธอเหนื่อยนิดหน่อย  ซึ่งบ่งชี้ว่าเธอไม่ต้องการออกไปข้างนอก)

(คำแปล)

บ๊อบ  :  เราไปดูหนังหลังอาหารเย็นกันเถอะ

แอน  :  เอ้อ  ฉันจะไป (กับคุณก็ได้) ถ้าคุณต้องการไปจริงๆ,  แต่ฉันเหนื่อยนิดหน่อยค่ะ

คำถาม  :  แอนหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)    

 

7. Sally  I’m out of typing paper.  Will you lend me some ?

    Mark  I don’t have any either, but I’ll be glad to get you some when I go to the bookstore.

Question  What is Mark going to do ?

(a) He will borrow some typing paper from Sally.    (เขาจะขอยืมกระดาษพิมพ์จากแซลลี่)  (ไม่จริง, 

       แซลลี่ต้องการขอยืมกระดาษพิมพ์  ไม่ใช่มาร์ค)

(b) He will lend Sally some typing paper.    (เขาจะให้แซลลี่ยืมกระดาษพิมพ์)  (ไม่จริง,  เนื่องจากมาร์ค

       ก็ไม่มีกระดาษพิมพ์เช่นกัน)

(c) He will type Sally’s paper.    (เขาจะพิมพ์รายงาน (เปเปอร์) ของแซลลี่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) He will buy some typing paper for Sally.    (เขาจะซื้อกระดาษพิมพ์ให้แซลลี่)  (มาร์ค

       เสนอที่จะซื้อกระดาษพิมพ์ที่ร้านขายหนังสือ)

(e) He will buy some books for Sally when he goes to the bookstore.    (เขาจะซื้อหนังสือให้แซลลี่ 

       เมื่อเขาไปร้านขายหนังสือ)  (ไม่จริง,  เขาจะซื้อกระดาษพิมพ์ให้เธอ)

(คำแปล)

แซลลี่  :  ฉันไม่มีกระดาษพิมพ์  (I’m out of typing paper.) แล้วนะ,  คุณจะให้ฉันยืมบ้างได้ไหมคะ

มาร์ค   :  ผมก็ไม่มีเหมือนกันครับ (I don’t have any either)  แต่ผมยินดีที่จะเอา (ซื้อ) มาให้คุณ 

                เมื่อผมไปร้านขายหนังสือ

คำถาม  :  มาร์คจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)    

  

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 200)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Kathy    :  Will you be transferring to Georgia State next year ?

     Robert  I’m afraid not.

Question  What does Robert mean ?

(a) He does not want to go to Georgia State.    (เขาไม่ต้องการไปรัฐจอร์เจีย)  (ไม่จริง,  โรเบิร์ตรู้สึกว่าเขา

       โชคไม่ดีที่ไม่ได้ไป)

(b) He would have liked going to Georgia State.    (เขาอยากจะไปรัฐจอร์เจีย)  (“I’m afraid

       not.”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “โชคไม่ดี  ไม่ได้ย้าย”)  (ถ้าต้องการตอบเพียงว่า  “ไม่ย้าย”  เฉยๆ 

       จะพูดว่า  “No”  เท่านั้น)

(c) He was frightened about changing schools.    (เขาตกใจกลัวเกี่ยวกับการเปลี่ยนโรงเรียน)  (เป็นการ

       แปลความหมายคำพูดของโรเบิร์ตที่ไม่ถูกต้อง)

(d) He will not transfer until next year.    (เขาจะไม่ย้ายจนกระทั่งปีหน้า)  (ไม่จริง,  เขาจะไม่ย้ายปีหน้า)

(e) He will transfer if his parents allow him to.    (เขาจะย้ายถ้าพ่อแม่ของเขาอนุญาต)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง)

(คำแปล)

เคธี่        :  คุณจะย้าย (บ้าน, มหา’ลัย) ไปรัฐจอร์เจียปีหน้าใช่ไหมคะ

โรเบิร์ต  :  ผมเกรงว่าไม่ครับ

คำถาม  :  โรเบิร์ตหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Joseph  I need to see your driver’s license and a major credit card.

     Nicky    Even for a traveler’s check ?  I have my passport.

Question  What does Nicky mean ?

(a) She wants to use her passport for ID.    (เธอต้องการใช้พาสปอร์ตของเธอสำหรับการ

        แสดงตัวตน)  (เนื่องจากนิคกี้เสนอใช้พาสปอร์ตแทนใบขับขี่และบัตรเครดิตในการจ่ายเงิน 

        จึงอาจสรุปได้ว่าเธอต้องการใช้พาสปอร์ตเพื่อยืนยันตัวตน)

(b) She does not have a driver’s license.    (เธอไม่มีใบขับขี่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) She prefers to pay with a credit card.    (เธอชอบจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตมากกว่า)  (ทางร้านต้องการ

       ดูบัตรเครดิตของนิคกี้เพื่อยืนยันตัวตนของเธอ  มิใช่ใช้บัตรฯ  เพื่อการชำระเงิน)

(d) She does not have any checks.    (เธอไม่มีเช็คเลย)  (ไม่จริง,  เธอกำลังจ่ายเงินด้วยเช็คเดินทาง)

(e) She wants to pay with a traveler’s check but does not have her passport.    (เธอต้องการจ่ายเงิน

       ด้วยเช็คเดินทาง  แต่ไม่มีพาสปอร์ต)  (ไม่จริง  เธอเสนอใช้พาสปอร์ตแทนใบขับขี่และบัตรเครดิต)

(คำแปล)

โจเซฟ  :  ผมต้องการดูใบขับขี่และบัตรเครดิตรายใหญ่ของคุณครับ

นิคกี้      :  แม้กระทั่งสำหรับ (การจ่ายเงินด้วย) เช็คเดินทางหรือคะ,  ฉันมีพาสปอร์ตค่ะ

คำถาม  :  นิคกี้หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

3. Thomas  Does your family live here in Montgomery ?

     Sandra    No, I have a brother in Birmingham, and a sister in Mobile, but my parents live in Florida.

Question  What did Sandra say about her family ?

(a) They visit her in Montgomery.    (พวกเขามาเยี่ยมเธอในมอนต์กอเมอรี่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) They moved to Florida.    (พวกเขาย้ายไปฟลอริดา)  (เฉพาะพ่อแม่ของเธอเท่านั้นอยู่ที่รัฐนี้)

(c) They live in the same town as Sandra.    (พวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกับแซนดร้า)  (ไม่จริง,  สมาชิก

       ในครอบครัวของเธออาศัยอยู่คนละเมือง)

(d) They have to live separately as they cannot afford to live together.    (พวกเขาจำเป็นต้องอาศัยแยก

        กัน  เนื่องจากไม่มีเงินพอที่จะอยู่รวมกัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) They have their homes in different cities.    (พวกเขามีบ้านอยู่ต่างเมืองกัน)  (พี่ชายของ

       แซนดร้าอยู่ในเบอร์มิงแฮม,  พี่สาวอยู่ในโมบิล  ส่วนพ่อแม่อยู่ในรัฐฟลอริดา)

(คำแปล)

โทมัส       :  ครอบครัวของคุณอาศัยอยู่ที่นี่ในเมืองมอนต์กอเมอรี (เมืองหลวงของรัฐแอละแบมา)

                     ใช่ไหมครับ

แซนดร้า  :  ไม่ค่ะ,  ฉันมีพี่ชายคนหนึ่งในเมืองเบอร์มิงแฮม (รัฐแอละแบมา),  พี่สาวคนหนึ่งในเมือง

                     โมบิล (รัฐแอละแบมา)  แต่พ่อแม่ของฉันอาศัยอยู่ในรัฐฟลอริดาค่ะ

คำถาม  :  แซนดร้าพูดอะไรเกี่ยวกับครอบครัวของเธอ ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Olivia     Excuse me, I’m looking for a good Spanish-English dictionary.

     Frank     You and everybody else.

Question  What does Frank mean ?

(a) Many people have asked for a Spanish-English dictionary.    (ผู้คนจำนวนมากได้ถามหา

       (อยากได้) พจนานุกรมภาษาสเปน-อังกฤษ)  (คือ  แปลภาษาสเปนเป็นภาษาอังกฤษ)  (“You and

       everybody else.”  หมายถึง  “คนจำนวนมาก”)

(b) He does not know where to find the dictionary.    (เขาไม่รู้ว่าจะหาพจนานุกรมเล่มที่โอลิเวียต้องการ

       ได้ที่ไหน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) A Spanish-English dictionary is very expensive.    (พจนานุกรมภาษาสเปน-อังกฤษมีราคาแพงมาก) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Some dictionaries include both Spanish and English entries.    (พจนานุกรมบางเล่มมีรายการสั้นๆ

       เกี่ยวกับสิ่งของหรือบุคคลทั้งในภาษาสเปนและภาษาอังกฤษ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Olivia cannot buy a dictionary at his shop.    (โอลิเวียไม่สามารถซื้อพจนานุกรมได้ที่ร้านของเขา)

(คำแปล)

โอลิเวีย  :  ขอโทษค่ะ  ฉันกำลังมองหาพจนานุกรมภาษาสเปน-อังกฤษดีๆ สักเล่มหนึ่งค่ะ

แฟรงค์  :  คุณและทุกคนเลยนะครับ (ที่ต้องการพจนานุกรมเล่มนี้)

 คำถาม  :  แฟรงค์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

5. Trump  I’m sorry to interrupt you, but I’ve a question to ask you about a point you just made. 

                       It’s not very clear to me.

      Biden  Hear me out, please, before you ask a question.  I’m going to finish my statement in

                       only a few minutes.

 Question  What does Biden mean ?

(a) He wants Trump to listen to him outside the room.    (เขาต้องการให้ทรัมป์ฟังเขานอกห้อง)

(b) He’s going to finish his talk soon and leaves.    (เขาจะพูดจบในไม่ช้าและจากไป)

(c) He doesn’t want Trump to ask him questions.    (เขาไม่ต้องการให้ทรัมป์ถามคำถามเขา)

(d) He wants Trump to listen to him without interrupting until he’s finished speaking.   

       (เขาต้องการให้ทรัมป์ฟังเขาโดยไม่ขัดจังหวะ  จนกระทั่งเขาพูดจบ)  (“Hear me out.”  เป็น

       สำนวน  หมายถึง  “ฟังผมจนจบ,  ฟังผมให้ตลอด”)

(e) He doesn’t hear what Trump says.    (เขาไม่ได้ยินว่าทรัมป์พูดอะไร)

(คำแปล)

ทรัมป์   :  ผมเสียใจที่ขัดจังหวะคุณครับ  แต่ผมมีคำถามจะถามคุณเกี่ยวกับประเด็นหนึ่งที่คุณเพิ่ง

                 พูดไป,  มันไม่ค่อยชัดเจนกับผมมากนัก

ไบเด็น  :  กรุณาฟังผมไห้จบ (ฟังผมจนผมพูดจบ) (Hear me out.)  ก่อนคุณจะถามคำถามครับ, 

                 ผมจะพูดเสร็จในอีกสองสามนาทีเท่านั้นเองครับ

คำถาม  :  ไบเด็นหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของไบเด็นที่ไม่ถูกต้อง

 

6. Johnny   I never see you out jogging any more.  What happened to your exercise program ?

     Melania  :  I walk now.  It’s less stress on the feet and knees.  I’ve been playing some tennis, too,

                          though.

Question  What are Johnny and Melania talking about ?

(a) Playing tennis.    (การเล่นเทนนิส)  (ถูกกล่าวถึงเป็นหนึ่งในทางเลือกหลายๆ ทางสำหรับการออกกำลัง)

(b) Managing stress.    (การจัดการความเครียด)  (เมลาเนียพูดถึงความเครียดทางกายที่เท้าและหัวเข่าของเธอ 

       มิใช่การจัดการความเครียด)

(c) Getting exercise.    (การออกกำลังกาย)  (ดูจากคำถามของจอห์นนี่ที่ว่า  “เกิดอะไรขึ้นกับโครงการ

       (แผนการ) ออกกำลังกายของคุณ)

(d) Losing weight.    (การลดน้ำหนัก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Go out jogging.    (ออกไปวิ่งเหยาะๆ)  (ถูกกล่าวถึงเป็นหนึ่งในทางเลือกหลายๆ ทางสำหรับการออกกำลัง)

(คำแปล)

จอห์นนี่   :  ผมไม่เคยเห็นคุณออกไปวิ่งเหยาะๆ (out jogging) อีกแล้ว,  เกิดอะไรขึ้นกับโครงการ

                    (แผนการ) (program) ออกกำลังกายของคุณครับ

เมลาเนีย  :  ฉันออกเดินค่ะในตอนนี้,  มันมีความตึงเครียด (แรงกดดัน) (stress) น้อยลงที่เท้าและหัวเข่า

                     (ของฉัน),  ฉันกำลังเล่นเทนนิสด้วยค่ะ  แม้กระนั้นก็เถอะ (though)

คำถาม  :  จอห์นนี่และเมลาเนียกำลังคุยกันเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

  

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 199)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Hillary  Did you hear about the accident ?

     Bill        Yes.  If Sue hadn’t had her seat belt on, she would have been killed.

Question  What do we know about Sue ?

(a) She was not involved in the accident.    (เธอไม่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ)  (ไม่จริง,  ซูประสบอุบัติเหตุ)

(b) She was not hurt badly.    (เธอไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) She had her seat belt on.    (เธอสวมเข็มขัดนิรภัย)  (ดูจากข้อความ  “ถ้าซูไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัย 

       เธอก็คงจะตายไปแล้ว”  แต่ความจริงคือ  เธอสวมเข็มขัดฯ  เธอจึงไม่ตาย)

(d) She died in a car accident.    (เธอตายในอุบัติเหตุ)  (ไม่จริง,  เธอไม่ตาย)

(e) She was seriously injured since she didn’t wear her seat belt.    (เธอได้รับบาดเจ็บร้ายแรง  เพราะว่า

       เธอไม่สวมเข็มขัดนิรภัย)  (ไม่จริง,  เธอสวมเข็มขัดนิรภัย)

(คำแปล)

ฮิลลารี่  :  คุณได้ยินเกี่ยวกับอุบัติเหตุหรือเปล่าคะ

บิล         :  ครับ,  ถ้าซูไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัย {If Sue hadn’t had her seat belt (= safety belt) on} 

                  เธอคงตายไปแล้ว (แต่เธอสวมฯ  เธอเลยไม่ตาย)

คำถาม  :  เรารู้อะไรเกี่ยวกับซู ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  ประโยค  If Sue hadn’t had her seat belt on, she would have been killed.  หมายถึง  “ถ้าซูไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัย  เธอก็คงจะตายไปแล้ว”  เป็น  “If clause”  แบบที่ ๓  คือ  การสมมติที่ตรงข้ามกับความเป็นจริง  หรือตรงข้ามกับข้อความในประโยค  ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เป็นจริงคือ  “ซูสวมเข็มขัดฯ  เธอจึงไม่ตาย”  ดูเพิ่มเติม  “If clause”  แบบที่ ๓  ในหมวดข้อสอบ  TOEIC  ตอนที่ ๓๕๗  ข้อ ๗

 

2. Carol  :   The ground floor is the first floor in the United States.  You need to go downstairs.

     Paul    :   No wonder I’ve been confused.

Question  What had Paul assumed ?

(a) The basement was the first floor.    (ห้องใต้ดินคือชั้นแรก หรือชั้นที่ ๑)  (ไม่จริง  เนื่องจากพอลจำเป็น

        ต้องลงไปข้างล่าง,  ไม่ใช่ขึ้นไปข้างบน,  จึงจะพบชั้นแรก)

(b) The second floor was the first floor.    (ชั้นที่ ๒ คือชั้นแรกหรือชั้นที่ ๑)  (เนื่องจากพอลจำเป็น

        ต้องลงไปข้างล่างเพื่อไปที่ชั้นแรก  เขาจะต้องได้สันนิษฐานว่า  ชั้นที่ ๒ เป็นชั้นแรก  ซึ่งเขาเข้าใจผิด)

(c) The first floor was downstairs.    (ชั้นแรกอยู่ข้างล่าง)  (เป็นคำอธิบายของแคโรช  ไม่ใช่ข้อสันนิษฐาน

       ของพอล)

(d) The ground floor was the first floor.    (ชั้นพื้นผิวดินคือชั้นแรก)  (เป็นคำอธิบายของแคโรช  ไม่ใช่ข้อ

        สันนิษฐานของพอล)

(e) He did not know where to go.    (เขาไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน)  (ไม่จริง  เขาต้องการไปที่ชั้นแรกของอาคารหรือ

       โรงแรม)

(คำแปล)

แคโรล  :  ชั้นล่างของอาคารหรือบ้านบนระดับพื้นดิน (ground floor) คือชั้นแรก (ชั้นที่ ๑) ในสหรัฐฯ ค่ะ, 

                 คุณจำเป็นต้องลงไปข้างล่าง (go downstairs) แล้วละค่ะ (จึงจะเป็นชั้นล่างหรือชั้นที่ ๑)

พอล     :  ไม่ต้องสงสัยเลย (No wonder)  ผมสับสน (งง, ยุ่ง, ขวยเขิน) (confused) ครับ

คำถาม  :  พอลได้สันนิษฐาน (นึกเอาว่า) อะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  เนื่องจากโรงแรมและอาคารในต่างประเทศ  โดยเฉพาะในยุโรป  เรียกชั้นที่ตั้งอยู่บนพื้นผิวดินว่า  “Ground floor”  ส่วนชั้นที่อยู่ถัดขึ้นไปจาก  “Ground floor”  คือ  ชั้นที่ ๑ หรือชั้นแรก  และชั้นที่อยู่ถัดขึ้นไปคือ ชั้นที่ ๒, ๓, ๔ ตามลำดับ  แต่ในสหรัฐฯ  “Ground floor”  คือชั้นแรกหรือชั้นที่ ๑  ถัดขึ้นไปเป็นชั้นที่ ๒, ๓, ๔ ตามลำดับสำหรับการสนทนาในข้อ ๒  พอลกำลังอยู่ที่ชั้น ๒ ของอาคารหรือโรงแรมในสหรัฐฯ  โดยเขาคิดว่าเป็นชั้นที่ ๑ (ซึ่งเขาต้องการมาที่นี่)  และชั้นล่างถัดลงไปเป็น  Ground floor”  ซึ่งเขาเข้าใจผิด  ดังนั้น  เมื่อเขาไปถามแคโรลเกี่ยวกับชั้นที่ ๑  เธอจึงบอกให้เขาลงไปข้างล่างที่  “Ground floor”  ซึ่งก็คือชั้นที่ ๑ นั่นเอง

 

3. Jack  Would you please get the phone, Jan ?  I’m all tied up right now.

     Jan    Certainly.

Question  What does Jack mean ?

(a) He will talk on the phone.    (เขาจะคุยโทรศัพท์)

(b) He must buy another phone.    (เขาต้องซื้อโทรศัพท์อีกเครื่อง)

(c) He wants the phone gift wrapped.    (เขาต้องการห่อของขวัญโทรศัพท์)

(d) He cannot talk on the phone because his hands are tied.    (เขาไม่สามารถพูดโทรศัพท์  เพราะว่า

       มือของเขาถูกมัด)

(e) He is too busy to answer the phone.    (เขามีงานยุ่งเกินไปกว่าที่จะรับโทรศัพท์)  (“To

       be all tied up”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “มีงานยุ่ง”  จนไม่สามารถทำอะไรได้  ในที่นี้คือ 

      ไม่สามารถรับโทรศัพท์)

(คำแปล)

แจ๊ค  :  คุณจะกรุณารับโทรศัพท์ (get the phone) ได้ไหมครับ  แจน,  ผมมีงานยุ่ง  (tied up) ในตอนนี้ 

แจน  :  ได้ค่ะ (Certainly.)

คำถาม  :  แจ๊คหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  D  เป็นการแปลความหมายคำพูดของแจ๊คที่ไม่ถูกต้อง

 

4. George  Good morning, Mary.  How are you ?

      Mary    Oh, fine.  I’m just on my way to work, but I thought that I would drop by for a minute.

Question  What does Mary mean ?

(a) She is not going to go to work today.    (เธอจะไม่ไปทำงานวันนี้)  (ไม่จริง,  เธอกำลังอยู่ระหว่างทางไป

       ทำงาน)

(b) She can talk by phone for a short time before work.    (เธอสามารถคุยทางโทรศัพท์เป็นเวลาสั้นๆ

       ก่อนทำงาน)  (ไม่จริง,  แมรี่โทรฯ ไปหาจอร์ชก่อน  เพื่อทำการนัดหมายไปเยี่ยม  ไม่ใช่เพื่อสนทนา)

(c) She will visit George.    (เธอจะไปเยี่ยมจอร์ช)  (“Drop by”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “แวะไป

       เยี่ยม, มาเยี่ยม”)

(d) She does not want to see George.    (เธอไม่ต้องการพบจอร์ช)  (ไม่จริง,  เธอต้องการไปเยี่ยมเขา)

(e) She was driving to work but dropped her car key and had to look for it for a few minutes.   

      (เธอกำลังขับรถไปทำงาน  แต่ทำกุญแจรถหล่น  และจำเป็นต้องค้นหามันสักสองสามนาที)  (เป็นการ

      แปลความหมายคำพูดของแมรี่ที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

จอร์ช  :  สวัสดีครับแมรี่  คุณเป็นอย่างไรบ้างครับ

แมรี่     :  โอ  สบายดีค่ะ,  ฉันกำลังอยู่ระหว่างทางไปทำงาน (I’m just on my way to work) (โดยขับ

                รถไป)  แต่ฉันคิดว่าฉันจะแวะไปเยี่ยม (คุณ) (drop by) สักประเดี๋ยวหนึ่งค่ะ (for a minute)

คำถาม  :  แมรี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. David  But I sent my application three weeks ago.

     Anne   Well, that’s why you haven’t heard, then.  It takes six weeks to process it.

Question  What does Anne imply ?

(a) The application was lost.    (ใบสมัครหายไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) The process takes about three weeks.    (การดำเนินการ – ใบสมัคร – ใช้เวลาประมาณ ๓ สัปดาห์) 

       (ไม่จริง  มันใช้เวลา ๖ สัปดาห์ในการดำเนินการ  ไม่ใช่ ๓ สัปดาห์)

(c) The response is probably in the mail.    (การตอบกลับ – มายังเดวิด – อาจอยู่ในจดหมาย-หีบห่อที่ส่ง

       ทางไปรษณีย์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) David should be patient.    (เดวิดควรอดทน)  (เนื่องจากแอนยืนยันกับเดวิดว่า  มันใช้เวลานาน

       ที่จะดำเนินการใบสมัคร  เธอจึงบอกเป็นนัยว่าเขาควรอดทน)

(e) David will get response if he applies again.    (เดวิดจะได้รับการตอบกลับ  ถ้าเขาสมัครอีกครั้ง) 

       (ไม่จริง  เขาจะได้รับตอบกลับหลังจากเขาส่งใบสมัคร ๖ สัปดาห์)

(คำแปล)

เดวิด  :  แต่ว่าผมส่งใบสมัคร (การสมัคร, การใช้, ประโยชน์) (application) สามสัปดาห์มาแล้วนี่ครับ

แอน   :  อ้อ  นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม (that’s why) คุณยังไม่ได้ข่าวคราว (haven’t heard)  ถ้ายังงั้น

               (then),  มันใช้เวลา ๖ สัปดาห์ที่จะดำเนินการ (process) มันค่ะ

คำถาม  :  แอนบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. Cynthia  I’m sorry.  Your credit card number was not approved.  The computer didn’t accept it.

     Luther    Try it again.  There must be some mistake.

Question  What will Cynthia probably do ?

(a) Ask for another card.    (ขอบัตรเครดิตอีกใบหนึ่ง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Approve the purchase.    (อนุมัติการซื้อ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Put the numbers in the computer again.    (ใส่ตัวเลขในเครื่องคอมพิวเตอร์อีกครั้ง)  (เนื่องจาก

       ลูเธอร์บอกให้ซินเธียพยายามอีกครั้ง  เธอจึงน่าจะใส่ตัวเลข (บนบัตรเครดิต) ในเครื่องคอมฯ อีกครั้ง)

(d) Give the card back to Luther.    (ให้บัตรคืนแก่ลูเธอร์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Ask Luther to pay in cash.    (ขอร้องให้ลูเธอร์จ่ายเป็นเงินสด)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ซินเธีย  :  ฉันเสียใจค่ะ  หมายเลขบัตรเครดิตของคุณไม่ได้รับการอนุมัติ (เห็นชอบ, ยอมรับ, เห็นด้วย)

                  (approved) ค่ะ (คือ  ไม่ผ่าน),  เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ยอมรับมันค่ะ

ลูเธอร์   :  พยายามอีกครั้งสิครับ,  จะต้องมีความผิดพลาดแน่

คำถาม  :  ซินเธียน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

 

7. Barbara   You just select the number one for a title, two for an author, three for a subject, and

                           then you type in the information. 

     Franklin  :  Thanks for showing me.  I’m sure that I can find the books I need now. 

Question  What can be inferred about Barbara ?

(a) She doesn’t know how to use a computer.    (เธอไม่รู้วิธีใช้คอมพิวเตอร์)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอกำลัง

       แสดงวิธีใช้คอมพิวเตอร์ให้แฟรงคลินดู)

(b) She found Franklin’s books for him.    (เธอค้นหาหนังสือของแฟรงคลินให้เขา)  (ไม่จริง,  แฟรงคลินจะ

       หาหนังสือที่เขาต้องการด้วยตนเอง)

(c) She works in a library.    (เธอทำงานในห้องสมุด)  (เนื่องจากบาร์บาร่ากำลังแสดงให้แฟรงคลิน

       ดูวิธีใช้คอมพิวเตอร์เพื่อค้นหาหนังสือ  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอเป็นบรรณารักษ์)

(d) She is writing a paper for a class.    (เธอกำลังเขียนเปเปอร์ (รายงาน) สำหรับชั้นเรียน)  (ไม่จริง,  เธอ

       กำลังช่วยเหลือแฟรงคลิน  มิใช่กำลังทำวิจัยของเธอเอง)

(e) She doesn’t have time and so asks Franklin to do it by himself.    (เธอไม่มีเวลา  และดังนั้นจึงขอร้อง

       ให้แฟรงคลินทำมันด้วยตนเอง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

บาร์บาร่า    :  คุณเพียงแต่เลือกหมายเลข ๑ สำหรับชื่อเรื่อง,  เลข ๒ สำหรับผู้เขียน,  เลข ๓ สำหรับ

                       หัวเรื่อง (หัวข้อ) (subject)  และต่อจากนั้นก็พิมพ์ข้อมูลลงไป (type in the information)

                       ค่ะ (ในคอมพิวเตอร์)

แฟรงคลิน  ขอบคุณที่แสดงให้ผมดูครับ,  ผมมั่นใจว่าผมจะสามารถหาหนังสือที่ผมต้องการได้ครับ 

                       ในตอนนี้

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับบาร์บาร่า ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 198)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Jim   Where is your car ?

    Jane  I wish I knew.  I thought I parked it under a light so I could find it when we came out of class.

Question  What is Jane’s problem ?

(a) It is not dark outside yet.    (มันยังไม่มืดข้างนอกเลย)

(b) She is not a very good driver.    (เธอไม่ใช่นักขับรถที่ดีมากนัก)

(c) She cannot find her car.    (เธอไม่สามารถหารถของเธอพบ)  (“I wish I knew.”  =  “ฉัน

        ปรารถนาว่าฉันรู้  แต่จริงๆ แล้วฉันไม่รู้ – ว่ารถจอดอยู่ที่ไหน)

(d) She needs a ride home from class.    (เธอต้องการให้คนขับรถไปส่งที่บ้านจากห้องเรียน – โรงเรียน)

(e) She parked her car at the wrong place.    (เธอจอดรถผิดที่)

(คำแปล)

จิม   :  รถของคุณอยู่ที่ไหนครับ

เจน  :  ฉันปรารถนาว่าฉันรู้นะ (ว่ารถอยู่ไหน),  ฉันคิดว่าฉันจอดมันใต้ดวงไฟ (ไฟ, แสง, แสงสว่าง, ความ

             สว่าง, ตะเกียง, โคมไฟ) (a light)  เพื่อว่าฉันจะสามารถหามันเจอเมื่อพวกเราออกจากห้องเรียน

             (แสดงว่าเลิกเรียนตอนค่ำ)

คำถาม  :  ปัญหาของเจนคืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ  ข้อ  A, B, D  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของเจนที่ไม่ถูกต้อง,  และดูเพิ่มเติมรายละเอียดการใช้  “Wish”  ในหมวดข้อสอบ  STRUCTURE  ตอนที่ ๓๐  ข้อ ๖

 

2. Laura  I can’t give you the medication until your doctor phones in the prescription.

     Mark   It should be here.  I talked with his office this morning.

Question  What do we know about Laura ?

(a) She is ill.    (เธอป่วย)  (ไม่จริง,  มาร์คต้องการยา  มิใช่ลอร่า)

(b) She has not seen a doctor.    (เธอยังไม่ได้พบหมอ)  (ไม่จริง,  มาร์คต้องการยา  มิใช่ลอร่า)

(c) She is a pharmacist.    (เธอเป็นเภสัชกร)  (เนื่องจากลอร่ากำลังจ่ายยาจากใบสั่งยาของหมอ 

       จึงอาจสรุปได้ว่าเธอเป็นเภลัชกร)

(d) She does not know which medicine she needs.    (เธอไม่รู้ว่าเธอต้องการยาใด)  (ไม่จริง,  มาร์คต้องการยา 

       มิใช่ลอร่า)

(e) She won’t give Mark the medicine until he pays his doctor.    (เธอจะไม่ให้ยาแก่มาร์ค  จนกระทั่งเขาจ่าย

       เงินหมอ)  (ไม่จริง  เธอจะไม่ให้ยาฯ  จนกระทั่งเธอได้ใบสั่งยาจากหมอ)

(คำแปล)

ลอร่า   :  ฉันไม่สามารถให้ยา (การใช้ยา, สารหรือสิ่งที่ใช้บำบัดโรค) (medication) แก่คุณได้  จนกระทั่ง

                หมอของคุณโทรเข้ามาแจ้งใบสั่งยา (การสั่งยา, กฎ, คำสั่ง, การกำหนด, การชี้แนะ, อายุความ)

                (prescription)

มาร์ค  :  มัน (ใบสั่งยา) ควรอยู่ที่นี่ (ในห้องนี้)  ผมคุยกับสำนักงานของเขา (หมอ) เมื่อเช้านี้

คำถาม  :  เรารู้อะไรเกี่ยวกับลอร่า ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Paul    Give me a hand, will you ?

     Mary  :   Sure thing.

Question  What did Mary agree to do ?

(a) Help Paul.    (ช่วยเหลือพอล)  (“Sure thing”  หรือ  “Sure”  =  “Yes”)

(b) Say goodbye to Paul.    (กล่าวคำอำลากับพอล)

(c) Agree with Paul.    (เห็นด้วยกับพอล)

(d) Apologize to Paul.    (ขอโทษพอล)

(e) Give one of her hands to Paul.    (ให้มือข้างหนึ่งของเธอแก่พอล)

(คำแปล)

พอล  :  ช่วยเหลือผมหน่อย  ได้ไหมครับ (Give me a hand, will you ?)

แมรี่   :  ได้ค่ะ (Sure thing)

คำถาม  :  แมรี่ตกลงจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)  “Give me a hand”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ช่วยฉัน”  สำหรับ  ข้อ  B, C, D  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของพอลและแมรี่ที่ไม่ถูกต้อง

 

4. Robert  You’d better hurry.  They’re only taking pictures for ID cards until five o’clock.

     Nicky    I’m on my way.

Question  What does Nicky mean ?

(a) She already has an ID card.    (เธอมีบัตรประชาชนแล้ว)

(b) She does not need her picture taken.    (เธอไม่ต้องการให้ถ่ายรูปเธอ)

(c) She is in the course of her journey.    (เธออยู่ในเส้นทางของการเดินทาง,  เธออยู่ระหว่างทาง)

       (“To be on one’s way”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “อยู่ระหว่างการเดินทาง”)

(d) She does not know where to go.    (เธอไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน)

(e) She won’t go until five o’clock.    (เธอจะไม่ไปจนกระทั่ง ๕ โมง)

(คำแปล)

โรเบิร์ต  :  คุณควรรีบดีกว่าครับ,  พวกเขาจะถ่ายรูปเพื่อ (ทำ) บัตรประชาชน (taking pictures for ID

                   cards) จนถึง ๕ โมงเย็นเท่านั้นครับ

นิคกี้       :  ฉันอยู่ระหว่าง (การเดิน) ทางค่ะ (I’m on my way.)

คำถาม  :  นิคกี้หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ  ข้อ  A, B, D  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของนิคกี้ที่ไม่ถูกต้อง

 

5. Billy       What is an appropriate gift to take to some friends who have invited you to their house

                         for dinner ?  I was thinking maybe some candy.

     Sandra  That sounds good.  Or you could get a plant.

Question  What does Sandra suggest ?

(a) Billy should invite his friends to dinner.    (บิลลี่ควรเชิญเพื่อนไปทานอาหารค่ำ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Billy’s friends should come to his house.    (เพื่อนของบิลลี่ควรมาที่บ้านของเขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Billy could take a plant to his friends.    (บิลลี่สามารถนำต้นไม้ไปให้เพื่อนของเขา)  (เธอแนะนำ

       ให้บิลลี่เอาต้นไม้ไปให้เพื่อนเป็นของขวัญ)

(d) Billy likes candy.    (บิลลี่ชอบลูกกวาด-ขนมหวาน)  (บิลลี่คิดจะนำลูกกวาดไปให้เพื่อน  ไม่ใช่คำแนะนำของ

       แซนดร้า)

(e) Billy prefers candy to a plant as a gift for his friends.    (บิลลี่ชอบลูกกวาดมากกว่าต้นไม้  เป็นของขวัญ

      สำหรับเพื่อน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

บิลลี่         :  อะไรคือของขวัญที่เหมาะสมที่จะนำไปให้เพื่อนซึ่งเชื้อเชิญคุณไปที่บ้านของเขาเพื่อทาน

                    อาหารค่ำ,  ผมกำลังนึกถึง, บางทีนะ, ลูกกวาด (ขนมหวาน) (candy) ครับ

แซนดร้า  :  นั่นฟังดูดีนะคะ,  หรือว่าคุณเอาต้นไม้ (ไปให้) ก็ได้ค่ะ (Or you could get a plant.)

คำถาม  :  แซนดร้าแนะนำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. Patricia  :  I can’t find my room.  It’s number 119.

     Justin     :  Oh !  The even numbers are on this side, so your room must be on the other side.

Question  What will Patricia probably do ?

(a) Go with Justin.    (ไปกับจัสติน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Look on the other side of the hall.    (มองหาที่อีกด้านหนึ่งของห้องโถง)  (เนื่องจากเลขห้องของ

       แพททริเซียคือ ๑๑๙  และจัสตินบ่งชี้ว่าห้องเลขคี่อยู่อีกด้านหนึ่ง  แพททริเซียจึงน่าจะมองหาที่อีกด้าน

       หนึ่งของห้องโถง)

(c) Get a different room.    (พักห้องอื่น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Return to the front desk.    (กลับไปที่โต๊ะรับแขก – ประชาสัมพันธ์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Change for a new room with an odd number.    (เปลี่ยนห้องใหม่ที่มีเลขคี่)  (ไม่จริง  เนื่องจากห้องของ

       แพททริเซียเป็นเลขคี่ (๑๑๙) อยู่แล้ว)

(คำแปล)

แพททริเซีย  :  ฉันหาห้องของฉันไม่เจอ,  มันหมายเลข ๑๑๙ ค่ะ

จัสติน            :  โอ,  (ห้อง) เลขคู่ (even numbers) อยู่ทางด้านนี้ครับ,  ดังนั้น  ห้องของคุณจะต้องอยู่อีก

                          ด้านหนึ่งครับ 

คำถาม  :  แพททริเซียน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)    

 

7. Jeff    How did you sleep last night ?

     Lucy  Like a rock.

Question  What does Lucy mean ?

(a) She had only a few hours’ sleep.    (เธอหลับเพียงสองสามชั่วโมงเท่านั้น)

(b) The bed was hard.    (เตียงนอนแข็ง)

(c) She slept very well.    (เธอหลับอย่างดีมาก)  (“To sleep like a rock”  เป็นสำนวน  หมายถึง 

       “หลับเป็นตาย, หลับสนิท”)

(d) Her dreams were good.    (เธอฝันดี)

(e) She liked to sleep on a rock.    (เธอชอบนอนบนก้อนหิน)

(คำแปล)

เจฟฟ์  :  คุณหลับเป็นอย่างไรบ้างเมื่อคืนนี้

ลูซี่      :  (หลับ) เป็นตายเลยค่ะ (Like a rock.)  (แปลตรงตัว คือ เหมือนหิน)

คำถาม  :  ลูซี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ  ข้อ  A, B, D  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของลูซี่ที่ไม่ถูกต้อง

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 197)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Jessica  So the course is closed.  This is terrible !  I have to have it to graduate.

    Phillip   You’re okay.  Just Dr. Collin’s section is closed.  There is another section that’s still

                       open, but nobody knows who’s teaching it.  It’s marked “staff.”

Question  What will Jessica probably do ?

(a) Register for Dr. Collin’s class.    (ลงทะเบียนสำหรับชั้นเรียนของด็อกเตอร์คอลลิน)  (ไม่จริง  เนื่องจาก 

       “Section” (ส่วนวิชา) ของด็อกเตอร์คอลลินปิด)

(b) Graduate at a later date.    (จบการศึกษาในเวลาต่อๆ มา – อีกนาน)  (ไม่จริง  เธอวิตกเพราะว่าเธอมีแผน

       ที่จะจบการศึกษาในไม่ช้านี้)

(c) Enroll in the section marked “staff.”    (ลงทะเบียนในส่วนวิชาที่มีเครื่องหมาย  “คณะผู้ร่วม

        งาน”)  (เนื่องจากเจสซิคาจะต้องเรียนวิชานี้เพื่อจบการศึกษา  และส่วนวิชาของด็อกเตอร์คอลลิน

        ปิด  เธอจึงน่าจะลงทะเบียนเรียนในส่วนวิชาที่มีเครื่องหมาย  “คณะผู้ร่วมงาน”  เป็นผู้สอน)

(d) Find out who is teaching the other section of the class.    (ค้นหาว่าใครกำลังสอนอีก  “Section”  

       หนึ่งของชั้นเรียน)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอต้องการเรียนวิชานี้เพื่อให้จบการศึกษา  และสนใจในวิชามาก

       กว่าอาจารย์ผู้สอน)

(e) Ask Dr. Collin to teach his section.    (ขอร้องด็อกเตอร์คอลลินให้สอน  “Section” ของเขา) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจสซิคา  :  ถ้างั้น  วิชานี้ปิด,  นี่แย่มาก (ร้ายแรง, น่ากลัว, น่าเกรงขาม, สยองขวัญ) (terrible) เลย,  

                    ฉันจำเป็นต้องมี (เรียน) วิชานี้เพื่อจบการศึกษา (ได้รับปริญญา) (graduate) ค่ะ

ฟิลลิป     คุณไม่ต้องวิตกหรอกครับ (You’re okay.),  เพียงแต่ส่วน (วิชา) ของด็อกเตอร์คอลลิน

                   เท่านั้นที่ปิด  ยังมีอีกส่วน (วิชา) หนึ่งที่ยังคงเปิดอยู่  แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าใครกำลังสอนมัน, 

                   มันถูกทำเครื่องหมาย “คณะผู้ร่วมงาน (สอน)” (marked) ไว้ (หมายถึง  อาจารย์คนอื่นๆ

                   หรือผู้ช่วยสอน (Teaching assistant)  ซึ่งเป็นผู้ร่วมงานของอาจารย์เจ้าของวิชา 

                   เป็นผู้สอน)

คำถาม  :  เจสซิคาน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

หมายเหตุ  -  วิชาต่างๆ ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ  ถ้ามีนักศึกษาจำนวนมาก  อาจจะมีการสอนโดยอาจารย์มากกว่า ๑ คน (รวมทั้งผู้ช่วยสอนที่เป็นนักศึกษาปริญญาเอกด้วย)  ทั้งนี้เพื่อทำให้ชั้นเรียนเล็กลง  ซึ่งเรียกว่าแบ่งออกเป็น  “Section”  โดยอาจารย์แต่ละคนก็จะสอน  “Section”  ของตน  ซึ่งมีเนื้อหาวิชาเหมือนกัน  ดังนั้น  นักศึกษาอาจเลือกเรียนกับ  “Section”  ของอาจารย์คนใดก็ได้  ตามแต่เวลาสะดวกของตน)

 

2. Jenny  Can you believe it ?  I won fifty dollars on the lottery last night !

     Jeff      Way to go !

Question  What does Jeff mean ?

(a) He is asking where to buy a ticket.    (เขากำลังถามว่าจะซื้อตั๋ว (ล็อตเตอรี่) ได้ที่ไหน)

(b) He is telling Jenny to leave.    (เขากำลังบอกเจนนี่ให้ออกเดินทาง)

(c) He is calling Jenny a liar.    (เขากำลังเรียกเจนนีว่าคนโกหก)

(d) He is congratulating Jenny.    (เขากำลังแสดงความยินดีกับเจนนี่)  (“Way to go” 

       หมายถึง  “ขอแสดงความยินดีด้วย”)

(e) He is asking the way to go to buy the lottery.    (เขากำลังถามทางเพื่อไปซื้อล็อตเตอรี่)

(คำแปล)

เจนนี่   :  คุณเชื่อไหมคะ  ฉันชนะได้เงิน ๕๐ ดอลลาร์จากล็อตเตอรี่เมื่อคืนที่ผ่านมาค่ะ

เจฟฟ์  :  ขอแสดงความยินดีด้วยครับ (Way to go !)

คำถาม  :  เจฟฟ์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  E  เป็นการแปลความหมายของวลี  “Way to go”  ที่ไม่ถูกต้อง

 

3. Alice   Will that be together, or do you want separate checks ?

     Paul    Separate, please.

Question  What is Paul going to do ?

(a) Check the menu.    (ตรวจสอบรายการอาหาร)

(b) Eat alone.    (ทานอาหารตามลำพัง)

(c) Leave the table.    (ออกจากโต๊ะ)

(d) He wants to separate with Alice after meal.    (เขาต้องการแยกกับอลิซหลังจากทานอาหาร)

(e) Pay for his own meal.    (จ่ายเงินค่าอาหารของเขาเอง)  (“Separate checks”  เป็นสำนวน 

       หมายถึง  “แต่ละคนจะจ่ายเงินค่าอาหารของเขาหรือเธอเอง”)

(คำแปล)

อลิซ  :  นั่นจะ (คิดตังค์) รวมกัน  หรือคุณต้องการให้แยกเช็คบิล (คิดเงินแยก) (separate checks) คะ

พอล  :  กรุณา (คิดตังค์) แยก (Separate, please.) ครับ

คำถาม  :  พอลจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  D  เป็นการแปลความหมายคำพูดของพอลที่ไม่ถูกต้อง

 

4. Larry   Hey, I heard that you got an assistantship.

     Sylvia  You must be thinking of my roommate.  I’m not going to try to teach next year while I’m

                      studying full time.

Question  What does Sylvia mean ?

(a) Her roommate got the assistantship.    (เพื่อนร่วมห้องพักของเธอได้รับทุนฯ)  (ดูจากข้อความ 

       “คุณจะต้องกำลังนึกถึงเพื่อนร่วมห้อง (พัก) ของฉัน - ซึ่งได้รับทุนฯ”)

(b) She is not going to take a full load.    (เธอจะไม่รับปริมาณงานเต็มที่ – เต็มเวลา)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอจะ

       เรียนเต็มเวลาปีหน้า)

(c) Teaching is more difficult than studying.    (การสอนยากกว่าการเรียน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Larry is correct.    (ลาร์รี่ (พูด) ถูกต้องแล้ว)  (ไม่จริง  เขาสับสนระหว่างซิลเวียและเพื่อนร่วมห้องของเธอ

       คือเขาคิดว่าซิลเวียได้ทุนฯ  แต่จริงๆ แล้วเพื่อนของเธอได้)

(e) She has her roommate as her assistant.    (เธอมีเพื่อนร่วมห้องเป็นผู้ช่วยของเธอ)  (การสนทนามิได้

      กล่าวถึง)

(คำแปล)

ลาร์รี่     :  เฮ่  ผมได้ยินว่าคุณได้รับทุนการศึกษาที่ให้แก่นักศึกษาเพื่อช่วยอาจารย์ในมหาวิทยาลัย

                 ทำงาน (assistantship)

ซิลเวีย  :  คุณจะต้องกำลังนึกถึงเพื่อนร่วมห้อง (พัก) ของฉันแน่เลยค่ะ (ผู้ซึ่งได้รับทุนฯ ไม่ใช่ฉัน), 

                 ฉันจะไม่พยายามสอนหนังสือในปีหน้า  ในขณะที่ฉันกำลังศึกษาเต็มเวลา

คำถาม  :  ซิลเวียหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

5. Janet  Would you help me on Saturday when I move out of the dorm ?

    John    When would you like me to be there ?

Question  What can be inferred about John ?

(a) He lives in the dorm.    (เขาอาศัยในหอพัก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He will help Janet.    (เขาจะช่วยเหลือเจเน็ต)  (เนื่องจากจอห์นต้องการเตรียมการเรื่องเวลา 

       จึงอาจสรุปได้ว่าเขาจะช่วยเจเน็ตขนของออกจากหอพัก)

(c) He has to work on Saturday.    (เขาต้องทำงานวันเสาร์)  (ไม่จริง  เนื่องจากเขาจะไปที่หอพักของเจเน็ต

       ในวันเสาร์)

(d) He keeps his promises.    (เขาทำตามสัญญา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He likes to visit Janet’s dorm.    (เขาชอบไปเที่ยวหอพักของเจเน็ต)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจเน็ต  :  คุณจะช่วยฉันในวันเสาร์  เมื่อฉันย้ายออกจากหอพักได้ไหมคะ

จอห์น  :  คุณอยากให้ผมไปที่นั่น (หอพัก) เมื่อไร (เวลาใด) ครับ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับจอห์น ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 196)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Linda     You wouldn’t be in this mess if you hadn’t charged so much on your credit cards ! 

     Joseph  Okay, Linda.  Back off !

Question  What does Joseph mean ?

(a) He wants Linda to stop criticizing him.    (เขาต้องการให้ลินดาหยุดวิพากษ์วิจารณ์-จับผิดเขา)

       (“Back off”  หมายถึง  “หยุด  หรือถอยห่างออกไป”)

(b) He agrees with Linda.    (เขาเห็นด้วยกับลินดา)  (เป็นการแปลความหมายผิดของ   “Okay”  คือ  “ตกลง” 

       ซึ่งไม่ใช่ในบริบทนี้)

(c) He needs Linda’s help.    (เขาต้องการความช่วยเหลือของลินดา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He is going to give the money back to Linda.    (เขาจะให้เงินคืนแก่ลินดา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He pays lots of money for Linda.    (เขาจ่ายเงินมากมายเพื่อลินดา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ลินดา   :  คุณจะไม่อยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจ (สภาพที่สกปรกหรือไม่เป็นระเบียบ, ภาวะที่ยุ่งเหยิง,

                 ความสับสน) (mess) แบบนี้  ถ้าคุณไม่ได้บันทึกเป็นหนี้ (เรียกเก็บเงิน, ฟ้องร้อง, กล่าวหา,

                 โจมตี, อัดไฟ) (charged) มากมายในบัตรเครดิตของคุณ (หมายถึง  ใช้จ่ายเงินมากมาย

                 ผ่านบัตรเครดิต)

โจเซฟ  :  ตกลง  ลินดา,  หยุดเถอะ (Back off !) (หยุดวิจารณ์ผม)

คำถาม  :  โจเซฟหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)    

 

2. Martin    How much time do we have left ?

     Proctor   :  About ten minutes.  Please put your name on your papers before you turn them in.

Question  What is Martin most probably doing ?

(a) Driving.    (ขับรถ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Taking a test.    (สอบ, ทำข้อสอบ)  (จากการอ้างถึง  “เวลา, เขียนชื่อลงบนข้อสอบ และส่ง

       คืนมัน”  จึงอาจสรุปได้ว่ามาร์ตินกำลังสอบอยู่)

(c) Waiting for the proctor.    (รอผู้คุมสอบ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Cleaning the room.    (ทำความสะอาดห้อง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Getting on the train.    (ขึ้นรถไฟ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

มาร์ติน      :  เรามีเวลาเหลือเท่าไรครับ

ผู้คุมสอบ  :  ประมาณ ๑๐ นาทีค่ะ,  โปรดเขียนชื่อของคุณบนกระดาษสอบ (ข้อสอบ) (papers) ของคุณ

                     ก่อนส่งคืนมัน (turn them in) ด้วยค่ะ

คำถาม  :  มาร์ตินน่าจะกำลังทำอะไรมากที่สุด ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)   

 

3. Peter   Do you like “Star Trek” ?

     Mary   :  Not really.  I don’t watch much TV, and when I do, I usually turn on the Learning Channel. 

                     Mostly I’m not home though.  Work keeps me pretty busy, so it’s a good thing I enjoy it.

Question  What does Mary imply ?

(a) She likes to watch TV.    (เธอชอบดูทีวี)  (ไม่จริง  เธอพูดว่าเธอไม่ได้ดูทีวีมากนัก)

(b) She likes to go to school.    (เธอชอบไปโรงเรียน)  (เป็นการแปลความหมายของ  “Learning”  ที่ไม่ถูกต้อง

       ว่าคือโรงเรียน)

(c) She likes to work.    (เธอชอบทำงาน)  (แมรี่กล่าวว่างานทำให้เธอมีธุระยุ่งอยู่ตลอด  และเธอสนุก

        กับมัน)

(d) She likes “Star Trek.”    (เธอชอบหนัง “ตะลุยจักรวาล”)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอตอบในทางลบ  เมื่อถูกถาม

       ว่าเธอชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่)

(e) She likes to spend her time at home.    (เธอชอบใช้เวลาของเธออยู่ที่บ้าน)  (ไม่จริง  เธอบอกว่าส่วนใหญ่

       แล้ว  เธอไม่ได้อยู่ที่บ้าน)

(คำแปล)

ปีเตอร์  :  คุณชอบหนัง “ตะลุยจักรวาล” ไหมครับ

แมรี่      :  ก็ไม่เชิงค่ะ (Not really)  ฉันไม่ได้ดูทีวีมากนัก  และเมื่อฉันดู  ฉันมักจะเปิด “ช่องการเรียนรู้,”

                 (Learning Channel),  ส่วนใหญ่แล้ว  ฉันไม่ได้อยู่บ้าน  แม้กระนั้นก็ตาม,  งานทำให้ฉันยุ่ง

                  มากอยู่เรื่อยๆ (Work keeps me pretty busy)  ดังนั้น  มันเป็นเรื่องดีที่ฉันสนุกกับงานค่ะ

                 (it’s a good thing I enjoy it)

คำถาม  :  แมรี่บอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

 

4. Alex      I wish I had a chicken sandwich, or maybe grilled cheese.

     Emmy  :  That’s tough !    

Question  What does Emmy mean ?

(a) The chicken is not good.    (เนื้อไก่ไม่ดี)

(b) She will not prepare a sandwich for Alex.    (เธอจะไม่ปรุงแซนด์วิชให้อเล็กซ์)

(c) She is not hungry.    (เธอไม่หิว)

(d) She agrees with Alex.    (เธอเห็นด้วยกับอเล็กซ์)

(e) She thinks it is difficult to make a sandwich.    (เธอคิดว่ามันยากที่จะทำแซนด์วิช)

(คำแปล)

อเล็กซ์  :  ฉันปรารถนาว่าฉันได้กินแซนด์วิชไก่  หรืออาจจะเนยอบก็ได้

เอ็มมี่     :  ฉันไม่สนใจหรอก (ฉันไม่ทำให้หรอก) (That’s tough)

คำถาม  :  เอ็มมี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  สำหรับ  ข้อ  A, C, D  และ  E  เป็นการแปลความหมายของวลี  “That’s tough”  ที่ไม่ถูกต้อง

หมายเหตุ  -  เมื่อเรากล่าววลี  “That’s tough.”  หรือ  “That’s tough luck.”  กับผู้ใด  หมายความว่า  เราไม่เห็นอกเห็นใจในปัญหาหรือความยากลำบากของผู้นั้น  และจะไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือเขา  เช่นประโยคข้างล่าง

  • If you can’t get here in time, that’s your tough luck.

(ถ้าคุณไม่สามารถมาถึงที่นี่ได้ทันเวลา  ผมก็ไม่รับรู้ด้วยหรอกและช่วยอะไรคุณไม่ได้)

  • She said she needed a car to go there and I told her that was tough.

(เธอพูดว่าเธอต้องการรถยนต์เพื่อไปที่นั่น  และฉันบอกเธอไปว่าฉันไม่สนใจหรอกและช่วยอะไรเธอ

ไม่ได้ด้วย)

 

5. Jennifer   Here’s your key.  Do you know about the complimentary breakfast ?  We serve it

                           tomorrow from seven to nine, right behind the pool.

     George    Yes, thanks.  I’ve stayed here before.

Question  What kind of place are Jennifer and George probably talking about ?

(a) A friend’s house.    (บ้านเพื่อน)

(b) A coffee shop.    (ร้านกาแฟ)

(c) A hotel.    (โรงแรม)  (จากการอ้างถึง  “กุญแจ,  อาหารเช้าฟรี  และสระน้ำ”  จึงอาจสรุปได้ว่า

       การสนทนานี้เกิดขึ้นในล็อบบี้ของโรงแรม)

(d) A health club.    (สโมสรสุขภาพ)  (ไม่น่าจะเสิร์ฟอาหารเช้าฟรี)

(e) A university dormitory.    (หอพักของมหาวิทยาลัย)  (ไม่น่าจะเสิร์ฟอาหารเช้าฟรี)

(คำแปล)

เจนนิเฟอร์   :  นี่กุญแจ (ห้อง) ของคุณค่ะ  คุณทราบเกี่ยวกับอาหารเช้าซึ่งให้ฟรี (complimentary

                         breakfast) หรือเปล่าคะ,  เราเสิร์ฟมันจาก ๗ โมงถึง ๙ โมงเช้า,  หลังสระน้ำพอดีค่ะ

จอร์ช           :  ครับ  ขอบคุณ,  ผมเคยพักที่นี่มาก่อนครับ

คำถาม  :  เจนนิเฟอร์และจอร์ชน่าจะกำลังคุยเกี่ยวกับสถานที่ประเภทใด ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. Smith  My research class was cancelled, so now I don’t have a full load.

     Helen  Sit down for a minute.  I’m sure we can work it out.

Question  What does Helen mean ?

(a) Smith is not qualified for the class.    (สมิธมีคุณวุฒิไม่พอกับชั้นเรียน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) She doesn’t have time to talk to Smith.    (เธอไม่มีเวลาคุยกับสมิธ)  (ไม่จริง  เฮเล็นขอร้องให้สมิธนั่งลง)

(c) They can resolve the problem.    (เธอและสมิธสามารถแก้ปัญหาได้)  (“Work out”  เป็น

        สำนวน  หมายถึง  “แก้ปัญหา, ทำโจทย์, คิดค้น, ไปได้ดี, สำเร็จ”)

(d) There is a lot to do.    (มีอะไรมากมายต้องทำ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She asks Smith to sit down for a cup of coffee.    (เธอขอให้สมิธนั่งลงเพื่อทานกาแฟ)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

สมิธ     :  ชั้นเรียนวิจัยของผมถูกยกเลิก  ดังนั้น  ขณะนี้ผมก็มีปริมาณงานไม่เต็มที่ (I don’t have a

                 full load) ซิครับ

เฮเลน  นั่งลงสักครู่หนึ่งซิคะ  ฉันมั่นใจว่าเราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ค่ะ (we can work it out)

คำถาม  :  เฮเล็นหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)   

 

7. Sarah  How do you like the bus trip so far ?

     Jack    Well, to tell the truth, I’m not too big on tours.

Question  What does Jack mean ?

(a) The tour is too long.    (การท่องเที่ยว-ทัศนาจรนานเกินไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) The bus is too small.    (รถประจำทางเล็กเกินไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) He does not like to travel.    (เขาไม่ชอบเดินทาง-ท่องเที่ยว)  (“To not be too big on

        something”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ไม่ชอบสิ่งนั้นมากนัก”)

(d) He does not want to say.    (เขาไม่ต้องการพูด)  (ไม่จริง,  แจ๊คตอบคำถามของซาราห์)

(e) He wants to tell the truth about the bus.    (เขาต้องการพูดความจริงเกี่ยวกับรถประจำทาง)  (เป็นการ

       แปลความหมายคำพูดของแจ๊คที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

ซาราห์  :  คุณชอบการท่องเที่ยวโดยรถประจำทางเท่าที่แล้วๆ มา  มากน้อยเพียงไรคะ

แจ๊ค      :  เอ้อ  พูดจริงๆ เลยนะครับ (to tell the truth)  ผมไม่ชอบการท่องเที่ยว-ทัศนาจรมากนักหรอก

                  (I’m not too big on tours)

คำถาม  :  แจ๊คหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)   

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 195)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Simon   Don’t park there.  That lot is reserved for faculty.  Go up another block past those shops

                        and you’ll see a visitor’s lot.  There !  Across the street from the auditorium.

     Linda   Thanks.  I don’t want to get a ticket.

Question  What kind of place are Simon and Linda probably talking about ?

(a) A concert.    (คอนเสิร์ต, การแสดงดนตรี)

(b) A park.    (สวนสาธารณะ)

(c) A shopping center.    (ศูนย์การค้า)

(d) A college campus.    (แคมพัส หรือบริเวณมหาวิทยาลัย)  (จากข้อความ  “ลานจอดรถที่รีเสิร์ฟ

       (จอง) ไว้สำหรับอาจารย์ผู้สอนในคณะ”  จึงอาจสรุปได้ว่าการสนทนาเกิดขึ้นในบริเวณมหาวิทยาลัย)

(e) An auditorium.    (อาคารห้องประชุม, ห้องประชุม, ห้องบรรยาย)  (สถานที่เหล่านี้ไม่น่าจะมีลานจอดรถที่

       จองไว้ให้อาจารย์ผู้สอนในคณะ)

(คำแปล)

ไซม่อน  :  อย่าจอดรถที่ตรงนั้นครับ,  ลาน (ผืนดิน, สลาก, ฉลาก, การจับฉลาก, โชคชะตา) (lot) นั่นถูก

                  จองไว้สำหรับอาจารย์ผู้สอนในคณะ (คณะในมหาวิทยาลัย) (faculty),  ขับ (รถ) ขึ้นไปอีก

                   ช่วงตึกหนึ่งผ่านร้านเหล่านั้น  และคุณจะเห็นลาน (จอดรถ) ของผู้มาเยือนครับ,  ตรงนั้นไง

                   ข้ามถนนไปจากอาคารห้องประชุม (ห้องประชุม, ห้องบรรยาย) (auditorium) นั่น (หมายถึง 

                   นั่นคือลานจอดรถที่รีเสิร์ฟไว้สำหรับผู้มาเยือนมหาวิทยาลัย)

ลินดา     :  ขอบคุณค่ะ,  ฉันไม่ต้องการได้ตั๋ว (ใบสั่ง) (ticket) หรอกค่ะ (หมายถึง  จะไม่จอดรถส่งเดช 

                   เพราะกลัวโดนใบสั่ง)

คำถาม  :  ไซม่อนและลินดาน่าจะกำลังคุยกันเกี่ยวกับสถานที่ประเภทใด ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. Carla  See you tomorrow.

     Paul   I don’t think so !  That DVD isn’t due back until Tuesday.  We’re closed on Sunday and

                    Monday is a holiday.  It’s usually a one-day rental though.

Question  What can be inferred from this conversation ?

(a) Today is Saturday.    (วันนี้เป็นวันเสาร์)  (เนื่องจากโดยปกติแล้วการเช่ามีระยะเวลา ๑ วัน  และ

       คาร์ล่าคาดหวังจะคืนดีวีดีวันพรุ่งนี้  ซึ่งเป็นวันอาทิตย์และร้านปิด  ดังนั้น  วันนี้จะต้องเป็นวันเสาร์)

(b) The store is closed on weekends.    (ร้านปิดในวันสุดสัปดาห์)  (ไม่จริง  เนื่องจากร้านเปิดให้เช่าในวัน

       เสาร์ด้วย)

(c) Tomorrow is a holiday.    (วันพรุ่งนี้เป็นวันหยุด)  (ไม่จริง  เนื่องจากวันจันทร์เป็นวันหยุด  ไม่ใช่พรุ่งนี้  

       ซึ่งเป็นวันอาทิตย์)

(d) The store will be closed next Tuesday.    (ร้านจะปิดวันอังคารหน้า)  (ไม่จริง  เนื่องจากดีวีดีที่คาร์ล่า

       เช่าจะถึงกำหนดคืนในวันอังคาร)

(e) The DVD rent at this store is cheap.    (ค่าเช่าดีวีดีที่ร้านนี้ราคาถูก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

คาร์ล่า  :  แล้วพบกันพรุ่งนี้นะคะ

พอล     :  ผมไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนั้นหรอกครับ ดีวีดีนั่นไม่ครบกำหนดคืน (isn’t due back) จนถึงวัน

                 อังคารครับ,  แล้ว (ร้าน) เราก็ปิดวันอาทิตย์  และวันจันทร์ก็เป็นวันหยุด (พิเศษ) ด้วย,  ตาม

                 ปกติแล้วมันเป็นการเช่า (ค่าเช่า, บ้านเช่า, ห้องเช่า, รายได้จากการให้เช่า) (rental) (ระยะ

                 เวลา) ๑ วันครับ  แม้กระนั้นก็ตาม

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้จากการสนทนานี้ ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

หมายเหตุ  -  คาร์ล่ามาเช่าดีวีดีวันเสาร์และกะจะนำมาคืนวันอาทิตย์ (เนื่องจากเป็นการให้เช่าครั้งละ ๑ วัน)  แต่พอล (พนักงาน) บอกว่าจะถึงกำหนดคืนวันอังคารถัดไป  เพราะวันอาทิตย์ร้านปิด  ส่วนวันจันทร์ก็เป็นวันหยุด (พิเศษ)

 

3. Gary             What can I do ?

     Mrs. Baker  Well, my policy for make-up tests is on the syllabus.  You’ll have to take an essay

                               test instead of the multiple choice test I gave last Thursday.

Question  What is Gary’s problem ?

(a) He missed a test.    (เขาพลาดการสอบ)  (เพราะว่าอาจารย์กำลังอธิบายนโยบายของเธอสำหรับ

       การสอบชดเชย  จึงอาจสรุปได้ว่าแกรี่ไม่ได้เข้าสอบ)

(b) He lost his syllabus.    (เขาทำหลักสูตร-ประมวลวิชาหาย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) He didn’t turn in his composition.    (เขาไม่ได้ส่งเรียงความ)  (ไม่จริง,  แกรี่ไม่ได้เข้าสอบตามปกติ  ซึ่ง

       เป็นการสอบแบบมีให้เลือกหลายคำตอบ  จึงต้องสอบชดเชยโดยการเขียนเรียงความแทน)    

(d) His teacher won’t help him.    (อาจารย์ของเขาจะไม่ช่วยเขา)  (ไม่จริง  เนื่องจากอาจารย์เสนอที่จะให้เขา

       สอบชดเชย)

(e) He is afraid that he won’t pass the test.    (เขาเกรงว่าเขาจะไม่ผ่านการสอบ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แกรี่                  :  ผมจะทำอย่างไร (ผมจะทำอะไรได้บ้าง) (What can I do ?) ครับ

มิสซิสเบเกอร์  :  อ้อ  นโยบายของฉันสำหรับการสอบชดเชย (make-up tests) อยู่ในหลักสูตร (ประมวล

                             วิชา) (syllabus),  เธอจะต้องสอบเขียนเรียงความ (essay test) แทนการสอบแบบมี

                             ให้เลือกหลายคำตอบ (multiple choice test) ที่ฉันให้ไปเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา

คำถาม  :  ปัญหาของแกรี่คืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

4. Mark  Excuse me.  Is there a restroom out here ?

     Jane   No.  It’s the other way.  Past customer service and gift wrap by the beauty salon.

Question  What will Mark probably do ?

(a) Get a gift wrapped.    (เอาของขวัญไปห่อ)  (แผนก (รับ) ห่อของขวัญเป็นสถานที่ใกล้ห้องน้ำ  ไม่ใช่ที่ที่

       มาร์คจะไปห่อของขวัญ)

(b) Pay for a purchase.    (จ่ายเงินสำหรับการซื้อของ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Get a haircut.    (ไปตัดผม)  (ห้องเสริมสวยเป็นสถานที่ใกล้ห้องน้ำ  ไม่ใช่ที่ที่มาร์คจะไปตัดผม)

(d) Go to the men’s room.    (ไปที่ห้องน้ำชาย)  (เนื่องจากมาร์คถามหาห้องน้ำ  เขาน่าจะไปที่ห้อง

        น้ำชาย)

(d) Take a rest in the room near the beauty salon.    (พักผ่อนในห้องใกล้ห้องเสริมสวย)  (การสนทนา

        มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

มาร์ค  :  ขอโทษครับ  มีห้องน้ำ (restroom) อยู่ข้างนอกตรงแถวนี้ไหมครับ

เจน     :  ไม่มีค่ะ  มันอยู่อีกทางหนึ่ง (It’s the other way.)อยู่ผ่านแผนกบริการลูกค้าและ (รับ) ห่อ

                ของขวัญ (Past customer service and gift wrap) ข้างห้องเสริมสวย (by the beauty

                salon) นะคะ

คำถาม  :  มาร์คน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)    

 

5. Mary   Are you going to watch the play-offs ?

     Tom    You bet !

Question  What does Tom mean ?

(a) He will place a wager.    (เขาจะวางเดิมพัน)  (เป็นการแปลความหมายของ “Bet”  ที่ไม่ถูกต้อง  คือ 

       “วางเดิมพัน”)

(b) He will play.    (เขาจะเล่น)  (ไม่จริง  เขาจะดู)

(c) He will watch.    (เขาจะดู)  (“Play-off”  คือ  การแข่งขันอีกรอบหนึ่งเพื่อให้รู้แพ้รู้ชนะ  หลังจาก

       แข่งกันมาแล้วและเสมอกัน)  (อาจจะเป็นการแข่งระหว่าง ๒ คน หรือ ๒ ทีม หรือมากกว่าก็ได้)

(d) He will go.    (เขาจะไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He asks Mary whether she will bet on the result of the match.    (เขาถามแมรี่ว่าเธอจะพนันผลการ

       แข่งขันหรือไม่)  (เป็นการแปลความหมายคำตอบของทอมที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

แมรี่   :  คุณจะดูการแข่งขันอีกรอบเพื่อให้รู้แพ้รู้ชนะ (play-offs) ไหมคะ

ทอม  :  ดูแน่นอนครับ (You bet !)

คำถาม  :  ทอมหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “You bet”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “แน่นอน”  มักใช้กล่าวเน้นตอบตกลง (Yes)  หรือใช้เน้นย้ำคำพูดของตนเอง  ดังตัวอย่างข้างล่าง 

                 ๑.

  • A : Are you going to the party ?

(คุณจะไปงานเลี้ยงไหม)

            B : You bet !

(ไปแน่นอนครับ)

                ๒.

  • You bet I’m getting out.

(ผมจะออกไปข้างนอกแน่นอนครับ)

 

6. Eddy    I’ve got to quit smoking.  But how ?  I’ve tried chewing gum.  I’ve joined a support group. 

                      My will power only lasts about two weeks.

     Nancy  It’s hard.  I smoked for almost ten years.  Then I got one of those nicotine patches. 

                      Why don’t you try it ?

Question  What did Nancy suggest ?

(a) Use will power.    (ใช้กำลังใจ)

(b) Chew gum.    (เคี้ยวหมากฝรั่ง)

(c) Wear a nicotine patch.    (ติด (สวม) แผ่นแปะนิโคติน)  (แนนซี่กล่าวว่าเธอใช้แผ่นแปะนิโคติน)

(d) Join a support group.    (เข้าร่วมกับกลุ่มสนับสนุน – เลิกบุหรี่)

(e) Smoke a cigar instead.    (สูบซิการ์แทน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เอ็ดดี้   :  ผมจำเป็นต้องเลิกสูบบุหรี่แล้ว  แต่ด้วยวิธีใดล่ะ (But how ?)  ผมได้ทดลอง (tried) เคี้ยวหมาก

                ฝรั่งก็แล้ว  ผมได้เข้าร่วมกับกลุ่มสนับสนุน (เลิกบุหรี่) (a support group) ก็แล้ว,  (แต่) กำลังใจ

                (อำนาจจิต) (will power) ของผมอยู่ไปได้ (ต่อเนื่อง, ยืนหยัด, ทนทาน, คงไว้) (lasts) เพียง

                ประมาณ ๒ สัปดาห์เท่านั้น (คือ เลิกสูบฯ ได้แค่ ๒ สัปดาห์เท่านั้น)

แนนซี่  :  มันยาก (หนัก, แข็ง) (hard) ค่ะ,  ฉันสูบบุหรี่มาเกือบ ๑๐ ปี  แล้วฉันก็ได้แผ่นแปะนิโคติน

                 (nicotine patches) มาแผ่นหนึ่ง (และก็ลองใช้มัน)  ทำไมคุณไม่ลองใช้มันดูล่ะ (Why

                 don’t you try it ?)   

คำถาม  :  แนนซี่แนะนำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  D  เป็นวิธีการซึ่งเอ็ดดี้ได้ใช้  เพื่อเลิกสูบบุหรี่ในอดีต

หมายเหตุ  -  แผ่นแปะนิโคติน (nicotine patch)  คือ  อุปกรณ์ซึ่งมักใช้ติดไว้ที่ต้นแขนด้านนอกเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่  โดยมันจะปล่อยนิโคตินออกมาวันละ ๓ เวลา  คือ  ตอนตื่นนอน,  ก่อนเที่ยง  และตอนเย็น

 

7. Jeff   I don’t think Paula likes me.  I’ve tried to talk with her several times, but she ignored me.

     Kim  No, I think she’s just playing hard to get.

Question  What does Kim mean ?

(a) Paula doesn’t like Jeff.    (พอลลาไม่ชอบเจฟฟ์)

(b) Paula likes to play with Jeff.    (พอลลาชอบเล่นกับเจฟฟ์)

(c) Paula was playing while Jeff tried to talk with her.    (พอลลากำลังเล่นอยู่  ในขณะที่เจฟฟ์พยายาม

       จะพูดคุยกับเธอ)

(d) Paula likes to play sports while Jeff doesn’t.    (พอลลาชอบเล่นกีฬา  ในขณะที่เจฟฟ์ไม่ชอบ)

(e) Paula pretends not to be interested in Jeff.    (พอลลาแสร้งทำเป็นไม่สนใจเจฟฟ์)

(คำแปล)

เจฟฟ์  :  ผมไม่คิดว่าพอลลาชอบผมหรอกนะ  ผมพยายามพูดคุยกับเธอหลายครั้ง  แต่เธอไม่สนใจ

                (ละเลย, ไม่ยอมรับรู้) (ignored) ผมเลย

คิม      :  ไม่ใช่หรอกค่ะ  ฉันคิดว่าเธอเพียงแต่เล่นตัวเท่านั้นแหละ (she’s just playing hard to get)

คำถาม  :  คิมหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  “Play hard to get”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “เล่นตัว”  หรือแสร้งทำเป็นไม่สนใจในอีกคนหนึ่ง  หรือ  ในสิ่งที่อีกคนหนึ่งกำลังพยายามชักชวนให้คุณทำ  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  เป็นการแปลความหมายคำพูดของคิมที่ไม่ถูกต้อง

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 194)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Mark    How old is Jim ?

     Nancy  Well, let’s see.  I’m twenty-four, and he is seven years older than I am. 

Question  What can be inferred about Jim ?

(a) He is seven years old.    (เขาอายุ ๗ ปี)  (จิมอายุมากกว่าแนนซี่ ๗ ปี)

(b) He is seventeen years old.    (เขาอายุ ๑๗ ปี)  (เขาอายุน้อยกว่าแนนซี่ ๑๗ ปี)

(c) He is twenty-four years old.    (เขาอายุ ๒๔ ปี)  (ไม่จริง  แนนซี่อายุ ๒๔ ปี)

(d) He is thirty-one years old.    (เขาอายุ ๓๑ ปี)  (จิมอายุมากกว่าแนนซี่ ๗ ปี  และแนนซี่อายุ ๒๔ ปี 

       ดังนั้น  จิมอายุ ๓๑ ปี)

(e) He is older than Mark.    (เขาอายุแก่กว่ามาร์ค)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

มาร์ค   :  จิมอายุเท่าไรล่ะ

แนนซี่  :  เอ้อ  มาดูกันซิ,  ฉันอายุ ๒๔ ปี  และเขา (จิม) อายุแก่กว่าฉัน ๗ ปีนะ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับจิม ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. Alice   Why do you need running shoes ?  You never go jogging.  You don’t play basketball

                     anymore.  You don’t even walk with me in the mornings.

     Alex   I know.  I just like to wear them because they’re comfortable.

Question  What does Alice imply about Alex ?

(a) He should buy comfortable shoes.    (เขาควรซื้อรองเท้าที่ใส่สบาย)  (เป็นความเห็นของอเล็กซ์  ไม่ใช่

       คำพูดของอลิซ)

(b) He likes sports.    (เขาชอบกีฬา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) He does not get much exercise.    (เขาไม่ได้ออกกำลังกายมากนัก)  (เนื่องจากอลิซกล่าวว่า

       อเล็กซ์ไม่ได้วิ่งเหยาะ, เล่นบาสเก็ตบอล หรือเดิน  เธอจึงบอกเป็นนัยว่าเขาไม่ได้ออกกำลังกาย

       มากนัก)

(d) He is more active now than he used to be.    (เขากระฉับกระเฉงในขณะนี้มากกว่าที่เขาเคยเป็น – ในอดีต) 

       (ไม่จริง  เนื่องจากเขาเคยเล่นบาสเก็ตบอลในอดีต  แต่ปัจจุบันไม่เล่นอีกแล้ว,  และเขาเคยเดินกับอลิซในตอน

       เช้า  แต่ในปัจจุบันไม่เดินแล้ว)

(e) He likes to wear running shoes when he walks in the evenings.    (เขาชอบสวมรองเท้าวิ่งเมื่อเขาเดิน

       ในตอนเย็น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

อลิซ      :  ทำไมคุณจึงต้องการรองเท้าวิ่งล่ะ,  คุณไม่เคยวิ่งเหยาะ  คุณไม่เล่นบาสเก็ตบอลอีกแล้ว, 

                  คุณไม่แม้กระทั่งเดินกับฉันในตอนเช้า

อเล็กซ์  :  ผมรู้  ผมเพียงแต่ชอบสวมมันเพราะว่ามันใส่สบายดี (comfortable)

คำถาม  :  อลิซบอกเป็นนัยอะไรเกี่ยวกับอเล็กซ์ ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Charles  I absolutely have to have this suit back by tomorrow at four o’clock.

     Cindy     Well, I can mark it rush, but it will cost you two dollars extra.

Question  What will Charles probably do ?

(a) Mark the suit rush.    (ทำเครื่องหมาย “เร่งด่วน” บนสูท)  (ไม่จริง  ซินดี้จะทำเครื่องหมายฯ  ไม่ใช่ชาร์ลส)

(b) Bring the suit back tomorrow.    (นำสูทกลับมาวันพรุ่งนี้)  (ไม่จริง,  ชาร์ลสต้องการได้สูทกลับคืนเวลา

       ๔ โมงเย็นวันพรุ่งนี้)

(c) Wait until four o’clock.    (รอจนถึง ๔ โมงเย็น)  (ไม่จริง,  ชาร์ลสต้องการได้สูทกลับคืนเวลา ๔ โมงเย็น

       วันพรุ่งนี้)

(d) Dry-clean his suit at another shop.    (ซักแห้งสูทของเขาที่อีกร้านหนึ่ง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Pay the extra two dollars.    (จ่ายเงินพิเศษ ๒ ดอลลาร์)  (เนื่องจากชาร์ลสพูดว่าเขาจำเป็น

       อย่างเด็ดขาดที่จะต้องได้สูท,  และบริการเร่งด่วนมีราคา (เพิ่ม) พิเศษ ๒ ดอลลาร์  จึงอาจสรุป

       ได้ว่าชาร์ลสจะจ่ายเงินพิเศษ ๒ ดอลลาร์)

(คำแปล)

ชาร์ลส  :  ผมจำเป็น (have to) อย่างเด็ดขาด (ทั้งหมด, โดยสมบูรณ์, ล้วน) (absolutely) ที่จะต้อง

                  ได้สูทชุดนี้กลับคืนมาในวันพรุ่งนี้เวลา ๔ โมงเย็น

ซินดี้      :  อ๋อ  ฉันสามารถทำเครื่องหมาย (ทำรอย, ทำให้เป็นจุด, มุ่งหมาย, บันทึก, สังเกต) (mark)

                  “เร่งรีบ, วิ่งเข้าไป, พรวดพราด, ถลำ, ทำอย่างเร่งรีบ-ฉุกละหุก” (rush) (บนสูท) ได้ค่ะ,  

                   แต่มันจะทำให้คุณเสียเงิน (เพิ่ม) พิเศษ (extra) ๒ ดอลลาร์ค่ะ

คำถาม  :  ชาร์ลสน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Johnny  Let’s sit closer to the front.  I can’t see very well.

     Martha  That’s a good idea. 

 Question  What will Johnny and Martha probably do ?

(a) Get Johnny some glasses.    (เอาแว่นตาให้จอห์นนี่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) Sit together.    (นั่งด้วยกัน)  (ไม่จริง  เนื่องจากทั้งคู่กำลังนั่งด้วยกันอยู่แล้ว)

(c) Move to the front of the room.    (ย้ายไป (นั่ง) ข้างหน้าห้อง)  (เนื่องจากจอห์นนี่แนะนำว่า

       ตัวเขาและมาร์ธาควรนั่งใกล้ด้านหน้ามากขึ้น  และมาร์ธาก็เห็นด้วย  ดังนั้น  ทั้งคู่น่าจะขยับ (ย้าย) 

       ไปข้างหน้าห้อง)

(d) Have an argument.    (โต้เถียงกัน)  (ไม่จริง  เนื่องจากมาร์ธาเห็นด้วยกับจอห์นนี่)

(e) Go to the movies.    (ไปดูหนัง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

จอห์นนี่  :  เราไปนั่งใกล้เข้าไป (ใกล้ยิ่งขึ้น) กับด้านหน้าเถอะ,  ผมมองเห็นได้ไม่ดีนัก

มาร์ธา    :  นั่นเป็นความคิดที่ดีค่ะ

คำถาม  :  จอห์นนี่และมาร์ธาน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. George  What do you do ?

     Olivia    I’m a student right now, so I’m working part time at Pizza Hut.  One more year and I’ll

                        have my teaching certificate though.

Question  What does Olivia want to do ?

(a) Be a teacher.    (เป็นครู)  (เนื่องจากโอลิเวียกล่าวว่าเธอจะได้รับประกาศนียบัตรการสอนหนังสือใน

       อีกปีหนึ่ง (ข้างหน้า)  จึงอาจสรุปได้ว่าเธอต้องการเป็นครู)

(b) Study business.    (ศึกษาธุรกิจ)  (ไม่จริง,  เธอจะได้รับประกาศนียบัตรการสอนหนังสือ)

(c) Study part time.    (เรียนพาร์ตไทม์)  (โอลิเวียกำลังทำงานพาร์ตไทม์  ส่วนที่ว่าเธอจะเรียนพาร์ตไทม์หรือไม่ 

       การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Own a restaurant.    (เป็นเจ้าของภัตตาคาร)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Work full time at Pizza Hut.    (ทำงานเต็มเวลาที่พิซซาฮัท)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

จอร์ช     :  คุณทำงานอะไรครับ (What do you do ?)

โอลิเวีย  :  ฉันเป็นนักเรียนอยู่ในขณะนี้ค่ะ  แล้วก็ฉันกำลังทำงานพาร์ตไทม์ (บางเวลา) ที่ร้านพิซซาฮัทค่ะ, 

                   อีกปีหนึ่งค่ะ (One more year)  ฉันจะได้รับประกาศนียบัตรการสอนหนังสือ,  แม้กระนั้นก็ตาม    

คำถาม  :  โอลิเวียต้องการทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Albert    Do you have children ?

     Vanesa  Yes.  I have one daughter four years old, and twin boys, five.

Question  What can be inferred about Vanesa ?

(a) She has one child.    (เธอมีลูก ๑ คน)

(b) She has three children.    (เธอมีลูก ๓ คน)  (เนื่องจากเธอมีลูกสาว ๑ คนและลูกชายฝาแฝด

       (๒ คน)  วาเนสซาจึงมีลูก ๓ คน)

(c) She has four children.    (เธอมีลูก ๔ คน)

(d) She has five children.    (เธอมีลูก ๕ คน)

(e) She has five boy kids.    (เธอมีลูกชาย ๕ คน)  (ไม่จริง  เธอมีลูกชายฝาแฝด  คือ ๒ คน)

(คำแปล)

อัลเบิร์ต    :  คุณมีลูกไหมครับ

วาเนสซา  :  ค่ะ  ฉันมีลูกสาว ๑ คนอายุ ๔ ขวบ  และลูกชายฝาแฝดอายุ ๕ ขวบ (twin boys, five)

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับวาเนสซา ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

7. Sarah  Did you like living in Montreal ?

    James  Yes.  Most of the time.  The weather was really cold in the winter, but the rest of the

                      year was beautiful.

Question  How did James feel about Montreal ?

(a) He liked Montreal in the winter.    (เขาชอบมอนทรีอัลในฤดูหนาว)  (ไม่จริง, เจมส์ไม่ชอบฤดูหนาวที่นั่น 

       แต่ชอบเมืองนี้ในส่วนที่เหลือของปีจากฤดูหนาว)

(b) He liked Montreal spring, summer, and fall.    (เขาชอบฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูร้อน, และฤดูใบไม้ร่วง

       (fall) ของมอนทรีอัล)  (เนื่องจากเจมส์ไม่ชอบฤดูหนาวของมอนทรีอัล  แต่กล่าวว่าเขาชอบมอนทรี

       อัลในส่วนที่เหลือของปี (จากฤดูหนาว)  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาชอบมอนทรีอัลในฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูร้อน

       และฤดูใบไม้ร่วง)

(c) He liked Montreal all year round.    (เขาชอบมอนทรีอัลตลอดปี)  (ไม่จริง  เขาชอบเมืองนี้ส่วนใหญ่ของปี

       เท่านั้น  ยกเว้นฤดูหนาว)

(d) He did not like Montreal.    (เขาไม่ชอบมอนทรีอัล)  (ไม่จริง  เนื่องจากเขาตอบว่า  “ใช่ หรือ ชอบ”  เมื่อถูก

       ถามว่าเขาชอบอาศัยในมอนทรีอัลหรือไม่)

(e) He liked Montreal every now and then.    (เขาชอบมอนทรีอัลเป็นครั้งคราว – เป็นบางโอกาส)  (ไม่จริง 

       เนื่องจากเขากล่าวว่าเขาชอบเมืองนี้ส่วนใหญ่ของปี  คือ  ฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง) 

(คำแปล)

ซาร่าห์  :  คุณชอบอาศัยอยู่ในมอนทรีอัล (แคนาดา) ไหมคะ

เจมส์     :  ใช่  (ชอบ) เวลาส่วนใหญ่เลยครับ,  อากาศหนาวจริงๆ ในฤดูหนาว  แต่ว่าส่วนที่เหลือของปี

                  (the rest of the year) สวยงาม (ดีเลิศ) (beautiful) ครับ

คำถาม  :  เจมส์รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับมอนทรีอัล ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 193)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Paul       Is this seat taken ?

     Sandra  No, it isn’t.

Question  What will Paul probably do ?

(a) Take the seat away.    (เอาที่นั่งออกไป)

(b) Sit down beside Sandra.    (นั่งลงข้างแซนดร้า)

(c) Help Sandra be seated.    (ช่วยให้แซนดร้านั่ง)

(d) Invite Sandra to sit with him.    (เชิญแซนดร้าให้นั่งกับเขา)

(e) Sit down on another seat.    (นั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวหนึ่ง)

(คำแปล)

พอล         :  ที่นั่งนี้มีคนนั่งหรือเปล่าครับ (Is this seat taken ?)

แซนดร้า  :  ไม่ค่ะ,  มันไม่มีคนนั่ง

คำถาม  :  พอลน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  Is this seat taken ?” (ที่นั่งนี้มีคนนั่งหรือเปล่าครับ)  เป็นข้อความที่ผู้พูดอยากจะขออนุญาตเพื่อนั่งลง,  สำหรับ  ข้อ  A, C, D  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของพอลที่ไม่ถูกต้อง    

 

2. Larry   Could you please sign my course request form ?

     Kathy  I’m sorry.  You have to get your advisor’s signature on that.

Question  What can be inferred about Kathy ?

(a) She is not polite.    (เธอไม่สุภาพ-มีมารยาท – ที่ไม่ลงนามในแบบฟอร์ม)  (แม้เคธี่จะกล่าว่าเธอเสียใจ 

       นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เธอไม่สามารถลงนามในแบบฟอร์ม  จึงว่าเธอไม่สุภาพไม่ได้)

(b) She does not have a course request form.    (เธอไม่มีแบบฟอร์มร้องขอวิชาเรียน)  (ไม่จริง  เนื่อง

       จากลาร์รี่ขอให้เธอลงนามในแบบฟอร์มดังกล่าว)

(c) She will help Larry.    (เธอจะช่วยลาร์รี่)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอไม่ใช่อาจารย์ที่ปรึกษาของเขา  เธอจึง

       ไม่สามารถลงนามในแบบฟอร์ม)

(d) She will get Larry’s advisor’s signature for him.    (เธอจะไปเอาลายเซ็นของอาจารย์ที่ปรึกษาของ

        ลาร์รี่มาให้เขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She is not Larry’s advisor.    (เธอไม่ใช่อาจารย์ที่ปรึกษาของลาร์รี่)  (เนื่องจากเคธี่ปฏิเสธ

        ที่จะเซ็นชื่อ  และบอกลาร์รี่ว่าเขาจำเป็นต้องได้ลายเซ็นของอาจารย์ที่ปรึกษาของเขา  จึงอาจ

        สรุปได้ว่าเธอไม่ใช่อาจารย์ที่ปรึกษาของเขา)

(คำแปล)

ลาร์รี่  :  คุณจะกรุณาเซ็นชื่อในแบบฟอร์มร้องขอวิชาเรียน (course request form) ของผมได้ไหมครับ

เคธี่    :  ฉันเสียใจค่ะ,  คุณจำเป็นต้องได้ลายเซ็นของอาจารย์ที่ปรึกษาของคุณในเรื่องนั้นค่ะ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับเคธี่ ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

3. Jim      Go to the next screen.

     Mary   Okay.  Oh, I see !  You hit this key and Enter.

Question  What are Jim and Mary discussing ?

(a) A TV.    (โทรทัศน์)  (อาจมีจอภาพก็จริง  แต่ทีวีไม่มีคีย์ให้กดทำรายการต่างๆ)

(b) A computer.    (เครื่องคอมพิวเตอร์)  (จากการอ้างถึง  “จอภาพถัดไป,”  “คีย์นี้”  และ “เอ็นเทอร์” 

       จึงอาจสรุปได้ว่าทั้ง ๒ คนกำลังทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์)

(c) A room.    (ห้อง)    

(d) A door.    (ประตู)

(e) A movie theater.    (โรงภาพยนตร์)  (อาจมีจอ  แต่ไม่มีคีย์ทำรายการ)

(คำแปล)

จิม    :  ไปที่จอภาพถัดไปสิ

แมรี่  :  ตกลง,  โอ  ฉันเข้าใจ (ทราบ, พบ, เห็น) (see) แล้ว,  คุณกดคีย์ (บอร์ด) นี้และกดเอ็นเทอร์

คำถาม  :  จิมและแมรี่กำลังพูดกันเรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

4. Janet  So what are you going to do ?  Move out of the apartment ?

     Peter  No way !

Question  What does Peter mean ?

(a) He is lost.    (เขาหลงทาง)  (เป็นการแปลความหมายของ “no way”  ที่ผิด  เนื่องจากมิได้หมายถึง  “ทิศทาง”)

(b) He needs an apartment.    (เขาต้องการห้องเช่า)  (ไม่จริง  เนื่องจากเขาพูดว่าเขาจะไม่ย้ายออกจากห้องเช่า

       ที่เขาอยู่)

(c) He will not move.    (เขาจะไม่ย้าย)  (“No way”  หมายความว่า  “มันจะไม่เกิดขึ้น”)

(d) He doesn’t know what he will do.    (เขาไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร-อย่างไร)  (ไม่จริง  เนื่องจากเขาให้คำตอบ

       ที่เด็ดขาดกับคำถามของเจเน็ต)

(e) He doesn’t know the way in the apartment.    (เขาไม่รู้ทางในห้องเช่า)  (เป็นการแปลความหมายของ

       “no way”  ที่ผิด  เนื่องจากมิได้หมายถึง  “ทิศทาง”)

(คำแปล)

เจเน็ต   :  เอ้อ  คุณจะทำอะไรล่ะ,  ย้ายออกจากห้องเช่าหรือคะ

ปีเตอร์  :  ไม่มีทางหรอก !

คำถาม  :  ปีเตอร์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Oliver    Can’t you just fax the report to me ?  It can’t be more than two pages long.

     Pamela  I’m sorry.  Our fax machine is down.  But I could send it Federal Express if you want.

Question  What does Pamela mean ?

(a) It is better to send it by fax.    (มันดีกว่ากัน  ที่จะส่งรายงานทางเครื่องโทรสาร)  (ไม่จริง  เธอต้องการใช้ 

       “เฟ็ดเดอรัลเอกซ์เพรส”)

(b) The document is too long.    (เอกสารยาวเกินไป)  (ไม่จริง,  โอลิเวอร์พูดว่าเอกสารยาวเพียง ๒ หน้าเท่านั้น)

(c) The fax machine is not working.    (เครื่องโทรสารไม่ทำงาน)  (“A machine is down.” 

        หมายถึง  “เครื่องไม่ทำงาน”)

(d) She does not want to do it.    (เธอไม่ต้องการจะทำมัน – ส่งรายงานให้โอลิเวอร์)  (ไม่จริง  เธอพูดว่าเธอ

       เสียใจที่ไม่สามารถส่งรายงานทางโทรสาร)

(e) She will send the report by an express train if Oliver needs.    (เธอจะส่งรายงานทางรถด่วน  ถ้าโอลิเวอร์

       ต้องการ)  (ไม่จริง  เธอจะใช้บริการของ  “เฟ็ดเดอรัลเอกซ์เพรส”)

(คำแปล)

โอลิเวอร์   :  คุณช่วยส่งแฟกซ์ (โทรสาร) รายงานให้ผมได้ไหมครับ  มันยาวไม่เกินกว่า ๒ หน้าหรอก

พาเมล่า    :  ฉันเสียใจค่ะ  เครื่องโทรสารของเราเสีย (down),  แต่ฉันสามารถส่งมันทาง “เฟ็ดเดอรัล

                     เอกซ์เพรส” ได้ค่ะ  ถ้าคุณต้องการ

คำถาม  :  พาเมล่าหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. Thomas       Are you going to pass back our tests today ?

     Mrs. Jones  No.  I don’t have them all graded yet.  But you can pick them up after Wednesday

                               in my office if you don’t want to wait until class next Monday.

Question  What is the relationship between Thomas and Mrs. Jones ?

(a) They are friends and classmates.    (พวกเขาเป็นเพื่อนและเพื่อนร่วมชั้นกัน)  (ไม่จริง  เพื่อนไม่น่าจะ

        ตรวจให้คะแนนการสอบกันเอง)

(b) Thomas is a student in Mrs. Jones’s class.    (โทมัสเป็นนักเรียนในชั้นเรียนของมิสซิสโจนส์)

       (เนื่องจากมิสซิสโจนส์ตรวจให้คะแนนการสอบของโทมัส  จึงสรุปได้ว่าเขาเป็นนักเรียนในชั้นเรียน

       ของเธอ)

(c) They are colleagues at school.    (พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่โรงเรียน)  (ไม่จริง  เพื่อนฯ ไม่น่าจะตรวจ

        ให้คะแนนการสอบกันเอง)

(d) Thomas is a teaching assistant for Mrs. Jones.    (โทมัสเป็นผู้ช่วยสอนสำหรับมิสซิสโจนส์)  (การสน

        ทนามิได้กล่าวถึง)  (“Teaching assistant”  คือผู้ช่วยสอนหนังสือของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย,  พวกนี้มัก

        เป็นนักศึกษาระดับปริญญาโทหรือเอก  และส่วนใหญ่ช่วยอาจารย์สอนนักศึกษาปริญญาตรีในห้องปฏิบัติการ 

        ผู้ช่วยสอนจะได้ค่าตอบแทนเป็นรายเดือนหรือเทอม  และได้รับยกเว้นค่าเทอมของตนด้วย)

(e) They work in different departments in a university’s faculty.    (พวกเขาทำงานในแผนกต่างกัน (คนละ

       แผนก) ในคณะของมหาวิทยาลัย)  (เจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัยไม่น่าจะมีการตรวจให้คะแนนการสอบกันเอง)

(คำแปล)

โทมัส            :  คุณ (อาจารย์) จะส่งคืน (pass back) (ผล) การสอบของเราวันนี้ใช่ไหมครับ

มิสซิสโจนส์  :  ไม่หรอก,  ฉันยังตรวจให้คะแนน (graded) มันไม่หมดเลย,  แต่เธอสามารถมารับมัน (pick

                          them up) ได้ (ผลการทดสอบ) หลังวันพุธในห้องทำงานของฉัน  ถ้าเธอไม่ต้องการรอจน

                          ถึงชั้นเรียนวันจันทร์สัปดาห์หน้า

 คำถาม  :  ความสัมพันธ์ระหว่างโทมัสและมิสซิสโจนส์คืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ STRUCTURE