หมวดข้อสอบ STRUCTURE

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 212)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Mark  Let’s have lunch sometime. 

     Kim    Sounds good.  Give me a call.

Question  What can we assume from this conversation ?

(a) Mark and Kim are eating lunch now.    (มาร์คและคิมกำลังทานอาหารกลางวันในขณะนี้)  (ไม่จริง  เนื่องจาก

       การเชื้อเชิญนี้ทำเพื่อเรื่องในอนาคต)

(b) Mark will call Kim to arrange for lunch.    (มาร์คจะโทรฯ ไปหาคิมเพื่อเตรียมการสำหรับอาหาร

       กลางวัน)  (เนื่องจากมาร์คแนะนำว่าพวกเขาควรทานอาหารกลางวัน  และคิมตอบว่าความคิดนี้ฟัง

       ดูดี  โดยเชื้อเชิญให้เขาโทรฯ มาหาเธอ  จึงอาจสรุปได้ว่า  มาร์คจะโทรไปหาคิมเพื่อเตรียมการสำ

       หรับอาหารกลางวัน)

(c) Mark and Kim have lunch at the same time.    (มาร์คและคิมทานอาหารกลางวันเวลาเดียวกัน)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง) 

(d) Kim does not want to have lunch with Mark.    (คิมไม่ต้องการทานอาหารกลางวันกับมาร์ค)  (ไม่จริง  คิม

       เชื้อเชิญมาร์คให้โทรฯ ไปหาเธอ)

(e) Kim will call Mark when she wants to have lunch.    (คิมจะโทรไปหามาร์คเมื่อเธอต้องการทานอาหารกลาง

       วัน)  (ไม่จริง  มาร์คจะโทรไปหาคิมเมื่อเขาจะไปทานอาหารกลางวัน) 

(คำแปล)

มาร์ค  :  เรามาทานข้าวกลางวันเวลาใดเวลาหนึ่งกันเถอะครับ

คิม      :  ฟังดูเข้าทีค่ะ  แล้วโทรฯ มาหาฉันนะคะ

คำถาม  :  เราสามารถสันนิษฐานอะไรได้จากการสนทนานี้ ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Dick    How many transcripts do you want me to send to San Diego State University ?

     Kathy  Just one, but I want two for myself.

Question  What will Dick probably do ?

(a) Send two transcripts to San Diego State University.    (ส่งหนังสือรับรองผลการศึกษา ๒ ชุดไปที่

       มหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานดิเอโก)  (ไม่จริง  เคธี่ต้องการหนังสือรับรองฯ เพียง ๑ ชุดสำหรับมหาวิทยาลัยฯ)

(b) Prepare two transcripts.    (เตรียมหนังสือรับรองฯ ๒ ชุด)  (ไม่จริง  เนื่องจากเคธี่ต้องการหนังสือรับรองฯ

       ทั้งหมด ๓ ชุด)

(c) Give two transcripts to Kathy, and send one to San Diego State University.   

        (ให้หนังสือรับรองฯ ๒ ชุดแก่เคธี่  และส่ง ๑ ชุดไปยังมหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานดิเอโก

        (เนื่องจากเคธี่ต้องการหนังสือรับรอง ๑ ชุดสำหรับมหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานดิเอโก  และ

        ๒ ชุดสำหรับตัวเธอเอง,  ดิ๊คจึงน่าจะส่ง ๑ ชุดไปที่มหาวิทยาลัยฯ  และให้เคธี่ ๒ ชุด)

(d) Give Kathy three transcripts.    (ให้หนังสือรับรองฯ แก่เคธี่ ๓ ชุด)  (ไม่จริง  ให้เคธี่เพียง ๒ ชุด  และส่งไป

       มหาวิทยาลัยฯ ๑ ชุด)

(e) Get three transcripts for himself.    (เอาหนังสือรับรองฯ ๓ ชุดให้ตัวเอง)  (ไม่จริง  ดิ๊คเป็นเจ้าหน้าที่จัดหา

       หนังสือรับรองฯ ให้นักศึกษา)

(คำแปล)

ดิ๊ค   :  คุณต้องการให้ผมส่งหนังสือรับรองผลการศึกษาให้มหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานดิเอโกกี่ชุดครับ

เคธี่  :  แค่ชุดเดียวค่ะ,  แต่ฉันต้องการ ๒ ชุดสำหรับตัวฉันเองค่ะ

คำถาม  :  ดิ๊คน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Paul   The problem is I don’t have the parts I need to fix the water hose.  You can drive it as

                     it is, but you’ll have to get it replaced pretty soon.

    Janet  Okay.  When the parts come in, give me a call and I’ll bring it back.

Question  Where does this conversation probably take place ?

(a) At a lake.    (ทะเลสาบ)

(b) At a telephone store.    (ร้านขายโทรศัพท์)

(c) At a lawn and garden supply.    (อุปกรณ์สนามหญ้าและสวน)

(d) At a garage.    (ที่อู่ซ่อมรถยนต์)  (จากการอ้างถึง  “ชิ้นส่วน,”  “ท่อส่งน้ำ,”  และ  “สามารถขับมัน” 

       จึงอาจสรุปได้ว่า  การสนทนาเกิดขึ้นที่อู่ซ่อมรถยนต์)

(e) At a gas station.    (ที่ปั๊มน้ำมัน)  (ไม่ใช่สถานที่ซ่อมรถ)

(คำแปล)

พอล    :  ปัญหาคือว่าผมไม่มีชิ้นส่วน (parts) ที่ผมต้องการเพื่อซ่อม (fix) ท่อส่งน้ำในรถยนต์ (water

                hose) (อยู่ระหว่างหม้อน้ำและเครื่องยนต์),  คุณสามารถขับมัน (รถ) เหมือนที่มันเป็นอยู่ 

                แต่ผมจะต้องเปลี่ยนมัน (ท่อ) ใหม่ (get it replaced) ในเร็วๆ นี้

เจเน็ต  :  ตกลงค่ะ,  เมื่อชิ้นส่วนเข้ามา (ในร้าน)  โทรฯ มาหาฉันนะคะ  และฉันจะนำรถยนต์กลับมาค่ะ

                (เพื่อให้คุณเปลี่ยนท่อน้ำ)

คำถาม  :  การสนทนานี้น่าจะเกิดขึ้นที่ไหน ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. Helen  I ought to wait until Professor Bloom gets back from class.

     Peter   Not really.  You can just leave a note.  I’ll give it to her.

Question  What does Peter suggest Helen do  ?

(a) Leave a note for the professor.    (ทิ้งโน้ตไว้ให้อาจารย์)  (ดูจากข้อความ  “คุณสามารถทิ้งโน้ต

       ไว้ได้”)

(b) Give a note to the professor.    (ให้สมุดบันทึกแก่อาจารย์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(c) Wait to speak with the professor.    (รอพูดกับอาจารย์)  (เป็นแผนของเฮเลน  มิใช่คำแนะนำของปีเตอร์)

(d) Go to the professor’s class.    (ไปที่ชั้นเรียนของอาจารย์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(e) See the professor the following day.    (พบอาจารย์ในวันต่อไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

เฮเลน   :  ฉันควรจะรอจนกระทั่งอาจารย์บลูมกลับมาจากชั้นเรียน (ห้องสอนฯ) นะคะ

ปีเตอร์  :  ไม่ต้องหรอกครับ,  คุณสามารถทิ้งโน้ตไว้ก็ได้  ผมจะเอาโน้ตให้อาจารย์ครับ

คำถาม  :  ปีเตอร์แนะนำเฮเลนให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

5. Emmy  And what do you want on that ?

     Robin   Everything, and extra catsup, too, please.

Question  What does Robin mean ?

(a) The sandwich should have only catsup on it.    (แซนด์วิชควรราดหน้าด้วยเฉพาะน้ำซอสชนิดข้นเท่านั้น)

(b) He wants lettuce, pickles, onions, mustard, mayonnaise, and catsup.    (เขาต้องการ

       ผักกาดหอม, ผักดอง, หัวหอม, มัสตาร์ด, มะยองเนส (น้ำราดแซนด์วิช)  และน้ำซอสชนิดข้น)

       (“ทุกอย่าง”  ของเครื่องปรุงแซนด์วิช  มักประกอบด้วยรายการข้างต้น)

(c) Mustard and catsup are enough for him.    (มัสตาร์ดและน้ำซอสข้นเพียงพอแล้วสำหรับเขา)

(d) He is ordering French fries and a Coke as well.    (เขากำลังสั่งมันฝรั่งทอดและโค้ก ๑ แก้วด้วยเช่นกัน)

(e) He is so hungry that he can eat anything he can find.    (เขาหิวมากจนกระทั่งเขาสามารถกินอะไรก็ตาม

       ที่เขาหาได้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เอ็มมี่  :  และคุณต้องการอะไรโรยหน้า (แซนด์วิช) (on that) คะ

โรบิน  :  ทุกอย่างเลยครับ  และน้ำซอสชนิดข้นสำหรับใส่เนื้อ (catsup = ketchup = catchup) พิเศษ

                (extra) ด้วยครับ

คำถาม  :  โรบินหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  สำหรับ  ข้อ  A, C  และ  D  เป็นการแปลความหมายคำพูดของโรบินที่ไม่ถูกต้อง

 

6. George  Are you ready ?  You don’t even have your coat on.

     Linda    You’ve got to be kidding !  It’s only six o’clock.

Question  What does Linda mean ?

(a) She is not ready to go.    (เธอไม่พร้อมที่จะไป)  (เพราะว่าลินดากล่าวว่า  “มันเพิ่งจะ ๖ โมง

       เท่านั้นเอง”  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอยังไม่พร้อมที่จะไป)

(b) She is cold.    (เธอหนาว)  (เป็นเหตุผลที่อาจเป็นได้ที่ลินดาใส่เสื้อโค้ต  แต่ไม่รับกับคำถาม  “คุณพร้อม

       หรือยังครับ”)

(c) She is always late.    (เธอมาสายเสมอ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) She has a new coat.    (เธอมีเสื้อโค้ตตัวใหม่)  (เป็นเหตุผลที่อาจเป็นได้ที่ลินดาใส่เสื้อโค้ต  แต่ไม่รับกับ

       คำถาม  “คุณพร้อมหรือยังครับ”)

(e) She has not put her coat on because it is only six o’clock.    (เธอยังมิได้สวมเสื้อโค้ต  เพราะว่ามันเพิ่ง

       จะ ๖ โมงเท่านั้น)  (ไม่จริง  เธอยังมิได้สวมฯ  เพราะว่าเธอยังไม่พร้อมจะออกไปข้างนอก)

(คำแปล)

จอร์ช  :  คุณพร้อมหรือยังครับ  คุณยังไม่ได้สวมเสื้อโค้ตเลยนี่

ลินดา  :  คุณพูดเล่น (ล้อเล่น, หยอกเย้า, สัพยอก, หลอก) (Kidding) ใช่ไหมคะ,  มันเพิ่งจะ ๖ โมงเย็น

                เท่านั้นเองค่ะ

คำถาม  :  ลินดาหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

7. Paula  Susan told me she was really interested in social work.

     Jack    Yes, but when she declared her major, she chose education.

Question  What can be inferred about Susan ?

(a) She will have two major fields of study.    (เธอจะมี ๒ สาขาวิชาเอก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) She prefers teaching.    (เธอชอบการสอนมากกว่า)  (เนื่องจากซูซานเลือกการศึกษาเป็น

       วิชาเอกของเธอ  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอชอบการศึกษามากกว่า)

(c) She does not talk with Paula very often.    (เธอมิได้คุยกับพอลลาบ่อยนัก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) She cannot make up her mind.    (เธอไม่สามารถตัดสินใจได้)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอแจ้งวิชาเอกของเธอ)

(e) She declared her major imports when she came back from abroad.    (เธอแจ้งเสียภาษีสินค้านำเข้า

       รายใหญ่ของเธอ  เมื่อเธอกลับจากต่างประเทศ)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของแจ๊คที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

พอลลา  :  ซูซานบอกฉันว่าเธอสนใจในงานสังคม (สงเคราะห์) จริงๆ ค่ะ

แจ๊ค       :  ครับ,  แต่เมื่อเธอแจ้ง (ประกาศ, แถลงการณ์) (declared) วิชาเอก (majors) ของเธอ 

                  เธอเลือกการศึกษาครับ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับซูซาน ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 211)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Richard        I need an advisor’s signature on my course request form.  Could I make an

                                appointment, please ?

    Prof. Smith  Oh, well, you don’t need to make an appointment.  Just wait here.  I’ll get a pen.

Question  What is Prof. Smith going to do ?

(a) Make an appointment.    (ทำการนัดหมาย)  (ไม่จริง  เนื่องจากอาจารย์สมิธกล่าวว่า  ริชาร์ดไม่จำเป็น

       ต้องนัดหมาย)

(b) Give Richard a pen.    (ให้ปากการิชาร์ด)  (ไม่จริง  อาจารย์สมิธจะใช้ปากกาเซ็นแบบฟอร์มให้ริชาร์ด)

(c) Sign the form for Richard.    (เซ็นแบบฟอร์มให้ริชาร์ด)  (เนื่องจากอาจารย์ สมิธไปนำปาก

       กามา  จึงอาจสรุปได้ว่าเธอจะเซ็นแบบฟอร์ม)

(d) Wait for Richard.    (รอคอยริชาร์ด)  (ไม่จริง  ริชาร์ดถูกขอให้รออาจารย์สมิธ)

(e) Get a pen for Richard to sign a course request form himself.    (เอาปากกามาให้ริชาร์ดเพื่อเซ็นแบบ

       ฟอร์มร้องขอวิชาด้วยตนเอง)  (ไม่จริง  อาจารย์สมิธจะเอาปากกามาเซ็นแบบฟอร์มด้วยตัวเธอเอง)

(คำแปล)

ริชาร์ด           :  ผมต้องการลายเซ็นของอาจารย์ที่ปรึกษาในแบบฟอร์มการร้องขอวิชาเรียน  (course

                           request form) ครับ,  ผมสามารถทำการนัดหมาย (กับอาจารย์) ได้ไหมครับ

อาจารย์สมิธ  :  โอ้,  อ๋อ,  เธอไม่จำเป็นต้องนัดหมายหรอก,  รออยู่ตรงนี้นะ  อาจารย์จะไปเอาปากกามา

                           (เซ็นให้)

คำถาม  :  อาจารย์สมิธจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. Albert  This copy looks good.  Why don’t you just hand it in ?

     Mary    I’d better make one more draft.

Question  What is Mary going to do ?

(a) Revise her work.    (แก้ไขใหม่-ปรับปรุงใหม่งานของเธอ)  (ดูจากข้อความ  “ฉันควรจะทำ

       (เขียน) ฉบับร่างอีกครั้งหนึ่งดีกว่า”  โดย “ฉบับร่าง”  หมายถึง  “การแก้ไขหรือปรับปรุงใหม่

       งานเขียน”)

(b) Close the window.    (ปิดหน้าต่าง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Copy from Albert.    (ลอกจากอัลเบิร์ต)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Hand in the work.    (ส่งงาน)  (เป็นคำแนะนำของอัลเบิร์ต  ไม่ใช่สิ่งที่แมรี่จะทำ)

(e) Write a check for Albert.    (เขียนเช็คให้อัลเบิร์ต)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของแมรี่ที่ไม่ถูกต้อง 

       คือแปล  “draft”  เป็น “ตั๋วแลกเงิน”)

(คำแปล)

อัลเบิร์ต  :  (รายงาน) ฉบับนี้ดูดีนะ,  ทำไมคุณไม่ส่งมัน (hand it in) (ให้อาจารย์) ล่ะครับ

แมรี่         :  ฉันควรจะทำ (เขียน) ฉบับร่า(draft) อีกครั้งหนึ่งดีกว่าค่ะ (หมายถึง  ปรับปรุงฉบับร่าง

                    อีกครั้งก่อนส่งฉบับจริง)

คำถาม  :  แมรี่จะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

3. Sarah   Your loan payment is due on the first.  Oh, sorry, the computer has you scheduled for

                      the fifth.

     Willie  That’s good.  That’s what I thought.

Question  What had Willie assumed about the loan payment ?

(a) The computer made an error.    (เครื่องคอมพิวเตอร์มีความผิดพลาด)  (ความผิดพลาดเกิดจากซาร่าห์ 

       ไม่ใช่คอมพิวเตอร์)

(b) The payment is due on the fifth of every month.    (การจ่ายเงินครบกำหนดในวันที่ ๕

       ของทุกเดือน)  (ดูจากข้อความ  “นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดไว้ (ว่าคอมพิวเตอร์) กำหนดเวลาให้คุณชำระ

       ในวันที่ ๕”)

(c) The loan must be paid by the first of the month.    (เงินกู้ยืมจะต้องได้รับการจ่ายคืนในวันที่ ๑ ของเดือน) 

       (เป็นคำพูดแต่แรกของซาร่าห์  ไม่ใช่การสรุปครั้งสุดท้ายของเธอ)

(d) The loan had already been paid in full.    (เงินกู้ยืมได้รับการจ่ายคืนแล้วเต็มจำนวน)  (ไม่จริง  เนื่องจาก

       การจ่ายคืน  ยังมีกำหนดครบชำระต้องจ่ายคืน)

(e) The loan is taken with too high interest.    (เงินกู้ยืมมีดอกเบี้ยสูงเกินไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

ซาร่าห์  :  การจ่ายเงินกู้ยืม (loan payment) ของคุณครบกำหนดในวันที่ ๑,  โอ  เสียใจค่ะ  เครื่องคอม

                  พิวเตอร์กำหนดเวลาให้คุณชำระในวันที่ ๕ ค่ะ (the computer has you scheduled for

                  the fifth)

วิลลี่       :  นั่นดีครับ  นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดไว้ครับ

คำถาม  :  วิลลี่ได้สันนิษฐานอะไรเกี่ยวกับการจ่ายเงินกู้ยืม ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

4. Patricia  Their son is very bright.

     Alex        Yes, he is.  When we saw them in Houston at the convention, I was surprised how clearly

                         he could talk.

Question  What are Patricia and Alex discussing ?

(a) The weather.    (อากาศ)

(b) A speech.    (สุนทรพจน์)

(c) Their friend’s child.    (ลูกของเพื่อนของพวกเขา)  (จากการอ้างถึงสรรพนาม “เขา”  จึงอาจสรุป

       ได้ว่า  พวกเขากำลังคุยกันเกี่ยวกับบุคคล)

(d) A trip.    (การเดินทาง)

(e) A convention.    (การประชุม)

(คำแปล)

แพททริเซีย  :  ลูกชายของพวกเขาฉลาดมากนะคะ

อเล็กซ์          :  ครับ  เขาฉลาดมาก,  เมื่อเราพบพวกเขาในฮุสตัน (รัฐเทกซัส) ที่การประชุม (convention)  

                          ผมประหลาดใจว่าเขา (ลูกชาย) สามารถพูดได้อย่างชัดเจนเหลือเกิน

คำถาม  :  แพททริเซียและอเล็กซ์กำลังคุย (หารือ) กันเรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Eddy     It’s so noisy in the dorm that I can’t get anything done.

     Emmy  Why not move into an apartment ?

Question  What does Emmy mean ?

(a) Eddy should leave the dorm.    (เอ็ดดี้ควรออกจากหอพัก)  (“Why not”  =  “You should”)

(b) The apartment would be noisy, too.    (อพาร์ตเมนต์ – ห้องเช่า - จะมีเสียงดังด้วยเช่นกัน)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)   

(c) Eddy should not find an apartment.    (เอ็ดดี้ไม่ควรหาอพาร์ตเมนต์)  (ไม่จริง  เอ็มมี่บอกให้เอ็ดดี้ย้ายไป

       อยู่อพาร์ตเมนต์)

(d) Eddy is working too hard.    (เอ็ดดี้กำลังเรียนหนักเกินไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(e) The rent for an apartment is cheaper than that of a dorm.    (ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ถูกกว่าค่าเช่าหอพัก) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

เอ็ดดี้  :  มันเสียงดังมากในหอพักนักศึกษา  จนกระทั่งผมไม่สามารถทำอะไรได้เลยครับ

เอ็มมี่  :  ทำไมไม่ย้ายเข้าไปอยู่ในอพาร์ตเมนต์ (ห้องเช่า) ละคะ

คำถาม  :  เอ็มมี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Frank     You turn on the TV by pulling out this button.  The heat control is on the wall.  Will

                         there be anything else, Ma’am ?

    Jennifer  No, thank you.

Question  What can be inferred about Frank ?

(a) He is a TV repairman.    (เขาเป็นช่างซ่อมทีวี)  (ช่างซ่อมทีวีไม่น่าจะกล่าวถึงการควบคุมความร้อน)

(b) He is a bell boy.    (เขาเป็นพนักงานรับใช้ในโรงแรม)  (จากการอ้างถึง  “ทีวีและการควบคุม

       ความร้อน”  และคำถาม  “จะมีอย่างอื่นอีกไหมครับ  คุณนาย,”  จึงอาจสรุปได้ว่า  แฟรงค์เป็น

       พนักงานรับใช้ในโรงแรม)

(c) He is a tailor.    (เขาเป็นช่างตัดเสื้อชาย)

(d) He is a security guard.    (เขาเป็นยามรักษาความปลอดภัย)

(e) He is an electrician.    (เขาเป็นช่างไฟฟ้า)  (ช่างไฟฟ้าไม่น่าจะถามว่า  “จะมีอย่างอื่นอีกไหมครับ  คุณนาย”)

(คำแปล)

แฟรงค์       :  คุณเปิดทีวีโดยการดึงปุ่มนี้ออกมาครับ,  ส่วนการควบคุมความร้อนอยู่บนผนังห้องครับ, 

                       จะมีอย่างอื่นอีกไหมครับ  คุณนาย

เจนนิเฟอร์  :  ไม่มีแล้ว,  ขอบคุณค่ะ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับแฟรงค์ ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

7. Carla  Did you balance your checkbook ?

     John  I had my secretary do it because I kept putting it off and my wife was starting to lose

                    patience with me. 

Question  What can be inferred about John ?

(a) He does not have a checking account.    (เขาไม่มีบัญชีเช็ค)  (ไม่จริง  เนื่องจากเขามีสมุดเช็ค)

(b) His wife usually balances the check book.    (ภรรยาของเขาโดยปกติแล้วปรับสมดุลสมุดเช็ค)  (ไม่จริง 

       เนื่องจากภรรยาของจอห์นกำลังรอคอยให้เขาปรับสมดุลสมุด)

(c) He does not like to reconcile his account.    (เขาไม่ชอบทำให้บัญชีของเขาสมดุล-ลงรอยกัน)

       (เนื่องจากจอห์นเลื่อนการปรับสมดุลบัญชีของเขาอยู่เรื่อยๆ  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาไม่ชอบปรับบัญชี

       ให้สมดุล)

(d) The secretary is not very helpful.    (เลขานุการมิได้ช่วยเหลืออะไรมากนัก)  (ไม่จริง  เลขาฯ ช่วยจอห์น

       ปรับสมดุลสมุดเช็ค)

(e) He is not in good terms with his wife.    (เขามีความสัมพันธ์ไม่ดีกับภรรยาของเขา)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง)   

(คำแปล)

คาร์ล่า  :  คุณปรับสมุดเช็คของคุณหรือเปล่าคะ (หมายถึง  ตรวจสอบว่าเงินที่มีในสมุดฯ มีจำนวนเพียงพอ

                 กับจำนวนเงินที่จ่ายเช็คออกไป)

จอห์น   :  ผมใช้ให้เลขาฯ ของผมไปทำมันครับ  เพราะว่าผมเลื่อนมันออกไปอยู่เรื่อย   (kept putting it

                 off)  และภรรยาของผมกำลังเริ่มหมดความอดทนกับผมแล้วครับ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับจอห์น ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 210)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Paula  What seems to be the problem ?

     Larry  Well I understand the lectures but I get mixed up when I try to read the book.

Question  What does Larry mean ?

(a) The book is confusing.    (หนังสือน่างง-สับสน)  (“To get mixed up”  เป็นสำนวน  หมายถึง 

       “รู้สึกสับสน หรืองงงวย”)

(b) He is doing well in the class.    (เขากำลังทำได้ดีในชั้นเรียน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) The teacher is not very clear.    (อาจารย์ไม่ค่อยชัดเจนมากนัก)  (ไม่จริง  เนื่องจากลาร์รี่เข้าใจการบรรยาย)

(d) The lectures are from the book.    (การบรรยายมาจากหนังสือ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He mixes the lectures with the book he read.    (เขาผสม-ปนเปการบรรยายเข้ากับหนังสือที่เขาอ่าน) 

       (เป็นการแปลความหมายคำพูดของลาร์รี่ที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

พอลลา  :  อะไรดูเหมือนเป็นปัญหา (ของคุณ) คะ

ลาร์รี่      :  เอ้อ  ผมเข้าใจการบรรยาย  แต่ผมสับสน (งง) (get mixed up) เมื่อผมพยายามอ่าน

                  หนังสือครับ

คำถาม  :  ลาร์รี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

2. John    Do you know Randy Johnson ?

     Nancy  :  Yes.  He sure has it made, doesn’t he ?

Question  What does Nancy mean ?

(a) Randy is a confident person.    (แรนดี้เป็นบุคคลที่มั่นใจ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) Randy is very fortunate.    (แรนดี้โชคดีมาก)  (“To have it made”  เป็นสำนวน  หมายถึง 

       “โชคดีมาก”  )

(c) She does not know Randy.    (เธอไม่รู้จักแรนดี้)  (ไม่จริง,  เมื่อถูกถาม  เธอตอบว่าเธอรู้จักแรนดี้)

(d) She is not sure whether she knows Randy.    (เธอไม่แน่ใจว่าเธอรู้จักแรนดี้หรือไม่)  (ไม่จริง,  เมื่อถูก

       ถาม  เธอตอบว่าเธอรู้จักแรนดี้)

(e) Randy makes sure that he knows Nancy.    (แรนดี้มั่นใจว่าเขารู้จักแนนซี่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

จอห์น  :  คุณรู้จักแรนดี้ จอห์นสัน ไหมครับ

แนนซี่  :  ค่ะ  เขาแน่นอนเลยเป็นคนที่โชคดีมาก (has it made) ใช่ไหมคะ

คำถาม  :  แนนซี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. Gary    This paper isn’t due until next week.

     Laura  Yes, I know.  But I wanted to turn it in ahead of time if that’s all right. 

Question  What does Laura mean ?

(a) She wants to submit her paper early.    (เธอต้องการส่งรายงานของเธอแต่เนิ่นๆ)  (“To turn

       in”  หมายถึง  “ส่ง, ส่งมอบ, เข้านอน, ส่ง (คนร้าย) ให้ตำรวจ”  ส่วน   “Ahead of time”  หมายถึง 

       “ล่วงหน้า, ก่อนเวลา”)

(b) The answers on the paper are all correct.    (คำตอบในรายงานถูกต้องทั้งหมด)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(c) The deadline has passed for the paper.    (เส้นตายได้ผ่านไปแล้วสำหรับรายงาน)  (ไม่จริง  เนื่องจากลอร่า

       ต้องการส่งรายงานก่อนครบกำหนด)

(d) The paper is not quite finished.    (รายงานยังไม่เสร็จดี)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอพร้อมที่จะส่งรายงาน)

(e) She won’t submit her paper until next week.    (เธอจะไม่ส่งรายงานจนกระทั่งสัปดาห์หน้า)  (ไม่จริง 

       เนื่องจากเธอจะส่งรายงานล่วงหน้า  คือก่อนครบกำหนดสัปดาห์หน้า)

(คำแปล)

แกรี่    :  รายงานนี้ยังไม่ครบกำหนด (ส่งอาจารย์) จนกระทั่งสัปดาห์หน้าครับ

ลอร่า  :  ค่ะ  ฉันทราบ,  แต่ฉันต้องการส่งมันก่อนเวลา (ล่วงหน้า) (ahead of time)  ถ้านั่นสามารถทำได้

               (if that’s all right) ค่ะ

คำถาม  :  ลอร่าหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

4. Jeff     Why don’t you do the solo ?

     Anne  You’ve never heard me sing, have you ?

Question  What does Anne imply ?

(a) She prefers singing a solo.    (เธอชอบร้องเพลงเดี่ยวมากกว่า)  (เจฟฟ์แนะนำให้เธอร้องเพลงเดี่ยว 

       ไม่ใช่แอนชอบร้องฯ)

(b) She does not want to help Jeff.    (เธอไม่ต้องการช่วยเจฟฟ์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(c) She is not a good singer.    (เธอไม่ใช่นักร้องที่ดี-เก่ง)  (เนื่องจากแอนเตือนให้เจฟฟ์ระลึกว่า 

       เขาไม่เคยได้ยินเธอร้องเพลง  เธอจึงบอกเป็นนัยว่าเธอมิใช่นักร้องที่ดี)

(d) She does not like music.    (เธอไม่ชอบดนตรี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(e) She does not want Jeff to listen her sing.    (เธอไม่ต้องการให้เจฟฟ์ฟังเธอร้องเพลง)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)  

(คำแปล)

เจฟฟ์  :  ทำไมคุณไม่แสดง (ร้องเพลง) เดี่ยว (คนเดียว) (do the solo) ละครับ

แอน    :  คุณไม่เคยได้ยินฉันร้องเพลง  ใช่ไหมคะ

คำถาม  :  แอนบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Peter    I can’t stand this class !

    Jessica  Well, you might as well get used to it.  You have to take it in order to graduate.

Question  What does Jessica say about the class ?

(a) She does not like the class.    (เธอไม่ชอบชั้นเรียนนี้)  (การไม่ชอบชั้นเรียนเป็นทัศนคติของปีเตอร์  ไม่ใช่ความ

       คิดเห็นของเจสสิคา)

(b) It is not a required class.    (มันไม่ใช่ชั้นเรียนที่กำหนด – บังคับ - ให้ต้องเรียน)  (ไม่จริง  ชั้นเรียนนี้กำหนดให้

       ต้องเรียนเพื่อจบการศึกษา)

(c) She has already taken the class.    (เธอได้เรียนในชั้นเรียนนี้แล้ว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)     

(d) Peter will have to take the class.    (ปีเตอร์จำเป็นจะต้องเรียนชั้นนี้)  (ดูจากข้อความ  “คุณจำเป็น

       ต้องเรียนชั้นนี้เพื่อจบการศึกษา”)

(e) Peter will get used to the class if he studies hard.    (ปีเตอร์จะคุ้นเคย (เคยชิน) กับชั้นเรียนนี้  ถ้าเขาขยัน

       เรียน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(คำแปล)

ปีเตอร์    :  ผมทนชั้นเรียน (การสอน) นี้ไม่ไหวแล้ว (I can’t stand this class)

เจสสิคา  :  อ้อ  คุณก็อาจจะคุ้นเคย (เคยชิน) กับมัน (get used to it) ด้วยเช่นกัน (ถ้าคุณพยายาม

                   อดทน),  คุณต้องเรียนมัน (ชั้นเรียนนี้) เพื่อจบการศึกษา

คำถาม  :  เจสสิคาพูดอะไรเกี่ยวกับชั้นเรียน ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. Thomas  That was Dale on the phone.  His car broke down on the way here, so he won’t be able

                          to make it.

      Sandy    He’d better trade that car in.

Question  What does Sandy suggest that Dale do ?

(a) Get his car repaired.    (เอารถของเขาไปซ่อม)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(b) Buy a different car.    (ซื้อรถยนต์คันใหม่-อีกคันหนึ่ง)  (ดูจากข้อความ  “เขาควรจะเอารถคัน

       นั้นไปแลก (รถอีกคันหนึ่ง),”) (“To trade the car in”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “เอารถเก่าไปแลก

       รถคันใหม่  เพื่อให้ได้ราคา – รถใหม่ - ที่ถูกลง)

(c) Borrow a car.    (ยืมรถ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(d) Bring the car in.    (นำรถเข้ามาข้างใน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(e) Have someone drive for him.    (ให้คนอื่นขับรถให้เขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(คำแปล)

โทมัส   :  นั่นคือเดลพูดสาย (เมื่อกี้นี้)  รถยนต์ของเขาเสีย (broke down) ในระหว่างทางมาที่นี่ (on

                 the way here),  ดังนั้น  เขาจะไม่สามารถมาที่นี่ได้ (หรือทันตามนัด) (make it)

แซนดี้  :  เขาควรจะเอารถคันนั้นไปเทอร์น (แลกรถใหม่) (trade that car in) ดีกว่า

คำถาม  :  แซนดี้แนะนำว่าเดลควรทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

7. Mary  How are you going to get ready for an oral final ?

     Dick   The professor said we should study alone, but the T.A. said to get into a study  group and

                     quiz each other.

Question  What did the T.A. suggest the students do ?

(a) Prepare for an oral final.    (เตรียมสอบไล่ปากเปล่า)  (การสอบไล่ปากเปล่าเป็นรูปแบบการสอบที่นักเรียน

       จะต้องเจอ  มิใช่คำแนะนำของผู้ช่วยสอน)

(b) Review the quizzes.    (ทบทวนคำถาม)  (ไม่ใช่  ผู้ช่วยสอนแนะนำให้นักเรียนถามคำถามกันเอง – ผลัดกัน

       ถาม

(c) Take the professor’s advice.    (ทำตามคำแนะนำของอาจารย์)  (ไม่จริง  อาจารย์แนะนำให้ศึกษาตามลำพัง 

       มิใช่เป็นกลุ่ม)

(d) Ask the professor to put off an oral final.    (ขอร้องอาจารย์ให้เลื่อนการสอบไล่ปากเปล่าออกไป) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)     

(e) Study together.    (ศึกษาด้วยกัน)  (ดูจากข้อความ  “.............. ผู้ช่วยสอนบอกให้ศึกษาเป็นกลุ่ม

       และถามปัญหากันเอง”)

(คำแปล)

แมรี่  :  คุณจะเตรียมพร้อมสำหรับการสอบไล่ปากเปล่า (oral final) อย่างไรคะ

ดิ๊ก    :  อาจารย์กล่าวว่าเราควรศึกษาตามลำพัง  แต่ผู้ช่วยอาจารย์สอน (T.A.) บอกให้ศึกษาเป็นกลุ่ม

             (get into a study group) และถามคำถาม (quiz) ซึ่งกันและกัน (ผลัดกันถาม)

คำถาม  :  ผู้ช่วยอาจารย์สอนแนะนำนักเรียนให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 209)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Sylvia  Let’s get together sometime soon. 

     Paul    Yes.  Connie and I have been meaning to have you over.

Question  What does Paul mean ?

(a) He intends to invite Sylvia to their home.    (เขาตั้งใจจะเชิญซิลเวียมาที่บ้านของพวกเขา)

       (“To mean to”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ตั้งใจ, เจตนา, มุ่งมั่น”  และ  “To have someone over” 

       หมายถึง  “เชิญบุคคลนั้นมาที่บ้าน”)

(b) He does not want to see Sylvia.    (เขาไม่ต้องการพบซิลเวีย)  (ไม่จริง  เขาต้องการเชิญเธอมาที่บ้าน)

(c) He is not very polite to Sylvia.    (เขาไม่สุภาพกับซิลเวียอย่างมาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He prefers seeing Connie.    (เขาชอบพบคอนนี่มากกว่า)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He and Connie wants to have a party outside their home.    (เขาและคอนนี่ต้องการจัดงานเลี้ยงนอก

       บ้านของตน)  (ไม่จริง  ทั้งคู่ต้องการเชิญซิลเวียมาจัดงานเลี้ยงที่บ้าน)

(คำแปล)

ซิลเวีย  :  เรามาพบปะสังสรรค์กัน (get together) เวลาใดเวลาหนึ่ง (บางครั้ง, บางคราว) (sometime)

                 เร็วๆ นี้เถอะค่ะ

พอล     :  ครับ,  คอนนี่ (เพื่อนอีกคนหนึ่ง) และผมตั้งใจ (มีเจตนา) (meaning to) ที่จะเชิญคุณมาที่บ้าน

                 (ของพวกเรา) (have you over) ครับ

คำถาม  :  พอลหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

2. Anne  :  Have you read the book I gave you last week ?  What do you think about it ?

     Mark  I read it over and over again but couldn’t make out what the author means to communicate

                     to her readers.

Question  What does Mark mean ?

(a) He does not like the book.    (เขาไม่ชอบหนังสือ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He has not read the book yet.    (เขายังไม่ได้อ่านหนังสือ)  (ไม่จริง  เขาอ่านหลายครั้งแล้ว)

(c) He likes the book.    (เขาชอบหนังสือ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He intends to communicate with the author of the book.    (เขาตั้งใจจะสื่อสารกับผู้เขียนหนังสือ) 

       (เป็นการแปลความหมายคำพูดของมาร์คที่ไม่ถูกต้อง)

(e) He read the book many times but could not understand what the author wants to

       tell readers.    (เขาอ่านหนังสือหลายครั้ง  แต่ไม่สามารถเข้าใจว่าผู้เขียนต้องการจะบอกอะไร

       กับผู้อ่าน)  (“Over and over”  หรือ  “Over and over again”  หรือ  “Time after time”  หรือ 

       “Time and again”  หรือ  “Time and time again”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “หลายครั้งหลายหน, 

       ซ้ำแล้วซ้ำอีก,  ในหลายๆ โอกาส”)

(คำแปล)

แอน    :  คุณได้อ่านหนังสือที่ฉันให้คุณสัปดาห์ที่แล้วหรือยัง,  คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับมันคะ

มาร์ค  :  ผมอ่านมันหลายครั้ง (ซ้ำแล้วซ้ำอีก) (over and over again) แต่ไม่สามารถเข้าใจ (make out)

               ว่าผู้เขียนตั้งใจ (มุ่งหมาย, มีเจตนา) (means to) จะสื่อสารอะไรกับผู้อ่านของเธอครับ

คำถาม  :  มาร์คหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

3. Jack      Do you know about the songs to which we listened last night ?

     Emmy  I wouldn’t know.  Those songs were before my time.

Question  What does Emmy mean ?

(a) She did not listen to the songs.    (เธอไม่ได้ฟังเพลง)  (ไม่จริง  เธอฟังแต่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมัน  เช่น 

       ใครแต่งใครร้อง)

(b) She likes the songs.    (เธอชอบเพลง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) She heard the songs before.    (เธอได้ยินเพลงนี้มาก่อน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) The songs existed before she was born or before she was old enough to remember

       them.    (เพลงมีอยู่ก่อนเธอเกิด  หรือก่อนเธอโตพอที่จะจำมันได้)  (“Before my time”  เป็นสำนวน 

       หมายถึง  “เกิดขึ้นหรือมีอยู่ก่อนที่ฉันเกิด  หรือก่อนฉันโตพอที่จะจำได้”)

(e) The songs were not sweet enough for her to listen to.    (เพลงนี้ไม่เพราะพอที่เธอจะฟัง)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แจ๊ค   :  คุณทราบเกี่ยวกับเพลงที่เราฟังเมื่อคืนนี้ไหมครับ

เอ็มมี่  :  ฉันไม่ทราบหรอก  เพลงพวกโน้นเกิดขึ้น (มีอยู่) ก่อนฉันเกิด (ก่อนฉันโตพอที่จะจำมันได้)

               (before my time) ค่ะ

คำถาม  :  เอ็มมี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. Sam  It’s your turn to call the names on the list if you want to.

     Kim  I think I’ll pass this time.

Question  What is Kim going to do ?

(a) Spend some time with Sam.    (ใช้เวลาอยู่กับแซม)

(b) Make a list of the names.    (จัดทำรายชื่อ)

(c) Pass out the names.    (แจกจ่ายรายชื่อ)

(d) Let someone else call the names.    (ปล่อยให้คนอื่นเรียกชื่อ)  (“Pass”  ในที่นี้  หมายถึง 

       “ผ่านไป, ข้ามไป”  คือ  ไม่ทำเมื่อถึงคราวของตน  แต่ผ่านไปให้คนอื่น - คนต่อไป - ทำ)

(e) Pass the time by calling the names on the list.    (ฆ่าเวลาโดยการเรียกชื่อในรายชื่อ)

(คำแปล)

แซม  :  มันถึงตา (คราว, เวร) (turn) ของคุณที่จะเรียก (ขาน) ชื่อในรายชื่อ  ถ้าคุณต้องการทำครับ

คิม     :  ฉันคิดว่าฉันจะผ่านไป (ข้ามไป) (pass) ครั้งนี้ค่ะ (คือ ไม่เรียกชื่อ)

คำถาม  :  คิมจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับ ข้อ  A, B, C  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของแซมและคิมที่ไม่ถูกต้อง

 

5. Helen  I’m pretty sure that the deadline for applications has passed.

     Rob     Why don’t you let me look into it for you ?

Question  What does Rob mean ?

(a) Helen has missed the deadline.    (เฮเลนได้เลยเส้นตายไปแล้ว)  (เป็นเพียงข้อสรุปของเฮเลน  ไม่ใช่

       ของร้อบ)

(b) He will investigate the situation.    (เขาจะสืบสวนสถานการณ์ – เรื่องการสมัครของเฮเลน)

       (“To look into something”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “สืบสวน, สอบสวน, ไต่สวน, สำรวจ”)

       (ร้อบอาสาจะไปดูให้ว่าการสมัครของเฮเลนพ้นเส้นตายหรือยัง)

(c) The deadline has been canceled.    (เส้นตายได้ถูกยกเลิกแล้ว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) An exception might be possible.    (ข้อยกเว้นอาจเป็นได้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He will look for Helen’s application form.    (เขาจะค้นหาใบสมัครของเฮเลน)  (เป็นการแปลความหมาย

       คำพูดของร้อบที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

เฮเลน  :  ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าเส้นตายสำหรับการสมัครได้ผ่านไปแล้วค่ะ

ร้อบ     :  ทำไมคุณไม่ให้ผมสืบสวน (สำรวจ, สอบสวน, ไต่สวน) (look into) มัน (เรื่องนี้) ให้คุณล่ะครับ

คำถาม  :  ร้อบหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. Laura  Did you get your tickets ?

     Smith  I talked to Judy about it, and she took care of it for me.

Question  What does Smith mean ?

(a) The tickets are lost.    (ตั๋วหาย)

(b) Judy was responsible for getting the tickets.    (จูดี้รับผิดชอบการหาตั๋ว)  (“To take care

       of something”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “รับผิดชอบเรื่องนั้น-สิ่งนั้น”)

(c) There were no tickets available.    (ไม่สามารถหาตั๋วได้)

(d) He does not have his tickets yet.    (เขายังไม่ได้ตั๋ว)

(e) He was not sure whether Judy would buy the tickets for him.    (เขาไม่แน่ใจว่าจูดี้จะซื้อตั๋วให้เขาหรือไม่)

(คำแปล)

ลอร่า  :  คุณได้ตั๋วหรือเปล่าคะ

สมิธ    :  ผมคุยกับจูดี้เกี่ยวกับมัน (เรื่องหาตั๋ว)  และเธอดูแล (รับผิดชอบ, เอาใจใส่) (took care of) มัน

                สำหรับผมครับ

คำถาม  :  สมิธหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  สำหรับ ข้อ  A, C, D  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของสมิธที่ไม่ถูกต้อง

 

7. Mary   Maybe we should take Front Street this morning.  The radio announcer said that traffic

                      was very heavy on the freeway.

    Justin  Well, if he says to take Front Street, we should go the other way.    

Question  What does Justin imply about the radio announcer ?

(a) He is often wrong.    (เขาผิดพลาดบ่อยๆ)  (เนื่องจากจัสตินกล่าวว่าพวกตนควรไปทิศทางตรงข้าม

       กับเส้นทางที่ผู้ประกาศฯ แนะนำ  เขาบอกเป็นนัยว่าผู้ประกาศฯ ผิดพลาดบ่อยๆ)  (คือ  บอกว่าถนนนี้

       รถติด  แต่กลับไม่ติด,  ส่วนถนนที่บอกว่ารถไม่ติด  กลับมีการจราจรหนาแน่น)

(b) He usually recommends the freeway.    (เขาโดยปกติแล้วแนะนำให้ใช้ทางหลวง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) He is not a local radio personality.    (เขาไม่ใช่บุคคลที่ทำวิทยุท้องถิ่น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He is a popular announcer.    (เขาเป็นผู้ประกาศที่ได้รับความนิยม)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He likes to say traffic is heavy on most streets.    (เขาชอบพูดว่าการจราจรหนาแน่นบนถนนส่วนใหญ่) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แมรี่     :  บางทีเราควรใช้ถนน “ฟรอนท์” เช้าวันนี้,  ผู้ประกาศวิทยุกล่าวว่าการจราจรหนาแน่นมาก

                (traffic was very heavy) บนทางหลวงค่ะ

จัสติน  :  เอ้อ,  ถ้าเขา (ผู้ประกาศฯ) บอกให้ใช้ถนน “ฟรอนท์”  เราควรไปอีกทางหนึ่ง (ทางหลวง) ครับ

คำถาม  :  จัสตินบอกเป็นนัยอะไรเกี่ยวกับผู้ประกาศวิทยุ ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)    

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 208)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Simon  I was hoping that you’d wear your new dress.  It’s much prettier.

    Joan     But this one is more comfortable for hot weather.

Question  What can be inferred about Joan ?

(a) She likes the weather.    (เธอชอบอากาศร้อน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) She needs a new dress.    (เธอต้องการเสื้อผ้าชุดใหม่)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอมีเสื้อผ้าชุดใหม่อยู่แล้ว)

(c) She wants to please Simon.    (เธอต้องการเอาใจไซม่อน)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอชอบชุดที่ไซม่อนไม่

       ได้เลือกมากกว่า)

(d) She will wear the more comfortable dress.    (เธอจะสวมเสื้อผ้าชุดที่ใส่สบายมากกว่า)

       (เนื่องจากโจแอนให้เหตุผลว่า  เสื้อผ้าอีกชุดหนึ่งสวมสบายมากกว่า  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอจะสวม

       ชุดที่ใส่สบายมากกว่า)

(e) She does not like hot weather, so she will wear her new dress.    (เธอไม่ชอบอากาศร้อน  ดังนั้น 

       เธอจะสวมชุดใหม่ของเธอ)  (ไม่จริง  เธอชอบสวมชุดที่ใส่สบายมากกว่า)

(คำแปล)

ไซม่อน  :  ผมกำลังหวังว่าคุณจะสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ชุดใหม่ของคุณนะ  มันสวยกว่า (อีกชุด) มากเลยครับ

โจแอน   :  แต่ชุดนี้ (this one) ใส่สบายกว่าสำหรับอากาศร้อนค่ะ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับโจแอน ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. Charles  What do you think of Professor Collins ?

     Jenny     I think he’s a great person, but the class just turns me off.

Question  What does Jenny mean ?

(a) She does not like the class.    (เธอไม่ชอบชั้นเรียน – การสอน – ของอาจารย์)  (“To turn

       someone off”  หมายถึง  “ทำให้ผู้นั้นหมดความสนใจในทันใด”  จึงสรุปได้ว่า  เจนนี่ไม่ชอบ

       ชั้นเรียน (การสอน) ของอาจารย์)

(b) Her classmates are really great.    (เพื่อนร่วมชั้นของเธอวิเศษมากจริงๆ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(c) The professor is not very nice.    (อาจารย์ไม่ดี-กรุณามากนัก)  (ไม่จริง  เจนนี่คิดว่าอาจารย์คอลลินส์

       วิเศษมาก)

(d) The class is interesting.    (ชั้นเรียนน่าสนใจ)  (ไม่จริง  เจนนี่ไม่ชอบชั้นเรียน)

(e) Her class turns off the light, so she cannot see well.    (ชั้นเรียนของเธอปิดไฟ  ดังนั้น  เธอจึงไม่่

       สามารถมองเห็นได้ดี)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของเจนนี่ที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

ชาร์ลส  :  คุณคิดอย่างไรกับอาจารย์คอลลินส์ครับ

เจนนี่     :  ฉันคิดว่าเขาเป็นคนที่วิเศษมากเลย  แต่ชั้นเรียนของเขาทำให้ฉันหมดความสนใจในทันใด

                  (ทำให้ฉันหมดความตื่นเต้นทางเพศ หรือหมดอารมณ์ในทันใด) (turns me off) ค่ะ

คำถาม  :  เจนนี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

3. William  I thought that you were going to the convention in Atlanta last Saturday.

      Natty     I was planning to, but I haven’t been feeling well.

Question  What can be inferred about Natty ?

(a) She went to Atlanta.    (เธอไปแอตแลนตา)  (ไม่จริง  เธอวางแผนจะไปที่นั่น  แต่ไม่ได้ไป  เพราะไม่สบาย)

(b) She went to a convention.    (เธอไปประชุม)  (ไม่จริง  เธอวางแผนจะไปประชุม  แต่ไม่ได้ไป  เพราะไม่สบาย)

(c) She went to a hospital.    (เธอไปโรงพยาบาล)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) She stayed home.    (เธออยู่บ้าน)  (แนตตี้พูดว่าเธอไม่สบาย  จึงสรุปได้ว่าเธอไม่ได้ไปประชุม 

       และพักอยู่บ้าน)

(e) She changed her mind to go to a convention and did something else instead.    (เธอเปลี่ยนใจ

       ไม่ไปประชุม  และทำอย่างอื่นแทน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึงว่าเธอทำอย่างอื่นแทน)

(คำแปล)

วิลเลียม  :  ผมคิดว่าคุณไปประชุมในแอตแลนตาเมื่อวันเสาร์ที่แล้วนะ

แนตตี้     :  ฉันมีแผนที่จะไป  แต่ฉันรู้สึกไม่สบายค่ะ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับแนตตี้ ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. Richard   :  Have you made an appointment with the dentist yet ?

     Jennifer  :  No.  And I really can’t put it off anymore.  

Question  What will Jennifer probably do ?

(a) Make an appointment with a dentist.    (นัดหมายกับหมอฟัน)  (“To not put off” 

       หมายถึง  “ไม่เลื่อนออกไป”  เจนนี่จึงน่าจะนัดหมายกับหมอฟัน)

(b) Cancel her appointment with the dentist.    (ยกเลิกการนัดหมายของเธอกับหมอฟัน)  (ไม่จริง 

       เจนนิเฟอร์ยังไม่ได้นัดหมายกับหมอ)

(c) Postpone her appointment with the dentist.    (เลื่อนการนัดหมายของเธอกับหมอฟันออกไป) 

       (ไม่จริง  เจนนิเฟอร์ยังไม่ได้นัดหมายกับหมอ)

(d) See the dentist more often.    (ไปพบหมอฟันบ่อยขึ้น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(e) Have her teeth pulled out.    (ไปถอนฟัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง  บอกแต่เพียงจะนัดหมายกับหมอ) 

(คำแปล)

ริชาร์ด        :  คุณนัดหมายกับหมอฟันหรือยังครับ

เจนนิเฟอร์  :  ยังค่ะ  และฉันก็ไม่สามารถเลื่อนมันออกไปอีกแล้ว (จะนัดกับหมอเร็วๆ นี้)

คำถาม  :  เจนนิเฟอร์น่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

5. Alice  How do you like American food ?

     Bob    I’m used to it now.

Question  What does Bob mean ?

(a) He would rather have American food.    (เขาอยากทานอาหารอเมริกันมากกว่า)

(b) He has always liked American food.    (เขาชอบอาหารอเมริกันอยู่เสมอ)

(c) He is accustomed to eating American food.    (เขาคุ้นเคย (เคยชิน) กับการกินอาหารอเมริกัน

        – ในปัจจุบัน)  (“To be used to something”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “คุ้นเคยหรือเคยชินกับสิ่งนั้น”)

(d) He ate American food more in the past.    (เขาทานอาหารอเมริกันมากกว่าในอดีต – เมื่อเทียบกับปัจจุบัน)

(e) He used to eat American food but now he does not like it.    (เขาเคยทานอาหารอเมริกัน (ในอดีต)  แต่

       ปัจจุบันเขาไม่ชอบมัน)

(คำแปล)

อลิซ  :  คุณชอบอาหารอเมริกันมากน้อยเพียงใดคะ

บ๊อบ  :  ผมคุ้นเคย (เคยชิน) กับมัน (I’m used to it.) แล้วครับเดี๋ยวนี้

คำถาม  :  บ๊อบหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ ข้อ  A, B, D  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของบ๊อบที่ไม่ถูกต้อง

 

6. Helen  Are you still studying ?  It’s two o’clock in the morning.

     Mark   I know.  I just can’t seem to get caught up.

Question  What does Mark mean ?

(a) He should go to bed.    (เขาควรเข้านอน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) He did not know the time.    (เขาไม่ทราบเวลา)  (ไม่จริง  มาร์คพูดว่าเขารู้ว่าเป็นเวลาอะไร)

(c) He is trying to bring his work up to date.    (เขากำลังพยายามทำให้งานของเขาเป็นปัจจุบัน

       คือให้ทันกับเพื่อนๆ ในชั้น)  (“To get caught up”  เป็นสำนวน หมายถึง  “ทำให้งานหรือการบ้าน

       เป็นปัจจุบัน”  คือ  ทันกับสิ่งที่อาจารย์สอนในห้องเรียน)

(d) He is not sleepy yet.    (เขายังไม่ง่วง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(e) He will get up early in the morning.    (เขาจะตื่นแต่เช้าตรู่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

เฮเลน  :  คุณยังคงกำลังอ่านหนังสืออยู่หรือคะ,  นี่มันตี ๒ แล้วนะ

มาร์ค   :  ผมรู้ครับ,  ผมเพียงแต่ไม่สามารถทำให้งาน (การบ้าน) ของผมเป็นปัจจุบันครับ (คือ  ยังไม่ทัน

                กับเพื่อนๆ ในห้องเรียน)

คำถาม  :  มาร์คหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 207)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Paul    Did you buy a birthday present for your brother ?

     Alice   I’ve been thinking about getting him a CD.  He likes classical music. 

Question  What is Alice’s problem ?

(a) She forgot her brother’s birthday.    (เธอลืมวันเกิดของพี่ชายของเธอ)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอกำลัง

       คิดเกี่ยวกับว่าจะหาอะไรให้เขาเป็นของขวัญวันเกิด)

(b) She does not have very much money.    (เธอมีเงินไม่มากนัก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) She needs a gift for her brother.    (เธอต้องการของขวัญสำหรับพี่ชายของเธอ)  (เนื่อง

       จากพอลถามเกี่ยวกับของขวัญวันเกิดของพี่ชายของอลิซ  และเธอยังไม่ได้ซื้อมัน  จึงอาจ

        สรุปได้ว่า  เธอต้องการของขวัญสำหรับพี่ชายของเธอ)

(d) Her brother did not like the present.    (พี่ชายของเธอไม่ชอบของขวัญ)  (ไม่จริง  เนื่องจากพี่ชาย

        ของเธอยังไม่ได้รับของขวัญ)

(e) She cannot find a classical music CD.    (เธอไม่สามารถหาแผ่นซีดีดนตรีคลาสสิค)  (การสนทนามิได้

        กล่าวถึง)

(คำแปล)

พอล  :  คุณซื้อของขวัญวันเกิดให้พี่ชายของคุณหรือเปล่าครับ

อลิซ  :  ฉันกำลังคิดเกี่ยวกับการซื้อซีดีให้เขาสักแผ่นหนึ่ง,  เขาชอบดนตรีคลาสสิคค่ะ

คำถาม  :  ปัญหาของอลิซคืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. Kathy  Are you ready for this ?

     Mark   I should be.  I’ve been cramming for the past three days.

Question  What does Mark mean ?

(a) He should have prepared more.    (เขาควรได้เตรียมตัวมากกว่านี้)  (ไม่จริง  มาร์คมั่นใจเกี่ยวกับความ

       พร้อมในการสอบ)

(b) He is very worried.    (เขาวิตกกังวลมาก)  (ไม่จริง  มาร์คมั่นใจเกี่ยวกับความพร้อมในการสอบ)

(c) He has been studying a lot.    (เขากำลังศึกษาอย่างมากมาย)  (“Cramming” เป็นสำนวน 

       หมายถึง  “ศึกษาอย่างหนัก”)

(d) He needs a few more days.    (เขาต้องการเวลาเพิ่มอีก ๒ – ๓ วัน)  (ไม่จริง  มาร์คมั่นใจเกี่ยวกับความ

       พร้อมในการสอบ)

(e) He has been afraid for the past three days that he might fail in his exam.    (เขาเกรงกลัวในช่วง

       ๒ – ๓ วันที่ผ่านมา  ว่าเขาอาจจะสอบตก)  (ไม่จริง  มาร์คมั่นใจเกี่ยวกับความพร้อมในการสอบ)

(คำแปล)

เคธี่     :  คุณเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนี้ไหมคะ

มาร์ค  :  ผมควรจะพร้อมนะ,  ผมได้ศึกษาอย่างเร่งรีบ (เร่งเรียน, ยัด, อัด, กินอย่างตะกละ, กินมากเกินไป)

                (cramming) ในช่วง ๓ วันที่ผ่านมา

คำถาม  :  มาร์คหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Miller  Good morning.  I’d like to speak to Mr. Adams, please.  This is Edward Miller at the

                      Sun Valley Health Center.

     Nicky  Mr. Miller, my husband isn’t at home.  I can give you his business phone if you’d like

                      to call him at work, though.

Question  What can be inferred about Nicky ?

(a) She works at Sun Valley.    (เธอทำงานที่ซันแวลลี)  (ไม่จริง  มิสเตอร์มิลเล่อร์ทำงานที่นี่)

(b) She does not like Mr. Miller.    (เธอไม่ชอบมิสเตอร์มิลเล่อร์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Her husband is not well today.    (สามีของเธอไม่สบายวันนี้)  (ไม่จริง  สามีของเธอกำลังทำงาน)

(d) She is Mrs. Adams.    (เธอคือนางอดัมส์)  (เนื่องจากนิคกี้อ้างถึงมิสเตอร์อดัมส์ว่าเป็นสามี

       ของเธอ  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอคือนางอดัมส์)

(e) Miller is a medical doctor while Adams is a businessman.    (มิลเล่อร์เป็นแพทย์  ในขณะที่อดัมส์

       เป็นนักธุกิจ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  (รู้เพียงว่ามิลเล่อร์ทำงานที่ “ศูนย์สุขภาพซันแวลลี”  ซึ่งไม่จำเป็น

       ต้องเป็นแพทย์  ส่วนอดัมส์มีเบอร์โทรศัพท์ธุรกิจ (เบอร์ที่ทำงาน)  ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนักธุรกิจ)

(คำแปล)

มิลเล่อร์  :  สวัสดีครับ  ผมขอพูดกับคุณอดัมส์ครับ,  นี่คือเอ็ดวาร์ด มิลเล่อร์  ทำงานที่ “ศูนย์สุขภาพ

                   ซันแวลลี” ครับ

นิคกี้        :  คุณมิลเล่อร์คะ  สามีของฉันไม่อยู่บ้านค่ะ,  ฉันสามารถให้เบอร์โทรศัพท์ธุรกิจ (ที่ทำงาน)

                    ของเขาแก่คุณได้  ถ้าคุณอยากจะโทรไปหาเขาที่ที่ทำงาน (โทรไปหาเขาขณะที่เขากำลัง

                    ทำงาน) (call him at work) อย่างไรก็ตาม 

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับนิคกี้ ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. Sarah      Jack must have been joking when he said that he was going to quit his job.

      George   Don’t be too sure.  He told me that he was trying to sell his house.

Question  What does George mean ?

(a) He believes that Jack will not be able to sell his house.    (เขาเชื่อว่าแจ๊คจะไม่สามารถขายบ้านของตน)  

        (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He believes that Jack was joking.    (เขาเชื่อว่าแจ๊คกำลังพูดเล่น)  (ไม่จริง  นี่เป็นความเชื่อของซาร่าห์ 

       ไม่ใช่ของจอร์ช) 

(c) He agrees with Sarah.    (เขาเห็นด้วยกับซาร่าห์)  (ไม่จริง  ซาร่าห์เชื่อว่าแจ๊คพูดเล่นตอนที่เขากล่าวว่า

        จะลาออกจากงาน  แต่จอร์ชไม่เห็นด้วยกับเธอ) 

(d) He believes that Jack will quit his job.    (เขาเชื่อว่าแจ๊คจะออกจากงานของตน)  (เนื่องจาก

       ข้อความ “อย่ามั่นใจเกินไป”  หมายความว่าผู้พูดแสดงความสงสัย  จึงอาจสรุปได้ว่า  จอร์ชสงสัยใน

       สิ่งที่ซาร่าห์พูด,  เขาเชื่อว่าแจ๊คจะลาออกจากงาน)

(e) He is not sure whether Jack will sell his house.    (เขาไม่มั่นใจว่าแจ๊คจะขายบ้านของเขาหรือไม่) 

       (ไม่จริง  แจ๊คบอกจอร์ชว่าเขากำลังพยายามขายบ้าน)

(คำแปล)

ซาร่าห์  :  แจ็คจะต้องกำลังพูดเล่น (ล้อเล่น, พูดล้อเลียน, พูดตลก, ทำตลก) (joking) เมื่อเขากล่าวว่า

                  เขากำลังจะลาออกจากงาน (ยุติงาน) ของเขา (quit his job) ค่ะ

จอร์ช    :  อย่ามั่นใจเกินไป,  เขาบอกผมว่าเขากำลังพยายามที่จะขายบ้านของเขาครับ

คำถาม  :  จอร์ชหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

5. Frank  I need a book for English two-twenty-one.

     Sylvia  All of the textbooks are on the shelves in the back of the store.

Question  What will Frank probably do ?

(a) Buy a textbook.    (ซื้อตำราเรียน)  (เนื่องจากแฟรงค์พูดว่าเขาต้องการหนังสือสำหรับวิชา

       ภาษาอังกฤษ  จึงอาจสรุปได้ว่าเขาจะซื้อหนังสือเรียน)

(b) Come back later.    (กลับมาในเวลาต่อมา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Go to the bookstore.    (ไปที่ร้านขายหนังสือ)  (ไม่จริง  เนื่องจากเขาอยู่ในร้านขายหนังสือแล้ว)

(d) Drop his English class.    (ดร็อพ – พักเรียนชั่วคราว – ชั้นเรียนภาษาอังกฤษของเขา)  (ไม่จริง  เนื่อง

       จากเขาต้องการหนังสือสำหรับวิชาภาษาอังกฤษ)

(e) Buy a shelf for his textbooks.    (ซื้อชั้นวางหนังสือสำหรับตำราของเขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แฟรงค์  :  ผมต้องการหนังสือภาษาอังกฤษ ๒-๒๐-๑ ครับ

ซิลเวีย   :  ตำราเรียนทั้งหมดอยู่บนหิ้งที่หลังร้านค่ะ

คำถาม  :  แฟรงค์น่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Emmy  How is your car dealing business nowadays ?  Does it go well as ever before ?

     Ralph   Not at all.  Due to the Coronavirus disease (COVID – 19), our company has gone out

                       of business for the past four months.

Question  What does Ralph mean ?

(a) His company has gained a lot of profits.    (บริษัทของเขาทำกำไรได้มากมาย)  (ไม่จริง  บริษัทของเขา

       เลิกกิจการไปแล้ว)

(b) His company has changed from car dealing business to other businesses.    (บริษัทของเขาได้เปลี่ยน

       จากธุรกิจขายรถยนต์เป็นธุรกิจอื่น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(c) His company has not gone well, compared to the year before.    (บริษัทของเขาไปได้ไม่ดี  เปรียบเทียบ

       กับเมื่อปีก่อน)  (ไม่จริง  บริษัทของเขาเลิกกิจการไปแล้ว)  

(d) The Coronavirus disease has nothing to do with his business.    (เชื้อโคโรนาไวรัสไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ

       ธุรกิจของเขา)  (ไม่จริง  ราล์ฟกล่าวว่าบริษัทของเขาเลิกกิจการเนื่องจากเชื้อโคโรนาไวรัส)

(e) His company did not make enough money to continue trading.    (บริษัทของเขาทำเงิน

       ได้ไม่เพียงพอที่จะทำการค้าต่อไป)  (“Go out of business”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “เลิกกิจการ, 

       เลิกประกอบธุรกิจ)

(คำแปล)

เอ็มมี่     :  ธุรกิจขายรถยนต์ของคุณเป็นอย่างไรบ้างคะปัจจุบันนี้  มันยังไปได้ดีเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่าคะ

ราล์ฟ    :  ไม่เลยครับ,  เนื่องมาจากเชื้อโคโรนาไวรัส (โควิด – ๑๙)  บริษัทของเราได้เลิกกิจการไปแล้ว

                  (ออกจากกิจการไปแล้ว) (gone out of business) ในช่วงสี่เดือนที่ผ่านมาครับ

คำถาม  :  ราล์ฟหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 206)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Jenny  :  Where is the line ?

    Jeff       No line.  You’re supposed to take a number.

Question  What will Jenny probably do ?

(a) Get in line.    (เข้าแถว)  (ไม่จริง  เนื่องจากไม่มีแถวต้องเข้า)

(b) Take a number.    (หยิบหมายเลข)  (เนื่องจากเจฟฟ์อธิบายว่า  กระบวนการกำหนดให้เจนนี่

       หยิบ (รับ) หมายเลข  ดังนั้น  เธอจึงน่าจะหยิบหมายเลข)

(c) Ask someone else for help.    (ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Count the number of people in line.    (นับจำนวนคนในแถว)  (ไม่จริง  เนื่องจากไม่มีแถว)

(e) Stand at the front of the line.    (ยืนที่หัวแถว)  (ไม่จริง  เนื่องจากไม่มีแถว)

(คำแปล)

เจนนี่   :  แถวอยู่ที่ไหนคะ (ต้องเข้าแถวตรงไหนคะ) (Where is the line ?)

เจฟฟ์  :  ไม่มีแถวครับ (No line.),  คุณต้องหยิบหมายเลขครับ (รับบริการตามลำดับหมายเลข)

คำถาม  :  เจนนี่น่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Jacky      It doesn’t make any sense for us to go home for spring vacation now.

     Vanessa  Especially since we’ll be graduating in May.

Question  What does Vanessa mean ?

(a) She will not go home for spring vacation.    (เธอจะไม่กลับบ้านสำหรับการปิดภาคเรียน

        ในฤดูใบไม้ผลิ)  (เนื่องจากวาเนสซาเห็นด้วยกับแจ๊คกี้  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอจะไม่กลับบ้าน

         สำหรับการปิดภาคเรียนในฤดูใบไม้ผลิ)

(b) She has not taken a vacation for a long time.    (เธอไม่มีการปิดภาคเรียนมาเป็นเวลานานแล้ว) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) She does not plan to graduate.    (เธอไม่ได้วางแผนที่จะจบการศึกษา)  (ไม่จริง  เธอจะจบการศึกษา

       ในเดือนพฤษภาคม)

(d) She does not want to go home after graduation in May.    (เธอไม่ต้องการกลับบ้านหลังจบการศึกษา

       ในเดือนพฤษภาคม)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She will go home before spring vacation.    (เธอจะกลับบ้านก่อนการปิดภาคเรียนในฤดูใบไม้ผลิ) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แจ๊คกี้       :  มันไม่มีเหตุผล (doesn’t make any sense) สำหรับเราที่จะกลับบ้านสำหรับการปิดภาคใน

                     ฤดูใบไม้ผลิ (เดือน ก.พ – เม.ย) ในขณะนี้

วาเนสซา  :  โดยเฉพาะเพราะว่าเราจะจบการศึกษาในเดือนพฤษภาคม

คำถาม  :  วาเนสซาหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)  ฤดูใบไม้ผลิในสหรัฐฯ, แคนาดา และยุโรป  จะอยู่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน  ต่อไปก็เป็นฤดูร้อน (พฤษภาคม – กรกฎาคม)  ดังนั้น  แจ๊คกี้และวาเนสซาจึงไม่คิดจะกลับบ้านในช่วงวันหยุดฤดูใบไม้ผลิ  เนื่องจากทั้งคู่จะจบการศึกษาในเดือนพฤษภาคม  ซึ่งเริ่มต้นฤดูร้อน

 

3. Martha  Shall I bring you your coffee now or would you rather have it with your lunch ?

      Smith    I’d like it now, please.

Question  Where did this conversation most probably take place ?

(a) At a butcher shop.    (ที่ร้านคนขายเนื้อ)  (ไม่เสิร์ฟอาหารกลางวัน)

(b) At a restaurant.    (ที่ภัตตาคาร)  (จากการอ้างถึง  “เสิร์ฟกาแฟกับอาหารกลางวัน” 

       จึงสรุปได้ว่าการสนทนาเกิดขึ้นที่ภัตตาคาร)

(c) At a bookstore.    (ที่ร้านขายหนังสือ)  (ไม่เสิร์ฟอาหารกลางวัน)

(d) At a grocery store.    (ที่ร้านขายของชำ)  (อาจขายกาแฟ  แต่ไม่เสิร์ฟอาหารกลางวัน) 

(e) At a convenience store    (ที่ร้านสะดวกซื้อ)  (อาจขายกาแฟ  แต่ไม่เสิร์ฟอาหารกลางวัน)

(คำแปล)

มาร์ธา  :  ให้ดิฉันนำกาแฟมาให้คุณตอนนี้  หรือคุณอยากจะดื่มมันกับอาหารกลางวันคะ

สมิธ      :   ผมอยากดื่มมันตอนนี้ครับ  ได้โปรดเถอะ

คำถาม  :  การสนทนานี้น่าจะเกิดขึ้นที่ไหนมากที่สุด ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

4. John             :  Could you please explain the assignment for Monday, Miss Smith ?

     Miss Smith  :  Certainly.  Read the next chapter in your textbook and come to class prepared to

                                discuss what you’ve read.

Question  What are John and Miss Smith talking about ?

(a) The class.    (ชั้นเรียน)  (ถูกกล่าวถึงในการสนทนาเกี่ยวกับการบ้าน)

(b) The weekend.    (วันสุดสัปดาห์)  (ถูกกล่าวถึงในการสนทนาเกี่ยวกับการบ้าน)

(c) Homework.    (การบ้าน)  (จากการอ้างถึง  “การบ้านสำหรับวันจันทร์”  จึงอาจสรุปได้ว่าผู้พูด

       กำลังสนทนาเกี่ยวกับการบ้าน)

(d) Books.    (หนังสือ)  (ถูกกล่าวถึงในการสนทนาเกี่ยวกับการบ้าน)

(e) A vacation.    (การปิดภาคเรียน)

(คำแปล)

จอห์น     :  อาจารย์จะกรุณาอธิบายการบ้านสำหรับวันจันทร์ได้ไหมครับ  มิสสมิธ

มิสสมิธ   :  แน่นอนค่ะ,  อ่านบทต่อไปในตำราของเธอ  และมาห้องเรียนโดยเตรียมพร้อม(prepared) ที่จะ

                   อภิปราย (ถกปัญหา) (discuss) สิ่งที่เธอได้อ่านมา

คำถาม  :  จอห์นและมิสสมิธกำลังสนทนาเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Joan   If I were you, I’d be more careful about locking the back door at night. 

     Eddy  :  Don’t worry.  No one will break in.

Question  What did Joan imply ?

(a) Eddy will not be able to sleep.    (เอ็ดดี้จะไม่สามารถนอนหลับ)  (ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องนี้)

(b) Someone will enter the back door while Eddy is sleeping.    (ใครบางคนจะเข้ามาทาง

       ประตูหลัง  ในขณะที่เอ็ดดี้กำลังหลับ)  (เนื่องจากโจแอนแนะนำว่าเอ็ดดี้ควรล็อคประตูในตอนกลาง

       คืน และเพราะว่าเอ็ดดี้ให้ความมั่นใจกับเธอว่าจะไม่มีใครงัดเข้ามา  จึงสรุปได้ว่า  โจแอนคิดว่าใคร

       บางคนจะงัดเข้ามา)

(c) The lock on the door will break.    (ล็อคประตูจะพัง)  (ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องนี้)

(d) Eddy will not be able to come back.    (เอ็ดดี้จะไม่สามารถกลับมา)  (ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องนี้)

(e) She will lock the back door at night.    (เธอจะล็อคประตูหลังในตอนกลางคืน)  (ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องนี้)

(คำแปล)

โจแอน  :  ถ้าฉันเป็นคุณ  ฉันจะระมัดระวังให้มากขึ้นเกี่ยวกับการใส่กุญแจประตูหลังบ้านในตอนกลางคืน

เอ็ดดี้     :  ไม่ต้องวิตกหรอก,  ไม่มีใครจะงัดเข้ามา (break in) หรอก

คำถาม  :  โจแอนบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 205)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Andrew   Terry is really having trouble in Dr. Wise’s class.  She’s missed too much to catch up.

     Sarah      If I were Terry, I’d drop the course, and take it over next semester. 

Question  What does Sarah suggest that Terry do ?

(a) Try to be in class more often.    (พยายามเข้าเรียนให้บ่อยขึ้น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Try to get the work done.    (พยายามทำงาน (เรียนวิชานี้) ให้เสร็จ)  (ไม่จริง  เธอแนะนำให้ซาร่าห์ดร็อพ

       วิชาเทอมนี้  และเรียนใหม่เทอมหน้า)

(c) Take the class twice.    (เรียนชั้นนี้ ๒ ครั้ง)  (ไม่จริง  เธอแนะนำให้ซาร่าห์ดร็อพวิชาเทอมนี้  และเรียนใหม่

       เทอมหน้า)

(d) Take the class next term.    (เรียนชั้น (วิชา) นี้เทอมหน้า)  (ดูจากข้อความที่ซาร่าห์กล่าว  “........

        ...............เรียนมันเทอมหน้า”  หลังจากดร็อพ (พักเรียน) วิชาเทอมนี้)

(e) Quit the school and get a job.    (ออกจากโรงเรียนและหางานทำ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แอนดรูว์  :  เทอร์รี่กำลังมีปัญหาจริงๆ ในชั้นเรียนของด็อกเตอร์ไวส์,  เธอขาดเรียนมากเกินไปกว่าที่

                     จะตาม (ชั้นเรียน, เพื่อน) ได้ทัน (She’s missed too much to catch up.)

ซาร่าห์     :  ถ้าฉันเป็นเทอร์รี่  ฉันจะดร็อพ (พักเรียน) วิชานี้  และเรียนมันอีกครั้ง (take it over) ใน

                     เทอมหน้า

คำถาม  :  ซาร่าห์แนะนำว่าเทอร์รี่ควรทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. Joan     During the war most people had to walk to work, or at the very best, they used a bicycle.

     Henry  :  Sure thing.  There was a shortage of cars at the time.  If you found one for sale, you had

                       to pay through the nose.

Question  What does Henry mean ?

(a) You just paid a little money.    (คุณเพียงแต่จ่ายเงินเล็กน้อย)

(b) You could pay on a monthly installment basis.    (คุณสามารถจ่ายเงินผ่อนเป็นรายเดือน)

(c) You paid at a very high rate.    (คุณจ่ายในอัตราที่สูงมาก)  (“Pay through the nose”  เป็น

       สำนวน  หมายถึง  “จ่ายในราคาแพงมาก,  จ่ายแพงลิ่ว”  แปลตรงตัว  คือ  "จ่ายผ่านจมูก")

(d) You paid every other month.    (คุณสามารถจ่ายเงินเดือนเว้นเดือน)

(e) You paid when you had money to pay.    (คุณจ่ายเมื่อคุณมีเงินจ่าย)

(คำแปล)

โจแอน  :  ระหว่างสงคราม  คนส่วนใหญ่จำเป็นต้องเดินไปทำงาน,  หรืออย่างดีที่สุด  พวกเขาใช้รถจักรยาน

เฮนรี่     :  ใช่ครับ (Sure thing)  มีการขาดแคลนรถยนต์ในช่วงนั้น,  ถ้าคุณพบรถสักคันสำหรับขาย 

                 คุณจำเป็นต้องจ่ายเงินแพงมาก (pay through the nose)

คำถาม  :  เฮนรี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Lucas   :  Why does Margaret have to work so many hours at the motel ?

     Nancy  :  To earn enough money for next semester’s tuition. 

Question  What does Nancy say about Margaret ?

(a) She is staying at a motel.    (เธอกำลังพักที่โมเต็ล)  (ไม่ใช่  เธอทำงานที่นี่)

(b) She is not working now.    (เธอไม่ได้ทำงานในขณะนี้)  (ไม่จริง  เธอกำลังทำงานที่โมเต็ล)

(c) She works at the motel after school as she needs to buy a new car.    (เธอทำงานที่โมเต็ลหลังเลิก

       เรียน  เพราะเธอต้องการซื้อรถยนต์คันใหม่)  (ไม่จริง  เธอต้องการเก็บเงินไว้เรียนหนังสือ)

(d) She is studying very hard.    (เธอกำลังเรียนอย่างหนัก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She is saving her money for school.    (เธอกำลังออมเงินเพื่อไปโรงเรียน – เพื่อการเรียน

       หนังสือ)  (ดูจากข้อความ  “เพื่อหาเงินให้ได้เพียงพอสำหรับค่าเทอมปีหน้า”)

(คำแปล)

ลูคัส     :  ทำไมมาร์กาเร็ตจำเป็นต้องทำงานหลายชั่วโมงเหลือเกินครับ  ที่โรงแรมสำหรับคนเดินทาง

                 (มักมีห้องนอนติดกับที่จอดรถ) (motel)

แนนซี่  :  เพื่อหาเงินให้ได้เพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียน (ค่าเทอม, ค่าสอน, ค่าอบรม, การสอน, การอบรม)

                 (tuition) ของเทอมหน้าค่ะ

คำถาม  :  แนนซี่พูดอะไรเกี่ยวกับมาร์กาเร็ต ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Justin     Do you have a seat-belt law ?  In my state you can be charged fifty dollars if you get

                          stopped.

     Barbara  Yes, we do, too.  But only for the driver and the passengers in the front seat.  You’re okay.

Question  What does Barbara say about the seat-belt law ?

(a) There is no seat belt law in her state.    (ไม่มีกฎหมายเข็มขัดนิรภัยในรัฐของเธอ)  (ไม่จริง  เนื่องจากมี

       กฎหมายสำหรับผู้ขับรถและผู้โดยสารในที่นั่งด้านหน้า – ต้องสวมเข็มขัดนิรภัย)

(b) Passengers in the back seat do not have to use seat belts.    (ผู้โดยสารในที่นั่งด้านหลังไม่

        จำเป็นต้องใช้เข็มขัดนิรภัย)  (ดูจากข้อความ  “(กฎหมายเข็มขัดนิรภัยใช้) .................. เฉพาะ

        สำหรับผู้ขับรถและผู้โดยสารในที่นั่งด้านหน้าเท่านั้น”)

(c) Justin should buckle his seat belt.    (จัสตินควรรัดเข็มขัดนิรภัยของเขาให้แน่น)  (ไม่จริง  บาร์บาราพูดว่า

       จัสตินไม่มีปัญหา  เนื่องจากเขานั่งอยู่เบาะหลัง  จึงไม่ต้องสวมเข็มขัดฯ)

(d) She feels the fifty-dollar fine is too high.    (เธอรู้สึกว่าค่าปรับ ๕๐ ดอลลาร์สูงเกินไป)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง)

(e) All the passengers in a car have to use a seat belt.    (ผู้โดยสารทุกคนในรถต้องใช้เข็มขัดนิรภัย)  (ไม่จริง 

      เฉพาะผู้โดยสารเบาะหน้าเท่านั้นที่ต้องสวม)

(คำแปล)

จัสติน       :  คุณมีกฎหมายเข็มขัดนิรภัยไหมครับ,  ในรัฐของผม  คุณอาจถูกปรับ (charged) ๕๐ ดอลลาร์ 

                     ถ้าคุณถูกหยุดรถ (stopped) (เพราะไม่สวมเข็มขัดฯ)

บาร์บารา  :  ค่ะ  เราก็มีเหมือนกัน,  แต่ว่าเฉพาะสำหรับผู้ขับรถและผู้โดยสารในที่นั่งด้านหน้าเท่านั้น (ที่ต้อง

                     สวมเข็มขัด),  คุณไม่มีปัญหาหรอกค่ะ (คุณไม่ต้องสวมหรอกค่ะ) (You’re okay.) (หมายถึง 

                     จัสตินกำลังนั่งอยู่ที่นั่งด้านหลัง  ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องสวมเข็มขัดฯ)

คำถาม  :  บาร์บาราพูดอะไรเกี่ยวกับกฎหมายเข็มขัดนิรภัย ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  การสนทนาข้างบน  จัสตินและบาร์บารากำลังโดยสารอยู่ในรถยนต์ในรัฐที่บาร์บาราอาศัยอยู่  ซึ่งอาจเป็นรถแท็กซี่ก็ได้  โดยทั้งคู่นั่งอยู่เบาะหลังและไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัย,  จัสติน (ซึ่งมาจากอีกรัฐหนึ่ง) ถามบาร์บาราเกี่ยวกับกฎหมายเข็มขัดนิรภัยในรัฐของเธอ  ดังการสนทนาดังกล่าว

 

5. Jennifer  I used to teach English before I came back to graduate school.

     Peter       No wonder you like this course !

Question  What does Peter mean ?

(a) He does not like English.    (เขาไม่ชอบภาษาอังกฤษ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Graduate school is easier than teaching.    (การเรียนระดับบัณทิต (ปริญญาโท-เอก) ง่ายกว่าการสอน) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) It is not surprising that Jennifer is doing well.    (มันไม่น่าประหลาดใจที่เจนนิเฟอร์กำลัง

       ทำได้ดี – เรียนได้ดี)  (เนื่องจากเจนนิเฟอร์เคยสอนภาษาอังกฤษ  ปีเตอร์จึงไม่ประหลาดใจที่เธอ

       ชอบวิชานี้)

(d) The course is very interesting.    (หลักสูตรน่าสนใจมาก)  (เป็นความสนใจของเจนนิเฟอร์เท่านั้น  ไม่ใช่

       หลักสูตรน่าสนใจ)

(e) He does not wonder that Jennifer came back to graduate school.    (เขาไม่ประหลาดใจว่าเจนนิเฟอร์

       กลับมาเรียนภาคบัณทิต)  (ไม่จริง  เขาไม่ประหลาดใจที่เธอชอบหลักสูตรนี้  เพราะเธอเคยสอนภาษาอังกฤษ

       มาก่อน)

(คำแปล)

เจนนิเฟอร์  :  ฉันเคยสอนภาษาอังกฤษก่อนฉันกลับมาเรียนระดับบัณทิต (ปริญญาโท-เอก) (graduate

                        school) ค่ะ

ปีเตอร์         :  ไม่น่าประหลาดใจ (ไม่น่าสงสัย) (No wonder) เลยที่คุณชอบหลักสูตร (วิชา) (course) นี้

                        (การสอนภาษาอังกฤษ)

คำถาม  :  ปีเตอร์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “No wonder”  เป็นสำนวน  หมายถึง  ข้อมูล-ข่าวสารเป็นไปตามหลักเหตุผล  หรือสมเหตุสมผล,  ไม่น่าประหลาดใจ หรือสงสัย

 

6. Martha  We should ask Carl to be in our group.

     Nicky     We probably ought to ask Jane, too.  She’s really good at making presentations. 

Question  What problem do Martha and Nicky have ?

(a) They are going to make a group presentation.    (พวกเขาจะนำเสนอแบบเป็นกลุ่)

        (เนื่องจากทั้ง ๒ คนกำลังหารือกันเรื่องสมาชิกที่มีศักยภาพของกลุ่ม  และคุณค่าของพวก

        เขาในการนำเสนอ  จึงอาจสรุปได้ว่า  พวกเขากำลังมีแผนที่จะนำเสนอ – ในชั้นเรียน)

(b)  They don’t want to have Jane in their group.    (พวกเขาไม่ต้องการมีเจนอยู่ในกลุ่ม)  (ไม่จริง  นิคกี้

        พูดว่าพวกเขาควรขอร้องเจนให้เข้ากลุ่มด้วย)

(c) Carl does not want to be in their group.    (คาร์ลไม่ต้องการอยู่ในกลุ่มของพวกเขา)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง)

(d) They are not good presenters.    (พวกเขามิใช่ผู้นำเสนอที่ดี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) There may be too many people in their group.    (อาจมีคนมากเกินไปในกลุ่มของพวกเขา)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

มาร์ธ่า  :  เราควรขอร้องให้คาร์ลมาอยู่ในกลุ่มของเรานะ

นิคกี้     :  เราน่าจะขอร้องเจน (ให้มาอยู่ในกลุ่ม) ด้วยนะ,  เธอเก่ง (good at) ในการนำเสนอ (making

                 presentations) จริงๆ

คำถาม  :  มาร์ธ่าและนิคกี้มีปัญหาอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 204)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Mark  You and I should stop by the gym on the way home.

     Anne  I don’t think so.  I’ve probably had enough exercise for one day.

Question  What does Anne imply ?

(a) She is not going home now.    (เธอจะไม่กลับบ้านในขณะนี้)  (ไม่จริง  มาร์คและแอนกำลังอยู่ระหว่างทาง

        ไปบ้าน)

(b) She has already had some exercise.    (เธอได้ออกกำลังกายแล้ว)  (ดูจากข้อความ  “ฉันน่า

       จะออกกำลังกายเพียงพอแล้วสำหรับวันหนึ่ง (วันนี้)”)

(c) She does not like to go to the gym.    (เธอไม่ชอบไปโรงยิม)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) She does not want to spend time with Mark.    (เธอไม่ต้องการใช้เวลากับมาร์ค)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She would like to go somewhere else, not the gym.    (เธออยากจะไปที่อื่น  ไม่ใช่โรงยิม)  (การสนทนามิ

       ได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

มาร์ค  :  คุณและผมควรหยุดแวะ (stop by) โรงยิมระหว่างทางกลับ (ไป) บ้าน (on the way home)

               นะครับ

แอน   :  ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะ,  ฉันน่าจะออกกำลังกายเพียงพอแล้ว (probably had enough exercise)

              สำหรับวันหนึ่ง (วันนี้) ค่ะ

คำถาม  :  แอนบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Robert  I signed the contract. 

     Sylvia    Do you really think you can work and go to school full time ?

Question  What does Sylvia imply ?

(a) The job is more important than school.    (งานมีความสำคัญมากกว่าโรงเรียน – การเรียนหนังสือ) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) The opportunity is very good.    (โอกาสดีมาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) The contract may not be valid.    (สัญญาอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย – ใช้ไม่ได้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Robert should not have signed the contract if he wants to work.    (โรเบิร์ตไม่ควรได้เซ็นสัญญา 

       ถ้าเขาต้องการทำงาน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Robert may be taking on too much.    (โรเบิร์ตอาจจะกำลังรับงานมากเกินไป)  (เนื่องจาก

       ซิลเวียถามว่าโรเบิร์ตสามารถทำงานและไปโรงเรียนได้หรือไม่  เธอจึงบอกเป็นนัยว่าเขาอาจจะ

       กำลังรับงานมากเกินไป  คือ  ทั้งทำงานและเรียน)

(คำแปล)

โรเบิร์ต  :  ผมเซ็นสัญญาแล้วครับ

ซิลเวีย   :  คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าคุณสามารถทำงาน  และไปโรงเรียน (มหาวิทยาลัย) แบบเต็มเวลา

คำถาม  :  ซิลเวียบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

3. Sandra  I owe everyone in my family a letter, but I really don’t have time to sit down and

                        write them and it’s too expensive to call.

     Paul      Why don’t you just buy some postcards ?

Question  What does Paul suggest Sandra do ?

(a) Call her family.    (โทรฯ ไปหาครอบครัวของเธอ)  (ไม่จริง  พอลแนะนำให้เธอส่งไปรษณียบัตร)

(b) Write a letter.    (เขียนจดหมาย)  (ไม่จริง  แซนดร้าไม่มีเวลาเขียนจดหมาย)

(c) Send postcards.    (ส่งไปรษณียบัตร)  (เนื่องจากพอลแนะนำแซนดร้าให้ซื้อไปรษณียบัตร 

       จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอควรส่งไปรษณียบัตรให้ครอบครัวของเธอ)

(d) Buy presents.    (ซื้อของขวัญ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Ask her family to visit her.    (ขอร้องให้ครอบครัวของเธอมาเยี่ยมเธอ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แซนดร้า  :  ฉันเป็นหนี้จดหมายกับทุกคนในครอบครัวของฉันค่ะ (คือ  ยังไมได้เขียนจดหมายถึงคน

                     เหล่านั้น)  แต่ฉันไม่มีเวลาจริงๆ ที่จะนั่งลงและเขียนจดหมายถึงพวกเขา  และมันก็แพง

                     เกินไปที่จะโทรศัพท์ค่ะ

พอล         :  ทำไมคุณไม่ซื้อไปรษณียบัตร (postcards) ล่ะครับ

คำถาม  :  พอลแนะนำแซนดร้าให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

4. Frank  Have you heard from any schools yet ?

     Kathy  Yes, I was accepted at Kansas State University, the University of Oklahoma, and the

                     University of Nebraska, but I’m going to wait until I hear one way or another from the

                     University of Minnesota.

Question  What are Frank and Kathy discussing ?

(a) The length of time that it takes to get an answer from a university.    (ความยาวของเวลาที่ใช้ในการ

       ได้รับคำตอบจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง)

(b) Where Kathy will go to school.    (เคธี่จะเข้ามหาวิทยาลัยที่ไหน)

(c) States in the Midwest.    (รัฐต่างๆ (ของสหรัฐฯ) ในภาคมิดเวสต์)

(d) The University of Minnesota.    (มหาวิทยาลัยมินนิโซตา)  (เป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาเรื่องการเข้ามหา

       วิทยาลัยของเคธี่เท่านั้น)

(e) Which university Kathy should apply to study.    (มหาวิทยาลัยไหนที่เคธี่ควรสมัครเข้าเรียน)  (ไม่จริง 

       เคธี่สอบติดหลายแห่งแล้ว  แต่เธอกำลังรอคำตอบจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา)

(คำแปล)

แฟรงค์  :  คุณได้ทราบข่าว (โดยทางจดหมายหรือโทรศัพท์) (heard from) จากสถาบัน (schools)

                  ใดบ้างหรือยังครับ

เคธี่        :  ได้ค่ะ,  ฉันได้รับเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแคนซัสสเตต,  มหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา  และมหา

                   วิทยาลัยเนบราสกาค่ะ  แต่ฉันจะรอจนกระทั่งฉันได้ทราบข่าวโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง (one way

                   or another) จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตาค่ะ

คำถาม  :  แฟรงค์และเคธี่กำลังหารือเรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

5. Judy    Did you see the stereo CD system that Steve just bought ?

    James  I sure did.  It must have cost an arm and a leg.

Question  What does James mean ?

(a) The CD system was very expensive.    (ระบบซีดีมีราคาแพงมาก)  (“To cost an arm

       and a leg”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “มีราคาแพงมาก,  มีราคาสูงลิ่ว”  แปลตรงตัว  คือ 

       “มีราคาเท่ากับ ๑ แขนและ ๑ ขา”)

(b) He would like to have a CD system like it.    (เขาอยากมีระบบซีดี (สเตอริโอ) เหมือนกับที่สตีฟซื้อมา) 

      (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Steve knows a lot about CD systems.    (สตีฟรู้มากมายเกี่ยวกับระบบซีดี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) CD systems are not easy to operate.    (ระบบซีดีไม่ง่ายที่จะใช้งาน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) The CD system cost only a little if you bought it right now.    (ระบบซีดีมีราคานิดหน่อย  ถ้าคุณซื้อ

       มันขณะนี้)  (ไม่จริง  ระบบฯ มีราคาแพงมาก)

(คำแปล)

จูดี้      :  คุณเห็นระบบซีดีเสียงสเตอริโอที่สตีฟเพิ่งซื้อหรือเปล่าคะ

เจมส์  :  ผมเห็นครับ,  มันจะต้องมีราคาสูง (แพง) มาก (cost an arm and a leg) แน่นอนทีเดียวครับ

คำถาม  :  เจมส์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Mary  I thought I was supposed to take the test in Room 32.

     Tom   No.  Ticket number 32 is in Room 27.

 Question  What will Mary probably do ?

(a) Buy a ticket.    (ซื้อบัตร)  (ไม่จริง  แมรี่มีบัตรอยู่แล้ว)

(b) Go to room 27.    (ไปที่ห้องหมายเลข ๒๗)  (เนื่องจากทอมกล่าวว่าบัตรหมายเลข ๓๒ อยู่ใน

       ห้องหมายเลข ๒๗  แมรี่จึงน่าจะไป (สอบ) ที่ห้อง ๒๗)

(c) Take a test in room 32.    (เข้าสอบในห้องหมายเลข ๓๒)  (ไม่จริง,  ๓๒  เป็นเลขบัตรสอบ  มิใช่หมาย

       เลขห้องสอบ)

(d) Show Tom her ticket.    (แสดงบัตรสอบของเธอให้ทอมดู)  (ไม่จริง  ทอมได้เห็นบัตรสอบของเธอแล้ว)

(e) Put off her test until the next day.    (เลื่อนการสอบของเธอออกไปจนกระทั่งวันรุ่งขึ้น)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แมรี่   :  ฉันคิดว่าฉันต้องเข้าสอบในห้องหมายเลข ๓๒ ค่ะ

ทอม  :  ไม่ใช่ครับ  บัตรหมายเลข ๓๒ อยู่ใน (เข้าสอบ) ห้องหมายเลข ๒๗ ครับ

คำถาม  :  แมรี่น่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

7. Fred  Where did you get the flowers ?

     Jane  At the Honor’s Reception.  The teachers gave them to all of the honors students. 

Question  What can be inferred about Jane ?

(a) She wasn’t able to attend the reception.    (เธอไม่สามารถเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองได้)  (ไม่จริง 

       เจนมีดอกไม้ซึ่งได้รับมอบที่งานเลี้ยงรับรอง)

(b) She is an honors student.    (เธอเป็นนักเรียนที่ได้รับปริญญาเกียรตินิยม)  (เนื่องจาก

       อาจารย์ให้ดอกไม้แก่นักเรียนที่ได้รับปริญญาเกียรตินิยมทุกคน  และเจนได้ดอกไม้  จึงอาจ

       สรุปได้ว่า  เธอเป็นนักเรียนเกียรตินิยม)

(c) She likes flowers very much.    (เธอชอบดอกไม้มาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) She is a teacher.    (เธอเป็นอาจารย์)  (ไม่จริง,  เธอได้รับดอกไม้สำหรับนักเรียนเกียรตินิยม)

(e) She is a receptionist at a flower shop.    (เธอเป็นพนักงานต้อนรับที่ร้านขายดอกไม้)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เฟร็ด  :  คุณได้ดอกไม้นี้มาจากที่ไหนครับ

เจน     :  ที่งานเลี้ยงรับรองปริญญาเกียรตินิยม (Honor’s Reception) ค่ะ,  อาจารย์ให้ดอกไม้แก่

               นักเรียนที่ได้รับปริญญาเกียรตินิยม (honors students) ทุกคนค่ะ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับเจน ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 203)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Jessica  Would you like to see a lunch menu ?  The specials are on the back.

     Alfred   I already know what I want to order.   

Question  What is Alfred going to do ?

(a) Look at the menu.    (ดูรายการอาหาร)  (ไม่จริง  เนื่องจากอัลเฟรดรู้ว่าเขาต้องการอะไรโดยไม่ต้องดู

       รายการอาหาร)

(b) Order lunch.    (สั่งอาหารกลางวัน)  (เนื่องจากอัลเฟรดพูดว่าเขารู้แล้วว่าเขาต้องการสั่งอะไร 

       จึงอาจสรุปได้ว่าเขาจะสั่งอาหารกลางวัน)

(c) Talk to the waitress.    (คุยกับพนักงานเสิร์ฟอาหาร)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Eat one of the special lunches.    (กินอาหารพิเศษอย่างหนึ่ง)  (ไม่จริง  อัลเฟรดยังไม่ได้ดูรายการอาหาร

       พิเศษบนเมนู)

(e) He won’t order anything as he is full.    (เขาจะไม่สั่งอะไรเลย  เพราะว่าเขาอิ่ม)  (ไม่จริง  เขาจะสั่งอาหาร

       โดยไม่ดูเมนู)

(คำแปล)

เจสซิคา  :  คุณอยากดูรายการอาหารกลางวันไหมคะอาหารพิเศษ (สิ่งเฉพาะอย่าง, ฉบับพิเศษ, รถไฟ

                    พิเศษ, รายการพิเศษ) (specials) อยู่ด้านหลัง (เมนู) ค่ะ

อัลเฟรด  :  ผมรู้แล้วว่าผมต้องการสั่งอะไรครับ

คำถาม  :  อัลเฟรดจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Patricia  Do you know anyone who would like to participate in a psychology experiment ?  It pays

                         twenty dollars an hour.

     Jeff         Have you asked Sandy ?

Question  What does Jeff suggest that Patricia do ?

(a) Pay twenty dollars an hour.    (จ่ายเงิน ๒๐ ดอลลาร์ต่อชั่วโมง)  (เป็นการจ่ายเงินค่าเข้าร่วมการทดลอง  มิใช่

       คำแนะนำของเจฟฟ์)

(b) Be a subject in an experiment.    (เป็นตัวทดลอง (ผู้เข้าร่วม) ในการทดลอง)  (เป็นการร้องขอของแพททริเซีย 

       มิใช่คำแนะนำของเจฟฟ์)

(c) Ask Sandy to participate.    (ขอให้แซนดี้เข้าร่วม)  (เนื่องจากเจฟฟ์ถามแพท ทริเซียว่าเธอถาม

       แซนดี้หรือยัง  เขาบอกเป็นนัยว่าเธอควรถาม (ขอร้อง) แซนดี้ให้เข้าร่วม)

(d) Go to a psychologist.    (ไปพบนักจิตวิทยา)  (ไม่จริง  การทดลองเกี่ยวกับจิตวิทยา  มิใช่บุคคลที่แพททริเซีย

       ควรใช้เป็นตัวทดลอง)

(e) Ask anyone who wants to take part in the experiment    (ถาม – ขอร้อง – ใครก็ตามที่ต้องการเข้าร่วมใน

       การทดลอง)  (ไม่จริง  เจฟฟ์แนะนำแพททริเซียให้ถาม – ขอร้อง – แซนดี้)

(คำแปล)

แพททริเซีย  :  คุณรู้จักใครบ้างไหมที่อยากเข้าร่วมในการทดลองจิตวิทยา (psychology experiment)

                          เขาจ่ายเงินให้ ๒๐ ดอลลาร์ต่อชั่วโมงค่ะ

เจฟฟ์            :  คุณถามแซนดี้หรือยังครับ

คำถาม  :  เจฟฟ์แนะนำว่าแพททริเซียควรทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Nancy    Didn’t you go to the meeting last night either ?

     Charles  No.  I had a slight headache. 

Question  What can be inferred about the meeting ?

(a) Nancy and Charles did not go to the meeting.    (แนนซี่และชาร์ลสไม่ได้ไปประชุม)

       {เนื่องจากข้อความ  “Didn’t you go……….either”  (คุณก็ไม่ได้ไป...........เหมือนกัน) 

       แนนซี่รวมตัวของธอเองไว้ในคำพูดของเธอ  จึงอาจสรุปได้ว่า  แนนซี่ไม่ได้ไปประชุม 

       ส่วนชาร์ลสกล่าวว่าเขาไม่ได้ไปประชุมเนื่องจากปวดหัว}

(b) Nancy went to the meeting, but Charles did not.    (แนนซี่ไปประชุม  แต่ชาร์ลสไม่ได้ไป)  (ไม่จริง 

       แนนซี่ไม่ได้ไปฯ)

(c) Charles went to the meeting, but Nancy did not.    (ชาร์ลสไปประชุม  แต่แนนซี่ไม่ได้ไป)  (ไม่จริง 

       ชาร์ลสไม่ได้ไปฯ เนื่องจากปวดหัว)

(d) Both Nancy and Charles went to the meeting.    (ทั้งแนนซี่และชาร์ลสไปประชุม) 

       (ไม่จริง  ทั้ง ๒ คนไม่ได้ไปฯ)

(e) We never know who did not go or go to the meeting.    (เราไม่รู้ว่าใครไม่ได้ไป หรือไปประชุม) 

       (ไม่จริง  เรารู้ว่าทั้ง ๒ คนไม่ได้ไปฯ)

(คำแปล)

แนนซี่    :  คุณไม่ได้ไปประชุมเมื่อคืนนี้เหมือนกันหรือคะ

ชาร์ลส   :  ไม่ครับ  ผมปวดหัวนิดหน่อย (I had a slight headache.)

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับการประชุม ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

4. Emmy  Your library books are due on December thirteenth.  If you haven’t finished using them

                       by then, you may renew them once.

      Paul     Thank you very much.  I only need them for a few days.

Question  What does Paul mean ?

(a) He will need to renew the books.    (เขาจำเป็นจะต้องต่ออายุหนังสือ)  (ไม่จริง  เขาต้องการ (ใช้) หนังสือ

       เพียงสองสามวันเท่านั้น)

(b) He does not plan to check the books out.    (เขาไม่มีแผนที่จะยืมหนังสือออกนอกห้องสมุด)  (ไม่จริง 

       หนังสือที่เขายืมมีวันครบกำหนดคืน)

(c) He only wants one book.    (เขาเพียงแต่ต้องการหนังสือเล่มเดียว)  (ไม่จริง  เอมมี่และพอลกำลังคุยกัน

       เกี่ยวกับหนังสือมากกว่า ๑ เล่ม)

(d) He will return the books by the due date.    (เขาจะคืนหนังสือทันวันครบกำหนด)  (เนื่อง

       จากพอลกล่าวว่าเขาต้องการ (ใช้) หนังสือเพียงสองสามวันเท่านั้น  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาจะคืน

       หนังสือทันวันครบกำหนด)

(e) He may return the books after the due date.    (เขาอาจจะคืนหนังสือหลังวันครบกำหนด)  (ไม่จริง 

       เขาจะคืนฯ ทันครบกำหนด)

(คำแปล)

เอมมี่  :  หนังสือห้องสมุดของคุณจะครบกำหนด (คืน) ในวันที่ ๑๓ ธันวาคมค่ะ,  ถ้าคุณยังใช้มันไม่

               เสร็จในตอนนั้น  คุณอาจจะต่ออายุ (การยืม) (renew) มันได้ครั้งหนึ่ง (once) ค่ะ

พอล   :  ขอบคุณมากครับ,  ผมเพียงแต่ต้องการ (ใช้) มันสองสามวันเท่านั้นครับ (หมายถึง  สามารถ

               คืนได้ทันตามกำหนด)

คำถาม  :  พอลหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

5. Gary          Operator, I want to place a long-distance call collect to Columbus, Ohio.  The area code

                            is six-one-four and the number is four-two-nine, seven-five-eight-three.

     Operator  Thank you.  I’ll ring it for you.

Question  Who will pay for the call ?

(a) The operator.    (โอเปอเรเตอร์)

(b) The person receiving the call.    (บุคคลซึ่งรับโทรศัพท์)  (“Collect call”  หมายถึง  การโทรศัพท์

       ทางไกล  เก็บเงินปลายทาง)

(c) The person making the call.    (บุคคลผู้โทรศัพท์)

(d) No one.  The call is free.    (ไม่มีใครจ่าย,  การโทรฯ ฟรี-ไม่คิดเงิน)

(e) The phone company.    (บริษัทโทรศัพท์)

(คำแปล)

แกรี่                 :  คุณโอเปอเรเตอร์  ผมต้องการโทรฯ ทางไกล (place a long-distance call) เก็บเงิน

                            (ปลายทาง) (collect) ที่  เมืองโคลัมบัส  รัฐโอไฮโอ,  รหัสพื้นที่คือ หก-หนึ่ง-สี่  และเบอร์

                            โทรฯ คือ สี่-สอง-เก้า, เจ็ด-ห้า-แปด-สาม ครับ 

โอเปอเรเตอร์  :  ขอบคุณค่ะ,  ฉันจะโทรฯ (ring) เบอร์นั้นให้คุณค่ะ

คำถาม  :  ใครจะจ่ายเงินค่าโทรศัพท์ ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  “Collect call”  ในสหรัฐฯ  หมายถึง  การโทรศัพท์ทางไกล  เก็บเงินปลายทาง  โดยผู้โทรฯ จะโทรฯ ไปที่โอเปอเรเตอร์  แจ้งว่าต้องการพูดกับคนนั้น  หมายเลขนั้น  อยู่ในรัฐนั้น  และขอให้เก็บเงินปลายทาง (ผู้รับโทรศัพท์)  โดยรอฟังผลการติดต่อของโอเปอเรเตอร์กับปลายสาย,  โอเปอเรเตอร์จะหมุนไปที่หมายเลขดังกล่าว  แจ้งปลายสายว่ามีผู้ต้องการคุยด้วย  และขอให้เก็บเงินปลายทาง  จะยินยอมหรือไม่  ถ้าปลายสาย (ผู้รับโทรศัพท์) ตอบตกลง  โอเปอเรเตอร์ก็จะให้ผู้โทรฯ เริ่มต้นคุยได้  และเก็บเงินปลายทาง

 

6. Mary   I have a card, but now I need a farewell gift for my advisor.

     David  How about a nice pen ?

Question  What does David mean ?

(a) Mary can borrow his pen.    (แมรี่สามารถขอยืมปากกาของเขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) A pen might be a good gift.    (ปากกาอาจจะเป็นของขวัญที่ดี)  (ดูจากข้อความ  “(ซื้อ) ปากกาดีๆ

       สักด้ามเป็นไง”)

(c) Her advisor would probably like a card.    (อาจารย์ที่ปรึกษาของเธออาจจะชอบบัตรอวยพร)  (ไม่จริง  เดวิด

       แนะนำให้แมรี่ซื้อปากกาเป็นของขวัญให้อาจารย์)

(d) A gift is not necessary.    (ของขวัญไม่จำเป็น)  (ไม่จริง  เดวิดให้คำแนะนำซื้อปากกาเป็นของขวัญ)

(e) He prefers a pen to a card.    (เขาชอบปากกามากกว่าบัตรอวยพร)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง  แต่เขาแนะนำ

       ให้แมรี่ให้ปากกาเป็นของขวัญอำลาแก่อาจารย์) 

(คำแปล)

แมรี่    :  ฉันมีบัตรอวยพร  แต่ตอนนี้ฉันต้องการของขวัญการอำลา (farewell gift) สำหรับอาจารย์ที่

               ปรึกษาของฉันค่ะ

เดวิด  :  ปากกาดีๆ สักด้ามเป็นไง (How about a nice pen ?)

คำถาม  :  เดวิดหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

7. Larry  Are you going to move out of the dorm next semester ?

    Paula  I just can’t seem to make up my mind. 

Question  What does Paula mean ?

(a) She does not want to leave.    (เธอไม่ต้องการออกไป – จากหอพัก)  (ไม่จริง  เธอกำลังพิจารณา  ว่าจะอยู่

       หรือย้ายออกไป)

(b) She must stay.    (เธอต้องพักอยู่)  (ไม่จริง  เธอมีทางเลือกว่าจะพักอยู่ หรือย้ายออก)

(c) She did not like the dorm.    (เธอไม่ชอบหอพัก)  (ไม่จริง  เธอกำลังพิจารณา  ว่าจะอยู่หรือย้ายออกไป)

(d) She is undecided.    (เธอยังไม่ตกลงใจ-ยังไม่ตัดสินใจแน่นอน)  (“To not make up one’s

       mind”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ยังไม่ตัดสินใจ”)

(e) She still can’t find a new place.    (เธอยังคงไม่สามารถหาที่ใหม่ได้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ลาร์รี่      :  คุณจะย้ายออกจากหอพัก (dorm) เทอมหน้าใช่ไหมครับ

พอลลา  :  ฉันดูเหมือนว่ายังไม่สามารถตัดสินใจได้ (make up my mind) ค่ะ

คำถาม  :  พอลลาหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ STRUCTURE