หมวดข้อสอบ STRUCTURE

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 222)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Pinky  How much to send a one-page fax ?

      Willy  :  One dollar.  Oh, wait a minute.  This is an overseas transmission.  That’s two-fifty.

Question  How much will Pinky pay ?

(a) One dollar a minute.    (๑ ดอลลาร์ต่อนาที)  (ค่าส่งแฟ็กซ์คิดราคาต่อแผ่น  มิใช่นาที)

(b) One dollar a page.    (๑ ดอลลาร์ต่อแผ่น)  (เป็นราคาค่าส่งภายในประเทศ  มิใช่การส่งไปต่างประเทศที่พิงกี้

       ต้องการ)

(c) Two dollars and fifty cents a minute.    (๒ ดอลลาร์และ ๕๐ เซ็นต์ต่อนาที)  (ค่าส่งแฟ็กซ์คิดราคาต่อแผ่น 

       มิใช่นาที)

(d) Two dollars and fifty cents a page.    (๒ ดอลลาร์และ ๕๐ เซ็นต์ต่อแผ่น)  (ดูจากข้อความ 

       “มันราคา ๒ เหรียญ ๕๐ เซ็นต์ (ต่อแผ่น) ครับ”)

(e) It depends on the number of pages she sends.    (มันขึ้นกับจำนวนแผ่นที่เธอส่ง)  (เป็นความจริงเพียง

       ส่วนเดียว  ยังขึ้นอยู่กับว่าส่งภายในประเทศ หรือไปต่างประเทศด้วย)

(คำแปล)

พิงกี้  :  ส่งแฟ็กซ์ ๑ แผ่นราคาเท่าไรคะ

วิลลี่   :  ๑ ดอลลาร์ครับ,  โอ้  รอประเดี๋ยวครับ  นี่เป็นการส่งไปต่างประเทศ (overseas transmission)

              มันราคา ๒ เหรียญ ๕๐ เซ็นต์ (ต่อแผ่น) ครับ

คำถาม  :  พิงกี้จะจ่ายเงินเท่าไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. David  Let me see.  There’s a documentary about wolves on Channel Three.

     Susan  That sounds pretty interesting, but I’d rather go to the movies.

Question  What does Susan want to do ?

(a) See a documentary.    (ดูหนังสารคดี)  (เป็นความชอบของเดวิด  มิใช่ซูซาน)

(b) Change the channel.    (เปลี่ยนช่องทีวี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Watch television.    (ดูทีวี)  (เป็นความชอบของเดวิด  มิใช่ซูซาน)

(d) Go to a movie.    (ไปดูหนัง)  (ดูจากข้อความ  “..............ฉันอยากไปดูหนังมากกว่า”)

(e) Stay at home and cook her own meal.    (พักอยู่กับบ้านและปรุงอาหารของเธอเอง)  (การสนทนา

      มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เดวิด    :  ให้ผมดู (ข้อมูล) ก่อน,  มีหนังสารคดี (documentary) เกี่ยวกับหมาป่าที่ช่อง ๓ นะ

ซูซาน  :  นั่นฟังดูน่าสนใจมากค่ะ  แต่ฉันอยากไปดูหนังมากกว่า

คำถาม  :  ซูซานต้องการทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

3. Sally      Do you want large bills or twenties ?

     Robert  Give me twenties, please.  Oh, wait, maybe I should take two fifties and the rest in twenties.

Question  What does Robert want Sally to do ?

(a) He wants all twenty-dollar bills.    (เขาต้องการแบงค์ ๒๐ ดอลลาร์ทั้งหมด)  (เป็นความต้องการตอนแรก 

       ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ)

(b) He wants all fifty-dollar bills.    (เขาต้องการแบงค์ ๕๐ ดอลลาร์ทั้งหมด)  (ไม่จริง  เขาต้องการแบงค์ ๒๐

       ดอลลาร์ด้วย)

(c) He wants all large bills.    (เขาต้องการแบงค์ใหญ่ทั้งหมด)  (หมายถึง  แบงค์๑๐๐ ดอลลาร์ และ ๕๐ ดอลลาร์) 

       (ไม่จริง  เขาต้องการแบงค์ ๒๐ ดอลลาร์ด้วย)

(d) He wants some twenty- and some fifty-dollar bills.    (เขาต้องการแบงค์ ๒๐ และ ๕๐ ดอล

       ลาร์)  (ดูจากข้อความ  “.................ผมควรเอาแบงค์ ๕๐ ดอลลาร์ ๒ ใบ  และที่เหลือเป็นแบงค์ ๒๐

       ดอลลาร์ครับ”)

(e) He wants two fifty-dollar and twenty hundred-dollar bills.    (เขาต้องการแบงค์ ๕๐ ดอลลาร์ ๒ ใบ

       และแบงค์ ๑๐๐ ดอลลาร์ ๒๐ ใบ)  (ไม่จริง  เขาไม่ต้องการแบงค์ ๑๐๐ ดอลลาร์)

(คำแปล)

แซลลี่    :  คุณต้องการแบงค์ใหญ่ (๑๐๐ และ ๕๐ ดอลลาร์) (large bills) หรือแบงค์ ๒๐ ดอลลาร์คะ

โรเบิร์ต  :  ผมขอแบงค์ ๒๐ ดอลลาร์ครับ (Give me twenties)  ได้โปรด,  โอ้  รอเดี๋ยว  บางที  ผมควร

                  เอาแบงค์ ๕๐ ดอลลาร์ ๒ ใบ (take two fifties)  และที่เหลือเป็นแบงค์ ๒๐ ดอลลาร์ (the

                  rest in twenties) ครับ

คำถาม  :  โรเบิร์ตต้องการให้แซลลี่ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. Paul   Where shall we go for lunch ?  It’s your turn to choose.

     Alice  How about The Country Kitchen, or better yet, The Old House.  They have great salads.

Question  Where will Paul and Alice eat lunch ?

(a) The Country Kitchen.    (ครัวชนบท)  (เป็นร้านที่อลิซแนะนำในตอนแรก  ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนใจไปที่ร้าน  

       “บ้านเก่า”)

(b) The Country Home.    (บ้านชนบท)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(c) The Old House.    (บ้านเก่า)  (ดูจากข้อความ  “............ร้านที่ดีกว่า  กระนั้นก็ตาม  ที่ “โอลด์เฮาส์”

       หรือ บ้านเก่า”)

(d) The Old Kitchen.    (ครัวเก่า)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Both at The Country Kitchen and The Old House.    (ทั้งที่ร้าน “ครัวชนบท” และ “บ้านเก่า”)  (ไม่จริง 

      อลิซแนะนำให้ไปที่ร้านบ้านเก่า)

(คำแปล)

พอล  :  เราจะไปทานอาหารกลางวันที่ไหนดี  มันเป็นตา (คราว, เวร) (turn) ของคุณที่จะเลือก (สถานที่)

              ครับ

อลิซ  :  ที่ร้าน “คันทรี่คิทเช่น” เป็นไง,  หรือร้านที่ดีกว่า  กระนั้นก็ตาม  ที่ “โอลด์เฮาส์”  ทั้ง ๒ ร้านมีสลัด

              ที่ยอดเยี่ยมมากค่ะ

คำถาม  :  พอลและอลิซจะทานอาหารกลางวันที่ไหน ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Sarah  :  Will you be home late again tonight ?

     Jack    I’m afraid so.  But I should be able to get away by six, or let’s say seven, just to be on the

                     safe side.

Question  When will Jack be home ?

(a) He will be home at six o’clock.    (เขาจะกลับบ้านตอน ๖ โมงเย็น)  (เป็นการประมาณการของแจ๊คในตอน

       แรก  มิใช่ประมาณการในตอนหลัง  คือ ราว ๑ ทุ่ม)

(b) He will not be home late.    (เขาจะไม่กลับบ้านช้า)  (ไม่จริง  เนื่องจากแจ๊คยอมรับว่าเขาจะกลับบ้านช้า)

(c) He will be home a little after seven o’clock.    (เขาจะกลับบ้านหลัง ๑ ทุ่มนิดหน่อย)  (ดูจาก

       ข้อความ  “พูดเสียว่าทุ่มนึง  เผื่อเวลาเอาไว้ซะหน่อย (พูดให้ปลอดภัยไว้ก่อน) หมายถึง  หลัง ๑ ทุ่ม

       นิดหน่อย”)

(d) He will be home earlier than usual.    (เขาจะกลับบ้านเร็วกว่าปกติ)  (ไม่จริง  เนื่องจากแจ๊คยอมรับว่าเขา

       จะกลับบ้านช้า)

(e) He will be home before his wife, Sarah.    (เขาจะกลับบ้านก่อนภรรยาของเขา คือซาร่าห์)  (การสนทนา

      มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ซาร่าห์  :  คุณจะกลับบ้านช้าอีกใช่ไหมคะคืนนี้

แจ๊ค      :  ผมเกรงว่าจะเป็นเช่นนั้นครับ,  แต่ผมน่าจะสามารถหลบออกมาได้ (จากที่ทำงานหรือการประชุม)

                  (get away) ตอน ๖ โมงเย็น  หรือพูดเสียว่าทุ่มนึง  เผื่อเวลาเอาไว้ซะหน่อย (พูดให้ปลอดภัยไว้

                  ก่อน(just to be on the safe side) (หมายถึง  หลัง ๑ ทุ่มนิดหน่อย)

คำถาม แจ๊คจะกลับบ้านเมื่อไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

6. Smith     Let’s go to Florida on spring break.

     Pauline  :  You’re putting me on !

Question  What does Pauline mean ?

(a) She does not think that Smith is serious.    (เธอไม่คิดว่าสมิธจะจริงจัง)  (“You’re putting

       me on”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “คุณไม่ได้พูดจริงจังกับฉันหรอก”  หรือ  “คุณกำลังยั่วเย้าฉัน  โดย

       พยายามทำให้ฉันเชื่อในสิ่งที่ไม่เป็นจริง  คือ  จะพาฉันไปเที่ยวฟลอริดา”)

(b) She thinks that Smith is going to take her to Florida.    (เธอคิดว่าสมิธจะพาเธอไปฟลอริดา)  (เป็นการแปล

       ความหมายคำพูดของพอลลีนที่ไม่ถูกต้อง)

(c) She thinks that Smith has a good idea.    (เธอคิดว่าสมิธมีความคิดที่ดี)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของ

       พอลลีนที่ไม่ถูกต้อง)

(d) She thinks that Smith does not have any money.    (เธอคิดว่าสมิธไม่มีเงินเลย)  (เป็นการแปลความหมายคำ

       พูดของพอลลีนที่ไม่ถูกต้อง)

(e) She thinks that Smith is putting on weight.    (เธอคิดว่าสมิธกำลังน้ำหนักเพิ่มขึ้น)  (เป็นการแปลความหมาย

       คำพูดของพอลลีนที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

สมิธ        :  เราไปฟลอริดาตอนหยุดพักช่วงฤดูใบไม้ผลิกันเถอะ

พอลลีน  :  คุณกำลังยั่วเย้าฉันละสิ (You’re putting me on) (โดยการพยามทำให้ฉันเชื่อในสิ่งที่ไม่เป็น

                   ความจริง)

คำถาม  :  พอลลีนหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 221)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Jeff      Something is wrong with second gear.  It seems to run fine in reverse, and drive, but when

                      I shift into second, the motor stalls out.

     Helen  I hope that it won’t be too difficult to fix.

Question  Which gear needs to be fixed ?

(a) First gear.    (เกียร์ ๑)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(b) Second gear.    (เกียร์ ๒)  (ดูจากข้อความ  “บางสิ่งบางอย่างผิดปกติกับเกียร์สอง (ของรถ) ครับ”)

(c) Reverse.    (เกียร์ถอยหลัง)  (เป็นเกียร์ที่ใช้ได้ดี)

(d) Drive.    (เกียร์เดินหน้า)  (มีหลายเกียร์)  (เป็นเกียร์ที่ใช้ได้ดี)

(e) None.    (ไม่มีเกียร์ใดต้องซ่อม)

(คำแปล)

เจฟฟ์  :  บางสิ่งบางอย่างผิดปกติกับเกียร์สอง (ของรถ) ครับ,  มันดูเหมือนวิ่งได้ดีเมื่อใช้เกียร์ถอยหลัง

                (in reverse) และขับ (เดินหน้า)  แต่เมื่อผมเปลี่ยนเป็นเกียร์สอง  เครื่องยนต์ดับในทันทีทันใด

                (motor stalls out) ครับ

เฮเลน  :  ฉันหวังว่ามันจะไม่ยากเกินไปที่จะซ่อม (fix) ค่ะ

คำถาม  :  เกียร์ใดต้องการการซ่อม ? (รถคันนี้น่าจะใช้เกียร์กระปุก)

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Frank  Do you need a ride to the airport ?

     Paula   Thanks, anyway.  I thought I would, but I have my car back now.

Question  How will Paula get to the airport ?

(a) She will get a ride with Frank.    (เธอจะเดินทางไปกับรถของแฟร้งค์)  (เป็นเพียงข้อเสนอของแฟร้งค์ 

       และแผนการในตอนแรกของพอลล่า  มิใช่วิธีที่เธอจะเดินทางไปสนามบิน)

(b) She will ride the airport shuttle.    (เธอจะนั่งรถไปกลับระหว่างสนามบิน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(c) She will drive her car.    (เธอจะขับรถยนต์ของเธอ)  (ดูจากข้อความ  “................ฉันได้รถ

       ยนต์ของฉันกลับคืนมาแล้วในขณะนี้ค่ะ)

(d) She will rent a car.    (เธอจะเช่ารถยนต์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(e) She will take a subway train.    (เธอจะนั่งรถไฟใต้ดิน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(คำแปล)

แฟร้งค์  :  คุณต้องการเดินทางด้วยรถยนต์ไปสนามบินไหมครับ (ผมจะไปส่ง)

พอลล่า  :  ขอบคุณค่ะ  อย่างไรก็ตามเถอะ,  ฉันคิดว่าฉันต้องการนะ (ในตอนแรก)  แต่ฉันได้รถยนต์

                  ของฉันกลับคืนมาแล้ว (จากการให้ยืมหรือนำไปซ่อม) ในขณะนี้ค่ะ

 คำถาม  :  พอลล่าจะไปสนามบินอย่างไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Waiter     Okay.  What’ll you have ?

     Jennifer  :  Give me the eggs and potatoes.  Oh, wait a minute.  How about the eggs and pancakes ?

Question  What does Jennifer want to eat ?

(a) She would like eggs and potatoes.    (เธออยากได้ไข่และมันฝรั่ง)  (เป็นสิ่งที่เจนนิเฟอร์เลือกก่อนเธอจะ

       เปลี่ยนใจ)  

(b) She wants eggs and pancakes.    (เธอต้องการไข่และขนมเบื้อง)  (ดูจากข้อความ  “ไข่และ

       ขนมเบื้องเป็นยังไง”)

(c) She wants to eat potato pancakes.    (เธอต้องการทานขนมเบื้องมันฝรั่ง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(d) Pancakes is what she would like to eat.    (ขนมเบื้องเป็นสิ่งที่เธออยากทาน)  (เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เธอ

       สั่ง  แต่เธอต้องการไข่ด้วย)

(e) She wants fried rice with eggs.    (เธอต้องการข้าวผัดกับไข่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(คำแปล)

พนักงานเสิร์ฟ  :  ได้ครับ  คุณจะรับอะไรครับ

เจนนิเฟอร์        :  เอาไข่และมันฝรั่งมาให้ฉันนะคะ,  โอ้  รอประเดี๋ยว  ไข่และขนมเบื้องเป็นยังไง (ฉันต้อง

                              การ ๒ อย่างนี้)

คำถาม  :  เจนนิเฟอร์ต้องการทานอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

4. Carla  How many boxes of Girl Scout cookies did you order ?

     Dave  :  Four, no, five.

Question  How many boxes of cookies did Dave order ?

(a) Dave bought one box of cookies.    (เดฟซื้อขนมคุกกี้ ๑ กล่อง)  (ไม่จริง  เนื่องจากเขาซื้อ ๕ กล่อง)

(b) Dave ordered four boxes of cookies.    (เดฟสั่งซื้อขนมคุกกี้ ๔ กล่อง)  (เป็นความคิดของเดฟในตอนแรก 

       ไม่ใช่จำนวนที่เขาซื้อในที่สุด)

(c) He purchased five boxes of cookies.    (เขาซื้อขนมคุกกี้ ๕ กล่อง)  (ดูจากข้อความ  “๔, 

       ไม่ใช่,  ๕ กล่องครับ)

(d) He bought four or five boxes of cookies.    (เขาซื้อขนมคุกกี้ ๔ หรือ ๕ กล่อง)  (ไม่จริง  เนื่องจากเขา

       ซื้อ ๕ กล่อง)

(e) He did not order any cookies this year.    (เขามิได้สั่งซื้อขนมคุกกี้เลยปีนี้)  (ไม่จริง  เนื่องจากเขาซื้อ

       ๕ กล่อง)

(คำแปล)

คาร์ล่า  :  คุณสั่งซื้อขนมคุกกี้ “ลูกเสือหญิง” กี่กล่องคะ

เดฟ      :  ๔,  ไม่ใช่,  ๕ กล่องครับ (ตกลงแล้วซื้อ ๕ กล่อง)

คำถาม  :  เดฟสั่งซื้อขนมคุกกี้กี่กล่อง ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. James  What is the area code from which you are calling ?

     Liza      6-9-1.  Oops, that’s not right.  It’s 6-1-9.

Question  What is the correct area code for Liza ?

(a) The number is 6-9-1.    (หมายเลข ๖-๙-๑)  (เป็นคำตอบในตอนแรกของลิซ่า  ก่อนที่เธอจะแก้ไขให้ถูกต้อง)

(b) The area code is 1-9-6.    (รหัสพื้นที่คือ ๑-๙-๖)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) 9-1-6 is the area code.    (๙-๑-๖ คือรหัสพื้นที่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) 6-1-9 is the correct number.    (๖-๑-๙  คือหมายเลขที่ถูกต้อง)  (ดูจากคำพูดของลิซ่าที่ว่า  “มัน

       คือหมายเลข ๖-๑-๙ ค่ะ”)

(e) The correct number is 1-6-9.    (หมายเลขที่ถูกต้องคือ ๑-๖-๙)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจมส์   :  รหัสพื้นที่จากที่คุณกำลังโทรฯ มาคืออะไรครับ

ลิซ่า    :  ๖-๙-๑,  อูพส  นั่นไม่ถูกต้องนะ,  มันคือหมายเลข ๖-๑-๙ ค่ะ

คำถาม  :  รหัสพื้นที่ที่ถูกต้องสำหรับลิซ่าคืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. Sharon  I thought you said it was eight cents a copy.

     Steven   I did, but it’s ten cents a copy when you make fewer than twenty copies, and you have

                        only fifteen.

Question  How much per copy will Sharon pay ?

(a) She will pay eight cents per page.    (เธอจะจ่ายเงินแผ่นละ ๘ เซ็นต์)  (จ่ายราคานี้เมื่อถ่ายตั้งแต่ ๒๐ แผ่น

       ขึ้นไป)

(b) The price is ten cents a copy.    (ราคาคือแผ่นละ ๑๐ เซ็นต์)  (ดูจากข้อความ  “...............มัน

       ราคาแผ่นละ ๑๐ เซ็นต์  เมื่อคุณถ่าย (เอกสาร) น้อยกว่า ๒๐ แผ่น  และคุณมี (ถ่าย) เพียง ๑๕ แผ่น

       เท่านั้นครับ”)

(c) She owes fifteen cents per copy.    (เธอเป็นหนี้แผ่นละ ๑๕ เซ็นต์)  (๑๕ เป็นจำนวนเอกสารที่เธอถ่าย  มิใช่

       จำนวนเงินที่เธอจ่าย)

(d) Twenty cents per page is the price.    (แผ่นละ ๒๐ เซ็นต์คือราคาค่าถ่ายฯ)  (๒๐ เป็นจำนวนขั้นต่ำของแผ่น

       ที่ต้องถ่ายเพื่อให้ได้ราคาแผ่นละ ๘ เซ็นต์)

(e) She will pay a quarter per page.    (เธอจะจ่ายแผ่นละ ๒๕ เซ็นต์)  (ไม่จริง  เธอจ่ายเพียงแผ่นละ ๑๐ เซ็นต์)

(คำแปล)

ชารอน  :  ฉันคิดว่าคุณพูดว่ามันราคา ๘ เซ็นต์ต่อ ๑ แผ่น (ถ่ายเอกสาร)

สตีเวน   :  ผมพูดอย่างนั้นครับ,  แต่ว่ามันราคาแผ่นละ ๑๐ เซ็นต์  เมื่อคุณถ่าย (เอกสาร) น้อยกว่า ๒๐ แผ่น 

                  และคุณมี (ถ่าย) เพียง ๑๕ แผ่นเท่านั้นครับ

คำถาม  :  ชารอนจะจ่ายเงินเท่าไรต่อแผ่น ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

    

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 220)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. David     Where can I buy a computer ?  It doesn’t have to be the best on the market.

     Martha  :  Umhum.  You could go to a computer store, or a discount store, but if I were you, I’d

                         look into some of the special offers through the university.  I saw something in the

                         paper just last night.

Question  What advice does Martha give David ?

(a) Buy the computer at a discount store.    (ซื้อคอมพิวเตอร์ที่ร้านขายสินค้าลดราคา)  (เป็นทางเลือกที่

       มาร์ธากล่าวถึง  ไม่ใช่คำแนะนำที่เธอให้กับเดวิด)

(b) Put an ad in the newspaper for a computer.    (ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์เพื่อ (ซื้อ) คอมพิวเตอร์) 

       (ไม่จริง  มาร์ธาเพียงแต่พูดถึงโฆษณาสินค้าที่มีข้อเสนอพิเศษซึ่งเธอเห็นในหนังสือพิมพ์)

(c) Go to a computer store to buy the computer.    (ไปที่ร้านขายคอมพิวเตอร์เพื่อซื้อคอมพิวเตอร์) 

       (เป็นทางเลือกที่มาร์ธากล่าวถึง  ไม่ใช่คำแนะนำที่เธอให้กับเดวิด)

(d) Buy the computer at the university as part of a special offer.    (ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์

       ที่มหาวิทยาลัย  ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอพิเศษ)  (ดูจากข้อความ  “.................ถ้าฉัน

       เป็นคุณ  ฉันจะพิจารณาข้อเสนอพิเศษของมหาวิทยาลัย)

(e) Buy a computer from a newspaper.    (ซื้อคอมพิวเตอร์จากหนังสือพิมพ์)  (ไม่จริง  มาร์ธาแนะนำเดวิด

       ให้ซื้อคอมฯ จากมหาวิทยาลัยซึ่งเธอเห็นลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์)

(คำแปล)

เดวิด    :  ผมจะสามารถซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ที่ไหนครับ  มันไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นที่ดีที่สุดในตลาด

                 หรอกครับ

มาร์ธา  :  อืมม,  คุณสามารถไปที่ร้านขายคอมพิวเตอร์  หรือร้านขายสินค้าลดราคา (discount store

                 แต่ถ้าฉันเป็นคุณนะคะ  ฉันจะพิจารณา (look into) ข้อเสนอพิเศษของมหาวิทยาลัย (special

                 offers through the university),  ฉันเห็น (โฆษณา)อะไรบางอย่างในหนังสือพิมพ์ (paper)

                 เมื่อคืนนี้เองค่ะ

คำถาม  :  มาร์ธาให้คำแนะนำอะไรแก่เดวิด ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. Paul   You didn’t get your grades because your name isn’t on the roster.  Did you attend the

                     class and take the exams ?

     Anne  I certainly did.  And I paid my fees, too.

Question  Why didn’t Anne receive a grade for the course ?

(a) She didn’t pay her fees.    (เธอไม่ได้จ่ายค่าเทอม)  (ไม่จริง  แอนจ่ายค่าเทอมแล้ว)

(b) She didn’t register for the class.    (เธอไม่ได้ลงทะเบียนสำหรับชั้นเรียนนี้)  (ไม่จริง  เธอลงทะเบียนเพราะ

       เธอจ่ายค่าธรรมเนียม  พร้อมทั้งเข้าเรียนและเข้าสอบด้วย)

(c) She didn’t attend the class.    (เธอไม่ได้เข้าห้องเรียน)  (ไม่จริง  เธอเข้าห้องเรียน)

(d) She didn’t have her name on the roster.    (เธอไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนชื่อ)  (ดูจากคำพูดของ

       พอลที่ว่า  “คุณไม่ได้รับคะแนนสอบ  เพราะว่าชื่อของคุณมิได้อยู่ในทะเบียนชื่อ”)

(e) She didn’t take the exams.    (เธอไม่ได้เข้าสอบ)  (ไม่จริง  เธอเข้าสอบ)

(คำแปล)

พอล  :  คุณไม่ได้รับคะแนนสอบ (grade)  เพราะว่าชื่อของคุณมิได้อยู่ในทะเบียนชื่อ (บัญชีรายชื่อ)

              (roster),  คุณเข้าเรียนและเข้าสอบหรือเปล่าครับ

แอน  :  ฉันเข้าฯ แน่นอนค่ะ,  และฉันก็จ่ายค่าเทอม (ค่าลงทะเบียนเรียน)  (fee) ด้วยค่ะ

คำถาม  :  ทำไมแอนจึงไม่ได้รับคะแนนสอบสำหรับวิชานี้ ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

3. Fred   What size do you need ?

     Sally  I’m not too sure.  I wear a 51/2 or a 6 in Europe, and a 7 in Canada, but I think I need a

                     71/2 here.

Question  What size will Fred probably bring ?

(a) He will probably bring her a size 5.    (เขาน่าจะนำขนาด ๕ มาให้เธอ)

(b) He will probably bring her a size 51/2.    (เขาน่าจะนำขนาด ๕ ครึ่งมาให้เธอ)  (เป็นขนาดที่แซลลี่สวม

       ในยุโรป) 

(c) He will probably bring her a size 6.    (เขาน่าจะนำขนาด ๖ มาให้เธอ)  (เป็นขนาดที่แซลลี่สวมในยุโรป) 

(d) He will probably bring her a size 7.    (เขาน่าจะนำขนาด ๗ มาให้เธอ)  (เป็นขนาดที่แซลลี่สวมในแคนาดา) 

(e) He will probably bring her a size 71/2.    (เขาน่าจะนำขนาด ๗ ครึ่งมาให้เธอ)  (ดูจากคำพูด

       ของแซลลี่ที่ว่า  “...............ฉันคิดว่าฉันต้องการเบอร์ ๗ ครึ่งที่นี่ค่ะ)

(คำแปล)

เฟร็ด   :  คุณต้องการขนาดอะไรครับ

แซลลี่  :  ฉันไม่แน่ใจนักหรอกค่ะ,  ฉันสวมเบอร์ ๕ ครึ่งหรือ ๖ ในยุโรป  และเบอร์ ๗ ในแคนาดา

                 (อเมริกาเหนือ)  แต่ฉันคิดว่าฉันต้องการเบอร์ ๗ ครึ่งที่นี่ค่ะ

คำถาม  :  เฟร็ดน่าจะนำ (รองเท้า) ขนาดอะไรมา (ให้แซลลี่) ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Kathy   I have been having the worst headaches.  I know some of it is stress, but I’m worried that

                       I might have something more serious, like high blood pressure.

     Doctor  Well, we’ll check that out, of course, but first, tell me the last time you had your glasses

                        changed.  It really sounds more like eye strain.

Question  What does the doctor suspect ?

(a) Kathy needs new glasses.    (เคธี่ต้องการแว่นตาใหม่)  (ดูจากข้อความที่หมอพูด  “...............

       ....บอกผม (ว่า) ครั้งสุดท้ายที่คุณเปลี่ยนแว่นตา (เมื่อใด),  มันฟังดูเหมือนว่าเป็นการใช้สายตามาก

       เกินไปเสียมากกว่าครับ”)

(b) Kathy has high blood pressure.    (เคธี่มีความดันเลือดสูง)  (เป็นความกังวลที่เคธี่มีเกี่ยวกับสุขภาพของ

       เธอ  มิใช่ปัญหาที่หมอสงสัย)

(c) Kathy has serious headaches.    (เคธี่ปวดหัวอย่างรุนแรง)  (เป็นความกังวลที่เคธี่มีเกี่ยวกับสุขภาพของ

       เธอ  มิใช่ปัญหาที่หมอสงสัย)

(d) Kathy is suffering from stress.    (เคธี่กำลังเดือดร้อนจากความเครียด)  (เป็นความกังวลที่เคธี่มีเกี่ยวกับ

       สุขภาพของเธอ  มิใช่ปัญหาที่หมอสงสัย)

(e) Kathy needs an eye operation.    (เคธี่ต้องการการผ่าตัดตา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เคธี่   :  ดิฉันกำลังปวดหัวร้ายแรงที่สุดเลยค่ะ  ดิฉันรู้ว่า (อาการ) บางอย่างของมันคือความเครียด

              (stress),  แต่ดิฉันวิตกว่าอาจมีอะไรบางอย่างที่ร้ายแรงกว่า  เช่นความดันเลือดสูงค่ะ

หมอ  :  อ๋อ  เราจะตรวจสอบเรื่องนั้นครับ,  แน่ละ,  แต่อย่างแรกเลย,  บอกผม (ว่า) ครั้งสุดท้ายที่คุณ

              เปลี่ยนแว่นตา (glasses) (เมื่อใด),  มันฟังดูเหมือนว่าเป็นการใช้สายตามากเกินไป (eye

              strain) เสียมากกว่าครับ

คำถาม  :  หมอสงสัยอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

5. Ralph  Have you started writing your paper for history ?

     Jenny  Not yet.  I’m still writing up my laboratory assignments for chemistry and studying for

                      my midterms in English and French.

Question  For which class must Jenny begin to prepare ?

(a) She must begin writing a paper for her history class.    (เธอจะต้องเริ่มต้นเขียนรายงาน

       สำหรับชั้นเรียนวิชาประวัติศาสตร์)  (ดูจากข้อความ  “คุณได้เริ่มเขียนรายงานสำหรับวิชาประวัติ

       ศาสตร์หรือยังครับ”  และ  “ยังค่ะ”)  (“Write up”  =  เขียนอย่างประณีตและเสร็จสมบูรณ์)

(b) She must start writing up her laboratory assignments for her chemistry class.    (เธอจะต้องเริ่ม

       เขียนการบ้านห้องแล็บสำหรับชั้นเรียนวิชาเคมี)  (เป็นการบ้านที่เธอกำลังทำอยู่ในขณะนี้  มิใช่การบ้านที่

       เธอจะต้องเริ่มทำ)

(c) She must begin studying for her English examination.    (เธอจะต้องเริ่มเรียนเพื่อการสอบวิชาภาษา

       อังกฤษ)  (เป็นการบ้านที่เธอกำลังทำอยู่ในขณะนี้  มิใช่การบ้านที่เธอจะต้องเริ่มทำ)

(d) She must begin studying for her French examination.    (เธอจะต้องเริ่มเรียนเพื่อการสอบวิชาภาษา

       ฝรั่งเศส)  (เป็นการบ้านที่เธอกำลังทำอยู่ในขณะนี้  มิใช่การบ้านที่เธอจะต้องเริ่มทำ)

(e) She must start reading textbooks for all the courses for her midterms.    (เธอจะต้องเริ่มอ่านตำรา

       สำหรับทุกวิชาสำหรับการสอบกลางปี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ราล์ฟ  :  คุณได้เริ่มเขียนรายงานสำหรับวิชาประวัติศาสตร์หรือยังครับ

เจนนี่   :  ยังค่ะ,  ฉันยังคงกำลังเขียนการบ้านห้องปฏิบัติการสำหรับวิชาเคมีให้แล้วเสร็จ (writing up my

                laboratory assignments for chemistry)  และกำลังอ่านหนังสือเพื่อสอบกลางปีของวิชา

                ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสอยู่ค่ะ

คำถาม  :  เจนนี่จะต้องเริ่มต้นเตรียมสำหรับชั้นเรียน (วิชา) ใด ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Mary  Are you glad that you came to Washington ?

     John   :  Yes, indeed.  I’d considered going to New York or Boston, but I’ve never regretted my

                     decision.

Question  Where does John live ?

(a) In New York.    (ในรัฐนิวยอร์ก)  (เป็นสถานที่ที่จอห์นคิดจะไปอยู่  ก่อนที่จะมาอยู่วอชิงตัน)

(b) In Boston.    (ในเมืองบอสตัน)  (เป็นสถานที่ที่จอห์นคิดจะไปอยู่  ก่อนที่จะมาอยู่วอชิงตัน)

(c) In Michigan.    (ในรัฐมิชิแกน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) In Washington.    (ในรัฐวอชิงตัน)  (ดูจากข้อความ  “คุณดีใจไหมคะที่คุณมา (อยู่) ที่รัฐวอชิงตัน

       นี่น่ะ”  และ  “ครับ  ดีใจจริงๆ เลย”)

(e) In Baltimore.    (ในเมืองบัลติมอร์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แมรี่     :  คุณดีใจไหมคะที่คุณมา (อยู่) ที่รัฐวอชิงตันนี่น่ะ

จอห์น  :  ครับ  ดีใจจริงๆ เลย,  ผมคิดที่จะไป (อยู่) นิวยอร์ก หรือบอสตัน (ในตอนแรก)  แต่ผมไม่เคยเสียใจ

                การตัดสินใจ (มาอยู่ที่วอชิงตัน) ของผมเลยครับ

คำถาม  :  จอห์นอาศัยอยู่ที่ไหน ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 219)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Andrew  Can we use our calculators on the test ?

    Proctor   Yes, if you bring them to me at the beginning of the test, I’ll check them out and

                         return them right away so you can use them.

Question  What does Andrew want to do ?

(a) Check the calculators.    (ตรวจสอบเครื่องคิดเลข)  (เป็นข้อเสนอของผู้คุมสอบที่จะตรวจสอบเครื่อง

       คิดเลข  มิใช่สิ่งที่แอนดรูว์ต้องการทำ)

(b) Use a calculator to do his test.    (ใช้เครื่องคิดเลขเพื่อทำสอบ)  (ดูจากคำถามของแอนดรูว์

       ที่ว่า  “เราสามารถใช้เครื่องคิดเลขในการสอบได้ไหมครับ”)

(c) Purchase a calculator.    (ซื้อเครื่องคิดเลข)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Borrow a calculator.    (ขอยืมเครื่องคิดเลข)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Fix a calculator.    (ซ่อมเครื่องคิดเลข)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แอนดรูว์   :  เราสามารถใช้เครื่องคิดเลขในการสอบได้ไหมครับ

ผู้คุมสอบ  :  ได้ค่ะ  ถ้าคุณนำมัน (เครื่องคิดเลข) มาให้ฉันในตอนเริ่มต้นการสอบ,  ฉันจะตรวจสอบมันและ

                      ส่งคืนมัน (ให้คุณ) ในทันที (return them right away) เพื่อที่ว่าคุณจะสามารถใช้มันได้

คำถาม  :  แอนดรูว์ต้องการทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Willie    My roommate left, and he didn’t pay his share, so I’m stuck with all the rent and utilities

                        for last month.

     Sandra  That’s not fair.  You should call his family.

Question  What is Sandra’s advice ?

(a) She thinks Willie should pay the bills.    (เธอคิดว่าวิลลี่ควรจ่ายค่าบิล)  (ไม่จริง  เนื่องจากแซนดร้าคิดว่า

       มันไม่ยุติธรรมสำหรับวิลลี่ที่ต้องติดค้างการจ่ายบิลค่าบริการสาธารณะต่างๆ – เพราะเพื่อนร่วมห้องของเขาจาก

       ไปโดยไม่จ่ายค่าบริการฯ ในส่วนของตน)

(b) She thinks Willie should ask his family for help.    (เธอคิดว่าวิลลี่ควรขอความช่วยเหลือจากครอบครัว

       ของเขา)  (...............จากครอบครัวของเพื่อนร่วมห้อง  ไม่ใช่ครอบครัวของวิลลี่) 

(c) She thinks Willie should contact his roommate’s family for money.    (เธอคิดว่าวิลลี่

       ควรติดต่อกับครอบครัวของเพื่อนร่วมห้องของเขาเพื่อ (ทวง) เงินค่าเช่าห้อง)  (ดูจากข้อความ

       ที่ว่า  “คุณควรโทรฯ ไปหาครอบครัวของเขา (เพื่อนร่วมห้อง) นะคะ”)

(d) She thinks Willie should leave.    (เธอคิดว่าวิลลี่ควรออกไป – จากอพาร์ตเมนต์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) She thinks Willie’s roommate should move out of the apartment.    (เธอคิดว่าเพื่อนร่วมห้องของวิลลี่

       ควรย้ายออกไปจากอพาร์ตเมนต์)  (ไม่จริง  เนื่องจากเพื่อนฯ ได้ย้ายออกไปแล้ว)

(คำแปล)

วิลลี่          :  เพื่อนร่วมห้องของผมออกไปแล้ว  และมิได้จ่าย (ค่าเช่าห้อง) ในส่วนของเขา (his share)

                     ครับ,  ดังนั้นผมจึงถูกทำให้ติดค้าง (stuck) อยู่กับค่าเช่าและการบริการสาธารณะต่าง

                     (เช่น (ค่า) โทรศัพท์, ไฟฟ้า, น้ำประปา, เคเบิ้ลทีวี ฯลฯ) (utilities) สำหรับเดือนที่ผ่านมา

แซนดร้า  :  นั่นไม่ยุติธรรมเลยค่ะ,  คุณควรโทรฯ ไปหาครอบครัวของเขา (เพื่อนร่วมห้อง) นะคะ

คำถาม  :  คำแนะนำของแซนดร้าคืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Steve     I want to apply for a student loan, please.

     Sharon  All right.  Fill out these forms and bring in your income tax records from last year.  Then

                         I’ll review your options with you.

Question  How will Sharon help Steve ?

(a) By filling out forms.    (โดยการกรอกแบบฟอร์มต่างๆ) 

(b) By filing his taxes.    (โดยการเก็บภาษีของเขาไว้ในไฟล์ – หรือแฟ้มเอกสาร)

(c) By advising him about student loans.    (โดยการแนะนำเขาเกี่ยวกับเงินกู้ยืมสำหรับนักศึกษา

       (ดูจากข้อความ  “ต่อจากนั้นฉันจะทบทวนทางเลือกต่างๆ ของคุณ (เกี่ยวกับเงินกู้ยืม) พร้อมไปกับ

       คุณค่ะ)

(d) By completing his application.    (โดยการทำให้การสมัครฯ ของเขาแล้วเสร็จ)

(e) By helping him pay his income tax.    (โดยการช่วยเหลือเขาจ่ายภาษีเงินได้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

สตีฟ      :  ผมต้องการสมัครรับเงินกู้ยืมสำหรับนักศึกษาครับ

ชารอน  :  ได้ค่ะ,  กรอกแบบฟอร์มเหล่านี้และนำประวัติ (การเสีย) ภาษีเงินได้ (income tax records)

                  ของคุณจากปีที่แล้วมาด้วยนะคะ,  ต่อจากนั้นฉันจะทบทวนทางเลือกต่างๆ ของคุณ (เกี่ยวกับ

                  เงินกู้ยืม) (review your options) พร้อมไปกับคุณค่ะ (คือมีการสัมภาษณ์ซักถามต่างๆ)

คำถาม  :  ชารอนจะช่วยเหลือสตีฟอย่างไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  D  กล่าวถึงคำแนะนำซึ่งชารอนให้แก่สตีฟเกี่ยวกับว่าเขาจะต้องทำอะไรก่อนการเข้าสัมภาษณ์ (เพื่อขอกู้ยืมเงิน)  มิใช่วิธีการที่ชารอนจะช่วยเหลือสตีฟขณะสัมภาษณ์

 

4. Helen   Is Jack your cousin ?

     Rudolf  No.  He seems more like a brother, really, but we are just good friends.

Question  What is the relationship between Jack and Rudolf ?

(a) They are brothers.    (พวกเขาเป็นพี่น้องกัน)  (เป็นท่าทีที่รูด็อล์ฟมีความรู้สึกเกี่ยวกับแจ๊ค  มิใช่ความสัมพันธ์

       ที่แท้จริงระหว่างทั้ง ๒ คน

(b) They are good friends.    (พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน)  (ดูจากคำพูดของรูด็อล์ฟที่ว่า  “.............

       ..............เราเป็นเพียงเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้นเองครับ”)

(c) They are cousins.    (พวกเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน)  (เป็นข้อสันนิษฐานของเฮเลน  มิใช่ความสัมพันธ์ที่แท้จริง)

(d) They are classmates.    (พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) They are roommates.    (พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมห้องพักกัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เฮเลน    :  แจ๊คเป็นลูกพี่ลูกน้อง (ญาติห่างๆ, บุคคลที่เกี่ยวพันกันโดยมีภาษา-แหล่งกำเนิดที่คล้ายกัน)

                  (cousin) ของคุณใช่ไหมคะ

รูด็อล์ฟ  :  ไม่ใช่ครับ,  เขาดูเหมือนกับพี่ชาย (น้องชาย) คนหนึ่งเสียมากกว่าจริงๆ หรือ,  แต่ว่าเราเป็น

                   เพียงเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้นเองครับ   

คำถาม  :  ความสัมพันธ์ระหว่างแจ๊คและรูด็อล์ฟคืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

5. David  So I asked Frank if we could live together next semester, and he said that he was going

                      to room with Paul.

     Anne   Oh, that’s too bad.  Well, I know that Steve is looking for a roommate.

Question  What does Anne suggest ?

(a) That David live with Frank and Paul.    (ว่าเดวิดควรพักกับแฟร้งค์และพอล)  (ไม่จริง  เนื่องจากแฟร้งค์

       ตอบข้อเสนอของเดวิดโดยการพูดว่า  ตัวเขาจะพักกับพอล – เทอมหน้า)

(b) That David ask Paul to be his roommate.    (ว่าเดวิดควรขอร้องพอลให้มาเป็นเพื่อนร่วมห้องของเขา) 

       (ไม่จริง  เพราะว่าแฟร้งค์และพอลมีแผนที่จะเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน)

(c) That David and Steve be roommates.    (ว่าเดวิดและสตีฟควรเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน)  (เนื่อง

       จากแอนกล่าวว่า  “อ้อ  ฉันรู้มาว่าสตีฟกำลังมองหาเพื่อนร่วมห้องค่ะ”  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอกำลัง

        แนะนำว่า  เดวิดและสตีฟควรเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน  เพราะทั้ง ๒ คนกำลังมองหาเพื่อนร่วมห้อง

        เหมือนกัน)

(d) That David share a room with Frank.    (ว่าเดวิดควรแชร์ห้องพักกับแฟร้งค์)  (ไม่จริง  เพราะว่าแฟร้งค์และ

       พอลมีแผนที่จะเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน)

(e) That David share a room with anyone he can find.    (ว่าเดวิดควรแชร์ห้องพักกับใครก็ตามที่เขาสามารถ

       หาได้)  (ไม่จริง  แอนแนะนำให้เดวิดพักกับสตีฟ)

(คำแปล)

เดวิด  :  ดังนั้นผมเลยถามแฟร้งค์ว่าเราจะสามารถพัก (อาศัย) อยู่ด้วยกันในเทอมหน้าได้หรือไม่  และเขา

               พูดว่าเขาจะพัก (อยู่, พักอาศัย, กินเนื้อที่, ขอให้พัก, ขอให้พักอาศัย) (room) กับพอลครับ

แอน   :  โอ  น่าเสียดายจังเลย (น่าผิดหวังจังเลย, แย่จังเลย) ค่ะ,  อ้อ  ฉันรู้มาว่าสตีฟกำลังมองหาเพื่อน

               ร่วมห้องค่ะ  (หมายถึง  คุณลองชวนสตีฟมาพักห้องเดียวกับคุณสิ)

คำถาม  :  แอนแนะนำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)   

 

6. Eddy    :  What did you get on the calculus exam ?

     Emmy  :  A C.  And I feel lucky to have it.  Mike got a B, but almost everyone else got Ds and Fs.    

Question  What grade did Emmy receive ?

(a) She earned an A.    (เธอได้เกรด “เอ”)  (ไม่จริง  เธอได้เกรด “ซี”)

(b) She received a B.    (เธอได้เกรด “บี”)  (เป็นเกรดของไมค์  มิใช่ของเอมมี่)

(c) Her grade was C.    (เกรดของเธอคือ “ซี”)

(d) She got a D or F.    (เธอได้เกรด “ดี” หรือ “เอฟ”)  (เป็นเกรดที่นักศึกษาคนอื่นๆ เกือบทุกคน ได้รับ)

(e) Her grade was better than that of other students in the class.    (เกรดของเธอดีกว่าของนักศึกษาคนอื่นๆ

       ในชั้นเรียน)  (ไม่จริง  อย่างน้อยก็มีไมค์ ๑ คนที่ได้เกรด “บี”  และอาจมีนักศึกษาอีกบางคนที่ได้เกรดเท่าเอมมี่

       หรือสูงกว่า)

(คำแปล)

เอ็ดดี้  :  คุณได้ (เกรด) อะไรในการสอบวิชาแคลคูลัสครับ

เอมมี่  :  ได้ “ซี” ค่ะ,  และฉันรู้สึกโชคดีที่ได้มันนะ,  ไมค์ได้เกรด “บี”  แต่ (นักศึกษา)  คนอื่นๆ เกือบทุกคน

               ได้เกรด “ดี” และ “เอฟ” ค่ะ

คำถาม  :  เอมมี่ได้รับเกรดอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)   

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 218)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Pauline  No wonder Sharon won’t see you.  She probably thought that such an expensive gift

                         was inappropriate on such short acquaintance.

    Dennis   It certainly is different here.  In my country, men are supposed to show women that

                        they care for them by giving them jewelry.

Question  Why did Sharon stopping seeing Dennis ?

(a) He was too short.    (เขาเตี้ยเกินไป)  (การสนทนากล่าวถึง  “ความคุ้นเคย (การรู้จักกัน) ช่วงเวลาสั้นๆ” 

       มิใช่ความเตี้ยของเดนนิส)

(b) She didn’t know him very well.    (เธอไม่รู้จักเขาดีนัก)  (เป็นความจริง  แต่มิได้เป็นเหตุผลที่ชารอน

       เลิกไปพบเดนนิส)

(c) The expensive gift made her uncomfortable.    (ของขวัญราคาแพงทำให้เธอไม่สบายใจ)

       (ดูจากข้อความที่พอลลีนกล่าว  “เธอ (ชารอน) อาจจะคิดว่าของขวัญที่มีราคาแพงเช่นนั้นไม่

       เหมาะสมกับความคุ้นเคยช่วงเวลาสั้นๆ (การเพิ่งเริ่มรู้จักกัน)”)

(d) Dennis never gave her gifts.    (เดนนิสไม่เคยให้ของขวัญเธอ)  (ไม่จริง  เนื่องจากเดนนิสให้ของขวัญราคา

       แพงแก่ชารอน)  (ทำให้ชารอนไม่อยากมาพบกับเขาอีก  อาจเนื่องจากความเกรงใจ  หรือกลัวเดนนิสเข้าใจผิด

       ว่าเธอก็ชอบเขา  เพราะยอมรับของขวัญราคาแพงจากเขา)

(e) She didn’t like jewelry.    (เธอไม่ชอบเครื่องเพชรพลอย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

พอลลีน  :  ไม่ต้องสงสัย (ประหลาดใจ) เลยที่ชารอนจะไม่มาพบคุณ,  เธออาจจะคิดว่าของขวัญที่มีราคา

                    แพง (ที่เดนนิสให้ชารอนไปแล้ว) เช่นนั้นไม่เหมาะสมกับความคุ้นเคยช่วงเวลาสั้นๆ (การเพิ่ง

                    เริ่มรู้จักกัน) (short acquaintance) แบบนั้นค่ะ

เดนนิส   :  มันแตกต่างกันอย่างแน่นอน (สำหรับ) ที่นี่,  ในประเทศของผม  ผู้ชายถูกคาดคะเน

                  (supposed) ให้แสดงแก่ผู้หญิงว่าพวกเขารัก (ชอบ, ดูแล, เอาใจใส่, ระมัดระวัง, เป็นห่วง)

                  (care) ผู้หญิง  โดยการให้เครื่องเพชรพลอย (jewelry) แก่คนเหล่านั้นครับ

คำถาม  :  ทำไมชารอนจึงหยุดการไปพบกับเดนนิส ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. Sylvia  :  Why do you need to check my purse ?  Do you think I stole something ?

     Adam  Not at all.  This is a standard security procedure.

Question  Why did Adam look through Sylvia’s purse ?

(a) He thought she was a thief.    (เขาคิดว่าเธอเป็นขโมย)  (ไม่จริง  เนื่องจากอดัมปฏิเสธว่า  เขามิได้สงสัยว่า

       เธอขโมยสิ่งของ)

(b) He wanted to secure it for her.    (เขาต้องการทำให้กระเป๋าสตางค์ปลอดภัยจากการสูญหายสำหรับเธอ) 

       (ไม่จริง  เนื่องจากการตรวจค้นกระเป๋าฯ เป็นกระบวนการรักษาความปลอดภัย)

(c) His job was to check everyone’s belongings.    (งานของเขาคือการตรวจสอบทรัพย์สมบัติ –

       สิ่งของ – ของทุกคน)  (ดูจากคำกล่าวของอดัมที่ว่า  “นี่เป็นกระบวนการความปลอดภัยมาตรฐาน”)

(d) He was looking for a standard size.    (เขากำลังมอง (ค้น) หา (สิ่งของ) ขนาดมาตรฐาน)  ไม่จริง  การ

       สนทนานี้พูดถึง  “กระบวนการความปลอดภัยมาตรฐาน”  มิใช่ขนาดมาตรฐาน)

(e) He wanted to make sure it was really her purse.    (เขาต้องการให้แน่ใจว่ามันเป็นกระเป๋าฯ ของเธอจริงๆ) 

       (ไม่ใช่  เป็นการตรวจค้นตามกระบวนการความปลอดภัยมาตรฐาน)

(คำแปล)

ซิลเวีย  :  ทำไมคุณต้องการตรวจกระเป๋าสตางค์ของฉันคะ,  คุณคิดว่าฉันขโมยอะไรบางอย่างหรือคะ

อดัม     :  เปล่าเลยครับ,  นี่เป็นกระบวนการความปลอดภัยมาตรฐาน (standard security procedure)

                ครับ

คำถาม  :  ทำไมอดัมจึงตรวจค้นกระเป๋าสตางค์ของซิลเวีย ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Lucy   I lost my notebook.  Could I borrow yours before the test ?

     Peter  I’m sorry.  I’d like to help you, but I just can’t.  I have to take it with me to work so I can

                     study on my breaks

Question  What does Lucy want Peter to do ?

(a) Study with her.    (ศึกษากับเธอ)  (ไม่จริง  เป็นแผนของปีเตอร์ที่จะนำเครื่องคอมฯ ไปด้วยเพื่อศึกษาระหว่าง

       พักเบรก  มิใช่การร้องขอของลูซี่)

(b) Help her on the test.    (ช่วยเธอในการสอบ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Take a break.    (หยุดพัก)  (เป็นการพักเบรกของปีเตอร์ระหว่างทำงาน  มิใช่การร้องขอของลูซี่)

(d) Help her look for her lost notebook.    (ช่วยเธอค้นหาเครื่องคอมฯ ที่หายไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Lend her his notebook.    (ให้เธอยืมเครื่องคอมฯ กระเป๋าหิ้ว)  (ดูจากคำถามของลูซี่ที่ว่า  “ฉัน

       ขอยืมเครื่องคอมฯ ของคุณก่อนการสอบได้ไหมคะ”)

(คำแปล)

ลูซี่        :  ฉันทำเครื่องคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้วของฉันหายค่ะ,  ฉันขอยืมเครื่องคอมฯ ของคุณก่อนการ

                 สอบได้ไหมคะ

ปีเตอร์  :  ผมเสียใจครับ  ผมอยากช่วยคุณแต่ไม่สามารถทำได้,  ผมจำเป็นต้องนำเครื่องคอมฯ ไปที่ทำ

                 งานกับผม  เพื่อที่ว่าผมจะสามารถศึกษาได้ในระหว่างการพักเบรก (ทานอาหารกลางวัน หรือ

                 พักระหว่างชั่วโมงทำงาน)

คำถาม  :  ลูซี่ต้องการให้ปีเตอร์ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Helen  That looks like Steve’s car, but who is that girl driving it ?

     David  Oh, that’s Steve’s sister.  I met her last night at Mary Anne’s party.

Question  Who is driving Steve’s car ?

(a) Steve’s girlfriend.    (แฟนของสตีฟ)  (ไม่ใช่  น้องสาวของสตีฟเป็นผู้ขับ)

(b) Steve’s sister.    (น้องสาวของสตีฟ)  (ดูจากคำพูดของสตีฟที่ว่า  “โอ้  นั่นคือน้องสาวของสตีฟครับ”)

(c) Steve.    (สตีฟ)  (สตีฟคือเจ้าของรถ  มิใช่คนขับ)

(d) Mary Anne.    (แมรี่ แอน)  (คือผู้ที่มีงานเลี้ยง  มิใช่ผู้ขับรถ)

(e) Mary Anne’s sister.    (น้องสาวของแมรี่ แอน)  (ไม่ใช่  น้องสาวของสตีฟเป็นผู้ขับ)

(คำแปล)

เฮเลน  :  นั่นดูเหมือนกับรถยนต์ของสตีฟนะ  แต่เด็กสาวคนนั้นที่กำลังขับมันคือใครคะ

เดวิด   :  โอ้  นั่นคือน้องสาวของสตีฟ  ผมพบเธอเมื่อคืนนี้ที่งานเลี้ยงของแมรี่ แอนครับ

คำถาม  :  ใครกำลังขับรถของสตีฟ ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

5. Jenny  The door seems to be locked.  Do I need a key for the bathroom ?

     Tony   No.  Just push hard.  It sticks a little.

Question  Why won’t the door open ?

(a) The door is locked.    (มันถูกล็อก)  (เป็นข้อสรุปตอนแรกของเจนนี่  มิใช่เหตุผลที่แท้จริงที่ว่าทำไมประตูไม่เปิด)

(b) Jenny doesn’t have the right key.    (เจนนี่ไม่มีลูกกุญแจที่ถูกต้อง)  (เป็นคำถามของเจนนี่ว่าต้องใช้กุญแจเปิด

       ประตูหรือไม่  มิใช่เหตุผลที่ว่าทำไมประตูไม่เปิด)

(c) The door is stuck.    (ประตูติด)  (ดูจากคำพูดของโทนี่ที่ว่า  “มัน (ประตู) ติดนิดหน่อยครับ”)

(d) The doorknob is broken.    (ลูกบิดประตูเสีย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) It is too old and so hard to open.    (ประตูเก่าเกินไป  และดังนั้นจึงเปิดยาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจนนี่  :  ประตูดูเหมือนว่าถูกล็อกอยู่นะคะ,  ฉันต้องการ (ต้องใช้) กุญแจเพื่อ (เปิด) ห้องน้ำหรือเปล่าคะ

โทนี่    :  ไม่หรอกครับ,  แค่ผลักแรงๆ เท่านั้นแหละ (Just push hard.),  มันติด (sticks) นิดหน่อยครับ

คำถาม  :  ทำไมประตูจึงไม่เปิด ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 217)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Jennifer  I’ve had it with my computer.  I lost another paper when I tried to save it on a disk.

     Andrew  You have to do something about that.  Why don’t you try over at Computer World ?

Question  What are Jennifer and Andrew discussing ?

(a) Jennifer’s computer.    (เครื่องคอมพิวเตอร์ของเจนนิเฟอร์)  (เนื่องจากเจนนิเฟอร์กล่าวถึง

       ปัญหากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเธอ  และแอนดรูว์ให้คำแนะนำแก่เธอ  จึงอาจสรุปได้ว่า 

       ทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเรื่องคอมพิวเตอร์ของเจนนิเฟอร์)

(b) Jennifer’s paper.    (กระดาษของเจนนิเฟอร์)  (ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อหลักของการสนทนา  คือ 

       “เครื่องคอมพิวเตอร์”)

(c) Andrew’s hometown.    (บ้านเกิดของแอนดรูว์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Andrew’s job.    (งานของแอนดรูว์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) A computer shop.    (ร้านคอมพิวเตอร์)  (ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อหลักของการสนทนา  คือ  “เครื่อง

       คอมพิวเตอร์”)

(คำแปล)

เจนนิเฟอร์  :  ฉันพอกันที (ระอาเต็มที) กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของฉัน (I’ve had it with my

                        computer.),  ฉันสูญกระดาษ (ข้อความ) ไปอีกแผ่นหนึ่งเมื่อฉันพยายามจะเซฟ

                        มันลงบนดิสก์ค่ะ  (หมายถึง  เซฟไม่ได้และข้อความหายไป)

แอนดรูว์      :  คุณจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนั้น,  ทำไมคุณไม่ลองไปปรึกษา (ซ่อม)

                        ที่ร้านคอมพิวเตอร์เวิลด์ล่ะครับ (Why don’t you try over at Computer World ?)

คำถาม  :  เจนนิเฟอร์และแอนดรูว์กำลังหารือ (คุย) เรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

2. Susan  I was late for class because I couldn’t find a parking space.

     Justin  It’s because of registration week.  I drove around for almost half an hour before I

                       found one this morning.

Question  What are Susan and Justin talking about ?

(a) The campus.    (บริเวณในมหาวิทยาลัย)

(b) Registration week.    (สัปดาห์การลงทะเบียน)

(c) The parking situation.    (สถานการณ์การจอดรถ)  (จากการอ้างถึง  “ลานจอดรถ”  และ 

       “ขับรถวนไปมา...........ก่อนที่จะหาที่จอดรถได้”  จึงอาจสรุปได้ว่า  ทั้ง ๒ คนกำลังคุยกัน

       เกี่ยวกับสถานการณ์การจอดรถ)

(d) Susan’s class.    (ห้องเรียนของซูซาน)

(e) Driving during the rush hour.    (การขับรถระหว่างชั่วโมงเร่งด่วน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

ซูซาน  :  ฉันเข้าห้องเรียนสายเพราะว่าฉันไม่สามารถหาที่จอดรถ (parking space) ได้ค่ะ

จัสติน   :  มันเป็นเพราะว่าสัปดาห์การลงทะเบียนเรียน (ทำให้หาที่จอดรถยาก),  ผมขับรถวนไปมา

                 เกือบครึ่งชั่วโมง  ก่อนที่ผมจะหาที่จอดรถได้ที่หนึ่งเมื่อเช้านี้

คำถาม  :  ซูซานและจัสตินกำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  D  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวข้องกับหัวข้อหลักของการพูดคุย  คือ  “สถานการณ์การจอดรถ

 

3. Douglas  I really like Dr. Smith, but I can’t say as much for her T.A.

     Helen      Sally ?  Oh, she’s okay as long as you go to class and get the lab reports in on time. 

Question  What are Douglas and Helen discussing ?

(a) The professor, Dr. Smith.    (อาจารย์ชื่อด็อกเตอร์สมิธ)

(b) The lab reports.    (รายงานห้องปฏิบัติการ)

(c) The attendance policy.    (นโยบายการเข้าเรียน)

(d) The teaching assistant.    (ผู้ช่วยสอน)  (T.A. = Teaching assistant = ผู้ช่วยอาจารย์สอน 

        มักเป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอกหรือโทในมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ และแคนาดา  ที่ช่วยอาจารย์

        สอนนักศึกษาปริญญาตรีในห้องแล็บ  ผู้ช่วยสอนมักได้ค่าจ้างเป็นรายเดือน  และได้รับยกเว้น

        ค่าเทอมตลอดการศึกษาด้วย)

(e) The reason why Douglas doesn’t like Sally, the teaching assistant.    (เหตุผลที่ว่าทำไมดักลาสจึงไม่

       ชอบแซลลี่, ผู้ช่วยสอน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(คำแปล)

ดักลาส  :  ผมชอบอาจารย์สมิธจริงๆ เลยครับ  แต่ผมไม่สามารถพูดได้ (ว่าชอบ) มากเท่ากันสำหรับ

                  ผู้ช่วยสอน (ทีเอ – Teaching assistant) ของอาจารย์

เฮเลน    :  แซลลี่ (ผู้ช่วยสอน) น่ะหรือคะ,  โอ้  เธอใช้ได้นะ (she’s okay) ตราบใดที่ (as long as)

                  คุณเข้าห้องเรียนและส่งรายงานห้องปฏิบัติการ (get the lab reports in) ตรงเวลา

                  (on time) ค่ะ

คำถาม  :  ดักลาสและเฮเลนกำลังหารือ (คุย) เรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  C  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อหลักของการพูดคุย  คือ  “ผู้ช่วยสอนที่ชื่อแซลลี่

 

4. Thomas  I used to bring my lunch to school when I was working in the Chemistry Department,

                          but now that I’m a full-time student I just eat at the Snack Bar.

      Laura     Me too.  It’s too hard trying to get everyone ready in the morning at my house.

Question  What are Thomas and Laura talking about ?

(a) The chemistry department.    (ภาควิชาเคมี)

(b) Laura’s house.    (บ้านของลอร่า)

(c) Thomas’s employer.    (นายจ้างของโทมัส)

(d) Having lunch on campus.    (การทานอาหารกลางวันที่มหาวิทยาลัย)  (จากการอ้างถึง  “การนำ

       อาหารกลางวันมาที่มหาวิทยาลัย”  และการทาน  “ที่ห้องทานอาหารเบาๆ หรืออาหารว่าง”  จึงอาจสรุป

       ได้ว่าทั้ง ๒ คนกำลังคุยเกี่ยวกับการทานอาหารกลางวันที่มหาวิทยาลัย)

(e) How hard it is to be a full-time student.    (มันยากลำบากเพียงใดที่เป็นนักเรียนเต็มเวลา)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)   

(คำแปล)

โทมัส  :  ผมเคยนำอาหารกลางวันมา (ทาน) ที่มหาวิทยาลัย  เมื่อผมกำลังทำงานในภาควิชาเคมี,  แต่

                เพราะว่า (now that) ผมเป็นนักเรียนเต็มเวลาแล้ว (ในตอนนี้)  ผมเลยทานที่ห้องทานอาหาร

                เบาๆ หรืออาหารว่าง (Snack Bar) ครับ

ลอร่า   :  ฉันด้วยค่ะ,  มันยากเกินไปที่จะพยายามให้ทุกคนเตรียมพร้อม (เพื่อทานอาหารด้วยกัน) ในตอน

                เช้าที่บ้านของฉันค่ะ (เลยมาทานอาหารกลางวันที่สแน็กบาร์ในมหาวิทยาลัย)

คำถาม  :  โทมัสและลอร่ากำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  C  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อหลักของการพูดคุย  คือ  “อาหารกลางวันที่มหาวิทยาลัย

 

5. Emmy  You look awful.  Do you have a hangover ?

     Steve    No.  I’ve been up all night finishing a paper.  All I’ve had to drink is coffee.

Question  What is Steve’s problem ?

(a) He is tired.    (เขาเหนื่อย)  (ดูจากข้อความ  “ผมตื่นอยู่ตลอดทั้งคืนเพื่อทำรายงานให้เสร็จ)

(b) He is drunk.    (เขาเมา)  (ไม่จริง  เนื่องจากทั้งหมดที่สตีฟจำเป็นต้องดื่มคือกาแฟ)

(c) He is thirsty.    (เขากระหายน้ำ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(d) He is busy.    (เขามีงานยุ่ง)  (ไม่จริง  เนื่องจากสตีฟทำรายงานเสร็จแล้ว)

(e) He studies too hard to avoid falling ill.    (เขาเรียนหนักเกินไปที่จะหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยได้) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(คำแปล)

เอ็มมี่  :  คุณดู (มีท่าทาง) น่ากลัว (awful) นะ,  คุณเมาค้างหรือเปล่าคะ (Do you have a hangover ?)

สตีฟ   :  เปล่าครับ  ผมตื่นอยู่ตลอดทั้งคืนเพื่อทำรายงานให้เสร็จ,  ทั้งหมดที่ผมจำเป็นต้องดื่มคือกาแฟครับ

คำถาม  :  ปัญหาของสตีฟคืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Paula  Can I use my credit card to pay my fees, or do I have to give you a check ?

     Frank  Your card is fine as long as your credit approval goes through.

Question  How does Paula want to pay ?

(a) She wants to pay by check.    (เธอต้องการจ่ายเป็นเช็ค)  (เป็นทางเลือกที่พอลล่าแนะนำ  ไม่ใช่วิธีที่เธอชอบ)

(b) She prefers to use a credit card.    (เธอชอบใช้บัตรเครดิตมากกว่า)  (ดูจากคำถามของพอลล่า

       ที่ว่า  “ฉันสามารถใช้บัตรเครดิต...................ได้หรือไม่”  )

(c) She has cash.    (เธอมีเงินสด)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(d) She will need a loan.    (เธอจะต้องการเงินกู้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(e) She is not sure whether her credit card is still valid or not.    (เธอไม่แน่ใจ่ว่าบัตรเครดิตของเธอยังคงใช้ได้

       อยู่หรือไม่)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอถามว่าเธอสามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้หรือไม่)

(คำแปล)

พอลล่า  :  ฉันสามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าธรรมเนียมได้ไหมคะ  หรือว่าฉันต้องให้ (จ่าย) เช็คแก่คุณคะ

แฟรงค์  :  บัตรของคุณใช้ได้ (fine) ครับ  ตราบใดที่ (as long as) การอนุมัติเครดิต (สินเชื่อ) (credit

                   approval) ของคุณผ่าน (goes through) ครับ

 คำถาม  :  พอลล่าต้องการจ่ายเงินอย่างไร (วิธีใด) ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 216)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Alice  :  The professor drilled and drilled until I couldn’t stand it.

    Paul   I heard he assigned a whole lot of exercises without explaining any of the grammar rules,

                   too.  I’m glad I went to the gym.

Question  What are Alice and Paul talking about ?

(a) A health club.    (สโมสรสุขภาพ)  (เป็นสถานที่ – โรงยิม - ที่พอลไป  แทนการเข้าห้องเรียน)

(b) A class.    (ชั้นเรียน)  (จากการอ้างถึง  “อาจารย์,  มอบหมายการบ้าน,  และหลักไวยากรณ์” 

       จึงอาจสรุปได้ว่า  ทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเกี่ยวกับชั้นเรียน)

(c) A game.    (การแข่งขัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) A dentist.    (ทันตแพทย์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  (“To drill”  หมายถึง  “ฝึกฝน,  เจาะรู, เจาะไช,

       ยิงทะลุ”  ซึ่งผู้ฟังอาจเข้าใจผิดว่า  หมอฟันเจาะเพื่ออุดฟัน) 

(e) Grammar rules.    (หลักไวยากรณ์)  (เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อลิซและพอลคุยกันเกี่ยวกับหัวเรื่องหลัก  คือ 

       ชั้นเรียน)

(คำแปล)

อลิซ  :  อาจารย์ฝึกฝน (drilled) และฝึกฝนจนกระทั่งฉันไม่สามารถทนมันได้แล้ว (couldn’t stand it)

              ค่ะ

พอล  :  ผมได้ยินว่าอาจารย์มอบหมายแบบฝึกหัดให้ (เป็นการบ้าน) มากมาย (assigned a whole lot

              of exercises) โดยมิได้อธิบายหลักไวยากรณ์ใดๆ อีกด้วย,  ผมดีใจที่ว่าผมได้ไปที่โรงยิม

              (เพื่อออกกำลัง  โดยมิต้องรับรู้เรื่องพวกนี้)

คำถาม  :  อลิซและพอลกำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Steve   They sell gas by the gallon here.

     Laura  Yes, and I see that the bulk food in the grocery store is sold in pounds and ounces.

Question  What are Steve and Laura most probably discussing ?

(a) Food and grocery items.    (อาหารและรายการสินค้าในร้านชำ)

(b) Gasoline prices.    (ราคาน้ำมัน)

(c) Weights and measures.    (น้ำหนักและการวัด)  (จากการอ้างถึง  “แกลลอน,  ปอนด์ (น้ำหนัก) 

       และออนซ์”  จึงอาจสรุปได้ว่า  ทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเกี่ยวกับน้ำหนักและการวัด)

(d) Money.    (เงิน)

(e) Gasoline sold in the grocery store.    (น้ำมันที่ขายในร้านชำ)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของสตีฟ

       และลอร่าที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

สตีฟ   :  พวกเขาขายน้ำมันเป็นแกลลอนที่นี่ครับ

ลอร่า  :  ใช่ค่ะ  และฉันพบว่าอาหารที่มิได้บรรจุหีบห่อหรือเป็นแพคเก็จ (bulk food) ในร้านขายของชำ

                (ถูก) ขายเป็นปอนด์ (น้ำหนัก) และออนซ์ค่ะ

คำถาม  :  สตีฟและลอร่าน่าจะกำลังหารือเรื่องอะไรมากที่สุด ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  D  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวข้องกับหัวข้อหลักของการพูดคุย  คือ  “ระบบการวัดของอังกฤษ” 

 

3. Sylvia  You should have your mail held at the post office until you get back.

     Frank  Good idea.  I remembered to get the newspaper stopped, but I’d forgotten about that. 

Question  What are Sylvia and Frank talking about ?

(a) A vacation.    (การท่องเที่ยววันหยุด)  (จากการอ้างถึง  “จนกระทั่งคุณกลับมา”  จึงอาจสรุปได้ว่า 

       ทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเรื่องการท่องเที่ยววันหยุด)

(b) The mail.    (จดหมาย, พัสดุหรือหีบห่อที่ส่งทางไปรษณีย์)

(c) The newspaper.    (หนังสือพิมพ์)

(d) The post office.    (ที่ทำการไปรษณีย์)

(e) A newspaper delivery.    (การส่งหนังสือพิมพ์)

(คำแปล)

ซิลเวีย   :  คุณควรให้เขากักจดหมาย (หีบห่อ-พัสดุส่งทางไปรษณีย์) ของคุณ (have your mail held)

                  ไว้ที่ทำการไปรษณีย์จนกระทั่งคุณกลับมา (จากการไปเที่ยว) นะคะ

แฟรงค์  :  เป็นความคิดที่ดีครับ,  ผมจำได้ที่จะให้เขาหยุดส่งหนังสือพิมพ์ (ไว้ชั่วคราว)  แต่ผมลืมเกี่ยวกับ

                  เรื่องนั้น (ให้กักจดหมาย-พัสดุไว้ที่ไปรษณีย์) ครับ

คำถาม  :  ซิลเวียและแฟรงค์กำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)  สำหรับ  ข้อ  B, C, D  และ  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อสำคัญของการพูดคุย  คือ  “การท่องเที่ยววันหยุดของแฟรงค์   

 

4. David      Do you know how many students were accepted in the new doctoral program ?

     Jennifer  Well, I saw Mary at the party last night, and she said that only six got it.

Question  What are David and Jennifer discussing ?

(a) A new doctor.    (หมอคนใหม่,  ผู้จบการศึกษาปริญญาเอกคนใหม่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) A party they attended.    (งานเลี้ยงที่พวกเขาเข้าร่วม)

(c) Their friend Mary.    (แมรี่  เพื่อนของพวกเขา)

(d) A graduate program.    (โครงการบัณทิตศึกษา,  โครงการศึกษาระดับปริญญาโท-เอก)  (เนื่อง

       จากทั้ง ๒ คนกำลังคุยเกี่ยวกับ  “โครงการศึกษาระดับปริญญาเอกรุ่นใหม่”  จึงอาจสรุปได้ว่า  พวก

       เขากำลังคุยเรื่องโครงการบัณทิตศึกษา)

(e) Six people at the party.    (คน ๖ คนที่งานเลี้ยง)  (ไม่ใช่  เจนนิเฟอร์พูดถึงผู้ที่ได้รับให้เข้าเรียนระดับปริญญา

       เอก ๖ คน)

(คำแปล)

เดวิด           :  คุณรู้ไหมครับว่านักเรียนกี่คนได้รับเข้า (ศึกษา) ในโครงการศึกษาระดับปริญญาเอก 

                        (doctoral program) รุ่นใหม่

เจนนิเฟอร์  :  อ๋อ  ฉันพบแมรี่ที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้,  และเธอพูดว่าเพียง ๖ คนเท่านั้นที่ได้เข้าเรียนค่ะ

                        (only six got it)

คำถาม  :  เดวิดและเจนนิเฟอร์กำลังหารือ (คุย) เรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับ  ข้อ  B  และ  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อสำคัญของการพูดคุย  คือ  “การรับเข้าเรียนในโครงการปริญญาเอกรุ่นใหม่

 

5. Peter   I applied for the exchange program to Europe this year but I couldn’t go because I got sick.

     Linda  That’s too bad.  Nancy went to England last year, and she said it was really a great

                      experience.

Question  What are Peter and Linda discussing ?

(a) An exchange program.    (โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน)  (เนื่องจากทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเกี่ยวกับ

       การสมัครของปีเตอร์เพื่อเข้าโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนไปยุโรป  จึงอาจสรุปได้ว่า  พวกเขากำลังคุย

       กันเรื่องโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน)

(b) Peter’s trip to England.    (การเดินทางไปอังกฤษของปีเตอร์)  (แนนซี่เดินทางไปอังกฤษ  ไม่ใช่ปีเตอร์)

(c) Peter’s illness.    (การเจ็บป่วยของปีเตอร์)  (เป็นเหตุผลที่เขาไม่สามารถเดินทางไปยุโรปในโครงการนักเรียน

       แลกเปลี่ยน  มิใช่หัวข้อของการสนทนา)

(d) Their friend Nancy.    (แนนซี่  เพื่อนของพวกเขา)  (แนนซี่เป็นเพื่อนซึ่งเดินทางไปอังกฤษในโครงการนักเรียน

       แลกเปลี่ยนเมื่อปีที่แล้ว  มิใช่หัวข้อของการสนทนา)

(e) Linda’s experience in England.    (ประสบการณ์ของลินดาในอังกฤษ)  (ไม่จริง  แนนซี่ไปอังกฤษ  ไม่ใช่ลินดา)

(คำแปล)

ปีเตอร์  :  ผมสมัครเข้าโครงการ (นักเรียน) แลกเปลี่ยนไปยุโรปปีนี้  แต่ผมไม่สามารถไปได้เพราะว่าผม

                 ป่วยครับ

ลินดา   :  น่าเสียดายจัง (That’s too bad.),  แนนซี่ไปอังกฤษ (ในโครงการแลกเปลี่ยน) เมื่อปีที่แล้ว 

                 และเธอกล่าวว่า  มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

คำถาม  :  ปีเตอร์และลินดากำลังหารือ (คุย) เรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Thomas  The chairs in that lecture room are really uncomfortable.

     Pamela   You said it.  They’re so small that my children wouldn’t even fit in them.

Question  What are Thomas and Pamela talking about ?

(a) The professor’s lecture.    (การบรรยายของอาจารย์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Pamela’s children.    (ลูกๆ ของพาเมล่า)  (ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อสำคัญของการพูดคุย  คือ  “เก้าอี้”)

(c) The chairs they are sitting in.    (เก้าอี้ที่พวกเขากำลังนั่ง)  (ดูจากข้อความ  “เก้าอี้ในห้องบรร

       ยายนั้นนั่งไม่สบายจริงๆ เลย”)

(d) The size of the lecture room.    (ขนาดของห้องบรรยาย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) The furniture in their homes.    (เครื่องเรือนในบ้านของพวกเขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

โทมัส      :  เก้าอี้ในห้องบรรยายนั้นนั่งไม่สบายจริงๆ เลยครับ (really uncomfortable)

พาเมล่า  :  คุณพูดมันพอดีเลย (You said it.),  มัน (เก้าอี้) เล็กมากจนกระทั่งลูกๆ ของฉันยังนั่งไม่ได้

                   (พอดี) เลย (wouldn’t even fit in them) ค่ะ

คำถาม  :  โทมัสและพาเมล่ากำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 215)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Emmy  You must be so excited about going home after four years.

     Frank   Not as much as I thought I would be.

Question  What does Frank mean ?

(a) Returning home is not very expensive.    (การกลับบ้านราคาไม่แพงมากนัก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) There hasn’t been any time to think about the trip.    (ไม่มีเวลาที่จะคิดเกี่ยวกับการเดินทาง)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(c) The time has passed quickly.    (เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He expected to be more enthusiastic.    (เขาคาดหวังว่าจะใจจดใจจ่อ (ที่จะได้กลับบ้าน)

        มากกว่าที่เป็นอยู่)  (เนื่องจากแฟรงค์พูดว่าเขามิได้ตื่นเต้นเท่าที่เขาคิดว่าเขาควรจะเป็น  จึงอาจ

        สรุปได้ว่าเขาคาดหวังว่าเขาน่าจะใจจดใจจ่อ – กับเรื่องที่จะได้กลับบ้าน – มากกว่าที่เป็นอยู่)

(e) He does not want to go back home.    (เขาไม่ต้องการกลับบ้าน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เอ็มมี่     :  คุณจะต้องตื่นเต้นอย่างมากเลยเกี่ยวกับการกลับบ้านหลังจาก ๔ ปี (ในมหาวิทยาลัย) นะคะ

แฟรงค์  :  ไม่มากเท่าที่ผมคิดว่าผม (ควร) จะเป็นครับ

คำถาม  :  แฟรงค์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)    

 

2. Steve  Did you make your flight okay ?

     Mary  Just barely.  The taxi was late.

Question  What does Mary mean ?

(a) The plane did not take off on time.    (เครื่องบินมิได้ขึ้นบินตรงเวลา)  (แท็กซี่ไม่ตรงเวลา  ไม่ใช่เครื่องบิน)

(b) The flight was cancelled.    (เที่ยวบินถูกยกเลิก)  (ไม่จริง  เนื่องจากแมรี่ได้เดินทาง)

(c) She almost missed her flight.    (เธอเกือบจะพลาดเที่ยวบินของเธอ)  (“Just barely”  เป็น

       สำนวน  หมายถึง  “เกือบจะไม่.....................”)

(d) The taxi never arrived.    (รถแท็กซี่ไม่เคยมาถึง)  (ไม่จริง  แท็กซี่มารับช้า)

(e) The plane had left before she arrived at the airport.    (เครื่องบินออกก่อนเธอมาถึงสนามบิน)  (ไม่จริง 

       เธอมาทันเครื่องบิน)

(คำแปล)

สตีฟ  :  คุณไปทันเที่ยวบินหรือเปล่าครับ

แมรี่   :  เกือบไม่ทันแน่ะ (Just barely),  รถแท็กซี่ (ไปสนามบิน) มารับช้าค่ะ

คำถาม  :  แมรี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

 

3. Peter   Do you usually bring your lunch ?

     Sarah  I eat in the snack bar now and then.

Question  What does Sarah mean ?

(a) She always eats in the snack bar.    (เธอทานในห้องอาหารฯ เป็นประจำ-สม่ำเสมอ)

(b) She used to eat in the snack bar.    (เธอเคยทานในห้องอาหารฯ)  (ไม่จริง  ปัจจุบันก็ยังทานอยู่เป็นครั้งคราว)

(c) She occasionally eats in the snack bar.    (เธอทานในห้องรับประทานอาหารเบาๆ เป็นครั้งคราว-

       เป็นบางโอกาส)  (“now and then” = “every now and then” = “once in a while” = “from

       time to time” = “occasionally” = “เป็นครั้งคราว,  เป็นบางโอกาส”)

(d) She has never eaten in the snack bar.    (เธอไม่เคยทานในห้องอาหารฯ)

(e) She prefers to eat in the cafeteria.    (เธอชอบทานในโรงอาหารที่ผู้ทานต้องบริการตนเองมากกว่า) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ปีเตอร์   :  ปกติแล้วคุณนำอาหารกลางวันมาทานหรือครับ

ซาร่าห์  :  ฉันทานในห้องรับประทานอาหารเบาๆ (snack bar) เป็นครั้งคราว (เป็นบางโอกาส) (now and

                  then) ค่ะ

คำถาม  :  ซาร่าห์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

 

4. Albert  I’m much better now.  No need to worry.

     Cindy   You’d better take it easy though, or you’ll get sick again.

Question  What does Cindy mean ?

(a) Albert should rest.    (อัลเบิร์ตควรพักผ่อน)  (“Take it (หรือ things) easy”  เป็นสำนวน 

       หมายถึง  “พักผ่อน-ผ่อนคลาย  และไม่ทำ – งาน - อะไรมาก)

(b) Albert’s health has improved.    (สุขภาพของอัลเบิร์ตดีขึ้น)  (เป็นความเห็นของอัลเบิร์ต  มิใช่การสัง

       เกตของซินดี้)

(c) Albert worries too much.    (อัลเบิร์ตวิตกกังวลมากเกินไป)  (ไม่จริง  อัลเบิร์ตไม่ต้องการให้ซินดี้วิตก

       กังวล)

(d) Albert is very ill.    (อัลเบิร์ตป่วยมากขณะนี้)  (อัลเบิร์ตป่วยในอดีต  มิใช่ในขณะนี้)

(e) Albert is easy to get sick.    (อัลเบิร์ตป่วยง่าย)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของซินดี้ที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

อัลเบิร์ต  :  ผมอาการดีขึ้นมากแล้วตอนนี้,  ไม่จำเป็นต้องวิตกหรอกครับ

ซินดี้       :  คุณควรจะพักผ่อนและไม่ต้องทำอะไรมาก (take it easy) ดีกว่า  แม้กระนั้นก็ตาม (though)

                   มิฉะนั้น (or) คุณจะป่วยอีกค่ะ 

คำถาม  :  ซินดี้หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)    

 

5. Sally  I don’t like to watch TV that much. 

     John  Neither do I.

Question  What does John mean ?

(a) He does not have a television.    (เขาไม่มีทีวี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) He likes to watch television with Sally.    (เขาชอบดูทีวีกับแซลลี่)  (ไม่จริง  ทั้งคู่ไม่สนุกกับการดูทีวี)

(c) He used to watch too much television.    (เขาเคยดูทีวีมากเกินไป – ในอดีต)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He does not enjoy watching television.    (เขาไม่เพลิดเพลินกับการดูทีวี)  (เนื่องจากจอห์น

       พูดว่า  “ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน”  เมื่อแซลลี่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการไม่ชอบดูทีวีของเธอ,  จึงอาจ

       สรุปได้ว่า  จอห์นก็ไม่สนุกกับการดูทีวีเช่นเดียวกัน)

(e) He likes to watch TV but Sally doesn’t.    (เขาชอบดูทีวี  แต่แซลลี่ไม่ชอบ)  (ไม่จริง  ทั้งคู่ไม่สนุกกับการดูทีวี)

(คำแปล)

แซลลี่  :  ฉันไม่ชอบดูทีวีมากขนาดนั้นหรอกค่ะ

จอห์น  :  ผมก็ไม่ชอบเหมือนกันครับ (Neither do I.)

คำถาม  :  จอห์นหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)    

 

6. Kathy  Did you find enough subjects for your research project ?

     David  Not yet.  I have thirty-five though, so that’s a good start.

Question  What does David imply ?

(a) He does not have a topic for his project yet.    (เขายังไม่มีหัวเรื่องสำหรับโครงการวิจัยของเขา) 

       (ไม่จริง  เนื่องจากเขาได้เริ่มต้นทำงานในโครงการนี้แล้ว)

(b) He needs more than thirty-five participants.    (เขาต้องการผู้เข้าร่วม – โครงการ

       วิจัย – มากกว่า ๓๕ คน)  (เนื่องจากเดวิดมีตัวทดลอง ๓๕ คน  และนั่นยังไม่เพียงพอ  จึงอาจ

       สรุปได้ว่า  เขาต้องการผู้เข้าร่วมฯ มากกว่า ๓๕ คน)

(c) He is discouraged about the research.    (เขาท้อใจ-หมดกำลังใจเกี่ยวกับการวิจัย)  (ไม่จริง  เขา

       รู้สึกว่าเขามีการเริ่มต้นที่ดี)

(d) He lost some data for his research project.    (เขาทำข้อมูลสำหรับโครงการวิจัยหาย)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(e) He may not complete his research project in time.    (เขาอาจจะทำโครงการวิจัยเสร็จไม่ทันเวลา) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เคธี่    :  คุณหาผู้เข้าร่วมการวิจัย (ผู้เข้ารับการทดสอบ, ตัวทดลอง, วิชา, หัวเรื่อง) (subjects) ได้เพียง

              พอสำหรับโครงการวิจัยของคุณหรือไม่คะ

เดวิด  :  ยังไม่พอเลยครับ,  ผมมี ๓๕ คน แม้กระนั้นก็ตาม (though),  ดังนั้น  นั่นเป็นการเริ่มต้นที่ดีครับ

คำถาม  :  เดวิดบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)    

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 214)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Mary  We’re going to the library.  Want to come along ?

     Dick   I’m waiting for the mail to come.

Question  What does Dick imply ?

(a) He does not like Mary.    (เขาไม่ชอบแมรี่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He does not usually study at the library.    (ตามปกติแล้วเขาไม่ได้อ่านหนังสือ – ศึกษา – ที่ห้องสมุด) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) He has received a letter.    (เขาได้รับจดหมายแล้ว)  (ไม่จริง  เขากำลังรอจดหมายซึ่งยังมาไม่ถึง)

(d) He will not go to the library.    (เขาจะไม่ไปห้องสมุด)  (เนื่องจากดิ๊คกล่าวว่าเขากำลังรอ

       จดหมายมาส่ง  เขาจึงบอกเป็นนัยว่า  เขาจะไม่ไปห้องสมุดกับแมรี่)

(e) He will go to the library with Mary after he has received a letter.    (เขาจะไปห้องสมุดกับแมรี่ 

       หลังจากเขาได้รับจดหมาย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แมรี่  :  เราจะไปห้องสมุด,  (คุณ) ต้องการไปกับเราไหมคะ

ดิ๊ค    :  ผมกำลังรอจดหมาย (หีบห่อหรือพัสดุที่ส่งทางไปรษณีย์) (mail) มาส่งครับ

คำถาม  :  ดิ๊คบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. Barbara  I’m calling because I can’t remember whether you are supposed to pick me up or I’m

                          supposed to pick you up for lunch. 

      Steve      I’m supposed to pick you up, in about twenty minutes, okay ?

Question  What will Barbara probably do ?

(a) Invite Steve to lunch.    (เชิญสตีฟมาทานอาหารกลางวัน)  (ไม่จริง  เนื่องจากทั้งคู่มีแผนที่จะพบกันเพื่อทาน

       อาหารกลางวันอยู่แล้ว)

(b) Talk with Steve for twenty minutes.    (คุยกับสตีฟเป็นเวลา ๒๐ นาที)  (๒๐ นาทีหมายถึงระยะเวลาก่อนที่

       สตีฟจะไปรับบาร์บาร่า  ไม่ใช่เวลาที่ทั้งคู่จะคุยกันทางโทรศัพท์)

(c) Remind Steve that they will have lunch.    (เตือนสตีฟว่าพวกเขาจะทานอาหารกลางวัน)  (ไม่จริง  เนื่อง

       จากบาร์บาร่าพูดว่า  เธอโทรฯ มาหาสตีฟเพราะว่าเธอ, ไม่ใช่สตีฟ, จำแผนการที่จะไปทานอาหารกลางวันไม่ได้)

(d) Wait for Steve.    (รอสตีฟ – มารับไปทานอาหารกลางวัน)  (บาร์บาร่าพูดว่าเธอโทรฯ มาเพราะ

       เธอจำไม่ได้ว่าสตีฟจะต้องไปรับเธอ  หรือว่าเธอจะต้องไปรับสตีฟหรือไม่)

(e) Pick Steve up at his office for lunch.    (มารับสตีฟที่สำนักงานของเขาเพื่อไปทานอาหารกลางวัน) 

       (ไม่จริง  สตีฟจะเป็นคนไปรับเธอเอง)

(คำแปล)

บาร์บาร่า  :  ฉันโทรฯ มาเพราะว่าฉันจำไม่ได้ว่าคุณจะต้องมารับฉัน  หรือฉันจะต้องไปรับคุณเพื่อทาน

                     อาหารกลางวันหรือไม่คะ

สตีฟ         :  ผมต้องไปรับคุณครับ  ในอีกประมาณ ๒๐ นาที,  ตกลงไหมครับ

คำถาม  :  บาร์บาร่าน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

3. Charles  Strange to see only a few people in the office, isn’t it ?

     Sarah     It sure is.  I wonder why.

Question  What can be inferred about the office ?

(a) The office is usually crowded.    (สำนักงานโดยปกติแล้วมีคนเยอะ)  (เนื่องจากมันแปลกที่

       เห็นคนเพียงไม่กี่คนในสำนักงาน  จึงอาจสรุปได้ว่า  สำนักงานโดยปกติแล้วมีคนอยู่เยอะ)

(b) There aren’t usually any people in the office.    (โดยปกติแล้วไม่มีคนอยู่ในสำนักงานเลย)  (ไม่จริง 

       เนื่องจากมันแปลกที่เห็นคนเพียงไม่กี่คนที่นั่น) 

(c) Only a few people work in the office.    (คนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นทำงานในสำนักงาน)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง)  (การสนทนามิได้บอกว่ามีคนทำงานในสำนักงานแห่งนี้มากหรือน้อย  บอกแต่เพียงว่าวันนี้เห็นคน

       ในสำนักงานเพียงไม่กี่คน  แต่วันอื่นเห็นมีมากกว่านี้) 

(d) The office is closed today.    (สำนักงานปิดวันนี้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) The office is strange since there are too many people in it today.    (สำนักงานแปลก  เพราะว่ามีคน

       มากเกินไปวันนี้)  (ไม่จริง  มันแปลกเพราะมีคนน้อย)

(คำแปล)

ชาร์ลส  :  แปลกที่เห็นคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นในสำนักงาน  ใช่ไหมครับ

ซาร่าห์  :  แน่นอนค่ะ,  ฉันสงสัย (ประหลาดใจ) (wonder) ว่าทำไม (จึงเป็นเช่นนั้น)

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับสำนักงาน ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

4. Jacky  How was your vacation ?  You went to Toronto, didn’t you ?

     Janet  I was going there, but I got a really great fare to Montreal, then I drove to Quebec and

                     some of the little towns in the province.

Question  What are Jacky and Janet talking about ?

(a) Toronto.    (เมืองโตรอนโต)

(b) Plane fares.    (ค่าโดยสารเครื่องบิน)

(c) Little towns.    (เมืองเล็กๆ)

(d) Drive to Quebec and some little towns in it.    (ขับรถไปที่เมืองควิเบกและเมืองเล็กๆ ในจังหวัดนี้)

(e) Janet’s vacation.    (วันหยุดของเจเน็ต)  (ดูจากข้อความ  “วันหยุดของคุณเป็นอย่างไรบ้าง”)

(คำแปล)

แจ๊คกี้  :  วันหยุดของคุณเป็นอย่างไรบ้างครับ,  คุณไปโตรอนโตใช่ไหมครับ

เจเน็ต  :  ฉันไปที่นั่นค่ะ,  แต่ฉันมีตั๋วเครื่องบินราคาถูก (great fare) ไปเมืองมอนทรีอัล (จังหวัดควิเบก), 

                 ต่อจากนั้นฉันขับรถไปเมืองควิเบก (เมืองหลวงของจังหวัดควิเบก)  และเมืองเล็กๆ บางเมือง

                 ในจังหวัดนี้ค่ะ 

คำถาม  :  แจ๊คกี้และเจเน็ตกำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  D  ถูกกล่าวถึงในฐานะที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องสำคัญของการสนทนานี้  คือ  “วันหยุดของเจเน็ต

หมายเหตุ  -  เจเน็ตเดินทางโดยนั่งเครื่องบินจากเมืองที่ตนอยู่ไปมอนทรีอัล  จากนั้นเช่ารถขับไปเมืองควิเบก (เมืองหลวงของจังหวัดควิเบก  ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองรองจากมอนทรีอัล)  และเมืองเล็กๆ ในจังหวัดนี้

 

5. Robin  Hello.  Mrs. Best ?

    Jenny   She’s not here.  Did you try her at the Student Center ?

Question  What does Jenny suggest Robin do ?

(a) Call the Student Center.    (โทรฯ ไปที่ศูนย์กลางนักเรียน)  (ดูจากข้อความ  “คุณลองโทรฯ

       ไปหาเธอที่ศูนย์กลางนักเรียนหรือเปล่าคะ”)

(b) Try again later.    (พยายาม (โทรฯ มา) อีกในเวลาต่อมา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(c) Talk to her instead of Mrs. Best.    (คุยกับเธอแทนที่จะคุยกับมิสซิสเบสท์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Come to her office for help.    (มาที่สำนักงานของเธอเพื่อขอความช่วยเหลือ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Leave a message for Mrs. Best.    (ทิ้งข้อความไว้ให้มิสซิสเบสท์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

โรบิน  :  หวัดดีครับ,  มิสซิสเบสท์ใช่ไหมครับ

เจนนี่  :  เธอไม่อยู่ที่นี่ค่ะ,  คุณลองโทรฯ ไปหาเธอที่ศูนย์กลางนักเรียนหรือเปล่าคะ

คำถาม  :  เจนนี่แนะนำโรบินให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Tom   Do you want me to get anything special at the grocery store for dinner ?

     Anne  I couldn’t care less.

Question  How does Anne feel about dinner ?

(a) She wants to go to the grocery store.    (เธอต้องการไปที่ร้านขายของชำ)

(b) She prefers to go out to eat.    (เธอชอบกินข้าวนอกบ้านมากกว่า)

(c) She does not want very much to eat.    (เธอไม่ต้องการกินอาหารมากนัก)

(d) She is not interested in dinner.    (เธอไม่สนใจในอาหารเย็น)  (“I couldn’t care less”  เป็น

       สำนวน  หมายถึง  ผู้พูดไม่สนใจหรือไม่ให้ความสำคัญ - กับสิ่งนั้น)

(e) She wants to have dinner before going to the grocery store.    (เธอต้องการกินอาหารเย็นก่อนไปที่ร้าน

       ขายของชำ)

(คำแปล)

ทอม  :  คุณต้องการให้ผมหา (ซื้อ) อะไรพิเศษที่ร้านขายของชำ  สำหรับอาหารเย็นไหมล่ะ

แอน  :  ฉันไม่สนใจ (ไม่เอาใจใส่, ไม่ให้ความสำคัญ) (couldn’t care less) มัน (อาหารเย็น) หรอกค่ะ

คำถาม  :  แอนรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับอาหารเย็น ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของแอนที่ไม่ถูกต้อง

 

7. George  Weren’t you in class Friday either ?

     Gloria   No.  I had to take my mother to the airport.  She went back to New York.

Question  What do we learn about the two students in this conversation ?

(a) Neither George nor Gloria was in class on Friday.    (ทั้งจอร์ชและกลอเรียไม่ได้เข้าเรียน

       ในวันศุกร์)  (เนื่องจากจอร์ชถามว่ากลอเรียเข้าเรียนในวันศุกร์หรือไม่  และใช้คำว่า  “ไม่.......

       .........ด้วยเช่นกัน (either)  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาไม่ได้เข้าเรียนในวันนั้น)

(b) Gloria was at the airport while George was in class.    (กลอเรียอยู่ที่สนามบิน  ในขณะที่จอร์ชเข้าเรียน) 

       (ไม่จริง  จอร์ชไม่ได้เข้าเรียน)

(c) George was with his mother while Gloria was in class.    (จอร์ชอยู่กับแม่ของเขา  ในขณะที่กลอเรียเข้า

       เรียน)  (ไม่จริง  กลอเรียไม่ได้เข้าเรียน)

(d) George and Gloria were in New York together.    (จอร์ชและกลอเรียอยู่ในนิวยอร์กด้วยกัน)  (ไม่จริง  แม่

       ของกลอเรียอยู่ในนิวยอร์ก  ไม่ใช่จอร์ชและกลอเรียอยู่ฯ)

(e) Gloria went back to New York with her mother.    (กลอเรียกลับไปนิวยอร์กกับแม่ของเธอ)  (ไม่จริง  เธอ

       ไปส่งแม่ที่สนามบินเพื่อเดินทางไปนิวยอร์ก)

(คำแปล)

จอร์ช      :  คุณก็ไม่ได้เข้าเรียนวันศุกร์ด้วยเช่นกันใช่ไหมครับ

กลอเรีย  :  ไม่ได้เข้าค่ะ,  ฉันจำเป็นต้องพาแม่ของฉันไปสนามบิน  เธอกลับไปนิวยอร์กค่ะ

คำถาม  :  เรารู้อะไรเกี่ยวกับนักเรียน ๒ คนในการสนทนานี้ ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 213)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Frank  :  Could Mark catch the train this morning ?  There was heavy traffic on the highway due to a

                      car accident.

    Judy    Sure.  He was in good time for the train.  He even had time to have a small breakfast before

                     the train left. 

Question  What does Judy mean ?

(a) Mark missed the train due to the heavy traffic.    (มาร์คพลาดรถไฟเนื่องจากการจราจรหนาแน่น-ติดขัด) 

        (ไม่จริง  เขาไปทันรถไฟ)

(b) Mark could catch the train and had some time to spare before the train left.    (มาร์ค

       สามารถไปทันรถไฟและมีเวลาเหลืออยู่บ้างก่อนรถไฟออก)  (“To arrive somewhere in good

       time”  หมายถึง  “ไปถึงที่นั่นแต่เนิ่นๆ เพื่อให้มีเวลาเหลือทำอะไรบางอย่างก่อนจะมีเหตุการณ์

       หนึ่งเกิดขึ้น – ในที่นี้คือ  รถไฟออก”)

(c) Mark had a good time on the train.    (มาร์คสนุกสนาน-เพลิดเพลินบนรถไฟ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Mark had his breakfast on the train.    (มาร์คทานอาหารเช้าบนรถไฟ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  (การ

       สนทนามิได้บอกว่าเขาทานอาหารเช้าบนรถไฟหรือไม่  บอกแต่เพียงว่าเขามีเวลาทานอาหารเช้ามื้อเล็กๆ

       ก่อนรถออก)

(e) Mark missed the train because he had his breakfast for too long.    (มาร์คพลาดรถไฟ  เนื่องจากเขา

       ทานอาหารเช้านานเกินไป)  (ไม่จริง  เขาไปทันรถไฟ  และมีเวลาทานอาหารเช้าก่อนรถออก)

(คำแปล)

แฟรงค์   :  มาร์คสามารถไปทันรถไฟหรือเปล่าเมื่อเช้านี้,  การจราจรหนาแน่นบนทางหลวงเนื่องมาจาก

                   อุบัติเหตุทางรถยนต์ครับ

จูดี้          :  ทันค่ะ,  เขาไปทันรถไฟและยังมีเวลาเหลือก่อนรถไฟออก (He was in good time for the

                   train),  เขายังทานอาหารเช้ามื้อเล็กๆ ก่อนรถออกด้วยค่ะ

คำถาม  :  จูดี้หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Vanessa  That roast weighs about eight pounds.

     Johnny   Oh, that’s too big then.  I only want to serve five people.  Why don’t you give me one

                          about half that size ?

Question  What does Johnny say about the roast ?

(a) His guests will enjoy it.    (แขกของเขาจะเพลิดเพลินกับมัน)  (ไม่จริง  เนื่องจากจอห์นนี่ต้องการเนื้ออีก

       ชิ้นหนึ่งที่ไม่ใหญ่เกินไป)

(b) It is too large.    (มันชิ้นใหญ่เกินไป)  (ดูจากข้อความ  “(เนื้อย่าง) นั่นใหญ่เกินไป”)

(c) He will only eat half of it.    (เขาจะกินเพียงครึ่งหนึ่งของมันเท่านั้น)  (ไม่จริง  เนื่องจากจอห์นนี่ต้องการ

       เนื้ออีกชิ้นหนึ่งที่ไม่ใหญ่เกินไป)

(d) It weighs eight pounds.    (มันหนัก ๘ ปอนด์)  (๘ ปอนด์เป็นนำหนักของเนื้อย่าง  มิใช่สิ่งที่จอห์นนี่พูด

       เกี่ยวกับมัน)

(e) It is too tough for his guests to eat.    (มันเหนียวเกินไปสำหรับแขกของเขาที่จะทาน)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง) 

(คำแปล)

วาเนสซา  เนื้อย่าง (ปิ้ง, อบ) ชิ้นนั้นหนักประมาณ ๘ ปอนด์ค่ะ

จอห์นนี่     :  โอ  นั่นใหญ่เกินไปแล้ว  ถ้างั้น,  ผมเพียงต้องการเลี้ยงคน ๕ คนเท่านั้นครับ,  ทำไมคุณไม่เอา

                      ชิ้นเนื้อ (one) (ที่ใหญ่) ขนาดครึ่งหนึ่งของชิ้นนั้น (half that size) ให้ผมล่ะครับ

คำถาม  :  จอห์นนี่พูดอะไรเกี่ยวกับเนื้อย่าง (ปิ้ง, อบ) ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. Cindy  I wonder whether the clothes are dry yet ?

      Sam    I don’t think so.  It usually takes about forty-five minutes, and you just put them in

                      fifteen minutes ago.

Question  What are Cindy and Sam talking about ?

(a) Cooking.    (การปรุงอาหาร)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Laundry.    (เสื้อผ้าที่จะซัก, ห้องซักผ้า, สถานที่ซักผ้า)  (จากการอ้างถึง  “เสื้อผ้าแห้ง”  จึงอาจ

       สรุปว่า  ทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่ซัก)

(c) Shopping.    (การจับจ่ายซื้อของ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) The time of day.    (เวลาของวัน)  (๔๕ นาทีเป็นเวลาที่ต้องใช้เพื่อทำให้ผ้าแห้ง  มิใช่เวลาของวัน)

(e) Dry clothes.    (เสื้อผ้าแห้ง)  (เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อ้างถึง  เกี่ยวกับหัวข้อหลัก  คือ  เสื้อผ้าที่ซัก)

(คำแปล)

ซินดี้  :  ฉันสงสัยว่าเสื้อผ้าแห้งหรือยังนะ

แซม  :  ผมไม่คิดอย่างนั้นหรอกครับ,  โดยปกติแล้วมันใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาที (ในการซัก)  และคุณ

              เพิ่งจะใส่มันเข้าไป (ในเครื่องซักผ้า) ๑๕ นาทีที่ผ่านมาเท่านั้นเองครับ

คำถาม  :  ซินดี้และแซมกำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

4. Jennifer  Congratulations !  I saw your name on the graduation list.

      Albert     Someone else must have the same name then.  I’m not graduating until next spring.

Question  What had Jennifer assumed ?

(a) The graduation list has an error on it.    (รายชื่อผู้จบการศึกษามีข้อผิดพลาดอยู่ในมัน)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(b) Albert had already graduated.    (อัลเบิร์ตได้จบการศึกษาแล้ว)  (เนื่องจากเจนนิเฟอร์เห็น

       ชื่อของอัลเบิร์ตในรายชื่อผู้จบการศึกษา  เธอจึงได้สันนิษฐานว่า  เขาได้จบการศึกษาแล้ว)

(c) Albert’s name is the same as that of another student.    (ชื่อของอัลเบิร์ตเหมือนกับชื่อของนักเรียน

       อีกคนหนึ่ง)  (เป็นคำอธิบายของอัลเบิร์ต  มิใช่ข้อสันนิษฐานของเจนนิเฟอร์

(d) The graduation will not be until next spring.    (การจบการศึกษาจะไม่เกิดขึ้น  จนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิปีหน้า) 

       (เป็นแผนจบการศึกษาของอัลเบิร์ต)

(e) Albert had graduated with honors.    (อัลเบิร์ตจบการศึกษาด้วยปริญญาเกียรตินิยม)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจนนิเฟอร์   :  แสดงความยินดีด้วยค่ะ  ฉันเห็นชื่อของคุณในรายชื่อผู้จบการศึกษา (graduation list)

อัลเบิร์ต        :  คนอื่นจะต้องมีชื่อเหมือนกับผม  ถ้างั้น,  ผมจะไม่จบการศึกษาจนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

คำถาม  :  เจนนิเฟอร์ได้สันนิษฐานอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

5. Phillips  Excuse me.  Are you in line for the copy machine ?

     Patricia  No.  We’re just talking.

Question  What will Phillips probably do ?

(a) Talk with Patricia.    (คุยกับแพททริเซีย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Use the copy machine.    (ใช้เครื่องถ่ายเอกสาร)  (เนื่องจากฟิลลิปส์ต้องการรู้ว่าแพททริเซีย

       อยู่ในแถว – เข้าแถว – หรือเปล่า  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาต้องการขยับขึ้นไป (ในแถว)  และใช้

       เครื่องถ่ายเอกสาร)

(c) Leave.    (จากไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Wait in line behind Patricia.    (รอในแถวข้างหลังแพททริเซีย)  (ไม่จริง  เพราะแพททริเซียมิได้อยู่ในแถว)

(e) Use another machine because he has no time to wait in line.    (ใช้เครื่องถ่ายฯ อีกเครื่องหนึ่ง  เพราะเขา

       ไม่มีเวลารอในแถว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ฟิลลิปส์         :  ขอโทษครับ  คุณอยู่ในแถว (เข้าแถว) (in line) เพื่อ (ใช้) เครื่องถ่ายเอกสารหรือเปล่าครับ

แพททริเซีย  :  ไม่ค่ะ,  เราเพียงแต่คุยกันเท่านั้นค่ะ

คำถาม  :  ฟิลลิปส์น่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. Thomas  Did you ever apply for that scholarship ?  You weren’t sure whether you wanted to

                          compete with all those applicants. 

     Mary      I decided to go for it !

Question  What does Mary mean ?

(a) She did not apply yet.    (เธอยังมิได้สมัครเลย)  (ไม่จริง  เธอกำลังสมัครชิงทุนในขณะนี้)

(b) She is still not sure.    (เธอยังคงไม่แน่ใจ – ว่าจะสมัครหรือไม่)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอได้ตัดสินใจสมัครแล้ว)

(c) She has decided to compete.    (เธอได้ตัดสินใจที่จะเข้าแข่งขัน)  (“To go for it”  เป็นสำนวน 

       หมายถึง  “เข้าแข่งขัน” - เฉพาะในบริบทนี้)

(d) She already has a scholarship.    (เธอมีทุนการศึกษาแล้ว)  (ไม่จริง  เธอกำลังสมัครชิงทุนในขณะนี้)

(e) She decided to apply for the scholarship to further her study abroad.    (เธอตัดสินใจที่จะสมัครชิงทุน

       เพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง  ว่าเธอจะไปศึกษาต่อต่างประเทศ)

(คำแปล)

โทมัส  :  คุณเคยสมัครรับทุนนั้นหรือเปล่าครับ,  ดูคุณไม่มั่นใจว่าคุณต้องการแข่งขันกับผู้สมัครทั้งหมด

                เหล่านั้นหรือไม่นะครับ

แมรี่    :  ฉันตัดสินใจเข้าแข่งขัน (go for it) ค่ะ

คำถาม  :  แมรี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. Olivia  May I join you ?

     Alex    By all means.

Question  What does Alex mean ?

(a) It will be difficult.    (มันจะยากลำบาก)

(b) He would rather be alone.    (เขาอยากอยู่ตามลำพังมากกว่า)

(c) Olivia is welcome.    (โอลิเวียได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม)  (“By all means”  เป็นสำนวน  หมาย

       ถึง  “อย่างแน่นอน,  ไม่ต้องสงสัยเลย,  ไม่มีผิดพลาด”  ใช้พูดเพื่อตอบคำถามอีกฝ่ายหนึ่ง  เชื้อ

       เชิญให้ผู้ถามทำตามที่ขอได้  ซึ่งในกรณีนี้  คือ  โอลิเวียได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมกับอเล็กซ์)

(d) There is a large group.    (มีคนกลุ่มใหญ่)

(e) He means to join Olivia.    (เขาตั้งใจจะเข้าร่วมกับโอลิเวีย)  (ไม่จริง  โอลิเวียต้องการเข้าร่วมกับเขา)

(คำแปล)

โอลิเวีย  :  ฉันขอเข้าร่วม (เดินทาง, งานเลี้ยง) ด้วยได้ไหมคะ

อเล็กซ์   :  เชิญเลยครับ (ได้แน่นอนครับ) (By all means.)

คำถาม  :  อเล็กซ์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  D  เป็นการแปลความหมายคำพูดของโอลิเวียและอเล็กซ์ที่ไม่ถูกต้อง

 

8. Jane      I’ve heard that the boys went to the movies last night after dinner.

     Donald  No, they had no money, so it was out of the question for them to go to the movies.

Question  What does Donald mean ?

(a) The boys went to the movies in spite of the fact that they had no money.    (เด็กๆ ไปดูหนังทั้งๆ ข้อ

       เท็จจริงที่ว่าพวกเขาไม่มีเงิน)  (ไม่จริง  พวกเขาไม่ได้ไปดูหนังเพราะไม่มีเงิน)

(b) The boys went to the movies before dinner.    (เด็กๆ ไปดูหนังก่อนอาหารเย็น)  (ไม่จริง  พวกเขาไม่ได้

       ไปดูหนัง)

(c) Jane and Donald went to the movies with the boys.    (เจนและดอนัลด์ไปดูหนังกับเด็กๆ)  (ไม่จริง  ไม่มี

       ใครไปดูหนัง)

(d) The boys asked some questions before they went to the movies.    (เด็กๆ ถามคำถามก่อนพวกเขาไปดู

       หนัง)  (ไม่จริง  ไม่มีใครไปดูหนัง)

(e) It was not possible for the boys to go to the movies without money.    (มันเป็นไปไม่ได้

       สำหรับพวกเด็กผู้ชายที่จะไปดูหนังโดยไม่มีเงิน)  (“Out of the question”  เป็นสำนวน  หมายถึง 

       “เป็นไปไม่ได้,  นอกประเด็น,  ไม่ควรค่าต่อการพิจารณา,  นึกไม่ถึง)

(คำแปล)

เจน         :  ฉันได้ยินว่าพวกเด็กผู้ชายไปดูหนังเมื่อคืนนี้หลังอาหารเย็นค่ะ

ดอนัลด์  :  ไม่หรอก,  เด็กพวกนั้นไม่มีเงิน  ดังนั้น  มันเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะไปดูหนังครับ

คำถาม  :  ดอนัลด์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ STRUCTURE