หมวดข้อสอบ STRUCTURE

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 218)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Pauline  No wonder Sharon won’t see you.  She probably thought that such an expensive gift

                         was inappropriate on such short acquaintance.

    Dennis   It certainly is different here.  In my country, men are supposed to show women that

                        they care for them by giving them jewelry.

Question  Why did Sharon stopping seeing Dennis ?

(a) He was too short.    (เขาเตี้ยเกินไป)  (การสนทนากล่าวถึง  “ความคุ้นเคย (การรู้จักกัน) ช่วงเวลาสั้นๆ” 

       มิใช่ความเตี้ยของเดนนิส)

(b) She didn’t know him very well.    (เธอไม่รู้จักเขาดีนัก)  (เป็นความจริง  แต่มิได้เป็นเหตุผลที่ชารอน

       เลิกไปพบเดนนิส)

(c) The expensive gift made her uncomfortable.    (ของขวัญราคาแพงทำให้เธอไม่สบายใจ)

       (ดูจากข้อความที่พอลลีนกล่าว  “เธอ (ชารอน) อาจจะคิดว่าของขวัญที่มีราคาแพงเช่นนั้นไม่

       เหมาะสมกับความคุ้นเคยช่วงเวลาสั้นๆ (การเพิ่งเริ่มรู้จักกัน)”)

(d) Dennis never gave her gifts.    (เดนนิสไม่เคยให้ของขวัญเธอ)  (ไม่จริง  เนื่องจากเดนนิสให้ของขวัญราคา

       แพงแก่ชารอน)  (ทำให้ชารอนไม่อยากมาพบกับเขาอีก  อาจเนื่องจากความเกรงใจ  หรือกลัวเดนนิสเข้าใจผิด

       ว่าเธอก็ชอบเขา  เพราะยอมรับของขวัญราคาแพงจากเขา)

(e) She didn’t like jewelry.    (เธอไม่ชอบเครื่องเพชรพลอย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

พอลลีน  :  ไม่ต้องสงสัย (ประหลาดใจ) เลยที่ชารอนจะไม่มาพบคุณ,  เธออาจจะคิดว่าของขวัญที่มีราคา

                    แพง (ที่เดนนิสให้ชารอนไปแล้ว) เช่นนั้นไม่เหมาะสมกับความคุ้นเคยช่วงเวลาสั้นๆ (การเพิ่ง

                    เริ่มรู้จักกัน) (short acquaintance) แบบนั้นค่ะ

เดนนิส   :  มันแตกต่างกันอย่างแน่นอน (สำหรับ) ที่นี่,  ในประเทศของผม  ผู้ชายถูกคาดคะเน

                  (supposed) ให้แสดงแก่ผู้หญิงว่าพวกเขารัก (ชอบ, ดูแล, เอาใจใส่, ระมัดระวัง, เป็นห่วง)

                  (care) ผู้หญิง  โดยการให้เครื่องเพชรพลอย (jewelry) แก่คนเหล่านั้นครับ

คำถาม  :  ทำไมชารอนจึงหยุดการไปพบกับเดนนิส ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. Sylvia  :  Why do you need to check my purse ?  Do you think I stole something ?

     Adam  Not at all.  This is a standard security procedure.

Question  Why did Adam look through Sylvia’s purse ?

(a) He thought she was a thief.    (เขาคิดว่าเธอเป็นขโมย)  (ไม่จริง  เนื่องจากอดัมปฏิเสธว่า  เขามิได้สงสัยว่า

       เธอขโมยสิ่งของ)

(b) He wanted to secure it for her.    (เขาต้องการทำให้กระเป๋าสตางค์ปลอดภัยจากการสูญหายสำหรับเธอ) 

       (ไม่จริง  เนื่องจากการตรวจค้นกระเป๋าฯ เป็นกระบวนการรักษาความปลอดภัย)

(c) His job was to check everyone’s belongings.    (งานของเขาคือการตรวจสอบทรัพย์สมบัติ –

       สิ่งของ – ของทุกคน)  (ดูจากคำกล่าวของอดัมที่ว่า  “นี่เป็นกระบวนการความปลอดภัยมาตรฐาน”)

(d) He was looking for a standard size.    (เขากำลังมอง (ค้น) หา (สิ่งของ) ขนาดมาตรฐาน)  ไม่จริง  การ

       สนทนานี้พูดถึง  “กระบวนการความปลอดภัยมาตรฐาน”  มิใช่ขนาดมาตรฐาน)

(e) He wanted to make sure it was really her purse.    (เขาต้องการให้แน่ใจว่ามันเป็นกระเป๋าฯ ของเธอจริงๆ) 

       (ไม่ใช่  เป็นการตรวจค้นตามกระบวนการความปลอดภัยมาตรฐาน)

(คำแปล)

ซิลเวีย  :  ทำไมคุณต้องการตรวจกระเป๋าสตางค์ของฉันคะ,  คุณคิดว่าฉันขโมยอะไรบางอย่างหรือคะ

อดัม     :  เปล่าเลยครับ,  นี่เป็นกระบวนการความปลอดภัยมาตรฐาน (standard security procedure)

                ครับ

คำถาม  :  ทำไมอดัมจึงตรวจค้นกระเป๋าสตางค์ของซิลเวีย ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Lucy   I lost my notebook.  Could I borrow yours before the test ?

     Peter  I’m sorry.  I’d like to help you, but I just can’t.  I have to take it with me to work so I can

                     study on my breaks

Question  What does Lucy want Peter to do ?

(a) Study with her.    (ศึกษากับเธอ)  (ไม่จริง  เป็นแผนของปีเตอร์ที่จะนำเครื่องคอมฯ ไปด้วยเพื่อศึกษาระหว่าง

       พักเบรก  มิใช่การร้องขอของลูซี่)

(b) Help her on the test.    (ช่วยเธอในการสอบ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Take a break.    (หยุดพัก)  (เป็นการพักเบรกของปีเตอร์ระหว่างทำงาน  มิใช่การร้องขอของลูซี่)

(d) Help her look for her lost notebook.    (ช่วยเธอค้นหาเครื่องคอมฯ ที่หายไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Lend her his notebook.    (ให้เธอยืมเครื่องคอมฯ กระเป๋าหิ้ว)  (ดูจากคำถามของลูซี่ที่ว่า  “ฉัน

       ขอยืมเครื่องคอมฯ ของคุณก่อนการสอบได้ไหมคะ”)

(คำแปล)

ลูซี่        :  ฉันทำเครื่องคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้วของฉันหายค่ะ,  ฉันขอยืมเครื่องคอมฯ ของคุณก่อนการ

                 สอบได้ไหมคะ

ปีเตอร์  :  ผมเสียใจครับ  ผมอยากช่วยคุณแต่ไม่สามารถทำได้,  ผมจำเป็นต้องนำเครื่องคอมฯ ไปที่ทำ

                 งานกับผม  เพื่อที่ว่าผมจะสามารถศึกษาได้ในระหว่างการพักเบรก (ทานอาหารกลางวัน หรือ

                 พักระหว่างชั่วโมงทำงาน)

คำถาม  :  ลูซี่ต้องการให้ปีเตอร์ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

4. Helen  That looks like Steve’s car, but who is that girl driving it ?

     David  Oh, that’s Steve’s sister.  I met her last night at Mary Anne’s party.

Question  Who is driving Steve’s car ?

(a) Steve’s girlfriend.    (แฟนของสตีฟ)  (ไม่ใช่  น้องสาวของสตีฟเป็นผู้ขับ)

(b) Steve’s sister.    (น้องสาวของสตีฟ)  (ดูจากคำพูดของสตีฟที่ว่า  “โอ้  นั่นคือน้องสาวของสตีฟครับ”)

(c) Steve.    (สตีฟ)  (สตีฟคือเจ้าของรถ  มิใช่คนขับ)

(d) Mary Anne.    (แมรี่ แอน)  (คือผู้ที่มีงานเลี้ยง  มิใช่ผู้ขับรถ)

(e) Mary Anne’s sister.    (น้องสาวของแมรี่ แอน)  (ไม่ใช่  น้องสาวของสตีฟเป็นผู้ขับ)

(คำแปล)

เฮเลน  :  นั่นดูเหมือนกับรถยนต์ของสตีฟนะ  แต่เด็กสาวคนนั้นที่กำลังขับมันคือใครคะ

เดวิด   :  โอ้  นั่นคือน้องสาวของสตีฟ  ผมพบเธอเมื่อคืนนี้ที่งานเลี้ยงของแมรี่ แอนครับ

คำถาม  :  ใครกำลังขับรถของสตีฟ ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

5. Jenny  The door seems to be locked.  Do I need a key for the bathroom ?

     Tony   No.  Just push hard.  It sticks a little.

Question  Why won’t the door open ?

(a) The door is locked.    (มันถูกล็อก)  (เป็นข้อสรุปตอนแรกของเจนนี่  มิใช่เหตุผลที่แท้จริงที่ว่าทำไมประตูไม่เปิด)

(b) Jenny doesn’t have the right key.    (เจนนี่ไม่มีลูกกุญแจที่ถูกต้อง)  (เป็นคำถามของเจนนี่ว่าต้องใช้กุญแจเปิด

       ประตูหรือไม่  มิใช่เหตุผลที่ว่าทำไมประตูไม่เปิด)

(c) The door is stuck.    (ประตูติด)  (ดูจากคำพูดของโทนี่ที่ว่า  “มัน (ประตู) ติดนิดหน่อยครับ”)

(d) The doorknob is broken.    (ลูกบิดประตูเสีย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) It is too old and so hard to open.    (ประตูเก่าเกินไป  และดังนั้นจึงเปิดยาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจนนี่  :  ประตูดูเหมือนว่าถูกล็อกอยู่นะคะ,  ฉันต้องการ (ต้องใช้) กุญแจเพื่อ (เปิด) ห้องน้ำหรือเปล่าคะ

โทนี่    :  ไม่หรอกครับ,  แค่ผลักแรงๆ เท่านั้นแหละ (Just push hard.),  มันติด (sticks) นิดหน่อยครับ

คำถาม  :  ทำไมประตูจึงไม่เปิด ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 217)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Jennifer  I’ve had it with my computer.  I lost another paper when I tried to save it on a disk.

     Andrew  You have to do something about that.  Why don’t you try over at Computer World ?

Question  What are Jennifer and Andrew discussing ?

(a) Jennifer’s computer.    (เครื่องคอมพิวเตอร์ของเจนนิเฟอร์)  (เนื่องจากเจนนิเฟอร์กล่าวถึง

       ปัญหากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเธอ  และแอนดรูว์ให้คำแนะนำแก่เธอ  จึงอาจสรุปได้ว่า 

       ทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเรื่องคอมพิวเตอร์ของเจนนิเฟอร์)

(b) Jennifer’s paper.    (กระดาษของเจนนิเฟอร์)  (ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อหลักของการสนทนา  คือ 

       “เครื่องคอมพิวเตอร์”)

(c) Andrew’s hometown.    (บ้านเกิดของแอนดรูว์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Andrew’s job.    (งานของแอนดรูว์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) A computer shop.    (ร้านคอมพิวเตอร์)  (ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อหลักของการสนทนา  คือ  “เครื่อง

       คอมพิวเตอร์”)

(คำแปล)

เจนนิเฟอร์  :  ฉันพอกันที (ระอาเต็มที) กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของฉัน (I’ve had it with my

                        computer.),  ฉันสูญกระดาษ (ข้อความ) ไปอีกแผ่นหนึ่งเมื่อฉันพยายามจะเซฟ

                        มันลงบนดิสก์ค่ะ  (หมายถึง  เซฟไม่ได้และข้อความหายไป)

แอนดรูว์      :  คุณจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนั้น,  ทำไมคุณไม่ลองไปปรึกษา (ซ่อม)

                        ที่ร้านคอมพิวเตอร์เวิลด์ล่ะครับ (Why don’t you try over at Computer World ?)

คำถาม  :  เจนนิเฟอร์และแอนดรูว์กำลังหารือ (คุย) เรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

2. Susan  I was late for class because I couldn’t find a parking space.

     Justin  It’s because of registration week.  I drove around for almost half an hour before I

                       found one this morning.

Question  What are Susan and Justin talking about ?

(a) The campus.    (บริเวณในมหาวิทยาลัย)

(b) Registration week.    (สัปดาห์การลงทะเบียน)

(c) The parking situation.    (สถานการณ์การจอดรถ)  (จากการอ้างถึง  “ลานจอดรถ”  และ 

       “ขับรถวนไปมา...........ก่อนที่จะหาที่จอดรถได้”  จึงอาจสรุปได้ว่า  ทั้ง ๒ คนกำลังคุยกัน

       เกี่ยวกับสถานการณ์การจอดรถ)

(d) Susan’s class.    (ห้องเรียนของซูซาน)

(e) Driving during the rush hour.    (การขับรถระหว่างชั่วโมงเร่งด่วน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

ซูซาน  :  ฉันเข้าห้องเรียนสายเพราะว่าฉันไม่สามารถหาที่จอดรถ (parking space) ได้ค่ะ

จัสติน   :  มันเป็นเพราะว่าสัปดาห์การลงทะเบียนเรียน (ทำให้หาที่จอดรถยาก),  ผมขับรถวนไปมา

                 เกือบครึ่งชั่วโมง  ก่อนที่ผมจะหาที่จอดรถได้ที่หนึ่งเมื่อเช้านี้

คำถาม  :  ซูซานและจัสตินกำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  D  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวข้องกับหัวข้อหลักของการพูดคุย  คือ  “สถานการณ์การจอดรถ

 

3. Douglas  I really like Dr. Smith, but I can’t say as much for her T.A.

     Helen      Sally ?  Oh, she’s okay as long as you go to class and get the lab reports in on time. 

Question  What are Douglas and Helen discussing ?

(a) The professor, Dr. Smith.    (อาจารย์ชื่อด็อกเตอร์สมิธ)

(b) The lab reports.    (รายงานห้องปฏิบัติการ)

(c) The attendance policy.    (นโยบายการเข้าเรียน)

(d) The teaching assistant.    (ผู้ช่วยสอน)  (T.A. = Teaching assistant = ผู้ช่วยอาจารย์สอน 

        มักเป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอกหรือโทในมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ และแคนาดา  ที่ช่วยอาจารย์

        สอนนักศึกษาปริญญาตรีในห้องแล็บ  ผู้ช่วยสอนมักได้ค่าจ้างเป็นรายเดือน  และได้รับยกเว้น

        ค่าเทอมตลอดการศึกษาด้วย)

(e) The reason why Douglas doesn’t like Sally, the teaching assistant.    (เหตุผลที่ว่าทำไมดักลาสจึงไม่

       ชอบแซลลี่, ผู้ช่วยสอน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(คำแปล)

ดักลาส  :  ผมชอบอาจารย์สมิธจริงๆ เลยครับ  แต่ผมไม่สามารถพูดได้ (ว่าชอบ) มากเท่ากันสำหรับ

                  ผู้ช่วยสอน (ทีเอ – Teaching assistant) ของอาจารย์

เฮเลน    :  แซลลี่ (ผู้ช่วยสอน) น่ะหรือคะ,  โอ้  เธอใช้ได้นะ (she’s okay) ตราบใดที่ (as long as)

                  คุณเข้าห้องเรียนและส่งรายงานห้องปฏิบัติการ (get the lab reports in) ตรงเวลา

                  (on time) ค่ะ

คำถาม  :  ดักลาสและเฮเลนกำลังหารือ (คุย) เรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  C  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อหลักของการพูดคุย  คือ  “ผู้ช่วยสอนที่ชื่อแซลลี่

 

4. Thomas  I used to bring my lunch to school when I was working in the Chemistry Department,

                          but now that I’m a full-time student I just eat at the Snack Bar.

      Laura     Me too.  It’s too hard trying to get everyone ready in the morning at my house.

Question  What are Thomas and Laura talking about ?

(a) The chemistry department.    (ภาควิชาเคมี)

(b) Laura’s house.    (บ้านของลอร่า)

(c) Thomas’s employer.    (นายจ้างของโทมัส)

(d) Having lunch on campus.    (การทานอาหารกลางวันที่มหาวิทยาลัย)  (จากการอ้างถึง  “การนำ

       อาหารกลางวันมาที่มหาวิทยาลัย”  และการทาน  “ที่ห้องทานอาหารเบาๆ หรืออาหารว่าง”  จึงอาจสรุป

       ได้ว่าทั้ง ๒ คนกำลังคุยเกี่ยวกับการทานอาหารกลางวันที่มหาวิทยาลัย)

(e) How hard it is to be a full-time student.    (มันยากลำบากเพียงใดที่เป็นนักเรียนเต็มเวลา)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)   

(คำแปล)

โทมัส  :  ผมเคยนำอาหารกลางวันมา (ทาน) ที่มหาวิทยาลัย  เมื่อผมกำลังทำงานในภาควิชาเคมี,  แต่

                เพราะว่า (now that) ผมเป็นนักเรียนเต็มเวลาแล้ว (ในตอนนี้)  ผมเลยทานที่ห้องทานอาหาร

                เบาๆ หรืออาหารว่าง (Snack Bar) ครับ

ลอร่า   :  ฉันด้วยค่ะ,  มันยากเกินไปที่จะพยายามให้ทุกคนเตรียมพร้อม (เพื่อทานอาหารด้วยกัน) ในตอน

                เช้าที่บ้านของฉันค่ะ (เลยมาทานอาหารกลางวันที่สแน็กบาร์ในมหาวิทยาลัย)

คำถาม  :  โทมัสและลอร่ากำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  C  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อหลักของการพูดคุย  คือ  “อาหารกลางวันที่มหาวิทยาลัย

 

5. Emmy  You look awful.  Do you have a hangover ?

     Steve    No.  I’ve been up all night finishing a paper.  All I’ve had to drink is coffee.

Question  What is Steve’s problem ?

(a) He is tired.    (เขาเหนื่อย)  (ดูจากข้อความ  “ผมตื่นอยู่ตลอดทั้งคืนเพื่อทำรายงานให้เสร็จ)

(b) He is drunk.    (เขาเมา)  (ไม่จริง  เนื่องจากทั้งหมดที่สตีฟจำเป็นต้องดื่มคือกาแฟ)

(c) He is thirsty.    (เขากระหายน้ำ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(d) He is busy.    (เขามีงานยุ่ง)  (ไม่จริง  เนื่องจากสตีฟทำรายงานเสร็จแล้ว)

(e) He studies too hard to avoid falling ill.    (เขาเรียนหนักเกินไปที่จะหลีกเลี่ยงความเจ็บป่วยได้) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(คำแปล)

เอ็มมี่  :  คุณดู (มีท่าทาง) น่ากลัว (awful) นะ,  คุณเมาค้างหรือเปล่าคะ (Do you have a hangover ?)

สตีฟ   :  เปล่าครับ  ผมตื่นอยู่ตลอดทั้งคืนเพื่อทำรายงานให้เสร็จ,  ทั้งหมดที่ผมจำเป็นต้องดื่มคือกาแฟครับ

คำถาม  :  ปัญหาของสตีฟคืออะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Paula  Can I use my credit card to pay my fees, or do I have to give you a check ?

     Frank  Your card is fine as long as your credit approval goes through.

Question  How does Paula want to pay ?

(a) She wants to pay by check.    (เธอต้องการจ่ายเป็นเช็ค)  (เป็นทางเลือกที่พอลล่าแนะนำ  ไม่ใช่วิธีที่เธอชอบ)

(b) She prefers to use a credit card.    (เธอชอบใช้บัตรเครดิตมากกว่า)  (ดูจากคำถามของพอลล่า

       ที่ว่า  “ฉันสามารถใช้บัตรเครดิต...................ได้หรือไม่”  )

(c) She has cash.    (เธอมีเงินสด)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(d) She will need a loan.    (เธอจะต้องการเงินกู้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)   

(e) She is not sure whether her credit card is still valid or not.    (เธอไม่แน่ใจ่ว่าบัตรเครดิตของเธอยังคงใช้ได้

       อยู่หรือไม่)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอถามว่าเธอสามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้หรือไม่)

(คำแปล)

พอลล่า  :  ฉันสามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าธรรมเนียมได้ไหมคะ  หรือว่าฉันต้องให้ (จ่าย) เช็คแก่คุณคะ

แฟรงค์  :  บัตรของคุณใช้ได้ (fine) ครับ  ตราบใดที่ (as long as) การอนุมัติเครดิต (สินเชื่อ) (credit

                   approval) ของคุณผ่าน (goes through) ครับ

 คำถาม  :  พอลล่าต้องการจ่ายเงินอย่างไร (วิธีใด) ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 216)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Alice  :  The professor drilled and drilled until I couldn’t stand it.

    Paul   I heard he assigned a whole lot of exercises without explaining any of the grammar rules,

                   too.  I’m glad I went to the gym.

Question  What are Alice and Paul talking about ?

(a) A health club.    (สโมสรสุขภาพ)  (เป็นสถานที่ – โรงยิม - ที่พอลไป  แทนการเข้าห้องเรียน)

(b) A class.    (ชั้นเรียน)  (จากการอ้างถึง  “อาจารย์,  มอบหมายการบ้าน,  และหลักไวยากรณ์” 

       จึงอาจสรุปได้ว่า  ทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเกี่ยวกับชั้นเรียน)

(c) A game.    (การแข่งขัน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) A dentist.    (ทันตแพทย์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  (“To drill”  หมายถึง  “ฝึกฝน,  เจาะรู, เจาะไช,

       ยิงทะลุ”  ซึ่งผู้ฟังอาจเข้าใจผิดว่า  หมอฟันเจาะเพื่ออุดฟัน) 

(e) Grammar rules.    (หลักไวยากรณ์)  (เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อลิซและพอลคุยกันเกี่ยวกับหัวเรื่องหลัก  คือ 

       ชั้นเรียน)

(คำแปล)

อลิซ  :  อาจารย์ฝึกฝน (drilled) และฝึกฝนจนกระทั่งฉันไม่สามารถทนมันได้แล้ว (couldn’t stand it)

              ค่ะ

พอล  :  ผมได้ยินว่าอาจารย์มอบหมายแบบฝึกหัดให้ (เป็นการบ้าน) มากมาย (assigned a whole lot

              of exercises) โดยมิได้อธิบายหลักไวยากรณ์ใดๆ อีกด้วย,  ผมดีใจที่ว่าผมได้ไปที่โรงยิม

              (เพื่อออกกำลัง  โดยมิต้องรับรู้เรื่องพวกนี้)

คำถาม  :  อลิซและพอลกำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Steve   They sell gas by the gallon here.

     Laura  Yes, and I see that the bulk food in the grocery store is sold in pounds and ounces.

Question  What are Steve and Laura most probably discussing ?

(a) Food and grocery items.    (อาหารและรายการสินค้าในร้านชำ)

(b) Gasoline prices.    (ราคาน้ำมัน)

(c) Weights and measures.    (น้ำหนักและการวัด)  (จากการอ้างถึง  “แกลลอน,  ปอนด์ (น้ำหนัก) 

       และออนซ์”  จึงอาจสรุปได้ว่า  ทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเกี่ยวกับน้ำหนักและการวัด)

(d) Money.    (เงิน)

(e) Gasoline sold in the grocery store.    (น้ำมันที่ขายในร้านชำ)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของสตีฟ

       และลอร่าที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

สตีฟ   :  พวกเขาขายน้ำมันเป็นแกลลอนที่นี่ครับ

ลอร่า  :  ใช่ค่ะ  และฉันพบว่าอาหารที่มิได้บรรจุหีบห่อหรือเป็นแพคเก็จ (bulk food) ในร้านขายของชำ

                (ถูก) ขายเป็นปอนด์ (น้ำหนัก) และออนซ์ค่ะ

คำถาม  :  สตีฟและลอร่าน่าจะกำลังหารือเรื่องอะไรมากที่สุด ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  D  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวข้องกับหัวข้อหลักของการพูดคุย  คือ  “ระบบการวัดของอังกฤษ” 

 

3. Sylvia  You should have your mail held at the post office until you get back.

     Frank  Good idea.  I remembered to get the newspaper stopped, but I’d forgotten about that. 

Question  What are Sylvia and Frank talking about ?

(a) A vacation.    (การท่องเที่ยววันหยุด)  (จากการอ้างถึง  “จนกระทั่งคุณกลับมา”  จึงอาจสรุปได้ว่า 

       ทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเรื่องการท่องเที่ยววันหยุด)

(b) The mail.    (จดหมาย, พัสดุหรือหีบห่อที่ส่งทางไปรษณีย์)

(c) The newspaper.    (หนังสือพิมพ์)

(d) The post office.    (ที่ทำการไปรษณีย์)

(e) A newspaper delivery.    (การส่งหนังสือพิมพ์)

(คำแปล)

ซิลเวีย   :  คุณควรให้เขากักจดหมาย (หีบห่อ-พัสดุส่งทางไปรษณีย์) ของคุณ (have your mail held)

                  ไว้ที่ทำการไปรษณีย์จนกระทั่งคุณกลับมา (จากการไปเที่ยว) นะคะ

แฟรงค์  :  เป็นความคิดที่ดีครับ,  ผมจำได้ที่จะให้เขาหยุดส่งหนังสือพิมพ์ (ไว้ชั่วคราว)  แต่ผมลืมเกี่ยวกับ

                  เรื่องนั้น (ให้กักจดหมาย-พัสดุไว้ที่ไปรษณีย์) ครับ

คำถาม  :  ซิลเวียและแฟรงค์กำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)  สำหรับ  ข้อ  B, C, D  และ  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อสำคัญของการพูดคุย  คือ  “การท่องเที่ยววันหยุดของแฟรงค์   

 

4. David      Do you know how many students were accepted in the new doctoral program ?

     Jennifer  Well, I saw Mary at the party last night, and she said that only six got it.

Question  What are David and Jennifer discussing ?

(a) A new doctor.    (หมอคนใหม่,  ผู้จบการศึกษาปริญญาเอกคนใหม่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) A party they attended.    (งานเลี้ยงที่พวกเขาเข้าร่วม)

(c) Their friend Mary.    (แมรี่  เพื่อนของพวกเขา)

(d) A graduate program.    (โครงการบัณทิตศึกษา,  โครงการศึกษาระดับปริญญาโท-เอก)  (เนื่อง

       จากทั้ง ๒ คนกำลังคุยเกี่ยวกับ  “โครงการศึกษาระดับปริญญาเอกรุ่นใหม่”  จึงอาจสรุปได้ว่า  พวก

       เขากำลังคุยเรื่องโครงการบัณทิตศึกษา)

(e) Six people at the party.    (คน ๖ คนที่งานเลี้ยง)  (ไม่ใช่  เจนนิเฟอร์พูดถึงผู้ที่ได้รับให้เข้าเรียนระดับปริญญา

       เอก ๖ คน)

(คำแปล)

เดวิด           :  คุณรู้ไหมครับว่านักเรียนกี่คนได้รับเข้า (ศึกษา) ในโครงการศึกษาระดับปริญญาเอก 

                        (doctoral program) รุ่นใหม่

เจนนิเฟอร์  :  อ๋อ  ฉันพบแมรี่ที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้,  และเธอพูดว่าเพียง ๖ คนเท่านั้นที่ได้เข้าเรียนค่ะ

                        (only six got it)

คำถาม  :  เดวิดและเจนนิเฟอร์กำลังหารือ (คุย) เรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับ  ข้อ  B  และ  ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อสำคัญของการพูดคุย  คือ  “การรับเข้าเรียนในโครงการปริญญาเอกรุ่นใหม่

 

5. Peter   I applied for the exchange program to Europe this year but I couldn’t go because I got sick.

     Linda  That’s too bad.  Nancy went to England last year, and she said it was really a great

                      experience.

Question  What are Peter and Linda discussing ?

(a) An exchange program.    (โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน)  (เนื่องจากทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเกี่ยวกับ

       การสมัครของปีเตอร์เพื่อเข้าโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนไปยุโรป  จึงอาจสรุปได้ว่า  พวกเขากำลังคุย

       กันเรื่องโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน)

(b) Peter’s trip to England.    (การเดินทางไปอังกฤษของปีเตอร์)  (แนนซี่เดินทางไปอังกฤษ  ไม่ใช่ปีเตอร์)

(c) Peter’s illness.    (การเจ็บป่วยของปีเตอร์)  (เป็นเหตุผลที่เขาไม่สามารถเดินทางไปยุโรปในโครงการนักเรียน

       แลกเปลี่ยน  มิใช่หัวข้อของการสนทนา)

(d) Their friend Nancy.    (แนนซี่  เพื่อนของพวกเขา)  (แนนซี่เป็นเพื่อนซึ่งเดินทางไปอังกฤษในโครงการนักเรียน

       แลกเปลี่ยนเมื่อปีที่แล้ว  มิใช่หัวข้อของการสนทนา)

(e) Linda’s experience in England.    (ประสบการณ์ของลินดาในอังกฤษ)  (ไม่จริง  แนนซี่ไปอังกฤษ  ไม่ใช่ลินดา)

(คำแปล)

ปีเตอร์  :  ผมสมัครเข้าโครงการ (นักเรียน) แลกเปลี่ยนไปยุโรปปีนี้  แต่ผมไม่สามารถไปได้เพราะว่าผม

                 ป่วยครับ

ลินดา   :  น่าเสียดายจัง (That’s too bad.),  แนนซี่ไปอังกฤษ (ในโครงการแลกเปลี่ยน) เมื่อปีที่แล้ว 

                 และเธอกล่าวว่า  มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

คำถาม  :  ปีเตอร์และลินดากำลังหารือ (คุย) เรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Thomas  The chairs in that lecture room are really uncomfortable.

     Pamela   You said it.  They’re so small that my children wouldn’t even fit in them.

Question  What are Thomas and Pamela talking about ?

(a) The professor’s lecture.    (การบรรยายของอาจารย์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Pamela’s children.    (ลูกๆ ของพาเมล่า)  (ถูกกล่าวถึงเกี่ยวโยงกับหัวข้อสำคัญของการพูดคุย  คือ  “เก้าอี้”)

(c) The chairs they are sitting in.    (เก้าอี้ที่พวกเขากำลังนั่ง)  (ดูจากข้อความ  “เก้าอี้ในห้องบรร

       ยายนั้นนั่งไม่สบายจริงๆ เลย”)

(d) The size of the lecture room.    (ขนาดของห้องบรรยาย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) The furniture in their homes.    (เครื่องเรือนในบ้านของพวกเขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

โทมัส      :  เก้าอี้ในห้องบรรยายนั้นนั่งไม่สบายจริงๆ เลยครับ (really uncomfortable)

พาเมล่า  :  คุณพูดมันพอดีเลย (You said it.),  มัน (เก้าอี้) เล็กมากจนกระทั่งลูกๆ ของฉันยังนั่งไม่ได้

                   (พอดี) เลย (wouldn’t even fit in them) ค่ะ

คำถาม  :  โทมัสและพาเมล่ากำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 215)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Emmy  You must be so excited about going home after four years.

     Frank   Not as much as I thought I would be.

Question  What does Frank mean ?

(a) Returning home is not very expensive.    (การกลับบ้านราคาไม่แพงมากนัก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) There hasn’t been any time to think about the trip.    (ไม่มีเวลาที่จะคิดเกี่ยวกับการเดินทาง)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(c) The time has passed quickly.    (เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He expected to be more enthusiastic.    (เขาคาดหวังว่าจะใจจดใจจ่อ (ที่จะได้กลับบ้าน)

        มากกว่าที่เป็นอยู่)  (เนื่องจากแฟรงค์พูดว่าเขามิได้ตื่นเต้นเท่าที่เขาคิดว่าเขาควรจะเป็น  จึงอาจ

        สรุปได้ว่าเขาคาดหวังว่าเขาน่าจะใจจดใจจ่อ – กับเรื่องที่จะได้กลับบ้าน – มากกว่าที่เป็นอยู่)

(e) He does not want to go back home.    (เขาไม่ต้องการกลับบ้าน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เอ็มมี่     :  คุณจะต้องตื่นเต้นอย่างมากเลยเกี่ยวกับการกลับบ้านหลังจาก ๔ ปี (ในมหาวิทยาลัย) นะคะ

แฟรงค์  :  ไม่มากเท่าที่ผมคิดว่าผม (ควร) จะเป็นครับ

คำถาม  :  แฟรงค์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)    

 

2. Steve  Did you make your flight okay ?

     Mary  Just barely.  The taxi was late.

Question  What does Mary mean ?

(a) The plane did not take off on time.    (เครื่องบินมิได้ขึ้นบินตรงเวลา)  (แท็กซี่ไม่ตรงเวลา  ไม่ใช่เครื่องบิน)

(b) The flight was cancelled.    (เที่ยวบินถูกยกเลิก)  (ไม่จริง  เนื่องจากแมรี่ได้เดินทาง)

(c) She almost missed her flight.    (เธอเกือบจะพลาดเที่ยวบินของเธอ)  (“Just barely”  เป็น

       สำนวน  หมายถึง  “เกือบจะไม่.....................”)

(d) The taxi never arrived.    (รถแท็กซี่ไม่เคยมาถึง)  (ไม่จริง  แท็กซี่มารับช้า)

(e) The plane had left before she arrived at the airport.    (เครื่องบินออกก่อนเธอมาถึงสนามบิน)  (ไม่จริง 

       เธอมาทันเครื่องบิน)

(คำแปล)

สตีฟ  :  คุณไปทันเที่ยวบินหรือเปล่าครับ

แมรี่   :  เกือบไม่ทันแน่ะ (Just barely),  รถแท็กซี่ (ไปสนามบิน) มารับช้าค่ะ

คำถาม  :  แมรี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

 

3. Peter   Do you usually bring your lunch ?

     Sarah  I eat in the snack bar now and then.

Question  What does Sarah mean ?

(a) She always eats in the snack bar.    (เธอทานในห้องอาหารฯ เป็นประจำ-สม่ำเสมอ)

(b) She used to eat in the snack bar.    (เธอเคยทานในห้องอาหารฯ)  (ไม่จริง  ปัจจุบันก็ยังทานอยู่เป็นครั้งคราว)

(c) She occasionally eats in the snack bar.    (เธอทานในห้องรับประทานอาหารเบาๆ เป็นครั้งคราว-

       เป็นบางโอกาส)  (“now and then” = “every now and then” = “once in a while” = “from

       time to time” = “occasionally” = “เป็นครั้งคราว,  เป็นบางโอกาส”)

(d) She has never eaten in the snack bar.    (เธอไม่เคยทานในห้องอาหารฯ)

(e) She prefers to eat in the cafeteria.    (เธอชอบทานในโรงอาหารที่ผู้ทานต้องบริการตนเองมากกว่า) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ปีเตอร์   :  ปกติแล้วคุณนำอาหารกลางวันมาทานหรือครับ

ซาร่าห์  :  ฉันทานในห้องรับประทานอาหารเบาๆ (snack bar) เป็นครั้งคราว (เป็นบางโอกาส) (now and

                  then) ค่ะ

คำถาม  :  ซาร่าห์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)    

 

4. Albert  I’m much better now.  No need to worry.

     Cindy   You’d better take it easy though, or you’ll get sick again.

Question  What does Cindy mean ?

(a) Albert should rest.    (อัลเบิร์ตควรพักผ่อน)  (“Take it (หรือ things) easy”  เป็นสำนวน 

       หมายถึง  “พักผ่อน-ผ่อนคลาย  และไม่ทำ – งาน - อะไรมาก)

(b) Albert’s health has improved.    (สุขภาพของอัลเบิร์ตดีขึ้น)  (เป็นความเห็นของอัลเบิร์ต  มิใช่การสัง

       เกตของซินดี้)

(c) Albert worries too much.    (อัลเบิร์ตวิตกกังวลมากเกินไป)  (ไม่จริง  อัลเบิร์ตไม่ต้องการให้ซินดี้วิตก

       กังวล)

(d) Albert is very ill.    (อัลเบิร์ตป่วยมากขณะนี้)  (อัลเบิร์ตป่วยในอดีต  มิใช่ในขณะนี้)

(e) Albert is easy to get sick.    (อัลเบิร์ตป่วยง่าย)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของซินดี้ที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

อัลเบิร์ต  :  ผมอาการดีขึ้นมากแล้วตอนนี้,  ไม่จำเป็นต้องวิตกหรอกครับ

ซินดี้       :  คุณควรจะพักผ่อนและไม่ต้องทำอะไรมาก (take it easy) ดีกว่า  แม้กระนั้นก็ตาม (though)

                   มิฉะนั้น (or) คุณจะป่วยอีกค่ะ 

คำถาม  :  ซินดี้หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)    

 

5. Sally  I don’t like to watch TV that much. 

     John  Neither do I.

Question  What does John mean ?

(a) He does not have a television.    (เขาไม่มีทีวี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) He likes to watch television with Sally.    (เขาชอบดูทีวีกับแซลลี่)  (ไม่จริง  ทั้งคู่ไม่สนุกกับการดูทีวี)

(c) He used to watch too much television.    (เขาเคยดูทีวีมากเกินไป – ในอดีต)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He does not enjoy watching television.    (เขาไม่เพลิดเพลินกับการดูทีวี)  (เนื่องจากจอห์น

       พูดว่า  “ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน”  เมื่อแซลลี่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการไม่ชอบดูทีวีของเธอ,  จึงอาจ

       สรุปได้ว่า  จอห์นก็ไม่สนุกกับการดูทีวีเช่นเดียวกัน)

(e) He likes to watch TV but Sally doesn’t.    (เขาชอบดูทีวี  แต่แซลลี่ไม่ชอบ)  (ไม่จริง  ทั้งคู่ไม่สนุกกับการดูทีวี)

(คำแปล)

แซลลี่  :  ฉันไม่ชอบดูทีวีมากขนาดนั้นหรอกค่ะ

จอห์น  :  ผมก็ไม่ชอบเหมือนกันครับ (Neither do I.)

คำถาม  :  จอห์นหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)    

 

6. Kathy  Did you find enough subjects for your research project ?

     David  Not yet.  I have thirty-five though, so that’s a good start.

Question  What does David imply ?

(a) He does not have a topic for his project yet.    (เขายังไม่มีหัวเรื่องสำหรับโครงการวิจัยของเขา) 

       (ไม่จริง  เนื่องจากเขาได้เริ่มต้นทำงานในโครงการนี้แล้ว)

(b) He needs more than thirty-five participants.    (เขาต้องการผู้เข้าร่วม – โครงการ

       วิจัย – มากกว่า ๓๕ คน)  (เนื่องจากเดวิดมีตัวทดลอง ๓๕ คน  และนั่นยังไม่เพียงพอ  จึงอาจ

       สรุปได้ว่า  เขาต้องการผู้เข้าร่วมฯ มากกว่า ๓๕ คน)

(c) He is discouraged about the research.    (เขาท้อใจ-หมดกำลังใจเกี่ยวกับการวิจัย)  (ไม่จริง  เขา

       รู้สึกว่าเขามีการเริ่มต้นที่ดี)

(d) He lost some data for his research project.    (เขาทำข้อมูลสำหรับโครงการวิจัยหาย)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(e) He may not complete his research project in time.    (เขาอาจจะทำโครงการวิจัยเสร็จไม่ทันเวลา) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เคธี่    :  คุณหาผู้เข้าร่วมการวิจัย (ผู้เข้ารับการทดสอบ, ตัวทดลอง, วิชา, หัวเรื่อง) (subjects) ได้เพียง

              พอสำหรับโครงการวิจัยของคุณหรือไม่คะ

เดวิด  :  ยังไม่พอเลยครับ,  ผมมี ๓๕ คน แม้กระนั้นก็ตาม (though),  ดังนั้น  นั่นเป็นการเริ่มต้นที่ดีครับ

คำถาม  :  เดวิดบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)    

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 214)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Mary  We’re going to the library.  Want to come along ?

     Dick   I’m waiting for the mail to come.

Question  What does Dick imply ?

(a) He does not like Mary.    (เขาไม่ชอบแมรี่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He does not usually study at the library.    (ตามปกติแล้วเขาไม่ได้อ่านหนังสือ – ศึกษา – ที่ห้องสมุด) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) He has received a letter.    (เขาได้รับจดหมายแล้ว)  (ไม่จริง  เขากำลังรอจดหมายซึ่งยังมาไม่ถึง)

(d) He will not go to the library.    (เขาจะไม่ไปห้องสมุด)  (เนื่องจากดิ๊คกล่าวว่าเขากำลังรอ

       จดหมายมาส่ง  เขาจึงบอกเป็นนัยว่า  เขาจะไม่ไปห้องสมุดกับแมรี่)

(e) He will go to the library with Mary after he has received a letter.    (เขาจะไปห้องสมุดกับแมรี่ 

       หลังจากเขาได้รับจดหมาย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แมรี่  :  เราจะไปห้องสมุด,  (คุณ) ต้องการไปกับเราไหมคะ

ดิ๊ค    :  ผมกำลังรอจดหมาย (หีบห่อหรือพัสดุที่ส่งทางไปรษณีย์) (mail) มาส่งครับ

คำถาม  :  ดิ๊คบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

2. Barbara  I’m calling because I can’t remember whether you are supposed to pick me up or I’m

                          supposed to pick you up for lunch. 

      Steve      I’m supposed to pick you up, in about twenty minutes, okay ?

Question  What will Barbara probably do ?

(a) Invite Steve to lunch.    (เชิญสตีฟมาทานอาหารกลางวัน)  (ไม่จริง  เนื่องจากทั้งคู่มีแผนที่จะพบกันเพื่อทาน

       อาหารกลางวันอยู่แล้ว)

(b) Talk with Steve for twenty minutes.    (คุยกับสตีฟเป็นเวลา ๒๐ นาที)  (๒๐ นาทีหมายถึงระยะเวลาก่อนที่

       สตีฟจะไปรับบาร์บาร่า  ไม่ใช่เวลาที่ทั้งคู่จะคุยกันทางโทรศัพท์)

(c) Remind Steve that they will have lunch.    (เตือนสตีฟว่าพวกเขาจะทานอาหารกลางวัน)  (ไม่จริง  เนื่อง

       จากบาร์บาร่าพูดว่า  เธอโทรฯ มาหาสตีฟเพราะว่าเธอ, ไม่ใช่สตีฟ, จำแผนการที่จะไปทานอาหารกลางวันไม่ได้)

(d) Wait for Steve.    (รอสตีฟ – มารับไปทานอาหารกลางวัน)  (บาร์บาร่าพูดว่าเธอโทรฯ มาเพราะ

       เธอจำไม่ได้ว่าสตีฟจะต้องไปรับเธอ  หรือว่าเธอจะต้องไปรับสตีฟหรือไม่)

(e) Pick Steve up at his office for lunch.    (มารับสตีฟที่สำนักงานของเขาเพื่อไปทานอาหารกลางวัน) 

       (ไม่จริง  สตีฟจะเป็นคนไปรับเธอเอง)

(คำแปล)

บาร์บาร่า  :  ฉันโทรฯ มาเพราะว่าฉันจำไม่ได้ว่าคุณจะต้องมารับฉัน  หรือฉันจะต้องไปรับคุณเพื่อทาน

                     อาหารกลางวันหรือไม่คะ

สตีฟ         :  ผมต้องไปรับคุณครับ  ในอีกประมาณ ๒๐ นาที,  ตกลงไหมครับ

คำถาม  :  บาร์บาร่าน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

3. Charles  Strange to see only a few people in the office, isn’t it ?

     Sarah     It sure is.  I wonder why.

Question  What can be inferred about the office ?

(a) The office is usually crowded.    (สำนักงานโดยปกติแล้วมีคนเยอะ)  (เนื่องจากมันแปลกที่

       เห็นคนเพียงไม่กี่คนในสำนักงาน  จึงอาจสรุปได้ว่า  สำนักงานโดยปกติแล้วมีคนอยู่เยอะ)

(b) There aren’t usually any people in the office.    (โดยปกติแล้วไม่มีคนอยู่ในสำนักงานเลย)  (ไม่จริง 

       เนื่องจากมันแปลกที่เห็นคนเพียงไม่กี่คนที่นั่น) 

(c) Only a few people work in the office.    (คนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นทำงานในสำนักงาน)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง)  (การสนทนามิได้บอกว่ามีคนทำงานในสำนักงานแห่งนี้มากหรือน้อย  บอกแต่เพียงว่าวันนี้เห็นคน

       ในสำนักงานเพียงไม่กี่คน  แต่วันอื่นเห็นมีมากกว่านี้) 

(d) The office is closed today.    (สำนักงานปิดวันนี้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) The office is strange since there are too many people in it today.    (สำนักงานแปลก  เพราะว่ามีคน

       มากเกินไปวันนี้)  (ไม่จริง  มันแปลกเพราะมีคนน้อย)

(คำแปล)

ชาร์ลส  :  แปลกที่เห็นคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นในสำนักงาน  ใช่ไหมครับ

ซาร่าห์  :  แน่นอนค่ะ,  ฉันสงสัย (ประหลาดใจ) (wonder) ว่าทำไม (จึงเป็นเช่นนั้น)

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับสำนักงาน ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

4. Jacky  How was your vacation ?  You went to Toronto, didn’t you ?

     Janet  I was going there, but I got a really great fare to Montreal, then I drove to Quebec and

                     some of the little towns in the province.

Question  What are Jacky and Janet talking about ?

(a) Toronto.    (เมืองโตรอนโต)

(b) Plane fares.    (ค่าโดยสารเครื่องบิน)

(c) Little towns.    (เมืองเล็กๆ)

(d) Drive to Quebec and some little towns in it.    (ขับรถไปที่เมืองควิเบกและเมืองเล็กๆ ในจังหวัดนี้)

(e) Janet’s vacation.    (วันหยุดของเจเน็ต)  (ดูจากข้อความ  “วันหยุดของคุณเป็นอย่างไรบ้าง”)

(คำแปล)

แจ๊คกี้  :  วันหยุดของคุณเป็นอย่างไรบ้างครับ,  คุณไปโตรอนโตใช่ไหมครับ

เจเน็ต  :  ฉันไปที่นั่นค่ะ,  แต่ฉันมีตั๋วเครื่องบินราคาถูก (great fare) ไปเมืองมอนทรีอัล (จังหวัดควิเบก), 

                 ต่อจากนั้นฉันขับรถไปเมืองควิเบก (เมืองหลวงของจังหวัดควิเบก)  และเมืองเล็กๆ บางเมือง

                 ในจังหวัดนี้ค่ะ 

คำถาม  :  แจ๊คกี้และเจเน็ตกำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  D  ถูกกล่าวถึงในฐานะที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องสำคัญของการสนทนานี้  คือ  “วันหยุดของเจเน็ต

หมายเหตุ  -  เจเน็ตเดินทางโดยนั่งเครื่องบินจากเมืองที่ตนอยู่ไปมอนทรีอัล  จากนั้นเช่ารถขับไปเมืองควิเบก (เมืองหลวงของจังหวัดควิเบก  ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองรองจากมอนทรีอัล)  และเมืองเล็กๆ ในจังหวัดนี้

 

5. Robin  Hello.  Mrs. Best ?

    Jenny   She’s not here.  Did you try her at the Student Center ?

Question  What does Jenny suggest Robin do ?

(a) Call the Student Center.    (โทรฯ ไปที่ศูนย์กลางนักเรียน)  (ดูจากข้อความ  “คุณลองโทรฯ

       ไปหาเธอที่ศูนย์กลางนักเรียนหรือเปล่าคะ”)

(b) Try again later.    (พยายาม (โทรฯ มา) อีกในเวลาต่อมา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(c) Talk to her instead of Mrs. Best.    (คุยกับเธอแทนที่จะคุยกับมิสซิสเบสท์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Come to her office for help.    (มาที่สำนักงานของเธอเพื่อขอความช่วยเหลือ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) Leave a message for Mrs. Best.    (ทิ้งข้อความไว้ให้มิสซิสเบสท์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

โรบิน  :  หวัดดีครับ,  มิสซิสเบสท์ใช่ไหมครับ

เจนนี่  :  เธอไม่อยู่ที่นี่ค่ะ,  คุณลองโทรฯ ไปหาเธอที่ศูนย์กลางนักเรียนหรือเปล่าคะ

คำถาม  :  เจนนี่แนะนำโรบินให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Tom   Do you want me to get anything special at the grocery store for dinner ?

     Anne  I couldn’t care less.

Question  How does Anne feel about dinner ?

(a) She wants to go to the grocery store.    (เธอต้องการไปที่ร้านขายของชำ)

(b) She prefers to go out to eat.    (เธอชอบกินข้าวนอกบ้านมากกว่า)

(c) She does not want very much to eat.    (เธอไม่ต้องการกินอาหารมากนัก)

(d) She is not interested in dinner.    (เธอไม่สนใจในอาหารเย็น)  (“I couldn’t care less”  เป็น

       สำนวน  หมายถึง  ผู้พูดไม่สนใจหรือไม่ให้ความสำคัญ - กับสิ่งนั้น)

(e) She wants to have dinner before going to the grocery store.    (เธอต้องการกินอาหารเย็นก่อนไปที่ร้าน

       ขายของชำ)

(คำแปล)

ทอม  :  คุณต้องการให้ผมหา (ซื้อ) อะไรพิเศษที่ร้านขายของชำ  สำหรับอาหารเย็นไหมล่ะ

แอน  :  ฉันไม่สนใจ (ไม่เอาใจใส่, ไม่ให้ความสำคัญ) (couldn’t care less) มัน (อาหารเย็น) หรอกค่ะ

คำถาม  :  แอนรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับอาหารเย็น ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับ  ข้อ  A, B, C  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของแอนที่ไม่ถูกต้อง

 

7. George  Weren’t you in class Friday either ?

     Gloria   No.  I had to take my mother to the airport.  She went back to New York.

Question  What do we learn about the two students in this conversation ?

(a) Neither George nor Gloria was in class on Friday.    (ทั้งจอร์ชและกลอเรียไม่ได้เข้าเรียน

       ในวันศุกร์)  (เนื่องจากจอร์ชถามว่ากลอเรียเข้าเรียนในวันศุกร์หรือไม่  และใช้คำว่า  “ไม่.......

       .........ด้วยเช่นกัน (either)  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาไม่ได้เข้าเรียนในวันนั้น)

(b) Gloria was at the airport while George was in class.    (กลอเรียอยู่ที่สนามบิน  ในขณะที่จอร์ชเข้าเรียน) 

       (ไม่จริง  จอร์ชไม่ได้เข้าเรียน)

(c) George was with his mother while Gloria was in class.    (จอร์ชอยู่กับแม่ของเขา  ในขณะที่กลอเรียเข้า

       เรียน)  (ไม่จริง  กลอเรียไม่ได้เข้าเรียน)

(d) George and Gloria were in New York together.    (จอร์ชและกลอเรียอยู่ในนิวยอร์กด้วยกัน)  (ไม่จริง  แม่

       ของกลอเรียอยู่ในนิวยอร์ก  ไม่ใช่จอร์ชและกลอเรียอยู่ฯ)

(e) Gloria went back to New York with her mother.    (กลอเรียกลับไปนิวยอร์กกับแม่ของเธอ)  (ไม่จริง  เธอ

       ไปส่งแม่ที่สนามบินเพื่อเดินทางไปนิวยอร์ก)

(คำแปล)

จอร์ช      :  คุณก็ไม่ได้เข้าเรียนวันศุกร์ด้วยเช่นกันใช่ไหมครับ

กลอเรีย  :  ไม่ได้เข้าค่ะ,  ฉันจำเป็นต้องพาแม่ของฉันไปสนามบิน  เธอกลับไปนิวยอร์กค่ะ

คำถาม  :  เรารู้อะไรเกี่ยวกับนักเรียน ๒ คนในการสนทนานี้ ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 213)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Frank  :  Could Mark catch the train this morning ?  There was heavy traffic on the highway due to a

                      car accident.

    Judy    Sure.  He was in good time for the train.  He even had time to have a small breakfast before

                     the train left. 

Question  What does Judy mean ?

(a) Mark missed the train due to the heavy traffic.    (มาร์คพลาดรถไฟเนื่องจากการจราจรหนาแน่น-ติดขัด) 

        (ไม่จริง  เขาไปทันรถไฟ)

(b) Mark could catch the train and had some time to spare before the train left.    (มาร์ค

       สามารถไปทันรถไฟและมีเวลาเหลืออยู่บ้างก่อนรถไฟออก)  (“To arrive somewhere in good

       time”  หมายถึง  “ไปถึงที่นั่นแต่เนิ่นๆ เพื่อให้มีเวลาเหลือทำอะไรบางอย่างก่อนจะมีเหตุการณ์

       หนึ่งเกิดขึ้น – ในที่นี้คือ  รถไฟออก”)

(c) Mark had a good time on the train.    (มาร์คสนุกสนาน-เพลิดเพลินบนรถไฟ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Mark had his breakfast on the train.    (มาร์คทานอาหารเช้าบนรถไฟ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  (การ

       สนทนามิได้บอกว่าเขาทานอาหารเช้าบนรถไฟหรือไม่  บอกแต่เพียงว่าเขามีเวลาทานอาหารเช้ามื้อเล็กๆ

       ก่อนรถออก)

(e) Mark missed the train because he had his breakfast for too long.    (มาร์คพลาดรถไฟ  เนื่องจากเขา

       ทานอาหารเช้านานเกินไป)  (ไม่จริง  เขาไปทันรถไฟ  และมีเวลาทานอาหารเช้าก่อนรถออก)

(คำแปล)

แฟรงค์   :  มาร์คสามารถไปทันรถไฟหรือเปล่าเมื่อเช้านี้,  การจราจรหนาแน่นบนทางหลวงเนื่องมาจาก

                   อุบัติเหตุทางรถยนต์ครับ

จูดี้          :  ทันค่ะ,  เขาไปทันรถไฟและยังมีเวลาเหลือก่อนรถไฟออก (He was in good time for the

                   train),  เขายังทานอาหารเช้ามื้อเล็กๆ ก่อนรถออกด้วยค่ะ

คำถาม  :  จูดี้หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Vanessa  That roast weighs about eight pounds.

     Johnny   Oh, that’s too big then.  I only want to serve five people.  Why don’t you give me one

                          about half that size ?

Question  What does Johnny say about the roast ?

(a) His guests will enjoy it.    (แขกของเขาจะเพลิดเพลินกับมัน)  (ไม่จริง  เนื่องจากจอห์นนี่ต้องการเนื้ออีก

       ชิ้นหนึ่งที่ไม่ใหญ่เกินไป)

(b) It is too large.    (มันชิ้นใหญ่เกินไป)  (ดูจากข้อความ  “(เนื้อย่าง) นั่นใหญ่เกินไป”)

(c) He will only eat half of it.    (เขาจะกินเพียงครึ่งหนึ่งของมันเท่านั้น)  (ไม่จริง  เนื่องจากจอห์นนี่ต้องการ

       เนื้ออีกชิ้นหนึ่งที่ไม่ใหญ่เกินไป)

(d) It weighs eight pounds.    (มันหนัก ๘ ปอนด์)  (๘ ปอนด์เป็นนำหนักของเนื้อย่าง  มิใช่สิ่งที่จอห์นนี่พูด

       เกี่ยวกับมัน)

(e) It is too tough for his guests to eat.    (มันเหนียวเกินไปสำหรับแขกของเขาที่จะทาน)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง) 

(คำแปล)

วาเนสซา  เนื้อย่าง (ปิ้ง, อบ) ชิ้นนั้นหนักประมาณ ๘ ปอนด์ค่ะ

จอห์นนี่     :  โอ  นั่นใหญ่เกินไปแล้ว  ถ้างั้น,  ผมเพียงต้องการเลี้ยงคน ๕ คนเท่านั้นครับ,  ทำไมคุณไม่เอา

                      ชิ้นเนื้อ (one) (ที่ใหญ่) ขนาดครึ่งหนึ่งของชิ้นนั้น (half that size) ให้ผมล่ะครับ

คำถาม  :  จอห์นนี่พูดอะไรเกี่ยวกับเนื้อย่าง (ปิ้ง, อบ) ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. Cindy  I wonder whether the clothes are dry yet ?

      Sam    I don’t think so.  It usually takes about forty-five minutes, and you just put them in

                      fifteen minutes ago.

Question  What are Cindy and Sam talking about ?

(a) Cooking.    (การปรุงอาหาร)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Laundry.    (เสื้อผ้าที่จะซัก, ห้องซักผ้า, สถานที่ซักผ้า)  (จากการอ้างถึง  “เสื้อผ้าแห้ง”  จึงอาจ

       สรุปว่า  ทั้ง ๒ คนกำลังคุยกันเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่ซัก)

(c) Shopping.    (การจับจ่ายซื้อของ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) The time of day.    (เวลาของวัน)  (๔๕ นาทีเป็นเวลาที่ต้องใช้เพื่อทำให้ผ้าแห้ง  มิใช่เวลาของวัน)

(e) Dry clothes.    (เสื้อผ้าแห้ง)  (เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อ้างถึง  เกี่ยวกับหัวข้อหลัก  คือ  เสื้อผ้าที่ซัก)

(คำแปล)

ซินดี้  :  ฉันสงสัยว่าเสื้อผ้าแห้งหรือยังนะ

แซม  :  ผมไม่คิดอย่างนั้นหรอกครับ,  โดยปกติแล้วมันใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาที (ในการซัก)  และคุณ

              เพิ่งจะใส่มันเข้าไป (ในเครื่องซักผ้า) ๑๕ นาทีที่ผ่านมาเท่านั้นเองครับ

คำถาม  :  ซินดี้และแซมกำลังคุยเกี่ยวกับอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

4. Jennifer  Congratulations !  I saw your name on the graduation list.

      Albert     Someone else must have the same name then.  I’m not graduating until next spring.

Question  What had Jennifer assumed ?

(a) The graduation list has an error on it.    (รายชื่อผู้จบการศึกษามีข้อผิดพลาดอยู่ในมัน)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(b) Albert had already graduated.    (อัลเบิร์ตได้จบการศึกษาแล้ว)  (เนื่องจากเจนนิเฟอร์เห็น

       ชื่อของอัลเบิร์ตในรายชื่อผู้จบการศึกษา  เธอจึงได้สันนิษฐานว่า  เขาได้จบการศึกษาแล้ว)

(c) Albert’s name is the same as that of another student.    (ชื่อของอัลเบิร์ตเหมือนกับชื่อของนักเรียน

       อีกคนหนึ่ง)  (เป็นคำอธิบายของอัลเบิร์ต  มิใช่ข้อสันนิษฐานของเจนนิเฟอร์

(d) The graduation will not be until next spring.    (การจบการศึกษาจะไม่เกิดขึ้น  จนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิปีหน้า) 

       (เป็นแผนจบการศึกษาของอัลเบิร์ต)

(e) Albert had graduated with honors.    (อัลเบิร์ตจบการศึกษาด้วยปริญญาเกียรตินิยม)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง)

(คำแปล)

เจนนิเฟอร์   :  แสดงความยินดีด้วยค่ะ  ฉันเห็นชื่อของคุณในรายชื่อผู้จบการศึกษา (graduation list)

อัลเบิร์ต        :  คนอื่นจะต้องมีชื่อเหมือนกับผม  ถ้างั้น,  ผมจะไม่จบการศึกษาจนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

คำถาม  :  เจนนิเฟอร์ได้สันนิษฐานอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

5. Phillips  Excuse me.  Are you in line for the copy machine ?

     Patricia  No.  We’re just talking.

Question  What will Phillips probably do ?

(a) Talk with Patricia.    (คุยกับแพททริเซีย)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) Use the copy machine.    (ใช้เครื่องถ่ายเอกสาร)  (เนื่องจากฟิลลิปส์ต้องการรู้ว่าแพททริเซีย

       อยู่ในแถว – เข้าแถว – หรือเปล่า  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาต้องการขยับขึ้นไป (ในแถว)  และใช้

       เครื่องถ่ายเอกสาร)

(c) Leave.    (จากไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Wait in line behind Patricia.    (รอในแถวข้างหลังแพททริเซีย)  (ไม่จริง  เพราะแพททริเซียมิได้อยู่ในแถว)

(e) Use another machine because he has no time to wait in line.    (ใช้เครื่องถ่ายฯ อีกเครื่องหนึ่ง  เพราะเขา

       ไม่มีเวลารอในแถว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

ฟิลลิปส์         :  ขอโทษครับ  คุณอยู่ในแถว (เข้าแถว) (in line) เพื่อ (ใช้) เครื่องถ่ายเอกสารหรือเปล่าครับ

แพททริเซีย  :  ไม่ค่ะ,  เราเพียงแต่คุยกันเท่านั้นค่ะ

คำถาม  :  ฟิลลิปส์น่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. Thomas  Did you ever apply for that scholarship ?  You weren’t sure whether you wanted to

                          compete with all those applicants. 

     Mary      I decided to go for it !

Question  What does Mary mean ?

(a) She did not apply yet.    (เธอยังมิได้สมัครเลย)  (ไม่จริง  เธอกำลังสมัครชิงทุนในขณะนี้)

(b) She is still not sure.    (เธอยังคงไม่แน่ใจ – ว่าจะสมัครหรือไม่)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอได้ตัดสินใจสมัครแล้ว)

(c) She has decided to compete.    (เธอได้ตัดสินใจที่จะเข้าแข่งขัน)  (“To go for it”  เป็นสำนวน 

       หมายถึง  “เข้าแข่งขัน” - เฉพาะในบริบทนี้)

(d) She already has a scholarship.    (เธอมีทุนการศึกษาแล้ว)  (ไม่จริง  เธอกำลังสมัครชิงทุนในขณะนี้)

(e) She decided to apply for the scholarship to further her study abroad.    (เธอตัดสินใจที่จะสมัครชิงทุน

       เพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง  ว่าเธอจะไปศึกษาต่อต่างประเทศ)

(คำแปล)

โทมัส  :  คุณเคยสมัครรับทุนนั้นหรือเปล่าครับ,  ดูคุณไม่มั่นใจว่าคุณต้องการแข่งขันกับผู้สมัครทั้งหมด

                เหล่านั้นหรือไม่นะครับ

แมรี่    :  ฉันตัดสินใจเข้าแข่งขัน (go for it) ค่ะ

คำถาม  :  แมรี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

7. Olivia  May I join you ?

     Alex    By all means.

Question  What does Alex mean ?

(a) It will be difficult.    (มันจะยากลำบาก)

(b) He would rather be alone.    (เขาอยากอยู่ตามลำพังมากกว่า)

(c) Olivia is welcome.    (โอลิเวียได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม)  (“By all means”  เป็นสำนวน  หมาย

       ถึง  “อย่างแน่นอน,  ไม่ต้องสงสัยเลย,  ไม่มีผิดพลาด”  ใช้พูดเพื่อตอบคำถามอีกฝ่ายหนึ่ง  เชื้อ

       เชิญให้ผู้ถามทำตามที่ขอได้  ซึ่งในกรณีนี้  คือ  โอลิเวียได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมกับอเล็กซ์)

(d) There is a large group.    (มีคนกลุ่มใหญ่)

(e) He means to join Olivia.    (เขาตั้งใจจะเข้าร่วมกับโอลิเวีย)  (ไม่จริง  โอลิเวียต้องการเข้าร่วมกับเขา)

(คำแปล)

โอลิเวีย  :  ฉันขอเข้าร่วม (เดินทาง, งานเลี้ยง) ด้วยได้ไหมคะ

อเล็กซ์   :  เชิญเลยครับ (ได้แน่นอนครับ) (By all means.)

คำถาม  :  อเล็กซ์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)  สำหรับ  ข้อ  A, B  และ  D  เป็นการแปลความหมายคำพูดของโอลิเวียและอเล็กซ์ที่ไม่ถูกต้อง

 

8. Jane      I’ve heard that the boys went to the movies last night after dinner.

     Donald  No, they had no money, so it was out of the question for them to go to the movies.

Question  What does Donald mean ?

(a) The boys went to the movies in spite of the fact that they had no money.    (เด็กๆ ไปดูหนังทั้งๆ ข้อ

       เท็จจริงที่ว่าพวกเขาไม่มีเงิน)  (ไม่จริง  พวกเขาไม่ได้ไปดูหนังเพราะไม่มีเงิน)

(b) The boys went to the movies before dinner.    (เด็กๆ ไปดูหนังก่อนอาหารเย็น)  (ไม่จริง  พวกเขาไม่ได้

       ไปดูหนัง)

(c) Jane and Donald went to the movies with the boys.    (เจนและดอนัลด์ไปดูหนังกับเด็กๆ)  (ไม่จริง  ไม่มี

       ใครไปดูหนัง)

(d) The boys asked some questions before they went to the movies.    (เด็กๆ ถามคำถามก่อนพวกเขาไปดู

       หนัง)  (ไม่จริง  ไม่มีใครไปดูหนัง)

(e) It was not possible for the boys to go to the movies without money.    (มันเป็นไปไม่ได้

       สำหรับพวกเด็กผู้ชายที่จะไปดูหนังโดยไม่มีเงิน)  (“Out of the question”  เป็นสำนวน  หมายถึง 

       “เป็นไปไม่ได้,  นอกประเด็น,  ไม่ควรค่าต่อการพิจารณา,  นึกไม่ถึง)

(คำแปล)

เจน         :  ฉันได้ยินว่าพวกเด็กผู้ชายไปดูหนังเมื่อคืนนี้หลังอาหารเย็นค่ะ

ดอนัลด์  :  ไม่หรอก,  เด็กพวกนั้นไม่มีเงิน  ดังนั้น  มันเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะไปดูหนังครับ

คำถาม  :  ดอนัลด์หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 212)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Mark  Let’s have lunch sometime. 

     Kim    Sounds good.  Give me a call.

Question  What can we assume from this conversation ?

(a) Mark and Kim are eating lunch now.    (มาร์คและคิมกำลังทานอาหารกลางวันในขณะนี้)  (ไม่จริง  เนื่องจาก

       การเชื้อเชิญนี้ทำเพื่อเรื่องในอนาคต)

(b) Mark will call Kim to arrange for lunch.    (มาร์คจะโทรฯ ไปหาคิมเพื่อเตรียมการสำหรับอาหาร

       กลางวัน)  (เนื่องจากมาร์คแนะนำว่าพวกเขาควรทานอาหารกลางวัน  และคิมตอบว่าความคิดนี้ฟัง

       ดูดี  โดยเชื้อเชิญให้เขาโทรฯ มาหาเธอ  จึงอาจสรุปได้ว่า  มาร์คจะโทรไปหาคิมเพื่อเตรียมการสำ

       หรับอาหารกลางวัน)

(c) Mark and Kim have lunch at the same time.    (มาร์คและคิมทานอาหารกลางวันเวลาเดียวกัน)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง) 

(d) Kim does not want to have lunch with Mark.    (คิมไม่ต้องการทานอาหารกลางวันกับมาร์ค)  (ไม่จริง  คิม

       เชื้อเชิญมาร์คให้โทรฯ ไปหาเธอ)

(e) Kim will call Mark when she wants to have lunch.    (คิมจะโทรไปหามาร์คเมื่อเธอต้องการทานอาหารกลาง

       วัน)  (ไม่จริง  มาร์คจะโทรไปหาคิมเมื่อเขาจะไปทานอาหารกลางวัน) 

(คำแปล)

มาร์ค  :  เรามาทานข้าวกลางวันเวลาใดเวลาหนึ่งกันเถอะครับ

คิม      :  ฟังดูเข้าทีค่ะ  แล้วโทรฯ มาหาฉันนะคะ

คำถาม  :  เราสามารถสันนิษฐานอะไรได้จากการสนทนานี้ ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

2. Dick    How many transcripts do you want me to send to San Diego State University ?

     Kathy  Just one, but I want two for myself.

Question  What will Dick probably do ?

(a) Send two transcripts to San Diego State University.    (ส่งหนังสือรับรองผลการศึกษา ๒ ชุดไปที่

       มหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานดิเอโก)  (ไม่จริง  เคธี่ต้องการหนังสือรับรองฯ เพียง ๑ ชุดสำหรับมหาวิทยาลัยฯ)

(b) Prepare two transcripts.    (เตรียมหนังสือรับรองฯ ๒ ชุด)  (ไม่จริง  เนื่องจากเคธี่ต้องการหนังสือรับรองฯ

       ทั้งหมด ๓ ชุด)

(c) Give two transcripts to Kathy, and send one to San Diego State University.   

        (ให้หนังสือรับรองฯ ๒ ชุดแก่เคธี่  และส่ง ๑ ชุดไปยังมหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานดิเอโก

        (เนื่องจากเคธี่ต้องการหนังสือรับรอง ๑ ชุดสำหรับมหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานดิเอโก  และ

        ๒ ชุดสำหรับตัวเธอเอง,  ดิ๊คจึงน่าจะส่ง ๑ ชุดไปที่มหาวิทยาลัยฯ  และให้เคธี่ ๒ ชุด)

(d) Give Kathy three transcripts.    (ให้หนังสือรับรองฯ แก่เคธี่ ๓ ชุด)  (ไม่จริง  ให้เคธี่เพียง ๒ ชุด  และส่งไป

       มหาวิทยาลัยฯ ๑ ชุด)

(e) Get three transcripts for himself.    (เอาหนังสือรับรองฯ ๓ ชุดให้ตัวเอง)  (ไม่จริง  ดิ๊คเป็นเจ้าหน้าที่จัดหา

       หนังสือรับรองฯ ให้นักศึกษา)

(คำแปล)

ดิ๊ค   :  คุณต้องการให้ผมส่งหนังสือรับรองผลการศึกษาให้มหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานดิเอโกกี่ชุดครับ

เคธี่  :  แค่ชุดเดียวค่ะ,  แต่ฉันต้องการ ๒ ชุดสำหรับตัวฉันเองค่ะ

คำถาม  :  ดิ๊คน่าจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

3. Paul   The problem is I don’t have the parts I need to fix the water hose.  You can drive it as

                     it is, but you’ll have to get it replaced pretty soon.

    Janet  Okay.  When the parts come in, give me a call and I’ll bring it back.

Question  Where does this conversation probably take place ?

(a) At a lake.    (ทะเลสาบ)

(b) At a telephone store.    (ร้านขายโทรศัพท์)

(c) At a lawn and garden supply.    (อุปกรณ์สนามหญ้าและสวน)

(d) At a garage.    (ที่อู่ซ่อมรถยนต์)  (จากการอ้างถึง  “ชิ้นส่วน,”  “ท่อส่งน้ำ,”  และ  “สามารถขับมัน” 

       จึงอาจสรุปได้ว่า  การสนทนาเกิดขึ้นที่อู่ซ่อมรถยนต์)

(e) At a gas station.    (ที่ปั๊มน้ำมัน)  (ไม่ใช่สถานที่ซ่อมรถ)

(คำแปล)

พอล    :  ปัญหาคือว่าผมไม่มีชิ้นส่วน (parts) ที่ผมต้องการเพื่อซ่อม (fix) ท่อส่งน้ำในรถยนต์ (water

                hose) (อยู่ระหว่างหม้อน้ำและเครื่องยนต์),  คุณสามารถขับมัน (รถ) เหมือนที่มันเป็นอยู่ 

                แต่ผมจะต้องเปลี่ยนมัน (ท่อ) ใหม่ (get it replaced) ในเร็วๆ นี้

เจเน็ต  :  ตกลงค่ะ,  เมื่อชิ้นส่วนเข้ามา (ในร้าน)  โทรฯ มาหาฉันนะคะ  และฉันจะนำรถยนต์กลับมาค่ะ

                (เพื่อให้คุณเปลี่ยนท่อน้ำ)

คำถาม  :  การสนทนานี้น่าจะเกิดขึ้นที่ไหน ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. Helen  I ought to wait until Professor Bloom gets back from class.

     Peter   Not really.  You can just leave a note.  I’ll give it to her.

Question  What does Peter suggest Helen do  ?

(a) Leave a note for the professor.    (ทิ้งโน้ตไว้ให้อาจารย์)  (ดูจากข้อความ  “คุณสามารถทิ้งโน้ต

       ไว้ได้”)

(b) Give a note to the professor.    (ให้สมุดบันทึกแก่อาจารย์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(c) Wait to speak with the professor.    (รอพูดกับอาจารย์)  (เป็นแผนของเฮเลน  มิใช่คำแนะนำของปีเตอร์)

(d) Go to the professor’s class.    (ไปที่ชั้นเรียนของอาจารย์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(e) See the professor the following day.    (พบอาจารย์ในวันต่อไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

เฮเลน   :  ฉันควรจะรอจนกระทั่งอาจารย์บลูมกลับมาจากชั้นเรียน (ห้องสอนฯ) นะคะ

ปีเตอร์  :  ไม่ต้องหรอกครับ,  คุณสามารถทิ้งโน้ตไว้ก็ได้  ผมจะเอาโน้ตให้อาจารย์ครับ

คำถาม  :  ปีเตอร์แนะนำเฮเลนให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

5. Emmy  And what do you want on that ?

     Robin   Everything, and extra catsup, too, please.

Question  What does Robin mean ?

(a) The sandwich should have only catsup on it.    (แซนด์วิชควรราดหน้าด้วยเฉพาะน้ำซอสชนิดข้นเท่านั้น)

(b) He wants lettuce, pickles, onions, mustard, mayonnaise, and catsup.    (เขาต้องการ

       ผักกาดหอม, ผักดอง, หัวหอม, มัสตาร์ด, มะยองเนส (น้ำราดแซนด์วิช)  และน้ำซอสชนิดข้น)

       (“ทุกอย่าง”  ของเครื่องปรุงแซนด์วิช  มักประกอบด้วยรายการข้างต้น)

(c) Mustard and catsup are enough for him.    (มัสตาร์ดและน้ำซอสข้นเพียงพอแล้วสำหรับเขา)

(d) He is ordering French fries and a Coke as well.    (เขากำลังสั่งมันฝรั่งทอดและโค้ก ๑ แก้วด้วยเช่นกัน)

(e) He is so hungry that he can eat anything he can find.    (เขาหิวมากจนกระทั่งเขาสามารถกินอะไรก็ตาม

       ที่เขาหาได้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

เอ็มมี่  :  และคุณต้องการอะไรโรยหน้า (แซนด์วิช) (on that) คะ

โรบิน  :  ทุกอย่างเลยครับ  และน้ำซอสชนิดข้นสำหรับใส่เนื้อ (catsup = ketchup = catchup) พิเศษ

                (extra) ด้วยครับ

คำถาม  :  โรบินหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  สำหรับ  ข้อ  A, C  และ  D  เป็นการแปลความหมายคำพูดของโรบินที่ไม่ถูกต้อง

 

6. George  Are you ready ?  You don’t even have your coat on.

     Linda    You’ve got to be kidding !  It’s only six o’clock.

Question  What does Linda mean ?

(a) She is not ready to go.    (เธอไม่พร้อมที่จะไป)  (เพราะว่าลินดากล่าวว่า  “มันเพิ่งจะ ๖ โมง

       เท่านั้นเอง”  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอยังไม่พร้อมที่จะไป)

(b) She is cold.    (เธอหนาว)  (เป็นเหตุผลที่อาจเป็นได้ที่ลินดาใส่เสื้อโค้ต  แต่ไม่รับกับคำถาม  “คุณพร้อม

       หรือยังครับ”)

(c) She is always late.    (เธอมาสายเสมอ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) She has a new coat.    (เธอมีเสื้อโค้ตตัวใหม่)  (เป็นเหตุผลที่อาจเป็นได้ที่ลินดาใส่เสื้อโค้ต  แต่ไม่รับกับ

       คำถาม  “คุณพร้อมหรือยังครับ”)

(e) She has not put her coat on because it is only six o’clock.    (เธอยังมิได้สวมเสื้อโค้ต  เพราะว่ามันเพิ่ง

       จะ ๖ โมงเท่านั้น)  (ไม่จริง  เธอยังมิได้สวมฯ  เพราะว่าเธอยังไม่พร้อมจะออกไปข้างนอก)

(คำแปล)

จอร์ช  :  คุณพร้อมหรือยังครับ  คุณยังไม่ได้สวมเสื้อโค้ตเลยนี่

ลินดา  :  คุณพูดเล่น (ล้อเล่น, หยอกเย้า, สัพยอก, หลอก) (Kidding) ใช่ไหมคะ,  มันเพิ่งจะ ๖ โมงเย็น

                เท่านั้นเองค่ะ

คำถาม  :  ลินดาหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

7. Paula  Susan told me she was really interested in social work.

     Jack    Yes, but when she declared her major, she chose education.

Question  What can be inferred about Susan ?

(a) She will have two major fields of study.    (เธอจะมี ๒ สาขาวิชาเอก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) She prefers teaching.    (เธอชอบการสอนมากกว่า)  (เนื่องจากซูซานเลือกการศึกษาเป็น

       วิชาเอกของเธอ  จึงอาจสรุปได้ว่า  เธอชอบการศึกษามากกว่า)

(c) She does not talk with Paula very often.    (เธอมิได้คุยกับพอลลาบ่อยนัก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) She cannot make up her mind.    (เธอไม่สามารถตัดสินใจได้)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอแจ้งวิชาเอกของเธอ)

(e) She declared her major imports when she came back from abroad.    (เธอแจ้งเสียภาษีสินค้านำเข้า

       รายใหญ่ของเธอ  เมื่อเธอกลับจากต่างประเทศ)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของแจ๊คที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

พอลลา  :  ซูซานบอกฉันว่าเธอสนใจในงานสังคม (สงเคราะห์) จริงๆ ค่ะ

แจ๊ค       :  ครับ,  แต่เมื่อเธอแจ้ง (ประกาศ, แถลงการณ์) (declared) วิชาเอก (majors) ของเธอ 

                  เธอเลือกการศึกษาครับ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับซูซาน ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 211)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Richard        I need an advisor’s signature on my course request form.  Could I make an

                                appointment, please ?

    Prof. Smith  Oh, well, you don’t need to make an appointment.  Just wait here.  I’ll get a pen.

Question  What is Prof. Smith going to do ?

(a) Make an appointment.    (ทำการนัดหมาย)  (ไม่จริง  เนื่องจากอาจารย์สมิธกล่าวว่า  ริชาร์ดไม่จำเป็น

       ต้องนัดหมาย)

(b) Give Richard a pen.    (ให้ปากการิชาร์ด)  (ไม่จริง  อาจารย์สมิธจะใช้ปากกาเซ็นแบบฟอร์มให้ริชาร์ด)

(c) Sign the form for Richard.    (เซ็นแบบฟอร์มให้ริชาร์ด)  (เนื่องจากอาจารย์ สมิธไปนำปาก

       กามา  จึงอาจสรุปได้ว่าเธอจะเซ็นแบบฟอร์ม)

(d) Wait for Richard.    (รอคอยริชาร์ด)  (ไม่จริง  ริชาร์ดถูกขอให้รออาจารย์สมิธ)

(e) Get a pen for Richard to sign a course request form himself.    (เอาปากกามาให้ริชาร์ดเพื่อเซ็นแบบ

       ฟอร์มร้องขอวิชาด้วยตนเอง)  (ไม่จริง  อาจารย์สมิธจะเอาปากกามาเซ็นแบบฟอร์มด้วยตัวเธอเอง)

(คำแปล)

ริชาร์ด           :  ผมต้องการลายเซ็นของอาจารย์ที่ปรึกษาในแบบฟอร์มการร้องขอวิชาเรียน  (course

                           request form) ครับ,  ผมสามารถทำการนัดหมาย (กับอาจารย์) ได้ไหมครับ

อาจารย์สมิธ  :  โอ้,  อ๋อ,  เธอไม่จำเป็นต้องนัดหมายหรอก,  รออยู่ตรงนี้นะ  อาจารย์จะไปเอาปากกามา

                           (เซ็นให้)

คำถาม  :  อาจารย์สมิธจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

2. Albert  This copy looks good.  Why don’t you just hand it in ?

     Mary    I’d better make one more draft.

Question  What is Mary going to do ?

(a) Revise her work.    (แก้ไขใหม่-ปรับปรุงใหม่งานของเธอ)  (ดูจากข้อความ  “ฉันควรจะทำ

       (เขียน) ฉบับร่างอีกครั้งหนึ่งดีกว่า”  โดย “ฉบับร่าง”  หมายถึง  “การแก้ไขหรือปรับปรุงใหม่

       งานเขียน”)

(b) Close the window.    (ปิดหน้าต่าง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) Copy from Albert.    (ลอกจากอัลเบิร์ต)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) Hand in the work.    (ส่งงาน)  (เป็นคำแนะนำของอัลเบิร์ต  ไม่ใช่สิ่งที่แมรี่จะทำ)

(e) Write a check for Albert.    (เขียนเช็คให้อัลเบิร์ต)  (เป็นการแปลความหมายคำพูดของแมรี่ที่ไม่ถูกต้อง 

       คือแปล  “draft”  เป็น “ตั๋วแลกเงิน”)

(คำแปล)

อัลเบิร์ต  :  (รายงาน) ฉบับนี้ดูดีนะ,  ทำไมคุณไม่ส่งมัน (hand it in) (ให้อาจารย์) ล่ะครับ

แมรี่         :  ฉันควรจะทำ (เขียน) ฉบับร่า(draft) อีกครั้งหนึ่งดีกว่าค่ะ (หมายถึง  ปรับปรุงฉบับร่าง

                    อีกครั้งก่อนส่งฉบับจริง)

คำถาม  :  แมรี่จะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

3. Sarah   Your loan payment is due on the first.  Oh, sorry, the computer has you scheduled for

                      the fifth.

     Willie  That’s good.  That’s what I thought.

Question  What had Willie assumed about the loan payment ?

(a) The computer made an error.    (เครื่องคอมพิวเตอร์มีความผิดพลาด)  (ความผิดพลาดเกิดจากซาร่าห์ 

       ไม่ใช่คอมพิวเตอร์)

(b) The payment is due on the fifth of every month.    (การจ่ายเงินครบกำหนดในวันที่ ๕

       ของทุกเดือน)  (ดูจากข้อความ  “นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดไว้ (ว่าคอมพิวเตอร์) กำหนดเวลาให้คุณชำระ

       ในวันที่ ๕”)

(c) The loan must be paid by the first of the month.    (เงินกู้ยืมจะต้องได้รับการจ่ายคืนในวันที่ ๑ ของเดือน) 

       (เป็นคำพูดแต่แรกของซาร่าห์  ไม่ใช่การสรุปครั้งสุดท้ายของเธอ)

(d) The loan had already been paid in full.    (เงินกู้ยืมได้รับการจ่ายคืนแล้วเต็มจำนวน)  (ไม่จริง  เนื่องจาก

       การจ่ายคืน  ยังมีกำหนดครบชำระต้องจ่ายคืน)

(e) The loan is taken with too high interest.    (เงินกู้ยืมมีดอกเบี้ยสูงเกินไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

ซาร่าห์  :  การจ่ายเงินกู้ยืม (loan payment) ของคุณครบกำหนดในวันที่ ๑,  โอ  เสียใจค่ะ  เครื่องคอม

                  พิวเตอร์กำหนดเวลาให้คุณชำระในวันที่ ๕ ค่ะ (the computer has you scheduled for

                  the fifth)

วิลลี่       :  นั่นดีครับ  นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดไว้ครับ

คำถาม  :  วิลลี่ได้สันนิษฐานอะไรเกี่ยวกับการจ่ายเงินกู้ยืม ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

4. Patricia  Their son is very bright.

     Alex        Yes, he is.  When we saw them in Houston at the convention, I was surprised how clearly

                         he could talk.

Question  What are Patricia and Alex discussing ?

(a) The weather.    (อากาศ)

(b) A speech.    (สุนทรพจน์)

(c) Their friend’s child.    (ลูกของเพื่อนของพวกเขา)  (จากการอ้างถึงสรรพนาม “เขา”  จึงอาจสรุป

       ได้ว่า  พวกเขากำลังคุยกันเกี่ยวกับบุคคล)

(d) A trip.    (การเดินทาง)

(e) A convention.    (การประชุม)

(คำแปล)

แพททริเซีย  :  ลูกชายของพวกเขาฉลาดมากนะคะ

อเล็กซ์          :  ครับ  เขาฉลาดมาก,  เมื่อเราพบพวกเขาในฮุสตัน (รัฐเทกซัส) ที่การประชุม (convention)  

                          ผมประหลาดใจว่าเขา (ลูกชาย) สามารถพูดได้อย่างชัดเจนเหลือเกิน

คำถาม  :  แพททริเซียและอเล็กซ์กำลังคุย (หารือ) กันเรื่องอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Eddy     It’s so noisy in the dorm that I can’t get anything done.

     Emmy  Why not move into an apartment ?

Question  What does Emmy mean ?

(a) Eddy should leave the dorm.    (เอ็ดดี้ควรออกจากหอพัก)  (“Why not”  =  “You should”)

(b) The apartment would be noisy, too.    (อพาร์ตเมนต์ – ห้องเช่า - จะมีเสียงดังด้วยเช่นกัน)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)   

(c) Eddy should not find an apartment.    (เอ็ดดี้ไม่ควรหาอพาร์ตเมนต์)  (ไม่จริง  เอ็มมี่บอกให้เอ็ดดี้ย้ายไป

       อยู่อพาร์ตเมนต์)

(d) Eddy is working too hard.    (เอ็ดดี้กำลังเรียนหนักเกินไป)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(e) The rent for an apartment is cheaper than that of a dorm.    (ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ถูกกว่าค่าเช่าหอพัก) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

เอ็ดดี้  :  มันเสียงดังมากในหอพักนักศึกษา  จนกระทั่งผมไม่สามารถทำอะไรได้เลยครับ

เอ็มมี่  :  ทำไมไม่ย้ายเข้าไปอยู่ในอพาร์ตเมนต์ (ห้องเช่า) ละคะ

คำถาม  :  เอ็มมี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

6. Frank     You turn on the TV by pulling out this button.  The heat control is on the wall.  Will

                         there be anything else, Ma’am ?

    Jennifer  No, thank you.

Question  What can be inferred about Frank ?

(a) He is a TV repairman.    (เขาเป็นช่างซ่อมทีวี)  (ช่างซ่อมทีวีไม่น่าจะกล่าวถึงการควบคุมความร้อน)

(b) He is a bell boy.    (เขาเป็นพนักงานรับใช้ในโรงแรม)  (จากการอ้างถึง  “ทีวีและการควบคุม

       ความร้อน”  และคำถาม  “จะมีอย่างอื่นอีกไหมครับ  คุณนาย,”  จึงอาจสรุปได้ว่า  แฟรงค์เป็น

       พนักงานรับใช้ในโรงแรม)

(c) He is a tailor.    (เขาเป็นช่างตัดเสื้อชาย)

(d) He is a security guard.    (เขาเป็นยามรักษาความปลอดภัย)

(e) He is an electrician.    (เขาเป็นช่างไฟฟ้า)  (ช่างไฟฟ้าไม่น่าจะถามว่า  “จะมีอย่างอื่นอีกไหมครับ  คุณนาย”)

(คำแปล)

แฟรงค์       :  คุณเปิดทีวีโดยการดึงปุ่มนี้ออกมาครับ,  ส่วนการควบคุมความร้อนอยู่บนผนังห้องครับ, 

                       จะมีอย่างอื่นอีกไหมครับ  คุณนาย

เจนนิเฟอร์  :  ไม่มีแล้ว,  ขอบคุณค่ะ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับแฟรงค์ ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

7. Carla  Did you balance your checkbook ?

     John  I had my secretary do it because I kept putting it off and my wife was starting to lose

                    patience with me. 

Question  What can be inferred about John ?

(a) He does not have a checking account.    (เขาไม่มีบัญชีเช็ค)  (ไม่จริง  เนื่องจากเขามีสมุดเช็ค)

(b) His wife usually balances the check book.    (ภรรยาของเขาโดยปกติแล้วปรับสมดุลสมุดเช็ค)  (ไม่จริง 

       เนื่องจากภรรยาของจอห์นกำลังรอคอยให้เขาปรับสมดุลสมุด)

(c) He does not like to reconcile his account.    (เขาไม่ชอบทำให้บัญชีของเขาสมดุล-ลงรอยกัน)

       (เนื่องจากจอห์นเลื่อนการปรับสมดุลบัญชีของเขาอยู่เรื่อยๆ  จึงอาจสรุปได้ว่า  เขาไม่ชอบปรับบัญชี

       ให้สมดุล)

(d) The secretary is not very helpful.    (เลขานุการมิได้ช่วยเหลืออะไรมากนัก)  (ไม่จริง  เลขาฯ ช่วยจอห์น

       ปรับสมดุลสมุดเช็ค)

(e) He is not in good terms with his wife.    (เขามีความสัมพันธ์ไม่ดีกับภรรยาของเขา)  (การสนทนามิได้

       กล่าวถึง)   

(คำแปล)

คาร์ล่า  :  คุณปรับสมุดเช็คของคุณหรือเปล่าคะ (หมายถึง  ตรวจสอบว่าเงินที่มีในสมุดฯ มีจำนวนเพียงพอ

                 กับจำนวนเงินที่จ่ายเช็คออกไป)

จอห์น   :  ผมใช้ให้เลขาฯ ของผมไปทำมันครับ  เพราะว่าผมเลื่อนมันออกไปอยู่เรื่อย   (kept putting it

                 off)  และภรรยาของผมกำลังเริ่มหมดความอดทนกับผมแล้วครับ

คำถาม  :  สามารถสรุปอะไรได้เกี่ยวกับจอห์น ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 210)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Paula  What seems to be the problem ?

     Larry  Well I understand the lectures but I get mixed up when I try to read the book.

Question  What does Larry mean ?

(a) The book is confusing.    (หนังสือน่างง-สับสน)  (“To get mixed up”  เป็นสำนวน  หมายถึง 

       “รู้สึกสับสน หรืองงงวย”)

(b) He is doing well in the class.    (เขากำลังทำได้ดีในชั้นเรียน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) The teacher is not very clear.    (อาจารย์ไม่ค่อยชัดเจนมากนัก)  (ไม่จริง  เนื่องจากลาร์รี่เข้าใจการบรรยาย)

(d) The lectures are from the book.    (การบรรยายมาจากหนังสือ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He mixes the lectures with the book he read.    (เขาผสม-ปนเปการบรรยายเข้ากับหนังสือที่เขาอ่าน) 

       (เป็นการแปลความหมายคำพูดของลาร์รี่ที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

พอลลา  :  อะไรดูเหมือนเป็นปัญหา (ของคุณ) คะ

ลาร์รี่      :  เอ้อ  ผมเข้าใจการบรรยาย  แต่ผมสับสน (งง) (get mixed up) เมื่อผมพยายามอ่าน

                  หนังสือครับ

คำถาม  :  ลาร์รี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

2. John    Do you know Randy Johnson ?

     Nancy  :  Yes.  He sure has it made, doesn’t he ?

Question  What does Nancy mean ?

(a) Randy is a confident person.    (แรนดี้เป็นบุคคลที่มั่นใจ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(b) Randy is very fortunate.    (แรนดี้โชคดีมาก)  (“To have it made”  เป็นสำนวน  หมายถึง 

       “โชคดีมาก”  )

(c) She does not know Randy.    (เธอไม่รู้จักแรนดี้)  (ไม่จริง,  เมื่อถูกถาม  เธอตอบว่าเธอรู้จักแรนดี้)

(d) She is not sure whether she knows Randy.    (เธอไม่แน่ใจว่าเธอรู้จักแรนดี้หรือไม่)  (ไม่จริง,  เมื่อถูก

       ถาม  เธอตอบว่าเธอรู้จักแรนดี้)

(e) Randy makes sure that he knows Nancy.    (แรนดี้มั่นใจว่าเขารู้จักแนนซี่)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(คำแปล)

จอห์น  :  คุณรู้จักแรนดี้ จอห์นสัน ไหมครับ

แนนซี่  :  ค่ะ  เขาแน่นอนเลยเป็นคนที่โชคดีมาก (has it made) ใช่ไหมคะ

คำถาม  :  แนนซี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

3. Gary    This paper isn’t due until next week.

     Laura  Yes, I know.  But I wanted to turn it in ahead of time if that’s all right. 

Question  What does Laura mean ?

(a) She wants to submit her paper early.    (เธอต้องการส่งรายงานของเธอแต่เนิ่นๆ)  (“To turn

       in”  หมายถึง  “ส่ง, ส่งมอบ, เข้านอน, ส่ง (คนร้าย) ให้ตำรวจ”  ส่วน   “Ahead of time”  หมายถึง 

       “ล่วงหน้า, ก่อนเวลา”)

(b) The answers on the paper are all correct.    (คำตอบในรายงานถูกต้องทั้งหมด)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(c) The deadline has passed for the paper.    (เส้นตายได้ผ่านไปแล้วสำหรับรายงาน)  (ไม่จริง  เนื่องจากลอร่า

       ต้องการส่งรายงานก่อนครบกำหนด)

(d) The paper is not quite finished.    (รายงานยังไม่เสร็จดี)  (ไม่จริง  เนื่องจากเธอพร้อมที่จะส่งรายงาน)

(e) She won’t submit her paper until next week.    (เธอจะไม่ส่งรายงานจนกระทั่งสัปดาห์หน้า)  (ไม่จริง 

       เนื่องจากเธอจะส่งรายงานล่วงหน้า  คือก่อนครบกำหนดสัปดาห์หน้า)

(คำแปล)

แกรี่    :  รายงานนี้ยังไม่ครบกำหนด (ส่งอาจารย์) จนกระทั่งสัปดาห์หน้าครับ

ลอร่า  :  ค่ะ  ฉันทราบ,  แต่ฉันต้องการส่งมันก่อนเวลา (ล่วงหน้า) (ahead of time)  ถ้านั่นสามารถทำได้

               (if that’s all right) ค่ะ

คำถาม  :  ลอร่าหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

4. Jeff     Why don’t you do the solo ?

     Anne  You’ve never heard me sing, have you ?

Question  What does Anne imply ?

(a) She prefers singing a solo.    (เธอชอบร้องเพลงเดี่ยวมากกว่า)  (เจฟฟ์แนะนำให้เธอร้องเพลงเดี่ยว 

       ไม่ใช่แอนชอบร้องฯ)

(b) She does not want to help Jeff.    (เธอไม่ต้องการช่วยเจฟฟ์)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(c) She is not a good singer.    (เธอไม่ใช่นักร้องที่ดี-เก่ง)  (เนื่องจากแอนเตือนให้เจฟฟ์ระลึกว่า 

       เขาไม่เคยได้ยินเธอร้องเพลง  เธอจึงบอกเป็นนัยว่าเธอมิใช่นักร้องที่ดี)

(d) She does not like music.    (เธอไม่ชอบดนตรี)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(e) She does not want Jeff to listen her sing.    (เธอไม่ต้องการให้เจฟฟ์ฟังเธอร้องเพลง)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)  

(คำแปล)

เจฟฟ์  :  ทำไมคุณไม่แสดง (ร้องเพลง) เดี่ยว (คนเดียว) (do the solo) ละครับ

แอน    :  คุณไม่เคยได้ยินฉันร้องเพลง  ใช่ไหมคะ

คำถาม  :  แอนบอกเป็นนัยว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (c)

 

5. Peter    I can’t stand this class !

    Jessica  Well, you might as well get used to it.  You have to take it in order to graduate.

Question  What does Jessica say about the class ?

(a) She does not like the class.    (เธอไม่ชอบชั้นเรียนนี้)  (การไม่ชอบชั้นเรียนเป็นทัศนคติของปีเตอร์  ไม่ใช่ความ

       คิดเห็นของเจสสิคา)

(b) It is not a required class.    (มันไม่ใช่ชั้นเรียนที่กำหนด – บังคับ - ให้ต้องเรียน)  (ไม่จริง  ชั้นเรียนนี้กำหนดให้

       ต้องเรียนเพื่อจบการศึกษา)

(c) She has already taken the class.    (เธอได้เรียนในชั้นเรียนนี้แล้ว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)     

(d) Peter will have to take the class.    (ปีเตอร์จำเป็นจะต้องเรียนชั้นนี้)  (ดูจากข้อความ  “คุณจำเป็น

       ต้องเรียนชั้นนี้เพื่อจบการศึกษา”)

(e) Peter will get used to the class if he studies hard.    (ปีเตอร์จะคุ้นเคย (เคยชิน) กับชั้นเรียนนี้  ถ้าเขาขยัน

       เรียน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(คำแปล)

ปีเตอร์    :  ผมทนชั้นเรียน (การสอน) นี้ไม่ไหวแล้ว (I can’t stand this class)

เจสสิคา  :  อ้อ  คุณก็อาจจะคุ้นเคย (เคยชิน) กับมัน (get used to it) ด้วยเช่นกัน (ถ้าคุณพยายาม

                   อดทน),  คุณต้องเรียนมัน (ชั้นเรียนนี้) เพื่อจบการศึกษา

คำถาม  :  เจสสิคาพูดอะไรเกี่ยวกับชั้นเรียน ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

6. Thomas  That was Dale on the phone.  His car broke down on the way here, so he won’t be able

                          to make it.

      Sandy    He’d better trade that car in.

Question  What does Sandy suggest that Dale do ?

(a) Get his car repaired.    (เอารถของเขาไปซ่อม)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(b) Buy a different car.    (ซื้อรถยนต์คันใหม่-อีกคันหนึ่ง)  (ดูจากข้อความ  “เขาควรจะเอารถคัน

       นั้นไปแลก (รถอีกคันหนึ่ง),”) (“To trade the car in”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “เอารถเก่าไปแลก

       รถคันใหม่  เพื่อให้ได้ราคา – รถใหม่ - ที่ถูกลง)

(c) Borrow a car.    (ยืมรถ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(d) Bring the car in.    (นำรถเข้ามาข้างใน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(e) Have someone drive for him.    (ให้คนอื่นขับรถให้เขา)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)  

(คำแปล)

โทมัส   :  นั่นคือเดลพูดสาย (เมื่อกี้นี้)  รถยนต์ของเขาเสีย (broke down) ในระหว่างทางมาที่นี่ (on

                 the way here),  ดังนั้น  เขาจะไม่สามารถมาที่นี่ได้ (หรือทันตามนัด) (make it)

แซนดี้  :  เขาควรจะเอารถคันนั้นไปเทอร์น (แลกรถใหม่) (trade that car in) ดีกว่า

คำถาม  :  แซนดี้แนะนำว่าเดลควรทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

7. Mary  How are you going to get ready for an oral final ?

     Dick   The professor said we should study alone, but the T.A. said to get into a study  group and

                     quiz each other.

Question  What did the T.A. suggest the students do ?

(a) Prepare for an oral final.    (เตรียมสอบไล่ปากเปล่า)  (การสอบไล่ปากเปล่าเป็นรูปแบบการสอบที่นักเรียน

       จะต้องเจอ  มิใช่คำแนะนำของผู้ช่วยสอน)

(b) Review the quizzes.    (ทบทวนคำถาม)  (ไม่ใช่  ผู้ช่วยสอนแนะนำให้นักเรียนถามคำถามกันเอง – ผลัดกัน

       ถาม

(c) Take the professor’s advice.    (ทำตามคำแนะนำของอาจารย์)  (ไม่จริง  อาจารย์แนะนำให้ศึกษาตามลำพัง 

       มิใช่เป็นกลุ่ม)

(d) Ask the professor to put off an oral final.    (ขอร้องอาจารย์ให้เลื่อนการสอบไล่ปากเปล่าออกไป) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)     

(e) Study together.    (ศึกษาด้วยกัน)  (ดูจากข้อความ  “.............. ผู้ช่วยสอนบอกให้ศึกษาเป็นกลุ่ม

       และถามปัญหากันเอง”)

(คำแปล)

แมรี่  :  คุณจะเตรียมพร้อมสำหรับการสอบไล่ปากเปล่า (oral final) อย่างไรคะ

ดิ๊ก    :  อาจารย์กล่าวว่าเราควรศึกษาตามลำพัง  แต่ผู้ช่วยอาจารย์สอน (T.A.) บอกให้ศึกษาเป็นกลุ่ม

             (get into a study group) และถามคำถาม (quiz) ซึ่งกันและกัน (ผลัดกันถาม)

คำถาม  :  ผู้ช่วยอาจารย์สอนแนะนำนักเรียนให้ทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 209)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer for each question.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

1. Sylvia  Let’s get together sometime soon. 

     Paul    Yes.  Connie and I have been meaning to have you over.

Question  What does Paul mean ?

(a) He intends to invite Sylvia to their home.    (เขาตั้งใจจะเชิญซิลเวียมาที่บ้านของพวกเขา)

       (“To mean to”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ตั้งใจ, เจตนา, มุ่งมั่น”  และ  “To have someone over” 

       หมายถึง  “เชิญบุคคลนั้นมาที่บ้าน”)

(b) He does not want to see Sylvia.    (เขาไม่ต้องการพบซิลเวีย)  (ไม่จริง  เขาต้องการเชิญเธอมาที่บ้าน)

(c) He is not very polite to Sylvia.    (เขาไม่สุภาพกับซิลเวียอย่างมาก)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He prefers seeing Connie.    (เขาชอบพบคอนนี่มากกว่า)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He and Connie wants to have a party outside their home.    (เขาและคอนนี่ต้องการจัดงานเลี้ยงนอก

       บ้านของตน)  (ไม่จริง  ทั้งคู่ต้องการเชิญซิลเวียมาจัดงานเลี้ยงที่บ้าน)

(คำแปล)

ซิลเวีย  :  เรามาพบปะสังสรรค์กัน (get together) เวลาใดเวลาหนึ่ง (บางครั้ง, บางคราว) (sometime)

                 เร็วๆ นี้เถอะค่ะ

พอล     :  ครับ,  คอนนี่ (เพื่อนอีกคนหนึ่ง) และผมตั้งใจ (มีเจตนา) (meaning to) ที่จะเชิญคุณมาที่บ้าน

                 (ของพวกเรา) (have you over) ครับ

คำถาม  :  พอลหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)

 

2. Anne  :  Have you read the book I gave you last week ?  What do you think about it ?

     Mark  I read it over and over again but couldn’t make out what the author means to communicate

                     to her readers.

Question  What does Mark mean ?

(a) He does not like the book.    (เขาไม่ชอบหนังสือ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(b) He has not read the book yet.    (เขายังไม่ได้อ่านหนังสือ)  (ไม่จริง  เขาอ่านหลายครั้งแล้ว)

(c) He likes the book.    (เขาชอบหนังสือ)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He intends to communicate with the author of the book.    (เขาตั้งใจจะสื่อสารกับผู้เขียนหนังสือ) 

       (เป็นการแปลความหมายคำพูดของมาร์คที่ไม่ถูกต้อง)

(e) He read the book many times but could not understand what the author wants to

       tell readers.    (เขาอ่านหนังสือหลายครั้ง  แต่ไม่สามารถเข้าใจว่าผู้เขียนต้องการจะบอกอะไร

       กับผู้อ่าน)  (“Over and over”  หรือ  “Over and over again”  หรือ  “Time after time”  หรือ 

       “Time and again”  หรือ  “Time and time again”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “หลายครั้งหลายหน, 

       ซ้ำแล้วซ้ำอีก,  ในหลายๆ โอกาส”)

(คำแปล)

แอน    :  คุณได้อ่านหนังสือที่ฉันให้คุณสัปดาห์ที่แล้วหรือยัง,  คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับมันคะ

มาร์ค  :  ผมอ่านมันหลายครั้ง (ซ้ำแล้วซ้ำอีก) (over and over again) แต่ไม่สามารถเข้าใจ (make out)

               ว่าผู้เขียนตั้งใจ (มุ่งหมาย, มีเจตนา) (means to) จะสื่อสารอะไรกับผู้อ่านของเธอครับ

คำถาม  :  มาร์คหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (e)

 

3. Jack      Do you know about the songs to which we listened last night ?

     Emmy  I wouldn’t know.  Those songs were before my time.

Question  What does Emmy mean ?

(a) She did not listen to the songs.    (เธอไม่ได้ฟังเพลง)  (ไม่จริง  เธอฟังแต่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมัน  เช่น 

       ใครแต่งใครร้อง)

(b) She likes the songs.    (เธอชอบเพลง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) She heard the songs before.    (เธอได้ยินเพลงนี้มาก่อน)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง) 

(d) The songs existed before she was born or before she was old enough to remember

       them.    (เพลงมีอยู่ก่อนเธอเกิด  หรือก่อนเธอโตพอที่จะจำมันได้)  (“Before my time”  เป็นสำนวน 

       หมายถึง  “เกิดขึ้นหรือมีอยู่ก่อนที่ฉันเกิด  หรือก่อนฉันโตพอที่จะจำได้”)

(e) The songs were not sweet enough for her to listen to.    (เพลงนี้ไม่เพราะพอที่เธอจะฟัง)  (การสนทนา

       มิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แจ๊ค   :  คุณทราบเกี่ยวกับเพลงที่เราฟังเมื่อคืนนี้ไหมครับ

เอ็มมี่  :  ฉันไม่ทราบหรอก  เพลงพวกโน้นเกิดขึ้น (มีอยู่) ก่อนฉันเกิด (ก่อนฉันโตพอที่จะจำมันได้)

               (before my time) ค่ะ

คำถาม  :  เอ็มมี่หมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)

 

4. Sam  It’s your turn to call the names on the list if you want to.

     Kim  I think I’ll pass this time.

Question  What is Kim going to do ?

(a) Spend some time with Sam.    (ใช้เวลาอยู่กับแซม)

(b) Make a list of the names.    (จัดทำรายชื่อ)

(c) Pass out the names.    (แจกจ่ายรายชื่อ)

(d) Let someone else call the names.    (ปล่อยให้คนอื่นเรียกชื่อ)  (“Pass”  ในที่นี้  หมายถึง 

       “ผ่านไป, ข้ามไป”  คือ  ไม่ทำเมื่อถึงคราวของตน  แต่ผ่านไปให้คนอื่น - คนต่อไป - ทำ)

(e) Pass the time by calling the names on the list.    (ฆ่าเวลาโดยการเรียกชื่อในรายชื่อ)

(คำแปล)

แซม  :  มันถึงตา (คราว, เวร) (turn) ของคุณที่จะเรียก (ขาน) ชื่อในรายชื่อ  ถ้าคุณต้องการทำครับ

คิม     :  ฉันคิดว่าฉันจะผ่านไป (ข้ามไป) (pass) ครั้งนี้ค่ะ (คือ ไม่เรียกชื่อ)

คำถาม  :  คิมจะทำอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (d)  สำหรับ ข้อ  A, B, C  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของแซมและคิมที่ไม่ถูกต้อง

 

5. Helen  I’m pretty sure that the deadline for applications has passed.

     Rob     Why don’t you let me look into it for you ?

Question  What does Rob mean ?

(a) Helen has missed the deadline.    (เฮเลนได้เลยเส้นตายไปแล้ว)  (เป็นเพียงข้อสรุปของเฮเลน  ไม่ใช่

       ของร้อบ)

(b) He will investigate the situation.    (เขาจะสืบสวนสถานการณ์ – เรื่องการสมัครของเฮเลน)

       (“To look into something”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “สืบสวน, สอบสวน, ไต่สวน, สำรวจ”)

       (ร้อบอาสาจะไปดูให้ว่าการสมัครของเฮเลนพ้นเส้นตายหรือยัง)

(c) The deadline has been canceled.    (เส้นตายได้ถูกยกเลิกแล้ว)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) An exception might be possible.    (ข้อยกเว้นอาจเป็นได้)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He will look for Helen’s application form.    (เขาจะค้นหาใบสมัครของเฮเลน)  (เป็นการแปลความหมาย

       คำพูดของร้อบที่ไม่ถูกต้อง)

(คำแปล)

เฮเลน  :  ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าเส้นตายสำหรับการสมัครได้ผ่านไปแล้วค่ะ

ร้อบ     :  ทำไมคุณไม่ให้ผมสืบสวน (สำรวจ, สอบสวน, ไต่สวน) (look into) มัน (เรื่องนี้) ให้คุณล่ะครับ

คำถาม  :  ร้อบหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)

 

6. Laura  Did you get your tickets ?

     Smith  I talked to Judy about it, and she took care of it for me.

Question  What does Smith mean ?

(a) The tickets are lost.    (ตั๋วหาย)

(b) Judy was responsible for getting the tickets.    (จูดี้รับผิดชอบการหาตั๋ว)  (“To take care

       of something”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “รับผิดชอบเรื่องนั้น-สิ่งนั้น”)

(c) There were no tickets available.    (ไม่สามารถหาตั๋วได้)

(d) He does not have his tickets yet.    (เขายังไม่ได้ตั๋ว)

(e) He was not sure whether Judy would buy the tickets for him.    (เขาไม่แน่ใจว่าจูดี้จะซื้อตั๋วให้เขาหรือไม่)

(คำแปล)

ลอร่า  :  คุณได้ตั๋วหรือเปล่าคะ

สมิธ    :  ผมคุยกับจูดี้เกี่ยวกับมัน (เรื่องหาตั๋ว)  และเธอดูแล (รับผิดชอบ, เอาใจใส่) (took care of) มัน

                สำหรับผมครับ

คำถาม  :  สมิธหมายความว่าอะไร ?

ตอบ  -  ข้อ  (b)  สำหรับ ข้อ  A, C, D  และ  E  เป็นการแปลความหมายคำพูดของสมิธที่ไม่ถูกต้อง

 

7. Mary   Maybe we should take Front Street this morning.  The radio announcer said that traffic

                      was very heavy on the freeway.

    Justin  Well, if he says to take Front Street, we should go the other way.    

Question  What does Justin imply about the radio announcer ?

(a) He is often wrong.    (เขาผิดพลาดบ่อยๆ)  (เนื่องจากจัสตินกล่าวว่าพวกตนควรไปทิศทางตรงข้าม

       กับเส้นทางที่ผู้ประกาศฯ แนะนำ  เขาบอกเป็นนัยว่าผู้ประกาศฯ ผิดพลาดบ่อยๆ)  (คือ  บอกว่าถนนนี้

       รถติด  แต่กลับไม่ติด,  ส่วนถนนที่บอกว่ารถไม่ติด  กลับมีการจราจรหนาแน่น)

(b) He usually recommends the freeway.    (เขาโดยปกติแล้วแนะนำให้ใช้ทางหลวง)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(c) He is not a local radio personality.    (เขาไม่ใช่บุคคลที่ทำวิทยุท้องถิ่น)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(d) He is a popular announcer.    (เขาเป็นผู้ประกาศที่ได้รับความนิยม)  (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(e) He likes to say traffic is heavy on most streets.    (เขาชอบพูดว่าการจราจรหนาแน่นบนถนนส่วนใหญ่) 

       (การสนทนามิได้กล่าวถึง)

(คำแปล)

แมรี่     :  บางทีเราควรใช้ถนน “ฟรอนท์” เช้าวันนี้,  ผู้ประกาศวิทยุกล่าวว่าการจราจรหนาแน่นมาก

                (traffic was very heavy) บนทางหลวงค่ะ

จัสติน  :  เอ้อ,  ถ้าเขา (ผู้ประกาศฯ) บอกให้ใช้ถนน “ฟรอนท์”  เราควรไปอีกทางหนึ่ง (ทางหลวง) ครับ

คำถาม  :  จัสตินบอกเป็นนัยอะไรเกี่ยวกับผู้ประกาศวิทยุ ?

ตอบ  -  ข้อ  (a)    

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของท่าน

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ STRUCTURE