หมวดข้อสอบ READING

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 70)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Spiders : the Amazing Creatures

 

          Spiders produce three basic types of webs.  The sheet web is a two- dimensional layer of threads seemingly laid out at random.  The space web is a three-dimensional wispy structure.  The orb web, by far the most familiar, is the two-dimensional cartwheel pattern.

          Of the 30,000 spider species, some 6,000 are orb spinners.  For three decades Dr. Peter N. Witt has studied orb spinners, especially a species called Areneus diadematus, and their webs.  Witt is a German-born medical doctor and self-taught arachnologist, whose passion is to understand the ways of spiders.  Witt has delved deeply into the behavior of spiders and vastly expanded our knowledge about orb spinners and their webs.  Some of his findings have even amazed other arachnologists.

          “We have actually compared human building activities to spider building, and we find an enormous amount of parallel between the two,” Witt says.  For one thing, just like their human counterparts in the building trades, orb spinners erect a form of removable scaffolding as they weave their webs.

          Orb spinners are solitary creatures who dwell one to a web.  The web is home, food source, and mating ground, and it is guarded aggressively.  When a male arrives at mating time, the courtship ritual is an intricate set of advances and retreats until the female is finally won over and no longer tries to kill her would-be lover.

          Orb spinners each weave a new web every day, working in the predawn darkness and executing the distinctive pattern of concentric circles and radial lines in a half hour or less.  “There is nothing as important as web building, because without the web there is no food,” Witt says.

 

1. The topic of this passage is _________________________________________________.

(ชื่อเรื่องของเนื้อเรื่อง – บทความ – นี้  คือ _____________________________________)

    (a) spiders    (แมงมุม)

    (b) different types of webs spiders make    (ประเภทต่างๆ ของใยที่แมงมุมสร้าง)

    (c) Dr. Peter N. Witt    (ดร. ปีเตอร์ เอ็น วิตต์)

    (d) orb spinners and their webs    (แมงมุมปั่นใยรูปทรงกลม  และใยของมัน)  (ส่วนใหญ่ของ

           เนื้อเรื่อง  ตั้งแต่พารากราฟ ๒  กล่าวเกี่ยวกับแมงมุมชนิดนี้และใยของมัน)

2. According to the passage, the difference between the sheet web and the orb web is ____________.

(ตามที่เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าว,  ความแตกต่างระหว่างใยแมงมุมแบบเป็นผืนใหญ่  และใยแมงมุมแบบทรงกลม  คือ _______________)

    (a) the texture    (เนื้อเยื่อ, เนื้อหนัง, เนื้อผ้า, องค์ประกอบ, แก่นสาร, ธาตุแท้, สิ่งทอ, วัตถุทำสิ่งทอ)

    (b) the pattern    (รูปแบบ, ลวดลาย)  (ดูคำตอบจากพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  ชนิดแรก  ใยแผ่

          ออกไปแบบสุ่ม  ส่วนชนิดหลัง  ใยมีรูปแบบทรงกลมของล้อเกวียน)

    (c) the size    (ขนาด)

    (d) the length of threads spun by the spiders    (ความยาวของเส้นใยซึ่งถูกปั่นโดยแมงมุม)

3. The phrase “at random” in the first paragraph is closest in meaning to __________________.

(วลี  “โดยการสุ่ม, ส่งเดช, ตามบุญตามกรรม”  ในพารากราฟแรก  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _______________)

    (a) quickly    (อย่างรวดเร็ว)

    (b) deftly    (อย่างคล่องแคล่ว-เชี่ยวชาญ-ชำนาญ-ประณีต-ฉลาด)

    (c) arbitrarily    (ตามอำเภอใจ, ตามแต่ที่อยากจะทำ, ไร้เหตุผล, เอาแต่อารมณ์, โดยพลการ,

          ที่ตัดสินโดยผู้ตัดสิน)

    (d) incongruously    (อย่างไม่สอดคล้องกัน, อย่างไม่ลงรอยกัน, อย่างไม่สามัคคีกัน, อย่างไม่เข้ากัน,

          อย่างไม่เหมาะสม)

    (e) sluggishly    (อย่างเกียจคร้าน, อย่างเงื่องหงอย, อย่างซบเซา, อย่างเฉื่อยชา, (เศรษฐกิจ) อย่าง

         ฝืดเคือง)

    (f) sympathetically    (อย่างเห็นอกเห็นใจ, อย่างมีใจเหมือนกัน, เข้าข้าง, อย่างเห็นด้วย, อย่างถูกใจ,

          อย่างพอใจ)

    (g) sensibly    (อย่างฉลาด, อย่างมีเหตุผล, อย่างตระหนักรู้, อย่างมีไหวพริบ, อย่างมีสติสัมปชัญญะ)

    (h) critically    (อย่างวิกฤต, อย่างสาหัส, อย่างเข้าด้ายเข้าเข็ม, อย่างชอบวิพากษ์วิจารณ์)

    (i) desperately    (อย่างจนตรอก, อย่างสิ้นคิด)

4. The word “passion” in the second paragraph refers to ______________________________.

(คำว่า  “ความกระตือรือร้น, ความรู้สึกที่รุนแรง, อารมณ์, ความรัก, ความใคร่, ตัณหา, กิเลส, ความโลภ โกรธ หลง, ความโกรธอย่างรุนแรง, โทสะ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ________________)

    (a) velocity    (ความเร็ว, ความรวดเร็ว, อัตราความเร็ว)

    (b) paragon    (ตัวอย่างอันยอดเยี่ยม-ดีเลิศ)

    (c) retail    (การขายปลีก)  (เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “เกี่ยวกับการขายปลีก, ขายปลีก”)

    (d) remuneration    (ค่าตอบแทน, การจ่ายเงิน, การตอบแทน, การให้รางวัล, การชดเชย)

    (e) incentive    (สิ่งจูงใจ, สิ่งกระตุ้น, เครื่องกระตุ้น, เครื่องส่งเสริม)

    (f) panic    (การตกใจกลัว, ความหวาดกลัว, ความอกสั่นขวัญหาย)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง 

          "ตกใจกลัว, อกสั่นขวัญหาย")

    (g) enthusiasm    (ความกระตือรือร้น, ความมีศรัทธาแรงกล้า, กิจกรรมที่ทำด้วยความ

          กระตือรือร้น)

    (h) hindrance    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง)

5. “delved”  in paragraph 2 means ______________________________________________.

(“ศึกษาอย่างละเอียด, ค้นคว้าหาข้อมูลอย่างละเอียด, ขุด”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ___________)

    (a) admired    (ยกย่อง, ชื่นชม, ชมเชย, เลื่อมใส, นับถือ, นิยม)  

    (b) detained    (กักขัง, หน่วงเหนี่ยว, กักตัว, ทำให้ช้า, ยับยั้ง)

    (c) longed    (ปรารถนาอย่างยิ่ง, ใฝ่ฝัน)

    (d) disdained    (ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม, รังเกียจ)

    (e) hugged    (กอด)

    (f) bullied    (รังแก, ข่มเหง, ทำตัวเป็นอันธพาล, ขู่, ขู่เข็ญ, คุกคาม, ทำให้กลัว)

    (g) studied in detail    (ศึกษาอย่างละเอียด)

    (h) denounced    (ประณาม)

    (i) deceived    (หลอกลวง, ต้มตุ๋น)

6. We can infer from the passage that an arachnologist is ______________________________.

(เราสามารถสรุปจากเนื้อเรื่องว่า  ผู้ศึกษาเกี่ยวกับแมงมุมและสัตว์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับมัน  คือ ______

_________)

    (a) a photographer    (ช่างภาพ, ช่างถ่ายรูป, ผู้ถ่ายภาพ)

    (b) a medical doctor    (แพทย์)

    (c) a person who studies spiders    (บุคคลผู้ซึ่งศึกษาแมงมุม)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓

          ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “วิตต์เป็นแพทย์ชาวเยอมันโดยกำเนิด  และเป็นผู้ที่ศึกษา

          เกี่ยวกับแมงมุมและสัตว์อื่นที่เกี่ยวข้องกับมัน (เช่น แมงป่อง)  ซึ่งสอนตนเอง (ศึกษาด้วย

           ตนเอง)  ผู้ซึ่งความกระตือรือ ร้น (ความรู้สึกที่รุนแรง) ของเขา  คือการเข้าใจสภาพการณ์

           (นิสัย) ของแมงมุม”)

    (d) a person who intensely dislikes spiders    (บุคคลผู้ซึ่งไม่ชอบแมงมุมอย่างรุนแรง)

7. The word “expanded” in paragraph 2 may be replaced by ___________________________.

(คำว่า  “ขยาย, เพิ่ม, แผ่, ทำให้กว้างออก, คลี่ออก, ยืดออก, บาน”  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย ________________)

    (a) flourished    (เจริญ, งอกงาม, รุ่งเรือง, เฟื่องฟู, มั่งคั่ง, แกว่ง, โบก, โอ้อวด, ประดับหรูหรา)

    (b) bloomed    (ออกดอก, สู่วัยหนุ่มสาว, ทำให้สดสวย)  (เมื่อเป็นคำนาม  “Bloom”  หมายถึง  “ดอกไม้,

          ดอกไม้บาน, ความเปล่งปลั่ง, การแตกเนื้อสาว”)

    (c) impelled    (กระตุ้น, ผลักดัน, โน้มน้าว)

    (d) revoked    (ยกเลิก, เพิกถอน, ลบล้าง)

    (e) reminded    (เตือน, เตือนให้ระลึกถึง)

    (f) renewed    (ต่ออายุ, เริ่มใหม่, ทำใหม่, เปลี่ยนใหม่, ซ่อมแซม, เสริม, เติม, ฟื้นฟู, สร้างใหม่)

    (g) enlarged    (เพิ่ม, ขยาย, ขยายตัว, ขยายภาพ, ทำให้กว้างออก, เสริม, กว้างขึ้น, โตขึ้น,

          พูดหรือเขียนอย่างละเอียด)

    (h) revised    (แก้ไขใหม่, ปรับปรุงใหม่)

8. What does “findings” in paragraph 2 mean?

(“สิ่งที่ค้นพบ, ผลของการค้นคว้า, ผลของการค้นหา, การค้นหา, การตรวจสอบ, คำพิพากษา, คำวินิจฉัย”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) costumes    (เครื่องแต่งกาย, เสื้อผ้าอาภรณ์, เครื่องแต่งกายของสตรี)

    (b) sermons    (คำสอน, คำเทศน์)

    (c) indifferences    (ความไม่แยแส, ความไม่สนใจ)

    (d) misfortunes    (โชคไม่ดี, เคราะห์ร้าย)

    (e) deluges    (เด๊ล-ลูจ)  (น้ำท่วม, ฝนที่ตกลงมาพักใหญ่, การไหลทะลัก)

    (f) schemes    (สคีม)  (โครงการ, แผนการ, แผนผัง, แบบแผน, ระบบการจัดการ, แผนลับ, แผนร้าย,

          เพทุบาย, กลเม็ด) 

    (g) what has been found    (สิ่งที่ได้ถูกค้นพบ)

    (h) sensations    (ความรู้สึก, ประสาทสัมผัส, ความตื่นเต้น, ความเกรียวกราว)

9. In the third paragraph, “enormous” is closest in meaning to __________________________.

(ในพารากราฟ ๓,  “มากมาย, มหาศาล, มหึมา, ใหญ่โต, ร้ายกาจ, ชั่วร้าย”  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _______________)

    (a) notable    (โน้  หรือ  น้อท-ทะ-เบิ้ล)  (สำคัญ, มีชื่อเสียง, ดีเป็นพิเศษ)

    (b) notorious    (โน-ท้อ-เรียส)  (มีชื่อเสียงในทางไม่ดี, ดังกระฉ่อน, รู้จักกันทั่วไป)

    (c) judicious    (จู-ดิช-เชิส)  (ฉลาด, รอบคอบ, สุขุม, มีเหตุมีผล)

    (d) incessant    (อิน-เซส-เซิ่นท)  (ต่อเนื่อง, ติดต่อกัน, ไม่หยุดยั้ง, ไม่จบสิ้น, ไม่หยุด)

    (e) tremendous    (มากมาย, มหึมา, ใหญ่โตมาก, อย่างยิ่ง, น่ากลัว, น่าตกตะลึง, ดีเยี่ยม,

         ยอดเยี่ยม)

    (f) elegant    (เอ๊ล-ลิ-เกิ้นท)  (สง่างาม, งดงาม)

    (g) ludicrous    (ลู้-ดิ-ครัส)  (เหลวไหล, แปลกๆ, โง่เง่าอย่างน่าขัน, งี่เง่าหรือไร้สาระอย่างน่าหัวเราะ)

    (h) valid    (ชอบด้วยกฎหมาย, ใช้ได้, ฟังขึ้น, แข็งแรง, มีสุขภาพดี, มีเหตุผล, มีผล, มีหลักฐาน,

         ให้ผลที่ต้องการ)

    (i) supernatural    (เหนือธรรมชาติ, อาถรรพณ์, อัศจรรย์)

10. The word “their” in paragraph 3 refers to ______________________________________.

(คำว่า  “ของพวกมัน”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง _________________________________)

      (a) Witt and his associates    (วิตต์และเพื่อนร่วมงานของเขา)

      (b) humans who build    (มนุษย์ผู้ซึ่งก่อสร้าง)

      (c) orb spinners    (แมงมุมปั่น (สร้าง) ใยรูปทรงกลม)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารา

            กราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “ประการหนึ่งก็คือ,  เหมือนกับคู่เปรียบเทียบที่เป็นมนุษย์ของพวกมัน

            ในกิจการค้า (ธุรกิจ) การก่อสร้างอาคาร (สิ่งก่อสร้าง)  แมงมุมปั่นใยรูปทรงกลมสร้างรูป

            แบบของนั่งร้านที่สามารถถอดออกได้ (สามารถเอาออกได้) (หมายถึง  สามารถถอดประ

            กอบได้) เมื่อมันชักใย  ใยแมงมุมของมัน”  ดังนั้น  “ของพวกมัน” จึงหมายถึง  ของแมง

            มุมปั่นใยรูปทรงกลม)

      (d) other arachnologists    (ผู้ศึกษาเกี่ยวกับแมงมุมคนอื่นๆ)

11. “counterparts” in paragraph 3 refers to _______________________________________.

(“คู่เปรียบเทียบ, สำเนา, ของคู่กัน, สิ่งที่เป็นคู่กัน, สิ่งที่เสริมกัน, ผู้คนหรือสิ่งที่คล้ายกันมาก”  ในพารา กราฟ ๓  หมายถึง ________________)

      (a) amulets   (แอ๊-มิว-เล็ท)  (เครื่องราง)

      (b) impediments    (อุปสรรค, การขัดขวาง, การต้านทาน, การหน่วงเหนี่ยว, การพูดติดอ่าง)

      (c) occurrences    (การเกิดขึ้น)

      (d) phenomena    (ปรากฏการณ์)

      (e) ) devastations    (การทำลาย, การล้างผลาญ)

      (f) correlates    (สิ่งที่เทียบเคียงกัน, สิ่งที่สัมพันธ์กัน)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “เทียบเคียง,

            ทำให้สัมพันธ์กัน, มีความสัมพันธ์กัน)

      (g) famines    (ทุพภิกขภัย, ความอดอยาก, ภาวะข้าวยากหมากแพง, ความขาดแคลนอย่างรุนแรง,

            การอดตาย, ความหิวจัด)

      (h) chaos    (เค-ออส)  (การจลาจล, ความสับสนอลหม่าน, ความโกลาหล)

12. What does “erect” in paragraph 3 mean?

(“สร้าง, ก่อสร้าง, ยก, ชู, จัดตั้ง, ทำให้ตั้งตรงหรือตั้งชัน, ติดตั้ง”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) threaten    (เธร้ท-เทิ่น)  (ขู่, ขู่เข็ญ, คุกคาม, เตือนภัย, เป็นลางร้าย)

      (b) harass    (แฮ้-เริส)  (รบกวน, ก่อกวน, รังควาญ, ราวี, ทำให้เหนื่อยอ่อน, ทำให้กลัดกลุ้ม) 

      (c) beleaguer    (บิ-ลี้-เกอะ)  (รบกวน, รังควาญ, ทำให้โกรธ, โอบล้อม, โจมตี, ล้อมรอบ, โอบตี,

            ล้อมรอบด้วยกองทหาร, เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง หรือความลำบาก)  

      (d) perceive    (สังเกตเห็น, มองเห็น, มองออก, เข้าใจ, สัมผัสรู้)

      (e) tolerate    (อดทน, ทนทาน, อดกลั้น, ทนต่อ, ต้านฤทธิ์ยา)

      (f) abridge    (ทำให้สั้น, ย่อให้สั้น)

      (g) establish    (สร้าง, ก่อตั้ง, ทำให้เกิดขึ้น, สถาปนา, ตั้งมั่น, กำหนด, บัญญัติ, ทำให้เป็น

            ที่ยอมรับ, พิสูจน์)

      (h) publicize    (โฆษณา, ประกาศ, เผยแพร่)

13. According to the passage, web-making by spiders and human building activities are _________.

(ตามที่เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าว,  การสร้างใยโดยแมงมุม  และกิจกรรมการก่อสร้างอาคารของมนุษย์ ______________)

      (a) both dependent on removable scaffolding    (พึ่งพาอาศัยนั่งร้านซึ่งสามารถถอดออก

            (เคลื่อนย้าย) ได้ทั้งคู่)  (ดูคำตอบจากพารากราฟที่ ๓ ที่กล่าวว่า  “เราได้เปรียบเทียบอย่าง

            แท้จริง (ระหว่าง) กิจกรรมการก่อสร้างอาคารของมนุษย์  กับการสร้าง (ใย) ของแมงมุม, 

            และเราพบปริมาณที่มาก มาย (มหาศาล) ของความเหมือนหรือคล้ายกัน ระหว่างทั้ง ๒ สิ่ง” 

            (หมายถึง  ระหว่างการก่อสร้างของมนุษย์และการสร้างใยของแมงมุม)  วิตต์กล่าว,  ประการ

            หนึ่งก็คือ,  เหมือนกับคู่เปรียบเทียบที่เป็นมนุษย์ของพวกมันในกิจการค้า (ธุรกิจ) การก่อสร้าง

            อาคาร (สิ่งก่อสร้าง)  แมงมุมปั่นใยรูปทรงกลมสร้างรูปแบบของนั่งร้านที่สามารถถอดออกได้

            (หมายถึง  สามารถถอดประกอบได้) เมื่อมันชักใย  ใยแมงมุมของมัน”  ซึ่งหมายถึง  การ

            สร้างใยของแมงมุม  และการก่อสร้างอาคารของมนุษย์  ต้องอาศัยนั่งร้านที่สามารถถอด 

            หรือเคลื่อนย้ายได้)

      (b) simple to analyze    (ง่ายที่จะวิเคราะห์)

      (c) hard to compare    (ยากที่จะเปรียบเทียบ)

      (d) lengthy procedures    (เป็นกระบวนการที่ยืดเยื้อ)

14. In the fourth paragraph, “solitary” means _____________________________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “อยู่ตามลำพัง, โดดเดี่ยว, คนเดียว, อันเดียว, สันโดษ, ไม่มีเพื่อน, เปลี่ยว, ลำพัง, อ้างว้าง, เงียบสงัด”  หมายถึง  _______________)

      (a) penurious    (พี-นิ้ว-เรียส)  (ขี้ตระหนี่อย่างมาก, ขี้เหนียวมากที่สุด, ยากจนที่สุด, ขาดแคลนยิ่ง)

      (b) authentic    (แท้จริง, ของแท้, ไม่ใช่ของปลอม, น่าเชื่อถือ)

      (c) impetuous    (อิม-เพ้ช-ชู-เอิส)  (หุนหันพลันแล่น, บุ่มบ่าม, รุนแรง, ใจร้อน, มีแรงกระตุ้นมาก)  

      (d) ingenuous    (อิน-เจ๊น-นู-อัส)  (เปิดเผย, ซื่อ, ตรงไปตรงมา, ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม, ไร้เดียงสา)  

      (e) lenient     (ลี้-เนี่ยนท)  (ผ่อนผัน, ผ่อนหนักผ่อนเบา, กรุณา, ปรานี, โอนอ่อน)  

      (f) remarkable    (เด่น, ยอดเยี่ยม, น่าทึ่ง, น่าสังเกต, พิเศษ, ไม่เหมือนใคร, ไม่คาดฝัน, แปลก,

            น่าประหลาดใจ, เหลือเชื่อ) 

      (g) living alone    (อาศัยอยู่ตามลำพัง, อยู่โดดเดี่ยว, อยู่ตัวเดียว)

      (h) feeble    (อ่อนกำลัง, อ่อนแอ, อ่อนปัญญา, อ่อนคุณธรรม, ด้อย, ไม่เต็มเต็ง)

      (i) worthless    (ไร้ค่า)

15. The word “it” in paragraph 4 refers to _________________________________________.

(คำว่า  “มัน”  ในพารากราฟ ๔  หมายถึง ______________________________________)

      (a) the web    (ใยแมงมุม)  (ดูคำตอบจาก ๒ ประโยคแรกของพารากราฟ ๔ ที่กล่าวว่า  “แมงมุม

            ปั่นใยรูปทรงกลมเป็นสัตว์ซึ่งอยู่ตามลำพัง  ซึ่งอาศัยอยู่ตัวเดียวต่อใยหนึ่ง,  ใยแมงมุมเป็น

            บ้าน, แหล่งอาหาร, และสถานที่ผสมพันธุ์  และมัน (ใยแมงมุม) ได้รับการเฝ้าระวัง (พิทักษ์)

            อย่างก้าวร้าว (หมายถึง  ได้รับปกป้องอย่างเอาเป็นเอาตาย)”  “มัน”  จึงหมายถึง  “ใย

            แมงมุม”)

      (b) the food source    (แหล่งอาหาร)

      (c) the female spider    (แมงมุมตัวเมีย)

      (d) the mating ground    (สถานที่ผสมพันธุ์)

16. “intricate” in paragraph 4 may be replaced by ___________________________________.

(“สลับซับซ้อน, ยุ่ง, ยากที่จะเข้าใจ”  ในพารากราฟ ๔  อาจแทนโดย ______________________)

      (a) energetic    (กระตือรือร้น, กระฉับกระเฉง, ขะมักเขม้น, มีพลัง, ชอบทำงาน)

      (b) graceful    (สง่างาม, สวยงาม)

      (c) dramatic    (น่าตื่นเต้นเร้าใจ, ที่เกิดขึ้นกะทันหัน, เกี่ยวกับบทละคร, มีลักษณะของละคร)

      (d) genuine    (เจ๊น-ยู-อีน)  (แท้, แท้จริง, ไม่ใช่ของปลอม, จริงใจ, ไม่เสแสร้ง, ตรงไปตรงมา,

            ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม)  

      (e) complicated    (ซับซ้อน, ยุ่งเหยิง, ยุ่งยาก, ยากที่จะวิเคราะห์ เข้าใจ หรืออธิบาย)

      (f) excessive    (มากเกินปกติ, มากเกินความจำเป็น) 

      (g) inadvertent     (ไม่ได้ตั้งใจ, ไม่ได้เจตนา, ขาดความสนใจ, เลินเล่อ, ประมาท) 

      (h) conspicuous     (เด่นชัด, ชัดแจ้ง, เตะตา, เป็นที่สนใจ, มีชื่อเสียง, ดีเป็นพิเศษ, น่าสังเกต) 

      (i) deliberate     (โดยเจตนา, รอบคอบ, สุขุม, ระมัดระวัง, ใคร่ครวญ)       

17. What does “retreats” in paragraph 4 mean?

(“การล่าถอย, การถอย, การถอยกลับ, แตรเลิก, แตรเย็น, สัญญาณถอย, การปลดเกษียณ, การถอนตัวจากวงการ, สถานที่ลี้ภัยหรือพักฟื้น”  ในพารากราฟ ๔  หมายถึงอะไร)

      (a) rivals    (ไร้-เวิ่ล)  (คู่ต่อสู้, คู่แข่งขัน, คู่ปรับ)

      (b) proofs    (หลักฐาน, พยาน, การพิสูจน์, การทดสอบ) 

      (c) epidemics    (โรคระบาด)

      (d) withdrawals    (การถอนออก, การถอยกลับ, การเอากลับ, การดึงกลับ, การหด, การเลิก)

      (e) peripheries    (พะ-ริ้ฟ-เฟอ-รี่)  (รอบนอก, ขอบนอก, เขตรอบนอกของเมือง, เส้นรอบวง)

      (f) invectives    (การด่าว่าอย่างรุนแรง, การประณามอย่างรุนแรง, คำประณาม, การด่าว่า, การกล่าวดูหมิ่น)

      (g) abuses    (อะ-บิ๊วซ)  (การกล่าวร้าย, การด่าว่า, การประณาม, การทารุณ, การทำอันตราย, การใช้ใน

            ทางที่ผิด, การทำลายหรือทำให้เสียหาย, การใช้แบบเอาเปรียบ)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “กล่าว

            ร้าย, ด่าว่า, ประณาม, ทารุณ, ทำอันตราย, ทำให้เสียหาย, ใช้ในทางที่ผิด, ใช้แบบเอาเปรียบ”)

      (h) efforts    (ความพยายาม)

      (i) nominations    (นอม-มิ-เน้-เชิ่น)  (การเสนอชื่อ)

18. We can infer that the female orb spinner is NOT __________________________________.

(เราสามารถสรุปว่า  แมงมุมปั่นใยรูปทรงกลมเพศเมีย  มิได้ ____________________________)

      (a) hard-working    (ขยัน, ทำงานหนัก)  (พารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  มันชักใยใหม่ทุกวันก่อนรุ่งอรุณ)

      (b) cautious    (ระมัดระวัง, รอบคอบ)  (เนื้อเรื่องกล่าวว่า  มันคอยเฝ้าระวังใยของมัน)

      (c) solitary    (อยู่ตามลำพัง, โดดเดี่ยว, คนเดียว, อันเดียว, สันโดษ, ไม่มีเพื่อน, เปลี่ยว, ลำพัง, อ้างว้าง,

            เงียบสงัด)  (พารากราฟ ๔ กล่าวว่า  มันอยู่ตัวเดียวบนใยของมัน)

      (d) easily wooed    (ถูกเกี้ยวพาราสีได้อย่างง่ายๆ)  (พารากราฟ ๔ กล่าวว่า  มันปกป้องใยของ

            มันอย่างก้าวร้าว  และเมื่อแมงมุมตัวผู้มาถึง (ใยของตัวเมีย) เมื่อเวลาผสมพันธ์  พิธีการการ

            เกี้ยวพาราสี  จะเป็นชุดที่สลับซับซ้อนของการรุกคืบหน้าและการล่าถอย (ของตัวผู้) (หมาย

            ถึง  ตัวผู้จะรุกเข้าหาตัวเมียแล้วก็ล่าถอยออกไป  ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก)  จนกระทั่งในที่สุด  

            ตัวเมียถูกเอาชนะใจและไม่พยายามอีกต่อไปที่จะฆ่าผู้ที่จะเป็นคู่รัก (ในอนาคต) ของเธอ

            (คือ  ตัวเมียยอมให้ตัวผู้เข้าผสมพันธุ์)  ซึ่งแสดงว่าแมงมุมตัวเมียมิได้ถูกเกี้ยวพาอย่างง่ายๆ)

      (e) aggressive    (ก้าวร้าว)  (เนื้อเรื่องกล่าวว่า  มันคอยเฝ้าระวังใยของมันอย่างก้าวร้าว)

      (f) ferocious    (ดุร้าย)  (พารากราฟ ๔ กล่าวว่า  เมื่อตัวผู้ชนะใจมันในการเกี้ยวพาราสี  มันก็ไม่พยายาม

           ที่จะฆ่าคู่รักในอนาคตของมัน  คือตัวผู้ตัวนั้น  ซึ่งแสดงว่าจริงๆ แล้วมันดุร้าย)   

19. The word “distinctive” in the final paragraph is closest in meaning to __________________.

(คำว่า  “เด่น, มีลักษณะเฉพาะ, พิเศษ”  ในพารากราฟสุดท้าย  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ____

____________)

      (a) clandestine    (แคลน-เดส-ทิน)  (แบบลับๆ, ปิดบังซ่อนเร้น, เป็นความลับ, ลี้ลับ, ส่วนตัว, ไม่เปิดเผย)

      (b) hostile    (ฮอส-ไทล) (มุ่งร้าย, ไม่เป็นมิตร, มีเจตนาร้าย, เป็นศัตรู, เป็นปรปักษ์

      (c) harmonious    (เสนาะหู, คล้องจองกัน, กลมกลืนกัน, ประสานกัน, เข้ากันได้, สามัคคี)

      (d) provocative    (พระ-ว้อค-คะ-ทิฟว)  (ที่ก้าวร้าว, ที่ยั่วยุให้โมโห, ที่เย้ายวนอารมณ์)

      (e) beneficial    (เป็นประโยชน์, มีประโยชน์)

      (f) unique    (ยู-นีค)  (มีลักษณะเฉพาะ, พิเศษ, หาที่เปรียบเทียบไม่ได้, มีแบบเดียว, ที่ผิดจาก

            สิ่งอื่นๆ ทั้งหมด)

      (g) abrupt    (ฉับพลัน, ทันใด, ไม่สุภาพ, หยาบ, ชัน)

      (h) considerable    (มากมาย, ใหญ่โต, น่าพิจารณา, น่านับถือ)

      (i) compassionate    (มีความสงสาร, มีความเวทนา, มีความเห็นอกเห็นใจ)

20. We can conclude from the passage that the purpose of webs is _______________________.

(เราสามารถสรุปได้จากเนื้อเรื่อง – บทความ – ว่า  วัตถุประสงค์ของใยแมงมุม  คือ ____________)

      (a) to initiate courtship of spiders    (ริเริ่มการเกี้ยวพาราสีของแมงมุม)

      (b) to engage spiders in useful activities    (ทำให้แมงมุมพัวพันกับกิจกรรมที่มีประโยชน์)

      (c) to provide a way for spiders to entrap food    (ให้วิธีการสำหรับแมงมุมที่จะทำให้อาหาร

            (เหยื่อ) ติดกับดัก)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๔ ที่กล่าวว่า  “ใยแมงมุมเป็น

            บ้าน, แหล่งอาหาร, และสถานที่ผสมพันธุ์  และมัน (ใยแมงมุม) ได้รับการเฝ้าระวังอย่างก้าว

            ร้าว”  ซึ่งหมายถึง  ใยฯ เป็นที่สำหรับดักเหยื่อให้มาติดกับ  เพื่อเป็นอาหารของแมงมุม)

      (d) to display artistic talents of spiders    (แสดงความสามารถพิเศษด้านศิลปะของแมงมุม)

 

(คำแปล)

แมงมุม : สัตว์โลกผู้น่าทึ่ง

 

            แมงมุมสร้าง (ผลิต, ให้กำเนิด, ก่อให้เกิด, แสดง, เสนอ) (produce) ใย (webs) ๓ ประเภทพื้นฐาน (three basic types)  คือ  ใยผืนใหญ่ (แผ่นใหญ่) (sheet web) เป็นชั้น (layer) ๒ มิติ (two-dimensional) (คือ มีด้านยาวและกว้าง) ของเส้นใย (เส้นด้าย-ป่าน-ปอ-ไหม-ใยสังเคราะห์, ด้ายหลอด, เส้นเรียวเล็ก, เรื่องต่อเนื่อง, สายความคิด) (threads)  ซึ่งดูเหมือนว่า (seemingly) ถูกแผ่ออกไป (laid out) โดยการสุ่ม (ส่งเดช, ตามบุญตามกรรม) (at random),  ใยแบบช่องว่าง (space web) เป็นโครงสร้างพวงเล็กๆ ไม่เป็นระเบียบ (wispy) แบบ ๓ มิติ,  และใยวงกลม (orb web),  ซึ่งที่ผ่านๆ มา (by far) คุ้นเคย (รู้จัก, เห็นเสมอ, ใกล้ชิด) (familiar) กันมากที่สุด,  เป็นรูปแบบ (ลวดลาย, แบบฉบับ, แบบอย่าง, แบบแผน, ตัวอย่าง, แบบ, ลีลา) (pattern) ล้อเกวียน (cartwheel) แบบ ๒ มิติ (เป็นใยแมงมุมที่เราพบเห็นโดยทั่วไป)

            ในบรรดาพันธุ์ (species) แมงมุม ๓๐,๐๐๐ พันธุ์  ประมาณ ๖,๐๐๐ พันธุ์ (some 6,000) เป็นนักปั่น (ใย) (เครื่องปั่นด้าย, ที่ครอบหัวเครื่องบิน, คนขับรถบรรทุก) (spinners) (รูป) วงกลม (orb) (คือ  เป็นแมงมุมสร้างใยแบบวงกลม)  โดยเป็นเวลา ๓ ทศวรรษ (decades) แล้ว  ดร. ปีเตอร์ เอ็น วิตต์  ได้ศึกษาแมงมุมปั่น (สร้าง) ใยวงกลม (orb spinners), โดยเฉพาะ (แมงมุม) พันธุ์ที่เรียกว่า “อรีเนอุส เดียเดมาตุส,” และใยของมัน,  วิตต์เป็นแพทย์ชาวเยอมันโดยกำเนิด (German-born medical doctor)  และเป็นผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับแมงมุมและสัตว์อื่นที่เกี่ยวข้องกับมัน (เช่น แมงป่อง) (arachnologist)  ซึ่งสอนตนเอง (ศึกษาด้วยตนเอง) (self-taught)  ผู้ซึ่งความกระตือรือร้น (ความรู้สึกที่รุนแรง, อารมณ์, ความรัก, ความใคร่, ตัณหา, กิเลส, ความโลภ โกรธ หลง, ความโกรธอย่างรุนแรง, โทสะ) (passion) ของเขา  คือการเข้าใจสภาพการณ์ (นิสัย, ประสบการณ์, ทาง, ระยะทาง, หนทาง, เส้นทาง, วิถีทาง, ทิศทาง, วิธีการ, รูปแบบ) (ways) ของแมงมุม,  วิตต์ได้ศึกษาอย่างละเอียด (ค้นคว้าหาข้อมูลอย่างละเอียด, ขุด) (delved) อย่างลึกซึ้ง (deeply) เข้าไปในพฤติกรรม (behavior) ของแมงมุม  และขยาย (เพิ่ม, แผ่, ทำให้กว้างออก, คลี่ออก, ยืดออก, บาน) (expanded) ความรู้ของเราอย่างกว้างขวางมาก (อย่างมากมาย, อย่างมหึมา, อย่างไพศาล, อย่างใหญ่โตมาก) (vastly) เกี่ยวกับแมงมุมปั่น (สร้าง) ใยทรงกลม (orb spinners) และใยของมัน,  สิ่งที่ค้นพบ (ผลของการค้นคว้า, ผลของการค้นหา, การค้นหา, การตรวจสอบ, คำพิพากษา, คำวินิจฉัย) (findings) บางอย่างของเขาถึงขนาด (even) ได้ทำให้เกิดความประหลาดใจ  (amazed) แก่ผู้ศึกษาเกี่ยวกับแมงมุมคนอื่นๆ

          “เราได้เปรียบเทียบอย่างแท้จริง (actually) (ระหว่าง) กิจกรรมการก่อสร้างอาคารของมนุษย์ (human building activities) กับการสร้าง (ใย) ของแมงมุม (spider building),  และเราพบปริมาณ (amount) ที่มากมาย (มหาศาล, มหึมา, ใหญ่โต, ร้ายกาจ, ชั่วร้าย) (enormous) ของความเหมือนหรือคล้ายกัน (สิ่งที่คล้ายคลึงกัน, เส้นขนาน, สิ่งที่ขนานกัน, สิ่งเปรียบเทียบ, การเปรียบเทียบ) (parallel) ระหว่างทั้ง ๒ สิ่ง (the two)”  (หมายถึง  ระหว่างการก่อสร้างของมนุษย์และการสร้างใยของแมงมุม)  วิตต์กล่าว,  ประการหนึ่งก็คือ (For one thing)เหมือนกับ (just like) คู่เปรียบเทียบ (สำเนา, ของคู่กัน, สิ่งที่เป็นคู่กัน, สิ่งที่เสริมกัน, ผู้คนหรือสิ่งที่คล้ายกันมาก) (counterparts) ที่เป็นมนุษย์ของพวกมันในกิจการค้า (ธุรกิจ, การค้า, การค้าขาย, การซื้อขาย, อาชีพค้าขาย, ตลาด) (trades) การก่อสร้างอาคาร (สิ่งก่อสร้าง, ตึก, สำนักงาน)  (building)  แมงมุมปั่นใยรูปทรงกลมสร้าง (ก่อสร้าง, ยก, ชู, จัดตั้ง, ทำให้ตั้งตรงหรือตั้งชัน, ติดตั้ง) (erect) รูปแบบ (form) ของนั่งร้าน (ยกพื้น, โครงยกพื้น, วัสดุที่ใช้ทำนั่งร้าน, แกน, หลัก) (scaffolding) ที่สามารถถอดออกได้ (สามารถเอาออกได้, สามารถย้ายได้, สามารถโยกย้ายได้, สามารถลบออกได้หรือกำจัดได้) (removable) (หมายถึง  สามารถถอดประกอบได้)  เมื่อมันชักใย (ถัก, ทอ, สาน, ร้อย, เรียบเรียง, หลบหลีก, ประกอบ, ปะติดปะต่อ) (weave) ใยแมงมุมของมัน

            แมงมุมปั่นใยรูปทรงกลม (Orb spinners) เป็นสัตว์ (สัตว์โลกรวมทั้งมนุษย์, สรรพสิ่งที่สร้างขึ้น, บุคคล, เครื่องมือ, ทาส) (creatures) ซึ่งอยู่ตามลำพัง (โดดเดี่ยว, คนเดียว, อันเดียว, สันโดษ, ไม่มีเพื่อน, เปลี่ยว, ลำพัง, อ้างว้าง, เงียบสงัด) (solitary)  ซึ่งอาศัยอยู่ตัวเดียว (dwell one) ต่อใยหนึ่ง (to a web),  ใยแมงมุมเป็นบ้าน, แหล่งอาหาร (food source), และสถานที่ (บริเวณ, เขต, พื้น, พื้นดิน, ดิน, ที่ดิน, สนาม, หลักฐาน, เหตุผลสนับสนุน, เหตุ, หลักฐานอ้างอิง, ที่มั่น) (ground) ผสมพันธุ์ (แต่งงาน, เป็นเพื่อน, ร่วมคู่) (mating)  และมัน (ใยแมงมุม) ได้รับการเฝ้าระวัง (พิทักษ์, เฝ้า, ปกป้อง, ป้องกันรักษา, ดูแล, คุ้มครอง) (guarded) อย่างก้าวร้าว (อย่างรุกราน)  (aggressively) (หมายถึง  ได้รับปกป้องอย่างเอาเป็นเอาตาย),  เมื่อแมงมุมตัวผู้ (a male) มาถึง (ใยของตัวเมีย) เมื่อเวลาผสมพันธ์ (at mating time)  พิธีการ (พิธี, พิธีศาสนา, พิธีบูชา) (ritual) การเกี้ยวพาราสี (การจีบ, การขอความรัก, การประจบ, ระยะเวลาที่เกี้ยวกัน) (courtship) จะเป็นชุด (เครื่องชุด, การตั้ง, การจัดตั้ง, เครื่องรับ (วิทยุ-ทีวี), ตะวันตกดิน, ฉากเวที, ลอนผม) (set) ที่สลับซับซ้อน (ยุ่ง, ยากที่จะเข้าใจ(intricate) ของการรุกคืบหน้า (advances) และการล่าถอย (retreats) (ของตัวผู้) (หมายถึง  ตัวผู้จะรุกเข้า หาตัวเมียแล้วก็ล่าถอยออกไป  ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก)  จนกระทั่งในที่สุด  ตัวเมียถูกเอาชนะใจ (won over)  และไม่พยายามอีกต่อไป (no longer tries) ที่จะฆ่าผู้ที่จะเป็นคู่รัก (ในอนาคต) (would-be lover) ของเธอ (คือ  ตัวเมียยอมให้ตัวผู้เข้าผสมพันธุ์)

            แมงมุมปั่นใยทรงกลมแต่ละตัวชักใย (weave) ใยแมงมุมใหม่ทุกวัน  โดยทำงานท่ามกลางความมืด (darkness) ก่อนรุ่งอรุณ (ก่อนรุ่งเช้า) (predawn)  และกระทำ (ดำเนินการ, ปฏิบัติ, สร้าง, ทำให้สำเร็จ, บริหาร, ประหารชีวิต, บังคับตามกฎหมาย) (executing) รูปแบบที่เด่น (มีลักษณะเฉพาะ, พิเศษ) (distinctive) ของวงกลม (circles) และเส้นรัศมี (radial lines)  ซึ่งมีจุดศูนย์กลางร่วมกัน (ร่วมศูนย์) (concentric) ในเวลาครึ่งชั่วโมงหรือน้อยกว่า (in a half hour or less),  “ไม่มีสิ่งใดสำคัญเท่ากับการสร้างใย  เพราะว่าถ้าปราศจากใย (without the web)  ก็จะไม่มีอาหาร”  วิตต์กล่าว

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 69)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Tsunamis: the Greatest Oceanic Disaster

 

          The killer sea waves known as tsunamis are so quiet in their approach from afar, so seemingly harmless, that until recently their history has been one of surprise attack.

          Out in the middle of the ocean, the distance between tsunami wave crests can be 100 miles and the height of the waves no more than three feet: mariners can ride one and suspect nothing.  At the shoreline, the first sign is often an ebbing of the waters that leaves fish stranded and slapping on the bottom.  However, this is not a retreat but rather a gathering of forces.  When the great waves finally do strike, they rear up and batter harbor and coast, inflicting death and damage.

          These seismic sea waves – or tidal waves, as they are sometimes called – bear no relation to the moon or tides.  And the word “tsunami,” Japanese for “harbor waves,” relates to their destination rather than their origin.  The causes are various: undersea or coastal earthquakes, deep ocean avalanches or volcanism.  Whatever the cause, the wave motion starts with a sudden jolt like a whack from a giant paddle that displaces the water.  And the greater the undersea whack, the greater the tsunami’s devastating power.

          In 1883, Krakatoa volcano in the East Indies erupted, and the entire island collapsed in 820 feet of water.  A tsunami of tremendous force ricocheted around Java and Sumatra, killing 36,000 people with walls of water that reached 115 feet in height.

          In 1946, a tsunami struck first near Alaska and then, without warning, hit the Hawaiian islands, killing 159 people and inflicting millions of dollars of damage.  This led to the creation of the Tsunami Warning System, whose nerve center in Honolulu keeps a round-the-clock vigil with the aid of new technology.  If the seismic sea waves are confirmed by the Honolulu center, warnings are transmitted within a few hours to all threatened Pacific points.  While tsunami damage remains unavoidable, lives lost today are more likely to be in the tens than in the thousands.  Tsunamis have been deprived of their most deadly sting – surprise.

 

1. The author’s main point in this passage is that _____________________________________.

(ประเด็นสำคัญของผู้เขียนในเนื้อเรื่อง – บทความ – นี้  คือว่า ___________________________)

    (a) seismic sea waves today are carefully monitored and cause less damage than in the

          past    (คลื่นทะเลที่เกิดจากแผ่นดินไหวในปัจจุบันได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบ  และก่อ

          ให้เกิดความเสียหายน้อยกว่าในอดีต)  (ดูคำตอบในพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  มีการสร้าง

          ระบบเตือนภัยสึนามิในโฮโนลูลู  รัฐฮาวายของสหรัฐฯ ในปี ๑๙๔๖  และประโยคสุดท้ายของ

          พารากราฟกล่าวว่า  “................... ชีวิตซึ่งถูกทำให้สูญเสียในปัจจุบัน (โดยสึนามิ)  มีแนว

          โน้มมากขึ้นที่จะเป็นจำนวนหลายสิบราย  กว่าที่จะเป็นจำนวนหลายพันราย,  (ทั้งนี้เพราะ)

          สึนามิถูกพรากเอาไปจากการต่อย (ความเจ็บปวด) ซึ่งเป็นอันตรายถึงตายได้ (ทำลายล้าง)

          ที่สุดของมัน  คือ  การจู่โจมแบบไม่ให้รู้ตัว”  (หมายถึง  สึนามิถูกบอกให้รู้ล่วงหน้าโดยระบบ

          เตือนภัย  ทำให้การจู่โจมแบบไม่รู้ตัวของมันเกิดขึ้นไม่ได้  ซึ่งทำให้การเสียชีวิตในปัจจุบัน

          เป็นเพียงไม่กี่สิบราย  แทนที่จะเป็นหลายพันรายเหมือนในอดีต)

    (b) tsunamis can do little damage when they strike    (สึนามิสามารถทำความเสียหายเล็กน้อย 

          เมื่อมันจู่โจม)

    (c) there is little possibility of avoiding tidal waves once they are in motion    (มีความเป็นไปได้

          เล็กน้อยที่จะหลีกเลี่ยงคลื่นน้ำขนาดยักษ์ที่พัดเข้าหาฝั่ง -  เนื่องจากแผ่นดินไหวหรือพายุ - เมื่อมัน

          เคลื่อนไหว)

    (d) we need better equipment to track the movements of tsunamis    (เราต้องการอุปกรณ์ที่ดีขึ้น 

          เพื่อที่จะสะกดรอย (ติดตาม) การเคลื่อนไหวของสึนามิ)

2. In the first paragraph, “approach” refers to ______________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “การเข้าใกล้, ความใกล้, วิธีการเข้าไป เช่น ถนน, วิธีการ, วิถีทาง”  หมายถึง __

_____________)

    (a) blunder    (ความผิดพลาด)

    (b) effort    (ความพยายาม)

    (c) obstacle    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง)

    (d) valor    (แว้ล-เล่อะ)  (ความกล้าหาญ, ความองอาจ, ความอาจหาญ)

    (e) objection    (การคัดค้าน, การไม่เห็นด้วย)

    (f) going near    (การเข้าไปใกล้)

    (g) renovation    (การตกแต่งเสียใหม่, การปรับปรุงใหม่, การซ่อมแซม, การทำให้กลับคืนดีดังเดิม)

    (h) temptation    (การยั่วใจ, การล่อใจ, การล่อ, สิ่งล่อใจ)

3. The word “harmless” in paragraph 1 means ____________________________________.

(คำว่า  “ปราศจากอันตราย, ไม่มีภัย, ไม่ได้รับบาดเจ็บ”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ____________)

    (a) durable    (คงทน, ทนทาน)   

    (b) luxurious    (หรูหรา, ฟุ่มเฟือย)

    (c) prudent    (ฉลาด, มองการณ์ไกล, รอบคอบ, สุขุม, ระมัดระวัง, พิถีพิถัน, ประหยัด, มัธยัสถ์)

    (d) reckless    (สะเพร่า, ประมาท, ไม่เอาใจใส่)

    (e) reliable   (ไว้วางใจได้, เชื่อถือได้, น่าเชื่อถือ)

    (f) equivocal    (คลุมเครือ, กำกวม, มี ๒ นัย, มีเล่ห์นัย, ไม่แน่นอน, ไม่แน่ชัด, น่าสงสัย)

    (g) inoffensive    (ไม่เป็นภัย, ไม่ทำอันตราย, ไม่ทำร้ายคนอื่น, ไม่รุกราน, ไม่น่ารังเกียจ)

    (h) futile    (ไร้ผล, ไม่มีประโยชน์, หาความจริงไม่ได้, ขี้ปะติ๋ว, ไม่สำคัญ)

4. What does “crests” in the second paragraph mean?

(ยอด, ยอดคลื่น, ยอดเขา, ยอดหมวก, หงอน, หงอนไก่, ยอด, สิ่งประดับบนยอด”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) greed    (ความละโมบ, ความโลภ, ความอยากได้, ความตะกละ)

    (b) hatred    (เฮ้-ทริด)  (ความเกลียดชัง, ความรังเกียจ)

    (c) premises    (เพร้ม-มิส  หรือ  พริ-ไม้ซ)  (สมมติฐาน, พื้นฐานสำหรับการสรุป, ที่ดินรวมสิ่งปลูกสร้าง)

    (d) fistfights    (การชกต่อย) 

    (e) expeditions    (เอค-สพิ-ดิ๊ช-ชั่น)  (การเดินทาง, การเดินทางเพื่อสำรวจ  ทำสงคราม หรืออื่นๆ,

         คณะผู้เดินทางดังกล่าว) 

    (f) heists    (ไฮ้ซท)  (การปล้น, การขโมย, การโจรกรรม)  (ถ้าเป็นคำกริยา  หมายถึง "ปล้น, ขโมย") 

    (g) prerogatives    (พรี-ร้อก-กะ-ทิฟว)  (สิทธิพิเศษ, อภิสิทธิ์)

    (h) acmes    (แอ๊ค-มี่)  (จุดสูงสุด, จุดสุดยอด)

5. According to the passage, seismic sea waves _____________________________________.

(ตามที่เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าว,  คลื่นทะเลที่เกิดจากแผ่นดินไหว ____________________)

    (a) are easily detected by fishermen    (ถูกสืบค้น – ตรวจพบ – อย่างง่ายดายโดยชาวประมง)

    (b) are named “tsunami” for the origin of the wave in the harbor    (ได้รับการตั้งชื่อว่า “สึนามิ”

          สำหรับแหล่งกำเนิด – ต้นตอ – ของคลื่นในท่าเรือ)

    (c) are called tidal waves because of their relation to the moon    (ถูกเรียกว่าคลื่นน้ำขนาดยักษ์

          ที่พัดเข้าหาฝั่ง  เนื่องจากความสัมพันธ์ของมันกับดวงจันทร์)

    (d) originate far from the place  where they strike    (มีจุดกำเนิดห่างไกลจากสถานที่ซึ่งมัน

          จู่โจม)  (ดูคำตอบจากพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “คลื่นทะเลเพชฌฆาต  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า

          สึนามิ  เงียบมากในการเข้าใกล้ (ชายฝั่ง) ของมันจาก (ที่) ห่างไกล,”  หรือจากประโยคแรก

          ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ไกลออกไปกลางมหาสมุทร  ระยะทางระหว่างยอดคลื่นสึนามิ 

          สามารถเป็น ๑๐๐ ไมล์  และความสูง ........................)

6. The word “mariners” in paragraph 2 may be replaced by ___________________________.

(คำว่า  “กะลาสีเรือ, ”  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย _______________________________)

    (a) ancestors    (บรรพบุรุษ)

    (b) fellow-citizens    (พลเมืองร่วมชาติ)

    (c) descendants    (ดิ-เซ้น-เดิ้นท)  (ลูกหลาน, ผู้สืบเชื้อสาย, ผู้สืบสกุล, ทายาท)

    (d) shipwrights    (ช่างไม้ต่อเรือ, ช่างไม้ซ่อมเรือ)

    (e) sailors    (กะลาสีเรือ, ทหารเรือ)

    (f) exhibitionists    (เอค-ซะ-บิ๊ช-ชะ-นิสท)  (ผู้ชอบแสดงออก, ผู้ชอบอวด, ผู้ชอบอวดอวัยวะเพศของตน

         แก่ผู้อื่น  เช่น ผู้แก้ผ้าวิ่งในสนามฟุตบอลขณะกำลังมีการแข่งขัน)

    (g) wardens    (ว้อร์-เดิ้น)  (พัศดี, ผู้คุม, ผู้คุมนักโทษ, ยาม, ผู้พิทักษ์, ผู้อุปถัมภ์, ผู้ปกครอง)

    (h) octogenarians    (ผู้มีอายุระหว่าง  ๘๐-๘๙  ปี)

7. The word “retreat” in paragraph 2 is closest in meaning to ___________________________.

(คำว่า  “การล่าถอย, การถอย, การถอยกลับ, แตรเลิก, แตรเย็น, สัญญาณถอย, การปลดเกษียณ, การถอนตัวจากวงการ, สถานที่ลี้ภัยหรือพักฟื้น”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________________)

    (a) posterity    (ชนรุ่นหลัง, ทายาท)

    (b) antithesis    (แอน-ที-ธี้-ซิส)  (สิ่งที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง, ความตรงกันข้าม, การต่อต้าน) 

    (c) debris    (เด๊บ-บรี  หรือ  เด๊-บรี)   (ซากสลักหักพัง, เศษ, เศษอิฐ หิน ปูน ฯลฯ, ขยะ, การสะสมของ

          เศษหิน ดิน ทราย ที่ถูกลมพัดพามา) 

    (d) privilege    (พริฟ-วะ-ลิจ)  (สิทธิพิเศษ, อภิสิทธิ์, เอกสิทธิ์, ประโยชน์พิเศษ, ข้อได้เปรียบ) 

    (e) entreaty    (เอน-ทรี้-ที่)  (การขอร้อง, การวิงวอน, การอ้อนวอน, คำขอร้อง-วิงวอน-อ้อนวอน) 

    (f) gusto    (กัส-โท)  (ความเพลิดเพลินเต็มที่, ความเอร็ดอร่อย, ความชอบ, ความพอใจ)  

    (g) peril    (อันตราย, ภัย, การเสี่ยงภัย, ภัยพิบัติ, ความหายนะ, มรสุมร้าย)

    (h) withdrawal    (การถอนออก, การเอากลับ, การดึงกลับ, การหด, การเลิก)

8. What does “batter” in paragraph 2 mean?

(“โจมตีติดต่อกัน, ทุบตีติดต่อกัน, นวด, ใช้จนเสีย”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) peruse    (พิ-รูซ)  (อ่านตรวจ, อ่าน, พินิจพิจารณา, มองหรือสำรวจอย่างละเอียด)

    (b) capacitate    (ทำให้สามารถ, ให้อำนาจ)

    (c) persuade    (ชักชวน, ชักจูง, จูงใจ, โอ้โลม, ทำให้เชื่อ, กล่อม, แนะนำ)

    (d) relinquish    (ริ-ลิ้ง-ควิช)  (สละ, ละทิ้ง)

    (e) exploit    (ใช้อย่างเอารัดเอาเปรียบ, ใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว, ใช้ประโยชน์)

    (f) assault    (อะ-ซ้อลท)  (โจมตี, จู่โจม, ทำลาย, ข่มขืน)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “การโจมตี

          อย่างรุนแรง, การจู่โจม, การทำลาย (ชื่อเสียง), การข่มขืน”)

    (g) strengthen    (ทำให้แข็งแรง, ทำให้เข้มแข็ง, ทำให้แน่นแฟ้น)

    (h) molest    (รุกรานทางเพศ, รบกวน, เข้าไปยุ่ง)

9. According to the passage, all of the following are possible causes of seismic sea waves EXCEPT _______________.

(ตามที่เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าว,  ทุกข้อต่อไปนี้เป็นสาเหตุที่เป็นไปได้ของคลื่นทะเลที่เกิดจากแผ่นดินไหว  ยกเว้น _________________)

    (a) earthquakes near a coastline    (แผ่นดินไหวใกล้ชายฝั่ง)  (เป็นสาเหตุหนึ่ง ฯ  ดูจากประโยคที่ ๓

          ของพารากราฟ ๓)

    (b) tides    (น้ำขึ้นน้ำลง, กระแสน้ำ, สิ่งที่ขึ้นๆ ลงๆ สลับกัน, ฤดู, เทศกาล, ช่วงระยะเวลาหนึ่ง

          (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “คลื่นทะเลที่เกิดจากแผ่นดินไหว

          เหล่านี้  หรือคลื่นน้ำขนาดยักษ์ที่พัดเข้าหาฝั่ง  เนื่องจากแผ่นดินไหวหรือพายุ  ตามที่มันถูก

          เรียกบางครั้ง  ไม่มีความสัมพันธ์กับดวงจันทร์  หรือน้ำขึ้นน้ำลง  หรือกระแสน้ำ”)

    (c) avalanches underwater    (แผ่นดินถล่มใต้น้ำ)  (เป็นสาเหตุหนึ่ง ฯ  ดูจากประโยคที่ ๓ ของ

          พารากราฟ ๓)

    (d) volcanos    (ภูเขาไฟ)  (เป็นสาเหตุหนึ่ง ฯ  ดูจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๓)

10. “avalanches” in the third paragraph refers to __________________________________.

(แผ่นดิน (หิมะ, น้ำแข็ง, หิน) ถล่ม, สิ่งที่ถล่มหรือพังทลายลงมา”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง ____

____________)

      (a) blizzards    (พายุหิมะ)

      (b) whirlpools    (น้ำวน)

      (c) quicksands    (ทรายดูด)

      (d) whirlwinds    (ลมวน, ลมบ้าหมู, ลมเพชรหึง, กระแสน้ำวน, ลมกรด, สิ่งหมุนวนที่มีอำนาจทำลายล้าง)

      (e) landslides    (แผ่นดินถล่ม, แผ่นดินทลาย, การได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น)

      (f) impasses    (อิ๊ม-แพส)  (ทางตัน, สภาวะที่อับจน)

      (g) escalations    (การขยายออกไป, การลุกลามออกไป)

      (h) prestige     (เพรส-ที้จ) (ชื่อเสียง, เกียรติคุณ, เกียรติศักดิ์, เกียรติภูมิ, ศักดิ์ศรี, บารมี)

11. In paragraph 3, why does the author mention “a giant paddle”?

(ในพารากราฟ ๓,  ทำไมผู้เขียนกล่าวถึง  “ใบพายยักษ์”)

      (a) To give a definition    (ให้คำจำกัดความ)

      (b) To make a suggestion    (ให้คำแนะนำ)

      (c) To make a comparison    (เพื่อเปรียบเทียบ)  (กล่าวถึงเมื่อเกิดสึนามิ  ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุ

            ใดก็ตาม  การเคลื่อนที่ของคลื่นเริ่มต้นด้วยการสั่นไหวโดยทันทีทันใด  เหมือนกับ (คล้ายกับ)

             การหวดเสียงดัง (การตีเสียงดัง) จากใบพายยักษ์  ซึ่งทำให้น้ำเคลื่อนที่)

      (d) To draw a conclusion    (ทำการสรุป)

12. The word “devastating” in paragraph 3 is closest in meaning to ______________________.

(คำว่า  “ทำลายล้าง, ทำความเสียหาย”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________)

      (a) accelerating    (ซึ่งเร่ง, ซึ่งเร่งให้เกิดขึ้น, ซึ่งเพิ่มขึ้น, ซึ่งทำให้เกิดขึ้น)

      (b) conspicuous    (เด่นชัด, ชัดแจ้ง, เตะตา, เป็นที่สนใจ)

      (c) shocking    (น่าตกใจ, ทำให้สะดุ้งตกใจ, เขย่าขวัญ, เลวมาก)

      (d) comprehensive    (กว้างขวาง, ครอบคลุม, เข้าใจได้กว้าง, ซึ่งหยั่งรู้, ซึ่งประกันความเสียหาย

            อย่างกว้างขวาง)

      (e) zealous     (กระตือรือร้นอย่างมาก, ใจจดใจจ่อ, ขยันขันแข็ง, เร่าร้อน, ปรารถนาอย่างแรงกล้า)

      (f) destructive    (ซึ่งทำลาย, ชอบทำลาย, เป็นอันตราย, เป็นภัย)

      (g) circumspect    (รอบคอบ, ระมัดระวัง, ละเอียดรอบคอบ)

      (h) proficient    (โพร-ฟิ้ช-เชี่ยนท)  (ชำนิชำนาญ, เชี่ยวชาญ, คล่องแคล่ว)

13. In the fourth paragraph, “erupted” refers to _____________________________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “ปะทุ, ระเบิด, แตกออก, พุ่งออกมา, ทำให้ปะทุ, ทำให้ระเบิดออก”  หมายถึง ___

____________)

      (a) contaminated    (ทำให้ปนเปื้อน, ทำให้ไม่บริสุทธิ์, เจือปน)

      (b) prohibited    (โพร-ฮิ้บ-บิท)  (ห้าม, ขัดขวาง, ป้องกัน)

      (c) elucidated    (ทำให้ชัดเจน, ทำให้กระจ่าง, อธิบายอย่างละเอียด, ชี้แจง)

      (d) incited    (กระตุ้น, ยุยง, ปลุกปั่น)

      (e) mitigated   (ทำให้บรรเทาเบาบาง, ทำให้ลดน้อยลง)

      (f) burst    (ระเบิด, ระเบิดแตก, ปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน, แตกออก, ผลิ, พอง, ปริ, เกิดขึ้นอย่าง

            ฉับพลัน, ทำให้แตกหรือพังทลาย)  (กริยา ๓ ช่อง คือ “burst, burst, burst”)

      (g) depleted    (ดิ-พลี้ท)  (ใช้หมดไป, ทำให้สูญเสีย, ทำให้หมดสิ้นหรือลดน้อยลงมาก, ทำให้ว่างเปล่า)

      (h) interrupted    (ขัดจังหวะ, ทำให้หยุด, พูดแทรก, พูดตัดบท)

14. “collapsed” in paragraph 4 is similar in meaning to _______________________________.

(“ล้มครืน, ทรุดลง, พังลง, ยุบลง, พับเก็บได้, ล้มเหลว, ล้มหมดสติ, ทำให้ล้มลงหรือพัง”  ในพารากราฟ ๔  มีความหมายใกล้เคียงกับ ________________)

      (a) annihilated    (อะ-ไน้-ฮิ-เลท-ทิด)  (ทำลายล้าง, ทำลายสิ้นซาก, บดขยี้)

      (b) reinforced    (เพิ่มกำลังทางทหาร, เสริมกำลังทหาร, ทำให้แข็งแกร่งขึ้น, เสริม, สนับสนุน)

      (c) amassed    (สะสม, รวบรวม)

      (d) disseminated    (เผยแพร่, แพร่กระจาย, ทำให้กระจัดกระจาย)

      (e) pioneered    (นำทาง, บุกเบิก, ริเริ่ม, หักร้างถางพง)

      (f) opposed    (เออะ-โพส)  (คัดค้าน, แย้ง, ไม่เห็นด้วย, เป็นคู่แข่งของ, เป็นปรปักษ์ต่อ)

      (g) toppled    (ล้มลง, คว่ำลง, โอนเอนทำท่าจะล้ม, หกคะเมน)

      (h) endured  (อดทน, ทนทาน)

15. The word “tremendous” in paragraph 4 may be replaced by _________________________.

(คำว่า  “มหาศาล, มหึมา, ใหญ่โตมาก, มากมาย, อย่างยิ่ง, น่ากลัว, น่าตกตะลึง, ดีเยี่ยม, ยอดเยี่ยม”  ในพารากราฟ ๔,  อาจแทนโดย _______________)

      (a) genuine    (จริง, แท้, มิใช่ของปลอม)

      (b) intensive    (เข้มข้น, ละเอียด, รุนแรง, คร่ำเคร่ง, (การเพาะปลูก) หนาแน่น)

      (c) candid    (จริงใจ, ตรงไปตรงมา)

      (d) harmonious    (เสนาะหู, คล้องจองกัน, กลมกลืนกัน, ประสานกัน, เข้ากันได้, สามัคคี)

      (e) immense    (มหึมา, มโหฬาร, ใหญ่มาก, มากมาย, กว้างขวาง, ไม่มีขอบเขต, เหลือคณานับ,

           ดีมาก, เลิศ, ยอดเยี่ยม)

      (f) extensive    (กว้างขวางมาก, ครอบคลุม, กว้าง, แพร่หลาย, ถ้วนทั่ว, ซึ่งเพาะปลูกห่างๆกัน)

      (g) diminutive    (เล็กมาก, จิ๋ว)

      (h) robust    (แข็งแรง, แข็งแกร่ง)

16. The phrase “a round-the-clock vigil” in the fifth paragraph is closest in meaning to ________.

(วลี  “การเฝ้าระวังตลอด ๒๔ ชั่วโมง”  ในพารากราฟ ๕  มีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับ __________)

      (a) a good count    (การนับอย่างดี)

      (b) a careful record    (การบันทึกอย่างรอบคอบ)

      (c) an open line    (เส้นทางคมนาคมที่เปิด, สายโทรศัพท์ที่เปิดให้คนโทรเข้ามา)

      (d) a constant watch    (การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง)

      (e) a run around a clock tower    (การวิ่งรอบหอนาฬิกา) 

17. The tone of this article can best be described as __________________________________.

(น้ำเสียงของบทความนี้  สามารถอธิบายได้ดีที่สุดว่า ______________________________)

      (a) informative    (ให้ความรู้, ให้ข้อมูล, แจ้งให้ทราบ)  (คือ  ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสึนามิ  ตั้งแต่สา

            เหตุการเกิดขึ้นของมัน, การทำลายล้างของมัน  ไปจนถึงการสร้างระบบเตือนภัยจากมัน)

      (b) exaggerated    (โม้, พูดเกินความจริง)

      (c) critical    (วิพากษ์วิจารณ์, ติเตียน, วิเคราะห์, วิกฤต, อันตราย, เกี่ยวกับความเป็นความตาย)

      (d) comparative   (เปรียบเทียบ)

      (e) indignant    (โกรธเคือง, โมโห)

      (f) anxious    (วิตกกังวล)

      (g) humorous    (มีอารมณ์ขัน, ขบขัน, ตลก)

      (h) suggestive    (แนะนำ, เสนอแนะ, เชิงแนะ, เต็มไปด้วยข้อชวนคิด, เป็นการแย้ม)

18. What does “threatened” in paragraph 5 mean?

(“คุกคาม, เตือนภัย, ขู่เข็ญ, เป็นลางร้าย”  ในพารากราฟ ๕  หมายถึงอะไร)

      (a) stimulated    (กระตุ้น, เร้าใจ, เร้า, ปลุกใจ, ส่งเสริม, กระตุ้นประสาท, ชูกำลัง)

      (b) capitulated    (คะ-พิช-ชุ-เลท)  (ยอมแพ้, ยอมจำนน, ยินยอม, หยุดต่อต้าน)

      (c) abominated    (อะ-บ๊อม-มิ-เนท)  (เกลียดชัง, เกลียดอย่างแรง)

      (d) exterminated    (ทำลายสิ้น, กำจัดให้สิ้น, ขุดรากถอนโคน, ถอนราก)

      (e) deleted    (ลบออก, เอาออก, ตัดออก)

      (f) imperiled    (ทำให้เกิดอันตราย, เป็นภัยต่อ, เป็นอันตรายต่อ)

      (g) impeded    (อิม-พี้ด)  (ขัดขวาง, หน่วงเหนี่ยว, ต้าน, ต้านทาน)

      (h) debilitated    (ดิ-บิ๊ล-ลิ-เทท)  (ทำให้อ่อนกำลัง, ทำให้อ่อนเพลีย, ทำให้ทรุดโทรม)

19. “unavoidable” in the final paragraph refers to ___________________________________.

(“ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง ___________________________)

      (a) reckless    (ไม่รอบคอบ, สะเพร่า, ประมาทเลินเล่อ)

      (b) confidential    (ลับๆ, เป็นที่ไว้วางใจ, ซึ่งแสดงว่าเชื่อถือ)

      (c) deliberate    (มีเจตนา, จงใจกระทำ)

      (d) inevitable    (ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้, แน่นอน, จำเป็น)

      (e) amicable    (มีไมตรีจิต, เป็นมิตร, รักใคร่กัน, ฉันมิตร)

      (f) credulous    (ซึ่งหูเบา, ซึ่งเชื่อคนง่าย, ซึ่งเชื่อคนมากเกินไป, ซึ่งไว้วางใจคนง่ายเกินไป)

      (g) repentant    (สำนึกผิดหรือบาป, เสียใจในความผิดที่ได้กระทำไป)

      (h) diffident    (ดิ๊ฟ-ฟิ-เดิ้นท)  (ประหม่า, ขี้อาย, ไม่มั่นใจในตัวเอง, ลังเล) 

20. The word “deprived” in the final paragraph may be replaced by ______________________.

(คำว่า  “พรากเอาไป, ทำให้ไม่ได้รับ, ถอดถอน, ไล่ออก, ตัดสิทธิ, กีดกัน”  ในพารากราฟสุดท้าย  อาจแทนโดย ________________)

      (a) propelled    (ขับดัน, ขับเคลื่อนที่, ทำให้ไปข้างหน้า)

      (b) steered    (นำทาง, มุ่งหน้า, คุมหางเสือ, ถือพวงมาลัย, คัดท้าย)

      (c) delayed    (ทำให้ล่าช้า)

      (d) exceeded    (เกิน, มากเกิน, เกินกว่าพอดี)

      (e) taken away    (ถูกนำไป)

      (f) overcome   (เอาชนะ, พิชิต, มีชัยเหนือ)

      (g) regretted    (เสียใจ, โทมนัส, สลดใจ)  

      (h) unearthed    (ขุดคุ้ย, เปิดเผย, ขุดดิน, ขุด)

21. According to the passage, the Tsunami Warning System was created because of ____________.

(ตามที่เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าว,  ระบบเตือนภัยสึนามิถูกสร้างขึ้น  เนื่องมาจาก _____________)

      (a) the availability of new technology    (ความสามารถหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาได้)

      (b) the occurrence of the 1946 tsunami    (การเกิดขึ้นของสึนามิในปี ๑๙๔๖)  (ดูคำตอบจาก

            ๒ ประโยคแรกของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “ในปี ๑๙๔๖  สึนามิโจมตีครั้งแรกใกล้กับ

            รัฐอลาสกา  และต่อจากนั้น, โดยปราศจากการเตือน, โจมตีหมู่เกาะฮาวาย  สังหารผู้คน ๑๕๙

            คน  และก่อให้เกิดความเสียหายจำนวนหลายล้านดอลลาร์  สิ่งนี้นำไปสู่การสร้างระบบการ

            เตือนภัยสึนามิ  ซึ่งศูนย์กลาง ........................)

      (c) the loss of millions of lives    (การสูญเสียชีวิตหลายล้านชีวิต)

      (d) the nervous state of people in Honolulu    (สภาวะวิตกกังวลของผู้คนในโฮโนลูลู – รัฐฮาวาย)

 

(คำแปล)

สึนามิ : ภัยพิบัติจากมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

            คลื่นทะเลเพชฌฆาต (killer sea waves)  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า (known as) สึนามิ (tsunamis) เงียบมาก (so quiet) ในการเข้าใกล้ (ความใกล้, วิธีการเข้าไป เช่น ถนน, วิธีการ, วิถีทาง) (approach) (ชายฝั่ง) ของมันจาก (ที่) ห่างไกล (ไกลมาก, ไกลกันมาก, แต่ไกล, ไกลจาก) (afar) (หมายถึง  จากจุดกำเนิดของมันในมหาสมุทร)  (และ) ดูเหมือนว่า  (seemingly) ปราศจากอันตราย (ไม่มีภัย, ไม่ได้รับบาดเจ็บ) (harmless) มากเสียจนกระทั่งเมื่อเร็วๆ มานี้ (recently) เอง  ที่ประวัติ (ประวัติศาสตร์, เหตุการณ์ในอดีต, เรื่องเก่าแก่, พงศาวดาร, วิชาประวัติศาสตร์) (history) ของมัน (สึนามิ)  เป็นเรื่อง (ประวัติ) ของการจู่โจม (การโจมตี) (attack) แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว (สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ, ความรู้สึกประหลาดใจ, การทำให้ประหลาดใจ) (surprise)

            ไกลออกไปกลางมหาสมุทร (Out in the middle of the ocean)  ระยะทาง (distance) ระหว่างยอด (ยอดคลื่น, ยอดเขา, ยอดหมวก, หงอน, หงอนไก่, ยอด, สิ่งประดับบนยอด) (crests) คลื่นสึนามิ  สามารถเป็น ๑๐๐ ไมล์  และความสูง (height) ของคลื่นไม่เกิน ๓ ฟุต  โดยที่กะลาสีเรือ (mariners) สามารถเดินเรือ (โต้คลื่น, ลอยลำ, จอดเรือ, ขี่รถ, ขี่ม้า, ควบม้า) (ride) บนคลื่น (one) ได้  และไม่ระแวงสงสัยอะไรเลย (suspect nothing),  ส่วนที่แนวชายฝั่ง (shoreline)  สัญญาณ (sign) แรกบ่อยครั้งมักเป็นการลดลง (การไหลกลับ, การไหลไป, การเสื่อม, การสูญเสีย) (ebbing) ของน้ำทะเลหรือทะเลสาบ (waters)  ซึ่งทิ้งให้ปลา (leaves fish) ถูกเกยหาด (เกยฝั่ง, ติด, ทำให้อยู่ในฐานะที่ทำอะไรไม่ได้) (stranded) และนอนกระจัดกระจาย (slapping on) อยู่ก้นทะเล (bottom),  อย่างไรก็ตาม  สิ่งนี้มิใช่การล่าถอย (การถอย, การถอยกลับ, แตรเลิก, แตรเย็น, สัญญาณถอย, การปลดเกษียณ, การถอนตัวจากวงการ, สถานที่ลี้ภัยหรือพักฟื้น) (retreat) (ของน้ำ)  แต่เป็นการรวมกำลังกันมากกว่า (rather a gathering of forces)ในที่สุด (finally)  เมื่อคลื่นยักษ์ (great waves) โจมตีจริงๆ (do strike)  มันก็จะชูขึ้น (ตั้งขึ้น) (rear up) และโจมตีติดต่อกัน (ทุบตีติดต่อกัน, นวด, ใช้จนเสีย) (batter) ท่า เรือ (harbor) และชายฝั่งทะเล (coast) (โจมตีท่าเรือและชายฝั่งติดต่อกัน)  ก่อให้เกิด (ลงโทษ, ทำโทษ, ทำให้ได้รับความทุกข์) (inflicting) ความตาย (death) และความเสียหาย (damage)      

            คลื่นทะเล (sea waves) ที่เกิดจากแผ่นดินไหว (เกี่ยวกับแผ่นดินไหว) (seismic) เหล่านี้  หรือคลื่นน้ำขนาดยักษ์ที่พัดเข้าหาฝั่ง เนื่องจากแผ่นดินไหวหรือพายุ (คลื่นทะเลหรือมหาสมุทร) (tidal waves) ตามที่มันถูกเรียกบางครั้ง  ไม่มีความสัมพันธ์ (bear no relation) กับดวงจันทร์หรือน้ำขึ้นน้ำลง (กระแสน้ำ, สิ่งที่ขึ้นๆ ลงๆ สลับกัน, ฤดู, เทศกาล, ช่วงระยะเวลาหนึ่ง) (tides)  และคำว่า “สึนามิ”  ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น  มีความหมายว่า “คลื่นท่าเรือ (harbor waves)”  บอกถึง (เล่า, บรรยาย, เกี่ยวข้อง, เกี่ยวดอง, สัมพันธ์, สอดคล้อง) (relates to) จุดหมายปลายทาง (destination) ของมัน  มากกว่า (rather than) จุดกำเนิด (จุดเริ่มต้น, แหล่งกำเนิด, ที่มา, ต้นตอ, บ่อเกิด, มูลเหตุ, การเกิด) (origin) ของมัน (“คลื่นท่าเรือ”  หมายถึง  คลื่นที่เข้าโจมตีท่าเรือหรือชายฝั่ง  ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของมัน  มิใช่คลื่นซึ่งมีจุดกำเนิดที่ท่าเรือ)  ส่วนสาเหตุ (causes) (ของคลื่น) มีหลากหลาย (ต่างๆ กัน, มากมาย, ต่างประเภท, หลายลักษณะ) (various)  เช่น  แผ่นดินไหวใต้ทะเลหรือชายฝั่ง (undersea or coastal earthquakes), พื้นมหาสมุทรที่อยู่ลึกถล่ม (deep ocean avalanches), หรือปรากฏการณ์ภูเขาไฟระเบิด  หรือหินหลอมละลายใต้พื้นโลกปะทุขึ้นมาบนผิวโลก (volcanism)ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นอะไรก็ตาม (Whatever the cause)  การเคลื่อนที่ของคลื่น (wave motion) เริ่มต้นด้วยการสั่นไหวโดยทันทีทันใด (sudden jolt)  เหมือนกับ (คล้ายกับ) (like) การหวดเสียงดัง (การตีเสียงดัง) (whack) จากใบพายยักษ์  (giant paddle)  ซึ่งทำให้น้ำเคลื่อนที่ (displaces the water),  และยิ่งการตีเสียงดังใต้ทะเลมากขึ้น (the greater the undersea whack)  อำนาจทำลายล้าง (ทำความเสียหาย) (devastating) ของสึนามิก็ยิ่งมากขึ้น

          ในปี ๑๘๘๓  ภูเขาไฟครักกะตัวในหมู่เกาะอินดีส์ตะวันออก (หมู่เกาะของฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย) ปะทุ (ระเบิด, แตกออก, พุ่งออกมา, ทำให้ปะทุ, ทำให้ระเบิดออก) (erupted) ขึ้นมา  และเกาะทั้งเกาะ (entire island) ล้มครืน (ทรุดลง, พังลง, ยุบลง, พับเก็บได้, ล้มเหลว, ล้มหมดสติ, ทำให้ล้มลงหรือพัง) (collapsed) ในน้ำลึก ๘๒๐ ฟุต,  สึนามิที่มีพลังมหาศาล (tremendous force) เด้งกลับ (กระดอน, สะท้อน, แฉลบ)  (ricocheted) (ริ้ค-คะ-เช) รอบๆ เกาะชวาและสุมาตรา  สังหารผู้คน ๓๖,๐๐๐ คน  ด้วยกำแพงน้ำ (คลื่น) (walls of water) ซึ่งสูง ๑๑๕ ฟุต (reached 115 feet in height)

          ในปี ๑๙๔๖  สึนามิโจมตี (struck) ครั้งแรกใกล้กับรัฐอลาสกา  และต่อจากนั้น, โดยปราศจากการเตือน, โจมตี (hit) หมู่เกาะฮาวาย  สังหารผู้คน ๑๕๙ คน  และก่อให้เกิดความเสียหายจำนวนหลายล้านดอลลาร์ (millions of dollars of damage)  สิ่งนี้นำไปสู่ (led to) การสร้าง (creation) ระบบการเตือนภัยสึนามิ (Tsunami Warning System)  ซึ่งศูนย์กลางเส้นประสาท (nerve center) (เป็นการเปรียบเทียบ  หมายถึง  ศูนย์บัญชาการเตือนภัย) ในโฮโนลูลูของมันคอยเฝ้าระวังตลอด ๒๔ ชั่วโมง (a round-the-clock vigil)  ด้วยความช่วยเหลือ (aid) ของเทคโนโลยีรุ่นใหม่,  ถ้าคลื่นทะเลที่เกิดจากแผ่นดินไหว (seismic sea waves) ได้รับการยืนยัน (confirmed) โดยศูนย์กลางในโฮโนลูลู  การเตือน (คำเตือน, การเตือนสติ, การแจ้งให้ทราบ) (warning) จะถูกส่งผ่าน (ส่งต่อ, ถ่ายทอด, แพร่เชื้อ, กระจาย, กระจายเสียง, ส่งสัญญาณ, ส่งคลื่น, ส่งโทรเลข, โอนสิทธิ, โอนหน้าที่) (transmitted) ภายใน ๒ – ๓ ชั่วโมงไปยังจุด (สถานที่, ทิศทาง, ตำแหน่ง, จุดสำคัญ, ขั้น, ตอน, เอกลักษณ์, ข้อแนะ, คะแนน, จุดประสงค์, จุดทศนิยม) (points) ต่างๆ ทั้งหมดใน (หรือที่อยู่ริม) มหาสมุทรแปซิฟิก  ซึ่งถูกคุกคาม (เตือนภัย, ขู่เข็ญ, เป็นลางร้าย) (threatened),  โดยในขณะที่ความเสียหายจากสึนามิ (tsunami damage) ยังคง (remains) ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ (unavoidable)  ชีวิตซึ่งถูกทำให้สูญเสีย (ทำหาย, พ่ายแพ้, ขาดทุน, ทำให้สูญเสีย, ทำให้หายนะ, เสียโอกาส, ไม่สามารถรักษาชีวิต) (lost) ในปัจจุบัน  มีแนวโน้มมากขึ้น (more likely) ที่จะเป็นจำนวนหลายสิบราย (tens)  กว่าที่จะเป็นจำ  นวนหลายพันราย (thousands),  (ทั้งนี้เพราะ) สึนามิถูกพรากเอาไป (ทำให้ไม่ได้รับ, ถอดถอน, ไล่ออก, ตัดสิทธิ, กีดกัน) (deprived) จากการต่อย (ความเจ็บปวด, ความปวดเสียว, ความสามารถที่จะต่อย (ตำ, แทง, กัด), ตัวต่อย-ตำ-แทง-กัด) (sting)  ซึ่งเป็นอันตรายถึงตายได้ (ทำลายล้าง, เหมือนตาย, ที่เป็นศัตรู, แม่นยำ, น่าเบื่ออย่างยิ่ง) (deadly) ที่สุดของมัน  คือ  การจู่โจมแบบไม่ให้รู้ตัว (สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ, ความรู้สึกประหลาดใจ, การทำให้ประหลาดใจ) (surprise) (หมายถึง  สึนามิถูกบอกให้รู้ล่วงหน้าโดยระบบเตือนภัย  ทำให้การจู่โจมแบบไม่รู้ตัวของมันเกิดขึ้นไม่ได้  ซึ่งทำให้การเสียชีวิตในปัจจุบันเป็นเพียงไม่กี่สิบราย  แทนที่จะเป็นหลายพันรายเหมือนในอดีต)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 68)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Importance of Transportation in Business

 

          For any business, the cost of transportation is normally the largest single item in the overall cost of physical distribution.  It doesn’t necessarily follow, though, that a manufacturer should simply pick the cheapest available form of transportation.  Many companies today use the total physical distribution concept, an approach that involves maximizing the efficiency of physical distribution activities while minimizing their cost.  Often, this means that the company will make cost tradeoffs between the various physical distribution activities.  For instance, air freight may be much more expensive than rail transport, but a national manufacturer might use air freight to ship everything from a single warehouse and thus avoid the greater expense of maintaining several warehouses.

         When a firm choose a type of transportation, it has to bear in mind its other marketing concerns – storage, financing, sales, inventory size, and the like.  Transportation, in fact, can be an especially important sales tool.  If the firm can supply its customers’ needs more quickly and reliably than its competitors do, it will have a vital advantage: so it may be more profitable in the long run to pay higher transportation costs, rather than risk the loss of future sales.  In addition, speedy delivery is crucial in some industries.  A mail-order distributor sending fruit from Oregon to Pennsylvania needs the promptness of air freight.  On the other hand, a manufacturer shipping lingerie from New York to Massachusetts may be perfectly satisfied with slower (and cheaper) truck or rail transport.

 

1. The passage supports which of the following statements?

(เนื้อเรื่อง – บทความ – สนับสนุนคำพูดใดต่อไปนี้)

    (a) Business should use the least expensive form of transportation.    (ธุรกิจควรใช้รูปแบบการขนส่ง

          ที่แพงน้อยที่สุด)  (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “มันไม่จำเป็น

          ต้องเป็นไปตามแบบแผน, อย่างไรก็ดี,  ที่ว่าผู้ผลิต (สินค้า)  ควรที่จะเลือกเพียงแต่รูปแบบที่สามารถ

          หาได้  ที่ราคาถูกที่สุดของการขนส่ง”)

    (b) Transportation is an important aspect of business.    (การขนส่งเป็นแง่มุม (ด้าน) ที่สำคัญ

          ของธุรกิจ)

    (c) Rail transportation is usually better for companies because it is cheaper than air transport.   

          (การขนส่งทางรถไฟโดยปกติแล้วเป็นสิ่งที่ดีกว่าสำหรับบริษัท  เพราะว่ามันราคาถูกกว่าการขนส่งทาง

          อากาศ)  (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “ตัวอย่างเช่น  การ

          ขนส่งสินค้าทางอากาศ  อาจจะแพงกว่าการขนส่งทางรถไฟอย่างมาก  แต่ผู้ผลิตระดับชาติอาจใช้การ

          ขนส่งทางอากาศเพื่อขนส่งทุกสิ่งทุกอย่างจากคลังสินค้าแห่งเดียว  และดังนั้น  จึง (สามารถ) หลีก

          เลี่ยงค่าใช้จ่ายที่มากกว่ากันของการบำรุงรักษาคลังสินค้าหลายๆ แห่ง” (หมายถึง  มีคลังสินค้าขนาด

          ใหญ่เพียงแห่งเดียว  และใช้วิธีขนส่งทางอากาศ  จะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า  เมื่อเทียบกับการมีคลังสิน

          ค้าหลายแห่ง  และใช้วิธีขนส่งทางรถไฟซึ่งค่าใช้จ่ายต่ำกว่า  แต่ต้องเสียค่าบำรุงรักษาคลังสินค้า

          เหล่านั้นเป็นจำนวนมาก)

    (d) Most manufacturers choose the fastest form of delivery.    (ผู้ผลิตส่วนใหญ่เลือกรูปแบบที่เร็วที่สุด

          ของการส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อ)  (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจาก ๒ ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า 

         “ผู้จำหน่าย (ประเภทที่ลูกค้า) สั่งสินค้าทางไปรษณีย์  ซึ่งส่งผลไม้จากรัฐออรีกอนไปยังรัฐเพนซิลวาเนีย 

         ต้องการความรวดเร็วของการขนส่งสินค้าทางอากาศ  (แต่) เมื่อมองอีกด้านหนึ่ง (จากอีกมุมมองหนึ่ง) 

         ผู้ผลิตซึ่งขนส่งชุดชั้นในสตรีจากรัฐนิวยอร์กไปยังรัฐแมสซาชูเซตส์  อาจจะรู้สึกพึงพอใจโดยสมบูรณ์

         (อย่างแท้จริง) กับการขนส่งด้วยรถบรรทุกหรือทางรถไฟ”  เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการขนส่งทาง

         เครื่องบินมาก)

2. In the first paragraph, “distribution” refers to ____________________________________.

(ในพารากราฟแรก  “การกระจาย, การจำหน่าย, การแพร่, การแจก, การแบ่งสันปันส่วน, การจำแนก, สิ่งที่ถูกปันส่วน”  หมายถึง _______________)

    (a) influence    (อิทธิพล)

    (b) burden    (เบ๊อ-เดิ้น)  (ภาระ, ของหนัก, สิ่งบรรทุก)

    (c) popularity    (ความเป็นที่นิยมชมชอบ)

    (d) achievement   (ความสำเร็จ, การบรรลุผลสำเร็จ)

    (e) requisite    (เร้ค-ควะ-ซิท)  (ข้อกำหนด, สิ่งที่จำเป็น, สิ่งที่จะขาดเสียมิได้)  

    (f) vocation    (อาชีพ)

    (g) consignment    (การส่งของ, การส่งมอบ, สิ่งของที่ส่งไป)

    (h) matrimony    (การแต่งงาน, พิธีแต่งงาน)

3. The word “approach” in paragraph 1 means ____________________________________.

(คำว่า  “วิธีการ, วิธีการเข้าไป เช่น ถนน, วิถีทาง, การเข้าไปใกล้”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ______

__________)

    (a) discovery    (การค้นพบ)

    (b) departure    (การจากไป, การไป)

    (c) dilemma    (ดิ-เล้ม-ม่ะ)  (สถานการณ์ที่ลำบาก, สภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือ หนีเสือปะจระเข้,

          ปัญหาที่ลำบาก)

    (d) impediment    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง, การทำให้ล่าช้า)

    (e) controversy    (การโต้เถียง, การโต้คารม, ความขัดแย้ง, การทะเลาะวิวาท)   

    (f) dispute    (ดิส-พิ้วท)  (การโต้เถียง, การทะเลาะ, ความขัดแย้ง)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “โต้เถียง,

          ทะเลาะ, โต้แย้ง, ต่อสู้, แข่งขัน”)

    (g) seminar    (การสัมมนา, การประชุมสัมมนา, การประชุมของกลุ่ม)

    (h) method    (วิธี, วิธีการ, วิธีดำเนินการ, ระเบียบ, แบบแผน, ระบบ)

4. According to the passage, all of the following would influence the type of transportation that a company might choose EXCEPT ______________.

(ตามที่เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าว,  ทั้งหมดต่อไปนี้จะมีอิทธิพลต่อประเภทของการขนส่ง  ซึ่งบริษัทหนึ่งอาจจะเลือก  ยกเว้น _________________)

    (a) the type of goods to be shipped    (ประเภทของสินค้าที่จะขนส่งไป)  (ดูจาก ๒ ประโยคสุดท้ายของ

          พารากราฟ ๒  ที่กล่าวถึงความแตกต่างของวิธีขนส่งสินค้า  ระหว่างบริษัทที่ขายผลไม้  ซึ่งต้องการความ

          รวดเร็วในการขนส่งเพราะผลไม้เน่าเสียง่าย  และบริษัทที่ขายชุดชั้นในสตรี  ที่ไม่ต้องการความรวดเร็ว

          มากนักในการขนส่ง)

    (b) the expense of the shipping    (ค่าใช้จ่ายของการขนส่ง)  (ดูจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรก

          ที่กล่าวว่า  “ตัวอย่างเช่น  การขนส่งสินค้าทางอากาศ  อาจจะแพงกว่าการขนส่งทางรถไฟอย่างมาก 

          แต่ผู้ผลิตระดับชาติอาจใช้การขนส่งทางอากาศ  เพื่อขนส่งทุกสิ่งทุกอย่างจากคลังสินค้าแห่งเดียว  

          และดังนั้น  จึง (สามารถ) หลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่มากกว่ากันของการบำรุงรักษาคลังสินค้าหลายๆ แห่ง” 

          (หมายถึง  มีคลังสินค้าขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียว  และใช้วิธีขนส่งทางอากาศ  จะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า 

          เมื่อเทียบกับการมีคลังสินค้าหลายแห่ง  และใช้วิธีขนส่งทางรถไฟซึ่งค่าใช้จ่ายต่ำกว่า  แต่ต้องเสียค่า

          บำรุงรักษาคลังสินค้าเหล่านั้นเป็นจำนวนมาก)”)

    (c) the time it takes for delivery    (เวลาที่บริษัทใช้สำหรับการส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อ)  (ดูจาก ๒ ประโยค

          สุดท้ายของพารากราฟ ๒  ที่กล่าวถึงความแตกต่างของวิธีขนส่งสินค้า  ระหว่างบริษัทที่ขายผลไม้  

          ซึ่งต้องการความรวดเร็วในการขนส่งเพราะผลไม้เน่าเสียง่าย  และบริษัทที่ขายชุดชั้นในสตรี  ที่ไม่

          ต้องการความรวดเร็วมากนักในการขนส่ง)

    (d) the size of its warehouses    (ขนาดของคลังสินค้าของบริษัท)  (ประโยคแรกของพารากราฟ

           ๒ กล่าวถึง  สถานที่เก็บสินค้า (storage) หรือคลังสินค้า  มิได้เกี่ยวกับขนาดของสถานที่เก็บ)

5. The author states in the passage that the total physical distribution concept _______________.

(ผู้เขียนกล่าวในเนื้อเรื่องว่า  แนวความคิดการกระจาย (สินค้า) ทางกายภาพทั้งหมด ___________)

    (a) is based on the capability and cost effectiveness of a transportation system    (มีพื้น

          ฐานอยู่บนความสามารถและความคุ้มทุนของระบบการขนส่ง)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของ

          พารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “บริษัทจำนวนมากในปัจจุบัน  ใช้แนวความคิดการกระจาย (สินค้า)

          ทางกายภาพทั้งหมด  ซึ่งเป็นวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์สูงสุด (ด้าน) ประสิทธิภาพ

          ของกิจกรรมการกระจาย (สินค้า) ทางกายภาพ  (หมายถึง  ความสามารถของระบบการขนส่ง) 

          ในขณะที่ลดขนาดลงให้มากที่สุดด้านต้นทุน (ค่าใช้จ่าย) (หมายถึง  ลดต้นทุน-ค่าใช้จ่ายลงให้

          มากที่สุด  ซึ่งหมายถึง  ความคุ้มทุนของระบบขนส่ง))

    (b) advocate the use of air freight because of its efficiency    (สนับสนุนการใช้การขนส่งสินค้าทาง

          อากาศ  เนื่องมาจากประสิทธิภาพของมัน)

    (c) suggests trading goods for transportation services    (แนะนำการค้าขายสินค้าสำหรับการบริการ

          ด้านการขนส่ง)

    (d) relies on using warehouses for storing goods    (พึ่งพาอาศัยการใช้คลังสินค้าสำหรับเก็บรักษา

          สินค้า)

6. The phrase “cost tradeoffs” in paragraph 1 means that companies ____________________.

(วลี  “การแลกเปลี่ยน หรือตู๊กันด้านค่าใช้จ่าย”  ในพารากราฟ ๑  หมายความว่าบริษัท __________)

    (a) sometimes engage in bartering goods    (บางครั้งเข้าร่วมในการแลกเปลี่ยนสินค้า)

    (b) may choose an expensive form of transportation if costs can be cut in another area   

          (อาจเลือกประเภท (รูปแบบ) การขนส่งที่มีราคาแพง  ถ้าค่าใช้จ่ายสามารถถูกตัดได้ในอีก

          ด้านหนึ่ง

    (c) prefer warehouses to air transportation    (ชอบคลังสินค้ามากกว่าการขนส่งทางอากาศ)

    (d) rarely use rail transport    (ไม่ใคร่จะใช้การขนส่งทางรถไฟ)

7. What does “freight” in paragraph 1 mean?

(คำว่า  “การขนส่งสินค้า, ค่าระวาง, ค่าขนส่ง, ของที่บรรทุก, ขบวนรถสินค้า”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึงอะไร)

    (a) adequacy    (ความพอเพียง)

    (b) optimism    (การมองโลกในแง่ดี)

    (c) plagiarism    (เพล้-เจีย-ริ-ซึ่ม)  (การขโมยคัดลอกผลงานหรือบทประพันธ์, สิ่งที่ขโมยคัดลอกมา)

    (d) anecdote    (เกร็ดความรู้, เรื่องขำขันหรือน่าสนใจ)

    (e) malevolence    (ความประสงค์ร้าย, ความมุ่งร้าย, ความเกลียด)

    (f) transportation of goods    (การขนส่งสินค้า)

    (g) malediction    (การด่า, การแช่งด่า, การสาปแช่ง)

    (h) opulence    (อ๊อพ-พู-เลนซ)  (ความมั่งคั่ง, ความร่ำรวย)

8. The phrase “bare in mind” in the second paragraph means __________________________.

(วลี  “จำใส่ใจ, จดจำ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _________________________________)

    (a) vanish    (หายไป, อันตรธาน, สูญสิ้น, จากไป, ไม่มีอยู่, กลายเป็นศูนย์)

    (b) proclaim    (ประกาศอย่างเป็นทางการ)

    (c) evade    (หลบเลี่ยง, หลบหน้า, หลีกหนี, เลี่ยง)

    (d) corroborate    (ยืนยัน, สนับสนุน, ทำให้แน่ใจยิ่งขึ้น, ทำให้หนักแน่นขึ้น)

    (e) distort    (บิดเบือน, ทำให้ผิดรูป, ทำให้ผิดส่วน)

    (f) engender    (ทำให้เกิด, ก่อให้เกิด, บังเกิด)

    (g) remember    (จดจำ, จำได้, ระลึกได้, รำลึกได้, หวนคิด, ส่งความคิดถึงให้, เตือนความจำ,

          ให้รางวัล, ให้ของขวัญ)

    (h) distinguish    (เห็น  แยก  หรือบอกความแตกต่าง)

9. “firm” in paragraph 2 may be replaced by _______________________________________.

(บริษัท, ธุรกิจ, ห้างร้าน, ร้านค้า, ห้าง, ห้างหุ้นส่วน, กงสี”  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย ________)

    (a) terror    (ความน่าหวาดกลัว, ความสยองขวัญ, ความหวาดกลัว)

    (b) fury    (ความโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ)

    (c) grief    (ความโศกเศร้า, ความระทมทุกข์, ความคับข้องใจ, ความยุ่งยาก)

    (d) dissident    (ผู้ที่ไม่เห็นด้วย)

    (e) ) rookie    (รุค-คี่)  (มือใหม่, หน้าใหม่, นักกีฬาอาชีพที่ลงแข่งขันเป็นครั้งแรก)

    (f) company or business    (บริษัทหรือธุรกิจ)

    (g) disciple    (สาวก, ศิษย์, สานุศิษย์, ผู้ติดตาม)

    (h) underdog    (ผู้ที่เป็นเบี้ยล่าง, ผู้ที่เสียเปรียบ, ผู้ที่มีหวังแพ้, ผู้ที่ตกอับ, ผู้ที่เคราะห์ร้าย)

10. It can be inferred from the passage that transportation is ____________________________.

(มันสามารถสรุปได้จากเนื้อเรื่องว่า  การขนส่ง ____________________________________)

      (a) independent of other business concerns    (เป็นอิสระจาก หรือมิต้องพึ่งพาอาศัยความเกี่ยวพันอื่นๆ

            ในธุรกิจ)  (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากประโยคแรกของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “เมื่อบริษัทเลือกประเภท

            การขนส่งสินค้า  จะต้องจำใส่ใจความเกี่ยวพันอื่นๆ ด้านการตลาดด้วย  เช่น  สถานที่เก็บ (สินค้า), การ

            เงิน, การขาย, ปริมาณของสินค้าในรายการสินค้า  และสิ่งของประเภทเดียวกันหรือที่เหมือนกัน)

      (b) important to continued successful sales    (มีความสำคัญต่อการขายที่ประสบความสำเร็จ

            อย่างต่อเนื่อง)  (ทั้ง ๒ พารากราฟกล่าวถึงการขนส่งสินค้าจากผู้ผลิตไปยังผู้ซื้อ  ซึ่งมิได้คำนึง

            ถึงเพียงแต่วิธีการที่มีราคาถูกที่สุดอย่างเดียว  แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย  ซึ่งธุร

            กิจจะมีกำไร  หรือเอาชนะเอาคู่แข่งได้  ก็ต้องเลือกวิธีขนส่งสินค้าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตน)

      (c) not used effectively by businesses    (มิได้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิผลโดยธุรกิจ)  (เนื้อเรื่องมิได้

            กล่าวไว้)

      (d) too expensive for most mail-order industries to use    (แพงเกินไปสำหรับอุตสาหกรรมส่วนใหญ่

            ที่มีการสั่งซื้อสินค้าทางไปรษณีย์  ที่จะใช้)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวไว้) 

11. The word “its” in paragraph 2 refers to which of the following?

(คำว่า  “ของมัน”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงข้อใดต่อไปนี้)

      (a) competitors    (คู่แข่ง)

      (b) firm    (บริษัท หรือธุรกิจ)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ถ้าบริษัท

            สามารถจัดหาความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและอย่างน่าเชื่อถือมากกว่า (บริษัท)

            คู่แข่งของตน (สามารถจัดหา)  มัน (บริษัท) ก็จะมีความได้เปรียบ ..........................”)  (“ของ

            มัน”  หรือ  “ของตน”  จึงหมายถึง  “ของบริษัท”)

      (c) customers    (ลูกค้า)

      (d) sales tool    (เครื่องมือการขาย)

12. The word “speedy” in paragraph 2 is closest in meaning to _________________________.

(คำว่า  “รวดเร็ว, ฉับพลัน, ว่องไว, ไม่ชักช้า”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ____

_____________)

      (a) aloof    (สันโดษ, เย็นชา, (วางตัว) ห่าง, วางเฉย)

      (b) sluggish    (เกียจคร้าน, เงื่องหงอย, ซบเซา, เฉื่อยชา, (เศรษฐกิจ) ฝืดเคือง)

      (c) obese    (อ้วนจัด)

      (d) sympathetic    (เห็นอกเห็นใจ, มีใจเหมือนกัน, เข้าข้าง, เห็นด้วย, ถูกใจ, พอใจ)

      (e) critical    (วิกฤต, สาหัส, เข้าด้ายเข้าเข็ม, ชอบวิพากษ์วิจารณ์)

      (f) thrifty    (ประหยัด, มัธยัสถ์, อดออม, กระเหม็ดกระแหม่)

      (g) exhausted    (อิก-ซ้อส-ทิด)  (หมดกำลัง, หมดแรง)

      (h) swift    (รวดเร็ว, เร็ว, ว่องไว, ฉับพลัน, ฉับไว, ทันที, ทันควัน)

      (i) reprehensible    (เร-พริ-เฮ้น-ซะ-เบิ้ล)  (น่าตำหนิ, น่าถูกต่อว่า, น่าประณาม, น่าดุ, น่าจับผิด) 

13. “crucial” in paragraph 2 may be replaced by ___________________________________

(“สำคัญมาก, เกี่ยวกับความเป็นความตาย, เด็ดขาด, ซึ่งชี้ขาด”  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย ___

____________)

      (a) compatible    (ไปด้วยกันได้, ซึ่งเข้ากันได้, ซึ่งอยู่ด้วยกันได้)

      (b) sensible    (ฉลาด, มีเหตุผล, ตระหนักรู้, มีไหวพริบ, มีสติสัมปชัญญะ)

      (c) exorbitant    (แพงเกินไป, มากเกินไป, สูงเกินไป)

      (d) furious    (โกรธจัด, มีอารมณ์รุนแรง, รุนแรงมาก, บ้าระห่ำ, อลหม่าน)

      (e) bizarre    (บิ-ซ่าร์)  (แปลกประหลาด, ผิดปกติ)

      (f) ferocious    (ดุร้าย, โหดร้าย, ทารุณ)

      (g) essential    (จำเป็นที่สุด, ซึ่งขาดเสียมิได้, เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ, เป็นเนื้อแท้, เป็นปัจจัย,

            เป็นพื้นฐาน)

      (h) tame    (เชื่อง, อ่อนน้อม, เชื่อฟัง, ยินยอมโดยดี)

      (i) hybrid    (ซึ่งเป็นพันธุ์ทาง หรือพันธุ์ผสม)

14. We can conclude from the passage that a business that deals in perishable goods would probably choose to ship by _______________.

(เราสามารถสรุปจากเนื้อเรื่องว่า  ธุรกิจซึ่งขายสินค้าซึ่งเน่าเสียได้ง่าย  อาจจะเลือกขนส่งโดย ____

______________)

      (a) rail    (รถไฟ)

      (b) truck    (รถบรรทุก)

      (c) air freight    (การขนส่งสินค้าทางอากาศ)  (ดูคำตอบจากประโยคก่อนประโยคสุดท้ายของ

            พารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ผู้จำหน่าย (ประเภทที่ลูกค้า) สั่งสินค้าทางไปรษณีย์  ซึ่งส่งผลไม้

            จากรัฐออรีกอนไปยังรัฐเพนซิลวาเนีย  ต้องการความรวดเร็วของการขนส่งสินค้าทางอา

            กาศ)

      (d) any type of cheap transport    (ประเภทใดๆ ของการขนส่งราคาถูก)

15. The word “promptness” in paragraph 2 means __________________________________.

(คำว่า  “ความรวดเร็ว, ความฉับพลัน, ความทันทีทันใด”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _____________)

      (a) plethora    (ความมีมากเกิน, ความอุดมสมบูรณ์เกินไป)

      (b) trepidation    (ความกลัว, การสั่นระริก (ด้วยความกลัว, ตกใจ), การสั่นเทา, ความกังวลใจ)

      (c) paragon    (ตัวอย่างอันยอดเยี่ยม-ดีเลิศ)

      (d) commodity    (สินค้า, ของใช้ประจำ, ผลิตภัณฑ์เกษตรหรือเหมืองแร่, ของที่มีประ โยชน์, ผลประ

            โยชน์ส่วนตัว)

      (e) remuneration    (ค่าตอบแทน, การจ่ายเงิน, การตอบแทน, การให้รางวัล, การชดเชย)

      (f) incentive    (สิ่งจูงใจ, สิ่งกระตุ้น, เครื่องกระตุ้น, เครื่องส่งเสริม)

      (g) rapidity    (ความเร็ว, ความรวดเร็ว, ความว่องไว, ความฉับพลัน, ความกะทันหัน)

      (h) panic    (การตกใจกลัว, ความหวาดกลัว, ความอกสั่นขวัญหาย)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง 

            “ตกใจกลัว, อกสั่นขวัญหาย”)

16. What does “lingerie” in paragraph 2 mean?

(“ชุดชั้นในสตรี”  ในพารากราฟ ๒  หมายความว่าอะไร)

      (a) massacre    (การสังหารหมู่)

      (b) ailment    (โรค, ความเจ็บป่วย, ความไม่สบายกาย)

      (c) jeopardy    (อันตราย)

      (d) illustration    (การแสดงภาพประกอบ, การเขียนภาพประกอบ, การอธิบาย-ชี้แจง, การแสดงให้เห็น,

            การให้ความกระจ่าง)

      (e) advent    (การมาถึง, การปรากฏขึ้น, การกำเนิด)

      (f) women’s underwear and nightclothes    (ชุดชั้นในและชุดนอนของสตรี)

      (g) departure    (การจากไป, การออกเดินทาง)

      (h) judgment    (ความเห็น, การลงความเห็น, การวินิจฉัย, คำวินิจฉัย, การพิจารณา, การพิจารณาคดี,

           การตัดสิน, การชี้ขาด, การเลือกเอา)

      (i) diagnosis    (การวินิจฉัยโรค)

17. This passage would probably be assigned reading in which of the following academic courses?

(เนื้อเรื่อง – บทความ – นี้อาจจะเป็นการอ่านที่ได้รับมอบหมาย (ที่เป็นการบ้าน) ในหลักสูตร (กระบวนวิชา) ทางวิชาการใดต่อไปนี้)

      (a) History    (ประวัติศาสตร์)

      (b) Mechanical engineering    (วิศวกรรมเครื่องกล)

      (c) Marketing    (การตลาด)  (เนื่องจากกล่าวถึงการขนส่งสินค้าของธุรกิจ)

      (d) Statistics    (สถิติ)

 

(คำแปล)

ความสำคัญของการขนส่งในธุรกิจ

 

            สำหรับธุรกิจใดๆ  ต้นทุน (ค่าใช้จ่าย, ค่าโสหุ้ย, ค่าตอบแทน, ค่าเสียหาย, ค่าฤชาธรรมเนียม, ค่าธรรมเนียมฟ้องร้อง) (cost) ของการขนส่ง  โดยปกติแล้ว (normally) เป็นรายการเดียว (single item) ที่ใหญ่ที่สุดในต้นทุน (ค่าใช้จ่าย) ในภาพรวม (overall) ของการกระจาย (สินค้าเพื่อจำหน่าย) ทางกายภาพ (physical distribution),  มันไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามแบบแผน (follow),  อย่างไรก็ดี (though),  ที่ว่าผู้ผลิต (ผู้สร้าง, ผู้ประดิษฐ์) (manufacturer) (สินค้า) ควรที่จะเลือก (เด็ด, เก็บ, หยิบ) (pick) เพียงแต่ (simply) รูปแบบที่สามารถหาได้ (available form) ที่ราคาถูกที่สุด (cheapest) ของการขนส่ง,  โดยบริษัทจำนวนมากในปัจจุบัน (today) ใช้แนวความคิด (concept) การกระจาย (สินค้า) ทางกายภาพทั้งหมด (total physical distribution)  ซึ่งเป็นวิธีการ (วิธีการเข้าไป เช่น ถนน, วิถีทาง, การเข้าไปใกล้) (approach)  ที่เกี่ยวข้องกับ (involves) การใช้ประโยชน์สูงสุด (maximizing) (ด้าน) ประสิทธิภาพ (efficiency) ของกิจกรรมการกระจาย (สินค้า) ทางกายภาพ  ในขณะที่ลดขนาดลงให้มากที่สุด (ทำให้มีค่าน้อยลง, ดูถูก) (minimizing) ด้านต้นทุน (ค่าใช้จ่าย) (หมายถึง  ลดต้นทุน-ค่าใช้จ่ายลงให้มากที่สุด),  บ่อยครั้ง  สิ่งนี้หมายความว่า  บริษัทจะดำเนินการ (make) การแลกเปลี่ยน (การตู๊กัน) (tradeoffs) ด้านค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) ระหว่างกิจกรรมการกระจาย (สินค้า) ทางกายภาพต่างๆ  ตัวอย่างเช่น  การขนส่งสินค้า (ค่าระวาง, ค่าขนส่ง, ของที่บรรทุก, ขบวนรถสินค้า) (freight) (เฟรท) ทางอากาศ  อาจจะแพงกว่าการขนส่งทางรถไฟ (rail transport) อย่างมาก  แต่ผู้ผลิตระดับชาติอาจใช้การขนส่งทางอากาศเพื่อขนส่ง (ship) ทุกสิ่งทุกอย่างจากคลังสินค้า (warehouse) แห่งเดียว (อย่างเดียว, คนเดียว, อันเดียว, โดดเดี่ยว, เดียวดาย, เดียว, เดี่ยว) (single)  และดังนั้น  จึง (สามารถ) หลีกเลี่ยง (avoid) ค่าใช้จ่ายที่มากกว่ากัน  (greater expense) ของการบำรุงรักษา (ดำรงไว้, คงไว้, ยังคง) (maintaining) คลังสินค้าหลายๆ แห่ง (หมายถึง  มีคลังสินค้าขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียว  และใช้วิธีขนส่งทางอากาศ  จะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า  เมื่อเทียบกับการมีคลังสินค้าหลายแห่ง  และใช้วิธีขนส่งทางรถไฟซึ่งค่าใช้จ่ายต่ำกว่า  แต่ต้องเสียค่าบำรุงรักษาคลังสินค้าเหล่านั้นเป็นจำนวนมาก)

            เมื่อบริษัท (ธุรกิจ, ห้างร้าน, ร้านค้า, ห้าง, ห้างหุ้นส่วน, กงสี) (firm) แห่งหนึ่งเลือกประเภทของการขนส่ง  มันจำเป็นต้องจำใส่ใจ (จดจำ) (bear in mind) ความเกี่ยวพัน (ความพัวพัน, ความสนใจ, ความกังวล, ความเป็นห่วง, ธุระ, ธุรกิจบริษัท) (concerns) ด้านการตลาดอย่างอื่นของตนด้วย  เช่น  สถานที่เก็บ (สินค้า) (สถานที่เก็บรักษา, การเก็บ, การเก็บรักษา, แหล่งเก็บข้อมูล) (storage), การเงิน (financing), การขาย (sales), ปริมาณ (ขนาด, ความใหญ่เล็ก, ขอบเขต) (size) ของสินค้าในรายการสินค้า (สิ่งของ-ทรัพย์สินในรายการ, รายการสินค้า-สิ่งของ, รายการทรัพย์สิน, แค็ตตาล็อก) (inventory)  และสิ่งของประเภทเดียวกันหรือที่เหมือนกัน (คนที่เหมือนกัน) (the like),  ทั้งนี้  การขนส่ง, ตามความเป็นจริงแล้ว (in fact), สามารถเป็นเครื่องมือการขาย (sales tool) ที่สำคัญเป็นพิเศษ (especially important),  โดยถ้าบริษัทสามารถจัดหา (supply) ความต้องการ (needs) ของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและอย่างน่าเชื่อถือ (reliably) มากกว่า (บริษัท) คู่แข่ง (competitors) ของตน (สามารถจัดหา)  มัน (บริษัท) ก็จะมีความได้เปรียบ (ข้อได้เปรียบ, ผลประโยชน์, คุณ, โอกาส, จุดดี, จุดเด่น) (advantage) ที่สำคัญ (จำเป็น, ขาดเสียมิได้, จำเป็นสำหรับชีวิต, เกี่ยวกับชีวิต, มีพลังงาน, มีชีวิตชีวา, มีกำลัง) (vital),  ดังนั้น  บริษัทอาจจะมีกำไร (profitable) มากกว่าในระยะยาว (in the long run)  ที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้น (higher transportation costs)  มากกว่าที่จะ (rather than) เสี่ยง (risk) ต่อการขาดทุน (การสูญเสีย, การเสียหาย, การทำหาย, ความเสียหาย, การแพ้) (loss)  จากการขายในอนาคต,  นอกจากนั้น  การส่งสินค้าจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ (การส่ง, การนำส่ง, การกล่าวสุนทรพจน์, การคลอดบุตร) (delivery) ที่รวดเร็ว (ฉับพลัน, ว่องไว, ไม่ชักช้า) (speedy) เป็นสิ่งสำคัญมาก (เกี่ยวกับความเป็นความตาย, เด็ดขาด, ซึ่งชี้ขาด) (crucial) ในอุตสาหกรรม (industries) บางอย่าง,  โดยผู้จำหน่าย (distributor) (ประเภทที่ลูกค้า) สั่งสินค้าทางไปรษณีย์ (mail-order)  ซึ่งส่งผลไม้จากรัฐออรีกอนไปยังรัฐเพนซิลวาเนียต้องการ (needs) ความรวดเร็ว (ความฉับพลัน, ความทันทีทันใด) (promptness) ของการขนส่งสินค้าทางอากาศ (air freight)เมื่อมองอีกด้านหนึ่ง (จากอีกมุมมองหนึ่ง) (On the other hand)  ผู้ผลิตซึ่งขนส่งชุดชั้นในสตรี (lingerie) (ลาน หรือ ลอน-จะ-เร่) จากรัฐนิวยอร์กไปยังรัฐแมสซาชูเซตส์  อาจจะรู้สึกพึงพอใจ (satisfied) โดยสมบูรณ์ (อย่างแท้จริง, อย่างดีพร้อม, อย่างดีเลิศ, อย่างไร้มลทิน, อย่างไม่มีตำหนิ) (perfectly)  กับการขนส่งด้วยรถบรรทุก (truck transport)  หรือทางรถไฟ (rail)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 67)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Come and Have a Training with Us!

 

          The search for employment is becoming an increasingly uphill struggle worldwide.  Employers are very demanding and look for staff with good qualifications and sound experience.  We are well aware of the problem and offer training and education programs to improve your skills, brighten up your resume and better equip you for the labor market.  We offer you an opportunity to take advantage of the rapid pace of technological change rather than become a victim of it.

          A young person is twice as likely to be unemployed as an older person.  One in five long-term unemployed workers is under 25 years of age.  Avoid becoming one of theseGet up and join us: explore what we have to offer in the way of education and training!  Look out for the possibilities that will help you get ahead.

 

1. “An increasingly uphill struggle” in the first paragraph means ______________________.

(“การต่อสู้-ดิ้นรน (การแข่งขัน) ที่ยากลำบากมากเพิ่มมากขึ้นในพารากราฟแรก  หมายถึง ______

__________)

    (a) a high-position job    (งานซึ่งตำแหน่งสูง)

    (b) a task to go up the mountain    (งานที่จะเดินขึ้นเขา)

    (c) a job requiring a lot of physical strength    (งานซึ่งต้องการความแข็งแรงทางร่างกายอย่างมาก)

    (d) a task which has become more and more difficult    (งานซึ่งยากมากขึ้นและมากขึ้น)

2. The word “demanding” in paragraph 1 refers to __________________________________.

(คำว่า  “เรียกร้องมากเกินควร, เรียกร้องต้องการ”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ________________)

    (a) revealing    (เปิดเผย, แสดงให้เห็น)

    (b) inspiring    (ดลใจ, เป็นแรงดลใจ, เป็นแรงบันดาลใจ)      

    (c) remarking    (พูด, กล่าว, เอ่ย, สังเกตเห็น, ให้ข้อคิดเห็น)

    (d) extoling    (สรรเสริญ, ยกย่อง)

    (e) concealing    (ปิดบัง, ซ่อนเร้น, อำพราง)

    (f) overlooking    (มองข้าม, ทำเป็นมองไม่เห็น, เมินเฉย, เพิกเฉย, ละเลย, ควบคุม, ดูแล)

    (g) asking too much    (เรียกร้องมากเกินไป)

    (h) molesting    (รุกรานทางเพศ, ทำอนาจาร, รบกวน, เข้ายุ่ง)

3. “We” in paragraph 1 and 2 most likely refers to ___________________________________.

(“เรา  ในพารากราฟ ๑ และ ๒  เป็นไปได้มากที่สุดว่าหมายถึง __________________________)

    (a) future employers    (นายจ้างในอนาคต)

    (b) job counselors    (ที่ปรึกษาหรือผู้ให้คำแนะนำเรื่องงาน)  (ซึ่งเป็นผู้ที่เขียนข้อความนี้ 

          เพื่อเชิญชวนให้คนหนุ่มสาวมาสมัครเข้ารับการฝึกอบรมกับ (บริษัทของ) ตน  ซึ่งให้คำ

          แนะนำเกี่ยวกับการเสริมสร้างทักษะในการสมัครงาน)

    (c) an educational institute    (สถาบันการศึกษา)

    (d) a labor market    (ตลาดแรงงาน)

4. “Brighten up your resume” in paragraph 1 means _______________________________.

(“ปรับปรุง หรือทำให้เรซูเม่ของคุณมีสีสันหรือเสน่ห์มากขึ้นในพารากราฟ ๑  หมายถึง __________)

    (a) make it smarter    (ทำให้มันฉลาดยิ่งขึ้น)

    (b) make it more brilliant    (ทำให้มันสว่างสุกใสมากขึ้น)

    (c) improve it    (ปรับปรุง หรือทำให้มันดียิ่งขึ้น)

    (d) cheer it up    (ให้กำลังใจมัน)

    (e) color it up    (ทำให้มันโกรธจนหน้าแดง)

5. The phrase “take advantage of” in paragraph 1 is closest in meaning to ________________.

(วลี  “หาประโยชน์จาก, เอาเปรียบ”  ในพารากราฟ ๑  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _________)

    (a) ensure    (ทำให้มั่นใจ)

    (b) suggest indirectly    (แนะนำหรือบอกอย่างอ้อมๆ)

    (c) deny positively    (ปฏิเสธในเชิงบวก)

    (d) state flatly    (พูดอย่างไร้สาระหรือไม่มีรสชาติ)

    (e) contaminate regularly    (ทำให้ปนเปื้อน หรือทำให้เกิดมลภาวะเป็นประจำ)

    (f) make good use of    (ใช้ประโยชน์จาก....................)

    (g) consent fully    (เห็นชอบ, ยินยอม หรืออนุญาตอย่างเต็มที่)

    (h) argue convincingly    (ให้เหตุผลอย่างน่าเชื่อถือ)

6. What does “victim” in paragraph 1 mean?

(“เหยื่อ, ผู้เคราะห์ร้าย, ผู้รับบาป, ผู้ถูกโกง, ผู้ถูกหลอก, สิ่งมีชีวิตที่ถูกบูชายัญ”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึงอะไร)

    (a) baby sitter    (ผู้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็ก หรือดูแลเด็ก)

    (b) florist    (คนขายดอกไม้)

    (c) stationer    (คนขายเครื่องเขียน)

    (d) pawn broker    (คนรับจำนำ)

    (e) butcher    (คนขายเนื้อ)

    (f) plumber    (พลั้ม-เม่อะ)  (ช่างเดินท่อประปา)

    (g) aviator    (นักบิน)

    (h) sufferer    (ผู้ประสบความทุกข์หรือเดือดร้อน, ผู้อดทน, ผู้ยินยอม)

7. “These” in the second paragraph refers to the ____________________________________.

(“เหล่านี้ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ________________________________________)

    (a) workers under 25 years of age    (คนงานอายุต่ำกว่า ๒๕ ปี)

    (b) five long-term unemployed people    (คนว่างงานระยะยาว ๕ คน)

    (c) older people who do not have a job    (คนที่แก่กว่า  ซึ่งไม่มีงานทำ)

    (d) young and long-term unemployed people    (คนหนุ่มสาวซึ่งว่างงานในระยะยาว)  (ดูคำ

          ตอบจาก ๒ ประโยคแรกของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “บุคคลวัยหนุ่มสาวมีแนวโน้มที่จะว่าง

          งานเป็น ๒ เท่าของบุคคลที่แก่กว่า,  โดย ๑ ใน ๕ คนงานที่ว่างงาน ในระยะยาวจะมีอายุต่ำกว่า

          ๒๕ ปี,  จงหลีกเลี่ยงที่จะเป็น ๑ ในบรรดาคนเหล่านี้ (หมายถึง คนว่างงานที่อายุต่ำกว่า ๒๕ ปี))

8. The word “explore” in paragraph 2 may be replaced by ___________________________.

(คำว่า  “สำรวจ, ตรวจค้น, ตรวจ, วินิจฉัย)”  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย _______________)

    (a) accumulate    (อะ-คิ้ว-มิว-เลท)  (รวบรวม, สะสม, เพิ่มพูน, กอง)

    (b) overwhelm    (ครอบงำ, ปกคลุม, มีชัยท่วมท้น, ทำให้ตกตะลึงมาก, ล้มล้าง, ทำลาย)

    (c) wreck    (ทำลาย, ทำให้เสียหายอย่างหนัก)

    (d) withstand    (ทน, อดทน, ต่อต้าน, สกัด)

    (e) found    (ก่อตั้ง, จัดตั้ง)  (กริยาช่องที่ ๒ และ ๓ คือ  “Founded”)

    (f) abhor    (เกลียด หรือรังเกียจอย่างรุนแรง)

    (g) probe    (โพรบ)  (ตรวจสอบ, สืบสวน, พิสูจน์, ทดสอบ, ทดลอง, แหย่หรือหยั่งด้วยเครื่องแหย่)

    (h) interpret    (ตีความหมาย, แปลความหมาย, อธิบาย, ชี้แจง, แปล)

    (i) interrupt    (ขัดขวาง, ยับยั้ง, ทำให้หยุด, พูดสอด, ตัดบท, ขัดจังหวะ)

9. The main purpose of the writer is to ___________________________________________.

(วัตถุประสงค์สำคัญของผู้เขียน  คือ _________________________________________)

    (a) explain unemployment problems    (อธิบายปัญหาการว่างงาน)

    (b) advertise services    (โฆษณาบริการ)  (ของบริษัทของตน  ซึ่งจัดฝึกอบรมให้ความรู้

          แก่บุคคลซึ่งต้องการหางานทำ)

    (c) compare the young and older generations    (เปรียบเทียบคนรุ่นหนุ่มสาวและรุ่นที่อายุมากกว่า)

    (d) describe global employment situations    (พรรณนาสถานการณ์การจ้างงานของโลก)

 

(คำแปล)

มาอบรมกับเราซิ!

 

            การหา (การค้นหา, การค้น, การตรวจสอบ, การสืบสวน, การสอบสวน) (search) การจ้างงาน (การว่าจ้าง, ภาวะที่ถูกว่าจ้าง, อาชีพ, การงาน, ธุรกิจ, กิจกรรม) (employment)  กำลังเป็น (กลายเป็น, เปลี่ยนเป็น, สอดคล้องกัน, เหมาะ, สมควร) (becoming) การต่อสู้ (การดิ้นรน, การแข่งขัน) (struggle) ที่ยากลำบากมาก (ขึ้นเนิน, บนเนิน, ขึ้นข้างบน, บนที่สูง) (uphill) เพิ่มมากขึ้น (increasingly) ทั่วโลก (worldwide),  โดยนายจ้างกำลังเรียกร้องมากเกินควร (เรียกร้องต้องการ) (demanding) อย่างมาก  และมองหา (look for) พนักงาน (staff) ที่มีคุณวุฒิ (คุณสมบัติ) (qualifications) ดี  และ (มี) ประสบการณ์มาก (ดี, สมบูรณ์, แข็งแรง, มีสุขภาพดี, ไม่มีโรค, มีฐานะการเงินดี, มีความสามารถ, ไม่มีข้อบกพร่อง, ชอบด้วยกฎหมาย) (sound),  เราตระหนัก (ทราบ, รู้ตัว, รู้สึกตัว) (aware) ดีถึงปัญหานี้  และขอเสนอ (มอบ, ให้, ถวาย, เสนอราคา, บอกราคา, บอกขาย, ขอแต่งงาน, ให้คำแนะนำ)  (offer) โปรแกรมการฝึกอบรมและการศึกษาเพื่อที่จะปรับปรุง (improve) ทักษะ (skills) ของคุณ,  ปรับปรุง (ทำให้มีสีสันหรือเสน่ห์มากขึ้น, รู้สึกหรือมีท่าทางมีความสุขมากขึ้น) (brighten up) เรซูเม่ (ประวัติย่อของผู้สมัครงานที่เกี่ยวกับการศึกษา-ประสบการณ์หรืออื่นๆ) (resume) ของคุณ  และให้มีเครื่องมือ (จัดหามาให้, จัดให้มี, ติดตั้ง) (equip) (แก่) คุณได้ดีขึ้นสำหรับตลาดแรงงาน (labor market) (หมายถึง  ทำให้คุณมีความพร้อมมากขึ้นสำหรับตลาดแรงงาน)  เรามอบ (ให้, เสนอ) (offer) โอกาส (opportunity) ให้แก่คุณ (ในการ) ที่จะหาประโยชน์จาก (เอาเปรียบ) (take advantage of) ย่างก้าว (ก้าว, ระยะก้าว, ฝีเท้า, อัตราการกระทำหรือเคลื่อนไหว, (ม้า) วิ่งควบ) (pace) ที่รวดเร็ว (rapid) ของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี  มากกว่า (rather than) ที่จะกลายเป็นเหยื่อ (ผู้เคราะห์ร้าย, ผู้รับบาป, ผู้ถูกโกง, ผู้ถูกหลอก, สิ่งมีชีวิตที่ถูกบูชายัญ) (victim) ของมัน

            บุคคลวัยหนุ่มสาวมีแนวโน้มที่จะว่างงานเป็น ๒ เท่า (twice as likely to be unemployed as) ของบุคคลที่แก่กว่า,  โดย ๑ ใน ๕ คนงานที่ว่างงาน (unemployed) ในระยะยาว (long-term)  จะมีอายุต่ำกว่า ๒๕ ปี (under 25 years of age),  จงหลีกเลี่ยง (avoid) ที่จะเป็น ๑ ในบรรดาคนเหล่านี้ (คนว่างงานที่อายุต่ำกว่า ๒๕ ปี),  จงลุกขึ้นมาและมาร่วมกับ (join) เรา: สำรวจ (ตรวจค้น, ตรวจ, วินิจฉัย) (explore) ดูว่าเรามีอะไรที่จะเสนอ (มอบ) ให้ (คุณ) (what we have to offer) ในวิถีทางแห่ง (in the way of) การศึกษาและการฝึกอบรม,  จงมองออกมาข้างนอก (Look out) สำหรับความเป็นไปได้เหล่านี้  ซึ่งจะช่วยให้คุณก้าวไปข้างหน้า (ล้ำหน้า) (get ahead)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 66)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

My Beloved Parents

 

          When I was a teenager, I bought an old Ford pickup truck.  Every day after school I worked on it – sanding, painting, buffing.  As a present, my parents got me brand-new imitation-leather upholstery for the seats.

          Then once I slammed a door a little too hard, and the window shattered.  I didn’t have any money to replace it.  I drove it anyway, including to school.

          At my secondary school you could see the parking lot from many of the classrooms.  One day it began to rain.  I sat in class and watched my truck – and new upholstery – get drenched through the broken window.        

          Suddenly I saw my mom and dad rush into the parking lot.  They screeched up next to my truck and dragged a huge piece of plastic out of their car.  Then, in the pouring rain, they covered up the truck.

          Dad had left his office in the middle of the day, picked up Mom and bought this hunk of plastic to save my seats.  I watched them do this.  And I just began crying right there in class.

          My parents were with me through every high and low in my life, always supportive and proud of my accomplishments.  I never think of them as gone.  I’ve got all their stories, and that keeps them nearby always.

 

1. The word “imitation” in the first paragraph means _________________________________.

(คำว่า  “ของเทียม, ของปลอม, ของเลียนแบบ, การเลียนแบบ, การลอกเลียน, การเอาอย่าง”  ในพารา กราฟแรก  หมายถึง _______________)

    (a) intimidation    (การทำให้กลัว, การขู่ขวัญ-ขู่-คุกคาม)

    (b) trepidation    (ความกลัว, ความตกใจ, การสั่นเทา, การสั่นระริก, ความประหม่า, ความกังวลใจ)

    (c) embarrassment    (ความเคอะเขิน, ความกระดากอาย, ความตะขิดตะขวงใจ)

    (d) husbandry    (การบริหารจัดการอย่างระมัดระวังและประหยัด, การทำไร่ไถนา, การปศุสัตว์, การเกษตร,

          การทำฟาร์ม, วิชาที่เกี่ยวกับการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์)

    (e) pinnacle    (พิ-นะ-เคิ่ล)  (ยอดเขา, ยอดแหลมสุดของอาคาร, จุดสูงสุดของอำนาจ-ชื่อเสียง-ความ

          สำเร็จ ฯลฯ)

    (f) retrospection    (การพิจารณาย้อนหลัง, การพิจารณาเรื่องในอดีต)

    (g) counterfeit    (เค้าน-เทอะ-ฟิท)  (ของปลอม, ของเลียนแบบ, การปลอมแปลง, การปลอม,

          ความคล้ายคลึงกันมาก, นักตุ๋น, ผู้หลอกลวง)  (เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “ปลอม,

          ปลอมแปลง, เก๊, แกล้ง”  และเมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “ปลอม, ปลอมแปลง, เลียนแบบ,

          ทำให้เหมือน, เสแสร้ง, แกล้ง”)

    (h) recollection    (ความทรงจำ, การระลึกได้)

2. “shattered” in paragraph 2 may be replaced by ___________________________________.

("แตกละเอียด, แตกเป็นชิ้นๆ , เสื่อมเสีย, เสียหาย, ทำให้แตกละเอียด, ทำให้แตกเป็นชิ้นๆ, ทำให้เสื่่อมเสีย-เสียหาย, ทำลาย"  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย _________________)

    (a) clarified    (แคล้-ริ-ไฟ)  (ทำให้กระจ่าง, ทำให้ชัดเจน, ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น, ทำให้ใสสะอาด,

          ทำให้บริสุทธิ์) 

    (b) loathed    (โลธ)  (เกลียด, เกลียดชัง, รังเกียจ, ไม่ชอบ) 

    (c) loitered    (ล้อย-เท่อะ)  (เดินเตร่, เดินเอ้อระเหย, เถลไถล, ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์)  

    (d) congregated    (ค้อง-กรี-เกท)  (ประชุม, ชุมนุม, จับกลุ่มกัน, รวบรวม) 

    (e) pursued    (เพอร์-ซู่  หรือ  ซิ่ว)  (ติดตาม, ไล่ตาม, ตามจับ, เจริญรอย, ดำเนินตาม, ปฏิบัติตาม,

         ดำเนินการต่อไป)

    (f) speculated    (เก็ง, เดา, คาดการณ์)

    (g) contemplated    (ใคร่ครวญ, ไตร่ตรอง, ครุ่นคิด, พิจารณาอย่างระมัดระวัง)

    (h) fragmented    (แตกออกเป็นเศษ, แยกออกเป็นชิ้น, ทำให้แตกออกเป็นชิ้นๆ, แตกตัวออก)

          (เมื่อเป็นคำนาม  “Fragment”  หมายถึง  “เศษหรือชิ้นที่แตกออก, ส่วนที่ยังทำไม่เสร็จ, ส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์, สะเก็ด)

3. “It” in the second paragraph refers to the ________________________________________.

(“มัน”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ___________________________________________)

    (a) door    (ประตูรถ)

    (b) car    (รถยนต์)

    (c) window    (กระจกหน้าต่างรถ)  (ดูคำตอบจาก ๒ ประโยคแรกของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า 

          “ต่อมา  ครั้งหนึ่ง  ผมกระแทกประตูรถบานหนึ่งแรงเกินไปหน่อย  และกระจกหน้าต่างรถ

          (บานเดียวกับประตูนี้) แตกละเอียด,  ผมไม่มีเงินที่จะทดแทนมัน (หมายถึง  ไม่มีเงินซื้อกระ

          จกหน้าต่างใหม่มาใส่แทน)”)

    (d) upholstery    (เครื่องหุ้มเบาะ, ธุรกิจหุ้มเบาะเครื่องเรือน, เครื่องบุรอง)

4. “Drenched” in paragraph 3 means ____________________________________________.

(เปียกโชก, แช่น้ำ, อาบน้ำ, จุ่มน้ำ”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง _________________________)

    (a) sponged    (ถูกถูหรือเช็ดด้วยฟองน้ำ, ถูกซับด้วยฟองน้ำ, ซับน้ำ, เก็บฟองน้ำ, อาศัยคนอื่นยังชีพ)

    (b) confronted    (คัน-ฟรั้นท)  (เผชิญหน้ากับ, พบกับ)

    (c) stolen    (ถูกขโมย, ขโมย)

    (d) tranquilized    (แทร้น-ควิ-ไลซ)  (ทำให้สงบ, ทำให้นิ่ง)  (มักเกิดจากการให้ยานอนหลับ  ยาสลบ 

          หรือยาระงับประสาท)

    (e) shrunk    (ถูกทำให้หดตัว, หดตัว, ตัวหด, หลบหน้า, ย่น, เหี่ยว, (ขนาด) ลดลง, กลัว, ทำให้หดตัว

         หรือย่น, ทำให้ลดลง)  (กริยาช่องที่ ๑ และ ๒ คือ  “Shrink”  และ  “Shrank”)

    (f) soaked    (ถูกทำให้เปียกโชกหรือชุ่ม, ถูกแช่, ถูกทำให้เมา, ทำให้เปียกโชกหรือชุ่ม, จุ่ม, แช่,

          ทำให้เมา, เก็บภาษีมากเกินไป, เก็บเงินมากเกินไป, ลงโทษอย่างหนัก)

    (g) palliated    (แพ้ล-ลิ-เอท)  (ทำให้บรรเทา, ทำให้ลดน้อยลง, ลด, ผ่อนคลาย) 

    (h) incapacitated    (อิน-คะ-แพ้ส-ซิ-เทท)  (ทำให้ไร้ความสามารถ, ทำให้ขาดคุณสมบัติ) 

5. The word “screeched up” in the fourth paragraph is closest in meaning to _________________.

(คำว่า  “กรีดร้องเสียงแหลมและดัง, ส่งเสียงแสบแก้วหู”  ในพารากราฟ ๔  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________________)

    (a) stated    (กล่าว, พูด)

    (b) encountered    (เผชิญกับ, พบกับ)

    (c) pondered    (พ้อน-เดอะ)  (ครุ่นคิด, คำนึง, ไตร่ตรอง, พิจารณา) 

    (d) emerged   (โผล่ออกมา, ปรากฏออกมา)

    (e) proscribed    (โพรส-ไคร้บ)  (ออกประกาศห้าม, แถลงเป็นทางการว่า (สิ่งนั้น) เป็นอันตรายและต้องห้าม

         หรือผิดกฎหมาย)

    (f) malingered    (มะ-ลิ้ง-เจ้อะ)  (แกล้งทำเป็นป่วยเพื่อเลี่ยงงาน) 

    (g) screamed    (ร้องกรีด, ส่งเสียงแหลมดัง, ตะโกนเสียงแหลม, พูดดังเสียงแหลม, หัวเราะดังลั่น)

    (h) burgeoned    (เบ๊อร์-เจิ้น)  (งอกงาม, เจริญเติบโต, ผลิ, ผลิหน่อ, เพิ่มขึ้น, เริ่มเจริญ, เจริญโดยฉับพลัน) 

6. What does “dragged” in paragraph 4 mean?

(“ลาก, ดึง, กวาด, คราด, เลื่อน, เอ้อระเหย, เฉื่อยชา, ถูกลากหรือดึงไปตาม, เคลื่อนอย่างอืดอาด, ล้าหลัง, ขุดลอก”  ในพารากราฟ ๔  หมายถึงอะไร)

    (a) nurtured    (เน้อร์-เช่อะ)  (๑. สนับสนุน, เลี้ยง, บำรุง, ถนอม, ทะนุถนอม, อุปถัมภ์,   ๒.  ฝึกฝน,

          ให้การศึกษา) 

    (b) shifted    (เปลี่ยนแปลง)

    (c) adhered    (ติด, เกาะติด, ยึดมั่น, ถือเป็นภาคี, ถือทิฐิ)   

    (d) shielded    (ชีลด)  (ปกป้อง, ป้องกัน, คุ้มครอง)

    (e) hauled    (ฮอล)  (ลาก, ดึง, ฉุด, สาว, ชัก, เคลื่อนย้ายด้วยรถบรรทุก, เปลี่ยนทิศทางเดินเรือ

         (ตามแรงลม), เคลื่อนที่ด้วยรถ, เปลี่ยนใจ, เปลี่ยนทิศทาง)

    (f) annihilated    (ทำลายอย่างสิ้นซาก)

    (g) accumulated    (สะสม, เพิ่มพูน)

    (h) hurled    (ขว้าง, ปา)   

7. In the sentence “I just began crying right there in class” in the fifth paragraph, the writer cried because he was ________________.

(ในประโยค  “ผมก็เริ่มร้องไห้ที่ตรงนั้นในห้องเรียน”  ในพารากราฟ ๕,  ผู้เขียนกล่าวอ้าง (ประโยคนี้)  เพราะว่าเขา _________________)

    (a) disappointed    (ผิดหวัง)

    (b) sorry to see his parents    (เสียใจที่ได้เห็นพ่อแม่ของตน)

    (c) touched    (ประทับใจ, ตื้นตันใจ, ถูกกระตุ้น, ไม่ได้สมดุล, บ้านิดๆ)  (ที่เห็นพ่อแม่ของตน

          อุตส่าห์หาพลาสติกมาคลุมรถปิกอัพของตนที่ถูกฝนสาดจนเปียกโชก)

    (d) sad about his pickup truck    (เศร้าเกี่ยวกับรถปิกอัพของตน)

    (e) unhappy that he had broken his truck’s window    (ไม่มีความสุขว่าเขาได้ทำกระจกหน้าต่าง

         รถบรรทุกของตนแตก)

    (f) sorry to have bought an old truck    (เสียใจที่ได้ซื้อรถบรรทุกเก่ามา)

8. How does the writer feel about his parents?

(ผู้เขียนรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับพ่อแม่ของเขา)

    (a) Supportive    (สนับสนุน – พ่อแม่)

    (b) Neglected    (ถูกทอดทิ้ง, ไม่ได้รับการเอาใจใส่)

    (c) Offensive    (ก้าวร้าว, ไม่พอใจ, ล่วงละเมิด, น่าขยะแขยง, น่ารังเกียจ, ซึ่งทำให้ไม่พอใจหรือขุ่นเคือง,

          เกี่ยวกับการละเมิดหรือกระทำผิด)

    (d) Depressed    (ซึมเศร้า, หดหู่ใจ)

    (e) Appreciative    (ชื่นชม, รู้สึกขอบคุณ, เห็นคุณค่า)

    (f) Ungrateful    (อกตัญญู)

    (g) Untruthful    (ไม่จริง, ไม่ซื่อสัตย์)

    (h) Hostile    (มุ่งร้าย, มีเจตนาร้าย, เป็นศัตรู, ต่อต้าน, ไม่เป็นมิตร, ไม่รับแขก)

9. The purpose of the writer is to _______________________________________________.

(วัตถุประสงค์ของผู้เขียน  คือ ______________________________________________)

    (a) show the type of parents he had    (แสดงให้เห็นประเภทของพ่อแม่ที่เขามี)  (แสดงให้เห็น

          ว่าพ่อแม่ของเขาเป็นคนเช่นใด)

    (b) tell the kind of life he led as a teenager    (บอกเล่าชนิดของชีวิตที่เขาดำเนิน  ในฐานะเด็กวัยรุ่น)

    (c) describe his first automobile – a Ford pickup truck    (พรรณนารถยนต์คันแรกของเขา – รถปิก

          อัพยี่ห้อฟอร์ด)

    (d) explain what made his parents close to each other    (อธิบายว่าอะไรทำให้พ่อแม่ของเขาใกล้

          ชิดซึ่งกันและกัน)

 

(คำแปล)     

พ่อแม่สุดที่รักของผม

 

            เมื่อผมเป็นเด็กวัยรุ่น (teenager)  ผมซื้อรถปิกอัพ (pickup truck) ยี่ห้อฟอร์ดเก่าๆ คันหนึ่ง  ทุกวันหลังโรงเรียนเลิก (after school)  ผมจะง่วนอยู่กับมัน (worked on it) (กล่าวคือ)  ขัด (รถ) ด้วยกระดาษทราย (sanding), ทาสี (painting), ใช้หนังขัด (รถ) ให้สะอาดหรือเป็นเงา (buffing),  (และเพื่อ) เป็นของขวัญ (As a present)  พ่อแม่ของผมเอาเครื่องหุ้มเบาะ (ธุรกิจหุ้มเบาะเครื่องเรือน, เครื่องบุรอง) (upholstery) ใหม่เอี่ยม (brand-new) ทำด้วยหนังของเทียม (imitation leather)  สำหรับ (หุ้ม) เบาะรถยนต์ (seats) มาให้ผม

            ต่อมา  ครั้งหนึ่ง  ผมกระแทกประตูรถบานหนึ่งแรงเกินไปหน่อย (slammed a door a little too hard)  และกระจกหน้าต่างรถ (หน้าต่าง, ตู้โชว์, ช่องทางเข้าของแสงหรืออากาศ) (window) (บานเดียวกับประตูนี้) แตกละเอียด (แตกเป็นชิ้นๆ, เสื่อมเสีย, เสียหาย, ทำให้แตกละเอียด, ทำให้แตกเป็นชิ้นๆ, ทำให้เสื่อมเสีย-เสียหาย, ทำลาย) (shattered),  ผมไม่มีเงินที่จะทดแทน (ชดใช้คืน, แทนที่, สวมตำแหน่ง, ทำหน้าที่แทน, รับช่วง) (replace) มัน (หมายถึง  ไม่มีเงินซื้อกระจกหน้าต่างใหม่มาใส่แทน)  อย่างไรก็ตาม  ผมก็ยังขับมัน  รวมทั้ง (ขับ) ไปโรงเรียนด้วย

            ที่โรงเรียนมัธยม (secondary school) ของผม  คุณสามารถมองเห็นลานจอดรถ (parking lot) ได้จากห้องเรียนจำนวนมาก (หลายๆ ห้อง),  วันหนึ่ง  ฝนเริ่มตก  ผมนั่งอยู่ในห้องเรียนและเฝ้าดูรถบรรทุก (ปิกอัพ) (truck) ของผม – และเครื่องหุ้มเบาะใหม่ – เปียกโชก (แช่น้ำ, อาบน้ำ, จุ่มน้ำ) (drenched) (โดยมอง) ผ่านกระจกหน้าต่างที่แตก (broken window)

            ทันใดนั้น (Suddenly)  ผมเห็นแม่ (mom) และพ่อ (dad) ของผมพรวดพราด (วิ่ง, วิ่งเข้าไป, ถลัน, เร่ง, รีบเร่ง, กระทำอย่างเร่งรีบ, เร่งรีบ, กรูเข้ายึด, ยื้อแย่ง, แย่งซื้อ) (rush) เข้าไปในลานจอดรถ,  พวกเขากรีดร้องเสียงแหลมและดัง (ส่งเสียงแสบแก้วหู) (screeched up) ถัดไปจาก (next to) รถบรรทุกของผม  และลาก (ดึง, กวาด, คราด, เลื่อน, เอ้อระเหย, เฉื่อยชา, ถูกลากหรือดึงไปตาม, เคลื่อนอย่างอืดอาด, ล้าหลัง, ขุดลอก) (dragged) พลาสติกผืนใหญ่ (huge piece) ออกมาจากรถของพวกเขา,  จากนั้น  ท่ามกลางฝนที่เทลงมา (in the pouring rain)  พวกเขา (พ่อและแม่) ก็คลุม (covered up) รถบรรทุก (ของผมด้วยพลาสติกผืนนั้น)

            พ่อได้ออกจากที่ทำงานของเขาในตอนเที่ยงวัน,  ไปรับแม่ (picked up Mom)  และซื้อพลาสติกผืนใหญ่ (ก้อนใหญ่, ชิ้นใหญ่) (hunk) นี้เพื่อที่จะรักษา (ป้องกัน, กอบกู้, สงวน, คงไว้, กู้, ช่วยชีวิต, ช่วยเหลือ, ช่วยชีวิต, ประหยัด, เก็บเงิน) (save) เบาะรถ (เบาะรองนั่ง) (seats) ของผม,  ผมมองดูพวกเขาทำสิ่งนี้  และผมก็เริ่มร้องไห้ที่ตรงนั้นในห้องเรียน

            พ่อแม่ของผมอยู่กับผมตลอดเวลาสุขและทุกข์ (เวลาโชคดีและโชคร้าย) (high and low) ทุกๆ ครั้งในชีวิตของผม,  โดยสนับสนุน (ค้ำจุน, ยัน) (supportive) และภูมิใจ (ลำพองใจ, ถือดี, มีทิฐิ, สง่างาม) (proud) เสมอในความสำเร็จ (accomplishments) ของผม,  ผมไม่เคยคิดว่าพวกเขา (พ่อแม่) ได้จาก (ตาย) ไปแล้ว (think of them as gone),  ผมมี (เก็บ) เรื่องราวเกี่ยวกับพวกเขาทุกๆ เรื่องไว้  และสิ่งนั้นทำให้พวกเขาอยู่ใกล้ตัวผมเสมอ (keep them nearby always)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 65)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Hobbies and People’s Characters

 

          For several decades, psychologists have been doing extensive research on a subject that affects millions of us: hobbies.  According to their findings, a person’s choice of hobby can be almost as revealing as his reaction to an inkblot.

          Investigators found that a clearly distinguishable pattern exists between hobby preferences and personality.  Scientists now say that they are in a position to study your hobby and come up with a fairly accurate estimate of your emotional maturity, level of intelligence, and distinguishing personality traits.

          This is because people generally pick a hobby of their own free will.  As a parallel, a person choosing a mate employs a method of selection that reflects his or her intellectual and emotional maturity; the same process is at work in choosing a hobby.

          A hobby is never a task, but a form of living expression that complements and augments one’s own personality.

 

1. This passage mainly discusses ________________________________________________.

(เนื้อเรื่อง – บทความ – นี้อภิปราย _________________________________ เป็นส่วนใหญ่)

    (a) psychologists’ preferred hobbies    (งานอดิเรกที่ชอบของนักจิตวิทยา)

    (b) benefits of having a hobby    (ประโยชน์ของการมีงานอดิเรก)

    (c) hobbies and personality traits    (งานอดิเรกและลักษณะเฉพาะของบุคลิกภาพ)  (ทุกพารา

          กราฟในเนื้อเรื่อง  กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างงานอดิเรกของบุคคลและบุคลิกภาพของเขา)

    (d) useful leisure time activities    (กิจกรรมยามว่างที่มีประโยชน์)

2. In the first paragraph, “extensive” refers to _____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “กว้างขวางมาก, ครอบคลุม, กว้าง, ถ้วนทั่ว, แพร่หลาย, ซึ่งเพาะปลูกห่างๆ กัน”  หมายถึง ________________)

    (a) dormant    (อยู่นิ่ง, อยู่เฉยๆ, ซึ่งซ่อนหรือนอนอยู่ภายใน, ไม่เปิดเผย, สงบ, ไม่เคลื่อนที่,

          หยุดเคลื่อนไหว (ชั่วคราว), (ภูเขาไฟ) ยังไม่ระเบิด)

    (b) domestic    (เกี่ยวกับบ้าน งานบ้าน หรือครอบครัว, เชื่อง, ซึ่งพบหรือผลิตภายในประเทศ,

          ภายในประเทศ)

    (c) controversial    (ซึ่งโต้เถียงกัน, ซึ่งขัดแย้งกัน, เกี่ยวกับการโต้เถียง-ขัดแย้ง)

    (d) relentless    (ทรหด, ไม่ระย่อท้อถอย)

    (e) verifiable    (สามารถพิสูจน์ตรวจสอบได้)

    (f) questionable    (น่าสงสัย, มีปัญหา, มีพิรุธ, ไม่แน่นอน, ไม่คงที่)

    (g) comprehensive    (กว้างขวาง, ครอบคลุม, เข้าใจได้กว้าง, ซึ่งหยั่งรู้, ซึ่งประกันความเสีย

          หายอย่างกว้างขวาง)

    (h) sensible     (ฉลาด, มีเหตุผล, มีสติสัมปชัญญะ, มีไหวพริบ, สามารถรู้สึกได้ไวต่อสิ่งกระตุ้น)

3. The word “findings” in paragraph 1 is closest in meaning to _________________________.

(คำว่า  “สิ่งที่ค้นพบ, การค้นพบ, การค้นหา, ผลของการค้นหา, ผลของการค้นคว้า, คำวินิจฉัย”  ในพารา

กราฟ ๑  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________________)

    (a) inventions    (การประดิษฐ์คิดค้น, สิ่งประดิษฐ์)

    (b) appliances    (เครื่องมือ, อุปกรณ์)

    (c) decisions    (การตัดสินใจ, คำตัดสิน)

    (d) pandemonium    (ความโกลาหล, ความสับสนวุ่นวาย)

    (e) interests    (ความสนใจ, ความเอาใจใส่, ดอกเบี้ย, ผลประโยชน์)

    (f) testimonies    (คำให้การ, พยานหลักฐาน)

    (g) results    (ผลลัพธ์, ผล, ผลที่ตามมา, คำตอบ, มติ)

    (h) assistances    (ความช่วยเหลือ)

4. The word “revealing” in paragraph 1 may be replaced by ___________________________.

(คำว่า  “เผยให้เห็น, แสดงให้เห็น, เปิดเผย, แสดง”  ในพารากราฟ ๑  อาจแทนโดย ___________)

    (a) deteriorating    (เลวลง, เสื่อมลง, ชำรุด, แตกสลาย, ทำให้เลวลง, ทำให้เสื่อมเสีย)

    (b) exploiting    (อิกซ-สพล้อย-ทิ่ง)  (ใช้ให้เป็นประโยชน์, ใช้อย่างเห็นแก่ตัว หรืออย่างเอารัดเอาเปรียบ)

    (c) intruding    (บุกรุก, ล่วงล้ำ, รุกล้ำ, ก้าวก่าย)

    (d) marauding    (มะ-ร้อด-ดิ้ง)  (ปล้นสะดม, เที่ยวปล้นสะดม)

    (e) percolating    (ซึมผ่าน, ปล่อยให้ไหลผ่านสิ่งกรอง, กรอง, ทำให้ซึมผ่าน-ไหลผ่าน)

    (f) depicting    (พรรณนา, วาดให้เห็น, อธิบาย)

    (g) erecting    (สร้าง, ก่อสร้าง, จัดตั้ง, ทำให้ตั้งตรง, ทำให้ตั้งชัน, ติดตั้ง, ยก)

    (h) exposing    (เผย, เปิดเผย, เปิดโปง, นำออกแสดง)

5. It can be inferred from the passage that a reaction to an inkblot _______________________.

(มันสามารถสรุปได้จากเนื้อเรื่องว่า  ปฏิกิริยาต่อรอยเปื้อนหมึก _______________________)

    (a) is one kind of hobby    (เป็นงานอดิเรกชนิดหนึ่ง)

    (b) is used to reveal a person’s personality    (ถูกใช้แสดงบุคลิกภาพของบุคคล)  (ดูคำตอบ

          จากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “สอดคล้องกับสิ่งที่ค้นพบ (การค้นพบ) ของ

          พวกเขา (นักจิตวิทยา)  การเลือกงานอดิเรกของบุคคลสามารถเกือบจะเผยให้เห็น (แสดงให้

          เห็น) เท่าๆ กัน (พอๆ กัน) กับปฏิกิริยาของเขาที่มีต่อรอยเปื้อนหมึก  ซึ่งปฏิกิริยาดังกล่าวถือ

          เป็นบุคลิกภาพอย่างหนึ่งของบุคคล)

    (c) is being extensively investigated today    (กำลังถูกสอบสวนอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน)

    (d) is the author’s favorite hobby    (เป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของผู้เขียน)

6. In the second paragraph, “maturity” means ____________________________________.

(ในพารากราฟที่ ๒,  “วุฒิภาวะ, ความเป็นผู้ใหญ่, ความเจริญเติบโตเต็มที่, ความสมบูรณ์, การสุก, การถึงกำหนด”  หมายถึง ________________)

    (a) obligation    (ภาระหน้าที่, หน้าที่, พันธะ, ข้อผูกพัน, ความจำเป็น,หนี้, การบังคับ, บุญคุณ,

          ความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ, สัญญา)

    (b) anxiety    (ความวิตกกังวล)

    (c) intention    (ความตั้งใจ, เจตนา)

    (d) willingness    (ความเต็มใจ)

    (e) conflict    (ความขัดแย้ง)

    (f) adulthood    (ความเป็นผู้ใหญ่, การเติบโตเต็มที่)

    (g) diversity    (ความหลากหลาย, ความแตกต่าง)

    (h) adaptation    (การปรับให้เหมาะสม)

7. What does “intelligence” in paragraph 2 mean?

(“สติปัญญา, ความเฉลียวฉลาด, ไหวพริบ, เชาว์, การสืบราชการลับ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) endurance    (ความอดทน, ความอดกลั้น, ความทนทาน)

    (b) evolution    (วิวัฒนาการ)

    (c) concurrence    (การเห็นด้วย, การเห็นพ้อง, การสนับสนุน, การให้ความร่วมมือ)

    (d) symptom    (อาการ, อาการโรค, ลักษณะอาการ, เครื่องแสดง, เครื่องชี้บอก, เครื่องหมาย)

    (e) shrewdness    (ชรูด-เนส)  (ความเฉลียวฉลาด, ความเฉียบแหลม, ความหลักแหลม,

          ความว่องไว, ความร้ายแรง, การมุ่งร้าย)

     (f) famine    (แฟ้ม-มิน)  (ความขาดแคลนอย่างหนัก, ภาวะข้าวยากหมากแพง, ทุพภิกขภัย,

          ความอดอยาก, ความหิวจัด, การอดตาย)

    (g) distress    (ความเศร้าโศก, ความเสียใจ, ความทุกข์ยาก, ความลำบาก, ภัยพิบัติ, ความเคราะห์ร้าย)

    (h) avalanche    (แอฟ-วะ-ลานซ)  (ภาษาฝรั่งเศส)  (หิมะ  ดิน หรือหินถล่ม, สิ่งที่พังทลายลงมา)

8. The author implies in the passage that hobbies are ________________________________.

(ผู้เขียนบอกเป็นนัยในเนื้อเรื่อง (บทความ) ว่า  งานอดิเรก ___________________________)

    (a) only for the emotionally mature    (มีไว้สำหรับผู้ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์เท่านั้น)

    (b) something most people have    (เป็นอะไรบางอย่างที่คนส่วนใหญ่มี)  (ดูจากประโยคแรก

          ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “เป็นเวลาหลายทศวรรษ  นักจิตวิทยาได้กำลังทำการวิจัย

          อย่างกว้างขวางมากในเรื่องซึ่งมีผลกระทบกับพวกเราหลายล้านคน (คือ) งานอดิเรก)

    (c) as important as a mate    (มีความสำคัญเท่าๆ กับสามีหรือภรรยา)

    (d) very time-consuming endeavors    (เป็นความพยายามที่กินเวลามาก)

9. The word “this” in paragraph 3 refers to ________________________________________.

(คำว่า  “นี้”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง _______________________________________)

    (a) the ability of scientists to give advice on how free time is best used  (ความสามารถของนัก

          วิทยาศาสตร์ที่จะให้คำแนะนำว่า  จะใช้เวลาว่างให้ดีที่สุดอย่างไร)

    (b) extensive research of psychologists    (การวิจัยอย่างกว้างขวางของนักจิตวิทยา)

    (c) the ability of scientists to match hobbies with personal characteristics    (ความสา

          มารถของนักวิทยาศาสตร์ที่จะจับคู่งานอดิเรกกับลักษณะเฉพาะส่วนบุคคล)  (ดูคำตอบจาก

          ประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกล่าวว่า  พวกเขาอยู่

          ในฐานะที่จะศึกษางานอดิเรกของคุณ  และปรากฏออกมาพร้อมกับการประมาณการที่ถูก

           ต้องปานกลาง (อย่างเหมาะสม) (หมายถึง  การประมาณการมิได้ถูกต้องไปเสียทั้งหมด)

          ในเรื่อง (ด้าน) วุฒิภาวะ (ความเป็นผู้ใหญ่) ทางด้านอารมณ์, ระดับของสติปัญญา (ความ

          เฉลียวฉลาด) และลักษณะเฉพาะ ของบุคลิกภาพซึ่งแสดงความแตกต่าง  ของคุณ (หมาย

          ถึง  งานอดิเรกที่แตกต่างกันของบุคคล  จะบ่งบอกถึงลักษณะของบุคลิกภาพที่ต่างกัน

          ของเขาด้วย))

    (d) the need for people to choose an appropriate hobby    (ความจำเป็นสำหรับผู้คนที่จะเลือก

          งานอดิเรกที่เหมาะสม)

10. According to the passage, a person’s choice of hobby can tell scientists about all of the following EXCEPT ________________.

(ตามที่เนื้อเรื่องกล่าว  การเลือกงานอดิเรกของบุคคล  สามารถบอกนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับทั้งหมดต่อไปนี้  ยกเว้น ________________)

      (a) level of intelligence    (ระดับของสติปัญญา)  (ดูจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒)

      (b) probable choice of mate    (การเลือกคู่ที่อาจเป็นได้)  (บทความมิได้กล่าวถึงเรื่องนี้)

      (c) special personality traits    (ลักษณะพิเศษของบุคลิกภาพ)  (ดูจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒)

      (d) emotional maturity    (วุฒิภาวะทางด้านอารมณ์)  (ดูจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒)

11. In the fourth paragraph, “complements” means _________________________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “เป็นส่วนประกอบของ, ทำให้สมบูรณ์”  หมายถึง ______________________)

      (a) establishes    (สร้าง, สถาปนา, ก่อตั้ง)

      (b) abolishes    (อะ-บ๊อล-ลิช)  (ยกเลิก, เลิกล้ม, ล้มล้าง, ทำลาย) 

      (c) demolishes    (รื้อทิ้ง (ตึก, อาคาร), ทำลาย, โค่น)

      (d) enhances    (เพิ่ม, เสริม, ยกระดับ, ทำให้สูงขึ้น, ทำให้มากขึ้น)

      (e) is a component of    (เป็นส่วนประกอบของ)

      (f) prohibits    (โพร-ฮิ้บ-บิท)  (ห้าม, ป้องกัน, ขัดขวาง)

      (g) postpones    (เลื่อนออกไป, ผัดเวลาออกไป)

      (h) predominates    (ครอบงำ, มีอิทธิพลเหนือ, มีอำนาจเหนือ, เหนือกว่า, มีมากกว่า, ปกครอง)

12. The word “augments” in the final paragraph may be replaced by ____________________.

(คำว่า  “เพิ่มพูน, ขยาย, เสริม, เพิ่มทวี”  ในพารากราฟสุดท้าย  อาจแทนโดย _______________)

      (a) rejuvenates    (รี-จู๊-วิ-เนท)  (ทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิม, ทำให้เป็นหนุ่มขึ้นอีก, ทำให้กลับเป็นหนุ่ม,

            ทำให้กระปรี้กระเปร่าขึ้นอีก, ฟื้นคืน)

      (b) maintains    (บำรุง, รักษาไว้, เกื้อกูล, ผดุงไว้, ธำรงไว้, ค้ำ, ยืนยัน)

      (c) rummages    (รื้อค้นกระจุยกระจาย)

      (d) conspires    (สมคบคิดกัน (ทำผิด), ร่วมหัวกันวางอุบาย, ร่วมกันวางแผน)

      (e) engenders    (ทำให้เกิด, ก่อให้เกิด, บังเกิด)

      (f) aggrandizes    (เพิ่ม, ขยาย, คุยโว)

      (g) distinguishes    (เห็น  แยก  หรือบอกความแตกต่าง)

      (h) elaborates    (พูดหรือขยายความอย่างละเอียด)

 

(คำแปล)

งานอดิเรกและอุปนิสัยของคน

 

            เป็นเวลาหลายทศวรรษ (decades)  นักจิตวิทยา (psychologists) ได้กำลังทำการวิจัยอย่างกว้างขวางมาก (doing extensive research) ในเรื่อง (วิชา, กรณี, ประเด็น, ปัญหา, ข้อ, หัวข้อ, สาเหตุ, มูลเหตุ, ประชากร, ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน, ผู้รับการทดสอบ, ประธานประโยค) (subject)  ซึ่งมีผลกระทบกับ (affects) พวกเราหลายล้านคน (millions of us) (คือ) งานอดิเรก (hobbies)สอดคล้องกับ (According to) สิ่งที่ค้นพบ (การค้นพบ, การค้นหา, ผลของการค้นหา, ผลของการค้นคว้า, คำวินิจฉัย) (findings) ของพวกเขา (นักจิตวิทยา)  การเลือก (choice) งานอดิเรกของบุคคลสามารถเกือบจะเผยให้เห็น (แสดงให้เห็น, เปิดเผย, แสดง) (revealing) เท่าๆ กัน (พอๆ กัน) กับปฏิกิริยา (reaction) ของเขาที่มีต่อรอยเปื้อนหมึก (รอยหรือจุดหมึก(inkblot)

            ผู้สำรวจ (ผู้สอบสวน, นักสืบ) (Investigators) พบว่า  รูปแบบ (pattern) ที่สามารถบอกความแตกต่างได้ (distinguishable) อย่างชัดเจน  มีอยู่ (ดำรงอยู่(exists) ระหว่างการชอบงานอดิเรกหนึ่งมากกว่าอีกงานฯ หนึ่ง (hobby preferences) และบุคลิกภาพ (personality) (หมายถึง  งานอดิเรกของบุคคลมีความสัมพันธ์กับบุคลิกภาพของเขาอย่างชัดเจน),  โดยนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกล่าวว่า  พวกเขาอยู่ในฐานะ (ตำแหน่ง) (position) ที่จะศึกษางานอดิเรกของคุณ  และปรากฏออกมาพร้อมกับ (come up with) การประมาณการ (การประเมิน, ความคิดเห็น, ค่าหรือราคาที่ประเมิน) (estimate) ที่ถูกต้อง (accurate) ปานกลาง (อย่างเหมาะสม, โดยสิ้นเชิง, อย่างยุติธรรม) (fairly) (หมายถึง  การประมาณการมิได้ถูกต้องไปเสียทั้งหมด) ในเรื่อง (ด้าน) วุฒิภาวะ (ความเป็นผู้ใหญ่, ความเจริญเติบโตเต็มที่, ความสมบูรณ์, การสุก, การถึงกำหนด) (maturity) ทางด้านอารมณ์ (emotional),  ระดับของสติปัญญา (ความเฉลียวฉลาด, ไหวพริบ, เชาว์, การสืบราชการลับ) (intelligence)  และลักษณะเฉพาะ (คุณสมบัติเฉพาะ, อุปนิสัย, สันดาน) (traits) ของบุคลิกภาพซึ่งแสดงความแตกต่าง (distinguishing) ของคุณ (หมายถึง  งานอดิเรกที่แตกต่างกันของบุคคล  จะบ่งบอกถึงลักษณะของบุคลิกภาพที่ต่างกันของเขาด้วย)

            สิ่งนี้เป็นเพราะว่า  ผู้คนโดยทั่วไปแล้วเลือก (คัด, หยิบ, จับ, เก็บ, เด็ด, ขุด, แคะ, ล้วงกระเป๋า, ขโมย) (pick) งานอดิเรกด้วยความสมัครใจ (ความตกลงใจ, ความประสงค์, ความตั้งใจ, เจตนารมณ์, การตัดสินใจ, พินัยกรรม) (will) โดยอิสระเสรีของตนเอง (of their own free), (และ) ในแบบคู่ขนานกัน (As a parallel)  บุคคลซึ่งเลือกสามีหรือภรรยา (เพื่อน, เพื่อนร่วมโรงเรียน-ห้อง, หนึ่งในสัตว์ตัวผู้ตัวเมียคู่หนึ่ง) (mate)  จะใช้ (จ้าง) (employs) วิธีการเลือก (method of selection) ซึ่งสะท้อนให้เห็น (reflects) วุฒิภาวะทางด้านปัญญาและทางด้านอารมณ์ (intellectual and emotional maturity) ของเขาหรือเธอ,  โดยกระบวนการ (process) แบบเดียวกันนี้จะกำลังทำงาน (at work) ในการเลือกงานอดิเรก  (หมายถึง  ในการเลือกงานอดิเรก  ก็ใช้กระบวนการแบบเดียวกับการเลือกสามีหรือภรรยา)

          งานอดิเรกไม่เคยเป็นเรื่องที่ยาก (งานหนัก, งาน, ภาระหน้าที่) (task)  แต่ (เป็น) รูปแบบ (form) หนึ่งของการแสดงออกที่มีชีวิต (living expression)  ซึ่งเป็นส่วนประกอบของ (ทำให้สมบูรณ์) (complements) และเพิ่มพูน (ขยาย, เสริม, เพิ่มทวี(augments) บุคลิกภาพของบุคคลเอง (one’s own personality)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 64)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Termites : The Tiny Insects

 

          A biologists has discovered that termites play a major role in regulating the Earth’s atmosphere.  These insects seem to produce more methane and carbon dioxide than any other animals, including even the humans who live above them.

          Termites produce nearly half of all the methane in the atmosphere, reports Pat Zimmerman of the National Center for Atmospheric Research.  Atmospheric methane helps produce ozone and hydrogen, and it contributes to the retention of the Earth’s heat – the so-called greenhouse effect that some scientists fear may lead to global warming.  Another gas that traps heat, carbon dioxide, is also produced in the termite’s digestive tract.  Zimmerman says termites release more of the gas than humans do in burning wood and fossil fuels.  He also adds that termite output may be increasing because of the worldwide destruction of forests, which are being replaced by grasslands that make ideal habitats for termites.

 

1. What is an effect of the production of atmospheric methane?

(อะไรคือผลกระทบของการสร้างก๊าซมีเธนในชั้นบรรยากาศ)

    (a) It reduces ozone.    (มันลดโอโซน)

    (b) It kills termites.    (มันฆ่าปลวก)

    (c) It causes the destruction of forests.    (มันก่อให้เกิดการทำลายป่าไม้)

    (d) It traps the Earth’s heat.    (มันดัก – กัก – ความร้อนในโลกไว้)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒

          ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ก๊าซมีเธนในชั้นบรรยากาศช่วยผลิต (สร้าง) โอโซนและไฮโดร

          เจน  และมันมีส่วนช่วยในการกักความร้อนในโลกไว้ – หรือที่เรียกกันว่าภาวะเรือนกระจก ......

          ..................)

2. In the first paragraph, “regulating” refers to ____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “ควบคุม, ปรับ, ทำให้สมดุล, ดูแล, ทำให้เป็นระเบียบ, วางระเบียบ, กำหนด, บัญญัติ”  หมายถึง ________________)

    (a) scattering    (ทำให้กระจัดกระจาย-กระเจิง, กระจัดกระจาย, แตกกระเจิง, สาด, โปรย, หว่าน)

    (b) conquering    (ค้อง-เค่อะ-ริง)  (ปราบ, เอาชนะ, พิชิต, ได้ชัยชนะ, ยึดได้)

    (c) remonstrating    (เร้ม-เมิน-สเทรท หรือ ริ-ม้อน-สเทรท)  (คัดค้าน, ทัดทาน, ประท้วง, โต้แย้ง,

          คัดค้านหรือโต้แย้งด้วยเหตุผล)

    (d) transgressing    (ละเมิด, ฝ่าฝืน, ลุกล้ำ, ล้ำเขต, กระทำผิด)

    (e) humiliating    (ฮิว-มิ้ล-ลี-เอท)  (ทำให้ขายหน้า, ทำให้เสียเกียรติ)

    (f) vandalizing    (แว้น-เดิล-ไลซ)  (ทำลายทรัพย์สินของรัฐหรือเอกชน, ทำลายวัฒนธรรม

          และศิลปวรรณคดี)

    (g) controlling    (ควบคุม, มีอำนาจเหนือ, บังคับ, บังคับบัญชา, ยับยั้ง)

    (h) consenting    (ยินยอม, เห็นชอบ, อนุญาต)

3. The word “retention” in paragraph 2 means ____________________________________.

(คำว่า  “การกักไว้, การรักษาไว้, การกักกัน, การสงวนไว้, สิ่งที่สงวนไว้, ความทรงจำ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ________________)

    (a) termination    (การสิ้นสุด, การยุติ, การจบลง, การทำให้สิ้นสุด-ยุติ)

    (b) outset    (การเริ่มต้น)

    (c) decline    (การเสื่อมถอย, การลดลง, การล่มสลาย, การปฏิเสธ)

    (d) rebellion    (ริ-เบ๊ล-เยิ่น)  (การกบฏ, การก่อการกบฏ, การจลาจล, การก่อการจลาจล)

    (e) perseverance    (ความอุตสาหพยายาม, ความบากบั่นมุมานะ)

    (f) expertise    (เอ๊ค-สเพอ-ไท้ซ)  (ความชำนาญ, ความรู้ความชำนาญ)

    (g) generosity    (เจน-นะ-รอส-ซิ-ที่)  (ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ความใจกว้าง, ความใจดี, ความไม่เห็นแก่ตัว)

    (h) keeping    (การเก็บไว้, การรักษาไว้, การสงวนไว้, การกักขัง, การป้องกันรักษา,

          การหน่วงเหนี่ยว)

4. The word “release” in paragraph 2 may be replaced by _____________________________.

(คำว่า  “ปล่อย, ปลดปล่อย, ปลดเปลื้อง, แก้, คลาย, ปลด, ปลดหนี้, ยกโทษ”  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย _______________)

    (a) relieve    (บรรเทา, ลด, ผ่อนคลาย, แบ่งเบา, ช่วยเหลือ, สงเคราะห์, เปลี่ยนบรรยากาศ, เปลี่ยนอารมณ์)

    (b) proliferate    (ขยาย, เพิ่มทวี, ผุดขึ้น, งอก, แพร่หลาย, แพร่พันธุ์, เผยแพร่)

    (c) vanish    (อันตรธานหายไป)

    (d) perish    (เพ้อ-ริช)  (ตาย, แตกดับ, สาบสูญ, ย่อยยับ, เหี่ยวแห้ง, เน่าเปื่อย)

    (e) anticipate    (คาดหมาย, มุ่งหวัง, คาดการณ์ล่วงหน้า, ทำนาย)

    (f) emit    (ปล่อยออกมา, เปล่งออกมา, ฉาย, ส่อง, แพร่กระจาย)

    (g) surrender    (ยอมแพ้, ยอม, ยอมจำนน, ยอมตาม, ตามใจ, สละ, ละทิ้ง, คืน, ยกเลิก, มอบตัว) 

          (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “การยอมแพ้, การยอมจำนน, การยอมตาม, การมอบตัว, การสละ,

          การละทิ้ง”)

    (h) oust    (เอ๊าซท)  (ขับออก, ขับไล่, ไล่ออก, ปลดออก, ชิง, เบียด, แย่ง, เพิกถอน)

5. Which statement is TRUE?

(คำพูดใดถูกต้อง)

    (a) Humans seem to produce more methane than other animals.    (มนุษย์ดูเหมือนว่าผลิตก๊าซ

           มีเธนมากกว่าสัตว์อื่นๆ)

    (b) Grasslands are the best place for termites to grow.    (ทุ่งหญ้าเป็นสถานที่ที่ดีที่สุด

          สำหรับปลวกที่จะเจริญเติบโต)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า 

          “เขายังกล่าวเสริมด้วยว่า  ผลผลิตของปลวก (สิ่งที่ปลวกสร้าง) อาจจะกำลังเพิ่มขึ้นเนื่องมา

          จากการทำลายป่าไม้ทั่วโลก  ซึ่งกำลังถูกแทนที่โดยทุ่งหญ้า  ซึ่งทำให้เกิดถิ่นที่อยู่อาศัยที่

          ดีเยี่ยมสำหรับปลวก)

    (c) The greenhouse effect explains why termites release methane.    (ภาวะเรือนกระจกอธิบายว่า 

           ทำไมปลวกจึงปล่อยก๊าซมีเธนออกมา)

    (d) Termites increase the destruction of forests.    (ปลวกเพิ่มการทำลายป่าไม้)

6. In the second paragraph, “replaced” is closest in meaning to ________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “แทนที่”  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _________________________)

    (a) galvanized    (กระตุ้น, กระตุ้นโดยกระแสไฟฟ้า)

    (b) ostracized    (เนรเทศ, ขับออก, ขจัดออก, เอาออกไปจากสังคม, เอาออก, ตัดสิทธิ์, ลิดรอนสิทธิ์)

    (c) interrogated    (สอบถาม, ซักถาม)

    (d) swindled    (โกง, ฉ้อโกง, หลอกต้ม, หลอกลวง)  (เมื่อเป็นคำนาม  “Swindle” หมายถึง  “การโกง,

          การฉ้อโกง, การหลอกต้ม, การหลอกลวง”)

    (e) superseded    (แทน, แทนที่, แย่งที่, เข้ามาแทนที่)

    (f) flattered    (ประจบ, ยกยอปอปั้น, สอพลอ)

    (g) bribed    (ไบร้บ)  (ติดสินบน, ให้สินบน)

    (h) bolstered    (หนุนค้ำ, รอง, ทำให้สูงขึ้น, ยก, สนับสนุน, ค้ำ, ค้ำจุน, เสริม)

7. What does “habitats” in paragraph 2 mean?

(ถิ่นที่อยู่อาศัย, ที่อยู่อาศัย, ที่อยู่อาศัยของพืชหรือสัตว์”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) diets    (อาหาร, อาหารพิเศษเพื่อสุขภาพ)

    (b) companions    (เพื่อน, สหาย, มิตร, เพื่อนร่วมงาน)

    (c) compromises    (ค้อม-พระ-ไมซ)  (การประนีประนอม, การยอมรับ, การยอมอ่อนข้อแก่กัน,

          การตกลงกันได้, สิ่งที่อยู่ระหว่างกลาง)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “ประนีประนอม, ยอม,

          พัวพัน, อ่อนข้อให้อย่างเสียเกียรติ”)

    (d) the natural environment in which animals live or grow    (สภาพแวดล้อมตาม

          ธรรมชาติซึ่งสัตว์อาศัยอยู่หรือเจริญเติบโต)

    (e) means    (วิธีการ, เครื่องมือ, ทรัพย์สินจำนวนมากมาย, จำนวนมากมาย)

    (f) innovations    (นวัตกรรม, สิ่งใหม่, วิธีการใหม่, การนำสิ่งใหม่หรือวิธีการใหม่เข้ามา)

    (g) consequences    (ผลลัพธ์)

    (h) approaches    (วิธีการ, การเข้าไปใกล้)

8. This discovery will mostly benefit _____________________________________________.

(การค้นพบ – ของนักชีววิทยา – จะเป็นประโยชน์กับ _______________________ เป็นส่วนใหญ่)

    (a) the study of termites’ behaviors    (การศึกษาพฤติกรรมของปลวก)

    (b) ideal termite habitats    (ที่อยู่อาศัยของปลวกที่ดีเยี่ยม)

    (c) atmospheric studies in the future    (การศึกษาเกี่ยวกับบรรยากาศในอนาคต

          (ดูคำตอบในพารากราฟแรก  และประโยคแรกของพารากราฟ ๒)

    (d) research in forestry    (การวิจัยในเรื่องการป่าไม้ – การปลูกและรักษาป่า)

9. What will occur as a result of burning wood and fossil fuels?

(อะไรจะเกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากการเผาไม้  และเชื้อเพลิงจากซากพืชหรือสัตว์ที่กลายเป็นหิน)

    (a) Carbon dioxide will be released.    (ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกปล่อยออกมา)  (ดูคำ

          ตอบจากประโยคที่ ๓ และ ๔ ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ก๊าซอีกชนิดหนึ่งซึ่งดักความ

          ร้อน (เก็บความร้อนไว้), หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์,  ก็ถูกผลิต (สร้าง) ในบริเวณซึ่งย่อย

          อาหารของปลวกด้วยเช่นกัน,  โดยซิมเมอร์แมนกล่าวว่า  ปลวกปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออก

          ไซด์มากกว่าที่มนุษย์ปล่อยออกมา  ในการเผาไม้และเชื้อเพลิงจากซากพืชหรือสัตว์ที่กลาย

           เป็นหิน)

    (b) Termites will decrease in number.    (ปลวกจะลดจำนวนลง)

    (c) Termites will release more carbon and methane.    (ปลวกจะปล่อยก๊าซคาร์บอนและมีเธน

          ออกมามากขึ้น)

    (d) Forests will be replaced by grasslands.    (ป่าไม้จะถูกแทนที่โดยทุ่งหญ้า)

 

(คำแปล)

ปลวก : แมลงตัวกระจ้อยร่อย

 

            นักชีววิทยา (biologist) ได้ค้นพบ (discovered) ว่าปลวก (termites) มีบทบาทสำคัญ (play a major role) ในการควบคุม (ปรับ, ทำให้สมดุล, ดูแล, ทำให้เป็นระเบียบ, วางระเบียบ, กำหนด, บัญญัติ) (regulating) บรรยากาศ (บรรยากาศรอบโลก, อากาศ, ก๊าซรอบดาวนพเคราะห์, ความกดดันบรรยากาศ, ท่าทาง) (atmosphere) ของโลก,  แมลง (insects) เหล่านี้ดูเหมือนว่าสร้างก๊าชมีเธน (ก๊าซติดไฟไร้สีไร้กลิ่น) และคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าสัตว์ชนิดอื่นใด  รวมทั้งแม้กระทั่งมนุษย์  ผู้ซึ่งอาศัยอยู่เหนือพวกมัน (หมายถึง  อาศัยอยู่บนพื้นดิน  ในขณะที่ปลวกทำรังอยู่ในมูลดินหรือใต้ดิน)

            ปลวกสร้างเกือบจะครึ่งหนึ่งของก๊าซมีเธนทั้งหมดในบรรยากาศรอบโลก  แพท  ซิมเมอร์แมน  แห่งศูนย์วิจัยบรรยากาศแห่งชาติ  รายงานเรื่องนี้,  ทั้งนี้  ก๊าซมีเธนในชั้นบรรยากาศช่วยผลิต (สร้าง) (produce) โอโซนและไฮโดรเจน  และมันมีส่วนช่วยในการ (มีคุณูปการต่อ, มีส่วนทำให้เกิด) (contributes to) การกักไว้ (การรักษาไว้, การกักกัน, การสงวนไว้, สิ่งที่สงวนไว้, ความทรงจำ) (retention) ของความร้อน (heat) ของโลก (หมายถึง  กักความร้อนในโลกไว้) – หรือที่เรียกกันว่า (so-called) ภาวะเรือนกระจก (ภาวะที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นเนื่องจากมลพิษจากสิ่งแวดล้อม) (greenhouse effect)  ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางคนกลัวว่าอาจจะนำไปสู่ (lead to) ภาวะโลกร้อน (global warming),  ก๊าซอีกชนิดหนึ่งซึ่งดัก (วางกับดัก, ขุดหลุมพราง, จับกุม, ยึดไว้) (traps) ความร้อน  (หมายถึง  เก็บความร้อนไว้)  หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  ก็ถูกผลิต (สร้าง) ในบริเวณ (เนื้อที่, ผืน, หย่อม, ช่วง) (tract) ซึ่งย่อยอาหาร (digestive) ของปลวกด้วยเช่นกัน,  โดยซิมเมอร์แมนกล่าวว่า  ปลวกปล่อย (ปลดปล่อย, ปลดเปลื้อง, แก้, คลาย, ปลด, ปลดหนี้, ยกโทษ) (release) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา  มากกว่าที่มนุษย์ปล่อยออกมาในการเผาไม้ (burning wood) และเชื้อเพลิงจากซากพืชหรือสัตว์ที่กลายเป็นหิน (fossil fuels),  เขายังกล่าวเสริม (adds) ด้วยว่า  ผลผลิตของปลวก (สิ่งที่ปลวกสร้าง) (termite output)  อาจจะกำลังเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากการทำลายป่าไม้ (destruction of forests) ทั่วโลก (worldwide)  ซึ่งกำลังถูกแทนที่ (replaced) โดยทุ่งหญ้า (ดินแดนที่มีทุ่งหญ้ามาก) (grasslands) ซึ่งทำให้เกิด (สร้าง, ทำ, ผลิต) (make) ถิ่นที่อยู่อาศัย (ที่อยู่อาศัย, ที่อยู่อาศัยของพืชหรือสัตว์) (habitats) ที่ดีเยี่ยม (ดีเลิศ, เป็นแบบอย่างสุดยอด, สมบูรณ์, เพ้อฝัน, ไม่มีจริง, ไม่เป็นความจริง, เกี่ยวกับอุดมการณ์หรืออุดมคติ) (ideal) สำหรับปลวก

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 63)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Kunta Kinte : The Kidnapped Slave

 

          He lay there in the darkness hearing the voice of his father sternly warning him and Lamin never to wander off anywhere alone; Kunta desperately wished that he had heeded his father’s warnings.  His heart sank with the thought that he would never again be able to listen to his father, that for the rest of whatever was going to be his life, he was going to have to think for himself.

          “All things are the will of Allah!”  That statement – which had begun with the alcala* - went from mouth to ear, and when it came to Kunta from the man lying on his left side, he turned his head to whisper the words to his Wolof shacklemate.  After a moment, Kunta realized that the Wolof hadn’t whispered the words on to the next man, and after wondering for a while why not, he thought that perhaps he hadn’t said them clearly, so he started to whisper the message once again.  But abruptly the Wolof spat out loudly enough to be heard across the entire hold, “If your Allah wills this, give me the devil!”  From elsewhere in the darkness came several loud exclamations of agreement with the Wolof, and arguments broke out here and there.

          Kunta was deeply shaken.  The shocked realization that he lay with a pagan burned into his brain, faith in Allah being as precious to him as life itself.  Until now he had respected the friendship and the wise opinions of his older shacklemate.  But now Kunta knew that there could never be any more companionship between them.

* alcala  =  sort of elder counselor

 

1. “Kunta desperately wished that he had heeded his father’s warnings.” in the first paragraph means _______________.

(คุนต้าปรารถนาอย่างสิ้นหวังว่า  เขาได้ใส่ใจคำเตือนของพ่อของเขา”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง  _______________)

    (a) Kunta knew that his wishes could come true    (คุนต้ารู้ว่า  ความปรารถนาของเขาสามารถ

          เป็นจริงได้)

    (b) Kunta wished that his father had warned him    (คุนต้าปรารถนาว่า  พ่อของเขาได้เตือนเขา)

    (c) Kunta hopelessly wished that his father would warn him again    (คุนต้าปรารถนาอย่างสิ้นหวังว่า 

          พ่อของเขาจะเตือนเขาอีกครั้ง)

    (d) Kunta had not taken his father’s warnings    (คุนต้ามิได้ฟังคำเตือนของพ่อของเขา

          (ข้อนี้เป็นการแสดงความปรารถนาในอดีต Subject + Wish + (That) + Subject + Had +

          Verb 3” ว่าประธานฯ ได้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ในอดีต  แต่จริงๆ แล้วมิได้กระทำ)

2. In the darkness, Kunta ____________________________________________________.

(ท่ามกลางความมืด,  คุนต้า ______________________________________________)

    (a) listened to his father’s voice    (ฟังเสียงของพ่อของเขา)

    (b) remembered hearing his father’s warnings    (จำได้ถึงการได้ยินคำเตือนของพ่อของเขา

          (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “เขานอนอยู่ตรงนั้นท่ามกลางความ

          มืด  ได้ยินเสียงของพ่อของเขา  ซึ่งเตือนเขาและลามิน (คนรักของคุนต้า) อย่างเข้มงวด   

          มิให้เตร็ดเตร่ไปยังที่ใดๆ ตามลำพัง)

    (c) thought his father spoke but it was the Wolof    (คิดว่าพ่อของเขาพูด  แต่มันคือโวลอฟ – ที่พูด)

    (d) was talking with his father and Lamin    (กำลังคุยกับพ่อของเขาและลามิน)

3. In the first paragraph, “desperately” refers to ___________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “อย่างสิ้นหวัง, อย่างเข้าตาจน, อย่างยิ่ง, อย่างเหลือเกิน, ด้วยความต้องการอย่างมาก, อย่างเต็มที่”  หมายถึง _________________)

    (a) colorfully    (อย่างเต็มไปด้วยสีสัน, มีภาพสีสดใส, น่าตื่นเต้น, ตรึงใจ, มีเสน่ห์)

    (b) ordinarily    (อย่างธรรมดา, อย่างปกติ, อย่างสามัญ, พื้นๆ, ระดับต่ำ, ต่ำกว่าปกติหรือค่าเฉลี่ย)

    (c) unchangeably    (อย่างไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้)

    (d) imminently    (อย่างจวนจะเกิด, อย่างใกล้จะเกิด)

    (e) ignominiously    (อย่างน่าอัปยศ, อย่างน่าอับอาย, อย่างน่าขายหน้า)

    (f) illicitly    (อย่างผิดกฎหมาย, อย่างไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ)

    (g) in despair    (อย่างหมดหวัง, ด้วยความสิ้นหวัง)

    (h) fruitfully    (อย่างประสบความสำเร็จ, อย่างได้ผล, มีผลดก)

4. The word “heeded” in paragraph 1 means _______________________________________.

(คำว่า  “ใส่ใจ, เอาใจใส่, สนใจ”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ___________________________)

    (a) prayed    (สวดมนต์, อธิษฐาน, ขอร้อง, วิงวอน, ภาวนา, ขอได้โปรด)

    (b) complied    (คัม-ไพล่)  (ทำตาม, เชื่อฟัง, ยินยอม, ปฏิบัติตาม)

    (c) interrogated    (สอบถาม, ซักถาม) 

    (d) emulated    (เอ๊ม-มิว-เลท)  (เอาอย่าง, พยายามเลียนแบบ, พยายามจะทำให้เท่าเทียมหรือดีกว่า) 

    (e) contradicted    (คอน-ทระ-ดิ๊คท)  (โต้แย้ง, กล่าวแย้ง, เถียง, ปฏิเสธ)  

    (f) articulated    (พูดอย่างชัดเจน, ออกเสียงชัดเจน)  (เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  “Articulate” หมายถึง 

          “ชัดเจน, ออกเสียงชัดเจน, สามารถพูดได้, มีความหมาย”) 

    (g) swindled    (โกง, หลอกลวง, หลอกต้ม, ฉ้อโกง)

    (h) paid attention to    (ให้ความเอาใจใส่กับ)

5. Which of the following is TRUE?

(ข้อใดต่อไปนี้เป็นความจริง)

    (a) Kunta obeyed his father in everything.    (คุนต้าเชื่อฟังพ่อของตนในทุกเรื่อง)  (ไม่เป็นความจริง 

          เขาถูกลักพาตัวเนื่องจากไม่ฟังคำเตือนของพ่อที่ห้ามเขาไปไหนมาไหนตามลำพัง)

    (b) Kunta wondered what his father said.    (คุนต้าประหลาดใจ-สงสัย  ว่าพ่อของตนพูดอะไร) 

    (c) Kunta disobeyed his father by going off by himself.    (คุนต้าไม่เชื่อฟังพ่อของตนโดย

          การไปไหนมาไหนตามลำพัง)  (เป็นความจริง  ดูข้อความจากประโยคแรกที่กล่าวว่า  “เขานอน

          อยู่ตรงนั้นท่ามกลางความมืด  ได้ยินเสียงของพ่อของเขา  ซึ่งเตือนเขาและลามิน (คนรักของ

          คุนต้า) อย่างเข้มงวด   มิให้เตร็ดเตร่ไปยังที่ใดๆ ตามลำพัง,  คุนต้าปรารถนาอย่างสิ้นหวังว่า

          เขาได้ใส่ใจคำเตือนของพ่อ”  แต่จริงๆ แล้วเขามิได้เอาใจใส่คำเตือนฯ)

    (d) Kunta and Lamin always did things together.    (คุนต้าและลามินมักทำสิ่งต่างๆ ด้วยกันเสมอ) 

          (บทความมิได้บอก)

6. According to the first paragraph, Kunta ________________________________________.

(ตามที่พารากราฟแรกกล่าว,  คุนต้า __________________________________________)

    (a) lay in the darkness with his father    (นอนในท่ามกลางความมืดกับพ่อของตน)

    (b) felt his heart sink because his father was leaving    (รู้สึกว่าหัวใจของตนจมดิ่ง  เพราะว่าพ่อของ

          ตนกำลังจะจากไป)

    (c) lay in the darkness with none of his family    (นอนในท่ามกลางความมืดโดยไม่มีสมาชิก

          ในครอบครัวของเขา)  (คุนต้าถูกลักพาตัวไปคนเดียวในครอบครัวของเขา)

    (d) and Lamin were leaving his father    (และลามินกำลังจะจากพ่อของคุนต้าไป)

7. In the second paragraph, “will” means __________________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “ความประสงค์, ความตั้งใจ, ความตกลงใจ, เจตนารมณ์, ความสมัครใจ, พินัยกรรม, ความกระตือรือร้น”  หมายถึง _________________)

    (a) property    (ทรัพย์สิน, ทรัพย์สมบัติ, สมบัติ, ที่ดิน, สิทธิครอบครอง, กรรมสิทธิ์)

    (b) creatures    (สรรพสิ่งที่สร้างขึ้น, คน, บุคคล, สัตว์, เครื่องมือ, ทาส)

    (c) superstition    (การเชื่อโชคเชื่อลาง, การเชื่อเรื่องไสยศาสตร์, การเชื่อเรื่องงมงาย, การเชื่อผีถือสาง)

    (d) repetition    (การทำซ้ำ, การพูดซ้ำ, เรื่องซ้ำ, สำเนา, สิ่งที่อัดใหม่, การท่อง, การบรรเลงซ้ำ)   

    (e) competency    (ความสามารถ)

    (f) desire    (ความปรารถนา, ความต้องการ, ราคะ, สิ่งที่ต้องการ)

    (g) amusement    (ความสนุกขบขัน, มหรสพ, ความอภิรมย์, เครื่องหย่อนใจ)

    (h) amazement    (ความทึ่ง, ความประหลาดใจ)

8. The word “abruptly” in paragraph 2 may be replaced by ____________________________.

(คำว่า  “ในฉับพลัน, ในทันทีทันใด, อย่างปัจจุบันทันด่วน”  ในพารากราฟ ๒  อาจจะแทนโดย _______)

    (a) eagerly    (อย่างกระตือรือร้น, อย่างใจจดใจจ่อ)

    (b) distinctly    (อย่างชัดเจน, อย่างแจ่มแจ้ง, อย่างเป็นที่สังเกตได้ง่าย, อย่างแน่นอน, จำเพาะ, หายาก,

          แตกต่าง)

    (c) lively    (อย่างมีชีวิตชีวา)

    (d) improvidently    (อิม-พรอฟ-วิ-เดิ้นท)  (๑. อย่างเลินเล่อ, อย่างไม่ระวัง, อย่างไม่คิดถึงอนาคต,

          อย่างไม่ได้ตระเตรียมมาก่อน,  ๒. ไม่ประหยัด, สุรุ่ยสุร่าย) 

    (e) severely    (อย่างรุนแรง)

    (f) ceaselessly    (ซีส-เลส-ลิ)  (อย่างไม่หยุดนิ่ง, อย่างไม่สิ้นสุด, อย่างไม่ขาดสาย, ไม่รู้จักจบ,

          ไม่หยุดหย่อน) 

    (g) suddenly    (ในทันทีทันใด, อย่างฉับพลัน, อย่างรวดเร็ว, อย่างกะทันหัน, อย่างคาดคิดไม่ถึง)

    (h) unprecedentedly    (อัน-เพรส-ซิ-เดิน-ทิด-ลิ)  (อย่างไม่เคยมีมาก่อน, อย่างไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดทัด

          เทียมได้, อย่างไม่มีที่เปรียบหรือเสมอเหมือน,  อย่างคาดไม่ถึง, ไม่รู้มาก่อน) 

9. What does “exclamations” in paragraph 2 mean?

(“คำอุทาน, การร้องตะโกน, การเปล่งเสียง, การร้อง)”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) disseminations    (การแพร่กระจาย, การเผยแพร่, การทำให้กระจัดกระจาย)

    (b) collaborations    (ความร่วมมือ) 

    (c) procrastinations    (โพร-แครส-ทิ-เน้-ชั่น)  (การผัดวันประกันพรุ่ง, การเลื่อน, การหน่วงเหนี่ยว,

          การทำให้ชักช้า) 

    (d) terrors    (ความหวาดกลัว, ความน่ากลัว, ความสยองขวัญ)

    (e) outcries    (เสียงร้องดัง, เสียงโวยวาย, เสียงอึกทึก, การโวยวาย, การประท้วงหรือคัดค้าน

          อย่างรุนแรง, การประมูล, การเรียกราคา)

    (f) intrusions    (การล่วงล้ำ, การบุกรุก, การก้าวก่าย, การผลักดันของแกสอันตราย)

    (g) emotions    (อารมณ์, ความรู้สึกโกรธ, เกลียด, รัก, ดีใจ, เสียใจ, ความสะเทือนใจ)

    (h) quotations    (คำกล่าวอ้าง, คำพูดที่ยกมาอ้าง)

10. The statement “……...…he was going to have to think for himself” in paragraph 1 tells us that Kunta ________________.

(คำพูด  “................ เขากำลังจำเป็นต้องคิดเพื่อตัวเอง”  ในพารากราฟ ๑  บอกเราว่าคุนต้า _______)

      (a) had to depend on himself from then on    (จำเป็นต้องพึ่งพาตนเองจากนั้นเป็นต้นมา)

      (b) had to think of a profession by himself    (จำเป็นต้องคิดถึงอาชีพด้วยตนเอง)

      (c) was not going to take other people’s advice any longer    (ไม่ฟังคำแนะนำของคนอื่นอีกต่อไป)

      (d) was selfish not to think of other people    (เห็นแก่ตัว  ที่ไม่คิดถึงคนอื่น)

11. Kunta thought that bad incidents happened to him and his mates because ______________.

(คุนต้าคิดว่า  เหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นกับตนและเพื่อนของตนเพราะว่า ____________________)

      (a) they were bad people    (พวกตนเป็นคนเลว)

      (b) they had no faith in Allah    (พวกตนไม่มีความศรัทธาในอัลลาห์)

      (c) Allah wished that    (พระอัลลาห์ปรารถนาเช่นนั้น)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารา

            กราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “สิ่งทั้งหลายเป็นพระประสงค์ของพระอัลลาห์)

      (d) the alcala wished that    (ผู้ให้คำแนะนำอาวุโสปรารถนาเช่นนั้น)

12. “went from mouth to ear” in the second paragraph is similar in meaning to _______________.

(“ออกจากปากสู่หู”  ในพารากราฟ ๒  มีความหมายเหมือนกับ __________________________)

      (a) ate and listened to someone at the same time    (กินและฟังใครบางคน (พูด) ในเวลาเดียวกัน)

      (b) spread from one man to another by whispering    (แพร่กระจายจากคนหนึ่งไปยังอีกคน

            หนึ่งโดยการกระซิบ)

      (c) taken from the mouth to stick in the ear    (ถูกนำออกจากปากเพื่อติดไว้ในหู)

      (d) talked while the others were listening    (พูดคุยในขณะที่คนอื่นกำลังฟัง)

13. It was the turn of ________________ to pass the message to the next man but he failed to do it.

(มันถึงคราว – วาระ – ของ ________ ที่จะส่งผ่านข้อความไปยังคนถัดไป  แต่เขาล้มเหลวที่จะทำมัน)

      (a) Kunta’s shacklemate    (เพื่อนที่ถูกล่ามโซ่ติดกันของคุนต้า)  (หมายถึง  โวลอฟ  ซึ่งเป็นผู้

            ให้คำแนะนำอาวุโสของคนผิวดำ  และเป็นผู้ที่คุนต้าให้ความเคารพ)

      (b) the alcala    (ผู้ให้คำแนะนำอาวุโสของชาวบ้าน)  (มิได้ระบุตัวแน่นอนว่าเป็นผู้ใด)

      (c) the man next to the alcala    (คนที่อยู่ถัดไปจากผู้ให้คำแนะนำอาวุโส)

      (d) Kunta    (คุนต้า)

14. We can assume that the Wolof was ______________ when he said, “If your Allah wills this, give me the devil!”

(เราสามารถสันนิษฐานว่า  โวลอฟ (รู้สึก) ______________ เมื่อเขากล่าวว่า  “ถ้าอัลลาห์ของแกมีความประสงค์เช่นนี้  จงเอาภูตผีปีศาจมาให้ฉัน”)  (หมายถึง  ถ้าพระเจ้าประสงค์จะให้โวลอฟถูกลักพาตัวมาขายเป็นทาส  ก็ให้ตนไปนับถือปีศาจดีกว่า)

      (a) unemotional    (ไม่มีอารมณ์, ไร้ความรู้สึก)

      (b) fearful    (กลัว, น่ากลัว)

      (c) proud    (ภูมิใจ, ลำพองใจ, ถือดี, มีทิฐิ, สง่างาม)

      (d) bitter    (ขมขื่น, ขม, เผ็ดร้อน, ปวดแสบ, รุนแรง, ดุเดือด, หนาวจัด, สาหัส)  (เนื่องจากเขา

            ต้องตกระกำลำบาก  ถูกล่ามโซ่เพื่อรอการนำไปขายเป็นทาส)

15. The reaction of the men in the hold to the Wolof’s outcry suggests that ___________________.

(ปฏิกิริยาของคนที่อยู่ในที่คุมขัง  ต่อเสียงร้อง (เสียงโวยวาย) ของโวลอฟ  บอกเป็นนัยว่า _________)

      (a) they all had faith in Allah    (พวกเขาทุกคนมีความศรัทธาในอัลลาห์)

      (b) some of them had lost their faith in Allah    (พวกเขาบางคนได้สูญเสียความศรัทธาใน

            พระอัลลาห์)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒  ที่กล่าวว่า  มีเสียงอุทานมาก

            มาย – จากทาสที่ถูกคุมขัง – ที่เห็นด้วยกับคำพูดของโวลอฟ  ซึ่งดูหมิ่นอัลลาร์  ที่ปล่อยให้

            พวกตนต้องตกระกำลำบาก  แต่ก็มีการโต้เถียงไม่เห็นด้วยกับคำพูดของโวลอฟเช่นกัน)

      (c) all of them agreed with the Wolof    (พวกเขาทุกคนเห็นด้วยกับ – คำพูด – ของโวลอฟ)

      (d) all of them disagreed with the Wolof    (พวกเขาทุกคนไม่เห็นด้วยกับ – คำพูด – ของโวลอฟ)

16. The word “precious” in the final paragraph may be replaced by _____________________. 

(คำว่า  “มีค่า, ล้ำค่า, เป็นที่รัก, อย่างยิ่ง, เต็มที่, พิถีพิถัน, ละเอียดถี่ถ้วน”  ในพารากราฟสุดท้าย  อาจแทนโดย ________________)

      (a) immense    (ใหญ่มาก, มหึมา, มหาศาล, มากมาย, ไพศาล)

      (b) grateful    (ขอบคุณ, ชื่นชมยินดี, ปลื้มปิติ)

      (c) confidential    (ลับๆ, ไว้วางใจ)

      (d) instant    (ทันทีทันใด)

      (e) invaluable    (ล้ำค่า, หาค่ามิได้, มีค่ามาก, สุดที่จะประเมินค่าได้)

      (f) credulous    (ซึ่งหูเบา, ซึ่งเชื่อคนง่าย, ซึ่งเชื่อคนมากเกินไป, ซึ่งไว้วางใจคนง่ายเกินไป)

      (g) repentant    (สำนึกผิดหรือบาป, เสียใจในความผิดที่ได้กระทำไป)

      (h) diffident    (ดิ๊ฟ-ฟิ-เดิ้นท)  (ประหม่า, ขี้อาย, ไม่มั่นใจในตัวเอง, ลังเล) 

17. Kunta decided that he must end his friendship with his shacklemate because the Wolof had ___

____________.

(คุนต้าตัดสินใจว่า  เขาจะต้องยุติมิตรภาพกับเพื่อนที่ถูกล่ามโซ่ติดกับเขา  เพราะว่าโวลอฟ _______)

      (a) denounced Allah    (ประณาม – ติเตียนอัลลาห์)  (จากคำกล่าวของโวลอฟในประโยคก่อน

            สุดท้ายของพารากราฟ ๒ ที่ว่า  “ถ้าพระประสงค์ของอัลลาห์เป็นแบบนี้  เอาภูตผีปีศาจมาให้

            ฉันดีกว่า”  ซึ่งหมายความว่า  ถ้าอัลลาห์ให้โวลอฟต้องมาตกระกำลำบากถูกล่ามโซ่เพื่อนำ

            ไปขายเป็นทาส  ก็ให้เขานับถือภูตผีปีศาจเสียดีกว่า)

      (b) great faith in the devil    (มีศรัทธาอย่างใหญ่หลวงในปีศาจ)

      (c) become unfriendly    (ไมเป็นมิตร – กับเขา)

      (d) annoyed him with the loud cry    (ทำให้เขาขุ่นเคืองด้วยเสียงร้องอันดัง)

18. From the statement “The shocked realization that he lay with a pagan burned into his brain” in the final paragraph, we feel that Kunta thought _______________.

(จากคำพูด  “การตระหนักรู้ด้วยความตกใจ  ว่าเขานอนอยู่กับคนนอกศาสนา  ลุกไหม้อยู่ในสมองของเขา”  ในพารากราฟสุดท้าย,  เรารู้สึกว่าคุนต้าคิดว่า ________________)

      (a) he lay with a fearful man    (เขานอนอยู่กับคนที่น่ากลัว)

      (b) the Wolof was superior  to him    (โวลอฟเหนือกว่า – เก่งกว่า, ดีกว่า – เขา)

      (c) he was more civilized than the Wolof    (เขามีอารยธรรม – ได้รับการพัฒนา-ขัดเกลา –

            มากกว่าโวลอฟ)  (เนื่องจากคุนต้าคิดว่าคำพูดของโวลอฟติเตียนพระเจ้า คือ อัลลาห์  เขาเลย

            มองว่าโวลอฟเป็นคนนอกศาสนา  ดังนั้น  ตัวเขาจึงมีการพัฒนาด้านจิตวิญญาณสูงกว่าโวลอฟ)

      (d) the Wolof might harm him    (โวลอฟอาจจะทำอันตรายเขา)

19. From the third paragraph, it can be concluded that Kunta thought _____________________.

(จากพารากราฟ ๓,  มันสามารถสรุปว่า  คุนต้าคิดว่า _______________________________)

      (a) there was no god since Allah never showed up    (ไม่มีพระเจ้า  เพราะอัลลาห์ไม่เคยปรากฏตัว)

      (b) he must have faith no matter what happened    (เขาจะต้องมีศรัทธา – ในอัลลาห์ – ไม่ว่า

            อะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม)  (ใจความในพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “คุนต้าตัวสั่นอย่างมาก  การตระ

            หนักรู้ด้วยความตกใจว่าเขานอนอยู่กับคนนอกศาสนาลุกไหม้อยู่ในสมองของเขา  ทั้งนี้ 

            ความศรัทธาในอัลลาห์มีค่าต่อตัวเขา  เหมือนกับชีวิตในตัวของมันเอง ..................... แต่ขณะ

            นี้  คุนต้ารู้ว่าไม่สามารถมีความเป็นเพื่อน (มิตรภาพ) ใดๆ ต่อไปอีกแล้วระหว่างเขากับโวลอฟ”  

            ซึ่งหมายความว่า  เขาจะต้องมีศรัทธาในอัลลาห์ต่อไปไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น)

      (c) Allah never helped him    (อัลลาห์ไม่เคยช่วยเหลือเขา)

      (d) Allah was superior to other gods    (อัลลาห์เหนือกว่าพระเจ้าองค์อื่นๆ)

20. The above passage is an example indicating that ________________________________.

(เนื้อเรื่องข้างบนเป็นตัวอย่างซึ่งบ่งชี้ว่า _______________________________________)

      (a) the Wolof was bad because he had faith in the devil rather than in Allah    (โวลอฟไม่ดีเพราะ

            ว่าเขามีศรัทธาในปีศาจมากกว่าในอัลลาห์)

      (b) if you don’t speak clearly, your friend will be angry and cry out loudly    (ถ้าคุณพูดไม่ชัดเจน 

            เพื่อนของคุณจะโกรธและร้องออกมาเสียงดัง)

      (c) there will be no companionship among desperate men    (จะไม่มีความเป็นเพื่อน – มิตรภาพ –

            ในบรรดาคนที่สิ้นหวัง)

      (d) desperate men may lose their faith in everything including Allah    (คนที่สิ้นหวังอาจจะ

            สูญเสียความศรัทธาในทุกสิ่งทุกอย่าง  รวมทั้ง (ใน) อัลลาห์)  (ดูจากคำพูดของโวลอฟที่กล่าว

            ติเตียนอัลลาห์ที่ทำให้ชีวิตของเขาต้องกลายมาเป็นทาส  รวมทั้งเสียงเออะอะจากทาสในที่คุม

            ขังอีกจำนวนมากที่เห็นด้วยกับคำพูดของโวลอฟ  ทั้งนี้  โวลอฟเป็นผู้ให้คำแนะนำอาวุโสคน

            หนึ่งของคนผิวดำในแอฟริกา  และเคยเป็นผู้เคร่งศาสนาด้วย)

21. An expression describing the theme of the above passage is _______________________.

(คำพูดที่พรรณนาธีม – หรือสาระสำคัญ – ของเนื้อเรื่องข้างบน  คือ ___________________)

      (a) men’s feeling towards religion when they despair    (ความรู้สึกของมนุษย์ที่มีต่อศาสนา

            เมื่อพวกเขาสิ้นหวัง)  (มักเป็นในเชิงลบหลู่  โดยมองว่าศาสนาไม่ได้ช่วยอะไรพวกเขาให้รอด

            พ้นจากชะตาชีวิตที่เลวร้ายได้เลย  เหมือนกับความรู้สึกของโวลอฟและทาสในที่คุมขังอีก

            หลายๆ คน)

      (b) the world is a just and pleasant place    (โลกเป็นสถานที่ที่ยุติธรรมและน่ารื่นรมย์)

      (c) Allah triumphs over the devil    (ชัยชนะของอัลลาห์ที่มีต่อปีศาจ)

      (d) men are friendly to each other    (มนุษย์เป็นมิตร – ให้ความช่วยเหลือ – ซึ่งกันและกัน)

 

(คำแปล)

คุนต้า คินเต้ : ทาสผู้ถูกลักพาตัว

 

            เขานอนอยู่ตรงนั้น (lay there) ท่ามกลางความมืด (in the darkness)  ได้ยินเสียงของพ่อของเขา  ซึ่งเตือน (warning) เขาและลามิน (คนรักของคุนต้า) อย่างเข้มงวด (อย่างเคร่งครัด, อย่างกวดขัน, อย่างพิถีพิถัน, อย่างรุนแรง) (sternly) มิให้เตร็ดเตร่ (เดินเตร่, ท่องเที่ยว, ไปโดยไม่มีจุดหมายแน่นอน, หันเหจากเดิม) (wander off) ไปยังที่ใดๆ ตามลำพัง (alone),  คุนต้าปรารถนาอย่างสิ้นหวัง (อย่างเข้าตาจน, อย่างยิ่ง, อย่างเหลือเกิน, ด้วยความต้องการอย่างมาก, อย่างเต็มที่) (desperately) ว่าเขาได้ใส่ใจ (เอาใจใส่, สนใจ) (heeded) คำเตือน (การเตือน) (warnings) ของพ่อ,  หัวใจของคุน ต้าจมดิ่ง (sank) ด้วยความคิด (thought) ที่ว่า  เขาจะไม่สามารถฟังพ่อของเขา (ตักเตือน) ได้อีก (เพราะขณะนี้เขาถูกลักพาตัวและล่ามโซ่อยู่ในที่คุมขังแห่งหนึ่งในรัฐเวอร์จิเนีย  เพื่อรอการนำไปขายเป็นทาสในอเมริกา  ก่อนสงครามกลางเมืองนับร้อยปี)  และ (ความคิด) ที่ว่า  สำหรับส่วนที่เหลือของชีวิตของเขาไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม (for the rest of whatever was going to be his life)  เขาจำเป็นต้องคิดเพื่อตัวเอง (หมายถึง  ต้องพึ่งพาตนเอง)

            “สิ่งทั้งหลายเป็นความประสงค์ (ความตั้งใจ, ความตกลงใจ, เจตนารมณ์, ความสมัครใจ, พินัยกรรม, ความกระตือรือร้น) (will) ของพระอัลลาห์ (พระเจ้าในศาสนาอิสลาม)”  คำกล่าวนั้น – ซึ่งเริ่มต้นด้วย (กล่าวโดย) ผู้ให้คำแนะนำอาวุโส (alcala) (ซึ่งถูกลักพาตัวและล่ามโซ่อยู่ในที่คุมขังเดียวกับคุนต้า) - ได้ออกจากปากถึงหู (went from mouth to ear) (หมายถึง  บอกต่อๆ กันไปแบบกระซิบ  เนื่องจากขณะนี้คุนต้าถูกล่ามโซ่ติดกันกับคนผิวดำอื่นๆ)  และเมื่อมัน (คำพูดของผู้ให้คำแนะนำอาวุโสที่พูดถึงพระอัลลาห์) มาถึง (หู) ของคุนต้าจากชายซึ่งนอนอยู่ด้านซ้ายมือ (left side) ของเขา  เขาก็หันศีรษะของเขาไปยังเพื่อนที่ถูกล่ามโซ่ติดกับเขา (shacklemate) ที่ชื่อโวลอฟ (Wolof) (โวลอฟ  เป็นผู้ให้คำแนะนำอาวุโสของคนผิวดำเช่นกัน),  หลังจากครู่หนึ่ง (After a moment)  คุนต้าตระหนัก (realized) ว่าโวลอฟมิได้กระซิบ (whispered) คำพูด (ที่กระซิบต่อๆ กันมาว่าสิ่งทั้งหลายเป็นพระประสงค์ของอัลลาห์  เช่น การที่พวกเขาต้องถูกลักพาตัวและล่ามโซ่ติดกันอยู่ในที่คุมขัง  ทั้งนี้เพราะโวลอฟเริ่มเสื่อมศรัทธาในอัลลาห์แล้ว  เมื่อเขาถูกลักพาตัวเพื่อนำมาขายเป็นทาสในสหรัฐฯ) ต่อไปยังคนที่อยู่ถัดจากเขาไป (next man)  และหลังจากประหลาดใจ (สงสัย, กังขา) (wondering) อยู่ครู่หนึ่ง (for a while) ว่าทำไม (โวลอฟ) จึงไม่ (กระซิบต่อ)  คุนต้าคิดว่าบางทีเขาเองมิได้กล่าวคำพูดนั้นอย่างชัดเจน  ดังนั้น  เขาจึงเริ่มกระซิบข้อความ (message) (ว่าสิ่งทั้งหลายเป็นพระประสงค์ฯ) อีกครั้งหนึ่ง (once again)  แต่ในฉับพลัน (ในทันทีทันใด, อย่างปัจจุบันทันด่วน) (abruptly)  โวลอฟก็ถุยน้ำลายออกมา (spat out) เสียงดังพอที่จะได้ยินกันไปทั่วทั้งที่คุมขัง (across the entire hold)  (พร้อมทั้งกล่าวว่า)  “ถ้าพระประสงค์ของอัลลาห์เป็นแบบนี้  เอาภูตผีปีศาจ (devil) มาให้ฉันดีกว่า”  (ต่อจากนั้น) มีการร้องอุทาน (การร้องตะโกน, การเปล่งเสียง, การร้อง) (exclamations) ดังๆ มากมาย  ที่แสดงการเห็นด้วย (agreement) กับโวลอฟ  โผล่ออกมาจากที่อื่นๆ (From elsewhere) ท่ามกลางความมืด (ในที่คุมขัง)  และการโต้เถียง  (arguments) (ระหว่างพวกที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับคำพูดของโวลอฟ) เกิดขึ้น  (broke out) ตรงนั้นบ้างตรงนี้บ้าง (here and there) (ภายในที่คุมขังทาส)  

            คุนต้าตัวสั่น (shaken) อย่างมาก (อย่างลึกล้ำ, อย่างลึกซึ้ง) (deeply)การตระหนักรู้ด้วยความตกใจ (shocked realization) ว่าเขานอนอยู่กับคนนอกศาสนา (pagan) ลุกไหม้อยู่ในสมองของเขา  ทั้งนี้  ความศรัทธา (faith) ในอัลลาห์มีค่า (precious) ต่อตัวเขา  เหมือนกับชีวิตในตัวของมันเอง (คุนต้าเป็นมุสลิมเคร่งศาสนา  และเขาเคยนับถือโวลอฟซึ่งเป็นผู้ให้คำแนะนำอาวุโสแก่คนผิวดำขณะอยู่ในแอฟริกา  แต่เมื่อโวลอฟถูกลักพาตัวมายังสหรัฐฯ พร้อมกับคุนต้าและคนผิวดำอื่นๆ  โวลอฟก็เสื่อมศรัทธาในอัลลาห์  เนื่องจากเขาคิดว่าทำให้ชีวิตของเขาต้องตกระกำลำบาก),  คุนต้าได้เคารพ (respected) มิตรภาพ (friendship) และความคิดเห็นที่ฉลาดของเพื่อนที่ถูกล่ามโซ่ติดกับเขา (shacklemate) ที่แก่กว่า (หมายถึง  โวลอฟ) จนกระทั่งในปัจจุบัน  (หมายถึง  ในปัจจุบันเลิกให้ความเคารพแล้ว),  แต่ขณะนี้  คุนต้ารู้ว่าไม่สามารถมีความเป็นเพื่อน (มิตรภาพ) (companionship) ใดๆ ต่อไปอีกแล้วระหว่างเขากับโวลอฟ 

*****หมายเหตุ – คุนต้า คินเต้  (๑๗๕๐ – ๑๘๒๒) เป็นหนุ่มผิวดำชาวอเมริกัน  และเป็นตัวเอกในนิยายเรื่อง “รากเหง้า  :  นิยายวีรชนของครอบครัวอเมริกัน (ผิวดำ)”  ซึ่งเขียนขึ้นในปี ๑๙๗๖  โดยนักเขียนอเมริกันผิวดำ ชื่อ อเล็กซ์ ฮาลีย์  ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากคุนต้า  คินเต้  เป็น “generation” ที่ ๗,  ประวัติของเขาได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ทางทีวีแบบซีรีส์  และออกฉายไปทั่วโลก  รวมทั้งในประเทศไทยด้วย  ทั้งนี้  คุนต้าเป็นชาวแกมเบียในทวีปแอฟริกา  เขาถูกลักพาตัวในขณะที่ออกไปหาฟืนในป่า  และนำลงเรือมาพร้อมกับคนผิวดำอื่นๆ เดินทางมายังรัฐเวอร์จิเนียในสหรัฐฯ  เพื่อนำมาขายเป็นทาส  โดยบทความนี้  กล่าวถึงขณะที่เขาถูกคุมขังแบบล่ามโซ่ติดกันกับคนผิวดำอื่นๆ  เพื่อรอการขายเป็นแรงงานทาสให้กับเจ้าของไร่ฝ้ายในเวอร์จิเนีย  ก่อนจะเกิดสงครามกลางเมืองในสหรัฐฯ นับ ๑๐๐ ปี  คุนต้ามีภรรยาเป็นทาสชาวผิวดำเช่นกัน  และมีลูกสาวคนหนึ่งซึ่งหลบหนีนายทาสไปยังรัฐอื่นพร้อมกับคนรักของตน  เธอกลับมาที่เวอร์จิเนียอีกครั้งหลังจากที่พ่อของเธอ (คุนต้า) เสียชีวิตแล้ว

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 62)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Famine

 

          Famine means a state of extreme hunger due to an insufficient supply of food suffered by the population of an area.  Natural causes, such as crop failures caused by adverse climatic conditions, have, since time immemorial, produced famine conditions.  Droughts, floods, excessive rainfall, cold summers, and over-long winters are common causes of crop failure, as are plagues of locusts, other insects, and rats.  Overpopulation tends to produce an imbalance in agricultural production and to create conditions which may result in famine after the failure of a single crop.

          In ancient societies, famines were of more frequent occurrences because of primitive methods of food production and storage.  Medieval Europe was no less liable to such suffering than China, India, and other countries of eastern Asia; both continents were equally devoid of efficient communication and transportation systems, with the consequence that a severe famine resulting from a bad harvest in one locality could not ordinarily be relieved by the inhabitants of a locality only 100 miles distant where the harvest had been excellent.  The growth of large urban centers and reliance chiefly on neighboring farmlands for food supply created conditions only too favorable to the outbreak of famine in big cities.

 

1. According to the passage, “famine” is ___________________________________________.

(ตามที่เนื้อเรื่องกล่าว, “ทุพภิกขภัย” คือ _______________________________________)

    (a) the greatest hunger which is caused by a lack of food    (ความหิวโหยอย่างที่สุด  ซึ่งมี

          สาเหตุมาจากการขาดแคลนอาหาร)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า 

          “ทุพภิกขภัยหมายถึงสภาพการณ์ของความหิวโหยแบบสุดโต่ง  เนื่องมาจากเสบียงอาหาร

          ที่ไม่เพียงพอ  ซึ่งได้รับความเดือดร้อน (ประสบ) โดยประชากรของพื้นที่หนึ่ง)

    (b) extreme hunger caused by the wrong kind of food    (ความหิวโหยแบบสุดโต่ง  ซึ่งมีสาเหตุมา

          จากอาหารผิดประเภท)

    (c) a population with underproduction of food    (ประชากรที่มีการผลิตอาหารไม่เพียงพอ)

    (d) a decrease in the food supply for the area    (การลดลงของเสบียงอาหารสำหรับพื้นที่หนึ่ง)

2. In the first paragraph, “famine” refers to ____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “ทุพภิกขภัย, ภาวะข้าวยากหมากแพง, ความอดอยาก, ความอดตาย, ความขาดแคลนอย่างหนัก, ความหิวจัด”  หมายถึง ________________)

    (a) avarice    (แอฟ-วะ-ริส)  (ความโลภ, ความตะกละ, ความงก) 

    (b) ambivalence    (แอม-บิ-เว้-เลิ่นซ)  (ความรู้สึกสองจิตสองใจต่อบุคคลหรือสิ่งหนึ่ง,  ความรู้สึกทั้งบวก

          และลบต่อบุคคลคนหนึ่งหรือสิ่งหนึ่ง, ความไม่แน่ใจในการเลือกของ  ๒  สิ่งที่ตรงกันข้าม, ความรู้สึกทั้ง

          รักและชังต่อบุคคลเดียวกัน) 

    (c) arrogance    (แอ๊-โร-เกิ้นซ)  (ความหยิ่ง, ความยโส, ความจองหอง) 

    (d) decorum    (ดิ-ค้อ-เริ่ม)  (มารยาท, สมบัติผู้ดี, ความงดงาม) 

    (e) absorption    (การดูดซับ, การดูดซึม, การรับเอามา, การหมกมุ่น)

    (f) integrity    (อิน-เท้ก-กริ-ที่)  (ความซื่อสัตย์, การยึดถือหลักคุณธรรม, ความสมบูรณ์, สภาพที่สมบูรณ์,

          ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน, ความมั่นคง)   

    (g) starvation    (ความอดอยาก, ความหิวโหย, การอดอาหารตาย, ความกระหาย)

    (h) adversity    (แอด-เว้อ-ซิ-ที่)  (เคราะห์ร้าย. ภัยพิบัติ, ความทุกข์ยากลำบาก)

3. The word “failures” in paragraph 1 means ______________________________________.

(คำว่า  “ความล้มเหลว, ความไม่สำเร็จ, ความไร้ผล, การสอบตก, การขาดแคลน, ความเสื่อมถอย”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ________________)

    (a) publicity    (พับ-ลิซ-ซิ-ที่)  (การโฆษณา, การเผยแพร่,  การประชาสัมพันธ์, ชื่อเสียง)

    (b) hazards    (แฮ้ซ-เซิร์ด)  (อันตราย)

    (c) mysteries    (ความลึกลับ, ความลี้ลับ, ความลับ, สิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้)

    (d) magnanimity    (แมก-นะ-นิ้ม-มี-ที่)  (ความมีใจกว้าง-เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ความสูงส่ง, ความไม่เห็นแก่ตัว,

          ความมีจิตใจสูงส่ง, การกระทำที่มีใจสูงส่ง)

    (e) perjuries    (เพ้อร์-จู-รี่)  (การเบิกความเท็จ, การให้การเป็นพยานเท็จ, การสาบานเท็จ) 

    (f) cultivations    (การเพาะปลูก)

    (g) circulations    (crop circulations = crop circles = ปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในทุ่งหญ้าหรือ

          ทุ่งนากว้างใหญ่ในทวีปอเมริกาและยุโรป  ที่หญ้าเกิดการแบนราบและมีรูปทรงในลักษณะต่างๆ มักเป็น

          ทรงเรขาคณิต เช่น วงกลม, สามเหลี่ยม หรือเส้นโค้งรูปต่างๆ  ซึ่งต้องมองจากมุมสูงหรือในอากาศเท่า

          นั้น  จึงจะสามารถเห็นรูปทรงเหล่านี้ได้ ทั้งนี้  ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าเกิดจากการกระทำของมนุษย์หรือ

          ไม่  แต่คนจำนวนมากเชื่อว่าเกิดจากการกระทำของมนุษย์ต่างดาวที่ยิงแสงเลเซอร์ลงมาจากจานบิน 

          เนื่องจากรูปทรงเรขาคณิตที่ใหญ่โตมโหฬารและวิจิตพิสดารเหล่านี้  เกินความสามารถของมนุษย์ที่

          จะสร้างขึ้นมาได้เมื่ออยู่บนพื้นดิน  โดยพื้นที่รอบข้างของรูปทรงเหล่านี้ไม่มีร่องรอยของการนำเครื่อง

          จักรหรือเครื่องมือขนาดใหญ่เข้าไปสร้างรูปทรงแปลกๆ เหล่านี้เลย)

    (h) fiascos (fiascoes)    (การล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง)

4. The word “adverse” in paragraph 1 may be replaced by _____________________________.

(คำว่า  “เลวร้าย, เป็นผลร้าย, เป็นปฏิปักษ์, เสียเปรียบ, ตรงกันข้าม”  ในพารากราฟ ๑  อาจจะแทนโดย _______________)

    (a) sensitive    (มีความรู้สึกไว, ใจน้อย, รับอิทธิพลภายนอกได้ง่าย)

    (b) unquestionable    (อัน-เคว้ส-เชิ่น-นะ-เบิ้ล)  (แน่นอน, ไม่มีปัญหา, ไม่ต้องสงสัยเลย)

    (c) equivocal    (อิ-ควิฟ-โว-เคิ่ล)  (คลุมเครือ, กำกวม, มีสองนัย, มีความหมายมากกว่า ๑ อย่าง)

    (d) straightforward    (สเทรท-ฟ้อร์-เวิร์ด)  (ตรงไปตรงมา)

    (e) trustworthy    (ทรัสท-เวิร์ธ-ทิ่)  (น่าไว้วางใจ, ไว้ใจได้, น่าเชื่อถือ, เชื่อถือได้)

    (f) unfavorable    (ไม่เอื้ออำนวย, (อากาศ) ไม่ดี, ไม่เหมาะสม, ไม่ราบรื่น, เสียเปรียบ)

    (g) candid    (เปิดเผย, ตรงไปตรงมา, ปราศจากอคติ, ซื่อตรง, เป็นธรรม)

    (h) controversial    (ที่ยังโต้เถียงหรือขัดแย้งกันอยู่, เกี่ยวกับการโต้เถียง-ขัดแย้ง)

5. Which of the following is NOT usually classified under “adverse climatic conditions”?

(ข้อใดต่อไปนี้  โดยปกติแล้วมิได้ถูกจัดประเภทอยู่ภายใต้  “สภาพภูมิอากาศเลวร้าย”)

    (a) Floods and excessive rainfall    (น้ำท่วมและปริมาณฝนตกมากเกิน)  (กล่าวไว้ในประโยคที่ ๓

          ของพารากราฟแรก)

    (b) Unusually long winters    (ฤดูหนาวที่ยาวนานผิดปกติ)  (กล่าวไว้ในประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรก)

    (c) Long periods of extremely dry weather    (ช่วงเวลาที่ยาวนานของอากาศที่แห้งแล้งแบบสุดโต่ง) 

           (กล่าวไว้ในประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรก  ตรง  “ความแห้งแล้ง”)

    (d) Swarms of locusts and other insects    (ฝูงตั๊กแตนและแมลงอื่นๆ)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวว่า 

           อยู่ในประเภท  “สภาพภูมิอากาศเลวร้าย”)

6. What does “droughts” in the first paragraph mean?

(ความแห้งแล้ง, ฤดูแล้ง, การขาดแคลนที่ยาวนาน, ความกระหายน้ำ”  ในพารากราฟแรก  หมายถึงอะไร)

    (a) rain in the wrong season    (ฝนผิดฤดู)

    (b) blizzards    (พายุหิมะ)

    (c) too much rain    (ฝนมากเกินไป)

    (d) avalanches    (แผ่นดินถล่ม)

    (e) excessive dryness    (ความแห้งแล้งที่มากเกิน)

    (f) deluges    (น้ำท่วม, อุทกภัย, ฝนที่ตกลงมาพักใหญ่, การไหลทะลัก)

    (g) windstorms    (ลมพายุ)

    (h) deforestations    (การทำลายป่า, การโค่นป่า, การทำลายต้นไม้)

7. The word “plagues” in paragraph 1 is closest in meaning to ___________________________.

(คำว่า  “โรคระบาด, โรคห่า, กาฬโรค, ภัยพิบัติ, สิ่งที่น่ารำคาญ)”  ในพารากราฟ ๑  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________________)

    (a) destructions    (การทำลาย, ภาวะที่ถูกทำลาย, สาเหตุของการทำลาย, วิธีการทำลาย)

    (b) calamities    (คะ-แล้ม-มิ-ที่)   (ความหายนะ, ภัยพิบัติ, เคราะห์ร้าย)  

    (c) incursions    (อิน-เค้อร์-ชั่น)  (การบุกรุก, การโจมตี, การรุกล้ำ)  

    (d) compassions    (ความสงสาร, ความเวทนา, ความเห็นอกเห็นใจ)

    (e) epidemics    (การระบาดของโรคเป็นครั้งคราว, การแพร่หลาย)

    (f) affections    (ความรักใคร่, ความชอบ, ความเมตตา)

    (g) hatreds    (เฮ้-ทริด)  (ความเกลียดชัง)

    (h) enmities    (เอ๊น-มิ-ที่)  (ความเป็นปฏิปักษ์, ความเกลียด, ความมีใจเป็นศัตรู หรือมุ่งร้าย,

          ความรู้สึกต่อต้าน) 

8. The writer gives all of the following as causes for famines EXCEPT ____________________.

(ผู้เขียนให้ทุกข้อต่อไปนี้เป็นสาเหตุของความอดอยากขาดแคลน  ยกเว้น __________________)

    (a) floods    (น้ำท่วม)  (ดูในประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรก)

    (b) overproduction    (การผลิต – อาหาร – มากเกินไป)

    (c) excessive rainfall    (ปริมาณฝนตกที่มากเกินไป)  (ดูในประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรก)

    (d) too many people in one area    (ประชากรมากเกินไปในพื้นที่หนึ่ง)  (ดูในประโยคที่ ๔

          ของพารากราฟแรก)

9. “……….....….. since time immemorial ……..…..……” in the first paragraph means “a time ….....….....….”

(“...................นับตั้งแต่เวลาที่นานหรือโบราณมากจนไม่สามารถจดจำได้...................” ในพารากราฟแรก  หมายถึง  “เวลา..........................”)

    (a) which has to be remembered    (ซึ่งจำเป็นต้องจดจำ – ระลึกถึง)

    (b) going back beyond the reach of memory    (ย้อนกลับไป – ในอดีต – เกินกว่าความทรงจำ

          จะเอื้อมไปถึง)  (หรือ  ย้อนกลับไปในอดีต  ที่นานจนไม่สามารถจดจำได้)

    (c) in one remaining civilization    (ในอารยธรรมหนึ่งที่หลงเหลืออยู่)

    (d) in memory of our ancestors    (เพื่อเป็นการระลึกถึงบรรพบุรุษของเรา)

10. In the second paragraph, “occurrences” means _________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “ปรากฏการณ์, เหตุการณ์, สิ่งที่ปรากฏขึ้น, การบังเกิดขึ้น, กรณี”  หมายถึง _____)

      (a) sensations    (ความรู้สึก)

      (b) reactions    (ปฏิกิริยา)

      (c) fractures    (การแตก, การหัก, รอยแตก)

      (d) excretions    (การกำจัด, การขับถ่ายออก, สิ่งที่ถูกขับถ่ายออกเป็นของเสีย)

      (e) eliminations    (การกำจัด, การทำลาย, การขับออก, การขับไล่, การลบทิ้ง)

      (f) happenings    (เหตุการณ์, กรณี, เรื่องราว)

      (g) manifestations    (การแสดง, การปรากฏ, การแห่แหน)

      (h) uprisings    (การกบฏ, การจลาจล, การปฏิวัติ, การลุกขึ้น-ลอยขึ้น-ตื่นขึ้น-ตั้งขึ้น)

11. The word “primitive” in paragraph 2 may be replaced by ___________________________.

(คำว่า  “ดึกดำบรรพ์, ดั้งเดิม, สมัยแรก, แรกเริ่ม, เบื้องต้น, ยังป่าเถื่อน, ง่ายๆ, หยาบ”  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย ________________)

      (a) cautious    (ระมัดระวัง, รอบคอบ)

      (b) ambiguous    (แอม-บิ๊ก-กิว-อัส)  (คลุมเครือ, กำกวม, มีหลายความหมาย, ยากที่จะเข้าใจ)

      (c) concise    (คัน-ไซ้ซ)  (สั้นกะทัดรัด, รัดกุม, รวบรัด)

      (d) vulgar    (วั้ล-เกอะ)  (หยาบคาย, หยาบ, ต่ำช้า, ไพร่, สามหาว, สามานย์, สามัญ, ธรรมดาๆ)

      (e) impudent    (อิ๊ม-พิว-เด้นท)  (หมื่นทะลึ่ง, โอหัง, อวดดี, อวดวิเศษณ์, ยโส)

      (f) pious    (ไพ้-เอิส)  (เคร่งศาสนา, มีศรัทธา)

      (g) primordial    (ไพร-ม้อร์-เดียล)  (ดั้งเดิม, แรกเริ่ม, ประถม, เกิดขึ้นก่อน)

      (h) ignorant    (โง่, เขลา, ไม่รู้, ไม่ทราบ)

      (i) immoral    (ไร้ศีลธรรม, ผิดศีลธรรม, เลว, เสเพล)

12. “devoid” in paragraph 2 is closest in meaning to _________________________________.

(“ปราศจาก, ขาดแคลน, ไม่มี”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _____________)

      (a) merciful    (มีเมตตากรุณา)

      (b) imperious    (อิม-พี้-เรียส)  (ซึ่งวางอำนาจ, แสดงอำนาจ, ซึ่งใช้อำนาจบังคับ, เย่อหยิ่ง, ยโส, วางภูมิ)

      (c) nomadic    (โน-แม้ด-ดิค)  (ร่อนเร่ไปในที่ต่างๆ, ท่องเที่ยว)

      (d) hideous    (ฮิ้ด-เดียส)  (น่ากลัว, น่าเกลียดมาก, สยดสยอง, เขย่าขวัญ, น่าขยะแขยง, น่าตกใจ)

      (e) lacking    (ขาดแคลน, ไม่มี)

      (f) atrocious    (อะ-โทร้-เชิส)  (โหดร้าย, ทารุณ, ชั่วร้าย, น่ากลัว, ดุร้าย, เลวร้าย)  

      (g) durable    (ดิ๊ว-ระ-เบิ้ล)  (ทนทาน, ใช้ทน, ยั่งยืน)  

      (h) enterprising    (ซึ่งเต็มไปด้วยความริเริ่ม, กล้าได้กล้าเสีย, แคล่วคล่อง) 

13. One reason why famine could not be relieved on either continent was because of _____________.

(เหตุผลหนึ่งว่าทำไมความอดอยากขาดแคลนไม่สามารถได้รับการบรรเทาในทั้ง ๒ ทวีป – ยุโรปและเอเชีย – คือเนื่องมาจาก ______________)

      (a) lack of agricultural production    (การขาดแคลนการผลิตด้านการเกษตร)

      (b) inadequate means of getting news of goods from place to place    (วิธีการที่ไม่เพียง

            พอของการได้รับข่าวเกี่ยวกับสินค้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ 

            ของพารากราฟ ๒  ที่กล่าวว่า  “ยุโรปสมัยกลางและเอเชียขาดแคลนระบบสื่อสารและขนส่ง

            เท่าๆ กัน  ซึ่งผลที่ตามมาคือ  เมื่อเกิดความอดอยากขาดแคลนรุนแรงเนื่องจากการเก็บเกี่ยว

            ที่ไม่ได้ผลในท้องถิ่นหนึ่ง  ก็ไม่สามารถได้รับการบรรเทา – ช่วยเหลือ – จากอีกท้องถิ่นหนึ่ง

            ที่อยู่ห่างออกไปเพียง ๑๐๐ ไมล์  ซึ่งการเก็บเกี่ยวได้ผลดีเยี่ยม  เพราะการสื่อสารและขนส่ง

            ระหว่างท้องถิ่นทั้งสองไม่มีประสิทธิภาพ  คือ  ไม่รู้ว่าอีกท้องถิ่นหนึ่งมีผลิตผลเหลือเฟือ 

            หรือถึงจะรู้ก็ไม่สามารถขนส่งสินค้าไปยังท้องถิ่นที่ขาดแคลนได้)

      (c) lack of motivation among the farmers    (การขาดแคลนการกระตุ้น – การดลใจ – ในบรรดาชาวนา)

      (d) lack of activity among the local people    (การขาดแคลนกิจกรรมในบรรดาผู้คนในท้องถิ่น)

14. The word “locality” in paragraph 2 refers to ____________________________________.

(คำว่า  “ท้องถิ่น, สถานที่, ถิ่นที่อยู่, ตำแหน่งที่ตั้ง”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _______________)

      (a) locale    (โล-แค่ล)  (สถานที่เกิดเหตุ, สถานที่ของเรื่องราว, ที่เกิดเหตุ)

      (b) ignominy    (อิ๊ก-นะ-มิ-นี่)  (ความน่าอับอาย, ความอัปยศอดสู, ความเสื่อมเสียชื่อเสียง, ความน่าดูถูก,

            ความน่ารังเกียจ) 

      (c) hierarchy    (ไฮ้-อะ-รา-คี่)   (การปกครองโดยลำดับชั้น หรือชั้นยศ, การจัดลำดับสูง-ต่ำตามชั้นยศ

            ในวงราชการ ทั้งพลเรือนและทหาร, ระบบสมณศักดิ์ หรือชั้นยศในการปกครอง)  

      (d) region    (บริเวณ, ดินแดน, ภูมิภาค, แคว้น, เขตการปกครอง, แถบ, ขอบเขต, ปริมณฑล)

      (e) fury    (ฟิ้ว-รี่)  (ความโกรธ, ความโมโหร้าย, ความเดือดดาล, ความรุนแรง-ดุเดือด, คนที่

           โมโหร้าย-ดุร้าย)

      (f) collection    (การเก็บรวบรวม, การสะสม, สิ่งของที่รวบรวม)   

      (g) requisite    (เร้ค-ควิ-ซิท)  (ข้อกำหนด, สิ่งที่จำเป็น, สิ่งที่จะขาดเสียมิได้)  

      (h) reprisal    (ริ-ไพร้-เซิ่ล)  (การโต้ตอบด้วยกำลัง หรือกำลังทางทหาร, การแก้แค้น, การยึดทรัพย์

            สินเพื่อเป็นการโต้ตอบ)  

15. What does “inhabitants” in paragraph 2 mean?

(“ประชากร, พลเมือง, ผู้อยู่อาศัย, สัตว์ที่อยู่อาศัย”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

      (a) habitats    (ถิ่นที่อยู่ของพืชหรือสัตว์, ที่อยู่อาศัย)

      (b) lifespans    (ช่วงชีวิต, เวลาในชีวิต)

      (c) expansions    (อิคส-แพ้น-ชั่น)  (การขยาย, การแผ่ออกไป, ส่วนที่ขยายออก, สิ่งที่ถูกขยาย) 

      (d) instincts    (สัญชาตญาณ)

      (e) passions    (อารมณ์, ความรู้สึกเร่าร้อน, ความกระตือรือร้น, ความใคร่, กิเลส, ตัณหา)

      (f) citizens    (ประชากร, ประชาชน, ชาวเมือง, พลเมือง, พลเรือน)

      (g) devotions    (การอุทิศตัว)

      (h) malice    (แม้-ลิซ)  (การมุ่งร้าย, การผูกพยาบาท)

16. “growth” in paragraph 2 may be replaced by ____________________________________.

(“การเจริญเติบโต, การงอกงาม, การเป็นผู้ใหญ่, สิ่งที่เจริญเติบโต, ผลผลิต, สิ่งที่งอกขึ้น, เนื้องอก”  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย ________________)

      (a) shrinking    (การหดตัว, การลดลง, การเหี่ยวย่น)

      (b) decline    (ความเสื่อม, การลดลง, การปฏิเสธ, ช่วงที่ตกต่ำ, การเอียงลาด, โรคที่ทำให้ร่างกาย

            ทรุดโทรม)

      (c) remuneration    (ริ-มิว-นะ-เร้-ชั่น)  (ค่าตอบแทน, เงินตอบแทน, สินน้ำใจ, การจ่ายเงิน, การให้

            รางวัล, การตอบแทน, การชดเชย) 

      (d) expansion    (การขยายออก, การต่อเติม (บ้าน), ปริมาณหรือขนาดของการขยายออก,

            ส่วนที่ขยายออก, สิ่งที่ถูกขยาย)

      (e) havoc    (แฮ้ฟ-วอค)  (ความหายนะ, ภัยพิบัติ, ความเสียหาย, ความฉิบหาย, ความสับสนวุ่นวาย) 

           (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “ทำให้เสียหาย, ทำลาย”) 

       (f) miracle    (มิ-ระ-เคิ่ล)  (เรื่องอัศจรรย์, ความอัศจรรย์)  

      (g) hazard    (แฮ้ซ-เซิร์ด)  (ภัย, อันตราย, การเสี่ยง, สิ่งที่เป็นอันตราย หรือทำให้เกิดความเสี่ยง,

            อุบัติเหตุ, เหตุบังเอิญ, ความไม่แน่นอน) 

      (h) uneasiness    (อัน-อี๊-ซี-เนส)  (ความไม่สบายใจ, ความเป็นห่วง, ความเป็นทุกข์, ความกระสับ

           กระส่าย, ความไม่สบาย)

17. Famine in big cities was the result of all of the following EXCEPT _____________________.

(ความอดอยากขาดแคลนในเมืองใหญ่เป็นผลลัพธ์ของทั้งหมดต่อไปนี้  ยกเว้น _______________)

      (a) dependency on adjoining farmlands for food    (การพึ่งพาอาศัยที่ดินเพาะปลูกข้างเคียงสำหรับ

            อาหาร)  (ถูกต้อง  ดูจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “....................และการพึ่งพา

            อาศัยที่ดินเพาะปลูกข้างเคียงเป็นส่วนใหญ่ในเรื่องเสบียงอาหาร  ก่อให้เกิดสภาวะซึ่งเอื้ออำนวยเป็น

            อย่างมากกับการเกิดขึ้นของความอดอยากขาดแคลนในเมืองใหญ่ๆ)

      (b) having many people in a city not producing food    (การมีประชากรมากเกินไปในเมืองซึ่งไม่

            ผลิตอาหาร)  (ถูกต้อง  ดูจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรก)

      (c) a sudden growth of neighboring farmlands    (การเจริญเติบโตอย่างฉับพลันของที่ดิน

            เพาะปลูกข้างเคียง)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวไว้)

      (d) lack of good food production and storage facilities    (การขาดแคลนการผลิตอาหารและอุป

            กรณ์ในการเก็บรักษา (อาหาร) ที่ดี)  (ถูกต้อง  ดูจากประโยคแรกของพารากราฟ ๒)

18. The word “reliance” in the final paragraph is closest in meaning to ___________________.

(คำว่า  “การพึ่งพาอาศัย”  ในพารากราฟสุดท้าย  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ____________)

      (a) husbandry    (การบริหารจัดการอย่างระมัดระวังและประหยัด, การทำไร่ไถนา, การปศุสัตว์,

            การเกษตร, การทำฟาร์ม, วิชาที่เกี่ยวกับการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์)

      (b) conflict    (ความขัดแย้ง)

      (c) terror    (ความหวาดกลัว, ความน่ากลัว, ความสยองขวัญ)

      (d) retrospection    (การพิจารณาย้อนหลัง, การพิจารณาเรื่องในอดีต)

      (e) quarantine    (คว้อ-เริน-ทีน)  (การเก็บกักตัวไว้อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อโรค)

      (f) dependence    (การอาศัย, การพึ่งพา, ความไว้วางใจ, ความมั่นใจ, สิ่งที่วางใจ, การติด

            หรือต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นอย่างมาก)

      (g) phenomena    (ปรากฏการณ์, ข้อเท็จจริง, สิ่งที่ประทับใจ, บุคคลที่ประทับใจ, คนที่ยอดเยี่ยม)

      (h) hindrance    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง, เครื่องกีดขวาง)

      (i) disturbance    (การรบกวน, การทำให้ไม่สงบ, การทำให้ยุ่ง, การทำให้ลำบาก, สิ่งที่รบกวน,

           ความไม่สงบ)

19. What does “outbreak” in the final paragraph mean?

(“การเกิดขึ้น”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึงอะไร)

      (a) depletion    (การทำให้หมดสิ้นหรือลดน้อยลงมาก, การทำให้สูญเสีย, การทำให้ว่างเปล่า)

      (b) disadvantage    (ข้อเสียเปรียบ, ความเสียเปรียบ, ข้อเสียหาย, ความเสียหาย, ความเป็นเบี้ยล่าง)

      (c) grievance    (กรี๊-เวิ่นซ)  (ความไม่พอใจ, ความข้องใจ, ข้อข้องใจ)

      (d) occurrence    (การบังเกิดขึ้น, การเกิดขึ้น, ปรากฏการณ์, เหตุการณ์, สิ่งที่ปรากฏขึ้น, กรณี)

      (e) comprehension    (ความเข้าใจ)   

      (f) distress    (ความทุกข์ยาก, ความเคราะห์ร้าย, ความเศร้าโศกเสียใจ, ความลำบาก, ภัยพิบัติ)

      (g) fragrance    (เฟร้-เกริ้นซ)  (กลิ่นหอม, ความหอม)  

      (h) pandemonium    (ความโกลาหล, ความเอะอะโกลาหล, ความสับสนวุ่นวาย, สถานที่ที่มีความ

           เอะอะโกลาหล, นรก, อเวจี)

 

(คำแปล)

ทุพภิกขภัย

 

            ทุพภิกขภัย (ภาวะข้าวยากหมากแพง, ความอดอยาก, ความขาดแคลนอย่างหนัก, ความหิวจัด, ความอดตาย) (Famine)  หมายถึง  สภาพการณ์ (สถานการณ์, สภาพ, ฐานะ, ลักษณะ, อาการ, สภาพทางอารมณ์, รัฐ, มลรัฐ, ประเทศ, กิจการของรัฐ) (state) ของความหิวโหย (อาการเจ็บปวดหรืออ่อนเพลียเนื่องจากต้องการอาหาร, ความต้องการมาก) (hunger) แบบสุดโต่ง (extreme)  เนื่องมาจากเสบียงอาหาร (supply of food) ที่ไม่เพียงพอ (insufficient)  ซึ่งได้รับความเดือดร้อน (ได้รับความทุกข์, ได้รับ, ประสบ(suffered) โดยประชากรของพื้นที่หนึ่ง,  โดยสาเหตุทางธรรมชาติ (Natural causes)  เช่น  การเพาะปลูกพืชที่ไม่ได้ผล (crop failures)  ซึงมีสาเหตุมาจาก (caused by) สภาวะทางด้านภูมิอากาศ (climatic conditions) ที่เลวร้าย (เป็นผลร้าย, เป็นปฏิปักษ์, เสียเปรียบ, ตรงกันข้าม) (adverse), นับตั้งแต่เวลาที่นานหรือโบราณมากจนไม่สามารถจดจำได้ (since time immemorial) (หมายถึง  นานจนจำไม่ได้), ได้สร้าง (produced) สภาวะความอดอยากขาดแคลน (famine conditions),  ทั้งนี้  ความแห้งแล้ง (ฤดูแล้ง, การขาดแคลนที่ยาวนาน, ความกระหายน้ำ) (Droughts),  น้ำท่วม,  ปริมาณฝนตก (ฝนตก) (rainfall) ที่มากเกิน (มากเกินความจำเป็น) (excessive), ฤดูร้อนที่หนาวเย็น,  และฤดูหนาวที่ยาวเกินไป (over-long)  เป็นสาเหตุทั่วไป (ธรรมดาสามัญ, ร่วมกัน, เหมือนกัน, พร้อมกัน, สาธารณะ) (common) ของการเพาะปลูกพืชที่ไม่ได้ผล (crop failure),  เหมือนกันกับ (เช่นเดียวกันกับ) (as) โรคระบาด (โรคห่า, กาฬโรค, ภัยพิบัติ, สิ่งที่น่ารำคาญ) (plagues) (เพลก) ของตั๊กแตนประเภทที่อพยพกันเป็นฝูงใหญ่ (locusts),  แมลง (insects) อื่นๆ และหนู  (นอกจากนั้น)  ประชากรที่มากเกินไป (ประชากรล้น) (Overpopulation)  มีแนวโน้ม (tends) ที่จะสร้าง (ก่อให้เกิด, ผลิต, ทำ) (produce) ความไม่สมดุล (imbalance) ในการผลิตทางการเกษตร (agricultural production)  และ (มีแนวโน้มที่จะ) สร้าง (ก่อให้เกิด, ทำให้เกิด, สร้างสรรค์, ประดิษฐ์ขึ้น, แต่งตั้ง) (create) สภาวะ (สภาพ, ฐานะ, เงื่อนไข) (conditions)  ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิด (result in) ความอดอยากขาดแคลน  ภายหลังจากความล้มเหลว (ความไม่สำเร็จ, ความไร้ผล, การสอบตก, การขาดแคลน, ความเสื่อมถอย) (failure) (เฟ้ล-เย่อร์) ของ (การเพาะปลูก) พืชชนิดเดียว (single crop) (เช่น ข้าว, ข้าวสาลี ฯ)

            ในสังคมสมัยโบราณ (ancient societies)  ความอดอยากขาดแคลนเป็นปรากฏการณ์ (เหตุการณ์, สิ่งที่ปรากฏขึ้น, การบังเกิดขึ้น, การเกิดขึ้น, กรณี) (occurrence) ซึ่ง (เกิด) บ่อยครั้งกว่ากัน (more frequent) (เมื่อเทียบกับปัจจุบัน)  เนื่องมาจากวิธี (วิธีการ) (methods) ดึกดำบรรพ์ (ดั้งเดิม, สมัยแรก, แรกเริ่ม, เบื้องต้น, ยังป่าเถื่อน, ง่ายๆ, หยาบ) (primitive) ของการผลิตและการเก็บรักษา (การเก็บ, สถานที่เก็บรักษา, แหล่งเก็บข้อมูล) (storage) อาหาร,  ส่วนทวีปยุโรปสมัยกลาง (Medieval Europe) (ปี ค.ศ. ๔๗๖ – ๑๔๕๓  มีลักษณะสำคัญ  คือ  การสลายสภาพเมือง, การรุกรานทางทหาร, การกระจายของประชากร  และการอพยพของผู้คนไปสู่พื้นที่ใหม่)  ก็มีแนวโน้ม (โน้มเอียง, อาจจะ, รับผิดชอบ) (liable) ไม่น้อยกว่ากัน (no less) กับความเดือดร้อน (ความเจ็บปวด, ความหายนะ, ความอดทน, โรค) (suffering) ดังกล่าว (หมายถึง  จากความอดอยากฯ) ในจีน, อินเดีย และประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออก (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี),  โดยทั้ง ๒ ทวีป (continents) (ยุโรปและเอเชีย) ปราศจาก (ขาดแคลน, ไม่มี) (devoid) อย่างเท่าๆ กัน (อย่างเท่าเทียมกัน, อย่างเสมอภาค, อย่างสมดุล) (equally) ในด้านระบบการสื่อสาร (การคมนาคม) (communication) และการขนส่ง (transportation) ที่มีประสิทธิภาพ (efficient)  โดยมีผลลัพธ์ (ผลที่ตามมา, ผลที่เกิดขึ้นภายหลัง) (consequence)  คือ  ความอดอยากขาดแคลนอย่างรุนแรง (severe)  ซึ่งเป็นผลมาจาก  (resulting from) ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต (การเก็บเกี่ยวผลผลิต) (harvest) ที่ไม่ได้ผล (bad) ในท้องถิ่น (สถานที่, ถิ่นที่อยู่, ตำแหน่งที่ตั้ง) (locality) หนึ่ง  ไม่สามารถได้รับการบรรเทา (ผ่อนคลาย, ปลดเปลื้อง, แบ่งเบา, ช่วยเหลือ, สงเคราะห์, ลดลง) (relieved) โดยปกติธรรมดา (ตามปกติ, อย่างสามัญ, อย่างพื้นๆ) (ordinarily) โดยประชากร (พลเมือง, ผู้อยู่อาศัย, สัตว์ที่อยู่อาศัย) (inhabitants) ของอีกท้องถิ่นหนึ่ง  ซึ่งอยู่ไกล (ยาวนาน, ไม่ต่อเนื่องกัน, แยกกัน, ที่ไม่คุ้นเคย, ที่ห่างเหิน, ที่เฉยเมย) (distant) (ออกไป) เพียง ๑๐๐ ไมล์เท่านั้น  ซึ่งการเก็บเกี่ยวผลผลิต (ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต) (harvest) (ได้ผล) ยอดเยี่ยม  (หมายถึง  ท้องถิ่นที่เพาะปลูกได้ผลดี  ไม่สามารถช่วยเหลืออีกท้องถิ่นที่เพาะปลูกไม่ได้ผล  แม้จะอยู่ห่างกันเพียง ๑๐๐ ไมล์  เนื่องจากขาดการคมนาคมและขนส่งที่มีประสิทธิภาพ)  (นอกจากนั้น) การเจริญเติบโต (growth) ของศูนย์กลางเมือง (urban centers) ขนาดใหญ่  และการพึ่งพาอาศัย (reliance) ที่ดินเพาะปลูก (farmlands) ข้างเคียง (ใกล้เคียง, ถัดไป) (neighboring) เป็นส่วนใหญ่ (chiefly) ในเรื่องเสบียงอาหาร (food supply)  ก่อให้เกิดสภาวะ (conditions) ซึ่งเอื้ออำนวยเป็นอย่างมาก (only too favorable) กับการเกิดขึ้น (outbreak) ของความอดอยากขาดแคลนในเมืองใหญ่ๆ

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 61)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Leopards : A Recovery from Near Extinction

 

          To animal preservationists, leopard coats and alligator shoes have long been symbols of human indifference to the fate of wild animals.  Even among the general public, consciousness has been raised high enough so that anyone sporting outfits made from the skins of endangered animals runs the risk of at least verbal assault.

          The attackers must change their approach, however.  Last month the U.S. Fish and Wildlife Service formally announced that the American alligator is no longer an endangered species.  And, at a meeting this week in Ottawa, the U.N.’s Convention on International Trade in Endangered Species will release a report urging not only that the common leopard be removed from its list of endangered animals but that legal hunting be resumed.

          While the alligator’s recovery has been remarkable, it seems that the spotted feline may never have faced a catastrophe in the first place.  Unlike its truly rare cousin the Himalayan snow leopard, the common leopard made the list, in the 1970s, largely for emotional reasons.  Worries about shrinking habitats and excessive hunting were clearly exaggerated, admits Jacques Berney, deputy secretary-general of CITES.  “Leopards are not like cheetahs,” he observes.  “They’re highly adaptable animals.”

 

1. The report recommends that the legal hunting of leopards should be _____________________.

(รายงานแนะนำว่า  การล่าเสือดาวอย่างถูกกฎหมายควรจะได้รับการ ______________________)

    (a) restricted    (จำกัด)

    (b) abandoned    (ล้มเลิก, ละทิ้ง, ปล่อย, พลัดพรากจาก)

    (c) restored    (ฟื้นฟู, ทำให้กลับมาเหมือนเดิม, ทำให้กลับสู่สภาพเดิม, ซ่อมแซม, ปฏิสังขรณ์,

          ทำให้แข็งแรง) (หลังจากที่ถูกทำให้เป็นสิ่งผิดกฎหมายมายาวนาน) (ดูคำตอบจากประโยค

          สุดท้ายของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “และ ณ การประชุมในสัปดาห์นี้ที่กรุงออตตาวา (เมือง

          หลวงของแคนาดา),  อนุสัญญา (การประชุม) เรื่องการค้าสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ระหว่างประเทศ

          ของสหประชาชาติจะออก (ปล่อย) รายงานซึ่งผลักดันไม่เพียงแต่ให้เสือดาวทั่วไปถูกถอด

          (ปลด) จากรายชื่อของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์  แต่ยัง (ผลักดัน) ให้การล่า (เสือดาว) ที่ถูกกฎหมาย

          ได้รับการดำเนินต่อไปอีกด้วย”)

    (d) advertised    (โฆษณา)

2. In the first paragraph, “indifference” refers to __________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “การขาดความสนใจ, ความไม่เอาใจใส่, ความเมินเฉย, ความไม่ลำเอียง, ความเป็น กลาง”  หมายถึง ________________)

    (a) ventilation    (การระบายลม-อากาศ)

    (b) integrity    (อิน-เท้ก-กริ-ที่)  (๑. ความซื่อสัตย์, การยึดถือหลักคุณธรรม, ๒. ความสมบูรณ์, ความมั่นคง,

          ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน) 

    (c) virtue    (เว้อร์-ชู่)  (๑. คุณงามความดี, ศีลธรรม, ความถูกต้อง, ๒. คุณสมบัติที่ดีหรือน่าสรรเสริญ, ความ

          บริสุทธิ์, ความเข้มแข็ง, ความโอบอ้อมอารี) 

    (d) treason    (ทรี้-เซิ่น)  (การกบฏ-การทรยศขายชาติ)

    (e) deference    (เด๊ฟ-เฟอะ-เริ่นซ)  (การเคารพนับถือ, การยอมตาม, การคล้อยตาม, การอนุโลม, การ

         เชื่อฟัง) 

    (f) perjury    (เพ้อร์-จู-รี่)  (การเบิกความเท็จ, การให้การเป็นพยานเท็จ, การสาบานเท็จ) 

    (g) apathy    (ความไม่สนใจ, ความไม่เป็นห่วง, การไร้อารมณ์)

    (h) disparity    (ความแตกต่าง)

3. The word “consciousness” in paragraph 1 means _______________________________.

(คำว่า  “จิตสำนึก, การตระหนักรู้, สติ, ความคิดและความรู้สึกรวมกัน”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง __

____________)

    (a) similarity    (ความคล้ายคลึงกัน, ความเหมือนกัน)

    (b) connection    (ความเกี่ยวโยง, ความเชื่อมโยง, ความสัมพันธ์)

    (c) controversy    (การทะเลาะวิวาท, การโต้เถียง, การโต้ความ)

    (d) panic    (แพ้น-นิค)  (ความตกใจกลัว, ความอกสั่นขวัญหาย, ความวิตกมากจนทำอะไรไม่ถูก)

    (e) amazement    (ความทึ่ง, ความประหลาดใจ)

    (f) initiative    (การริเริ่ม, ความคิดริเริ่ม)

    (g) shrewdness    (ชรู้ด-นิส) (ความเฉียบแหลม-หลักแหลม, ความเฉลียวฉลาด, ความว่องไว)

    (h) awareness    (จิตสำนึก, การตระหนักรู้, การรู้ตัว, การรู้สึกตัว, การรู้หรือทราบ)

4. The word “outfits” in paragraph 1 may be replaced by ______________________________.

(คำว่า  “เครื่องแต่งกาย, เสื้อผ้า, เครื่องมือทั้งชุด, เครื่องสัมภาระ, เครื่องมือ, เครื่องประกอบ”  ในพารา กราฟ ๑  อาจแทนโดย ________________)

    (a) instruments    (อุปกรณ์, เครื่องมือ, วิธีการ, เอกสารสิทธิ, เครื่องกล, เครื่องดนตรี)

    (b) amusements    (ความสนุกขบขัน, มหรสพ, ความอภิรมย์, เครื่องหย่อนใจ)

    (c) conflicts    (ความขัดแย้ง)

    (d) colleagues    (ค้อล-ลีก) (เพื่อนร่วมงาน, ผู้ร่วมงาน)

    (e) candidates    (ผู้สมัครเข้าแข่งขัน, ผู้สมัครรับเลือกตั้ง, ผู้ได้รับการเลือกให้เข้าแข่งขัน)

    (f) costumes    (เครื่องแต่งกาย, เสื้อผ้าอาภรณ์, เสื้อผ้าอาภรณ์ของสตรี, ชุดแสดงละคร)

    (g) frauds    (ฟร้อด)  (๑. การโกง, การหลอกลวง, การฉ้อฉล, การทุจริต, พฤฒิกรรมที่หลอกลวง,

          เล่ห์, ของปลอม,  ๒. ผู้หลอกลวง) 

    (h) condolences    (คัน-โด๊ล-เลิ่นซ)  (การแสดงความเสียใจด้วย, การปลอบโยน, การปลอบขวัญ) 

5. What does “assault” in paragraph 1 mean?

(“การโจมตีอย่างรุนแรง, การจู่โจม, การทำลาย (ชื่อเสียง), การข่มขืน”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึงอะไร)

    (a) duress    (ดู-เรส)  (การบีบบังคับ, การข่มขู่, การทำให้สูญเสียอิสรภาพ, การกักกัน, การคุมขัง) 

    (b) prognosis    (พรอก-โน้-ซิส)  (การทำนายอาการของโรค, การทำนาย, การคาด คะเน) 

    (c) temperance    (การบังคับตัวเอง, การละเว้นสิ่งมึนเมา, การควบคุมอารมณ์, ความพอควร-พอประมาณ) 

    (d) distress    (ความโศกเศร้าเสียใจ, ความทุกข์ยากลำบาก, ความเคราะห์ร้าย, ภัยพิบัติ)  (เมื่อเป็น

          คำกริยา  หมายถึง  “ทำให้เศร้าโศกหรือทุกข์ยาก”)

    (e) onslaught    (อ๊อน-สลอท)  (การโจมตี, การจู่โจม, การเริ่มต้น, การใกล้เข้ามา)

    (f) endurance    (เอน-ดิ๊ว-เริ่นซ)  (ความทรหดอดทน, ความอดกลั้น, ความทนทาน, ความไม่ตาย)

    (g) verdict   {คำตัดสิน (ของศาล), คำชี้ขาด (ของกรรมการ, ผู้ตัดสิน)}

    (h) outcome    (ผลลัพธ์)

6. Jacques Berney says that leopards “are highly adaptable animals” in the final paragraph to explain why leopards ________________.

(จ๊าค เบอร์นีย์  กล่าวว่า  เสือดาว  “เป็นสัตว์ที่สามารถปรับตัวได้สูง”  ในพารากราฟสุดท้าย  เพื่อที่จะอธิบายว่าทำไมเสือดาว _________________)

    (a) could respond to excessive hunting    (สามารถโต้ตอบ – ขานรับ –  การไล่ล่าที่มากเกิน)

    (b) could adjust to smaller living areas    (สามารถปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่อยู่อาศัยที่เล็กลง)

    (c) are different from cheetahs    (แตกต่างกับเสือชีต้า)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของ

          พารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “เสือดาวไม่เหมือนกับเสือชีต้า,”  เขา (เบอร์นีย์) สังเกต 

          “พวกมันเป็นสัตว์ที่สามารถปรับตัวได้สูง)

    (d) are often taken as pets    (มักถูกถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงอยู่บ่อยๆ)

7. In the second paragraph, “removed” means _____________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “ถอด, ปลด, เอาออก, ย้าย, โยกย้าย, ขนของ, ปลดเปลื้อง, ลบ, ขจัด, กำจัด, ไล่ออก, ฆ่า”  หมายถึง _________________)

    (a) maligned    (มะ-ไลน)  (พูดให้ร้าย, กล่าวร้าย, ใส่ร้าย, กล่าวหา, ทำให้เสียชื่อเสียง)

    (b) belittled    (ทำให้ดูด้อยค่า, ทำให้ความสำคัญลดลง, ดูถูก, ดูแคลน, เหยียดหยาม)

    (c) inferred     (สรุป, ลงความเห็น, อนุมาน, ส่อให้เห็น, ชี้ให้เห็นว่า, แนะนำ)

    (d) resisted    (ต้านทาน, ต่อต้าน, แข็งข้อ)

    (e) curbed    (เคิ้ร์บ)  (ควบคุม, ระงับ, เหนี่ยวรั้ง)

    (f) nurtured    (เน้อร์-เชอะ)  (สนับสนุน, เลี้ยง, บำรุง, ถนอม, ทะนุถนอม, ฝึกฝน, ให้การศึกษา) 

          (เมื่อเป็นคำนาม  “Nurture”  หมายถึง  “อาหาร, เครื่องบำรุง, การบำรุง”)

    (g) took off    (ถอดออก, เอาออก, (เครื่องบิน) บินขึ้นจากพื้นดิน, ประสบความสำเร็จและ

          เป็นที่นิยมอย่างฉับพลัน, ไปในทันทีและในแบบไม่คาดฝัน, หักออกจากจำนวนเต็ม,

          พาไปโดยเจ้าตัวไม่เต็มใจ, หยุดให้บริการ, หยุดการแสดง)

    (h) accelerated    (เร่งความเร็ว, ทำให้เร็วขึ้น, เร่งรัดให้เร็วขึ้น)

8. The word “resumed” in paragraph 2 is closest in meaning to _________________________.

(คำว่า  “ดำเนินต่อไปใหม่, เริ่มต้นใหม่, คืนสู่สภาพเดิม, กลับคืนใหม่, เข้าครอบครองใหม่”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________________)

    (a) induced    (ชักจูง, ชักนำ, ชักชวน, เหนี่ยวนำ, ทำให้เกิดขึ้น, พิสูจน์หาความจริงด้วยการสังเกต

          ข้อเท็จจริง)

    (b) compelled    (บังคับ, ใช้วิธีบังคับ, ผลักดัน, เกณฑ์, ได้มาโดยการบังคับ, ต้อน)

    (c) inspired    (ดลใจ, เร้าใจ, ปลุกปั่น, กระตุ้น, ผลักดัน, ทำให้เกิด, หายใจเข้า)

    (d) tortured    (ทรมาน, ทำให้เกิดความเจ็บปวดแก่กายและจิตใจ, บิดหรืองอ)  (เมื่อเป็นคำนาม

          “Torture”  หมายถึง  “การทรมาน, ความเจ็บปวด, ความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส”)

    (e) beseeched    (อ้อนวอน, วิงวอน, ขอร้อง)

    (f) convened    (เรียกประชุม)

    (g) facilitated    (ทำให้ง่ายหรือสะดวกขึ้น)

    (h) proceeded    (ดำเนินต่อไป, กระทำต่อไป, ดำเนินการ, กระทำการ, ปฏิบัติ, ลงมือ, เริ่ม)

9. Which of the following is NOT true?

(ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง – ไม่เป็นความจริง)

    (a) Alligators and leopards are still facing extinction.    (จระเข้ปากสั้นและเสือดาวกำลังคง

          เผชิญกับการสูญพันธุ์)  (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า 

           “การประชุมไซเตสของสหประชาชาติไม่เพียงแต่จะผลักดันให้ถอดเสือดาวออกจากบัญชี

           สัตว์ใกล้สูญพันธุ์เท่านั้น  แต่ยังจะผลักดันให้การล่าเสือดาวที่ถูกกฎหมายได้รับการดำเนิน

           ต่อไปอีกด้วย”  นอกจากนั้น  ประโยคที่ ๑ ของพารากราฟ ๓ ยังกล่าวว่า  “ในขณะที่การฟื้น

           คืนสู่สภาพเดิมของจระเข้ปากสั้น (จากการเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์) น่าทึ่ง (น่าสังเกต)  มันดู

           เหมือนว่าสัตว์ตระกูลแมว เสือ สิงโต  ซึ่งเป็นจุด (เป็นแต้ม) (หมายถึง  เสือดาว) อาจจะไม่

           เคยได้เผชิญกับความหายนะ (หมายถึง  ไม่เคยเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์) ในประการแรก)

    (b) Leopard coats and alligator shoes reflect human insensitivity towards animals.    (เสื้อ

          คลุมทำด้วยหนังเสือดาวและรองเท้าหนังจระเข้ปากสั้น  สะท้อนให้เห็นถึงความไม่รู้สึก – ไม่สน

          ใจ – ของมนุษย์ที่มีต่อสัตว์)  (เป็นความจริง  ดูจากประโยคแรกของพารากราฟแรก)

    (c) Fears about shrinking habitats and excessive hunting have decreased.    (ความกลัวเกี่ยว

          กับถิ่นที่อยู่ที่ลดลง – ของเสือดาว - และการล่าที่มากเกินได้ลดลง)  (เป็นความจริง  เนื่องจากประ

          โยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “ความวิตกกังวลเกี่ยวกับถิ่นที่อยู่อาศัยที่หดตัวลง (ลดลง)

          (ของเสือดาว)  และการไล่ล่าที่มากเกินไป  ได้ถูกกล่าวเกินความจริง (พูดหรือเขียนเลยเถิด) อย่าง

          ชัดเจน”  ซึ่งหมายถึง  ความวิตกกังวล – ความกลัว – เกี่ยวกับเรื่องนี้  มิได้มากมายอย่างที่พูดกันไป)

    (d) Those wearing clothes made from endangered animals often suffer verbal attacks.    (บุค

           คลซึ่งสวมเสื้อผ้าที่ทำจากสัตว์ใกล้สูญพันธุ์  ได้รับการโจมตีทางวาจาอยู่บ่อยๆ)  (เป็นความจริง

           เนื่องจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “แม้กระทั่งในบรรดาสาธารณชน  ได้มีการยก

           ระดับจิตสำนึกให้สูงพอ  เพื่อที่ว่าเครื่องแต่งกาย (เสื้อผ้า) เกี่ยวกับการกีฬาชุดใดๆ ก็ตาม  ซึ่งทำ

           มาจากหนังของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์  มีความเสี่ยงต่อการ (ถูก) โจมตีอย่างรุนแรงทางวาจา (โดนด่า)

           เป็นอย่างน้อยที่สุด”)

10. In the third paragraph, “remarkable” may be replaced by __________________________.

(ในพารากราฟ ๓,  “น่าทึ่ง, น่าสังเกต, ยอดเยี่ยม, พิเศษ”  อาจแทนโดย ___________________)

      (a) prestigious    (เพรส-ทิ้จ (หรือ ที้) -เจิส)  (มีชื่อเสียง, มีเกียรติ, เป็นที่เคารพนับถือ) 

      (b) incoherent    (อิน-โค-เฮี้ย-เริ่นท)  (ไม่ปะติดปะต่อ, ไม่ต่อเนื่อง, ไม่สัมพันธ์กัน, ไม่เข้ากัน,

            ไม่เกาะติดกัน) 

      (c) gratuitous    (กระ-ทู้-อิ-ทัส)  (ฟรี, ให้เปล่า, ไม่สำคัญ)

      (d) moribund    (ม้อ-ริ-บันด)  (ใกล้ตาย, จวนตาย, ร่อแร่, จวนจะสูญพันธุ์, จวนจะ หมด, ไม่เจริญ,

            อยู่กับที่)

      (e) striking    (น่าประทับใจ, น่าตะลึง, ยอดเยี่ยม, เด่นชัด, หยุดงานประท้วง, ซึ่งตี-ต่อย-ชก-

            ตอก-ทุบ-เคาะ-โขก-พุ่ง-จู่โจม-โจมตี)

      (f) detrimental    (เดท-ทริ-เม้น-เทิ่ล)  (เป็นภัย, เป็นอันตราย, ทำให้เสียหาย)

      (g) untimely    (ก่อนถึงเวลา, ไม่เหมาะสมกับกาลเวลา, ไม่ได้เวลา, ไม่ถูกกาลเทศะ, ไม่สมควร,

            ไม่เหมาะสม)

      (h) horrible    (ฮ้อร์-ระ-เบิ้ล)  (น่ากลัว, น่าสยดสยอง, ไม่เป็นที่พอใจอย่างยิ่ง)            

11. What does “catastrophe” in paragraph 3 mean?

(“ความหายนะ, เหตุการณ์ที่ร้ายกาจ, ภัยพิบัติ, ตอนจบของละคร, จุดจบ”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) triumph    (ไทร้-อั้มพ)  (ชัยชนะ, ความมีชัย, การฉลองชัยชนะ)

      (b) petition    (การร้องเรียน, การร้องทุกข์, การถวายฎีกา, การอ้อนวอน, หนังสือร้องเรียน, ฎีกา)

      (c) treachery    (เทรช-เชอะ-รี่)  (การทรยศ, การหักหลัง, ความอกตัญญู, การไม่มีสัจจะ-ไร้สัตย์,

            การหลอกลวง, การขายเพื่อน-ขายชาติ)

      (d) collapse    (การล้มลงหรือทรุดลง, ภาวะทรุดโทรม)

      (e) failure    (เฟ้ล-เย่อร์)  (ความเสื่อมถอย, ภาวะล้มละลาย, ความล้มเหลว-ไม่สำเร็จ, ความไร้ผล,

            การสอบตก, บุคคลหรือสิ่งที่ล้มเหลว) 

      (f) calamity    (ความหายนะ, เคราะห์ร้าย, ภัยพิบัติ)

      (g) fluctuation    (การขึ้นๆลงๆ, การเปลี่ยนแปลง, การไม่มีเสถียรภาพ, การผันแปร, การแกว่งไปมา)

      (h) rivalry    (ไร้-เวิล-รี่)  (การแข่งขันกัน, การชิงดีชิงเด่น, การเป็นคู่ต่อสู้กัน, การตีเสมอ)

12. The word “its” in paragraph 3 refers to the ______________________________________.

(คำว่า  “ของมัน”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง ____________________________________)

      (a) cheetah’s    (ของเสือชีต้า)

      (b) alligator’s    (ของจระเข้ปากสั้น)

      (c) common leopard’s    (ของเสือดาวทั่วไป)  (ดูจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า 

            “ไม่เหมือนกับญาติห่างๆ ซึ่งหาได้ยากอย่างแท้จริงของมัน (เสือดาวทั่วไป)  คือ  เสือดาวหิมะ

             แถบเทือกเขาหิมาลัย,  เสือดาวทั่วไปเข้าไปอยู่ในรายชื่อ (สัตว์ใกล้สูญพันธุ์) ในทศวรรษ

            ๑๙๗๐  ส่วนใหญ่แล้วด้วยเหตุผลทางด้านอารมณ์ (คือ  มิใช่เพราะใกล้สูญพันธุ์จริงๆ)” 

            ดังนั้น  “ของมัน”  จึงหมายถึง  “ของเสือดาวทั่วไป”)

      (d) Himalayan snow leopard’s    (ของเสือดาวหิมะแถบเทือกเขาหิมาลัย)

13. The word “shrinking” in paragraph 3 could best be replaced by _______________________.

(คำว่า  “หดตัวลง, ลดลง, ตัวหด, ย่น, เหี่ยว, หลบหน้า, ทำให้หดตัว, ทำให้ลดลง, ทำให้ย่น”  ในพารากราฟ ๓  สามารถแทนดีที่สุดโดย ________________)

      (a) transient    (ชั่วคราว, ไม่จีรังยั่งยืน, ไม่ได้ตั้งอยู่นาน)

      (b) fabulous    (แฟ้บ-บิว-เลิส)  (น่าอัศจรรย์, ไม่น่าเชื่อ, เหลือเชื่อ)

      (c) hidden    (ลับๆ, ซ่อนเร้น)

      (d) unexpected    (ไม่คาดฝัน, ไม่ได้คาดหวัง, ไม่ได้คาดคิดมาก่อน, นึกไม่ถึง, ประหลาดใจ)

      (e) numerous    (มากมาย, เยอะแยะ)

      (f) minimal    (เล็กที่สุด, น้อยที่สุด, ซึ่งมีค่าน้อยที่สุด, ซึ่งเป็นไปได้น้อยที่สุด)

      (g) diminishing    (ลดลง, ทำให้ลดลง)

      (h) scrutinizing    (พิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน)

14. What does “exaggerated” in the final paragraph mean?

(“กล่าวเกินความจริง, พูดโม้, พูดหรือเขียนเลยเถิด, เพิ่มหรือขยายเกินกว่าปกติ, โอ้อวด”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึงอะไร)

      (a) confiscated    (ริบ, ยึด)

      (b) assimilated    (ย่อย, ดูดซึม, ดูดซับ, ทำให้กลมกลืน)

      (c) lamented    (โศกเศร้า, คร่ำครวญ)

      (d) implicated    (พัวพัน, เกี่ยวข้อง, ทำให้ติดร่างแหเข้ามาด้วย, กล่าวหา)

      (e) shifted    (เปลี่ยน, เคลื่อนย้าย, เคลื่อน, ย้าย, เลื่อน, สับเปลี่ยน, หมุนเวียน, เปลี่ยนเวร, เปลี่ยนเกียร์)

      (f) overstated    (พูดเลยเถิด, พูดเกินความจริง, คุยโว)

      (g) aggravated    (แอ๊ก-กระ-เวท-ทิด)  (ทำให้เลวขึ้นหรือรุนแรงขึ้น, รบกวน, ทำให้ระคายเคือง,

            ทำให้โมโห)

      (h) affronted    (อะ-เฟริ้นท)  (สบประมาท, ทำให้โกรธ, เผชิญหน้า)  (เมื่อเป็นคำนาม  “Affront” 

            หมายถึง  “การดูถูก, การสบประมาท”)

15. The best title for this passage is ______________________________________________.

(ชื่อเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับเนื้อเรื่อง – บทความ – นี้  คือ _______________________________)

      (a) Saving Endangered Species    (การช่วยชีวิตสัตว์ใกล้สูญพันธุ์)

      (b) Destruction of Wildlife Animals    (การทำลาย – ความหายนะ – ของสัตว์ป่า)

      (c) Coming Back from Extinction    (การกลับมาจากการสูญพันธุ์)  (เนื้อเรื่องส่วนใหญ่กล่าว

            ถึงสัตว์ที่เคยอยู่ในรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์  เช่น  เสือดาวและจระเข้ปากสั้น  ซึ่งในปัจจุบัน 

            ตามอนุสัญญาไซเตส  ไม่ใช่สัตว์ใกล้สูญพันธุ์อีกต่อไป  เนื่องจากมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น)

      (d) Convention of Preservationists    (การประชุมของนักอนุรักษ์)

 

(คำแปล)

เสือดาว : การฟื้นคืนสู่สภาพเดิมจากการใกล้สูญพันธุ์

 

            สำหรับนักอนุรักษ์ (preservationists) สัตว์  เสื้อคลุมที่ทำจากหนังเสือดาว (leopard coats) และรองเท้าหนังจระเข้ปากสั้น (alligator shoes)  ได้เป็นสัญลักษณ์(symbols) ของการขาดความสนใจ (ความไม่เอาใจใส่, ความเมินเฉย, ความไม่ลำเอียง, ความเป็นกลาง) (indifference) ของมนุษย์ต่อชะตากรรม (โชคชะตา, เคราะห์กรรม, พรหมลิขิต, ความพินาศ, ความหายนะ) (fate) ของสัตว์ป่า (wild animals) มาเป็นเวลานานแล้ว,  แม้กระทั่งในบรรดาสาธารณชน (general public)  ได้มีการยกระดับ (raised) จิตสำนึก (การตระหนักรู้, สติ, ความคิดและความรู้สึกรวมกัน) (consciousness) ให้สูงพอ  เพื่อที่ว่าเครื่องแต่งกาย (เสื้อผ้า, เครื่องมือทั้งชุด, เครื่องสัมภาระ, เครื่องมือ, เครื่องประกอบ) (outfits) เกี่ยวกับการกีฬา (sporting) ชุดใดๆ ก็ตาม (anyone)  ซึ่งทำมาจากหนัง (skins) ของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ (endangered animals)  มีความเสี่ยง (runs the risk) ต่อการ (ถูก) โจมตีอย่างรุนแรงทางวาจา (verbal assault) (โดนด่า) เป็นอย่างน้อยที่สุด (at least)

            อย่างไรก็ดี (however)  ผู้โจมตี (attackers) (เรื่องดังกล่าว) จะต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการ (วิถีทาง, วิธีการเข้าไป (เช่น ถนน), การเข้าใกล้) (approach) ของตนแล้ว,  โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา  หน่วยงานด้านปลาและสัตว์ป่า (Fish and Wildlife Service) ของสหรัฐฯ ได้ประกาศ (announced) อย่างเป็นทางการ (formally) ว่า  จระเข้ปากสั้นอเมริกันมิได้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ต่อไปอีกแล้ว (no longer an endangered species),  และ ณ การประชุมในสัปดาห์นี้ที่กรุงออตตาวา (เมืองหลวงของแคนาดา),  อนุสัญญา (การประชุม) (Convention) เรื่องการค้าสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ระหว่างประเทศ  (International Trade in Endangered Species) (CITES) ของสหประชาชาติ  จะออก (ปล่อย, ปลดปล่อย, ปลดเปลื้อง, แก้, คลาย, จำหน่าย) (release) รายงานซึ่งผลักดัน (กระตุ้น, เร่งเร้า, หนุน, เร้าใจ, ปลุกเร้า, เซ้าซี้) (urging) ไม่เพียงแต่ให้เสือดาวทั่วไป (common leopard) ถูกถอด (ปลด, เอาออก, ย้าย, โยกย้าย, ขนของ, ปลดเปลื้อง, ลบ, ขจัด, กำจัด, ไล่ออก, ฆ่า) (removed) จากรายชื่อของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์  แต่ยัง (ผลักดัน) ให้การล่า (เสือดาว) ที่ถูกกฎหมาย (legal hunting) ได้รับการดำเนินต่อไปใหม่ (เริ่มต้นใหม่, คืนสู่สภาพเดิม, กลับคืนใหม่, เข้าครอบครองใหม่) (resumed) อีกด้วย

            ในขณะที่การฟื้นคืนสู่สภาพเดิม (การฟื้นคืนเหมือนเดิม, การหายจากไข้, การเอากลับคืน, การกู้) (recovery) ของจระเข้ปากสั้น (จากการเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์) น่าทึ่ง (น่าสังเกต, ยอดเยี่ยม, พิเศษ) (remarkable)  มันดูเหมือนว่าสัตว์ตระกูลแมว เสือ สิงโต (feline) ซึ่งเป็นจุด (เป็นแต้ม, เปื้อน, เปรอะ, มีจุดด่างพร้อย, มีมลทิน) (spotted) (หมายถึง  เสือดาว)  อาจจะไม่เคยได้เผชิญกับ (faced) ความหายนะ (เหตุการณ์ที่ร้ายกาจ, ภัยพิบัติ, ตอนจบของละคร, จุดจบ) (catastrophe) (คะ-แทส-ทระ-ฟี) (หมายถึง  ไม่เคยเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์) ในประการแรก (in the first place),  ไม่เหมือนกับญาติห่างๆ (ลูกพี่ลูกน้อง, บุคคลที่เกี่ยวพันกัน) (cousin) ซึ่งหาได้ยาก (rare) อย่างแท้จริง  (truly) ของมัน (เสือดาว)  คือ  เสือดาวหิมะ (snow leopard) แถบเทือกเขาหิมาลัย,  เสือดาวทั่วไปเข้าไปอยู่ในรายชื่อ (made the list) (สัตว์ใกล้สูญพันธุ์) ในทศวรรษ ๑๙๗๐  ส่วนใหญ่แล้วด้วยเหตุผลทางด้านอารมณ์ (largely for emotional reasons) (คือ  มิใช่เพราะใกล้สูญพันธุ์จริงๆ),  โดยความวิตกกังวล (Worries) เกี่ยวกับถิ่นที่อยู่อาศัย (habitats) ที่หดตัวลง (ลดลง, ตัวหด, ย่น, เหี่ยว, หลบหน้า, ทำให้หดตัว, ทำให้ลดลง, ทำให้ย่น) (shrinking) (ของเสือดาว)  และการไล่ล่าที่มากเกินไป (excessive hunting) ได้ถูกกล่าวเกินความจริง (พูดโม้, พูดหรือเขียนเลยเถิด, เพิ่มหรือขยายเกินกว่าปกติ, โอ้อวด) (exaggerated) อย่างชัดเจน,  จ๊าค เบอร์นีย์   รองเลขาธิการ (deputy secretary-general) ของไซเตส  ยอมรับ (admits) (ในเรื่องดังกล่าว  และกล่าวว่า) “เสือดาวไม่เหมือนกับ (like) เสือชีต้า,”  เขาสังเกต (observes)  “พวกมันเป็นสัตว์ที่สามารถปรับตัวได้สูง (highly adaptable)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ READING