หมวดข้อสอบ READING

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 41)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Job Crisis Opportunity

 

          Adversity presents opportunity.  Just ask Iwao Keiichi.  Forced by illness to close his restaurant management and food manufacturing firm, Iwao began life anew in 1993 when he established Tokyo’s first job placement firm, Way Station. 

          The Japanese economy had just crashed, and Iwao expected that many people would soon lose their jobs.  He was right.  Last year his turnover was $4.1 million, and he expects a four-fold increase this year.

          Job placement services are new to a nation which is used to lifetime employment.  In these jittery times, Iwao, 54, is helping Japanese who haven’t a clue how to look for work.  His firm retrains job-seekers and refers them to prospective employers.  Big firms also pay Iwao for advice on how to deal with layoffs and restructuring.  “My services,” he says “offer a soft landing for all parties.”

          At Way Station, every client facing the chop is assigned a “job-hunt” counselor.  Counselors spend about three months studying a candidate’s work skills and matching them to job prospects.  Clients also learn how to write resumes, use PCs and face interviews. 

          Last year, 450 job-seekers went through Iwao’s training centers in Tokyo, Osaka, Nagoya and Fukuoka.  He expects 1,200 this year.  Since competition for jobs is tough, he advises clients to change their way of thinking and look beyond Japan’s major corporations to small firms.  Iwao has succeeded in part because he is much like his clients - - a middle-aged man facing a mid-career setback who took a gamble and won.

 

1. The article mainly discusses Iwao’s ___________________________________________.

(บทความส่วนใหญ่พูดเรื่อง _____________________________________ ของอิวาโอะ)

    (a) job placement service    (การบริการจัดหางาน)

    (b) career failure    (ความล้มเหลวด้านอาชีพ)

    (c) food manufacturing firm    (บริษัทผลิตอาหาร)  (เป็นบริษัทเก่าของอิวาโอะที่ปิดกิจการไปแล้ว)

    (d) counseling techniques    (เทคนิคการให้คำปรึกษา)  (เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบริการนี้)

2. In paragraph 1, the writer says, “Adversity presents opportunity.”  Iwao’s adversity refers to his _______________.

(ในพารากราฟ ๑, ผู้เขียนกล่าวว่า “เคราะห์ร้ายยื่นโอกาสให้,” เคราะห์ร้ายของอิวาโอะหมายถึง ____

____________ ของเขา)

    (a) success    (ความสำเร็จ)

    (b) accident    (อุบัติเหตุ)

    (c) gambling    (การพนัน)

    (d) fury    (ความโกรธ, ความโมโหร้าย, ความเดือดดาล, ความรุนแรง, ความดุเดือด, คนที่โมโหร้าย,

          คนที่ดุร้าย)

    (e) illness    (ความเจ็บไข้ได้ป่วย)  (ประโยคที่ ๓ – สุดท้าย – ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  

         “เมื่อถูกบังคับโดยความเจ็บไข้ได้ป่วยให้ต้องปิดบริษัทบริหารจัดการภัตตาคารและผลิต

         อาหาร,  อิวาโอะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ......................”)

    (f) patience    (ความอดทน)

    (g) folly    (ความโง่, ความเขลา, การกระทำที่โง่ๆ, เรื่องที่สิ้นเปลืองมากแต่ไร้ประโยชน์)

    (h) arrogance    (ความหยิ่ง, ความยโส, ความจองหอง)

3. The word “established” in the first paragraph refers to ____________________________.

(คำว่า  “ก่อตั้ง, สถาปนา, สร้าง, ทำให้เกิดขึ้น, ตั้งมั่น, กำหนด, บัญญัติ”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง _________________)

    (a) distinguished    (บอกความแตกต่าง, เห็นความแตกต่าง, แยกแยะความแตกต่าง)

    (b) shattered    (ทำแตกเป็นเสี่ยงๆ-ชิ้นๆ, ทำให้แตกละเอียด, ทำให้เสียหาย-เสื่อมเสีย-ป่นปี้, ทำลาย,

          แตกละเอียด-เป็นชิ้นๆ, เสื่อมเสีย, เสียหาย)

    (c) hijacked    (จี้เครื่องบิน-เรือ-รถ ให้ไปยังจุดหมายที่ต้องการ, ปล้น, บีบบังคับ, หลอกลวง)

    (d) purchased    (ซื้อ)

    (e) looted    (ปล้นสะดม, แย่งชิง)

    (f) founded    (ก่อตั้ง, วางรากฐาน, สร้าง)

    (g) legalized    (ทำให้เป็นเรื่องถูกกฎหมาย)

    (h) despised    (ดิส-ไพ้ซ) (ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม)

4. According to paragraph 2, Iwao believed that _____________________________________.

(ตามที่พารากราฟ ๒ กล่าว,  อิวาโอะเชื่อว่า ______________________________________)

    (a) the Japanese economy would improve in the near future    (เศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะดีขึ้นในอนาคต

          อันใกล้) 

    (b) many people would be unemployed because of the economic crisis    (คนจำนวนมาก

          จะตกงาน  เนื่องมาจากวิกฤติทางเศรษฐกิจ)  (ประโยคแรกของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า เศรษฐ

          กิจญี่ปุ่นเพิ่งจะพัง (ล้มเหลว)  และอิวาโอะคาดหวังว่าคนจำนวนมากจะตกงานในไม่ช้า)

    (c) the number of laid-off workers would increase four times    (จำนวนของคนงานที่ถูกปลดออก

          จากงานจะเพิ่มขึ้นเป็น ๔ เท่า)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “เมื่อปีที่แล้วเงินที่ (บริษัท

          ของเขา) ทำได้ (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย) มีจำนวน  ๔.๑ ล้านดอลลาร์  และเขาคาดหวังการเพิ่มขึ้น ๔ เท่า

          (๑๖.๔ ล้านดอลลาร์) ปีนี้”)

    (d) he set up the company at the wrong time    (เขาตั้งบริษัทในเวลาที่ไม่เหมาะสม)  (ไม่เป็นความจริง 

          ดูคำอธิบายจากใน ข้อ  “C”)

5. In the second paragraph, “crashed” means ____________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “พัง, ล้มเหลว, พ่ายแพ้, พุ่งชน, ชนโครม, ปะทะโครม, มีเสียงกระทบหรือชนกัน”  หมายถึง ___________________)

    (a) erupted    (ระเบิด, แตกออก, ปะทุ, พุ่งออกมา, ทำให้แตกออก-ระเบิดออก-ปะทุ)

    (b) existed    (ดำรงอยู่, มีอยู่)

    (c) succumbed    (ซะ-คั่ม)  (ยอม, ยอมจำนน, ตกอยู่ในอำนาจ, เชื่อฟัง, ได้รับโรคหรือบาดแผล, แก่, ตาย)

    (d) capitulated    (คะ-พิช-ชุ-เลท)  (ยอมแพ้, ยอมจำนน, ยินยอม, หยุดต่อต้าน)

    (e) withered    (วิธ-เธอะ)  (เหี่ยวแห้ง, เหี่ยวเฉา, หดเหี่ยว, หด, ย่น, ร่วงโรย, (สี) จางลง, เน่าเปื่อย, อับเฉา,

         ทำให้เหี่ยวแห้ง-ร่วงโรย-อับเฉา-หมดกำลัง-ตายไป)

    (f) illuminated    (ส่องสว่าง, ให้ความสว่าง, ให้ความกระจ่างหรือความเข้าใจ)

    (g) collapsed    (ล้มเหลว, ทรุดลง, พังลง, ล้มลง, ยุบลง, ล้มหมดสติ, (ราคา) ตกฮวบฮาบ,

         ทำให้ล้มลง, ทำให้พัง)

    (h) incapacitated    (ทำให้ไร้ความสามารถ, ทำให้ขาดคุณสมบัติ)

6. The word “turnover” in paragraph 2 is closest in meaning to _______________________.

(คำว่า  “เงินที่ทำได้จากการขายสินค้าหรือบริการ (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย)”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _________________)

    (a) profit    (กำไร)

    (b) turning point    (จุดที่มีการเปลี่ยนแปลง, จุดหัวเลี้ยวหัวต่อ)

    (c) turnout    (การชุมนุม, มวลชนที่มาชุมนุมกัน, การออกปฏิบัติงาน, การหยุดงาน, ผลิตผล, ผลิตภัณฑ์)

    (d) turnpike    (ถนนสำหรับรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วสูง, (โดยเฉพาะถนนที่มีด่านเก็บค่าผ่านทาง),

          ด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง, คอก (บูธ) สำหรับเก็บเงินค่าผ่านทางบนถนน)

    (e) the value of the goods or services sold during a particular period of time    (มูลค่าของ

         สินค้าหรือบริการซึ่งถูกขายไปในระหว่างช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง)  (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย)

    (f) premise    (เพร้ม-มิส  หรือ  พริ-ไม้ซ)  (สมมติฐาน, พื้นฐานสำหรับการสรุป, ที่ดินรวมสิ่งปลูกสร้าง)

    (g) remuneration    (ค่าตอบแทน, รายได้, สินน้ำใจ, การจ่ายเงิน, การให้รางวัล, การตอบแทน,

          การชดเชย)

    (h) real estate    (อสังหาริมทรัพย์)

7. Way Station’s main objective is to ____________________________________________.

(วัตถุประสงค์สำคัญของ (บริษัทจัดหางาน) เวย์สเตชัน  คือ ___________________________)

    (a) teach clients how to accept retirement    (สอนลูกค้าวิธีการยอมรับการเกษียณอายุงาน)

    (b) recruit workers for both local and international firms    (คัดเลือกคนงานสำหรับทั้งบริษัทท้องถิ่น –

          ในประเทศ – และระหว่างประเทศ)

    (c) assist people in finding new jobs after lay-offs    (ช่วยเหลือผู้คนในการหางานใหม่หลังการ

          โดนปลดออกจากงาน)  (ดูจากพารากราฟที่ ๔ ที่กล่าวว่า  “เวย์สเตชันจัดที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้า

          เพื่อหางานใหม่ทำ  โดยที่ปรึกษาใช้เวลาประมาณ ๓ เดือนศึกษาทักษะงานของลูกค้า  และจับคู่

          ลูกค้ากับงานที่เหมาะสม  นอกจากนั้นลูกค้ายังได้เรียนรู้วิธีการเขียนเรซูเม,  ใช้คอมพิวเตอร์ 

          และเตรียมพร้อมเพื่อการสัมภาษณ์งาน” )

    (d) give advice to employers on how to screen job applicants    (ให้คำแนะนำกับนายจ้างในเรื่องวิธี

          การคัดเลือกผู้สมัครงาน)

8. According to paragraph 3, big firms are ___________________________ their lay-offs.

(ตามที่พารากราฟ ๓ กล่าว,  บริษัทใหญ่ _____________________ การปลดคนงานของตน)

    (a) grateful for    (ขอบคุณสำหรับ)

    (b) concerned about    (วิตกกังวลเกี่ยวกับ)  (ดูจากประโยคที่ ๔ ของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า 

          “บริษัทขนาดใหญ่ยังจ่ายเงินให้อิวาโอะสำหรับคำแนะนำว่าจะจัดการ (รับมือ) กับการปลด

          คนงานออกและการปรับโครงสร้างอย่างไรอีกด้วย)

    (c) satisfied with    (พึงพอใจกับ)

    (d) indifferent to    (ไม่แยแสหรือสนใจกับ)

    (e) prepared for    (เตรียมพร้อมสำหรับ)

    (f) thinking about    (กำลังคิดเกี่ยวกับ)

    (g) likely to start    (มีแนวโน้มว่าจะเริ่มต้น)

9. Iwao is an example of a person who _________________________________________.

(อิวาโอะเป็นตัวอย่างของบุคคลผู้ซึ่ง ________________________________________)

    (a) turns bad luck into good fortune    (เปลี่ยนโชคร้ายให้กลายเป็นโชคดี)  (ดูจากพารากราฟ

          แรกที่กล่าวว่า  “เคราะห์ร้ายยื่นโอกาสให้(คุณ) เพียงแต่ถามอิวาโอะ ไคอิชิ,  (ซึ่ง) เมื่อถูกบัง

          คับโดยความเจ็บไข้ได้ป่วยให้ต้องปิดบริษัทบริหารจัดการภัตตาคารและผลิตอาหาร,  อิวาโอะ

          เริ่มต้นชีวิตใหม่ในปี ๑๙๙๓  เมื่อเขาก่อตั้งบริษัทจัดหางานแห่งแรกของโตเกียว หรือเวย์

          สเตชัน)

    (b) likes competitive jobs    (ชอบงานที่มีการแข่งขัน)

    (c) is lucky in love    (โชคดีในเรื่องความรัก)

    (d) takes advantage of others    (เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น)

10. It can be inferred that, in general, Japanese ___________________________________.

(มันสามารถสรุปว่า, โดยทั่วไปแล้ว, คนญี่ปุ่น __________________________________)

      (a) lack job training    (ขาดแคลนการฝึกอบรมงาน)

      (b) prefer to work in small firms    (ชอบที่จะทำงานในบริษัทเล็กๆ มากกว่า)  (ไม่เป็นความจริงเนื่องจาก

            ประโยคที่ ๓ ของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “เนื่องจากการแข่งขันเพื่อหางานทำมีสูง  เขาจึงแนะนำลูก

            ค้าให้เปลี่ยนวิธีคิดของตน  และมองเกินไปกว่า (มองข้าม) บรรษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น  ไปยังบริษัท

            เล็กๆ (คือ อย่าคิดแต่จะทำงานกับบริษัทใหญ่เท่านั้น  ให้มองบริษัทเล็กๆ บ้าง)”)

      (c) often get fired    (ถูกไล่ออกจากงานบ่อยๆ)

      (d) rarely change jobs    (ไม่ใคร่จะเปลี่ยนงาน)  (ดูจากประโยคแรกของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า 

            “การบริการจัดหางานเป็นสิ่งใหม่กับประเทศ (ญี่ปุ่น) ซึ่งคุ้นเคยกับ (เคยชินกับ) การจ้างงาน

             ตลอดชีวิต)

11. The word “jittery” in paragraph 3 is closest in meaning to ________________________.

(คำว่า  “วิตกกังวล, หงุดหงิด, เครียด, กระวนกระวาย, กระสับกระส่าย”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ __________________)

      (a) surprising    (น่าประหลาดใจ)

      (b) boring    (น่าเบื่อ)

      (c) uncertain    (ไม่แน่นอน)

      (d) successful    (ประสบความสำเร็จ)

      (e) nervous    (กังวลใจ, หงุดหงิด, เป็นประสาท, ประหม่า)

      (f) hard    (ยากลำบาก, แข็ง, หนัก)

      (g) notable    (โน้  หรือ  น้อท-ทะ-เบิ้ล)   (น่าสังเกต, เด่น, สะดุดตา, มีชื่อเสียง, น่าจดจำ, มีความสามารถ)  

      (h) obsolete    (อ๊อบ-ซะ-ลีท)  (พ้นสมัย, ล้าสมัย, เลิกใช้แล้ว, เก่าคร่ำครึ)  

12. What does “layoffs” in paragraph 3 mean?

(การปลดคนงานออก, การเลิกจ้าง, ระยะเวลาที่ไม่มีงานทำหรือเลิกจ้าง”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) layout    (โครงงาน, แผนงาน, การออกแบบ, การแผ่ออก, สถานที่, สถานการณ์, สภาพ, ชุดเครื่องมือ

            หรืออุปกรณ์)

      (b) layover    (การหยุดพัก, การหยุด, การหยุดระหว่างทาง)

      (c) profusion    (โพร-ฟิ้วส-ชั่น)   (ปริมาณที่มากมายเกินไป, ความฟุ่มเฟือย, ความสุรุ่ยสุร่าย)  

      (d) oblivion     (อะ-บลิ้ฟ-เวี่ยน)  (การถูกลืม, การสูญจากความทรงจำ, การลืมเลือน, การให้อภัย,

            การอภัยโทษ)  

      (e) hypocrisy    (ฮิ-พ้อค-ระ-ซี่)   (การเสแสร้ง, การแสร้งทำ, การหลอกลวง, การหน้าไหว้หลังหลอก)  

      (f) ordeal    (ออร์-ดี้ล)  (การทดสอบอย่างทรหดที่สุด, การพิสูจน์ความผิดสมัยโบราณ เช่น ดำน้ำ, ลุยไฟ,

            ประสบการณ์ที่ยากลำบากอย่างแสนสาหัส)  

      (g) reparation    (เรพ-พะ-เร้-ชั่น)  (การชำระเงินคืน, การชดเชย, การเยียวยา, การแก้ไข, การปรับปรุง,

            การซ่อมแซม, การฟื้นฟู, การปฏิสังขรณ์)  

      (h) discharges    (การปลดจากงาน, การปล่อยออก, การขับออก, สิ่งที่ถูกขับออก, การยกเลิก,

            การปล่อยกระแสไฟฟ้า, การยิงปืน)

13. In the fourth paragraph, “the chop” can best be replaced by _____________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “การตัด, การผ่า, การสับ, ชิ้นส่วนที่ตัดออก, ผิวน้ำที่กระเพื่อมขึ้นลง”) (เป็นการเปรียบเทียบ  หมายถึง  การถูกปลดออกจากงานหรือการเลิกจ้างหรือการตกงาน)  สามารถแทนดีที่สุดโดย _________________)

      (a) retirement    (การเกษียณอายุงาน)

      (b) respite    (เรส-พิท)  (การพักผ่อน, การหยุดชั่วคราว, การทุเลา, การยืดเวลาออกไป, การเลื่อนเวลา

            ออกไป)

      (c) soft landing    (การที่เครื่องบินลงแตะพื้นดินอย่างนุ่มนวล)  (เป็นการเปรียบเทียบว่าบริษัทจัดหางาน

            ของอิวาโอะหาที่ลงสวยๆ ให้กับทุกฝ่าย  คือ นายจ้าง, ลูกจ้าง, ลูกค้า ฯ)

      (d) reprisal    (ริ-ไพร้-เซิ่ล)  (การโต้ตอบด้วยกำลัง หรือกำลังทางทหาร, การแก้แค้น, การยึดทรัพย์สิน

            เพื่อเป็นการโต้ตอบ)  

      (e) restructuring    (การปรับโครงสร้าง)

      (f) unemployment    (การไม่มีงานทำ, การตกงาน, การว่างงาน)

      (g) repercussion    (รี  หรือ  เรพ-เพอร์-คั้ช-ชั่น)  (ผลลัพธ์, ผลกระทบทางอ้อม, การสะท้อนกลับ,

            การเด้งกลับ, สิ่งที่สะท้อนกลับ, ผลสะท้อน, เสียงสะท้อน)

      (h) proximity    (พรอค-ซิ้ม-มะ-ที่)  (ความใกล้ชิด, ความใกล้เคียง)  

14. The word “prospects” in paragraph 4 means ________________________________.

(คำว่า  “โอกาส, ความคาดหวัง, ความหวังข้างหน้า, กาลภายหน้า, ผู้ที่อาจเป็นลูกค้าได้, ผู้อาจเป็นผู้สมัคร”  ในพารากราฟ ๔  หมายถึง _________________)

      (a) prospectus    (รายการเกี่ยวกับโครงการในอนาคต, หนังสือชักชวนให้ซื้อหุ้น, ระเบียบการสมัครเข้า

            เรียนในมหาวิทยาลัยหรืออื่นๆ)

      (b) disputes    (การโต้เถียง, การทะเลาะวิวาท) 

      (c) proposals    (ข้อเสนอ) 

      (d) schemes    (. โครงการ, แผนการ, แผนผัง, แบบแผน, ระบบการจัดการ,  . แผนลับ, แผนร้าย,

            เพทุบาย, กลเม็ด) 

      (e) anticipations    (การคาดหวัง, การมุ่งหวัง, การทำนาย)

      (f) indifferences    (การขาดความสนใจ, ความเมินเฉย, ความไม่ลำเอียง, ความเป็นกลาง) 

      (g) vicissitudes    (วิ-ซิ้ส-ซิ-ทิ้วด)  (ความขึ้นๆลงๆ, การเปลี่ยนแปลง, การผันแปร, การหมุนเวียน,

            การสับเปลี่ยน)

      (h) aptitudes    (แอ๊พ-ทิ-ทิ้วด)  (ความสามารถ, สมรรถภาพ, ความถนัด, ความฉลาด, การเรียนเก่ง)  

15. People who ____________________________ are the target customers for Way Station.

(ผู้คนซึ่ง _____________________ เป็นลูกค้าเป้าหมายสำหรับ (บริษัทจัดหางาน) เวย์สเตชัน)

      (a) do not have work experience    (ไม่มีประสบการณ์ทำงาน)

      (b) face career change in their middle age    (เผชิญกับการเปลี่ยนอาชีพในวัยกลางคน)

            (ดูจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “อิวาโอะได้ประสบความสำเร็จ 

            ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเขาเหมือนกับลูกค้าของเขาอย่างมาก  คือ  เป็นชายวัยกลางคน 

            ซึ่งเผชิญกับความล้มเหลวด้านอาชีพกลางคัน (ระหว่างกึ่งกลางของอาชีพ) (หรือในวัย

            กลางคน) ผู้ซึ่งเล่นการพนัน (ในที่นี้หมายถึงกล้าเสี่ยงที่จะเปลี่ยนอาชีพตอนแก่) และชนะ ”)

      (c) are stubborn but ambitious    (ดื้อรั้นแต่ทะเยอทะยาน)

      (d) are slow to learn work skills   (เชื่องช้าในการเรียนรู้ทักษะงาน)

16. The word “tough” in the fifth paragraph could best be replaced by _________________.

(คำว่า  “โหด, ยาก, สูง, เหนียว, ทนทาน, ไม่เปราะ, บึกบึน, ดื้อรั้น, แข็งแรง, ใจแข็ง”  ในพารากราฟ ๕  สามารถแทนดีที่สุดโดย _________________)

      (a) abortive    (อะ-บ๊อร์-ทิฟว)   (ไร้ผล, ไม่สำเร็จ, แท้ง, ที่คลอดก่อนกำหนด, ซึ่งทำให้แท้ง)

      (b) fallacious    (ฟะ-เล้-ชัส)  (ผิดพลาด, ซึ่งทำให้ผิดหวัง, ซึ่งทำให้เข้าใจผิด, หลอกลวง, ลวง)  

      (c) penurious    (พี-นิ้ว-เรียส)  (ขี้ตระหนี่อย่างมาก, ขี้เหนียวมากที่สุด, ยากจนที่สุด, ขาดแคลนยิ่ง)

      (d) difficult    (ยาก, ลำบาก, ยุ่งยาก, มีอุปสรรค, ขัดสน, ซึ่งก่อความลำบากใจ, ดื้อรั้น)

      (e) hideous    (ฮิ้ด-เดียส)  (น่ากลัว, น่าเกลียดมาก, สยดสยอง, เขย่าขวัญ, น่าขยะแขยง, น่าตกใจ)  

      (f) atrocious    (อะ-โทร้-เชิส)  (โหดร้าย, ทารุณ, ชั่วร้าย, น่ากลัว, ดุร้าย, เลวร้าย)  

      (g) explicit    (เอคส-พลิ้ซ-ซิท)  (ชัดเจน, ชัดแจ้ง, แน่นอน, เปิดเผย, ขวานผ่าซาก)  

      (h) feasible    (ฟิ-ซะ-เบิ้ล)  (ที่ดำเนินการได้, ที่เป็นไปได้, ที่กระทำได้)  

17. The phrase “took a gamble” in the final paragraph refers to ______________________.

(วลี  “เล่นการพนัน”  (ในที่นี้หมายถึงกล้าเสี่ยงที่จะเปลี่ยนอาชีพตอนแก่)”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง __________________)

      (a) bought a lottery ticket    (ซื้อล็อตเตอรี)

      (b) played card games for money    (เล่นไพ่เอาเงิน)

      (c) worked in a casino    (ทำงานในบ่อนการพนัน)

      (d) wasn’t afraid to take a risk    (ไม่กลัวที่จะเสี่ยง)

18. The best title for this passage is _____________________________________________.

(ชื่อเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับบทความนี้  คือ _______________________________________)

      (a) Job Crisis Center    (ศูนย์วิกฤติงาน(บทความนี้พูดเกี่ยวกับบริษัทจัดหางาน  ซึ่งช่วยเหลือ

            คนตกงานในวัยกลางคนให้มีงานใหม่ทำ)

      (b) Lost and Found    (ของหายและหาเจอ)

      (c) Lifetime Employment    (การจ้างงานตลอดชีวิต)

      (d) Opportunity Knocks Once    (โอกาสมาเคาะประตูเพียงครั้งเดียว)  (หมายถึง  โอกาสมีไม่บ่อยนัก 

            ดังนั้นเมื่อโอกาสมาถึงแล้ว  ให้รีบฉวยไว้)

19. The purpose of the passage is to ____________________________________________.

(วัตถุประสงค์ของบทความนี้  คือ ___________________________________________)

      (a) persuade    (ชักชวน)

      (b) give a warning    (เตือน)

      (c) argue    (โต้แย้ง, โต้เถียง, ให้เหตุผล)

      (d) predict    (ทำนาย, คาดคะเน)

      (e) advertise    (โฆษณา)

      (f) inform    (บอกให้ทราบ, แจ้ง)  (คือ  บอกให้ผู้อ่านทราบเกี่ยวกับบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่ง 

            ซึ่งช่วยเหลือคนตกงานในวัยกลางคน)

      (g) criticize    (วิพากษ์วิจารณ์)

      (h) entertain    (ให้ความบันเทิง, ให้ความเพลิดเพลิน)

 

(คำแปล)

โอกาสจากวิกฤติ (ตก) งาน

 

            เคราะห์ร้าย (ความทุกข์ยาก, ภัยพิบัติ) (Adversity) ยื่นโอกาสให้ (presents opportunity),  (คุณ) เพียงแต่ถามอิวาโอะ ไคอิชิ,  เมื่อถูกบังคับ (forced) โดยความเจ็บไข้ได้ป่วย (illness) ให้ต้องปิดบริษัท (firm) บริหารจัดการภัตตาคารและผลิตอาหาร (food manufacturing),  อิวาโอะเริ่มต้นชีวิตใหม่ (อีกครั้ง) (anew) ในปี ๑๙๙๓  เมื่อเขาก่อตั้ง (สถาปนา, สร้าง, ทำให้เกิดขึ้น, ตั้งมั่น, กำหนด, บัญญัติ) (established) บริษัทจัดหางาน (job placement firm) แห่งแรกของโตเกียว หรือเวย์สเตชัน

            เศรษฐกิจญี่ปุ่น (Japanese economy) เพิ่งจะพัง (ล้มเหลว, พ่ายแพ้, พุ่งชน, ชนโครม, ปะทะโครม, มีเสียงกระทบหรือชนกัน) (crashed)  และอิวาโอะคาดหวัง (expected) ว่าคนจำนวนมากจะตกงานในไม่ช้า (would soon lose their jobs),  เขา (คิด) ถูกต้องแล้ว  เมื่อปีที่แล้วเงินที่ (บริษัทของเขา) ทำได้ (turnover) (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย) มีจำนวน  ๔.๑ ล้านดอลลาร์  และเขาคาดหวังการเพิ่มขึ้น ๔ เท่า (four-fold increase) (๑๖.๔ ล้านดอลลาร์) ปีนี้

            การบริการจัดหางาน (Job placement services) เป็นสิ่งใหม่กับประเทศซึ่งคุ้นเคยกับ (เคยชินกับ) (is used to) การจ้างงานตลอดชีวิต (lifetime employment),  ในยุค (สมัย, ช่วงเวลา) (times) ที่วิตกกังวล (หงุดหงิด, เครียด, กระวนกระวาย, กระสับกระส่าย) (jittery) เหล่านี้  อิวาโอะ, อายุ ๕๔ ปี,  กำลังช่วยเหลือชาวญี่ปุ่นผู้ซึ่งไม่มีเบาะแส (ร่องรอย, เงื่อนงำ, เงื่อนปม) (clue) ว่าจะหางานทำอย่างไร (how to look for work),  บริษัทของเขาฝึกอบรมซ้ำอีกครั้ง (retrains) คนหางานทำ (job-seekers)  และส่งตัว (เสนอแนะ, อ้างอิง, อ้างถึง, กล่าวถึง, ตรวจดู, ค้นดู) (refers) พวกเขาไปยังนายจ้างผู้มีความคาดหวัง (คาดหวังไว้, คาดคะเนไว้, ในอนาคต) (prospective) (ว่าจะได้ตัวลูกจ้างที่เหมาะสม),  ทั้งนี้  บริษัทขนาดใหญ่ยังจ่ายเงินให้อิวาโอะสำหรับคำแนะนำ (advice) ว่าจะจัดการ (รับมือ, ติดต่อธุรกิจ) (deal) กับการปลดคนงานออก (การเลิกจ้าง, ระยะเวลาที่ไม่มีงานทำหรือเลิกจ้าง) (layoffs) และการปรับโครงสร้าง (restructuring) อย่างไรอีกด้วย,  “บริการของผม,” เขากล่าว, “เสนอให้ (offer) การลงแตะพื้นดินอย่างนุ่มนวล (soft landing) (เป็นการเปรียบเทียบ  หมายถึง  การหาทางออกหรือแก้ปัญหาให้อย่างเหมาะสม) สำหรับทุกฝ่าย (all parties),”

            ที่เวย์สเตชัน  ลูกค้า (client) ทุกคนที่เผชิญหน้า (หันหน้าไปทาง, หงายไพ่หรืออื่นๆ) (facing) กับการตัด (การผ่า, การสับ, ชิ้นส่วนที่ตัดออก, ผิวน้ำที่กระเพื่อมขึ้นลง) (chop) (เป็นการเปรียบเทียบ  หมายถึง  การถูกปลดออกจากงานหรือการเลิกจ้างหรือการตกงาน) ได้รับการจัดให้ (มอบหมายให้, มอบหมาย, กำหนด, นัด, ระบุ) (assigned) ที่ปรึกษา (ผู้แนะนำ, สมาชิกสภาท้องถิ่น, อุปทูต, ทนายความ, ที่ปรึกษากฎหมาย) (counselor) (หมายถึง  ได้รับการจัดที่ปรึกษาให้) “การล่างาน(job-hunt),  โดยที่ปรึกษาใช้เวลาประมาณ ๓ เดือนศึกษาทักษะงาน (work skills) ของผู้ได้รับการเลือกให้เข้าแข่งขัน (ผู้สมัครรับเลือกตั้ง) (candidate)  และจับคู่ (matching) ทักษะเหล่านี้กับโอกาส (ความคาดหวัง, ความหวังข้างหน้า, กาลภายหน้า, ผู้ที่อาจเป็นลูกค้าได้, ผู้อาจเป็นผู้สมัคร) (prospects) งาน (หมายถึง  ทักษะด้านนี้จะเหมาะสมกับความคาดหวังหรือโอกาสงานประเภทใด),  (และ) ลูกค้าจะได้เรียนรู้วิธีเขียนเรซูเม่ (ประวัติการศึกษาและประสบการณ์ทำงาน) (resumes), ใช้คอมพิวเตอร์ (PCs) และเผชิญหน้ากับการสัมภาษณ์ (face interviews) ด้วยเช่นกัน

            เมื่อปีที่แล้ว  ผู้หางานทำ (job-seekers) ๔๕๐ คน  ได้ผ่านการอบรม (went through) ที่ศูนย์ฝึกอบรมของอิวาโอะในโตเกียว, โอซากา, นาโกยา และฟูกูโอกะ,  โดยเขาคาดหวัง (มีผู้เข้าอบรม) ๑,๒๐๐ คนปีนี้,  (และ) เนื่องจาก (Since) การแข่งขัน (competition) เพื่อหางานทำ (for jobs) สูง (โหด, ยาก, เหนียว, ทนทาน, ไม่เปราะ, บึกบึน, ดื้อรั้น, แข็งแรง, ใจแข็ง) (tough)  เขาจึงแนะนำ (advises) ลูกค้าให้เปลี่ยนวิธีคิดของตน (their way of thinking)  และมองเกินไปกว่า (มองข้าม) (look beyond) บรรษัทขนาดใหญ่ (major corporations) ของญี่ปุ่น  ไปยังบริษัทเล็กๆ (คือ อย่าคิดแต่จะทำงานกับบริษัทใหญ่เท่านั้น  ให้มองบริษัทเล็กๆ บ้าง),  อิวาโอะได้ประสบความสำเร็จ  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า (in part because) เขาเหมือนกับ (คล้ายกับ, อย่างเดียวกันกับ, เป็นลักษณะเฉพาะของ) (like) ลูกค้าของเขาอย่างมาก  คือ  เป็นชายวัยกลางคน (middle-aged man) ซึ่งเผชิญกับความล้มเหลว (ความพ่ายแพ้, การถอยหลัง, การหยุดยั้งการก้าวหน้า, กระแสน้ำทวน) (setback) ด้านอาชีพกลางคัน (ระหว่างกึ่งกลางของอาชีพ, ประกอบอาชีพไปได้ครึ่งทาง) (mid-career) (หรือในวัยกลางคน)  ผู้ซึ่งเล่นการพนัน (took a gamble) (ในที่นี้หมายถึงกล้าเสี่ยงที่จะเปลี่ยนอาชีพตอนแก่) และชนะ

           

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 40)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Struggles to Save the Cape Sable Seaside Sparrow

 

          The Cape Sable seaside sparrow, a tiny bird that lives only in Florida’s Everglades and one of the world’s most endangered species, has started to make a comeback this spring, environmentalists said. 

          A survey team has spotted at least 6,000 of the sparrows in the Everglades this spring, up from an estimated 4,000 to 5,000.  The increase followed a decision by flooding control engineers not to inundate a key nesting ground.

          Despite the good news, the Cape Sable seaside sparrow remains on the endangered list.  Since 1981, its numbers have dropped more than 60 percent.  The Everglades is home to at least 14 animal species classified as threatened or endangered.

          Ecologists had argued the best way to save the sparrow was for flood-control engineers to stop storing and releasing millions of gallons of water in farm and residential areas surrounding Everglades National Park.

          This year, the fight got as far as Washington before engineers decided they would not open the gates and flood an important sparrow nesting area.  Environmentalists had warned that flooding this year could lead to the bird’s extinction.  The decision not to open the gates had led to the upturn in the sparrow’s population.  “By doing this, we have allowed the species to recover.” an ecologist said.

 

1. Ecologists were worried about the Cape Sable seaside sparrow because ________________.

(นักนิเวศวิทยาวิตกกังวลเกี่ยวกับนกกระจอกชายฝั่งทะเลเคพเซเบิล  เพราะว่า _____________)

    (a) it had moved to other areas    (มันได้ย้ายไปสู่พื้นที่อื่นๆ)

    (b) it had been classified as extinct    (มันได้ถูกจัดประเภทว่าสูญพันธุ์)

    (c) its numbers had fallen    (จำนวนของมันได้ลดลง)  (๒ ประโยคแรกของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า 

          “...................นกกระจอกฯ ยังคงอยู่ในบัญชี (สัตว์) ใกล้สูญพันธุ์,  โดยตั้งแต่ปี ๑๙๘๑ จำนวนของ

          มันได้ลดลงกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์)

    (d) its nesting area had been discovered    (พื้นที่สร้างรังของมันได้ถูกค้นพบ)

2. In the first paragraph, “endangered” means ____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “ใกล้สูญพันธุ์, ได้รับอันตราย”  หมายถึง _________________________)

    (a) engendered    (ทำให้เกิด, ก่อให้เกิด, บังเกิด)

    (b) isolated    (ที่แยกตัวออกไป, ที่แยกอยู่ต่างหาก, ที่แยกตัวโดดเดี่ยว)

    (c) violent    (รุนแรง, ดุเดือด, ใช้กำลัง, ล่วงละเมิด, ซึ่งทำให้บาดเจ็บ, ทำลาย)

    (d) hideous    (ฮิด-เดียส)  (น่าเกลียดมาก, น่ากลัว, น่าตกใจ, สยดสยอง, เขย่าขวัญ)

    (e) indispensable    (สำคัญยิ่ง, จะขาดเสียมิได้)

    (f) almost becoming extinct    (เกือบจะสูญพันธุ์)

    (g) indolent    (อิ๊น-โด-เลิ่นท)  (เกียจคร้าน) 

    (h) enthusiastic    (กระตือรือร้น, เร่าร้อน, มีใจจดจ่อ, มีศรัทธาแรงกล้า)

3. The word “comeback” in paragraph 1 refers to the ________________________________.

(คำว่า  “กลับมา”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง _____________________________________)

    (a) flight to its nesting area    (การบินไปสู่พื้นที่ – บริเวณ - สร้างรังของมัน)

    (b) return of its popularity    (การกลับสู่ความเป็นที่นิยมของมัน)

    (c) change in flight patterns    (การเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการบิน)

    (d) increase in numbers    (การมีจำนวนเพิ่มขึ้น)  (ประโยคแรกของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “คณะ

           สำรวจได้เห็นนกกระจอกอย่างน้อย ๖,๐๐๐ ตัวในบึงเอฟเวอร์เกลดฤดูใบไม้ผลินี้,  โดยเพิ่มขึ้น

           จากที่ได้ประมาณการไว้ว่าจะมี ๔,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ตัว”)

4. The word “spotted” in paragraph 2 could best be replaced by _________________________.

(คำว่า  “เห็น, ทำให้เป็นจุด, ทำให้เปื้อนเปรอะ”  ในพารากราฟ ๒ สามารถแทนดีที่สุดโดย ________

__________)

    (a) caught    (จับ, จับไว้, คว้า, ตะครุบ, เกาะ, ฉวย, รับเชื้อ, ติดเชื้อ, ติดไฟ, เข้าใจ)

    (b) labeled    (ติดฉลาก, ติดป้าย, ตราหน้า, อธิบาย, แบ่งแยกประเภทหรือชนิด)

    (c) followed    (ติดตาม, ทำตาม, ตามหลัง, ยอมตาม, เดินตาม, มองตาม, เอาอย่าง, เชื่อฟัง, ดำเนินต่อไป,

          เข้าใจ)

    (d) confronted    (เผชิญหน้า)

    (e) commended    (ยกย่อง, สรรเสริญ, แนะนำ, ให้ความไว้วางใจ, มอบ, ฝากฝัง)

    (f) seen    (เห็น, พบ, เจอ, เข้าใจ)

    (g) liberated    (ปลดปล่อย, ปล่อยให้เป็นอิสระ)

    (h) annihilated    (อะ-ไน้-ฮิ-เลท)  (ทำลายล้าง, ทำลายสิ้นซาก, บดขยี้)

5. The word “inundate” in paragraph 2 is closest in meaning to _________________________.

(คำว่า  “น้ำท่วม, ไหลบ่า, ทำให้เต็มไปด้วย”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _____

____________)

    (a) remove    (เอาออก, ย้าย, โยกย้าย, ถอด, ขนของ, ลบ, ขจัด, กำจัด, ปลด, ปลดเปลื้อง, ไล่ออก,

          ฆ่า, ลอบฆ่า)

    (b) protect    (ปกป้อง, คุ้มครอง, พิทักษ์, อารักขา)

    (c) devastate    (ทำลายย่อยยับ, ล้างผลาญ)

    (d) impede    (อิม-พี้ด)  (ขัดขวาง, หน่วงเหนี่ยว, ต้าน, ต้านทาน)

    (e) perceive    (มองเห็น, สังเกตเห็น)

    (f) flood    (น้ำท่วม, ท่วม, ทำให้น้ำท่วม, เต็มไปด้วย, น้ำขึ้น, ส่องแสงจ้า)

    (g) reinforce    (เพิ่มกำลังทางทหาร, เสริมกำลังทหาร, ทำให้แข็งแกร่งขึ้น, เสริม, สนับสนุน)

    (h) step up    (เพิ่ม, ทวี, เร่งให้เร็วขึ้น)

6. What does “dropped” in the third paragraph mean?

(ลดลง, ตก, จมลง, หยดลง, หย่อนลง, ทำให้ตก, ทำให้จมลง, ทำให้หยดลง, ส่งจดหมาย, ส่งข่าว”  ในพารากราฟ ๓ หมายถึงอะไร)

    (a) pioneered    (นำทาง, บุกเบิก, ริเริ่ม, หักร้างถางพง)

    (b) augmented    (เพิ่มขึ้น)

    (c) advocated    (สนับสนุน)

    (d) reimbursed     (ใช้เงินคืน, ชำระเงินคืน, ใช้เงินคืนที่ออกไปก่อน)

    (e) yearned    (เยิน)  (อยากใจจะขาด, อยากเป็นอย่างมาก)

    (f) verified    (ยืนยัน, ตรวจสอบ, พิสูจน์, ค้นหาความจริง)    

    (g) declined    (ลดลง, เสื่อมลง, ปฏิเสธ, บอกปัด, เอียง, ลาดลง, บ่ายลงไป, ใกล้จะสิ้นสุด)

    (h) conspired    (สมคบคิดกัน (ทำผิด), ร่วมหัวกันวางอุบาย, ร่วมกันวางแผน)

7. The Cape Sable seaside sparrow is ____________________________________________.

(นกกระจอกเคพเซเบิล __________________________________________________)

    (a) extinct    (สูญพันธุ์)

    (b) ignored by local ecologists    (ไม่ได้รับการเอาใจใส่โดยนักนิเวศวิทยาของท้องถิ่น)

    (c) common in other areas    (มีอยู่ทั่วไป – เป็นสัตว์ธรรมดาสามัญ – ในพื้นที่อื่นๆ)

    (d) endangered    (เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์)

8. “classified” in paragraph 3 may be replaced by __________________________________.

(“แบ่งประเภท, แยกประเภท, แยกหมวดหมู่”  ในพารากราฟ ๓ อาจจะแทนโดย _______________)

    (a) initiated    (อิ-นิช-ชี-เอ-ทิด)  (ริเริ่ม, เริ่มนำ, นำเข้ามา, นำไปให้รู้จัก)

    (b) enhanced    (ทำให้ดีขึ้น, เพิ่ม, ทำให้มากขึ้น)

    (c) instigated    (ปลุกเร้า, ปลุกระดม, ยั่วยุ, กระตุ้น)

    (d) exasperated    (ทำให้โกรธเคืองมาก, เพิ่มความรุนแรง)

    (e) implicated    (พัวพัน, เกี่ยวข้อง, ทำให้ติดร่างแหเข้ามาด้วย, กล่าวหา)

    (f) furnished    (จัดหา, ติดตั้งเครื่องเรือนให้, เตรียมพร้อม)  

    (g) clarified    (แคล้-ริ-ไฟ)  (ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น, ทำให้ชัดเจน, ทำให้กระจ่าง, ทำให้บริสุทธิ์-ใสสะอาด)

    (h) categorized    (จัดเป็นหมวดหมู่, แบ่งออกเป็นประเภท, ลำดับชั้น)

9. The phrase “residential areas” in paragraph 4 refers to areas where __________________.

(วลี  “พื้นที่อยู่อาศัย”  ในพารากราฟ ๔ หมายถึงพื้นที่ซึ่ง _________________________)

    (a) factories are located    (โรงงานตั้งอยู่)

    (b) birds are protected    (นกได้รับการคุ้มครอง)

    (c) people live    (ผู้คนอาศัยอยู่)

    (d) tourists stay    (นักท่องเที่ยวพักอาศัย)

10. It can be inferred that this year the engineers did not open the gates because _____________.

(มันสามารถสรุปว่า  ปีนี้วิศวกรไม่เปิดประตูน้ำเพราะว่า _____________________________)

      (a) they agreed with the ecologists    (พวกเขาเห็นด้วยกับนักนิเวศวิทยา)

      (b) they knew Washington would not support them    (พวกเขารู้ว่าวอชิงตันจะไม่สนับสนุน

            พวกเขา)  (ประโยคแรกของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “ปีนี้  การทะเลาะกัน (เพื่อช่วยชีวิต

            นก) (ระหว่างวิศวกรควบคุมนำ้และนักนิเวศวิทยา) ไปไกลถึงกรุงวอชิงตัน (หมายถึง  เรื่องนี้

            ไปถึงสภาคองเกรส หรือประธานาธิบดีสหรัฐฯ) ก่อนที่วิศวกรตัดสินใจว่าพวกเขาจะไม่เปิดประ

             ตูน้ำ  และ (ไม่) ทำให้น้ำท่วมพื้นที่สร้างรังนกกระจอกที่สำคัญ”  คือทางสภาคองเกรสทราบ

             เรื่องและเห็นด้วยที่นักนิเวศวิทยาคัดค้านไม่ให้วิศวกรเปิดประตูน้ำ  ซึ่งจะทำให้น้ำไหลเข้าไป

             ในบึงเอฟเวอร์เกลด  และท่วมรังนกกระจอก)

      (c) there was a risk of flooding farmland    (มีความเสี่ยงว่าน้ำจะท่วมที่ดินเพาะปลูก)

      (d) there was a water shortage the year before    (มีการขาดแคลนน้ำเมื่อปีก่อน)

11. The word “extinction” in the fifth paragraph refers to _____________________________.

(คำว่า  “การสูญพันธุ์”  ในพารากราฟ ๕ หมายถึง _________________________________)

      (a) controversy    (การโต้แย้ง, การถกเถียง, การเถียงทะเลาะ)

      (b) migration    (การอพยพ)

      (c) flight    (การบิน, เที่ยวบิน)

      (d) reflection    (ภาพสะท้อน, การสะท้อนกลับ, สิ่งที่สะท้อนกลับ, การส่องกลับ,การครุ่นคิด, การไตร่ตรอง)   

      (e) death or destruction of all remaining members of a species of animal or plant   

           (การตายหรือการทำลายล้างของสมาชิกที่เหลือทั้งหมดของพันธุ์สัตว์หรือพืช, การ

           สูญพันธุ์)

      (f) advent    (การมาถึง, การปรากฏขึ้น, การกำเนิด)

      (g) malfunction    (การทำงานอย่างบกพร่อง, การไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ)

      (h) malediction    (การด่า, การแช่งด่า, การสาปแช่ง)

12. The word “upturn” in paragraph 5 means _____________________________________.

(คำว่า  “การเพิ่มขึ้น, การเพิ่มการขายหรือผลกำไร, ความยุ่งเหยิง, ความไม่มีระเบียบ, การหันขึ้น, การพลิกขึ้น, การกลับกัน”  ในพารากราฟ ๕  หมายถึง ____________________)

      (a) decline    (การลดลง, การเสื่อมโทรม, การล่มสลาย)

      (b) stability    (ความมั่นคง, เสถียรภาพ)

      (c) increase    (การเพิ่มขึ้น)

      (d) reverse    (ด้านตรงกันข้าม, ด้านกลับ, ด้านหลัง, การถอยหลัง, ส่วนกลับ, ความปราชัย, ความเคราะห์

            ร้าย, ความล้มเหลวสิ้นเชิง)

      (e) opulence    (อ๊อพ-พู-เลนซ)  (ความมั่งคั่ง, ความร่ำรวย)

      (f) artifact    (สิ่งหรือเครื่องมือที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น)

      (g) fluctuation    (ความผันผวน, ความไม่แน่นอน, การขึ้นๆลงๆ)   

      (h) collapse    (การล้มลง, การทรุดลง, ภาวะทรุดโทรม, ล้มลง, ทรุดลง, พังลง, ล้มหมดสติ,

            (ราคา) ตกฮวบฮาบ)

13. The word “this” in the final paragraph refers to the _____________________________.

(คำว่า  “นี้”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง __________________________________)

      (a) protection of the sparrow nesting area    (การปกป้องคุ้มครองพื้นที่สร้างรังของนกกระจอก)

      (b) decision to store water in the farms around Everglades National Park    (การตัด

            สินใจที่จะกักเก็บน้ำในไร่นารอบๆ อุทยานแห่งชาติเอฟเวอร์เกลด)  (หมายถึง  การตัดสิน

            ใจที่จะไม่เปิดประตูน้ำให้เข้าไปท่วมในบริเวณที่นกทำรัง  แต่จะเก็บกักน้ำไว้ในฟาร์มรอบๆ

             อุทยานแห่งชาติเอฟเวอร์เกลดแทน)

      (c) fight between engineers and ecologists    (การต่อสู้ระหว่างวิศวกรและนักนิเวศวิทยา)

      (d) engineers’ idea of flooding the Everglades residential areas    (ความคิดของวิศวกรที่จะทำ

            ให้น้ำท่วมพื้นที่อยู่อาศัยของบึงเอฟเวอร์เกลด)

14. The pair of words that does not have similar meaning is _________________________.

(คู่ของคำซึ่งไม่มีความหมายเหมือนกันคือ ____________________________________)

      (a) fight – argue    (ทะเลาะ – ถกเถียง)

      (b) storing – releasing    (การกักเก็บ – การปล่อยออกมา)

      (c) endangered – threatened    (ทำให้เป็นอันตราย – เป็นภัยคุกคาม)

      (d) ecologist – environmentalist    (นักนิเวศวิทยา – นักสิ่งแวดล้อม)

15. The word “recover” in the final paragraph could be replaced by ____________________.

(คำว่า  “คืนสู่สภาพเดิม, กลับอย่างเดิม, เอากลับคืน, เอามาได้อีก, หายไข้, หายเป็นปกติ, ได้ค่าชดเชย”  ในพารากราฟสุดท้าย  สามารถแทนโดย __________________)

      (a) approach    (เข้าใกล้, ประชิด, ใกล้เข้ามาทุกที, จวน)   

      (b) reproach    (ตำหนิ, ต่อว่า, ดุ, ประณาม)

      (c) evade    (หลบเลี่ยง, หลบหน้า, หลีกหนี, เลี่ยง)

      (d) proclaim    (ประกาศอย่างเป็นทางการ)

      (e) recuperate    (กลับมีสภาพหรือกำลังเหมือนเดิม, ฟื้นคืน, พักฟื้น, ทำให้ฟื้นคืน, กู้, เอาคืน)

      (f) terminate     (เลิก, ยุติ, บอกเลิกหรือยุติ)

      (g) unite    (รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน, ร่วมกัน)

      (h) interpret    (ตีความหมาย, แปลความหมาย, อธิบาย, ชี้แจง, แปล)

16. The passage suggests that ________________________________________________.

(บทความแนะนำว่า __________________________________________________)

      (a) the Cape Sable seaside sparrow is not native to Florida    (นกกระจอกเคพเซเบิลมิใช่สัตว์พื้น

            เมืองของรัฐฟลอริดา)  (ประโยคแรกของพารากราฟแรกกล่าวว่า  นกชนิดนี้อาศัยอยู่เฉพาะในบึงเอฟ

            เวอร์เกลดของรัฐฟลอริดาเท่านั้น)

      (b) ecologists need to learn more about engineering    (นักนิเวศวิทยาจำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มขึ้นเกี่ยว

           กับวิศวกรรม)  (บทความมิได้พูดถึงเรื่องนี้)

      (c) all species in the Everglades would have become extinct without help from ecologists    (สัตว์

            ทุกชนิดในบึงเอฟเวอร์เกลดคงจะได้สูญพันธุ์ไปแล้ว  ถ้ามิได้รับความช่วยเหลือจากนักนิเวศวิทยา)  (บท

             ความมิได้บอกว่าสัตว์ทุกชนิดจะสูญพันธุ์)

      (d) flood-control engineers should not interfere with the ecological system of the

            Everglades    (วิศวกรควบคุมน้ำท่วมไม่ควรแทรกแซงกับระบบนิเวศของบึงเอฟเวอร์เกลด

            (พารากราฟ ๔ กล่าวว่า  “นักนิเวศวิทยาได้โต้แย้ง (อ้างเหตุผล) ว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยชีวิต

            นกกระจอก  ก็คือให้วิศวกรควบคุมน้ำท่วมหยุดกักเก็บและ (หยุด) ปล่อยน้ำจำนวนหลายล้าน

            แกลลอนในไร่นาและพื้นที่อยู่อาศัย  ซึ่งล้อมรอบอุทยานแห่งชาติเอฟเวอร์เกลด”  ซึ่งเป็น

            การเสนอแนะวิศวกรมิให้แทรกแซงดังกล่าว)

17. The main idea of the passage is ____________________________________________.

(ใจความหลักของบทความ คือ ____________________________________________)

      (a) why Cape Sable seaside sparrows leave their nesting area    (ทำไมนกกระจอกเคพเซเบิลจึงละ

            ทิ้งบริเวณสร้างรังของมัน)

      (b) why birds in Everglades National Park become endangered species    (ทำไมนกในอุทยานแห่ง

            ชาติเอฟเวอร์เกลดจึงเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์)

      (c) how ecologists challenged engineers on the Everglades National Park’s flood control    (นักนิ

            เวศวิทยาท้าทายวิศวกรอย่างไรในเรื่องการควบคุมน้ำท่วมของอุทยานแห่งชาติเอฟเวอร์เกลด)

      (d) how the Cape Sable seaside sparrow was saved from becoming extinct    (นกกระจอก

             เคพเซเบิลได้รับการช่วยชีวิตจากการสูญพันธุ์อย่างไร)  (ดูจาก ๒ ประโยคสุดท้ายของพารา

             กราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “การตัดสินใจไม่เปิดประตูน้ำได้นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของประชากรของ

             นกกระจอก” และ  “โดยการทำสิ่งนี้  เรายอมให้พันธุ์นกกระจอกเคพเซเบิล คืนสู่สภาพเดิม”

             นักนิเวศวิทยากล่าว)

 

(คำแปล)

การต่อสู้-ดิ้นรนเพื่อช่วยชีวิตนกกระจอกพันธุ์เคพเซเบิล

 

            นกกระจอกชายทะเล (seaside sparrow) พันธุ์เคพเซเบิล,  ซึ่งเป็นนกตัวเล็กจิ๋ว (tiny) ที่อาศัยอยู่เฉพาะในบึงเอฟเวอร์เกลดของรัฐฟลอริดาเท่านั้น  และเป็นหนึ่งในบรรดาพันธุ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุด (most endangered species), ได้เริ่มต้นที่จะกลับมา (make a comeback) ฤดูใบไม้ผลินี้, นักสิ่งแวดล้อม (environmentalists) กล่าว (อุทยานแห่งชาติเอฟเวอร์เกลดเป็นเขตสงวน  มีพื้นที่เป็นบึงขนาดกว้างใหญ่  มีพื้นที่กว่า ๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร  ตั้งอยู่ทางตอนปลายของภาคใต้ของรัฐฟลอริดา  ประกอบด้วยป่าไม้โกงกาง, บึงของหญ้าสูง และไม้สนที่ขึ้นในน้ำ  ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายร้อยพันธุ์)

            คณะสำรวจ (survey team) ได้เห็น (spotted) นกกระจอกอย่างน้อย ๖,๐๐๐ ตัวในบึงเอฟเวอร์เกลดฤดูใบไม้ผลินี้,  โดยเพิ่มขึ้นจากที่ได้ประมาณการ (estimated) ไว้ว่าจะมี ๔,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ตัว,  การเพิ่มขึ้นเกิดขึ้นภายหลัง (followed) การตัดสินใจโดยวิศวกรควบคุมน้ำท่วม (flooding control engineers) ที่จะไม่ให้น้ำท่วม (ไหลบ่า, ทำให้เต็มไปด้วย) (inundate) บริเวณ (พื้นที่) ทำรัง (nesting ground) ที่สำคัญ (ที่เป็นหัวใจ, ทีเป็นแก่นสาร) (key)

            ทั้งๆ ที่มีข่าวดี  นกกระจอกเคพเซเบิลยังคงอยู่ในบัญชีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ (endangered list),  ตั้งแต่ปี ๑๙๘๑ จำนวนของมันได้ลดลง (ตก, จมลง, หยดลง, หย่อนลง, ทำให้ตก, ทำให้จมลง, ทำให้หยดลง, ส่งจดหมาย, ส่งข่าว) (dropped) กว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์,  ทั้งนี้  บึงเอฟเวอร์เกลดเป็นที่อยู่อาศัย (บ้าน) (home) ของสัตว์อย่างน้อยที่สุด ๑๔ พันธุ์  ซึ่งได้รับการแบ่งประเภท (แยกประเภท, แยกหมวดหมู่) (classified) เป็น (สัตว์ซึ่งถูก) คุกคาม (ได้รับอันตราย) (threatened) หรือใกล้สูญพันธุ์ (endangered)

            นักนิเวศวิทยา (Ecologists) ได้โต้แย้ง (อ้างเหตุผล, ถกเถียง, อภิปราย) (argued) ว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยชีวิตนกกระจอก  ก็คือให้วิศวกรควบคุมน้ำท่วม (flood-control engineers) หยุดกักเก็บ (storing) และ (หยุด) ปล่อย (releasing) น้ำจำนวนหลายล้านแกลลอนในไร่นา (farm)  และพื้นที่อยู่อาศัย (residential areas)  ซึ่งล้อมรอบ (surrounding) อุทยานแห่งชาติเอฟเวอร์เกลด

            ปีนี้  การทะเลาะกัน (การต่อสู้, การสู้รบ, การดิ้นรน, การทำสงคราม) (fight) (เพื่อช่วยชีวิตนก) (ระหว่างวิศวกรควบคุมน้ำและนักนิเวศวิทยา) ไปไกลถึงกรุงวอชิงตัน (หมายถึง  เรื่องนี้ไปถึงสภาคองเกรส หรือประธานาธิบดีสหรัฐฯ) ก่อนที่วิศวกรตัดสินใจว่าพวกเขาจะไม่เปิดประตูน้ำ (gates) และ (ไม่) ทำให้น้ำท่วม (flood) พื้นที่สร้างรังนกกระจอก (sparrow nesting area) ที่สำคัญ,  โดยนักสิ่งแวดล้อมได้เตือน (warned) ว่า  น้ำท่วม (flooding) ปีนี้สามารถนำไปสู่ (lead to) การสูญพันธุ์ (extinction) ของนก,  ทั้งนี้  การตัดสินใจไม่เปิดประตูน้ำได้นำไปสู่การเพิ่มขึ้น (การเพิ่มการขายหรือผลกำไร, ความยุ่งเหยิง, ความไม่มีระเบียบ, การหันขึ้น, การพลิกขึ้น, การกลับกัน) (upturn) ของประชากร (population) ของนกกระจอก,  “โดยการทำสิ่งนี้  เรายอมให้ (อนุญาตให้, ยกให้) (allowed) พันธุ์นกกระจอกเคพเซเบิล (the species) คืนสู่สภาพเดิม (กลับอย่างเดิม, เอากลับคืน, เอามาได้อีก, หายไข้, หายเป็นปกติ, ได้ค่าชดเชย) (recover)” นักนิเวศวิทยากล่าว

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 39)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Believe It Or Not

 

          Spies from South Korea are infiltrating North Korea to poison a group of “bovio-Koreans” - - that’s cows to you and me.  So we hear from a Pyongyang news agency, anyway.

          The evidence is that 15 cows died and another eight became sick earlier last summer.  “We cannot guess how many will fall to the vicious plot.” said the agency.  Doctors found the cows had died from eating indigestible substances such as hemp rope and vinyl - - possibly fed to them in secret commando operations.

          The oddest thing is that the cows are from South Korea, having been presented to the North as gifts.  The complaint is being taken seriously by the South.  The Unification Ministry said : “The government proposes a joint investigation to determine if their claim is true, with cattle breeders, veterinarians and government officials from both sides participating.”  

          Foreign correspondent Jason Crane reported : If what the North Koreans say is true, it is one of the weirdest commando operations in the history of modern warfare.  If it’s not, it could be proof that communism actually causes insanity.” 

 

1. The main purpose of writer is to ____________________________________________.

(วัตถุประสงค์สำคัญของผู้เขียน  คือเพื่อ _____________________________________)

    (a) describe a country and its people    (พรรณนาประเทศหนึ่งและพลเมืองของมัน)

    (b) investigate a crime    (สืบสวนสอบสวนอาชญากรรม)

    (c) comment on a news item    (แสดงความคิดเห็น – วิพากษ์วิจารณ์ – เกี่ยวกับข่าวชิ้นหนึ่ง

          (จากบทความทั้ง ๔ พารากราฟ  ผู้เขียนแสดงความเห็นข่าวชิ้นหนึ่งที่ได้จากสำนักข่าวเปียง

          ยางของเกาหลีเหนือ  ที่กล่าวหาว่าสายลับของเกาหลีใต้ลักลอบเข้าไปในเกาหลีเหนือเพื่อวาง

          ยาพิษวัวที่่ตนเองมอบให้เกาหลีเหนือเป็นของขวัญ)

    (d) explain why North Koreans are very poor    (อธิบายว่าทำไมชาวเกาหลีเหนือจึงยากจนมาก)

2. The word “infiltrating” in the first paragraph means ______________________________.

(คำว่า  “แทรกซึม, ซึมทะลุ, ทำให้แทรกซึม”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง _________________)

    (a) declaring war on another country    (ประกาศสงครามกับอีกประเทศหนึ่ง)

    (b) exploring in a country with a specific purpose    (สำรวจในประเทศหนึ่ง  ด้วยวัตถุประสงค์เฉพาะเรื่อง)

    (c) persuading people in a country to believe in something    (ชักชวนผู้คนในประเทศหนึ่งให้เชื่อมั่นใน

          บางสิ่งบางอย่าง)

    (d) going into a country secretly with an unfriendly purpose    (เข้าไปในประเทศหนึ่งอย่าง

          ลับๆ  ด้วยวัตถุประสงค์ที่ไม่เป็นมิตร)

3. The “vicious plot” in paragraph 2 refers to the plan to ___________________________.

(“แผนการชั่วร้าย” ในพารากราฟ ๒  หมายถึงแผนการที่จะ __________________________)

    (a) secretly poison North Korean supplies    (ใส่ยาพิษลงในเสบียงของเกาหลีเหนืออย่างลับๆ)

    (b) feed cows harmful things    (ให้อาหารวัวด้วยสิ่งที่เป็นอันตราย)  (ประโยคสุดท้ายของพารา

          กราฟ ๒ กล่าวว่า  “แพทย์พบว่าวัวได้ตายไปจากการกินสารที่ไม่สามารถย่อยได้  เช่น  เชือก

          ป่านหรือปอ, และวีนิล (สารสังเคราะห์) - - ซึ่งเป็นไปได้ว่าถูกป้อนให้กับพวกมันในการปฏิบัติการ

          ลับของหน่วยจู่โจมที่ได้รับการฝึกเป็นพิเศษ)

    (c) use cows as spies    (ใช้วัวเป็นสายลับ)

    (d) kill every person in North Korea    (ฆ่าทุกคนในเกาหลีเหนือ)

4. The word “them” in paragraph 2 refers to _____________________________________.

(คำว่า  “พวกมัน”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึง __________________________________)

    (a) operations    (การปฏิบัติการ)

    (b) substances    (สาร, สสาร, แก่นสาร, เนื้อหนังมังสา, ร่างกาย, ธาตุแท้, ความหมายสำคัญ, เนื้อหา,

          ใจความ, ส่วนสำคัญ, ทรัพย์สิน)

    (c) cows    (วัว)  (ดูจากวลี  possibly fed to them in secret commando operations ซึ่ง

          หมายถึง  “ซึ่งเป็นไปได้ว่าถูกป้อน (สารที่ย่อยไม่ได้ เช่น เชือกป่านปอและวีนิล) ให้กับพวก

          มันในการปฏิบัติการลับของหน่วยจู่โจมฯ)

    (d) doctors    (แพทย์)

5. It can be inferred from the passage that _______________________________________.

(มันสามารถสรุปจากบทความว่า ___________________________________________)

    (a) all the cows died    (วัวทั้งหมดตาย)

    (b) more cows may die    (วัวอาจจะตายเพิ่มขึ้น)  (ดูจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าว

          ว่า  เราไม่สามารถเดาได้ว่า  วัวอีกกี่ตัวจะตกเป็นเหยื่อของแผนการที่ชั่วร้าย,”  สำนักข่าว (เปียง

          ยาง) กล่าว,  ซึ่งหมายถึงอาจจะมีวัวตายอีกมาก  จากแผนชั่วร้ายของเกาหลีใต้)

    (c) communism causes insanity    (ลัทธิคอมมิวนิสต์ก่อให้เกิดความวิกลจริต – ภาวะสติวิปลาส)  (ยังเป็น

          เพียงการคาดการของผู้สื่อข่าวต่างประเทศ  เจสัน เครน  เท่านั้นว่า  ถ้าเรื่องที่เกาหลีเหนือกล่าวหาเกาหลี

          ใต้เป็นความจริง  ก็จะเป็นการปฏิบัติการที่ประหลาดที่สุดของเกาหลีใต้  แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง  ก็จะเป็น

          ความวิปลาสของลัทธิคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือ  ที่กุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเกาหลีใต้)

    (d) cows had been given to South Korea as gifts    (วัวถูกมอบให้เกาหลีใต้เป็นของขวัญ)  (ความจริงคือ 

          วัวถูกมอบให้เกาหลีเหนือ)

6. The word “oddest” in paragraph 3 can be best replaced by ________________________.

(คำว่า  “แปลกประหลาด, ผิดปกติที่สุด, ชอบกลที่สุด”  ในพารากราฟ ๓  สามารถแทนดีที่สุดโดย ___

______________)

    (a) oldest    (เก่าแก่ที่สุด, อายุมากที่สุด)

    (b) most tedious   (น่าเบื่อที่สุด, น่ารำคาญที่สุด)

    (c) most ignorant    (โง่เขลาที่สุด)

    (d) tiniest   (ไท้-นี่-เอสท)  (เล็กมากที่สุด, จิ๋วที่สุด)

    (e) heaviest   (หนักที่สุด)

    (f) most peculiar    (แปลกประหลาดที่สุด)

    (g) most melodious   (เม-โล้-เดียส)  (ไพเราะที่สุด, เสียงหวานที่สุด)

    (h) hardest    (ยากที่สุด, ลำบากที่สุด, หนักที่สุด, แข็งที่สุด)

7. South Korea’s reaction to the complaint was ______________________________________.

(ปฏิกิริยาของเกาหลีใต้ที่มีต่อข้อร้องเรียน – ว่าตนวางยาพิษวัวของเกาหลีเหนือ – คือ ___________)

    (a) to consider it important    (ถือว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ)  (ประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า 

          “การร้องทุกข์ (การร้องเรียน) (โดยเกาหลีเหนือ) กำลังได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังโดยเกา

          หลีใต้)

    (b) to apologize to North Korea    (ขอโทษเกาหลีเหนือ)

    (c) to take the cows back    (นำวัวกลับคืนมา)

    (d) not to worry about it    (ไม่วิตกกังวลเกี่ยวกับมัน)

8. The word “Unification” in paragraph 3 is closest in meaning to _____________________.

(คำว่า  “การรวมตัวกัน, กระบวนการรวมตัว, ความสอดคล้องกัน, สภาพที่รวมตัวกันหรือสอดคล้องกัน”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ __________________)

    (a) profusion    (โพร-ฟิ้วส-ชั่น)   (ปริมาณที่มากมายเกินไป, ความฟุ่มเฟือย, ความสุรุ่ยสุร่าย)  

    (b) oblivion     (อะ-บลิ้ฟ-เวี่ยน)  (การถูกลืม, การสูญจากความทรงจำ, การลืมเลือน, การให้อภัย, การอภัยโทษ)  

    (c) expedition    (เอคส-พิ-ดิ๊ช-ชั่น)  (การเดินทาง, การเดินทางเพื่อสำรวจหรือทำสงคราม ฯลฯ)

    (d) sensation    (ความรู้สึก, ประสาทสัมผัส, ความตื่นเต้น, ความเกรียวกราว)

    (e) consolidation    (การรวมเข้าด้วยกัน, การรวมบริษัท, การทำให้แข็งแรง, การรวบรวมกำลัง,

         การร่วมกันฟ้องศาล)

    (f) devastation    (การทำลาย, การล้างผลาญ)

    (g) starvation    (ความอดอยากขาดแคลน, ความหิวโหย, การอดอาหารตาย)

    (h) discussion    (การประชุมปรึกษาหารือ)

9. The investigating team excludes ____________________________________________.

(ทีมสอบสวน – เรื่องร้องเรียนของเกาหลีเหนือ – ไม่รวม ____________________________)

    (a) veterinarians    (สัตว์แพทย์)  (ดูคำอธิบายใน ข้อ “B”)

    (b) correspondents    (นักข่าว, ผู้สื่อข่าว)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “กระทรวง

          รวมชาติ (ของเกาหลีใต้) กล่าวว่า  “รัฐบาลเสนอให้มีการสอบสวนร่วมกัน  เพื่อระบุ (กำหนด)

          ว่าคำกล่าวอ้างของเกาหลีเหนือเป็นจริงหรือไม่,  โดยมีผู้เพาะพันธุ์ (ผู้เลี้ยง) วัวควาย, สัตว์

           แพทย์ และเจ้าหน้าที่รัฐ (ข้าราชการ) จากทั้ง ๒ ฝ่าย (เกาหลีเหนือและใต้) เข้าร่วมด้วย

           (ในการสอบสวน)”)

    (c) cattle breeders    (ผู้เพาะพันธุ์ – ผู้เลี้ยง – วัวควาย)  (ดูคำอธิบายใน ข้อ “B”)

    (d) government officials    (เจ้าหน้าที่รัฐ, ข้าราชการ)  (ดูคำอธิบายใน ข้อ “B”)

10. South Korea has proposed to _____________________________________________.

(เกาหลีใต้ได้เสนอที่จะ ________________________________________________)

      (a) send veterinarians to North Korea    (ส่งสัตว์แพทย์ไปยังเกาหลีเหนือ)

      (b) deliver more cows to replace the dead ones    (ส่งมอบวัวเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนตัวที่ตายไป)

      (c) participate in an investigation of the matter    (มีส่วนร่วมในการสอบสวนเรื่องดังกล่าว –

            ข้อร้องเรียนของเกาหลีเหนือ)  (ดูจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “กระทรวง

            รวมชาติ (ของเกาหลีใต้) กล่าวว่ารัฐบาลเสนอให้มีการสอบสวนร่วมกัน...................โดยมีเจ้า

            หน้าที่จากทั้ง ๒ ฝ่าย เข้าร่วม)

      (d) reconsider its relationship with North Korea    (พิจารณาความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนืออีกครั้ง)

11. What does “weirdest” in paragraph 4 mean?

(ประหลาดที่สุด, อัศจรรย์ที่สุด, นอกเหนือหลักธรรมชาติที่สุด, อาเพศที่สุด, อภินิหารที่สุด”  ในพารากราฟ ๔ หมายถึงอะไร)

      (a) largest    (ใหญ่ที่สุด)

      (b) most rapid    (รวดเร็วที่สุด)

      (c) most exciting    (น่าตื่นเต้นที่สุด)

      (d) longest    (ยาวนานที่สุด)

      (e) shortest    (สั้นที่สุด)

      (f) strangest    (ประหลาดที่สุด)

      (g) most successful    (ประสบความสำเร็จที่สุด)

      (h) most complicated    (สลับซับซ้อนที่สุด)

12. The writer’s tone can best be described as ___________________________________.

(น้ำเสียงของผู้เขียนสามารถอธิบายได้ดีที่สุดว่า ________________________________)

      (a) optimistic    (มองโลกในแง่ดี)

      (b) neutral    (เป็นกลาง, ไม่เข้าข้างฝ่ายใด)

      (c) understanding    (เข้าอกเข้าใจ)

      (d) amused    (ขบขัน, เพลิดเพลิน, บันเทิงใจ)  (ดูจากพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “...............นั่นคือ

            วัวสำหรับคุณและผม...............”  และพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า “................มันก็จะเป็นการ

            ปฏิบัติการของหน่วยจู่โจมฯ ที่ประหลาดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการสงครามสมัย

            ใหม่  (แต่) ถ้ามันไม่เป็นความจริง  มันสามารถเป็นข้อพิสูจน์ (หลักฐาน) ว่าลัทธิคอมมิวนิสต์ก่อ

            ให้เกิดความวิกลจริต (ภาวะสติวิปลาส) อย่างแท้จริง (ที่กุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเกาหลีใต้ 

            ว่ามีการวางยาพิษวัว”)

      (e) disappointed    (ผิดหวัง)

      (f) exasperated    (โมโหมาก, โกรธเคืองมาก)

      (g) flabbergasted    (ประหลาดใจ, ตกตะลึง)

      (h) upset    (ไม่สบายใจ, หงุดหงิด)

13. The word “insanity” in the final paragraph may be replaced by ______________________.

(คำว่า  “ความวิกลจริต, ภาวะสติวิปลาส, การมีสติที่ไม่ปกติ, ความโง่มาก”  ในพารากราฟสุดท้าย  อาจจะแทนโดย _________________)

      (a) personality    (บุคลิกภาพ)

      (b) ambition    (ความทะเยอทะยาน, ความปรารถนา, ความมักใหญ่ใฝ่สูง)

      (c) dissatisfaction    (ความไม่พอใจ)

      (d) disadvantage    (ข้อเสียเปรียบ, ความเสียเปรียบ, ข้อเสียหาย, ความเสียหาย, ความเป็นเบี้ยล่าง)

      (e) disturbance    (การรบกวน, การทำให้ไม่สงบ, การทำให้ยุ่ง, การทำให้ลำบาก, สิ่งที่รบกวน, ความ

           ไม่สงบ)

      (f) achievement    (ความสำเร็จ, การบรรลุผล)

      (g) mental illness or psychosis    (ความเจ็บป่วยทางจิตใจ  หรือ  ความวิกลจริต, ความผิดปกติ

            ของจิต, โรคจิต)

      (h) mortality    (ความตาย, อัตราการตาย, การที่ต้องตาย, มนุษย์ที่ต้องตาย, ความหายนะ)

14. This passage was written by ______________________________________________.

(บทความนี้ถูกเขียนโดย _______________________________________________)

      (a) Jason Crane    (เจสัน เครน)  (เป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ผู้เขียนยกคำพูดของเขามาอ้าง)

      (b) a Pyongyang reporter    (ผู้สื่อข่าวเปียงยาง)  (ผู้เขียนยกถ้อยคำบางอย่างของสำนักข่าวเปียงยาง

            มาอ้าง)

      (c) an unnamed reporter    (ผู้สื่อข่าวที่มิได้ระบุชื่อ

      (d) a Unification Ministry spokesman    (โฆษกของกระทรวงรวมชาติ – ของเกาหลีใต้)  (ผู้เขียนเพียง

            แต่ยกคำแถลงของกระทรวงรวมชาติมาอ้างเท่านั้น)

 

(คำแปล)

เชื่อหรือไม่

 

            สายลับ (Spies) จากเกาหลีใต้กำลังแทรกซึม (ซึมทะลุ, ทำให้แทรกซึม) (infiltrating) (เข้าไปใน) เกาหลีเหนือ  เพื่อที่จะวางยาพิษ (ฆ่าหรือทำอันตรายด้วยยาพิษ, ทำลาย, ทำให้เสีย) (poison) กลุ่มของชาวเกาหลีซึ่งเป็นวัว (วัวเกาหลี) (bovio-Koreans) (เป็นการเรียกในเชิงเปรียบเทียบ) - - นั่นคือวัวสำหรับคุณและผม,  เราได้ยินเช่นนั้น (So we hear) จากสำนักข่าวกรุงเปียงยาง (Pyongyang news agency) อย่างไรก็ตาม

            พยานหลักฐาน (หลักฐาน, พยานบุคคล, วัตถุพยาน, ความชัดแจ้ง) (evidence) ก็คือว่า  วัว ๑๕ ตัวตาย  และอีก ๘ ตัวเกิดเจ็บป่วย (became sick) ก่อนหน้านั้นเมื่อฤดูร้อนของปีที่แล้ว (earlier last summer),  “เราไม่สามารถเดา (ทาย, คาดคะเน, คิดว่า, เข้าใจ) (guess) ว่าวัวอีกกี่ตัวจะตกเป็นเหยื่อของ (fall to) แผนการที่ชั่วร้าย (vicious plot),”  สำนักข่าว (เปียงยาง) กล่าว,  ทั้งนี้  แพทย์พบว่าวัวได้ตายไปจากการกินสารที่ไม่สามารถย่อยได้ (indigestible substances)  เช่น  เชือกป่านหรือปอ (hemp rope), และวีนิล (สารสังเคราะห์) - - ซึ่งเป็นไปได้ว่าถูกป้อน (possibly fed) ให้กับพวกมันในการปฏิบัติการของหน่วยจู่โจมที่ได้รับการฝึกเป็นพิเศษ (commando operations) ในแบบลับๆ (secret)

            สิ่งที่แปลกประหลาด (ผิดปกติ) ที่สุด (oddest) คือว่า  วัว (ที่เจ็บป่วยและตาย) มาจากเกาหลีใต้  ซึงได้ถูกมอบ (presented) ให้เกาหลีเหนือในฐานะเป็นของขวัญ (as gifts)การร้องทุกข์ (การร้องเรียน, การบ่น, การแสดงความข้องใจ, การฟ้องร้องคดีแพ่ง) (complaint) (โดยเกาหลีเหนือ) กำลังได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง (taken seriously) โดยเกาหลีใต้,  ทั้งนี้  กระทรวงรวมชาติ (Unification Ministry) (ของเกาหลีใต้) กล่าวว่า  “รัฐบาลเสนอ (proposes) ให้มีการสอบสวนร่วมกัน (joint investigation) เพื่อระบุ (กำหนด, ตัดสินใจ, ตกลงใจ, ตั้งใจ, ยุติ) (determine) ว่าคำกล่าวอ้าง (การเรียกร้อง, การขอร้อง, การอ้างสิทธิ, เงินที่เรียกร้องให้จ่าย) (claim) ของเกาหลีเหนือเป็นจริง (true) หรือไม่,  โดยมีผู้เพาะพันธุ์ (ผู้เลี้ยง) (breeders) วัวควาย (cattle), สัตว์แพทย์ (veterinarians) และเจ้าหน้าที่รัฐ (ข้าราชการ) (government officials) จากทั้ง ๒ ฝ่าย (เกาหลีเหนือและใต้) เข้าร่วมด้วย (participating) (ในการสอบสวน)  

            ผู้สื่อข่าว (นักข่าว) ต่างประเทศ (Foreign correspondent) นายเจสัน เครน รายงานว่า  “ถ้าสิ่งที่ชาว (เจ้าหน้าที่) เกาหลีเหนือพูดเป็นความจริง (If what the North Koreans say is true)  มันก็จะเป็นการปฏิบัติการของหน่วยจู่โจมฯ ที่ประหลาดที่สุด  (weirdest) ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการสงครามสมัยใหม่ (modern warfare),  (แต่) ถ้ามันไม่เป็นความจริง  มันสามารถเป็นข้อพิสูจน์ (หลักฐาน, การทดสอบ, การพิสูจน์, การตรวจทาน, การตรวจปรู๊ฟ) (proof) ว่า  ลัทธิคอมมิวนิสต์ก่อให้เกิด (ทำให้เกิดขึ้น, ทำให้) (causes) ความวิกลจริต (ภาวะสติวิปลาส, การมีสติที่ไม่ปกติ, ความโง่มาก) (insanity) อย่างแท้จริง (ตามความเป็นจริง) (actually) (ที่กุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเกาหลีใต้  ว่ามีการวางยาพิษวัว)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 38)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Water Resources

 

          Our demand for water is constantly increasing.  Every year, there are more people in the world.  Factories turn out more and more products, and need more and more water.  We live in a world of water.  But almost all of it – about 97 percent – is in the oceans.  This water is too salty to be used for drinking, farming, and manufacturing.  Only about 3 percent of the world’s water is fresh (unsalty).  Most of this water is not easily available to man because it is locked in glaciers and icecaps.  By 2025, the world demand for fresh water will be twice what is was in 1995.  But there will still be enough to meet man’s needs.

          There is as much water on earth today as there ever was – or ever will be.  Almost every drop of water we use finds its way to the oceans.  There, it is evaporated by the sun.  It then falls back to the earth as rain.  Water is used and reused over and over again.  It is never used up.

          Although the world as a whole has plenty of fresh water, some regions have a water shortage.  Rain does not fall evenly over the earth.  Some regions are always too dry, and others too wet.  In addition, a region that usually gets enough rain may suddenly have a serious dry spell.  Meanwhile, another region may be flooded with too much rain.

          Some regions have a water shortage because the people have managed their supply poorly.  People settle where water is plentiful – near lakes and rivers.  Cities grow, and factories spring up.  The cities and factories dump their wastes into the lakes and rivers, turning them into sewers.  Then the people look for new sources of water.  Shortages also occur because some cities do not make full use of their supply.  They have plenty of water, but they do not have enough storage tanks and distribution pipes to meet the people’s needs. 

 

1. The world demand for water ________________________________________________.

(ความต้องการน้ำของโลก ________________________________________________)

    (a) will be twice by the end of this decade    (จะเป็น ๒ เท่าในตอนปลายทศวรรษนี้ – คือ ปี ๒๐๒๐)

    (b) may decline if we can control popular birthrate    (อาจจะลดลง  ถ้าเราสามารถควบคุมอัตราการเกิด

          ของประชากร)

    (c) fluctuates depending on where it is    (ขึ้นๆ ลงๆ (เปลี่ยนแปลง) ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ ณ ที่ใด)

    (d) is rising steadily    (กำลังเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ)  (ดูจากประโยคแรกของพารากราฟแรกที่

           กล่าวว่า  “ความต้องการน้ำของเรากำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง)

2. In the first paragraph, “constantly” refers to ________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “อย่างต่อเนื่อง, อย่างคงที่, อย่างมั่นคง, อย่างคงที่, อย่างแน่วแน่, อย่างไม่เปลี่ยนแปลง, อย่างซื่อสัตย์”  หมายถึง __________________)

    (a) permanently    (อย่างถาวร, อย่างคงทน)

    (b) vehemently    (อย่างรุนแรง)

    (c) cautiously    (ค้อ-ชัส-ลิ่)  (อย่างระมัดระวัง, อย่างรอบคอบ, อย่างละเอียด)

    (d) vigorously    (วิก-เกอะ-เริส-ลิ่)  (อย่างแข็งแรง, อย่างแรง, อย่างมีพลัง, อย่างกระฉับกระเฉง, อย่างมี

          อำนาจ, เจริญเติบโตได้ดี)

    (e) discreetly    (อย่างพิจารณารอบคอบ, อย่างสุขุม, อย่างไตร่ตรองอย่างรอบคอบ, อย่างระมัดระวัง)

    (f) illogically    (อิ-ล้อจ-จิ-เคิ่ล-ลิ่)  (อย่างไร้เหตุผล, อย่างไม่มีเหตุผล)

    (g) steadily    (อย่างสม่ำเสมอ, อย่างต่อเนื่อง, อย่างมั่นคง, อย่างแน่นอน, อย่างไม่เปลี่ยนแปลง,

          อย่างไม่ลดละ, อย่างหนักแน่น, อย่างเด็ดเดี่ยว)

    (h) obviously    (อย่างชัดเจน, อย่างชัดแจ้ง, อย่างเด่นชัด, อย่างเห็นได้ง่าย, อย่างเข้าใจได้ง่าย)

3. The word “turn out” in paragraph 1 means ____________________________________.

(คำว่า  “ผลิต”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง ______________________________________)

    (a) purchase    (ซื้อ)

    (b) sell    (ขาย)

    (c) adapt    (ดัดแปลง)

    (d) explore    (สำรวจ)

    (e) exploit    (ใช้ประโยชน์, ใช้อย่างเอารัดเอาเปรียบ)

    (f) demonstrate    (แสดง, สาธิต)

    (g) stabilize    (ทำให้มั่นคงหรือมีเสถียรภาพ)

    (h) manufacture    (ผลิต, สร้าง, ทำ, ประดิษฐ์, กุเรื่องขึ้น, ปลอมขึ้น)

4. Most of the world’s water ___________________________________________________.

(น้ำของโลกส่วนใหญ่ ___________________________________________________)

    (a) will be used up in the near future    (จะถูกใช้หมดไปในอนาคตอันใกล้)  (พารากราฟ ๒ กล่าวว่า 

          “น้ำบนโลกในปัจจุบันมีมากเท่ากับน้ำในอดีต หรือที่จะมีในอนาคต..................โดยน้ำจะถูกใช้และ

          ใช้ซ้ำอย่างซ้ำแล้วซ้ำอีก  น้ำไม่เคยถูกใช้หมดไป)

    (b) is easily available    (หามาได้อย่างง่ายดาย)  (พารากราฟแรกกล่าวว่า  “...............ประมาณ ๓ เปอร์

          เซ็นต์ของน้ำบนโลกเป็นน้ำจืด  ซึ่งส่วนใหญ่มิได้หามาได้ง่ายๆ สำหรับมนุษย์  เพราะว่ามันถูกกักเก็บไว้

           ในธารน้ำแข็งและภูเขาน้ำแข็ง)

    (c) is in the oceans    (อยู่ในมหาสมุทรต่างๆ)  (ประโยคที่ ๕ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “ประ

          มาณ ๙๗ เปอร์เซ็นต์ของน้ำในโลกอยู่ในมหาสมุทร”)

    (d) is in lakes and rivers    (อยู่ในทะเลสาบและแม่น้ำ)

5. The word “salty” in paragraph 1 could be best replaced by _________________________.

(คำว่า  “เค็ม, มีเกลือ, โรยด้วยเกลือ, ปรุงด้วยเกลือ, เกี่ยวกับทะเล, แล่นในทะเล, คมคาย, เก๋”  ในพารากราฟ ๑ สามารถแทนดีที่สุดโดย _________________)

    (a) dirty    (สกปรก)

    (b) scarce    (หายาก, มีน้อย, ขาดแคลน, ไม่เพียงพอ, ไม่ค่อยพบ)

    (c) deep    (ลึก)

    (d) commonplace    (ธรรมดาสามัญ, ปกติ, ทั่วไป)

    (e) economical    (ประหยัด)

    (f) briny    (ไบร๊-นี่)  (เค็มมาก, เกี่ยวกับน้ำเกลือ)

    (g) stagnant    (หยุดนิ่ง, หยุดอยู่กับที่, หยุดไหล, อยู่เฉยๆ, ซบเซา, เฉื่อยชา, ไม่เจริญ)     

    (h) contagious    (คัน-เท้-เจิส)  (สามารถติดต่อไปยังคนอื่นได้, แพร่กระจายได้ง่าย, มีลักษณะของโรคติดต่อ)

6. What does “icecaps” in paragraph 1 mean?

(คำว่า  “ภูเขาน้ำแข็ง”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึงอะไร)

    (a) iceboxes    (ช่องน้ำแข็งในตู้เย็น, ตู้เย็น)

    (b) icebound    (ติดแน่นอยู่ในน้ำแข็ง)

    (c) icebreakers    (เรือผ่าน้ำแข็ง, เครื่องมือทุบน้ำแข็งให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ, สิ่งที่ลดความตึงเครียดหรือพิธีรี

          ตองทั้งหลาย)

    (d) icing    (ครีมผสมจากน้ำตาล, เนย และเครื่องปรุงรส ใช้โรยหน้าขนม)

    (e) blizzards    (พายุหิมะ)

    (f) icebergs    (ภูเขาน้ำแข็ง, ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่มากที่ลอยอยู่ในน้ำทะเล, (ภาษาพูด) คนที่อยู่

          อย่างสันโดษ)

    (g) snowcaps    (ยอดหิมะ, ชั้นหิมะที่อยู่บนยอด)

    (h) snowflake    (เกล็ดหิมะ, ผลึกหิมะ, พืชยุโรปชนิดหนึ่ง)

7. ______________________________________________________ world’s water is fresh.

(__________________________________________________ น้ำของโลกเป็นน้ำจืด)

    (a) Most of the    (ส่วนใหญ่ของ)

    (b) Half of the    (ครึ่งหนึ่งของ)

    (c) A large amount of the    (จำนวนมากของ)

    (d) Only a little of the   (เพียงเล็กน้อยเท่านั้นของ)  (ประโยคที่ ๗ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า 

           “เพียงประมาณ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นของน้ำในโลกเป็นน้ำจืด)

8. Most of the world’s fresh water is not easily obtained because _______________________.

(ส่วนใหญ่ของน้ำจืดของโลกมิได้ได้มาโดยง่าย  เพราะว่า ___________________________)

    (a) it is in the seas and oceans    (มันอยู่ในทะเลและมหาสมุทร)

    (b) it is at the North and South Poles, which are too far for man to reach    (มันอยู่ที่ขั้วโลกเหนือและ

          ใต้  ซึ่งไกลเกินไปสำหรับมนุษย์ที่จะไปถึง)

    (c) it is stored in glaciers and icecaps    (มันถูกเก็บสะสม – เก็บรักษา – ไว้ในธารน้ำแข็งและภูเขา

          น้ำแข็ง)  (ประโยคที่ ๘ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “ส่วนใหญ่ของน้ำจืดของโลกมิได้หามาได้

          ง่ายๆ สำหรับมนุษย์  เพราะว่ามันถูกกักเก็บไว้ในธารน้ำแข็งและภูเขาน้ำแข็ง)

    (d) there is only a little rain across the world    (มีฝนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทั่วโลก)

9. “evaporated” in the second paragraph is closest in meaning to ____________________.

(ทำให้ระเหยเป็นไอ, ระเหยเป็นไอ, ทำให้จางหายไป, ทำให้สูญหายไป, ระเหย, สูญหายไป, จางหายไป”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ __________________)

    (a) heated    (ทำให้ร้อน, ทำให้อุ่น, เร้าอารมณ์, ทำให้ตื่นเต้น)

    (b) burned    (ทำให้ไหม้, เผา, ทำให้ลวก, ลวก, เอาไฟจี้, ทำให้สว่าง, ทำให้บาดเจ็บด้วยไฟ, ทำให้ปวดแสบ,

          เผาหมด, เผาไหม้, ติดไฟ, ลุก, ทำให้ลุกไหม้, เดือดดาล)

    (c) devastated    (ทำลายล้าง, ล้างผลาญ)

    (d) disinfected    (ฆ่าเชื้อโรค, ชำระล้าง)

    (e) pasteurized    (ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ด้วยความร้อนสูง)

    (f) volatilized    (ระเหยเป็นไอ, กลายเป็นไอ)

    (g) scalded    (สคอลด)  (ลวก, ใช้น้ำร้อนหรือของเหลวร้อนราด, ใส่น้ำเดือดหรือน้ำร้อน)

    (h) ejected    (ขับไล่, ขับออก, ดีดตัวออกจากเครื่องบิน, ดีดออก, ขว้างออก, พ่น, เป่า, พุ่ง)

10. In paragraph 2, the phrase “over and over again” refers to ______________________.

(ในพารากราฟ ๒, วลี  “ซ้ำแล้วซ้ำอีก”  หมายถึง _______________________________)

      (a) illegally    (อย่างผิดกฎหมาย)

      (b) anxiously    (อย่างวิตกกังวล, อย่างห่วงใย)

      (c) frugally    (ฟรู้-เกิ้ล-ลิ่)  (อย่างประหยัด, อย่างตระหนี่, อย่างมัธยัสถ์, อย่างกระเหม็ดกระแหม่, มีค่าเล็ก

            น้อย, ราคาถูก)

      (d) extremely    (อย่างสุดโต่ง, อย่างสุดขีด, อย่างยิ่ง, อย่างสุดๆ)

      (e) arduously    (อ๊าร์-ดิว-เอิส-ลิ่)  (อย่างยากลำบาก, อย่างตรากตรำอย่างมาก)

      (f) abundantly    (อย่างมากมาย, อย่างล้นเหลือ, อย่างอุดมสมบูรณ์)

      (g) repeatedly    (อย่างซ้ำๆ, ทำซ้ำ, พูดซ้ำ)

      (h) comprehensively    (อย่างกว้างขวาง, อย่างครอบคลุม, อย่างกินวงกว้าง)

11. According to the passage, _________________________________________________.

(ตามที่บทความกล่าว, __________________________________________________)

      (a) water may disappear from the earth if it is used wastefully    (น้ำอาจจะหายไปจากโลก  ถ้ามันถูก

            ใช้อย่างฟุ่มเฟือย)

      (b) today’s water is less than that of the past    (น้ำในปัจจุบันน้อยกว่าน้ำในอดีต)  (พารากราฟ ๒ กล่าว

            ว่า  “น้ำบนโลกในปัจจุบันมีมากเท่ากับน้ำในอดีต หรือที่จะมีในอนาคต..................)

      (c) water is never used up    (น้ำไม่เคยถูกใช้หมดไป)  (พารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “น้ำบนโลกในปัจ

            จุบันมีมากเท่ากับน้ำในอดีต หรือที่จะมีในอนาคต..................โดยน้ำจะถูกใช้และใช้ซ้ำอย่างซ้ำ

            แล้วซ้ำอีก  น้ำไม่เคยถูกใช้หมดไป)

      (d) most of the water we use goes to the river    (ส่วนใหญ่ของน้ำที่เราใช้ไหลไปสู่แม่น้ำ)  (ประโยคที่

            ๒ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “น้ำเกือบทุกหยดที่เราใช้จะหาทางไปสู่ – ไหลไปสู่ - มหาสมุทร”)

12. In paragraph 2, “used up” means __________________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “ใช้หมดไป”  หมายถึง ___________________________________)

      (a) verified    (ยืนยัน, ตรวจสอบ, พิสูจน์, ค้นหาความจริง)

      (b) cancelled    (ยกเลิก)

      (c) banned    (ห้าม, ประกาศห้าม, สั่งห้าม, ประณาม, สาปแช่ง)

      (d) mustered    (รวบรวม, ชุมนุม, รวมแถว, การชุมนุม-รวมพล-รวบรวม-รวมแถว, กลุ่มคนดังกล่าว)

      (e) assimilated    (ย่อย, ดูดซึม, ดูดซับ, ทำให้กลมกลืน)

      (f) depleted    (ใช้หมดไป, ทำให้หมดสิ้น, ทำให้ลดน้อยลงมาก, ทำให้สูญเสีย, ทำให้ว่างเปล่า)

      (g) augmented    (เพิ่ม, ขยาย, เสริม, เพิ่มทวี)

      (h) deteriorated    (ทำให้เลวลง, ทำให้เสื่อมเสีย, เลวลง, เสื่อมลง, ชำรุด, แตกสลาย)

13. According to the author, ___________________________________________________.

(ตามที่ผู้เขียนกล่าว, ___________________________________________________)

      (a) a water shortage occurs only in the desert area    (การขาดแคลนน้ำเกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่ทะเล

             ทรายเท่านั้น)

      (b) some parts of the world have a lack of water    (บางส่วนของโลกมีการขาดแคลนน้ำ

            (ประโยคแรกของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “แม้ว่าโลกในภาพรวมมีน้ำจืดมากมาย (แต่) บาง

            ภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำ)

      (c) there is no scarcity of water in a region that usually gets enough rain    (ไม่มีการขาดแคลนน้ำ

            ในภูมิภาคซึ่งปกติแล้วได้รับฝนเพียงพอ)  (ประโยคที่ ๔ ของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “นอกจากนั้น  ภูมิ

            ภาคหนึ่งซึ่งปกติแล้วได้รับฝนเพียงพอ  อาจจะมีช่วงอากาศแห้งแล้งที่รุนแรง  ในทันทีทันใด”)

      (d) it rains equally in all parts of the world.    (ฝนตกเท่าเทียมกันในทุกส่วนของโลก)  (ประโยคที่ ๒

            ของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “ฝนมิได้ตกเสมอภาคกันบนพื้นโลก”)

14. What does “shortage” in the third paragraph mean?

(ความขาดแคลน, ความไม่เพียงพอ, จำนวนที่ไม่เพียงพอ, จำนวนที่ขาด”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) demand    (ความต้องการ, การเรียกร้อง, ข้อเรียกร้อง)

      (b) contamination    (การทำให้ปนเปื้อน, การทำให้เกิดมลภาวะ, มลภาวะ, การเจือปน, สิ่งเจือปน)

      (c) discovery    (การค้นพบ)

      (d) adequacy    (ความพอเพียง)

      (e) deficiency    (ความขาดแคลน, ความไม่เพียงพอ, ความไม่สมบูรณ์, ภาวะที่ขาดแคลน)

      (f) distribution    (การจ่าย (น้ำ), การจำหน่าย, การกระจาย, การแพร่, การแจก, การแบ่งสันปันส่วน, สิ่งที่

            ถูกปันส่วน)

      (g) dilemma    (ดิ-เล้ม-ม่ะ)  (สถานการณ์ที่ลำบาก, สภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือ หนีเสือปะจรเข้,

            ปัญหาที่ลำบาก)

      (h) controversy    (การโต้เถียง, การโต้คารม, ความขัดแย้ง, การทะเลาะวิวาท)   

15. The word “evenly” in paragraph 3 may be replaced by ___________________________.

(คำว่า  “อย่างเท่าเทียมกัน, อย่างเสมอภาค, อย่างสม่ำเสมอ, อย่างราบเรียบ, อย่างคงที่, อย่างยุติธรรม, อย่างเงียบสงบ”  ในพารากราฟ ๓  อาจจะแทนโดย _________________)

      (a) accurately    (อย่างถูกต้อง, อย่างแม่นยำ, อย่างเที่ยงตรง, อย่างแน่นอน)

      (b) generously   (อย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, อย่างใจกว้าง)

      (c) tremendously   (อย่างมากมาย, อย่างมโหฬาร)

      (d) apparently   (อย่างเห็นได้ชัดเจน)

      (e) adversely    (อย่างเป็นผลร้าย, เป็นปฏิปักษ์, ในทางลบ, ในทางตรงกันข้าม)   

      (f) rapidly   (อย่างรวดเร็ว)

      (g) equally    (อย่างเท่าเทียมกัน, อย่างเสมอกัน, อย่างเสมอภาค, อย่างเท่ากัน, อย่างสมดุล,

            อย่างสมส่วน, อย่างพอเพียง, อย่างราบเรียบ, อย่างเงียบสงบ)

      (h) circumspectly    (รอบคอบ, ระมัดระวัง)

16. According to the passage, some regions have a water shortage due to ________________.

(ตามที่บทความกล่าว,  บางภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำเนื่องมาจาก ___________________)

      (a) there is a lack of rain    (มีการขาดแคลนฝน)

      (b) there is too much deforestation    (มีการทำลายป่ามากเกินไป)

      (c) people’s poor management of their water supply    (การบริหารจัดการน้ำได้ไม่ดีของ

            ผู้คน)  (ประโยคแรกของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “บางภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำ 

            เพราะว่าผู้คนบริหารน้ำของตนได้ไม่ดี)

      (d) there are no reservoirs or dams to store water    (ไม่มีอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนที่จะกักเก็บน้ำ)

17. The author states that people have to seek new sources of water ___________________.

(ผู้เขียนกล่าวว่าผู้คนจำเป็นต้องแสวงหาแหล่งน้ำแห่งใหม่ๆ ________________________)

      (a) owing to a water shortage in the area    (เนื่องจากการขาดแคลนน้ำในพื้นที่)

      (b) because they settle where water is scarce    (เพราะว่าพวกเขาตั้งถิ่นฐานในที่ซึ่งน้ำหายาก)

      (c) because cities and factories consume too much water    (เพราะว่าเมืองและโรงงานบริโภคน้ำ

            มากเกินไป)

      (d) since cities and factories dump their wastes into lakes and rivers, turning

             them into sewers    (เพราะว่าเมืองและโรงงานทิ้งของเสีย (ขยะ) ของตนลงในทะเล

             สาบและแม่น้ำ  โดยทำให้มันกลายเป็นทางระบายน้ำเสียหรือของเสีย)  (ประโยคที่ ๔

             และ ๕ ของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “เมืองและโรงงานทิ้งของเสียของตนลงไปใน

             ทะเลสาบและแม่น้ำ,  ทำให้มันกลายเป็นทางระบายน้ำเสีย (ของเสีย)  ต่อจากนั้น  ผู้คน

             ก็จะมองหาแหล่งน้ำแห่งใหม่)

18. In the fourth paragraph, “wastes” refers to ________________________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “ของเสีย, ขยะ, สิ่งปฏิกูล, อุจจาระ, การเสียเวลา, การเสื่อมเสีย, การเน่าเปื่อย, การทำลาย, สิ่งที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์, บริเวณร้าง”  หมายถึง __________________)

      (a) furniture   (เครื่องเรือน)  

      (b) enterprises    (โครงการ, กิจการ, แผนการ, บริษัท, อุตสาหกิจ, วิสาหกิจ, การเข้าร่วมกิจการดังกล่าว)

      (c) compendiums    (บทย่อ, บทสรุป, หนังสือย่อเรื่อง)

      (d) status    (ฐานะ, สภาพ, สภาพการณ์, ภาวะ, ตำแหน่ง, ยศ)    

      (e) trash    (ของเสีย, ขยะ, ของเหลวไหล, กากอ้อย, ของสวะ, หนังสือไร้สาระ, คำพูด-ข้อคิดเห็น-

            ข้อเขียนที่เหลวไหล, คนเหลวไหล, คนสวะ, คนที่ถูกมองว่าไร้ค่า)

      (f) hindrances    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง)

      (g) remunerations    (ค่าตอบแทน, การตอบแทน, การจ่ายเงิน, การให้รางวัล, การชดเชย)

      (h) leisure    (ลี้-เชอะ หรือ เลช-เชอะ)  (เวลาว่าง, การว่างจากงาน, ความสบายที่ไม่รีบร้อน)

19. The word “storage” in paragraph 4 is similar in meaning to ________________________.

(คำว่า  “การเก็บ, การเก็บรักษา, สถานที่เก็บ, สถานที่เก็บรักษา, แหล่งเก็บข้อมูล”  ในพารากราฟ ๔ คล้ายคลึงในความหมายกับ ____________________)

      (a) intervention    (การแทรกแซง, การก้าวก่าย)

      (b) prestige    (เพรส-ทีจ)  (ชื่อเสียง, เกียรติคุณ, เกียรติศักดิ์, ศักดิ์ศรี, บารมี)

      (c) priority    (ความสำคัญ, สิทธิพิเศษ, การมีสิทธิก่อน, บุริมสิทธิ)

      (d) inauguration    (อิน-ออ-กิว-เร้-ชั่น)  (การเปิดทำการ, การเริ่มเป็นทางการ,  การเข้ารับตำแหน่งเป็นทาง

            การ, การเปิดฉาก)

      (e) hoarding    (การเก็บสะสม, การกักตุน)

      (f) discourse    (การพูดหรือเขียนที่ติดต่อกัน) 

      (g) incentive    (สิ่งจูงใจ, สิ่งกระตุ้น, เครื่องกระตุ้น, เครื่องส่งเสริม)

      (h) collaboration    (ความร่วมมือ) 

20. According to the passage, water shortages sometimes occur __________________________.

(ตามที่บทความกล่าว,  การขาดแคลนน้ำบางครั้งเกิดขึ้น ______________________________)

      (a) because waterworks officers cannot detect leakage    (เพราะว่าเจ้าหน้าที่การประปาไม่สามารถ

            ค้นหา – ค้นเจอ - การรั่วไหลได้)

      (b) when people cannot find enough water sources    (เพราะว่าผู้คนไม่สามารถหาแหล่งน้ำได้

            เพียงพอ)

      (c) since people cannot afford water supply    (เพราะว่าผู้คนไม่สามารถมีน้ำประปาใช้ – คือไม่มีเงินพอ)

      (d) since some cities do not make full use of their water supply    (เพราะว่าบางเมืองมิได้ใช้

             ประโยชน์น้ำของตนอย่างเต็มที่)  (ประโยคที่ ๖ ของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “ความขาด

             แคลน (น้ำ) ยังเกิดขึ้นเช่นกัน  เพราะว่าเมืองบางเมืองมิได้ใช้ประโยชน์น้ำของตนอย่างเต็มที่)

21. The word “distribution” in the final paragraph refers to _________________________.

(คำว่า  “การจ่าย (น้ำ), การจำหน่าย, การกระจาย, การแพร่, การแจก, การแบ่งสันปันส่วน, สิ่งที่ถูกปันส่วน”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง ___________________)

      (a) invasion     (อิน-เว้-ชั่น)   {การรุกราน, การบุกรุก, การถลันเข้าไป, การแพร่ (ของกาซ, โรค)}

      (b) effort    (ความพยายาม)

      (c) valor    (แว้ล-เล่อะ)  (ความกล้าหาญ, ความองอาจ, ความอาจหาญ)

      (d) occurrence    (การเกิดขึ้น)

      (e) phenomenon    (ปรากฏการณ์)

      (f) supply    (การจัดหา, การจัดส่ง, การให้, พัสดุ, เสบียง, สิ่งที่จัดหาให้, สิ่งของจำเป็นทางทหาร)

      (g) damage    (ความเสียหาย, การทำให้เสียหายหรือได้รับอันตราย)  (damages =   ค่าเสียหาย, เงินชด

            เชยค่าเสียหาย)

      (h) proximity    (ความใกล้ชิด, ความใกล้เคียง)

22. We can infer from the final paragraph that ____________________________________.

(เราสามารถสรุปจากพารากราฟสุดท้ายว่า ___________________________________)

      (a) people should purchase storage tanks and distribution pipes    (ผู้คนควรซื้อถังเก็บน้ำและท่อส่ง

            น้ำ)  (บทความมิได้แนะนำให้ทำเช่นนี้)

      (b) people should use their water efficiently    (ผู้คนควรใช้น้ำของตนอย่างมีประสิทธิภาพ

            (เหมาะสมที่สุดเนื่องจากครอบคลุมทั้งพารากราฟ  คือ  แนะนำให้ผู้คนบริหารจัดการน้ำอย่าง

            มีประสิทธิภาพ)

      (c) people should settle where there is plenty of water    (ผู้คนควรตั้งถิ่นฐานในที่ซึ่งมีน้ำอุดมสม

            บูรณ์)  (บทความมิได้แนะนำให้ทำเช่นนี้)

      (d) cities and factories should dispose their wastes properly    (เมืองและโรงงานควรกำจัดของเสีย

            ของตนอย่างเหมาะสม)  (ใจความแคบเกินไป  ไม่ครอบคลุมทั้งพารากราฟ)

 

(คำแปล)   

ทรัพยากรน้ำ

 

            ความต้องการน้ำ (demand for water) ของเรากำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (อย่างคงที่, อย่างมั่นคง, อย่างแน่วแน่, อย่างไม่เปลี่ยนแปลง, อย่างซื่อสัตย์) (constantly)  โดยทุกปี  มีผู้คนเพิ่มมากขึ้นในโลก,  โรงงานผลิต (turn out) สินค้า (ผลิตภัณฑ์) (products) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (more and more) และต้องการน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ทั้งนี้  เราอาศัยอยู่ในโลกของน้ำ  แต่น้ำเกือบทั้งหมด  -  ประมาณ ๙๗ เปอร์เซ็นต์  -  อยู่ในมหาสมุทร (oceans)  น้ำนี้เค็มเกินไป (too salty) ที่จะ (ถูก) ใช้สำหรับดื่ม, ทำไร่ทำนา (farming), และผลิตสินค้า (manufacturing),  เพียงประมาณ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นของน้ำในโลกเป็นน้ำจืด (fresh) (ไม่เค็ม - unsalty),  ส่วนใหญ่ของน้ำนี้มิได้หามาได้ง่ายๆ (not easily available) สำหรับมนุษย์ (to man)  เพราะว่ามันถูกกักเก็บ (locked) ไว้ในธารน้ำแข็ง (glaciers) และภูเขาน้ำแข็ง (icecaps),  โดยราวๆ ปี ๒๐๒๕  ความต้องการน้ำจืดของโลก (world demand for fresh water) จะเป็นสองเท่าของความต้องการ (twice what it was) ในปี ๑๙๙๕แต่ก็จะยังคงมีน้ำเพียงพอที่จะสนองความต้องการของมนุษย์ (meet man’s needs)

            มีน้ำอยู่บนโลกในปัจจุบันมากพอๆ กับที่เคยมี (ในอดีต) (there ever was) หรือจะมีในอนาคต (there ever will be)  โดยน้ำเกือบทุกหยด (Almost every drop of water) ที่เราใช้จะหาทางไปสู่ – ไหลไปสู่ - มหาสมุทร (finds its way to the oceans),  ที่นั่น  มันถูกทำให้ระเหยเป็นไอ (ทำให้จางหายไป, ทำให้สูญหายไป, ระเหยเป็นไอ, ระเหย, สูญหายไป, จางหายไป) (evaporated) โดยดวงอาทิตย์,  และต่อมามันจะตกลงสู่โลกเป็นฝน (falls back to the earth as rain),  น้ำจะถูกใช้ (used) และใช้ซ้ำ (reused) ในแบบซ้ำแล้วซ้ำอีก (over and over again)  มันไม่เคยถูกใช้หมดไป (It is never used up)

            แม้ว่าโลกในภาพรวม (the world as a whole) มีน้ำจืดมากมาย (plenty of fresh water) (แต่) บางภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำ (water shortage)  ทั้งนี้  ฝนมิได้ตกเสมอภาคกันบนพื้นโลก (fall evenly over the earth)  โดยบางภูมิภาคแห้งแล้งเกินไปอยู่เสมอ (always too dry)  และบางภูมิภาค (ภูมิภาคอื่นๆ) ฝนตกมากเกินไปอยู่เสมอ (always too wet)  นอกจากนั้น  ภูมิภาคหนึ่งซึ่งปกติแล้วได้รับฝนเพียงพอ  อาจจะมีช่วงอากาศแห้งแล้ง (dry spell) ที่รุนแรง (serious) ในทันทีทันใด (suddenly)  ซึ่งในระหว่างนั้น (Meanwhile)  อีกภูมิภาคหนึ่งอาจจะท่วมท้นไปด้วยฝนที่มากเกินไป (may be flooded with too much rain)                  

            บางภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำ  เพราะว่าผู้คนบริหารน้ำของตนได้ไม่ดี (managed their supply poorly)  โดยผู้คนตั้งถิ่นฐาน (settle) ในที่ซึ่งน้ำมีมากมาย (water is plentiful)  คือใกล้ทะเลสาบ (near lakes) และแม่น้ำ  ส่วนเมืองก็โตขึ้น  และโรงงานก็ผุดขึ้นมา (factories spring up)  แล้วเมืองและโรงงานทิ้ง (dump) ของเสีย (ขยะ, สิ่งปฏิกูล, การเสียเวลา) (wastes) ของตนลงไปในทะเลสาบและแม่น้ำ,  ทำให้มันกลายเป็น (turning them into) ทางระบายน้ำเสีย (ของเสีย) (sewers)  ต่อจากนั้น  ผู้คนก็จะมองหา (look for) แหล่งน้ำแห่งใหม่ (new sources of water) (นอกจากนั้น) ความขาดแคลน (น้ำ) (Shortages) ยังเกิดขึ้นเช่นกัน (also occur)  เพราะว่าเมืองบางเมืองมิได้ใช้ประโยชน์น้ำของตนอย่างเต็มที่ (make full use of their supply),  พวกเขามีน้ำมาก  แต่พวกเขาไม่มีถังเก็บน้ำ (storage tanks) และท่อจ่ายน้ำ (distribution pipes) ที่เพียงพอที่จะสนองความต้องการของประชาชนได้ (meet the people’s needs)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 37)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Fat: Healthy or Unhealthy

 

        Fat has expanded beyond a simple body energy source to become the developed world’s obsession.  And as more fast food finds its way into Asia, fat consumption is on the increase.  With it comes a potential for serious health risks. 

          Nobody disputes that too much fat is unhealthy.  But since there are several different types of fats, some fats are essential for our health.  Fats insulate the body from cold and protect our bones against fractures from falls.  They also cushion and support organs, and assist in the absorption of vitamins A, D, and K.

          Then why are we urged to limit our fat intake?  Though the jury is still out on whether certain fats cause cancer, transfatty acids, or oils (saturated) that have been treated in order to remain solid at room temperature - - such as lard, butter and margarines - - are chemically unstable and may be linked  to cell damage.  That’s also the case with polyunsaturates, which are found in abundance in the three staple oils of Asian cuisine: peanut, soybean and coconut.

          Some researchers have discovered that obese people have a much higher rate of bile acid turnover – the acid secreted by the liver that is responsible for fat digestion.  In the obese, fat is digested quickly and efficiently, so the feeling of fullness after a meal lasts only a short time.  Scientists are now working on a drug that would help the obese by making their bodies absorb fat less quickly.

 

1. We can infer from the first paragraph that people in developed countries _________________.

(เราสามารถสรุปจากพารากราฟแรกว่า  ผู้คนในประเทศพัฒนา _________________________)

    (a) are unaware of the harmful effects of a fatty diet    (มิได้ตระหนักถึงผลกระทบที่มีอันตรายของอาหาร

          ที่มีไขมัน)

    (b) know that fat is a good source of energy    (รู้ว่าไขมันเป็นแหล่งพลังงานที่ดี)

    (c) need more energy than those in Asia    (ต้องการพลังงานมากกว่าผู้คนในทวีปเอเชีย)

    (d) enjoy food with a high fat content    (สนุกกับการกินอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง)  (ประโยค

          แรกของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “ไขมันได้ขยายตัวเกินไปกว่าเป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย

          แบบธรรมดาๆ  จนกลายเป็นสิ่งที่ครอบงำจิตใจ (หมายถึง  การนึกอยากกินอยู่เสมอ) ของโลก

          ที่พัฒนาแล้ว”  ซึ่งหมายถึง  คนในประเทศพัฒนาชอบกินอาหารที่มีไขมัน)

2. In the first paragraph, “expanded” refers to ____________________________________.

(ในพารากราฟแรก, “ขยายตัว, เพิ่มมากขึ้น, แผ่, ทำให้กว้างออก, คลี่ออก, ยืดออก, บาน, ขยายความ” หมายถึง _________________)

    (a) detailed    (บอกรายละเอียด, ให้รายละเอียด)

    (b) discussed    (ประชุมปรึกษาหารือ)

    (c) averted    (เบี่ยงบ่าย, บิดเบน, เบี่ยงเบน, หลีกเลี่ยง)

    (d) detained     (กักตัว, หน่วงเหนี่ยว, ทำให้ช้า, ยับยั้ง)

    (e) demoralized     (ทำให้เสียขวัญ-เสียกำลังใจ, ทำให้ระส่ำระสาย)

    (f) extended    (ขยายออก, เพิ่มขึ้น, ไปถึง, ยืดออก, ทำให้กว้างออก, กางออก, แผ่ออก, ยืดแขน

          หรือขาออก, แสดงความเคารพหรืออวยพรต่อ, เสนอยืดเวลาการชำระหนี้)

    (g) regretted   (ริ-เกร้ท-ทิด)  (เสียใจ, สลดใจ)  (เมื่อเป็นคำนาม "Regret"  หมายถึง  "ความเสียใจ, ความ

          สลดใจ") 

    (h) forsaken    (มาจากกริยา  “forsake”)  (ทอดทิ้ง, ละทิ้ง, ตัดขาด, เลิก)

3. The word “obsession” in paragraph 1 means ____________________________________.

(คำว่า  “สิ่งที่ครอบงำจิตใจ, การสิงหรือฝังแน่นอยู่ในดวงจิต, ความคิดครอบงำ, ความหมกมุ่น, ความทุกข์ใจ, การทำให้ทุกข์ใจหรือลำบาก”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง ___________________)

    (a) fiction    (เรื่องอ่านเล่น, เรื่องที่แต่งขึ้น)

    (b) discipline     (ดิส-ซิ-พลิน)  (วินัย, ระเบียบวินัย, ข้อบังคับ, การฝึกฝน, การลงโทษ, สาขาวิชา, วินัยทาง

          ศาสนา)

    (c) catastrophe    (คะ-แทส-โทร-ฟี่)  (ความหายนะ, ภัยพิบัติ, เหตุการณ์ที่ร้ายกาจ, ตอนจบของละคร, จุดจบ)

    (d) compunction    (คัม-พั้งค-ชั่น)  (ความเสียใจต่อการกระทำ, ความไม่สบายใจหรือวิตกกังวลต่อสิ่งที่ได้ทำ

          ไปแล้ว)

    (e) pinnacle    (ยอด, ยอดภูเขา-ตึก-เจดีย์ ฯลฯ, จุดสุดยอด, ขีดสุด, ส่วนที่เป็นยอดแหลม)

    (f) comprehension    (ความเข้าใจ)

    (g) fixation    (การครอบงำ, การฝังใจ, การทำให้ติดแน่น, การเกาะแน่น)

    (h) prejudice    (เพร้จ-จู-ดิส)  (อคติ, ความรู้สึกไม่ดีที่มีอยู่ก่อน, ความรู้สึกที่ไม่มีเหตุผล)

4. Fats do NOT help to _____________________________________________________.

(ไขมันมิได้ช่วย ______________________________________________________)

    (a) protect the bones    (ปกป้องคุ้มครองกระดูก)  (ประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า “ไขมันปกป้อง

          กระดูกจากการแตกหักเมื่อล้มลง”)

    (b) absorb vitamins    (ดูดซับวิตามิน)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า “ไขมันยัง................และ

          ช่วยในการดูดซึมวิตามินเอ, ดี และเคอีกด้วย)

    (c) improve organ function    (ปรับปรุงการทำงานของอวัยวะ)  (บทความมิได้กล่าวถึงสิ่งนี้)

    (d) keep the body warm    (รักษาร่างกายให้อบอุ่น)  (ประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า “ไขมันเป็น

          ฉนวน (ป้องกัน) ร่างกายจากความหนาวเย็น  และ...................”)

5. The word “potential” in paragraph 1 is closest in meaning to _______________________.

(คำว่า  “ความเป็นไปได้, ศักยภาพ, ความสามารถหรืออำนาจที่ซ่อนเร้นอยู่”  ในพารากราฟ ๑  ใกล้เคียง

ที่สุดในความหมายกับ __________________)

    (a) distress    (ความโศกเศร้าเสียใจ, ความทุกข์ยากลำบาก, ความเคราะห์ร้าย, ภัยพิบัติ)  (เมื่อเป็นคำกริยา

          หมายถึง  “ทำให้เศร้าโศกหรือทุกข์ยาก”)      

    (b) endurance    (เอน-ดิ๊ว-เริ่นซ)  (ความทรหดอดทน, ความอดกลั้น, ความทนทาน, ความไม่ตาย)

    (c) outcome    (ผลลัพธ์)

    (d) fury    (ความโกรธแบบเป็นฟืนเป็นไฟ)

    (e) exaggeration    (อิก-แซ้จ-จะ-เร้-ชั่น)  (การพูดเกินความจริง, การโอ้อวด, การเพิ่มหรือขยายเกินกว่าปกติ)

    (f) falsehood    (ฟ้อลซ-ฮูด)  (ความไม่ซื่อ, ความทุจริต, ของปลอม, สิ่งที่ไม่แท้, การหลอกลวง, ความไม่จริง,

          ความผิดพลาด, การพูดโกหก, คำโกหก)

    (g) possibility    (ความเป็นไปได้, สิ่งที่เป็นไปได้)

    (h) prodigy    (พร้อด-ดะ-จี้)  (เด็กอัจฉริยะ, อัจฉริยะบุคคล, ผู้มีความสามารถพิเศษ, สิ่งมหัศจรรย์, สิ่งแปลก

          ประหลาด, สิ่งผิดปกติ, สิ่งที่ใหญ่โตมโหฬาร)

6. The word “disputes” in paragraph 2 can be best replaced by _______________________.

(คำว่า  “โต้เถียง, โต้แย้ง, ถกเถียง, ทะเลาะ, ต่อสู้, แข่งขัน, ต่อต้าน”  ในพารากราฟ ๒ สามารถแทนดีที่สุดโดย ___________________)

    (a) kindles    (จุดไฟ, ติดไฟ)

    (b) extinguishes    {ดับ (ไฟ, ความอยาก, ความปรารถนา)}

    (c) offends    (ทำให้ขุ่นเคือง-ไม่พอใจ, กระทำผิด, ละเมิด, รุก, รุกราน)

    (d) supersedes    (แทนที่)

    (e) argues    (เถียง, ถกเถียง, โต้คารม, อ้างเหตุผล, อภิปราย, พูดให้ยอม, โต้แย้งพิสูจน์ว่า, แสดง

         ให้เห็นว่า)

    (f) deliberates     (คิดอย่างไตร่ตรอง, ปรึกษาเพื่อหาคำตอบ)

    (g) investigates    (สืบสวน, สอบสวน)

    (h) ejaculates    (หลั่งน้ำกามออกมา, ร้องอุทาน, ปล่อยออกมาอย่างกะทันหันและรวดเร็ว, พูดออกมาอย่าง

          กะทันหันและสั้นๆ)

7. What does “insulate” in the second paragraph mean?

(เป็นฉนวน, ป้องกัน, ป้องกันไม่ให้ไฟรั่ว, แยกตัวโดดเดี่ยว”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึงอะไร)

    (a) incorporate    (รวมเข้าด้วยกัน, ทำให้รวมกัน, รวมเข้าเป็นรูปบริษัท, ซึ่งรวมเข้าด้วยกัน)

    (b) alter    (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง, ผันแปร)

    (c) endeavor    (เอน-เดฟว-เว่อะ)  (พยายาม, บากบั่น)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  "ความพยายาม, ความ

          บากบั่น")

    (d) protect    (ป้องกัน, พิทักษ์, รักษา, อารักขา, คุ้มกันอุตสาหกรรมในประเทศ โดยการจัดเก็บภาษี

          ขาเข้า)

    (e) contribute    (คัน-ทริ้บ-บิ้วท)  (มีคุณูประการ, มีส่วนช่วยให้เกิด..........., ให้เงินช่วยเหลือ, ช่วยเหลือ,

         อุดหนุน, สนับสนุน, ให้ (เงิน, อาหาร หรืออื่นๆ)

    (f) estimate    (ประมาณการ, ประมาณค่า-ราคา, ประเมิน, กะ, ตีราคา, คำนวณ, ราคาที่ประเมิน)

    (g) abrogate    (ยกเลิก, เพิกถอน) 

    (h) portray    (พอร์-เทร่)  (วาดภาพ, เขียนภาพ, ร่างภาพ, พรรณนาเป็นคำ, แสดง)  

8. The word “cushion” in paragraph 2 refers to ____________________________________.

(คำว่า  “ลดการกระแทก, บรรเทา, ลด, ระงับ, ใส่เบาะ, ใส่นวม”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึง _________)

    (a) persevere    (เพอร์-ซี-เวี่ยร์)  (อุตสาหะ, บากบั่น, พากเพียร, พยายาม, ยืนหยัด)

    (b) acknowledge    (ยอมรับ, รับรู้, รับทราบ)

    (c) liquidate    (ลิค-ควิ-เดท)  (กำจัดโดยการฆ่าทิ้ง,  ชำระหนี้หรือบัญชี, สะสาง, เปลี่ยนเป็นเงินสด)

    (d) rebuke    (ตำหนิ, ดุ, ว่ากล่าว)

    (e) soften    (ทำให้อ่อนลง, ทำให้อ่อนโยน, ทำให้ละมุนละไม, ทำให้นิ่ม, ทำให้นิ่มนวล, ทำให้หายกระ

          ด้าง, นิ่มลง, อ่อนลง, กลายเป็นอ่อนโยน)

    (f) recite    (ท่อง, สวด, เล่าอย่างละเอียด)

    (g) distinguish    (แบ่งแยก, จำแนก, วินิจฉัย, รู้ถึงข้อแตกต่าง, แสดงความแตกต่าง  ทำให้แตกต่าง, ทำให้

          เด่น, กระทำตัวดีเป็นพิเศษ)

    (h) enrich    (ทำให้ร่ำรวย-อุดมสมบูรณ์, ประดับ, ตกแต่ง, เพิ่มคุณค่า, เพิ่มความสำคัญ, ทำให้คุณภาพดีขึ้น)

9. In paragraph 3, “the jury is still out” means __________________________________.

(ในพารากราฟ ๓,  “คณะลูกขุนยังไม่ตัดสิน”  หมายถึง _____________________________)

    (a) it will have to be decided in court    (มันจะต้องได้รับการตัดสินในศาล)

    (b) a panel of experts is still doing research    (กลุ่มผู้เชี่ยวชาญยังคงกำลังทำการวิจัย)

    (c) a final conclusion has not yet been reached    (ยังไม่มีการสรุปผลรอบสุดท้าย)

    (d) harmful effects have been demonstrated beyond a doubt    (ผลกระทบที่เป็นอันตรายได้ถูกแสดง

          (ทดลองให้เห็นจริง) เหนือความสงสัย-กังขา)  (คือ  ถูกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน)

10. The word “urged” in the third paragraph may be replaced by ______________________.

(คำว่า  “กระตุ้น, หนุน, เร้า, ปลุกเร้า, เซ้าซี้, ผลักดัน, เร้าใจ, แหย่, พยายามเสนอ”  ในพารากราฟ ๓ อาจจะแทนโดย _________________)

      (a) subsidized    (ซั้บ-สิ-ได๊ซ)  (อุดหนุนเงิน, ให้เงินสงเคราะห์)

      (b) collided    (ชนกันโครม, ปะทะกันโครม, ขัดแย้ง, ไม่เห็นด้วย)

      (c) discriminated    (แยกแยะ, แบ่งแยก, วินิจฉัย, เลือกที่รักมักที่ชัง, ตัดสินโดยใช้เหตุผล)

      (d) familiarized    (ฟะ-มี้ล-เยอะ-ไรซ)  (ทำให้คุ้นเคยกับ)

      (e) postponed    (เลื่อน, เลื่อนเวลา, เลื่อนไป, ยืดเวลา, ถ่วงเวลา, จัดไว้ในตำแหน่งรอง)

      (f) perpetrated    (กระทำผิดกฎหมาย, ทำชั่ว, ก่อกรรมทำเข็ญ)

      (g) recuperated    (ฟื้นคืน, กลับมีสภาพหรือกำลังเหมือนเดิม, พักฟื้น, ทำให้ฟื้นคืน (สุขภาพ, กำลัง, แรง,

            ฐานะทางเศรษฐกิจ), กู้, เอาคืน)

      (h) stimulated    (กระตุ้น, เร้าใจ, เร้า, ปลุกใจ, ส่งเสริม, กระตุ้นประสาท, ชูกำลัง, เป็นตัวกระตุ้น,

            ชูกำลัง)

11. An example of polyunsaturates mentioned in the passage is _______________________.

(ตัวอย่างของ “สารไม่อิ่มตัวหลายชนิด”  (คือ ไขมันพืชซึ่งไม่ก่อให้เกิดคลอเลสเตอรอลในเลือด) ซึ่งถูกกล่าวถึงในบทความ  คือ __________________)

      (a) Asian food    (อาหารของเอเชีย)

      (b) soy sauce    (ซีอิ๊ว)  (ที่ถูก คือ  “Soybean”  -  “ถั่วเหลือง”)

      (c) coconut oil    (น้ำมันมะพร้าว)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “นั่นยังเป็นกรณีกับ

            สารไม่อิ่มตัวหลายชนิด (polyunsaturates) (คือ ไขมันพืชซึ่งไม่ก่อให้เกิดคลอเลสเตอรอลใน

            เลือด) ด้วยเช่นกัน  ซึ่งถูกพบในปริมาณมากในน้ำมันหลัก (สำคัญ) ๓ ชนิดของห้องครัวของ

            (ประเทศในทวีป) เอเชีย  ได้แก่  ถั่วลิสง, ถั่วเหลือง และมะพร้าว)

      (d) any vegetable oil    (น้ำมันพืชชนิดใดๆ ก็ได้)  (ข้อนี้ไม่ถูกต้อง  เนื่องจากเป็นน้ำมันพืชบางชนิดเท่านั้น)

12. What does “obese” in the fourth paragraph mean?

(“อ้วนพุงพลุ้ย, อ้วนมากเกินไป” ในพารากราฟ ๔  หมายถึงอะไร)

      (a) obsolete    (ล้าสมัย, เลิกใช้แล้ว)

      (b) eccentric    (อิค-เซ้น-ทริค)  (ประหลาดๆ, ไม่ปกติ)  (ใช้กับคนเท่านั้น)

      (c) menial    (ต่ำต้อย, เป็นขี้ข้า, เกี่ยวกับคนใช้, อย่างคนใช้)

      (d) exhilarated    (เอ็ก-ซิ้ล-ละ-เร-ทิด)  (รื่นเริง, ตื่นเต้นเบิกบาน, มีชีวิตชีวา)

      (e) corpulent    (อ้วนพุงพลุ้ย, อ้วนท้วน, อ้วน)

      (f) intimate    (คุ้นเคย, ใกล้ชิด, สนิทสนม, ลึกซึ้ง, ที่สนิทสนมในทางเพศ, เพื่อนสนิท)

      (g) reliable    (ไว้วางใจได้, เชื่อถือได้, น่าเชื่อถือ)

      (h) extravagant    (ฟุ่มเฟือย, สุรุ่ยสุร่าย, สิ้นเปลือง, มากเกินควร)   

13. Research has shown that _________________________________________________.

(การวิจัยได้แสดงว่า ____________________________________________________)

      (a) the thinner you are, the more quickly your body absorbs fat    (ยิ่งคุณผอมลง  ร่างกายของคุณ

            ก็ยิ่งดูดซึมไขมันได้เร็วขึ้น)  (บทความมิได้กล่าวไว้)

      (b) the fatter you are, the more fat you need to feel satisfied    (ยิ่งคุณอ้วนขึ้น  คุณก็ยิ่งต้อง

            การไขมันมากขึ้น  เพื่อที่จะรู้สึกพอใจ – หรือได้รับการตอบสนอง)  (ประโยคที่ ๒ ของพารา

            กราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “ในคนอ้วนพุงพลุ้ย  ไขมันจะถูกย่อยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 

            ดังนั้น  ความรู้ สึกอิ่มหลังอาหารจะกินเวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้น)

      (c) the thinner you are, the more often you need to eat    (ยิ่งคุณผอมลง  คุณก็ยิ่งต้องการกินบ่อยขึ้น) 

            (บทความมิได้กล่าวไว้)

      (d) the fatter you are, the more slowly you digest fat    (ยิ่งคุณอ้วนขึ้น  คุณก็ยิ่งย่อยไขมันได้ช้าลง) 

           (บทความมิได้กล่าวไว้)

14. The word “secreted” in paragraph 4 is closest in meaning to _______________________.

(คำว่า  “ขับออกมา, ปล่อยออกมา, คัดหลั่ง”  ในพารากราฟ ๔ ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _____

_____________)

      (a) revised    (แก้ไข, ปรับปรุงใหม่) 

      (b) disparaged    (ดูถูก, ดูหมิ่น, ใส่ร้าย, ทำให้เสื่อมเสีย, ทำให้เสียหาย)

      (c) pacified    (แพส-ซิ-ไฟ)  (ปลอบ, ปลอบโยน, ปลอบขวัญ, เอาใจ, ทำให้สงบ, ทำให้เงียบ)

      (d) consumed    (บริโภค, ใช้, กิน, ทำลาย)

      (e) destroyed    (ทำลาย, ฆ่า, ผลาญ, ดับ)

      (f) discharged    (ปล่อยออก, ขับออก, ระบายออก, ปล่อยตัว, ขนถ่าย (สินค้า), เอาลง, ทำให้พ้น

            หน้าที่หรือความรับผิดชอบ, ไล่ออก, ปลดจากงาน, ปลดภาระ, ปล่อยกระแสไฟฟ้า)

      (g) infected    (ทำให้ติดเชื้อ-ติดโรค, ทำให้เปื้อน-มัวหมอง, มีผลต่อความรู้สึกหรือการกระทำ)

      (h) exposed    (อิคส-โปส)  (แสดง, เผย, เปิดเผยให้เห็น, เปิดโปง, นำออกผึ่งหรือตาก (แดด, ลม), เปลื้อง

            เครื่องปกปิดออก)

15. “absorb” in the final paragraph refers to ______________________________________.

(ดูดซึม, ดูด, รับเอา, ซึม”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง ___________________________)

      (a) alleviate    (อะ-ลี้-วิ-เอท)  (บรรเทา, ทำให้น้อยลง)

      (b) forsake    (ทอดทิ้ง, ละทิ้ง, ตัดขาด, เลิก)

      (c) foment    (กระตุ้น, ยั่วยุ, ปลุกปั่น, ปลุกระดม, ส่งเสริม, ชโลมด้วยน้ำอุ่น) 

      (d) abandon    (อะ-แบ๊น-เดิ้น)  (ทอดทิ้ง, ละทิ้ง, ปล่อย) 

      (e) disseminate    (ดิ-เซ้ม-มิ-เนท)  (เผยแพร่, แพร่กระจาย, ทำให้กระจัดกระจาย) 

      (f) scrutinize    (สครู้-ทิ-ไนซ)  (พิจารณาอย่างละเอียดลออ, พิจารณาอย่างรอบคอบ, ตรวจสอบอย่าง

            รอบคอบ)

      (g) stipulate    (สทิ้พ-พิว-เลท)  (กำหนด, วางเงื่อนไข, บังคับให้ทำ, ระบุ) 

      (h) assimilate    (ดูดซึม, นำเข้า, เปลี่ยนอาหารให้เป็นสารที่ดูดซึมได้, เอาอย่าง, ย่อย, ทำให้

            เหมือน, ทำให้คล้ายกัน, กลายเป็นเหมือน)

16. According to the passage, it can be concluded that _______________________________.

(ตามที่บทความกล่าว,  มันสามารถสรุปได้ว่า _____________________________________)

      (a) we should stop eating fats    (เราควรหยุดกินไขมัน)  (ที่ถูกคือ  ต้องเลือกกินไขมันที่มีประโยชน์)

      (b) we should consume only saturated fat    (เราควรบริโภคเฉพาะไขมันอิ่มตัวเท่านั้น)  (ประโยคที่ ๒

            ของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “...............ไขมันอิ่มตัวซึ่งผ่านกรรมวิธี............... จะสลายตัวง่ายทางเคมี 

            และอาจถูกเชื่อมโยงกับการทำอันตรายเซล)

      (c) cancer research should focus on obesity    (การวิจัยมะเร็งควรมุ่งเน้นในเรื่องความอ้วนมากเกินไป) 

            (บทความมิได้กล่าวถึง)

      (d) a drug to slow down fat absorption is needed    (มีความต้องยาที่ทำให้การดูดซึมไขมัน

            ช้าลง)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกำลังทำ

            การศึกษาเรื่องยาซึ่งจะช่วยคนอ้วนมาก  โดยการทำให้ร่างกายของพวกเขาดูดซึมไขมันได้

            เร็วน้อยลง (เพื่อจะได้รู้สึกอิ่มอาหารเป็นเวลานานขึ้น  และกินมื้อถัดไปช้าออกไป  ซึ่งช่วยลด

            ความอ้วนได้))

 

(คำแปล)                                              

ไขมัน :  มีประโยชน์ต่อสุขภาพหรือไม่ดีต่อสุขภาพ

 

          ไขมัน (Fat) ได้ขยายตัว (เพิ่มมากขึ้น, แผ่, ทำให้กว้างออก, คลี่ออก, ยืดออก, บาน, ขยายความ) (expanded) เกินไปกว่า (beyond) เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย (body energy source) ธรรมดาๆ (ง่ายๆ, ไม่ยุ่งยาก, ไม่สลับซับซ้อน, เข้าใจง่าย, เรียบ) (simple)  จนกลายเป็นสิ่งที่ครอบงำจิตใจ (การสิงหรือฝังแน่นอยู่ในดวงจิต, ความคิดครอบงำ, ความหมกมุ่น, ความทุกข์ใจ) (obsession) ของโลกที่พัฒนาแล้ว (developed world)  และเมื่ออาหารจานด่วนปริมาณมากขึ้น (more fast food) ได้เข้ามาสู่ทวีปเอเชีย (finds its way into Asia)  การบริโภคไขมันก็เพิ่มมากขึ้น (fat consumption is on the increase) (และ) ด้วยมัน (การบริโภคไขมันเพิ่มขึ้น) (With it),  ความเป็นไปได้สำหรับอันตรายของสุขภาพที่รุนแรงก็ปรากฏขึ้น (comes a potential for serious health risks)

            ไม่มีใครโต้เถียง (โต้แย้ง, ถกเถียง, ทะเลาะ, ต่อสู้, แข่งขัน, ต่อต้าน) (disputes) ว่า  ไขมันมากเกินไปไม่ดีกับสุขภาพ (สุขภาพไม่ดี, สุขภาพไม่สมบูรณ์, ผิดหลักอนามัย, มีโรค, มีจิตใจที่เลว) (unhealthy)  แต่เนื่องจากมีไขมันชนิดต่างๆ จำนวนมาก  ไขมันบางชนิดจำเป็นที่สุด (จะขาดเสียมิได้, เป็นส่วนประกอบสำคัญ, เป็นปัจจัย, เป็นพื้นฐาน) (essential) สำหรับสุขภาพ (health) ของเรา,  ไขมันเป็นฉนวน (ป้องกัน, ป้องกันไม่ให้ไฟรั่ว, แยกตัวโดดเดี่ยว) (insulate) ร่างกาย (หมายถึง  ป้องกันร่างกาย) จากความหนาวเย็น (cold)  และคุ้มครองกระดูกของเรา (protect our bones) จากการแตก หัก (against fractures) เมื่อหกล้ม (from falls),  มันยังช่วยลดการกระแทก (บรรเทา, ลด, ระงับ, ใส่เบาะ, ใส่นวม) (cushion) (อวัยวะ) และค้ำจุนอวัยวะ (support organs)  และช่วย (assist) ในการดูดซึม (absorption) วิตามินเอ, ดี, และเค

          ถ้างั้น (Then) ทำไมเราจึงถูกกระตุ้น (หนุน, เร้า, ปลุกเร้า, เซ้าซี้, ผลักดัน, เร้าใจ, แหย่, พยายามเสนอ) (urged) ให้จำกัด (limit) การรับประทานไขมัน (fat intake) ของเรา,  แม้ว่าคณะลูกขุนยังมิได้ตัดสิน (the jury is still out) (เป็นการเปรียบเทียบว่า  ยังมิได้มีการสรุป) ว่าไขมันบางอย่าง (certain fats) ก่อให้เกิดมะเร็ง (cause cancer) หรือไม่,  กรดไขมันทรานส์ (transfatty acids) หรือน้ำมัน (ถูกทำให้อิ่มตัว - saturated) ซึ่งได้ถูกผ่านกรรมวิธี (treated) เพื่อที่จะยังคงแข็งตัว (remain solid) ที่อุณหภูมิในห้อง – เช่น น้ำมันหมู (lard), เนยเหลว (butter) และเนยเทียม (margarines) – จะสลายตัวง่าย (ไม่มีเสถียรภาพ, ไม่มั่นคง, ไม่แน่นอน) (unstable) ทางเคมี  และอาจถูกเชื่อมโยงกับการทำอันตรายเซล (linked to cell damage),  นั่นยังเป็นกรณีกับสารไม่อิ่มตัวหลายชนิด (polyunsaturates) (คือ ไขมันพืชซึ่งไม่ก่อให้เกิดคลอเลสเตอรอลในเลือด) ด้วยเช่นกัน  ซึ่งถูกพบในปริมาณมาก (found in abundance) ในน้ำมันหลัก (สำคัญ) (staple oils) ๓ ชนิดของห้องครัว (แผนกครัว, การครัว, การทำอาหาร, ฝีมือการทำอาหาร) (cuisine) ของ (ประเทศในทวีป) เอเชีย  ได้แก่  ถั่วลิสง (peanut), ถั่วเหลือง (soybean) และมะพร้าว (coconut)

            นักวิจัยบางคนได้ค้นพบว่าคนอ้วนพุงพลุ้ย (obese people) จะมีอัตราการเปลี่ยนเป็นกรดน้ำดี (bile acid turnover) – หรือกรดที่ถูกขับออกมา (ปล่อยออกมา, คัดหลั่ง) (secreted) โดยตับ (liver) ซึ่งทำหน้าที่ย่อยไขมัน (responsible for fat digestion) - สูงกว่าอย่างมาก,  โดยในคนอ้วนพุงพลุ้ย (the obese)  ไขมันจะถูกย่อย (digested) อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  ดังนั้น  ความรู้สึกอิ่มหลังอาหาร (feeling of fullness after a meal) จะกินเวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้น (lasts only a short time),  นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกำลังทำการศึกษาเรื่องยา (working on a drug)  ซึ่งจะช่วยคนอ้วนมาก (the obese) โดยการทำให้ร่างกาย (bodies) ของพวกเขาดูดซึมไขมัน (absorb fat) ได้เร็วน้อยลง (less quickly) (เพื่อจะได้รู้สึกอิ่มอาหารเป็นเวลานานขึ้น  และกินมื้อถัดไปช้าออกไป  ซึ่งช่วยลดความอ้วนได้)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 36)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Make a Fortune in Garbage Business

 

          “As long as people continue to eat, drink and consume, this business will prosper.  It’s a promising business,” said Somchart Panpat, project manager of the first private contractor to handle an experimental landfill.  His Group 79 is named after the route number of a shuttle bus service between Bangkok and Dan Chang district in Suphan Buri serving Group 79’s parent company, Prasertchai Service Co.

          The parent firm has a long-term contract to transport zinc ore from its mine in Mae Sod district of Tak to the electrolytic zinc smelter on the outskirts of Muang district.  Despite little experience in handling garbage, Group 79 decided to make an investment in excess of Bt60 million in specialists and transport equipment and personnel in anticipation of more business opportunities in the near future.  The firm has recently increased its fleet of trailers and ten-wheel trucks to more than 30 units.  Each of its 22 trailers is capable of carrying 20 tons of garbage.

          In addition, it paid between Bt50,000 – 200,000 a rai for a 260 rai in Kamphang San, Nakhon Pathom, which it bought for landfill.

          Each day, the firm now processes an average 1,100 – 1,200 tons of Bangkok’s garbage, more than double the minimum volume required in the contract.

          But Group 79 is not the only firm to show interest in this blossoming business.  In the first tender in which the firm participated, there were six competitors to contend with.

          With Bangkok’s population estimated to rise from about 10 million in 2010 to 13 million by the end of the decade (2020), the future is indeed promising for these garbage-collection companies.

 

1. Which of the following is NOT part of the business described in the text?

(ข้อใดต่อไปนี้มิใช่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจที่พรรณนาในเนื้อความ – บทความ)

    (a) Land purchase    (การซื้อที่ดิน)  (พารากราฟ ๓ กล่าวถึงการซื้อที่ดิน)

    (b) Road transportation    (การขนส่งทางถนน)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรก  กล่าวถึงบริการรถเมล์

          ซึ่งวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ – สุพรรณบุรี)

    (c) Handling garbage    (การจัดการขยะ)

    (d) Auto sales service    (บริการขายรถยนต์)  (บทความมิได้กล่าวถึงธุรกิจนี้)

2. In the first paragraph, “prosper” refers to ______________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “เจริญ, รุ่งเรือง, ประสบความสำเร็จ, ร่ำรวย, ทำให้เจริญ”  หมายถึง _________)

    (a) recover    (ฟื้นจากไข้, กลับคืนสู่สภาพปกติ, คืนสภาพเดิม, หายเป็นปกติ, เอากลับคืน, กู้, ค้นพบใหม่,

          ได้ค่าสินไหมชดเชย)

    (b) evaporate    (ระเหย, กลายเป็นไอ)

    (c) exaggerate    (อิก-แซ้จ-จะ-เร้ท)  (พูดเกินความจริง, คุยโม้, โอ้อวด)

    (d) hibernate    (ไฮ้-เบอะ-เนท)  (จำศีลในฤดูหนาว, เก็บตัวอยู่ในรังในฤดูหนาว, หลับในฤดูหนาว, หลบหนาว,

          อยู่อย่างสันโดษ)

    (e) pacify    (แพส-ซิ-ไฟ)  (ปลอบ, ปลอบโยน, ปลอบขวัญ, เอาใจ, ทำให้สงบ, ทำให้เงียบ)

    (f) flourish    (ฟล้อร์-ริช)  (เจริญ, รุ่งเรือง, เฟื่องฟู, มั่งคั่ง, งอกงาม, โอ้อวด, ประดับหรูหรา, แกว่ง,

          โบก, เดินอวด)

    (g) reminisce    (เรม-มิ-นิส)  (ระลึกถึงอดีต, ระลึกถึง, จำได้, หวนระลึกถึง)

3. The word “promising” in paragraph 1 means ___________________________________.

(คำว่า  “มีอนาคตดี, มีความหวัง”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง __________________________)

    (a) always the same    (เหมือนเดิมเสมอ)

    (b) involving many risks    (เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงจำนวนมาก)

    (c) dependent on agreements    (ขึ้นอยู่กับข้อตกลง – สัญญา)

    (d) likely to do well    (มีแนวโน้มว่าจะทำได้ดี)

    (e) promise someone to do something    (สัญญากับใครบางคนว่าจะทำอะไรบางอย่าง)

    (f) hardly profitable    (แทบจะไม่มีกำไร)

    (g) illegal    (ผิดกฎหมาย)

4. What is the main garbage business discussed in the text?

(อะไรคือธุรกิจขยะที่สำคัญ  ที่อภิปรายในบทความ)

    (a) Tendering    (การประมูล, การยื่นซองประกวดราคา)

    (b) Smelting    (การถลุงแร่)

    (c) Landfill    (การถมที่ดิน)

    (d) Power generating    (การผลิตกระแสไฟฟ้า)

5. The word “contract” in the second paragraph is closest in meaning to ________________.

(คำว่า  “สัญญา, ข้อตกลง, หนังสือสัญญา, นิติกรรมสัญญา, สัญญาสมรส, สัญญาหมั้น, คำย่อ, รูปแบบย่อ”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___________________)

    (a) contradiction    (การโต้แย้ง, การเถียง, การปฏิเสธ, ความขัดแย้ง, ความไม่ลงรอยกัน, การกระทำที่ขัดแย้ง)

    (b) tendency    (แนวโน้ม, ความโน้มเอียง)

    (c) remedy    (เร้ม-เม-ดี้)  (การรักษา, วิธีการรักษา, วิธีการแก้ไข, ยา, สิ่งที่ใช้ในการรักษาหรือแก้ไข)

    (d) remuneration    (ค่าตอบแทน, การตอบแทน, การจ่ายเงิน, การให้รางวัล, การชดเชย)

    (e) incentive    (สิ่งจูงใจ, สิ่งกระตุ้น, เครื่องกระตุ้น, เครื่องส่งเสริม)

    (f) collaboration    (ความร่วมมือ) 

    (g) agreement    (สัญญา, ข้อตกลง, การตกลง, การยินยอม, การเห็นด้วย, ความเห็นตรงกัน)

    (h) panic    (การตกใจกลัว, ความหวาดกลัว, ความอกสั่นขวัญหาย)  (เมื่อเป็นคำกริยา หมายถึง  “ตกใจกลัว,

          อกสั่นขวัญหาย”)

6. What will contribute to the success of this business in the future?

(อะไรจะมีส่วนช่วยให้เกิดความสำเร็จของธุรกิจ (กำจัดขยะ) นี้ในอนาคต)

    (a) Bangkok people will be more environmentally conscious.    (ประชาชนของกรุงเทพฯ จะมีความสำ

          นึกในด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น)

    (b) There will be more companies doing the same kind of business.    (จะมีบริษัทเพิ่มมากขึ้นที่ทำธุร

           กิจประเภทเดียวกัน)

    (c) The population of Bangkok will increase considerably.    (ประชากรของกรุงเทพฯ จะเพิ่ม

           ขึ้นอย่างมากมาย)  (ซึ่งจะทำให้กรุงเทพฯ มีขยะเยอะ  และทำให้ธุรกิจกำจัดขยะเติบโตอย่าง

           รวดเร็ว  โดยดูจากพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “ด้วยประชากรของกรุงเทพฯ ได้รับการประ

           มาณการ (ประเมิน) ว่าจะเพิ่มจากประมาณ ๑๐ ล้านคนในปี ๒๐๑๐ เป็น ๑๓ ล้านคนในตอน

           ปลายทศวรรษนี้ (ปี ๒๐๒๐),  อนาคตช่างมีความหวัง (มีอนาคตดี) จริงๆ (โดยแท้จริง) สำหรับ

           บริษัทเก็บขยะเหล่านี้)

    (d) The country’s economic growth will slow down.    (การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจะช้าลง)

7. The word “outskirts” in paragraph 2 may be replaced by __________________________.

(คำว่า  “ชานเมือง, เขตรอบนอก, ขอบ, ริม”  ในพารากราฟ ๒  อาจจะแทนโดย _____________)

    (a) center    (ใจกลาง, ศูนย์กลาง, กลาง, จุดศูนย์กลางของวงกลม, จุดสำคัญ, หัวใจ, เป้า)

    (b) outside    (ข้างนอก, ภายนอก, ด้านนอก, ผิวนอก, ส่วนนอก, นอกวงการ, โฉมหน้า, โฉมภายนอก)

    (c) mystery    (ความลึกลับ, ความลี้ลับ, สิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้, ความลับ)

    (d) organization    (องค์กร, การจัดองค์กร)

    (e) obligation    (ภาระหน้าที่, หน้าที่, พันธะ, ข้อผูกพัน, ความจำเป็น, หนี้, การบังคับ, บุญคุณ, ความรู้สึก

         เป็นหนี้บุญคุณ, สัญญา)

    (f) suburb    (ชานเมือง, รอบนอกเมือง, ส่วนที่อยู่รอบนอก)

    (g) variation    (การเปลี่ยนแปลง, การแปรปรวน, การผันแปร)

    (h) evolution    (วิวัฒนาการ)

8. What does “excess” in the second paragraph mean?

(“ส่วนเกิน, ความมากเกินไป, การกระทำหรือพฤติกรรมที่เกินขอบเขต, การกินหรือดื่มมากเกินไป”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึงอะไร)

    (a) diversity    (ความหลากหลาย, ความแตกต่าง)

    (b) adaptation    (การปรับให้เหมาะสม)

    (c) conflict    (ความขัดแย้ง)

    (d) reflection    (การครุ่นคิด, การพิจารณา, การไตร่ตรอง, การสะท้อนกลับ, การส่องกลับ)

    (e) surplus    (ส่วนเกิน, จำนวนที่เกิน, ส่วนล้น, จำนวนที่ล้น, เงินที่เหลือ)

    (f) portion    (ส่วน, ส่วนหนึ่ง, ส่วนแบ่ง, ตอน)

    (g) generosity    (ความเอื้อเฟื้อ, ความใจกว้าง)

    (h) delight    (ดิ-ไล้ท)  (ความรื่นรมย์, ความพอใจ, ความบันเทิงใจ)  (ถ้าเป็นคำกริยา  หมายถึง  “รื่นรมย์, พอใจ,

          บันเทิงใจ, ทำให้รื่นรมย์-พอใจ-บันเทิงใจ”)

9. What can be concluded about Group 79’s performance in running this business?

(เราสามารถสรุปอะไรได้  เกี่ยวกับการดำเนินงานของกลุ่ม ๗๙ ในการทำธุรกิจนี้ – กำจัดขยะ)

    (a) They lack equipment and transport.    (พวกเขาขาดแคลนอุปกรณ์และพาหนะขนส่ง)  (ไม่เป็นความจริง 

           เนื่องจากประโยค ๒ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า “บริษัทลงทุนมากกว่า ๖๐ ล้านบาท  ในด้านอุปกรณ์ขนส่ง

           และบุคลากร”)

    (b) Their staff have inadequate experience.    (บุคลากรของกลุ่มมีประสบการณ์ไม่เพียงพอ)  (ไม่เป็น

          ความจริง  เนื่องจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “ทั้งๆ ที่มีประสบการณ์นิดหน่อยในการกำ

          จัดขยะ......................”  ซึ่งมิได้หมายความว่ามีประสบการณ์ไม่เพียงพอ)

    (c) They handle the work efficiently.    (พวกเขาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ)  (ดูจากตอนท้ายของ

          พารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “เมื่อเร็วๆ มานี้  บริษัทได้เพิ่มกองคาราวานของรถพ่วงและรถบรรทุก

          ๑๐ ล้อของบริษัทมากกว่า ๓๐ หน่วย (คัน)”  และพารากราฟ ๔ ที่กล่าวว่า  “แต่ละวัน  บริษัทในปัจ

          จุบันดำเนินการ (กำจัด) ขยะของกรุงเทพฯ โดยเฉลี่ย จำนวน ๑,๑๐๐ – ๑,๒๐๐ ตัน,  ซึ่งมากกว่า

          ๒ เท่าของปริมาณต่ำสุดที่ถูกกำหนดไว้ในสัญญา (ว่าจ้างกำจัดขยะ))

    (d) They almost fulfil the contractual demand.    (พวกเขาเกือบจะทำตามความต้องการ – ข้อเรียกร้อง –

           ของสัญญาได้สำเร็จ – คือทำได้เกือบครบตามที่สัญญากำหนด)  (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากพารากราฟ

           ๔ กล่าวว่า  “แต่ละวัน  บริษัทกำจัดขยะได้เกินกว่า ๒ เท่าของปริมาณต่ำสุดที่ถูกกำหนดไว้ในสัญญาจ้าง” 

           ซึ่งหมายถึง  ทำงานได้เกินกว่าที่สัญญาระบุ)

10. The word “blossoming” in paragraph 5 refers to _______________________________.

(คำว่า  “เจริญเติบโต, พัฒนา, (ดอก) บาน, ทำให้ดอกบาน”  ในพารากราฟ ๕ หมายถึง __________)

      (a) gloomy    (เศร้าหมอง, ซึมเศร้า, หมดหวัง, ห่อเหี่ยวใจ, ซึ่งมองในแง่ร้าย, มืดครึ้ม)

      (b) risky    (มีอันตราย, มีภัย, เสี่ยง, เสี่ยงภัย, เป็นการลอง)

      (c) impermanent    (ชั่วคราว, ไม่ถาวร)

      (d) delightful    (ที่น่าปลื้มปิติ, ที่ยินดีมาก, ที่สุขใจมาก)

      (e) (blooming)    (เจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง, กำลังบาน, ดอกไม้เบ่งบาน, ในวัยหนุ่มสาว, ในวัยแตก

            เนื้อสาว, สดสวย, สุดขีด)

      (f) commodious    (กว้างขวาง, กว้าง, มีบริเวณเนื้อที่มาก, มากพอเพียง)

      (g) elegant    (สง่างาม, งดงาม, สวยงาม, เก๋, สละสลวย, เรียบร้อย, ดีเลิศ)

      (h) ambiguous    (แอม-บิ๊ก-กิว-อัส)  (คลุมเครือ, กำกวม, มีหลายความหมาย, ยากที่จะเข้าใจ)

11. Which is the best title for this article?

(ข้อใดเป็นชื่อเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับบทความนี้)

      (a) Keep Bangkok Clean    (ทำให้กรุงเทพฯ สะอาด)

      (b) Profit in Garbage    (กำไรจากขยะ)  (พารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  ในปี ๒๐๒๐ ประชากรของ

            กรุงเทพฯ จะมีประมาณ ๑๓ ล้านคน  ทำให้ธุรกิจกำจัดขยะมีอนาคตสดใส)

      (c) The Future City    (เมืองในอนาคต)

      (d) Public Garbage Services    (บริการ (กำจัด) ขยะสาธารณะ)

12. The word “tender” in the fifth paragraph could be best replaced by ____________________.

(คำว่า  “การประมูล, ใบประมูล, การเสนอ, การมอบ, เสนอ, มอบ, ยื่น, จัดให้, จ่าย”  ในพารากราฟ ๕  สามารถแทนดีที่สุดโดย __________________)

      (a) investment    (การลงทุน)

      (b) intention    (ความตั้งใจ, เจตนา)

      (c) endurance    (ความอดทน, ความอดกลั้น, ความทนทาน)

      (d) encouragement    (การให้กำลังใจ, การส่งเสริม, การกระตุ้น)

      (e) invasion     (อิน-เว้-ชั่น)   {การรุกราน, การบุกรุก, การถลันเข้าไป, การแพร่ (ของกาซ, โรค)}

      (f) auction    (การประมูล, การเลหลัง, การขายทอดตลาด)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง 

            “ขายทอดตลาด”)

      (g) phobia    (โฟ้-เบีย)  (ความกลัว, โรคกลัว)

      (h) talisman    (แท้-ลิส-มั่น)  (เครื่องราง, ของขลัง, สิ่งที่นำโชค)

13. “Contend” in paragraph 5 is closest in meaning to ______________________________.

(คำว่า  “เข้าแข่งขัน, ต่อสู้, ยืนยัน, โต้เถียง”  ในพารากราฟ ๕  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___

_____________)

      (a) interfere    (แทรกแซง, ยุ่ง, สอดแทรก, ก้าวก่าย, ขัดขา, รบกวน, แย้งกัน)

      (b) compare    (เปรียบเทียบ)

      (c) familiarize    (ทำให้คุ้นเคย, ทำให้เคยชิน, ทำให้รอบรู้, ทำให้รู้จัก)

      (d) involve    (เกี่ยวข้อง, เกี่ยวพัน, ยุ่งเกี่ยว, พัวพัน, รวมทั้ง, รวมถึง, ทำให้ยุ่งยาก, ทำให้ลำบาก,

            ทำให้เดือดร้อน)

      (e) establish    (สร้าง, สถาปนา, ก่อตั้ง)

      (f) defend    (ปกป้อง, ป้องกัน, ต้าน, เป็นทนายให้, แก้ต่าง)

      (g) contest    (แข่งขัน, ต่อสู้, ดิ้นรน, โต้แย้ง, โต้เถียง)

      (h) maintain    (ดำรง, รักษาไว้, ธำรงไว้, ผดุงไว้, ดำเนินต่อไป, บำรุง, ค้ำ, เกื้อกูล, อนุรักษ์, ยืนยัน)

14. Which of the following is NOT true according to the passage?

(ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องไม่เป็นความจริง – ตามที่บทความกล่าว)

      (a) Bangkok’s population grow about 30% in this decade.    (ประชากรของกรุงเทพฯ เติบโตประมาณ

            ๓๐ เปอร์เซ็นต์ในทศวรรษนี้)  (ข้อนี้ถูกต้อง  เนื่องจากพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “ด้วยประชากรของ

            กรุงเทพฯ ได้รับการประมาณการว่าจะเพิ่ม จากประมาณ ๑๐ ล้านคนในปี ๒๐๑๐ เป็น ๑๓ ล้านคนในตอน

            ปลายทศ วรรษนี้ (ปี ๒๐๒๐)  ซึ่งหมายถึงเพิ่มประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ในทศวรรษนี้”)

      (b) Garbage business in Bangkok has bright future.    (ธุรกิจขยะในกรุงเทพฯ มีอนาคตสดใส)  (ข้อนี้

            เป็นความจริง  เนื่องจากพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  ในปี ๒๐๒๐ ประชากรของกรุงเทพฯ จะมีประมาณ

            ๑๓ ล้านคน  ทำให้ธุรกิจกำจัดขยะมีอนาคตสดใส)

      (c) Currently, the minimum volume required in the garbage disposal contract may be 500 tons

            each day.    (ในปัจจุบัน  ปริมาณต่ำสุดที่กำหนดไว้ในสัญญากำจัดขยะ  อาจจะเป็น ๕๐๐ ตัน ในแต่ละ

            วัน)  (ข้อนี้ถูกต้อง  เนื่องจากพารากราฟ ๔ กล่าวว่า  “แต่ละวัน  บริษัทในปัจจุบันกำจัดขยะของกรุงเทพฯ

            โดยเฉลี่ย ๑,๑๐๐ – ๑,๒๐๐ ตัน  ซึ่งเกินกว่า ๒ เท่าของปริมาณ (ขยะ) ต่ำสุดที่กำหนดไว้ในสัญญา” 

            ซึ่งเป็นไปได้ว่าปริมาณต่ำสุดที่กำหนดไว้ในสัญญา  อาจเป็น ๕๐๐ – ๕๕๐ ตันต่อวัน)

      (d) Group 79 has no business competitors at all.    (กลุ่ม ๗๙ ไม่มีคู่แข่งทางธุรกิจเลย

            (ข้อนี้ไม่ถูกต้อง  เนื่องจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๕ กล่าวว่า  “ในการประมูลครั้ง

            แรกซึ่งบริษัทเข้าร่วมด้วย  มีผู้แข่งขันจำนวน ๖ รายที่แข่งขัน-ต่อสู้กัน”)

15. The word “estimated” in the final paragraph refers to ____________________________.

(คำว่า  “ประมาณการ, ประเมิน, ประเมินค่า, กะ, ตีราคา, คำนวณ, คิด, วินิจฉัย”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง __________________)

      (a) exploited    (ใช้อย่างเอารัดเอาเปรียบ, ใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว, ใช้ประโยชน์)

      (b) strengthened    (ทำให้แข็งแรง, ทำให้เข้มแข็ง, ทำให้แน่นแฟ้น)

      (c) categorized    (แยกประเภท, จัดเป็นหมวดหมู่หรือลำดับชั้น)

      (d) discriminated    (เลือกที่รักมักที่ชัง, แยกแยะ, แบ่งแยก, วินิจฉัย)

      (e) calculated approximately    (คำนวณโดยประมาณ)

      (f) elucidated    (ทำให้ชัดเจน, ทำให้กระจ่าง, อธิบายอย่างละเอียด, ชี้แจง)

      (g) incited    (กระตุ้น, ยุยง, ปลุกปั่น)

      (h) dismissed    (ยกฟ้อง, ไม่รับฟ้อง, ไม่พิจารณา, ไล่ออก, เลิก, บอกให้เลิกแถว)

16. An implied lesson in business in this text is that _________________________________.

(บทเรียนที่บอกเป็นนัยในธุรกิจในเนื้อความ (บทความ) นี้  คือว่า _______________________)

      (a) the parent company must be obeyed    (บริษัทแม่จะต้องได้รับการเชื่อฟัง – ตอบสนอง – โดย

            บริษัทลูก)

      (b) we should not start new projects    (เราไม่ควรเริ่มโครงการใหม่ๆ)

      (c) you must invest money to earn money    (คุณจะต้องลงทุนเงินเพื่อให้ได้เงินมา)  (เหมาะ

            สมที่สุด  โดยเป็นการลงทุนในธุรกิจกำจัดขยะในกรุงเทพฯ เพื่อแสวงหากำไร)

      (d) profit is only a matter of luck    (กำไรเป็นเพียงเรื่องของโชคเท่านั้น)   

 

(คำแปล)

สร้างโชคลาภในธุรกิจขยะ

 

            “ตราบใดที่ (As long as) ผู้คนยังคงกิน, ดื่ม และบริโภค (consume)  ธุรกิจนี้จะเจริญ (รุ่งเรือง, ประสบความสำเร็จ, ร่ำรวย, ทำให้เจริญ) (prosper),  มันเป็นธุรกิจซึ่งมีอนาคตดี (มีความหวัง) (promising)  สมชาติ แป้นพัฒน์ ผู้จัดการโครงการผู้รับเหมาเอกชน (private contractor) รายแรกที่จะจัดการกับ (กระทำ, ควบคุม, สัมผัส, แตะ, จับ, ใช้, ค้าขาย) (handle) การถมที่ดิน (ด้วยขยะ) ในแบบทดลอง (experimental landfill) กล่าว,  ทั้งนี้  กลุ่ม ๗๙ ของเขาได้รับการตั้งชื่อตาม (named after) หมายเลขเส้นทาง (route number) ของบริการรถประจำทางซึ่งวิ่งไปมา (shuttle bus service) ระ หว่างกรุงเทพฯ และอำเภอด่านช้างในจังหวัดสุพรรณบุรี  โดยทำหน้าที่รับใช้บริษัทแม่ (serving parent company) ของกลุ่ม ๗๙  คือ  บริษัทประเสริฐชัยบริการ

            บริษัทแม่ (parent firm) มีสัญญาระยะยาว (long-term contract) ที่จะขนส่ง (transport) สินแร่สังกะสี (zinc ore) จากเหมือง (mine) ของมันในอำเภอ  (district) แม่สอด  จังหวัดตาก  ไปยังโรงถลุงแร่ (โรงหลอม, เตาหลอม, เครื่องหลอม, เครื่องถลุงแร่, ผู้หลอม, ผู้ถลุงแร่) (smelter) สังกะสี (zinc) ซึ่งผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในอิเล็กทรอไลด์ (electrolytic) ที่อยู่ในชานเมือง (เขตรอบนอก, ขอบ, ริม) (outskirts) ของอำเภอเมือง (ตาก),  ทั้งๆ ที่มีประสบการณ์เล็กน้อยในการจัดการขยะ (handling garbage)  กลุ่ม ๗๙ ตัดสินใจที่จะลงทุนมากกว่า (เกินกว่า) (in excess of) ๖๐ ล้านบาทในด้านผู้เชี่ยวชาญ (specialists) และอุปกรณ์ขนส่ง (transport equipment) และบุคลากร (personnel)  โดยการคาดหวัง (in anticipation of) โอกาสทางธุรกิจ (business opportunities) เพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้,  โดยเมื่อเร็วๆ มานี้ (recently)  บริษัทได้เพิ่มกองคาราวาน (กองเรือรบ, กองเรือ, กองบิน, ขบวนรถยนต์) (fleet) ของรถพ่วง (trailers) และรถบรรทุก ๑๐ ล้อ (ten-wheel trucks) ของบริษัทมากกว่า ๓๐ หน่วย (คัน)  ทั้งนี้  รถพ่วงแต่ละคันในจำนวน ๒๒ คันของบริษัท  สามารถ (capable) บรรทุก (carrying) ขยะ ๒๐ ตัน

              นอกจากนั้น (In addition) บริษัทได้จ่ายเงินระหว่าง ๕๐,๐๐๐ – ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อไร่สำหรับที่ดิน ๒๖๐ ไร่  ในอำเภอกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม  ซึ่งบริษัทซื้อเพื่อเป็นที่ทิ้งขยะ (การถมที่ด้วยขยะ) (landfill)

              แต่ละวัน  บริษัท (firm) ในปัจจุบันดำเนินการ (processes) (กำจัด) ขยะของกรุงเทพฯ โดยเฉลี่ย จำนวน ๑,๑๐๐ – ๑,๒๐๐ ตัน,  ซึ่งมากกว่า ๒ เท่า (double) ของปริมาณต่ำสุด (minimum volume) ที่ถูกกำหนดไว้ (ต้องการ, เรียกร้อง, ขอร้อง, ประสงค์, ปรารถนา) (required) ในสัญญา (contract) (ว่าจ้างกำจัดขยะ)

          แต่กลุ่ม ๗๙ มิได้เป็นเพียงบริษัทเดียวที่แสดงความสนใจ (ความเอาใจใส่, เรื่องที่น่าสนใจ, ผลประโยชน์, ดอกเบี้ย) (interest) ในธุรกิจซึ่งเจริญเติบโต (พัฒนา, (ดอก) บาน, ทำให้ดอกบาน) (blossoming) นี้,  โดยในการประมูล (ใบประมูล, การเสนอ, การมอบ) (tender) ครั้งแรก  ซึ่งบริษัทเข้าร่วมด้วย (participated)  มีผู้เข้าแข่งขัน (ผู้แข่ง, คู่ต่อสู้) (competitors) จำนวน ๖ รายที่เข้าแข่งขัน (ต่อสู้, ยืนยัน, โต้เถียง) (contend) ด้วย

             ด้วยประชากรของกรุงเทพฯ ได้รับการประมาณการ (ประเมิน, ประเมินค่า, กะ, ตีราคา, คำนวณ, คิด, วินิจฉัย) (estimated) ว่าจะเพิ่ม (rise) จากประมาณ ๑๐ ล้านคนในปี ๒๐๑๐  เป็น ๑๓ ล้านคนในตอนปลายทศวรรษ (decade) นี้ (ปี ๒๐๒๐),  อนาคตช่างมีความหวัง (มีอนาคตดี) (promising) จริงๆ (โดยแท้จริง) (indeed) สำหรับบริษัทเก็บขยะ (garbage-collection companies) เหล่านี้

     

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 35)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Droughts

 

          Drought is a condition that results when the average rainfall for a fertile area drops far below the normal amount for a long period of time.  In areas that are not irrigated, the lack of rain causes farm crops to wither and die.  Higher than normal temperatures usually accompany periods of drought.  They add to the crop damage.  Forest fires start easily during droughts.  Much valuable timberland has been burned during these dry periods.  The soil of a drought area becomes dry and crumbles.  Often the rich topsoil is blown away by the hot, dry winds.  Streams, ponds, and wells often dry up during a drought, and animals suffer and may even die because of the lack of water. 

          Weather forecasters cannot predict with certainty just when a drought will occur.  But they know that these drier-than-normal periods tend to alternate with wetter-than-normal periods in an irregular cycle.  Droughts of the past can be read in the rings made by trees as they add new wood each year.  In wet periods, the ring’s layer is thick, while in dry periods, the ring is thin.

          The Southwestern States of the United States suffered one of the worst droughts in their history from 1931 to 1938.  The drought affected the entire country.  Few food crops could be grown.  Food became scarce, and prices went up throughout the nation.  Hundreds of families in the Dust Bowl region had to be moved to farms in other areas with the help of the federal government.  In 1914, drought brought damage to almost all Latin America.  The drought moved to Australia and then to Europe, where it continued throughout the summer of 1945.  From 1950 to 1954 in the United States, the South and Southwest suffered a severe drought.  Hundreds of cattle ranchers had to ship their cattle to other regions because pasture lands had no grass.  The federal government again conducted an emergency drought-relief program.  It offered farmers emergency credit and seed grains at low prices.

 

1. Drought generally takes place when ________________________________________.

(ความแห้งแล้งโดยทั่วไปแล้วเกิดขึ้นเมื่อ _______________________________________)

    (a) there is little rain    (มีฝนเล็กน้อย)

    (b) rain doesn’t come at its normal time    (ฝนไม่มาตามเวลาปกติของมัน)

    (c) there is periodic rainfall in an area    (มีปริมาณฝนตกเป็นระยะๆ ในพื้นที่หนึ่ง)

    (d) the average rainfall for a fertile area drops far below the normal amount for a long

          period of time    (ปริมาณฝนตกโดยเฉลี่ยสำหรับพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์  ลดต่ำกว่าปริมาณ

          ปกติอย่างมาก  เป็นระยะเวลายาวนาน)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟแรก)

2. What happens in unirrigated areas when there is a lack of rain?

(อะไรเกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งไม่มีการชลประทาน  เมื่อมีการขาดแคลนฝน)

    (a) There is no water for people to consume.    (ไม่มีน้ำสำหรับผู้คนที่จะบริโภค)

    (b) People have to buy water for consumption.    (ผู้คนจำเป็นต้องซื้อน้ำเพื่อการบริโภค)

    (c) It causes farm crops to wither and die.    (มันเป็นสาเหตุให้พืชในไร่นาเหี่ยวเฉาและตายไป

          (ดูคำตอบในประโยคที่ ๒ ของพารากราฟแรก)

    (d) People cannot grow rice or food crops.    (ผู้คนไม่สามารถปลูกข้าวและพืชที่เป็นอาหาร)

3. In the first paragraph, “fertile” refers to ________________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “อุดมสมบูรณ์, ซึ่งมีดินดี, ให้ผลให้ลูกได้, ซึ่งให้กำเนิด”  หมายถึง __________)

    (a) remote    (ห่างไกล, ไกล, ไกลโพ้น, ลึกลับ, นานมาแล้ว, โดดเดี่ยว, ห่างๆ, ห่างเหิน, เมินเฉย)

    (b) rural    (ชนบท, เกี่ยวกับชนบทหรือบ้านนอก, เกี่ยวกับไร่นา, เกี่ยวกับการเกษตร)

    (c) subversive    (ซับ-เว้อร์-ซิฟว)   (เป็นการโค่นล้มหรือล้มล้าง, ซึ่งบ่อนทำลาย, มีแนวโน้มที่จะโค่นล้ม

          หรือบ่อนทำลาย)  

    (d) tentative    (เท้น-ทะ-ทิฟว)  (๑.  ยังไม่แน่นอน, ลองดูไปก่อน, เป็นแค่การทดลอง ยังไม่ใช้จริง, ชั่วคราว, 

          ๒.  ลังเล, ไม่แน่ใจ, สงสัย, วิตก, เหนียมอาย, ขวยเขิน, ไม่มั่นคง)  

    (e) utilizable    (ซึ่งสามารถใช้การได้, ใช้การได้)

    (f) productive    (อุดมสมบูรณ์, ให้ผลดีหรือมาก, ทำให้เกิดผล, มีอำนาจผลิต)

    (g) unprofitable     (ที่ไม่มีกำไร) 

4. The word “irrigated” in paragraph 1 means _____________________________________.

(คำว่า  “มีการชลประทาน, มีการทดน้ำ, มีการจัดสรรน้ำ, ถูกทำให้ชื้น, ถูกปล่อยให้น้ำหรือของเหลวไหลผ่าน”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง ___________________)

    (a) immeasurable    (ที่ไม่สามารถวัดได้, นับไม่ถ้วน, เหลือคณานับ, ไม่มีขอบเขต) 

    (b) irreparable    (ที่ไม่อาจซ่อมแซมหรือเยียวยาได้, ที่แก้ไขไม่ได้, ที่ทำให้ดีขึ้นไม่ได้) 

    (c) unwholesome    (อัน-โฮ้ล-เซิ่ม)  (เป็นอันตรายต่อกายหรือใจ, มีสุขภาพไม่ดี, เสื่อมเสียศีลธรรม)   

    (d) devastated    (ถูกทำลาย, ถูกล้างผลาญ)

    (e) located with precision    (ถูกหาตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ) 

    (f) fruitful    (๑. อุดมสมบูรณ์,  มีผลมาก, ผลดก, ซึ่งให้ลูกมาก,  ๒. ที่ให้ผลดี, มีกำไร) 

    (g) supplied with water through ditches or pipes    (ได้รับการจัดหาน้ำผ่านทางคูคลองหรือท่อ)

5. What usually follows periods of drought?

(อะไรมักจะติดตามช่วงเวลาของความแห้งแล้งมา)

    (a) A crop failure.    (การปลูกพืชไม่ได้ผล)

    (b) People, animals and plants die.    (ผู้คน, สัตว์ และพืชล้มตาย)

    (c) People have to move to other regions.    (ผู้คนจำเป็นต้องอพยพไปสู่ภูมิภาคอื่น)

    (d) A high temperature.    (อุณหภูมิสูง)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า 

         “อุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ  โดยปกติแล้วจะตามหลังช่วงเวลาของความแห้งแล้งมา)

6. The word “wither” in paragraph 1 is closest in meaning to _________________________.

(คำว่า  “เหี่ยวเฉา, เหี่ยวแห้ง, หดเหี่ยว, ร่วงโรย, (สี) จางลง, เน่าเปื่อย, อับเฉา, ทำให้ร่วงโรย-อับเฉา, ทำให้หมดกำลัง”  ในพารากราฟ ๑ ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___________________)

    (a) melt    (หลอมละลาย)

    (b) halt     (หยุด, ชะงัก, ทำให้หยุด) 

    (c) elude    (หลบหลีก, หลบหนี, หลีก, เลี่ยง) 

    (d) dwindle    (ลดลง)

    (e) wilt    (ร่วงโรย, เหี่ยวแห้ง, อับเฉา, อ่อนกำลัง, ทำให้ร่วงโรย-เหี่ยวแห้ง-อับเฉา-หมดกำลัง)

    (f) emerge   (โผล่ออกมา, ปรากฏออกมา)

    (g) shift    (เปลี่ยนแปลง)

    (h) diminish    (ลดลง)

7. The word “accompany” in paragraph 1 can be best replaced by _____________________.

(คำว่า  “ตามมา, มากับ, ติดตาม, ไปกับ, เป็นเพื่อน, ประกอบ, คลอเสียง, เล่นดนตรีคลอเสียง”  ในพารากราฟ ๑ สามารถแทนดีที่สุดโดย __________________)

    (a) circulate    (เซ้อ-คิว-เลท)  (หมุนเวียน)

    (b) contract    (หดตัว)

    (c) scorch    (ทำให้ไหม้เกรียม)   

    (d) remind    (เตือนความจำ, เตือนให้ระลึกถึง, ทำให้จำได้)

    (e) defy    (ท้าทาย, ท้า, ละเมิด, ฝ่าฝืน, ยากเกินไปสำหรับ)

    (f) relieve    (ทำให้บรรเทา, ทำให้ลดลง)

    (g) follow    (ติดตาม, ตามหลัง, ยอมตาม, ทำตาม, เดินตาม, มองตาม, ลอกตาม, เอาอย่าง, เชื่อฟัง,

           ต่อมา, เข้าใจ)

8. What occurs easily during droughts?

(อะไรเกิดขึ้นอย่างง่ายดายในระหว่างความแห้งแล้ง)

    (a) An epidemic.    (การระบาดของโรคเป็นครั้งคราว, การแพร่หลาย)

    (b) Water shortage.    (การขาดแคลนน้ำ)

    (c) A forest fire.    (ไฟป่า)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๕ ของพารากราฟแรก)

    (d) Water theft.    (การลักขโมยน้ำ)

9. “Crumbles” in the first paragraph refers to _____________________________________.

(แตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย, สลายตัวหรือเน่าเปื่อยเป็นเศษเล็กเศษน้อย, ทำให้เป็นเศษเล็กเศษน้อย”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง ___________________)

    (a) giggles    (หัวเราะคิกคัก)

    (b) consolidates    (ทำให้เป็นปึกแผ่น, ทำให้แข็งแรง-มั่นคง, รวบรวมกำลัง, รวบรวมเข้าด้วยกัน)

    (c) flourishes     (ฟล้อร์-ริช)  (เจริญ, รุ่งเรือง, เฟื่องฟู, มั่งคั่ง, งอกงาม)

    (d) complies    (ปฏิบัติตาม)

    (e) wails    (เวล)  (ร้องไห้, คร่ำครวญ, ทำเสียงโหยหวน)

    (f) breaks up    (แตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย, เลิกคบ, ตัดความสัมพันธ์, แยกตัวออกมาจากกลุ่ม)

    (g) razes    (เรซ)  (กำจัด, ทำลายล้าง, ทำลายราบ, รื้อถอน, ลบล้าง)  

10. What frequently happens when there is a lack of water?

(อะไรเกิดขึ้นบ่อยๆ เมื่อมีการขาดแคลนน้ำ)

      (a) The government supplies its people with water.    (รัฐบาลจัดหาน้ำให้กับประชาชน)

      (b) Streams, ponds, and wells often dry up, and animals suffer and may even die.   

             (ลำธาร, สระน้ำ และบ่อน้ำมักจะแห้งขอดบ่อยๆ  และสัตว์ก็ได้รับความเดือดร้อน  และ

             อาจจะแม้กระทั่งตายไป)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า 

             “ลำธาร, สระน้ำ, และบ่อน้ำมักจะแห้งขอดบ่อยๆ ในระหว่างฤดูแล้ง  และสัตว์ก็ได้รับ

             ความเดือดร้อนและอาจจะแม้กระทั่งตายไป  เนื่องมาจากขาดน้ำ”)

      (c) People move to more fertile area.    (ผู้คนอพยพไปยังบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์มากกว่ากัน)

      (d) People stop growing crops and go to work in a factory.    (ผู้คนเลิกปลูกพืช  และไปทำงานใน

            โรงงาน)

11. Which of the following is NOT true according to the passage?

(ข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นความจริงไม่ถูกต้อง – ตามที่บทความกล่าว)

      (a) Weather forecasters know that dry periods usually take turns with wet periods in an irregular

            cycle.    (นักพยากรณ์อากาศรู้ว่าช่วงเวลาที่แห้งแล้ง  โดยปกติแล้วจะเกิดสลับกันไปกับช่วงเวลาที่เปียก

            ชื้น  ในวัฏจักร (วงจร) ที่ไม่ปกติ)  (ข้อนี้ถูกต้องเนื่องจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “แต่

            พวกเขา (นักพยากรณ์อากาศ) ทราบว่าช่วงเวลาที่แห้งแล้งมากกว่าปกติเหล่านี้  มีแนวโน้มที่จะ (เกิด)

            สลับกันไป กับช่วงเวลาที่เปียกชื้นมากกว่าปกติ  ในวัฏจักร (วงจร) ที่ไม่ปกติ”)

      (b) Droughts of the past are displayed by a tree’s ring.    (ความแห้งแล้งในอดีตถูกแสดงโดยวงปีของ

            ต้นไม้)  (ข้อนี้เป็นความจริง  เนื่องจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “ความแห้งแล้งในอดีต

            สามารถอ่านได้ในวงปีที่สร้างโดยต้นไม้  เพราะว่ามัน (วงปี) เพิ่มไม้ใหม่ให้ในแต่ละปี”)

      (c) The ring’s layer is thicker in wet periods than in dry periods.    (ชั้นของวงปีในช่วงเวลาที่เปียกชื้น 

            หนากว่าในช่วงเวลาที่แห้งแล้ง)  (ข้อนี้เป็นความจริง  เนื่องจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า 

            “ในช่วงเวลาเปียกชื้น  ชั้นของวงปีจะหนา  ในขณะที่ในช่วงเวลาแห้งแล้ง  วงปีจะบาง”)

      (d) Weather forecasters can predict precisely when a drought will happen.    (นักพยา

             กรณ์อากาศสามารถทำนายได้อย่างแม่นยำว่า  ความแห้งแล้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด)  (ประโยค

             แรกของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “นักพยากรณ์อากาศไม่สามารถทำนายด้วยความแน่นอน  

             ว่าความแห้งแล้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด”  ข้อนี้จึงไม่เป็นความจริง)

12. The word “alternate” in paragraph 2 may be replaced by ________________________.

(คำว่า  “สลับกันไป, ผลัดกัน, หมุนเวียนกัน”  ในพารากราฟ ๒ อาจแทนโดย _____________)

      (a) compare    (เปรียบเทียบ) 

      (b) begin    (เริ่มต้น)

      (c) contrast    (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก) 

      (d) appear    (ปรากฏ, เกิดขึ้น, ดูเหมือน, แสดงตัว, ประจักษ์)

      (e) take turns    (สลับกันไป, หมุนเวียนกัน)

      (f) tolerate    (อดทน, ทนทาน, อดกลั้น, ทนต่อ, ต้านฤทธิ์ยา)

      (g) palliate    (แพ้ล-ลิ-เอท)  (ทำให้บรรเทา, ทำให้ลดน้อยลง, ลด, ผ่อนคลาย) 

13. What does “suffered” in paragraph 3 mean?

(ได้รับความเดือดร้อน, ประสบ, ประสบความทุกข์, ได้รับ, ได้ผ่าน, ทน, อดทน”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) perpetuated    (เพอร์-เพ้ช-ชู-เอท)  (ทำให้คงอยู่ตลอดไป, ทำให้ถาวร, ทำให้ไม่สูญไป, ทำให้เป็นอมตะ)  

      (b) enunciated    (อิ-นั้น-ซิ-เอท)   (อ่านออกเสียง, ออกเสียง, กล่าวอย่างชัดแจ้ง, ประกาศ, แถลง) 

      (c) incapacitated    (อิน-คะ-แพ้ส-ซิ-เทท)  (ทำให้ไร้ความสามารถ, ทำให้ขาดคุณสมบัติ) 

      (d) pondered    (พ้อน-เดอะ)  (ครุ่นคิด, คำนึง, ไตร่ตรอง, พิจารณา) 

      (e) detested    (เกลียดชัง, ไม่ชอบมาก)

      (f) experienced    (ประสบ, พบ, รู้สึก)

      (g) disseminated    (ดิส-เซ้-มะ-เนท)  (กระจาย (ข่าว, ความรู้, ความคิด ฯลฯ), เผยแพร่)

14. How are droughts of the past known?

(ความแห้งแล้งในอดีตรู้กันได้อย่างไร)

      (a) They were recorded by weather forecasters.    (มันถูกบันทึกไว้โดยนักพยากรณ์อากาศ)

      (b) They can be observed from the growth of the trees.    (มันสามารถสังเกตได้จากการเจริญเติบโต

            ของต้นไม้)

      (c) They can be read in the rings made by trees as they add new wood each year.  In

             wet periods, the ring’s layer is thick, while in dry periods, the ring is thin.  (มันสา

             มารถอ่านได้ในวงปีที่สร้างโดยต้นไม้  เพราะว่ามัน (วงปี) เพิ่มไม้ใหม่ให้ในแต่ละปี  โดยใน

             ช่วงเวลาเปียกชื้น  ชั้นของวงปีจะหนา  ในขณะที่ในช่วงเวลาแห้งแล้ง  วงปีจะบาง)  (ดูคำ

             ตอบจาก ๒ ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒)

      (d) They are never known since there were no modern equipment in the past.    (มันไม่อาจจะ

             รู้ได้  เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ทันสมัยในอดีต)

15. What does the word “scarce” in paragraph 3 refer to?

(คำว่า  “หายาก, ขาดแคลน, ไม่เพียงพอ, ไม่ค่อยพบ”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) exorbitant    (ราคาแพงลิ่ว, แพงเกินไป, มากเกินไป, สูงเกินไป)

      (b) rotten    (เน่า, เปื่อย, เน่าเปื่อย, ผุพัง, เสื่อม, เสื่อมโทรม, เสื่อมทราม, เลว, น่ารังเกียจ, ใช้การไม่ได้,

            เปราะ, แตกง่าย)

      (c) disagreeable    (ไม่ถูกใจ, น่าเบื่อ, น่ารำคาญ, ไม่ดี, มีอารมณ์ร้าย, มีอารมณ์ ไม่ดี)

      (d) unreasonable    (ไร้เหตุผล, ขาดสติ, เขลา, ไม่เหมาะสม, ราคาแพงเกินไป, เลยเถิด, ไม่ฟังเหตุผล)

      (e) indispensable    (สำคัญยิ่ง, จะขาดเสียมิได้)

      (f) superfluous    (ซู-เพ่อร์-ฟลู-อัส)  (ไม่จำเป็น, มากเกินไป, มากเกินความต้องการ, ฟุ่มเฟือย)

      (g) insufficient    (ไม่เพียงพอ)

      (h) delicious    (อร่อย)

16. Which continent is NOT mentioned as a region where droughts took place from the early to mid 20th century?

(ทวีปใดมิได้ถูกกล่าวถึง  ว่าเป็นบริเวณที่ซึ่งความแห้งแล้งเกิดขึ้น  จากต้นถึงกลางศตวรรษที่ ๒๐)  (คือ  ปี ๑๙๐๐ – ประมาณ ๑๙๕๐)

      (a) North America    (พารากราฟ ๓ กล่าวว่า  ระหว่างปี ๑๙๓๑ – ๑๙๓๘  รัฐต่างๆ ทางภาคตะวันตกเฉียง

            ใต้ของสหรัฐ  พบกับความแห้งแล้งที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ,  และในตอนกลางศตวรรษ 

            ภาคใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ก็ประสบภัยแล้งจัดอีกครั้ง)

      (b) South America    (พารากราฟ ๓ กล่าวว่า  ในปี ๑๙๔๔  ความแห้งแล้งได้ทำความเสียหายอย่างหนัก

            ให้กับประเทศในลาตินอเมริกา – ทวีปอเมริกาใต้ – เกือบทั้งหมด)

      (c) Asia    (เอเชีย)  (บทความมิได้กล่าวถึงทวีปนี้)

      (d) Europe    (ความแห้งแล้งในข้อ  “B”  ได้เคลื่อนย้ายไปสู่ยุโรป  และดำเนินต่อไปตลอดฤดูร้อนของปี

            ๑๙๔๕)

      (e) Australia    (ความแห้งแล้งในข้อ  “B”  ได้เคลื่อนย้ายไปสู่ออสเตรเลีย  และดำเนินต่อไปตลอดฤดู

            ร้อนของปี ๑๙๔๕)

17. The word “severe” in the final paragraph means _______________________________.

(คำว่า  “รุนแรง, ร้ายแรง, เข้มงวด, กวดขัน, เคร่ง, เคร่งครัด, เคร่งขรึม, เอาจริงเอาจัง, สาหัส, ดุเดือด”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง ___________________)

      (a) hostile    (ฮอส-ไทล) (มุ่งร้าย, ไม่เป็นมิตร, มีเจตนาร้าย, เป็นศัตรู, เป็นปรปักษ์)

      (b) provocative    (พระ-ว้อค-คะ-ทิฟว)  (ที่ก้าวร้าว, ที่ยั่วยุให้โมโห, ที่เย้ายวนอารมณ์)

      (c) vague    (เว้ก)  (คลุมเครือ, เคลือบคลุม, ไม่ชัดแจ้ง, เลือน, เลอะเลือน)

      (d) complicated    (ซับซ้อน, ยุ่งยาก, ยากที่จะเข้าใจหรืออธิบาย)

      (e) grave    (ร้ายแรง, รุนแรง, สำคัญ, เอาจริงเอาจัง, ขึงขัง, วิกฤติ, มืดมัว, เศร้าซึม, ครึ้ม,

            (เสียง) หนัก)

      (f) vigilant    (วิ้จ-จิ-เลิ่นท)  (ระมัดระวัง, รอบคอบ, ตื่นตัว, เฝ้าระวังคอยสังเกต, ไหวตัว) 

      (g) shoddy    (ช้อด-ดี้)  (คุณภาพต่ำ, ทำอย่างลวกๆ, กำมะลอ)

      (h) consistent    (คงเส้นคงวา, สม่ำเสมอ, เข้ากันกับ, ตรงกันกับ)

 

(คำแปล)                                        

ความแห้งแล้ง

 

          ความแห้งแล้งเป็นสภาวะ (ภาวะ, เงื่อนไข) (condition) ซึ่งให้ผล (results)  เมื่อปริมาณฝนตกโดยเฉลี่ย (average rainfall) สำหรับพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ (fertile area) ลดต่ำกว่าปริมาณปกติอย่างมาก (drops far below the normal amount) เป็นระยะเวลายาวนาน  โดยในพื้นที่ซึ่งไม่มีการชลประ ทาน (not irrigated)  การขาดฝน (lack of rain) เป็นสาเหตุให้พืชผลจากฟาร์ม (causes farm crops) เหี่ยวเฉาและตายไป (wither and die)  ทั้งนี้  อุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ (Higher than normal temperatures) โดยปกติแล้วจะตามหลังช่วงเวลาของความแห้งแล้งมา (usually accompany periods of drought)  และอุณหภูมิดังกล่าวจะเพิ่มเติมความเสียหายแก่พืชผล (add to the crop damage)  อีกทั้งไฟป่า (Forest fires) ก็เริ่มต้นได้อย่างง่ายดายในระหว่างความแห้งแล้ง,  ป่าที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีค่า (valuable timberland) จำนวนมาก  ได้ถูกเผาวอด (burned) ในระหว่างช่วงเวลาที่แห้งแล้งเหล่านี้  โดยดิน (soil) ของพื้นที่แห้งแล้ง (drought area) จะแห้งและแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย (becomes dry and crumbles) (และ) บ่อยครั้ง  หน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ (rich topsoil) จะถูกพัดพาไป (blown away) โดยลมที่ร้อนและแห้งผาก  ทั้งนี้  ลำธาร (streams), สระน้ำ (ponds), และบ่อน้ำ (wells) มักจะแห้งขอดบ่อยๆ (often dry up) ในระหว่างฤดูแล้ง (a drought)  และสัตว์ก็ได้รับความเดือดร้อน (suffer)  และอาจจะแม้กระทั่งตายไป (even die) เนื่องมาจากขาดน้ำ (lack of water)

          นักพยากรณ์อากาศ (Weather forecasters) ไม่สามารถทำนายด้วยความแน่นอน (predict with certainty) ว่าความแห้งแล้งจะเกิดขึ้น (occur) เมื่อใด  แต่พวกเขาทราบว่าช่วงเวลาที่แห้งแล้งมากกว่าปกติ (drier-than-normal periods) เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะ (เกิด) สลับกันไป (tend to alternate) กับช่วงเวลาที่เปียกชื้นมากกว่าปกติ (wetter-than-normal periods) ในวัฏจักร (วงจร) ที่ไม่ปกติ (irregular cycles)  ทั้งนี้  ความแห้งแล้งในอดีตสามารถอ่านได้ในวงปีที่สร้างโดยต้นไม้ (rings made by trees)  เพราะว่ามัน (วงปี) เพิ่มไม้ใหม่ให้ (add new wood) ในแต่ละปี  โดยในช่วงเวลาเปียกชื้น (wet periods)  ชั้นของวงปี (ring’s layer) จะหนา (thick)  ในขณะที่ในช่วงเวลาแห้งแล้ง (dry periods)  วงปี (ring) จะบาง (thin)

          รัฐต่างๆ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐได้รับความเดือดร้อนจาก (ประสบ, ประสบความทุกข์, ได้รับ, ได้ผ่าน, ทน, อดทน) (suffered) ความแห้งแล้งที่เลวร้ายที่สุด (worst droughts) ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของตนจากปี ๑๙๓๑ – ๑๙๓๘โดยความแห้งแล้งนี้มีผลกระทบกับ (affected) ทั้งประเทศ (entire country),  สามารถปลูกพืชอาหาร (food crops) ได้เพียงไม่กี่อย่าง  อาหารเริ่มหายาก (ขาดแคลน, ไม่เพียงพอ, ไม่ค่อยพบ) (scarce)  และราคาสูงขึ้น (prices went up) ทั่วประเทศ (throughout the nation),  ครอบครัวหลายร้อยครอบครัวในบริเวณ “ชามอ่างฝุ่นละออง” (Dust Bowl) (เป็นชื่อเรียกบริเวณทุ่งราบกว้างใหญ่ทางภาคใต้ของสหรัฐฯ  ซึ่งประสบภัยแล้งอย่างหนักในช่วงทศวรรษ ๑๙๓๐ (๑๙๓๐ – ๑๙๓๙)  โดยในช่วงเวลาดังกล่าว  กระแสลมแรงและฝุ่นละอองที่ทำให้หายใจไม่ออก  ได้พัดเป็นบริเวณกว้างจากรัฐเทกซัส – รัฐเนบราสกา  ทำให้ผู้คนและปศุสัตว์ล้มตายจำนวนมาก  และพืชผลเสียหายไปทั่วทั้งบริเวณ) จำเป็นต้องได้รับการอพยพไปยังฟาร์ม (ไร่นา) (moved to farms) ในพื้นที่อื่นๆ ด้วยความช่วยเหลือของรัฐบาลกลาง (federal government),  โดยในปี ๑๙๔๔  ความแห้งแล้งได้นำความเสียหายอย่างใหญ่หลวง (brought great damage) มาสู่ (ประเทศใน) ลาตินอเมริกาเกือบทั้งหมด  ความแห้งแล้งนี้ได้เคลื่อนย้าย (moved) ไปยังทวีปออสเตรเลีย  และจากนั้นก็ไปสู่ยุโรป  ที่ซึ่งมัน (ความแห้งแล้ง) ดำเนินต่อไปตลอดฤดูร้อนของปี  ๑๙๔๕  ทั้งนี้  จากปี ๑๙๕๐ – ๑๙๕๔ ในสหรัฐ,  ภาคใต้และภาคตะวันตกได้รับความเดือดร้อนจากความแห้งแล้งอย่างรุนแรง (severe drought),  เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ (cattle ranchers) จำนวนหลายร้อยราย  จำเป็นต้องอพยพขนย้ายวัวควาย (ship their cattle) ของตนไปยังบริเวณอื่นๆ  เพระว่าที่ดินซึ่งเป็นทุ่งหญ้า (pasture lands) ไม่มีหญ้า (grass),  โดยรัฐบาลกลางได้จัดทำโครงการฉุกเฉินบรรเทาความแห้งแล้ง (conducted an emergency drought-relief program) อีกครั้ง  โครงการนี้เสนอ (offered) สินเชื่อฉุกเฉิน (emergency credit) และเมล็ดพืชที่ใช้เป็นอาหาร (เมล็ดข้าว) (seed grains) ในราคาต่ำ (at low prices) ให้แก่ชาวไร่ชาวนา

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 34)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Adverse Impacts of Smoking

 

          Smoking even a few cigarettes a day appears to stunt the growth of teenagers’ lungs, a Harvard University study has found.

          Previous research has shown that youngsters who smoke are more likely to have coughs, asthma and bronchitis.

          Now, experts have found that teenage smoking actually seems to make boys’ and girls’ lungs grow more slowly than usual, so they hold less air.

          “It was surprising that we could determine an effect of smoking on lung growth so early in the process,” said Dr. Diane Gold.  “Some would say that it takes many years to see an effect.” 

          Gold and colleagues from Harvard’s School of Public Health based their findings on 5,158 boys and 4,902 girls between the ages of 10 and 18 – a third of whom had smoked – who were examined annually between 1974 and 1989.

          The results were published by the New England Journal of Medicine.

          The study found that smoking just five cigarettes a day appeared to reduce lung volume slightly, especially for girls. 

          The study also found that girls who smoked five or more cigarettes a day had a one percent slower than usual growth each year of their forced expiratory volume.  This is the amount of air that can be blown out of the lungs in one second, and it is an important measure of lung health.

 

1. In the first paragraph, “stunt” means __________________________________________.

(ในพารากราฟแรก, “หยุดยั้งหรือขัดขวางการเจริญเติบโต” หมายถึง ____________________)

    (a) reverse    (หันกลับ, กลับหัวกลับหาง, หมุนกลับ, พลิกกลับ, กลับกัน, ถอยหลัง, ผกผัน, เพิกถอน, กลับคำ

          พิพากษา, เปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง)

    (b) maintain    (ดำรง, รักษาไว้, ซ่อมบำรุง)

    (c) prompt    (กระตุ้น)

    (d) develop    (พัฒนา, สร้าง)

    (e) limit    (จำกัด, จำกัดจำนวน, กำหนด)

    (f) alleviate    (อะ-ลี้-วิ-เอท)  (บรรเทา, ทำให้น้อยลง)

    (g) harmonize    (ทำให้ผสมกลมกลืนกัน, ทำให้เข้ากัน-ประสานกัน-ปรองดองกัน, ประสานกัน, ปรองดองกัน,

          กลมกลืนกัน)

2. Gold and her colleagues were surprised that ___________________________________.

(แพทย์หญิงโกลด์และเพื่อนร่วมงานของเธอประหลาดใจว่า ___________________________)

    (a) girls tended to be heavier smokers than boys    (เด็กหญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้สูบบุหรี่หนักกว่า

          เด็กชาย)

    (b) children started smoking much sooner than previously thought    (เด็กๆ เริ่มต้นสูบบุหรี่เร็วกว่า

          ที่คิดไว้แต่เดิมมาก)

    (c) it took so many years before the effects of smoking could be detected    (มันใช้เวลาหลาย

          ปีมาก  ก่อนที่ผลกระทบของการสูบบุหรี่จะสามารถถูกพบได้)

    (d) it didn’t take long to see the effect of smoking on the lung growth of teenagers    (มันมิ

          ได้ใช้เวลานานที่จะเห็นผลกระทบของการสูบบุหรี่ที่มีต่อการเจริญเติบโตของปอดของวัยรุ่น

           (พารากราฟ ๔ กล่าวว่า  “มันน่าประหลาดใจว่า  เราสามารถระบุผลกระทบของการสูบบุหรี่ 

           ที่มีต่อการเจริญเติบโตของปอดได้แต่เนิ่นๆ มากในกระบวนการ (หมายถึง  ผลกระทบตั้งแต่

           ตอนเริ่มแรกจนถึงสุดท้าย)”)

3. The word “youngsters” in paragraph 2 refers to ___________________________________.

(คำว่า  “คนหนุ่มคนสาว, ลูกม้า, ลูกสัตว์, สัตว์ที่ยังมีอายุน้อย”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึง _________

_________)

    (a) gangsters    (สมาชิกของแก๊งอาชญากร)

    (b) monsters    (อสุรกาย, สัตว์ประหลาด, สัตว์ที่น่าเกลียดน่ากลัว, สัตว์ที่มีรูปร่างผิดธรรมชาติมาก, คนที่ทารุณ

          โหดร้ายเป็นที่น่ากลัว)

    (c) elderly people    (ผู้สูงอายุ)

    (d) young patients    (ผู้ป่วยวัยหนุ่มสาว)

    (e) chain-smokers    (ผู้สูบบุหรี่อย่างต่อเนื่อง, ผู้สูบบุหรี่แบบมวนต่อมวน)

    (f) youths    (ยูธ)  (คนหนุ่มคนสาว, เด็กหนุ่มสาว, ยุวชน, วัยหนุ่มวัยสาว, ความเป็นหนุ่มเป็นสาว,

          พลังหนุ่มพลังสาว, ระยะแรกเริ่ม)

    (g) young alcoholics    (คนติดเหล้าวัยหนุ่มสาว, ผู้ติดสุราเรื้อรังวัยหนุ่มสาว)

4. The word “colleagues” in paragraph 5 can be best replaced by _______________________.

(คำว่า  “เพื่อนร่วมงาน”  ในพารากราฟ ๕ สามารถแทนดีที่สุดโดย _______________________)

    (a) colleges    (วิทยาลัย, มหาวิทยาลัย)

    (b) subordinates    (ลูกน้อง, ผู้ใต้บังคับบัญชา, ผู้ที่เป็นรอง, สิ่งที่เป็นรอง)

    (c) siblings    (พี่ชาย น้องสาว, พี่สาว น้องชาย, ญาติสายเลือดเดียวกัน)

    (d) disciples    (สาวก, ศิษย์, สานุศิษย์, ผู้ติดตาม)

    (e) co-workers    (เพื่อนร่วมงาน)

    (f) sympathizers    (ผู้สนับสนุน, ผู้เห็นอกเห็นใจ, ผู้มีใจเหมือนกัน, ผู้เข้าข้าง, ผู้เห็นด้วย)

    (g) opponents    (ผู้คัดค้าน, ผู้ขัดขวาง, คู่ปรปักษ์, คู่แข่ง, ฝ่ายตรงกันข้าม)

5. In paragraph 5, “who” refers to ______________________________________________.

(ในพารากราฟ ๕,  “ผู้ซึ่ง”  หมายถึง _________________________________________)

    (a) Gold and colleagues    (โกลด์และเพื่อนร่วมงาน)

    (b) the youngsters who smoked    (คนหนุ่มสาวผู้ซึ่งสูบบุหรี่)

    (c) 5,158 boys and 4,902 girls    (เด็กชาย ๕,๑๕๘ คน และเด็กหญิง ๔,๙๐๒ คน)  (พารากราฟ ๕

          กล่าวว่า  “แพทย์หญิงโกลด์และเพื่อนร่วมงานจากคณะสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 

          มีรากฐาน (วางรากฐาน) สิ่งที่ค้นพบ (ผลการศึกษาวิจัย) ของตนจากเด็กชาย  ๕,๑๕๘  คน และ

          เด็กหญิง  ๔,๙๐๒  คน  ที่มีอายุระหว่าง  ๑๐–๑๘  ปี  -  โดย  ใน ของเด็กชายหญิงเหล่านี้สูบ

          บุหรี่  -  ผู้ซึ่งได้รับการตรวจประจำปี  ระหว่างปี  ๑๙๗๔ และ ๑๙๘๙,”  จะเห็นว่า  “ผู้ซึ่ง”  ขยาย

          เด็กชายและหญิง  จำนวนกว่า ๑๐,๐๐๐ คน  ซึ่งถูกศึกษาโดยโกล์ดและเพื่อนร่วมงาน  โดยเด็ก

          เหล่านี้ได้รับการตรวจประจำปีฯ)

    (d) a third of the smokers    (หนึ่งในสามของผู้สูบบุหรี่)

6. The word “findings” in the fifth paragraph is closest in meaning to __________________.

(คำว่า  “สิ่งที่ค้นพบ, ผลการศึกษาวิจัย, การค้นพบ, การค้นหา, การตรวจสอบ”  ในพารากราฟ ๕  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ __________________)

    (a) achievements    (ความสำเร็จ, การบรรลุผลสำเร็จ)

    (b) desires    (ความปรารถนา, ความต้องการอย่างมาก)

    (c) requisites    (เร้ค-ควะ-ซิท)  (ข้อกำหนด, สิ่งที่จำเป็น, สิ่งที่จะขาดเสียมิได้)  

    (d) panics    (การตกใจกลัว, ความหวาดกลัว, ความอกสั่นขวัญหาย)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  "ตกใจกลัว,

          อกสั่นขวัญหาย")

    (e) distresses    (ความทุกข์ยาก, ความเคราะห์ร้าย, ความเศร้าโศกเสียใจ, ความลำบาก, ภัยพิบัติ)

    (f) memories    (ความทรงจำ)

    (g) study results    (ผลการศึกษา)

7. In paragraph 7, “The study” refers to the ______________________________________.

(ในพารากราฟ ๗,  “การศึกษา”  หมายถึง ____________________________________)

    (a) New England study    (การศึกษาของนิวอิงแลนด์)  (พารากราฟ ๖ กล่าวว่า  “ผลการศึกษาได้รับการตี

          พิมพ์โดยวารสารการแพทย์ของนิวอิงแลนด์”)

    (b) Harvard University study    (การศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด)  (พารากราฟแรกกล่าวว่า 

          “การสูบบุหรี่แม้ว่าไม่กี่มวนต่อวัน  ดูเหมือนว่าหยุดยั้งหรือขัดขวางการเจริญเติบโตของปอดของ

          วัยรุ่น,  การศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ค้นพบเรื่องนี้”)

    (c) lung cancer study    (การศึกษามะเร็งปอด)  (บทความมิได้กล่าวถึงมะเร็งปอด)

    (d) previous research on lung health    (งานวิจัยก่อนหน้านี้เกี่ยวกับสุขภาพปอด)  (พารากราฟ ๒ กล่าวว่า 

          “การวิจัยก่อนหน้านี้ได้แสดงให้เห็นว่า  คนหนุ่มคนสาว ผู้ซึ่งสูบบุหรี่  มีความเป็นไปได้มากกว่า (ผู้ไม่สูบฯ)

           ที่จะมีโรคไอ, โรคหืด และหลอดลมอักเสบ”)

8. According to this study, the people at greatest risk of suffering from lung damage are _________

_________.

(ตามที่การศึกษานี้กล่าว,  ผู้คนที่มีความเสี่ยงมากที่สุดที่จะเจ็บป่วยจากการได้รับอันตรายที่ปอด  คือ __

_________________)

    (a) all smokers    (ผู้สูบบุหรี่ทุกคน)

    (b) teenaged boys who smoke    (เด็กชายวัยรุ่นผู้สูบบุหรี่)

    (c) all teenagers    (วัยรุ่นทุกคน)

    (d) teenaged girls who smoke    (เด็กหญิงวัยรุ่นผู้สูบบุหรี่)  (พารากราฟ ๗ กล่าวว่า  “การศึกษา

           พบว่า  การสูบบุหรี่เพียง    มวนต่อวัน  ดูเหมือนว่าลดปริมาตรปอดลงเล็กน้อย  โดยเฉพาะสำ

           หรับเด็กหญิง”  ซึ่งหมายถึง  สามารถรับออกซิเจนเข้าสู่ปอดได้น้อยลง)

9. The word “slightly” in paragraph 7 may be replaced by ___________________________.

(คำว่า  “เล็กน้อย, เบา, เบาบาง, บอบบาง, อรชร, สะโอดสะอง, ไม่แข็งแรง, อ่อนแอ”  ในพารากราฟ ๗ อาจจะแทนโดย _____________________)

    (a) meticulously    (มะ-ทิ้ค-คิว-เลิส-ลี่)   (อย่างพิถีพิถันมาก, อย่างเข้มงวดมากในเรื่องเล็กๆน้อยๆ, อย่างจู้จี้)  

    (b) ridiculously    (ริ-ดิ๊ค-คิว-เลิส-ลี่)  (อย่างไร้สาระ, อย่างน่าหัวเราะ, อย่างน่าขัน)

    (c) tragically    (แทร้จ-จิค-คัล-ลี่)  (อย่างโศกสลด, อย่างน่าเศร้า, เกี่ยวกับเรื่องโศก)

    (d) trivially    (เล็กน้อย, ขี้ปะติ๋ว, หยุมหยิม)

    (e) transparently    (อย่างโปร่งใส, อย่างสุจริต)

    (f) significantly    (อย่างสำคัญ, อย่างมาก)

    (g) approximately    (โดยประมาณ, โดยใกล้เคียง)

10. A major finding of Gold and colleagues’ study is that teenagers who smoke ______________.

(ผลการศึกษาที่สำคัญของการศึกษาของโกลด์และเพื่อนร่วมงาน  คือว่าวัยรุ่นผู้ซึ่งสูบบุหรี่ ________

__________)

      (a) do not grow as tall as non-smokers    (ไม่เติบโตในแบบที่ตัวสูงเท่ากับผู้ไม่สูบบุหรี่)

      (b) endanger the health of their lungs    (ทำอันตรายแก่สุขภาพของปอดของตน)  (พารากราฟ

            ๑ กล่าวว่า  “การสูบบุหรี่แม้ว่าไม่กี่มวนต่อวัน  ดูเหมือนว่าหยุดยั้งหรือขัดขวางการเจริญเติบโต

            ของปอดของวัยรุ่น”  ส่วนพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “ในปัจจุบัน  ผู้เชี่ยวชาญได้พบว่า  การสูบบุ

            หรี่ในวัยรุ่นดูเหมือนว่าอย่างแท้จริงทีเดียว  ทำให้ปอดของเด็กชายและหญิงเจริญเติบโตช้ากว่า

            ปกติ  ดังนั้น  ปอดจึงบรรจุอากาศ (ออกซิเจน) ได้น้อยกว่า”)

      (c) die of unexpected illnesses    (ตายด้วยความเจ็บป่วยแบบไม่คาดฝัน)

      (d) are more likely to develop lung cancer    (มีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้นที่จะเป็นมะเร็งปอด)

11. The purpose of the writer is to ______________________________________________.

(วัตถุประสงค์ของผู้เขียน  คือเพื่อที่จะ _______________________________________)

      (a) promote    (สนับสนุน, ส่งเสริม, เลื่อนชั้น)

      (b) encourage    (ให้กำลังใจ, ส่งเสริม, สนับสนุน, กระตุ้น)

      (c) persuade    (เชิญชวน, ชักจูง)

      (d) dishearten    (ทำให้ท้อใจ, ทำให้หมดกำลังใจ)

      (e) report    (รายงาน)  (เนื่องจากข้อมูลในบทความนี้  ได้มาจากผลการศึกษาเรื่องผลกระทบ

           ของการสูบบุหรี่ที่มีต่อวัยรุ่น)

      (f) criticize    (วิพากษ์วิจารณ์, ตำหนิ)

      (g) complain    (ร้องเรียน, ร้องทุกข์, บ่น, โวยวาย)

12. What does “measure” in the final paragraph mean?

(“การวัด” ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึงอะไร)

      (a) reconfirmation   (การยืนยันซ้ำ)

      (b) renewal    (การต่ออายุ, การเริ่มใหม่, การทำใหม่, การเปลี่ยนใหม่, การซ่อมแซม, การเสริม, การเติม,

            การฟื้นฟู, การสร้างใหม่)

      (c) reminding    (การเตือน, การเตือนให้ระลึกถึง)

      (d) subterfuge   (ข้ออ้าง, ข้อแก้ตัว, ข้อหลีกเลี่ยง)

      (e) cause    (สาเหตุ, มูลเหตุ, ต้นเหตุ, เหตุชนวน, เหตุผล, จุดประสงค์, เป้าหมาย, มูลฟ้อง)

      (f) gauging    (เก๊จ-จิง)  (การวัด, การประเมิน, การประมาณ, การรังวัด)

      (g) remuneration    (ค่าตอบแทน, การตอบแทน, การจ่ายเงิน, การให้รางวัล, การชดเชย)

13. The best title for this passage is _____________________________________________.

(ชื่อเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับบทความนี้ คือ _______________________________________)

      (a) How Sex Differences Affect Lung Growth    (ความแตกต่างทางเพศมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต

            ของปอดอย่างไร)  (บทความกล่าวถึงผลกระทบของการสูบบุหรี่)

      (b) A Comparative Study of Boys’ and Girls’ Lungs    (การศึกษาเปรียบเทียบปอดของเด็กชายและ

            เด็กหญิง)

      (c) Contradictions in Old and New Studies of Smoking and Lung Health.    (ความขัดแย้งของการ

            ศึกษาเก่าและใหม่ในเรื่องการสูบบุหรี่และสุขภาพของปอด)  (บทความมิได้กล่าวถึงความขัดแย้ง)

      (d) Effects of Cigarette Smoking on Teenagers’ Lung Growth    (ผลกระทบของการสูบบุหรี่

            ที่มีต่อการเจริญเติบโตของปอดของวัยรุ่น)  (บทความส่วนใหญ่กล่าวถึงเรื่องนี้)

 

(คำแปล)                   

ผลร้ายของการสูบบุหรี่

 

            การสูบบุหรี่แม้ว่า (even) ไม่กี่มวนต่อวัน  ดูเหมือนว่าหยุดยั้งหรือขัดขวางการเจริญเติบโต (stunt) ของปอด (lungs) ของวัยรุ่น (teenagers),  การศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ค้นพบเรื่องนี้

            การวิจัยก่อนหน้านี้ (Previous research) ได้แสดงให้เห็นว่า  คนหนุ่มคนสาว (ลูกม้า, ลูกสัตว์, สัตว์ที่ยังมีอายุน้อย) (youngsters) ผู้ซึ่งสูบบุหรี่  มีความเป็นไปได้มากกว่า (more likely) (ผู้ไม่สูบฯ) ที่จะมีโรคไอ (coughs), โรคหืด (asthma) และหลอดลมอักเสบ (bronchitis)

            ในปัจจุบัน  ผู้เชี่ยวชาญ (experts) ได้พบว่า  การสูบบุหรี่ในวัยรุ่น (teenage smoking)  ดูเหมือนว่าอย่างแท้จริงทีเดียว (actually)  ทำให้ปอดของเด็กชายและหญิงเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ (grow more slowly than usual)  ดังนั้น  ปอดจึงบรรจุอากาศ (ออกซิเจน) ได้น้อยกว่า (hold less air)

            “มันน่าประหลาดใจ (surprising) ว่า  เราสามารถระบุ (กำหนด, ตัดสินใจ, ตกลงใจ, ตั้งใจ) (determine) ผลกระทบของการสูบบุหรี่ (effect of smoking) ที่มีต่อการเจริญเติบโตของปอด (lung growth) ได้แต่เนิ่นๆ มาก (so early) ในกระบวนการ (process)”  (กระบวนการ  หมายถึง  ผลกระทบตั้งแต่ตอนเริ่มแรกจนถึงสุดท้าย) แพทย์หญิงไดแอน โกลด์ กล่าว (และกล่าวเสริมว่า) “บางคนอาจจะพูดว่า  มันใช้เวลาหลายปีที่จะเห็นผลกระทบ”

             แพทย์หญิงโกลด์และเพื่อนร่วมงาน (colleagues) จากคณะสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  มีรากฐาน (วางรากฐาน) (based) สิ่งที่ค้นพบ (ผลการศึกษาวิจัย, การค้นพบ, การค้นหา, การตรวจสอบ) (findings) ของตนจากเด็กชาย  ๕,๑๕๘  คน และเด็กหญิง  ๔,๙๐๒  คน  ที่มีอายุระ หว่าง  ๑๐ – ๑๘  ปี  -  โดย  ใน (a third) ของเด็กชายหญิงเหล่านี้สูบบุหรี่  -  ผู้ซึ่งได้รับการตรวจประจำปี (examined annually) ระหว่างปี  ๑๙๗๔ และ ๑๙๘๙   

            ผล (การศึกษา) ได้รับการตีพิมพ์ (published) โดยวารสาร “วารสารการแพทย์ของนิวอิงแลนด์”

            การศึกษา (study) พบว่า  การสูบบุหรี่เพียง    มวนต่อวัน  ดูเหมือนว่าลดปริมาตรปอดลงเล็กน้อย (reduce lung volume slightly)  โดยเฉพาะสำหรับเด็กหญิง 

            การศึกษายังพบด้วยว่า  เด็กหญิงซึ่งสูบบุหรี่    มวนหรือมากกว่า ใน วัน (smoked five or more cigarettes a day) จะมีการเพิ่ม (การเติบโต, การงอกงาม, การเป็นผู้ใหญ่, ผลผลิต, เนื้องอก) (growth) ในแต่ละปีของปริมาณการหายใจออกแบบถูกบังคับ (คือ  สูดหายใจเข้าไปเต็มปอด แล้วหายใจออก) (forced expiratory volume) ของตน  ช้ากว่าการเพิ่มตามปกติ (เมื่อไม่สูบบุหรี่) (usual growth) เปอร์เซ็นต์,  นี้คือปริมาณของอากาศ (amount of air) ที่สามารถถูกพ่น (ระเบิด) ออกมาจากปอด (blown out of the lungs) ใน วินาที (one second)  และมันเป็นการวัดที่สำคัญ  (important measure) ของสุขภาพปอด (lung health)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 33)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

China’s Erroneous Birth Control Policies

 

          China has warned its people that unless families start having more girl babies, an “army” of 110 million bachelors will be roaming the countryside looking for wives by the end of the decade.

          The proportion of males to females is already out of balance since 51.45 percent of China’s 1.428 billion people are men with the percentage increasing in the younger age groups.  The ratio of male births to female births is now 114 to 100, and among the 25 to 49 age group, there are 15 times more unmarried men than unmarried women.

          Analysts say the problem may stem from China’s strict birth control policies, which limit most families to only one child.

 

1. What would be the most appropriate title for the passage?

(อะไรจะเป็นชื่อเรื่องที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบทความนี้)

    (a) China’s Birth Control Policies    (นโยบายการคุมกำเนิดของจีน)

    (b) China’s Birth Control and Its Population    (การคุมกำเนิดของจีนและประชากรของจีน)

    (c) Birth Control’s Unbalancing Effect in China    (ผลซึ่งไม่สมดุลของการคุมกำเนิดในจีน

          (ดูจากพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  ผลฯ ดังกล่าว  “อาจเกิดจากนโยบายคุมกำเนิดที่เข้มงวด

          ของจีน  ซึ่งจำกัดครอบครัวส่วนใหญ่ให้มีลูกได้เพียงคนเดียว”  โดยผลที่ตามมา  (ในพารา

          กราฟ ๒)  คือ  มีผู้ชายโสดมากกว่าผู้หญิงโสด – ในกลุ่มอายุ ๒๕-๔๙ ปี – ถึง ๑๕ เท่า  และ

          สัดส่วนของชาย-หญิง  รวมทั้งอัตราส่วนการเกิดของชาย-หญิง  ไม่สมดุลกัน  คือ  ชายมาก

          กว่าหญิง)

    (d) The Problems of Birth Control in China    (ปัญหาของการคุมกำเนิดในจีน)

2. In the first paragraph, “bachelors” refers to _____________________________________.

(ในพารากราฟแรก  “ชายโสด, ผู้ได้รับปริญญาตรี,  อัศวินหนุ่ม, สัตว์ตัวผู้ที่ไม่มีคู่”  หมายถึง _______

____________)

    (a) bigots    (บิ๊ก-เกิท)  (คนดันทุรัง, คนมีอคติ, คนใจคับแคบ, คนมีทิฐิมานะ, คนหัวดื้อ-ดื้อรั้น, คนมีความกระ

          ตือรือร้นอย่างคลั่งไคล้) 

    (b) assassins    (อะ-แซ้ส-ซิ่น)  (ผู้ลอบฆ่าโดยเฉพาะการฆ่าคนมีชื่อเสียง, ผู้ทำลาย)

    (c) betrayers    (บิ-เทร้-เย่อ)  (ผู้ทรยศ, ผู้ไม่ซื่อสัตย์, ผู้นอกใจ, ผู้เผยความลับ, ผู้ล่อลวง-หลอกลวง, ผู้ทำ

          ให้ผิดหวัง) 

    (d) rivals    (คู่ต่อสู้, คู่แข่งขัน, คู่ปรับ, ผู้ที่มีความสามารถหรือคุณสมบัติพอจะทัดเทียมกันได้, สิ่งที่พอจะ

          ทัดเทียมกันได้)

    (e) widowers    (พ่อหม้าย, ชายที่ภรรยาตายไปและไม่ได้แต่งงานใหม่)

    (f) martinets    (คนที่เคร่งครัดในระเบียบวินัย, คนเจ้าระเบียบ) 

    (g) unmarried men    (ชายที่ไม่ได้แต่งงาน, ชายโสด)

    (h) iconoclasts    (ไอ-ค้อน-โน-แคลสท)  (ผู้ทำลายความเชื่อ-ลัทธิ ที่ถือปฏิบัติกันมา, คนทำลายจารีต

         ประเพณี,  ผู้ทำลายรูป-รูปปั้นที่คนบูชา, ผู้ทำลายภาพพจน์) 

    (i) lexicographers    (นักเขียนพจนานุกรม) 

3. The word “roaming” in paragraph 1 could be best replaced by _____________________.

(คำว่า  “ตระเวนไป, ท่องเที่ยวไป, ท่องเที่ยวไปเรื่อย, เดินเตร่”  ในพารากราฟ ๑ สามารถแทนดีทีสุดโดย ____________________)

    (a) detecting    (พบ, ตรวจพบ, พบเห็น, สืบหา, สืบค้น)

    (b) wrecking    (ทำลาย, ทำให้เสียหายอย่างหนัก)

    (c) approaching    (เข้าใกล้, ประชิด, ใกล้เข้ามาทุกที, จวน)

    (d) exploring    (สำรวจ)

    (e) evading    (หลบเลี่ยง, หลบหน้า, หลีกหนี, เลี่ยง)

    (f) wandering    (ท่องเที่ยว, เตร็ดเตร่, พเนจร, เดินเตร่, ไปโดยไม่มีจุดหมายแน่นอน, ไม่มีถิ่น

          ที่อยู่แน่นอน, เถลไถล)

    (g) exploiting    (ใช้ประโยชน์, ใช้อย่างเอารัดเอาเปรียบ)

    (h) encountering    (เผชิญหน้า, พบกับ)

For items 4 – 7, According to the passage, which statement is true about __________________?

(สำหรับข้อ ๔ – ๗,  ตามที่บทความกล่าว  คำกล่าวใดเป็นความจริง – ถูกต้อง – เกี่ยวกับ __________)

4. an “army”

(“กองทัพ”)

    (a) A large number of men in the Chinese army will be looking for wives.    (ผู้ชายจำนวนมากใน

          กองทัพจีนจะกำลังมองหาภรรยา)  (บทความมิได้กล่าวไว้) 

    (b) Seventy percent of Chinese bachelors are soldiers in an army.    (๗๐ เปอร์เซ็นต์ของชายโสด

          ชาวจีนเป็นทหารในกองทัพบก)  (บทความมิได้กล่าวไว้)

    (c) A large number of Chinese males will be looking for wives.    (ผู้ชายชาวจีนจำนวนมาก

          จะกำลังมองหาภรรยา)  (พารากราฟแรกกล่าวว่า  “จีนได้เตือนประชาชนของตนว่า  ถ้าครอบ

          ครัวไม่เริ่มต้นมีเด็กทารกผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น  “กองทัพ” (เป็นคำเปรียบเทียบ) ของชายโสดจำ

          นวน ๑๑๐ ล้านคน  จะกำลังตระเวนไป (ท่องเที่ยวไป) ในชนบท  เพื่อมองหาภรรยาในตอนปลาย

          ทศวรรษ (ปี ๒๐๒๐) (เพื่อผลิตทารกเพศหญิงเพิ่มมากขึ้น)”,  “กองทัพ”  จึงหมายถึง  “ชายโสด

          จำนวนมาก”  ข้อนี้จึงเป็นความจริง)

    (d) China has warned its army to start having more girl babies.    (จีนได้เตือนกองทัพของตนให้เริ่ม

           ต้นมีทารกผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น)  (ความจริงคือ  จีนเตือนประชาชนของตนเกี่ยวกับเรื่องนี้ – ดูจากประโยค

           แรกของพารากราฟแรก)

5. “the number of young people in China”

(จำนวนของคนหนุ่มสาวในจีน”)

    (a) There are more boys than girls.    (มีเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิง)  (ดูจากประโยคแรกของพารา

          กราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “อัตราส่วน (สัดส่วน) ของผู้ชายต่อผู้หญิงขาดความสมดุลแล้ว (ในปัจจุบัน) 

          เพราะว่า ๕๑.๔๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากรจำนวน ๑.๔๒๘ พันล้านคนของจีนเป็นผู้ชาย  โดยมี

          อัตรา ส่วนร้อยละ (จำนวนเปอร์เซ็นต์) ที่เพิ่มมากขึ้นของกลุ่มอายุที่เยาว์ลงมา (หมายถึง  ใน

          กลุ่มอายุที่น้อยลงมา  ผู้ชายยิ่งมากกว่าผู้หญิงเกินกว่า ๕๑.๔๕ เปอร์เซ็นต์)”  ซึ่งแสดงว่า  ใน

          จำนวนของคนหนุ่มสาวในจีน  เด็กชายต้องมากกว่าเด็กหญิง)

    (b) There are more girls than boys.    (มีเด็กหญิงมากกว่าเด็กชาย)

    (c) The number of boys and girls are out of control.    (จำนวนของเด็กชายและหญิง  ไม่สามารถควบคุมได้)

    (d) There is an increasing number of girls as well as boys.    (มีจำนวนเด็กหญิงและเด็กชายเพิ่มมากขึ้น)

6. “the 25-49 age group”

(“กลุ่มอายุระหว่าง ๒๕-๔๙ ปี”)

    (a) There are 15 times as many people over 25 as those over 49.    (มีคนอายุเกิน ๒๕ ปี  มากเป็น

           ๑๕ เท่าของคนอายุเกิน ๔๙ ปี)

    (b) There are more single men than women.    (มีชายโสดมากกว่าหญิงโสด)  (ประโยคสุดท้าย

          ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “.....................และในกลุ่มอายุระหว่าง ๒๕-๔๙ ปี  มีจำนวนผู้ชาย

          โสดมากกว่าผู้หญิงโสดถึง ๑๕ เท่า)

    (c) The number of single men and women are the same.    (จำนวนของชายโสดและหญิงโสดเท่ากัน)

    (d) Single men are outnumbered by single women.    (หญิงโสดมีจำนวนมากกว่าชายโสด)

7. “birth control policies in China”

(“นโยบายคุมกำเนิดในจีน)

    (a) They have been as strict as choosing young men for the army.    (มันเข้มงวดพอๆ กับการเลือก

          ชายหนุ่มสำหรับกองทัพ – หรือการเกณฑ์ทหาร)

    (b) They have created the problem of an imbalance between males and females.   

           (มันได้ก่อให้เกิดปัญหาของความไม่สมดุลระหว่างเพศชายและเพศหญิง)  (ดูคำอธิ

           บายจาก ข้อ ๑, ข้อ ๕ และ ข้อ ๖)

    (c) They have made it difficult for the army to recruit new soldiers.    (มันทำให้ยากลำบากสำหรับ

          กองทัพที่จะเกณฑ์ทหารใหม่)

    (d) They have been a disadvantage to most families with only one child.    (มันเป็นข้อเสียเปรียบ –

          ข้อเสียหาย – แก่ครอบครัวส่วนใหญ่ที่มีลูกเพียงคนเดียว)

8. The word “stem” in paragraph 3 means _______________________________________.

(คำว่า  “เกิดขึ้น, กำเนิด, เอาก้านออก, หยุด, หยุดยั้ง, ยับยั้ง, สกัด, ระงับ”  ในพารากราฟ ๓ หมายถึง _

___________________)

    (a) derive    (ได้รับ)

    (b) differ    (แตกต่าง)

    (c) refrain    (ละเว้น, หลีกเลี่ยง)

    (d) suffer    (ป่วยเป็น……..….. หรือ เป็นทุกข์หรือเดือดร้อนเพราะ……...….)

    (e) arise    (เกิดขึ้น, เป็นผลจาก, ลุกขึ้น)

    (f) separate    (แยก, แยกออก, สกัด)

    (g) recover    (ฟื้นจากไข้, หายจากประสบการณ์เลวร้าย, กู้ (ข้อมูล), เอากลับคืน)

9. The word “strict” in the final paragraph is closest in meaning to ______________________.

(คำว่า  “เข้มงวด, กวดขัน, เคร่งครัด, แม่นยำ, แน่นอน, สมบูรณ์”  ในพารากราฟสุดท้าย  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ____________________)

    (a) appalling    (น่ากลัว, น่าใจหาย, น่าตกใจ)

    (b) commonplace    (ธรรมดาสามัญ, ปกติ, ทั่วไป)

    (c) widespread    (แพร่หลาย, กว้างขวาง)

    (d) intrepid    (อิน-เทร้พ-พิด)  (กล้าหาญ, กล้า, ไม่กลัว) 

    (e) ominous    (อ๊อม-มิ-เนิส)  (เป็นลางร้าย, ไม่เป็นมงคล, เป็นลางสังหรณ์, เป็นลางบอกเหตุ) 

    (f) stern    (เข้มงวด, กวดขัน, เคร่งครัด, พิถีพิถัน, ไม่ผ่อนผัน, บูดบึ้ง, รุนแรง)

    (g) sinister    (ซิ้น-นิส-เทอะ)  (มุ่งร้าย, ร้าย, ร้ายกาจ, ชั่วร้าย, ไม่เป็นมงคล, อุบาทว์, อัปรีย์) 

 

(คำแปล)

นโยบายคุมกำเนิดที่ผิดพลาดของจีน

 

           จีนได้เตือน (warned) ประชาชนของตนว่า  ถ้าครอบครัวไม่เริ่มต้นมีเด็กทารกผู้หญิง (girl babies) เพิ่มมากขึ้น  “กองทัพ” (เป็นคำเปรียบเทียบ) ของชายโสด (ผู้ได้รับปริญญาตรี,  อัศวินหนุ่ม, สัตว์ตัวผู้ที่ไม่มีคู่) (bachelors) จำนวน ๑๑๐ ล้านคน  จะกำลังตระเวนไป (ท่องเที่ยวไป, ท่องเที่ยวไปเรื่อย, เดินเตร่) (roaming) ในชนบท (countryside)  เพื่อมองหาภรรยา (looking for wives) ในตอนปลายทศวรรษ (decade) (ปี ๒๐๒๐) (เพื่อผลิตทารกเพศหญิงเพิ่มมากขึ้น)

            อัตราส่วน (สัดส่วน) (proportion) ของผู้ชายต่อผู้หญิงขาดความสมดุล (out of balance) แล้ว (ในปัจจุบัน)  เพราะว่า (since) ๕๑.๔๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากรจำนวน ๑.๔๒๘ พันล้าน (billion) คนของจีนเป็นผู้ชาย  โดยมีอัตราส่วนร้อยละ (จำนวนเปอร์เซ็นต์) (percentage) ที่เพิ่มมากขึ้นของกลุ่มอายุที่เยาว์ลงมา (younger age groups) (หมายถึง  ในกลุ่มอายุที่น้อยลงมา  ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเกินกว่า ๕๑.๔๕ เปอร์เซ็นต์)  โดยอัตราส่วน (สัดส่วน) (ratio) ของการเกิดของเพศชาย (male births) ต่อการเกิดของเพศหญิง (female births) ในปัจจุบันเป็น ๑๑๔ ต่อ ๑๑๐,  และในกลุ่มอายุระ หว่าง ๒๕-๔๙ ปี  มีจำนวนผู้ชายโสด (ไม่ได้แต่งงาน) (unmarried men) มากกว่าผู้หญิงโสด (ไม่ได้แต่งงาน) (unmarried women) ถึง ๑๕ เท่า (15 times)

            นักวิเคราะห์ (Analysts) กล่าวว่า  ปัญหาอาจจะเกิดขึ้น (กำเนิด, เอาก้านออก, หยุด, หยุดยั้ง, ยับยั้ง, สกัด, ระงับ) (stem) จากนโยบายคุมกำเนิด (birth control policies) ที่เข้มงวด (กวดขัน, เคร่งครัด, แม่นยำ, แน่นอน, สมบูรณ์) (strict) ของจีน  ซึ่งจำกัด (limit) ครอบครัวส่วนใหญ่ให้มีลูกได้เพียงคนเดียวเท่านั้น (to only one child)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 32)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

A Livable House

 

          When my husband was promoted, we put our house up for sale.  Three weeks later, it was still on the market.  I became a compulsive housekeeper.  Every room had to be kept tidy and dishes had to be washed and put away when used.  Then one day the doorbell rang unexpectedly at 8 a.m.  Sleepily, I opened the door and saw the real estate agent standing there with a couple from Wyoming.  There had been no time to call, he explained, because the Wyomingites had to catch a plane home.

          Three people made their way past the dirty breakfast dishes on the kitchen table and into a bedroom with unmade beds.  As I retreated into a bathroom to take the curlers out of my hair, I heard the man say something to his wife.  Then they both laughed. 

          Two days later, the agent phoned to tell me that the couple had bought the house.  He repeated what the buyer had said as he handed over the check : “That house has a warm, lived-in feeling, just like ours.”

 

1. The house was for sale because ____________________________________________.

(บ้านประกาศขายเพราะว่า _______________________________________________)

    (a) it was untidy and dirty    (มันไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยและสกปรก)

    (b) the husband did not like it    (สามีไม่ชอบมัน)

    (c) many things needed to be repaired    (หลายสิ่งจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซม)

    (d) there was a change in the family    (มีการเปลี่ยนแปลงในครอบครัว)  (ประโยคแรกของพารา

          กราฟแรกกล่าวว่า  “สามีของผู้เขียนได้รับการเลื่อนตำแหน่ง”)

2. The phrase “on the market” in the first paragraph refers to _______________________.

(วลี  “วางตลาด, ประกาศขาย”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง _________________________)

    (a) in the vicinity of the market    (ในบริเวณของตลาด)

    (b) having a clearance sale    (มีการขายล้างสต็อก  คือ  ขายในราคาต่ำกว่าปกติ)

    (c) in the production process    (ในกระบวนการผลิต)

    (d) an order in a large amount    (การสั่งซื้อในปริมาณมาก)

    (e) up for sale or for sale   (กำลังถูกเสนอขาย)  (ในที่นี้เป็นเพราะว่ายังไม่มีคนมาซื้อ)

3. A ‘compulsive housekeeper’ is one who ______________________________________.

(หญิงดูแลบ้าน – แม่บ้าน – ซึ่งมีแรงผลักดันทางใจ  คือบุคคลผู้ซึ่ง ______________________)

    (a) does not expect anyone at the house    (มิได้คาดหวังคนใดๆ ที่บ้าน - มิได้คาดหวังว่ามีใครอยู่ที่บ้าน)

    (b) feels she must do housework    (รู้สึกว่าเธอจะต้องทำงานบ้าน)  (ดูจากประโยคที่ ๔ ของพารา

          กราฟแรกที่กล่าวว่า  “ห้องทุกห้องจำเป็นต้องถูกทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อย (สะอาดสะอ้าน) และ

          จาน (จานใส่อาหาร) จำเป็นต้องถูกล้างและเก็บเข้าที่เมื่อถูกใช้”)

    (c) puts her house up for sale    (ประกาศขายบ้านของเธอ)

    (d) keeps house for a living    (ดูแลบ้านเพื่อยังชีพ หรือเป็นอาชีพ)

4. The word “compulsive” in paragraph 1 means ___________________________________.

(คำว่า  “มีแรงผลักดันทางใจ, ซึ่งบีบบังคับ, เป็นเชิงบังคับ”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง ___________)

    (a) lenient     (ลี้-เนี่ยนท)  (ผ่อนผัน, ผ่อนหนักผ่อนเบา, กรุณา, ปรานี, โอนอ่อน)  

    (b) ingenuous    (อิน-เจ๊น-นู-อัส)  (เปิดเผย, ซื่อ, ตรงไปตรงมา, ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม, ไร้เดียงสา)  

    (c) futile    (ไร้ผล, ไม่มีประโยชน์, หาความจริงไม่ได้, ขี้ปะติ๋ว, ไม่สำคัญ)

    (d) petulant    (เพ้ช-ชะ-เลิ่นท)  (เจ้าอารมณ์, โกรธง่าย, ใช้อารมณ์, งอน, กระเง้ากระงอด)

    (e) queer    (เควียร์)  (แปลกๆ, ชอบกล, ประหลาด, พิกล, พิลึก, จิตไม่ปกติ)

    (f) obsessive    (ซึ่งสิงอยู่ในจิตใจ, ซึ่งครอบงำ, ซึ่งทำให้ทุกข์ใจ)  (ว่าจะต้องทำสิ่งนั้นสิ่งนี้)

    (g) obstinate    (ดื้อดึง, ดื้อรั้น, หัวแข็ง, บังคับไม่อยู่, ควบคุมได้ยาก, เอาชนะได้ยาก, ข่มยาก, ดันทุรัง)

    (h) aggressive    (ก้าวร้าว, รุกราน)

5. In the first paragraph, “put away” could be best replaced by ________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “เอาไปเก็บเข้าที่”  สามารถแทนดีที่สุดโดย _______________________)

    (a) dried    (ทำให้แห้ง)

    (b) put out    (ดับไฟ, ปิดไฟ, ไล่ออก)

    (c) put off    (เลื่อนออกไป, ผัดเวลาออกไป)

    (d) put up with    (อดทน, อดกลั้น, ทนอยู่)

    (e) exposed    (แสดง, เปิดเผย, ผึ่งแดดหรือลม, นำมาสัมผัสกับ)

    (f) put in a proper place    (เก็บไว้ในที่ที่สมควร)

    (g) hidden    (ซ่อนเร้น, ปิดบัง, อำพราง)

6. When put up for sale, the house ______________________________________________.

(เมื่อถูกประกาศขาย,  บ้าน _______________________________________________)

    (a) was immediately sold    (ถูกขายไปในทันทีทันใด)

    (b) was in popular demand    (อยู่ในความต้องการของประชาชน)

    (c) was not clean enough to attract buyers    (ไม่สะอาดพอที่จะดึงดูดผู้ซื้อ)

    (d) did not attract any buyers for a while    (มิได้ดึงดูดผู้ซื้อใดๆ ชั่วเวลาหนึ่ง)  (๒ ประโยคแรก

          ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “.....................เราประกาศขายบ้าน,  ๓ สัปดาห์ต่อมา  ก็ยังไม่มี

          คนมาซื้อ”)

7. The word “couple” in paragraph 1 is closest in meaning to __________________________.

(คำว่า  “คู่สามีภรรยา, คู่, สอง, คู่หมั้น, คู่หนุ่มสาว”  ในพารากราฟ ๑ ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ __

________________)

    (a) police officer    (เจ้าหน้าที่ตำรวจ)

    (b) landlord    (เจ้าของที่ดิน, เจ้าของบ้านเช่า, เจ้าของโรงแรม)

    (c) tenant    (เท้น-เนิ่นท)  (ผู้เช่า, ผู้เช่าบ้าน, ผู้เช่าที่นา, ผู้อยู่อาศัย, ผู้ครอบครอง)

    (d) real estate developer    (นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์)

    (e) land proprietor    (เจ้าของที่ดิน)

    (f) broker    (นายหน้าซื้อขาย, ตัวแทนซื้อขาย)

    (g) husband and wife    (สามีและภรรยา)

8. When the buyers first arrived, the house was ____________________________________.

(เมื่อผู้ซื้อมาถึงครั้งแรก,  บ้าน ______________________________________________)

    (a) not furnished    (มิได้มีเครื่องเรือน-เครื่องตกแต่งบ้าน)

    (b) not well-kept    (มิได้ดูแลอย่างดี, มิได้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อยหรือสะอาด)  (ประโยคแรกของพา

          รากราฟที่ ๒ กล่าวว่า  “ทั้ง ๓ คน (คู่สามีภรรยาและตัวแทนอสังหาฯ) เดินผ่านจานอาหารเช้าบน

          โต๊ะในครัว  และ (เดิน) เข้าไปในห้องนอนซึ่งมีเตียงที่มิได้จัดเตรียมไว้สำหรับนอน (เตียงที่มิได้ปู

          ผ้าหรือทำความสะอาดให้เรียบร้อย”  ซึ่งแสดงว่าบ้านมิได้รับการดูแลอย่างดี)

    (c) neat and clean    (เป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาด)

    (d) too hot    (ร้อนเกินไป)

9. The real estate man should have telephoned the writer first, but _______________________.

(ชาย – ตัวแทน – อสังหาริมทรัพย์ควรจะได้โทรศัพท์มายังผู้เขียนก่อน (แต่ก็มิได้โทรฯ)  แต่ _____

____________)

    (a) he was busy with reserving the plane tickets    (เขายุ่งอยู่กับการจองตั๋วเครื่องบิน)

    (b) he did not know the telephone number    (เขาไม่รู้หมายเลขโทรศัพท์)

    (c) the would-be buyer were in a hurry    (ผู้ที่จะเป็นผู้ซื้อ (บ้าน) อยู่ในภาวะที่รีบเร่ง)  (ประโยค

          สุดท้ายของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “(เรา) ไม่มีเวลาที่จะโทรศัพท์มา, เขา (ตัวแทนฯ) อธิบาย,

          เพราะว่าชาวไวโอมิงทั้งคู่ (คู่สามีภรรยา) จำเป็นต้องจับเครื่องบินกลับบ้าน)

    (d) it was too early in the morning    (มันเช้าเกินไปในตอนเช้า)

10. The phrase “made their way” in paragraph 2 refers to ___________________________.

(วลี  “เดิน, เดินทาง”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึง _________________________________)

      (a) constructed the road    (สร้างถนน)

      (b) ran quickly    (วิ่งอย่างเร็ว)

      (c) had their own way    (ทำตามใจตนเอง)

      (d) jumped to a conclusion    (ด่วนสรุป, ตัดสินใจเร็วเกินไปหรือโดยไม่ไตร่ตรอง หรือโดยไม่หาข้อเท็จจริง)

      (e) walked    (เดิน

      (f) led the way    (นำทาง, เป็นผู้นำ, เป็นผู้กระทำคนแรก)

      (g) made way    (หลีกทางให้, ขยับไปข้างๆ เพื่อให้ผู้อื่นผ่านไปได้, เปิดโอกาสให้)

11. When the real estate agent came to the house unexpectedly, the female owner felt ____________.

(เมื่อตัวแทนอสังหาริมทรัพย์มาที่บ้านอย่างไม่คาดฝัน  เจ้าของบ้านหญิง (ผู้เขียน) รู้สึก ___________)

      (a) unhappy    (ไม่มีความสุข)

      (b) angry    (โกรธ)

      (c) embarrassed    (กระดากอาย, ขวยเขิน, อึดอัดใจ, ลำบากใจ)  (ดูจาก ๒ ประโยคแรกของพารา

            กราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ทั้ง ๓ คน (คู่สามีภรรยาและตัวแทนอสังหาฯ) เดินผ่านจานอาหารเช้าบนโต๊ะ

            ในครัว  และ (เดิน) เข้าไปในห้องนอนซึ่งมีเตียงที่มิได้จัดเตรียมไว้สำหรับนอน (เตียงที่มิได้ปูผ้า

            หรือทำ ความสะอาดให้เรียบร้อย),  ในขณะที่ฉันหลบตัว (แอบ) เข้าไปในห้องน้ำเพื่อเอาที่ม้วนผม

            ออกจากผมของฉัน (ผู้เขียนรับแขกขณะมีที่ม้วนผมติดอยู่บนหัว)..........................”  ซึ่งแสดงว่า

            เจ้าของบ้านหญิง (ผู้เขียน) มิได้เตรียมพร้อมที่จะต้อนรับผู้มาซื้อบ้าน  คือ  มิได้ทำความสะอาด

            บ้าน  รวมทั้งตนเอง  จึงน่าที่จะรู้สึกกระดากอาย)

      (d) moody    (มีอารมณ์ขุ่นหมอง, มีอารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่าย)

      (e) depressed    (หดหู่, ซึมเศร้า)

      (f) furious    (โกรธจัด)

      (g) buoyant    (บ๊อย-เอิ้นท)  (ร่าเริง, เบิกบานใจ)

      (h) prudent    (พรู้-เดิ้นท)  (รอบคอบ, ระมัดระวัง, สุขุม, พิถีพิถัน)

12. The house was sold because ________________________________________________.

(บ้านถูกขายไปเพราะว่า ________________________________________________)

      (a) the owner was a compulsive housekeeper    (เจ้าของบ้านเป็นคนดูแลบ้านที่มีแรงผลักดันทางใจ –

            คือ  ผลักดันให้ต้องทำความสะอาดบ้านเพื่อที่จะขายได้)

      (b) the real estate agent was a good salesman    (ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์เป็นพนักงานขายที่ดี)

      (c) the buyers felt at home in the untidy house    (ผู้ซื้อรู้สึกเป็นกันเอง (สุขสบาย, ผ่อนคลาย)   

            ในบ้านซึ่งไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย)  (ดูจากข้อความในประโยคสุดท้ายของพารากราฟสุดท้าย 

            ที่ผู้ซื้อบ้านกล่าวกับตัวแทนอสังหาฯ ว่า  “บ้านหลังนั้นมีความรู้สึกอบอุ่นและ (คล้ายกับ) มีคนอยู่

            อาศัย  เหมือนกับบ้านของเรา)

      (d) the house was reasonably priced    (บ้านราคาพอสมควร – ไม่แพงเกินไป)

13. The word “retreated” in paragraph 2 is closest in meaning to ______________________.

(คำว่า  “หลบตัว, แอบ, หลบหนี, ล่าถอย, ถอย, ถอนกลับ, เพิกถอน”  ในพารากราฟ ๒ ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___________________)

      (a) recuperated    (ฟื้นคืน, กลับมีสภาพหรือกำลังเหมือนเดิม, พักฟื้น, ทำให้ฟื้นคืน (สุขภาพ, กำลัง, แรง,

            ฐานะทางเศรษฐกิจ), กู้ (ข้อมูล), เอาคืน)

      (b) postponed    (เลื่อนออกไป, ผัดเวลาออกไป)

      (c) negotiated    (เจรจา)

      (d) applauded    (อะ-พล้อด-ดิด)  (ปรบมือแสดงความนิยมชมชอบ, แซ่ซ้องสรรเสริญ)  (คำนาม คือ 

            “Applause”  (อะ-พล้อส)  =  “การปรบมือ, การยกย่องสรรเสริญ”)

      (e) bickered    (เถียง, ทะเลาะ, วิวาท)

      (f) traversed    (ข้าม)

      (g) dodged    (หลบ, เลี่ยง, บอกปัด, หลีก, หลีกเลี่ยง (อย่างเจ้าเล่ห์), ทำภาพให้เบลอ)

 

(คำแปล)

บ้านน่าอยู่

 

            เมื่อสามีของฉันได้รับการเลื่อนตำแหน่ง (สนับสนุน, ส่งเสริม, กระตุ้น, ก่อตั้ง) (promoted)  เราประกาศขายบ้านของเรา (we put our house up for sale),  สามสัปดาห์ต่อมา  มันยังคงถูกเสนอขาย (on the market) อยู่ (หมายถึง  ยังไม่มีคนซื้อ),  ฉันกลายเป็นหญิงดูแลบ้าน (แม่บ้าน, ผู้จัดการในเรื่องงานบ้าน) (housekeeper) ที่มีแรงผลักดันทางใจ (ซึ่งบีบบังคับ, เป็นเชิงบังคับ) (compulsive) (หมายถึง  มีแรงผลักดันให้ต้องทำงานบ้าน  เพื่อให้บ้านดูดีและขายได้)  โดยห้องทุกห้องจำเป็นต้องถูกทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อย (สะอาดสะอ้าน, สะอาดหมดจด, เป็นที่น่าพอใจ, สบาย) (tidy)  และจาน (จานใส่อาหาร, อาหารในจาน) (dishes) จำเป็นต้องถูกล้างและเก็บเข้าที่ (put away) เมื่อถูกใช้ (used),  และแล้ว  วันหนึ่งกระดิ่งประตู (doorbell) ดังขึ้นอย่างไม่คาดฝัน (rang unexpectedly) เวลา ๘ โมงเช้า,  อย่างง่วงนอน (อย่างขี้เกียจ, อย่างเฉื่อยชา, อย่างไม่กระฉับกระเฉง) (Sleepily)  ฉันเปิดประตูและเห็นตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ (ตัวแทนขายบ้านและที่ดิน) (real estate agent) กำลังยืนอยู่ที่นั่นพร้อมด้วย (with) คู่สามีภรรยา (คู่, สอง, คู่หมั้น, คู่หนุ่มสาว) (a couple) จากรัฐไวโอมิง,  (เรา) ไม่มีเวลาที่จะโทรศัพท์มา (call), เขา (ตัวแทนฯ) อธิบาย (explained), เพราะว่าชาวไวโอมิงทั้งคู่ (Wyomingites) (คู่สามีภรรยา) จำเป็นต้องจับเครื่องบินกลับบ้าน (catch a plane home)

            ทั้ง ๓ คน (คู่สามีภรรยาและตัวแทนอสังหาฯ) เดินผ่าน (เดินทางผ่าน) (made their way past) จานอาหารเช้า (breakfast dishes) บนโต๊ะในครัว (kitchen table)  และ (เดิน) เข้าไปในห้องนอนซึ่งมีเตียงที่มิได้จัดเตรียมไว้สำหรับนอน (เตียงที่มิได้ปูผ้าหรือทำความสะอาดให้เรียบร้อย) (unmade beds),  ในขณะที่ฉันหลบตัว (แอบ, หลบหนี, ล่าถอย, ถอย, ถอนกลับ, เพิกถอน) (retreated) เข้าไปในห้องน้ำเพื่อเอาที่ม้วนผม (คีมม้วนผม, สิ่งที่ทำให้ผมหยิกงอ, คนม้วนผม) (curlers) ออกจากผมของฉัน (ผู้เขียนรับแขกขณะมีที่ม้วนผมติดอยู่บนหัว)  ฉันได้ยินผู้ชายพูดอะไรบางอย่างกับภรรยาของเขา  แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมา (they both laughed)

            สองวันต่อมา  ตัวแทนอสังหาฯ โทรศัพท์ (phoned) มาบอกฉันว่า  คู่สามีภรรยา (ที่มาดูบ้าน) ได้ (ตัดสินใจ) ซื้อบ้านแล้ว,  เขาพูดซ้ำ (repeated) สิ่งที่ผู้ซื้อบ้านได้พูด (what the buyer had said) ในขณะที่เขา (ผู้ซื้อ) มอบเช็ค (handed over the check) (ให้กับตัวแทนฯ) ว่า “บ้านหลังนั้นมีความรู้สึกอบอุ่น (warm feeling)  และ (คล้ายกับ) มีคนอยู่อาศัย (lived-in) เหมือนกับบ้านของเรา (just like ours)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ READING