หมวดข้อสอบ READING

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 46)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Translation

 

          The personal pleasure derived from translation is the excitement of trying to solve a thousand small problems in the context of a large one.  Mystery, jigsaw, game, kaleidoscope, maze, puzzle, see-saw, juggling – these comparisons capture the “play” element of translation without its ………..  The chase after words and facts requires imagination.  There is an exceptional attraction in the hunt for the right word, just out of reach, the gap of meaning between two languages that one scours a dictionary to fill.  The relief of finding it, the smile after hitting on the right word when others are still struggling, is extremely rewarding, equal to the satisfaction of filling in the whole picture, but more concrete.

 

1. What does “one” in the passage refer to?

(“one”  ในบทความหมายถึงอะไร)

    (a) problem    (ปัญหา)

    (b) pleasure    (ความสุข, ความยินดี, ความสบาย, ความพอใจ, ความถูกใจ, ความปรารถนา)

    (c) translation    (การแปล, การถอดความ, การแปลความหมาย, ฉบับแปล, ข้อความที่แปล)

    (d) excitement    (ความตื่นเต้น)

2. What could best be added to the list of “Mystery, jigsaw, game, …...…., juggling” ?

(อะไรที่สามารถเติมลงไปได้ดีที่สุดในรายการของ  “นิยายที่เกี่ยวกับการสืบหาและจับกุมอาชญากร, จิ๊กซอร์, เกม, ......................, การเล่นกล”)

    (a) swimming    (การว่ายน้ำ)

    (b) chess    (การเล่นหมากรุก)  (เลือกข้อนี้เนื่องจากเป็นเกมที่ต้องใช้สมองเหมือนกับกลุ่มเกม

          ในรายการข้างบน)

    (c) skating    (การเล่นสเก็ต)

    (d) picnic    (การไปปิกนิก)

3. Which of the following words could best complete the space (……...…) in the first sentence?

(คำใดต่อไปนี้สามารถเติมลงในช่องว่าง (ไข่ปลา) ในประโยคแรกได้ดีที่สุด)

    (a) pleasure    (ความสุข, ความยินดี, ความสบาย, ความพอใจ, ความถูกใจ, ความปรารถนา)

    (b) accuracy    (ความถูกต้อง, ความแม่นยำ, ความเที่ยง, ความแน่นอน)

    (c) seriousness    (ความจริงจัง, การเอาจริงเอาจัง, ความเคร่งขรึม, ความขรึม, ความขึงขัง,

          ความไม่เหลาะแหละ, ความสำคัญ, ความร้ายแรง)  (ดูคำตอบจากตอนท้ายของประโยคที่ ๒

          ที่กล่าวว่า  “.................การเปรียบเทียบเหล่านี้ทำให้หลงใหล (ทำให้สนใจ) องค์ประกอบ

          “การเล่น” ของการแปล  โดยปราศจาก..................”  ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบการแปล

          เหมือนกับการเล่นเกม  คือ  ปราศจากการเอาจริงเอาจัง)

    (d) pain    (ความเจ็บปวด, ความปวดร้าว, ความเจ็บปวดทางใจ, ความเป็นทุกข์, ความทนทุกข์ทรมาน)

4. The writer might describe the job of a translator as all of the following EXCEPT ………..……

(ผู้เขียนอาจจะพรรณนางานของนักแปลว่าเป็นสิ่งทั้งหมดต่อไปนี้  ยกเว้น ______________)

    (a) fun    (สนุกสนาน)

    (b) challenging    (ท้าทาย)

    (c) exciting    (น่าตื่นเต้น)

    (d) boring    (น่าเบื่อ)  (ผู้เขียนพูดถึงการแปลว่าเป็นงานที่เกี่ยวกับ “ความตื่นเต้น” (excitement),

          “การเล่น” (play), “จินตนาการ” (imagination), “รอยยิ้ม” (smile), และความโล่งอก” (relief)   

           ดังนั้น  จึงไม่ใช่สิ่งที่ “น่าเบื่อ”)

5. Based on the text, should a translator be imaginative?

(ตามเนื้อเรื่อง,  นักแปลควรจะมีจินตนาการ-ช่างคิดช่างฝัน  หรือไม่)

    (a) No, because the job of a translator is endless.    (ไม่ควร, เพราะว่างานของนักแปลไม่จบไม่สิ้น)

    (b) No, because he or she can look up unfamiliar words in dictionaries.    (ไม่ควร, เพราะว่าเขา

          หรือเธอสามารถค้นหาคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยในพจนานุกรม)

    (c) Yes, because the search for the right word is impossible.    (ควร, เพราะว่าการค้นหาคำศัพท์

           ที่เหมาะสมเป็นไปไม่ได้)

    (d) Yes, because he or she has to find the right word for the context.    (ควร, เพราะว่าเขา

           หรือเธอจำเป็นต้องหาคำศัพท์ที่เหมาะสมสำหรับบริบท – ในเรื่องที่แปล)  (ดูคำตอบจากประ

           โยคที่ ๓ ที่กล่าวว่า  “การแสวงหาคำศัพท์และข้อเท็จจริงต่างๆ (ในขณะที่แปล) ต้องการจิน

           ตนาการ)

6. The passage answers the question : “……………………..….................................................…..”

(บทความตอบคำถาม  “.................................................................................................” )

    (a) Why do some people find translation appealing?    (ทำไมบางคนจึงพบว่าการแปลมีเสน่ห์-

          น่าหลงใหล)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๔ ที่กล่าวว่า  “มีเสน่ห์ (แรงดึงดูด) พิเศษในการตามล่า

          หาคำศัพท์ที่เหมาะสม-ถูกต้อง  ที่เอื้อมไปไม่ถึง (หมายถึง  คำศัพท์เหมาะสมที่ยังหาไม่พบใน

          การแปล) ......................)

    (b) What is needed for doing translation work?    (ต้องใช้อะไรสำหรับการทำงานแปล)

    (c) What does it take to become a good translator?    (มันต้องใช้อะไรบ้าง – มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง –

          ในการเป็นนักแปลที่ดี)

    (d) How could translators improve their work?    (นักแปลจะสามารถปรับปรุงงานของตนอย่างไร)

7. The word “exceptional” refers to ____________________________________________.

(คำว่า  “พิเศษ, ซึ่งยกเว้น, ซึ่งคัดค้าน”  หมายถึง __________________________________)

    (a) ultimate    (สุดท้าย, สูงที่สุด, ไกลสุด, มากสุด, ที่สุด, พื้นฐาน, รากฐาน, ทั้งหมด)

    (b) efficacious    (เอฟ-ฟิ-เค้-เชิส)  (๑. มีประสิทธิภาพ, (ยา) ชงัด, ได้ผล, มีผล  ๒. เตะตา, เด่น,

          ทรงพลัง) 

    (c) jubilant    (จู๊-บิ-เลิ่นท)  (ดีอกดีใจ, ปลื้มปิติยินดีร่าเริง) 

    (d) disgraceful    (น่าอัปยศอดสู, น่าอับอายขายหน้า, เสียหน้า, เสื่อมเสีย) 

    (e) reprehensible    (เร-พริ-เฮ้น-ซิ-เบิ้ล)  (น่าตำหนิ, น่าประณาม, น่าถูกดุ, น่าถูกต่อว่า, น่าจับผิด) 

    (f) dubious    (ดู๊-เบียส)  (๑. น่าสงสัย, น่าแคลงใจ,  ๒. คลุมเครือ, ไม่แน่นอน)

    (g) supercilious    (ซู-เพอะ-ซิ้ล-เลียส)  (ทะนงตัว, วางมาด, อวดภูมิ, หยิ่ง, ยโส) 

    (h) remarkable    (พิเศษ, น่าทึ่ง, ยอดเยี่ยม, น่าสังเกต)

8. The word that can best replace “scours” is ____________________________________.

(คำซึ่งสามารถแทน  “ค้นคว้า, ค้นหา, วิ่งไปอย่างรวดเร็ว, ผ่านไปอย่างฉับพลัน”  ได้ดีที่สุด คือ ____

____________)

    (a) wants    (ต้องการ)

    (b) asks    (ถาม, ขอร้อง, ขอ)

    (c) purchases    (ซื้อ)

    (d) deludes    (ดิ-ลู้ด)  (หลอก, หลอกลวง, ลวงตา, ตบตา)

    (e) perpetuates    (เพอร์-เพ้ช-ชู-เอท)  (ทำให้คงอยู่ตลอดไป, ทำให้ถาวร, ทำให้ไม่สูญไป, ทำให้

          เป็นอมตะ)  

    (f) searches    (ค้นหา, ตรวจสอบ, สอดส่อง, สอบถาม, สืบหา, สืบสวน, พินิจพิเคราะห์)

    (g) neutralizes    (นิ้ว  หรือ  นู้-เทริล-ไลซ)  (ทำให้เป็นกลาง, ทำให้ไม่ได้ผล, ต่อต้าน, ลบล้าง,

          ถอนพิษ, ประกาศตัวเป็นกลาง) 

    (h) incapacitates    (อิน-คะ-แพ้ส-ซิ-เทท)  (ทำให้ไร้ความสามารถ, ทำให้ขาดคุณสมบัติ) 

9. The word “relief” could best be replaced by ____________________________________.

(คำว่า  “การโล่งอก, ความผ่อนคลาย, การบรรเทา, การช่วยเหลือ, การสงเคราะห์, การบรรเทาทุกข์”  สามารถแทนดีที่สุดโดย ________________)

    (a) belief    (ความเชื่อ, ความศรัทธา)

    (b) accomplice    (อะ-คล้อม-พลิซ)  (ผู้ร่วมสมคบกระทำผิด, ผู้สมรู้ร่วมคิด) 

    (c) interloper    (อิน-เทอะ-โล้พ-เพ่อะ)  (ผู้บุกรุก, ผู้รุกล้ำไปในบริเวณที่หวงห้ามโดยไม่มีใบอนุญาต,

          ผู้ดำเนินกิจการผิดกฎหมาย, ผู้ยุ่งเรื่องของคนอื่น, ผู้พูดสอดขึ้น) 

    (d) casualty    (แค้ช-ชวล-ที่)  (คนที่ได้รับบาดเจ็บหรือตายในอุบัติเหตุ-สงคราม-การก่อการร้าย ฯลฯ,  

          คนหรือกลุ่มคนหรือสิ่งของที่ได้รับความเสียหายมากหรือถูกทำลายในอุบัติเหตุ-สงคราม,  จำนวนคน

          ตาย,  อุบัติเหตุร้ายแรง  -  โดยเฉพาะที่มีคนตาย) 

    (e) elite    (เอ-ลี้ท  หรือ  อิ-ลี้ท)  (คนหัวกะทิ, บุคคลที่ยอดเยี่ยม, ชนชั้นสูง, ผู้นำ, กลุ่มอิทธิพล, สิ่งที่ได้

          เลือกสรรแล้ว)  (เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “ชั้นยอด, หัวกะทิ, เป็นส่วนที่ดีที่สุด”)

    (f) relaxation    (การผ่อนคลาย, การผ่อนคลายอารมณ์, การลดหย่อน, การเพลามือ, การผ่อนผัน,

          การถ่ายท้อง)

    (g) indignity    (ความเสื่อมเสีย, ความเสียเกียรติ, การเหยียดหยาม, การสบประมาท, การดูถูก)  

    (h) insurgency    (= insurgence)  (การจลาจล, การกบฏ) 

10. The word “it” refers to a __________________________________________________.

(คำว่า  “มัน”  หมายถึง __________________________________________________)

    (a) word    (คำศัพท์, คำ)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟที่กล่าวว่า  “การโล่งอก

          (ความผ่อนคลาย) จากการค้นพบ (เจอ) มัน (คำศัพท์),  (หรือ) รอยยิ้มหลังจากค้นเจอ (พบ)

          คำศัพท์ที่เหมาะสม .....................)

    (b) smile    (รอยยิ้ม)

    (c) reward    (รางวัล)

    (d) dictionary    (พจนานุกรม)

11. The expression “hitting on” means _________________________________________.

(ข้อความ – คำพูด – “ค้นเจอ, พบ”  หมายถึง _________________________________)

    (a) showing off    (โอ้อวด)

    (b) typing    (พิมพ์)

    (c) looking for    (ค้นหา, มองหา)

    (d) repeating    (พูดซ้ำ, ทำซ้ำ)

    (e) beating    (ตี, เฆี่ยน, ชนะ)

    (f) writing    (เขียน)

    (g) discovering    (ค้นพบ, พบ, มองออก, เปิดเผย)

    (h) paraphrasing    (แปลความหมาย, ถอดความ, ถ่ายข้อความ)

12. The word “others” refers to other ___________________________________________.

(คำว่า  “คนอื่นๆ”  หมายถึง ____________________________________________ อื่นๆ)

      (a) translations    (การแปล, การแปลความหมาย)

      (b) translators    (นักแปล)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟที่กล่าวว่า  การโล่งอก

            (ความผ่อนคลาย) จากการค้นพบ (เจอ) มัน (คำศัพท์),  (หรือ) รอยยิ้มหลังจากค้นเจอ (พบ) คำ

            ศัพท์ที่เหมาะสม  ในขณะที่คนอื่นๆ (นักแปลอื่นๆ) ยังคงกำลังต่อสู้ดิ้นรน (หาคำที่เหมาะสมใน

            ขณะกำลังแปล),  ให้รางวัลอย่างสุดๆ ...................ซึ่งหมายถึงให้ความชื่นใจอย่างมากแก่

            นักแปล)

      (c) words    (คำศัพท์, คำ)

      (d) meanings    (ความหมาย)

13. What does “struggling” mean?

(ต่อสู้ดิ้นรน, แข่งขัน”  หมายถึงอะไร)

    (a) tainting    (เท้นท)  (ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง, ทำให้เป็นรอยเปื้อน, ทำให้ด่างพร้อย) 

    (b) enunciating    (อิ-นั้น-ซิ-เอท-ทิ่ง)   (อ่านออกเสียง, ออกเสียง, กล่าวอย่างชัดแจ้ง, ประกาศ, แถลง) 

    (c) mitigating    (มิ้ท-ทะ-เกท-ทิ่ง)  (ทำให้เบาบาง, ทำให้ลดน้อยลง, ทำให้บรรเทาลง, แบ่งเบา, ทำให้

          อ่อนโยนขึ้น, อ่อนลง, ลดลง, บรรเทาลง)

    (d) striving    (ต่อสู้, ดิ้นรน, พยายามหนัก, มุ่งมั่น, ฝ่าฟัน, แข่งขัน)

    (e) pondering    (พ้อน-เดอะ)  (ครุ่นคิด, คำนึง, ไตร่ตรอง, พิจารณา) 

    (f) nurturing    (เน้อร์-เช่อะ-ริ่ง)  (๑. สนับสนุน, เลี้ยง, บำรุง, ถนอม, ทะนุถนอม, อุปถัมภ์,   ๒.  ฝึกฝน,

          ให้การศึกษา) 

    (g) infuriating    (ทำให้โกรธ, ทำให้เดือดดาล)

    (h) demolishing    (ดิ-ม้อล-ลิช-ชิ่ง)  (รื้อทิ้ง, ทำลาย, โค่น)  (คำนาม  คือ  “Demolition” (เดม-มะ-ลิ้ช-ชั่น)  

          –  การรื้อ, การทำลาย, การโค่น, ภาวะที่ถูกรื้อ)

14. The word “rewarding” is closest in meaning to ________________________________.

(คำว่า  “ให้รางวัล, ตอบแทน, ชดเชย, ทดแทน”  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ____________)

    (a) exasperating    (อิก-แซส-พะ-เร-ทิ่ง)  (ทำให้โกรธมาก, เพิ่มความรุนแรง)

    (b) establishing    (อิส-แท้บ-ลิช-ชิ่ง)  (สร้าง, สถาปนา, ก่อตั้ง, ทำให้เกิดขึ้น, ตั้งมั่น, กำหนด, บัญญัติ,

          พิสูจน์, ทำให้เป็นที่ยอมรับ)

    (c) rehabilitating    {พักฟื้น, ทำให้สุขภาพกลับคืนสู่ปกติ, กู้ชื่อเสียง, กู้ฐานะ, บูรณะ (ตึก, อาคาร)}

    (d) gratifying    (ให้รางวัล, ทำให้ปลื้มปิดิ, ทำให้พอใจ)

    (e) devastating    (ทำลายล้าง, ล้างผลาญ, มีชัยท่วมท้น)

    (f) debilitating    (ทำให้อ่อนแอ-อ่อนเพลีย-หมดกำลัง-ทรุดโทรม)

    (g) tolerating    (ท้อล-เลอ-เรท-ทิ่ง)  (อดทน, อดทนต่อความยากลำบาก, สามารถต้านฤทธิ์ยาได้)

    (h) withering    (วิธ-เธอะ-ริ่ง)  (เหี่ยวแห้ง, เหี่ยวเฉา, หดเหี่ยว, หด, ย่น, ร่วงโรย, (สี) จางลง, เน่าเปื่อย,

          อับเฉา, ทำให้เหี่ยวแห้ง-ร่วงโรย-อับเฉา-หมดกำลัง-ตายไป)

15. The “whole picture” can be compared to the ________________________________.

(“ภาพทั้งภาพ, ภาพเต็ม”  สามารถเปรียบเทียบได้กับ _____________________________)

      (a) concrete satisfaction    (ความพึงพอใจที่เป็นรูปธรรม)

      (b) complete translation    (การแปลที่สมบูรณ์, การแปลที่แล้วเสร็จ)  (ผู้เขียนเปรียบเทียบการ

            แปลกับการต่อจิ๊กซอร์  ดังนั้น  การต่อจิ๊กซอร์ได้แล้วเสร็จทั้งภาพจึงคล้ายกับการแปลที่เสร็จ

            สมบูรณ์)

      (c) exceptional attraction    (เสน่ห์พิเศษ, แรงดึงดูดพิเศษ)

      (d) personal pleasure    (ความสุข-ความพอใจส่วนตัว)

16. The last sentence describes a process most similar to __________________________.

(ประโยคสุดท้ายพรรณนากระบวนการซึ่งคล้ายคลึงที่สุดกับ ______________________)

      (a) finding a word in a dictionary    (การหาคำศัพท์ในพจนานุกรม)

      (b) taking a photograph    (การถ่ายรูป)

      (c) putting in one piece of a jigsaw puzzle    (การใส่จิ๊กซอร์ชิ้นหนึ่งลงไปในภาพจิ๊กซอร์ปริศนา

            – จนได้ภาพจิ๊กซอร์เต็มทั้งภาพ)  (ประโยคสุดท้ายกล่าวว่า  “...............รอยยิ้มหลังการพบคำ

            ศัพท์ที่เหมาะสม (ในการแปล) ................ ให้รางวัล (ความปลื้มใจ) อย่างมาก  ซึ่งเท่ากับความ

            พึงพอใจจากการเติมเต็มรูปจิ๊กซอร์ได้สมบูรณ์ทั้งภาพ)

      (d) winning a difficult competition    (การชนะการแข่งขันที่ยากลำบาก)

 

(คำแปล)

การแปล

 

            ความสุข (ความยินดี, ความสบาย, ความพอใจ, ความถูกใจ, ความปรารถนา) (pleasure) ส่วนตัวที่ได้รับ (derived) จากการแปล (translation)  คือความตื่นเต้นของการพยายาม (trying) ที่จะแก้ปัญหาเล็กๆ ๑,๐๐๐ ปัญหาในบริบท (context) ของปัญหา (one) ใหญ่ปัญหาหนึ่ง (เดียว),  โดยนิยายที่เกี่ยวกับการสืบหาและจับกุมอาชญากร (ความลึกลับ, ความลี้ลับ, สิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้) (Mystery), การต่อจิ๊กซอร์ (jigsaw), เกม, คาไลโดสโคป (กล้องภาพลานตาที่เกิดจากการสะท้อนภาพของแผ่นกระจกหลายแผ่นประกบกันในกล้อง), เขาวงกต (maze), ปริศนาอักษรไขว้ (puzzle), การเล่นไม้กระดานหก (see-saw), การเล่นกล (juggling) - - การเปรียบเทียบ (comparisons) เหล่านี้ทำให้หลงใหล (ทำให้สนใจ, จับได้, ยึดได้) (capture) องค์ประกอบ (element) “การเล่น” ของการแปล  โดยปราศจาก (..........ความจริงจัง, การเอาจริงเอาจัง...........) (ข้อความในวงเล็บเป็นข้อความที่บทความทิ้งว่างเอาไว้) ของมัน (การแปล),  โดยการแสวงหา (การไล่กวด, การไล่ตาม, สิ่งที่ถูกไล่, สัตว์ที่ล่ามาได้) (chase after) คำศัพท์และข้อเท็จจริงต่างๆ (ในขณะที่แปล) ต้องการ (requires) จินตนาการ (การวาดมโนภาพ, การวาดภาพในใจ, การนึกเอาเอง) (imagination),  โดยมีเสน่ห์ (แรงดึงดูด, การดึงดูดความสนใจ)  (attraction) พิเศษ (ซึ่งยกเว้น, ซึ่งคัดค้าน) (exceptional) ในการตามล่า (hunt) หาคำศัพท์ที่เหมาะสม-ถูกต้อง (right word) ที่เอื้อมไปไม่ถึง (out of reach) (หมายถึง  คำศัพท์เหมาะสมที่ยังหาไม่พบ),  ซึ่งเป็นช่องว่าง (gap) ของความหมายระหว่าง ๒ ภาษา  ซึ่งบุคคล (one) ค้นคว้า (ค้นหา, วิ่งไปอย่างรวดเร็ว, ผ่านไปอย่างฉับพลัน) (scours) ในพจนานุกรมเพื่อเติมเต็ม (ช่องว่างดังกล่าว),  ทั้งนี้  การโล่งอก (ความผ่อนคลาย, การบรรเทา, การช่วยเหลือ, การสงเคราะห์, การบรรเทาทุกข์) (relief) จากการค้นพบ (เจอ) (finding) มัน (คำศัพท์ที่เหมาะสม),  (หรือ) รอยยิ้ม (smile) หลังจากค้นเจอ (พบ) (hitting on) คำศัพท์ที่เหมาะสมเมื่อ (ในขณะที่) (when) คนอื่นๆ (นักแปลอื่นๆ) ยังคงกำลังต่อสู้ดิ้นรน (แข่งขัน) (struggling) (หาคำที่เหมาะสมในขณะกำลังแปล),  ให้รางวัล (ตอบแทน, ชดเชย, ทดแทน) (rewarding) อย่างสุดๆ (อย่างยิ่งยวด, อย่างสุดโต่ง) (extremely) ซึ่งเท่ากับ (equal) ความพึงพอใจ (satisfaction) จากการเติมเต็ม (filling in) ภาพทั้งภาพ (ภาพเต็ม) (whole picture) (หมายถึง  การแปลที่สมบูรณ์หรือเสร็จสิ้นแล้ว)  แต่ทว่าเป็นรูปธรรม (concrete) มากกว่า (หมายถึง  การแปลงานเสร็จเป็นรูปธรรมมากกว่าความพึงพอใจของผู้แปล)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 45)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Silence

 

          Most people throughout the world experience some form of silence.  However, people’s attitude toward silence is dramatically different in different cultural groups.  Northern European and North American societies, for example, view silence as dark, negative, and full of ‘nothing’ – all of which are considered socially undesirable.  In other cultures such as Japan, however, silence is often positively valued.  Here, breaking silence is a necessary evil; speaking is a negative act.

          According to Wayne’s study, the U.S. interpretations of silence are sorrow, criticism, obligation, regret, and embarrassment.  Australian interpretations proved to be similar to the U.S. ones.  However, the Japanese attitude toward silence is favorable.  Ishikawa’s survey on businessmen and businesswomen in Tokyo revealed that men need to be silent to be successful in life and that 65 percent of businesswomen would choose a silent man to marry.

        Not only in business, but in every aspect of social life, people in the United States like to ask questions and force others to talk to fill interpersonal silences.  So in U.S. society and in many European societies, one function of speech is to avoid silence.  Contrary to the U.S. practice, in Japanese society, silence is generally considered to be meaningful.

 

1. According to the article, what is true about ‘silence’?

(ตามที่บทความกล่าว,  อะไรเป็นความจริงถูกต้อง – เกี่ยวกับ “ความนิ่งเงียบ”)

    (a) Silence is always regarded as something negative.    (ความนิ่งเงียบถูกถืออยู่เสมอว่า  เป็นอะไร

          บางอย่างที่เป็นลบ)  (ไม่เป็นความจริง  เพราะชาวญี่ปุ่นมองว่าความนิ่งเงียบเป็นสิ่งดี  มีคุณค่า)

    (b) Most cultures view silence as undesirable.    (วัฒนธรรมส่วนใหญ่มองความนิ่งเงียบว่าไม่พึง

          ปรารถนา)  (ไม่เป็นความจริง  เพราะวัฒนธรรมอื่นๆ ที่ไม่ใช่วัฒนธรรมตะวันตก  มองว่าความนิ่งเงียบ

          เป็นสิ่งพึงปรารถนา)

    (c) People throughout the world have the same opinion of silence.    (ผู้คนทั่วโลกมีความคิดเห็น

          เหมือนกันเกี่ยวกับความนิ่งเงียบ)

    (d) People from different cultures interpret silence differently.    (ผู้คนจากวัฒนธรรมซึ่ง

           แตกต่างกัน  แปลความหมายความนิ่งเงียบแตกต่างกัน)  (ดูจากประโยคที่ ๒ ของพารา

           กราฟแรกที่กล่าวว่า  “อย่างไรก็ตาม  ทัศนคติของผู้คนที่มีต่อความนิ่งเงียบแตกต่างกัน

           อย่างมากมาย  ในกลุ่มวัฒนธรรมซึ่งแตกต่างกัน)

2. The word “dramatically” in the first paragraph means almost the same as _____________.

(คำว่า  “อย่างมากมาย, อย่างตื่นเต้นเร้าใจ, ในแบบละคร, ซึ่งเกิดขึ้นกะทันหัน”  ในพารากราฟแรก  มีความหมายเกือบจะเหมือนกับ ________________)

    (a) suddenly    (ในทันทีทันใด, ทันใดนั้น)

    (b) currently    (ในปัจจุบัน)

    (c) actively    (อย่างกระฉับกระเฉง)

    (d) continuously    (อย่างสม่ำเสมอ, อย่างต่อเนื่องกันไป)

    (e) comparatively    (โดยเปรียบเทียบ)

    (f) extremely    (อย่างมากมาย, อย่างสุดโต่ง, อย่างเกินไป, อย่างเกินขอบเขต, อย่างหนักที่สุด)

    (g) frequently    (บ่อยๆ)

    (h) sluggishly    (อย่างเงื่องหงอย, อย่างซบเซา, อย่างเฉื่อยชา, อย่างเกียจคร้าน)

3. In paragraph 1, “undesirable” refers to _______________________________________.

(ในพารากราฟ ๑,  “ไม่พึงปรารถนา, ไม่พึงประสงค์”  หมายถึง ________________________)

    (a) considerable    (มากมาย)

    (b) convincing    (น่าเชื่อ)

    (c) authoritative    (เผด็จการ, ซึ่งมีอำนาจ, เชื่อถือได้, มีหลักฐานพิสูจน์ได้)

    (d) extensive    (มากมาย, กว้าง, กว้างขวาง, ครอบคลุม, แพร่หลาย, ถ้วนทั่ว)

    (e) intermittent    (เป็นพักๆ, เดินๆหยุดๆ, ไม่ต่อเนื่อง, ไม่สม่ำเสมอ)

    (f) unwelcome    (ไม่ยินดีต้อนรับ, ไม่พึงประสงค์, ไม่น่ายินดี, ไม่อยากต้อนรับ, ไม่ได้รับอนุญาต)

    (g) prevalent    (มีอยู่ทั่วไป, ดาษดื่น, แพร่หลาย)

    (h) widespread    (แพร่หลาย, กว้างขวาง, กระจาย, กางออก, ขยายออก)

4. The word “valued” in paragraph 1 means nearly the same as ______________________.

(คำว่า  “ประเมินค่า, ประมาณค่า, คำนวณค่าเป็นเงิน, ให้ความสำคัญ, ให้เกียรติ, นับถืออย่างสูง”  ในพารากราฟ ๑  มีความหมายเกือบจะเหมือนกับ ________________)

    (a) practiced    (ปฏิบัติ, ฝึกหัด, ประกอบพิธี, ฟ้องร้อง)

    (b) alloted    (อะ-ล้อท-ทิด)  (แจก, แบ่งปัน, จัดแบ่ง, จัดสรร)

    (c) measured    (วัด)

    (d) banished    (แบ๊น-นิช)  (เนรเทศ)

    (e) maintained    (รักษาไว้, ดำรงไว้, ผดุงไว้, อนุรักษ์, บำรุง, ค้ำ, เกื้อกูล, ดำเนินต่อไป, ยืนยัน, ยึดมั่น,

          ออกค่าใช้จ่าย)

    (f) reprimanded    (ประณาม, กล่าวหาอย่างรุนแรง)

    (g) regarded    (ถือว่า, เห็นว่า, พิจารณา, จ้องมอง, เอาใจใส่, สนใจ, นับถือ, เคารพ)

    (h) opposed    (ต่อต้าน, คัดค้าน, ขัดขวาง, ขัดแย้ง, ไม่เห็นด้วย, อยู่ฝ่ายตรงกันข้าม)

5. The phrase “breaking silence” in paragraph 1 could best be replaced by ______________.

(วลี  “พูดออกมา, ทำลายความนิ่งเงียบ”  ในพารากราฟ ๑  สามารถแทนดีที่สุดโดย __________)

    (a) shouting loudly    (ตะโกนเสียงดัง)

    (b) overcoming    (เอาชนะ, พิชิต)

    (c) being quiet    (เงียบ)

    (d) commending    (ยกย่อง, สรรเสริญ)

    (e) shutting up    (หุบปาก, หยุดพูด)

    (f) striving    (พยายาม)

    (g) speaking out    (พูดออกมา)

    (h) mimicking    (มิ้ม-มิค-คิ่ง)  (ล้อเลียน, ล้อ, จำลอง)

6. Wayne’s study reports that the U.S. interprets silence as all of the following EXCEPT ________.

(การศึกษาของเวย์นรายงานว่า  สหรัฐฯ แปลความหมาย – ตีความ – การนิ่งเงียบว่าเป็นสิ่งทั้งหมดต่อไปนี้  ยกเว้น _______________)

    (a) blame    (การตำหนิติเตียน, การกล่าวโทษ, การประณาม, ความรับผิดชอบ, ภาระ)  (ประโยคแรกของ

          พารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “สอดคล้องกับการศึกษาของเวย์น  การตีความ (การแปลความหมาย) ความนิ่ง

          เงียบ (การไม่พูด) ของสหรัฐฯ  คือ  ความเศร้าโศก , การวิพากษ์วิจารณ์ (การตำหนิ), ความจำเป็น,

          ความเสียใจ (ความสลดใจ), และความกระดากอาย (ความขวยเขิน)”)

    (b) shame    (ความละอายใจ, ความอับอาย, ความอดสู, ความอัปยศอดสู, ความขายหน้า, สิ่งที่ทำให้เสียใจ) 

          (ดูคำอธิบายในข้อ  “A”)

    (c) anger    (ความโกรธ)

    (d) sadness    (ความเศร้าโศก, ความเสียใจ, ความสลดใจ, ความเศร้าใจ, ความตรอมใจ, ความมืดมัว) 

          (ดูคำอธิบายในข้อ  “A”)

    (e) necessity    (ความจำเป็น)  (ดูคำอธิบายในข้อ  “A”)

7. In the second paragraph, “interpretations” means _______________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “การตีความ, การแปลความหมาย, การอธิบาย, การชี้แจง, การแปล”  หมายถึง __

______________)

    (a) distortions    (การบิดเบือน)

    (b) emancipations    (การปลดปล่อย, การปล่อยเป็นอิสระ, การปลดปล่อยหรือเลิกทาส)

    (c) compensations    (การชดเชย, การตอบแทน, การเยียวยา, เงินชดเชย, ค่าตอบแทน)

    (d) augmentations    (การเพิ่มขึ้น)

    (e) improvements    (การปรับปรุง, การทำให้ดีขึ้น)

    (f) disclosures    (การเปิดเผย)

    (g) ventilations    (การระบายลมหรืออากาศ, การทำให้มีอากาศเข้าได้, การเปิดเผย, การเปิดให้ตรวจสอบ,

           การแสดงออก, การแสดงข้อคิดเห็น)

    (h) paraphrases    (การแปลความหมาย, การถอดความ, การใช้สำนวนใหม่, การถ่ายข้อความ,

          ข้อความที่แปลความหมายข้อความอื่น)

8. What does “embarrassment” in paragraph 2 mean?

(“ความกระดากอาย, ความขวยเขิน, ความอึดอัดใจ, ความลำบากใจ”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึงอะไร)

    (a) decoration    (การตกแต่ง, การประดับประดา)

    (b) equanimity    (อี-ควะ-นิ้ม-มิ-ที่)  (ความสงบใจ, ความใจเย็น, ความมีอารมณ์เย็น, ความสมดุลของใจ)

    (c) avarice    (แอฟ-วะ-ริส)  (ความโลภ, ความตะกละ, ความงก) 

    (d) ambivalence    (แอม-บิ-เว้-เลิ่นซ)  (ความรู้สึกสองจิตสองใจต่อบุคคลหรือสิ่งหนึ่ง,  ความรู้สึกทั้งบวก

          และลบต่อบุคคลคนหนึ่งหรือสิ่งหนึ่ง, ความไม่แน่ใจในการเลือกของ  ๒  สิ่งที่ตรงกันข้าม, ความรู้สึก

          ทั้งรักและชังต่อบุคคลเดียวกัน) 

    (e) abashment    (ความอาย, ความขวยเขิน, การทำให้อับอาย, การทำให้ขวยเขิน)

    (f) grievance    (การอุทธรณ์, การร้องทุกข์, ความไม่พอใจ, ข้อข้องใจ, ความข้องใจ)

    (g) paragon    (แพ้-ระ-กอน)  (ตัวอย่างอันยอดเยี่ยม, ตัวอย่างอันดีเลิศ) 

    (h) paradox    (แพ้-ระ-ดอคซ)  (คำพูดหรือข้อความที่ดูเหมือนไม่ถูกต้อง  แต่ความจริงอาจถูก, สิ่ง (บุคคล,

           เหตุการณ์, คำพูด) ที่ขัดแย้งกัน, ข้อสรุปที่ดูเหมือนขัดกัน, สิ่งที่ดูเหมือนแย้งกัน  แต่ทว่าเป็นจริง  เช่น 

           “ยิ่งรีบก็ยิ่งช้า”  หรือ  คำกล่าวที่ว่า  “เชื้อโรคซึ่งก่อให้เกิดโรคภัย  อาจถูกใช้ป้องกันโรคนั้นได้”  หรือ 

           “ใช้เซรุ่ม (ได้มาจากพิษงู) แก้พิษงู  -  ข้อความเหล่านี้ล้วนเป็น   “Paradox”)

9. The word “favorable” in paragraph 2 is closest in meaning to _______________________.

(คำว่า  “เห็นด้วย, สนับสนุน, เอื้ออำนวย, เป็นประโยชน์, เป็นที่โปรดปราน”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________________)

    (a) probable    (เป็นไปได้, น่าจะเป็นไปได้, อาจจะ, ค่อนข้างแน่, คง, น่าจะเกิดขึ้น)

    (b) fabulous    (วิเศษ, ยอดเยี่ยม, ไม่น่าเชื่อถือที่สุด, ไม่น่าเป็นไปได้, โกหก, เป็นเรื่องนิทาน)

    (c) approving    (เห็นด้วย, ยอมรับ, เห็นชอบ, ยืนยันด้วย, ให้สัตยาบัน, พอใจ)

    (d) frugal    (ฟรู้-เกิ้ล)  (ประหยัด, มัธยัสถ์, กระเหม็ดกระแหม่, ตระหนี่, มีค่าเล็กน้อย, ราคาถูก) 

    (e) reasonable    (สมเหตุสมผล, มีเหตุผล, พอสมควร, ไม่แพงเกินไป, ราคาพอสมควร, ไม่เกินไป)

    (f) eloquent    (เอ๊ล-โล-เควิ่นท)  (พูดคล่อง, มีคารมคมคาย, มีฝีปาก, ซึ่งโน้มน้าวจิตใจ) 

    (g) supernatural    (เหนือธรรมชาติเกี่ยวกับสิ่งปาฏิหาริย์, อภินิหาร, ศักดิ์สิทธิ์, ประหลาด, มหัศจรรย์,

          เกินปกติ, คาดไม่ถึง, เกี่ยวกับภูตผีปีศาจ) 

    (h) approximate    (อะ-พร้อค-ซิ-เมท)  (ประมาณ, ใกล้เคียง, มีจำนวนใกล้เคียง   (เมื่อเป็นคำกริยา

          หมายถึง  “คล้ายกันมาก, ใกล้เคียงกับ, เลียนแบบ”)

10. A Japanese woman would probably avoid marrying a ____________________________.

(ผู้หญิงญี่ปุ่นอาจจะหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับ __________________________________)

      (a) good listener    (ผู้ฟังที่ดี)

      (b) talkative person    (บุคคลซึ่งพูดมาก – ช่างคุย)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารา

            กราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “.................และ (เปิดเผย) ว่า  ๖๕ เปอร์เซ็นต์ของนักธุรกิจหญิงจะเลือก

            ผู้ชายที่นิ่งเงียบ (ไม่ค่อยพูด) เพื่อที่จะแต่งงานด้วย)

      (c) man who hates arguing with women    (ผู้ชายผู้ซึ่งเกลียดการโต้เถียงกับผู้หญิง)

      (d) man who speaks only when necessary    (ผู้ชายซึ่งพูดเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น)

11. To avoid silence, many Westerners _________________________________________.

(เพื่อหลีกเลี่ยงการนิ่งเงียบ,  ชาวตะวันตกจำนวนมาก ______________________________)

      (a) keep talking to themselves    (พูดกับตัวเองเรื่อยๆ)

      (b) never interrupt each other    (ไมเคยขัดจังหวะกันและกัน)

      (c) fill silences with activities    (เติมเต็มความนิ่งเงียบด้วยกิจกรรมต่างๆ)

      (d) carry on talking and get others to talk    (พูดคุยต่อไป  และทำให้ผู้อื่นพูด)  (ดูคำตอบจาก

            ประโยคแรกของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “ไม่เพียงแต่ในธุรกิจเท่านั้น  แต่ยังในทุกแง่มุม

            (ลักษณะ) ของชีวิตทางสังคมด้วย,  โดยผู้คนในสหรัฐฯ ชอบถามคำถาม  และบังคับคนอื่น

            ให้พูดคุย (สนทนา) เพื่อเติมเต็มความเงียบระหว่างบุคคล (คู่สนทนา))

12. The word “function” in paragraph 3 refers to __________________________________.

(คำว่า  “หน้าที่, ภารกิจ, การปฏิบัติงาน, งาน, พิธี, บทบาท”  ในพารากราฟ ๓ หมายถึง _________)

      (a) pittance    (จำนวนเล็กน้อย, รายได้หรือค่าจ้างเล็กๆ น้อยๆ, เงินค่าครองชีพเล็กๆน้อยๆ, การให้ทาน

            เล็กๆน้อยๆ, นิตยภัต)   

      (b) utopia    (ยู-โท้-เพีย)  (ดินแดนที่มีแต่ความสุข-สงบ, ดินแดนที่มีสภาพทางการเมืองและสังคมที่สม

           บูรณ์, ระบบการเมืองหรือสังคมที่สมบูรณ์) 

      (c) haven    (เฮ้-เวิ่น)  (ที่พักอาศัย, ที่หลบภัย, ท่าเรือ) 

      (d) profusion    (โพร-ฟิ้วส-ชั่น)   (ปริมาณที่มากมายเกินไป, ความฟุ่มเฟือย, ความสุรุ่ยสุร่าย)  

      (e) duty    (หน้าที่, ภาระหน้าที่, ภาษี, อากร, ความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่, ประสิทธิภาพของเครื่อง)

      (f) utensil    (ยู-เท้น-เซิ่ล)  (เครื่องมือ, เครื่องใช้, ภาชนะ)  (ในบ้าน หรือในครัว)

      (g) scheme    (สคีม)  (. โครงการ, แผนการ, แผนผัง, แบบแผน, ระบบการจัดการ,  . แผนลับ, แผนร้าย,

            เพทุบาย, กลเม็ด) 

      (h) pinnacle    (พิ้น-นะ-เคิ่ล)  (ยอด, จุดสุดยอด, ขีดสุด, ยอดภูเขา เจดีย์ ตึก หอ หรืออื่นๆ, ส่วนที่เป็น

            ยอดแหลม) 

13. The passage suggests that Americans regard silence as _________________________.

(บทความบอกเป็นนัยว่า  ชาวอเมริกันถือว่าการนิ่งเงียบเป็น _______________________)

      (a) an unwillingness to communicate    (ความไม่เต็มใจที่จะติดต่อพูดคุย – แลกเปลี่ยนข้อ

            คิดเห็น)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “สังคมยุโรปภาคเหนือ

            และอเมริกาเหนือ, เป็นตัวอย่าง, มองความนิ่งเงียบว่าซ่อนเร้น (เร้นลับ), เป็นลบ, และเต็มไป

            ด้วย “ไม่มีอะไรเลย” – ซึ่งทั้งหมดถูกถือว่าไม่พึงปรารถนาทางสังคม”  หมายถึง  การนิ่งเงียบ

            เป็นสิ่งไม่ดีหรือเป็นลบในความคิดของคนอเมริกัน  ซึ่งสังคมไม่ต้องการแบบนั้น  เปรียบได้กับ

            ความไม่เต็มใจที่จะพูดคุย-สื่อสารกับผู้อื่น)

      (b) an effective means of communication    (วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิผล)

      (c) meaningful interaction    (ปฏิสัมพันธ์ที่สำคัญ – มีความหมาย)

      (d) admirable behavior    (พฤติกรรมที่น่าชมเชย)

14. The word “meaningful” in the final paragraph may be replaced by _________________.

(คำว่า  “สำคัญ, มีความหมาย”  ในพารากราฟสุดท้าย  อาจถูกแทนโดย _________________)

      (a) boisterous    (บ๊อย-สเทอ-เริส)  (หนวกหู, อึกทึก, เอะอะ, หยาบ, พล่าน)  

      (b) contentious    (คัน-เท้น-เชิส)  (ชอบทะเลาะ, ชอบต่อสู้, ชอบโต้เถียง) 

      (c) arbitrary    (อ๊าร์-บิ-ทระ-รี่)  (เผด็จการ, ตามอำเภอใจ, เอาแต่อารมณ์, ไร้เหตุผล, โดยพลการ) 

      (d) vindictive    (พยาบาท, อาฆาต, แค้น, มีเจตนาร้าย, แก้แค้น, แก้เผ็ด) 

      (e) volatile    (ว้อล-ละ-ไทล)  (เปลี่ยนแปลงได้ง่าย, ขึ้นๆลงๆ, ไม่คงที่, ปะทุง่าย, ระเบิดง่าย, ระเหยเป็น

           ไอได้รวดเร็ว) 

      (f) significant    (สำคัญ, มีความหมาย, มีลักษณะสำคัญ, มีผล)

      (g) tentative     (เท้น-ทะ-ทิฟว)  (๑. ยังไม่แน่นอน, ลองดูไปก่อน, เป็นแค่การทดลอง ยังไม่ใช้จริง,

            ชั่วคราว,  ๒. ลังเล, ไม่แน่ใจ, สงสัย, วิตก, เหนียมอาย, ขวยเขิน, ไม่มั่นคง)  

      (h) eminent    (เอ๊ม-มิ-เนิ่นท)  (เด่น, มีชื่อเสียง, สูงส่ง, สูง, เป็นปุ่มยื่นออกมา)

      (i) immeasurable     (ที่ไม่สามารถวัดได้, นับไม่ถ้วน, เหลือคณานับ, ไม่มีขอบเขต)  

15. This passage was most likely taken from a textbook on ___________________________.

(บทความนี้เป็นไปได้มากที่สุดว่า  นำมาจากตำราเรียนเกี่ยวกับ _______________________)

      (a) comparative religions    (ศาสนาเปรียบเทียบ)

      (b) physical science    (วิทยาศาสตร์กายภาพ)

      (c) cross-cultural communication    (การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม)  (บทความนี้กล่าวถึงผู้คนใน

            วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน  และแปลความหมายของการนิ่งเงียบ (ไม่พูด) แตกต่างกันอย่างมาก 

            ซึ่งเป็นเรื่องของการติดต่อสื่อสารข้ามวัฒนธรรม)

      (d) world geography    (ภูมิศาสตร์โลก)

 

(คำแปล)

ความนิ่งเงียบ (การไม่พูด)

 

            ผู้คนส่วนใหญ่ทั่วโลก (throughout the world) ประสบ (พบ, เจอ, รู้สึก) (experience) กับรูปแบบบางอย่างของความนิ่งเงียบ (การไม่พูด, ความเงียบ, การไม่มีเสียง, ความสงบ, การเก็บไว้ในใจ, การเก็บไว้เป็นความลับ, การไร้ข่าวคราว) (silence),  อย่างไรก็ตาม  ทัศนคติ (attitude) ของผู้คนที่มีต่อความนิ่งเงียบ (การไม่พูด) แตกต่างกันอย่างมากมาย (อย่างตื่นเต้นเร้าใจ, ในแบบละคร, ซึ่งเกิดขึ้นกะทันหัน) (dramatically) ในกลุ่มวัฒนธรรม (cultural groups) ซึ่งแตกต่างกัน,  โดยสังคมยุโรปภาคเหนือและอเมริกาเหนือ, เป็นตัวอย่าง, มอง (ดู, สังเกต, สำรวจ, ตรวจสอบ) (view) ความนิ่งเงียบ (การไม่พูด) ว่าซ่อนเร้น (เร้นลับ, คลุมเครือ, มืด, มืดมน, มัว, ดำคล้ำ, ชั่วช้า, อัปรีย์, ป่าเถื่อน) (dark),  เป็นลบ (negative),  และเต็มไปด้วย “ไม่มีอะไรเลย” – ซึ่งทั้งหมดถูกถือว่า (พิจารณาว่า) (considered) ไม่พึงปรารถนาทางสังคม (socially undesirable),  ส่วนในวัฒนธรรมอื่นๆ  เช่น  ญี่ปุ่น, อย่างไรก็ดี,  ความนิ่งเงียบได้รับการประเมินค่า (ประมาณค่า, คำนวณค่าเป็นเงิน, ให้ความสำคัญ, ให้เกียรติ, นับถืออย่างสูง) (valued) ในทางบวก (positively) อยู่บ่อยครั้ง,  ที่นี่ (ญี่ปุ่น) การพูดออกมา (ทำลายความนิ่งเงียบ) (breaking silence) เป็นความชั่วร้าย (ความเลว, สิ่งชั่ว, สิ่งที่เลวร้าย, ความอัปมงคล, อันตราย, ภัย, สิ่งที่เป็นภัย, โรค) (evil) ที่จำเป็น (necessary) (หมายถึง  แม้การพูดจะไม่ใช่สิ่งที่ดี  แต่ก็จำเป็นต้องทำ)  การพูดเป็นการกระทำในทางลบ (negative act)

            สอดคล้องกับ (According to) การศึกษาของเวย์น  การตีความ (การแปลความหมาย, การอธิบาย, การชี้แจง, การแปล) (interpretations) ความนิ่งเงียบ (การไม่พูด) ของสหรัฐฯ  คือ  ความเศร้าโศก (sorrow), การวิพากษ์วิจารณ์ (การตำหนิ) (criticism), ความจำเป็น (พันธะ, ภาระหน้าที่, หน้าที่, ข้อผูกพัน, หนี้, บุญคุณ, สัญญา, เงินชำระหนี้) (obligation), ความเสียใจ (ความโทมนัส, ความสลดใจ) (regret), และความกระดากอาย (ความขวยเขิน, ความอึดอัดใจ, ความลำบากใจ) (embarrassment),  ส่วนการตีความ (ความนิ่งเงียบ) ของออสเตรเลีย  ปรากฏความจริง (แสดงว่า, พิสูจน์, ทดสอบความถูกต้อง) (proved) ว่าเหมือน (คล้าย) (similar) กับการตีความของสหรัฐฯ (U.S. ones),  อย่างไรก็ตาม  ทัศนคติของชาวญี่ปุ่นต่อความนิ่งเงียบคือเห็นด้วย (สนับสนุน, เอื้ออำนวย, เป็นประโยชน์, เป็นที่โปรดปราน) (favorable) (หมายถึง  คนญี่ปุ่นเห็นด้วยกับ หรือสนับสนุนความนิ่งเงียบหรือการไม่พูด),  ทั้งนี้  การสำรวจ (survey) ของอิชิกาวาที่กระทำต่อนักธุรกิจชายและนักธุรกิจหญิงในโตเกียว  เปิดเผย (แสดง, แสดงให้เห็น, ทำให้ปรากฏ, แสดงให้เห็นความจริง) (revealed) ว่า  มนุษย์ (บุคคล, ผู้ชาย, สามี) (men) จำเป็น (need) ต้องนิ่งเงียบ (ไม่พูด) เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต  และ (เปิดเผย) ว่า  ๖๕ เปอร์เซ็นต์ของนักธุรกิจหญิงจะเลือกผู้ชายที่นิ่งเงียบ (ไม่ค่อยพูด, พูดน้อย, ไม่พูด, เงียบสงบ, (ภูเขาไฟ) สงบนิ่ง, ไม่ออกเสียง) (silent) เพื่อที่จะแต่งงานด้วย

            ไม่เพียงแต่ในธุรกิจเท่านั้น  แต่ยังในทุกแง่มุม (ลักษณะ, ด้าน (ปัญหา), รูปร่างหน้าตา, รูปการ, ทิศทาง) (aspect) ของชีวิตทางสังคม (social life) ด้วย,  โดยผู้คนในสหรัฐฯ ชอบถามคำถาม  และบังคับ (force) คนอื่นให้พูดคุย (สนทนา) (talk) เพื่อเติมเต็มความเงียบระหว่างบุคคล (คู่สนทนา) (fill interpersonal silence),  ดังนั้น  ในสังคมอเมริกันและในสังคมยุโรปจำนวนมาก  หน้าที่ประการหนึ่ง (one function) ของการพูด (คำพูด, วิธีการพูด, สุนทรพจน์, ภาษา) (speech)  คือการหลีกเลี่ยงความนิ่งเงียบ (การไม่พูด) (avoid silence)ตรงกันข้าม (ต่อต้าน, ขัดกัน) (Contrary) กับการปฏิบัติ (การกระทำ, กิจวัตร, กิจการ, พิธีการ) (practice) ในสหรัฐฯ,  ในสังคมญี่ปุ่น  การนิ่งเงียบโดยทั่วไปแล้วถูกถือว่า (พิจารณาว่า) (considered) สำคัญ (มีความหมาย) (meaningful)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 44)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

WHO’s Campaigns against Diseases

 

          Disease is killing nearly 50 million people each year, and over three quarters of the victims are in developing countries, the World Health Organization (WHO) reported yesterday.

       The report said there had been progress towards a healthier world, with childhood deaths dropping and overall life expectancy now at 65 and likely to increase by around four months each year over the next five years.

          But developing countries were still lagging far behind the developed world in health protection.  Ninety-five percent of all expenditure on health research was concentrated on solving the problems most common to industrialized states. 

          The report said 77 percent of the 46.5 million deaths directly attributable to disease occurred in the developing world, despite a 19 percent increase in the availability of health care there over the past five years.

          “But the tragedy is that there are at least 20 million deaths each year that could be prevented with improved health systems, access to essential drugs and vaccines, a healthier life-style and education,” it says.

          The report cited what it called “one chilling statistic” - - that 12.9 million children under five died each year in the developing world, or one- third of all deaths there in 1990.

          About 6,000 Third World children died each day because they had not been immunized, while 9,000 died from diarrheal diseases and nearly 10,000 from pneumonia.

          But the report said immunization against the major childhood diseases that could be prevented by vaccines had reached a world average of 80 percent while access to oral rehydration therapy, the best treatment for diarrheal disease, stood at 70 percent.   

          Campaigns, largely sponsored by the WHO, on both these fronts had helped to reduce child deaths by 125,000 a year over the past five years, while access to safe water supplies, drugs and sanitation had also increased dramatically.

 

1. According to the WHO’s health report _________________________________________.

(ตามที่รายงานด้านสุขภาพขององค์การอนามัยโลกกล่าว ____________________________)

    (a) people are expected to live to the age of 65 in five year’s time    (ผู้คนถูกคาดหวังว่าจะมีชีวิตอยู่

          จนถึงอายุ  ๖๕ ปี ในเวลา ๕ ปีข้างหน้า)

    (b) three out of four people in developing countries are losing their lives every year    (๓ ใน ๔

          ของผู้คนในประเทศกำลังพัฒนากำลังสูญเสียชีวิตของตนทุกๆ ปี)

    (c) fewer people die from diseases in developed countries than in Third World

          countries    (ผู้คนตายจากโรคภัยไข้เจ็บในประเทศพัฒนาแล้วมีจำนวนน้อยกว่าคนในประ

           เทศโลกที่ ๓)  (ดูจากข้อความในพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “โรค (การเจ็บไข้ได้ป่วย) กำลัง

           ฆ่าผู้คนเกือบ ๕๐ ล้านคนในแต่ละปี  และมากกว่า ๓ ใน ๔ ของเหยื่อ (ผู้เคราะห์ร้าย) อยู่ใน

           ประเทศกำลังพัฒนา,  องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อวานนี้”  ซึ่งหมายถึง  ผู้ป่วยด้วยโรค

           ในประเทศพัฒนาแล้ว  มีอัตราการตายน้อยกว่าผู้ป่วยในประเทศโลกที่ ๓)

    (d) the death rate all over the world has greatly increased    (อัตราการตายทั่วโลกได้เพิ่มขึ้น

          อย่างมากมาย)

2. Developed countries have better health protection because ___________________________.

(ประเทศพัฒนาแล้วมีการป้องกันสุขภาพดีกว่า  เพราะว่า _____________________________)

    (a) more money has been spent on health studies there    (มีการใช้จ่ายเงินในด้านการศึกษา

          วิจัยสุขภาพในประเทศพัฒนาแล้วมากกว่า – ในประเทศกำลังพัฒนา)  (ประโยคที่ ๒ ของพารา

          กราฟ ๓ กล่าวว่า  “๙๕ เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการวิจัยสุขภาพ  ได้รับการมุ่งเน้น

          (มุ่งไปที่) การแก้ปัญหาซึ่งธรรมดาสามัญ (พบบ่อย, มีอยู่ทั่วไป) ที่สุดในประเทศอุตสาหกรรม –

          หรือประเทศพัฒนาแล้ว)

    (b) they have received more financial support from WHO    (พวกเขาได้รับการสนับสนุนทางการเงิน

          มากกว่า  จากองค์การอนามัยโลก)

    (c) WHO has provided them with better education    (องค์การอนามัยโลกได้ให้การศึกษาแก่พวกเขา

          ดีกว่า)

    (d) they are able to solve all their health-related problems    (พวกเขาสามารถแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้อง

          กับสุขภาพของพวกเขาทั้งหมด)

3. In the first paragraph, “victims” refers to _____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “เหยื่อ, ผู้เคราะห์ร้าย, ผู้ถูกโกง, ผู้ถูกหลอก, ผู้รับบาป, สิ่งมีชีวิตที่ถูกบูชายัญ”  หมายถึง _________________)

    (a) criminals    (อาชญากร)

    (b) culprits    (ผู้กระทำผิด, นักโทษ, ผู้ร้าย, จำเลยในคดีอาญา)

    (c) defendants    (จำเลย)

    (d) fugitives    (คนที่กำลังหนี, ผู้หลบหนี, ผู้ลี้ภัย)

    (e) refugees    (ผู้ลี้ภัย, ผู้หลบภัย, ผู้หนีภัย)

    (f) accomplices    (ผู้ร่วมสมคบกระทำผิด, ผู้ร่วมสมคบคิด)

    (g) sufferers    (ผู้ได้รับความทุกข์-ความเดือดร้อน, เหยื่อ, ผู้ประสบภัย, ผู้ได้รับความเจ็บปวด)

    (h) casualties    (คนที่ได้รับบาดเจ็บหรือตายในอุบัติเหตุ, คนหรือกลุ่มคนหรือสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย

           มาก หรือถูกทำลายในอุบัติเหตุ, อุบัติเหตุร้ายแรง (โดยเฉพาะที่มีคนตาย), จำนวนคนตาย)

4. The word “dropping” in paragraph 2 means ___________________________________.

(คำว่า  “ลดลง, ตกต่ำลง, ตก, จมลง, เคลื่อนต่ำลง, หยดลง, หย่อนลง, สิ้นสุด, ยุติ, ถอน, ถอยหลัง, ส่งจดหมาย, ส่งข่าว, ลดเสียง, ทำให้หยดลง, ทำให้ตก, ทำให้จมลง”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _________________)

    (a) combining    (ผสม, รวมกัน, ทำให้รวมกัน)

    (b) relating    (บอก, เล่า, บรรยาย, เชื่อมโยง, เกี่ยวข้อง, เกี่ยวดอง, สัมพันธ์, สอดคล้อง, เป็นญาติกัน)

    (c) revising    (ปรับปรุง, แก้ไข)

    (d) reviewing    (ทบทวน, ตรวจสอบอีก, พิจารณาใหม่, วิจารณ์)

    (e) eliminating    (กำจัด, ทำลายให้หมดไป)

    (f) declining    (ลดลง, เสื่อมลง, เอียง, ลาดลง, บ่ายลงไป, ใกล้จะสิ้นสุด, ปฏิเสธ, บอกปัด)

    (g) distributing    (แจกจ่าย, จำหน่าย, กระจาย)

    (h) duplicating    (ทำสำเนา, ถ่ายสำเนา, อัดสำเนา, จำลอง, ทำซ้ำ)

5. In paragraph 2, “expectancy” refers to _________________________________________.

(ในพารากราฟ ๒  “ความคาดหวัง, ความคาดหมาย, ความคาดคิด, สิ่งที่คาดหมาย, สิ่งที่คาดหวัง”  หมายถึง _________________)

    (a) expediency (expedience)    (ความสะดวก, ความเหมาะสม, ความได้เปรียบ, ความง่าย, แผนฉุกเฉิน,

          แผนเฉพาะกาล)

    (b) incentive    (สิ่งจูงใจ, สิ่งกระตุ้น, เครื่องกระตุ้น, เครื่องส่งเสริม)   

    (c) remuneration    (ค่าตอบแทน, การตอบแทน, การจ่ายเงิน, การให้รางวัล, การชดเชย)

    (d) encouragement    (การให้กำลังใจ, การส่งเสริม, การกระตุ้น)

    (e) panic    (การตกใจกลัว, ความหวาดกลัว, ความอกสั่นขวัญหาย)  (เมื่อเป็นคำกริยา หมายถึง  “ตกใจกลัว,

          อกสั่นขวัญหาย”)

    (f) trauma    (ทร้อ-ม่ะ)  (ความชอกช้ำทางจิตใจ, การบาดเจ็บ, แผลบาดเจ็บ, ภาวะที่ได้รับบาดเจ็บ)

    (g) surroundings    (สภาพแวดล้อม, สิ่งแวดล้อม)

    (h) expectation    (การคาดหมาย, การคาดหวัง, การคาดคิด, สิ่งที่คาดหมายไว้, ความหวัง)

6. In Third World countries, _______________________ is the major cause of child deaths.

(ในประเทศโลกที่ ๓ __________________________ เป็นสาเหตุสำคัญของการตายของเด็ก)

    (a) diarrhea    (โรคท้องร่วง)  (ในพารากราฟ ๗ กล่าวว่า  “เด็กๆ ในโลกที่ ๓  จำนวน ๙,๐๐๐ คน  ตายด้วย

          โรคท้องร่วงในแต่ละวัน)

    (b) pneumonia    (โรคปอดบวม)  (ในพารากราฟ ๗ กล่าวว่า  “เด็กๆ ในโลกที่ ๓  เกือบ ๑๐,๐๐๐ คน 

          ตายด้วยโรคปอดบวมในแต่ละวัน)

    (c) the lack of safe water supplies    (การขาดแคลนแหล่งน้ำที่ปลอดภัย)

    (d) the lack of immunization    (การขาดแคลนการสร้างภูมิคุ้มกัน)  (ในพารากราฟ ๗ กล่าวว่า  “เด็กๆ ใน

          โลกที่ ๓  ประมาณ ๖,๐๐๐ คน  ตายในแต่ละวัน  เพราะว่าพวกเขาไม่ได้รับภูมิคุ้มกัน)

7. The word “expenditure” in the third paragraph is closest in meaning to ______________.

(คำว่า  ค่าใช้จ่าย, การใช้จ่าย, งบประมาณ”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___

_____________)

    (a) expedition    (การเดินทางเพื่อสำรวจหรือเป้าหมายบางอย่าง, คณะผู้เดินทางดังกล่าว)

    (b) expansion    (การขยาย, ส่วนที่ขยายออก, สิ่งที่ถูกขยาย, ปริมาณหรือขนาดของการขยายออก)

    (c) subsidy    (เงินอุดหนุน, เงินสนับสนุน, เงินช่วยเหลือ)

    (d) pension    (บำเหน็จบำนาญ)

    (e) patent    (ลิขสิทธิ์)

    (f) expense    (ค่าใช้จ่าย, การใช้จ่าย, ค่าโสหุ้ย, ค่าเสียหาย, ความสิ้นเปลือง, การสละ)

    (g) bargain    (การต่อรองราคา)

    (h) potential    (ความเป็นไปได้, ศักยภาพ)   

8. What does “concentrated” in paragraph 3 mean?

(“มุ่งเน้น, มุ่งไปที่, รวม, เพ่งเล็ง, รวมศูนย์, รวมกำลัง, รวมเข้าจุดเดียวกัน, อัดแน่น, ตั้งอกตั้งใจ, สำรวมความคิด”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

    (a) pacified    (ปลอบขวัญ, ทำให้สงบ, ทำให้เงียบ, ทำให้สุขุม)

    (b) modified    (ม้อด-ดิ-ไฟ)  (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ปรับปรุง, ดัดแปลง, ลดความรุนแรง, ลดหย่อน)

    (c) renewed    (ต่ออายุ, เริ่มใหม่, ทำใหม่, เปลี่ยนใหม่, ซ่อมแซม, เสริม, เติม, ฟื้นฟู, สร้างใหม่)

    (d) reminded    (เตือน, เตือนให้ระลึกถึง)

    (e) focused    (เพ่งความสนใจ, มุ่งเน้น, เน้นย้ำ, เพ่งความคิด, ทำให้รวมกันที่จุดหนึ่ง, ทำให้รวมแสง,

          รวมแสง, ปรับภาพให้ชัด)

    (f) discovered    (ค้นพบ)

    (g) calculated    (คำนวณ)

    (h) impoverished    (อิม-พ้อฟ-เวอะ-ริช)  (ทำให้ยากจน, ทำให้เสื่อม, ทำให้อ่อนกำลัง, ทำให้มีคุณภาพเลว) 

9. The word “attributable” in paragraph 4 may be replaced by ________________________.

(คำว่า  “มีสาเหตุมาจาก, ซึ่งให้เหตุผลว่า”  ในพารากราฟ ๔  อาจแทนโดย ________________)

    (a) improvident     (อิม-พรอฟ-วิ-เดิ้นท)  (. เลินเล่อ, ไม่ระวัง, ไม่คิดถึงอนาคต, ไม่ได้ตระเตรียมมาก่อน,

          ๒. ไม่ประหยัด, สุรุ่ยสุร่าย) 

    (b) prodigal    (พร้อด-ดิ-เกิ้ล)  (ฟุ่มเฟือย, สุรุ่ยสุร่าย, ไม่มีความเสียดาย, ใจป้ำ, สิ้นเปลืองยิ่ง)  (เมื่อเป็น

          คำนาม  หมายถึง  “คนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย-สุรุ่ยสุร่าย”) 

    (c) incipient    (อิน-ซิพ-เพี่ยน)  (แรกเริ่ม, เริ่มเกิดขึ้น) 

    (d) ambiguous    (แอม-บี๊ก-กิว-อัส)  (คลุมเครือ, กำกวม, มีหลายความหมาย, ยากที่จะเข้าใจ) 

    (e) amorphous    (อะ-ม้อร์-ฟัส)  (ซึ่งไม่มีรูปร่างที่แน่นอน (เช่น ของเหลว-กาซ), อสัณฐาน, ไร้จุดหมาย

          หรือจุดประสงค์ที่แน่นอน) 

    (f) caused by    (มีสาเหตุมาจาก, ทำให้เกิดขึ้นโดย)

    (g) unprecedented    (อัน-เพรส-ซิ-เดิน-ทิด)  (ไม่เคยมีมาก่อน, ไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดทัดเทียมได้, ไม่มีที่

          เปรียบหรือเสมอเหมือน,  คาดไม่ถึง, ไม่รู้มาก่อน) 

    (h) volatile    (ว้อล-ละ-ไทล)  (ขึ้นๆลงๆ, เปลี่ยนแปลงได้ง่าย, ชั่วคราว, ปะทุง่าย, ระเบิดง่าย, ระเหยเป็น

          ไอได้รวดเร็ว) 

10. This passage stated that _________________________________________________.

(บทความนี้กล่าวว่า __________________________________________________)

      (a) every country should support WHO’s campaigns    (ทุกประเทศควรสนับสนุนการรณรงค์ขององค์

            การอนามัยโลก)

      (b) in developing countries, more children under five die each year than adults    (ในประเทศกำ

            ลังพัฒนา  เด็กๆ อายุต่ำกว่า ๕ ขวบ  ตายมากกว่าผู้ใหญ่ในแต่ละปี)  (บทความมิได้ระบุ)

      (c) in spite of better health care, people in developing countries still lack good health

            protection    (ทั้งๆ ที่มีการดูแลเอาใจใส่สุขภาพดีขึ้น  ผู้คนในประเทศกำลังพัฒนายังคงขาด

            แคลนการป้องกันสุขภาพที่ดี)  (ประโยคแรกของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “แต่ประเทศกำลัง

            พัฒนายังคงกำลังล้าหลัง (อยู่ข้างหลัง) โลกที่พัฒนาแล้วไกลโข  ในด้านการป้องกันสุขภาพ)

      (d) health care in developing countries over the past five years has greatly reduced the death

            rate    (การดูแลเอาใจใส่สุขภาพในประเทศกำลังพัฒนาในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา  ได้ลดอัตราการตายลง

            อย่างมาก)  (บทความมิได้ระบุ)

11. “tragedy” in paragraph 5 refers to __________________________________________.

(“เรื่องเศร้า, ภัยพิบัติ, ละครโศก, ละครโศกนาฏกรรม, บทประพันธ์โศก”  ในพารากราฟ ๕  หมายถึง _

_________________)

      (a) intrusion    (การล่วงล้ำ, การบุกรุก, การก้าวก่าย, การผลักดัน)

      (b) procrastination    (โพร-แครส-ทิ-เน้-ชั่น)  (การผัดวันประกันพรุ่ง, การเลื่อน, การหน่วงเหนี่ยว, การทำ

            ให้ชักช้า) 

      (c) discount    (การลดราคา)

      (d) commotion    (ความไม่สงบ, ความชุลมุนวุ่นวาย, ความสับสนอลหม่าน, การจลาจล, ความอึกทึกครึก

            โครม, ความเกรียวกราว, ความวุ่นวายทางการเมืองหรือสังคม) 

      (e) testimony    (คำให้การ, หลักฐาน, พยาน, การยืนยันโดยการสาบานตัว, การแถลงโดยเปิดเผย)

      (f) taboo (= tabu)    (ทะ-บู้)  (ข้อห้าม, สิ่งห้าม, ศีลห้าม)  (เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “ห้าม,

            ต้องห้าม, เป็นข้อห้าม”)  

      (g) grief    (ความเศร้าโศก, สิ่งที่ทำให้เสียใจมาก, ความระทมทุกข์, ความคับข้องใจ, ปัญหา,

            ความยุ่งยาก)

      (h) etiquette    (เอ๊ท-ทิ-เคท หรือ คิท)  (สมบัติผู้ดี, มารยาท, จรรยาบรรณ, ธรรมเนียมปฏิบัติ) 

12. The word “cited” in the sixth paragraph could best be replaced by _________________.

(คำว่า  “อ้าง, กล่าวอ้าง, อ้างอิง, กล่าวสนับสนุน, ออกหมายเรียกตัวมาศาล, สดุดี, ชมเชย, กระตุ้น, เรียกหา”  ในพารากราฟ ๖  สามารถแทนดีที่สุดโดย ________________)

      (a) reiterated    (กล่าวซ้ำ, กระทำซ้ำ)

      (b) nominated    (เสนอชื่อเพื่อให้เลือกตั้ง, แต่งตั้ง, ตั้งชื่อ, ระบุชื่อ)

      (c) quelled    (ระงับ, ทำให้บรรเทา, ทำให้ลดน้อยลง, ปราบ, ทำให้สงบ, ดับไฟ)

      (d) enhanced    (เพิ่มพูน, ทำให้มากขึ้น)

      (e) propagandized    (โฆษณาชวนเชื่อ)

      (f) convened    (ชุมนุมกัน, เรียกประชุม)

      (g) rushed    (รัชด)  (เร่งรีบ, ทำอย่างเร่งรีบ, พรวดพราด, ทำอย่างฉุกละหุก, วิ่ง, วิ่งเข้าไป, พุ่ง, ถลัน,

            กรูกันไป, กรูเข้ายึด, ยื้อแย่ง, แย่งซื้อ)

      (h) referred to    (อ้างอิง, อ้างถึง, กล่าวถึง, พาดพิง, เกี่ยวโยงไปถึง, ค้นหา (หลักฐาน, ตำรา),

            เสนอแนะ, ถาม, ตรวจดู, ค้นดู)

13. “One chilling statistic” in paragraph 6 means a statistic which is __________________.

(“สถิติซึ่งน่าตกใจชิ้นหนึ่งในพารากราฟ ๖  หมายถึงสถิติซึ่ง _______________________)

      (a) reliable    (น่าเชื่อถือ, เชื่อถือได้, ไว้วางใจได้)

      (b) enduring    (ที่อดทน, ทนทาน, ยืนนาน, อมตะ, ไม่ตาย, อยู่ชั่วกาลนาน)

      (c) freezing    (เยือกเย็น, เย็นจัด, มีอุณหภูมิถึงจุดเยือกแข็ง, เริ่มแข็งตัว)

      (d) luxurious    (หรูหรา, ฟุ่มเฟือย)

      (e) insignificant    (ไม่สำคัญ, ไม่มีความหมาย, เป็นเรื่องเล็กน้อยเกินไป)

      (f) prodigious    (มากมาย, มหาศาล, ใหญ่โตมโหฬาร, มหัศจรรย์)

      (g) frightening    (น่าตกใจ, น่าสะดุ้งตกใจ, น่ากลัว)

      (h) surreptitious    (เซอะ-เรพ-ทิ้ช-เชิส)  (ซ่อนเร้น, แอบๆ, แอบทำ, ลอบทำ, ลับๆล่อๆ, มีเลศนัย)  

14. The word “immunized” in paragraph 7 is closest in meaning to ______________________.

(คำว่า  “สร้างภูมิคุ้มกันโรค, ทำให้มีภูมิคุ้มกันโรค, ทำให้รอดพ้นจาก, ทำให้ยกเว้น”  ในพารากราฟ ๗  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________________)

      (a) overhauled    (ยกเครื่อง (รถยนต์, ระบบ), ปรับปรุงใหม่, ตรวจอย่างละเอียดเพื่อซ่อมแซม, ซ่อมแซม,

            ชำระ, สะสาง)

      (b) disproved    (พิสูจน์หักล้าง, พิสูจน์แย้ง, พิสูจน์ว่าไม่จริง)

      (c) expanded    (ขยาย, เพิ่ม, แผ่, ทำให้กว้างออก, ยืดออก, คลี่ออก, บาน, ขยายความ)

      (d) be made immune to a particular disease, often by being given an injection    (ถูกทำ

            ให้มีภูมิคุ้มกันโรคเฉพาะอย่าง  บ่อยครั้งโดยการฉีดยา)

      (e) accompanied    (ไปเป็นเพื่อน, มากับ, ไปกับ, ติดตาม, (เพลง) ประกอบ, คลอเสียง, เล่นดนตรี

           คลอเสียง)

      (f) postponed    (เลื่อนออกไป, เลื่อน, เลื่อนเวลา, ยืดเวลา)

      (g) evicted    (ขับไล่, ขับออก, ไล่ที่, เรียกคืน)

      (h) burgeoned    (เบ๊อร์-เจิ้น)  (งอกงาม, เจริญเติบโต, ผลิ, ผลิหน่อ, เพิ่มขึ้น, เริ่มเจริญ, เจริญโดยฉับพลัน) 

15. “therapy” in paragraph 8 is similar in meaning to _____________________________.

(การบำบัดโรค, อายุรเวท, วิทยาและศิลปะการรักษาโรค, คุณภาพหรือความสามารถในการรักษาโรค”  ในพารากราฟ ๘  เหมือนกันในความหมายกับ _________________)

      (a) injury    (อิ๊น-จัว-รี่)  (บาดแผล, อันตราย, ภัย, ความเสียหาย, คำสบประมาท, การล่วงละเมิด)

      (b) commitment    {การมอบหมาย (หน้าที่, ความไว้วางใจ), การให้คำมั่นสัญญา, การเกี่ยวข้อง, การพัวพัน,

            ความผูกพัน (กับงานหรือหน้าที่)}

      (c) trial    (ไทร้-เอิ้ล)  (การทดลอง, การทดสอบ, การสอบสวน, การซ้อม, การทรมาน, การไต่สวนคดี)

      (d) truce    (ทรูซ)  (การสงบศึก, การพักรบ, สัญญาสงบศึก, การพักผ่อน, การหยุดพักชั่วคราว)

      (e) treatment    (การรักษา, การเยียวยา, การปฏิบัติต่อ, การกระทำต่อ, การบำบัดโดยการใส่

           สารเคมี)

      (f) prosperity    (พรอส-เพ้อ-ริ-ที่)  (ความเจริญ, ความรุ่งเรือง, ความสำเร็จ, ความมั่งคั่ง, ความเฟื่องฟู) 

      (g) tribute    (ทริบ-บิ้วท)  (บรรณาการ, ของขวัญ, ของถวาย, เงินบรรณาการ, คำสรรเสริญ)

      (h) impasse    (อิ๊ม-แพส)  (ทางตัน, สภาพที่หยุดชะงักอยู่กับที่, สภาพที่เดินหน้าต่อไปไม่ได้, สภาวะ

           ที่อับจน)     

16. The word “Campaigns” in paragraph 9 refers to ______________________________.

(คำว่า  “การรณรงค์, การแข่งขันหาเสียงเลือกตั้ง, การปฏิบัติการทางทหาร, ยุทธการ”  ในพารากราฟ ๙  หมายถึง ________________)

      (a) barriers    (ปัญหา, อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง)

      (b) inventories    (รายการสิ่งของ-ทรัพย์สิน-สินค้า, แคตตาล็อก, สิ่งของ ทรัพย์สินหรือสินค้าในรายการ

            ดังกล่าว, การทำรายการดังกล่าว)

      (c) incentives    (สิ่งจูงใจ, เครื่องกระตุ้น, เครื่องส่งเสริม, สิ่งดลใจ)

      (d) fluctuations    (การขึ้นๆลงๆ, การเปลี่ยนแปลง, การไม่มีเสถียรภาพ, การผันแปร, การแกว่งไปมา)

      (e) dilemmas    (ดิ-เล้ม-ม่ะ)  (สถานการณ์ที่ลำบาก, สภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือ หนีเสือปะจรเข้,

            ปัญหาที่ลำบาก)

      (f) rallies    (การรณรงค์, การชุมนุม, การรวบรวม, การระดมพล, งานชุมนุม, การชุมนุมแข่งรถ

            ยนต์ทางไกล)

      (g) impediments    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง, การทำให้ล่าช้า)

      (h) demolitions    (การรื้อ (ตึก) ทิ้ง, การทำลาย)

17. “both these fronts” in paragraph 9 refers to ________________________________.

(“ทั้งสองแนวรบเหล่านี้”  ในพารากราฟ ๙  หมายถึง _______________________________)

      (a) diarrheal diseases and pneumonia    (โรคท้องร่วงและโรคปอดบวม)

      (b) major childhood diseases and vaccines    (โรคในวัยเด็กที่สำคัญและวัคซีน)

      (c) WHO campaigns and children’s diseases    (การรณรงค์ขององค์การอนามัยโลก  และโรคของ

             เด็กๆ)

      (d) immunization and oral rehydration therapy    (การให้ภูมิคุ้มกันโรคและการบำบัดโรคโดย

            การนำน้ำเข้าสู่ทางปาก)  (ดูจากพารากราฟ ๘ ที่กล่าวว่า  “รายงานกล่าวว่า  การให้ภูมิคุ้มกัน

            โรคในโรคเด็กที่สำคัญ  ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยวัคซีน  ได้มีจำนวนถึงค่าเฉลี่ยของโลก

            จำนวน ๘๐ เปอร์  เซ็นต์  ในขณะที่การเข้าถึงการบำบัดโรคโดยการนำน้ำเข้าสู่ทางปาก  ซึ่ง

            เป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับโรคท้องร่วง  อยู่ที่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์”  ดังนั้น  “ทั้งสองแนวรบเหล่า

            นี้”  จึงหมายถึง  “การให้ภูมิคุ้มกันโรคโดยการฉีดวัคซีน  และการบำบัดโรคโดยการนำน้ำเข้า

            สู่ทางปาก”)

18. The word “sanitation” in the final paragraph may be replaced by ___________________.

(คำว่า  “การสุขาภิบาล, สุขอนามัย, การส่งเสริมสุขภาพ”  ในพารากราฟสุดท้าย  อาจแทนโดย ____

______________)

      (a) sanity    (การมีสุขภาพจิตที่ปกติ, จิตปกติ, การมีจิตมั่นคง, การมีเหตุผลพอควร)

      (b) sanitarian    (ผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุขศาสตร์)

      (c) matrimony    (การแต่งงาน, พิธีแต่งงาน)

      (d) notoriety    (โน-ทอ-ไร้-อะ-ที่)  (ชื่อเสียงในทางไม่ดี, บุคคลที่มีชื่อเสียงในทางไม่ดี, ความรู้จักกันทั่วไป

            หรือมีชื่อเสียงดังกระฉ่อน) 

      (e) optimism    (การมองโลกในแง่ดี)

      (f) hygiene    (การรักษาความสะอาดเพื่อป้องกันความเจ็บไข้ได้ป่วย หรือการแพร่ขยายของโรค,

            ความสะอาด, สุขวิทยา)

      (g) ambush    (การซุ่มโจมตี, การคอยดักทำร้าย)

      (h) plagiarism    (เพล้-เจีย-ริ-ซึ่ม)  (การขโมยคัดลอกผลงานหรือบทประพันธ์, สิ่งที่ขโมยคัดลอกมา)

19. What does “dramatically” in the final paragraph refer to?

(“อย่างมาก, อย่างตื่นเต้นเร้าใจ, ในแบบละคร, ซึ่งเกิดขึ้นกะทันหัน”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึงอะไร)

      (a) detrimentally    (อย่างเป็นอันตราย, อย่างเป็นภัย) 

      (b) dishonestly    (อย่างไม่ซื่อสัตย์, อย่างไม่สุจริต, อย่างไม่ตรงไปตรงมา, อย่างไม่น่าไว้วางใจ)

      (c) reluctantly    (อย่างไม่เต็มใจ)

      (d) arrogantly    (อย่างหยิ่ง, อย่างยโส, อย่างจองหอง)

      (e) inquisitively    (อย่างอยากรู้อยากเห็น, อย่างชอบซักถาม, อย่างชอบสอบสวน)

      (f) diligently    (อย่างขยันหมั่นเพียร, อย่างบากบั่น, อย่างอุตสาหะ)

      (g) significantly    (อย่างมาก, อย่างสำคัญ, อย่างมีลักษณะสำคัญ, อย่างมีความหมาย, อย่าง

            มีผล)

      (h) anxiously    (อย่างวิตกกังวล, อย่างห่วงใย)

20. This report says that people in the world _____________________________________.

(รายงานนี้กล่าวว่า  ผู้คนในโลก ___________________________________________)

      (a) have a shorter life expectancy than before    (มีความคาดหวังในชีวิตสั้นกว่าแต่ก่อน)

      (b) are healthier than before    (มีสุขภาพอนามัยดีกว่าแต่ก่อน)  (ดูจากพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า 

            “รายงานกล่าวว่า  มีความก้าวหน้าไปสู่โลกที่แข็งแรงมากขึ้น (มีสุขภาพอนามัยดีขึ้น)  โดยมี

            การตายในวัยเด็กลดลง  และความคาดหวังในชีวิต (ว่าจะยาวนานเพียงใด) ในภาพรวมในปัจ

            จุบันอยู่ที่ ๖๕ ปี  และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ ๔ เดือนในแต่ละปี  ในช่วง ๕ ปีข้างหน้า)

      (c) are given the best treatment for diseases    (ได้รับการรักษาโรคดีที่สุด)

      (d) have no health care problems    (ไม่มีปัญหาการดูแลเอาใจใส่สุขภาพ)

21. Developing countries are still far behind developed countries with regard to health protection because ________________.

(ประเทศกำลังพัฒนายังคงล้าหลังประเทศพัฒนาแล้วอย่างห่างไกลในส่วนที่เกี่ยวกับการป้องกันสุขภาพ  เพราะว่า ________________)

      (a) most research concentrates on diseases common to developed countries    (การวิจัย

            ส่วนใหญ่มุ่งเน้นเรื่องโรคที่เกิดทั่วไป (พบบ่อย, เป็นธรรมดาสามัญ) ในประเทศพัฒนาแล้ว

            (ดูจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “๙๕ เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดใน

            การวิจัยสุขภาพ  ได้รับการมุ่งเน้น (มุ่งไปที่) การแก้ปัญหาซึ่งธรรมดาสามัญ (พบบ่อย, มีอยู่

            ทั่วไป) ที่สุดในประเทศอุตสาหกรรม – หรือประเทศพัฒนาแล้ว)

      (b) they lack doctors and other medical personnel    (พวกเขาขาดแคลนแพทย์และบุคลากรทางการ

            แพทย์อื่นๆ)

      (c) the kinds of diseases common to developing countries are unpreventable    (ชนิดของโรคที่

            พบบ่อย (มีอยู่ทั่วไป) ในประเทศกำลังพัฒนา  ไม่สามารถป้องกันได้)

      (d) WHO’s campaigns in developed countries are more effective    (การรณรงค์ขององค์การอนา

            มัยโลกในประเทศพัฒนาแล้ว  มีประสิทธิผลดีกว่า)

 

(คำแปล)

การรณรงค์ต่อต้านโรคขององค์การอนามัยโลก

 

            โรค (การเจ็บไข้ได้ป่วย) (Disease) กำลังฆ่าผู้คนเกือบ ๕๐ ล้านคนในแต่ละปี  และมากกว่า ๓ ใน ๔ (over three quarters) ของเหยื่อ (ผู้เคราะห์ร้าย, ผู้ถูกโกง, ผู้ถูกหลอก, ผู้รับบาป, สิ่งมีชีวิตที่ถูกบูชายัญ) (victims) อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา (developing countries),  องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อวานนี้

            รายงานกล่าวว่า  มีความก้าวหน้าไปสู่ (progress towards) โลกที่แข็งแรงมากขึ้น (มีสุขภาพอนามัยดีขึ้น) (healthier world)  โดยมีการตายในวัยเด็ก (childhood deaths) ลดลง (dropping)  และความคาดหวังในชีวิต (ว่าจะยาวนานเพียงใด) (life expectancy) ในภาพรวม (overall) ในปัจจุบันอยู่ที่ ๖๕ ปี  และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (likely to increase) ประมาณ ๔ เดือนในแต่ละปี  ในช่วง ๕ ปีข้างหน้า

            แต่ประเทศกำลังพัฒนายังคงกำลังล้าหลัง (อยู่ข้างหลัง, เดินช้า, สูญเสียกำลัง, อ่อนลง) (lagging) โลกที่พัฒนาแล้ว (developed world) ไกลโข (far behind) ในด้านการป้องกันสุขภาพ (health protection),  โดย ๙๕ เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่าย (expenditure) ทั้งหมดในการวิจัยสุขภาพ (health research) ได้รับการมุ่งเน้น (มุ่งไปที่, รวม, เพ่งเล็ง, รวมศูนย์, รวมกำลัง, รวมเข้าจุดเดียวกัน, อัดแน่น, ตั้งอกตั้งใจ, สำรวมความคิด) (concentrated) การแก้ปัญหา (solving the problems) ซึ่งธรรมดาสามัญ (พบบ่อย, มีอยู่ทั่วไป) ที่สุด (most common) ในประเทศอุตสาหกรรม (industrialized states) (หรือ  หรือประเทศพัฒนาแล้ว)

            รายงานกล่าวว่า  ๗๗ เปอร์เซ็นต์ของการตาย (deaths) จำนวน ๔๖.๕ ล้านราย  ซึ่งมีสาเหตุมาจาก (attributable) โรคโดยตรง  เกิดขึ้น (occurred) ในโลกกำลังพัฒนา (developing world)  ทั้งๆ ที่มีการเพิ่มขึ้น (increase) ๑๙ เปอร์เซ็นต์ในการสามารถหามาได้ (การหาได้ง่าย, การใช้ประ โยชน์ได้) (availability) ของการดูแลสุขภาพ (health care) ที่นั่น  ในช่วงเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา

            “แต่เรื่องเศร้า (ภัยพิบัติ, ละครโศก, ละครโศกนาฏกรรม, บทประพันธ์โศก) (tragedy) ก็คือว่ามีการตายอย่างน้อยที่สุด ๒๐ ล้านรายในแต่ละปี  ซึ่งสามารถได้รับการป้องกัน (prevented) ด้วยระบบสุขภาพที่ดีขึ้น (improved health systems), การเข้าถึง (access) ยารักษาโรคและวัคซีนที่จำเป็(essential), วิถีชีวิตที่ทำให้สุขภาพดีขึ้น (healthier life-style) และการศึกษา (education),” รายงานกล่าว

          รายงานอ้าง (กล่าวอ้าง, อ้างอิง, กล่าวสนับสนุน, ออกหมายเรียกตัวมาศาล, สดุดี, ชมเชย, กระตุ้น, เรียกหา) (cited) สิ่งที่มันเรียกว่า (what it called) สถิติ (ข้อมูล, ข้อเท็จจริงเป็นตัวเลข) (statistic) ซึ่งน่าตกใจ (น่าหวาดกลัว, น่าท้อใจ, ทำให้หนาวสั่น, สั่นสะท้านด้วยความหนาว) (chilling) ชิ้นหนึ่ง - - ที่ว่าเด็กๆ จำนวน ๑๒.๙ ล้านคนที่อายุต่ำกว่า ๕ ขวบ (under five) ต้องตายไปในแต่ละปีในโลกซึ่งกำลังพัฒนา  หรือ ๑ ใน ๓  (one-third) ของความตายทั้งหมดที่นั่น (โลกกำลังพัฒนา) ในปี ๑๙๙๐

        เด็กๆ ในโลกที่ ๓ ประมาณ ๖,๐๐๐ คนตายในแต่ละวัน  เพราะว่าพวกเขามิได้รับภูมิคุ้มกันโรค (immunized)  ในขณะที่เด็กจำนวน ๙,๐๐๐ คนตายด้วยโรคท้องร่วง  (diarrhoeal diseases)  และเกือบ ๑๐,๐๐๐ คนตายด้วยโรคปอดบวม (pneumonia)

            แต่รายงานกล่าวว่า  การให้ภูมิคุ้มกันโรค (การยกเว้นให้, การทำให้รอดพ้น) (immunization) ในโรคเด็กที่สำคัญ (against the major childhood diseases)  ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยวัคซีน  ได้มีจำนวนถึง (ถึง, มาถึง, ไปถึง, บรรลุ, ยื่น, เอื้อม, ไปจรดกับ) (reached) ค่าเฉลี่ยของโลก (world average) จำนวน ๘๐ เปอร์เซ็นต์  ในขณะที่การเข้าถึง (access to) การบำบัดโรคโดยการนำน้ำเข้าสู่ทางปาก (oral rehydration therapy)  ซึ่งเป็นการรักษาที่ดีที่สุด (best treatment) สำหรับโรคท้องร่วง  อยู่ที่ (stood at) ๗๐ เปอร์เซ็นต์

          การรณรงค์ (การแข่งขันหาเสียงเลือกตั้ง, การปฏิบัติการทางทหาร, ยุทธการ) (Campaigns),  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสปอนเซอร์ (largely sponsored) โดยองค์การอนามัยโลก, ในทั้งสองแนวรบ (แนวหน้า, ด้านหน้า, ตอนหน้า, แถวหน้า, ส่วนหน้า, ส่วนที่สำคัญที่สุด, ใบหน้า, หน้าผาก, ที่ดินริมถนน, ที่ดินตามชายหาด) (fronts) เหล่านี้ (หมายถึง  การให้ภูมิคุ้มกัน  และการบำบัดโรคโดยการนำน้ำเข้าสู่ทางปาก)  ได้ช่วยลด (reduce) การตายของเด็ก (child deaths) จำนวน ๑๒๕,๐๐๐ รายต่อปีในช่วงเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา  ในขณะที่การเข้าถึง (access to) แหล่งน้ำที่ปลอดภัย (safe water supplies), ยารักษาโรค (drugs) และการสุขาภิบาล (สุขอนามัย, การส่งเสริมสุขภาพ) (sanitation)  ได้เพิ่มขึ้น (increased) อย่างมาก (อย่างตื่นเต้นเร้าใจ, ในแบบละคร, ซึ่งเกิดขึ้นกะทันหัน) (dramatically) ด้วยเช่นกัน

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 43)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Wildflowers

 

          As far as naturalists are concerned, the great value of wildflowers is in perpetuating the species, in contributing their very presence to the environment in which they play an integral part, though their particular function may not be well understood, even by botanists.  Where certain habitats have been disturbed by the construction of dams or human habitations or by the cultivation of land for farms and forestry, some flowers have declined in numbers, occasionally becoming endangered species or even extinct altogether.  It is important, therefore, for amateur naturalists to leave such plants where they are, rather than to pick them or attempt to transplant them to their own gardens.  Some wildflowers make lovely garden plants and are easy to grow - - daisies, violets, asters, and buttercups are especially popular and are not all endangered in the wild - - and a pretty wildflower garden can turn any backyard into a showplace.  But it is always best to purchase the seeds from a commercial nursery or seed catalog company rather than try to collect flowers from nature.  It is not always easy to reproduce growing conditions in which the plant will feel at home, and it would be a shame to risk the loss of a wildflower in this experimental way.

          A popular pastime for flower lovers in the days before wildflowers were considered a natural treasure was to collect and press them.  Some enthusiasts would fill entire albums or create handsome dried collages or arrangements, and even today such objects are admired for their beauty.  But again, because of the rarity of some flowers and the simple fact that living flowers are always more beautiful than dead ones, collecting them is not recommended.  The best ways to bring wildflowers home are through your own photographs or by sketching or painting them on the spot and then displaying your artwork.

 

1. The word “integral” in the first paragraph can be replaced by _______________________.

(คำว่า  “สำคัญ, ทั้งหมด, สมบูรณ์, ถ้วนทั่ว, เกี่ยวกับจำนวนเต็ม”  ในพารากราฟแรก  สามารถแทนโดย _________________)

    (a) irrelevant    (ไม่ตรงประเด็น, ไม่เกี่ยวข้อง, ไม่ถูกจุด)

    (b) inadvertent    (อิน-แอด-เว้อร์-เทิ่น)  (๑.ไม่เอาใจใส่, ขาดความสนใจ,  ๒.ไม่ได้ตั้งใจ, ไม่เจตนา,

          ๓. เลินเล่อ, ประมาท) 

    (c) possible    (เป็นไปได้, อาจเป็นได้)

    (d) ominous    (อ๊อม-มิ-เนิส)  (เป็นลางร้าย, ไม่เป็นมงคล, เป็นลางสังหรณ์, เป็นลางบอกเหตุ) 

    (e) individual    (เป็นรายบุคคล, แต่ละบุคคล, ส่วนบุคคล, เฉพาะราย, ส่วนตัว, ตัวต่อตัว, โดยลำพัง,

          โดยตัวคนเดียว)

    (f) necessary    (สำคัญ, จำเป็น, ไม่มีทางอื่น)

    (g) zealous    (เซ้ล-ลัส)  (กระตือรือร้น, ตั้งใจอย่างแข็งขัน, อุตสาหะอย่างใจจดจ่อ) 

    (h) incontrovertible    (ที่โต้แย้งไม่ได้, ที่เถียงไม่ได้, ที่ไม่มีทางโต้แย้ง, ที่ลบล้างไม่ได้) 

2. According to the passage, one knows ______________ the specific role that wildflowers play in the environment.

(ตามที่บทความกล่าว, คนเรารู้ ______________ เกี่ยวกับบทบาทโดยเฉพาะ – เฉพาะด้าน – ซึ่งดอกไม้ป่ามี (แสดง) ในสภาพแวดล้อม)

    (a) thoroughly    (เธ้อร์-โร-ลิ่)  (อย่างละเอียดถี่ถ้วน, โดยตลอด, อย่างตลอดทั่วถึง, อย่างสมบูรณ์,

          อย่างเต็มที่, อย่างเต็มตัว)

    (b) immensely    (อย่างมหาศาล, อย่างมหึมา, อย่างมากมาย)

    (c) precisely    (อย่างถูกต้อง, อย่างเที่ยงธรรม, อย่างเที่ยงตรง, อย่างแม่นยำ, อย่างแน่นอน, อย่างละเอียด,

          อย่างพิถีพิถัน, อย่างชัดถ้อยชัดคำ)

    (d) vaguely    (อย่างคลุมเครือ, อย่างเคลือบคลุม, อย่างไม่ชัดแจ้ง, อย่างเลอะเลือน)  (ดูจากประ

          โยคแรกของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “....................แม้ว่าหน้าที่โดยเฉพาะของมัน (ดอกไม้

          ป่า) อาจจะไม่ได้รับความเข้าใจดีนัก  แม้กระทั่งโดยนักพฤกษศาสตร์)

3. “perpetuating” in paragraph 1 refers to _______________________________________.

(ทำให้ไม่สูญไป, ทำให้เป็นอมตะ, ทำให้ถาวร”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง _________________)

    (a) galvanizing    (แก๊ล-วะ-ไนซ-ซิ่ง)  (กระตุ้น, กระตุ้นโดยกระแสไฟ) 

    (b) subverting    (ซับ-เวิ้ร์ท)   (๑.  บ่อนทำลาย, ทำลาย, โค่นล้ม, ล้มล้าง,  ๒. ทำให้เสื่อมเสีย,

          ทำให้มัวหมอง, ทำให้เสียหาย) 

    (c) offering    (เสนอ, อาสา, รับทำ, มอบ, ถวาย, ให้, กล่าวว่าจะยกให้, เสนอ, เสนอราคา, บอกราคา,

          บอกขาย, ขอแต่งงาน) 

    (d) fabricating    (แฟ้บ-ริ-เคท)  (๑.  สร้าง, ประดิษฐ์, คิดค้น, เสกสรร, ทอ,  ๒. ปลอม, ปลอมแปลง,

          กุเรื่อง-สร้างเรื่องขึ้นมา) 

    (e) eternalizing    (ทำให้คงอยู่ตลอดไป, ทำให้เป็นอมตะ, ทำให้ไม่รู้จักจบ)

    (f) reprimanding    (เร้พ-พริ-แมนด  หรือ  มานด)  (ประณาม, กล่าวหาอย่างรุนแรง)  (เมื่อเป็นคำนาม 

          “Reprimand”  หมายถึง  “การประณาม, การกล่าวหาอย่างรุนแรง”)

    (g) amplifying    (ขยายใหญ่ขึ้น, ขยายความ)   

    (h) counterfeiting    (เค้าน-เทอะ-ฟิต)  (ทำปลอม, ทำเทียม, ของปลอม-เทียม,  ซึ่งปลอมหรือไม่ใช่ของแท้)

4. “botanists” are students or scientists who study ________________________________.

(“นักพฤกษศาสตร์”  คือ  นักเรียนหรือนักวิทยาศาสตร์ผู้ซึ่งศึกษา _____________________)

    (a) animals    (สัตว์)

    (b) soil    (ดิน, พื้นดิน)

    (c) historical sites    (โบราณสถาน, สถานที่ทางประวัติศาสตร์)

    (d) celestial bodies    (ดวงดาวบนท้องฟ้า)

    (e) human minds    (จิตใจของมนุษย์)

    (f) plants    (ต้นไม้, พันธุ์ไม้, พืชพันธุ์)

    (g) landscapes    (สภาพภูมิประเทศ, สภาพทิวทัศน์, ทิวทัศน์, ลักษณะภูมิประเทศ)

    (h) nature    (ธรรมชาติ)

5. The word “habitats” in paragraph 1 refers to the ________________________ of wildflowers.

(คำว่า  “ถิ่นที่อยู่ของพืชหรือสัตว์, ที่อยู่อาศัย”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ________________ ของดอกไม้ป่า)

    (a) roots    (ราก)

    (b) leaves    (ใบ)

    (c) species    (พันธุ์พืชหรือสัตว์, ชนิด, จำพวก, รูปแบบ)

    (d) nests    (รัง)

    (e) features    (ลักษณะ, รูป, แบบ, หน้าตา, ลักษณะโฉมหน้า, ภูมิประเทศ, ลักษณะเฉพาะ, ลักษณะ

          สำคัญหรือเด่น)

    (f) offspring    (ดอกผล, หน่ออ่อน, ผล, ผลิตผล, ลูกหลาน, ทายาท, บุตร, ผู้สืบเชื้อสาย, ลูกสัตว์)

    (g) homes    (บ้าน, ที่อยู่อาศัย, ที่พัก, ปิตุภูมิ, บ้านเกิดเมืองนอน, ประเทศของตน, ถิ่นกำเนิด,

          สถานสงเคราะห์, ฐาน, ศูนย์กลาง)

    (h) pollens    (ละอองเกสรดอกไม้, เรณู)

6. The word “declined” in paragraph 1 is closest in meaning to ________________________.

(คำว่า  “ลดลง, เสื่อมลง, ใกล้จะสิ้นสุด, ปฏิเสธ, บอกปัด, เอียง, ลาดลง, บ่ายลงไป”  ในพารากราฟ ๑  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _________________)

    (a) demolished    (รื้อทิ้ง, ทำลาย, โค่น)   

    (b) established    (สร้าง, จัดตั้ง, สถาปนา)

    (c) modified    (ปรับปรุง, เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง)

    (d) renovated    (เร้น-นะ-เวท)  (ทำใหม่, ปรับปรุงใหม่, ซ่อมแซม, ทำให้มีพลังใหม่, ทำให้มีชีวิตชีวาใหม่,

          ทำให้กลับสู่สภาพเดิม)

    (e) overlooked    (มองข้าม, ทำเป็นมองไม่เห็น, เมินเฉย, เพิกเฉย, ละเลย, ควบคุม, ดูแล)

    (f) vanished    (หายไป, อันตรธาน, สูญสิ้น, จากไป, ไม่มีอยู่, กลายเป็นศูนย์)

    (g) probed    (ตรวจสอบ, สืบสวน, แหย่หรือหยั่งด้วยเครื่องแหย่)

    (h) diminished    (ลดลง, ลดน้อยลง, ค่อยๆ เล็กลง, ทำให้ลดน้อยลง, ดูหมิ่น)

7. The word “endangered” in paragraph 1 may be replaced by _______________________.

(คำว่า  “ใกล้สูญพันธุ์, ทำให้เป็นอันตราย”  ในพารากราฟ ๑  อาจแทนโดย _______________)

    (a) vicious    (ชั่ว, ชั่วร้าย, เลวทราม, ร้ายกาจ, ดุร้าย, เสื่อมทราม)

    (b) gaunt    (ก๊อนท)  (ผอมแห้ง, มีแต่กระดูก, ซูบซีด)

    (c) prolific    (มีผลงานมาก, มีลูกดก, มีผลดก)

    (d) arid    (แอ๊ร์-ริด)  (แห้งมาก, แล้ง, ไม่มีความชื้น, ไม่มีรสชาติ, จืดชืด)

    (e) weary    (แว้ร์-รี่)  (เหน็ดเหนื่อย, เมื่อยล้า, อิดโรย)

    (f) despondent    (หมดหวัง, หมดกำลังใจ, ท้อแท้ใจ, หดหู่ใจ)

    (g) enthusiastic    (กระตือรือร้น)

    (h) almost becoming extinct    (เกือบจะสูญพันธุ์)

8. What one can conclude from the passage is that ________________________________.

(สิ่งที่คนเราสามารถสรุปจากบทความ  คือว่า __________________________________)

    (a) some wildflowers become endangered species or even extinct because of man    (ดอก

          ไม้ป่าบางชนิดกลายเป็นพันธุ์ไม้ใกล้สูญพันธุ์  หรือแม้กระทั่งสูญพันธุ์  เพราะว่ามนุษย์)  (บท

          ความกล่าวถึงการที่มนุษย์เข้าไปทำความเสียหายให้กับดอกไม้ป่า  เช่น  ทำลายแหล่งกำเนิด

          ของมันโดยการสร้างเขื่อนหรือที่อยู่อาศัยของมนุษย์  หรือเก็บดอกไม้ป่ามาทดลองปลูกในสวน

          ที่บ้านของตน  หรือนำมาตากแห้งและรีด – อัด – เก็บใส่ไว้ในอัลบั้ม  หรือสร้างภาพศิลปะหรือ

          ผลงานจากเศษของดอกไม้ป่า  ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ดอกไม้ป่าบางชนิดใกล้สูญพันธุ์  หรือสูญ

          พันธุ์ไปแล้ว)

    (b) daisies are not an endangered species since they are also garden plants    (ดอกเดซี่มิได้เป็น

          พันธุ์ไม้ใกล้สูญพันธุ์  เพราะว่ามันเป็นพืชสวนด้วยเช่นกัน)  (มิอาจสรุปได้จากบทความ)

    (c) the presence of wildflowers in their environment help improve the wild    (การมีอยู่ของดอกไม้

          ป่าในสภาพแวดล้อมของมัน  ช่วยปรับปรุงให้ป่าดีขึ้น)  (บทความมิได้กล่าวถึงสิ่งนี้)

    (d) wildflowers seeds, as well as their flowers, can be purchased from a commercial nursery   

          (เมล็ดของดอกไม้ป่า, เช่นเดียวกับดอกของมัน, สามารถซื้อได้จากโรงเพาะต้นไม้เชิงพาณิชย์ – คือ

          เพาะต้นไม้เพื่อขาย)  (บทความบอกแต่เพียงว่ามีเมล็ดดอกไม้ป่าขาย  แต่มิได้มีดอกของดอกไม้ป่า

          ขาย  ที่โรงเพาะต้นไม้)

9. The word “showplace” in paragraph 1 means ___________________________________.

(คำว่า  “สถานที่สำหรับไว้อวดคนอื่น, สถานที่แสดง, สถานที่แสดงนิทรรศการ, สถานที่ตัวอย่าง”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง _________________)

    (a) a place where a show can be held    (สถานที่ซึ่งการแสดงสามารถถูกจัดขึ้น)

    (b) a beautiful place one is proud to show    (สถานที่สวยงามซึ่งบุคคลภูมิใจที่จะแสดงให้คนดู)

          (ประโยคที่ ๔ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “ดอกไม้ป่าบางชนิดทำให้เกิดพืชสวนที่น่ารักและ

          ปลูกง่าย - - โดยดอกเดซี่, ดอกไวโอเลต, ดอกเบญจมาศ (หรือดอกเก๊กฮวย) , และดอกบัทเทอร์

          คัพ (เป็นรูปถ้วยมีสีเหลือง) เป็นที่นิยมชมชอบเป็นพิเศษ  และมิได้ใกล้สูญพันธุ์ไปเสียทั้งหมด

          ในป่า - - และสวนดอกไม้ป่าที่สวยงามสามารถเปลี่ยนลานหลังบ้าน (สนามหลังบ้าน) ใดๆ ให้

          กลายเป็นสถานที่สำหรับไว้อวดคนอื่น)

    (c) a place one shows to collect money    (สถานที่ที่บุคคลแสดงเพื่อเก็บเงิน)

    (d) a place where show people gather    (สถานที่ซึ่งนักแสดงมาชุมนุมกัน)

10. This passage is aimed largely at _____________________________________________.

(บทความนี้มีเป้าหมายส่วนใหญ่ที่ __________________________________________)

      (a) artists    (ศิลปิน, นักศิลปะ, จิตรกร, นักแสดง, ผู้เชี่ยวชาญ, ช่างฝีมือ)

      (b) botanists    (นักพฤกษศาสตร์)

      (c) homemakers    (คนดูแลบ้าน, แม่บ้าน)

      (d) flower lovers    (คนรักดอกไม้)  (บทความกล่าวเตือนผู้รักดอกไม้ป่าว่าไม่ควรจะไปทำลายมัน 

             แต่ควรปล่อยให้มันเติบโตอยู่ในธรรมชาติ  หรือถ้าอยากได้มันจริงๆ ก็ควรซื้อเมล็ดจากโรง

             เพาะต้นไม้มาเพาะที่บ้าน  ซึ่งก็ไม่แน่ว่าจะได้ผล  เพราะสภาพแวดล้อมของบ้านและป่ามีความ

             แตกต่างกัน)

11. The word “pastime” in paragraph 2 can be replaced by ____________________________.

(คำว่า  “งานอดิเรก, สิ่งทีให้ความเพลิดเพลิน, เครื่องหย่อนใจ, เครื่องฆ่าเวลา, การฆ่าเวลา”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนโดย ________________)

      (a) record    (บันทึก, การบันทึก, สำนวน, สิ่งที่บันทึกไว้, ประวัติ, ประวัติอาชญากรรม, เอกสาร,

            หลักฐานที่บันทึกหรือเก็บไว้, จานเสียง, แผ่นเสียง, เทปบันทึก)

      (b) contest    (การแข่งขัน, การต่อสู้กัน, การโต้แย้ง, การโต้เถียง)

      (c) catastrophe    (คะ-แทส-โทร-ฟี)  (ความหายนะ, ภัยพิบัติ, เหตุการณ์ที่ร้ายกาจ, จุดจบ, ตอน

            จบของละคร) 

      (d) frenzy    (เฟร้น-ซี่)  (ความบ้าคลั่ง, ความบ้าระห่ำ, การมีอาการคุ้มคลั่ง, ความตื่นเต้นอย่างมาก) 

      (e) hobby    (งานอดิเรก)

      (f) fiasco    (ฟี-แอส-โค)  (การล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง) 

      (g) memory    (ความจำ, ความทรงจำ, การจำ, การระลึกถึง, ความหลัง, สิ่งที่ผ่านพ้นไปแล้ว, ระยะ

            เวลาแห่งความหลัง, ชื่อเสียง, บุคคลหรือสิ่งที่จำไว้, อนุสรณ์)

      (h) prejudice    (เพร้จ-จู-ดิส)  (อคติ, ความรู้สึกไม่ดีที่มีอยู่ก่อน, ความรู้สึกที่ไม่มีเหตุผล)

12. “treasure” in the second paragraph means ____________________________________.

(ทรัพย์สมบัติ, ของมีค่า, สิ่งที่ล้ำค่า, ขุมทรัพย์, บุคคลที่มีคุณค่าสูง”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ___

_______________)

      (a) affluence    (แอฟ-ฟลู-เอิ้นซ)  (ความมั่งคั่ง, ความร่ำรวย, ความมากมาย, ความหลากหลาย) 

      (b) falsehood    (ฟ้อลซ-ฮูด)  (ความไม่ซื่อ, ความทุจริต, ของปลอม, สิ่งที่ไม่แท้, การหลอกลวง,

            ความไม่จริง, ความผิดพลาด, การพูดโกหก, คำโกหก)

      (c) exaggeration    (อิก-แซ้จ-จะ-เร้-ชั่น)  (การพูดเกินความจริง, การโอ้อวด, การเพิ่มหรือขยาย

            เกินกว่าปกติ)

      (d) prodigy    (พร้อด-ดะ-จี้)  (เด็กอัจฉริยะ, อัจฉริยะบุคคล, ผู้มีความสามารถพิเศษ, สิ่งมหัศจรรย์,

            สิ่งแปลกประหลาด, สิ่งผิดปกติ, สิ่งที่ใหญ่โตมโหฬาร)

      (e) miracle    (มิ-ระ-เคิ่ล)  (เรื่องอัศจรรย์, ความอัศจรรย์) 

      (f) wealth    (ทรัพย์สิน, ทรัพย์สมบัติ, โภคทรัพย์, ผลิตผล, ความมั่งคั่ง, ความมั่งมี, ความ

            อุดมสมบูรณ์, ความมากมาย)

      (g) hazard    (แฮ้ซ-เซิร์ด)  (ภัย, อันตราย, การเสี่ยง, สิ่งที่เป็นอันตราย หรือทำให้เกิดความเสี่ยง,

            อุบัติเหตุ, เหตุบังเอิญ, ความไม่แน่นอน) 

      (h) collaboration    (ความร่วมมือ, การทำงานร่วมกับผู้อื่น, การช่วยเหลือ) 

13. What does “enthusiasts” in paragraph 2 mean?

(ผู้มีความกระตือรือร้น, ผู้คลั่งไคล้สนใจในอะไรบางอย่าง, ผู้คลั่งศาสนา”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

      (a) traitors    (เทร้-เท่อะ)  (ผู้ทรยศ, ผู้หักหลัง, ผู้ขายชาติ)

      (b) disciples    (สาวก, ศิษย์, สานุศิษย์, ผู้ติดตาม)

      (c) benefactors    (ผู้ทำกุศล, ผู้ทำความดี, ผู้มีพระคุณ, ผู้บริจาค)

      (d) assassins    (อะ-แซ้ส-ซิ่น)  (ผู้ลอบฆ่าโดยเฉพาะการฆ่าคนมีชื่อเสียง, ผู้ทำลาย)

      (e) zealots    (เซ้ล-เลิท)  (ผู้มีความกระตือรือร้นเกินไป, ผู้คลั่ง, ผู้มีความปรารถนาสูง, แฟน)

      (f) felons    (เฟ้ล-เลิ่น)  (อาชญากรที่ทำความผิดร้ายแรง เช่น ฆ่า ข่มขืน, คนชั่วช้า) 

      (g) traffickers    (พ่อค้า, ผู้ค้าขาย, ผู้ทำธุรกิจการพาณิชย์) 

      (h) rookies    (slang)  (รุ้ค-คี่)  (มือใหม่, ผู้ที่เริ่มต้นทำ, มือใหม่, นักกีฬาอาชีพที่ลงแข่งขันเป็นครั้งแรก) 

14. The word “collages” in paragraph 2 refers to _________________________________.

(คำว่า  “ภาพศิลปะหรือผลงานจากการปะติดปะต่อเศษชิ้นวัตถุต่างๆ  เช่น  เศษดอกไม้, เศษหนังสือพิมพ์  ให้กลายเป็นภาพศิลปะขึ้น, เทคนิคการทำสิ่งดังกล่าว”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ____________)

      (a) colleagues    (ค้อล-ลีก)  (เพื่อนร่วมงาน, ผู้ร่วมงาน)

      (b) colleges    (ค้อล-ลิจ)  (วิทยาลัย, สถาบันการศึกษาชั้นสูง, ส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย, โรงเรียนอาชีพ,

            โรงเรียนมัธยมเอกชนในอังกฤษ)

      (c) collapses    (การล้มลง, การทรุดลง, ภาวะทรุดโทรม)

      (d) pictures made by sticking together pieces of paper, cloth, photographs, etc.   

             (รูปภาพซึ่งสร้างโดยการปะติดปะต่อเศษชิ้นกระดาษ, ผ้า, รูปภาพ หรืออื่นๆ)

      (e) discourses    (การพูดหรือเขียนที่ติดต่อกัน) 

      (f) disseminations    (การแพร่กระจาย, การเผยแพร่, การทำให้กระจัดกระจาย)

      (g) superstitions    (การเชื่อโชคเชื่อลาง, การเชื่อเรื่องไสยศาสตร์, การเชื่อเรื่องงมงาย, การเชื่อผีถือสาง)

      (h) havocs    (แฮ้ฟ-วอค)  (ความหายนะ, ภัยพิบัติ, ความเสียหาย, ความฉิบหาย, ความสับสนวุ่นวาย)

            (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  "ทำให้เสียหาย, ทำลาย") 

15. The word “their” in paragraph 2 refers to ____________________________________.

(คำว่า  “ของพวกเขา”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ________________________________)

      (a) flower gardens    (สวนดอกไม้)

      (b) wildflower pictures    (รูปภาพดอกไม้ป่า)

      (c) wildflower collages    (ภาพศิลปะซึ่งสร้างโดยการปะติดปะต่อเศษชิ้นดอกไม้ป่า – ที่นำมา

            ตากแห้ง)  (“Their” แทนคำนามที่กล่าวมาก่อนหน้า  โดยดูจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒

            ที่กล่าวว่า  “ผู้มีความกระตือรือร้น (ผู้คลั่งไคล้สนใจในอะไรบางอย่าง) (ในที่นี้คือดอกไม้ป่า)

            บางคน  จะเติมเต็มทั้งอัลบั้ม (ด้วยดอกไม้ป่าแห้ง)  หรือไม่ก็สร้างภาพศิลปะหรือผลงานจาก

            การปะติดปะต่อเศษชิ้นวัตถุต่างๆ (ในที่นี้คือดอกไม้ป่าแห้ง) ให้กลายเป็นภาพศิลปะขึ้น  หรือ

            การจัดเรียง (ดอกไม้ป่า) ซึ่งถูกทำให้แห้งและสวยงาม,  และแม้กระทั่งปัจจุบัน  วัตถุดังกล่าว

            (ภาพศิลปะฯ) ได้รับการยกย่อง (ชื่นชม) สำหรับความสวยงามของมัน )

      (d) flower catalogs    (แคตตาล็อกรูปดอกไม้)

16. The word “rarity” in paragraph 2 is closest in meaning to _________________________.

(คำว่า  “ความหายาก, ความไม่ค่อยมี, ความเบาบาง (ของอากาศ-กาซ), สิ่งที่หายาก, ความประเสริฐ”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ __________________)

      (a) surveillance    (เซอร์-เว้-เลิ่นซ)  (การเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด, การเฝ้ามองอย่างระมัดระวัง (โดยเฉพาะ

            ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นอาชญากร), การควบคุม, การตรวจตรา, การดูแล)

      (b) fury    (ความโกรธแบบเป็นฟืนเป็นไฟ)

      (c) remuneration    (ริ-มิว-นะ-เร้-ชั่น)  (ค่าตอบแทน, เงินตอบแทน, สินน้ำใจ, การจ่ายเงิน, การให้รางวัล,

            การตอบแทน, การชดเชย) 

      (d) triumph    (ไทร้-อั้มฟ)  (ชัยชนะ, ความมีชัย, ความสำเร็จ, การฉลองชัยชนะ, ความยินดีที่มีชัย) 

            (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “ได้รับชัยชนะ, ฉลองชัยชนะ”)

      (e) artifact    (อ๊าร์-ทิ-แฟคท)  (สิ่งประดิษฐ์, สิ่งประดิษฐ์โดยฝีมือคน, สิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น, ของเทียม) 

      (f) treaty    (สนธิสัญญา, ข้อตกลง)

      (g) scarcity    (การมีน้อย, การหายาก, ความขาดแคลน, ความไม่เพียงพอ)

      (h) association    (ความสัมพันธ์, การสังสรรค์, สมาคม, บริษัท, การเชื่อมติดต่อกัน)

17. The message the writer gives about wildflowers is ______________________________.

(ข่าวสารที่ผู้เขียนให้ (ฝาก หรือสื่อ) เกี่ยวกับดอกไม้ป่า  คือ _________________________)

      (a) grow them but don’t buy them    (ปลูกมันแต่อย่าซื้อมัน)

      (b) move them but don’t plant them    (ย้ายมันแต่อย่าปลูกมัน)

      (c) paint them but don’t pick them    (วาดภาพมันแต่อย่าเด็ดมัน)  (ประโยคสุดท้ายของพารา

            กราฟ ๒ กล่าวว่า  “วิธีที่ดีที่สุดที่จะนำดอกไม้ป่ากลับมาบ้าน  ก็คือโดยผ่านทางภาพถ่ายของ

            คุณเอง (ภาพถ่ายดอกไม้ป่าที่คุณถ่ายมา)  หรือไม่ก็โดยการสเก็ตภาพหรือวาดภาพมันที่ตรง

            จุดนั้น (หมายถึง  สถานที่ที่พบดอกไม้ป่า)  และต่อจากนั้นก็แสดงผลงานศิลปะของคุณ

            (หมายถึง  แสดงภาพถ่ายหรือภาพวาดดอกไม้ป่าของคุณ)”)

      (d) press them but don’t sketch them    (รีดหรืออัดมัน  แต่อย่าสเก็ตภาพมัน)

 

(คำแปล)

ดอกไม้ป่า

 

            ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักธรรมชาติวิทยา (สำหรับนักธรรมชาติวิทยา) (As far as naturalists are concerned)  คุณค่าที่ยิ่งใหญ่ (great value) ของดอกไม้ป่า (wildflowers) อยู่ที่การทำให้พันธุ์ดอกไม้ป่าไม่สูญไป (ดำรงพันธุ์ดอกไม้ป่าต่อไป) (perpetuating the species),  (และ) อยู่ที่การมีคุณูปการในการมีอยู่ของมันต่อสภาพแวดล้อม (contributing their very presence to the environment) ซึ่งมัน (ดอกไม้ป่า) มีส่วนสำคัญ (they play an integral part) (ในสภาพแวดล้อมดังกล่าว)  แม้ว่าหน้าที่โดยเฉพาะ (particular function) ของมัน (ดอกไม้ป่า) อาจจะไม่ได้รับความเข้าใจดีนัก (may not be well understood) แม้กระทั่งโดยนักพฤกษศาสตร์ (even by botanists),  ทั้งนี้  ในที่ซึ่งถิ่นที่อยู่ของพืชหรือสัตว์บางแห่ง (Where certain habitats) ได้ถูกรบกวน (disturbed) โดยการก่อสร้างเขื่อน (construction of dams) หรือที่อยู่อาศัย (ชุมชน) ของมนุษย์ (human habitations)  หรือโดยการเพาะปลูกบนผืนดิน (ที่ดิน)  (cultivation of land) เพื่อ (สร้าง) ฟาร์ม (ไร่นา) (farms) และผืนป่า (การทำป่าไม้, ศาสตร์แห่งการปลูกและรักษาป่า) (forestry)  ดอกไม้บางชนิดได้มีจำนวนลดลง (declined in numbers)  โดยในบางโอกาส (บางครั้งบางคราว, เป็นครั้งคราว)  (occasionally) กลายเป็นพันธุ์ไม้ใกล้สูญพันธุ์ (becoming endangered species)  หรือแม้กระทั่ง (even) สูญพันธุ์ (extinct) โดยสิ้นเชิง (ทั้งหมด, ทั้งสิ้น, พร้อมกัน, ด้วยประการทั้งปวง) (altogether)ดังนั้น (เพราะฉะนั้น) (therefore) มันจึงเป็นเรื่องสำคัญ (important) สำหรับนักธรรมชาติวิทยาสมัครเล่น (amateur naturalists) ที่จะปล่อยให้พืชดังกล่าว (ดอกไม้ป่า) อยู่ตรงที่ที่มันอยู่ ((leave such plants where they are)  มากกว่า (rather than) ที่จะเด็ด (pick) มัน  หรือพยายาม (attempt) ที่จะย้าย (ย้ายปลูก, ย้ายถิ่น) (transplant) มันไปยังสวน (ที่บ้าน) ของตนเอง,  ดอกไม้ป่าบางชนิดทำให้เกิดพืชสวนที่น่ารัก (make lovely garden plants) และปลูกง่าย (easy to grow) - - โดยดอกเดซี่, ดอกไวโอเลต, ดอกเบญจมาศ (หรือดอกเก๊กฮวย) , และดอกบัทเทอร์คัพ (เป็นรูปถ้วยมีสีเหลือง) เป็นที่นิยมชมชอบเป็นพิเศษ (especially popular)  และมิได้ใกล้สูญพันธุ์ไปเสียทั้งหมดในป่า (not all endangered in the wild) - - และสวนดอกไม้ป่าที่สวยงาม (pretty wildflower garden) สามารถเปลี่ยน (turn) ลานหลังบ้าน (สนามหลังบ้าน) (backyard) ใดๆ  ให้กลายเป็นสถานที่สำหรับไว้อวดคนอื่น (สถานที่แสดง, สถานที่แสดงนิทรรศการ, สถานที่ตัวอย่าง) (showplace),  แต่มันจะเป็นการดีที่สุดเสมอ (it is always best) ที่จะซื้อ (purchase) เมล็ด (seeds) (ดอกไม้ป่า) จากโรงเพาะต้นไม้ (สถานที่ปลูกต้นไม้  โดยเฉพาะต้นอ่อน  เพื่อขาย, ห้องหรือสถานที่เลี้ยงเด็ก, โรงเรียนหรือโรงเลี้ยงเด็กในเวลากลางวัน) (nursery) เชิงพาณิชย์ (เกี่ยวกับการค้า, ซึ่งมุ่งหวังกำไร) (commercial)  หรือ (จาก) บริษัทที่มีแคตตาล็อกเมล็ด (seed catalog company) (ดอกไม้ป่า)  มากกว่าที่จะพยายามเก็บ (rather than try to collect) ดอกไม้จากธรรมชาติ (ป่า),  ทั้งนี้  มันไม่ง่ายเสมอไปที่จะจำลองแบบ (ถอดแบบ, ขยายพันธุ์, แพร่พันธุ์, สืบพันธุ์, ทำสำเนา, อัดสำเนา, ลอก, คัด) (reproduce) สภาวะการเจริญเติบโต (growing conditions) (หมายถึง  บรรยากาศของป่าที่ดอกไม้เติบโตขึ้นมา)  ซึ่งพืช (ดอกไม้ป่า) จะรู้สึกเป็นกันเอง (รู้สึกเหมือนอยู่ในป่าจริงๆ) (feel at home)  และมันจะน่าเสียดาย (it would be a shame) ที่จะเสี่ยงการสูญเสีย (risk the loss) ดอกไม้ป่าในวิธีการที่เป็นการทดลองแบบนี้ (in this experimental way)  (หมายถึง  การเอาดอกไม้ป่ามาลองปลูกที่บ้าน  ซึ่งดอกไม้อาจจะตายได้)

           งานอดิเรก (สิ่งทีให้ความเพลิดเพลิน, เครื่องหย่อนใจ, เครื่องฆ่าเวลา, การฆ่าเวลา) (pastime) ที่เป็นที่นิยม (popular) สำหรับคนรักดอกไม้ (flower lovers) ในยุค (สมัย, กลางวัน, วัน, วันทำงาน) (days) ก่อนที่ดอกไม้ป่าจะถูกถือว่าเป็น (considered) ทรัพย์สมบัติ (ของมีค่า, สิ่งที่ล้ำค่า, ขุมทรัพย์, บุคคลที่มีคุณค่าสูง) (treasure) ตามธรรมชาติ  คือการเก็บรวบรวม (สะสม) (collect) และรีด (บีบ, รัด, อัด, กด, ทับ) (press) มัน (ดอกไม้) (เพื่อเก็บไว้ในอัลบั้ม),  ผู้มีความกระตือรือร้น (ผู้คลั่งไคล้สนใจในอะไรบางอย่าง, ผู้คลั่งศาสนา) (enthusiasts) (ในดอกไม้ป่า) บางคน  จะเติมเต็มทั้งอัลบั้ม (fill entire albums) (ด้วยดอกไม้ป่าแห้ง) หรือไม่ก็สร้าง (create) ภาพศิลปะหรือผลงานจากการปะติดปะต่อเศษชิ้นวัตถุต่างๆ (เช่น เศษดอกไม้, เศษหนังสือพิมพ์) ให้กลายเป็นภาพศิลปะขึ้น (เทคนิคการทำสิ่งดังกล่าว) (collages) (คะ-เล้จ) หรือการจัดเรียง (การจัด, การจัดการ, การตระเตรียม) (arrangements) (ดอกไม้ป่า) ซึ่งถูกทำให้แห้ง (dried) และสวยงาม (หล่อ, มีสัดส่วนดี, ใจดี, สุภาพเรียบร้อย, ชำนาญ, แคล่วคล่อง) (handsome),  และแม้กระทั่งปัจจุบัน (even today)  วัตถุดังกล่าว (ภาพศิลปะฯ) (such objects) ได้รับการยกย่อง (ชื่นชม) (admired) สำหรับความสวยงาม (beauty) ของมัน,  แต่อีกครั้งหนึ่ง (But again)  เนื่องจากความหายาก (ความไม่ค่อยมี, ความเบาบาง (ของอากาศ-กาซ), สิ่งที่หายาก, ความประเสริฐ) (rarity) ของดอกไม้ (ป่า) บางชนิด  และข้อเท็จจริง (fact) ที่เข้าใจง่าย (ไม่สลับซับซ้อน, ง่ายๆ, ไม่ยุ่งยาก, ชัดแจ้ง, เรียบ, ถ่อมตัว, บริสุทธิ์, เซ่อๆ, ไม่เจือปน, มีองค์ประกอบเดียว) (simple) ที่ว่า  ดอกไม้ที่มีชีวิต (living flowers) สวยกว่าดอกไม้ที่ตายแล้ว (dead ones) เสมอ,  (ดังนั้น) การเก็บสะสม (collecting) มัน (ดอกไม้ป่า) จึงไม่ได้รับการแนะนำให้ทำ (recommended),  ทั้งนี้  วิธีที่ดีที่สุดที่จะนำดอกไม้ป่ากลับมาบ้าน (bring wildflowers home) ก็คือโดยผ่านทาง (through) ภาพถ่ายของคุณเอง (ภาพถ่ายดอกไม้ป่าที่คุณถ่ายมา) (your own photographs)  หรือไม่ก็โดยการสเก็ตภาพ (ร่างภาพอย่างหยาบๆ) (sketching) หรือวาดภาพ (ทาสี, ทาเครื่องสำอาง) (painting) มัน (ดอกไม้ป่า) ที่ตรงจุดนั้น (on the spot) (หมายถึง  สถานที่ที่พบดอกไม้ป่า)  และต่อจากนั้นก็แสดงผลงานศิลปะ (displaying your artwork) ของคุณ (หมายถึง  แสดงภาพถ่ายหรือภาพวาดดอกไม้ป่าของคุณ)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 42)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Why Do People Want to Own Machines?

 

          People like to own machines the way they used to like to own animals, territories, and other people.  Often the purpose served by the machine is less important than the fact of ownership itself, that it represents upward mobility.  Every new machine that can be purchased is a sign that the owner is advancing financially.  Consider the 10 following machines or mechanical gadgets for their relative importance to our basic needs :

               washing machine                                 air conditioner

               home computer                                    videocassette recorder

               home and auto alarm systems           automobile telephone          

               telephone answering machine           vacuum cleaner

               Walkman headset

          Unquestionably some of these mechanical marvels perform tasks which were once laborious and time-consuming.  Who wants to go back to washing clothes in a nearby stream?  Who would give up air-conditioning if financial constraints did not require the sacrifice?  Writers often wonder how they ever got along without word processors, which greatly simplify the once-arduous task of editing a manuscript.     

            The need to own machines is one of the cornerstones of contemporary economic systems.  As “new and improved” models appear, those who rush to get them are surely providing jobs for many people.  Market research discloses that many who can barely afford minimum shelter and nutrition insist on having cable television even if this means doing without some basic necessities.  Nor must one shake a head at the “foolishness” of such a choice.  In a technologically oriented society, not having cable television can create a very real sense of privation, much greater than the desire for higher-quality foods.

 

1. The topic of this passage should be ________________________________________.

(หัวข้อเรื่องของบทความนี้ควรจะเป็น _____________________________________)

    (a) How Machines Control Us    (เครื่องจักรกลควบคุมเราอย่างไร)

    (b) Conflicts over Owning Machines    (ความขัดแย้งในเรื่องการเป็นเจ้าของเครื่องจักรกล)

    (c) The Importance of Owning Machines    (ความสำคัญของการเป็นเจ้าของเครื่องจักรกล

          (ส่วนใหญ่ของบทความนี้กล่าวถึงความต้องการของผู้คนที่จะเป็นเจ้าของเครื่องจักรกล  โดย

          บางครั้งมิได้คำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของตน  แต่อยากแสดงความร่ำรวยให้ผู้อื่นเห็นจาก

          เครื่องจักรกลที่ตนครอบครอง  นอกจากนั้น  ประโยคแรกของพารากราฟสุดท้ายยังกล่าวถึง

          ความจำเป็นที่จะเป็นเจ้าของเครื่องจักรกล,  หัวข้อเรื่องจึงควรจะเป็น  “ความสำคัญของการ

          เป็นเจ้าของเครื่องจักรกล”)

    (d) How People Can Afford Machines    (ผู้คนสามารถมีเครื่องจักรกลใช้ได้อย่างไร)

2. To the writer, the most important reason why people want to purchase machines is that _______

__________.

(สำหรับผู้เขียน  เหตุผลสำคัญที่สุดว่าทำไมผู้คนต้องการซื้อเครื่องจักรกล  คือว่า ____________)

    (a) machines make them financially secure    (เครื่องจักรกลทำให้พวกเขามีความมั่นคงทางการเงิน)

    (b) machines help them save time and energy    (เครื่องจักรกลช่วยให้พวกเขาประหยัดเวลาและ

          พลังงาน)

    (c) people want to show they are well-off    (ผู้คนต้องการแสดงว่าพวกเขามีฐานะดี)  (ประโยค

          ที่ ๒ และ ๓ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “บ่อยครั้ง  วัตถุประสงค์ซึ่งสนองโดยเครื่องจักร  มี

          ความสำคัญน้อยกว่าข้อเท็จจริงของการเป็นเจ้าของ (เครื่องจักรกล) ในตัวของมันเอง (หมาย

          ถึง  การเป็นเจ้าของเครื่องจักรกลมีความสำคัญมากกว่าการใช้ประโยชน์มัน  เนื่องจากแสดง

          ถึงสถานภาพของผู้เป็นเจ้าของมัน)  ที่ว่ามันเป็นตัวแทนการเคลื่อนที่ขึ้นสู่ข้างบน (หมายถึง 

          การก้าวขึ้นสู่ความมั่งคั่ง  หรือมีฐานะทางเศรษฐกิจดี)”  และ  “เครื่องจักรกลใหม่ทุกชิ้นซึ่ง

          สามารถถูกซื้อได้  จะเป็นเครื่องหมาย (เครื่องแสดง) ว่าเจ้าของกำลังก้าวหน้าทางด้านการ

          เงิน (คือ  มีฐานะดีขึ้น))

    (d) people want to do without their basic needs    (ผู้คนต้องการดำรงชีวิตโดยปราศจากสิ่งจำเป็น

          พื้นฐานของตน)

3. In the first paragraph, “mobility” refers to ______________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “การเคลื่อนไหว, การเคลื่อนที่, การเปลี่ยนแปลงได้ง่าย, การเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”  หมายถึง _________________)

    (a) proximity    (ความใกล้ชิด, ความใกล้เคียง)

    (b) acumen    (อะ-คู้-เม่น)  (ความมีไหวพริบเฉียบแหลม)

    (c) foundation    (รากฐาน, มูลฐาน, มูลนิธิ)

    (d) ruin    (ซากปรักหักพัง, สถานที่ปรักหักพัง, ความพินาศ, ความหายนะ, ความย่อยยับ, ความล่มจม,

          การทำลาย, การล้มละลาย)

    (e) fault    (ข้อบกพร่อง, ความผิดพลาด, ความคลาดเคลื่อน)

    (f) desperation    (ความสิ้นหวัง, ภาวะที่ล่อแหลม, ภาวะที่ร้ายแรง)

    (g) movement    (การเคลื่อนไหว, การเคลื่อนที่, กิริยาท่าทาง, กระบวนการ, ความพยายาม,

          คณะบุคคล, การดำเนินงาน)

    (h) failure    (เฟ้ล-เย่อร์)  (ความล้มเหลว, ความไร้ผล, ความไม่สำเร็จ, การสอบตก, สิ่งที่ล้มเหลว)

4. The word “gadgets” in paragraph 1 means _____________________________________.

(คำว่า  “เครื่องมือ, อุปกรณ์, สิ่งประดิษฐ์, เครื่องประดิษฐ์”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง __________)

    (a) remnants    (ส่วนที่เหลือ, สิ่งที่ทิ้งเอาไว้, เศษ, เศษเล็กเศษน้อย, เศษผ้า, เดน)

    (b) parts    (ส่วนต่างๆ, ชิ้นส่วน)

    (c) disappointments    (ความผิดหวัง)

    (d) gifts    (พรสวรรค์, ความสามารถพิเศษ, ของขวัญ, สิ่งที่ให้ด้วยความสมัครใจ)

    (e) resources    (ทรัพยากรของประเทศ, กำลังเงิน, กำลังคน, กำลังวัตถุ)

    (f) phenomena    (ปรากฏการณ์, ข้อเท็จจริง, สิ่งที่ประทับใจ, บุคคลที่ประทับใจ, คนที่ยอดเยี่ยม)

    (g) hindrances    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง, เครื่องกีดขวาง)

    (h) devices    (อุปกรณ์, เครื่องประดิษฐ์, เครื่องกลไก, แผนการ, อุบาย, หลักในใจ, เครื่องหมาย)

5. “Who would give up air-conditioning if financial constraints did not require the sacrifice?” means _________________.

(ใครล่ะจะเลิก (ยุติ) การใช้เครื่องปรับอากาศ  ถ้าข้อจำกัดทางด้านการเงินมิได้เรียกร้องการเสียสละ(หรือ ถ้าไม่มีข้อจำกัดด้านการเงิน)  หมายถึง __________________)

    (a) people have to sacrifice something if they want to have air-conditioning    (ผู้คนจำเป็นต้องเสีย

          สละบางอย่าง  ถ้าพวกเขาต้องการมีเครื่องปรับอากาศ)

    (b) if people have enough money, they will surely manage to have air-conditioning   

          (ถ้าผู้คนมีเงินพอ  พวกเขาจะพยายามมีเครื่องปรับอากาศใช้อย่างแน่นอน)

    (c) even if people have a financial problem, they will not give up air-conditioning    (แม้ว่าผู้คนมีปัญ

          หาด้านการเงิน  พวกเขาจะไม่เลิกใช้เครื่องปรับอากาศ)

    (d) people have to give up comfort if they do not have air-conditioning    (ผู้คนจำเป็นต้องเลิก

          – สละ - ความสะดวกสบาย  ถ้าพวกเขาไม่มีเครื่องปรับอากาศ)

6. “Unquestionably” in the second paragraph refers to ____________________________.

(อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, อย่างแน่นอน, อย่างไม่มีปัญหา”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _________)

    (a) Promptly    (อย่างรวดเร็ว)

    (b) Reluctantly    (อย่างไม่เต็มใจ)

    (c) Circumspectly    (อย่างรอบคอบ, อย่างระมัดระวัง)

    (d) Properly    (อย่างเหมาะสม, อย่างสมควร, อย่างดี, อย่างถูกต้อง)

    (e) Willingly    (อย่างเต็มใจ)

    (f) Undoubtedly    (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัย, อย่างแท้จริง)

    (g) Thoroughly    (เธ้อร์-โร-ลิ่)  (อย่างละเอียด, อย่างถี่ถ้วน, อย่างสมบูรณ์, อย่างเต็มที่, ทั่วไปหมด,

          โดยตลอด, ตลอดทั่วถึง)

    (h) Lucidly    (อย่างแจ่มแจ้ง, อย่างชัดเจน)

7. The word “marvels” in paragraph 2 is closest in meaning to _______________________.

(คำว่า  “สิ่งมหัศจรรย์, สิ่งที่น่าพิศวง, สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ, บุคคลที่น่าพิศวง, ความประหลาดใจ, ความพิศวง”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _________________)

    (a) disadvantages    (ข้อเสียเปรียบ, ความเสียเปรียบ, ข้อเสียหาย, ความเสียหาย, ความเป็นเบี้ยล่าง)

    (b) disturbances    (การรบกวน, การทำให้ไม่สงบ, การทำให้ยุ่ง, การทำให้ลำบาก, สิ่งที่รบกวน, ความ

          ไม่สงบ)

    (c) vicissitudes    (วิ-ซิ้ส-ซิ-ทิ้วด)  (ความขึ้นๆลงๆ, การเปลี่ยนแปลง, การผันแปร, การหมุนเวียน, การ

          สับเปลี่ยน)  

    (d) situations    (สถานการณ์)

    (e) wonders    (สิ่งที่ทำให้พิศวงหรือประหลาดใจ, ความประหลาดใจ, ความงงงวย, ความพิศวง,

          การกระทำหรือเหตุการณ์ที่ทำให้ประหลาดใจ)

    (f) specimens    (ตัวอย่างทางวิทยาศาสตร์ เช่น  เลือด น้ำลาย อสุจิ, แบบอย่าง, ผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง,

          ตัวอย่างในการทดลอง, ข้อมูลสำหรับตรวจสอบ)

    (g) chores    (ชอร์)  (งานเล็กๆน้อยๆ, งานบ้าน, งานประจำที่น่าเบื่อ เช่น งานทำความสะอาดบ้าน 

          งานในไร่นา)

    (h) legends    (ตำนาน, เรื่องโบราณ)

8. What does “constraints” in the second paragraph mean?

(“ข้อจำกัด, การจำกัด, การคุมขัง, การควบคุมความรู้สึก, การบีบบังคับ, ภาวะที่ถูกบีบบังคับ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) enterprises    (กิจการ, โครงการ, ธุรกิจ)

    (b) pamphlets    (แพ้ม-ฟลิท)  (จุลสาร, หนังสือขนาดเล็ก)

    (c) violations    (การฝ่าฝืน, การละเมิด)

    (d) devotions    (การอุทิศตัว, การเสียสละ)

    (e) limitations    (ข้อจำกัด, ขีดจำกัด, วงจำกัด, ข้อกำหนด, การกำหนด)

    (f) extraditions    (การส่งผู้ร้ายข้ามแดน)

    (g) pandemonium    (ความแตกตื่น, ความวุ่นวาย, ความโกลาหล)

    (h) collapses    (การล้มลงหรือทรุดลง, ภาวะทรุดโทรม)

9. “simplify” in paragraph 2 refers to ____________________________________________.

(“ทำให้ง่ายขึ้น, ทำให้เข้าใจง่าย, ทำให้ไม่ยุ่งเหยิง, ทำให้ชัดเจน ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _______)

    (a) sympathize    (เห็นอกเห็นใจ)   

    (b) hamper    (เป็นอุปสรรค, ขัดขวาง, หยุดยั้ง, ทำให้ชะงัก, สอดแทรก, ตัด, กีดขวาง)

    (c) contaminate    (ทำให้ปนเปื้อน, ทำให้เกิดมลภาวะ)

    (d) make easier    (ทำให้ง่ายขึ้น)

    (e) conquer    (ค้อง-เค่อะ)  (ปราบ, เอาชนะ, พิชิต, ได้ชัยชนะ, ยึดได้)

    (f) starve     (อดอาหารตาย, อดอยาก, หิวโหย, หนาวตาย, กระหาย, ทำให้อดอาหารตาย-อดอยาก-

          กระหาย-หิวโหย-หนาวตาย)

    (g) shiver    (ชิฟว-เว่อะ)  (สั่น, ตัวสั่น, สั่นระริก, (ธง) ปลิวสะบัด, แตกออก, แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย)

    (h) cope    (รับมือ, จัดการ, ต่อกร)

10. The word “arduous” in the second paragraph can be replaced by __________________.

(คำว่า  “หนักอึ้ง, ตรากตรำอย่างมาก, ยากลำบาก”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนโดย ________)

      (a) dangerous    (มีอันตราย, เป็นภัย)

      (b) drastic    (แดรส-ทิค)  (รุนแรงมาก, ดุเดือดมาก, เข้มงวดมาก, อย่างสุดขีด)

      (c) confusing    (น่างง, น่าสับสน)

      (d) challenging    (ซึ่งท้าทาย)

      (e) lenient    (ลี้-เนี่ยนท หรือ ลี้น-เยิ่นท)  (ผ่อนผัน, โอนอ่อน, กรุณา, ปรานี)

      (f) difficult    (ยาก, ลำบาก, ยุ่งยาก, มีอุปสรรค, ขัดสน, ซึ่งก่อความลำบากใจ, ดื้อรั้น)

      (g) magnificent    (ดีเยี่ยม, เลิศ, สง่างาม, วิเศษ)

      (h) resourceful    (รับมือกับปัญหาได้ทุกรูปแบบ, หัวใส, เจ้าความคิด)

11. According to the passage, many of those who want to have cable television ___________.

(ตามที่บทความกล่าว  คนจำนวนมากผู้ซึ่งต้องการมีเคเบิลทีวี _____________________)

      (a) still want to have better shelter and nutrition    (ยังคงต้องการมีที่พักอาศัยและอาหารที่ดีขึ้น)

      (b) do not know that they have made a foolish choice    (ไม่รู้ว่าพวกเขาได้เลือกอย่างโง่ๆ)

      (c) tend to rush to get the new, improved models    (มีแนวโน้มที่จะเร่งรีบที่จะได้มาซึ่งโมเดล

            (ของเครื่องจักรกล) ที่ใหม่และได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น)

      (d) do not mind having to do without basic needs    (ไม่รังเกียจการดำรงชีวิตโดยปราศจาก

            สิ่งของจำเป็นพื้นฐาน)  (ประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “การวิจัยตลาดเปิดเผยว่า

            คนจำนวนมาก  ผู้ซึ่งแทบจะไม่สามารถมีเงินพอสำหรับที่พักอาศัยและอาหารขั้นต่ำสุด (ระดับ

            ต่ำสุด) (ก็ยัง) ยืนกรานจะมีเคเบิลทีวี  ถึงแม้ว่าสิ่งนี้หมายความถึงการดำรงชีวิตโดยปราศจาก

            สิ่งของจำเป็นพื้นฐานบางอย่าง)

12. The word “shelter” in paragraph 3 is closest in meaning to ______________________.

(คำว่า  “ที่พักอาศัย, ที่กำบัง, ที่หลบภัย, ที่หลบซ่อน, ที่ลี้ภัย, ที่เป็นร่มไม้ชายคา, ความคุ้มครอง”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ __________________)

      (a) diet    (อาหาร, อาหารพิเศษ, อาหารลดน้ำหนัก, รัฐสภาญี่ปุ่น)

      (b) leisure    (ลี้-เชอะ หรือ เลช-เชอะ)  (เวลาว่าง, การว่างจากงาน, ความสบายที่ไม่รีบร้อน)

      (c) damage    (ความเสียหาย, การทำให้เสียหายหรือได้รับอันตราย)  (damages =   ค่าเสียหาย, เงินชด

            เชยค่าเสียหาย)

      (d) commotion    (ความไม่สงบ, ความชุลมุนวุ่นวาย, ความสับสนอลหม่าน, การจลาจล, ความอึกทึกครึก

            โครม, ความเกรียวกราว, ความวุ่นวายทางการเมืองหรือสังคม) 

      (e) residence    (ที่อยู่อาศัย, ถิ่นที่อยู่, ที่อยู่, การอยู่อาศัย, การมีถิ่นที่อยู่, ช่วงระยะเวลาการอยู่

            อาศัย)

      (f) debt    (เด๊ท)  (หนี้สิน)

      (g) dilemma    (ดิ-เล้ม-ม่ะ)  (สถานการณ์ที่ลำบาก, สภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือ หนีเสือปะจระเข้,

            ปัญหาที่ลำบาก)

      (h) bankruptcy    (การล้มละลาย)

13. The expression “such a choice” in paragraph 3 refers to the choice of _______________.

(ข้อความ  “การเลือกดังกล่าว”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงการเลือก ___________________)

      (a) having cable television    (มีเคเบิลทีวี)  (ดูจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟสุดท้าย  ซึ่งอยู่

            หน้าประโยคที่มีข้อความ  “such a choice”  ที่กล่าวว่า  “การวิจัยตลาดเปิดเผยว่าคนจำนวน

            มาก  ผู้ซึ่งแทบจะไม่สามารถมีเงินพอสำหรับที่พักอาศัยและอาหารขั้นต่ำสุด (ระดับต่ำสุด)

            (ก็ยัง) ยืนกรานจะมีเคเบิลทีวี  ถึงแม้ว่าสิ่งนี้หมายความถึงการดำรงชีวิตโดยปราศจากสิ่งของ

            จำเป็นพื้นฐานบางอย่าง”  และประโยคต่อมาที่กล่าวว่า “..................ความโง่เขลาของการ

            เลือกดังกล่าว”  ซึ่งหมายถึง  การเลือกที่จะมีเคเบิลทีวี)

      (b) owning basic necessities    (เป็นเจ้าของสิ่งจำเป็นพื้นฐาน)

      (c) living in a modern society    (อาศัยอยู่ในสังคมสมัยใหม่)

      (d) being considered foolish    (ถูกถือว่าโง่เขลา)

14. The expression “a sense of privation” in the final paragraph means a feeling that one _____

___________.

(ข้อความ  “ความรู้สึกขาดแคลน”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึงความรู้สึกว่าคนเรา _________)

      (a) wants to be alone    (ต้องการอยู่ตามลำพัง)

      (b) lacks the necessities of life    (ขาดแคลนสิ่งจำเป็นของชีวิต)  (ดูจากประโยคสุดท้ายของ

            พารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “ในสังคมที่มุ่งเน้นทางเทคโนโลยี  การไม่มีเคเบิลทีวีสามารถ

            ก่อให้เกิดความรู้สึกขาดแคลนจริงๆ อย่างมาก  ซึ่งมากกว่าความต้องการอาหารที่มีคุณภาพ

            สูงขึ้นอย่างมากมาย)

      (c) is inferior to others    (ด้อยกว่าผู้อื่น)

      (d) is neglected by others    (ไม่ได้รับการเอาใจใส่โดยผู้อื่น)  (ถูกเพิกเฉยละเลยโดยผู้อื่น)

 

(คำแปล)

ทำไมผู้คนจึงต้องการเป็นเจ้าของเครื่องจักร

 

            ผู้คนชอบเป็นเจ้าของเครื่องจักรกล (own machines) ในแบบเดียวกับที่พวกเขาเคยชอบเป็นเจ้าของสัตว์, ดินแดน (อาณาเขต, เขต, ดินแดนในอาณัติ, ขอบข่าย, อาณาจักร) (territories) และคนอื่นๆ (ทาส),  บ่อยครั้ง  วัตถุประสงค์ (purpose) ซึ่งสนอง (รับใช้, บริการ, ปรนนิบัติ, บริการอาหาร, ต้อนรับแขก) (served) โดยเครื่องจักร  มีความสำคัญน้อยกว่าข้อเท็จจริงของการเป็นเจ้าของ (ownership) (เครื่องจักรกล) ในตัวของมันเอง (หมายถึง  การเป็นเจ้าของเครื่องจักรกลมีความสำคัญมากกว่าการใช้ประโยชน์มัน  เนื่องจากแสดงถึงสถานภาพของผู้เป็นเจ้าของมัน)  ที่ว่ามันเป็นตัวแทน (represents) การเคลื่อนไหว (การเคลื่อนที่, การเปลี่ยนแปลงได้ง่าย, การเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ) (mobility) ขึ้นสู่ข้างบน (upward) (หมายถึง  การก้าวขึ้นสู่ความมั่งคั่ง  หรือมีฐานะทางเศรษฐกิจดี),  โดยเครื่องจักรกลใหม่ทุกชิ้นซึ่งสามารถถูกซื้อ (purchased) ได้  จะเป็นเครื่องหมาย (เครื่องแสดง, สัญลักษณ์, ลาง, นิมิต, การบอกใบ้, อาการ, ร่องรอย, รอยเท้า) (sign) ว่าเจ้าของกำลังก้าวหน้า (เจริญ, เลื่อนตำแหน่ง) (advancing) ทางด้านการเงิน (financially) (คือ  มีฐานะดีขึ้น),  ทั้งนี้  จงพิจารณา (Consider) เครื่องจักรกลหรือเครื่องมือ (อุปกรณ์, สิ่งประดิษฐ์, เครื่องประดิษฐ์) (gadgets) เกี่ยวกับเครื่องจักรกล (เกี่ยวกับกลไก) (mechanical) ๑๐ ชนิดต่อไปนี้  สำหรับ (ในด้าน) ความสำคัญ  ที่เกี่ยวข้องกัน (เกี่ยวดองกัน, สัมพันธ์กัน) (relative) ต่อความจำเป็นพื้นฐาน (basic needs) ของเรา

          เครื่องซักผ้า                                                           เครื่องปรับอากาศ

          คอมพิวเตอร์ที่ใช้ตามบ้าน                                     เครื่องบันทึกวิดีโอเทป

          ระบบสัญญาณเตือนภัยในบ้านและรถยนต์          โทรศัพท์ในรถยนต์

          เครื่องรับโทรศัพท์                                                   เครื่องดูดฝุ่น

          หูฟังวิทยุแบบเคลื่อนที่

           อย่างไม่ต้องสงสัยเลย (อย่างแน่นอน, อย่างไม่มีปัญหา) (Unquestionably)  สิ่งมหัศจรรย์ (สิ่งที่น่าพิศวง, สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ, บุคคลที่น่าพิศวง, ความประหลาดใจ, ความพิศวง) (marvels) ด้านเครื่องจักรกลเหล่านี้ทำงาน (perform tasks)  ซึ่งครั้งหนึ่ง (once) ใช้แรงงานมาก (ต้องใช้ความเพียรพยายามมาก, ลำบาก, ยาก, อุตสาหะ) (laborious) และกินเวลานานมาก (time-consuming),  ใครล่ะจะต้องการกลับไปซักผ้า (go back to washing) ในลำธาร (แม่น้ำเล็กๆ, สายน้ำ, กระแสน้ำ, ลำแสง, การไหลที่ต่อเนื่อง) (stream) ที่อยู่ใกล้เคียง (ในบริเวณใกล้เคียง, ถัดไป, ใกล้ชิด) (nearby),  ใครล่ะจะเลิก (ยุติ, หยุด) (give up) การใช้เครื่องปรับอากาศ (air-conditioning)  ถ้าข้อจำกัด (การจำกัด, การคุมขัง, การควบคุมความรู้สึก, การบีบบังคับ, ภาวะที่ถูกบีบบังคับ) (constraints) ทางด้านการเงินมิได้เรียกร้อง (ต้องการ, ประสงค์, ขอร้อง, ปรารถนา) (require) การเสียสละ (การสังเวย, การพลี, การบูชายัญ, การบวงสรวง, เครื่องบวงสรวง-สังเวย) (sacrifice) (หมายถึง  ถ้าไม่มีข้อจำกัดด้านการเงิน),  ทั้งนี้  นักเขียน (หนังสือ, คอลัมน์ ฯลฯ) รู้สึกประหลาดใจ (รู้สึกกังขา, รู้สึกสงสัย, รู้สึกงงงวย) (wonder) อยู่บ่อยๆ ว่า  ตนเองจะไปได้ (ทำงานได้(got along) อย่างไรโดยปราศจากโปรแกรมจัดคำ (word processors) (โปรแกรมเวิร์ดของคอมพิวเตอร์)  ซึ่งทำให้ง่ายขึ้น (ทำให้เข้าใจง่าย, ทำให้ไม่ยุ่งเหยิง, ทำให้ชัดเจน) (simplify) อย่างมาก (greatly) ในงาน (task) ที่แต่ก่อน (เมื่อก่อน) (once) หนักอึ้ง (ตรากตรำอย่างมาก, ยากลำบาก) (arduous) ของการแก้ไข (เรียบเรียง, ตัดตอน, ตัดย่อ, เป็นบรรณาธิการ) (editing) ต้นฉบับ (manuscript)  (หมายถึง  นักเขียนยุคปัจจุบันสงสัยว่าตนจะทำงานได้อย่างไรถ้าไม่มีโปรแกรมจัดคำ  ซึ่งช่วยทำให้ง่ายขึ้นอย่างมากในการแก้ไขต้นฉบับของตน  ซึ่งในสมัยก่อน (ที่ยังไม่มีโปรแกรมจัดคำ) เป็นงานที่ยากลำบากมาก

            ความจำเป็น (need) ที่จะเป็นเจ้าของเครื่องจักรกลเป็นหนึ่งในบรรดาพื้นฐาน (สิ่งที่สำคัญ, เสาหลัก, ศิลาฤกษ์, รากตึก, หินมุมตึก) (cornerstones) ของระบบเศรษฐกิจร่วมสมัย (สมัยปัจจุบัน, เกี่ยวกับยุคสมัยเดียวกัน, เกี่ยวกับรุ่นเดียวกัน) (contemporary),  เมื่อแบบ (ตัวอย่าง, บุคคลตัวอย่าง, หุ่นจำลอง, สิ่งที่เป็นตัวอย่าง, แบบโครงสร้าง) (models) ที่ “ใหม่และได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น (improved)” (ของเครื่องจักร) ปรากฏขึ้น (appear)   บุคคล (those) ผู้ซึ่งรีบเร่ง (เร่งรีบ, วิ่ง, วิ่งเข้าไป, พรวดพราด, ถลัน, ทำอย่างเร่งรีบ, ทำอย่างฉุกละหุก) (rush) ที่จะได้มันมา (get them)  แน่นอนว่า (surely) กำลังให้งานกับคนจำนวนมาก  (หมายถึง  สร้างงานให้คนโดยการนำเครื่องจักรกลมาใช้),  โดยการวิจัยตลาด (Market research) เปิดเผย (เปิดโปง, ทำให้ปรากฏ) (discloses) ว่า  คนจำนวนมาก (many) ผู้ซึ่งแทบจะไม่สามารถ (can barely) มีเงินพอสำหรับ (มี.........ใช้) (afford) ที่พักอาศัย (shelter) และอาหาร (โภชนาการ, การบำรุงเลี้ยง, การให้อาหาร) (nutrition) ขั้นต่ำสุด (ระดับต่ำสุด) (minimum)  (ก็ยัง) ยืนกราน (insist on) จะมีเคเบิลทีวี  ถึงแม้ว่า (even if) สิ่งนี้หมายความถึงการดำรงชีวิตโดยปราศจาก (doing without) สิ่งของจำเป็นพื้นฐาน  (basic necessities) บางอย่าง,  และคนเรา (one) ก็จะต้องไม่สั่นหัว (shake a head) (คือ เห็นด้วย) กับ “ความโง่เขลา” (คือ คิดแบบโง่ๆ ที่ต้องการเคเบิลทีวีมากกว่าบ้านและอาหาร) ของการเลือกดังกล่าว (such a choice) เช่นกัน (คือ  เห็นด้วยกับการเลือกที่จะมีเคเบิลทีวี  มากกว่าที่จะมีสิ่งของจำเป็นพื้นฐานในชีวิต),  ทั้งนี้  ในสังคมที่มุ่งเน้นทางเทคโนโลยี (technologically oriented society)  การไม่มีเคเบิลทีวีสามารถก่อให้เกิด (create) ความรู้สึกขาดแคลน (sense of privation) จริงๆ อย่างมาก  ซึ่งมากกว่า (greater) ความต้องการ (desire) อาหารที่มีคุณภาพสูงขึ้น (higher-quality foods) อย่างมากมาย

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 41)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Job Crisis Opportunity

 

          Adversity presents opportunity.  Just ask Iwao Keiichi.  Forced by illness to close his restaurant management and food manufacturing firm, Iwao began life anew in 1993 when he established Tokyo’s first job placement firm, Way Station. 

          The Japanese economy had just crashed, and Iwao expected that many people would soon lose their jobs.  He was right.  Last year his turnover was $4.1 million, and he expects a four-fold increase this year.

          Job placement services are new to a nation which is used to lifetime employment.  In these jittery times, Iwao, 54, is helping Japanese who haven’t a clue how to look for work.  His firm retrains job-seekers and refers them to prospective employers.  Big firms also pay Iwao for advice on how to deal with layoffs and restructuring.  “My services,” he says “offer a soft landing for all parties.”

          At Way Station, every client facing the chop is assigned a “job-hunt” counselor.  Counselors spend about three months studying a candidate’s work skills and matching them to job prospects.  Clients also learn how to write resumes, use PCs and face interviews. 

          Last year, 450 job-seekers went through Iwao’s training centers in Tokyo, Osaka, Nagoya and Fukuoka.  He expects 1,200 this year.  Since competition for jobs is tough, he advises clients to change their way of thinking and look beyond Japan’s major corporations to small firms.  Iwao has succeeded in part because he is much like his clients - - a middle-aged man facing a mid-career setback who took a gamble and won.

 

1. The article mainly discusses Iwao’s ___________________________________________.

(บทความส่วนใหญ่พูดเรื่อง _____________________________________ ของอิวาโอะ)

    (a) job placement service    (การบริการจัดหางาน)

    (b) career failure    (ความล้มเหลวด้านอาชีพ)

    (c) food manufacturing firm    (บริษัทผลิตอาหาร)  (เป็นบริษัทเก่าของอิวาโอะที่ปิดกิจการไปแล้ว)

    (d) counseling techniques    (เทคนิคการให้คำปรึกษา)  (เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบริการนี้)

2. In paragraph 1, the writer says, “Adversity presents opportunity.”  Iwao’s adversity refers to his _______________.

(ในพารากราฟ ๑, ผู้เขียนกล่าวว่า “เคราะห์ร้ายยื่นโอกาสให้,” เคราะห์ร้ายของอิวาโอะหมายถึง ____

____________ ของเขา)

    (a) success    (ความสำเร็จ)

    (b) accident    (อุบัติเหตุ)

    (c) gambling    (การพนัน)

    (d) fury    (ความโกรธ, ความโมโหร้าย, ความเดือดดาล, ความรุนแรง, ความดุเดือด, คนที่โมโหร้าย,

          คนที่ดุร้าย)

    (e) illness    (ความเจ็บไข้ได้ป่วย)  (ประโยคที่ ๓ – สุดท้าย – ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  

         “เมื่อถูกบังคับโดยความเจ็บไข้ได้ป่วยให้ต้องปิดบริษัทบริหารจัดการภัตตาคารและผลิต

         อาหาร,  อิวาโอะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ......................”)

    (f) patience    (ความอดทน)

    (g) folly    (ความโง่, ความเขลา, การกระทำที่โง่ๆ, เรื่องที่สิ้นเปลืองมากแต่ไร้ประโยชน์)

    (h) arrogance    (ความหยิ่ง, ความยโส, ความจองหอง)

3. The word “established” in the first paragraph refers to ____________________________.

(คำว่า  “ก่อตั้ง, สถาปนา, สร้าง, ทำให้เกิดขึ้น, ตั้งมั่น, กำหนด, บัญญัติ”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง _________________)

    (a) distinguished    (บอกความแตกต่าง, เห็นความแตกต่าง, แยกแยะความแตกต่าง)

    (b) shattered    (ทำแตกเป็นเสี่ยงๆ-ชิ้นๆ, ทำให้แตกละเอียด, ทำให้เสียหาย-เสื่อมเสีย-ป่นปี้, ทำลาย,

          แตกละเอียด-เป็นชิ้นๆ, เสื่อมเสีย, เสียหาย)

    (c) hijacked    (จี้เครื่องบิน-เรือ-รถ ให้ไปยังจุดหมายที่ต้องการ, ปล้น, บีบบังคับ, หลอกลวง)

    (d) purchased    (ซื้อ)

    (e) looted    (ปล้นสะดม, แย่งชิง)

    (f) founded    (ก่อตั้ง, วางรากฐาน, สร้าง)

    (g) legalized    (ทำให้เป็นเรื่องถูกกฎหมาย)

    (h) despised    (ดิส-ไพ้ซ) (ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม)

4. According to paragraph 2, Iwao believed that _____________________________________.

(ตามที่พารากราฟ ๒ กล่าว,  อิวาโอะเชื่อว่า ______________________________________)

    (a) the Japanese economy would improve in the near future    (เศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะดีขึ้นในอนาคต

          อันใกล้) 

    (b) many people would be unemployed because of the economic crisis    (คนจำนวนมาก

          จะตกงาน  เนื่องมาจากวิกฤติทางเศรษฐกิจ)  (ประโยคแรกของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า เศรษฐ

          กิจญี่ปุ่นเพิ่งจะพัง (ล้มเหลว)  และอิวาโอะคาดหวังว่าคนจำนวนมากจะตกงานในไม่ช้า)

    (c) the number of laid-off workers would increase four times    (จำนวนของคนงานที่ถูกปลดออก

          จากงานจะเพิ่มขึ้นเป็น ๔ เท่า)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “เมื่อปีที่แล้วเงินที่ (บริษัท

          ของเขา) ทำได้ (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย) มีจำนวน  ๔.๑ ล้านดอลลาร์  และเขาคาดหวังการเพิ่มขึ้น ๔ เท่า

          (๑๖.๔ ล้านดอลลาร์) ปีนี้”)

    (d) he set up the company at the wrong time    (เขาตั้งบริษัทในเวลาที่ไม่เหมาะสม)  (ไม่เป็นความจริง 

          ดูคำอธิบายจากใน ข้อ  “C”)

5. In the second paragraph, “crashed” means ____________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “พัง, ล้มเหลว, พ่ายแพ้, พุ่งชน, ชนโครม, ปะทะโครม, มีเสียงกระทบหรือชนกัน”  หมายถึง ___________________)

    (a) erupted    (ระเบิด, แตกออก, ปะทุ, พุ่งออกมา, ทำให้แตกออก-ระเบิดออก-ปะทุ)

    (b) existed    (ดำรงอยู่, มีอยู่)

    (c) succumbed    (ซะ-คั่ม)  (ยอม, ยอมจำนน, ตกอยู่ในอำนาจ, เชื่อฟัง, ได้รับโรคหรือบาดแผล, แก่, ตาย)

    (d) capitulated    (คะ-พิช-ชุ-เลท)  (ยอมแพ้, ยอมจำนน, ยินยอม, หยุดต่อต้าน)

    (e) withered    (วิธ-เธอะ)  (เหี่ยวแห้ง, เหี่ยวเฉา, หดเหี่ยว, หด, ย่น, ร่วงโรย, (สี) จางลง, เน่าเปื่อย, อับเฉา,

         ทำให้เหี่ยวแห้ง-ร่วงโรย-อับเฉา-หมดกำลัง-ตายไป)

    (f) illuminated    (ส่องสว่าง, ให้ความสว่าง, ให้ความกระจ่างหรือความเข้าใจ)

    (g) collapsed    (ล้มเหลว, ทรุดลง, พังลง, ล้มลง, ยุบลง, ล้มหมดสติ, (ราคา) ตกฮวบฮาบ,

         ทำให้ล้มลง, ทำให้พัง)

    (h) incapacitated    (ทำให้ไร้ความสามารถ, ทำให้ขาดคุณสมบัติ)

6. The word “turnover” in paragraph 2 is closest in meaning to _______________________.

(คำว่า  “เงินที่ทำได้จากการขายสินค้าหรือบริการ (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย)”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _________________)

    (a) profit    (กำไร)

    (b) turning point    (จุดที่มีการเปลี่ยนแปลง, จุดหัวเลี้ยวหัวต่อ)

    (c) turnout    (การชุมนุม, มวลชนที่มาชุมนุมกัน, การออกปฏิบัติงาน, การหยุดงาน, ผลิตผล, ผลิตภัณฑ์)

    (d) turnpike    (ถนนสำหรับรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วสูง, (โดยเฉพาะถนนที่มีด่านเก็บค่าผ่านทาง),

          ด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง, คอก (บูธ) สำหรับเก็บเงินค่าผ่านทางบนถนน)

    (e) the value of the goods or services sold during a particular period of time    (มูลค่าของ

         สินค้าหรือบริการซึ่งถูกขายไปในระหว่างช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง)  (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย)

    (f) premise    (เพร้ม-มิส  หรือ  พริ-ไม้ซ)  (สมมติฐาน, พื้นฐานสำหรับการสรุป, ที่ดินรวมสิ่งปลูกสร้าง)

    (g) remuneration    (ค่าตอบแทน, รายได้, สินน้ำใจ, การจ่ายเงิน, การให้รางวัล, การตอบแทน,

          การชดเชย)

    (h) real estate    (อสังหาริมทรัพย์)

7. Way Station’s main objective is to ____________________________________________.

(วัตถุประสงค์สำคัญของ (บริษัทจัดหางาน) เวย์สเตชัน  คือ ___________________________)

    (a) teach clients how to accept retirement    (สอนลูกค้าวิธีการยอมรับการเกษียณอายุงาน)

    (b) recruit workers for both local and international firms    (คัดเลือกคนงานสำหรับทั้งบริษัทท้องถิ่น –

          ในประเทศ – และระหว่างประเทศ)

    (c) assist people in finding new jobs after lay-offs    (ช่วยเหลือผู้คนในการหางานใหม่หลังการ

          โดนปลดออกจากงาน)  (ดูจากพารากราฟที่ ๔ ที่กล่าวว่า  “เวย์สเตชันจัดที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้า

          เพื่อหางานใหม่ทำ  โดยที่ปรึกษาใช้เวลาประมาณ ๓ เดือนศึกษาทักษะงานของลูกค้า  และจับคู่

          ลูกค้ากับงานที่เหมาะสม  นอกจากนั้นลูกค้ายังได้เรียนรู้วิธีการเขียนเรซูเม,  ใช้คอมพิวเตอร์ 

          และเตรียมพร้อมเพื่อการสัมภาษณ์งาน” )

    (d) give advice to employers on how to screen job applicants    (ให้คำแนะนำกับนายจ้างในเรื่องวิธี

          การคัดเลือกผู้สมัครงาน)

8. According to paragraph 3, big firms are ___________________________ their lay-offs.

(ตามที่พารากราฟ ๓ กล่าว,  บริษัทใหญ่ _____________________ การปลดคนงานของตน)

    (a) grateful for    (ขอบคุณสำหรับ)

    (b) concerned about    (วิตกกังวลเกี่ยวกับ)  (ดูจากประโยคที่ ๔ ของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า 

          “บริษัทขนาดใหญ่ยังจ่ายเงินให้อิวาโอะสำหรับคำแนะนำว่าจะจัดการ (รับมือ) กับการปลด

          คนงานออกและการปรับโครงสร้างอย่างไรอีกด้วย)

    (c) satisfied with    (พึงพอใจกับ)

    (d) indifferent to    (ไม่แยแสหรือสนใจกับ)

    (e) prepared for    (เตรียมพร้อมสำหรับ)

    (f) thinking about    (กำลังคิดเกี่ยวกับ)

    (g) likely to start    (มีแนวโน้มว่าจะเริ่มต้น)

9. Iwao is an example of a person who _________________________________________.

(อิวาโอะเป็นตัวอย่างของบุคคลผู้ซึ่ง ________________________________________)

    (a) turns bad luck into good fortune    (เปลี่ยนโชคร้ายให้กลายเป็นโชคดี)  (ดูจากพารากราฟ

          แรกที่กล่าวว่า  “เคราะห์ร้ายยื่นโอกาสให้(คุณ) เพียงแต่ถามอิวาโอะ ไคอิชิ,  (ซึ่ง) เมื่อถูกบัง

          คับโดยความเจ็บไข้ได้ป่วยให้ต้องปิดบริษัทบริหารจัดการภัตตาคารและผลิตอาหาร,  อิวาโอะ

          เริ่มต้นชีวิตใหม่ในปี ๑๙๙๓  เมื่อเขาก่อตั้งบริษัทจัดหางานแห่งแรกของโตเกียว หรือเวย์

          สเตชัน)

    (b) likes competitive jobs    (ชอบงานที่มีการแข่งขัน)

    (c) is lucky in love    (โชคดีในเรื่องความรัก)

    (d) takes advantage of others    (เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น)

10. It can be inferred that, in general, Japanese ___________________________________.

(มันสามารถสรุปว่า, โดยทั่วไปแล้ว, คนญี่ปุ่น __________________________________)

      (a) lack job training    (ขาดแคลนการฝึกอบรมงาน)

      (b) prefer to work in small firms    (ชอบที่จะทำงานในบริษัทเล็กๆ มากกว่า)  (ไม่เป็นความจริงเนื่องจาก

            ประโยคที่ ๓ ของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “เนื่องจากการแข่งขันเพื่อหางานทำมีสูง  เขาจึงแนะนำลูก

            ค้าให้เปลี่ยนวิธีคิดของตน  และมองเกินไปกว่า (มองข้าม) บรรษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น  ไปยังบริษัท

            เล็กๆ (คือ อย่าคิดแต่จะทำงานกับบริษัทใหญ่เท่านั้น  ให้มองบริษัทเล็กๆ บ้าง)”)

      (c) often get fired    (ถูกไล่ออกจากงานบ่อยๆ)

      (d) rarely change jobs    (ไม่ใคร่จะเปลี่ยนงาน)  (ดูจากประโยคแรกของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า 

            “การบริการจัดหางานเป็นสิ่งใหม่กับประเทศ (ญี่ปุ่น) ซึ่งคุ้นเคยกับ (เคยชินกับ) การจ้างงาน

             ตลอดชีวิต)

11. The word “jittery” in paragraph 3 is closest in meaning to ________________________.

(คำว่า  “วิตกกังวล, หงุดหงิด, เครียด, กระวนกระวาย, กระสับกระส่าย”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ __________________)

      (a) surprising    (น่าประหลาดใจ)

      (b) boring    (น่าเบื่อ)

      (c) uncertain    (ไม่แน่นอน)

      (d) successful    (ประสบความสำเร็จ)

      (e) nervous    (กังวลใจ, หงุดหงิด, เป็นประสาท, ประหม่า)

      (f) hard    (ยากลำบาก, แข็ง, หนัก)

      (g) notable    (โน้  หรือ  น้อท-ทะ-เบิ้ล)   (น่าสังเกต, เด่น, สะดุดตา, มีชื่อเสียง, น่าจดจำ, มีความสามารถ)  

      (h) obsolete    (อ๊อบ-ซะ-ลีท)  (พ้นสมัย, ล้าสมัย, เลิกใช้แล้ว, เก่าคร่ำครึ)  

12. What does “layoffs” in paragraph 3 mean?

(การปลดคนงานออก, การเลิกจ้าง, ระยะเวลาที่ไม่มีงานทำหรือเลิกจ้าง”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) layout    (โครงงาน, แผนงาน, การออกแบบ, การแผ่ออก, สถานที่, สถานการณ์, สภาพ, ชุดเครื่องมือ

            หรืออุปกรณ์)

      (b) layover    (การหยุดพัก, การหยุด, การหยุดระหว่างทาง)

      (c) profusion    (โพร-ฟิ้วส-ชั่น)   (ปริมาณที่มากมายเกินไป, ความฟุ่มเฟือย, ความสุรุ่ยสุร่าย)  

      (d) oblivion     (อะ-บลิ้ฟ-เวี่ยน)  (การถูกลืม, การสูญจากความทรงจำ, การลืมเลือน, การให้อภัย,

            การอภัยโทษ)  

      (e) hypocrisy    (ฮิ-พ้อค-ระ-ซี่)   (การเสแสร้ง, การแสร้งทำ, การหลอกลวง, การหน้าไหว้หลังหลอก)  

      (f) ordeal    (ออร์-ดี้ล)  (การทดสอบอย่างทรหดที่สุด, การพิสูจน์ความผิดสมัยโบราณ เช่น ดำน้ำ, ลุยไฟ,

            ประสบการณ์ที่ยากลำบากอย่างแสนสาหัส)  

      (g) reparation    (เรพ-พะ-เร้-ชั่น)  (การชำระเงินคืน, การชดเชย, การเยียวยา, การแก้ไข, การปรับปรุง,

            การซ่อมแซม, การฟื้นฟู, การปฏิสังขรณ์)  

      (h) discharges    (การปลดจากงาน, การปล่อยออก, การขับออก, สิ่งที่ถูกขับออก, การยกเลิก,

            การปล่อยกระแสไฟฟ้า, การยิงปืน)

13. In the fourth paragraph, “the chop” can best be replaced by _____________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “การตัด, การผ่า, การสับ, ชิ้นส่วนที่ตัดออก, ผิวน้ำที่กระเพื่อมขึ้นลง”) (เป็นการเปรียบเทียบ  หมายถึง  การถูกปลดออกจากงานหรือการเลิกจ้างหรือการตกงาน)  สามารถแทนดีที่สุดโดย _________________)

      (a) retirement    (การเกษียณอายุงาน)

      (b) respite    (เรส-พิท)  (การพักผ่อน, การหยุดชั่วคราว, การทุเลา, การยืดเวลาออกไป, การเลื่อนเวลา

            ออกไป)

      (c) soft landing    (การที่เครื่องบินลงแตะพื้นดินอย่างนุ่มนวล)  (เป็นการเปรียบเทียบว่าบริษัทจัดหางาน

            ของอิวาโอะหาที่ลงสวยๆ ให้กับทุกฝ่าย  คือ นายจ้าง, ลูกจ้าง, ลูกค้า ฯ)

      (d) reprisal    (ริ-ไพร้-เซิ่ล)  (การโต้ตอบด้วยกำลัง หรือกำลังทางทหาร, การแก้แค้น, การยึดทรัพย์สิน

            เพื่อเป็นการโต้ตอบ)  

      (e) restructuring    (การปรับโครงสร้าง)

      (f) unemployment    (การไม่มีงานทำ, การตกงาน, การว่างงาน)

      (g) repercussion    (รี  หรือ  เรพ-เพอร์-คั้ช-ชั่น)  (ผลลัพธ์, ผลกระทบทางอ้อม, การสะท้อนกลับ,

            การเด้งกลับ, สิ่งที่สะท้อนกลับ, ผลสะท้อน, เสียงสะท้อน)

      (h) proximity    (พรอค-ซิ้ม-มะ-ที่)  (ความใกล้ชิด, ความใกล้เคียง)  

14. The word “prospects” in paragraph 4 means ________________________________.

(คำว่า  “โอกาส, ความคาดหวัง, ความหวังข้างหน้า, กาลภายหน้า, ผู้ที่อาจเป็นลูกค้าได้, ผู้อาจเป็นผู้สมัคร”  ในพารากราฟ ๔  หมายถึง _________________)

      (a) prospectus    (รายการเกี่ยวกับโครงการในอนาคต, หนังสือชักชวนให้ซื้อหุ้น, ระเบียบการสมัครเข้า

            เรียนในมหาวิทยาลัยหรืออื่นๆ)

      (b) disputes    (การโต้เถียง, การทะเลาะวิวาท) 

      (c) proposals    (ข้อเสนอ) 

      (d) schemes    (. โครงการ, แผนการ, แผนผัง, แบบแผน, ระบบการจัดการ,  . แผนลับ, แผนร้าย,

            เพทุบาย, กลเม็ด) 

      (e) anticipations    (การคาดหวัง, การมุ่งหวัง, การทำนาย)

      (f) indifferences    (การขาดความสนใจ, ความเมินเฉย, ความไม่ลำเอียง, ความเป็นกลาง) 

      (g) vicissitudes    (วิ-ซิ้ส-ซิ-ทิ้วด)  (ความขึ้นๆลงๆ, การเปลี่ยนแปลง, การผันแปร, การหมุนเวียน,

            การสับเปลี่ยน)

      (h) aptitudes    (แอ๊พ-ทิ-ทิ้วด)  (ความสามารถ, สมรรถภาพ, ความถนัด, ความฉลาด, การเรียนเก่ง)  

15. People who ____________________________ are the target customers for Way Station.

(ผู้คนซึ่ง _____________________ เป็นลูกค้าเป้าหมายสำหรับ (บริษัทจัดหางาน) เวย์สเตชัน)

      (a) do not have work experience    (ไม่มีประสบการณ์ทำงาน)

      (b) face career change in their middle age    (เผชิญกับการเปลี่ยนอาชีพในวัยกลางคน)

            (ดูจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “อิวาโอะได้ประสบความสำเร็จ 

            ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเขาเหมือนกับลูกค้าของเขาอย่างมาก  คือ  เป็นชายวัยกลางคน 

            ซึ่งเผชิญกับความล้มเหลวด้านอาชีพกลางคัน (ระหว่างกึ่งกลางของอาชีพ) (หรือในวัย

            กลางคน) ผู้ซึ่งเล่นการพนัน (ในที่นี้หมายถึงกล้าเสี่ยงที่จะเปลี่ยนอาชีพตอนแก่) และชนะ ”)

      (c) are stubborn but ambitious    (ดื้อรั้นแต่ทะเยอทะยาน)

      (d) are slow to learn work skills   (เชื่องช้าในการเรียนรู้ทักษะงาน)

16. The word “tough” in the fifth paragraph could best be replaced by _________________.

(คำว่า  “โหด, ยาก, สูง, เหนียว, ทนทาน, ไม่เปราะ, บึกบึน, ดื้อรั้น, แข็งแรง, ใจแข็ง”  ในพารากราฟ ๕  สามารถแทนดีที่สุดโดย _________________)

      (a) abortive    (อะ-บ๊อร์-ทิฟว)   (ไร้ผล, ไม่สำเร็จ, แท้ง, ที่คลอดก่อนกำหนด, ซึ่งทำให้แท้ง)

      (b) fallacious    (ฟะ-เล้-ชัส)  (ผิดพลาด, ซึ่งทำให้ผิดหวัง, ซึ่งทำให้เข้าใจผิด, หลอกลวง, ลวง)  

      (c) penurious    (พี-นิ้ว-เรียส)  (ขี้ตระหนี่อย่างมาก, ขี้เหนียวมากที่สุด, ยากจนที่สุด, ขาดแคลนยิ่ง)

      (d) difficult    (ยาก, ลำบาก, ยุ่งยาก, มีอุปสรรค, ขัดสน, ซึ่งก่อความลำบากใจ, ดื้อรั้น)

      (e) hideous    (ฮิ้ด-เดียส)  (น่ากลัว, น่าเกลียดมาก, สยดสยอง, เขย่าขวัญ, น่าขยะแขยง, น่าตกใจ)  

      (f) atrocious    (อะ-โทร้-เชิส)  (โหดร้าย, ทารุณ, ชั่วร้าย, น่ากลัว, ดุร้าย, เลวร้าย)  

      (g) explicit    (เอคส-พลิ้ซ-ซิท)  (ชัดเจน, ชัดแจ้ง, แน่นอน, เปิดเผย, ขวานผ่าซาก)  

      (h) feasible    (ฟิ-ซะ-เบิ้ล)  (ที่ดำเนินการได้, ที่เป็นไปได้, ที่กระทำได้)  

17. The phrase “took a gamble” in the final paragraph refers to ______________________.

(วลี  “เล่นการพนัน”  (ในที่นี้หมายถึงกล้าเสี่ยงที่จะเปลี่ยนอาชีพตอนแก่)”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง __________________)

      (a) bought a lottery ticket    (ซื้อล็อตเตอรี)

      (b) played card games for money    (เล่นไพ่เอาเงิน)

      (c) worked in a casino    (ทำงานในบ่อนการพนัน)

      (d) wasn’t afraid to take a risk    (ไม่กลัวที่จะเสี่ยง)

18. The best title for this passage is _____________________________________________.

(ชื่อเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับบทความนี้  คือ _______________________________________)

      (a) Job Crisis Center    (ศูนย์วิกฤติงาน(บทความนี้พูดเกี่ยวกับบริษัทจัดหางาน  ซึ่งช่วยเหลือ

            คนตกงานในวัยกลางคนให้มีงานใหม่ทำ)

      (b) Lost and Found    (ของหายและหาเจอ)

      (c) Lifetime Employment    (การจ้างงานตลอดชีวิต)

      (d) Opportunity Knocks Once    (โอกาสมาเคาะประตูเพียงครั้งเดียว)  (หมายถึง  โอกาสมีไม่บ่อยนัก 

            ดังนั้นเมื่อโอกาสมาถึงแล้ว  ให้รีบฉวยไว้)

19. The purpose of the passage is to ____________________________________________.

(วัตถุประสงค์ของบทความนี้  คือ ___________________________________________)

      (a) persuade    (ชักชวน)

      (b) give a warning    (เตือน)

      (c) argue    (โต้แย้ง, โต้เถียง, ให้เหตุผล)

      (d) predict    (ทำนาย, คาดคะเน)

      (e) advertise    (โฆษณา)

      (f) inform    (บอกให้ทราบ, แจ้ง)  (คือ  บอกให้ผู้อ่านทราบเกี่ยวกับบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่ง 

            ซึ่งช่วยเหลือคนตกงานในวัยกลางคน)

      (g) criticize    (วิพากษ์วิจารณ์)

      (h) entertain    (ให้ความบันเทิง, ให้ความเพลิดเพลิน)

 

(คำแปล)

โอกาสจากวิกฤติ (ตก) งาน

 

            เคราะห์ร้าย (ความทุกข์ยาก, ภัยพิบัติ) (Adversity) ยื่นโอกาสให้ (presents opportunity),  (คุณ) เพียงแต่ถามอิวาโอะ ไคอิชิ,  เมื่อถูกบังคับ (forced) โดยความเจ็บไข้ได้ป่วย (illness) ให้ต้องปิดบริษัท (firm) บริหารจัดการภัตตาคารและผลิตอาหาร (food manufacturing),  อิวาโอะเริ่มต้นชีวิตใหม่ (อีกครั้ง) (anew) ในปี ๑๙๙๓  เมื่อเขาก่อตั้ง (สถาปนา, สร้าง, ทำให้เกิดขึ้น, ตั้งมั่น, กำหนด, บัญญัติ) (established) บริษัทจัดหางาน (job placement firm) แห่งแรกของโตเกียว หรือเวย์สเตชัน

            เศรษฐกิจญี่ปุ่น (Japanese economy) เพิ่งจะพัง (ล้มเหลว, พ่ายแพ้, พุ่งชน, ชนโครม, ปะทะโครม, มีเสียงกระทบหรือชนกัน) (crashed)  และอิวาโอะคาดหวัง (expected) ว่าคนจำนวนมากจะตกงานในไม่ช้า (would soon lose their jobs),  เขา (คิด) ถูกต้องแล้ว  เมื่อปีที่แล้วเงินที่ (บริษัทของเขา) ทำได้ (turnover) (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย) มีจำนวน  ๔.๑ ล้านดอลลาร์  และเขาคาดหวังการเพิ่มขึ้น ๔ เท่า (four-fold increase) (๑๖.๔ ล้านดอลลาร์) ปีนี้

            การบริการจัดหางาน (Job placement services) เป็นสิ่งใหม่กับประเทศซึ่งคุ้นเคยกับ (เคยชินกับ) (is used to) การจ้างงานตลอดชีวิต (lifetime employment),  ในยุค (สมัย, ช่วงเวลา) (times) ที่วิตกกังวล (หงุดหงิด, เครียด, กระวนกระวาย, กระสับกระส่าย) (jittery) เหล่านี้  อิวาโอะ, อายุ ๕๔ ปี,  กำลังช่วยเหลือชาวญี่ปุ่นผู้ซึ่งไม่มีเบาะแส (ร่องรอย, เงื่อนงำ, เงื่อนปม) (clue) ว่าจะหางานทำอย่างไร (how to look for work),  บริษัทของเขาฝึกอบรมซ้ำอีกครั้ง (retrains) คนหางานทำ (job-seekers)  และส่งตัว (เสนอแนะ, อ้างอิง, อ้างถึง, กล่าวถึง, ตรวจดู, ค้นดู) (refers) พวกเขาไปยังนายจ้างผู้มีความคาดหวัง (คาดหวังไว้, คาดคะเนไว้, ในอนาคต) (prospective) (ว่าจะได้ตัวลูกจ้างที่เหมาะสม),  ทั้งนี้  บริษัทขนาดใหญ่ยังจ่ายเงินให้อิวาโอะสำหรับคำแนะนำ (advice) ว่าจะจัดการ (รับมือ, ติดต่อธุรกิจ) (deal) กับการปลดคนงานออก (การเลิกจ้าง, ระยะเวลาที่ไม่มีงานทำหรือเลิกจ้าง) (layoffs) และการปรับโครงสร้าง (restructuring) อย่างไรอีกด้วย,  “บริการของผม,” เขากล่าว, “เสนอให้ (offer) การลงแตะพื้นดินอย่างนุ่มนวล (soft landing) (เป็นการเปรียบเทียบ  หมายถึง  การหาทางออกหรือแก้ปัญหาให้อย่างเหมาะสม) สำหรับทุกฝ่าย (all parties),”

            ที่เวย์สเตชัน  ลูกค้า (client) ทุกคนที่เผชิญหน้า (หันหน้าไปทาง, หงายไพ่หรืออื่นๆ) (facing) กับการตัด (การผ่า, การสับ, ชิ้นส่วนที่ตัดออก, ผิวน้ำที่กระเพื่อมขึ้นลง) (chop) (เป็นการเปรียบเทียบ  หมายถึง  การถูกปลดออกจากงานหรือการเลิกจ้างหรือการตกงาน) ได้รับการจัดให้ (มอบหมายให้, มอบหมาย, กำหนด, นัด, ระบุ) (assigned) ที่ปรึกษา (ผู้แนะนำ, สมาชิกสภาท้องถิ่น, อุปทูต, ทนายความ, ที่ปรึกษากฎหมาย) (counselor) (หมายถึง  ได้รับการจัดที่ปรึกษาให้) “การล่างาน(job-hunt),  โดยที่ปรึกษาใช้เวลาประมาณ ๓ เดือนศึกษาทักษะงาน (work skills) ของผู้ได้รับการเลือกให้เข้าแข่งขัน (ผู้สมัครรับเลือกตั้ง) (candidate)  และจับคู่ (matching) ทักษะเหล่านี้กับโอกาส (ความคาดหวัง, ความหวังข้างหน้า, กาลภายหน้า, ผู้ที่อาจเป็นลูกค้าได้, ผู้อาจเป็นผู้สมัคร) (prospects) งาน (หมายถึง  ทักษะด้านนี้จะเหมาะสมกับความคาดหวังหรือโอกาสงานประเภทใด),  (และ) ลูกค้าจะได้เรียนรู้วิธีเขียนเรซูเม่ (ประวัติการศึกษาและประสบการณ์ทำงาน) (resumes), ใช้คอมพิวเตอร์ (PCs) และเผชิญหน้ากับการสัมภาษณ์ (face interviews) ด้วยเช่นกัน

            เมื่อปีที่แล้ว  ผู้หางานทำ (job-seekers) ๔๕๐ คน  ได้ผ่านการอบรม (went through) ที่ศูนย์ฝึกอบรมของอิวาโอะในโตเกียว, โอซากา, นาโกยา และฟูกูโอกะ,  โดยเขาคาดหวัง (มีผู้เข้าอบรม) ๑,๒๐๐ คนปีนี้,  (และ) เนื่องจาก (Since) การแข่งขัน (competition) เพื่อหางานทำ (for jobs) สูง (โหด, ยาก, เหนียว, ทนทาน, ไม่เปราะ, บึกบึน, ดื้อรั้น, แข็งแรง, ใจแข็ง) (tough)  เขาจึงแนะนำ (advises) ลูกค้าให้เปลี่ยนวิธีคิดของตน (their way of thinking)  และมองเกินไปกว่า (มองข้าม) (look beyond) บรรษัทขนาดใหญ่ (major corporations) ของญี่ปุ่น  ไปยังบริษัทเล็กๆ (คือ อย่าคิดแต่จะทำงานกับบริษัทใหญ่เท่านั้น  ให้มองบริษัทเล็กๆ บ้าง),  อิวาโอะได้ประสบความสำเร็จ  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า (in part because) เขาเหมือนกับ (คล้ายกับ, อย่างเดียวกันกับ, เป็นลักษณะเฉพาะของ) (like) ลูกค้าของเขาอย่างมาก  คือ  เป็นชายวัยกลางคน (middle-aged man) ซึ่งเผชิญกับความล้มเหลว (ความพ่ายแพ้, การถอยหลัง, การหยุดยั้งการก้าวหน้า, กระแสน้ำทวน) (setback) ด้านอาชีพกลางคัน (ระหว่างกึ่งกลางของอาชีพ, ประกอบอาชีพไปได้ครึ่งทาง) (mid-career) (หรือในวัยกลางคน)  ผู้ซึ่งเล่นการพนัน (took a gamble) (ในที่นี้หมายถึงกล้าเสี่ยงที่จะเปลี่ยนอาชีพตอนแก่) และชนะ

           

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 40)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Struggles to Save the Cape Sable Seaside Sparrow

 

          The Cape Sable seaside sparrow, a tiny bird that lives only in Florida’s Everglades and one of the world’s most endangered species, has started to make a comeback this spring, environmentalists said. 

          A survey team has spotted at least 6,000 of the sparrows in the Everglades this spring, up from an estimated 4,000 to 5,000.  The increase followed a decision by flooding control engineers not to inundate a key nesting ground.

          Despite the good news, the Cape Sable seaside sparrow remains on the endangered list.  Since 1981, its numbers have dropped more than 60 percent.  The Everglades is home to at least 14 animal species classified as threatened or endangered.

          Ecologists had argued the best way to save the sparrow was for flood-control engineers to stop storing and releasing millions of gallons of water in farm and residential areas surrounding Everglades National Park.

          This year, the fight got as far as Washington before engineers decided they would not open the gates and flood an important sparrow nesting area.  Environmentalists had warned that flooding this year could lead to the bird’s extinction.  The decision not to open the gates had led to the upturn in the sparrow’s population.  “By doing this, we have allowed the species to recover.” an ecologist said.

 

1. Ecologists were worried about the Cape Sable seaside sparrow because ________________.

(นักนิเวศวิทยาวิตกกังวลเกี่ยวกับนกกระจอกชายฝั่งทะเลเคพเซเบิล  เพราะว่า _____________)

    (a) it had moved to other areas    (มันได้ย้ายไปสู่พื้นที่อื่นๆ)

    (b) it had been classified as extinct    (มันได้ถูกจัดประเภทว่าสูญพันธุ์)

    (c) its numbers had fallen    (จำนวนของมันได้ลดลง)  (๒ ประโยคแรกของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า 

          “...................นกกระจอกฯ ยังคงอยู่ในบัญชี (สัตว์) ใกล้สูญพันธุ์,  โดยตั้งแต่ปี ๑๙๘๑ จำนวนของ

          มันได้ลดลงกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์)

    (d) its nesting area had been discovered    (พื้นที่สร้างรังของมันได้ถูกค้นพบ)

2. In the first paragraph, “endangered” means ____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “ใกล้สูญพันธุ์, ได้รับอันตราย”  หมายถึง _________________________)

    (a) engendered    (ทำให้เกิด, ก่อให้เกิด, บังเกิด)

    (b) isolated    (ที่แยกตัวออกไป, ที่แยกอยู่ต่างหาก, ที่แยกตัวโดดเดี่ยว)

    (c) violent    (รุนแรง, ดุเดือด, ใช้กำลัง, ล่วงละเมิด, ซึ่งทำให้บาดเจ็บ, ทำลาย)

    (d) hideous    (ฮิด-เดียส)  (น่าเกลียดมาก, น่ากลัว, น่าตกใจ, สยดสยอง, เขย่าขวัญ)

    (e) indispensable    (สำคัญยิ่ง, จะขาดเสียมิได้)

    (f) almost becoming extinct    (เกือบจะสูญพันธุ์)

    (g) indolent    (อิ๊น-โด-เลิ่นท)  (เกียจคร้าน) 

    (h) enthusiastic    (กระตือรือร้น, เร่าร้อน, มีใจจดจ่อ, มีศรัทธาแรงกล้า)

3. The word “comeback” in paragraph 1 refers to the ________________________________.

(คำว่า  “กลับมา”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง _____________________________________)

    (a) flight to its nesting area    (การบินไปสู่พื้นที่ – บริเวณ - สร้างรังของมัน)

    (b) return of its popularity    (การกลับสู่ความเป็นที่นิยมของมัน)

    (c) change in flight patterns    (การเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการบิน)

    (d) increase in numbers    (การมีจำนวนเพิ่มขึ้น)  (ประโยคแรกของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “คณะ

           สำรวจได้เห็นนกกระจอกอย่างน้อย ๖,๐๐๐ ตัวในบึงเอฟเวอร์เกลดฤดูใบไม้ผลินี้,  โดยเพิ่มขึ้น

           จากที่ได้ประมาณการไว้ว่าจะมี ๔,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ตัว”)

4. The word “spotted” in paragraph 2 could best be replaced by _________________________.

(คำว่า  “เห็น, ทำให้เป็นจุด, ทำให้เปื้อนเปรอะ”  ในพารากราฟ ๒ สามารถแทนดีที่สุดโดย ________

__________)

    (a) caught    (จับ, จับไว้, คว้า, ตะครุบ, เกาะ, ฉวย, รับเชื้อ, ติดเชื้อ, ติดไฟ, เข้าใจ)

    (b) labeled    (ติดฉลาก, ติดป้าย, ตราหน้า, อธิบาย, แบ่งแยกประเภทหรือชนิด)

    (c) followed    (ติดตาม, ทำตาม, ตามหลัง, ยอมตาม, เดินตาม, มองตาม, เอาอย่าง, เชื่อฟัง, ดำเนินต่อไป,

          เข้าใจ)

    (d) confronted    (เผชิญหน้า)

    (e) commended    (ยกย่อง, สรรเสริญ, แนะนำ, ให้ความไว้วางใจ, มอบ, ฝากฝัง)

    (f) seen    (เห็น, พบ, เจอ, เข้าใจ)

    (g) liberated    (ปลดปล่อย, ปล่อยให้เป็นอิสระ)

    (h) annihilated    (อะ-ไน้-ฮิ-เลท)  (ทำลายล้าง, ทำลายสิ้นซาก, บดขยี้)

5. The word “inundate” in paragraph 2 is closest in meaning to _________________________.

(คำว่า  “น้ำท่วม, ไหลบ่า, ทำให้เต็มไปด้วย”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _____

____________)

    (a) remove    (เอาออก, ย้าย, โยกย้าย, ถอด, ขนของ, ลบ, ขจัด, กำจัด, ปลด, ปลดเปลื้อง, ไล่ออก,

          ฆ่า, ลอบฆ่า)

    (b) protect    (ปกป้อง, คุ้มครอง, พิทักษ์, อารักขา)

    (c) devastate    (ทำลายย่อยยับ, ล้างผลาญ)

    (d) impede    (อิม-พี้ด)  (ขัดขวาง, หน่วงเหนี่ยว, ต้าน, ต้านทาน)

    (e) perceive    (มองเห็น, สังเกตเห็น)

    (f) flood    (น้ำท่วม, ท่วม, ทำให้น้ำท่วม, เต็มไปด้วย, น้ำขึ้น, ส่องแสงจ้า)

    (g) reinforce    (เพิ่มกำลังทางทหาร, เสริมกำลังทหาร, ทำให้แข็งแกร่งขึ้น, เสริม, สนับสนุน)

    (h) step up    (เพิ่ม, ทวี, เร่งให้เร็วขึ้น)

6. What does “dropped” in the third paragraph mean?

(ลดลง, ตก, จมลง, หยดลง, หย่อนลง, ทำให้ตก, ทำให้จมลง, ทำให้หยดลง, ส่งจดหมาย, ส่งข่าว”  ในพารากราฟ ๓ หมายถึงอะไร)

    (a) pioneered    (นำทาง, บุกเบิก, ริเริ่ม, หักร้างถางพง)

    (b) augmented    (เพิ่มขึ้น)

    (c) advocated    (สนับสนุน)

    (d) reimbursed     (ใช้เงินคืน, ชำระเงินคืน, ใช้เงินคืนที่ออกไปก่อน)

    (e) yearned    (เยิน)  (อยากใจจะขาด, อยากเป็นอย่างมาก)

    (f) verified    (ยืนยัน, ตรวจสอบ, พิสูจน์, ค้นหาความจริง)    

    (g) declined    (ลดลง, เสื่อมลง, ปฏิเสธ, บอกปัด, เอียง, ลาดลง, บ่ายลงไป, ใกล้จะสิ้นสุด)

    (h) conspired    (สมคบคิดกัน (ทำผิด), ร่วมหัวกันวางอุบาย, ร่วมกันวางแผน)

7. The Cape Sable seaside sparrow is ____________________________________________.

(นกกระจอกเคพเซเบิล __________________________________________________)

    (a) extinct    (สูญพันธุ์)

    (b) ignored by local ecologists    (ไม่ได้รับการเอาใจใส่โดยนักนิเวศวิทยาของท้องถิ่น)

    (c) common in other areas    (มีอยู่ทั่วไป – เป็นสัตว์ธรรมดาสามัญ – ในพื้นที่อื่นๆ)

    (d) endangered    (เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์)

8. “classified” in paragraph 3 may be replaced by __________________________________.

(“แบ่งประเภท, แยกประเภท, แยกหมวดหมู่”  ในพารากราฟ ๓ อาจจะแทนโดย _______________)

    (a) initiated    (อิ-นิช-ชี-เอ-ทิด)  (ริเริ่ม, เริ่มนำ, นำเข้ามา, นำไปให้รู้จัก)

    (b) enhanced    (ทำให้ดีขึ้น, เพิ่ม, ทำให้มากขึ้น)

    (c) instigated    (ปลุกเร้า, ปลุกระดม, ยั่วยุ, กระตุ้น)

    (d) exasperated    (ทำให้โกรธเคืองมาก, เพิ่มความรุนแรง)

    (e) implicated    (พัวพัน, เกี่ยวข้อง, ทำให้ติดร่างแหเข้ามาด้วย, กล่าวหา)

    (f) furnished    (จัดหา, ติดตั้งเครื่องเรือนให้, เตรียมพร้อม)  

    (g) clarified    (แคล้-ริ-ไฟ)  (ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น, ทำให้ชัดเจน, ทำให้กระจ่าง, ทำให้บริสุทธิ์-ใสสะอาด)

    (h) categorized    (จัดเป็นหมวดหมู่, แบ่งออกเป็นประเภท, ลำดับชั้น)

9. The phrase “residential areas” in paragraph 4 refers to areas where __________________.

(วลี  “พื้นที่อยู่อาศัย”  ในพารากราฟ ๔ หมายถึงพื้นที่ซึ่ง _________________________)

    (a) factories are located    (โรงงานตั้งอยู่)

    (b) birds are protected    (นกได้รับการคุ้มครอง)

    (c) people live    (ผู้คนอาศัยอยู่)

    (d) tourists stay    (นักท่องเที่ยวพักอาศัย)

10. It can be inferred that this year the engineers did not open the gates because _____________.

(มันสามารถสรุปว่า  ปีนี้วิศวกรไม่เปิดประตูน้ำเพราะว่า _____________________________)

      (a) they agreed with the ecologists    (พวกเขาเห็นด้วยกับนักนิเวศวิทยา)

      (b) they knew Washington would not support them    (พวกเขารู้ว่าวอชิงตันจะไม่สนับสนุน

            พวกเขา)  (ประโยคแรกของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “ปีนี้  การทะเลาะกัน (เพื่อช่วยชีวิต

            นก) (ระหว่างวิศวกรควบคุมนำ้และนักนิเวศวิทยา) ไปไกลถึงกรุงวอชิงตัน (หมายถึง  เรื่องนี้

            ไปถึงสภาคองเกรส หรือประธานาธิบดีสหรัฐฯ) ก่อนที่วิศวกรตัดสินใจว่าพวกเขาจะไม่เปิดประ

             ตูน้ำ  และ (ไม่) ทำให้น้ำท่วมพื้นที่สร้างรังนกกระจอกที่สำคัญ”  คือทางสภาคองเกรสทราบ

             เรื่องและเห็นด้วยที่นักนิเวศวิทยาคัดค้านไม่ให้วิศวกรเปิดประตูน้ำ  ซึ่งจะทำให้น้ำไหลเข้าไป

             ในบึงเอฟเวอร์เกลด  และท่วมรังนกกระจอก)

      (c) there was a risk of flooding farmland    (มีความเสี่ยงว่าน้ำจะท่วมที่ดินเพาะปลูก)

      (d) there was a water shortage the year before    (มีการขาดแคลนน้ำเมื่อปีก่อน)

11. The word “extinction” in the fifth paragraph refers to _____________________________.

(คำว่า  “การสูญพันธุ์”  ในพารากราฟ ๕ หมายถึง _________________________________)

      (a) controversy    (การโต้แย้ง, การถกเถียง, การเถียงทะเลาะ)

      (b) migration    (การอพยพ)

      (c) flight    (การบิน, เที่ยวบิน)

      (d) reflection    (ภาพสะท้อน, การสะท้อนกลับ, สิ่งที่สะท้อนกลับ, การส่องกลับ,การครุ่นคิด, การไตร่ตรอง)   

      (e) death or destruction of all remaining members of a species of animal or plant   

           (การตายหรือการทำลายล้างของสมาชิกที่เหลือทั้งหมดของพันธุ์สัตว์หรือพืช, การ

           สูญพันธุ์)

      (f) advent    (การมาถึง, การปรากฏขึ้น, การกำเนิด)

      (g) malfunction    (การทำงานอย่างบกพร่อง, การไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ)

      (h) malediction    (การด่า, การแช่งด่า, การสาปแช่ง)

12. The word “upturn” in paragraph 5 means _____________________________________.

(คำว่า  “การเพิ่มขึ้น, การเพิ่มการขายหรือผลกำไร, ความยุ่งเหยิง, ความไม่มีระเบียบ, การหันขึ้น, การพลิกขึ้น, การกลับกัน”  ในพารากราฟ ๕  หมายถึง ____________________)

      (a) decline    (การลดลง, การเสื่อมโทรม, การล่มสลาย)

      (b) stability    (ความมั่นคง, เสถียรภาพ)

      (c) increase    (การเพิ่มขึ้น)

      (d) reverse    (ด้านตรงกันข้าม, ด้านกลับ, ด้านหลัง, การถอยหลัง, ส่วนกลับ, ความปราชัย, ความเคราะห์

            ร้าย, ความล้มเหลวสิ้นเชิง)

      (e) opulence    (อ๊อพ-พู-เลนซ)  (ความมั่งคั่ง, ความร่ำรวย)

      (f) artifact    (สิ่งหรือเครื่องมือที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น)

      (g) fluctuation    (ความผันผวน, ความไม่แน่นอน, การขึ้นๆลงๆ)   

      (h) collapse    (การล้มลง, การทรุดลง, ภาวะทรุดโทรม, ล้มลง, ทรุดลง, พังลง, ล้มหมดสติ,

            (ราคา) ตกฮวบฮาบ)

13. The word “this” in the final paragraph refers to the _____________________________.

(คำว่า  “นี้”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง __________________________________)

      (a) protection of the sparrow nesting area    (การปกป้องคุ้มครองพื้นที่สร้างรังของนกกระจอก)

      (b) decision to store water in the farms around Everglades National Park    (การตัด

            สินใจที่จะกักเก็บน้ำในไร่นารอบๆ อุทยานแห่งชาติเอฟเวอร์เกลด)  (หมายถึง  การตัดสิน

            ใจที่จะไม่เปิดประตูน้ำให้เข้าไปท่วมในบริเวณที่นกทำรัง  แต่จะเก็บกักน้ำไว้ในฟาร์มรอบๆ

             อุทยานแห่งชาติเอฟเวอร์เกลดแทน)

      (c) fight between engineers and ecologists    (การต่อสู้ระหว่างวิศวกรและนักนิเวศวิทยา)

      (d) engineers’ idea of flooding the Everglades residential areas    (ความคิดของวิศวกรที่จะทำ

            ให้น้ำท่วมพื้นที่อยู่อาศัยของบึงเอฟเวอร์เกลด)

14. The pair of words that does not have similar meaning is _________________________.

(คู่ของคำซึ่งไม่มีความหมายเหมือนกันคือ ____________________________________)

      (a) fight – argue    (ทะเลาะ – ถกเถียง)

      (b) storing – releasing    (การกักเก็บ – การปล่อยออกมา)

      (c) endangered – threatened    (ทำให้เป็นอันตราย – เป็นภัยคุกคาม)

      (d) ecologist – environmentalist    (นักนิเวศวิทยา – นักสิ่งแวดล้อม)

15. The word “recover” in the final paragraph could be replaced by ____________________.

(คำว่า  “คืนสู่สภาพเดิม, กลับอย่างเดิม, เอากลับคืน, เอามาได้อีก, หายไข้, หายเป็นปกติ, ได้ค่าชดเชย”  ในพารากราฟสุดท้าย  สามารถแทนโดย __________________)

      (a) approach    (เข้าใกล้, ประชิด, ใกล้เข้ามาทุกที, จวน)   

      (b) reproach    (ตำหนิ, ต่อว่า, ดุ, ประณาม)

      (c) evade    (หลบเลี่ยง, หลบหน้า, หลีกหนี, เลี่ยง)

      (d) proclaim    (ประกาศอย่างเป็นทางการ)

      (e) recuperate    (กลับมีสภาพหรือกำลังเหมือนเดิม, ฟื้นคืน, พักฟื้น, ทำให้ฟื้นคืน, กู้, เอาคืน)

      (f) terminate     (เลิก, ยุติ, บอกเลิกหรือยุติ)

      (g) unite    (รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน, ร่วมกัน)

      (h) interpret    (ตีความหมาย, แปลความหมาย, อธิบาย, ชี้แจง, แปล)

16. The passage suggests that ________________________________________________.

(บทความแนะนำว่า __________________________________________________)

      (a) the Cape Sable seaside sparrow is not native to Florida    (นกกระจอกเคพเซเบิลมิใช่สัตว์พื้น

            เมืองของรัฐฟลอริดา)  (ประโยคแรกของพารากราฟแรกกล่าวว่า  นกชนิดนี้อาศัยอยู่เฉพาะในบึงเอฟ

            เวอร์เกลดของรัฐฟลอริดาเท่านั้น)

      (b) ecologists need to learn more about engineering    (นักนิเวศวิทยาจำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มขึ้นเกี่ยว

           กับวิศวกรรม)  (บทความมิได้พูดถึงเรื่องนี้)

      (c) all species in the Everglades would have become extinct without help from ecologists    (สัตว์

            ทุกชนิดในบึงเอฟเวอร์เกลดคงจะได้สูญพันธุ์ไปแล้ว  ถ้ามิได้รับความช่วยเหลือจากนักนิเวศวิทยา)  (บท

             ความมิได้บอกว่าสัตว์ทุกชนิดจะสูญพันธุ์)

      (d) flood-control engineers should not interfere with the ecological system of the

            Everglades    (วิศวกรควบคุมน้ำท่วมไม่ควรแทรกแซงกับระบบนิเวศของบึงเอฟเวอร์เกลด

            (พารากราฟ ๔ กล่าวว่า  “นักนิเวศวิทยาได้โต้แย้ง (อ้างเหตุผล) ว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยชีวิต

            นกกระจอก  ก็คือให้วิศวกรควบคุมน้ำท่วมหยุดกักเก็บและ (หยุด) ปล่อยน้ำจำนวนหลายล้าน

            แกลลอนในไร่นาและพื้นที่อยู่อาศัย  ซึ่งล้อมรอบอุทยานแห่งชาติเอฟเวอร์เกลด”  ซึ่งเป็น

            การเสนอแนะวิศวกรมิให้แทรกแซงดังกล่าว)

17. The main idea of the passage is ____________________________________________.

(ใจความหลักของบทความ คือ ____________________________________________)

      (a) why Cape Sable seaside sparrows leave their nesting area    (ทำไมนกกระจอกเคพเซเบิลจึงละ

            ทิ้งบริเวณสร้างรังของมัน)

      (b) why birds in Everglades National Park become endangered species    (ทำไมนกในอุทยานแห่ง

            ชาติเอฟเวอร์เกลดจึงเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์)

      (c) how ecologists challenged engineers on the Everglades National Park’s flood control    (นักนิ

            เวศวิทยาท้าทายวิศวกรอย่างไรในเรื่องการควบคุมน้ำท่วมของอุทยานแห่งชาติเอฟเวอร์เกลด)

      (d) how the Cape Sable seaside sparrow was saved from becoming extinct    (นกกระจอก

             เคพเซเบิลได้รับการช่วยชีวิตจากการสูญพันธุ์อย่างไร)  (ดูจาก ๒ ประโยคสุดท้ายของพารา

             กราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “การตัดสินใจไม่เปิดประตูน้ำได้นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของประชากรของ

             นกกระจอก” และ  “โดยการทำสิ่งนี้  เรายอมให้พันธุ์นกกระจอกเคพเซเบิล คืนสู่สภาพเดิม”

             นักนิเวศวิทยากล่าว)

 

(คำแปล)

การต่อสู้-ดิ้นรนเพื่อช่วยชีวิตนกกระจอกพันธุ์เคพเซเบิล

 

            นกกระจอกชายทะเล (seaside sparrow) พันธุ์เคพเซเบิล,  ซึ่งเป็นนกตัวเล็กจิ๋ว (tiny) ที่อาศัยอยู่เฉพาะในบึงเอฟเวอร์เกลดของรัฐฟลอริดาเท่านั้น  และเป็นหนึ่งในบรรดาพันธุ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุด (most endangered species), ได้เริ่มต้นที่จะกลับมา (make a comeback) ฤดูใบไม้ผลินี้, นักสิ่งแวดล้อม (environmentalists) กล่าว (อุทยานแห่งชาติเอฟเวอร์เกลดเป็นเขตสงวน  มีพื้นที่เป็นบึงขนาดกว้างใหญ่  มีพื้นที่กว่า ๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร  ตั้งอยู่ทางตอนปลายของภาคใต้ของรัฐฟลอริดา  ประกอบด้วยป่าไม้โกงกาง, บึงของหญ้าสูง และไม้สนที่ขึ้นในน้ำ  ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายร้อยพันธุ์)

            คณะสำรวจ (survey team) ได้เห็น (spotted) นกกระจอกอย่างน้อย ๖,๐๐๐ ตัวในบึงเอฟเวอร์เกลดฤดูใบไม้ผลินี้,  โดยเพิ่มขึ้นจากที่ได้ประมาณการ (estimated) ไว้ว่าจะมี ๔,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ตัว,  การเพิ่มขึ้นเกิดขึ้นภายหลัง (followed) การตัดสินใจโดยวิศวกรควบคุมน้ำท่วม (flooding control engineers) ที่จะไม่ให้น้ำท่วม (ไหลบ่า, ทำให้เต็มไปด้วย) (inundate) บริเวณ (พื้นที่) ทำรัง (nesting ground) ที่สำคัญ (ที่เป็นหัวใจ, ทีเป็นแก่นสาร) (key)

            ทั้งๆ ที่มีข่าวดี  นกกระจอกเคพเซเบิลยังคงอยู่ในบัญชีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ (endangered list),  ตั้งแต่ปี ๑๙๘๑ จำนวนของมันได้ลดลง (ตก, จมลง, หยดลง, หย่อนลง, ทำให้ตก, ทำให้จมลง, ทำให้หยดลง, ส่งจดหมาย, ส่งข่าว) (dropped) กว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์,  ทั้งนี้  บึงเอฟเวอร์เกลดเป็นที่อยู่อาศัย (บ้าน) (home) ของสัตว์อย่างน้อยที่สุด ๑๔ พันธุ์  ซึ่งได้รับการแบ่งประเภท (แยกประเภท, แยกหมวดหมู่) (classified) เป็น (สัตว์ซึ่งถูก) คุกคาม (ได้รับอันตราย) (threatened) หรือใกล้สูญพันธุ์ (endangered)

            นักนิเวศวิทยา (Ecologists) ได้โต้แย้ง (อ้างเหตุผล, ถกเถียง, อภิปราย) (argued) ว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยชีวิตนกกระจอก  ก็คือให้วิศวกรควบคุมน้ำท่วม (flood-control engineers) หยุดกักเก็บ (storing) และ (หยุด) ปล่อย (releasing) น้ำจำนวนหลายล้านแกลลอนในไร่นา (farm)  และพื้นที่อยู่อาศัย (residential areas)  ซึ่งล้อมรอบ (surrounding) อุทยานแห่งชาติเอฟเวอร์เกลด

            ปีนี้  การทะเลาะกัน (การต่อสู้, การสู้รบ, การดิ้นรน, การทำสงคราม) (fight) (เพื่อช่วยชีวิตนก) (ระหว่างวิศวกรควบคุมน้ำและนักนิเวศวิทยา) ไปไกลถึงกรุงวอชิงตัน (หมายถึง  เรื่องนี้ไปถึงสภาคองเกรส หรือประธานาธิบดีสหรัฐฯ) ก่อนที่วิศวกรตัดสินใจว่าพวกเขาจะไม่เปิดประตูน้ำ (gates) และ (ไม่) ทำให้น้ำท่วม (flood) พื้นที่สร้างรังนกกระจอก (sparrow nesting area) ที่สำคัญ,  โดยนักสิ่งแวดล้อมได้เตือน (warned) ว่า  น้ำท่วม (flooding) ปีนี้สามารถนำไปสู่ (lead to) การสูญพันธุ์ (extinction) ของนก,  ทั้งนี้  การตัดสินใจไม่เปิดประตูน้ำได้นำไปสู่การเพิ่มขึ้น (การเพิ่มการขายหรือผลกำไร, ความยุ่งเหยิง, ความไม่มีระเบียบ, การหันขึ้น, การพลิกขึ้น, การกลับกัน) (upturn) ของประชากร (population) ของนกกระจอก,  “โดยการทำสิ่งนี้  เรายอมให้ (อนุญาตให้, ยกให้) (allowed) พันธุ์นกกระจอกเคพเซเบิล (the species) คืนสู่สภาพเดิม (กลับอย่างเดิม, เอากลับคืน, เอามาได้อีก, หายไข้, หายเป็นปกติ, ได้ค่าชดเชย) (recover)” นักนิเวศวิทยากล่าว

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 39)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Believe It Or Not

 

          Spies from South Korea are infiltrating North Korea to poison a group of “bovio-Koreans” - - that’s cows to you and me.  So we hear from a Pyongyang news agency, anyway.

          The evidence is that 15 cows died and another eight became sick earlier last summer.  “We cannot guess how many will fall to the vicious plot.” said the agency.  Doctors found the cows had died from eating indigestible substances such as hemp rope and vinyl - - possibly fed to them in secret commando operations.

          The oddest thing is that the cows are from South Korea, having been presented to the North as gifts.  The complaint is being taken seriously by the South.  The Unification Ministry said : “The government proposes a joint investigation to determine if their claim is true, with cattle breeders, veterinarians and government officials from both sides participating.”  

          Foreign correspondent Jason Crane reported : If what the North Koreans say is true, it is one of the weirdest commando operations in the history of modern warfare.  If it’s not, it could be proof that communism actually causes insanity.” 

 

1. The main purpose of writer is to ____________________________________________.

(วัตถุประสงค์สำคัญของผู้เขียน  คือเพื่อ _____________________________________)

    (a) describe a country and its people    (พรรณนาประเทศหนึ่งและพลเมืองของมัน)

    (b) investigate a crime    (สืบสวนสอบสวนอาชญากรรม)

    (c) comment on a news item    (แสดงความคิดเห็น – วิพากษ์วิจารณ์ – เกี่ยวกับข่าวชิ้นหนึ่ง

          (จากบทความทั้ง ๔ พารากราฟ  ผู้เขียนแสดงความเห็นข่าวชิ้นหนึ่งที่ได้จากสำนักข่าวเปียง

          ยางของเกาหลีเหนือ  ที่กล่าวหาว่าสายลับของเกาหลีใต้ลักลอบเข้าไปในเกาหลีเหนือเพื่อวาง

          ยาพิษวัวที่่ตนเองมอบให้เกาหลีเหนือเป็นของขวัญ)

    (d) explain why North Koreans are very poor    (อธิบายว่าทำไมชาวเกาหลีเหนือจึงยากจนมาก)

2. The word “infiltrating” in the first paragraph means ______________________________.

(คำว่า  “แทรกซึม, ซึมทะลุ, ทำให้แทรกซึม”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง _________________)

    (a) declaring war on another country    (ประกาศสงครามกับอีกประเทศหนึ่ง)

    (b) exploring in a country with a specific purpose    (สำรวจในประเทศหนึ่ง  ด้วยวัตถุประสงค์เฉพาะเรื่อง)

    (c) persuading people in a country to believe in something    (ชักชวนผู้คนในประเทศหนึ่งให้เชื่อมั่นใน

          บางสิ่งบางอย่าง)

    (d) going into a country secretly with an unfriendly purpose    (เข้าไปในประเทศหนึ่งอย่าง

          ลับๆ  ด้วยวัตถุประสงค์ที่ไม่เป็นมิตร)

3. The “vicious plot” in paragraph 2 refers to the plan to ___________________________.

(“แผนการชั่วร้าย” ในพารากราฟ ๒  หมายถึงแผนการที่จะ __________________________)

    (a) secretly poison North Korean supplies    (ใส่ยาพิษลงในเสบียงของเกาหลีเหนืออย่างลับๆ)

    (b) feed cows harmful things    (ให้อาหารวัวด้วยสิ่งที่เป็นอันตราย)  (ประโยคสุดท้ายของพารา

          กราฟ ๒ กล่าวว่า  “แพทย์พบว่าวัวได้ตายไปจากการกินสารที่ไม่สามารถย่อยได้  เช่น  เชือก

          ป่านหรือปอ, และวีนิล (สารสังเคราะห์) - - ซึ่งเป็นไปได้ว่าถูกป้อนให้กับพวกมันในการปฏิบัติการ

          ลับของหน่วยจู่โจมที่ได้รับการฝึกเป็นพิเศษ)

    (c) use cows as spies    (ใช้วัวเป็นสายลับ)

    (d) kill every person in North Korea    (ฆ่าทุกคนในเกาหลีเหนือ)

4. The word “them” in paragraph 2 refers to _____________________________________.

(คำว่า  “พวกมัน”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึง __________________________________)

    (a) operations    (การปฏิบัติการ)

    (b) substances    (สาร, สสาร, แก่นสาร, เนื้อหนังมังสา, ร่างกาย, ธาตุแท้, ความหมายสำคัญ, เนื้อหา,

          ใจความ, ส่วนสำคัญ, ทรัพย์สิน)

    (c) cows    (วัว)  (ดูจากวลี  possibly fed to them in secret commando operations ซึ่ง

          หมายถึง  “ซึ่งเป็นไปได้ว่าถูกป้อน (สารที่ย่อยไม่ได้ เช่น เชือกป่านปอและวีนิล) ให้กับพวก

          มันในการปฏิบัติการลับของหน่วยจู่โจมฯ)

    (d) doctors    (แพทย์)

5. It can be inferred from the passage that _______________________________________.

(มันสามารถสรุปจากบทความว่า ___________________________________________)

    (a) all the cows died    (วัวทั้งหมดตาย)

    (b) more cows may die    (วัวอาจจะตายเพิ่มขึ้น)  (ดูจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าว

          ว่า  เราไม่สามารถเดาได้ว่า  วัวอีกกี่ตัวจะตกเป็นเหยื่อของแผนการที่ชั่วร้าย,”  สำนักข่าว (เปียง

          ยาง) กล่าว,  ซึ่งหมายถึงอาจจะมีวัวตายอีกมาก  จากแผนชั่วร้ายของเกาหลีใต้)

    (c) communism causes insanity    (ลัทธิคอมมิวนิสต์ก่อให้เกิดความวิกลจริต – ภาวะสติวิปลาส)  (ยังเป็น

          เพียงการคาดการของผู้สื่อข่าวต่างประเทศ  เจสัน เครน  เท่านั้นว่า  ถ้าเรื่องที่เกาหลีเหนือกล่าวหาเกาหลี

          ใต้เป็นความจริง  ก็จะเป็นการปฏิบัติการที่ประหลาดที่สุดของเกาหลีใต้  แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง  ก็จะเป็น

          ความวิปลาสของลัทธิคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือ  ที่กุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเกาหลีใต้)

    (d) cows had been given to South Korea as gifts    (วัวถูกมอบให้เกาหลีใต้เป็นของขวัญ)  (ความจริงคือ 

          วัวถูกมอบให้เกาหลีเหนือ)

6. The word “oddest” in paragraph 3 can be best replaced by ________________________.

(คำว่า  “แปลกประหลาด, ผิดปกติที่สุด, ชอบกลที่สุด”  ในพารากราฟ ๓  สามารถแทนดีที่สุดโดย ___

______________)

    (a) oldest    (เก่าแก่ที่สุด, อายุมากที่สุด)

    (b) most tedious   (น่าเบื่อที่สุด, น่ารำคาญที่สุด)

    (c) most ignorant    (โง่เขลาที่สุด)

    (d) tiniest   (ไท้-นี่-เอสท)  (เล็กมากที่สุด, จิ๋วที่สุด)

    (e) heaviest   (หนักที่สุด)

    (f) most peculiar    (แปลกประหลาดที่สุด)

    (g) most melodious   (เม-โล้-เดียส)  (ไพเราะที่สุด, เสียงหวานที่สุด)

    (h) hardest    (ยากที่สุด, ลำบากที่สุด, หนักที่สุด, แข็งที่สุด)

7. South Korea’s reaction to the complaint was ______________________________________.

(ปฏิกิริยาของเกาหลีใต้ที่มีต่อข้อร้องเรียน – ว่าตนวางยาพิษวัวของเกาหลีเหนือ – คือ ___________)

    (a) to consider it important    (ถือว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ)  (ประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า 

          “การร้องทุกข์ (การร้องเรียน) (โดยเกาหลีเหนือ) กำลังได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังโดยเกา

          หลีใต้)

    (b) to apologize to North Korea    (ขอโทษเกาหลีเหนือ)

    (c) to take the cows back    (นำวัวกลับคืนมา)

    (d) not to worry about it    (ไม่วิตกกังวลเกี่ยวกับมัน)

8. The word “Unification” in paragraph 3 is closest in meaning to _____________________.

(คำว่า  “การรวมตัวกัน, กระบวนการรวมตัว, ความสอดคล้องกัน, สภาพที่รวมตัวกันหรือสอดคล้องกัน”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ __________________)

    (a) profusion    (โพร-ฟิ้วส-ชั่น)   (ปริมาณที่มากมายเกินไป, ความฟุ่มเฟือย, ความสุรุ่ยสุร่าย)  

    (b) oblivion     (อะ-บลิ้ฟ-เวี่ยน)  (การถูกลืม, การสูญจากความทรงจำ, การลืมเลือน, การให้อภัย, การอภัยโทษ)  

    (c) expedition    (เอคส-พิ-ดิ๊ช-ชั่น)  (การเดินทาง, การเดินทางเพื่อสำรวจหรือทำสงคราม ฯลฯ)

    (d) sensation    (ความรู้สึก, ประสาทสัมผัส, ความตื่นเต้น, ความเกรียวกราว)

    (e) consolidation    (การรวมเข้าด้วยกัน, การรวมบริษัท, การทำให้แข็งแรง, การรวบรวมกำลัง,

         การร่วมกันฟ้องศาล)

    (f) devastation    (การทำลาย, การล้างผลาญ)

    (g) starvation    (ความอดอยากขาดแคลน, ความหิวโหย, การอดอาหารตาย)

    (h) discussion    (การประชุมปรึกษาหารือ)

9. The investigating team excludes ____________________________________________.

(ทีมสอบสวน – เรื่องร้องเรียนของเกาหลีเหนือ – ไม่รวม ____________________________)

    (a) veterinarians    (สัตว์แพทย์)  (ดูคำอธิบายใน ข้อ “B”)

    (b) correspondents    (นักข่าว, ผู้สื่อข่าว)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “กระทรวง

          รวมชาติ (ของเกาหลีใต้) กล่าวว่า  “รัฐบาลเสนอให้มีการสอบสวนร่วมกัน  เพื่อระบุ (กำหนด)

          ว่าคำกล่าวอ้างของเกาหลีเหนือเป็นจริงหรือไม่,  โดยมีผู้เพาะพันธุ์ (ผู้เลี้ยง) วัวควาย, สัตว์

           แพทย์ และเจ้าหน้าที่รัฐ (ข้าราชการ) จากทั้ง ๒ ฝ่าย (เกาหลีเหนือและใต้) เข้าร่วมด้วย

           (ในการสอบสวน)”)

    (c) cattle breeders    (ผู้เพาะพันธุ์ – ผู้เลี้ยง – วัวควาย)  (ดูคำอธิบายใน ข้อ “B”)

    (d) government officials    (เจ้าหน้าที่รัฐ, ข้าราชการ)  (ดูคำอธิบายใน ข้อ “B”)

10. South Korea has proposed to _____________________________________________.

(เกาหลีใต้ได้เสนอที่จะ ________________________________________________)

      (a) send veterinarians to North Korea    (ส่งสัตว์แพทย์ไปยังเกาหลีเหนือ)

      (b) deliver more cows to replace the dead ones    (ส่งมอบวัวเพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนตัวที่ตายไป)

      (c) participate in an investigation of the matter    (มีส่วนร่วมในการสอบสวนเรื่องดังกล่าว –

            ข้อร้องเรียนของเกาหลีเหนือ)  (ดูจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “กระทรวง

            รวมชาติ (ของเกาหลีใต้) กล่าวว่ารัฐบาลเสนอให้มีการสอบสวนร่วมกัน...................โดยมีเจ้า

            หน้าที่จากทั้ง ๒ ฝ่าย เข้าร่วม)

      (d) reconsider its relationship with North Korea    (พิจารณาความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนืออีกครั้ง)

11. What does “weirdest” in paragraph 4 mean?

(ประหลาดที่สุด, อัศจรรย์ที่สุด, นอกเหนือหลักธรรมชาติที่สุด, อาเพศที่สุด, อภินิหารที่สุด”  ในพารากราฟ ๔ หมายถึงอะไร)

      (a) largest    (ใหญ่ที่สุด)

      (b) most rapid    (รวดเร็วที่สุด)

      (c) most exciting    (น่าตื่นเต้นที่สุด)

      (d) longest    (ยาวนานที่สุด)

      (e) shortest    (สั้นที่สุด)

      (f) strangest    (ประหลาดที่สุด)

      (g) most successful    (ประสบความสำเร็จที่สุด)

      (h) most complicated    (สลับซับซ้อนที่สุด)

12. The writer’s tone can best be described as ___________________________________.

(น้ำเสียงของผู้เขียนสามารถอธิบายได้ดีที่สุดว่า ________________________________)

      (a) optimistic    (มองโลกในแง่ดี)

      (b) neutral    (เป็นกลาง, ไม่เข้าข้างฝ่ายใด)

      (c) understanding    (เข้าอกเข้าใจ)

      (d) amused    (ขบขัน, เพลิดเพลิน, บันเทิงใจ)  (ดูจากพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “...............นั่นคือ

            วัวสำหรับคุณและผม...............”  และพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า “................มันก็จะเป็นการ

            ปฏิบัติการของหน่วยจู่โจมฯ ที่ประหลาดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการสงครามสมัย

            ใหม่  (แต่) ถ้ามันไม่เป็นความจริง  มันสามารถเป็นข้อพิสูจน์ (หลักฐาน) ว่าลัทธิคอมมิวนิสต์ก่อ

            ให้เกิดความวิกลจริต (ภาวะสติวิปลาส) อย่างแท้จริง (ที่กุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเกาหลีใต้ 

            ว่ามีการวางยาพิษวัว”)

      (e) disappointed    (ผิดหวัง)

      (f) exasperated    (โมโหมาก, โกรธเคืองมาก)

      (g) flabbergasted    (ประหลาดใจ, ตกตะลึง)

      (h) upset    (ไม่สบายใจ, หงุดหงิด)

13. The word “insanity” in the final paragraph may be replaced by ______________________.

(คำว่า  “ความวิกลจริต, ภาวะสติวิปลาส, การมีสติที่ไม่ปกติ, ความโง่มาก”  ในพารากราฟสุดท้าย  อาจจะแทนโดย _________________)

      (a) personality    (บุคลิกภาพ)

      (b) ambition    (ความทะเยอทะยาน, ความปรารถนา, ความมักใหญ่ใฝ่สูง)

      (c) dissatisfaction    (ความไม่พอใจ)

      (d) disadvantage    (ข้อเสียเปรียบ, ความเสียเปรียบ, ข้อเสียหาย, ความเสียหาย, ความเป็นเบี้ยล่าง)

      (e) disturbance    (การรบกวน, การทำให้ไม่สงบ, การทำให้ยุ่ง, การทำให้ลำบาก, สิ่งที่รบกวน, ความ

           ไม่สงบ)

      (f) achievement    (ความสำเร็จ, การบรรลุผล)

      (g) mental illness or psychosis    (ความเจ็บป่วยทางจิตใจ  หรือ  ความวิกลจริต, ความผิดปกติ

            ของจิต, โรคจิต)

      (h) mortality    (ความตาย, อัตราการตาย, การที่ต้องตาย, มนุษย์ที่ต้องตาย, ความหายนะ)

14. This passage was written by ______________________________________________.

(บทความนี้ถูกเขียนโดย _______________________________________________)

      (a) Jason Crane    (เจสัน เครน)  (เป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ผู้เขียนยกคำพูดของเขามาอ้าง)

      (b) a Pyongyang reporter    (ผู้สื่อข่าวเปียงยาง)  (ผู้เขียนยกถ้อยคำบางอย่างของสำนักข่าวเปียงยาง

            มาอ้าง)

      (c) an unnamed reporter    (ผู้สื่อข่าวที่มิได้ระบุชื่อ

      (d) a Unification Ministry spokesman    (โฆษกของกระทรวงรวมชาติ – ของเกาหลีใต้)  (ผู้เขียนเพียง

            แต่ยกคำแถลงของกระทรวงรวมชาติมาอ้างเท่านั้น)

 

(คำแปล)

เชื่อหรือไม่

 

            สายลับ (Spies) จากเกาหลีใต้กำลังแทรกซึม (ซึมทะลุ, ทำให้แทรกซึม) (infiltrating) (เข้าไปใน) เกาหลีเหนือ  เพื่อที่จะวางยาพิษ (ฆ่าหรือทำอันตรายด้วยยาพิษ, ทำลาย, ทำให้เสีย) (poison) กลุ่มของชาวเกาหลีซึ่งเป็นวัว (วัวเกาหลี) (bovio-Koreans) (เป็นการเรียกในเชิงเปรียบเทียบ) - - นั่นคือวัวสำหรับคุณและผม,  เราได้ยินเช่นนั้น (So we hear) จากสำนักข่าวกรุงเปียงยาง (Pyongyang news agency) อย่างไรก็ตาม

            พยานหลักฐาน (หลักฐาน, พยานบุคคล, วัตถุพยาน, ความชัดแจ้ง) (evidence) ก็คือว่า  วัว ๑๕ ตัวตาย  และอีก ๘ ตัวเกิดเจ็บป่วย (became sick) ก่อนหน้านั้นเมื่อฤดูร้อนของปีที่แล้ว (earlier last summer),  “เราไม่สามารถเดา (ทาย, คาดคะเน, คิดว่า, เข้าใจ) (guess) ว่าวัวอีกกี่ตัวจะตกเป็นเหยื่อของ (fall to) แผนการที่ชั่วร้าย (vicious plot),”  สำนักข่าว (เปียงยาง) กล่าว,  ทั้งนี้  แพทย์พบว่าวัวได้ตายไปจากการกินสารที่ไม่สามารถย่อยได้ (indigestible substances)  เช่น  เชือกป่านหรือปอ (hemp rope), และวีนิล (สารสังเคราะห์) - - ซึ่งเป็นไปได้ว่าถูกป้อน (possibly fed) ให้กับพวกมันในการปฏิบัติการของหน่วยจู่โจมที่ได้รับการฝึกเป็นพิเศษ (commando operations) ในแบบลับๆ (secret)

            สิ่งที่แปลกประหลาด (ผิดปกติ) ที่สุด (oddest) คือว่า  วัว (ที่เจ็บป่วยและตาย) มาจากเกาหลีใต้  ซึงได้ถูกมอบ (presented) ให้เกาหลีเหนือในฐานะเป็นของขวัญ (as gifts)การร้องทุกข์ (การร้องเรียน, การบ่น, การแสดงความข้องใจ, การฟ้องร้องคดีแพ่ง) (complaint) (โดยเกาหลีเหนือ) กำลังได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง (taken seriously) โดยเกาหลีใต้,  ทั้งนี้  กระทรวงรวมชาติ (Unification Ministry) (ของเกาหลีใต้) กล่าวว่า  “รัฐบาลเสนอ (proposes) ให้มีการสอบสวนร่วมกัน (joint investigation) เพื่อระบุ (กำหนด, ตัดสินใจ, ตกลงใจ, ตั้งใจ, ยุติ) (determine) ว่าคำกล่าวอ้าง (การเรียกร้อง, การขอร้อง, การอ้างสิทธิ, เงินที่เรียกร้องให้จ่าย) (claim) ของเกาหลีเหนือเป็นจริง (true) หรือไม่,  โดยมีผู้เพาะพันธุ์ (ผู้เลี้ยง) (breeders) วัวควาย (cattle), สัตว์แพทย์ (veterinarians) และเจ้าหน้าที่รัฐ (ข้าราชการ) (government officials) จากทั้ง ๒ ฝ่าย (เกาหลีเหนือและใต้) เข้าร่วมด้วย (participating) (ในการสอบสวน)  

            ผู้สื่อข่าว (นักข่าว) ต่างประเทศ (Foreign correspondent) นายเจสัน เครน รายงานว่า  “ถ้าสิ่งที่ชาว (เจ้าหน้าที่) เกาหลีเหนือพูดเป็นความจริง (If what the North Koreans say is true)  มันก็จะเป็นการปฏิบัติการของหน่วยจู่โจมฯ ที่ประหลาดที่สุด  (weirdest) ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการสงครามสมัยใหม่ (modern warfare),  (แต่) ถ้ามันไม่เป็นความจริง  มันสามารถเป็นข้อพิสูจน์ (หลักฐาน, การทดสอบ, การพิสูจน์, การตรวจทาน, การตรวจปรู๊ฟ) (proof) ว่า  ลัทธิคอมมิวนิสต์ก่อให้เกิด (ทำให้เกิดขึ้น, ทำให้) (causes) ความวิกลจริต (ภาวะสติวิปลาส, การมีสติที่ไม่ปกติ, ความโง่มาก) (insanity) อย่างแท้จริง (ตามความเป็นจริง) (actually) (ที่กุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเกาหลีใต้  ว่ามีการวางยาพิษวัว)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 38)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Water Resources

 

          Our demand for water is constantly increasing.  Every year, there are more people in the world.  Factories turn out more and more products, and need more and more water.  We live in a world of water.  But almost all of it – about 97 percent – is in the oceans.  This water is too salty to be used for drinking, farming, and manufacturing.  Only about 3 percent of the world’s water is fresh (unsalty).  Most of this water is not easily available to man because it is locked in glaciers and icecaps.  By 2025, the world demand for fresh water will be twice what is was in 1995.  But there will still be enough to meet man’s needs.

          There is as much water on earth today as there ever was – or ever will be.  Almost every drop of water we use finds its way to the oceans.  There, it is evaporated by the sun.  It then falls back to the earth as rain.  Water is used and reused over and over again.  It is never used up.

          Although the world as a whole has plenty of fresh water, some regions have a water shortage.  Rain does not fall evenly over the earth.  Some regions are always too dry, and others too wet.  In addition, a region that usually gets enough rain may suddenly have a serious dry spell.  Meanwhile, another region may be flooded with too much rain.

          Some regions have a water shortage because the people have managed their supply poorly.  People settle where water is plentiful – near lakes and rivers.  Cities grow, and factories spring up.  The cities and factories dump their wastes into the lakes and rivers, turning them into sewers.  Then the people look for new sources of water.  Shortages also occur because some cities do not make full use of their supply.  They have plenty of water, but they do not have enough storage tanks and distribution pipes to meet the people’s needs. 

 

1. The world demand for water ________________________________________________.

(ความต้องการน้ำของโลก ________________________________________________)

    (a) will be twice by the end of this decade    (จะเป็น ๒ เท่าในตอนปลายทศวรรษนี้ – คือ ปี ๒๐๒๐)

    (b) may decline if we can control popular birthrate    (อาจจะลดลง  ถ้าเราสามารถควบคุมอัตราการเกิด

          ของประชากร)

    (c) fluctuates depending on where it is    (ขึ้นๆ ลงๆ (เปลี่ยนแปลง) ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ ณ ที่ใด)

    (d) is rising steadily    (กำลังเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ)  (ดูจากประโยคแรกของพารากราฟแรกที่

           กล่าวว่า  “ความต้องการน้ำของเรากำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง)

2. In the first paragraph, “constantly” refers to ________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “อย่างต่อเนื่อง, อย่างคงที่, อย่างมั่นคง, อย่างคงที่, อย่างแน่วแน่, อย่างไม่เปลี่ยนแปลง, อย่างซื่อสัตย์”  หมายถึง __________________)

    (a) permanently    (อย่างถาวร, อย่างคงทน)

    (b) vehemently    (อย่างรุนแรง)

    (c) cautiously    (ค้อ-ชัส-ลิ่)  (อย่างระมัดระวัง, อย่างรอบคอบ, อย่างละเอียด)

    (d) vigorously    (วิก-เกอะ-เริส-ลิ่)  (อย่างแข็งแรง, อย่างแรง, อย่างมีพลัง, อย่างกระฉับกระเฉง, อย่างมี

          อำนาจ, เจริญเติบโตได้ดี)

    (e) discreetly    (อย่างพิจารณารอบคอบ, อย่างสุขุม, อย่างไตร่ตรองอย่างรอบคอบ, อย่างระมัดระวัง)

    (f) illogically    (อิ-ล้อจ-จิ-เคิ่ล-ลิ่)  (อย่างไร้เหตุผล, อย่างไม่มีเหตุผล)

    (g) steadily    (อย่างสม่ำเสมอ, อย่างต่อเนื่อง, อย่างมั่นคง, อย่างแน่นอน, อย่างไม่เปลี่ยนแปลง,

          อย่างไม่ลดละ, อย่างหนักแน่น, อย่างเด็ดเดี่ยว)

    (h) obviously    (อย่างชัดเจน, อย่างชัดแจ้ง, อย่างเด่นชัด, อย่างเห็นได้ง่าย, อย่างเข้าใจได้ง่าย)

3. The word “turn out” in paragraph 1 means ____________________________________.

(คำว่า  “ผลิต”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง ______________________________________)

    (a) purchase    (ซื้อ)

    (b) sell    (ขาย)

    (c) adapt    (ดัดแปลง)

    (d) explore    (สำรวจ)

    (e) exploit    (ใช้ประโยชน์, ใช้อย่างเอารัดเอาเปรียบ)

    (f) demonstrate    (แสดง, สาธิต)

    (g) stabilize    (ทำให้มั่นคงหรือมีเสถียรภาพ)

    (h) manufacture    (ผลิต, สร้าง, ทำ, ประดิษฐ์, กุเรื่องขึ้น, ปลอมขึ้น)

4. Most of the world’s water ___________________________________________________.

(น้ำของโลกส่วนใหญ่ ___________________________________________________)

    (a) will be used up in the near future    (จะถูกใช้หมดไปในอนาคตอันใกล้)  (พารากราฟ ๒ กล่าวว่า 

          “น้ำบนโลกในปัจจุบันมีมากเท่ากับน้ำในอดีต หรือที่จะมีในอนาคต..................โดยน้ำจะถูกใช้และ

          ใช้ซ้ำอย่างซ้ำแล้วซ้ำอีก  น้ำไม่เคยถูกใช้หมดไป)

    (b) is easily available    (หามาได้อย่างง่ายดาย)  (พารากราฟแรกกล่าวว่า  “...............ประมาณ ๓ เปอร์

          เซ็นต์ของน้ำบนโลกเป็นน้ำจืด  ซึ่งส่วนใหญ่มิได้หามาได้ง่ายๆ สำหรับมนุษย์  เพราะว่ามันถูกกักเก็บไว้

           ในธารน้ำแข็งและภูเขาน้ำแข็ง)

    (c) is in the oceans    (อยู่ในมหาสมุทรต่างๆ)  (ประโยคที่ ๕ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “ประ

          มาณ ๙๗ เปอร์เซ็นต์ของน้ำในโลกอยู่ในมหาสมุทร”)

    (d) is in lakes and rivers    (อยู่ในทะเลสาบและแม่น้ำ)

5. The word “salty” in paragraph 1 could be best replaced by _________________________.

(คำว่า  “เค็ม, มีเกลือ, โรยด้วยเกลือ, ปรุงด้วยเกลือ, เกี่ยวกับทะเล, แล่นในทะเล, คมคาย, เก๋”  ในพารากราฟ ๑ สามารถแทนดีที่สุดโดย _________________)

    (a) dirty    (สกปรก)

    (b) scarce    (หายาก, มีน้อย, ขาดแคลน, ไม่เพียงพอ, ไม่ค่อยพบ)

    (c) deep    (ลึก)

    (d) commonplace    (ธรรมดาสามัญ, ปกติ, ทั่วไป)

    (e) economical    (ประหยัด)

    (f) briny    (ไบร๊-นี่)  (เค็มมาก, เกี่ยวกับน้ำเกลือ)

    (g) stagnant    (หยุดนิ่ง, หยุดอยู่กับที่, หยุดไหล, อยู่เฉยๆ, ซบเซา, เฉื่อยชา, ไม่เจริญ)     

    (h) contagious    (คัน-เท้-เจิส)  (สามารถติดต่อไปยังคนอื่นได้, แพร่กระจายได้ง่าย, มีลักษณะของโรคติดต่อ)

6. What does “icecaps” in paragraph 1 mean?

(คำว่า  “ภูเขาน้ำแข็ง”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึงอะไร)

    (a) iceboxes    (ช่องน้ำแข็งในตู้เย็น, ตู้เย็น)

    (b) icebound    (ติดแน่นอยู่ในน้ำแข็ง)

    (c) icebreakers    (เรือผ่าน้ำแข็ง, เครื่องมือทุบน้ำแข็งให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ, สิ่งที่ลดความตึงเครียดหรือพิธีรี

          ตองทั้งหลาย)

    (d) icing    (ครีมผสมจากน้ำตาล, เนย และเครื่องปรุงรส ใช้โรยหน้าขนม)

    (e) blizzards    (พายุหิมะ)

    (f) icebergs    (ภูเขาน้ำแข็ง, ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่มากที่ลอยอยู่ในน้ำทะเล, (ภาษาพูด) คนที่อยู่

          อย่างสันโดษ)

    (g) snowcaps    (ยอดหิมะ, ชั้นหิมะที่อยู่บนยอด)

    (h) snowflake    (เกล็ดหิมะ, ผลึกหิมะ, พืชยุโรปชนิดหนึ่ง)

7. ______________________________________________________ world’s water is fresh.

(__________________________________________________ น้ำของโลกเป็นน้ำจืด)

    (a) Most of the    (ส่วนใหญ่ของ)

    (b) Half of the    (ครึ่งหนึ่งของ)

    (c) A large amount of the    (จำนวนมากของ)

    (d) Only a little of the   (เพียงเล็กน้อยเท่านั้นของ)  (ประโยคที่ ๗ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า 

           “เพียงประมาณ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นของน้ำในโลกเป็นน้ำจืด)

8. Most of the world’s fresh water is not easily obtained because _______________________.

(ส่วนใหญ่ของน้ำจืดของโลกมิได้ได้มาโดยง่าย  เพราะว่า ___________________________)

    (a) it is in the seas and oceans    (มันอยู่ในทะเลและมหาสมุทร)

    (b) it is at the North and South Poles, which are too far for man to reach    (มันอยู่ที่ขั้วโลกเหนือและ

          ใต้  ซึ่งไกลเกินไปสำหรับมนุษย์ที่จะไปถึง)

    (c) it is stored in glaciers and icecaps    (มันถูกเก็บสะสม – เก็บรักษา – ไว้ในธารน้ำแข็งและภูเขา

          น้ำแข็ง)  (ประโยคที่ ๘ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “ส่วนใหญ่ของน้ำจืดของโลกมิได้หามาได้

          ง่ายๆ สำหรับมนุษย์  เพราะว่ามันถูกกักเก็บไว้ในธารน้ำแข็งและภูเขาน้ำแข็ง)

    (d) there is only a little rain across the world    (มีฝนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทั่วโลก)

9. “evaporated” in the second paragraph is closest in meaning to ____________________.

(ทำให้ระเหยเป็นไอ, ระเหยเป็นไอ, ทำให้จางหายไป, ทำให้สูญหายไป, ระเหย, สูญหายไป, จางหายไป”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ __________________)

    (a) heated    (ทำให้ร้อน, ทำให้อุ่น, เร้าอารมณ์, ทำให้ตื่นเต้น)

    (b) burned    (ทำให้ไหม้, เผา, ทำให้ลวก, ลวก, เอาไฟจี้, ทำให้สว่าง, ทำให้บาดเจ็บด้วยไฟ, ทำให้ปวดแสบ,

          เผาหมด, เผาไหม้, ติดไฟ, ลุก, ทำให้ลุกไหม้, เดือดดาล)

    (c) devastated    (ทำลายล้าง, ล้างผลาญ)

    (d) disinfected    (ฆ่าเชื้อโรค, ชำระล้าง)

    (e) pasteurized    (ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ด้วยความร้อนสูง)

    (f) volatilized    (ระเหยเป็นไอ, กลายเป็นไอ)

    (g) scalded    (สคอลด)  (ลวก, ใช้น้ำร้อนหรือของเหลวร้อนราด, ใส่น้ำเดือดหรือน้ำร้อน)

    (h) ejected    (ขับไล่, ขับออก, ดีดตัวออกจากเครื่องบิน, ดีดออก, ขว้างออก, พ่น, เป่า, พุ่ง)

10. In paragraph 2, the phrase “over and over again” refers to ______________________.

(ในพารากราฟ ๒, วลี  “ซ้ำแล้วซ้ำอีก”  หมายถึง _______________________________)

      (a) illegally    (อย่างผิดกฎหมาย)

      (b) anxiously    (อย่างวิตกกังวล, อย่างห่วงใย)

      (c) frugally    (ฟรู้-เกิ้ล-ลิ่)  (อย่างประหยัด, อย่างตระหนี่, อย่างมัธยัสถ์, อย่างกระเหม็ดกระแหม่, มีค่าเล็ก

            น้อย, ราคาถูก)

      (d) extremely    (อย่างสุดโต่ง, อย่างสุดขีด, อย่างยิ่ง, อย่างสุดๆ)

      (e) arduously    (อ๊าร์-ดิว-เอิส-ลิ่)  (อย่างยากลำบาก, อย่างตรากตรำอย่างมาก)

      (f) abundantly    (อย่างมากมาย, อย่างล้นเหลือ, อย่างอุดมสมบูรณ์)

      (g) repeatedly    (อย่างซ้ำๆ, ทำซ้ำ, พูดซ้ำ)

      (h) comprehensively    (อย่างกว้างขวาง, อย่างครอบคลุม, อย่างกินวงกว้าง)

11. According to the passage, _________________________________________________.

(ตามที่บทความกล่าว, __________________________________________________)

      (a) water may disappear from the earth if it is used wastefully    (น้ำอาจจะหายไปจากโลก  ถ้ามันถูก

            ใช้อย่างฟุ่มเฟือย)

      (b) today’s water is less than that of the past    (น้ำในปัจจุบันน้อยกว่าน้ำในอดีต)  (พารากราฟ ๒ กล่าว

            ว่า  “น้ำบนโลกในปัจจุบันมีมากเท่ากับน้ำในอดีต หรือที่จะมีในอนาคต..................)

      (c) water is never used up    (น้ำไม่เคยถูกใช้หมดไป)  (พารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “น้ำบนโลกในปัจ

            จุบันมีมากเท่ากับน้ำในอดีต หรือที่จะมีในอนาคต..................โดยน้ำจะถูกใช้และใช้ซ้ำอย่างซ้ำ

            แล้วซ้ำอีก  น้ำไม่เคยถูกใช้หมดไป)

      (d) most of the water we use goes to the river    (ส่วนใหญ่ของน้ำที่เราใช้ไหลไปสู่แม่น้ำ)  (ประโยคที่

            ๒ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “น้ำเกือบทุกหยดที่เราใช้จะหาทางไปสู่ – ไหลไปสู่ - มหาสมุทร”)

12. In paragraph 2, “used up” means __________________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “ใช้หมดไป”  หมายถึง ___________________________________)

      (a) verified    (ยืนยัน, ตรวจสอบ, พิสูจน์, ค้นหาความจริง)

      (b) cancelled    (ยกเลิก)

      (c) banned    (ห้าม, ประกาศห้าม, สั่งห้าม, ประณาม, สาปแช่ง)

      (d) mustered    (รวบรวม, ชุมนุม, รวมแถว, การชุมนุม-รวมพล-รวบรวม-รวมแถว, กลุ่มคนดังกล่าว)

      (e) assimilated    (ย่อย, ดูดซึม, ดูดซับ, ทำให้กลมกลืน)

      (f) depleted    (ใช้หมดไป, ทำให้หมดสิ้น, ทำให้ลดน้อยลงมาก, ทำให้สูญเสีย, ทำให้ว่างเปล่า)

      (g) augmented    (เพิ่ม, ขยาย, เสริม, เพิ่มทวี)

      (h) deteriorated    (ทำให้เลวลง, ทำให้เสื่อมเสีย, เลวลง, เสื่อมลง, ชำรุด, แตกสลาย)

13. According to the author, ___________________________________________________.

(ตามที่ผู้เขียนกล่าว, ___________________________________________________)

      (a) a water shortage occurs only in the desert area    (การขาดแคลนน้ำเกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่ทะเล

             ทรายเท่านั้น)

      (b) some parts of the world have a lack of water    (บางส่วนของโลกมีการขาดแคลนน้ำ

            (ประโยคแรกของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “แม้ว่าโลกในภาพรวมมีน้ำจืดมากมาย (แต่) บาง

            ภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำ)

      (c) there is no scarcity of water in a region that usually gets enough rain    (ไม่มีการขาดแคลนน้ำ

            ในภูมิภาคซึ่งปกติแล้วได้รับฝนเพียงพอ)  (ประโยคที่ ๔ ของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “นอกจากนั้น  ภูมิ

            ภาคหนึ่งซึ่งปกติแล้วได้รับฝนเพียงพอ  อาจจะมีช่วงอากาศแห้งแล้งที่รุนแรง  ในทันทีทันใด”)

      (d) it rains equally in all parts of the world.    (ฝนตกเท่าเทียมกันในทุกส่วนของโลก)  (ประโยคที่ ๒

            ของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “ฝนมิได้ตกเสมอภาคกันบนพื้นโลก”)

14. What does “shortage” in the third paragraph mean?

(ความขาดแคลน, ความไม่เพียงพอ, จำนวนที่ไม่เพียงพอ, จำนวนที่ขาด”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) demand    (ความต้องการ, การเรียกร้อง, ข้อเรียกร้อง)

      (b) contamination    (การทำให้ปนเปื้อน, การทำให้เกิดมลภาวะ, มลภาวะ, การเจือปน, สิ่งเจือปน)

      (c) discovery    (การค้นพบ)

      (d) adequacy    (ความพอเพียง)

      (e) deficiency    (ความขาดแคลน, ความไม่เพียงพอ, ความไม่สมบูรณ์, ภาวะที่ขาดแคลน)

      (f) distribution    (การจ่าย (น้ำ), การจำหน่าย, การกระจาย, การแพร่, การแจก, การแบ่งสันปันส่วน, สิ่งที่

            ถูกปันส่วน)

      (g) dilemma    (ดิ-เล้ม-ม่ะ)  (สถานการณ์ที่ลำบาก, สภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือ หนีเสือปะจรเข้,

            ปัญหาที่ลำบาก)

      (h) controversy    (การโต้เถียง, การโต้คารม, ความขัดแย้ง, การทะเลาะวิวาท)   

15. The word “evenly” in paragraph 3 may be replaced by ___________________________.

(คำว่า  “อย่างเท่าเทียมกัน, อย่างเสมอภาค, อย่างสม่ำเสมอ, อย่างราบเรียบ, อย่างคงที่, อย่างยุติธรรม, อย่างเงียบสงบ”  ในพารากราฟ ๓  อาจจะแทนโดย _________________)

      (a) accurately    (อย่างถูกต้อง, อย่างแม่นยำ, อย่างเที่ยงตรง, อย่างแน่นอน)

      (b) generously   (อย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, อย่างใจกว้าง)

      (c) tremendously   (อย่างมากมาย, อย่างมโหฬาร)

      (d) apparently   (อย่างเห็นได้ชัดเจน)

      (e) adversely    (อย่างเป็นผลร้าย, เป็นปฏิปักษ์, ในทางลบ, ในทางตรงกันข้าม)   

      (f) rapidly   (อย่างรวดเร็ว)

      (g) equally    (อย่างเท่าเทียมกัน, อย่างเสมอกัน, อย่างเสมอภาค, อย่างเท่ากัน, อย่างสมดุล,

            อย่างสมส่วน, อย่างพอเพียง, อย่างราบเรียบ, อย่างเงียบสงบ)

      (h) circumspectly    (รอบคอบ, ระมัดระวัง)

16. According to the passage, some regions have a water shortage due to ________________.

(ตามที่บทความกล่าว,  บางภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำเนื่องมาจาก ___________________)

      (a) there is a lack of rain    (มีการขาดแคลนฝน)

      (b) there is too much deforestation    (มีการทำลายป่ามากเกินไป)

      (c) people’s poor management of their water supply    (การบริหารจัดการน้ำได้ไม่ดีของ

            ผู้คน)  (ประโยคแรกของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “บางภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำ 

            เพราะว่าผู้คนบริหารน้ำของตนได้ไม่ดี)

      (d) there are no reservoirs or dams to store water    (ไม่มีอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนที่จะกักเก็บน้ำ)

17. The author states that people have to seek new sources of water ___________________.

(ผู้เขียนกล่าวว่าผู้คนจำเป็นต้องแสวงหาแหล่งน้ำแห่งใหม่ๆ ________________________)

      (a) owing to a water shortage in the area    (เนื่องจากการขาดแคลนน้ำในพื้นที่)

      (b) because they settle where water is scarce    (เพราะว่าพวกเขาตั้งถิ่นฐานในที่ซึ่งน้ำหายาก)

      (c) because cities and factories consume too much water    (เพราะว่าเมืองและโรงงานบริโภคน้ำ

            มากเกินไป)

      (d) since cities and factories dump their wastes into lakes and rivers, turning

             them into sewers    (เพราะว่าเมืองและโรงงานทิ้งของเสีย (ขยะ) ของตนลงในทะเล

             สาบและแม่น้ำ  โดยทำให้มันกลายเป็นทางระบายน้ำเสียหรือของเสีย)  (ประโยคที่ ๔

             และ ๕ ของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “เมืองและโรงงานทิ้งของเสียของตนลงไปใน

             ทะเลสาบและแม่น้ำ,  ทำให้มันกลายเป็นทางระบายน้ำเสีย (ของเสีย)  ต่อจากนั้น  ผู้คน

             ก็จะมองหาแหล่งน้ำแห่งใหม่)

18. In the fourth paragraph, “wastes” refers to ________________________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “ของเสีย, ขยะ, สิ่งปฏิกูล, อุจจาระ, การเสียเวลา, การเสื่อมเสีย, การเน่าเปื่อย, การทำลาย, สิ่งที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์, บริเวณร้าง”  หมายถึง __________________)

      (a) furniture   (เครื่องเรือน)  

      (b) enterprises    (โครงการ, กิจการ, แผนการ, บริษัท, อุตสาหกิจ, วิสาหกิจ, การเข้าร่วมกิจการดังกล่าว)

      (c) compendiums    (บทย่อ, บทสรุป, หนังสือย่อเรื่อง)

      (d) status    (ฐานะ, สภาพ, สภาพการณ์, ภาวะ, ตำแหน่ง, ยศ)    

      (e) trash    (ของเสีย, ขยะ, ของเหลวไหล, กากอ้อย, ของสวะ, หนังสือไร้สาระ, คำพูด-ข้อคิดเห็น-

            ข้อเขียนที่เหลวไหล, คนเหลวไหล, คนสวะ, คนที่ถูกมองว่าไร้ค่า)

      (f) hindrances    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง)

      (g) remunerations    (ค่าตอบแทน, การตอบแทน, การจ่ายเงิน, การให้รางวัล, การชดเชย)

      (h) leisure    (ลี้-เชอะ หรือ เลช-เชอะ)  (เวลาว่าง, การว่างจากงาน, ความสบายที่ไม่รีบร้อน)

19. The word “storage” in paragraph 4 is similar in meaning to ________________________.

(คำว่า  “การเก็บ, การเก็บรักษา, สถานที่เก็บ, สถานที่เก็บรักษา, แหล่งเก็บข้อมูล”  ในพารากราฟ ๔ คล้ายคลึงในความหมายกับ ____________________)

      (a) intervention    (การแทรกแซง, การก้าวก่าย)

      (b) prestige    (เพรส-ทีจ)  (ชื่อเสียง, เกียรติคุณ, เกียรติศักดิ์, ศักดิ์ศรี, บารมี)

      (c) priority    (ความสำคัญ, สิทธิพิเศษ, การมีสิทธิก่อน, บุริมสิทธิ)

      (d) inauguration    (อิน-ออ-กิว-เร้-ชั่น)  (การเปิดทำการ, การเริ่มเป็นทางการ,  การเข้ารับตำแหน่งเป็นทาง

            การ, การเปิดฉาก)

      (e) hoarding    (การเก็บสะสม, การกักตุน)

      (f) discourse    (การพูดหรือเขียนที่ติดต่อกัน) 

      (g) incentive    (สิ่งจูงใจ, สิ่งกระตุ้น, เครื่องกระตุ้น, เครื่องส่งเสริม)

      (h) collaboration    (ความร่วมมือ) 

20. According to the passage, water shortages sometimes occur __________________________.

(ตามที่บทความกล่าว,  การขาดแคลนน้ำบางครั้งเกิดขึ้น ______________________________)

      (a) because waterworks officers cannot detect leakage    (เพราะว่าเจ้าหน้าที่การประปาไม่สามารถ

            ค้นหา – ค้นเจอ - การรั่วไหลได้)

      (b) when people cannot find enough water sources    (เพราะว่าผู้คนไม่สามารถหาแหล่งน้ำได้

            เพียงพอ)

      (c) since people cannot afford water supply    (เพราะว่าผู้คนไม่สามารถมีน้ำประปาใช้ – คือไม่มีเงินพอ)

      (d) since some cities do not make full use of their water supply    (เพราะว่าบางเมืองมิได้ใช้

             ประโยชน์น้ำของตนอย่างเต็มที่)  (ประโยคที่ ๖ ของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “ความขาด

             แคลน (น้ำ) ยังเกิดขึ้นเช่นกัน  เพราะว่าเมืองบางเมืองมิได้ใช้ประโยชน์น้ำของตนอย่างเต็มที่)

21. The word “distribution” in the final paragraph refers to _________________________.

(คำว่า  “การจ่าย (น้ำ), การจำหน่าย, การกระจาย, การแพร่, การแจก, การแบ่งสันปันส่วน, สิ่งที่ถูกปันส่วน”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง ___________________)

      (a) invasion     (อิน-เว้-ชั่น)   {การรุกราน, การบุกรุก, การถลันเข้าไป, การแพร่ (ของกาซ, โรค)}

      (b) effort    (ความพยายาม)

      (c) valor    (แว้ล-เล่อะ)  (ความกล้าหาญ, ความองอาจ, ความอาจหาญ)

      (d) occurrence    (การเกิดขึ้น)

      (e) phenomenon    (ปรากฏการณ์)

      (f) supply    (การจัดหา, การจัดส่ง, การให้, พัสดุ, เสบียง, สิ่งที่จัดหาให้, สิ่งของจำเป็นทางทหาร)

      (g) damage    (ความเสียหาย, การทำให้เสียหายหรือได้รับอันตราย)  (damages =   ค่าเสียหาย, เงินชด

            เชยค่าเสียหาย)

      (h) proximity    (ความใกล้ชิด, ความใกล้เคียง)

22. We can infer from the final paragraph that ____________________________________.

(เราสามารถสรุปจากพารากราฟสุดท้ายว่า ___________________________________)

      (a) people should purchase storage tanks and distribution pipes    (ผู้คนควรซื้อถังเก็บน้ำและท่อส่ง

            น้ำ)  (บทความมิได้แนะนำให้ทำเช่นนี้)

      (b) people should use their water efficiently    (ผู้คนควรใช้น้ำของตนอย่างมีประสิทธิภาพ

            (เหมาะสมที่สุดเนื่องจากครอบคลุมทั้งพารากราฟ  คือ  แนะนำให้ผู้คนบริหารจัดการน้ำอย่าง

            มีประสิทธิภาพ)

      (c) people should settle where there is plenty of water    (ผู้คนควรตั้งถิ่นฐานในที่ซึ่งมีน้ำอุดมสม

            บูรณ์)  (บทความมิได้แนะนำให้ทำเช่นนี้)

      (d) cities and factories should dispose their wastes properly    (เมืองและโรงงานควรกำจัดของเสีย

            ของตนอย่างเหมาะสม)  (ใจความแคบเกินไป  ไม่ครอบคลุมทั้งพารากราฟ)

 

(คำแปล)   

ทรัพยากรน้ำ

 

            ความต้องการน้ำ (demand for water) ของเรากำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (อย่างคงที่, อย่างมั่นคง, อย่างแน่วแน่, อย่างไม่เปลี่ยนแปลง, อย่างซื่อสัตย์) (constantly)  โดยทุกปี  มีผู้คนเพิ่มมากขึ้นในโลก,  โรงงานผลิต (turn out) สินค้า (ผลิตภัณฑ์) (products) เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (more and more) และต้องการน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ทั้งนี้  เราอาศัยอยู่ในโลกของน้ำ  แต่น้ำเกือบทั้งหมด  -  ประมาณ ๙๗ เปอร์เซ็นต์  -  อยู่ในมหาสมุทร (oceans)  น้ำนี้เค็มเกินไป (too salty) ที่จะ (ถูก) ใช้สำหรับดื่ม, ทำไร่ทำนา (farming), และผลิตสินค้า (manufacturing),  เพียงประมาณ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นของน้ำในโลกเป็นน้ำจืด (fresh) (ไม่เค็ม - unsalty),  ส่วนใหญ่ของน้ำนี้มิได้หามาได้ง่ายๆ (not easily available) สำหรับมนุษย์ (to man)  เพราะว่ามันถูกกักเก็บ (locked) ไว้ในธารน้ำแข็ง (glaciers) และภูเขาน้ำแข็ง (icecaps),  โดยราวๆ ปี ๒๐๒๕  ความต้องการน้ำจืดของโลก (world demand for fresh water) จะเป็นสองเท่าของความต้องการ (twice what it was) ในปี ๑๙๙๕แต่ก็จะยังคงมีน้ำเพียงพอที่จะสนองความต้องการของมนุษย์ (meet man’s needs)

            มีน้ำอยู่บนโลกในปัจจุบันมากพอๆ กับที่เคยมี (ในอดีต) (there ever was) หรือจะมีในอนาคต (there ever will be)  โดยน้ำเกือบทุกหยด (Almost every drop of water) ที่เราใช้จะหาทางไปสู่ – ไหลไปสู่ - มหาสมุทร (finds its way to the oceans),  ที่นั่น  มันถูกทำให้ระเหยเป็นไอ (ทำให้จางหายไป, ทำให้สูญหายไป, ระเหยเป็นไอ, ระเหย, สูญหายไป, จางหายไป) (evaporated) โดยดวงอาทิตย์,  และต่อมามันจะตกลงสู่โลกเป็นฝน (falls back to the earth as rain),  น้ำจะถูกใช้ (used) และใช้ซ้ำ (reused) ในแบบซ้ำแล้วซ้ำอีก (over and over again)  มันไม่เคยถูกใช้หมดไป (It is never used up)

            แม้ว่าโลกในภาพรวม (the world as a whole) มีน้ำจืดมากมาย (plenty of fresh water) (แต่) บางภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำ (water shortage)  ทั้งนี้  ฝนมิได้ตกเสมอภาคกันบนพื้นโลก (fall evenly over the earth)  โดยบางภูมิภาคแห้งแล้งเกินไปอยู่เสมอ (always too dry)  และบางภูมิภาค (ภูมิภาคอื่นๆ) ฝนตกมากเกินไปอยู่เสมอ (always too wet)  นอกจากนั้น  ภูมิภาคหนึ่งซึ่งปกติแล้วได้รับฝนเพียงพอ  อาจจะมีช่วงอากาศแห้งแล้ง (dry spell) ที่รุนแรง (serious) ในทันทีทันใด (suddenly)  ซึ่งในระหว่างนั้น (Meanwhile)  อีกภูมิภาคหนึ่งอาจจะท่วมท้นไปด้วยฝนที่มากเกินไป (may be flooded with too much rain)                  

            บางภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำ  เพราะว่าผู้คนบริหารน้ำของตนได้ไม่ดี (managed their supply poorly)  โดยผู้คนตั้งถิ่นฐาน (settle) ในที่ซึ่งน้ำมีมากมาย (water is plentiful)  คือใกล้ทะเลสาบ (near lakes) และแม่น้ำ  ส่วนเมืองก็โตขึ้น  และโรงงานก็ผุดขึ้นมา (factories spring up)  แล้วเมืองและโรงงานทิ้ง (dump) ของเสีย (ขยะ, สิ่งปฏิกูล, การเสียเวลา) (wastes) ของตนลงไปในทะเลสาบและแม่น้ำ,  ทำให้มันกลายเป็น (turning them into) ทางระบายน้ำเสีย (ของเสีย) (sewers)  ต่อจากนั้น  ผู้คนก็จะมองหา (look for) แหล่งน้ำแห่งใหม่ (new sources of water) (นอกจากนั้น) ความขาดแคลน (น้ำ) (Shortages) ยังเกิดขึ้นเช่นกัน (also occur)  เพราะว่าเมืองบางเมืองมิได้ใช้ประโยชน์น้ำของตนอย่างเต็มที่ (make full use of their supply),  พวกเขามีน้ำมาก  แต่พวกเขาไม่มีถังเก็บน้ำ (storage tanks) และท่อจ่ายน้ำ (distribution pipes) ที่เพียงพอที่จะสนองความต้องการของประชาชนได้ (meet the people’s needs)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 37)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Fat: Healthy or Unhealthy

 

        Fat has expanded beyond a simple body energy source to become the developed world’s obsession.  And as more fast food finds its way into Asia, fat consumption is on the increase.  With it comes a potential for serious health risks. 

          Nobody disputes that too much fat is unhealthy.  But since there are several different types of fats, some fats are essential for our health.  Fats insulate the body from cold and protect our bones against fractures from falls.  They also cushion and support organs, and assist in the absorption of vitamins A, D, and K.

          Then why are we urged to limit our fat intake?  Though the jury is still out on whether certain fats cause cancer, transfatty acids, or oils (saturated) that have been treated in order to remain solid at room temperature - - such as lard, butter and margarines - - are chemically unstable and may be linked  to cell damage.  That’s also the case with polyunsaturates, which are found in abundance in the three staple oils of Asian cuisine: peanut, soybean and coconut.

          Some researchers have discovered that obese people have a much higher rate of bile acid turnover – the acid secreted by the liver that is responsible for fat digestion.  In the obese, fat is digested quickly and efficiently, so the feeling of fullness after a meal lasts only a short time.  Scientists are now working on a drug that would help the obese by making their bodies absorb fat less quickly.

 

1. We can infer from the first paragraph that people in developed countries _________________.

(เราสามารถสรุปจากพารากราฟแรกว่า  ผู้คนในประเทศพัฒนา _________________________)

    (a) are unaware of the harmful effects of a fatty diet    (มิได้ตระหนักถึงผลกระทบที่มีอันตรายของอาหาร

          ที่มีไขมัน)

    (b) know that fat is a good source of energy    (รู้ว่าไขมันเป็นแหล่งพลังงานที่ดี)

    (c) need more energy than those in Asia    (ต้องการพลังงานมากกว่าผู้คนในทวีปเอเชีย)

    (d) enjoy food with a high fat content    (สนุกกับการกินอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง)  (ประโยค

          แรกของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “ไขมันได้ขยายตัวเกินไปกว่าเป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย

          แบบธรรมดาๆ  จนกลายเป็นสิ่งที่ครอบงำจิตใจ (หมายถึง  การนึกอยากกินอยู่เสมอ) ของโลก

          ที่พัฒนาแล้ว”  ซึ่งหมายถึง  คนในประเทศพัฒนาชอบกินอาหารที่มีไขมัน)

2. In the first paragraph, “expanded” refers to ____________________________________.

(ในพารากราฟแรก, “ขยายตัว, เพิ่มมากขึ้น, แผ่, ทำให้กว้างออก, คลี่ออก, ยืดออก, บาน, ขยายความ” หมายถึง _________________)

    (a) detailed    (บอกรายละเอียด, ให้รายละเอียด)

    (b) discussed    (ประชุมปรึกษาหารือ)

    (c) averted    (เบี่ยงบ่าย, บิดเบน, เบี่ยงเบน, หลีกเลี่ยง)

    (d) detained     (กักตัว, หน่วงเหนี่ยว, ทำให้ช้า, ยับยั้ง)

    (e) demoralized     (ทำให้เสียขวัญ-เสียกำลังใจ, ทำให้ระส่ำระสาย)

    (f) extended    (ขยายออก, เพิ่มขึ้น, ไปถึง, ยืดออก, ทำให้กว้างออก, กางออก, แผ่ออก, ยืดแขน

          หรือขาออก, แสดงความเคารพหรืออวยพรต่อ, เสนอยืดเวลาการชำระหนี้)

    (g) regretted   (ริ-เกร้ท-ทิด)  (เสียใจ, สลดใจ)  (เมื่อเป็นคำนาม "Regret"  หมายถึง  "ความเสียใจ, ความ

          สลดใจ") 

    (h) forsaken    (มาจากกริยา  “forsake”)  (ทอดทิ้ง, ละทิ้ง, ตัดขาด, เลิก)

3. The word “obsession” in paragraph 1 means ____________________________________.

(คำว่า  “สิ่งที่ครอบงำจิตใจ, การสิงหรือฝังแน่นอยู่ในดวงจิต, ความคิดครอบงำ, ความหมกมุ่น, ความทุกข์ใจ, การทำให้ทุกข์ใจหรือลำบาก”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง ___________________)

    (a) fiction    (เรื่องอ่านเล่น, เรื่องที่แต่งขึ้น)

    (b) discipline     (ดิส-ซิ-พลิน)  (วินัย, ระเบียบวินัย, ข้อบังคับ, การฝึกฝน, การลงโทษ, สาขาวิชา, วินัยทาง

          ศาสนา)

    (c) catastrophe    (คะ-แทส-โทร-ฟี่)  (ความหายนะ, ภัยพิบัติ, เหตุการณ์ที่ร้ายกาจ, ตอนจบของละคร, จุดจบ)

    (d) compunction    (คัม-พั้งค-ชั่น)  (ความเสียใจต่อการกระทำ, ความไม่สบายใจหรือวิตกกังวลต่อสิ่งที่ได้ทำ

          ไปแล้ว)

    (e) pinnacle    (ยอด, ยอดภูเขา-ตึก-เจดีย์ ฯลฯ, จุดสุดยอด, ขีดสุด, ส่วนที่เป็นยอดแหลม)

    (f) comprehension    (ความเข้าใจ)

    (g) fixation    (การครอบงำ, การฝังใจ, การทำให้ติดแน่น, การเกาะแน่น)

    (h) prejudice    (เพร้จ-จู-ดิส)  (อคติ, ความรู้สึกไม่ดีที่มีอยู่ก่อน, ความรู้สึกที่ไม่มีเหตุผล)

4. Fats do NOT help to _____________________________________________________.

(ไขมันมิได้ช่วย ______________________________________________________)

    (a) protect the bones    (ปกป้องคุ้มครองกระดูก)  (ประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า “ไขมันปกป้อง

          กระดูกจากการแตกหักเมื่อล้มลง”)

    (b) absorb vitamins    (ดูดซับวิตามิน)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า “ไขมันยัง................และ

          ช่วยในการดูดซึมวิตามินเอ, ดี และเคอีกด้วย)

    (c) improve organ function    (ปรับปรุงการทำงานของอวัยวะ)  (บทความมิได้กล่าวถึงสิ่งนี้)

    (d) keep the body warm    (รักษาร่างกายให้อบอุ่น)  (ประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า “ไขมันเป็น

          ฉนวน (ป้องกัน) ร่างกายจากความหนาวเย็น  และ...................”)

5. The word “potential” in paragraph 1 is closest in meaning to _______________________.

(คำว่า  “ความเป็นไปได้, ศักยภาพ, ความสามารถหรืออำนาจที่ซ่อนเร้นอยู่”  ในพารากราฟ ๑  ใกล้เคียง

ที่สุดในความหมายกับ __________________)

    (a) distress    (ความโศกเศร้าเสียใจ, ความทุกข์ยากลำบาก, ความเคราะห์ร้าย, ภัยพิบัติ)  (เมื่อเป็นคำกริยา

          หมายถึง  “ทำให้เศร้าโศกหรือทุกข์ยาก”)      

    (b) endurance    (เอน-ดิ๊ว-เริ่นซ)  (ความทรหดอดทน, ความอดกลั้น, ความทนทาน, ความไม่ตาย)

    (c) outcome    (ผลลัพธ์)

    (d) fury    (ความโกรธแบบเป็นฟืนเป็นไฟ)

    (e) exaggeration    (อิก-แซ้จ-จะ-เร้-ชั่น)  (การพูดเกินความจริง, การโอ้อวด, การเพิ่มหรือขยายเกินกว่าปกติ)

    (f) falsehood    (ฟ้อลซ-ฮูด)  (ความไม่ซื่อ, ความทุจริต, ของปลอม, สิ่งที่ไม่แท้, การหลอกลวง, ความไม่จริง,

          ความผิดพลาด, การพูดโกหก, คำโกหก)

    (g) possibility    (ความเป็นไปได้, สิ่งที่เป็นไปได้)

    (h) prodigy    (พร้อด-ดะ-จี้)  (เด็กอัจฉริยะ, อัจฉริยะบุคคล, ผู้มีความสามารถพิเศษ, สิ่งมหัศจรรย์, สิ่งแปลก

          ประหลาด, สิ่งผิดปกติ, สิ่งที่ใหญ่โตมโหฬาร)

6. The word “disputes” in paragraph 2 can be best replaced by _______________________.

(คำว่า  “โต้เถียง, โต้แย้ง, ถกเถียง, ทะเลาะ, ต่อสู้, แข่งขัน, ต่อต้าน”  ในพารากราฟ ๒ สามารถแทนดีที่สุดโดย ___________________)

    (a) kindles    (จุดไฟ, ติดไฟ)

    (b) extinguishes    {ดับ (ไฟ, ความอยาก, ความปรารถนา)}

    (c) offends    (ทำให้ขุ่นเคือง-ไม่พอใจ, กระทำผิด, ละเมิด, รุก, รุกราน)

    (d) supersedes    (แทนที่)

    (e) argues    (เถียง, ถกเถียง, โต้คารม, อ้างเหตุผล, อภิปราย, พูดให้ยอม, โต้แย้งพิสูจน์ว่า, แสดง

         ให้เห็นว่า)

    (f) deliberates     (คิดอย่างไตร่ตรอง, ปรึกษาเพื่อหาคำตอบ)

    (g) investigates    (สืบสวน, สอบสวน)

    (h) ejaculates    (หลั่งน้ำกามออกมา, ร้องอุทาน, ปล่อยออกมาอย่างกะทันหันและรวดเร็ว, พูดออกมาอย่าง

          กะทันหันและสั้นๆ)

7. What does “insulate” in the second paragraph mean?

(เป็นฉนวน, ป้องกัน, ป้องกันไม่ให้ไฟรั่ว, แยกตัวโดดเดี่ยว”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึงอะไร)

    (a) incorporate    (รวมเข้าด้วยกัน, ทำให้รวมกัน, รวมเข้าเป็นรูปบริษัท, ซึ่งรวมเข้าด้วยกัน)

    (b) alter    (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง, ผันแปร)

    (c) endeavor    (เอน-เดฟว-เว่อะ)  (พยายาม, บากบั่น)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  "ความพยายาม, ความ

          บากบั่น")

    (d) protect    (ป้องกัน, พิทักษ์, รักษา, อารักขา, คุ้มกันอุตสาหกรรมในประเทศ โดยการจัดเก็บภาษี

          ขาเข้า)

    (e) contribute    (คัน-ทริ้บ-บิ้วท)  (มีคุณูประการ, มีส่วนช่วยให้เกิด..........., ให้เงินช่วยเหลือ, ช่วยเหลือ,

         อุดหนุน, สนับสนุน, ให้ (เงิน, อาหาร หรืออื่นๆ)

    (f) estimate    (ประมาณการ, ประมาณค่า-ราคา, ประเมิน, กะ, ตีราคา, คำนวณ, ราคาที่ประเมิน)

    (g) abrogate    (ยกเลิก, เพิกถอน) 

    (h) portray    (พอร์-เทร่)  (วาดภาพ, เขียนภาพ, ร่างภาพ, พรรณนาเป็นคำ, แสดง)  

8. The word “cushion” in paragraph 2 refers to ____________________________________.

(คำว่า  “ลดการกระแทก, บรรเทา, ลด, ระงับ, ใส่เบาะ, ใส่นวม”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึง _________)

    (a) persevere    (เพอร์-ซี-เวี่ยร์)  (อุตสาหะ, บากบั่น, พากเพียร, พยายาม, ยืนหยัด)

    (b) acknowledge    (ยอมรับ, รับรู้, รับทราบ)

    (c) liquidate    (ลิค-ควิ-เดท)  (กำจัดโดยการฆ่าทิ้ง,  ชำระหนี้หรือบัญชี, สะสาง, เปลี่ยนเป็นเงินสด)

    (d) rebuke    (ตำหนิ, ดุ, ว่ากล่าว)

    (e) soften    (ทำให้อ่อนลง, ทำให้อ่อนโยน, ทำให้ละมุนละไม, ทำให้นิ่ม, ทำให้นิ่มนวล, ทำให้หายกระ

          ด้าง, นิ่มลง, อ่อนลง, กลายเป็นอ่อนโยน)

    (f) recite    (ท่อง, สวด, เล่าอย่างละเอียด)

    (g) distinguish    (แบ่งแยก, จำแนก, วินิจฉัย, รู้ถึงข้อแตกต่าง, แสดงความแตกต่าง  ทำให้แตกต่าง, ทำให้

          เด่น, กระทำตัวดีเป็นพิเศษ)

    (h) enrich    (ทำให้ร่ำรวย-อุดมสมบูรณ์, ประดับ, ตกแต่ง, เพิ่มคุณค่า, เพิ่มความสำคัญ, ทำให้คุณภาพดีขึ้น)

9. In paragraph 3, “the jury is still out” means __________________________________.

(ในพารากราฟ ๓,  “คณะลูกขุนยังไม่ตัดสิน”  หมายถึง _____________________________)

    (a) it will have to be decided in court    (มันจะต้องได้รับการตัดสินในศาล)

    (b) a panel of experts is still doing research    (กลุ่มผู้เชี่ยวชาญยังคงกำลังทำการวิจัย)

    (c) a final conclusion has not yet been reached    (ยังไม่มีการสรุปผลรอบสุดท้าย)

    (d) harmful effects have been demonstrated beyond a doubt    (ผลกระทบที่เป็นอันตรายได้ถูกแสดง

          (ทดลองให้เห็นจริง) เหนือความสงสัย-กังขา)  (คือ  ถูกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน)

10. The word “urged” in the third paragraph may be replaced by ______________________.

(คำว่า  “กระตุ้น, หนุน, เร้า, ปลุกเร้า, เซ้าซี้, ผลักดัน, เร้าใจ, แหย่, พยายามเสนอ”  ในพารากราฟ ๓ อาจจะแทนโดย _________________)

      (a) subsidized    (ซั้บ-สิ-ได๊ซ)  (อุดหนุนเงิน, ให้เงินสงเคราะห์)

      (b) collided    (ชนกันโครม, ปะทะกันโครม, ขัดแย้ง, ไม่เห็นด้วย)

      (c) discriminated    (แยกแยะ, แบ่งแยก, วินิจฉัย, เลือกที่รักมักที่ชัง, ตัดสินโดยใช้เหตุผล)

      (d) familiarized    (ฟะ-มี้ล-เยอะ-ไรซ)  (ทำให้คุ้นเคยกับ)

      (e) postponed    (เลื่อน, เลื่อนเวลา, เลื่อนไป, ยืดเวลา, ถ่วงเวลา, จัดไว้ในตำแหน่งรอง)

      (f) perpetrated    (กระทำผิดกฎหมาย, ทำชั่ว, ก่อกรรมทำเข็ญ)

      (g) recuperated    (ฟื้นคืน, กลับมีสภาพหรือกำลังเหมือนเดิม, พักฟื้น, ทำให้ฟื้นคืน (สุขภาพ, กำลัง, แรง,

            ฐานะทางเศรษฐกิจ), กู้, เอาคืน)

      (h) stimulated    (กระตุ้น, เร้าใจ, เร้า, ปลุกใจ, ส่งเสริม, กระตุ้นประสาท, ชูกำลัง, เป็นตัวกระตุ้น,

            ชูกำลัง)

11. An example of polyunsaturates mentioned in the passage is _______________________.

(ตัวอย่างของ “สารไม่อิ่มตัวหลายชนิด”  (คือ ไขมันพืชซึ่งไม่ก่อให้เกิดคลอเลสเตอรอลในเลือด) ซึ่งถูกกล่าวถึงในบทความ  คือ __________________)

      (a) Asian food    (อาหารของเอเชีย)

      (b) soy sauce    (ซีอิ๊ว)  (ที่ถูก คือ  “Soybean”  -  “ถั่วเหลือง”)

      (c) coconut oil    (น้ำมันมะพร้าว)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “นั่นยังเป็นกรณีกับ

            สารไม่อิ่มตัวหลายชนิด (polyunsaturates) (คือ ไขมันพืชซึ่งไม่ก่อให้เกิดคลอเลสเตอรอลใน

            เลือด) ด้วยเช่นกัน  ซึ่งถูกพบในปริมาณมากในน้ำมันหลัก (สำคัญ) ๓ ชนิดของห้องครัวของ

            (ประเทศในทวีป) เอเชีย  ได้แก่  ถั่วลิสง, ถั่วเหลือง และมะพร้าว)

      (d) any vegetable oil    (น้ำมันพืชชนิดใดๆ ก็ได้)  (ข้อนี้ไม่ถูกต้อง  เนื่องจากเป็นน้ำมันพืชบางชนิดเท่านั้น)

12. What does “obese” in the fourth paragraph mean?

(“อ้วนพุงพลุ้ย, อ้วนมากเกินไป” ในพารากราฟ ๔  หมายถึงอะไร)

      (a) obsolete    (ล้าสมัย, เลิกใช้แล้ว)

      (b) eccentric    (อิค-เซ้น-ทริค)  (ประหลาดๆ, ไม่ปกติ)  (ใช้กับคนเท่านั้น)

      (c) menial    (ต่ำต้อย, เป็นขี้ข้า, เกี่ยวกับคนใช้, อย่างคนใช้)

      (d) exhilarated    (เอ็ก-ซิ้ล-ละ-เร-ทิด)  (รื่นเริง, ตื่นเต้นเบิกบาน, มีชีวิตชีวา)

      (e) corpulent    (อ้วนพุงพลุ้ย, อ้วนท้วน, อ้วน)

      (f) intimate    (คุ้นเคย, ใกล้ชิด, สนิทสนม, ลึกซึ้ง, ที่สนิทสนมในทางเพศ, เพื่อนสนิท)

      (g) reliable    (ไว้วางใจได้, เชื่อถือได้, น่าเชื่อถือ)

      (h) extravagant    (ฟุ่มเฟือย, สุรุ่ยสุร่าย, สิ้นเปลือง, มากเกินควร)   

13. Research has shown that _________________________________________________.

(การวิจัยได้แสดงว่า ____________________________________________________)

      (a) the thinner you are, the more quickly your body absorbs fat    (ยิ่งคุณผอมลง  ร่างกายของคุณ

            ก็ยิ่งดูดซึมไขมันได้เร็วขึ้น)  (บทความมิได้กล่าวไว้)

      (b) the fatter you are, the more fat you need to feel satisfied    (ยิ่งคุณอ้วนขึ้น  คุณก็ยิ่งต้อง

            การไขมันมากขึ้น  เพื่อที่จะรู้สึกพอใจ – หรือได้รับการตอบสนอง)  (ประโยคที่ ๒ ของพารา

            กราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “ในคนอ้วนพุงพลุ้ย  ไขมันจะถูกย่อยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 

            ดังนั้น  ความรู้ สึกอิ่มหลังอาหารจะกินเวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้น)

      (c) the thinner you are, the more often you need to eat    (ยิ่งคุณผอมลง  คุณก็ยิ่งต้องการกินบ่อยขึ้น) 

            (บทความมิได้กล่าวไว้)

      (d) the fatter you are, the more slowly you digest fat    (ยิ่งคุณอ้วนขึ้น  คุณก็ยิ่งย่อยไขมันได้ช้าลง) 

           (บทความมิได้กล่าวไว้)

14. The word “secreted” in paragraph 4 is closest in meaning to _______________________.

(คำว่า  “ขับออกมา, ปล่อยออกมา, คัดหลั่ง”  ในพารากราฟ ๔ ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _____

_____________)

      (a) revised    (แก้ไข, ปรับปรุงใหม่) 

      (b) disparaged    (ดูถูก, ดูหมิ่น, ใส่ร้าย, ทำให้เสื่อมเสีย, ทำให้เสียหาย)

      (c) pacified    (แพส-ซิ-ไฟ)  (ปลอบ, ปลอบโยน, ปลอบขวัญ, เอาใจ, ทำให้สงบ, ทำให้เงียบ)

      (d) consumed    (บริโภค, ใช้, กิน, ทำลาย)

      (e) destroyed    (ทำลาย, ฆ่า, ผลาญ, ดับ)

      (f) discharged    (ปล่อยออก, ขับออก, ระบายออก, ปล่อยตัว, ขนถ่าย (สินค้า), เอาลง, ทำให้พ้น

            หน้าที่หรือความรับผิดชอบ, ไล่ออก, ปลดจากงาน, ปลดภาระ, ปล่อยกระแสไฟฟ้า)

      (g) infected    (ทำให้ติดเชื้อ-ติดโรค, ทำให้เปื้อน-มัวหมอง, มีผลต่อความรู้สึกหรือการกระทำ)

      (h) exposed    (อิคส-โปส)  (แสดง, เผย, เปิดเผยให้เห็น, เปิดโปง, นำออกผึ่งหรือตาก (แดด, ลม), เปลื้อง

            เครื่องปกปิดออก)

15. “absorb” in the final paragraph refers to ______________________________________.

(ดูดซึม, ดูด, รับเอา, ซึม”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง ___________________________)

      (a) alleviate    (อะ-ลี้-วิ-เอท)  (บรรเทา, ทำให้น้อยลง)

      (b) forsake    (ทอดทิ้ง, ละทิ้ง, ตัดขาด, เลิก)

      (c) foment    (กระตุ้น, ยั่วยุ, ปลุกปั่น, ปลุกระดม, ส่งเสริม, ชโลมด้วยน้ำอุ่น) 

      (d) abandon    (อะ-แบ๊น-เดิ้น)  (ทอดทิ้ง, ละทิ้ง, ปล่อย) 

      (e) disseminate    (ดิ-เซ้ม-มิ-เนท)  (เผยแพร่, แพร่กระจาย, ทำให้กระจัดกระจาย) 

      (f) scrutinize    (สครู้-ทิ-ไนซ)  (พิจารณาอย่างละเอียดลออ, พิจารณาอย่างรอบคอบ, ตรวจสอบอย่าง

            รอบคอบ)

      (g) stipulate    (สทิ้พ-พิว-เลท)  (กำหนด, วางเงื่อนไข, บังคับให้ทำ, ระบุ) 

      (h) assimilate    (ดูดซึม, นำเข้า, เปลี่ยนอาหารให้เป็นสารที่ดูดซึมได้, เอาอย่าง, ย่อย, ทำให้

            เหมือน, ทำให้คล้ายกัน, กลายเป็นเหมือน)

16. According to the passage, it can be concluded that _______________________________.

(ตามที่บทความกล่าว,  มันสามารถสรุปได้ว่า _____________________________________)

      (a) we should stop eating fats    (เราควรหยุดกินไขมัน)  (ที่ถูกคือ  ต้องเลือกกินไขมันที่มีประโยชน์)

      (b) we should consume only saturated fat    (เราควรบริโภคเฉพาะไขมันอิ่มตัวเท่านั้น)  (ประโยคที่ ๒

            ของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “...............ไขมันอิ่มตัวซึ่งผ่านกรรมวิธี............... จะสลายตัวง่ายทางเคมี 

            และอาจถูกเชื่อมโยงกับการทำอันตรายเซล)

      (c) cancer research should focus on obesity    (การวิจัยมะเร็งควรมุ่งเน้นในเรื่องความอ้วนมากเกินไป) 

            (บทความมิได้กล่าวถึง)

      (d) a drug to slow down fat absorption is needed    (มีความต้องยาที่ทำให้การดูดซึมไขมัน

            ช้าลง)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกำลังทำ

            การศึกษาเรื่องยาซึ่งจะช่วยคนอ้วนมาก  โดยการทำให้ร่างกายของพวกเขาดูดซึมไขมันได้

            เร็วน้อยลง (เพื่อจะได้รู้สึกอิ่มอาหารเป็นเวลานานขึ้น  และกินมื้อถัดไปช้าออกไป  ซึ่งช่วยลด

            ความอ้วนได้))

 

(คำแปล)                                              

ไขมัน :  มีประโยชน์ต่อสุขภาพหรือไม่ดีต่อสุขภาพ

 

          ไขมัน (Fat) ได้ขยายตัว (เพิ่มมากขึ้น, แผ่, ทำให้กว้างออก, คลี่ออก, ยืดออก, บาน, ขยายความ) (expanded) เกินไปกว่า (beyond) เป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย (body energy source) ธรรมดาๆ (ง่ายๆ, ไม่ยุ่งยาก, ไม่สลับซับซ้อน, เข้าใจง่าย, เรียบ) (simple)  จนกลายเป็นสิ่งที่ครอบงำจิตใจ (การสิงหรือฝังแน่นอยู่ในดวงจิต, ความคิดครอบงำ, ความหมกมุ่น, ความทุกข์ใจ) (obsession) ของโลกที่พัฒนาแล้ว (developed world)  และเมื่ออาหารจานด่วนปริมาณมากขึ้น (more fast food) ได้เข้ามาสู่ทวีปเอเชีย (finds its way into Asia)  การบริโภคไขมันก็เพิ่มมากขึ้น (fat consumption is on the increase) (และ) ด้วยมัน (การบริโภคไขมันเพิ่มขึ้น) (With it),  ความเป็นไปได้สำหรับอันตรายของสุขภาพที่รุนแรงก็ปรากฏขึ้น (comes a potential for serious health risks)

            ไม่มีใครโต้เถียง (โต้แย้ง, ถกเถียง, ทะเลาะ, ต่อสู้, แข่งขัน, ต่อต้าน) (disputes) ว่า  ไขมันมากเกินไปไม่ดีกับสุขภาพ (สุขภาพไม่ดี, สุขภาพไม่สมบูรณ์, ผิดหลักอนามัย, มีโรค, มีจิตใจที่เลว) (unhealthy)  แต่เนื่องจากมีไขมันชนิดต่างๆ จำนวนมาก  ไขมันบางชนิดจำเป็นที่สุด (จะขาดเสียมิได้, เป็นส่วนประกอบสำคัญ, เป็นปัจจัย, เป็นพื้นฐาน) (essential) สำหรับสุขภาพ (health) ของเรา,  ไขมันเป็นฉนวน (ป้องกัน, ป้องกันไม่ให้ไฟรั่ว, แยกตัวโดดเดี่ยว) (insulate) ร่างกาย (หมายถึง  ป้องกันร่างกาย) จากความหนาวเย็น (cold)  และคุ้มครองกระดูกของเรา (protect our bones) จากการแตก หัก (against fractures) เมื่อหกล้ม (from falls),  มันยังช่วยลดการกระแทก (บรรเทา, ลด, ระงับ, ใส่เบาะ, ใส่นวม) (cushion) (อวัยวะ) และค้ำจุนอวัยวะ (support organs)  และช่วย (assist) ในการดูดซึม (absorption) วิตามินเอ, ดี, และเค

          ถ้างั้น (Then) ทำไมเราจึงถูกกระตุ้น (หนุน, เร้า, ปลุกเร้า, เซ้าซี้, ผลักดัน, เร้าใจ, แหย่, พยายามเสนอ) (urged) ให้จำกัด (limit) การรับประทานไขมัน (fat intake) ของเรา,  แม้ว่าคณะลูกขุนยังมิได้ตัดสิน (the jury is still out) (เป็นการเปรียบเทียบว่า  ยังมิได้มีการสรุป) ว่าไขมันบางอย่าง (certain fats) ก่อให้เกิดมะเร็ง (cause cancer) หรือไม่,  กรดไขมันทรานส์ (transfatty acids) หรือน้ำมัน (ถูกทำให้อิ่มตัว - saturated) ซึ่งได้ถูกผ่านกรรมวิธี (treated) เพื่อที่จะยังคงแข็งตัว (remain solid) ที่อุณหภูมิในห้อง – เช่น น้ำมันหมู (lard), เนยเหลว (butter) และเนยเทียม (margarines) – จะสลายตัวง่าย (ไม่มีเสถียรภาพ, ไม่มั่นคง, ไม่แน่นอน) (unstable) ทางเคมี  และอาจถูกเชื่อมโยงกับการทำอันตรายเซล (linked to cell damage),  นั่นยังเป็นกรณีกับสารไม่อิ่มตัวหลายชนิด (polyunsaturates) (คือ ไขมันพืชซึ่งไม่ก่อให้เกิดคลอเลสเตอรอลในเลือด) ด้วยเช่นกัน  ซึ่งถูกพบในปริมาณมาก (found in abundance) ในน้ำมันหลัก (สำคัญ) (staple oils) ๓ ชนิดของห้องครัว (แผนกครัว, การครัว, การทำอาหาร, ฝีมือการทำอาหาร) (cuisine) ของ (ประเทศในทวีป) เอเชีย  ได้แก่  ถั่วลิสง (peanut), ถั่วเหลือง (soybean) และมะพร้าว (coconut)

            นักวิจัยบางคนได้ค้นพบว่าคนอ้วนพุงพลุ้ย (obese people) จะมีอัตราการเปลี่ยนเป็นกรดน้ำดี (bile acid turnover) – หรือกรดที่ถูกขับออกมา (ปล่อยออกมา, คัดหลั่ง) (secreted) โดยตับ (liver) ซึ่งทำหน้าที่ย่อยไขมัน (responsible for fat digestion) - สูงกว่าอย่างมาก,  โดยในคนอ้วนพุงพลุ้ย (the obese)  ไขมันจะถูกย่อย (digested) อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  ดังนั้น  ความรู้สึกอิ่มหลังอาหาร (feeling of fullness after a meal) จะกินเวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้น (lasts only a short time),  นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกำลังทำการศึกษาเรื่องยา (working on a drug)  ซึ่งจะช่วยคนอ้วนมาก (the obese) โดยการทำให้ร่างกาย (bodies) ของพวกเขาดูดซึมไขมัน (absorb fat) ได้เร็วน้อยลง (less quickly) (เพื่อจะได้รู้สึกอิ่มอาหารเป็นเวลานานขึ้น  และกินมื้อถัดไปช้าออกไป  ซึ่งช่วยลดความอ้วนได้)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ READING