หมวดข้อสอบ Error Detection

หมวดข้อสอบ Error Detection (ตอนที่ 5)

Choose the underlined part which is grammatically incorrect

(จงเลือกส่วนที่ขีดเส้นใต้ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์)

1. Contralto Marian Anderson (1) became a (2) member permanent (3) of the Metropolitan Opera Company (4) in 1955.

    (คอนทรัลโต  มาเรียน  แอนเดอซัน  เป็นสมาชิกถาวรของ “บริษัทโอเปร่ามหานคร” ในปี ๑๙๕๕)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “permanent member” เนื่องจากเรียงคำผิด

2. (1) To survive, most birds must (2) eat at least half their own (3) weigh in food (4) every day.

     (เพื่อที่จะอยู่รอด  นกส่วนมากจะต้องกินอาหารอย่างน้อยที่สุดครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัวเอง  ทุกๆวัน)

ตอบข้อ (3) แก้เป็น “weight” (เวท) (เป็นคำนาม หมายถึง “น้ำหนัก”)  ส่วน “weigh” (เว) เป็นคำกริยา หมายถึง “มีน้ำหนัก

3. The (1) glass tube in a fluorescent (2) lamp (3) contains mercury vapor under (4) small pressure.

     (หลอดแก้วในตะเกียงฟลูออร์เรสเซนต์บรรจุไอปรอทซึ่งอยู่ภายใต้ความกดดันต่ำ)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “low” เนื่องจาก “pressure” ไม่ใช้กับ “small

4. Australian koalas are furry, gray (1) animal that (2) live in (3) trees and (4) feed on leaves.

    (หมีโคอาลาของออสเตรเลียเป็นสัตว์ที่มีขนปุยสีเทาซึ่งอาศัยอยู่บนต้นไม้  และกินใบไม้เป็นอาหาร)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น “animals” ซึ่งอยู่ในรูปพหูพจน์  โดยสังเกตจากคำกริยา live” ที่ไม่เติม “s

5. It (1) has estimated that only 21 percent of (2) the world’s land surface is (3) cultivable and that only 7.6 percent is actually under (4) cultivation.

     (มันได้ถูกประมาณการณ์ว่า  เพียง ๒๑ เปอร์เซนต์ของพื้นผิวดินของโลกเท่านั้นที่สามารถเพาะปลูกได้  และ (ถูกประมาณการ) ว่าเพียง ๗.๖ เปอร์เซนต์เท่านั้น  มีการเพาะปลูกอย่างแท้จริง)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น “has been estimated” เนื่องจากประโยคนี้อยู่ในรูป “present perfect tense” และเป็น  “passive voice” {subject + has (have) + been + V. 3}

6. Not only (1) are German shepherd (2) dogs smart, alert, and loyal but (3) they also have (4) well dispositions.

   (ไม่เพียงแต่หมาพันธุ์เลี้ยงแกะของเยอรมันจะฉลาด  ตื่นตัว  และภักดี (เจ้าของ) เท่านั้น  แต่มันยังมีอารมณ์-นิสัยดีอีกด้วย)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “good dispositions” เนื่องจากขยายหน้าคำนาม  จึงต้องใช้คำคุณศัพท์ (adjective) คือ “good” สำหรับ “well” นอกจากจะเป็นคำกริยาวิเศษณ์ (adverb)  ซึ่งหมายถึง “อย่างดี” ที่ใช้ขยายคำกริยาแล้ว เช่น  “He works well.” ยังเป็นคำคุณศัพท์ด้วย  หมายถึง “มีสุขภาพดี, สบายดี” ด้วย  แต่นิยมใช้ตามหลัง  “verb to be” เท่านั้น  ไม่ใช้ขยายหน้าคำนาม เช่น “He is well.”  (เขาสบายดี)

7. Many corporations have found that (1) making a great deal of business on the telephone is (2) more profitable than (3) sending officials on (4) frequent business trips.

    (บริษัทจำนวนมากได้พบว่า  การทำธุรกิจมากมายทางโทรศัพท์  ทำกำไรได้มากกว่าการส่งเจ้าหน้าที่เพื่อเดินทางไปทำธุรกิจบ่อยๆ – เพราะสิ้นเปลืองไปกับค่าเดินทาง และที่พัก  เมื่อเทียบกับการใช้โทรศัพท์ติดต่องาน)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น  “doing” (do business =  ทำธุรกิจ)  สำหรับวลีที่ใช้ “do”  และ “make”  ได้แก่

Do

        - do one’s best (ทำดีที่สุด)

        - do one’s duty (ทำหน้าที่ของตน)

        - do good (ทำดี)

        - do bad (ทำชั่ว)

        - do harm (ทำอันตราย)

        - do someone a favor (ช่วยเหลือคนอื่น)

        - do someone good (ทำให้รู้สึกดีขึ้น, ทำประโยชน์ให้)

        - do the right (wrong) thing (ทำในสิ่งที่ถูก-ผิด)

        - do duty (ทำหน้าที่)

        - do work (ทำงาน)

        - do homework (housework) (ทำการบ้าน-งานบ้าน)

        - do crossword puzzles (ทำปริศนาอักษรไขว้)

        - do the exercise (ออกกำลัง)

        - do the bedroom (จัดห้องนอน)

        - do away with (กำจัด, ทำลาย)

        - do the cooking (ปรุงอาหาร)

        - have something to do with (มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

        - have nothing to do with (ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

Make

-         make a mistake (ทำผิด)

-         make a noise (ทำเสียงดัง)

-         make a speech (กล่าวสุนทรพจน์)

-         make a hole (เจาะรู)

-         make beds (สร้างเตียง)

-         make the beds (จัดเตียง, ปูเตียง)

-         be made of gold (ทำด้วยทอง) (สามารถเห็นทองในสภาพเดิม)

-         be made from wheat (ทำมาจากข้าวสาลี) (แปรสภาพมาแล้ว ดูไม่ออกว่ามาจากข้าวสาลี  เพราะกลายเป็นขนมปังแล้ว)

-         a car (which was) made in China (รถผลิตในญี่ปุ่น)

-         a Japanese-made car (รถผลิตในญี่ปุ่น)

-         make a choice (เลือก)

-         make a discovery (ค้นพบ)

-         make a statement (พูด, กล่าว)

-         make a decision (ตัดสินใจ)

-         make a suggestion (แนะนำ)

-         make an announcement (ประกาศ)

-         make up (กุเรื่อง, แต่งหน้า)

-         make up for (ชดเชย)

-         make out (เข้าใจ)

-         make you a good secretary (เป็นเลขาฯที่ดีของคุณ)

-         make a good doctor (เป็นหมอที่ดี)

-         sixty minutes make an hour (๖๐ นาทีเป็น ๑ ชั่วโมง)

-         two and two make four (๒ บวก ๒ เป็น ๔)

-         make a fool of oneself (หลอกตัวเอง, ทำให้ตัวเองดูเป็นไอ้โง่)

 

8. Because (1) some critics considered it decadent, subversive, and (2)incomprehensibly, abstract art (3) encountered much opposition in its (4) early years.

     (เพราะว่านักวิจารณ์บางคนมองว่ามัน (ศิลปะฯ) เสื่อมโทรม, บ่อนทำลาย, และไม่สามารถเข้าใจได้  ศิลปะแบบแอบสแตร็คได้เผชิญกับการต่อต้านอย่างมากในช่วงปีแรกๆของมัน)

ตอบข้อ (2)  แก้เป็น “incomprehensible” เนื่องจากต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์  ให้สมดุลกับอีก ๒ คำข้างหน้ามัน คือ “decadent”  และ subversive” ตาม“pattern” {consider + it (him, her) + adjective} หรือ  {consider + it (him, her) + a + adjective + Noun} เช่น

     - We considered it successful. (เธอถือว่ามันประสบความสำเร็จ)

     - He considered it useful. (เขาถือว่ามันมีประโยชน์)

     - She considers it important. (เธอถือว่ามันสำคัญ)

      - We consider him a good boy. (เราถือว่าเขาเป็นเด็กดี)

     - She considers me her best friend.

        (เธอถือว่าผมเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ)

     - The boss considered her a good secretary.

        (เจ้านายมองเธอว่าเป็นเลขาที่ดี)

9. The (1) first known radio program (2) among the United States (3) was broadcast on Christmas Eve, 1906, by Reginald Fessenden from his (4) experimental station at Brant Rock, Massachusetts.

     (รายการวิทยุที่รู้จักกันครั้งแรกในสหรัฐ  ถูกกระจายเสียงในวันคริสต์มาสอีฟว์ ปี ๑๙๐๖ โดยเรจิแนลด์ เฟสเซนเดน  จากสถานีทดลองของเขาที่ แบรนท์ร็อครัฐแมสซาชูเซตต์)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “in” เนื่องจาก “among” ใช้ในการเปรียบเทียบระหว่างคน-สัตว์-สิ่งของตั้งแต่ ๓ ขึ้นไป เช่น

     - He was the most stubborn child among his brothers and sisters.

       (เขาเป็นลูกที่ดื้อที่สุดในบรรดาพี่ชายและน้องสาวของเขา) (คือมีพี่น้องเกินกว่า ๓ คน รวมตัวเขาด้วย)

    - Among all students in the class, Jim was the most intelligent.

     (ในบรรดานักเรียนทั้งหมดในชั้น  จิมเฉลียวฉลาดมากที่สุด)

10. A letter of credit (1) issued by a bank permits an individual or a business (2) of drawing up to a stated (3) amount of money (4) on that bank.

      (“หนังสือเครดิต” ที่ถูกออกโดยธนาคาร  อนุญาตให้ปัจเจกบุคคลหรือ ธุรกิจเบิกเงินได้ตามจำนวนเงินที่ได้ระบุไว้ (ในหนังสือฯ)  กับธนาคารแห่งนั้น)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “to draw” เนื่องจากกริยาที่ตามหลัง “permit +  กรรม  จะต้องอยู่ในรูป “infinitive with to” (to + verb)

     - Her parents permitted her to go to the party last night.

       (พ่อแม่ของเธออนุญาตให้เธอไปงานเลี้ยงคืนที่แล้ว)

(ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย “infinitive with to” (to + verb) ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๙ และ ตอนที่ ๙ ข้อ ๗)

11. People (1) have been tried for (2) thousands of years to control the climate and today are investing (3) much effort and (4) millions of dollars to achieve this goal.

      (ผู้คนได้เพียรพยายามเป็นเวลาหลายพันปีแล้วที่จะควบคุมภูมิอากาศ  และในปัจจุบัน  กำลังลงทุนความพยายามอย่างมากและเงินหลายล้านดอลล่าร์  เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายนี้)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น “have been trying” เนื่องจากอยู่ในรูป “present perfect continuous tense” {subject + has (have) + been + V. ing}  แสดงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต (เพียรพยายาม) และดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน  แสดงความต่อเนื่องอย่างยาวนาน ไม่เว้นช่วงเวลา)

(ดูเพิ่มเติมการใช้ “present perfect continuous”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๒ ข้อ ๓๖)

12. The city of Boston (1) was settled in 1630 on (2) a hilly, wooded peninsula where (3) the Charles River flows into a natural (4) harbors.

       (เมืองบอสตันถูกตั้งรกรากในปี ๑๖๓๐ บนคาบสมุทร (แหลมที่ยื่นออกไปในทะเล) ที่เป็นเนินเขาและมีต้นไม้ปกคลุม อันเป็นที่ซึ่งแม่น้ำชาร์ลสไหลลงสู่ท่าเรือตามธรรมชาติ)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “harbor” เนื่องจากต้องอยู่ในรูปเอกพจน์ เพราะนำหน้าด้วย article “a” (natural)

13. Critical thinkers are (1) able to identify (2) main issues, recognize (3) underlying assumptions, and (4) evaluating evidence.

      (นักคิดแบบวิเคราะห์-วิจารณ์สามารถที่จะระบุประเด็นหลัก  จำแนกสมมติฐานที่เป็นรากฐานได้ออก  และประเมินพยานหลักฐานเป็น – ได้ถูกต้อง)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “evaluate” เนื่องจากต้องสมดุลกับ “identify” และ recognize” เพราะกริยาทั้ง ๓ คำนี้อยู่หลัง “are able to

14. (1) Melting glaciers may (2) account the rise (3) in sea level that (4) has taken place during this century.

      (ธารน้ำแข็งที่ละลายอาจจะทำให้เกิด (เป็นสาเหตุของ) การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล  ซึ่งได้เกิดขึ้นแล้วในระหว่างศตวรรษนี้)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “account for the” (เป็นสาเหตุของ, ทำให้เกิด)

15. The (1) discovery of gold in 1848 (2) transformed San Francisco suddenly from a (3) quiet port into one of the world’s richest and most famous (4) city.

   (การค้นพบทองในปี ๑๘๔๘ ได้เปลี่ยนเมืองซานฟรานซิสโกอย่างทันทีทันใด  จากท่าเรือที่เงียบสงบ  เป็นหนึ่งในบรรดาเมืองที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “cities”  เนื่องจาก “one of the” +  คำนามพหูพจน์  เช่น

    - He is one of the best students in the class.

     (เขาเป็นหนึ่งในบรรดานักเรียนที่ดีที่สุดในชั้น)

   - She is one of the most famous actresses of Hollywood.

      (เธอเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวู้ด)

(ดูเพิ่มเติมการเปรียบเทียบ “ขั้นสุด” (superlative)  ในหมวดข้อสอบ TOEIC  ตอนที่ ๘ ข้อ ๑๗)

16. Of all (1) economic problems, inflation continues (2) to be (3) a most significant in its daily impact (4) on people and business.

     (ในบรรดาปัญหาเศรษฐกิจทั้งหมด  เงินเฟ้อยังคงมีความสำคัญมากที่สุดในด้านผลกระทบประจำวันของมันต่อผู้คนและธุรกิจ)

ตอบ ข้อ (3) แก้เป็น “the” เนื่องจากการเปรียบเทียบ “ขั้นสุด” (superlative)  ใช้ article “the

17. (1) All the blood in the body (2) passes through the heart (3) at least twice (4) the minute.

       (เลือดทั้งหมดในร่างกายไหลผ่านหัวใจ  อย่างน้อยที่สุด ๒ ครั้ง ต่อ ๑ นาที)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “a minute” เนื่องจากต้องใช้ “a” และ “an”  นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่บอกถึง “ราคา”  “อัตราส่วน”  “น้ำหนัก”  “ความเร็ว”  และ  “เวลาเช่น    -   a pound a dozen (โหลละ ๑ ปอนด์)  

-         ten dollars a pair (คู่ละ ๑๐ เหรียญ)

-         50 baht a kilo (๕๐ บาทต่อ ๑ กิโล)

-         100 baht a yard (๑๐๐ บาทต่อ ๑ หลา)

-         once a month (เดือนละ ๑ ครั้ง)

-         twice a year (ปีละ ๒ ครั้ง)

-         three times a year (ปีละ ๓ ครั้ง)

-         ninety miles an hour (๙๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)

18. (1) Climatic conditions (2) variable considerably in Utah, (3) largely because of (4) differences in latitude and elevation.

       (สภาพภูมิอากาศแตกต่างกันอย่างมากในรัฐยูท่าห์  ส่วนใหญ่เนื่องมาจากความแตกต่างในเส้นรุ้งและความสูงต่ำของภูมิประเทศ)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “vary”  เนื่องมาจากเป็นกริยาแท้ของประโยค  สังเกตได้จากขยายด้วยคำกริยาวิเศษณ์ (considerably) (“variable”  เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “ที่เปลี่ยนแปลงได้”  “แปรปรวน”  “ไม่แน่นอน”  “ขึ้นๆลงๆ”)

19. Communications devices (1) able people (2) to send messages and images (3) over long distances (4) instantaneously.

     (เครื่องมือการสื่อสารทำให้ผู้คนสามารถส่งข้อความและรูปภาพ  เป็นระยะทางไกลๆ  ในทันทีทันใด)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น “enable” (ทำให้สามารถ, ทำให้เกิดขึ้นได้)  เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค (“able”  เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง  “สามารถ”) และใช้ในรูป  “enable + someone + to do + something”  เช่น

    - Contraception enables women to plan their families.

      (การคุมกำเนิดทำให้ผู้หญิงสามารถวางแผนครอบครัวของตนได้)

   - The money and passport would enable him to go to Canada.

       (เงินและพาสปอร์ตจะทำให้เขาสามารถเดินทางไปแคนาดาได้)

   - The shell has to be slightly porous to enable oxygen to pass in.

       (เปลือกจำเป็นต้องเป็นรูพรุนบ้างเล็กน้อย  เพื่อทำให้ออกซิเจนผ่านเข้าไปได้)

(ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ตามด้วย “กรรม”  +  “กริยา” ที่เป็น “infinitive with to” (to + verb)  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๙ ข้อ ๗ และ ตอนที่ ๓ ข้อ ๙)

20. (1) At the end of the Revolutionary War, (2) rioters took place in Philadelphia (3) when the army (4) was not paid.

      (ในตอนสิ้นสุดของสงครามปฏิวัติ – ที่คนอเมริกันในยุคก่อตั้งประเทศได้เอกราชจากอังกฤษ – การจลาจลเกิดขึ้นในฟิลาเดลเฟีย  เมื่อกองทัพไม่ได้รับเงินค่าจ้าง – เงินเดือน)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “riots”  (การจลาจล) {rioters  หมายถึง  “ผู้ก่อจลาจล” จะไม่ใช้กับ  “took place” (เกิดขึ้น)  แต่ใช้กับ “arose”} (ข้อนี้เป็นเรื่องของการใช้คำผิด)

21. Many (1) religions in the world cannot be (2) definitions by (3)simple (4) statements.

      (ศาสนาจำนวนมากในโลก  ไม่สามารถให้คำจำกัดความโดยคำพูดง่ายๆ)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “defined”  (ถูกให้คำจำกัดความ)  เนื่องจากข้อนี้อยู่ในรูป  ถูกกระทำ” {“passive voice” (cannot + be + V. 3)}

22. As chemists (1) began (2) to discover new elements, they found that (3) certain elements behaved (4) similarity.

        (เมื่อนักเคมีเริ่มค้นพบธาตุชนิดใหม่ๆ  พวกเขาพบว่า  ธาตุบางชนิดแสดงพฤติกรรมคล้ายๆกัน)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “similarly” เนื่องจากขยายกริยา (behaved)  จึงต้องเป็นคำกริยาวิเศษณ์ (adverb)

23. (1) Almost visitors in New York City (2) spend their time (3) attending Broadway plays, visiting some of the museums, and (4) going shopping.

       (ผู้ไปเยือน – นักท่องเที่ยว – กรุงนิวยอร์คส่วนใหญ่ใช้เวลาของตนเข้าชมละครบรอดเวย์  ไปเยือนอนุสาวรีย์บางแห่ง  และไปชอปปิ้ง)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น “most”  เนื่องจากหมายถึง “ส่วนมาก, ส่วนใหญ่”  ส่วน “almost” หมายถึง “เกือบจะ”  ซึ่งใช้ดังนี้ คือ

       - He spent almost a month in China.

        (เขาใช้เวลาเกือบ ๑ เดือนในจีน)

     - In Oxford Street, you can buy almost anything.

         (บนถนนอ๊อกฟอร์ด  คุณสามารถซื้อเกือบทุกอย่าง)

     - I had almost forgotten about the trip.

         (ผมเกือบลืมเกี่ยวกับการเดินทาง)

     - Cats are in fact almost color blind.

         (แมว  ที่จริงแล้วเกือบจะตาบอดสี)

     - The door opened almost before Peter had finished knocking.

          (ประตูเปิดออก  เกือบจะก่อนที่ปีเตอร์เคาะประตูเสร็จ)

    - He has almost certainly been murdered.  

       (เขาเกือบจะถูกฆาตกรรมอย่างแน่นอน – แต่ไม่ได้ถูกฆ่า)                                                                       

24. (1) To the citizens of the United States, the bald eagle, America’s

      (2) national bird, (3) symbolize (4) strength and freedom.

       (สำหรับประชาชนของสหรัฐฯ  นกอินทรีย์หัวล้าน  ซึ่งเป็นนกประจำชาติของอเมริกา  เป็นสัญลักษณ์ของพละกำลังและอิสรภาพ)

ตอบข้อ (3) แก้เป็น “symbolizes” เนื่องจากประธานของประโยคเป็นเอกพจน์  (the bald eagle) และเป็นข้อเท็จจริง  ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน กริยาจึงต้องเติม “s

25. The need (1) to have large (2) amounts of money in order to operate a business (3) brought about the (4) separate of management from ownership.

       (ความจำเป็นที่จะต้องมีเงินจำนวนมากเพื่อที่จะดำเนินธุรกิจ  ก่อให้เกิดการแยกการบริหารจัดการออกจากการเป็นเจ้าของ – ธุรกิจ)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “separation”  เนื่องจากหลัง article “the”  ต้องเป็นคำนาม “separation” (การแยก)

หมวดข้อสอบ Error Detection (ตอนที่ 4)

Choose the underlined part which is grammatically incorrect

(จงเลือกส่วนที่ขีดเส้นใต้ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์)

1. (1) Experts consider (2) swimming to be (3) a ideal form of (4) exercise

    (ผู้เชี่ยวชาญถือว่าการว่ายน้ำเป็นรูปแบบที่ดีเยี่ยมของการออกกำลังกาย)

ตอบ – ข้อ (3)  แก้เป็น “an ideal” (ดูรายละเอียดการใช้ “a” และ “an” ขยายหน้าคำนามเอกพจน์นับได้ในหมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๓ ข้อ ๒)

2. (1) Most mechanics agree that frequent oil changes (2) lengthen (3) a life (4) of a car. 

    (ช่างเครื่องยนต์ส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า  การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องบ่อยๆ  จะช่วยยืดอายุของรถ)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “the

3. (1) A number of those (2) who (3) study engineering is increasing (4) steadily

    (จำนวนของบุคคลผู้ซึ่งศึกษาวิศวกรรมกำลังเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “The number of”  เนื่องจาก “a number of”  หมายถึง “จำนวนมาก”  แต่ “the number of”  หมายถึง  “จำนวนของ

4. A good exercise program (1) helps teach people (2) to avoid the habits that (3) might shorten (4) the lives. 

   (โปรแกรมการออกกำลังกายที่ดีช่วยสอนผู้คนให้หลีกเลี่ยงนิสัย  ซึ่งอาจจะทำให้ชีวิตของพวกเขาสั้นลง)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “their” หมายถึง ชีวิตของ “people

5. (1) The first national park (2) in world, Yellowstone National Park, (3) was established (4) in 1872. 

    (วนอุทธยานแห่งชาติแห่งแรกในโลก – วนอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน – ถูกสร้างขึ้นในปี ๑๘๗๒)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “in the world”  (ดูเพิ่มเติมการใช้ article “the” ในหมวดข้อสอบ Error Detection  ตอนที่ ๓ ข้อ ๕)

6. The (1) distribution of algae is (2) often used (3) as indicator of river water (4) pollution.

    (การกระจายของสาหร่าย  มักถูกใช้บ่อยๆเป็นตัวชี้วัดการปนเปื้อน (มลภาวะ) ของน้ำในแม่น้ำ)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “as an indicator” 

7. The ostrich, (1) the largest living bird, can go for (2) long periods without water but (3) ultimate need a (4) water supply.

    (นกกระจอกเทศ – นกขนาดใหญ่ที่สุดที่มีชีวิตอยู่ – สามารถเดินทางเป็นเวลานานๆโดยปราศจากน้ำ  แต่ในที่สุดแล้วก็ต้องการน้ำดื่ม)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “ultimately” เนื่องจากขยายคำกริยา (need)  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์ (adverb)

8. (1) Despite the big (2) amount of research by American historians, there are (3) much more discoveries that (4) remain to be made about early life in New England towns.

    (ทั้งๆที่มีการวิจัยมากมายโดยนักประวัติศาสตร์อเมริกัน  ยังมีการค้นพบอีกจำนวนมากมายยิ่งขึ้นไปอีกที่ยังคงมีให้ทำต่อไปเกี่ยวกับชีวิตในยุคแรกๆในเมืองต่างๆในภาคนิวอิงแลนด์ของอเมริกา – เป็นดินแดนที่คนอังกฤษอพยพมาตั้งถิ่นฐานในทวีป     อเมริกาเหนือเป็นครั้งแรกๆ  ก่อนที่จะมีการก่อตั้งประเทศสหรัฐฯ  ในเวลาต่อมา)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “many more” เนื่องจาก “discoveries” เป็นคำนามพหูพจน์  ส่วน “much” ใช้กับคำนามเอกพจน์  นับไม่ได้ เช่น

-         There is much more work to be done for the development of the rural areas of developing countries.

9. The United States (1) celebrate the (2) birth of (3) its independence (4) every Fourth of July. 

   (ประเทศสหรัฐฯ เฉลิมฉลองการก่อกำเนิดของเอกราชของตนในวันที่ ๔ กรกฎาคมของทุกปี)

ตอบ – ข้อ (1)  แก้เป็น “celebrates”  เนื่องจาก  “The United States” เป็นชื่อประเทศ  ถือเป็นเอกพจน์  กริยาจึงต้องเติม “s

10. Like many (1) carnivores, the cat (2) has a (3) highly developed (4) senses of smell. 

       (เหมือนสัตว์กินเนื้อจำนวนมาก  แมวมีประสาทการดมกลิ่นที่ได้รับการพัฒนาอย่างสูง)

ตอบ – ข้อ (4)  แก้เป็น “sense” เนื่องจากมี “a” (highly developed)  ขยายอยู่ข้างหน้าคำ   จึงต้องอยู่ในรูปเอกพจน์

11. (1) A recent study of American families (2) show that they are becoming (3) more and more (4) dependent on two incomes.

        (การศึกษาครอบครัวอเมริกันเมื่อเร็วๆนี้แสดงว่า  พวกเขากำลังพึ่งพาเพิ่มมากขึ้น และมากขึ้นต่อรายได้ ๒ ทาง – คือมาจากทั้งสามีและภรรยา  ที่ทำงานทั้ง ๒ คน)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “shows” เนื่องจากประธานของประโยค คือ “A recent study” (มี “of American families” ขยาย  ซึ่งเป็นเอกพจน์   กริยา “show” จึงต้องเติม “s

12. (1) Though an explosion on the Moon might be (2) clearly visible from the Earth, (3) it sound would not traverse the vacuum (4) of space

      (ถึงแม้ว่าการระเบิดบนดวงจันทร์อาจจะเห็นได้อย่างชัดเจนจากโลก  เสียงของมัน (การระเบิด) จะไม่ตัดผ่าน (ตัดทะลุ) สูญญากาศของอวกาศ – ทำให้คนบนโลกไม่ได้ยินเสียงระเบิด)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “its” (ของมัน)

13. The temperature does not (1) change much in the tropics because the (2) amount of daylight (3) different little from season (4) to season.

      (อุณหภูมิมิได้เปลี่ยนแปลงมากนักในเขตร้อนของโลก  เพราะว่าปริมาณของเวลากลางวันแตกต่างกันเล็กน้อย  จากฤดูหนึ่งไปยังอีกฤดูหนึ่ง)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “differs” เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยคย่อย (because the amount……………..to season) ที่มี “the amount” (of daylight) ซึ่งเป็นเอกพจน์เป็นประธาน   กริยา “differ” จึงต้องเติม “s

14. Most kinds of lettuce (1) has large, green leaves and grow (3) close to the ground on (4) extremely short stems.

     (ส่วนมากของผักกาดหอมชนิดต่างๆ  มีใบใหญ่สีเขียว  และเจริญเติบโตใกล้กับพื้นดินบนลำต้นที่เตี้ยอย่างมาก)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “have” เพราะประธานของประโยค คือ “Most kinds” ขยายด้วย “of lettuce

15. Years (1) ago the people of what is now the Pacific Northwest (2) began to (3) develop an economic system (4) basing mostly on fishing. 

     (หลายปีมาแล้ว  ประชากรของบริเวณที่ปัจจุบัน คือ “ตะวันตกเฉียงเหนือของแปซิฟิก” เริ่มต้นพัฒนาระบบเศรษฐกิจที่มีพื้นฐานส่วนใหญ่อยู่กับการจับปลา)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “based” เนื่องจากลดรูปมาจาก “which (that) was based

16. Martha Cannary Burk, (1) popularly known (2) as Catamity Jane, was (3) one of the most (4) mysteriously figures in American history.

      (มาร์ธา แคนนารี่ เบิร์ค – เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า คาทามิที่ เจน – เป็นหนึ่งในบรรดาบุคคลที่ลึกลับที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “mysterious” เนื่องจากขยายคำนาม “figures”  จึงต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์ (adjective)

17. Magnitude is the (1) scales used by (2) astronomers (3) to measure the (4) brightness of luminous objects in space.

      (“แม็กนิทูด” เป็นหน่วยวัดที่ถูกใช้โดยนักดาราศาสตร์  เพื่อที่จะวัดความสว่างของวัตถุที่เปล่งแสงในอวกาศ)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “scale”  (หน่วยวัด) (เอกพจน์) ซึ่งมีชนิดเดียว คือ magnitude

18. Explorers to the New World found corn (1) being grown in all (2) parts of the Americas (3) where agriculture was practiced, (4) in Canada to Chile. 

     (นักสำรวจโลกใหม่พบว่าข้าวโพดกำลังถูกปลูกในทุกส่วนของทวีปอเมริกา – ทั้งเหนือและใต้ – เป็นที่ซึ่งมีการทำเกษตรกรรม  จากแคนาดาถึงชิลี)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “from” เนื่องจากเป็นการใช้คำคู่ “from………….to”    (จาก ............ ถึง)

19. Gold leaf (1) being often used (2) to decorate (3) surfaces of picture (4) frames and furniture.

       (ทองคำเปลวถูกใช้บ่อยๆเพื่อประดับผิวหน้าของกรอบรูปและเครื่องเรือน)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “is” เพราะเป็นกริยาแท้ของประโยค ที่มี “Gold leaf” ซึ่งเป็นเอกพจน์เป็นประธาน  และข้อความของประโยคนี้เป็นข้อเท็จจริง จึงใช้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน

20. Although (1) an understanding of tropical weather systems (2) may provide an important key to understanding global weather, good meteorological (3) observe in the (4) tropics have been scarce.

       (ถึงแม้ว่าความเข้าใจระบบอากาศในเขตร้อนอาจจะให้หลักการที่สำคัญแก่ความเข้าใจอากาศของโลก  การเฝ้าสังเกตทางด้านอุตุนิยมวิทยา (ปรากฏการณ์ในบรรยากาศ) ที่ดี  ในเขตร้อนยังขาดแคลน – หรือมีน้อย)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “observations” เนื่องจากเป็นประธานของประโยคใหญ่ (main clause) (good……………….been scarce.) โดยสังเกตได้จากกริยา have been

21. (1) When sufficiently cooled, hydrogen (2) becomes a liquid and begins (3) to creeping up the sides (4) of the container in which it is stored.

      (เมื่อถูกทำให้เย็นอย่างเพียงพอ  กาซไฮโดรเจนกลายเป็นของเหลว  และเริ่มปีน (ไต่-เลื้อย) ขึ้นบนด้านข้างของภาชนะที่มัน (กาซ) ถูกบรรจุอยู่)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “to creep” เนื่องจากหลัง “to” กริยาต้องเป็นช่องที่ ๑

22. (1) Before the steam engine (2) was invented, dredging (3) river bottoms (4) was very slow operation.

       (ก่อนที่เครื่องจักรไอน้ำจะถูกประดิษฐ์ขึ้น  การขุดลอกก้นแม่น้ำเป็นการดำเนินงานที่เชื่องช้ามาก)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “had been very” เนื่องจากเหตุการณ์ในประโยคใหญ่ (dredging………………..operation) เกิดขึ้นก่อน  จึงต้องอยู่ในรูป “past perfect tense” (subject + had + V. 3) (ดูเพิ่มเติมการใช้ “past perfect” คู่กับ past simple” ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑๖)

23. (1) Especially in North American colonial (2) times, the property (3) what a bride brought with her to her marriage (4) was called her dowry. 

      (โดยเฉพาะในยุคอาณานิคมในทวีปอเมริกาเหนือ  ทรัพย์สินที่เจ้าสาวนำติดตัวมากับเธอยังพิธีสมรส  ถูกเรียกว่าสินสมรส)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “which” หรือ “that” เพราะเป็นคำนำหน้าประโยคย่อย {which (that) a bride brought with her to her marriage}

24. The reputation of newspaper (1) reporters is often (2) base on their (3) ability to ask difficult questions and (4) thereby challenge public figures. 

      (ชื่อเสียงของผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์  มักจะมีพื้นฐานอยู่บนความสามารถของพวกเขาที่จะถามคำถามยากๆ  และด้วยเหตุนั้น  จึงท้าทายบุคคลผู้มีชื่อเสียง – บุคคลสาธารณะ – ที่จะตอบคำถามเหล่านี้)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “based

25. (1) The invention of the generator (2) made possible to produce (3) large amounts of (4) electric current.

     (การประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้า  ทำให้เป็นไปได้ที่จะผลิตกระแสไฟปริมาณมากๆ)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “made it possible” เนื่องจากมาจากโครงสร้าง “make + it + adjective + to + verb” เช่น

-         make it difficult to finish the job

-         make it easy to solve the problem

-         make it useful to exercise every day

-         make it interesting to travel abroad

-         make it impossible to construct a dam

หมายเหตุ – ถ้าจะใช้ “made possible” จะต้องตามด้วยคำนาม เช่น

-         The invention of the generator made possible the production of large amounts of electric current.

หมวดข้อสอบ Error Detection (ตอนที่ 3)

Choose the underlined part which is grammatically incorrect

(จงเลือกส่วนที่ขีดเส้นใต้ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์)

1. The Egyptians (1) first discovered that (2) drying fruit preserved it, made it (3) sweeter, and (4) improvement its flavor.

    (ชาวอียิปต์ค้นพบเป็นครั้งแรกว่า  การตากแห้งผลไม้เก็บรักษามันไว้  ทำให้มันหวานมากขึ้น  และทำให้รสชาติของมันดีขึ้น – คือ ปรับปรุงรสชาติของมัน)

ตอบ – ข้อ (4)  แก้เป็น “improved” เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกับ “preserved”  และ “made” โดยมาจาก (การตากแห้งผลไม้ “เก็บรักษา” มันไว้  “ทำให้” มันหวานขึ้น  และ “ปรับปรุง” รสชาติของมัน ทั้งนี้ กริยา ๓ ตัวนี้เป็นกริยาแท้ของอนุประโยค “that drying fruit …………………………..its flavor” และอยู่ในรูป “past tense” ทั้ง ๓ ตัว โดยมี “drying” (fruit) เป็นประธานของอนุประโยค

2. Thoreau admired (1) a honest farmer more than (2) a hypocritical scholar, who (3) would do anything (4) just to build up his fame.

    (ธอโร่เลื่อมใส (หรือนับถือ) ชาวนาที่ซื่อสัตย์มากกว่านักปราชญ์ที่เสแสร้ง-หลอกลวงผู้ซึ่งจะทำอะไรก็ได้เพียงเพื่อจะสร้างชื่อเสียงของตัวเอง)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “an” เนื่องจาก “honest” (ออ-เนสท์)  มีพยางค์แรกออกเสียงเป็นเสียงสระ “ออ” จึงเสมือนกับคำนามเอกพจน์ที่ขึ้นต้นด้วยสระ “a”  “e”  “i”  “o”  และ “u” เช่น  ant, egg, idea, orange, uncle เป็นต้น  จึงต้องใช้ article “a”  ขยาย  คำอื่นๆที่ใช้ในลักษณะเดียวกัน ได้แก่

-         an honor (ออ-เน่อะ) – เกียรติ

-         an honorable (ออ-เนอะ-เร-เบิ้ล) person – บุคคลที่มีเกียรติ

-         an hour (อาวร์) – ชั่วโมง

-         an honest (ออ-เนส) man – คนที่ซื่อสัตย์

-         an heir (แอร์) – ทายาท, ผู้สืบทอด, ผู้สืบมรดก

-         an heiress  (แอร์-ริส) – ทายาทหญิง

-         an unusual (อัน-ยูส-ชวล) name (ชื่อที่ไม่ธรรมดาหรือแปลก)

               ในขณะเดียวกัน  คำนามเอกพจน์ที่แม้จะขึ้นต้นด้วยสระ “a”  “e”  “i”  “o”  และ   “u”  แต่มิได้ออกเสียงสระ “ออ” แต่ออกเสียงพยัญชนะ เช่น “ยอ”  ก็จะต้องใช้  “a”  ขยาย เช่น

-         a unit (ยู-นิท) – หน่วย

-         a union (ยู้-เนียน) – สหภาพ

-         a European (ยู-โร้-เพียน) – ชาวยุโรป

-         a unanimous (ยู-แน้น-นิ-เมิส) decision – คำตัดสินที่เป็นเอกฉันท์

-         a usual (ยู้-ชวล) meeting – การประชุมหรือพบปะตามปกติหรือเป็นประจำ

-         a university (ยู-นิ-เว้อ-ซิ-ที่) – มหาวิทยาลัย

-         a eunuch (ยู้-นัค) – ขันที

-         a euphemism (ยู้-เฟ-มิ-ซึ่ม) – การใช้ถ้อยคำหรือภาษาที่สละสลวยเพื่อมิให้คนฟังขัดหู

-         a euphonious (ยู-โฟ้-เนียส) song – เพลงไพเราะรื่นหู

-         a euphonium (ยู-โฟ้-เนี่ยม) – แตรทองเหลืองขนาดใหญ่

-         a euphony (ยู้-โฟ-นี่) – ความไพเราะที่เกิดจากเสียงที่ไม่ขัดหู

-         a eulogy (ยู้-โล-จี้) – คำสรรเสริญ, การยกย่องสรรเสริญ

-         a euphoria (ยู-ฟ้อร์-เรีย) – ความรู้สึกสบาย, ความเคลิบเคลิ้มเป็นสุข

-         a Eurasian (ยู-เร้-เซียน) – ผู้ที่มีเลือดชาวยุโรปผสมเอเชีย

-         a urinalysis (ยัว-ริ-แน้ล-ลิ-ซิส) – การตรวจปัสสาวะ

-         a urologist (ยัว-ร้อล-ละ-จิสท) – นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับปัสสาวะ

-         a use (ยูซ) – การใช้, การใช้ประโยชน์, วิธีการใช้, ประโยชน์

-         a useful (ยูซ-ฟูล) tool – เครื่องมือที่มีประโยชน์

-         a useless (ยูซ-ลิส) car – รถยนต์ที่ไม่มีประโยชน์หรือใช้การไม่ได้

-         a user (ยู้-เซ่อะ) – ผู้ใช้

-         a usurer (ยู้-เซอะ-เร่อะ) – ผู้ให้กู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก

-         a utensil (ยู-เท้น-เซิ่ล) – เครื่องใช้ในครัว, เครื่องใช้, เครื่องมือ

-         a utilitarian (ยู-ทิล-ลิ-แท้-เรี่ยน) – ผู้ยึดถือลัทธิผลประโยชน์เป็นสำคัญ

-         a utility (ยู-ทิ้ล-ลิ-ที่) – ประโยชน์, ผลประโยชน์, การบริการสาธารณะ เช่น รถเมล์, รถราง, รถไฟ, โทรศัพท์, ไฟฟ้า, ประปา

3. Since (1) First World War (2) the United States has (3) greatly increased its trade with (4) other countries.

    (ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ ๑ สหรัฐอเมริกาได้เพิ่มการค้าอย่างมากมายกับประเทศอื่นๆ)

ตอบ – ข้อ (1)  แก้เป็น “the First World War

4. Alice Hamilton, a pioneer in (1) industrial medicine, spent (2) the life exploring (3) issues (4) important to the well-being of workers’ families.

    (อลิซ แฮมิลตัน – นักบุกเบิกทางการแพทย์อุตสาหกรรม – ใช้ชีวิตของเธอในการสำรวจประเด็นต่างๆที่มีความสำคัญต่อความอยู่ดีกินดีของครอบครัวคนงาน)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “her life” สำหรับข้อ (4) ถูกต้องแล้ว เนื่องจากลดรูปมาจาก “which were important” หรือ  “that were important”

5. The world’s highest, (1) Mount Everest, (2) situated on the China-Nepal border in (3) Himalaya, (4) rises to 29,028 feet.

    (สูงที่สุดของโลก  ภูเขาเอฟเวอเรสต์  ซึ่งตั้งอยู่ ณ ชายแดนจีน-เนปาลในเทือกเขาหิมาลัย  สูงถึง ๒๙,๐๒๘ ฟุต)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “the Himalaya”   เนื่องจากต้องใช้ article “the”  กับ เทือกเขา  แม่น้ำ  หมู่เกาะ  ชื่อประเทศที่มีคำ “union” “united” “republic”  ชื่อประเทศและชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่เป็นรูปพหูพจน์ (Philippines, Alps)  มหาสมุทร  ทะเล  คลอง  คาบสมุทร  อ่าว  ช่องแคบ  กลุ่มทะเลสาบ  ทะเลทราย  เทือกเขา  แหลม  ขั้วโลก  ภาค  นามที่มีเพียงสิ่งเดียว  เส้นศูนย์สูตร  อุโมงค์  ห้องสมุด  และพิพิธภัณฑ์ เช่น

-         the United States of America (ประเทศสหรัฐฯ)

-         the China’s People Democratic Republic (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน)

-         the Atlantic (มหาสมุทรแอตลันติค)

-         the Pacific Ocean, the Indian Ocean

-         the Danube (แม่น้ำดานูบ)

-         the Chao Praya River

-         the Thames (แม่น้ำเทมส์)

-         the Panama Canal, the Suez Canal (คลองปานามา – สุเอซ)

-         the Red Sea, the Mediterranean (ทะเลแดง – เมดิเตอร์เรเนียน)

-         the East Indies (หมู่เกาะอินเดียตะวันออก)

-         the Indo-China Peninsula (คาบสมุทรอินโดจีน)

-         the Scandinavian Peninsula (คาบสมุทรสแกนดิเนเวีย)

-         the Gulf of Thailand, the Persian Gulf (อ่าวไทย – เปอร์เซีย)

-         the Bering Strait, the British Strait (ช่องแคบเบอริ่ง – อังกฤษ)

-         the Geneva Lake (ทะเลสาบเจนีวา)

-         the Kobe Desert, the Sahara Desert (ทะเลทรายโกบี – ซาฮารา)

-         the Cape of Good Hope (แหลมกู๊ดโฮพ)

-         the Rockies, the Alps (เทือกเขาร็อคกี้ – แอลป์ส)

-         the North Pole, the South Pole (ขั้วโลกเหนือ – ใต้)

-         the Equator (เส้นศูนย์สูตร)

-         the North, the South (ขั้วโลกเหนือ – ใต้)

-         the moon, the sun, the earth, the world, the universe, the sky

-         the Central Library (หอสมุดกลาง)

-         the Thai National Museum (พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไทย)

6. (1) Star is (2) a huge ball of fiery gases (3) that (4) gives off heat and light.

     (ดาวฤกษ์เป็นลูกกลมของแก็สที่ลุกเป็นไฟ  ซึ่งปล่อยความร้อนและแสงสว่างออกมา)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “A star is” เนื่องจาก “star” เป็นนามเอกพจน์นับได้  จะอยู่ลอยๆไม่ได้  จะต้องมี  article “a” หรือ “the”  มานำหน้าเสมอ  ในกรณีนี้มิได้บ่งชี้เฉพาะว่าเป็นดาวดวงใด  จึงใช้ “a” เท่านั้น

7. (1) As (2) they ripen on the tree, (3) the most olives change slowly (4)from green to black.

     (ในขณะที่พวกมันสุกอยู่บนต้น  ผลมะกอกส่วนใหญ่เปลี่ยนอย่างช้าๆจากสีเขียวเป็นสีดำ)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “most olives”  เนื่องจากหมายถึง “ผลมะกอกส่วนใหญ่”  สำหรับ “the most”  ใช้นำหน้าคำคุณศัพท์พยางค์ยาวในการเปรียบเทียบ “ขั้นสูงสุด” (superlative) เช่น

-         the most important thing (สิ่งสำคัญที่สุด)

-         the most expensive car (รถยนต์ที่แพงที่สุด)

-         the most diligent student (นักเรียนที่ขยันที่สุด)

-         the most difficult question (คำถามที่ยากที่สุด)

-         the most complicated problem (ปัญหาที่สลับซับซ้อนที่สุด)

8. (1) The blood carries oxygen to (2) a parts of the body (3) and returns carbon dioxide (4) to the lungs.

    (เลือดนำออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ – หรือทุกส่วน – ของร่างกาย  และนำกาซคาร์บอนไดออกไซด์กลับคืนไปยังปอด)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “parts” หรือ “all parts

9. The (1) rearing of children has (2) always been of (3) basic (4)important to society.

     (การเลี้ยงดู-อบรมสั่งสอนเด็กๆได้เป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานต่อสังคมเสมอมา – คือตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “importance” เนื่องจากอยู่หลัง preposition “of”  จึงต้องเป็นคำนาม  และสังเกตได้จากมีคำคุณศัพท์ “basic” มาขยายข้างหน้า  ซึ่งคำคุณศัพท์จะขยายคำนามเท่านั้น

10. (1) In its Sealab program, the United States Navy has studied the (2)possible (3) of having people (4) live beneath the ocean.

      (ในโครงการ “ซีแล็บ”  กองทัพเรือสหรัฐฯได้ศึกษาความเป็นไปได้ของการให้ผู้คนอาศัยอยู่ใต้มหาสมุทร)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “possibility”  เนื่องจากอยู่หลัง article “the”  จึงต้องเป็นคำนาม  สำหรับข้อ (4) ถูกต้องแล้ว  เนื่องจากโครงสร้างประโยค “ใครใช้ให้ใครทำอะไร”

“subject + has (have) + object + do (กริยาอะไรก็ได้) + something” (กริยา “do” จะต้องอยู่ในรูป “infinitive without to” เสมอ) เช่น

-         The U.S. Navy has people live beneath the ocean.

(กองทัพเรือสหรัฐฯ ให้ผู้คนอาศัยอยู่ใต้มหาสมุทร)

-         I have him clean my house.

(ผมใช้ให้เขาทำความสะอาดบ้านของผม)

-         We had our maid wash the restroom.

(เราใช้ให้สาวใช้ล้างห้องน้ำ)

-         They had a doctor operate on the wounded soldier.

(พวกเขาให้หมอผ่าตัดทหารที่ได้รับบาดเจ็บ)

(ดูรายละเอียดการใช้โครงสร้างแบบนี้เพิ่มเติมใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๒)

11. (1) After four years of record high unemployment, the economists (2) admitted that the recession was (3) more serious than they (4)had been anticipated.

      (หลังจาก ๔ ปีของการว่างงานที่สูงเป็นประวัติการณ์ – หรือที่มีการบันทึกเอาไว้ – นักเศรษฐศาสตร์ยอมรับว่า  ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงกว่าที่พวกเขาได้คาดการณ์ (ทำนาย) เอาไว้)

ตอบ – ข้อ (4)  แก้เป็น “had anticipated”  เนื่องจากอนุประโยคนี้เป็น “active voice” (ประธานของประโยคเป็นผู้ทำกริยา) และอยู่ในรูป past perfect tense (subject + had + V. 3) โดยนักเศรษฐศาสตร์เป็นผู้ทำกริยา “คาดการณ์หรือทำนาย

12. The (1) tremendously potential of the film in education (2) was appreciated by (3) many of the pioneers in the development of the (4) motion picture.

      (ศักยภาพมากมายของภาพยนตร์ในการศึกษาได้รับการชื่นชม-เห็นคุณค่าโดยนักบุกเบิกจำนวนมากในด้านการพัฒนาภาพยนตร์เคลื่อนไหว – ไม่ใช่ภาพยนตร์นิ่ง)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “tremendous” เนื่องจากขยายประธานของประโยค (potential)  ซึ่งเป็นคำนาม  (และมีวลี “of the film in education” ขยายอยู่ข้างหลังด้วย)  จึงต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์

13. It is an (1) accepted custom in Europe (2) for men to (3) remove their hats when a woman (4) entered the room.

       (มันเป็นประเพณีที่ได้รับการยอมรับในยุโรป  สำหรับผู้ชายที่จะถอดหมวกของตนออกเมื่อผู้หญิงเข้ามาในห้อง)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “enters” เนื่องจากข้อนี้เป็นข้อเท็จจริง  จึงใช้ในแบบเหตุการณ์ปัจจุบัน (present simple tense)  และยังสังเกตได้จาก “It is an…………….”  ซึ่งแสดงเหตุการณ์ปัจจุบัน

14. A growing number of scientists (1) finds it (2) credible that (3) other  life forms may exist (4) elsewhere in the universe.

      (นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากขึ้นพบว่ามันน่าเชื่อถือที่ว่า  รูปแบบชีวิตประเภทอื่นๆ อาจจะมีอยู่ในที่อื่นๆอีก – นอกจากในโลกมนุษย์ – ในจักรวาล)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “find”  เนื่องจากประธานของประโยคอยู่ในรูปพหูพจน์ (a growing number of scientists)  กริยาจึงไม่ต้องเติม “s” และข้อนี้เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง  จึงใช้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน (present simple tense) นอกจากนั้น  ยังอาจสังเกตจาก  “may exist” มิใช่ “might exist”  จึงไม่แก้เป็น  “found

15. As cities (1) grow larger and (2) distances greater, horses became (3)too slow for (4) the longer streetcar lines.

      (ในขณะที่เมืองต่างๆขยายใหญ่ขึ้น  และระยะทางไกลยิ่งขึ้น  ม้า (ที่ใช้ลากรถ) เริ่มช้าเกินไปสำหรับเส้นทางรถรางที่มีความยาวมากขึ้น – คือไม่สะดวกอีกต่อไปที่จะใช้ม้าลากรถราง)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “grew larger” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต  สมัยที่ใช้ม้าลากรถราง  และอาจสังเกตจากข้อความ “horses became too slow”  ซึ่งเป็นอดีต

16. A small (1) dispute can (2) escalate into a major conflict (3) if the (4)opposing parties sit down and talk.

      (การโต้เถียง-ทะเลาะเล็กๆสามารถขยายเป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ได้  ถ้าคู่กรณีที่ขัดแย้งกันไม่นั่งลงและพูดคุยกัน)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “unless” (ถ้าไม่) เนื่องจากต้องดูที่ความหมายของประโยค  สำหรับข้อ (4) ถูกต้องแล้ว เพราะต้องอยู่ในรูป “present participle” (V. + ing)  เนื่องจาก “parties” (คู่ขัดแย้ง) เป็นผู้ทำกริยาเอง  ตัวอย่างอื่นๆที่ใช้กริยา (V. + ing)  ขยายคำนาม  โดยคำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยาเอง เช่น

-         Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

-         Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

-         The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

-         The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)

17. As inevitably as (1) human culture has (2) changed with (3) the passing of time, so (4) does the environment.

     (อย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้เหมือนกับวัฒนธรรมของมนุษย์ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการผ่านไปของเวลาสภาพแวดล้อมก็เช่นเดียวกัน – ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไป)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “has” เนื่องจากต้องใช้กริยาในรูป “present perfect tense” {subject + has (have) + V. 3}  ให้เหมือนกับในประโยคข้างหน้า  และเพราะว่า “environment” อยู่ในรูปเอกพจน์  จึงต้องใช้กริยา “has” (changed)  ตัวอย่างอื่นๆ ในแบบเดียวกัน เช่น

-         He has studied hard, so have they.

(เขาขยันเรียน – พวกเขาก็เช่นกัน)

-         She had gone to the party, so had I.

(เธอได้ไปงานเลี้ยง – ผมก็เช่นกัน)

-         They are working hard, so are we.

(พวกเขากำลังทำงานหนัก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

-         She is reading. So is he.

(เธอกำลังอ่านหนังสือ – เขาก็เช่นเดียวกัน

-         I will go to the movies tonight.  So will they.

(ผมจะไปดูหนังคืนนี้ – พวกเขาก็จะไปเช่นเดียวกัน)

-         He would travel by plane to Hong Kong, so would his parents.

(เขาจะเดินทางโดยเครื่องบินไปฮ่องกง – พ่อแม่ของเขาก็เช่นเดียวกัน)

-         We can swim well, so can our neighbors.

(พวกเราสามารถว่ายน้ำได้เก่ง – เพื่อนบ้านของเราก็สามารถเช่นเดียวกัน)

-         He could speak Japanese well.  So could his sister.

(เขาสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดี – น้องสาวของเขาก็เช่นเดียวกัน)

หมายเหตุในกรณีที่ประโยคข้างหน้าอยู่ในรูป “present simple tense” หรือ past simple tense”  กริยาในประโยคหลังจะต้องใช้ “do”  “does”  หรือ  “did”  ทั้งนี้  แล้วแต่ “tense” ของประโยคข้างหน้า  และประธานของประโยคหลัง (ว่าเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์) ยกเว้นเมื่อประโยคหน้าเป็น “past simple”   กริยาในประโยคหลังจะใช้ “did” กับประธานทุกตัว  ดังตัวอย่างต่อไปนี้

-         They speak French very fluently, so does he.

(พวกเขาพูดฝรั่งเศสคล่องมาก – เขาก็เช่นเดียวกัน)

-         She sings beautifully, so do her sisters.

(เธอร้องเพลงเพราะ – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

-         We get up early in the morning.  So does she.

(พวกเราตื่นแต่เช้า – เธอก็เช่นเดียวกัน)

-         He goes for a walk in the afternoon.  So do his neighbors.

(เขาออกเดินในตอนบ่าย – เพื่อนบ้านของเขาก็เช่นเดียวกัน)

-         They used to play football when they were young, so did we.

(พวกเขาเคยเล่นฟุตบอลตอนเป็นเด็ก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

-         She liked to play sports when she was in college.  So did her sister.

(เธอชอบเล่นกีฬาตอนเธอเรียนมหาวิทยาลัย – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

18. John Dewey is (1) generally (2) considers one of (3) the greatest modern (4) educational philosophers.

     (จอห์น ดิวอี้  โดยทั่วไปแล้วถูกถือว่าเป็นหนึ่งในบรรดานักปรัชญาทางการศึกษาสมัยใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “considered” เนื่องจากอยู่ในรูป “passive voice” {subject + is (am, are, was, were) + V. 3} (จอห์น ดิวอี้  ถูกถือว่าเป็น.............)

19. The (1) decline in the population of tigers (2) is due primarily to the (3) lose of a natural habitat (4) as a result of human occupation and activities.

        (การลดลงของประชากรเสือ  โดยสำคัญที่สุดแล้วเนื่องมาจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ  อันเป็นผลมาจากการยึดครองและกิจกรรมต่างๆของมนุษย์)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “loss” เนื่องจากนำหน้าด้วย article “the”  จึงต้องเป็นคำนาม  ส่วน “lose”  เป็นคำกริยา หมายถึง “สูญเสีย

20. We could expect (1) some of the worst environmental damage to be prevented if we (2) require (3) those who pollute to pay for the harm (4) they do to the environment.

      (เราสามารถคาดหวังว่าความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายที่สุดบางประการ  อาจป้องกันได้ถ้าเรากำหนดให้บุคคลที่ก่อให้เกิดมลภาวะ  จ่ายเงินสำหรับอันตรายที่พวกเขาได้ทำให้เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “required” เนื่องจากเป็น “if clause” แบบที่ ๒ (present unreal)  (ดูรายละเอียดของ “if clause” แบบนี้ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๒๒)

21. (1) Populations shifts from large cities (2) to suburban areas since the mid- 1940s have influenced (3) the way newspapers (4) are distributed.

      (การเคลื่อนย้ายของประชากรจากเมืองใหญ่ไปสู่พื้นที่บริเวณชานเมืองตั้งแต่กลางทศวรรษ ๑๙๔๐  ได้มีอิทธิพลต่อวิธีการ (รูปแบบ) ที่หนังสือพิมพ์ถูกจำหน่าย-แจกจ่ายออกไป)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “Population”  เนื่องจากคำนามขยายคำนาม (compound noun) คำนามตัวหน้าจะใช้ในรูปเอกพจน์  ส่วนการแสดงรูปพหูพจน์  จะแสดงที่คำนามตัวหลัง  เช่น

-         school buses (รถโรงเรียน – รับส่งนักเรียน)

-         government policies (นโยบายของรัฐบาล)

-         a stone house (บ้านทำด้วยหิน)

-         car tyres (=tires) (ยางรถยนต์)

-         service buses (รถบริการ – รับส่งพนักงาน)

-         bank employees (พนักงานธนาคาร)

22. Unlike (1) that of many industrial countries, the inflation rate in the United States has for (2) some time been (3) little than 12 percent (4)a year.

      (ไม่เหมือนกับอัตราเงินเฟ้อของประเทศอุตสาหกรรมหลายๆประเทศ  อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ในบางครั้ง  ต่ำกว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ต่อปี)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “less”  เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” (comparative)  (ดูรายละเอียดการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” เพิ่มเติมใน  หมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๓  และตอนที่ ๘ ข้อ ๕  และ ๑๒)

23. Predators and parasites (1) sharing a fundamental (2) characteristic : they (3) both survive at the expense (4) of others.

      (สัตว์พวกนักล่าและกาฝากมีลักษณะพื้นฐานร่วมกัน  พวกมันทั้ง ๒ ชนิดรอดชีวิตอยู่ได้ด้วยความสูญเสีย (เสียหาย) ของสัตว์หรือพืชชนิดอื่นๆ)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “share” เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยคหน้า  โดยมี “Predators and parasites”  เป็นประธานของประโยค  ส่วน “survive”  เป็นกริยาแท้ของประโยคหลัง  ที่มี “they” เป็นประธาน

24. Scientists have (1) recently argued that Einstein’s (2) contribution to physics and mathematics are (3) more important than (4) Newton’s.

      (นักวิทยาศาสตร์  เมื่อเร็วๆมานี้  ได้ให้เหตุผลว่า  คุณูปการของไอน์สไตน์ที่มีต่อวิชาฟิสิกส์และคณิตศาสตร์  มีความสำคัญมากกว่าคุณูปการของนิวตัน)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “contributions” เนื่องจากกริยาในประโยคย่อยคือ “are” ดังนั้น  ประธานของประโยคย่อย (contributions)  จึงต้องอยู่ในรูปพหูพจน์

25. Soaps have always had one weakness: (1) they (2) did not make suds (3) readily in (4) hard water.

       (สบู่ได้มีจุดอ่อนอยู่ ๑ ข้อเสมอมา  คือ  พวกมันไม่สามารถสร้างฟองสบู่ได้อย่างง่ายๆในน้ำกระด้าง)

ตอบ – ข้อ (2)  แก้เป็น “do” เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง  จึงต้องใช้ในรูป “present simple tense” และอาจสังเกตได้จากประโยคข้างหน้า  ที่มีกริยาอยู่ในรูป “present perfect tense” (have always had) จึงต้องอยู่ในรูป “present” ทั้งประโยคหน้าและหลัง

หมวดข้อสอบ Error Detection (ตอนที่ 2)

1. Histologists (1) examine cells (2) to be determined their (3) nature and  (4) function.

     (นักจุลกายวิภาคศาสตร์ของเนื้อเยื่อตรวจสอบเซลล์เพื่อกำหนด (ระบุ) ลักษณะและหน้าที่ของมัน)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “to determine”  เนื่องจาก  “.........ตรวจสอบเซลล์เพื่อกำหนดลักษณะ................” ตัวอย่างอื่นๆที่คล้ายกัน ได้แก่

-         He works hard to pass the exam.

(เขาขยันเรียนเพื่อจะสอบผ่าน)

-         She gets up early to catch the bus.

(เธอตื่นแต่เช้าเพื่อจะให้ทันรถ)

-         They stayed up late at night to study for his exam tomorrow.

(พวกเขาอยู่จนดึกตอนกลางคืนเพื่อศึกษาสำหรับการสอบในวันพรุ่งนี้)

2. Great (1) changes have enveloped California (2) as it has evolved (3) in a rural to (4) an urban culture.

     (ความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายได้รุมล้อมรัฐแคลิฟอร์เนียในขณะที่มันวิวัฒนาการจากวัฒนธรรมชนบทไปสู่วัฒนธรรมเมือง)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “from” เนื่องจากวิวัฒนาการจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่ง (จากวัฒนธรรมชนบทสู่วัฒนธรรมเมือง)

3. Our (1) understanding of the past is (2) based on written records, oral traditions, and (3) physically evidence, all of which (4) must be interpreted.

    (ความเข้าใจอดีตของเรามีพื้นฐานอยู่บนบันทึกที่ได้ถูกเขียนไว้  จารีตประเพณีที่เล่าสืบต่อกันมา  และหลักฐานทางกายภาพ  ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องได้รับการอธิบาย – หรือตีความ)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “physical”  เนื่องจากขยายคำนาม “evidence”  จึงต้องเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) มิใช่กริยาวิเศษณ์ (adverb)

4. (1) Advances in elevator (2) technology, air conditioning, and electric illumination (3) having all had profound effects in the field of (4)modern architecture.

     (ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีลิฟต์ – สำหรับใช้ขึ้นลง – การปรับอากาศ  และการส่องสว่างด้วยไฟฟ้า  ได้มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งในสาขาของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “have” เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยค  และกริยาของประโยคนี้อยู่ในรูป “present perfect tense” (have all had) ซึ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน คือ “มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบัน” และเนื่องจากประธานของประโยคนี้มี ๓ ตัว คือ (1) advances (in elevator technology), (2) (air) conditioning  และ (3) (electric) illumination จึงต้องใช้กริยาเป็นพหูพจน์ตามประธาน คือ “have (all) had

5. Most household (1) appliances emit electromagnetic (2) fields that are basically (3) equivalence to those emitted by high-voltage (4) lines.

    (อุปกรณ์-เครื่องมือในบ้านเรือนส่วนใหญ่ปล่อยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า  ซึ่งมีค่าเท่ากันโดยพื้นฐานกับสนามแม่เหล็กที่ปล่อยออกมาโดยสายไฟฟ้าแรงสูง)

ตอบ – ข้อ (3)  แก้เป็น “equivalent” เนื่องจากอยู่หลัง “verb to be” (are)  จึงต้องเป็นคำคุณศัพท์ (adjective)  ทั้งนี้ อาจสังเกตได้อีกอย่างจาก “basically” ซึ่งเป็นคำกริยาวิเศษณ์ จึงต้องขยายคำคุณศัพท์ “equivalent” มิใช่คำนาม “equivalence

6. Today (1) rapid communication methods have made (2) available much of the literature of (3) every nation, (4) both the original language and in translation.

     (ปัจจุบัน  วิธีการสื่อสารอย่างรวดเร็วได้ทำให้สามารถหามาได้สำหรับวรรณกรรมจำนวนมากของทุกชาติ  ทั้งในภาษาดั้งเดิมและในฉบับแปล – เป็นภาษาอื่น)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “both in the” (ทั้ง “ใน” ภาษาดั้งเดิม) เพื่อให้สมดุลกับ “in translation” (“ใน” ฉบับแปล)

7. A spider knows (1) exact (2) how to build (3) its web without ever (4)being taught.

     (แมงมุมรู้อย่างถ่องแท้-แน่นอนถึงวิธีการสร้างใยของมันโดยไม่เคยมีใครต้องไปสอนมัน)

ตอบ – ข้อ (1)  แก้เป็น “exactly” เนื่องจากขยายคำกริยา “knows” จึงต้องเป็นคำกริยาวิเศษณ์ (adverb) ส่วนข้อ (4) “being” ถูกต้องแล้วเนื่องจากอยู่ในรูป “passive voice” (verb to be + V. 3)  แต่เนื่องจากตามหลัง prepositionwithout” จึงต้องเปลี่ยน “be” ให้เป็น “gerund” (verb + ing) คือ “without ever being taught” “โดยมิเคยต้องถูกใครสอน

8. (1) Sheeps and (2) goats were the first (3) beasts to (4) be domesticated.

     (แกะและแพะเป็นสัตว์ป่ารุ่นแรกที่ถูกทำให้เชื่อง – คือนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “Sheep” เนื่องจากเมื่ออยู่ในรูปพหูพจน์ ไม่ต้องเติม “s

9. (1) Is there any (2) further reasons you can give us for your failure (3)to do (4) as you promised?

     (มีเหตุผลอื่นๆอีกหรือไม่ที่คุณสามารถบอกเราได้สำหรับความล้มเหลวของคุณที่จะทำตามที่ได้สัญญาเอาไว้ – คือเหตุผลที่ไม่สามารถทำตามสัญญา)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “Are”  เพราะ “reasons” เป็นพหูพจน์

10. The (1) number of sleep a person needs (2) depends on his age and  (3) how much sleep it takes for him to awake (d) refreshed.

        (ปริมาณของการนอนที่บุคคลต้องการขึ้นอยู่กับอายุของเขา  และเขาต้องใช้เวลานอนมากเท่าใดเพื่อที่จะตื่นขึ้นมาแล้วสดชื่น)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “amount” เนื่องจาก “sleep” เป็นคำนามนับไม่ได้  ส่วน “number”  ใช้กับคำนามนับได้ที่เป็นพหูพจน์ เช่น “the number of students”  (จำนวนนักเรียน), “the number of countries” (จำนวนประเทศ) เป็นต้น

11. Each cigarette (1) which a person smokes (2) does some harm, and  eventually (3) you may get a serious disease from (4) its effects.

        (บุหรี่แต่ละมวนที่บุคคลสูบก่อให้เกิดอันตรายบางอย่าง  และในที่สุด เขาอาจจะเป็นโรคร้ายแรงจากผลกระทบของมัน)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “he” เพราะแทน “a person” ซึ่งตามปกติถือเป็นเพศชาย

12. If there were no (1) alternative, we (2) will try (3) to get (4) enough people interested to charter a bus.

     (ถ้าไม่มีทางเลือก  เราจะพยายามหาคนให้ได้จำนวนมากพอ  ที่มีความสนใจจะเช่ารถบัส)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “would” เนื่องจากใน “if clause”  ใช้ “were”  โดยประ โยคนี้เป็น “if clause” แบบที่ ๒ (present unreal) คือเหตุการณ์ไม่เป็นจริงในปัจจุบันหรือเกิดขึ้นได้ยาก สำหรับข้อนี้  ผู้พูดเชื่อว่าเหตุการณ์คงจะไม่เกิดตามที่พูด แต่สมมติเอาไว้ก่อน คือ “ถ้าไม่มีทางเลือกจริงๆ  ก็จะหาคนให้ได้มากพอ..............” ซึ่งจริงๆแล้วผู้พูดเชื่อว่ายังมีทางเลือกอื่นนั่นเอง

13. (1) During the final minutes of (2) his speech, the speaker requested that the audience (3) held (4) its applause.

       (ในช่วงสุดท้ายของสุนทรพจน์ของเขา  ผู้พูดขอร้องผู้ฟังว่าอย่าเพิ่งปรบมือ)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “hold” เนื่องจากรูปประโยค “subject + request (ed) + that + subject + present subjunctive (กริยาที่ไม่มีการผัน คือต้องใช้กริยาช่องที่ ๑ ที่ไม่มี “to” นำหน้าเสมอ และไม่มีการเติม “s” หรือ “ed” หลังกริยาตัวนั้น เพราะถือเสมือนว่ามี “should” นำหน้ามัน  แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) เช่น

-         She suggested that he study hard.

(เธอแนะนำว่าเขา (ควร) ขยันเรียน)

-         They request that she arrive on time.

(พวกเขาขอร้องว่าเธอ (ควร) มาถึงให้ทันเวลา)

(ดูรายละเอียดการใช้รูป “present subjunctive”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘  ข้อ ๑๓)

14. The ground was (1) so smooth that I had no (2) need for a mattress; I (3) laid down and went to sleep (4) effortlessly.

       (พื้นดินราบเรียบมากจนกระทั่งผมไม่ต้องการฟูก (รองนอน)  และผมได้นอนลงและหลับไปอย่างง่ายดาย)

ตอบ – ข้อ (3)  แก้เป็น “lay” เนื่องจากกริยา  “lay  laid  laid  =   วางลง”  ส่วนกริยา “lie  lay  lain  =   นอน, นอนลง”  และในข้อนี้หมายถึง “นอนลง” จึงต้องใช้ “lay” ซึ่งอยู่ในรูปอดีต (past tense) เพราะประโยคนี้กล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีต

15. (1) The Russian language (2) is spoken throughout (3) a immense territory (4) that embraces two continents, Europe and Asia.

     (ภาษารัสเซียถูกพูดทั่วอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาล  ซึ่งประกอบด้วย ๒ ทวีป  คือ ยุโรปและเอเชีย)

ตอบ – ข้อ (3)  แก้เป็น “an” เนื่องจาก “immense” ขึ้นต้นด้วยสระ “i”  และมีเสียง “ออ” คือ “อิม-เมนส์” แต่แม้จะขึ้นต้นด้วยสระ “a”  “e”  “i”  “o”  และ “u”  แต่ไม่มีเสียงสระ “ออ”  หรือมีเพียงเสียงพยัญชนะ “ยอ”  ก็ให้ใช้ “a” ขยาย เช่น

-         a union (ยู-เนี่ยน) – สหภาพ

-         a European (ยู-โร-เพียน) – ชาวยุโรป

-         a university (ยู-นิ-เวอ-ซิ-ที่) – มหาวิทยาลัย

-         a universal (ยู-นิ-เวอ-แซล) language – ภาษาสากล

-         a unanimous (ยู-แนน-นิ-มัส) decision – การตัดสินใจเป็นเอกฉันท์

-         a unique (ยู-นีค) person – บุคคลที่ดีเยี่ยม-ไม่มีใครเหมือน

16. African countries are (1) rapidly increasing (2) educational opportunities for their people, but only about 10 (3) per cents of all (4) adult Africans can read and write.

      (ประเทศแอฟริกันกำลังเพิ่มโอกาสทางการศึกษาอย่างรวดเร็วแก่ประชาชนของตน  แต่ว่าเพียงประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่แอฟริกันเท่านั้นที่สามารถอ่านและเขียนได้)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “per cent”  เนื่องจาก “per cent” ไม่มีการใช้รูปพหูพจน์

17. Instinctive behavior is (1) what the animal is born with, and is (2)part of it, (3) like (4) it’s shape and color.

      (พฤติกรรมโดยสัญชาติญาณคือสิ่งที่ติดตัวสัตว์มาตั้งแต่เกิด  และเป็นส่วนหนึ่งของมัน  เช่นเดียวกับ (เหมือนกับ) รูปร่างและสีของมัน)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “its” ซึ่งแสดงความเป็นเจ้าของ “ของมัน” เช่นเดียวกับ “hers” (ของเธอ), “theirs” (ของพวกเขา) เป็นต้น

18. Since 1973, the world (1) has had to cope (2) with (3) soar (4) oil and gas prices.

     (ตั้งแต่ปี ๑๙๗๓  โลกจำเป็นต้องรับมือกับราคาน้ำมันและแกสที่เพิ่มสูงขึ้นอย่ารวดเร็ว)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “soaring” {soar (ซอร์) – เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว, เพิ่มขึ้นแบบพรวดพราด}  เหมือนกับ  “rising oil price”  “increasing cost of living”  “drinking horse”  “frying birds”  “walking man

19. The reason (1) most Americans (2) don’t pay much attention to (3)rising African nationalism is (4) because they really do not know modern Africa.

      (เหตุผลที่คนอเมริกันส่วนใหญ่มิให้ความสนใจมากมายกับลัทธิชาตินิยมของแอฟริกาที่กำลังเพิ่มมากขึ้น  ก็คือว่าพวกเขามิได้รู้จักกับแอฟริกาสมัยใหม่อย่างแท้จริง)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “that” เนื่องจาก “the reason”  ต้องใช้คู่กับ “that”  เสมอ คือ  “the reason + subject + verb + (……………) + is that + subject + verb + (………….)

20. The development of sailing (1) as sport (2) had began (3) when sailing ships declined in (4) commercial importance.

       (การพัฒนาการแล่นเรือใบในฐานะกีฬา  ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเรือที่แล่นด้วยใบได้ลดความสำคัญลงในเชิงพาณิชย์)

       ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “had begun”  เนื่องจากหลัง “had” ต้องเป็นกริยาช่องที่(begin  began  begun)

21. It is (1) estimated that a round-trip flight to Mars (2) would take (3)more than a year and a (4) half.

      (มันได้รับการประมาณการว่า  การเดินทางไป-กลับโดยเครื่องบิน (จรวด) ไปยังดาวอังคาร  จะใช้เวลามากกว่า ๑ ปีครึ่ง)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “will take” เพื่อให้ “tense” สอดคล้องกับ “It is estimated”  (เป็นเรื่องของอนาคต)

22. All experienced hunters know (1) that wild animals (2) became (3)particularly restless before the (4) onset of a storm.

      (นายพรานผู้มีประสบการณ์ทุกคนรู้ว่า  สัตว์ป่ากระวนกระวาย (กระสับกระส่าย) เป็นพิเศษ  ก่อนการเริ่มต้นของพายุ)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “become” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน และเป็นข้อเท็จจริง จึงใช้กริยาในประโยคย่อย (become) ให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่ (know)

23. Civilization today (1) had depended on wood (2) at great (3) cost to the world’s natural resources.

       (อารยธรรมในปัจจุบันพึ่งพาอาศัยไม้  โดยมีค่าเสียหายอย่างมากมายแก่ทรัพยากรธรรมชาติของโลก)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “depends” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน และเป็นข้อเท็จจริง และประธานของประโยคเป็นเอกพจน์ (Civilization)

24. Vitamin E (1) is found in vegetable oils and margarines, but (2) its (3) use and utilization by the body is not (4) fully understood.

      (วิตามินอีถูกพบในน้ำมันพืชและเนยเทียม  แต่การใช้มัน (วิตามินอี) โดยร่างกายไม่เป็นที่เข้าใจกันอย่างเต็มที่)  

ตอบ – ข้อ (3)  แก้เป็น “use” เพียงคำเดียว  เนื่องจาก “use” และ “utilization”  มีความหมายเหมือนกัน  จึงเป็นการใช้คำซ้ำโดยไม่จำเป็น

25. (1) During the seventeenth century (2) the most colonists were primarily (3) concerned with (4) economics and defense.

       {ในระหว่างศตวรรษที่ ๑๗ ชาวอาณานิคม (ในอเมริกา) ส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลโดยพื้นฐานในเรื่องเศรษฐกิจและการป้องกันประเทศ (อาณาเขต)}

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “most” เนื่องจากหมายถึง “ส่วนใหญ่” หรือ “ส่วนมาก” สำหรับ  “the most” ใช้ในการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด กับคำคุณศัพท์พยางค์ยาว เช่น

-         the most excellent works (ผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด)

-         the most convenient way of communication (วิธีคมนาคมที่สะดวกที่สุด)

-         the most dangerous road (ถนนที่อันตรายที่สุด)

-         the most beautiful woman (ผู้หญิงที่สวยที่สุด)

-         the most wonderful place (สถานที่วิเศษที่สุด)

-         the most valuable assets (ทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุด)

-         the most interesting film (ภาพยนตร์ที่น่าสนใจมากที่สุด)

หมวดข้อสอบ Error Detection (ตอนที่ 1)

Choose the underlined part which is grammatically incorrect

(จงเลือกส่วนที่ขีดเส้นใต้ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์)

1. (1) Most lakes are supplied (2) in water from (3) rainfall, (4) rivers and the ground. (ทะเลสาบส่วนใหญ่ได้รับน้ำจากฝนตก แม่น้ำและพื้นดิน)

ตอบ– ข้อ (2)เพราะต้องใช้ “with” แทน “in” (are supplied with)

2. If you (1) are sure you are right, you need not (2) to worry about (3)what the world (4) thinks.

(ถ้าคุณแน่ใจว่าคุณเป็นฝ่ายถูก  คุณไม่จำเป็นต้องวิตกว่าชาวโลกจะคิดอย่างไร)

ตอบข้อ  (2) ต้องแก้เป็น “worry” เนื่องจากหลังกริยา “modal verb” (will, would, shall, should, can, could, may, might, must, need (จำเป็น)  จะต้องอยู่ในรูป “infinitive without to” ยกเว้นเมื่อ “need”  หมายความว่า “ต้องการ” ต้องตามด้วย “infinitive with to  เช่น

-         She needs to visit her parents in the country.

(เธอต้องการไปเยี่ยมพ่อแม่ในชนบท)

-         We needed to help our neighbors during the flood.

(เราต้องการช่วยเหลือเพื่อนบ้านในระหว่างน้ำท่วม)

3. To control quality and (1) making decisions (2) about production (3) are (4) among the many responsibilities of an industrial engineer.

(การควบคุมคุณภาพและการตัดสินใจเกี่ยวกับการผลิต เป็นความรับผิดชอบส่วนหนึ่งของวิศวกรอุตสาหการ)

ตอบข้อ (1)แก้เป็น “to make”  เพื่อให้สมดุลกับ “to control”ทั้งนี้  ถ้าต้องการคง “making” ไว้  จะต้องเปลี่ยน  “to control” ให้เป็น  “controlling” ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน  แต่จะต้องใช้ให้สมดุลกัน (รูปแบบเหมือนกัน)  กล่าวคือ  สามารถใช้ “gerund” (verb + ing)  หรือ “infinitive with to” (to + verb ช่องที่ 1)  เป็นประธานของประโยคได้  ส่วนข้อ (3)  ใช้กริยา “are” ถูกต้องแล้ว เนื่องจากประธานของประโยคมี ๒ ตัว คือ “to control quality” และ “to make decisionsจึงต้องใช้กริยาพหูพจน์ (are) ตามประธานพหูพจน์

4. This year designers are showing (1) verybright colors and styles that (2) were worn closer to the body (3) than (4) those shown last year.

(ปีนี้นักออกแบบกำลังแสดงสีที่สดใสมาก  และสไตล์ (แบบ) ซึ่งสวมแนบเนื้อมากกว่าแบบที่แสดงเมื่อปีที่แล้ว)

ตอบข้อ(2)แก้เป็น “are”  เนื่องจาก “this year” บ่งบอกถึงปัจจุบัน “present simple tense

5. The water supplies of many cities and (1) manufacturing areas (2) are dependent (3) on ground water (4) obtaining from wells.

    (น้ำประปาของเมืองใหญ่และพื้นที่การผลิตจำนวนมาก  ต้องพึ่งพาอาศัยน้ำใต้ดินซึ่งได้รับจากบ่อน้ำ)

ตอบ ข้อ (4)แก้เป็น “obtained” เพราะลดรูปมาจาก “which is obtained” (passive voice)

6. (1) No one on earth has ever (2) imagined that they’ll be able (3) to overcoming death and (4) live forever.

     (ไม่มีใครบนโลกเคยจินตนาการว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะความตายและมีชีวิตชั่วนิรันด์)

ตอบข้อ (3)แก้เป็น “to overcome” เนื่องจากหลัง “to” ต้องเป็นกริยาช่องที่ ๑

7. (1) In spite an enormous increase in agricultural production, many countries around the globe are (2) in capable offeeding (3) their (4) growing population.(ทั้งๆที่มีการเพิ่มอย่างมหาศาลในการผลิตทางการเกษตรหลายๆประเทศทั่วโลกไม่สามารถป้อนอาหารเลี้ยงพลเมืองที่กำลังเพิ่มขึ้นของตน)

ตอบ– ข้อ (1)แก้เป็น “in spite of

8. (1) New automobiles are (2) designed to run (3) on low-octane fuel containing little or (4) none lead. (รถยนต์ใหม่ๆถูกออกแบบให้วิ่งเด้วยเชื้อเพลิงอ๊อกเทนต่ำ ที่บรรจุตะกั่วน้อยหรือไม่มีตะกั่วเลย)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “no” เนื่องจากนำหน้าคำนาม (lead) ส่วน “none”  เป็นคำสรรพนาม มักใช้ในรูป “none of the boys” (ไม่มีเด็กคนใดเลย) “none of your business”(ไม่ใช่ธุระของคุณ)

9. Locusts (1) have been enemies (2) of man (3) since he first (4) learns to cultivate crops.(ตั๊กแตนได้เป็นศัตรูของมนุษย์ตั้งแต่ที่เขาเรียนรู้วิธีเพาะปลูกพืชเป็นครั้งแรก)

ตอบ– ข้อ(4)แก้เป็น “learned” หรือ “learnt” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต เรียนรู้วิธีเพาะปลูกพืชเป็นครั้งแรก” ซึ่งเกิดขึ้นหลายพันปีมาแล้ว  ส่วนข้อ (1)  ใช้ถูกแล้ว คือเป็น “present perfect tense”  แสดงเหตุการณ์ในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (เป็นศัตรูของมนุษย์)

10. (1) As she was small, her huge eyes and her (2) long black hair (3)were neither outstanding (4) or attractive.

     (เนื่องจากเธอเป็นคนรูปร่างเล็ก  ตาโตและผมสีดำยาวของเธอจึงดูไม่เด่นและไม่เตะตา)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “nor” เพราะ “neither” ใช้คู่กับ “nor

11. The (1) youth of today are (2) seemingly more sophisticated than were (3) they’re parents (4) at the corresponding age.

(คนหนุ่มสาวในปัจจุบัน  ดูเหมือนจะช่ำชองโลก (ฉลาด) กว่าที่พ่อแม่ของพวกเขาเป็น  เมื่อตอนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน) (ความจริงข้อนี้อาจเขียนประโยคเป็น

“………. than their parents were………” ก็ได้)

ตอบ– ข้อ (3)แก้เป็น  “their” (their parents = พ่อแม่ของพวกเขา)

12. Are you waiting (1) for success (2) to arrive or are you going (3) to find where (4) is it hiding?

(คุณกำลังรอคอยให้ความสำเร็จมาหา  หรือคุณจะไปหาว่ามันกำลังหลบซ่อนอยู่ที่ไหน)  (ข้อนี้เหมือนเป็นคำสอนคนอย่าให้มัวแต่รอคอยความสำเร็จ  แต่ให้ขยันทำงานเพื่อจะได้พบกับความสำเร็จ คือ สอนให้เป็นฝ่ายรุก มิใช่ตั้งรับ)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “it is” เนื่องจากอยู่ในรูป “indirect speech” หรือ “reported speech”  คือ “ถูกกล่าวรายงาน” เป็นการเปลี่ยนจากประโยค “direct speech” (where is it hiding) มาเป็นประโยค“indirect speech”ที่ขึ้นต้นด้วย “are you going to find …….” จึงต้องเอาประธานมาไว้หน้าคำกริยา“where it is……..”มิใช่เอาคำกริยาไว้หน้าประธาน  เหมือนในประโยคคำถามดังตัวอย่าง

-         How old are you? (direct speech)

-         I want to know how old you are. (indirect speech)

-         Where is she going? (direct speech)

-         He asks her where she is going. (indirect speech)

13. The (1) only event (2) that happened during the day was another (3)unpleasant meeting between (4) she and the professor.

(เหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้นระหว่างวัน  คือการเผชิญหน้าที่ไม่น่ารื่นรมย์อีกหนหนึ่งระหว่างเธอและอาจารย์)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “her” เนื่องจากอยู่หลังบุพบท (preposition) “between” จึงต้องอยู่ในรูปกรรม “her

14. Every time you (1) performa task, (2) trying to excel your last performance, and very soon (3) you will excel (4) thosearound you.

(ทุกครั้งที่คุณทำงาน  จงพยายามทำให้ดีกว่าเมื่อครั้งที่ผ่านมา  และในไม่ช้า คุณก็จะทำงานได้ดีกว่าบุคคลที่อยู่รอบๆตัวคุณ)    

ตอบ– ข้อ (2) แก้เป็น “try” เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่งหรือขอร้อง จึงต้องขึ้นต้นประโยคด้วยคำกริยาในรูป “infinitive without to” (ดูรายละเอียดประโยคคำสั่งและขอร้องในหมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๓)

15. Every day (1) the watchman would lock the doors, (2) turningon the (3) spot lights, and (4) walk around the building.

(ทุกๆวัน  ยามจะล็อคประตู  เปิดไฟสปอตไลต์  และเดินรอบตัวอาคาร)

ตอบ– ข้อ  (2) แก้เป็น “turn” เนื่องจากถือว่าอยู่หลังคำกริยา “would” เหมือนกับ  lock” และ “walk

16. Studying (1) another man for (2) constructive ideas (3) pays off better than (4) to look for his faults.

(การศึกษาคนอีกคนเพื่อความคิดสร้างสรร  ให้ผลดีกว่าการมองหาข้อบกพร่องของเขา)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “looking for” เพื่อให้เหมือนกับ “studying” ทั้งนี้  ถ้าจะคงข้อ  (4) ไว้เหมือนเดิม จะต้องแก้ “studying” เป็น “to study” ก็สามารถทำได้เช่น เดียวกัน  (เป็นการใช้รูป “gerund” (verb + ing)  หรือ “infinitive with to” เป็นประธานของประโยค  ซึ่งมีค่าเท่ากัน  แต่ต้องใช้กริยาข้างในประโยคให้สมดุลกันด้วย)

(ดูเพิ่มเติมการใช้ “gerund” เป็นประธานของประโยคในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑๑)

17. If one reads a (1) great many articles in “Elementary English”, (2) you will become (3) familiar with the problems of the (4) beginning teacher of reading.(ถ้าคนเราอ่านบทความหลายๆเรื่องใน “ภาษาอังกฤษ

        เบื้องต้น” คนเรา – หรือเขา – ก็จะคุ้นเคยกับปัญหาของครูสอนการอ่านผู้ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นสอน)

ตอบ– ข้อ (2)แก้เป็น“one” หรือ “he”ทั้งนี้  เมื่อกล่าวถึง “one” (หมายถึง “คนเรา”) มาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อจะกล่าวถึงในครั้งต่อๆไป  ก็จะต้องใช้ “one” หรือ  “he” เท่านั้น  ไม่สามารถใช้คำอื่นได้

18. (1) As of January 1, the law (2) requires (3) every front seat passengers (4) to wear seat belts.(ณ วันที่ ๑ มกราคม  กฎหมายกำหนดให้ผู้โดยสารที่นั่งแถวหน้าทุกคนต้องสวมเข็มขัดนิรภัย)

ตอบ– ข้อ (3)แก้เป็น “all”  เนื่องจาก “passengers”  อยู่ในรูปพหูพจน์   ส่วน every”  ใช้กับคำนามเอกพจน์

19. (1) If television had been invented (2) a thousand years ago, nations

      (3) will have been significantly more homogeneous than (4) they are now.(ถ้าโทรทัศน์ถูกประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ ๑ พันปีมาแล้ว  ชาติต่างๆคงจะได้มีลักษณะที่คล้ายๆกันมากยิ่งขึ้นอย่างสำคัญ  กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน)

ตอบ– ข้อ (3)แก้เป็น “would” เนื่องจากเป็น “if clause” แบบที่ ๓ (past unreal) คือไม่เป็นจริงในอดีต แต่กลับเกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค เช่น  ในประโยคข้างบน  ความจริงที่เกิดขึ้น  คือ  “เพราะทีวีเพิ่งถูกประดิษฐ์ไม่กี่สิบปีมานี่เอง  ชาติต่างๆในโลกจึงมีลักษณะแตกต่างกันอย่างมากมาย”  ทั้งนี้  ใน “if clause” แบบที่ ๓ ในประ โยคย่อย(if clause) จะอยู่ในรูป “if + subject + had + V. 3” (past perfect tense) ส่วนประโยคใหญ่จะอยู่ในรูป  “subject + would (should, could, might) + have + V. 3” (past future perfect tense) เช่น

-         If he had studied harder, he would have passed the exam.

{ถ้าเขาได้ขยันมากขึ้น (เมื่อปีที่แล้ว)  เขาก็คงจะสอบผ่านไปแล้ว}  (แต่ในความเป็นจริงคือ  “เขามิได้ขยัน เขาจึงสอบตก”

(ดูรายละเอียดของ “if clause” แบบที่ ๓ ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑)

20.(1) It is a fear that (2) unregulated entry of illegal, (3) or even legal immigrants (4) could take away jobs and business opportunities during an economic recession.(เป็นที่เกรงกันว่า  การเข้ามา – ภายในประเทศ

– โดยมิได้มีการควบคุม ของผู้อพยพผิดกฎหมาย หรือแม้แต่ถูกกฎหมาย อาจทำให้สูญเสียงานหรือโอกาสทางธุรกิจ  ในระหว่างภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ)

ตอบ– ข้อ (1)แก้เป็น “It is feared”(เกรงกันว่า) เนื่องจากเป็นรูปแบบที่นิยมใช้ในภาษาที่ค่อนข้างเป็นทางการ  วลีที่นิยมใช้ในแบบเดียวกัน  ได้แก่

-         It is believed that(เชื่อกันว่า)

-         It is hoped that (หวังว่า)

-         It is expected that (คาดการว่า)

-         It was reported that (มีรายงานว่า)

-         It is said that(กล่าวกันว่า)

-         It is thought that (คิดกันว่า)

-         It is predicted that (ทำนายกันว่า)

21. (1) Devoted to farming and cottage industries, the Amish (2) live an

      (3) incredible industrious (4) yet materially simple life.

(อุทิศตนให้กับการทำฟาร์มและอุตสาหกรรมในครัวเรือน (ขนาดย่อม) ชนเผ่าอามิชดำรงชีวิตที่ขยันขันแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ  แม้ว่าจะเป็นชีวิตที่เรียบง่ายในทางวัตถุก็ตาม)

ตอบ–ข้อ (3)  แก้เป็น “incredibly”(อย่างเหลือเชื่อ, อย่างไม่น่าเชื่อ)  เนื่องจากขยายคำคุณศัพท์ “industrious” (ขยันขันแข็ง) จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์(adverb)

22. (1) In times of famine, (2) everyone in the village (3) doesn’t have neither money nor (4) food.

   (ในช่วงเวลาของสภาวะข้าวยากหมากแพง  ทุกคนในหมู่บ้านไม่มีทั้งเงินและอาหาร)

ตอบ– ข้อ (3)แก้เป็น “has”เนื่องจากข้อ(3)  ใช้ปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ  เพราะ“neither money” หมายถึง “ไม่มีทั้งเงิน”  จึงไม่อาจใช้“doesn’t have”  ได้อีก  ใช้ได้เพียงข้อความบอกเล่า คือ “has”  เท่านั้น เนื่องจากประธานของประโยคนี้ คือ “everyone”  ซึ่งเป็นรูปเอกพจน์

23.(1) Air travel (2) is(3) fast, safe and (4) it is convenient.

(การเดินทางทางอากาศรวดเร็ว ปลอดภัย และสะดวก)

ตอบ– ข้อ (4)ตัด “it is” ทิ้ง ไม่ต้องเติมอะไรเลย เพราะมาจาก “is fast” “is safe   และ “is convenient” แต่เราใช้ “is”คำหน้าสุดเพียงหนเดียว

24. (1) IfI (2) would have been there, I certainly would have taken care

      (3) ofthe problem (4) in a hurry.

(ถ้าผมได้อยู่ที่นั่นในตอนนั้น  ผมคงจะได้รับผิดชอบปัญหาอย่างรีบด่วนอย่างแน่นอน)  (แต่ในความเป็นจริง คือ ผมมิได้อยู่ที่นั่น ผมจึงมิได้รับผิดชอบปัญหา)

ตอบ– ข้อ (2)แก้เป็น “had been” เนื่องจากเป็น “if clause” แบบที่ ๓  (ไม่เป็นจริงในอดีต) ใน“if clause”  ต้องใช้รูป “past perfect tense” (if + subject + had + V. 3) (if I had been there)

(ดูรายละเอียดของ “if clause” แบบที่ ๓ เพิ่มเติมในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑)

25. Although (1) the existence of rubber was known by the Spaniards (2) atleast as early as 1530, (3) commercial processing of the material (4) was not commencing until the latter part of the 18th century.

(ถึงแม้ว่าการมีอยู่ของยางพาราจะเป็นที่รู้จักของชาวสเปนอย่างน้อยตั้งแต่ปี ๑๕๓๐ แต่ว่าการผลิตเพื่อการค้าของวัสดุชนิดนี้ก็มิได้เริ่มต้นขึ้น  จนกระทั่งในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ ๑๘)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “did not commence” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีตทั่วไป  มิได้บ่งบอกว่า “กำลังเกิดขึ้น” ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง  จึงมิต้องใช้รูป  “past continuous” (was not commencing)

(ดูเพิ่มเติมการใช้ “past continuous tense” ในหมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑๕)

26.Conservation is the protection of nature, (1) including (2) natural resources (3) such as water, soil, minerals, forests and (4) wildlives.

(การอนุรักษ์คือการปกป้องคุ้มครองธรรมชาติ  รวมถึง ทรัพยากรธรรมชาติ  เช่น น้ำ ดิน แร่ธาตุ ป่าและสัตว์ป่า)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “wildlife” (สัตว์ป่า ซึ่งรวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่อาศัยอยู่ในป่า) เนื่องจาก “wildlife” ไม่มีรูปพหูพจน์ใช้

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ Error Detection