หมวดข้อสอบ CLOZE TEST

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 155)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following dialogs and choose the best alternatives for each blank.

(จงอ่านบทสนทนาต่อไปนี้  และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

At Jenny’s Party

 

John     :  Betty, what a surprise!  I haven’t seen you for           1        .  I didn’t realize you knew Jenny.

Betty     :  Yes, we’re           2         friends.  In fact, we were at school            3        , and that’s more

                  years ago than I care to remember.  It’s            4          you again , John.

John     :  So,           5         all this time?

Betty     :  Well, I changed my           6        .  That’s the most exciting thing that has happened.  I

                            7         .

John     :  You used to work at a bank, didn’t you?  Where           8        ?

Betty    :  I’m a receptionist at a hospital.

John     :  And do you enjoy that?

Betty    :  Yes, it’s           9         .

John    :  Good.  I’m glad you make a           10        .

 

1. (a) ever    (forever  =  ตลอดกาล, ถาวร, ชั่วนิรันดร, ต่อเนื่อง, ไม่สิ้นสุด)

    (b) times    (ไม่ใช้รูปนี้)

    (c) long    (ไม่ใช้รูปนี้)

    (d) ages    (for ages  =  นานแสนนาน, นานมาก)

    (e) long time     (ต้องใช้  “for a long time”  =  “เป็นเวลานาน”)

2. (a) past    (ไม่ใช้รูปนี้)

    (b) last    (ไม่ใช้รูปนี้)

    (c) long    (ไม่ใช้รูปนี้)

    (d) not    (มิใช่)

    (e) old    (เก่าแก่, เก่า)  (รู้จักกันมานาน)

3. (a) sometimes    (บางที, บางครั้ง, บางโอกาส)

    (b) now and then    (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส)

    (c) each other    (ซึ่งกันและกัน  -  ระหว่าง ๒ คนหรือ ๒ สิ่ง)

    (d) together    (เดียวกัน, ด้วยกัน)

    (e) by ourselves    (ด้วยตัวของเราเอง)

4. (a) nice to know    (ดีที่ได้รู้จัก)

    (b) happy to meet    (มีความสุขที่ได้พบ)

    (c) lucky to find    (โชคดีที่พบ-เจอ)

    (d) fortunate to welcome    (โชคดีที่ต้อนรับ)

    (e) good to see    (ดีนะที่ได้พบ)

5. (a) what did you do    (คุณทำงานอะไร)  (ในอดีต)

    (b) how do you do    (คุณเป็นอย่างไรบ้าง, คุณสบายดีหรือ)  (ใช้ถามเมื่อพบกันเป็นครั้งแรก)

    (c) what have you been doing    (คุณได้กำลังทำงานอะไร)  (จนถึงขณะนี้)

    (d) how are you    (คุณเป็นอย่างไรบ้าง, คุณสบายดีหรือ)  (ใช้ถามเมื่อพบกันตั้ง แต่ครั้งที่ ๒ เป็นต้นไป)

    (e) where do you work    (คุณทำงานที่ไหน)  (ควรถามว่าทำงานอะไรก่อน)

6. (a) working    (การทำงาน)

    (b) living    (การดำรงชีพ)

    (c) job    (งาน)  (ต้องใช้  “changed my job  หรือ  work”)

    (d) opinion    (ความคิดเห็น)

    (e) place of work    (สถานที่ทำงาน)  (ควรพูดว่าเปลี่ยน  “Job”)

7. (a) hope    (หวัง)

    (b) suppose    (คิด, ว่า, คาดคะเน, นึกเอา, อนุมาน, จินตนาการ, ทึกทักเอา)

    (c) wonder    (สงสัย, ประหลาดใจ)

    (d) know    (รู้)

    (e) expect    (คาดหวัง, มุ่งหวัง)

8. (a) do you work now    (คุณทำงาน........ที่ไหน..........ขณะนี้)  (ควรถามเกี่ยวกับงานปัจจุบัน  เพราะจอห์นรู้ว่าเบ็ตตี้เคยทำงานธนาคาร)

    (b) did you work then    (คุณทำงาน.........ที่ไหน..........ตอนนั้น)  (เป็นอดีต)

    (c) will you work afterwards    (คุณจะทำงาน.........ที่ไหน.........ภายหลัง)  (ใจความไม่ชัดเจน)

    (d) have you worked next    (คุณได้ทำงาน..........ที่ไหน.........ต่อไป)  (ใจความไม่ชัดเจน  และไม่ถูกหลักไวยากรณ์)

    (e) will you apply for your new job    (คุณจะสมัคร.........ที่ไหน.........สำหรับงานใหม่ของคุณ)  (ไม่ถามแบบนี้  เพราะขณะนี้เบ็ตตี้มีงานใหม่แล้ว)

9. (a) funny    (ตลก, สนุก, น่าขบขัน, น่าหัวเราะ, พิลึก, แปลกประหลาด, น่าสงสัย)

    (b) no big deal    (ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร)

    (c) quite responsible    (รับผิดชอบจริงๆ)

    (d) great    (ดีมาก, วิเศษ, ยอดเยี่ยม, ชั้นหนึ่ง, สำคัญ, ใหญ่, ยิ่งใหญ่, เด่น, มีชื่อเสียง)

    (e) tedious    (น่าเบื่อ, น่ารำคาญ)

10. (a) big challenge    (การท้าทายใหญ่โต)

       (b) lucky opportunity    (โอกาสที่โชคดี)

       (c) hopeful sign    (สัญญาณที่เต็มไปด้วยความหวัง)

       (d) tremendous risk    (การเสี่ยงอย่างมโหฬาร)

       (e) good move    (การกระทำที่ดี, การก้าวไปข้างหน้าที่ดี)

 

ที่งานเลี้ยงของเจนนี่

 

จอห์น   เบ็ตตี้,  ช่างน่าประหลาดใจจริง! (what a surprise)  ผมไม่ได้เจอคุณ           ๑          ผมไม่รู้

                 (realize) ว่าคุณรู้จักเจนนี่

เบ็ตตี้    ใช่ค่ะ  เราเป็นเพื่อน           ๒         ค่ะ,  ตามความเป็นจริง (In fact)  เราเคยอยู่โรงเรียน

                            ๓           และนั่นนานหลายปีมาแล้ว (that’s more years ago) เกินกว่าที่ฉันใส่ใจที่จะ

                 จดจำ (than I care to remember)  มัน           ๔         คุณอีกครั้งค่ะ, จอห์น

จอห์น   :  ถ้างั้น (So)            ๕         ตลอดเวลานี้ (all this time) (หมายถึง  ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้)

เบ็ตตี้    :  อ้อ  ฉันเปลี่ยน            ๖         ของฉัน,  นั่นเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น (exciting) ที่สุดซึ่งได้เกิดขึ้นค่ะ, 

                 ฉัน            ๗         นะ

จอห์น   :  คุณเคยทำงาน (used to work) ที่ธนาคาร, ใช่หรือไม่,            ๘         ที่ไหน

เบ็ตตี้    ฉันเป็นพนักงานต้อนรับ (receptionist) ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งค่ะ

จอห์น   และคุณสนุกกับสิ่งนั้นไหม

เบ็ตตี้    :  สนุกค่ะ,  มัน           ๙         เลยค่ะ

จอห์น   :  ดีแล้ว  ผมดีใจ (glad) นะที่คุณทำ (มี)           ๑๐        

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 154)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following dialogs and choose the best alternatives for each blank.

(จงอ่านบทสนทนาต่อไปนี้  และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

Telephone Queries

            Jim is telephoning about a job.

 

Staff    :  Personnel officer speaking.

Jim      :  Good morning.            1         about the clerk’s post advertised in The Bangkok Post this morning.

Staff    :  Just a moment, please, I’ll connect you with someone who can help you.

Anne   :  This is Anne Robinson.             2         ?

Jim      :  Yes, it’s about the clerk’s post in the paper today.  I think I have the qualifications you want but

                 the advertisement doesn’t mention the salary.

Anne   :  Well, the salary is negotiable.            3         us a letter of application giving the information we

                ask for in our ad, we might arrange an interview.

Jim      :  Right.  And you say           4        .

Anne   :  Yes, that’s right.  Successful candidates will undergo our on-the-job training program to

                prepare them for work with the company.

Jim      :  I see.  Well, I hope to          5         soon.  Thank you.

Anne   :  Thank you.  We look forward to hearing from you.

 

1. (a) I’m speaking    (ผมกำลังพูด)

    (b) I want you to tell me    (ผมต้องการให้คุณบอกผม)  (ไม่ใช้รูปนี้เนื่องจากไม่สุภาพ)

    (c) Let’s hear    (เรามาได้ยิน...............กันเถอะ)

    (d) I would like to know    (ผมอยากรู้)  (ไม่ใช้รูปนี้เนื่องจากไม่สุภาพ)

    (e) I’m calling    (ผมกำลังโทรศัพท์.................มาถาม)

2. (a) Will you help me    (คุณจะช่วยฉันไหมคะ)

    (b) What do you want    (คุณต้องการอะไรคะ)  (ไม่สุภาพ)

    (c) What’s the matter    (เป็นอะไรหรือคะ, มีอะไรหรือคะ)  (ไม่สุภาพ)

    (d) Can I help you    (มีอะไรให้ฉันช่วยคะ)

    (e) Why do you call us    (คุณโทรฯ หาเราทำไม)  (ไม่สุภาพ)

3. (a) Although you wrote    (แม้ว่าคุณเขียน)

    (b) Whenever you write    (เมื่อไรก็ตามที่คุณเขียน)

    (c) Because you’ve written    (เพราะว่าคุณได้เขียน)

    (d) If you’d write    (ถ้าคุณจะเขียน)

    (e) Unless you write    (ถ้าคุณไม่เขียน)

4. (a) I mustn’t have experience    (ผมจะต้องไม่มีประสบการณ์)

    (b) I have no experience    (ผมไม่มีประสบการณ์)

    (c) experience is not desirable    (ประสบการณ์ไม่พึงปรารถนา)

    (d) I can get experience if I want to    (ผมสามารถได้รับประสบการณ์ถ้าผมต้องการ)

    (e) no experience is necessary    (ประสบการณ์.........ทำงาน.........ไม่จำเป็น)

5. (a) think about applying    (คิดเกี่ยวกับการสมัคร)

    (b) send in my application    (ส่งใบสมัครของผมให้ทางบริษัท)

    (c) get your application    (ได้รับใบสมัครของคุณ)

    (d) apply for the advertisement    (สมัครโฆษณา)  (ต้องใช้สมัคร  “Post” (ตำแหน่ง)  หรือ  “Job”  -  งาน)

    (e) get the job    (ได้งานทำ)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากยังไปไม่ถึงขั้นนั้น)

 

การสอบถามทางโทรศัพท์ (Telephone Queries)

            จิมกำลังโทรศัพท์เกี่ยวกับงาน (ที่ต้องการสมัคร)

 

สตาฟ       เจ้าหน้าที่บุคลากร (Personnel officer) พูดครับ

จิม            :  สวัสดีครับ            ๑         เกี่ยวกับตำแหน่งเสมียน (clerk’s post) ซึ่งลงโฆษณา (advertised)

                    ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เมื่อเช้านี้ครับ

สตาฟ      :  สักครู่นะครับ (Just a moment)  ผมจะต่อสาย (connect) ให้คุณคุยกับคนที่สามารถช่วย

                    เหลือคุณได้

แอน        :  นี่คือแอน โรบินสัน ค่ะ,             ๒        ?

จิม          มีครับ  มันเกี่ยวกับ (about) ตำแหน่งเสมียนในหนังสือพิมพ์วันนี้  ผมคิดว่าผมมีคุณสมบัติ

                  (qualifications) ที่คุณต้องการ  แต่โฆษณาไม่ได้กล่าวถึง (mention) เงินเดือนครับ

แอน       :  อ้อ  เงินเดือนสามารถเจรจากันได้ (negotiable) ค่ะ,            ๓         จดหมายสมัครงาน (letter

                  of application) ถึงเรา  ซึ่งให้ข้อมูลที่เราขอ (ask for) ในโฆษณาของเรา  เราอาจจะเตรียม

                  การ (ตระเตรียม) (arrange) การสัมภาษณ์ (คุณ)

จิม         :  ดีครับ (Right)  และคุณบอกว่า           ๔         

แอน      :  ใช่ค่ะ  นั่นถูกต้องแล้ว  ผู้สมัคร (candidates) ที่ประสบความสำเร็จ (ได้รับคัดเลือก)

                 (successful)  จะได้รับ (undergo) (เข้า) โครงการอบรมในขณะปฏิบัติงาน (on-the-job

                 training)  เพื่อเตรียมพวกเขา (prepare them) สำหรับการทำงานกับบริษัท

จิม        :  ผมเข้าใจแล้ว (I see)  อ้อ  ผมหวังที่จะ           ๕        เร็วๆ นี้ (soon)  ขอบคุณครับ

แอน     :  ขอบคุณค่ะ  เราตั้งตารอ (look forward to) ที่จะได้รับข่าว (จดหมายสมัครงาน) (hearing)

                จากคุณค่ะ

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 153)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following dialogs and choose the best alternatives for each blank.

(จงอ่านบทสนทนาต่อไปนี้  และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

Exchanging Opinions

            Suda, John and David are discussing a story they have read in the newspaper.

 

Suda       :  John, have you read this story about more corporal punishment in boys’ schools?

John       :  Yes.             1         ?

Suda       :  I’m shocked and disgusted.

John       :             2         ?

Suda       :  I think it’s just mistreating young boys and calling it ‘discipline’.  Young people need

                              3          from their teachers. 

John       :  No.  Confidence and discipline are the two qualities the young really need to develop. 

                   Corporal punishment is necessary for that.            4        .  Do you agree, David?

David      :             5         , John.  This kind of punishment makes men out of boys.  I’m glad

                               6          at my school.  It’s the only way.            7        , Suda?

Suda       :  Oh I don’t know.  Maybe we           8         what discipline is.  What’s the           9         that

                    beating makes us more ‘disciplined’ anyway?  Perhaps we’d better talk about something

                    else.

David      :            10        .

 

1. (a) How do you know    (คุณรู้ได้อย่างไร)

    (b) Why do you tell me    (ทำไมคุณจึงบอกผม)

    (c) When did you read it    (คุณอ่านมันเมื่อไร)

    (d) What do you mean    (คุณหมายความว่าอย่างไร)

    (e) What do you feel    (คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง)

2. (a) What’s your opinion    (คุณมีความเห็นอย่างไร)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากสุดาได้ออกความเห็นไปแล้วว่า  “เธอตกใจและขยะแขยง”)

    (b) Don’t you think so    (คุณไม่คิดเช่นนั้นหรือ)

    (c) Don’t you also agree    (คุณไม่เห็นด้วยเหมือนกันหรือ)

    (d) Why do you say that    (ทำไมคุณจึงพูดเช่นนั้น)

    (e) Do you think I should agree with you    (คุณคิดว่าผมควรเห็นด้วยกับคุณใช่ไหม)

3. (a) calmness and indifference    (ความเงียบสงบและความเมินเฉย-การขาดความสนใจ)

    (b) assignment and assistance    (การบ้านและความช่วยเหลือ)

    (c) correcting and forcing    (การแก้ไขและการบังคับ)

    (d) competition and judgement    (การแข่งขันและการพิจารณา-การตัดสิน)

    (e) caring and encouragement    (ความเอาใจใส่และการให้กำลังใจ-การสนับสนุน)

4. (a) I believe it’s not the way to build character    (ผมเชื่อว่ามันไม่ใช่วิธีสร้างอุปนิสัย)

    (b) I doubt the purpose of building character    (ผมสงสัยวัตถุประสงค์ของการสร้างอุปนิสัย)

    (c) I don’t think it’s about building character    (ผมไม่คิดว่ามันเกี่ยวกับการสร้างอุปนิสัย)

    (d) I say it’s how we should build character    (ผมมีความเห็น (say) ว่ามันเป็นวิธีการที่เราควรสร้างอุปนิสัย – ของเด็กหนุ่ม)

    (e) I wonder whether it’s the right way to build character    (ผมสงสัยว่ามันเป็นวิธีการที่ถูกต้องในการสร้างนิสัย (ให้เด็ก) หรือไม่)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากผู้พูดเชื่อว่า  การเฆี่ยนตีนักเรียนเป็นการสร้างนิสัยที่ดีให้แก่เด็ก)

5. (a) I don’t know    (ผมไม่ทราบ)

    (b) Absolutely not    (ไม่อย่างเด็ดขาด)  (หมายถึง  ไม่เห็นด้วยกับที่จอห์นพูด)

    (c) I couldn’t agree more    (ผมไม่สามารถเห็นด้วยมากไปกว่านี้)  (หมายถึง  “เห็นด้วยอย่างยิ่ง”)

    (d) I really have no idea    (ผมไม่ทราบจริงๆ)

    (e) Not really    (ก็ไม่เชิงหรอก)  (หมายถึงเห็นด้วยครึ่ง  ไม่เห็นด้วยครึ่ง)

6. (a) they didn’t have punishment    (พวกเขาไม่มีการลงโทษ)

    (b) you don’t see the beatings    (คุณไม่เห็นการเฆี่ยนตี)

    (c) I was sometimes beaten    (ผมบางครั้งถูกเฆี่ยนตี)

    (d) we’ve stopped punishing    (เราได้เลิกการลงโทษแล้ว)

    (e) my friends sometimes beat my teacher    (เพื่อนของผมบางครั้งเฆี่ยนตีครูของผม)

7. (a) How do you think    (คุณคิดอย่างไร)

    (b) Don’t you see that    (คุณไม่เข้าใจสิ่งนั้นหรือ)  (คุณไม่เห็นความสำคัญของการลงโทษนักเรียนชายหรือ)

    (c) Why don’t you understand    (ทำไมคุณไม่เข้าใจ)

    (d) Do you know it    (คุณรู้มันไหม)

    (e) Have you ever been beaten by your teacher    (คุณเคยถูกเฆี่ยนตีโดยครูของคุณไหม)

8. (a) differ on    (มีความเห็นแตกต่างกันในเรื่อง)

    (b) agree about    (เห็นพ้องกันเกี่ยวกับ)

    (c) think of    (คิดถึงเรื่อง)

    (d) object to    (ไม่เห็นด้วยกับ)

    (e) congratulate on    (แสดงความยินดีในเรื่อง)

9. (a) purpose    (วัตถุประสงค์, เป้าหมาย, ความมุ่งหมาย)

    (b) meaning    (ความหมาย)

    (c) result    (ผลลัพธ์)

    (d) evidence    (หลักฐาน, พยานหลักฐาน, พยานบุคคล, วัตถุพยาน, ความชัดแจ้ง)

    (e) advantage    (ผลประโยชน์, ความได้เปรียบ, คุณ, โอกาส, จุดดี, จุดเด่น)

10. (a) You’re welcome    (ยินดีครับ, ไม่เป็นไรครับ, ไม่ต้องขอบคุณก็ได้ครับ)  (ใช้กล่าวตอบคำขอบคุณ)

       (b) Don’t mention it    (ยินดีครับ, ไม่เป็นไรครับ, ไม่ต้องขอบคุณก็ได้ครับ)  (ใช้กล่าวตอบคำขอบคุณ)

       (c) Not at all    (ยินดีครับ, ไม่เป็นไรครับ, ไม่ต้องขอบคุณก็ได้ครับ)  (ใช้กล่าวตอบคำขอบคุณ)

       (d) I don’t agree with you    (ผมไม่เห็นด้วยกับคุณครับ)

       (e) Good idea    (เป็นความคิดที่ดีครับ)

 

การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (Exchanging Opinions)

            สุดา, จอห์น และเดวิดกำลังปรึกษาหารือ (อภิปราย) (discussing) เรื่อง (story) เรื่องหนึ่งที่พวกเขาได้อ่านในหนังสือพิมพ์

 

สุดา        จอห์น  คุณได้อ่านเรื่องนี้  เกี่ยวกับการทำโทษโดยการเฆี่ยนตีร่างกาย (corporal

                   punishment) มากยิ่งขึ้นในโรงเรียนสำหรับเด็กผู้ชาย (boys’ schools) แล้วหรือยังคะ

จอห์น    :  อ่านแล้วครับ,            ๑        ?

สุดา       :  ฉันตกใจ (shocked) และรู้สึกขยะแขยง (สะอิดสะเอียน) (disgusted)

จอห์น    :             ๒        ?

สุดา       :  ฉันคิดว่ามันเป็นเพียงการปฏิบัติที่ผิดต่อ (ทำไม่ดีต่อ, กระทำการทารุณ) (mistreating) เด็ก

                 หนุ่ม  และเรียกมันว่า “ทำให้มีวินัย, ลงโทษ, แก้ไข(discipline)คนหนุ่มสาว (Young

                 people) ต้องการ           ๓         จากครูของพวกเขา

จอห์น    :  ไม่ใช่นะ,  ความมั่นใจ (Confidence) และระเบียบวินัย (discipline)  คือคุณสมบัติ

                  (qualities)  อย่างซึ่งคนหนุ่มสาว (the young) ต้องการอย่างแท้จริงเพื่อพัฒนาการ

                  (develop)  การทำโทษโดยการเฆี่ยนตีร่างกายเป็นสิ่งจำเป็น (necessary) สำหรับสิ่งนั้น, 

                             ๔           คุณเห็นด้วยไหม  เดวิด    

เดวิด     :               ๕        , จอห์น  การลงโทษ (punishment) ประเภทนี้สร้างชาย (บุรุษ) จากเด็กชาย

                  (makes men out of boys)  ผมดีใจว่า            ๖         ที่โรงเรียนของผม,  มันเป็นเพียงวิธีเดียว

                  เท่านั้น (the only way)           ๗        , สุดา?

สุดา      :  โอ  ฉันไม่รู้นะ  บางที (เป็นไปได้) (Maybe)  เรา           ๘         ว่าระเบียบวินัยคืออะไร,  อย่างไรก็

                 ตาม (anyway)  อะไรคือ           ๙        ว่าการเฆี่ยนตี (beating) ทำให้เรา “มีระเบียบวินัย

                 (disciplined) มากขึ้น,  บางที (Perhaps) เราควรจะคุยกันเกี่ยวกับเรื่องอื่น (something

                  else) ดีกว่า

เดวิด    :             ๑๐        

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 152)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following dialogs and choose the best alternatives for each blank.

(จงอ่านบทสนทนาต่อไปนี้  และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

Negotiating

            Mr. Robert Johnson is an American businessman who has just been posted to his company branch in Bangkok.

            Below is the telephone conversation between Khun Sunee, the landlady, and Mr. Johnson.

 

Mr. Johnson  :  Is that 252-5678?

Khun Sunee   :  Yes.

Mr. Johnson  :  I’d like to speak to Khun Sunee, please.,

Khun Sunee   :             1         .

Mr. Johnson  :  Good afternoon.  My name is Johnson.  I’ve just seen the advertisement in today’s

                             paper about a furnished house to rent.             2         ?

Khun Sunee   :  Yes.             3         ?

Mr. Johnson  :  Yes, could you tell me the exact address?

Khun Sunee   :              4          .

Mr. Johnson  :  Thank you.             5         ?

Khun Sunee   :  Oh, it’s big enough for a family of four or five.  There are three bedrooms, one big

                             living room and a dining room.

Mr. Johnson  :              6         ?

Khun Sunee   :  Only the three bedrooms.

Mr. Johnson  :              7         ?

Khun Sunee   :  Yes, one downstairs and one up.

Mr. Johnson  :              8         ?

Khun Sunee   :  Baht 20,000 a month.

Mr. Johnson  :  And if I do rent the house, when would I be able to move in?

Khun Sunee   :              9          .

Mr. Johnson  :  All right.  I’ll talk it over with my wife and           10         tomorrow morning.  Thank you.  

                             Bye.

Khun Sunee   :  Have a nice day.  Bye.

 

1. (a) I’m speaking    (ฉันกำลังพูดค่ะ)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากไม่รู้ว่า  “ฉัน”  คือใคร,  ทั้งนี้  อาจตอบว่า  “Sunee is speaking.”  ก็ได้)

    (b) It’s me    (มันคือฉันเองค่ะ)

    (c) My name’s Sunee    (ฉันชื่อสุนีย์ค่ะ)

    (d) Speaking    (กำลังพูดอยู่ค่ะ)

    (e) I beg your pardon    (ขอโทษเถอะ  คุณว่าอะไรนะ)  (ผู้พูดพูดประโยคนี้เมื่อตนเองไม่ได้ยินอีกฝ่ายหนึ่งพูด  หรือได้ยินไม่ชัด)

2. (a) Do you rent it    (คุณให้เช่าบ้านหรือครับ)

    (b) Has it been sold    (มันได้ถูกขายไปแล้วใช่ไหมครับ)

    (c) Have you still kept it    (คุณยังคงเก็บมันไว้ใช่ไหมครับ)

    (d) Is it good and beautiful    (มันดีและสวยใช่ไหมครับ)

    (e) Is it still available    (มันยังคงว่างอยู่หรือเปล่าครับ,  มีคนเช่าหรือยังครับ)

3. (a) Do you know where it is    (คุณรู้ไหมคะว่ามันอยู่ที่ไหน)

    (b) Do you still want it    (คุณยังคงต้องการมันไหมคะ)

    (c) Will you buy it    (คุณจะซื้อมันไหมคะ)

    (d) Would you like to know more about it    (คุณอยากทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับมันไหมคะ)

    (e) How many people are there in your family    (มีคนกี่คนคะในครอบครัวของคุณ)

4. (a) Sukumvit Soi 21    (สุขุมวิท ซอย ๒๑)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากไม่บอกบ้านเลขที่)

    (b) No, not now    (ไม่ได้ค่ะ  ไม่ใช่ขณะนี้)  (หมายถึง  ค่อยบอกทีหลัง)

    (c) Yes, I could    (จ้ะ  ฉันบอกได้)

    (d) It’s on Sukumvit Road and very close to President Hotel    (บ้านอยู่ถนนสุขุมวิท  และใกล้โรงแรมเพรสซิเด็นมากค่ะ)  (บอกที่อยู่ไม่ชัดเจน)

    (e) 123 Sukumvit 21    (บ้านเลขที่ ๑๒๓ ถนนสุขุมวิท ๒๑ ค่ะ)

5. (a) Are there many people there    (มีหลายคนอยู่ที่นั่นใช่ไหมครับ)

    (b) Is it big enough    (บ้านใหญ่พอไหมครับ)  (ต้องถามว่า  “How big is it”)

    (c) How many rooms does it have    (บ้านมีกี่ห้องครับ)

    (d) How many people can live in it    (มีกี่คนที่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านครับ)  (ไม่ใช้รูปนี้  แต่ใช้ประโยคใน ข้อ (b) และ (c) แทน)

    (e) Is it too small for me and my large family    (บ้านเล็กเกินไปสำหรับผมและครอบครัวขนาดใหญ่ของผมใช่ไหมครับ)

6. (a) How is the air    (อากาศเป็นอย่างไรครับ)

    (b) Is air conditioning in the bedrooms    (การปรับอากาศอยู่ในห้องนอนใช่ไหมครับ)

    (c) Is it air-conditioned    (บ้านปรับอากาศหรือเปล่าครับ, บ้านติดแอร์หรือเปล่าครับ)

    (d) Do you have an air-conditioner    (คุณมีเครื่องปรับอากาศไหมครับ)

    (e) How is the air-conditioner    (เครื่องปรับอากาศเป็นอย่างไรบ้างครับ)

7. (a) Where’s the telephone    (โทรศัพท์อยู่ที่ไหนครับ)

    (b) Is there a telephone    (มีโทรศัพท์ไหมครับ

    (c) How’s the telephone    (โทรศัพท์เป็นอย่างไรครับ)

    (d) Doesn’t it have a telephone    (มันไม่มีโทรศัพท์ใช่ไหมครับ)  (ไม่ถามแบบนี้)

    (e) Do you see that I need a telephone    (คุณรู้ (เข้าใจ) ไหมว่าผมต้องการโทรศัพท์)

8. (a) How much does the rent cost, please    (ค่าเช่าราคาเท่าใดครับ)  (ไม่ใช้โครงสร้างนี้  เนื่องจากค่าเช่ามิใช่สิ่งของ เช่น รถยนต์, บ้าน ฯลฯ)

    (b) How much does it rent, please    (มัน (บ้าน) ให้เช่าราคาเท่าใดครับ)  (ต้องใช้  “How much do you rent it, please”  -  คุณให้เช่ามันราคาเท่าใดครับ)

    (c) How much is the rent, please    (ค่าเช่าเป็นเท่าใดครับ)

    (d) How much does it cost    (บ้านราคาเท่าใดครับ)

    (e) How much will you charge me if I buy it    (คุณจะเรียกเงินผมเท่าไรครับ  ถ้าผมซื้อมัน)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากเป็นเพียงการเช่าเท่านั้น)

9. (a) Right away    (ทันทีเลย, ในทันทีทันใด, โดยไม่ชักช้า)

    (b) All right    (ไม่เป็นไรค่ะ, ดีค่ะ)

    (c) Some time    (บางเวลา, บางโอกาส)

    (d) As you like it    (ตามที่คุณชอบ, ตามที่คุณต้องการ)

    (e) After my tenant moves out    (หลังจากผู้เช่าบ้านของฉันย้ายออกไป)

10. (a) give you the reason    (ให้เหตุผลกับคุณ)

      (b) ask for information    (ถามข้อมูล)

      (c) move in    (ย้ายเข้ามา)

      (d) call you    (โทรศัพท์มาหาคุณ)

      (e) pay you the rent    (จ่ายค่าเช่าให้คุณ)

 

การเจรจา (Negotiating)

            มิสเตอร์โรเบิร์ต จอห์นสัน เป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน  ผู้ซึ่งเพิ่งถูกแต่งตั้งให้ประจำตำแหน่ง (posted) ที่สาขา (branch) ของบริษัทในกรุงเทพฯ

            ข้างล่างนี้เป็นการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างคุณสุนีย์, เจ้าของบ้านเช่า (landlady), และมิสเตอร์จอห์นสัน

 

จอห์นสัน  นั่นหมายเลข ๒๕๒-๕๖๗๘ ใช่ไหมครับ

สุนีย์          :  ใช่ค่ะ

จอห์นสัน  :  ผมขอพูดกับคุณสุนีย์ครับ  ได้โปรด

สุนีย์          :             ๑         

จอห์นสัน  :  สวัสดีครับ  ผมชื่อจอห์นสันครับ  ผมเพิ่งจะเห็นโฆษณาในหนังสือพิมพ์ของวันนี้ (today’s

                    paper) เกี่ยวกับบ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์ (furnished house) ให้เช่า (to rent)

                                ๒        ?

สุนีย์          ยังว่างค่ะ,             ๓         ?

จอห์นสัน  อยากครับ  คุณจะสามารถบอกผมที่อยู่ที่แน่นอน (exact address) (ของบ้านเช่า) ได้ไหมครับ

สุนีย์                     ๔         

จอห์นสัน  :  ขอบคุณครับ,            ๕        ?

สุนีย์          โอ  มันใหญ่พอสำหรับครอบครัวที่มี ๔ หรือ ๕ คน (family of four or five) ค่ะ,  มีห้องนอน

                     (bedrooms) ห้อง, ห้องรับแขก (ห้องนั่งเล่น) (living room) ขนาดใหญ่ ห้อง  และห้อง

                      ทานอาหาร (dining room) ห้อง

จอห์นสัน  :              ๖          ?

สุนีย์          (ติดแอร์) เฉพาะห้องนอน ห้องเท่านั้นค่ะ

จอห์นสัน  :              ๗          ?

สุนีย์          มีค่ะ,  เครื่องชั้นล่าง (downstairs) และ เครื่องชั้นบน (up)

จอห์นสัน  :              ๘          ?

สุนีย์          เดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาทค่ะ

จอห์นสัน  :  และถ้าผมเช่าบ้านจริงๆ (I do rent the house)  ผมจะสามารถย้ายเข้ามา (move in) ได้

                     เมื่อไรครับ

สุนีย์          :               ๙         

จอห์นสัน  :  ดีครับ  ผมจะปรึกษาหารืออย่างละเอียด (ก่อนตัดสินใจ) (talk it over) กับภรรยาของผมก่อน 

                     และ           ๑๐         เช้าวันพรุ่งนี้,  ขอบคุณครับ  สวัสดี

สุนีย์          :  ขอให้โชคดีค่ะ (ขอให้สนุกนะคะ) (Have a nice day)  สวัสดีค่ะ

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 151)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following dialogs and choose the best alternatives for each blank.

(จงอ่านบทสนทนาต่อไปนี้  และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

Making Arrangements

            Gloria is an AFS student who has been in Thailand for almost a year.  Malee is one of her close Thai friends.

            The following is the telephone conversation between Gloria and Malee.

 

Gloria      :  Hello.            1        

Woman   :  One moment, please.  I think she’s in the garden.            2        ?

Gloria     :  Gloria.  Thank you.

(The woman calls Malee in the garden to speak on the phone.)

Malee     :  Hi Gloria.

Gloria     :  Oh, hi Malee.            3        ?

Malee     :  Fine.  How about you?

Gloria     :  OK thanks.  Malee,           4         on Saturday morning?

Malee     :  Yes, why?

Gloria     :  My parents are arriving from the States and I’m meeting them.            5           I’d like you

                  to be there to meet them too because you’re my best friend in Thailand.

Malee     :              6         .  I’m really looking forward to seeing them. 

Gloria     :  Let’s meet at your house.  Then we’ll take a bus to Suvarnabhumi airport.  The plane’s due

                  in at 11 a.m.

Malee     :  Wait a minute.            7         in my brother’s car?  I’ll ask him.  I’m sure he won’t mind.

Gloria     :  Oh no,           8        .

Malee     :  Don’t worry.  He’ll be happy to do it.  We want to show your parents             9         .

Gloria     :  Great!             10         Are you sure?

Malee     :  Of course. We’ll see you at ten on Saturday.  Bye.

Gloria     :  Bye, and thanks again.

 

1. (a) Where’s Malee?    (มาลีอยู่ที่ไหนคะ)

    (b) I want to speak to Malee.    (ฉันต้องการพูดกับมาลีค่ะ)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากใจความห้วนเกินไป)

    (c) Get me Malee.    (ไปเอามาลีมาให้ฉัน, ตามมาลีมาซิ)  (ไม่สุภาพอย่างยิ่ง)

    (d) May I speak to Malee?    (ฉันขอพูดกับมาลีค่ะ)  (เลือกข้อนี้เนื่องจากเป็นประโยคที่สุภาพ  และนิยมใช้กันทั่วไป)

    (e) Does Malee want to speak to me?    (มาลีต้องการพูดกับฉันหรือคะ)

2. (a) Who are you, please    (คุณคือใครคะ  ได้โปรด)

    (b) What’s your name, please    (คุณชื่ออะไรคะ  ได้โปรด)

    (c) Whose name is it, please    (มันเป็นชื่อของใครคะ  ได้โปรด)

    (d) Who do you want to speak to    (คุณต้องการพูดกับใครคะ)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากประโยคแรก  กลอเรียได้กล่าวแล้วว่าจะขอพูดกับมาลี)

    (e) Who’s calling, please    (ใครกำลังพูดอยู่คะ  ได้โปรด)

3. (a) How do you do    (เธอเป็นอย่างไรบ้าง, เธอสบายดีหรือ)  (ใช้ถามเมื่อพบกันเป็นครั้งแรก หรือเพิ่งจะรู้จักกัน  ซึ่งมิใช่ในกรณีนี้  เพราะกลอเรียและมาลีเป็นเพื่อนสนิทกัน)

    (b) What’s happening    (อะไรกำลังเกิดขึ้น)

    (c) What about you    (แล้วเธอล่ะเป็นอย่างไรบ้าง)  (ใช้ถามกลับเมื่อเพื่อนถามเราว่า  “เธอสบายดีหรือ”  โดยเราตอบว่า  “สบายดี  แล้วเธอล่ะเป็นอย่างไรบ้าง”)

    (d) How’s everything    (ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอย่างไรบ้าง)

    (e) I’ve something to tell you    (ฉันมีอะไรบางอย่างจะบอกเธอ)

4. (a) do you go out    (เธอออกไปข้างนอกหรือเปล่า)

    (b) what are you doing    (เธอกำลังทำอะไรหรือเปล่า)

    (c) will you go to school    (เธอจะไปโรงเรียนหรือเปล่า)

    (d) do you want to go with me    (เธอต้องการจะไปกับฉันหรือเปล่า)

    (e) are you free    (เธอว่างหรือเปล่า)

5. (a) I wonder if we will meet at the airport.    (ฉันสงสัยว่าเราจะพบกันที่สนามบินหรือไม่)

    (b) I want to know if you can meet at the airport.    (ฉันต้องการรู้ว่าเธอสามารถพบที่สนามบินหรือไม่)  (ไม่เลือกข้อนี้  เนื่องจากไม่ได้ระบุว่าสามารถพบกับใครที่สนามบิน)

    (c) Can you come to the airport with me?    (เธอสามารถมาที่สนามบินกับฉันไหม)  (หมายถึงให้เดินทางไปด้วยกัน  หรือไปพร้อมๆ กัน..............โดยรถประจำทาง)

    (d) Do you like coming with me to the airport?    (เธอชอบมากับฉันที่สนามบินไหม)

    (e) Will you join me at the airport?    (เธอจะไปร่วมกับฉันที่สนามบินไหม)  (หมายถึงต่างคนต่างไป  และไปพบกันที่สนามบิน  แต่ประโยคต่อๆ มา  กลอเรียชวนมาลีขึ้นรถประจำทางไปสนามบิน  จึงไม่เลือกข้อนี้)

6. (a) I like it too    (ฉันชอบมันเช่นกัน)

    (b) I do it    (ฉันทำมันเอง)

    (c) I’d love to    (ฉันอยากจะไป...............ที่สนามบินกับเธอนะ)

    (d) I enjoy that    (ฉันสนุกกับสิ่งนั้นนะ)

    (e) I’ll try it    (ฉันจะลองมันนะ)

7. (a) Are we going    (เรากำลังไป...........ในรถของพี่ชายฉัน.............ใช่ไหม)

    (b) Why don’t we go    (ทำไมเราไม่ไป............ในรถของพี่ชายฉันละ่)

    (c) Do you like to go    (เธออยากจะไป...........ในรถของพี่ชายฉัน...........ใช่ไหม)

    (d) Why don’t you like going    (ทำไมเธอไม่อยากไป..........ในรถของพี่ชายฉัน)

    (e) Why do we have to go    (ทำไมเราจำเป็นต้องไป...........ในรถของพี่ชายฉัน)

8. (a) don’t bother him    (อย่ารบกวนเขาเลย)

    (b) don’t give him trouble    (อย่าทำความยากลำบาก – ความยุ่งยาก – แก่เขาเลย)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากความหมายรุนแรงไป)

    (c) it’s no bother to him    (มันมิใช่ภาวะที่ยุ่งใจหรือน่ากังวลแก่เขา)

    (d) that’s the trouble with him    (นั่นเป็นความยุ่งยากกับเขา)

    (e) that may worry him    (นั่นอาจทำให้เขาวิตก)

9. (a) my brother’s car    (รถยนต์ของพี่ชายฉัน)

    (b) the Bangkok traffic    (การจราจรในกรุงเทพฯ)

    (c) our modern airport    (สนามบินทันสมัยของเรา)

    (d) some Thai hospitality    (ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ (ความมีน้ำใจในการต้อนรับแขกของเจ้าของบ้าน) แบบไทยๆ บางประการ)

    (e) how wealthy we are    (เราร่ำรวยเพียงใด)

10. (a) That’s rather nice of you    (นั่นค่อนข้างเป็นความกรุณา (มีมิตรไมตรี) ของเธอ)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากใช้คำว่า  “ค่อนข้าง”)

      (b) It’s my satisfaction    (มันเป็นความพึงพอใจของฉัน)

      (c) It’s my pleasure    (มันเป็นความยินดี (ความพอใจ) ของฉัน)

      (d) I can’t believe that your brother is so generous    (ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่า  พี่ชายของเธอจะเอื้อเฟื้อ (ใจกว้าง) มาก)

      (e) That’s really kind of you    (นั่นเป็นความกรุณา (ความมีน้ำใจ) ของเธอจริงๆ)

 

การจัดเตรียม (การตระเตรียม) (Making Arrangements)

            กลอเรียเป็นนักเรียนเอเอฟเอส (นักเรียนแลกเปลี่ยนชาวอเมริกัน) ผู้ซึ่งได้อยู่ในประเทศไทยเกือบ ปีแล้ว  โดยมาลีเป็นเพื่อนชาวไทยที่ใกล้ชิด (close) คนหนึ่งของเธอ

            ต่อไปนี้เป็นการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างกลอเรียและมาลี

 

กลอเรีย  เฮลโล่           ๑        

ผู้หญิง    :  สักครู่หนึ่งค่ะ (One moment)  ฉันคิดว่าเธออยู่ในสวนนะ,             ๒        ?

กลอเรีย  กลอเรีย (พูดค่ะ)  ขอบคุณค่ะ

(ผู้หญิง (ที่บ้านมาลี) ร้องเรียกมาลีในสวนเพื่อให้มาพูดโทรศัพท์)

มาลี        :  ไฮ  กลอเรีย

กลอเรีย  :  โอ้  ไฮ  มาลี,             ๓         

มาลี        :  ดีค่ะ  แล้วเธอล่ะเป็นอย่างไรบ้าง (How about you)

กลอเรีย  :  เรียบร้อยดี (OK) ขอบคุณค่ะ,  มาลี           ๔         ตอนเช้าวันเสาร์

มาลี        :  ว่างค่ะ  ทำไมหรือ (Yes, why)

กลอเรีย  :  พ่อแม่ของฉันกำลังมาจากสหรัฐฯ  และฉันจะไปพบพวกเขา,            ๕         ฉันอยากให้เธออยู่

                   ที่นั่นเพื่อพบกับพวกเขา (พ่อแม่) ด้วย  เพราะว่าเธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันในเมืองไทย

มาลี        :             ๖          ฉันตั้งตารอ (looking forward to) จริงๆ ที่จะพบ (seeing) กับพวกเขา

กลอเรีย  :  เรามาเจอกันที่บ้านของเธอเถอะ (Let’s meet at your house)  ต่อจากนั้นเราจะนั่งรถประจำ

                   ทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ,  เครื่องบินมีกำหนดถึง (is due in) (สุวรรณภูมิ) เวลา ๑๑.๐๐ น.

มาลี        รอประเดี๋ยวนะ (Wait a minute)          ๗          ในรถยนต์ของพี่ชายฉันล่ะ,  ฉันจะขอร้องเขา

                   (ให้พาเราไปสนามบิน)  ฉันมั่นใจว่าเขาจะไม่รังเกียจ (mind) หรอก

กลอเรีย  :  โอ  ไม่หรอก,           ๘        

มาลี        :  ไม่ต้องวิตกหรอก (Don’t worry)  เขา (พี่ชาย) จะมีความสุขที่ได้ทำมัน (ขับรถไปสนามบิน) 

                   เราต้องการแสดง           ๙         ให้พ่อแม่ของคุณเห็น

กลอเรีย  :  วิเศษเลย (Great)           ๑๐       ,  เธอแน่ใจหรือ (ที่ต้องการแสดงความเอื้อเฟื้อฯ ดังกล่าว)

มาลี        แน่ละ (แน่นอน) (Of course)  เราจะพบกับเธอตอน ๑๐ โมงเช้าวันเสาร์ (ที่บ้านของเธอ) 

                   แค่นี้นะ (Bye)

กลอเรีย  :  สวัสดีค่ะ (Bye)  และขอบคุณอีกครั้งนะ

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 150)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following dialogs and choose the best alternatives for each blank.

(จงอ่านบทสนทนาต่อไปนี้  และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

Mr. Green is talking to his secretary, Malee, about recruiting a junior secretary.

 

Secretary    :  Mr. Green 

Mr. Green   :  Yes, Malee.

Secretary    :  A Miss Sawittree telephoned this morning in answer to our advertisement for a junior

                       secretary.

Mr. Green   :             1          ?

Secretary    :  She sounded very nice on the telephone.  She spoke very clearly.             2          as a

                       receptionist at the Asia Pattaya Hotel for the last two years.

Mr. Green   :             3          an interview?

Secretary    :  Yes, she’s coming next Thursday at ten o’clock.

Mr. Green   :  Good.            4         a copy of our Conditions of Service?

Secretary    :  Yes.  She asked about salary and hours of work,           5          her a copy.

Mr. Green   :  Fine.  And have you sent her an application form?

Secretary    :  Yes, I have, and           6         when she comes for an interview next Thursday.

Mr. Green   :  Good.  When she arrives,           7         Let me know           8         .  If you think she’s

                       satisfactory,           9         .

Secretary    :             10        , Mr. Green.  If all goes well, I’ll bring her to meet you at half past ten.

Mr. Green   :  Oh, that’s great.

 

1. (a) What is she sound like    (ต้องใช้  “Did”  แทน  “Is”  เพื่อช่วยสร้างประ โยคคำถามจากกริยา  “Sound”)

    (b) What’s her sound    (เสียงของเธอเป็นอย่างไร)

    (c) How well is she    (เธอสบายดีหรือ)

    (d) Who is she    (เธอเป็นใคร)

    (e) What did she sound like    (เธอเป็นอย่างไรบ้าง, เธอดูเข้าท่าไหม)  (“Sound”  ในที่นี้มีความหมายเหมือน  “Seem”  คือ  “ดูเหมือนว่า”)

2. (a) She works    (เธอทำงาน)  (เป็นปัจจุบัน)

    (b) She’s working    (เธอกำลังทำงาน)

    (c) She worked    (เธอทำงาน)  (เป็นอดีต)

    (d) She’s been working    (เธอได้กำลังทำงาน)  (ใช้โครงสร้าง  “Present perfect continuous tense” (Subject + Have (Has) + Been + Verb + ing) เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์ (การทำงาน) ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างยาวนาน  จากอดีตจนถึงปัจจุบัน)  (คือ  สาวิตรีทำงานโรงแรมฯ ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา  จนถึงปัจจุบันก็ยังทำอยู่)

    (e) She’ll work    (เธอจะทำงาน)  (เป็นอนาคต)

3. (a) Did she ask for    (เธอขอเข้ารับ...........หรือเปล่า)

    (b) Did she like to attend    (เธออยากเข้าร่วมฟัง............หรือเปล่า)

    (c) Did you want her to make an appointment for    (หนูต้องการให้เธอทำการนัดหมายสำหรับ............หรือเปล่า)

    (d) Did she enjoy    (เธอสนุกกับ............หรือเปล่า)

    (e) Did you ask her to come for    (หนูได้ขอให้เธอมาเพื่อ...........หรือเปล่า)

4. (a) Will you send her    (หนูจะส่ง..........ให้เธอหรือเปล่า)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากเป็นอนาคต  เพราะเลขาฯ ได้ส่ง  “เงื่อนไขการทำงาน”  ให้สาวิตรีแล้ว  ดังนั้น  จึงควรเลือก ข้อ D)

    (b) Does she ask for    (เธอได้ขอ............หรือเปล่า)

    (c) Does she know    (เธอ – สาวิตรี – ทราบ..........หรือเปล่า)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากกริยา  “ทราบ”  ไม่ใช้กับ  “เงื่อนไขการทำงาน ๑ ฉบับ”  แต่ใช้กับ  “เงื่อนไขการทำงาน”  เฉยๆ  คือ  “Does she know our Conditions of Service”)

    (d) Have you sent her    (หนูได้ส่ง..........เงื่อนไขฯ...........ไปให้เธอแล้วหรือยัง)  (ใช้โครงสร้าง  “Present perfect tense” (Subject + Have (Has) + Verb 3) เพื่อถามว่าได้ส่ง  “เงื่อนไขฯ”  ไปให้สาวิตรีแล้วหรือยัง)

    (e) Have you sold her    (หนูได้ขาย………..ให้เธอหรือเปล่า)

5. (a) before I sent    (ก่อนหนูส่ง)

    (b) then I’d like to send    (ดังนั้น  หนูอยากจะส่ง)

    (c) so I said I would send    (ดังนั้น  หนูเลยบอกว่าหนูจะส่ง)  (และก็ได้ส่งไปแล้ว  ก่อนที่จะคุยกับมิสเตอร์กรีนในขณะนี้)

    (d) though I thought of sending    (แม้ว่าหนูคิดเรื่องการส่ง)

    (e) and I’m thinking of sending    (และหนูกำลังคิดเรื่องการส่ง)

6. (a) she’s going to read it here    (เธอจะอ่านใบสมัครที่นี่)

    (b) she’s going to take it with her    (ควรใช้  “Bring”  แทน  “Take”  เนื่องจากหมายถึงสาวิตรีจะนำใบสมัครติดตัวมาด้วย  เมื่อเธอมาที่บริษัทเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์)

    (c) she’s going to bring it with her    (เธอจะนำใบสมัครติดตัวมาด้วย)

    (d) she’s going to fill it    (เธอจะกรอกใบสมัคร)

    (e) I’m not sure whether she will bring it with her    (หนูไม่แน่ใจว่าเธอจะนำใบสมัครติดตัวมาด้วยหรือไม่)

7. (a) you test her with typing    (หนูทดสอบเธอด้วยการพิมพ์ดีดนะ)  (ไม่ใช้โครงสร้างนี้)

    (b) give her a typing test    (ให้เธอทดสอบการพิมพ์ดีดนะ)

    (c) try her with typing test    (ทดลองเธอด้วยการสอบพิมพ์ดีดนะ)  (ไม่ใช้โครงสร้างนี้)

    (d) a typing test will be taken to her    (การสอบพิมพ์ดีดจะถูกนำไปให้เธอ)  (อาจตอบข้อนี้  แต่ต้องใช้  “Given”  แทน  “Taken”  หมายถึง  “จะให้เธอทดสอบการพิมพ์ดีด”  คือ  คล้ายกับ ข้อ (b) แต่เปลี่ยนโครงสร้างเป็น  “Passive voice”)

    (e) teach her how to type     (สอนเธอวิธีพิมพ์ดีด)

8. (a) how she can    (เธอสามารถอย่างไร)  (มิได้ระบุว่าสามารถในเรื่องอะไร)

    (b) how she catches it up    (เธอตามมันทัน (ไล่มันทัน) อย่างไร)

    (c) how she does    (เธอพิมพ์ดีดอย่างไร – หมายถึงพิมพ์เร็วหรือช้า)  (“Does”  ในที่นี้แทน  “Type”)

    (d) whether she can type    (เธอสามารถพิมพ์ดีดหรือไม่)

    (e) when she finishes typing    (เมื่อเธอพิมพ์ดีดเสร็จ)

9. (a) I’ll interview her myself    (ผมจะสัมภาษณ์เธอด้วยตัวผมเอง)

    (b) I’ll take her with me    (ผมจะพาเธอไปกับผม)

    (c) she’ll be in an interview with me    (เธอจะอยู่ในการสัมภาษณ์กับผม)  (ไม่เลือกข้อนี้  เนื่องจากมิสเตอร์กรีนต้องการสัมภาษณ์สาวิตรีด้วยตนเอง)

    (d) she’ll be your helper    (เธอจะเป็นผู้ช่วยเหลือหนู)

    (e) she’ll talk to me    (เธอจะคุยกับผม)

10. (a) Very well    (ดีมากค่ะ)

      (b) Yes, certainly    (ได้สิคะ, ค่ะ แน่นอนเลย)

      (c) How nice    (ดีจังเลยค่ะ)

      (d) Not at all    (ยินดีที่ได้ช่วยคุณค่ะ, ไม่ต้องขอบคุณก็ได้ค่ะ, ไม่เป็นไรค่ะ)  (ใช้กล่าวตอบเมื่อมีคนพูดขอบคุณเรา)

      (e) Well done    (ทำได้ดีนี่)

 

มิสเตอร์กรีนกำลังคุยกับเลขานุการของเขา, มาลี, เกี่ยวกับการคัดเลือก (recruiting) ผู้ช่วยเลขานุการ (junior secretary)

 

เลขานุการ      มิสเตอร์กรีนคะ

มิสเตอร์กรีน   :  ว่ายังไง  มาลี

เลขานุการ      :  ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อนางสาวสาวิตรี (A Miss Sawittree) โทรศัพท์มาเมื่อเช้านี้เพื่อเป็นการ

                           ตอบรับ (in answer to) การโฆษณาของเรา  สำหรับ (ตำแหน่ง) ผู้ช่วยเลขานุการ

                           (junior secretary)

มิสเตอร์กรีน    :              ๑           ?

เลขานุการ       เธอดูดีมากเลย (She sounded very nice) ตอนคุยทางโทรศัพท์ (on the

                            telephone),  เธอพูดชัดถ้อยชัดคำมาก (very clearly)           ๒         เป็นพนักงาน

                             ต้อนรับ (receptionist) ที่โรงแรมเอเชียพัทยา  สำหรับช่วง ๒ ปีทีผ่านมา (ปัจจุบันก็

                             ยังทำอยู่)

มิสเตอร์กรีน    :              ๓           การสัมภาษณ์............หรือเปล่า?

เลขานุการ       ใช่ค่ะ  เธอจะมา (รับการสัมภาษณ์) วันพฤหัสฯ หน้า  ตอน ๑๐ โมงเช้า

มิสเตอร์กรีน    :  ดีแล้ว            ๔        เงื่อนไขการทำงาน (Conditions of Service) ของเรา ฉบับ

                            (copy) ........... (ไปให้เธอ –สาวิตรี - แล้วหรือยัง) ?

เลขานุการ      ส่งแล้วค่ะ  เธอ (สาวิตรี) ได้ถามเกี่ยวกับเงินเดือน (salary) และชั่วโมงการทำงาน

                            (hours of work),            ๕         ไปให้เธอ ฉบับ (เงื่อนไขการทำงาน)

มิสเตอร์กรีน   :  ดีแล้ว  แล้วหนูได้ส่งใบสมัคร (application form) ไปให้สาวิตรีหรือเปล่าล่ะ

เลขานุการ      :  ส่งแล้วค่ะ  และ           ๖          เมื่อเธอมา (บริษัท) เพื่อการสัมภาษณ์ในวันพฤหัสฯ หน้า

มิสเตอร์กรีน   :  ดีแล้ว  เมื่อเธอ (สาวิตรี) มาถึง             ๗        ,  แล้วบอกให้ผมรู้ (Let me know) ด้วยว่า

                                      ๘         ,  (และ) ถ้าหนูคิดว่าเธอ (พิมพ์ดีด) น่าพึงพอใจ (satisfactory) 

                                      ๙         

เลขานุการ      :             ๑๐          มิสเตอร์กรีน,  ถ้าทุกอย่างไปได้ด้วยดี (all goes well)  หนูจะนำสาวิตรี

                           มาพบกับคุณตอน ๑๐ โมงครึ่ง (หลังหนูสัมภาษณ์สาวิตรีและทดสอบพิมพ์ดีดเธอแล้ว)

มิสเตอร์กรีน   :  โอ  เยี่ยมเลย

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 149)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following dialogs and choose the best alternatives for each blank.

(จงอ่านบทสนทนาต่อไปนี้  และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

Resolution Making

            Pimjai and Bob are discussing resolution making.

 

Pimjai  :  Bob, have you ever made any resolution, like New Year’s resolution?

Bob      :  Yes, but           1        .  Every year I resolved that I’d stop smoking.

Pimjai  :  But           2        ?

Bob      :  Yes.  And now I’ve decided not to make any resolution again.

Pimjai  :             3          .  At least when making a resolution            4        .

Bob      :  You have a stronger determination than I do.  I wonder          5         on vegetables and fruits

               alone. 

Pimjai  :  Not really.  I also eat meat and eggs, but I cut down calories and fat.

Bob      :  I wish          6        .

Pimjai  :  It’s not hard to do          7        .

 

1. (a) it never kept long    (ไม่ใช้รูปนี้  ถ้าต้องการบอกว่า  “มันไม่เคยอยู่ได้นาน”)

    (b) I never stayed long    (ผมไม่เคยพักอยู่นาน)

    (c) I never resolved again    (ผมไม่เคยตั้งปณิธานอีก)

    (d) I never quitted smoking    (ผมไม่เคยเลิกสูบบุหรี่)

    (e) it never lasted long    (มันไม่เคยอยู่ได้นาน, มันไม่เคยต่อเนื่อง (ยืนหยัด, ทนทาน) ได้นาน)

2. (a) you won’t be smoking, will you    (คุณจะไม่สูบบุหรี่  ใช่ไหม)

    (b) you can’t give up smoking, can you    (คุณไม่สามารถเลิกสูบบุหรี่  ใช่ไหม)

    (c) you’re determined not to smoke any longer, aren’t you    (คุณมุ่งมั่น (ตั้งใจแน่วแน่) ที่จะไม่สูบบุหรี่ต่อไปอีกแล้ว  ใช่หรือไม่)

    (d) you’re still smoking, aren’t you    (คุณยังคงกำลังสูบบุหรี่อยู่  ใช่หรือไม่)

    (e) you can’t get some cigarettes, can you    (คุณไม่สามารถได้บุหรี่มา  ใช่ไหม)

3. (a) You couldn’t be more sorry    (คุณไม่สามารถเสียใจมากกว่านี้อีกแล้ว)

    (b) Resolution is always disappointing    (การตั้งปณิธาน (ความมุ่งมั่น-เด็ดเดี่ยว) น่าผิดหวังเสมอ)

    (c) Don’t be too pessimistic    (อย่ามองโลกในแง่ร้ายจนเกินไป)

    (d) Don’t resolve to do difficult things    (จงอย่าตั้งปณิธานที่จะทำสิ่งที่ยาก)

    (e) That’s a good idea    (นั่นเป็นความคิดที่ดีนะ)

4. (a) you are trying to keep it    (คุณกำลังพยายามรักษามันไว้)

    (b) you never return to your old bad habit    (คุณไม่เคยกลับไปหานิสัยที่ไม่ดีเดิมๆ ของคุณ)

    (c) you’ve decided to give up a bad habit    (คุณได้ตัดสินใจที่จะเลิกนิสัยที่ไม่ดี)

    (d) you cannot break it whatever happens    (คุณไม่สามารถฝ่าฝืนมัน  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม)

    (e) you can get along well with your colleagues    (คุณสามารถเข้ากันได้ดีกับเพื่อนร่วมงานของคุณ)

5. (a) why you don’t live    (ทำไมคุณจึงไม่่มีชีวิตอยู่ด้วยการกิน...........)

    (b) whether you can live    (คุณสามารถมีชีวิตอยู่่ด้วยการกิน..........หรือไม่่)

    (c) that you can live    (ว่าคุณสามารถมีชีวิตอยู่ด้วยการกิน...........)

    (d) how you can live    (คุณสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร  ด้วยการกิน............ผักและผลไม้อย่างเดียว)  (“Live on”  =  “มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกิน.............”)

    (e) why you ask me to live    (ทำไมคุณจึงขอร้องผมให้มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกิน. ..........)

6. (a) I should make a new resolution    (ผมควรตั้งปณิธานใหม่)

    (b) I could stop smoking now    (ผมสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ในปัจจุบัน)

    (c) I knew how to have strong determination    (ผมรู้ว่าจะมีความตั้งใจแน่วแน่ (มุ่งมั่น-เด็ดเดี่ยว) ได้อย่างไร)

    (d) I would not feel disappointed any more    (ผมจะไม่รู้สึกผิดหวังอีกต่อไป)

    (e) I could start drinking instead of smoking    (ผมสามารถเริ่มต้นดื่มเหล้าแทนการสูบบุหรี่)

7. (a) unless you are really determined    (ถ้าคุณไม่ตั้งใจแน่วแน่ (มุ่งมั่น) จริงๆ)

    (b) although you are really determined    (แม้ว่าคุณตั้งใจแน่วแน่จริงๆ)

    (c) if you are not allowed to smoke   (ถ้าคุณไม่ได้รับอนุญาตให้สูบบุหรี่)

    (d) when you are not given a cigarette    (เมื่อไม่มีใครให้บุหรี่คุณ)

    (e) provided that you are really determined    (ถ้าคุณตั้งใจแน่วแน่จริงๆ)  (“Provided that”  =  “ถ้า, โดยมีเงื่อนไขว่า”)

 

การตั้งปณิธาน (Resolution making)

             พิมพ์ใจและบ๊อบกำลังปรึกษา (อภิปราย) (discussing) เรื่องการตั้งปณิธาน

 

พิมพ์ใจ   บ๊อบ  คุณเคยตั้งปณิธานใดๆ (made any resolution)  เช่น  ปณิธานปีใหม่  บ้างหรือเปล่า

บ๊อบ         :  เคยสิ  แต่           ๑        ,  ทุกปีผมตั้งปณิธาน (resolved) ว่าผมจะเลิกสูบบุหรี่ (stop

                    smoking)

พิมพ์ใจ   :  แต่           ๒        ?

บ๊อบ         ใช่แล้ว  และปัจจุบันนี้  ผมได้ตัดสินใจว่าจะไม่ตั้งปณิธานใดๆ (decided not to make any

                    resolution) อีกแล้ว

พิมพ์ใจ   :              ๓        ,  อย่างน้อยที่สุด (At least) เมื่อตั้งปณิธาน            ๔         

บ๊อบ         :  คุณมีความตั้งใจแน่วแน่ (ความมุ่งมั่น) (determination) ที่เด็ดเดี่ยวกว่า (หนักแน่นกว่า)

                    (stronger) ที่ผมมี,  ผมประหลาดใจ (wonder) ว่า           ๕         ผักและผลไม้อย่างเดียว

                    (alone)

พิมพ์ใจ   :  ก็ไม่เชิงหรอก (Not really)  ฉันกินเนื้อสัตว์ (meat) และไข่ด้วยเช่นกัน  แต่ฉันลด (ตัดทอนให้

                   น้อยลง) (cut down) แคลละรี่และไขมัน (fat) (ลดแคลละรี่ฯ ลง)

บ๊อบ         ผมปรารถนาว่า           ๖        

พิมพ์ใจ   :  มันไม่ยาก (hard) ที่จะทำหรอก           ๗        

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 148)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following dialogs and choose the best alternatives for each blank.

(จงอ่านบทสนทนาต่อไปนี้  และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

1. In the Restaurant

            Chai and Pranee are sitting at a dining table.

 

Chai        :  Could we have a menu, please?

Waiter    :  Do you wish to order right away?

Chai        :  Yes, please.            1        , Pranee?

Pranee   :  I’d like a salad.            2        .

Chai       :  I wouldn’t say you needed it.   

Pranee   :  You flatter me.            3        .

Chai       :  Anytime.  What will you have for dessert?

Pranee   :  I want some fruit instead.

 

1. (a) Shall we go somewhere else    (เราไปที่ (ร้าน) อื่นกันดีไหม)

    (b) What do you have    (คุณทานอะไร)  (ขณะนี้)

    (c) What did you have    (คุณทานอะไร)  (เมื่อเช้านี้, เมื่อคืนที่ผ่านมา)

    (d) What will you have    (คุณจะทานอะไรดี)

    (e) where shall we eat    (เราจะไปทานที่ไหนกันดี)

2. (a) I’m diet now.    (ไม่ใช้รูปนี้)

    (b) I’m on dieting    (ไม่ใช้รูปนี้)

    (c) I’m being diet    (ไม่ใช้รูปนี้)

    (d) I wouldn’t eat anything    (ฉันจะไม่กินอะไรเลย)

    (e) I’m on a diet    (ฉันกำลังกินอาหารพิเศษเพื่อลดน้ำหนัก)  (หมายถึง  ในช่วงเวลา ๓-๔ เดือนที่ผ่านมานี้)  (เลือกข้อนี้เนื่องจากประโยคต่อไป  ชัยพูดว่า  “คุณไม่ต้องกินอาหารลดน้ำหนักก็ได้”)

3. (a) I’m sorry    (ฉันเสียใจนะ)

    (b) I know that    (ฉันรู้แล้ว)

    (c) I appreciate it    (ฉันชื่นชมมันนะ)  (ที่คุณบอกว่า  ฉันไม่ต้องกินอาหารลดน้ำหนักก็ได้ – เพราะฉันหุ่นดีอยู่แล้ว)

    (d) I don’t believe it    (ฉันไม่เชื่อหรอก – ที่คุณพูด)

    (e) I don’t like it    (ฉันไม่ชอบมันเลย)

 

๑. ในภัตตาคารแห่งหนึ่ง

             ชัยและปราณีกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร

 

ชัย               เราขอเมนูหน่อยนะหนู  ได้โปรด

เด็กเสิร์ฟ    :  คุณต้องการสั่ง (อาหาร) ในทันที (right away) เลยใช่ไหมครับ

ชัย               :  ใช่แล้ว            ๑       , ปราณี

ปราณี         :  ฉันอยากทานสลัด,            ๒        .

ชัย               :  ผมไม่อยากจะพูดว่าคุณต้องการมัน (หมายถึง  อาหารลดน้ำหนัก) (เพราะว่าคุณหุ่นดีอยู่แล้ว 

                       หรือไม่ได้อ้วนอะไรเลย)

ปราณี         :  คุณยกยอ (เยินยอ, ประจบ) (flatter) ฉันละสิ,             ๓         (ที่คุณเยินยอฉันว่าไม่ต้องกิน

                      อาหารลดน้ำหนักก็ได้  -  เพราะหุ่นฉันดีอยู่แล้ว) (คือ  ฉันชอบนะที่คุณพูดยอฉัน)

ชัย               :  เวลาใดก็ได้ (Anytime) (ที่ต้องการให้ผมเยินยอคุณ)  แล้วคุณจะทานอะไรสำหรับของหวาน

                      (dessert) ล่ะ

ปราณี         :  ฉันต้องการทานผลไม้แทน (instead) (ของหวาน)

 

2. At an Airline Office

            Teera walks into an airline office to make a plane ticket reservation.

 

Clerk    :  Good morning, sir.            1        ?

Teera   :  Certainly.  I’d like to get a seat on the eleven o’clock flight to Chiang Mai next Thursday

                morning.  It is the only flight that day, isn’t it?

Clerk    :             2          .  But I’m afraid           3        .

Teera   :  Oh, can’t you fix me up with another flight on Friday?

Clerk   :  Well yes, there is a flight leaving at 10 o’clock on Friday.  Is it convenient for you to leave at

               that time?

Teera   :  It’s perfectly all right.

Clerk   :  I’ve got a seat for you on flight 211, Saturday at ten.  When are you coming back?

Teera   :             4          .  It all depends.  Please leave it open for the moment.

 

1. (a) May I show you anything    (ให้ผมแสดงอะไรให้คุณดูไหมครับ)

    (b) Can I get you anything   (ให้ผมเอาอะไรให้คุณไหมครับ)

    (c) Can you help me, please    (คุณโปรดช่วยเหลือผมหน่อยได้ไหมครับ)

    (d) Can I be of your assistance    (มีอะไรที่ผมจะช่วยเหลือคุณได้ครับ, มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ)  (หรืออาจพูดว่า  “Can I help you?”  หรือ  “What can I do for you?”  หรือ  “Can I be of any help to you?”  ซึ่งทุกประโยคมีความหมายเหมือนกัน)

    (e) Would you okay if I want to help you    (คุณจะตกลงไหมครับ  ถ้าผมต้องการจะช่วยคุณ)  (ไม่ใช้โครงสร้างแบบนี้)

2. (a) Certainly    (แน่นอนครับ)

    (b) Absolutely not    (ไม่ใช่แน่นอนครับ)

    (c) Of course    (แน่ละครับ)

    (d) I’m not sure    (ผมไม่แน่ใจครับ)

    (e) Yes, it is    (ใช่ครับ)  (เลือกข้อนี้  โดยประโยคต่อไปบอกว่า  “แต่เกรงว่าที่นั่งถูกจองเต็มหมดแล้ว”)

3. (a) I’ve made a preparation for a seat    (ผมได้ทำการตระเตรียมที่นั่งไว้แล้ว)

    (b) other people have already made a reservation    (คนอื่นได้จองไว้แล้ว)

    (c) it’s fully reserved    (เที่ยวบินนั้นถูกจองที่นั่งเต็มหมดแล้ว)

    (d) I can’t prepare a seat for you    (ผมไม่สามารถจัดเตรียมที่นั่งให้คุณได้)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจาก  “Prepare”  หมายถึง  “จัดเตรียม, ตระเตรียม”  ซึ่งหมายถึง  ปูผ้า-ทำความสะอาดที่นั่ง)

    (e) you can’t travel on that flight    (คุณไม่สามารถเดินทางไปกับเที่ยวบินนั้น)  (ไม่เลือกข้อนี้  เนืองจากไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไมธีระจึงไม่สามารถเดินทางไปกับเที่ยวบินนั้น)

4. (a) By all means    (เชิญเลย, เชิญตามสบาย, ได้เลยครับ, ได้อย่างแน่นอน)  (ใช้พูดตอบเมื่อมีผู้ขออนุญาตทำอะไรบางอย่าง)

    (b) I’m not sure    (ผมไม่แน่ใจนะ)  (เลือกข้อนี้เนื่องจากประโยคต่อไป  ธีระบอกว่า  “มันขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นๆ”  แสดงว่าเขาไม่แน่ใจว่าจะเดินทางกลับวันไหนแน่)

    (c) I won’t come back anymore    (ผมจะไม่กลับมาอีกแล้ว)

    (d) I’ll try my best to come back    (ผมจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะกลับมา)

    (e) The week after next    (สัปดาห์หลังสัปดาห์หน้า)

 

๒. ที่สำนักงานสายการบินแห่งหนึ่ง

             ธีระเดินเข้าไปในสำนักงานสายการบินเพื่อจองตั๋วเครื่องบิน

 

เสมียน   สวัสดีครับ,             ๑        ?

ธีระ         แน่นอน  ผมต้องการได้ (จอง) ที่นั่งเที่ยวบิน (flight) ไปเชียงใหม่เวลา ๑๑.๐๐ น. เช้าวันพฤหัสฯ

                  สัปดาห์หน้า,  มันเป็นเที่ยวบินเพียงเที่ยวเดียว (only flight) ของวันนั้น  ใช่ไหม

เสมียน   :              ๒          แต่ผมเกรง (afraid) ว่า            ๓         

ธีระ         :  โอ้  คุณจะสามารถจัดหาให้ผม (fix me up) เที่ยวบินอีกเที่ยวหนึ่งในวันศุกร์ได้ไหม

เสมียน   :  อ้อ  ได้สิครับ  มีเที่ยวบินออกเวลา ๑๐ โมงวันศุกร์,  มันสะดวก (convenient) สำหรับคุณที่จะ

                  ออกเดินทาง (leave) เวลานั้นไหมครับ

ธีระ         :  ใช้ได้ทีเดียวเลย (It’s perfectly all right)

เสมียน   ผมมีที่นั่งสำหรับคุณบนเที่ยวบิน ๒๑๑, วันเสาร์เวลา ๑๐ โมง (สำหรับเที่ยวกลับ)  คุณจะเดิน

                  ทางกลับเมื่อไรครับ

ธีระ         :              ๔          มันขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นๆ (It all depends)  โปรดปล่อยว่างไว้สำหรับขณะนี้

                  (หมายถึง  เวลาเดินทางกลับ) (leave it open for the moment)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 147)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following dialogs and choose the best alternatives for each blank.

(จงอ่านบทสนทนาต่อไปนี้  และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

Transacting

            A customer is talking to a teller in a bank.

 

Teller          :  Hello.  Can I help you, sir?   

Customer   :  Yes, please.  I’d like to send five-hundred dollars to the U.S.

Teller          :  Who is           1        ?

Customer   :  The International Reading Association in Newark, Delaware.

Teller          :  May I have your name and signature on this form, please?

Customer   :  Certainly.  Er, excuse me,            2        ?

Teller          :  Thirty-one baht and fifty satang to the dollar, sir.  That’ll be 15,750 baht.  There is a

                       commission charge of one hundred and fifty baht.  So           3         15,900 baht. 

                       Will you be paying in cash, sir?

Customer   :  No,          4        , please.

Teller          :  It’ll probably take a while.  Please have a seat, and            5          when it’s ready, sir.

 

1. (a) the client    (ลูกค้า)

    (b) the payer    (ผู้สั่งจ่าย, ผู้ชำระเงิน)

    (c) the owner    (เจ้าของ)

    (d) it awarded to    (มันถูกมอบให้, มันถูกให้รางวัลแก่)

    (e) it payable to    (เงินนี้จะจ่ายให้แก่)

2. (a) what is the currency    (สกุลเงินอะไร – ดอลลาร์, เยน)

    (b) how much is the change    (เงินทอนเป็นเท่าไร)

    (c) how much is it in dollars    (คิดเป็นเงินดอลลาร์เท่าไร)

    (d) what is the exchange rate    (อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเท่าใด)

    (e) how much is the dollar    (มีเงินดอลลาร์เท่าไร)

3. (a) you charge    (ค่าใช้จ่ายของคุณ)

    (b) it costs    (มันราคา)

    (c) I pay    (ผมจ่ายเงิน)

    (d) the total is    (รวมทั้งหมดเป็นเงิน)  (จำนวนที่ส่งไป + ค่าบริการ)

    (e) you owe me    (คุณเป็นหนี้ผม)

4. (a) in notes    (จ่ายเป็นธนบัตร)

    (b) pay the bank    (จ่ายให้ธนาคาร)

    (c) by check    (จ่ายเป็นเช็ค)

    (d) make a deposit    (ฝากเงิน)

    (e) I’ve no money with me    (ผมไม่มีเงินติดตัวเลย)

5. (a) they’ll ask you    (พวกเขาจะถามคุณ)

    (b) it’ll be sent to you    (มันจะถูกส่งไปให้คุณ)

    (c) you’ll be noticed    (คุณจะได้รับการแจ้งล่วงหน้า)

    (d) you may have some coffee    (คุณอาจจะดื่มกาแฟก็ได้)

    (e) we’ll tell you    (เราจะบอกให้คุณทราบ)

 

การทำธุรกรรม (Transacting)

            ลูกค้าผู้หนึ่งกำลังสนทนากับสมุห์บัญชี (Teller) ในธนาคาร

 

สมุห์บัญชี      เฮลโล่  มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ

ลูกค้า             :  มีซิ  ได้โปรด,  ผมอยากจะส่งเงิน ๕๐๐ ดอลลาร์ไปสหรัฐฯ

สมุห์บัญชี     :              ๑           ใครครับ?

ลูกค้า            (จ่ายให้) สมาคมการอ่านระหว่างประเทศ  ในเมืองนวร์ก  รัฐเดลาแวร์ครับ

สมุห์บัญชี    ผมขอชื่อและลายเซ็น (signature) ของคุณบนแบบฟอร์มนี้ด้วยครับ  ได้โปรด

ลูกค้า            :  แน่นอน (Certainly)  เอ้อ  ขอโทษนะครับ             ๒         ?

สมุห์บัญชี    : ๓๑ บาท ๕๐ สตางค์ต่อ ดอลลาร์ครับ  นั่นจะเป็นเงิน ๑๕,๗๕๐ บาท (เท่ากับจำนวน ๕๐๐

                       ดอลลาร์ที่คุณต้องการส่ง)  และมีค่าคอมมิสชั่น (บริการ) จำนวน ๑๕๐ บาท,  ดังนั้น

                                   ๓         ๑๕,๙๐๐ บาท  คุณจะจ่ายเป็นเงินสด (paying in cash) ใช่ไหมครับ

ลูกค้า            :  ไม่ใช่นะ             ๔         ครับ,  ได้โปรด

สมุห์บัญชี    :  มันเป็นไปได้ที่จะใช้เวลา (ดำเนินการ) สักครู่หนึ่ง (probably take a while)  โปรดนั่ง (รอ)

                       ก่อนครับ (have a seat) และ            ๕         เมื่อมันเสร็จเรียบร้อย (ready) ครับ

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 146)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Making A Reply

            Below is the secretary’s  reply letter to the invitation.

 

                                                                                                                        15  October  2019

 

Dear Mr. Morgan,

 

Thank you for your letter of 10 October 2019, in which          1         the 8th and 9th of next month for my visit to Dale Company.

 

I should be happy to         2        8 November with you and your capable team.  On 9 November, however, I have to be in London to keep appointments that have already been          3       .  May I suggest that my second day at Dale could be 14 November, after my London meetings and a week-end         4        in Stratford-on-Avon?  I should be able to           5         the whole day to your company, but have to                          6         Glasgow that evening.

 

Please let me know if these          7         to the program are           8         to you.

 

Yours sincerely,

 

Victor Andrews

Assistant Managing Director

 

1. (a) we agree    (เราเห็นด้วย)

    (b) I persuade    (ผมชักชวน)

    (c) it decides    (มันตัดสินใจ)

    (d) I suggest    (ผมเสนอแนะ)

    (e) you suggest    (ท่านเสนอแนะ(เลือกข้อนี้เนื่องจากบริษัทยูโร-สยาม  โดยมิสเตอร์วิคเตอร์ แอนดรูว์ส, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ, เป็นผู้แนะนำเวลาที่จะไปเยือนบริษัทเดล  ซึ่งมีมิสเตอร์มอร์แกนเป็นกรรมการผู้จัดการ)

2. (a) stay on    (พักในวันที่)

    (b) discuss    (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย)

    (c) travel on    (เดินทางวันที่)

    (d) spend    (ใช้เวลา, ใช้เงิน, ใช้จ่าย, ใช้, ใช้หมด, ใช้ชีวิต, ถลุง)

    (e) visit on    (ไปเยือนวันที่)

3. (a) reserved    (จอง – ห้องพัก, ตั๋วโดยสาร)

    (b) anticipated    (คาดหวัง, มุ่งหวัง, ทำนาย)

    (c) proclaimed    (ประกาศอย่างเป็นทางการ, ประกาศอย่างเปิดเผย, ป่าวประกาศ, ป่าวร้อง, ประกาศสงคราม, แถลง)

    (d) acknowledged    (ยอมรับ)

    (e) arranged    (เตรียมการ, ตระเตรียม, กำหนด, จัดการ, ปรึกษา, ไกล่เกลี่ย, ปรับปรุง, ตกลง)

4. (a) business    (ธุรกิจ)

    (b) party    (งานเลี้ยง)

    (c) shopping    (การซื้อของ)

    (d) break    (การหยุดพัก, การแตกออก, เวลาฟ้าสาง, การหยุดชะงัก, การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน, การลดลง (ภาษี), มิตรภาพที่แตกสลาย)

    (e) seminar    (การสัมมนา)

5. (a) respond    (ตอบสนองต่อ)

    (b) listen    (ฟัง)

    (c) devote    (อุทิศ, อุทิศเวลา, อุทิศตัว, สละ, ใส่ใจ, หมกมุ่นในทาง)  (ใช้  “Devote……..…to”)

    (d) recommend    (แนะนำว่าดี)

    (e) apply    (สมัคร, ขอ)

6. (a) leave from    (ออกจาก, เดินทางจาก)

    (b) drive through    (ขับรถผ่านเข้าไปใน)

    (c) fly to    (บินไป, โดยสารเครื่องบินไป)

    (d) visit in    (ไปเยือนใน)  (อาจเลือกข้อนี้ได้  แต่ต้องตัด  “In”  ทิ้งไป)

    (e) have dinner in    (กินอาหารค่ำใน)

7. (a) agreed improvements    (การปรับปรุงให้ดีขึ้นที่ได้ตกลงกันไว้)

    (b) suggested changes    (การเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการเสนอแนะ)  (หมายถึงการขอเปลี่ยนแปลงวันไปเยือนบริษัทเดล วัน  จากที่บริษัทเดลเสนอแนะ วัน  คือ  จากวันที่ เป็นวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน)

    (c) requested additions    (สิ่งที่เพิ่มเข้าไปซึ่งถูกร้องขอ)

    (d) persuaded moves    (การเดินหน้าที่ถูกเชิญชวน)

    (e) serious complaints    (การร้องทุกข์อย่างจริงจัง)

8. (a) acceptable    (สามารถยอมรับได้, เห็นด้วย, ถูกใจ, ยินดีต้อนรับ)

    (b) available    (สามารถหาได้, หาได้ง่าย, มี, ใช้ประโยชน์ได้, เท่าที่จะหาได้, เหมาะที่ใช้, กำไร)

    (c) satisfactory    (เป็นที่พอใจ)

    (d) accustomed    (คุ้นเคย, เคยชิน) 

    (e) useful    (เป็นประโยชน์)

 

การตอบ (จดหมาย) (Making a reply)

            ข้างล่างเป็นจดหมายตอบรับคำเชิญของเลขานุการ (ของมิสเตอร์แอนดรูว์ส, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทยูโร-สยาม, ผู้ได้รับเชิญให้ไปเยือนบริษัทเดลในประเทศอังกฤษ)

****หมายเหตุ - จดหมายเชิญของบริษัทเดล  อยู่ในหมวดข้อสอบ (Cloze Test) ตอนที่ ๑๔๕ 

 

                                                                                                              ๑๕  ตุลาคม  ๒๐๑๙

 

เรียน  คุณมอร์แกน,

 

ขอบคุณสำหรับจดหมายของท่าน  ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๐๑๙  ซึ่งในจดหมาย          ๑         วันที่ และ ของเดือนถัดไป (พฤศจิกายน) สำหรับการมาเยือนบริษัทเดลของผม

 

ผมจะมีความสุขที่จะ          ๒       วันที่ ๘ พฤศจิกายนกับท่านและทีมงานที่มีความสามารถ (capable team) ของท่านอย่างไรก็ตาม (however)  ในวันที่ พฤศจิกายน  ผมจำเป็นต้องอยู่ในลอนดอนเพื่อรักษาการนัดหมาย (ทำตามที่นัดหมาย) (keep appointments)  ซึ่งได้รับการ           ๓        ไว้ (ก่อนหน้านี้) แล้ว,  ผมขอเสนอแนะ (suggest) ว่าวันที่ ๒ ของผมที่บริษัทเดล  สามารถ (เปลี่ยน) เป็นวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน (เนื่องจากวันที่ ติดธุระ),  (ซึ่งเป็นวัน) ภายหลังการประชุมในลอนดอนของผม  และ         ๔        สุดสัปดาห์ในเมืองสแตรทฟอร์ด-ออน-เอวอน (บ้านเกิดของเชคสเปียร์) จะได้หรือไม่  ทั้งนี้  ผมสามารถที่จะ                ๕         วันทั้งวัน  ให้กับบริษัทของท่าน (อยู่กับท่านได้ตลอดทั้งวัน  ในวันที่ ๑๔)  แต่ (ผม) จำเป็นต้อง           ๖        เมืองกลาสโกว์ (เมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในสกอตแลนด์  มีปัญหาด้านมลภาวะทางอากาศมาก) ในตอนค่ำวันนั้น

 

โปรดบอกให้ผมทราบว่า           ๗         เหล่านี้กับโปรแกรม (การมาเยือนของผม)           ๘         (เป็นที่ยอมรับ) กับท่านหรือไม่ (ท่านยอมรับการเปลี่ยนแปลงการมาเยือนของผม วัน จากทั้งหมด วันหรือไม่)

 

ขอแสดงความนับถือ (Yours sincerely)

 

วิคเตอร์  แอนดรูว์ส

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ      

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ CLOZE TEST