หมวดข้อสอบ CLOZE TEST

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 165)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Learning English Is Important to Me (2)

(Continued from Cloze Test 164)

 

          Second, learning English is important for me because I want to know what is going on        1        me in the world.  When I          2         newspapers and magazines in my own language, I feel I am not getting enough news of the world.  I believe that Western          3         communicate all kinds of news in                          4        detail, and this will give me a different perspective.  Also, being able to read magazines and newspapers in English will keep me           5         of the technological changes that will be          6        us all.  With recent          7        in technology, the world is changing rapidly in many fields, such as business, arts, and medicine.  These changes will affect me soon, and it is important for me to read and        8         these changes.

          In conclusion, it is important for me to learn English so that I will feel         9        about myself when I go for a job interview again.  It is also important as I want to know what is         10       in the world around me, and by learning English I can do this.  In fact, learning English is the          11        to a lot of the things that I need and want.

 

1. (a) with    (กับ, ด้วย, พร้อมกับ)

    (b) from    (จาก)

    (c) by    (โดย)

    (d) to    (กับ, แก่, ต่อ)

    (e) around    (รอบๆ, อยู่รอบๆ, อ้อม, ผ่าน, วกกลับ, กลับ, ประมาณ, ในราวๆ, ทั่วๆ ไป)

2. (a) buy    (ซื้อ)

    (b) sell    (ขาย)

    (c) write    (เขียน)

    (d) read    (อ่าน)

    (e) understand    (เข้าใจ)

3. (a) authors    (ผู้เขียน)

    (b) speakers    (ผู้พูด)

    (c) forecasters    (ผู้ทำนาย)

    (d) businesspersons    (นักธุรกิจ)

    (e) reporters    (ผู้รายงานข่าว, ผู้สื่อข่าว)

    (f) travelers    (นักเดินทาง, นักท่องเที่ยว)

4. (a) less    (น้อยกว่า)

    (b) more interesting    (น่าสนใจมากกว่า)

    (c) more informative    (ให้ข้อมูลข่าวสารหรือความรู้มากกว่า)

    (d) greater    (มากกว่า, มีปริมาณมากกว่า, สำคัญกว่า, ใหญ่กว่า, ยิ่งใหญ่กว่า, เด่นกว่า, มีชื่อเสียงกว่า, มีตำแหน่งหรือฐานะสูงกว่า)

    (e) poorer    (แย่กว่า, เลวกว่า, จนกว่า, น่าสงสารกว่า)

    (f) more useful    (มีประโยชน์มากกว่า)

5. (a) proud    (ภูมิใจ)

    (b) fond    (ชอบ, หลงใหล) 

    (c) aware    (ตระหนัก, รู้, รู้ดี, ทราบ, รู้ตัว, รู้สึกตัว)

    (d) careful    (ระวัง, รอบคอบ) 

    (e) confident    (มั่นใจ) 

    (f) suspicious    (สงสัย, ระแวง)

6. (a) enduring    (ทน, ทนทาน, อดทน, อดกลั้น)

    (b) infecting    (ทำให้ติดเชื้อ-ติดโรค, ทำให้เปื้อน-มัวหมอง, มีผลต่อความรู้สึกหรือการกระทำ)

    (c) affecting    (มีผลกระทบต่อ, ส่งผลต่อ, กระทบกระเทือน, ทำให้เสียใจ, ทำให้สงสาร, โน้มเอียงไปทาง)

    (d) challenging    (ท้าทาย)

    (e) eliminating    (กำจัด, ขจัด, ทำลาย, ขับไล่, ขับออก, คัดออก, ลบทิ้ง)

     (f) penetrating    (ผ่านทะลุ, เจาะทะลุ, แทง, ลอด, บุกเข้าไป, แทรกซึม, มองทะลุ, มองผ่าน)

7. (a) investments    (การลงทุน)

    (b) initiatives    (การริเริ่ม, ความคิดริเริ่ม)

    (c) conflicts    (ความขัดแย้ง)

    (d) advances    (ความก้าวหน้า, ความเจริญ, การเลื่อนตำแหน่ง)

    (e) traces    (รอย, ร่องรอย, รอยเท้า, รอยทาง)

    (f) reflections    (การพิจารณา, การไตร่ตรอง, การครุ่นคิด, การสะท้อนกลับ, ภาพสะท้อน, แสงสะท้อน, การส่องกลับ, สิ่งที่สะท้อนกลับ)

8. (a) put up with    (อดทนกับ)

    (b) make fun of    (ล้อเลียน, หัวเราะเยาะ, เยาะเย้ย, เย้ยหยัน)

    (c) go along with    (เห็นด้วยกับ, ไปด้วยกับ, ตามไปด้วยกันกับ)

    (d) make up for    (ชดเชยกับ, ทดแทนกับ)

    (e) keep up with    (ตามให้ทันกับ, ยังคงติดต่ออยู่กับ, ยังคงสนใจใน)

    (f) find fault with    (คอยหาเรื่อง, คอยจับผิด)

9. (a) buoyant    (บ๊อย-เอิ้นท)  (ร่าเริง, เบิกบานใจ)

    (b) confident    (มั่นใจ, เชื่อมั่น, กล้า, กล้าเกินไป, ซึ่งไว้วางใจ)

    (c) tranquil    (แทร้ง-ควิ่ล)  (สงบเงียบ, เงียบ, สงบ, สงบสุข, ราบรื่น, ไม่มีสิ่งใดรบ กวน)

    (d) harmonious    (เข้ากันได้, สามัคคี, กลมกลืนกัน, เสนาะหู, คล้องจองกัน, ประ สานกัน)

    (e) ambiguous    (แอม-บิ๊ก-กิว-อัส)  (คลุมเครือ, กำกวม, มีหลายความหมาย, ยากที่จะเข้าใจ)

    (f) frank    (เปิดเผย, ตรงไปตรงมา, ไม่แอบแฝง, ไม่อ้อมค้อม, ด้วยน้ำใสใจจริง)

10. (a) happening    (เกิดขึ้น)

      (b) postponing    (เลื่อนออกไป, ผัดเวลาออกไป)

      (c) overcoming    (เอาชนะ, พิชิต)

      (d) wandering    (ว้อน-เดอะ-ริ่ง)  (ร่อนเร่, พเนจร, เตร็ดเตร่, เถลไถลไป, ท่อง เที่ยว, ไปโดยไม่มีจุดหมายแน่นอน, ไม่มีถิ่นที่อยู่แน่นอน)

      (e) persisting    (ยืนกราน, ยืนหยัด, พากเพียร)

      (f) recovering    (คืนสภาพ, กลับคืนอย่างเดิม, ทำให้คืนสภาพหรือกลับอย่างเดิม, เอากลับคืน, กู้, ค้นพบใหม่)

11. (a) acumen    (อะ-คู้-เม่น)  (ไหวพริบและความเฉียบแหลม)

      (b) adversary    (ศัตรู, ปรปักษ์)

      (c) affection    (ความรักใคร่, ความชอบ, ความเมตตา)

      (d) answer    (คำตอบ, ผลลัพธ์, คำแก้ตัว, คำสนอง)

      (e) compassion    (ความสงสาร, ความเวทนา, ความเห็นอกเห็นใจ)

      (f) phobia    (ความกลัว)

 

(คำแปล)                                การเรียนรู้ภาษาอังกฤษมีความสำคัญสำหรับผม (๒) 

                                                           (ต่อจาก Cloze Test ตอนที่ ๑๖๔)

 

            ประการที่สอง  การเรียนรู้ภาษาอังกฤษมีความสำคัญสำหรับผม  เพราะว่าผมต้องการรู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น           ๑        ตัวผมในโลกใบนี้,  เมื่อผม           ๒         หนังสือพิมพ์และแมกกาซีนที่เป็นภาษาของผมเอง (in my own language)  ผมรู้สึกว่าผมมิได้กำลังรับข่าวสารของโลก (news of the world) อย่างเพียงพอ  ผมเชื่อว่า            ๓         ตะวันตกสื่อสาร (ถ่ายทอด, บอกแจ้ง) (communicate) ข่าวทุกประเภท (all kinds of news) ในรายละเอียด (detail) ที่        ๔        และสิ่งนี้จะให้ทัศนวิสัย (ความคิดเห็น, ทัศนคติ) (perspective) ที่แตกต่างออกไปแก่ผม,  เช่นเดียวกัน  การสามารถอ่าน (being able to read) แมกกาซีนและหนังสือพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ (in English)  จะทำให้ผม         ๕       ถึงความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีซึ่งจะ            ๖         พวกเราทุกคน,  (และ) ด้วย           ๗         ในเทคโนโลยีเมื่อเร็วๆ นี้ (เมื่อไม่นานมานี้) (recent)  โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวด เร็ว (changing rapidly) ในหลายๆ สาขา (in many fields)  เช่น  ธุรกิจ, ศิลปะ และการแพทย์ (medicine),  ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะมีผลกระทบต่อผมในไม่ช้า  และมันสำคัญสำหรับผมที่จะอ่านและ            ๘         ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

            กล่าวโดยสรุป (In conclusion)  มันสำคัญสำหรับผมที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษ  เพื่อที่ว่า (so that) ผมจะได้รู้สึก           ๙        เกี่ยวกับตัวผมเองเมื่อผมไปเข้ารับการสัมภาษณ์อีกครั้ง (เพื่อสมัครเข้าทำงาน) (when I go for a job interview again)  และมันก็สำคัญสำหรับผมด้วยเช่นกัน  เพราะผมต้องการรู้ (as I want to know) ว่าอะไรกำลัง           ๑๐        ในโลกรอบๆ ตัวผม,  และโดยการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ  ผมจึงสามารถทำสิ่งนี้ได้,  ในความเป็นจริง (In fact)  การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็น        ๑๑      แก่สิ่งต่างๆ มากมายที่ผมต้องการ (need) และปรารถนา (ขาดแคลน) (want)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 164)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Learning English Is Important to Me (1)

 

          When I first came to the United States, I found out the          1        of knowing English.  Whenever I went to the market to          2        food, to the post office to mail a letter, or to take a bus to the bank, I had to          3         in English or things would not go smoothly.  But the two most important        4         for learning English for me are to be able to go through the interview process to get a           5         and to be able to read English to know what is going on in the world.

          First, learning English is essential if I wish to go through the interview process to get a job.  It is important to          6         comfortable with the language and be able to converse without           7        with the interviewer.  Even if the interview is in another language, sometimes the interviewer will switch to English just to test your          8       .  But conversation is not enough; I must be able to understand formal          9        English, including contracts.  When I was in Hong Kong, I went for an interview and was given a letter of employment to read and sign.  The letter stated, “You will have a nine-month probation          10       , and one month’s notice or payment in lieu of notice has to be given if either party wants to          11        the contract during the probation period.”  I did not know what “payment in lieu of” or “terminate”         12       .  I could not ask the interviewer or I would not get the job.  I signed the contract and started the job.  I         13        six months later without prior notice.  Because I did not understand the contract, I lost a month’s salary.

         

1. (a) expedition    (การเดินทางเพื่อสำรวจหรือวัตถุประสงค์อื่น, คณะผู้เดินทางดังกล่าว)

    (b) attempt    (ความพยายาม)

    (c) influence    (อิทธิพล)

    (d) popularity    (ความเป็นที่นิยมชมชอบ)

    (e) importance    (ความสำคัญ)

2. (a) eat    (กิน)

    (b) sell    (ขาย)

    (c) cook    (ปรุงอาหาร)

    (d) buy    (ซื้อ)

    (e) find    (หา, พบ, เจอ, ค้นพบ, สืบค้น, ตัดสินใจ, ลงความเห็น)

3. (a) apply    (สมัคร, ใช้, ใช้เป็นประโยชน์, ประยุกต์, บอกกล่าว)

    (b) reply    (ตอบ, ตอบได้, สนองตอบ, สะท้อน, ก้องกลับ, ตอบคำร้องของจำเลย)

    (c) respond    (ตอบสนอง)

    (d) complain    (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ) 

    (e) communicate    (สื่อสาร, ติดต่อ, ติดต่อพูดกับ, บอกแจ้ง, ให้ความรู้, ส่ง, ถ่ายทอด)

4. (a) indications    (สิ่งที่บ่งชี้-ชี้บอก, การชี้บอก, เครื่องหมายแสดง)

    (b) breakthroughs    (การฝ่าฟันอุปสรรค, การทำได้สำเร็จ)

    (c) prospects    (ความคาดหวัง)

    (d) reasons    (เหตุผล)

    (e) disadvantages    (ข้อเสียเปรียบ, ความเสียเปรียบ, ข้อเสียหาย, ความเสียหาย, ความเป็นเบี้ยล่าง)

    (f) hindrances    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง, เครื่องกีดขวาง)

5. (a) trip    (การเดินทาง)

    (b) function    (หน้าที่, การปฏิบัติงาน, ภารกิจ, งาน, พิธี, บทบาท, ฟังก์ชัน)

    (c) job    (งาน)

    (d) salary    (เงินเดือน)

    (e) promotion    (การเลื่อนตำแหน่ง-ฐานะ-ระดับ, การส่งเสริม, การสนับสนุน, การให้กำลังใจ, การก่อการ, การก่อตั้ง)

6. (a) seem    (ดูเหมือนว่า)

    (b) taste    (มีรสชาติ, ชิม)

    (c) feel    (รู้สึก, คลำ)

    (d) sound    (ฟังดู.................เข้าท่า, ดี, เหลือเชื่อ)

    (e) make    (ทำ, สร้าง, ประดิษฐ์, ผลิต)

7. (a) aversion    (ความเกลียด, ความไม่ชอบอย่างแรง)

    (b) distribution    (การจำหน่าย, การแจกจ่าย)

    (c) protection    (การปกป้อง, การคุ้มครอง)

    (d) hesitation    (การรีรอ, การลังเลใจ, ความชักช้า, ความอึกอัก, ความไม่แน่นอน, ภาวะสองจิตสองใจ)

    (e) inhibition    (การขัดขวาง, การยับยั้ง, การสกัดกั้น, การห้าม)

8. (a) capability    (ความสามารถ, ประสิทธิภาพ, สมรรถภาพ, สมรรถนะ, ปริมาณบรรจุ)

    (b) competency    (= competence)  (ความสามารถ, อำนาจ, ความพอเพียง)

    (c) proficiency    (ความเชี่ยวชาญ, ความชำนิชำนาญ, ความคล่องแคล่ว)

    (d) sufficiency    (ความพอเพียง, จำนวนหรือปริมาณที่พอเพียง, สัมภาระที่พอเพียง)

    (e) fluency    (การพูดหรือเขียนภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว, ความราบรื่น, ความง่าย, การหลั่งไหล)

9. (a) spoken    (“Spoken English”  =  “ภาษาอังกฤษแบบพูด, ภาษาพูด”)

    (b) written    (เขียน, ซึ่งถูกเขียน)  (“Written English”  =  “ภาษาอังกฤษแบบเขียน, ภาษาเขียน”)

    (c) everyday    (“Everyday English”  =  “ภาษาอังกฤษประจำวัน, ภาษาอังกฤษซึ่งใช้งานประจำวัน”)

    (d) working    (“Working English”  =  “ภาษาอังกฤษใช้งาน”)

    (e) communicative    (เพื่อการสื่อสาร, เพื่อการติดต่อ, เกี่ยวกับการสื่อสารหรือติดต่อ, ชอบถ่ายทอด, ชอบพูด)

10. (a) tradition    (จารีต, ประเพณี, จารีตนิยม, ธรรมเนียม, ประเพณีสืบทอด)

      (b) occupation    (การครอบครอง, การยึดครอง, อาชีพ)

      (c) malfunction  (การทำงานอย่างบกพร่อง, การไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ)

      (d) period    (ระยะเวลา, ช่วงเวลา, สมัย, ยุค, ประจำเดือน (ระดู), ชั่วโมงเรียน, คาบ, เครื่องหมายฟูลสต๊อป)

      (e) system    (ระบบ)

11. (a) terminate    (ทำให้ยุติ, ทำให้สิ้นสุด, บอกเลิก, ยุติ, สิ้นสุด, ลงเอย, ลงท้าย, จบลง)

      (b) sign   (ลงนาม, เซ็นชื่อ)

      (c) instigate    (ปลุกปั่น, กระตุ้น, ยุยง)

      (d) undermine      (บ่อนทำลาย, ทำลายทีละน้อย, ทำลายอย่างลับๆ, ทำให้อ่อนลง, ขุด, เซาะ)

      (e) confiscate    (ริบ, ยึด)

12. (a) established    (สร้าง, จัดตั้ง, สถาปนา)

      (b) meant    (หมายถึง, มุ่งหมาย, หมายความ, มีเจตนา, ตั้งใจ, ทำให้เกิดขึ้น, มีความหมายต่อ, มีความสำคัญต่อ)

      (c) restored    (บูรณะ, ฟื้นฟู, ปฏิสังขรณ์)

      (d) encountered    (เผชิญหน้า, พบ, ประสบ, พบโดยบังเอิญ, ปะทะ, การเผชิญ หน้าศัตรู, การพบโดยบังเอิญ)

      (e) evicted    (ขับไล่, ขับออก, ไล่ที่, เรียกคืน)

13. (a) surrendered    (ยอมแพ้)

      (b) retaliated    (ตอบโต้, แก้แค้น, ตอบแทน, แก้เผ็ด, แก้ลำ)

      (c) fled    (หนี, หลบหนี)  (กริยา ๓ ช่อง  คือ  “Flee, Fled, Fled”)

      (d) felt exhausted    (หมดกำลัง, อ่อนเพลีย, ใช้หมดไป, ถูกดูดออกหมด)

      (e) quit    (ลาออก, ยุติ (งาน), เลิก (ทำงาน), ละทิ้ง, เพิกถอน, สลัด, ปลดเปลื้อง, ลบล้าง, ออกจาก, ชำระหนี้)  (กริยา ๓ ช่อง  คือ  “Quit, Quit, Quit”)

 

(คำแปล)                             การเรียนรู้ภาษาอังกฤษมีความสำคัญสำหรับผม ()

 

            เมื่อผมมาสหรัฐอเมริกาครั้งแรก  ผมได้พบ (ค้นพบ) (found out)           ๑         ของการรู้ภาษาอังกฤษ,  เมื่อใดก็ตามที่ผมไปตลาดเพื่อ           ๒        อาหาร, (ไป) ที่ไปรษณีย์เพื่อส่งจดหมาย, หรือขึ้นรถประจำทางไปธนาคาร  ผมจำเป็นต้อง           ๓         เป็นภาษาอังกฤษ (in English)  มิฉะนั้น (or) สิ่งต่างๆ จะไม่ดำเนินไปอย่างราบรื่น (go smoothly),  แต่           ๔         สำคัญที่สุด ประการสำหรับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของผม  คือ  เพื่อที่จะสามารถผ่านกระบวนการการสัมภาษณ์ (go through the interview process)  เพื่อได้           ๕         ทำ  และสามารถอ่านภาษาอังกฤษ  เพื่อที่จะรู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น (what is going on) ในโลก

            ประการแรก  การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งจำเป็น (essential)  ถ้าผมปรารถนาที่จะผ่านกระบวนการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้งานทำ,  ทั้งนี้  มันสำคัญที่จะ      ๖     อุ่นใจ (สบาย, สุขใจ) (comfortable) กับภาษา  และสามารถสนทนา (converse) โดยปราศจาก           ๗        กับผู้สัมภาษณ์ (interviewer) (สามารถตอบการสัมภาษณ์อย่างคล่องแคล่ว),  แม้ว่(Even if) การสัมภาษณ์จะทำในอีกภาษาหนึ่ง (is in another language)  บางครั้งผู้สัมภาษณ์จะเปลี่ยนไปเป็น (switch to) ภาษาอังกฤษเพียงเพื่อจะทดสอบ (just to test)           ๘         ของคุณ,  แต่การสนทนายังไม่เพียงพอ  ผมจะต้องสามารถเข้าใจภาษาอังกฤษ          ๙        (ภาษาเขียน) ที่เป็นทางการ (formal)  รวมทั้งสัญญา (หนังสือสัญญา) (contracts) (จ้างงาน) ด้วย,  เมื่อผมอยู่ในฮ่องกง  ผมไปเข้ารับการสัมภาษณ์ (went for an interview)  และได้รับมอบหนังสือจ้างงาน (letter of employment) ให้อ่านและลงนาม (sign)  โดยหนังสือกล่าว (stated) ว่า “คุณจะมี           ๑๐        การทดลองงาน ๙ เดือน (nine-month probation),  และจะต้องยื่นโนติส (หนังสือบอกเลิกการจ้างหรือเลิกการทำงาน) เดือน (แจ้งล่วงหน้า) (one month’s notice) หรือการจ่ายเงินแทนการยื่นโนติส (จำนวน เดือน) (payment in lieu of notice) (กรณีไม่แจ้งล่วงหน้า)  ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (either party) ต้องการ           ๑๑         สัญญา (จ้างงาน) ในระหว่างช่วงเวลาทดลองงาน (probation period) (หมายถึง  ถ้าฝ่ายใดบอกเลิกสัญญาในระหว่างช่วงทดลองงาน  โดยไม่แจ้งล่วงหน้า เดือน  จะต้องถูกปรับเป็นเงินค่าจ้างจำนวน เดือน)  ทั้งนี้  ผมไม่รู้ว่า (คำว่า) “การจ่ายเงินทดแทน” หรือ “ทำให้สิ้นสุด, ทำให้ยุติ”          ๑๒         อะไร,  โดยผมไม่สามารถถามผู้สัมภาษณ์ได้  มิฉะนั้น (or) ผมจะไม่ได้งานทำ,  ผมเลยลงนาม (signed) สัญญาและเริ่มต้นทำงาน,  ผม        ๑๓        หกเดือนต่อมาโดยมิได้ยื่นโนติสก่อน (without prior notice),  เพราะว่าผมไม่เข้าใจสัญญา  ผมเลยสูญเสียเงินเดือน เดือน (lost a month’s salary) (ตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญา)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 163)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Improved Women’s Right

              The most important international instrument          1        women’s right is the          2        on the Elimination of all Forms of          3         against Women.  The Convention was          4        by the General Assembly in December 1979, and first          5        by countries at the Copenhagen World Conference in 1980.  As of 5 January 1984, 54 out of 158 United Nations Member States had          6        or         7        to the Convention.  Among these are eight member countries from the ESCAP           8        .

 

1. (a) prompting    (กระตุ้น, ให้กำลังใจ, สนับสนุน, ถือหาง, บอกบท)

    (b) proclaiming    (ประกาศอย่างเป็นทางการ, ป่าวประกาศ, ป่าวร้อง, แถลง, ประกาศอย่างเปิดเผย, ประกาศสงคราม)

    (c) practicing    (ปฏิบัติ, ฝึกหัด)

    (d) participating in    (มีส่วนร่วมใน)

    (e) promoting    (ส่งเสริม, สนับสนุน, เลื่อน, กระตุ้น, ก่อการ, ก่อตั้ง)  (ลดรูปมาจาก  “Instrument which promotes”)

2. (a) Conservation    (การอนุรักษ์)

    (b) Conception    (แนวความคิด, การคิด, การสร้างมโนคติ, การตั้งครรภ์, การริเริ่ม, การตั้งต้น, แบบแผน, โครงการ)

    (c) Consumption    (การกิน, การบริโภค, การผลาญ, การใช้อย่างฟุ่มเฟือย, วัณโรค)

    (d) Convention    (อนุสัญญา, สนธิสัญญา, สัญญา, การประชุม, การประชุมพรรคการเมือง, ระเบียบแบบแผน, ธรรมเนียมปฏิบัติ, ประเพณีนิยม, จารีตประเพณี)

    (e) Connection    (การเกี่ยวโยง, การเกี่ยวข้อง)

3. (a) Discipline    (ระเบียบวินัย, วินัย, ข้อบังคับ, การฝึกฝน, การลงโทษ, สาขาวิชา, วินัยทางศาสนา)

    (b) Discontent    (ความไม่พอใจ, ไม่พอใจ)  (เป็นทั้งคำนามและคุณศัพท์)

    (c) Discretion    (การไตร่ตรองอย่างรอบคอบ, ความสุขุม, ความระมัดระวัง, การมีอิสระในการคิด)

    (d) Disruption    (การทำให้ยุ่งเหยิง, การทำให้สับสน, การทำให้แตกแยกออก, การทำให้แตกแยกเป็นชิ้นๆ, การรบกวน, ภาวะที่ถูกทำให้แตกแยกออก)

    (e) Discrimination    (การเลือกปฏิบัติ, การเลือกที่รักมักที่ชัง, การแยกแยะ, การแบ่งแยก, การวินิจฉัย, ความสามารถหรืออำนาจในการแยกแยะ)

4. (a) adapted    (ปรับตัว, ปรับให้เหมาะ, ดัดแปลง)

    (b) adored    (นิยม, ชื่นชอบ, เคารพ, บูชารัก)

    (c) addicted    (ซึ่งติดนิสัยบางอย่าง, ซึ่งติดยาเสพย์ติด)

    (d) adopted    (นำมาใช้, รับเอามาใช้, เลี้ยงเป็นลูก)

    (e) adorned    (ประดับ, ตกแต่ง, ทำให้น่าสนใจหรือสวยขึ้น)

5. (a) formed    (สร้าง, ก่อตัว)

    (b) declined    (ปฏิเสธ (คำเชิญ, ข้อเสนอ), ลดน้อยลง, (สุขภาพ, ความนิยม) เสื่อม)

    (c) signed    (ลงนาม, เซ็นชื่อ, เขียนเครื่องหมาย, เขียนสัญลักษณ์, ทำเครื่องหมายกางเขน, ติดต่อกันด้วยสัญญาณ)

    (d) expressed    (แสดง, เปิดเผย, แสดงออกโดยใช้คำพูด)

    (e) extended    (ต่อ, ขยาย, ยืด (เวลา), ทำให้ยาวขึ้น)

6. (a) satisfied    (ทำให้พอใจ, สนองความพอใจ, ทำให้จุใจ, ทำให้แน่ใจ, ขจัด, ชำระหนี้, สนองความต้องการ, ชดเชย, ทดแทน)

    (b) ratified    (ให้สัตยาบัน, ยืนยัน, อนุมัติ)

    (c) modified    (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง, แปร, ปรับปรุง, ลดความรุนแรง, ลดหย่อน)

    (d) clarified    (ทำให้ชัดเจน, ทำให้กระจ่าง, ทำให้บริสุทธิ์, ทำให้ใสสะอาด, ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น)

    (e) intensified    (ทำให้รุนแรงขึ้น, ทำให้เข้มข้นขึ้น, ทำให้หนาแน่นขึ้น, หนาแน่นขึ้น, รุนแรงขึ้น, เข้มข้นขึ้น)

7. (a) proceeded    (ดำเนินต่อไป, ดำเนินการ, กระทำการ, ปฏิบัติ, ลงมือ, เริ่ม)

    (b) conceded    (ยอมรับ, ยินยอม, ยอมตาม, ยอมอ่อนข้อให้)   

    (c) acceded    (ทำตาม (อนุสัญญา), ยอมตาม, ยินยอม, เห็นด้วย, รับคำ, เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ)

    (d) exceeded    (เกินกว่า, มากกว่า, เหนือกว่า, ดีกว่า, ละเมิด, ออกนอกลู่นอกทาง)

    (e) receded    (ลด (น้ำ), ถอย, ถอยห่าง, ถอยหลัง, ล่าถอย, ตกต่ำ, ห่างออก)

8. (a) platform    (แท่น, ชานชาลาสถานี, เวทีสำหรับกล่าวคำปราศรัย, ยกพื้น, ดาดฟ้า, แท่นยิง, แท่นปืนใหญ่, นโยบายของพรรคการเมือง, แถลงการณ์, การปราศรัยต่อมวลชน, การแสดงปาฐกถา)

    (b) terminal    (ส่วนปลาย, ส่วนท้าย, ส่วนหาง, สุดเขต, สถานีปลายทาง, สถานีชุมทาง, ปลายทาง, คำที่อยู่ท้ายคำ)

    (c) organization    (องค์การ, คณะ, ระบบ, องค์ประกอบ, โครงสร้างสิ่งมีชีวิต, การจัดตั้ง)

    (d) region    (ภูมิภาค, บริเวณ)

    (e) circle    (วงกลม, แวดวง, วงเวียน, วงแหวน, เส้นทางโคจร, การหมุนเวียน, วัฏจักร, วงการ, ขอบเขต, บริเวณ, ปริมณฑล, อาณาจักร)

 

(คำแปล)                                                              สิทธิสตรีที่ดีขึ้น

 

             เครื่องมือ (instrument) ระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดซึ่ง          ๑        สิทธิสตรี  คือ          ๒        ในเรื่อง “การกำจัด (Elimination) ทุกรูปแบบของ           ๓        ต่อสตรี”อนุสัญญา (Convention) นี้ถูก              ๔         โดยสมัชชาใหญ่ (General Assembly) (ของยูเอ็น) ในเดือนธันวาคม  ๑๙๗๙  และได้รับการ           ๕         ครั้งแรกโดยประเทศต่างๆ ณ การประชุมโลก (World Conference) ที่กรุงโคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) ในปี ๑๙๘๐,  และ ณ วันที่ มกราคม ๑๙๘๔  สมาชิกสหประชาชาติ ๕๔ ประเทศจากจำนวน ๑๕๘ ประเทศ  ได้           ๖         หรือ          ๗        ต่ออนุสัญญานี้,  ในบรรดาประเทศเหล่านี้  มีประเทศสมาชิก (member countries) (ของยูเอ็น) จำนวน ประเทศจาก           ๘         เอสแคป (คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิกของสหประชาชาติ)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 162)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

The World Wildlife Fund

 

          THE WORLD WILDLIFE FUND (WWF) is         1        to the conservation of all endangered forms of life.  Sadly, the Giant Panda is one of the many species now in danger of           2        .

          In a unique and historic example of international co-operation, the People’s Republic of China have invited WWF to work with them to save the world’s most widely-admired animal.

          The Chinese Government has been          3         engaged in Panda Conservation for many years.  Now a WWF team led by the distinguished          4         Dr. George Schaller is at work in Sichuan Province together with top Chinese scientists under the leadership of Professor Hu Jinchu to       5        an in-depth study of the Panda and its need for           6         in the wild.

          A major problem : the Giant Panda’s          7        demands huge quantities of bamboo and the evidence suggests that the bamboo in Wolong Natural Reserve may be about to flower and die - a serious           8         the survival of Panda in that area.

 

1. (a) rewarded    (มอบรางวัล, ตอบแทน, ชดเชย, ทดแทน)

    (b) indicated    (บ่งชี้, ชี้บอก, ชี้แนะ, แสดง, ทำให้รู้)

    (c) applied    (สมัคร, ขอ)

    (d) accustomed    (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)

    (e) dedicated    (อุทิศตัว, อุทิศ, ถวาย, ใช้ไปในทาง)

2. (a) existence    (การดำรงอยู่, การมีอยู่, การมีชีวิตอยู่, ความเป็นอยู่, สิ่งที่มีอยู่จริง)

    (b) compensation    (การชดเชย, การเยียวยา, เงินชดเชย)

    (c) capture    (การจับกุม, การจับได้, การยึดได้, สิ่งที่ถูกยึด, คนที่ถูกจับ, เชลย)

    (d) extinction    (การสูญพันธุ์, การสูญสิ้น, การหมดไป, การดับลง, การทำลายล้าง, การยกเลิก)

    (e) hesitation    (การรีรอ, การลังเลใจ)

3. (a) passively    (อย่างเฉื่อยชา, อยู่เฉยๆ, ไม่ดิ้นรน, อย่างไม่มีปฏิกิริยา, ไม่โต้ตอบ, ไม่ร่วมด้วย, ถูกกระทำ)

    (b) doubtfully    (อย่างสงสัย, อย่างมีข้อกังขา, อย่างไม่แน่ใจ-ไม่มั่นใจ, ยังไม่ตัดสินใจ, ลังเล, ไม่น่าเป็นไปได้)

    (c) unknowingly   (อย่างไม่รู้, อย่างไม่เข้าใจ, อย่างไม่รู้จัก)

    (d) judiciously    (อย่างฉลาด, อย่างเข้าท่า, อย่างมีวิจารณญาณดี)

    (e) actively    (อย่างกระฉับกระเฉง, อย่างกระตือรือร้น, อย่างคล่องแคล่ว, อย่างมีประสิทธิภาพ)

4. (a) geologist    (นักธรณีวิทยา)

    (b) agriculturist    (เกษตรกร)

    (c) archaeologist    (นักโบราณคดี)

    (d) ecologist    (นักนิเวศวิทยา)

    (e) botanist    (นักพฤกษศาสตร์)

5. (a) put up    (ตั้ง, ก่อสร้าง, เอาไว้ในที่เหมาะสม)

    (b) hold on    (รอคอย, ยึดแน่น, เกาะแน่น)

    (c) carry out    (ดำเนินการให้สำเร็จ, ทำให้สำเร็จ)

    (d) think over    (พิจารณาอย่างละเอียด...........ก่อนตัดสินใจ)

    (e) make up    (เสริมสวย, แต่งหน้า, ประดิษฐ์ขึ้น, สร้างขึ้น, กุเรื่องขึ้น, ชดเชย, คืนดีกัน)

6. (a) struggle    (การต่อสู้, การดิ้นรน, การแข่งขัน)

    (b) reproduction    (การแพร่พันธุ์, การสืบพันธุ์, การผลิตซ้ำ)

    (c) transportation    (การขนส่ง, การนำส่ง, การลำเลียง, การขนย้าย, วิธีการขนส่ง, พาหนะขนส่ง)

    (d) survival    (การอยู่รอด, การรอดชีวิต, การดำรงอยู่, การรอดตาย, สิ่งที่ดำรงอยู่, การเหลืออยู่, สิ่งหรือบุคคลที่เหลืออยู่)

    (e) consumption    (การบริโภค, การกิน, การใช้อย่างฟุ่มเฟือย, การเผาผลาญ, วัณโรค)

7. (a) recipe    (เรส-ซะ-พี)  (ตำรากับข้าว, ตำรายา, ใบสั่งแพทย์, วิธีปรุงอาหารหรือปรุงยา, เคล็ดลับ, วิธีการ, วิธีบรรลุเป้าหมาย)

    (b) diet    (อาหาร, อาหารพิเศษ, โภชนาการ, สิ่งที่คุ้นเคย, สภานิติบัญญัติของญี่ปุ่น, รัฐสภาของอาณาจักรโรมันโบราณ)

    (c) value    (คุณค่า, ราคา, มูลค่า, ค่าเป็นเงิน, ค่าตอบแทน, หน่วยเงินตรา)

    (d) medicine    (ยา, สิ่งที่ใช้ในการบำบัดโรค, แพทยศาสตร์, เวชกรรม, อายุกรรม, การบำบัดโรคด้วยยา)

    (e) habitat    (ถิ่นที่อยู่ของพืชหรือสัตว์, ที่อยู่อาศัย)

8. (a) threat to    (การคุกคาม (ลางร้าย) ...........อย่างรุนแรง............ ต่อ)

    (b) demand on    (ความต้องการในเรื่อง)

    (c) guarantee of    (การค้ำประกันต่อ)

    (d) observation of    (การสังเกตในเรื่อง)

    (e) consideration of    (การพิจารณาถึง)

 

(คำแปล)                                                        กองทุนสัตว์ป่าโลก

 

            กองทุนสัตว์ป่าโลก  (WWF)           ๑         ให้กับการอนุรักษ์ (conservation) รูปแบบของชีวิตซึ่งใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ทุกชนิด,  มันเป็นเรื่องน่าเศร้า (Sadly)  หมีแพนด้ายักษ์เป็นหนึ่งในบรรดาพันธุ์สัตว์ (species) จำนวนมาก  ที่ในปัจจุบันตกอยู่ในอันตรายของ (in danger of)           ๒        

            ในตัวอย่างซึ่งไม่มีที่เสมอเหมือน (unique) และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์  (historic) ของความร่วมมือระหว่างประเทศ,  สาธารณรัฐประชาชนจีนได้เชื้อเชิญกองทุนสัตว์ป่าโลกให้ทำงานร่วมกับตน (จีน) เพื่อรักษาชีวิต (save) สัตว์ซึ่งได้รับการชื่นชมอย่างกว้างขวางที่สุด (most widely-admired) ของโลก

            รัฐบาลจีนได้ยุ่งอยู่ (พัวพัน) (engaged)           ๓         ใน “การอนุรักษ์หมีแพนด้า” มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว,  ในปัจจุบัน  ทีมงานกองทุนสัตว์ป่าโลก  ซึ่งนำ (led) โดย       ๔      ที่มีชื่อเสียง (distinguished)  คือ  ดร. จอร์ช แชลเลอร์  กำลังทำงาน  (is at work) ในมณทลเสฉวน  ร่วมกับ (together with) นักวิทยาศาสตร์จีนชั้นนำ (top)  ภายใต้การนำ (leadership) ของศาสตราจารย์หู จินชู  เพื่อที่จะ           ๕         การศึกษาในเชิงลึก (อย่างละเอียด) (in-depth study) เกี่ยวกับหมีแพนด้า  และความต้องการ (need) ของมันเพื่อ           ๖         ในป่า (in the wild)

            ปัญหาสำคัญ (major) ก็คือ            ๗         ของหมีแพนด้ายักษ์ต้องการ (demands) ไม้ไผ่ปริมาณมาก (huge quantities of bamboo),  และพยานหลักฐาน (evidence) บ่งชี้ (บอกเป็นนัย) (suggests) ว่า  ไม้ไผ่ในเขตสงวนธรรมชาติ (Natural Reserve) โวลอง  อาจใกล้ที่จะ (จวนจะ) (be about to) ออกดอก (flower) และตายไป – ซึ่งเป็น          ๘        อย่างรุนแรง (serious) ต่อการอยู่รอดของหมีแพนด้าในบริเวณนั้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 161)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following dialogs and choose the best alternatives for each blank.

(จงอ่านบทสนทนาต่อไปนี้  และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

Two friends, Pimpa and Malee, are talking in their campus.

 

Pimpa  :  Hi, Malee.            1        ?

Malee  :  Yes.  I have a lot of studying to do this week.  Where are you going?

Pimpa  :  To the library too.             2        .

Malee  :  Oh, really?  I didn’t know that.  When did you start?

Pimpa  :            3         .  I’d been looking for a part-time job for months.

Malee  :  You were lucky to find such a good place to work.

Pimpa  :  Well,           4        .  And I can study there when we aren’t busy.  But I don’t get paid very much.

Malee  :             5        ?

Pimpa  :  Sixty baht an hour.

Malee  :             6        .  I was just now thinking about looking for a job.  I want to earn some extra

               income.

Pimpa  :            7              

Malee  :  I know.  You must tell me how you got yours.

Pimpa  :  I knew a girl who was working there before.  She told me when she was about to quit her job. 

                So I applied and got hired right then.

Malee  :  Just that easy, huh?

Pimpa  :  Not exactly,           8       , you see.

Malee  :  Well, it always helps to know the right people.  

Pimpa  :             9               

Malee  :  It seems there’s no hope for me then, since I have no friends of importance.

Pimpa  :             10        .  You never know when luck will come your way.

 

1. (a) How are you doing    (เธอเป็นอย่างไรบ้าง, เธอสบายดีหรือ)

    (b) On your way to the classroom    (เธออยู่ระหว่างทางจะไปห้องเรียนหรือ)

    (c) How about studying at the library    (ไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดกันไหมล่ะ)

    (d) Where are you going    (เธอกำลังจะไปไหนหรือ)

    (e) Going to the library    (กำลังไปห้องสมุดหรือ)

2. (a) I’ll meet a friend there    (ฉันจะไปพบเพื่อนที่นั่น)

    (b) I’m looking for a job there    (ฉันกำลังมองหางานทำที่นั่น)

    (c) I want to borrow some books    (ฉันต้องการยืมหนังสือน่ะ)

    (d) I’ve got a job there    (ฉันมีงานทำที่นั่นนะ)

    (e) I want to return some books    (ฉันต้องการคืนหนังสือน่ะ)

3. (a) For the last two weeks    (เป็นเวลา ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากผู้ถามๆว่า  “เริ่มต้นทำงานเมื่อใด”  มิใช่  “ทำงานมานานเท่าใด”)

    (b) Two weeks or so now    (๒ สัปดาห์หรือประมาณนี้แหละ  ในขณะนี้)  (คำอธิบายเหมือนใน ข้อ  “A”)

    (c) Just a little less than two weeks    (น้อยกว่า ๒ สัปดาห์นิดหน่อย)

    (d) When there was a vacant post    (เมื่อมีตำแหน่งงานว่าง)

    (e) The Friday before last    (วันศุกร์ก่อนวันศุกร์ที่แล้ว)

4. (a) it’s nothing much    (ไม่มีอะไรมากหรอก)

    (b) it’s quite demanding    (มันเรียกร้องมากๆ เลย)

    (c) it’s a lot of work    (มันเป็นงานที่มากมายเลย)

    (d) it’s convenient    (มันสะดวกน่ะ)  (ที่ได้ทำงานในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย)

    (e) it’s something I yearn for    (มันเป็นอะไรบางอย่างที่ฉันปรารถนา – อยากได้)

5. (a) Can’t you get more money    (เธอหาเงินมากกว่านี้ไม่ได้หรือ)

    (b) May I ask how much you pay    (ฉันขอถามได้ไหมว่าเธอจ่ายเงินไปเท่า ใด)

    (c) How much do you make    (เธอหาเงินได้เท่าไรล่ะ, เธอได้ค่าจ้างเท่าไรล่ะ)

    (d) How much money does it cost    (มันราคาเท่าใด)

    (e) How much is your monthly salary    (เงินเดือนของเธอเป็นเท่าใดล่ะ)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากรู้อยู่แล้วว่าเป็นงาน  “Part time”)

6. (a) It’s a big deal    (มันสำคัญนะ, เรื่องใหญ่นะนั่น)

    (b) That won’t be enough    (นั่นจะไม่เพียงพอนะ)

    (c) That’s not so bad    (นั่นไม่เลวนะ)

    (d) It’s not worth considering    (มันไม่คุ้มค่าต่อการพิจารณาเลย, ไม่ต้องไปนึกถึงมันหรอก)

    (e) It’s just a pittance.  I don’t think you could make end meet.    (มันเป็นเงินรายได้หรือค่าจ้างเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น  ฉันไม่คิดว่าเธอจะสามารถใช้มันชนเดือนหรอก)

7. (a) I don’t think you can get any.    (ฉันไม่คิดว่าเธอจะสามารถได้งานใดๆ หรอก)

    (b) Don’t you know where to look for a job?    (เธอไม่รู้หรือว่าจะหางานทำได้ที่ไหน)

    (c) So you want to have some part-time jobs too?    (งั้นเธอก็ต้องการมีงานพาร์ตไทม์เช่นเดียวกัน  ใช่ไหม)

    (d) Part-time jobs are hard to find these days.    (งานพาร์ตไทม์หายากนะหมู่นี้)

    (e) Part-time jobs are so bad since we don’t have much time to study.    (งานพาร์ตไทม์แย่มากเลย  เพราะเราไม่มีเวลาเรียนมากนัก)

8. (a) she recommended me    (เธอ (เด็กหญิง) แนะนำฉันเองแหละ...........ให้กับทางห้องสมุด)  (เลือกข้อนี้เนื่องจากต้องการบอกว่า  ได้งานทำเพราะมีคนฝากฝังให้)

    (b) it depends on luck    (มันขึ้นอยู่กับโชคนะ)

    (c) I had to pay a lot of money    (ฉันจำเป็นต้องจ่ายเงินไปเยอะแยะเลย)

    (d) it was purely chance    (มันเป็นโอกาสแท้ๆ เลย)

    (e) I was superior to other candidates    (ฉันเก่งกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ น่ะ)

9. (a) I can’t help it.    (ฉันช่วยไม่ได้นะ)

    (b) That’s often the way it is.    (นั่นมักจะเป็นวิธีที่มันเป็นอยู่นะ, มันก็มักจะเป็นแบบนั้นแหละ)

    (c) What else can I do?    (มีอะไรอีกล่ะที่ฉันจะสามารถทำได้)

    (d) It’s really up to your ability.    (มันขึ้นอยู่กับความสามารถของเธอจริงๆ นะ)

    (e) Sometimes you have to flatter people.    (บางทีเธอก็จำเป็นต้องประจบคนบ้างนะ)

10. (a) That’s right    (นั่นถูกต้องแล้ว)

      (b) It’s your fate    (มันเป็นเคราะห์กรรมของเธอนะ)

      (c) That’s not a good idea    (นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีนะ)

      (d) You should improve yourself if you want to get a job    (เธอควรปรับปรุงตัวเอง  ถ้าเธออยากได้งานทำ)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากเป็นการว่ากล่าวคู่สนทนา)

      (e) Don’t give up too soon    (อย่ายอมแพ้เร็วเกินไปสิ)  (เลือกข้อนี้เนื่องจากเป็นการให้กำลังใจอีกฝ่ายหนึ่ง)

 

เพื่อน ๒ คน, พิมพาและมาลี, กำลังสนทนากันในบริเวณมหาวิทยาลัย (campus)

 

พิมพา     สวัสดี, มาลี            ๑         ?

มาลี         :  ใช่แล้ว  ฉันมีเรียนเยอะแยะ (have a lot of studying to do) เลยสัปดาห์นี้  แล้วเธอกำลังจะ

                   ไปไหนล่ะ

พิมพา    :  ไปห้องสมุดเหมือนกันแหละ,             ๒         

มาลี        :  โอ  จริงหรือ  ฉันไม่รู้เรื่องนี้เลยนะ (I didn’t know that)  เธอเริ่มต้น (งานนี้) เมื่อไรล่ะ

พิมพา    :              ๓           ฉันได้กำลังมองหางานพาร์ตไทม์มาหลายเดือนแล้ว (ก่อนได้งานนี้)

มาลี        :  เธอโชคดีนะที่หางานได้ในที่ดีๆ แบบนั้น (find such a good place to work) (หมายถึง  ที่

                  ห้องสมุด)

พิมพา    อ้อ             ๔           และฉันสามารถศึกษาที่นั่นได้เมื่อเราไม่มีงานยุ่ง,  แต่ฉันไม่ได้เงิน (ค่าจ้าง)

                  มากนักหรอก (I don’t get paid very much)

มาลี                    ๕         ?

พิมพา   :  ชั่วโมงละ ๖๐ บาทจ้ะ

มาลี       :             ๖           ฉันขณะนี้กำลังคิดเกี่ยวกับการมองหางานทำ  ฉันต้องการหารายได้พิเศษ

                  (earn some extra income) น่ะ

พิมพา               ๗         

มาลี        :  ฉันรู้  เธอต้องบอกฉันนะว่าเธอได้งานของเธออย่างไร (ทำอย่างไรจึงได้งานทำ)

พิมพา   :  ฉันรู้จักเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังทำงานที่นั่น (ห้องสมุด) มาก่อน,  เธอ (เด็กฯ) บอกฉันเมื่อเธอ

                  จวนจะออกจากงานของเธอ (was about to quit her job)  ดังนั้น  ฉันเลยสมัคร (applied)

                  ไปและได้รับการว่าจ้างทันทีเลยในตอนนั้น (got hired right then)

มาลี       ง่ายแบบนั้นเลยหรือ (Just that easy) ฮึ่?

พิมพา   ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก (Not exactly)          ๘          เธอเข้าใจไหม (you see)

มาลี       อ้อ  มันช่วยได้เสมอนะที่รู้จักบุคคลที่เหมาะสม (right people)

พิมพา   :              ๙        

มาลี       :  มันดูเหมือนว่าไม่มีความหวังสำหรับฉันเลยถ้างั้น (ที่จะได้งานทำ)  เพราะว่าฉันไม่มีเพื่อนที่มี

                 ความสำคัญเลย (friends of importance) (คือ  ไม่มีเพื่อนเป็นคนดังเลย)

พิมพา   :              ๑๐          เธอไม่มีทางรู้หรอกว่าโชคดีจะมาหาเธอเมื่อไร (when luck will come

                 your way)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 160)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Language without Sounds

 

          There are human languages that do not utilize sounds to express meanings.  The various sign languages of the deaf, in which hand and body movements carry meaning, are fully developed languages.  Their “speakers” are capable of          1         unlimited numbers of new sentences that express delicate shades of meaning, just as the speakers of spoken languages do.

          About one in a thousand babies is born deaf or with a severe hearing          2        .  One major effect of such a tragedy is the difficultly the deaf have in learning a spoken language.  It is extremely                               3         to learn to speak naturally for those unable to hear language.  Normal speech also depends to a great extent on constant          4         feedback.  Hence a deaf child will not learn to speak without extensive training in special schools or programs designed especially for the deaf.

                    5         deaf persons can be taught to speak a language intelligibly, they can never understand speech as well as a hearing person.  Seventy-five percent of the words spoken cannot be read on the lips with any degree of accuracy.

          If, however, human language is           6         in the sense that all members of the human species have the ability to learn a language, it is not surprising that nonspoken languages were developed as a                7         for spoken languages among the nonhearing part of humanity.           8         children learn sign language, if that is the language used around them, in much the same way as normal, hearing children learn spoken language.  No one teaches them the language; they           9         the grammar of the particular sign language used which they receive as input.  When deaf children are born to hearing parents, they must be         10       speakers of a sign language in order to learn it.  Often, hearing members of the family will learn sign language in order to be able to communicate with a deaf family member.

 

1. (a) shifting    (เปลี่ยน, สับเปลี่ยน, เลื่อน, เคลื่อน, ย้าย, หมุนเวียน, ผลัด, เปลี่ยนเวร, เคลื่อนย้าย)

    (b) permitting    (อนุญาต)

    (c) discovering    (ค้นพบ)

    (d) guessing    (เดา, ทาย, คาดคะเน)

    (e) creating    (สร้าง, สร้างสรรค์, ประดิษฐ์ขึ้น, ก่อให้เกิดขึ้น, ทำให้เกิดขึ้น, แต่งตั้ง)

2. (a) organ    (อวัยวะ)

    (b) development    (การพัฒนา)

    (c) performance    (การแสดง)

    (d) problem    (ปัญหา)

    (e) aid    (เครื่องช่วย, การช่วยเหลือ)  (“Hearing aid”  =  “เครื่องช่วยได้ยิน, หูฟัง”)

3. (a) common    (ธรรมดา, สามัญ, ทั่วไป, ปกติ, ร่วมกัน)

    (b) practical    (สามารถปฏิบัติได้, ชอบปฏิบัติ)

    (c) effective    (มีประสิทธิผล)

    (d) pleasant    (น่ารื่นรมย์, น่าพอใจ, สบายใจ, พอใจ, ถูกใจ, สุภาพ, เรียบร้อย)

    (e) difficult    (ยาก, ยุ่งยาก, ลำบาก, มีอุปสรรค, ขัดสน)

4. (a) visual    (ทางสายตา, เกี่ยวกับการมองเห็น)

    (b) subjective    (อัตวิสัย, จิตวิสัย, ใช้ความเห็นส่วนตัวเป็นหลัก, ส่วนตัว, แต่ละบุคคล, เกี่ยวกับจิตใจของผู้ดู)

    (c) significant    (สำคัญ)

    (d) verbal    (ทางวาจา, ด้านคำพูด)

    (e) dramatic    (น่าตื่นเต้น) 

5. (a) Since    (ตั้งแต่, เพราะว่า)

    (b) Unless    (ถ้า..................ไม่)

    (c) Although    (แม้ว่า)

    (d) Until    (จนกระทั่ง)

    (e) In fact    (ตามความเป็นจริง)

6. (a) possible    (เป็นไปได้)

    (b) similar    (เหมือนกัน, คล้ายกัน)

    (c) universal    (สากล, เกี่ยวกับจักรวาล, ทั้งหมด, ทั่วไป, มีผลทั่วไป, ทุกหนทุกแห่ง, ทั้งมวล, ทุกแขนง, ทุกสาขา, เกี่ยวกับทุกชนชั้น)

    (d) appropriate    (เหมาะสม)

    (e) terrific    (ที่ยอดเยี่ยม, ที่แจ๋ว, ที่ดีมาก, ที่รุนแรงมาก, ที่น่ากลัว) 

7. (a) symbol    (สัญลักษณ์, เครื่องหมาย, เครื่องแสดง, นัย, อักษร)

    (b) remedy    (เร้ม-มะ-ดี)  (ยา, การเยียวยา, วิธีรักษา, วิธีแก้ไข..........ปัญหา)

    (c) resource    (ทรัพยากร, ทรัพย์สมบัติ, แหล่งที่มา, หนทาง, วิธีการ, ความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์)

    (d) substitute    (สิ่งทดแทน, ตัวแทน, ผู้แทน, วัตถุแทน, คำแทน)

    (e) trophy    (ทร้อ-ฟี)  (รางวัลการแข่งขัน, ของที่ระลึก, ของรางวัล, สิ่งที่เป็นอนุสรณ์, ของหรืออาวุธที่ยึดได้จากข้าศึก, สิ่งตั้งโชว์ที่ได้จากการล่าสัตว์ เช่น หัวกวางหรือหนังสัตว์)

8. (a) Young    (หนุ่มสาว, อายุน้อย, เยาว์, อ่อน, ระยะแรกเริ่ม, เด็ก, อ่อนหัด, ด้อยประสบการณ์, เกี่ยวกับผู้เยาว์หรือสมาชิกใหม่)

    (b) Creative    (สร้างสรรค์, เจ้าความคิด, ช่างประดิษฐ์, เกี่ยวกับการสร้างหรือประดิษฐ์ขึ้น, ซึ่งเกิดจากความคิดสร้างสรรค์)

    (c) Deaf    (หูหนวก, ไม่ยอมฟัง, ไม่เชื่อฟัง)

    (d) Intelligent    (ฉลาด, มีสติปัญญา, มีไหวพริบดี)

    (e) Disabled    (พิการ, ซึ่งไร้ความสามารถ)

9. (a) ignore    (ละเลย, เพิกเฉย, ไม่สนใจ, ไม่เอาใจใส่)

    (b) construct    (สร้าง, ก่อสร้าง, ผูกประโยค, ผูกเรื่อง)

    (c) imagine    (คิด, จินตนาการ, ตรึกตรอง)

    (d) hear    (ได้ยิน, ได้รับข่าว)

    (e) dislike    (ไม่ชอบ) 

10. (a) exposed to    (สัมผัสกับ, คลุกคลีกับ, ผึ่งแดดผึ่งลม, เปิดเผยต่อ)

      (b) isolated from    (แยกออกจาก)

      (c) raised by    (เลี้ยงดูโดย)  (พูดแรงเกินไป  ไม่ถึงขนาดต้องถูกเลี้ยงดู  เป็นเพียงคลุกคลี หรือคบหา-สัมผัส เท่านั้น)

      (d) connected with    (เชื่อมโยงกับ, เกี่ยวข้องกับ)

      (e) welcomed by    (ต้อนรับโดย) 

 

(คำแปล)                                                        ภาษาซึ่งปราศจากเสียง

 

            มีภาษามนุษย์ซึ่งไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ (utilize) เสียง (ใช้เสียงให้เป็นประโยชน์) เพื่อแสดง (express) ความหมาย,  ภาษามือ (ภาษาใบ้) (sign languages) มากมาย (various) ของคนหูหนวก (the deaf),  ซึ่งการเคลื่อนไหวของมือและร่างกาย (hand and body movements) (ในภาษาเหล่านี้) นำไปสู่ (carry) ความหมาย,  เป็นภาษาที่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ (fully developed languages),  โดย “ผู้พูด” ภาษามือสามารถ (capable)            ๑         ประโยคใหม่ๆ แบบไม่จำกัดจำนวน (unlimited numbers)  ซึ่งแสดงชิ้นปลีกย่อย (shades) ที่ละเอียดอ่อน (อ่อนช้อย) (delicate) ของความหมาย,  เหมือนกับที่ (just as) ผู้พูดของภาษาพูด (spoken languages) กระทำ (สร้างประโยคใหม่ๆ)

            ประมาณเด็กทารก คนในจำนวน ๑,๐๐๐ คน  เกิดมาหูหนวก (is born deaf) หรือพร้อมกับ           ๒        การได้ยิน (hearing) อย่างรุนแรง (severe),  ผลกระทบสำคัญ (major effect) อย่างหนึ่งของโศกนาฏกรรม (เรื่องเศร้า) (tragedy) ดังกล่าว  คือความยากลำบาก (difficulty) ซึ่งคนหูหนวกต้องประสบ (have) ในการเรียนรู้ภาษาพูด,  ทั้งนี้  มัน           ๓         อย่างยิ่ง (extremely) ที่จะเรียนรู้ที่จะพูดอย่างธรรมชาติ (เหมือนคนหูดีพูด) สำหรับบุคคล (those) ที่ไม่สามารถ (unable) ได้ยินภาษา,  โดยคำพูดปกติ (Normal speech) ยังพึ่งพาอาศัย (depends), อย่างมากมาย (to a great extent), ปฏิกิริยาโต้ตอบ (ข้อมูลที่ได้กลับคืนมา) (feedback)           ๔        อย่างต่อเนื่อง (constant) ด้วยเช่นกัน (หมายถึง  คำพูดของคนหูดีก็ต้องอาศัย “ฟีดแบค” ทางวาจา (คำพูดโต้ตอบ) ที่ต่อเนื่องของคู่สนทนาเช่นเดียวกัน  ทำให้สามารถพูดโต้ตอบกับอีกฝ่ายหนึ่งได้ดังนั้น (Hence) เด็กหูหนวกจะไม่ (สามารถ) เรียนรู้ที่จะพูด  หากปราศจากการฝึกฝนอย่างกว้างขวาง (extensive training) ในโรงเรียนหรือโปรแกรมพิเศษ  ซึ่งถูกออกแบบ (designed) มาเป็นพิเศษ (especially) สำหรับคนหูหนวก

                       ๕         บุคคลหูหนวกสามารถูกสอนให้พูดภาษาได้อย่างชาญฉลาด (intelligibly)  พวกเขาก็ไม่มีทางเข้าใจคำพูดได้ดีเท่ากับ (as well as) บุคคลที่สามารถได้ยิน (หูดี) (hearing person)  ทั้งนี้  ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของคำที่ถูกพูดออกมา  ไม่สามารถถูกอ่านได้บนริมฝีปาก (lips) ด้วยความถูกต้องในระดับใดเลย (with any degree of accuracy) (คือ  คนหูหนวกเข้าใจคำพูดของคนปกติผิดถึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์) (หมายถึง  คนหูหนวกสามารถเข้าใจคำพูดของคนปกติ  โดยการสังเกตจากริมฝีปากของผู้นั้น  ได้เพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น)

             อย่างไรก็ตาม  ถ้าภาษามนุษย์เป็น           ๖         ในความรู้สึก (ความหมาย, แง่มุม) (sense) ที่ว่า  สมาชิกทุกคนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ (human species) มีความสามารถ (ability) ที่จะเรียนรู้ภาษาได้,  มันก็ไม่น่าประหลาดใจว่า  ภาษาซึ่งไม่ใช้คำพูด (ภาษาใบ้, ภาษามือ) (nonspoken languages) ได้รับการพัฒนาขึ้นในฐานะ           ๗         สำหรับภาษาพูดในส่วนของมนุษยชาติที่ไม่สามารถได้ยิน (among the nonhearing part of humanity),  โดยเด็ก            ๘          เรียนรู้ภาษามือ (ภาษาใบ้) (sign language) – ถ้าสิ่งนั้นเป็นภาษาซึ่งถูกใช้อยู่รอบตัวพวกเขา - ในรูปแบบเดียวกันกับที่เด็กปกติและสามารถได้ยิน (หูดี) (hearing) เรียนรู้ภาษาพูด, ไม่มีใครสอนภาษานี้ให้กับพวกเขา (และ) พวกเขาได้         ๙       ไวยากรณ์ของภาษามือ (ภาษาใบ้) พิเศษ (จำเพาะ) (particular) ที่ใช้อยู่  ซึ่งพวกเขาได้รับในฐานะสิ่งที่ป้อนเข้าไป (input)  ทั้งนี้  เมื่อเด็กหูหนวกเกิดกับพ่อแม่ที่หูดี (are born to hearing parents)  พวกเขาจะต้องได้รับการ           ๑๐         ผู้พูดภาษามือ (ภาษาใบ้) เพื่อที่จะเรียนรู้มัน,  มีบ่อยครั้งทีเดียว  สมาชิกหูดี (hearing members) ของครอบครัวจะเรียนรู้ภาษามือ  เพื่อที่จะสามารถสื่อสาร (communicate) กับสมาชิกที่หูหนวกในครอบครัว (deaf family member) ได้

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 159)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

The Significance of Nature

 

          Exposure to nature helps increase people’s positive health outcomes even when interest in nature isn’t high and when socio-economic        1       is considered.  More green space to enjoy equates  communities with        2      , a more proactive attitude, and a better ability to bounce back from hardships, according to the report.

          In one analysis, researchers          3         parks to be linked to greater trust and cooperation among community members when           4         to areas without them.

          In general, communities with less green space           5         the opposite: more cases of depression among residents, higher blood pressure average, and an (a)           6         prevalence of anxiety disorders.

          At the individual level, access to nature bolsters           7         of people who underwent surgery,                   8         people’s immune systems, and helps promote           9         activity and independence across all ages.  Areas with less nature to explore        10       higher rates of childhood obesity and cardiovascular diseases.

 

1. (a) growth    (ความเติบโต)

    (b) impact    (ผลกระทบ)

    (c) relation    (ความสัมพันธ์)

    (d) development    (การพัฒนา)

    (e) status    (สถานภาพ, ฐานะ, สภาพ, สภาพการณ์, ภาวะ, ตำแหน่ง, ยศ)

2. (a) increased mental disorder    (ความผิดปกติทางจิตเพิ่มขึ้น)

    (b) poorer mental health    (สุขภาพจิตแย่ลง)

    (c) prolonged mental problems    (ปัญหาทางจิตที่ยืดเยื้อ)

    (d) better mental health    (สุขภาพจิตดีขึ้น)

    (e) severe mental illness    (ความเจ็บป่วยทางจิตอย่างรุนแรง)

3. (a) thought    (คิด)

    (b) expected    (หวัง, คาดหวัง)

    (c) hoped    (หวัง)

    (d) required    (ต้องการ, ประสงค์, ปรารถนา, ขอร้อง, เรียกร้อง)

    (e) found    (พบ, ค้นพบ, หา, สืบหา, ค้น, สอบค้น, พบความลับ, เห็นว่า, ตัดสิน, ลงความเห็น)

4. (a) happened    (เกิดขึ้น)

    (b) attended    (เอาใจใส่)

    (c) suggested    (แนะนำ)  

    (d) compared    (เปรียบเทียบ)  (ลดรูปมาจาก  “When it is compared”)

    (e) recommended    (แนะนำว่าดี)

5. (a) conceal    (ปิดบัง, ซ่อนเร้น, อำพราง)

    (b) overhear    (แอบฟัง)

    (c) show    (แสดง)

    (d) focus    (มุ่งเน้น, มุ่งความสนใจ)

    (e) boast    (คุยโม้, โอ้อวด)

6. (a) reduced    (ลดลง)

    (b) improved    (ดีขึ้น)

    (c) increased    (เพิ่มขึ้น)

    (d) classified    (ถูกจำแนกประเภท, ถูกแยกหมวดหมู่)

    (e) established    (ถูกสร้าง, ถูกสถาปนา)

7. (a) rates recovery    (การฟื้นคืนสภาพเดิมของอัตรา)  (เรียงคำผิด)  (หรืออาจตอบ  “Rates of recovery”  ก็ได้)

    (b) recovery rates    (อัตราการฟื้นคืนสภาพเดิม, อัตราการกลับสู่สภาพปกติ,  อัตราการหายจากไข้)

    (c) recovery ratings    (การจัดอันดับการฟื้นคืนสภาพเดิม หรือกลับสู่สภาพปกติ)

    (d) discovery rates    (อัตราการค้นพบ)

    (e) discovery ratings    (การจัดอันดับการค้นพบ)

8. (a) improves    (ทำให้ดีขึ้น, ปรับปรุง, ดีขึ้น)

    (b) diminishes    (ทำให้ลดลง, ลดลง)

    (c) deteriorates    (ทำให้เลวลง, ทำให้เสื่อมเสีย, เลวลง, เสื่อมลง, ชำรุด, แตกสลาย)

    (d) covers    (ครอบคลุม, ปกคลุม, คลุม, เดินทางได้............ไมล์)

    (e) disturbs    (รบกวน, รื้อ, ทำให้วุ่นวาย, ทำให้ไม่สบายใจ)

9. (a) school    (ที่โรงเรียน)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากข้อความที่ตามมากล่าวว่า  “ทั่วทุกวัย”)

    (b) domestic    (ภายในประเทศ, เกี่ยวกับบ้าน, เกี่ยวกับงานบ้าน, เกี่ยวกับครอบครัว, ชอบชีวิตในบ้าน, เชื่อง, เกี่ยวกับประเทศของตน)

    (c) mental    (เกี่ยวกับจิตใจหรือสติปัญญา หรือสมอง, ทางด้านจิตใจหรือสติปัญญา หรือสมอง)

    (d) physical    (ทางด้านกายภาพ, เกี่ยวกับร่างกาย, เกี่ยวกับเนื้อหนังมังสา, ทางวัตถุ, โดยรูปร่าง)

    (e) sexual    (ทางเพศ, เกี่ยวกับเพศ)

10. (a) result from    (เป็นผลมาจาก)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากไม่ได้ใจความ  คือ  “พื้นที่ที่มีธรรมชาติน้อยให้สำรวจ  เป็นผลมาจากอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นของความอ้วนในวัยเด็กและโรคหลอดเลือดหัวใจ  ซึ่งที่ถูกต้องพูดว่า  “ส่งผลให้เกิด”)

      (b) decrease    (ทำให้ลดลง, ลดน้อยลง)

      (c) hinder    (ขัดขวาง, หน่วงเหนี่ยว, เป็นอุปสรรคต่อ)

      (d) result of    (ผลลัพธ์ของ)  (“Result”  ในที่นี้เป็นคำนาม  จึงไม่เลือกข้อนี้  เนื่องจากทำให้ประโยคขาดคำกริยา)

      (e) result in    (ส่งผลให้เกิด, ก่อให้เกิด, ทำให้เกิด)

 

(คำแปล)                                                   ความสำคัญของธรรมชาติ

 

            การสัมผัสกับธรรมชาติ (Exposure to nature) ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ด้านสุขภาพในทางบวก (positive health outcomes)  แม้กระทั่งเมื่อ (even when) ความสนใจในธรรมชาติจะไม่สูง  และเมื่อ                ๑        ทางเศรษฐกิจและสังคม (socio-economic) ได้รับการพิจารณา (คำนึงถึง) (considered) (หมายถึง  ไม่ว่าฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมจะสูงหรือต่ำ  การได้สัมผัสกับธรรมชาติจะช่วยให้สุขภาพของคนดีขึ้นทั้งนี้  พื้นที่สีเขียวที่มากขึ้นเพื่อ (ให้ผู้คนได้) สนุกสนาน (More green space to enjoy) ทำให้ชุมชนเท่ากับ (equates communities with) (หมายถึง ทำให้ชุมชนมี)            ๒       ,  ทัศนคติเชิงรุกเพิ่มมากขึ้น (more proactive attitude),  และความสามารถที่ดีขึ้นที่จะฟื้นคืนสภาพเดิมอย่างรวดเร็ว (better ability to bounce back) จากความยากลำบาก (ในชีวิต) (hardships),  (ทั้งหมดนี้) ตามที่รายงานได้กล่าวไว้ (according to the report) (หมายถึง  ชุมชนที่มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น  จะมีสุขภาพจิตดีขึ้น, มีทัศนคติเชิงรุกมากขึ้น และมีความสามารถฟื้นคืนสภาพเดิมฯ)

            ในการวิเคราะห์หนึ่ง  นักวิจัย           ๓          ว่าสวนสาธารณะจะถูกเกี่ยวโยง (linked) กับความไว้วางใจ (ความเชื่อใจ) (trust) และความร่วมมือที่มากขึ้น (greater) ในบรรดาสมาชิกของชุมชน (community members)  เมื่อ (มันถูก)           ๔        กับพื้นที่ (areas) ที่ปราศจากมัน (สวนสาธาร ณะ)    

            โดยทั่วไป (In general)  ชุมชนที่มีพื้นที่สีเขียวน้อยกว่า  จะ          ๕        สิ่งที่ตรงกันข้าม (the opposite)  กล่าวคือ  กรณีที่มากกว่ากันของความซึมเศร้า-หดหู่ (more cases of depression) ของผู้อาศัยในชุมชนนั้น (residents),  ค่าเฉลี่ยของความดันเลือดที่สูงกว่า (higher  blood pressure averages),  และความแพร่หลาย-ดาษดื่น (prevalence) (ซึ่ง)         ๖        ของความผิดปกติ (disorders) ด้านความวิตกกังวล (anxiety)

            ในระดับตัวบุคคล (At the individual level)  การเข้าถึงธรรมชาติ (access to nature) เพิ่ม (bolsters)          ๗        ของผู้คนผู้ซึ่งได้รับการผ่าตัด (underwent surgery),          ๘        ระบบภูมิคุ้มกัน (immune systems) ของคน (ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันฯ ดีขึ้น)  และช่วยส่งเสริม (helps promote) กิจกรรมและความอิสระ (ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใคร) (independence)            ๙         (ของผู้คน) ทั่วทุกวัย (across all ages),  ทั้งนี้  พื้นที่ซึ่งมีธรรมชาติให้สำรวจตรวจค้นน้อยกว่ากัน (Areas with less nature to explore)           ๑๐        อัตราที่สูงขึ้นของความอ้วนในวัยเด็ก (childhood obesity)  และโรคหลอดเลือดหัวใจ (cardiovascular diseases)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 158)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

A Letter from The President of The Siam Society

Inviting for Membership

 

On behalf of the membership of The Siam Society Under Royal Patronage,        1       to join our organization.  As a means to explore the arts, culture, natural heritage and history of Thailand, the Society is without peer.

 

As a member, you can learn ancient history firsthand         2        seminars given by noted experts, whether in our lecture hall or outdoors at a historical site on one of our famous study trips.  Throughout the year, other speakers,         3        authority in his or her field, address a wide variety of topics on Thailand and neighboring countries for the enjoyment of members.  

 

         4       , The Siam Society each year sponsors numerous exhibitions and performances.  Our renowned library of over twenty-five thousand volumes           5         a unique privilege of membership.       

 

The Society is 116 years old and          6        its services to Thailand and neighboring countries.  Our members come from           7         including the arts, business, academic and countless other professions.             8        is an interest in exploring the richness of the Thai and Southeast Asian culture, history, art and nature.            9        .  You will enrich your own knowledge, you will be entertained, and you will                    10         .

 

1. (a) you are strongly encouraged    (คุณได้รับการกระตุ้นอย่างแข็งขัน)

    (b) everyone is more or less welcome    (ยินดีต้อนรับทุกคนไม่มากก็น้อย)

    (c) it is of the utmost necessity    (มันมีความจำเป็นอย่างที่สุด)

    (d) you are allowed, if you like,    (คุณได้รับอนุญาต, ถ้าคุณชอบ,)

    (e) I would like to invite you    (ผมขอเชิญชวนคุณ)

2. (a) if you miss    (ถ้าคุณพลาด)

    (b) by presenting    (โดยการนำเสนอ)

    (c) after participating    (ภายหลังการเข้าร่วม)  (ต้องใช้   “After participating in”)

    (d) when you attend    (เมื่อคุณเข้าร่วม)

    (e) when we hold    (เมื่อเราจัด)

3. (a) all the    (ทั้งหมด)  (ต้องใช้  “Authorities in their field”  -  “ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาของตน”)

    (b) every    (ทุกคน)

    (c) such    (ดังกล่าว, เช่นว่า)

    (d) an    (คนหนึ่ง)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจาก  “Other speakers”  เป็นพหูพจน์)

    (e) each an    (แต่ละคนเป็น)

4. (a) For those involved in business    (สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจ)

    (b) In order to promote health    (เพื่อที่จะส่งเสริมสุขภาพ)

    (c) Despite a lack of education    (ทั้งๆ ที่ขาดการศึกษา)

    (d) If you favor the arts    (ถ้าคุณชื่นชอบศิลปะ)

    (e) Whether you like it or not    (ไม่ว่าคุณจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม)

5. (a) will show    (จะแสดง)

    (b) can guarantee    (สามารถค้ำประกัน)

    (c) is also    (ยังเป็น...........สิทธิพิเศษฯ.............อีกด้วย)

    (d) are also    (ยังเป็น...........สิทธิพิเศษฯ.............อีกด้วย)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากประธานของประโยคเป็นเอกพจน์  คือ  “Our renowned library”)

    (e) means    (หมายถึง, มีความหมาย, มีความหมายต่อ, มีความสำคัญต่อ)  (ไม่เหมาะที่จะใช้คำนี้  เนื่องจากห้องสมุดมิได้หมายถึงสิทธิพิเศษฯ  แต่ว่า  “เป็นสิทธิพิเศษ”)

6. (a) had provided    (ได้ให้ – ในอดีต)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากปัจจุบันก็ยังให้บริการอยู่)

    (b) will provide    (จะให้ – ในอนาคต)

    (c) is providing    (กำลังให้ – ในปัจจุบัน)  (สู้ข้อ  “D”  ไม่ได้  ที่ให้บริการต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน)

    (d) has been providing    (ได้กำลังให้)  (ใช้โครงสร้าง “Present perfect continuous tense” (Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing)  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์ (ให้บริการ) เป็นเวลายาวนาน  จากอดีตจนถึงปัจจุบัน  คือ  เป็นเวลา ๑๑๖ ปี)

    (e) has been provided    (ได้ถูกให้)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากเป็น  “Passive voice”)

7. (a) countries all over the world    (ประเทศต่างๆ ทั่วโลก)

    (b) many different choices    (ทางเลือกต่างๆ จำนวนมาก)

    (c) a variety of backgrounds    (ภูมิหลัง (พื้นเพ) ที่หลากหลาย)

    (d) a number of institutions    (สถาบันจำนวนมาก)

    (e) different places across the world    (สถานที่ต่างๆ ทั่วโลก)

8. (a) With similar backgrounds    (ด้วยภูมิหลังที่เหมือนกัน)  (ไม่สามารถใช้เป็นประธานของประโยคได้  เนื่องจากเป็น  “Prepositional phrase”  -  “วลีที่เป็นบุรพบท”)

    (b) To support the Society    (เพื่อที่จะสนับสนุนสมาคม) 

    (c) That they already know    (ที่ว่าพวกเขารู้กันแล้ว)  (เป็น  “Noun clause”  สามารถเป็นประธานของประโยคได้  แต่ไม่ได้ใจความ)

    (d) What they all share    (สิ่งที่พวกเขา (สมาชิก) ทุกคนมีเหมือนกัน)  (สามารถเป็นประธานของประโยคได้  เนื่องจากเป็น  “Noun clause”  และได้ใจความดี)

    (e) What they request    (สิ่งที่พวกเขาร้องขอ)  (เป็น  “Noun clause”  สามารถเป็นประธานของประโยคได้  แต่ไม่ได้ใจความ)

9. (a) Come join us    (มาร่วมกับเราสิ,  มาเป็นสมาชิกของเราสิ)  (เลือกข้อนี้เนื่องจากเป็นการเชิญชวนให้สมัครเป็นสมาชิกของสมาคม)

    (b) Enjoy it    (สนุกกับมันสิ)

    (c) Stay with us    (พักกับเราสิ)

    (d) Leave your home now    (ออกจากบ้านของคุณเดี๋ยวนี้)

    (e) We won’t let you down    (เราจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง)

10. (a) get a lot of money    (ได้รับเงินมากมาย)

      (b) be more attractive    (มีเสน่ห์มากขึ้น)

      (c) find an interesting career    (พบอาชีพที่น่าสนใจ)

      (d) have someone to talk to    (มีใครบางคนไว้คุยด้วย)

      (e) make new friends    (มีเพื่อนใหม่, รู้จักเพื่อนใหม่)

 

จดหมายจากประธานของสยามสมาคม  เชิญชวนสมัครเป็นสมาชิก

 

ในนามของ (On behalf of) สมาชิกภาพ (การเป็นสมาชิก) (membership) ของสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ (Under Royal Patronage)          ๑         ให้มาร่วม (เป็นสมาชิก) กับองค์กรของเรา,  ในฐานะเป็นวิธีการ (As a means) สำรวจ  (explore) ด้านศิลปะ, วัฒนธรรม, มรดกทางธรรมชาติ (natural heritage) และประวัติศาสตร์ของประเทศไทย  สมาคมฯ ไม่มีใครเสมอเหมือน (ไม่มีใครเทียมเท่า) (is without peer)

 

ในฐานะสมาชิก (As a member),  คุณสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์โบราณ (ancient) ที่ได้มาโดยตรง (ที่ได้มาจากแหล่งดั้งเดิม) (firsthand)           ๒        การสัมมนา (seminars) ที่กระทำ (given) โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียง (noted experts),  ไม่ว่าจะเป็นในห้องบรรยาย (lecture hall) ของเรา  หรือที่กลางแจ้ง (outdoors)โบราณสถาน (historical site) ในการเดินทางเพื่อทัศนศึกษา (study trips) ซึ่งมีชื่อเสียง (famous) ของเราคราวใดคราวหนึ่ง (one of our),  โดยตลอดทั้งปี (Throughout the year)  ผู้พูด (บรรยาย) คนอื่นๆ,            ๓         ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (authority) ในสาขา (field) ของเขาหรือเธอ,  จะพูด (กล่าวถึง) (address) หัวข้อที่หลากหลายอย่างมาก (a wide variety of topics) เกี่ยวกับประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน (neighboring countries)  เพื่อความเพลิดเพลิน (enjoyment) ของสมาชิก

 

           ๔        ,  สยามสมาคมในแต่ละปีเป็นเจ้าภาพ (sponsors) การแสดงนิทรรศการ  (exhibitions) และการแสดงต่างๆ (performances) มากมาย (numerous),  ห้องสมุดที่มีชื่อเสียง (renowned) ของเรา  ซึ่งมีหนังสือ (volumes) กว่า ๒๕,๐๐๐ เล่ม           ๕        สิทธิพิเศษ (privilege) ซึ่งหาที่เปรียบเทียบไม่ได้ (unique) ของการเป็นสมาชิก (ของสมาคม)

 

สมาคมมีอายุ ๑๑๖ ปี  และ           ๖         การบริการของสมาคมแก่ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน, โดยสมาชิกของเรามาจาก       ๗      รวมทั้งด้านศิลปะ, ธุรกิจ, วิชาการ (academic) และอาชีพ (professions) อื่นๆ นับไม่ถ้วน (เหลือคณานับ) (countless),             ๘         คือ ความสนใจ (interest) ในการสำรวจความอุดมสมบูรณ์ (ความร่ำรวย) (richness) ทางวัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์, ศิลปะ และธรรมชาติของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้,           ๙      , คุณจะเพิ่มพูน (ทำให้อุดมสมบูรณ์) (enrich) ความรู้ของคุณเอง, คุณจะได้รับความเพลิดเพลิน (สนุกสนาน) (entertained), และคุณจะ                   ๑๐         

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 157)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Sour Grapes

 

            One hot summer’s day, a fox was strolling through an orchard.  He was very hungry and thirsty.  Just          1        he spied a beautiful bunch of sunripened grapes hanging high on a vine that trailed from the branches of a tall tree.  The grapes were bursting with juice,           2         the fox’s mouth watered.

            “Just          3         thing to quench my thirst.” he thought as he jumped for them.  But he missed by a long way.           

            Again and again he jumped, but each time he just missed the delicious prize.            4        , worn out with his useless efforts, the fox stalked off, nose in the air, muttering scornfully.  “Well, I                                 5          wanted those grapes anyway.  I am sure they are sour.”

 

1. (a) now    (“Just now”  =  “ในขณะนี้, ในปัจจุบัน”)

    (b) after    (“Just after”  =  “ภายหลัง, หลังจากที่”  ถ้าเลือกข้อนี้  ข้อความทั้ง หมดจะเป็นเพียงประโยคย่อย (Subordinate clause) เท่านั้น  จึงจำเป็นต้องมีประโยคใหญ่ (Main clause) ตามมา  เพื่อให้ทั้งประโยคเป็นประโยคที่สมบูรณ์  คือมีทั้งประ โยคใหญ่และย่อย)

    (c) when    (“Just when”  =  “เมื่อ”  คำอธิบายเหมือนกับในข้อ  “B”)

    (d) as    (“Just as”  =  “ในขณะที่”  คำอธิบายเหมือนกับในข้อ  “B”)

    (e) then    (“Just then”  =  “ในตอนนั้นเอง, ในขณะนั้นเอง, ดังนั้น, ครั้งนั้น, ถ้าเป็นเช่นนั้น, อีกประการหนึ่ง”)

2. (a) while    (ในขณะที่)

    (b) if    (ถ้า)

    (c) where    (ที่ซึ่ง)

    (d) and    (และ)  (เลือกข้อนี้เนื่องจากใช้เชื่อม ๒ ข้อความ คือ “องุ่นกำลังปริ (bursting) ด้วยน้ำองุ่น (juice)”  และ  “ปากของหมาจิ้งจอกน้ำลายไหล (watered))

    (e) although    (แม้ว่า)

3. (a) any    (ใดๆ)

    (b) a    (หนึ่ง, เดียว)

    (c) some    (บาง (คน, สิ่ง, ตัว), บ้าง)      

    (d) the    (มัน – หมายถึงองุ่น)  (เลือกข้อนี้เนื่องจากใช้ขยาย “Thing” เพื่อแสดงการเน้นย้ำว่า  “เป็นสิ่ง (องุ่นที่เห็นอยู่บนต้น) ที่จะดับความกระหายของฉัน”  ซึ่งหมายถึง  องุ่นพวงที่หมาจิ้งจอกมองเห็น)

    (e) not    (ไม่)

4. (a) Surprisingly    (อย่างน่าประหลาดใจ)

    (b) Next    (ต่อไป, ถัดไป)

    (c) At last    (ในที่สุด)

    (d) Even then    (แม้กระทั่งในตอนนั้น)

    (e) Hopefully    (เต็มไปด้วยความหวัง)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจากข้อความที่ตามมา  กล่าวว่า  “หมดแรง”  (worn out) ด้วยความพยายามที่ไร้ผล (useless efforts)”)

5. (a) still    (ยังคง)

    (b) never    (ไม่เคย)

    (c) really    (จริงๆ,  อย่างแท้จริง)

    (d) often    (บ่อยๆ, บ่อยครั้ง)

    (e) particularly    (เป็นพิเศษ, โดยเฉพาะ)

 

องุ่นเปรี้ยว

 

            ในวันที่ร้อนของฤดูร้อนหนึ่ง  หมาจิ้งจอก (fox) ตัวหนึ่งกำลังเดินทอดน่อง (เดินเล่น, เดินเตร่) (strolling) ผ่านเข้าไปใน (through) สวนผลไม้ (orchard),  มันหิว  (hungry) และกระหายน้ำ (thirsty) มาก,             ๑          มันมองเห็น (spied) พวง (bunch) ที่สวยงามของผลองุ่น (grapes) ซึ่งสุกด้วยถูกแสงอาทิตย์แผดเผา (sunripened) ห้อย (hanging) สูงอยู่บนต้นองุ่น (vine)  ซึ่งเลื้อย (trailed) จากกิ่งก้าน (branches) ของต้นไม้สูงต้นหนึ่ง  โดยผลองุ่นนั้นกำลังปริ (bursting) ด้วยน้ำองุ่น (juice) (หมายถึง สุกงอม),            ๒         ปากของหมาจิ้งจอกตัวนั้นก็น้ำลายไหล (watered)

                        ๓          เป็นสิ่งที่จะดับ (ระงับ) (quench) ความกระหาย (thirst) ของข้า”  มันคิดในขณะที่มันกระโดด (jumped) เพื่อ (งับ) องุ่นเหล่านั้น  แต่มันก็พลาด  (missed) (จากพวงองุ่น) ไปไกลโข (by a long way) ทีเดียว

            มันกระโดดแล้วกระโดดอีก (Again and again he jumped)  แต่ว่าแต่ละครั้งมันก็พลาดรางวัล (ลาภลอย) (prize) ซึ่งอร่อย (delicious) (พวงนั้น),            ๔        ,  เมื่อมันหมดแรง (เหน็ดเหนื่อย) (worn out) ด้วยความพยายามที่ไร้ผล (useless efforts) ของมัน,  เจ้าหมาจิ้งจอกเดินเลี่ยงจากไปอย่างโกรธเคือง (stalked off),  โดยจมูกยื่นไปในอากาศ,  และพูดพึมพำ (พูดอยู่ในลำคอ) (muttering) อย่างดูถูกดูหมิ่น (อย่างสบประมาท) (scornfully) ว่า  “เอ้อ  ข้า          ๕        ต้องการผลองุ่นพวกนั้นเลย อย่างไรก็ตาม (anyway),  ข้าแน่ใจว่ามันเปรี้ยว (sour)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 156)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following dialogs and choose the best alternatives for each blank.

(จงอ่านบทสนทนาต่อไปนี้  และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

Situation  Two students are talking in front of their classroom  

                      building

 

Toy    :  Hi Pim.  There’s no point going in.

Pim   :  Why?             1        ?

Toy    :  There are no fans, no lights.

Pim   :  Not another power cut.  Any explanation for it?

Toy    :  It           2         that the transformation blew up during the night.

Pim   :  Blew up?  Why?

Toy    :  Oh, I don’t know all the technicalities.

Pim   :  I’m sure you’re          3        .  I bet it’s just a short circuit and they’ll fix it in no           4        at all.

Toy    :  Well, that’s not what the technicians          5       .  They told me it would take at least until noon.

Pim   :  That means no class, I assume.

Toy    :             6         .  These students will use any excuse to get out of class.

Pim   :  That’s not fair.  It’s a pretty solid excuse.            7        , we can’t study in a dark, airless room,

                        8        ?

Toy    :  Yes, that’s true,           9         I’m afraid we are going to get behind the other groups.

Pim   :  Well, you can always study on your own.

Toy    :  I know I can, but I’m not very disciplined.

Pim   :  That’s too bad.  Anyway, since there is no class, what do you want to do?

Toy    :             10         .

Pim   :  Right.  Let’s go.

 

1. (a) What else is new    (มีอะไรอีกไหมที่ใหม่)

    (b) What’s on    (กำลังฉาย (หนัง) เรื่องอะไรล่ะ)

    (c) What’s the big idea    (ความคิดเจ๋งๆ อะไรกันล่ะ)

    (d) What’s your opinion    (คุณมีความเห็นอย่างไร)

    (e) What’s up    (เกิดอะไรขึ้นล่ะ)

2. (a) looks    (มีลักษณะ, มีท่าทาง, มีอาการ)  (ไม่ใช้คำนี้)

    (b) shows    (แสดง)

    (c) sounds    (ฟังดู................ดี, เข้าท่า)  (ไม่ใช้คำนี้)

    (d) seems    (ดูเหมือน, ดูคล้ายกับ, ดูราวกับ, ดูท่าทาง)

    (e) thinks    (คิด)

3. (a) telling me    (บอกฉัน)

    (b) being frank    (ตรงไปตรงมา, ไม่อ้อมค้อม)

    (c) talking it over    (ปรึกษาหารืออย่างละเอียด...............ก่อนตัดสินใจ)

    (d) lying to me    (พูดโกหกกับฉัน)

    (e) exaggerating    (พูดเกินความจริง, โอ้อวด, พูดหรือเขียนเกินความจริง, เพิ่มหรือขยายเกินกว่าปกติ)

4. (a) way    (วิธีการ, รูปแบบ, ทาง, ระยะทาง, หนทาง, เส้นทาง, แนวทาง, วิถีทาง)

    (b) sweat    (เหงื่อ)

    (c) chance    (โอกาส)

    (d) time    (“In no time at all”  =  “อย่างเร็ว, ในไม่ช้า, ในเวลาเพียงนิดเดียว”)

    (e) circumstance    (สถานการณ์, กรณี, สภาวะ, เหตุการณ์, สภาพ, ฐานะ, กาลเทศะ, โอกาส, สภาพแวดล้อม)

5. (a) will say    (จะบอก)

    (b) have told    (ได้บอก)  (ต้องใช้  “Have told me”)

    (c) said    (พูด)  (พูดในอดีต  สังเกตจากประโยคต่อมาที่บอกว่า  “They told me…...……”)

    (d) are telling    (กำลังบอก)  (ผิดทั้งไวยากรณ์  คือไม่มี  “Me”  และผิด  “Tense”)

    (e) guessed    (เดา, ทาย, คาดคะเน, คิดว่า, เข้าใจว่า)

6. (a) Fair enough    (ยุติธรรมพอ)  (ไม่ตรงประเด็น)

    (b) Feel free    (ตามสบาย)  (ใช้พูดเพื่อบอกว่าคู่สนทนาสามารถทำเช่นนั้นได้  เช่น   “Feel free to eat anything in the fridge.”  -  “กินของในตู้เย็นตามสบายเลยนะ”)

    (c) For sure    (แน่นอนเลย, ใช่เลย, แหง๋อยู่แล้ว)  (ใช้พูดเมื่อแน่ใจว่าจะเป็นอย่างที่ตนเองคิด)

    (d) Forget it    (ลืมมันเสียเถอะ, ไม่ต้องพูดถึงมันหรอก)  (ไม่ตรงประเด็น)

    (e) For instance    (ตัวอย่างเช่น)  (ไม่ตรงประเด็น)

7. (a) In conclusion    (โดยสรุป)

    (b) After all    (อย่างไรก็ตาม, ถึงอย่างไร, ท้ายที่สุด, ในที่สุด)

    (c) By and large    (โดยทั่วไป)

    (d) More or less    (โดยประมาณ, ไม่มากก็น้อย)

    (e) Before long    (เร็วๆ นี้, ไม่นานนี้)

8. (a) can we    (ใช่ไหม)  (เป็น  “Tag”  ของ  “We can’t”)

    (b) do we    (ผิดไวยากรณ์)

    (c) have we    (ผิดไวยากรณ์)

    (d) shall we    (ผิดไวยากรณ์)

    (e) will we    (ผิดไวยากรณ์)

9. (a) or    (หรือ, มิฉะนั้น)

    (b) so    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

    (c) besides    (นอกจากนั้น, นอกจาก)

    (d) but    (แต่, อย่างไรก็ตาม)  (เลือกข้อนี้เนื่องจากข้อความข้างหน้าและข้างหลังมัน  ขัดแย้งกัน  คือ  “เราไม่อาจเรียนในห้องมืด  แต่ผมเกรงว่าจะตามกลุ่มอื่นไม่ทัน)

    (e) as a consequence    (ผลที่ตามมาคือ, เป็นผลที่ตามมา)

10. (a) Let’s take some ice cream.    (ต้องเปลี่ยน  “Take”  เป็น  “Have”  จึงจะมีความหมายว่า  “เราไปกินไอศกรีมกันเถอะ)

      (b) Why go for some ice cream?    (ต้องเปลี่ยนเป็น  “Why don’t we go for some ice cream?”  -  “ทำไมเราไม่ไปกินไอศกรีมกันล่ะ”)

      (c) Do you prefer some ice cream?    (คุณชอบกินไอศกรีมมากกว่าใช่ไหม)

      (d) I don’t like ice cream, you see.    (ผมไม่ชอบไอศกรีม, คุณเข้าใจไหม)

      (e) How about some ice cream?    (ไปกินไอศกรีมกันไหม)  (“How about”  +  “Noun”  =  เป็นคำพูดที่ใช้ในการเสนอหรือเชิญชวนให้อีกฝ่ายทำอะไรบางอย่าง  เช่น  “How about (going to) a picnic?”  -  “ไปปิกนิกกันไหม”,  “How about going out for dinner tonight?”  -  “ออกไปกินอาหารค่ำกันไหมคืนนี้”)

 

สถานการณ์  นักเรียน ๒ คน (ต๋อยและพิม) กำลังสนทนากันข้างหน้าตึกเรียน

 

ต๋อย    ไฮ  พิม,  ไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าไปข้างใน (ตึกเรียน) (There’s no point going in)

พิม      ทำไมล่ะ,             ๑        ?

ต๋อย    ไม่มีพัดลม  ไม่มีแสงสว่าง (no lights)

พิม      ไม่ใช่การหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าอีกนะ (Not another power cut), (คุณ) มีคำอธิบายหรือ

               เปล่าคะ

ต๋อย    มัน           ๒         ว่าหม้อแปลงระเบิดในตอนกลางคืนนะ (transformer blew up during the

               night)

พิม      ระเบิดหรือ, ทำไมล่ะ

ต๋อย    :  โอ,  ผมไม่รู้ลักษณะทางเทคนิคทั้งหลายแหล่ (all the technicalities) หรอกครับ

พิม      ฉันมั่นใจ (เชื่อมั่น) (sure) ว่าคุณกำลัง            ๓        ,  ฉันพนัน (bet) ว่ามันเป็นเพียงไฟฟ้าลัด

               วงจร (short circuit) เท่านั้น  และพวกเขาจะซ่อม (fix) มัน            ๔         

ต๋อย    อ้อ  นั่นไม่ใช่สิ่งที่ (that’s not what) ช่าง (technicians)          ๕       ,  พวกเขาบอกผมว่ามัน

               จะใช้เวลา (ซ่อม) อย่างน้อยที่สุด (at least) จนกระทั่งตอนเที่ยงวัน (until noon)

พิม      นั่นหมายความว่าไม่มีการเรียน (no class)  ฉันสันนิษฐาน (assume) นะ

ต๋อย                ๖          ,  นักเรียนพวกนี้จะใช้ข้ออ้าง (ข้อแก้ตัว) อะไรก็ได้ (any excuse) ที่จะออกจาก

                ห้องเรียน (ไม่เรียนหนังสือ) (get out of class)

พิม      นั่นไม่ยุติธรรม (fair) เลยนะ (ที่คุณกล่าว),  มันเป็นข้ออ้างที่มีเหตุผล (solid) มาก (pretty)

                (ตามที่นักเรียนอ้าง),            ๗         เราก็ไม่สามารถเรียนหนังสือในห้องซึ่งมืด (dark) และ

                ไม่มีอากาศ (airless),            ๘         ?

ต๋อย    ใช่แล้ว  นั่นเป็นความจริง (true),             ๙         ผมเกรง (afraid) ว่าเราจะอยู่ข้างหลังกลุ่มอื่นๆ

               (ตามกลุ่มอื่นไม่ทัน) (get behind the other groups)

พิม      เอ้อ  คุณสามารถศึกษาด้วยตัวคุณเอง (study on your own) ได้เสมอนี่ค่ะ

ต๋อย    ผมรู้ว่าผมสามารถ (เรียนด้วยตนเอง)  แต่ผมมิได้มีระเบียบวินัย (disciplined) (ที่จะเรียนด้วย

               ตัวเอง) มากนัก

พิม      :  แย่จังเลยนะ (That’s too bad),  อย่างไรก็ตาม  เพราะว่าไม่มีเรียน (since there is no class)

               (เนื่องจากไฟฟ้าดับ)  คุณต้องการทำอะไรล่ะ

ต๋อย    :              ๑๐         

พิม      :  เหมาะเลย (Right)  เราไปกันเถอะ (Let’s go)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ CLOZE TEST