หมวดข้อสอบ CLOZE TEST

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 5)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Make a Name for Yourself

          Ernest Hemingway was born in Oak Park, Illinois, in 1899.  After finishing high school, he became a newspaper reporter for the Kansas City Star.  By the time he was in his mid-20s, he had          1         his short stories.  Then, he got off to a good start as a          2          with the publication of The Sun Also Rises.  The young writer kept on writing and soon published A Farewell to Arms, which many readers said was his best work.

          Hemingway made a name for himself not only as a writer but also as an           3          .  He took an interest in big game hunting and fishing, and he enjoyed watching bullfights.  He made use of these                   4           in his books.  

          When Hemingway was young, he was           5          in love.  He was planning on marrying a nurse he had met in World War I, but she             6          to marry an Italian duke instead.  Hemingway was heartbroken.  Later, he did get married – four times, in fact.  Such events from his own life were often published in newspapers.  

          In 1921, Hemingway went to Paris to work as a foreign           7          for the Toronto Star, a Canadian newspaper.  When he was there, other writers like F. Scott Fitzgerald, Gertrude Stein, and Ezra Pound made an impression on him. 

          In 1940, Hemingway’s most popular novel, For Whom the Bell Tolls, was published.  In 1953, he won the Pulitzer Prize in fiction for his novel The Old Man and the Sea.  One year later, he won the Nobel Prize for            8           .  Ernest Hemingway was destined for greatness.

          In his later years, Hemingway lived in Cuba and wrote about the country, but Castro’s revolution               9          him to return to the United States in 1960.  The following year, his life           10          with the drama of one of his novels: He killed himself with a shotgun. 

1. (a) sold    (ขาย)

    (b) published    (ตีพิมพ์)

    (c) announced    (ประกาศ)

    (d) plagiarized   (ขโมยคัดลอกผลงานหรือบทประพันธ์, ขโมยความคิด)

2. (a) real estate businessman    (นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์)

    (b) security officer    (เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย)

    (c) plumber    (พลั้ม-เม่อะ)  (ช่างประปา, ช่างท่อน้ำ, ช่างตะกั่ว)

    (d) novelist    (นักเขียนนวนิยาย)

3. (a) auto mechanic    (ช่างซ่อมรถยนต์)

    (b) electrician    (ช่างไฟฟ้า)

     (c) adventurer    (นักผจญภัย, ผู้เสี่ยงภัย, ผู้เสี่ยงโชค, นักฉวยโอกาส)

    (d) entrepreneur    (อาน-ทระ-พระ-เน่อร์)  (ผู้บริหารกิจการ, นายจ้าง, นายทุน, นักวิสาหกิจ)

4. (a) discoveries    (การค้นพบ)

    (b) torments    (ความทรมาน, ความเจ็บปวด, ความระทมทุกข์, สิ่งที่ทำให้ทุกข์ทรมาน, เครื่องทรมาน, การทรมาน)

    (c) luxuries    (ความฟุ่มเฟือย, ความหรูหรา, ความโอ่อ่า, การเพลิดเพลินหาความสุขสบาย, สิ่งอำนวยความสุขสบายอย่างฟุ่มเฟือย)

    (d) experiences    (ประสบการณ์)

5. (a) interested    (สนใจ)

    (b) disappointed    (ผิดหวัง)

    (c) delighted    (ปลื้มปิติ, ยินดี, พอใจ)

    (d) absorbed    (หมกมุ่น, ดื่มด่ำ)

6. (a) refused    (ปฏิเสธ)

    (b) hesitated    (รีรอ, ลังเลใจ)

    (c) decided    (ตัดสินใจ)

    (d) detested    (เกลียด, เกลียดชัง, ไม่ชอบมาก)

7. (a) correspondent    (นักข่าว, ผู้โต้ตอบจดหมาย)

    (b) minister    (รัฐมนตรี, บาทหลวง)

    (c) investor    (นักลงทุน)

    (d) interpreter    (ล่ามแปลภาษา, ล่าม, ผู้อธิบาย)

8. (a) peace    (สันติภาพ)

    (b) literature    (วรรณกรรม)

    (c) medical innovation    (นวัตกรรมด้านการแพทย์)

    (d) environmental conservation    (การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม)

9. (a) forbade    (ห้าม, ยับยั้ง, ไม่อนุญาต, ขัดขวาง, ทำให้เป็นไปไม่ได้)  (กริยา ๓ ช่อง  คือ  “Forbid, Forbade, Forbidden”)

    (b) allowed    (อนุญาต, ยอมให้, ทำให้เป็นไปได้)

    (c) forced    (บังคับ)

    (d) requested    (ร้องขอ, ขอร้อง, เรียกร้อง, อ้อนวอน, ขอ, ถามหา)

10. (a) began    (เริ่มต้นข)

      (b) contrasted    (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก)

      (c) argued    (โต้แย้ง, โต้เถียง)

      (d) ended    (จบลง, สิ้นสุด, ยุติ)

 

(คำแปล)                                             สร้างชื่อเสียงให้กับตัวคุณเอง

          เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์  เกิดที่เมืองโอค ปาร์ค  รัฐอิลลินอยส์  ในปี ๑๘๙๙,  หลังจากเรียนจบชั้นมัธยม  เขาทำงานเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดอะแคนซัสซิตีสตาร์,  เมื่อถึงคราวที่เขาอายุประมาณ  ๒๕ ปี  เขาได้              ๑          เรื่องสั้นของตัวเอง  ต่อจากนั้นเขาเริ่มต้นด้วยดีโดยเป็น          ๒         ด้วยการตีพิมพ์นิยายชื่อ  “พระอาทิตย์ก็ขึ้นเช่นกัน”  และนักเขียนหนุ่มคนนี้ยังคงเขียนหนังสือ (นิยาย) ต่อไป  และในไม่ช้าก็ได้ตีพิมพ์นิยายเรื่อง  “ลากันทีปืนผาหน้าไม้”  (เขียนภายหลังจากที่เขาปลดจากราชการทหารในสงครามโลกครั้งที่ )  ซึ่งผู้อ่านหลายคนกล่าวว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขา

          เฮมิงเวย์สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองไม่เพียงแต่ในฐานะนักเขียนเท่านั้น  แต่ยังในฐานะ              ๓           ด้วย  โดยเขามีความสนใจในการล่าสัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่ถูกล่าเป็นกีฬา  (เช่น ช้าง, สิงโต)  และ (สนใจ) การตกปลา  และเขาสนุกสนานกับการดูกีฬาการสู้วัว  (ในสเปน)  (ทั้งนี้) เขาใช้ประโยชน์จาก           ๔          เหล่านี้ใน (การเขียน) หนังสือ (นิยาย) ของเขา 

          เมื่อตอนเฮมิงเวย์เป็นเด็กหนุ่ม  เขา          ๕           ในความรัก  (โดย) เขากำลังวางแผนที่จะแต่งงาน กับนางพยาบาลคนหนึ่งที่เขาได้พบเจอในสงครามโลกครั้งที่ ๑  (ขณะเขาเป็นทหาร)  แต่ว่าเธอ            ๖          (ที่จะ) แต่งงานกับขุนนาง  (ชั้นดยุก)  ชาวอิตาเลียนแทน (ที่จะแต่งฯ กับเขา)  เฮมิง เวย์เลยหัวใจสลาย,  ในเวลาต่อมา  เขาก็ได้แต่งงานจริงๆ  -  ถึง ครั้ง หน,  เหตุการณ์ดังกล่าวจากชีวิตของเขา  ได้รับการตีพิมพ์อยู่บ่อยๆ ในหนังสือพิมพ์

          ในปี ๑๙๒๑  เฮมิงเวย์เดินทางไปปารีสเพื่อทำงานเป็น            ๗          ต่างประเทศของเดอะโตรอนโต สตาร์,  ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์แคนาเดี้ยน  (และ)  เมื่อเขาอยู่ที่นั่น  นักเขียนคนอื่นๆ  เช่น  เอฟ สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์, เกอทรูด สไตน์, และเอซรา เพาวด์  ได้สร้างความประทับใจให้กับเขา

          ในปี  ๑๙๔๐  นวนิยายที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเฮมิงเวย์  ชื่อ  “ระฆังลั่น (ส่งเสียงดังต่อเนื่อง) เพื่อใคร”  ได้รับการตีพิมพ์,  ในปี  ๑๙๕๓  เขาได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในสาขาเรื่องที่แต่งขึ้นจากนวนิยายของเขาเรื่อง  “เฒ่าผจญทะเล”  (แปลเป็นภาษาไทยโดย  อาจารย์สงบ สวนสิริ  หรือ “สันตสิริ”),  ในปีต่อมา  เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขา            ๘           เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์  ถูกกำหนดมาเพื่อ  (หรือมีจุดมุ่งหมายที่)  ความยิ่งใหญ่

          ในปีต่อๆมา  (ในปีหลังๆ ของชีวิต)  ของเขา  เฮมิงเวย์อาศัยอยู่ในคิวบาและเขียนหนังสือเกี่ยวกับประเทศนี้  แต่การปฏิวัติของ  ฟิเดล คาสโตร  (อดีตประธานาธิบดีของคิวบา)            ๙         ให้เขาต้องเดินทางกลับไปยังสหรัฐฯ ในปี ๑๙๖๐  (และ)  ในปีต่อมา  ชีวิตของเขา          ๑๐          ด้วย (พร้อมกับ)  บทละครของนวนิยายเรื่องหนึ่งของเขา  (โดย)  เขาฆ่า (ยิง) ตัวตายด้วยปืนสั้น

 ****หมายเหตุ  -  เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์  (๑๘๙๙ – ๑๙๖๑)  เป็นนักประพันธ์นวนิยายและนักเขียนเรื่องสั้นชาวอเมริกันผู้ใช้ลีลาภาษาที่สั้นกระชับ  เขาเกิดที่เมืองโอค ปาร์ก  รัฐอิลลินอยส์  เริ่มทำงานเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดอะแคนซัสซิตีสตาร์  และเข้าเป็นทหารในสงครางโลกครั้งที่   โดยประจำรถพยาบาลทหารของสหรัฐฯ ในอิตาลี  เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อปี ๑๙๑๘  ซึ่งทำให้เขาได้รับเหรียญกล้าหาญ  และต้องเดินทางกลับสหรัฐฯ ในที่สุด

          ผลงานของเขาหลายเรื่องได้รับการตีพิมพ์ภายหลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว  โดยผลงานของเขาจำนวนมากได้รับการยกย่องว่าเป็นวรรณกรรมระดับคลาสสิก  เฮมิงเวย์เดินทางไปล่าสัตว์ในทวีปแอฟริกาหลังจากตีพิมพ์เรื่องสั้น  “เฒ่าผจญทะเล” ในปี ๑๙๕๒ ได้ไม่นานนัก  ซึ่งทำให้เขาเกือบเสียชีวิตเนื่องจากเครื่องบินตกติดต่อกันถึง    ครั้ง  เขาได้รับความเจ็บปวดและระทมทุกข์จากเหตุการณ์ครั้งนี้  และมีสุขภาพที่ย่ำแย่เป็นส่วนใหญ่ของวาระสุดท้ายของชีวิต,  ในปี  ๑๙๕๙  เขาซื้อบ้านในรัฐไอดาโฮ  เป็นที่ซึ่งเขายิงตัวตายเมื่อกลางปี  ๑๙๖๑       

 

Social Etiquette

          One of the most asked questions about etiquette, a set of customs and rules for polite behavior, is:  “Why do we have these rules, and who invented them?”

          About 11,000 years ago, humans made a big change in the way they lived.  They found they did not have to           1          wander through the forest hunting animals and gathering nuts and berries to eat.                 2         , they learned about planting seeds and domesticating animals.  They discovered that they could live in one place, and           3          was not such a desperate daily struggle.  There was more food, more leisure time, more security.

          Soon after, they began to develop ways of getting           4           with as little fighting, anger and           5           as before.  Eventually, the rules changed as ways of living changed.  But the reasons for these rules are as valid now as they were at the beginning. 

          Young people like things           6          .  So, you can tell them that there are two basic           7          of behavior that have held up through the centuries: be kind and treat people with respect.

          The second most asked question is: “Why should I follow these rules?”

          We learn the rules of etiquette           8          knowing them gives us confidence.  If you know how to           9           wherever you are, you will be more at ease, and you will be able to put those around you at ease.  People will get the message that you are a           10          person.

1. (a) immediately    (ในทันทีทันใด, อย่างฉับพลัน, โดยกะทันหัน)

    (b) gradually    (ทีละน้อย, ที่ค่อยๆ เกิดขึ้น)

    (c) continually    (อย่างต่อเนื่อง, อย่างสม่ำเสมอ)

    (d) naturally    (ตามธรรมชาติ, โดยธรรมชาติ)

2. (a) Therefore    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

    (b) Instead    (แทนที่จะเป็นเช่นนั้น)

    (c) However    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

    (d) Seldom    (ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่)

3. (a) survival    (การอยู่รอด, การรอดชีวิต, การรอดตาย, การดำรงอยู่, สิ่งหรือบุคคลที่เหลืออยู่)

    (b) experience    (ประสบการณ์)

    (c) knowledge    (ความรู้)

    (d) starvation    (ความอดอยาก, ความหิวโหย, การอดอาหารตาย, ความกระหาย)

4. (a) over

    (b) along    (“Get along with”  =  ไปกันได้กับ, เข้ากันได้กับ)

    (c) up

    (d) across

5. (a) confusion    (ความสับสนวุ่นวาย, ความยุ่งเหยิง)  (ต้องใช้คำในความหมาย  “Negative”  เช่นเดียวกับคำว่า  “การต่อสู้”  และ  “ความโกรธเคือง”)

    (b) pleasure    (ความรื่นรมย์, ความเพลิดเพลิน)

    (c) impression    (ความประทับใจ)

    (d) comfort    (ความสะดวกสบาย, ความอบอุ่นใจ, การปลอบโยน, คำปลอบโยน, สิ่งปลอบใจ, ผู้ปลอบใจ, การช่วยเหลือ)

6. (a) told    (ซึ่งได้รับการบอกเล่า)

    (b) explained    (ซึ่งได้รับการอธิบาย หรือมีคำอธิบาย)  (ลดรูปมาจากอนุประโยค “Which are explained”)

    (c) expected    (ซึ่งถูกคาดหวัง)

    (d) calculated    (ซึ่งถูกคำนวณ)

7. (a) guidelines    (แนวทาง, นโยบาย, เครื่องชี้แนว, เครื่องแนะแนว)

    (b) sections    (ส่วน, ตอน, ท่อน, ข้อ, ชิ้น, ช่วง, หมวด, หมู่, หน่วย, เหล่า, การตัดออก)

    (c) acts    (ฉาก, องค์ละคร, การกระทำ, พฤติการณ์, การเล่นละคร, การแกล้งทำ, พระราชบัญญัติ)

    (d) beliefs    (ความเชื่อ, ความศรัทธา)

8. (a) although    (แม้ว่า)

    (b) is

    (c) because    (เพราะว่า)

    (d) that    (ที่, ซึ่ง)

9. (a) arrive    (มาถึง)

    (b) behave    (ประพฤติ, ปฏิบัติตัว, กระทำตัว)

    (c) stay    (พักอาศัย, พักชั่วคราว)

    (d) change    (เปลี่ยนแปลง)

10. (a) decisive    (แน่วแน่, ตัดสินใจเด็ดขาด, ซึ่งมีลักษณะชี้ขาด)

      (b) generous    (เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ใจกว้าง)

      (c) well-to-do    (มั่งคั่ง, ร่ำรวย)

      (d) considerate    (เห็นอกเห็นใจคนอื่น, คิดถึงคนอื่น, พิจารณาอย่างรอบคอบ)

 

(คำแปล)                                               มารยาท (ธรรมเนียมปฏิบัติ) ทางสังคม

          หนึ่งในบรรดาคำถามที่ถูกถามมากที่สุดเกี่ยวกับมารยาท (ธรรมเนียมปฏิบัติ), (หรือ)  ชุดของขนบธรรมเนียมประเพณีและกฎระเบียบสำหรับพฤติกรรมที่สุภาพ,  คือ  “ทำไมเรามีกฎระเบียบเหล่านี้  และใครสร้างมันขึ้นมา”

          ประมาณ  ๑๑,๐๐๐  ปีล่วงมาแล้ว  มนุษย์ทำการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในรูปแบบที่พวกเขาดำเนินชีวิต  พวกเขาพบว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องตระเวน (ท่องเที่ยว)            ๑           ไปตามป่าเพื่อล่าสัตว์และเก็บผลไม้แห้งเปลือกแข็ง (ถั่ว) และผลเบอร์รี่มากิน,             ๒         พวกเขาเรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกเมล็ดและฝึกสัตว์ให้เชื่อง  พวกเขาค้นพบว่าสามารถดำรงชีวิตอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง  (อย่างถาวร),  และ                 ๓           มิใช่การต่อสู้ดิ้นรนประจำวันที่สิ้นหวัง  (เข้าตาจน)  มากมายอะไร,  (นอกจากนั้นยัง)  มีอาหารมากขึ้น, เวลาว่างมากขึ้น, (และ) ความมั่นคงปลอดภัยมากขึ้นด้วย

          ไม่นานหลังจากนั้น  พวกเขาเริ่มต้นพัฒนาวิธีการ           ๔           การต่อสู้, ความโกรธเคือง และ                       ๕          ให้ (มีปริมาณ) น้อยพอๆ กับเมื่อก่อนนี้  (หมายถึง  เมื่อเข้าสู่วิถีชีวิตแบบใหม่แล้ว  ก็พยายามให้มีปัญหาเหล่านี้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยเหมือนกับช่วงวิถีชีวิตแบบเก่า)  ในที่สุด, กฎระ เบียบต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปเมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลง  แต่เหตุผลสำหรับกฎระเบียบเหล่านี้ก็ยังคงมีความสมบูรณ์  (ถูกต้อง)  ในปัจจุบัน  เหมือนกับที่มันเป็นอยู่ในตอนเริ่มแรก (ในอดีต)

          คนหนุ่มสาวชอบสิ่งต่างๆ           ๖           ดังนั้น  คุณสามารถบอกพวกเขาว่ามีสอง            ๗           พื้นฐานของพฤติกรรม  (ความประพฤติ)  ซึ่งได้ดำรงอยู่  (หรือน่าเชื่อถือ)  มาหลายศตวรรษแล้ว (คือ) จงเมตตากรุณา  และปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพ

          คำถามที่ถูกถามมากที่สุดลำดับที่  ๒  คือ  “ทำไมผมต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบเหล่านี้”

          เราเรียนรู้กฎระเบียบของมารยาท  (ธรรมเนียมปฏิบัติ)           ๘            การรู้พวกมัน  (กฎฯ)  ให้ความมั่นใจแก่เรา  ถ้าคุณรู้ว่าจะ           ๙          อย่างไรไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็ตาม,  คุณก็จะรู้สึกสบายใจมากขึ้น  และคุณจะสามารถทำให้คนที่อยู่รอบตัวคุณสบายใจด้วย (เช่นกัน)  (ทั้งนี้)  ผู้คนจะได้รับข่าวสาร  (เป็นคำเปรียบเปรย  หมายถึง  “ทราบ”)  ว่าคุณเป็นบุคคลซึ่ง               ๑๐            

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 4)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Why go to see the doctor?

          When the doctor comes to visit you, he generally asks you questions and takes your temperature.  He may also take you by the wrist, and look at his watch while he feels your          1         , which will tell him if your heart is           2           normally or not.  The doctor does this with nearly all his              3          .  What he is trying to do is to find out what           4           you have, which will help him to             5           your illness.  If you happen to be very ill, he may call the            6           to take you to hospital.  However, even when you are feeling better, he will probably tell you to be careful, as you need time to            7           after an illness.

1. (a) vibration    (การสั่นสะเทือน, การสั่นระริก, การสั่นไหว, การแกว่ง, การแกว่งไกว)

    (b) pulse    (พัลซ)  (ชีพจร, การเต้นเป็นจังหวะ, ความสั่นสะเทือน, จังหวะของชีวิต)

    (c) blood    (เลือด)

    (d) nerves    (เส้นประสาท, เอ็น, เส้นใบ, ลายเส้น, กำลัง, พลังงาน, ความกล้าหาญ)

2. (a) beating    (ตี, เคาะ, หวด, ตบ, เฆี่ยน, กระทบ, รบชนะ, พิชิต, เก่งกว่า, ดีกว่า)

    (b) knocking    (เคาะ, ตี, ทุบ, กระแทก, ชก, ต่อย, ชน, กระทบ, เกิดเสียงดัง)

    (c) thumping    {(หัวใจ) เต้น, ทุบหรือตีให้เกิดเสียงดัง, เดินด้วยฝีเท้าหนัก}

    (d) thudding    (ทุบหรือตีหรือต่อยที่ทำให้เกิดเสียงดัง)

3. (a) victims    (เหยื่อ, ผู้เคราะห์ร้าย)

    (b) subjects    (ผู้รับการทดสอบ, ประชากร, ผู้ใต้บังคับบัญชา, ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน, ประธานประโยค, หัวข้อ, สาขาวิชา, เรื่อง, กรณี, ประเด็น, ปัญหา)

    (c) customers    (ลูกค้า)

    (d) patients    (คนไข้, ผู้ป่วย)

4. (a) signs    (เครื่องหมาย, สัญลักษณ์, เครื่องแสดง, ลาง, อาการ, ร่องรอย, รอยเท้า)

    (b) symptoms    (อาการของโรค, อาการ, ลักษณะอาการ, เครื่องแสดง, เครื่องชี้บอก)

    (c) signals    (สัญญาณ, เครื่องหมาย, เครื่องแสดง, สัญลักษณ์, ลาง, นิมิต, สิ่งบอก ใบ้, อาการ)

    (d) symbols    (สัญลักษณ์)

5. (a) investigate    (สืบสวน, สอบสวน, ไต่สวน, สำรวจ)

    (b) reveal    (เปิดเผย, เผย, แสดงให้เห็น, ทำให้ปรากฏ, แสดง, แสดงให้เห็นความจริง)

    (c) uncover    (เปิด, เปิดเผย, เปิดออก, เปิดโปง, เปิดหมวก)

    (d) diagnose    (วินิจฉัย, วิเคราะห์, ตรวจโรค)

6. (a) coach    (รถม้าสี่ล้อขนาดใหญ่, รถยนต์โดยสาร, ผู้ฝึกนักกีฬา, ครูพิเศษ)

    (b) hearse    (เฮิร์ซ)  (รถบรรทุกศพ, ปะรำหน้าหลุมฝังศพ)

    (c) ambulance    (รถพยาบาล)

    (d) van    (รถบรรทุก, รถตู้, รถสินค้า, เกวียนบรรทุกสินค้า)

7. (a) coalesce    (โค-อะ-เล้ส)  (รวมกัน, เชื่อมกัน, ต่อกัน, เจริญเติบโตร่วมกัน หรือเป็นร่างเดียวกัน)

    (b) coagulate    (เปลี่ยนจากของเหลวเป็นก้อนเหนียวหนืด)

    (c) invigorate    (ทำให้แข็งแรง, ทำให้มีชีวิตชีวา, เสริมกำลัง, เติมพลัง)

    (d) convalesce    (คอน-วะ-เล้ซ)  (พักฟื้น, ฟื้นจากไข้, ค่อยๆ หายจากการเจ็บป่วย)

 

(คำแปล)                                                 ทำไมต้องไปพบแพทย์

          เมื่อหมอมาเยี่ยมเยือนคุณ  (ที่บ้านหรือสำนักงาน)   โดยทั่วไปแล้วเขาจะถามคำถามคุณและวัดอุณหภูมิ  (ปรอท)  คุณ  หมออาจจะจับที่ข้อมือคุณ  และจ้องมองที่นาฬิกาของเขาในขณะที่เขาคลำ           ๑          ของคุณ,  ซึ่งจะบอกตัวเขาว่าหัวใจของคุณกำลัง           ๒         เป็นปกติหรือไม่  หมอทำแบบนี้กับ            ๓           เกือบจะทุกคนของเขา  สิ่งที่เขา  (หมอ)  กำลังพยายามทำ  คือ  ค้นหาว่า             ๔           อะไรที่คุณมี,  ซึ่งจะช่วยเขา            ๕           การเจ็บไข้ได้ป่วยของคุณ  ถ้าคุณบังเอิญเจ็บป่วยอย่างมาก  หมออาจจะเรียก            ๖          มาเพื่อนำคุณไปส่งโรงพยาบาล  อย่างไรก็ ตาม  แม้กระทั่งเมื่อคุณกำลังรู้สึก (อาการ) ดีขึ้น,  หมอก็อาจจะบอกคุณให้ระมัดระวัง  เนื่องจากคุณต้องการเวลาที่จะ             ๗           หลังจากความเจ็บไข้ได้ป่วย

 

The Fatal Heart Disease

          Although it has long been known that emotions           1           cause illness, it is more recent            2            that anger and everyday tensions can              3            coronary heart disease.  Because of this frightening toll, stress           4           are increasingly centering their investigations           5           heart disease.  Some evidence            6         that emotional factors may be a primary cause of heart diseases           7            there are those who believe that in some people             8           factors may be more            9           for coronary heart disease than are such well-known culprits as fatty foods, being overweight, heredity, and lack of          10           .  

1. (a) must    (จะต้อง)

    (b) should    (ควรจะ)

    (c) could    

    (d) can    (สามารถ)  (ใช้รูป  “Present simple tense”)

2. (a) imagination    (จินตนาการ, ความนึกคิดไตร่ตรอง)

    (b) understanding    (ความเข้าใจ)

    (c) knowledge    (ความรู้)

    (d) fantasy    (การนึกฝัน, การจินตนาการ, ความคิดฟุ้งซ่าน, เรื่องเพ้อฝัน, เพลงจินตนาการ, ผลิตผลของจินตนาการ)

3. (a) arouse    (ปลุกเร้า, กระตุ้น, ปลุก, ดลใจ)

    (b) eject    (ขับไล่, ขับออก, ขว้างออก, พ่น, เป่า, พุ่ง, ดีดตัวออกจากเครื่องบิน)

    (c) release    (ปลดปล่อย, ปล่อย, ปลดเปลื้อง, แก้, คลาย, วางจำหน่าย)

    (d) cause    (ก่อให้เกิด)

4. (a) searchers    (ผู้ค้นหา)

    (b) researchers    (นักวิจัย, นักค้นคว้า, นักสำรวจ)

    (c) bearers    (ผู้ถือ, ผู้แบก, ผู้รับ, ผู้ถือจดหมาย, ผู้ประจำตำแหน่ง, คนใช้)

    (d) caretakers    (คนเฝ้า, ภารโรง, คนดูแลควบคุม)

5. (a) in (หรือ  into)    (เกี่ยวกับ, ในเรื่อง)

     (b) by

    (c) on

    (d) for

6. (a) illustrates    (แสดงให้เห็นโดยมีภาพประกอบ, อธิบายด้วยตัวอย่าง, ยกตัวอย่าง)

    (b) explains    (อธิบาย)

    (c) indicates    (บ่งชี้, ชี้บอก, ชี้แนะ, แสดง, ทำให้รู้)

    (d) admonishes    (ตักเตือน)

7. (a) if    (ถ้า)

    (b) and    (และ)

    (c) but    (แต่)

    (d) therefore    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

8. (a) this    (นี้)

    (b) that    (นั้น)

    (c) these    (เหล่านี้)

    (d) those    (เหล่านั้น)

9. (a) responsible    (รับผิดชอบ)  (ในที่นี้หมายถึงเป็นสาเหตุของ)

    (b) responsive    (ตอบสนอง, เป็นการโต้ตอบ, เป็นคำตอบ, เป็นการตอบ)

    (c) inevitable    (ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้)

    (d) effective    (มีประสิทธิผล)

10. (a) money    (เงิน)

      (b) sleep    (การนอนหลับ)

      (c) humor    (อารมณ์ขัน)

      (d) exercise    (การออกกำลังกาย, การฝึกหัด, การฝึกฝน)

 

(คำแปล)                                             โรคหัวใจซึ่งอันตรายถึงตาย

          แม้ว่ามันรู้กันมานานแล้วว่าอารมณ์           ๑         ก่อให้เกิดความเจ็บไข้ได้ป่วย,  มันเป็น            ๒          เมื่อเร็วๆ มานี้เองว่า  ความโกรธและความเครียดประจำวันสามารถ            ๓           โรคหลอดเลือดหัวใจ  (และ)  เนื่องมาจากปริมาณความเสียหาย  (หรือจำนวนคนที่เสียชีวิต)  ที่น่าตกใจนี้เอง,             ๔         ความเครียดกำลังมุ่งเน้นการสืบสวน (ค้นคว้า) ของพวกเขาเพิ่มมากขึ้น           ๕         โรคหัวใจ,  หลักฐานบางอย่าง           ๖           ว่าปัจจัยต่างๆ ด้านอารมณ์อาจเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ           ๗           มีบุคคลผู้ซึ่งเชื่อว่า  ในบางคน  ปัจจัย           ๘          (ด้านอารมณ์)  อาจ          ๙          (คือ เป็นสาเหตุของ)  โรคหลอดเลือดหัวใจ  มากกว่าผู้ร้าย  (จำเลยในคดีอาญา)  (เป็นคำเปรียบเปรยว่าเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ)  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี  เช่น  อาหารที่มีไขมัน, การมีน้ำหนักมากเกินไป, กรรมพันธุ์, และการขาด          ๑๐         

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 3)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Life on Mars

          The discovery of evidence that life may           1          elsewhere in the universe raises that most profound of all human questions : why does life exist at all?  Is it simply that if enough cosmic elements slop together for enough eons, eventually a molecule will form somewhere, or many somewhere, that can replicate itself over and          2          until it evolves into a creature that can scratch its head?

          Since human beings first looked          3           the face of the universe and saw only infinite night, we have wondered who was out there.  Stars maybe rocks like the ones under our feet.  But did anything laugh and cry, have children, build monuments?  Was anything looking back wondering the same thing about us?  Those questions remain           4            , but last week a team of scientists announced that after two years of staring into a 1.9 kilogram meteorite from our neighbor planet Mars, they had found            5            of life.  The microscopic organisms they say they found never experienced life the way we          6           .  But if they are right, then more than 3 billion years ago they lived, fed,            7            and died.  And the simple fact of their existence radically improves the odds that we are not alone in the universe.

1. (a) subsists    (ยังชีพ, ดำรงชีพ, อยู่รอด, ประทังชีพ)

    (b) exists    (มีอยู่, ดำรงอยู่)

    (c) persists    (ยืนกราน, ยืนหยัด, ดื้อรั้น, ดื้อ, เพียร, ทนทาน, ฝังแน่น)

    (d) survives    (รอดชีวิต, อยู่รอด, รอดตาย, ยังคงมีชีวิตอยู่, เหลืออยู่, มีชีวิตอยู่ต่อไป)

2. (a) out   

    (b) again   

    (c) about   

    (d) over    (Over and over  =  ซ้ำแล้วซ้ำอีก)

3. (a) into    (Look into  =  ศึกษา, ตรวจสอบ, สอบสวน)

    (b) after    (Look after  =  ดูแล, เลี้ยงดู, เอาใจใส่)

    (c) like    (Look like  =  เหมือน, คล้าย)

    (d) out    (Look out  =  มองออกไปข้างนอก, ระมัดระวัง)

4. (a) unbelievable    (ไม่น่าเชื่อ, เหลือเชื่อ)

    (b) unconcerned    (ไม่ห่วงใย, ไม่วิตกกังวล)

    (c) unanswered    (ไม่มีคำตอบ, ไม่ได้รับคำตอบ)

    (d) unaware    (ไม่รู้, ไม่รู้ตัว, ไม่ได้คาดคิดมาก่อน)

5. (a) samples    (ตัวอย่าง, ของตัวอย่าง, ตัวอย่างทดลอง, ของทดลอง, สินค้าตัวอย่าง)

    (b) indications    (สิ่งที่ชี้บอก, เครื่องหมายแสดง, การชี้บอก, อาการของโรค)

    (c) testimony    (คำให้การในศาล, การยืนยันโดยการสาบานตัว, การแถลงโดยเปิดเผย, หลักฐาน, พยาน)

    (d) manifestation    (การสำแดง, การแสดง, การปรากฏ, เครื่องบ่งชี้)

6. (a) did   

    (b) are   

    (c) were    ()

    (d) do    (มี)  (คือ มีรูปแบบชีวิตของมนุษย์)

7. (a) generated    (ทำให้เกิด, ให้กำเนิด, แพร่พันธุ์, กำเนิด, บังเกิด)  (ต้องตามด้วยกรรม)

    (b) reproduced    (สืบพันธุ์, แพร่พันธุ์, ถอดแบบ, ทำสำเนา, อัดสำเนา, จำลอง, ลอก, คัด)

    (c) repudiated    (ปฏิเสธ, บอกปัด, ไม่ยอมรับ, ทอดทิ้ง)

    (d) rescued    (ช่วยชีวิต, ช่วยเหลือ, ช่วยให้รอด)

 

(คำแปล)                                                               ชีวิตบนดาวอังคาร

          การค้นพบหลักฐานว่าชีวิตอาจจะ            ๑            ที่อื่นๆ อีกในจักรวาล  (นอกเหนือจากบนโลก)  ได้ตั้งคำถามที่ล้ำลึกที่สุดของคำถามทั้งหลายทั้งปวงของมนุษย์  (ที่ว่า)  “ทำไมชีวิตจึงมีอยู่” (ทำไมจึงต้องมีสิ่งมีชีวิต)  หรือมันเป็นเพียงแต่ว่าธาตุต่างๆ ในจักรวาลจำนวนมากพอ  ปั่นเข้าด้วยกันเป็นเวลายาวนานเพียงพอ, จนในที่สุดโมเลกุลหนึ่งจะก่อตัวขึ้นมาที่ไหนสักแห่ง,  หรือหลายๆ โมเลกุลที่ไหนสักแห่ง,  ซึ่งสามารถจำลองตัวมันเอง             ๒            (Over and over)  จนกระทั่งมันวิวัฒนาการกลายเป็นสัตว์  (หมายรวมมนุษย์ด้วย)  ที่สามารถเกาหัวมันเอง  (ตัวเอง)  ได้

          ตั้งแต่มนุษย์            ๓            ลักษณะภายนอก  (ด้านหน้า)  ของจักรวาลเป็นครั้งแรก  และมองเห็นเพียงแต่กลางคืนที่ไม่มีขอบเขต  (ไม่มีที่สิ้นสุด)  เราประหลาดใจ (รู้สึกสงสัย)  ว่าใครอยู่ที่นั่นบ้าง  ดวงดาวต่างๆ อาจจะเป็นหินเหมือนกับหินใต้ฝ่าเท้าเรา  แต่ว่า (มี) สิ่งใดหัวเราะและร้องไห้, มีลูก, และสร้างอนุสาวรีย์หรือเปล่า (บนดาวพวกนั้น)  (หมายถึง  มีสิ่งมีชีวิตบนดาวเหล่านั้นหรือเปล่า  ที่แสดงอาการพวกนี้)  (หรือมี) สิ่ง (มีชีวิต) ใดๆ  (บนดาวเหล่านั้น)  กำลังมองกลับมา  (ยังโลกมนุษย์)  และสงสัย (ประหลาดใจ) ในแบบเดียวกันกับพวกเรา  (ว่ามีสิ่งมีชีวิตบนโลกหรือไม่)  คำถามเหล่านั้นยังคง                  ๔            ,  แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ทีมนักวิทยาศาสตร์ประกาศว่า  หลังจากสองปีของการจ้องมองเข้าไปยังหิน  (แร่, โลหะ)  ซึ่งมีน้ำหนัก ๑.๙ กิโลกรัม  (ที่เก็บมา)  จากดาวอังคารเพื่อนบ้านของเรา  พวกเขา (นักวิทยาศาสตร์) ได้พบ            ๕           ของชีวิต  (สิ่งบ่งบอกว่ามีชีวิต)  (ทั้งนี้) สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น  ซึ่งพวกเขากล่าวว่าพวกเขาได้พบเจอไม่เคยประสบกับ  (มี)  ชีวิตในรูปแบบที่พวกเรา (มนุษย์)            ๖              (หมายถึง มีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร  แต่เป็นคนละรูปแบบกับมนุษย์)  แต่ว่า  ถ้านักวิทยาศาสตร์พวกนั้นถูกต้อง  (ที่ว่ามีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร)  (ย่อมหมายความว่า)  เมื่อกว่า พันล้านปีมาแล้ว  พวกเขา  (สิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร)  ดำรงชีวิตอยู่, กินอาหาร,             ๗           , และตายไป  และข้อเท็จจริงธรรมดาๆ  (ง่ายๆ)  ของการดำรงอยู่ของเพวกเขา  (บนดาวอังคาร)  ทำให้ดีขึ้น  (น่าเชื่อมากขึ้น)  อย่างมากมาย (รุนแรง) ในเรื่องโอกาสที่จะเป็นไปได้มากกว่ากัน  ที่ว่าเรา (มนุษย์) มิได้อยู่แต่เพียงลำพังในจักรวาล  

 

Should we feed monkeys?

          Have you ever wondered             1            some national parks put up signs              2            prohibit visitors from             3           wild monkeys?

          The reason is            4           practice disrupts the monkeys’ natural behavior.              5            finding their own food, the animals prefer to hang around on the roadside            6            beg from passing cars.  As a result, many monkeys have been killed.              7         , when the monkeys do not care to climb trees and             8            down fruit, it hurts the ecology.  Without the             9          , deer and other animals            10          the delicious fruit.

1. (a) why    (ทำไม)

    (b) what    (อะไร)

    (c) when    (เมื่อไร)

    (d) that    (ซึ่ง, ที่)

2. (a) where    (ที่ซึ่ง)

    (b) who    (ผู้ซึ่ง)

    (c) there    (มี)

    (d) that    (ซึ่ง, ที่)

3. (a) feed   

    (b) feeding    (ให้อาหาร, ป้อน, เลี้ยง เลี้ยงให้อ้วน, กิน, กินอาหาร)

    (c) fed

    (d) being fed    (ถูกให้อาหาร, ถูกป้อน, ถูกเลี้ยง)

4. (a) some   

    (b) a

    (c) the    (แบบนั้น, เช่นนั้น) (ใช้  “The”  เนื่องจากเป็นการเน้นย้ำการกระทำ  คือ  ให้อาหารลิง)

    (d) any

5. (a) Although    (แม้ว่า)

    (b) Instead of    (แทนที่จะ)

    (c) For    (เพื่อ, สำหรับ)

    (d) Looking forward to    (การตั้งหน้าตั้งตารอคอย)

6. (a) and    (และ)

    (b) but    (แต่)

    (c) or    (หรือ, มิฉะนั้น)

    (d) so    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

7. (a) Therefore    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

    (b) Finally    (ในที่สุด)

    (c) On the contrary    (ตรงกันข้าม)

    (d) Not only that    (ไม่เพียงแต่เท่านั้น, ไม่เพียงแต่เรื่องนั้น)

8. (a) shook

    (b) shaking

    (c) shake    (เขย่า)  (เนื่องจากมาจาก  “Care to climb……and shake)

    (d) shakes

9. (a) monkey’s help

    (b) monkeys help

    (c) monkeys’ help    (ความช่วยเหลือของลิง)  (ใช้รูปพหูพจน์  เนื่องจาก “ลิง” ในประโยคก่อนหน้านั้นอยู่ในรูปพหูพจน์)

    (d) monkey helps

10. (a) have not eaten    (ยังไม่ได้กิน)

     (b) cannot be eating   

     (c) do not have to eat    (ไม่จำเป็นต้องกิน)

     (d) do not get to eat    (ไม่ได้กิน)  (ใช้รูป  “Present simple tense” เนื่องจากประโยคข้างหน้าใช้  “Present simple tense”  คือ  “Do not care”  และ “Hurts”)

 

(คำแปล)                                                เราควรให้อาหารลิงหรือไม่

           คุณเคยสงสัยไหมว่า            ๑          วนอุทยานแห่งชาติบางแห่งจึงติดป้าย             ๒          ห้ามผู้มาเยือนมิให้            ๓           ลิงป่า

          เหตุผลคือว่า  การทำ (ปฏิบัติ)            ๔           (ให้อาหารลิง) รบกวน  (ทำให้สับสน)  พฤติกรรมธรรมชาติของลิง  (คือ)              ๕           หาอาหารของตนเอง,  สัตว์ (ลิง) ชอบที่จะตระเวนอยู่ตามข้างถนนมากกว่า             ๖           ขออาหารจากรถยนต์ที่ผ่านไปมา  ผลที่ตามมา  คือ  ลิงจำนวนมากถูกฆ่าตาย  (รถชนตาย),            ๗          ,  เมื่อลิงไม่สนใจจะปีนไต่ต้นไม้และ             ๘            ผลไม้ให้ร่วงลงมา,  มันทำให้นิเวศวิทยาเสียหาย  ทั้งนี้  เมื่อปราศจาก              ๙           ,  กวางและสัตว์อื่นๆ           ๑๐           ผลไม้ที่อร่อย

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 2)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Live It Up

             In the late 1960s and early 1970s, hippies were wrapped up in            1          and drugs.  Many hippies (or flower children, as they were called)           2           the cities to plant gardens in the country.  The only clothes they            3           were jeans and T-shirts.  Hippies didn’t want money or power;             4           and love were all they believed in.

            What became of the hippies?  In the 1980s, many of them turned into yuppies (young, urban professionals).  Yuppies loved big cities, where they            5            old neighborhoods into fashionable sections.

            Looking good was important, so yuppies             6            in a health club, and spent a lot of money on their hair and clothes.  After buying everything they needed to cook at home, they             7            most of the time.  Yuppies really lived it up.

            If looking good was important to yuppies, being successful at work was very important.  Yuppies were             8            to making money.  Many worked and had careers on the side.  This             9             business was often real estate. 

            What’s going to happen to the baby-boom           10            in the future?  Some say they will develop another new lifestyle.  Others say they will            11          , have children, and grow old, just like every other generation.

1. (a) corruptions    (การทุจริตคดโกง)

    (b) travelling    (การเดินทาง)

    (c) demonstrations    (การเดินขบวนเพื่อแสดงความเห็นทางการเมือง)

    (d) gossips    (การซุบซิบนินทา)

2. (a) lived in    (อาศัยอยู่ใน)

    (b) left    (ออกจาก, ทิ้ง)

    (c) traveled to    (เดินทางไปยัง)

    (d) liked    (ชอบ)

3. (a) bought    (ซื้อ)

    (b) washed    (ซักล้าง)

    (c) wore    (สวมใส่)

    (d) donated    (บริจาค)

4. (a) sex    (เพศ, ความรู้สึกทางเพศ, กาม, การร่วมเพศ)

    (b) peace    (สันติภาพ, ความสงบ, การไม่ใช้ความรุนแรง)

    (c) war    (สงคราม)

    (d) family    (ครอบครัว)

5. (a) changed    (เปลี่ยน)

    (b) translated    (แปล)

    (c) cleaned    (ทำความสะอาด)

    (d) demolished    (รื้อทำลาย)

6. (a) worked    (ทำงาน)

    (b) were employed    (ได้รับการว่าจ้าง)

    (c) worked out    (ออกกำลังกาย)

    (d) stayed    (พักอยู่, อยู่, อาศัยอยู่)

7. (a) ate up    (กินทั้งหมด, กินจนหมด)

    (b) slept    (นอน)

    (c) watched TV    (ดูโทรทัศน์)

    (d) ate out    (กินอาหารนอกบ้าน, กินอาหารที่ร้าน)

8. (a) expected    (คาดหวัง)

    (b) decided    (ตัดสินใจ)

    (c) devoted    (อุทิศ, อุทิศเวลา, อุทิศตัว, ใส่ใจ, หมกมุ่นในทาง)

    (d) objected    (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย)

9. (a) extra    (พิเศษ, เพิ่มเติม)

    (b) full-time    (เต็มเวลา)

    (c) profitable    (ซึ่งมีกำไร, ซึ่งทำกำไร)

    (d) private    (ส่วนตัว, เอกชน)

10. (a) era    (ยุค, สมัย)

     (b) generation    (บุคคลที่เกิดในยุค, ยุค, รุ่น, สมัย, การก่อให้เกิด)

     (c) nation    (ประเทศ)

     (d) culture    (วัฒนธรรม)

11. (a) settle for    (พึงพอใจกับ, ยอมรับ)

     (b) settle down    (ลงหลักปักฐาน, ตั้งรกราก-ถิ่นฐาน)

      (c) buy insurance    (ซื้อประกันภัย)

     (d) build a home    (สร้างบ้าน)

 

(คำแปล)                                              ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานและน่าตื่นเต้น

            ในปลายทศวรรษ ๑๙๖๐ และต้นทศวรรษ ๑๙๗๐ พวกฮิปปี้สนใจ (นึกถึง) แต่เรื่อง              ๑            และยาเสพย์ติด,  ฮิปปี้  (หรือ  “เด็กๆ ดอกไม้” หรือ “บุพผาชน”)  จำนวนมาก, ตามที่พวกเขาถูกเรียกกัน,               ๒            เมืองใหญ่เพื่อไปปลูกสวน (ไร่ผัก) ในชนบท  เสื้อผ้าเดียวที่พวกเขา                   ๓             คือกางเกงยีนและเสื้อคอกลมแขนสั้น  ฮิปปี้ไม่ต้องการเงินหรืออำนาจ,               ๔             และความรักคือทั้งหมดที่พวกเขาศรัทธา (เชื่อมั่น)

            อะไรเกิดขึ้นกับพวกฮิปปี้ ?  ในทศวรรษ ๑๙๘๐  ฮิปปี้จำนวนมากกลายเป็น  “ยัปปี้”  (หรือ “ยิปปี้”)  (คนหนุ่มสาวซึ่งเป็นมืออาชีพ (และอยู่) ในเขตเมือง)  ยัปปี้ชอบเมืองใหญ่,  ที่ซึ่งพวกเขา               ๕              ละแวกบ้านที่เก่าแก่ให้กลายเป็นบริเวณ (ย่าน) ที่ทันสมัย

            การดูดี  (มีลักษณะท่าทางดี)  เป็นเรื่องสำคัญ,  ดังนั้น  ยัปปี้              ๖             ในสโมสรสุขภาพ  และใช้จ่ายเงินจำนวนมากกับเรื่องผมเผ้าและเสื้อผ้าของตน  (ทั้งนี้)  หลังจากซื้อทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาต้องการเพื่อนำมาปรุงอาหารกินที่บ้าน,  ยัปปี้              ๗              เป็นส่วนใหญ่  (เกือบจะทุกครั้ง)  ยัปปี้ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานและน่าตื่นเต้นจริงๆ  (ข้อความตอนท้ายนี้เป็นการกล่าวกระแนะกระแหนยัปปี้  ที่ซื้อวัตถุดิบมาเยอะแยะเพื่อปรุงอาหารกินที่บ้าน  แต่สุดท้ายแล้วก็ออกไปกินข้าวนอกบ้านแทบทุกครั้ง)

           ถ้าการดูดีมีความสำคัญต่อยัปปี้, การประสบความสำเร็จในงานก็ย่อมมีความสำคัญมาก (กับพวกเขาเช่นกัน),  ยัปปี้              ๘              ให้กับการหาเงินหาทอง  หลายคนทำงานและมีอาชีพเสริม  (เพิ่มเติมจากงานประจำ)  ธุรกิจ              ๙             นี้บ่อยครั้งมักเป็นด้านอสังหาริมทรัพย์

           อะไรจะเกิดขึ้นกับ              ๑๐            เบบี้บูม  (คือ  คนอเมริกันที่เกิดระหว่างปี ๑๙๔๖ – ๑๙๖๔,  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีอัตราการเกิดสูงมากผิดปกติในสหรัฐฯ  เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่  ๒  ยุติลง)  ในอนาคต  (คือ  อะไรจะเกิดขึ้นกับพวกฮิปปี้ในอนาคต), บางคนกล่าวว่า  พวกเขาจะสร้างวิถีทาง การดำเนินชีวิตรูปแบบใหม่อีกอย่างหนึ่ง  ส่วนคนอื่นๆ พูดว่าพวกเขาจะ              ๑๑           , มีลูก, และแก่ตัวลง, เหมือนกับคนรุ่นอื่นๆ ทุกๆ รุ่น

***หมายเหตุ  -  ฮิปปี้  (Hippie  หรือ  Hippy)  เป็นขบวนการของคนหนุ่มสาวอเมริกันที่ต่อต้านวัฒนธรรมอเมริกันในช่วงทศวรรษ ๑๙๖๐ และ ๑๙๗๐  คนกลุ่มนี้ปฏิเสธขนบธรรมเนียม-ประเพณีซึ่งเป็นกระแสหลักของชีวิตคนอเมริกัน  ขบวนการนี้ถือกำเนิดในรั้วมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ  และต่อมาได้แผ่ขยายไปสู่ประเทศอื่นด้วย  รวมทั้งแคนาดาและสหราชอาณาจักร,  แม้ขบวนการนี้เกิดขึ้นมาโดยมีบางส่วนต่อต้านการที่สหรัฐฯ เข้าไปพัวพันกับสงครามเวียดนาม  แต่พวกฮิปปี้มักไม่ค่อยได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองบ่อยนัก  ซึ่งแตกต่างจากพวก “ยัปปี้” (Yuppies – Young, Urban Professionals)  หรือบางทีเรียกว่า “ยิปปี้”  (Yippies – Youth International Party)  ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนพวกเดียวกัน  (เกิดขึ้นมาในทศวรรษ ๑๙๘๐)  ที่ประกอบด้วยคนหนุ่มสาวที่ชอบเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง

            พวกฮิปปี้ทำตัวแปลกแยกจากสังคมของชนชั้นกลางในสหรัฐฯ  ซึ่งพวกเขามองว่าเน้นแต่เรื่องวัตถุนิยมและการกดขี่  ทั้งนี้  ฮิปปี้ได้สร้างวิถีทางการดำเนินชีวิตที่โดดเด่นหรือมีลักษณะเฉพาะของพวกตน  คือนิยมไว้ผมยาวและแต่งตัวตามสบาย  พวกผู้ชายมักไว้หนวดเครารุงรัง  และทั้งหญิงชายมักสวมรองเท้าแตะและลูกปัด  ฮิปปี้ชอบปลีกตัวออกจากสังคม  โดยละทิ้งการงานและอาชีพที่ตนเคยทำอยู่เป็นปกติ  ฮิปปี้บางคนจะมีธุรกิจเล็กๆ ของตนเอง  ซึ่งมักเป็นธุรกิจที่ช่วยเหลือเกื้อกูลพวกฮิปปี้ด้วยกัน  ฮิปปี้สนับสนุนการไม่ใช้ความรุนแรง  และกระตุ้นให้มนุษย์รักกัน  วลีติดปากของฮิปปี้  คือ “ทำรัก (ร่วมเพศ), มิใช่ทำสงคราม”  (Make love, not war)  ซึ่งทำให้คนพวกนี้บางทีถูกเรียกว่า “เด็กๆ ดอกไม้”  หรือ  “บุพผาชน”  (Flower children)

           ฮิปปี้รักอิสระและไม่ถือกฎระเบียบใดๆ  และนิยมการมีเพศสัมพันธ์แบบเปิดเผย  ฮิปปี้ส่วนใหญ่ไม่นับถือคริสต์  แต่นับถือศาสนาพุทธ  หรือศาสนาอื่นๆ ของซีกโลกตะวันออก  บางครั้งก็นับถือแบบผสมกันหลายๆ ศาสนา  และนิยมการเสพกัญชาเพื่อหาความสำราญ หรือเพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ

 

Wildlife Conservation

          Past generations tended to think that all animals existed simply for the benefit of Man, and little thought was given to their protection.  Many species were hunted to extinction or their habitats destroyed to such an extent that they could no longer            1           .  Only in the last 100 years has there been any real               2             for the conservation of wildlife, and, although this was too late for many species, others on the brink of extinction are now protected and slowly               3             in numbers.  Most countries now             4              hunters and fishermen to be licensed and also place restrictions on the number of animals that may be killed and the season when they may be hunted.

          Large areas have been set aside as national parks, where wildlife can live in            5           and tourists can observe creatures in their natural surroundings.  Some countries have also set aside wilderness areas with very limited             6            for Man so that the animals can live in perfect freedom.  There are many            7            dealing with wildlife conservation on both a national and international scale.  It is important that nations co-operate in these matters, otherwise migratory species that are protected in one area of their range could be            8            in another.  Conservationists are constantly at odds with             9             over the protection of wildlife, a good example being the hunting of whales.  Through the efforts of conservationists, many countries have            10           , or entirely ceased, their whaling industry, but others continue the slaughter, placing some species in serious danger of extinction. 

1. (a) settle    (จัด, จัดการ, จ่ายเงิน, ตัดสินใจ, ค่อยๆ จมลง, นอนก้น, (ฝุ่น) สงบ, ชำระหนี้, ปิดบัญชี, ตั้งรกราก, ตั้งถิ่นฐาน)

    (b) suffer    (ได้รับความทุกข์ หรือเดือดร้อน)

    (c) survive    (รอดชีวิต)

    (d) surrender    (ยอมแพ้, ยอมจำนน, มอบตัว)

2. (a) remark    (คำกล่าว, คำพูด, หมายเหตุ)

    (b) contact    (การติดต่อ, การสัมผัส)

    (c) concern    (ความวิตกกังวล, ความเป็นห่วง, ความสนใจ)

    (d) opinion    (ความคิดเห็น)

3. (a) raising    (ยก (แขน) ขึ้น, เพิ่มเงินเดือน)

    (b) reducing    (ลดลง)

    (c) extending    (ขยายออก, แผ่ออก, ยืดออก, ต่อเติมห้องหรือบ้าน)

    (d) increasing    (เพิ่มขึ้น)

4. (a) insist    (ยืนกราน, คะยั้นคะยอ)

    (b) comment    (ให้ข้อคิดเห็น)

    (c) suggest    (แนะนำ)

    (d) require    (เรียกร้อง, ประสงค์, ต้องการ, กำหนด)

5. (a) safety    (ความปลอดภัย)

    (b) comfort    (ความอบอุ่นใจ, การปลอบโยน, คำปลอบโยน, สิ่งปลอบใจ)

    (c) harmony    (ความลงรอยกัน, ความกลมกลืนกัน, ความตกลงกันได้, ดนตรีที่มีทำนองประสานกัน)

    (d) forestry    (การป่าไม้, วิชาปลูกและรักษาป่า, ผืนป่า)

6. (a) space    (ที่ว่างเปล่า, ช่องว่าง, อวกาศ, ระยะห่าง, ช่องว่างระหว่างบรรทัด)

    (b) access    (การเข้าถึง, การเข้าสู่)

    (c) closure    (การปิด, การยุติ, สิ่งที่ปิด, กำแพงล้อมรอบ, ฝาปิด, สิ่งปกคลุม)

    (d) entrance    (การเข้า, ทางเข้า, การเข้าสนาม, การเข้ารับตำแหน่ง, การเริ่มต้น)

7. (a) situations    (สถานการณ์)

    (b) occupations    (อาชีพ)

    (c) organizations    (องค์กร)

    (d) representatives    (ตัวแทน, ผู้แทน)

8. (a) escaped    (หลบหนี)

    (b) enlarged    (ขยายให้ใหญ่ขึ้น)

    (c) estranged    (ทำให้ห่างเหิน, ทำให้เป็นศัตรู)

    (d) endangered    (ได้รับอันตราย, ใกล้สูญพันธุ์)

9. (a) authorities    (เจ้าหน้าที่ของรัฐ, ผู้เชี่ยวชาญ, อำนาจตามกฎหมาย, องค์กร)

    (b) merchantmen    (เรือสินค้า)

    (c) whale-hunters    (นักล่าปลาวาฬ)

    (d) industrialists    (นักอุตสาหกรรม)

10. (a) preserved    (อนุรักษ์, สงวน, ดำรง, ปกปักรักษา, คุ้มครอง, หมัก)

     (b) shortened    (ทำให้สั้น)

     (c) prevented    (ป้องกัน, ขัดขวาง)

     (d) restricted    (จำกัด)

 

(คำแปล)                                                  การอนุรักษ์สัตว์ป่า

             ผู้คนในยุคผ่านๆมา  มีแนวโน้มที่จะคิดว่า  สัตว์ทั้งหมดมีชีวิตอยู่เพียงเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับมนุษย์เท่านั้น  และมีความคิดเพียงเล็กน้อยที่จะให้การปกป้องคุ้มครองพวกมัน  สัตว์หลายชนิดถูกล่าจนสูญพันธุ์  หรือไม่ก็ถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันถูกทำลายถึงขนาดที่ว่าพวกมันไม่สามารถ          ๑                 ได้อีกต่อไป  (ทั้งนี้) เพิ่งจะในช่วง ๑๐๐ ปีที่ผ่านมานี้เองที่ได้มี              ๒            อย่างแท้จริงที่จะอนุรักษ์สัตว์ป่า  และถึงแม้ว่าเรื่องนี้สายเกินไปแล้วสำหรับสัตว์หลายชนิด  (เพราะสูญพันธุ์ไปแล้ว)  สัตว์ชนิดอื่นๆ ที่ใกล้จะสูญพันธุ์กำลังได้รับการคุ้มครองในปัจจุบัน  และจำนวนของมันกำลัง               ๓             อย่างช้าๆ  โดยประเทศส่วนใหญ่ในปัจจุบัน             ๔           ให้นักล่า (นายพราน)  และชาวประมงต้องมีใบอนุญาต  และมีการจำกัดวงในด้านจำนวนของสัตว์ซึ่งจะถูกล่า (ฆ่า) และฤดูกาลที่พวกมันจะถูกล่า

          พื้นที่ขนาดใหญ่ได้ถูกกันไว้เพื่อเป็นวนอุทยานแห่งชาติ  ที่ซึ่งสัตว์ป่าสามารถอาศัยอยู่ได้ด้วย             ๕            และนักท่องเที่ยวสามารถมองดู  (คอยดู)  สัตว์ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของพวกมัน  (นอกจากนั้น)  บางประเทศยังได้ยังได้กันพื้นที่ซึ่งเป็นบริเวณรกร้างว่างเปล่า (หรือกว้างใหญ่ไพศาล)  โดยให้ผู้คน  (มนุษย์)  มี            ๖            ได้อย่างจำกัดมาก  เพื่อที่ว่าสัตว์จะสามารถอาศัยอยู่ได้อย่างมีอิสระโดยสมบูรณ์  โดยมี              ๗            จำนวนมากซึ่งเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สัตว์ป่าทั้งในระดับชาติและระดับระหว่างประเทศ  (ทั้งนี้)  มันเป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศต่างๆ ควรร่วมมือกันในเรื่องเหล่านี้  มิฉะนั้นแล้ว  สัตว์ซึ่งอพยพที่ได้รับการคุ้มครองในพื้นที่หนึ่งซึ่งเป็นบริเวณที่กว้างใหญ่  อาจจะ             ๘             ในอีกพื้นที่หนึ่ง  โดยนักอนุรักษ์มักมีความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องกับ              ๙           ในเรื่องการคุ้มครองสัตว์ป่า  ซึ่งตัวอย่างที่ดีคือการล่าปลาวาฬ  (ทั้งนี้)  ด้วยความพยา ยามของนักอนุรักษ์   หลายประเทศได้             ๑๐           , หรือยุติโดยสิ้นเชิง,  อุตสาหกรรมล่าปลาวาฬของตน  แต่ประเทศอื่นๆ ยังคงมีการฆ่า  (ปลาวาฬ)  ต่อไป  ทำให้ปลาวาฬบางสายพันธุ์ได้รับอันตรายอย่างรุนแรงที่จะสูญพันธุ์

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

 

หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 1)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Jimmy Carter, the Humanitarian President

 

             Jimmy Carter, the governor of Georgia, became famous when he decided to           1            for president of the United States.  When he started to ask Americans to vote            2          him in the 1976 campaign, voters outside his state of Georgia didn’t know him.  The Republicans didn’t think the voters would put Carter in power because he had never           3           in national or international politics before.  But the voters liked this young             4             who said that he            5            of the way the government was spending money.  The Republicans were very surprised that the Americans voters supported Carter.

            Carter took             6             the presidency the year of the United States’ bicentennial.  Like other presidents before him, he was              7            in on January 20.

1.  (a) work                (b) hope               (c) run                    (d) ask

2.  (a) with                 (b) by                   (c) at                        (d) for

3.  (a) worked           (b) planned          (c) lived                   (d) stayed

4.  (a) president         (b) politician        (c) citizen                 (d) candidate

5.  (a) thought            (b) approved       (c) disapproved     (d) disagreed

6.  (a) on                    (b) up                 (c) out                      (d) over      

7.  (a) sworn              (b) believed        (c) driven                 (d) invited

 

(คำแปล)                   จิมมี คาร์เตอร์ – ประธานาธิบดีผู้มีมนุษยธรรม

              จิมมี คาร์เตอร์, ผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย (พรรคเดมโมแครต), เริ่มมีชื่อเสียงเมื่อเขาตัดสินใจที่จะ (๑) ลงสมัคร (แข่งขัน) เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ  (โดย)  เมื่อเขาเริ่มต้นขอร้องชาวอเมริกันให้ลงคะแนนเสียง (๒) ให้เขาในการรณรงค์ (หาเสียงเลือกตั้ง) ในปี  ๑๙๗๖, ผู้ลงคะแนนนอกรัฐจอร์เจียไม่รู้จักเขาเลย  (ทั้งนี้) สมาชิกพรรครีพับริกันไม่คิดว่าผู้ลงคะแนนจะให้คาร์เตอร์เข้าสู่อำนาจ (เป็นประธานาธิบดี)  เพราะว่าเขาไม่เคย (๓) ทำงานการเมืองระดับประเทศ  หรือระหว่างประเทศมาก่อน  แต่ผู้ลงคะแนนชอบ (๔) ผู้สมัครเข้าแข่งขันวัยหนุ่มคนนี้  ผู้ซึ่งกล่าวว่าเขา (๕) ไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่รัฐบาล (ในขณะนั้น) กำลังใช้จ่ายเงิน (แผ่นดิน)  สมาชิกพรรครีพับริกันต้องประหลาดใจอย่างมากเมื่อผู้ลงคะแนนชาวอเมริกันสนับสนุนคาร์เตอร์

             คาร์เตอร์ (๖) เริ่มต้นตำแหน่งประธานาธิบดีในปีที่สหรัฐฯ ครบรอบสองศตวรรษ (๒๐๐ ปี)  (ทั้งนี้) เหมือนกับประธานาธิบดีคนอื่นๆ ก่อนหน้าเขา, เขา (๗) สาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่  ๒๐  มกราคม  (ปี ๑๙๗๗)

หมายเหตุ    จิมมี คาร์เตอร์  เป็นประธานาธิบดีคนที่ ๓๙ ของสหรัฐฯ  (๑๙๗๗ – ๑๙๘๑)  ปัจจุบันอายุ ๙๕ ปี  เขาเป็นวุฒิสมาชิกรัฐจอร์เจีย  (ระดับรัฐ)  ระหว่างปี ๑๙๖๓ – ๑๙๖๗  และเป็นผู้ว่าการรัฐจอร์เจียคนที่ ๗๖  (๑๙๗๑ – ๑๙๗๕)

 

Riots in Hong Kong

            The Prime Minister has urged the Thai private sector not to           1          the tension in Hong Kong which started in early June 2019.  He said the government has been            2           monitoring the situation in Hong Kong, and it is believed that the Hong Kong riots will not         3        Thailand’s trade and investment.  He said that, so far, no           4           have been received from Thai investors about the            5           of the situation on their operations in that state.           

1.  (a) panic at    (ตกใจกลัว หรืออกสั่นขวัญหายกับ)

     (b) invest in    (ลงทุนใน)

     (c) interfere with    (ก้าวก่ายหรือแทรกแซงกับ)

     (d) attend to    (เอาใจใส่หรือสนใจกับ)  

2. (a) apparently    (อย่างชัดเจน, อย่างเห็นได้ชัด)

    (b) openly    (อย่างเปิดเผย)

    (c) closely    (อย่างใกล้ชิด)

    (d) moderately    (อย่างพอประมาณ, อย่างปานกลาง)         

3. (a) impress    (ทำให้ประทับใจ)

    (b) reflect    (สะท้อน, คิด, ไตร่ตรอง)

    (c) improve    (ปรับปรุง, ทำให้ดีขึ้น)

    (d) affect    (มีผลกระทบกับ)

4. (a) decisions    (การตัดสินใจ)

    (b) conflicts    (ความขัดแย้ง)

    (c) comments    (ข้อคิดเห็น)

    (d) arguments    (การโต้แย้ง, การโต้เถียง, การให้เหตุผล)

5. (a) end    (การสิ้นสุด, การยุติ)

    (b) impact    (ผลกระทบ)

    (c) cause    (สาเหตุ)

    (d) aftermath    (ผลที่ตามมา)

 

(คำแปล)                                        การจลาจลในฮ่องกง

             นายกรัฐมนตรีได้กระตุ้นให้ภาคเอกชนของไทยมิให้           1            ความตึงเครียดในฮ่องกง  ท่านฯ กล่าวว่ารัฐบาลได้กำลังตรวจสอบสถานการณ์ในฮ่องกง               2          , และมันถูกเชื่อว่าการจลาจลในฮ่องกงจะไม่           3             การค้าและการลงทุนของไทย  ท่านฯ กล่าวว่า  เท่าที่ผ่านมา  ไม่ได้รับ           4           จากนักลงทุนไทยเกี่ยวกับ            5            ของสถานการณ์   ที่มีต่อการดำเนินการ  (ลงทุน)  ของพวกเขาในรัฐนั้น (ฮ่องกง)

 

Holiday Brochure

            This brochure contains a wide           1          of holiday choices in twelve European countries.  We have tried to think of everything that you will need, but there may be times when you want to change           2          .

           Perhaps you want to travel on a different day.  Sometimes you may want to go to a           3           resort.  Well, we at Bright Sunshine can help you with your special             4            .  We have a department that            5            with your special requests.  Give us the           6             of your requirements and we will advise you and            7            a price.  Naturally, such specially             8            holidays are rather more             9             than package tours, but our prices are always             10             .

1.  (a) scope    (ขอบเขต)

     (b) range    (ระดับ)

     (c) field    (สาขา)

     (d) area    (พื้นที่)

2.  (a) anything    (สิ่งใดก็ตาม)

     (b) everything    (ทุกสิ่งทุกอย่าง)

     (c) nothing    (ไม่มีอะไร)

     (d) something     (บางสิ่งบางอย่าง)

3.  (a) similar    (เหมือนกัน, คล้ายกัน)

     (b) identical    (เหมือนกัน, เหมือนกันทุกอย่าง)

     (c) different    (แตกต่างออกไป, ต่างๆ กัน)

     (d) difficult    (ยากลำบาก)

4.  (a) requirements    (ความต้องการ)

     (b) orders    (คำสั่ง)

     (c) offers    (ข้อเสนอ)

     (d) proposals    (ข้อเสนอ)

5.  (a) concerns    (เกี่ยวข้อง)

     (b) complies    (ปฏิบัติตาม, ทำตาม)

     (c) deals    (จัดการ, รับมือ)

     (d) solves    (แก้ปัญหา)

6.  (a) data    (ข้อมูล)

     (b) statistics    (สถิติ, วิชาสถิติ, ข้อมูล)

     (c) criteria    (หลักเกณฑ์)

     (d) details    (รายละเอียด)

7.  (a) mention    (กล่าวถึง)

     (b) quote    (เสนอ, แจ้ง, อ้าง, อ้างอิง, อ้างคำพูด)

     (c) tell    (บอก, บอกเล่า)

     (d) inform    (แจ้ง, บอก, รายงาน, ให้ความรู้)

8.  (a) planned    (วางแผน)

     (b) expected    (คาดหวัง)

     (c) guided    (ชี้นำ, มีมัคคุเทศก์นำทาง)

     (d) spent    (ใช้จ่าย)

9.  (a) economical    (ประหยัด)

     (b) significant    (สำคัญ)

     (c) expensive    (แพง)

     (d) popular    (เป็นที่นิยมชมชอบ)

10. (a) high    (สูง)

     (b) competitive    (ไม่แพง, สามารถแข่งขันได้)

     (c) confidential    (ลับ, เป็นความลับ, เป็นที่ไว้วางใจ, ซึ่งแสดงว่าเชื่อถือ)

     (d) prohibitive    (ซึ่งห้าม, ซึ่งขัดขวาง, ซึ่งป้องกัน, ซึ่งยับยั้ง)

 

(คำแปล)                                        หนังสือโฆษณาท่องเที่ยววันหยุด

          หนังสือโฆษณาท่องเที่ยววันหยุดเล่มนี้มีโปรแกรมท่องเที่ยวให้เลือกในหลาย           1              (มากมาย) ใน  ๑๒  ประเทศในยุโรป  เราได้พยายามที่จะนึกถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณจะต้องการ,  แต่ก็อาจจะมีบางเวลาเมื่อคุณต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง             2              .

          บางทีคุณอาจต้องการเดินทางในวันที่แตกต่างออกไป  (จากที่ทัวร์จัดให้)  หรือบางครั้งคุณอาจต้องการเดินทางไปสถานที่ตากอากาศที่             3              อ๋อ  พวกเราที่ไบรท์ซันไชน์  (บริษัททัวร์)  สามารถช่วยเหลือคุณซึ่งมี              4             พิเศษ,  เรามีแผนกซึ่ง            5               กับการร้องขอแบบพิเศษของคุณ  โปรดให้              6              ของความต้องการของคุณแก่เรา  และเราจะให้คำแนะนำแก่คุณและ              7              ราคาให้คุณ  (ทั้งนี้)  โดยธรรมชาติแล้ว,  การท่องเที่ยววันหยุดซึ่งมีการ             8              เป็นพิเศษดังกล่าว  ค่อนข้างจะ               9              กว่าการท่องเที่ยวแบบแพ็กเกจ  (ไปรวมกันเป็น กลุ่ม),  แต่ราคา  (ทัวร์)  ของเราก็              10               เสมอ      

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป

 

 

 

                  

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - หมวดข้อสอบ CLOZE TEST