Essential Idioms (ตอนที่ 20)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน

 

1. Start from scratch  =  เริ่มจากไม่มีอะไรเลย; เริ่มต้นจากศูนย์ (แปลตรงตัว  คือ  เริ่มต้นจากเส้นออกวิ่ง, เริ่มต้นจากจุดเริ่มต้น) 

  • He threw away everything he had written and started the novel again from scratch

(เขาขว้างทิ้งทุกอย่างที่เขาได้เขียนเอาไว้  และเริ่ม (เขียน) นิยายอีกครั้งจากศูนย์)  (คือ  เริ่มเขียนใหม่หมดทุกอย่าง  โดยไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเดิมเลย)

  • I built every bit of my own house.  I started from scratch and did everything with my own hands.

(ผมสร้างทุกชิ้นส่วนของบ้านของผม  ผมเริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลย  และทำทุกอย่างด้วยมือของผมเอง)

  • Tom built a radio from scratch.

(ทอมสร้างวิทยุจากศูนย์ –  หรือโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสิ่งใดๆ ที่ทำมาก่อนหน้านั้น)  (ทอมซื้อชิ้นส่วนต่างๆ มา  และประกอบมันด้วยตัวของเขาเอง)

  • In sewing class, Jennifer already knew how to sew a little, but Jane had to start from scratch.

(ในชั้นเรียนเย็บผ้า  เจนนิเฟอร์รู้วิธีเย็บผ้าแล้วนิดหน่อย  แต่เจนจำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์)  (เจนไม่เคยเย็บผ้าก่อนมาเข้าชั้นเรียน)

 

2. Be sold out  =  ถูกขายไปจนหมดเกลี้ยง

  • All the tickets for the concert have been sold out

(ตั๋วทุกใบสำหรับการแสดงคอนเสิร์ต   ได้ถูกขายไปจนหมดเกลี้ยง)

 

3.  To pay through the (หรือ  one’s) nose  =  จ่ายเงินแพงลิ่ว; จ่ายเงินแพงเกินไปสำหรับบางสิ่ง; จ่ายเกินราคาจริง  (แปลตรงตัว  คือ  จ่ายผ่านทางจมูก)

  • He had to pay through the nose for his new car. 

(เขาจำเป็นต้องจ่ายเงินแพงลิ่ว  สำหรับรถยนต์คันใหม่ของเขา)

  • We paid through our nose for that vacation.

(เราจ่ายเงินแพงเกินไป (ไม่คุ้มค่า) สำหรับการไปเที่ยวพักผ่อนครั้งนั้น)

(ที่มาของสำนวนนี้  สันนิษฐานว่ามาจาก “ภาษีจมูก”  (Nose tax) ของชาวเดนมาร์ก  ซึ่งบังคับใช้ในประเทศไอร์แลนด์ในศตวรรษที่    หลังจากที่ชาวเดนมาร์กเข้าไปยึดครองและปกครองไอร์แลนด์ โดยชาวไอริชที่หลีกเลี่ยงการเสียภาษี  จะถูกลงโทษโดยการเฉือนจมูกเป็นแนวยาว)

 

4. To hope against hope  =  ยังคงหวังแม้จะดูริบหรี่เต็มทน; หวังลมๆ แล้งๆ  (แปลตรงตัว  คือ  “หวังต่อต้านความหวัง”)

  • The mother continued to hope against hope although the plane was hours late.

(แม่หวังต่อไปแม้จะดูริบหรี่เต็มทน  แม้ว่าเครื่องบินจะล่าช้าไปหลายชั่วโมง)  (แม่หวังลมๆ แล้งๆ ต่อไป ว่าลูกของเธอจะเดินทางมากับเครื่องบินลำนั้น  แม้ว่าเครื่องบินน่าจะตกไปแล้ว)

  • Jane hoped against hope that Joe would call her. 

(เจนหวังลมๆ แล้งๆ  ว่าโจจะโทรมาหาเธอ)  (เธอหวังริบหรี่ว่า  โจจะโทรมาง้อเธอ)

 

5. From the bottom of one’s heart  =  อย่างจริงใจ; จากใจจริง ;ด้วยความรู้สึกอย่างล้ำลึก  (แปลตรงตัว  คือ  “จากก้นบึ้งของหัวใจ”)

  • Frank thanked his rescuer from the bottom of his heart

(แฟรงค์ขอบคุณผู้ช่วยชีวิตเขาด้วยความจริงใจ)

  • The people welcomed the returning soldiers from the bottom of their hearts

(ประชาชนต้อนรับทหารที่กลับมา (จากการรบ) ด้วยความรู้สึก (ขอบคุณ) อย่างล้ำลึก)

 

6. From time to time  =  เป็นครั้งคราว; เป็นบางโอกาส  (ความถี่ประมาณ  ๔๐  เปอร์เซ็นต์)  

  • They go to the movies from time to time.

(พวกเขาไปดูหนังกันเป็นครั้งคราว)

 

7. Till (Until) the last gun is fired  =  จนจบ; จนถึงที่สุด; จน (งาน) เลิก  (แปลตรงตัว  คือ  “จนกระทั่งปืนกระบอกสุดท้ายถูกยิงออกไป”)

  • Fred always liked to stay at parties until the last gun was fired

(เฟร็ดชอบที่จะอยู่ที่งานเลี้ยงจนกระทั่งงานเลิก  เป็นประจำ)

  • The candidate didn’t give up hope of being elected until the last gun was fired

(ผู้สมัครไม่ยกเลิกความหวังว่าจะได้รับเลือกตั้ง  จนกระทั่งถึงที่สุด)  (จนกระทั่งการนับคะแนนสิ้นสุด  และประกาศผลออกมาว่าใครได้รับเลือก)

 

8. Time and again  หรือ  Time and time again หรือ  Over and over again  =  บ่อยๆ; ซ้ำแล้วซ้ำอีก; หลายๆ ครั้ง   

  • I’ve told you time and again not to touch the vase !

(ผมได้บอกคุณซ้ำแล้วซ้ำอีกว่ามิให้แตะต้องแจกันใบนั้น)

  • Children are forgetful and must be told time and time again how to behave.

(พวกเด็กๆ มักขี้หลงขี้ลืม  และจะต้องได้รับการบอกซ้ำแล้วซ้ำอีก (หลายๆ ครั้ง) ว่าควรจะประพฤติตัวอย่างไร)

 

9. Time is ripe  =  เวลาที่ดีที่สุดที่จะทำอะไรสักอย่าง  (แปลตรงตัว  คือ  “เวลาสุกงอม”)

  • The Prime Minister will hold elections when the time is ripe.

(ท่านนายกฯ จะจัดการเลือกตั้ง  เมื่อถึงเวลาที่ดีที่สุด)  (จะจัดการเลือกตั้ง  เมื่อเขาคิดว่าเขาจะชนะ)

  • Lee saw his mother was upset, so he decided the time was not ripe to tell her about the broken window.

(ลีเห็นแม่ของตนไม่สบายใจ  ดังนั้น  เขาจึงตัดสินใจว่าเวลายังไม่เหมาะสมที่จะบอกแม่เกี่ยวกับ (กระจก) หน้าต่างที่แตก)  (ลีตัดสินใจว่าเวลายังไม่เหมาะที่จะบอกแม่ว่าเขาทำกระจกหน้าต่างแตก)

 

10. Time of one’s life  =  เวลาที่มีความสุขสนุกสนาน  (แปลตรงตัว  คือ  “เวลาแห่งชีวิต”)

  • John had the time of his life at the party.

(จอห์นมีเวลาที่สนุกสนานมากที่งานเลี้ยง)  (จอห์นมีความสุขมากที่งานเลี้ยง)

  • I could see that she was having the time of her life

(ผมสามารถเห็นได้ว่า  เธอกำลังมีเวลาแห่งความสนุกสนาน)  (เห็นได้ชัดว่า  เธอกำลังสนุกกับชีวิตอย่างเต็มที่)

 

11. To rain cats and dogs  =  ฝนตกลืมหูลืมตาไม่ขึ้น; ฝนตกอย่างหนัก  (แปลตรงตัว  คือ  “ฝนตกแมวและหมา”)

  • In the middle of the picnic it started to rain cats and dogs, and everybody got soaked. 

(ในช่วงกลางเวลาปิกนิก  ฝนเริ่มตกอย่างหนัก  และทุกคนเปียกโชกไปหมด)  (ในช่วงเวลาดังกล่าว  เมฆดำลอยมาและตามมาด้วยฝนตกหนัก  จนทำให้ทุกคนเปียกปอน)

  • It’s raining cats and dogs, so we can’t go out to play right now.

(ฝนกำลังตกลืมหูลืมตาไม่ขึ้น  ดังนั้น  เราไม่อาจออกไปเล่นข้างนอกในขณะนี้)

(สำนวนนี้มีที่มา  คือ  ประเทศอังกฤษสมัยโบราณ  ใช้หญ้าเฮย์  (Hay) ปูบนหลังคาบ้าน  และแมวหมามักจะขึ้นไปนอนบนหลังคานั้น  ครั้นเมื่อฝนตก  หลังคาก็จะลื่น  ทำให้แมวหมาเหล่านั้นร่วงหล่นลงมาจากหลังคา  จึงเป็นที่มาของสำนวน  “ฝนตกแมวและหมา”)

(ที่มาของสำนวนอีกแหล่งหนึ่ง  คือ  ประเทศอังกฤษในศตวรรษที่  ๑๖  มีฝนตกหนัก  ทำให้เกิดน้ำท่วม  ทำให้มีแมวและหมาตายเกลื่อนอยู่บนถนน  ทำให้ชาวบ้านอธิบายอากาศแบบนี้ว่า  “ฝนตกแมวและหมา”)

(ที่มาอีกอย่างของสำนวนนี้  คือ  หมาเป็นสัญลักษณ์ของลม  และแมวเป็นสัญลักษณ์ของฝนตกหนัก  ดังนั้น  “ฝนตกแมวและหมา”  จึงอาจหมายถึง  พายุที่มีลม  (Dogs)  และมีฝนตกหนัก  (Cats)  ก็ได้)

 

12. To rest on one’s laurels  =  พอใจกับความสำเร็จ  หรือชัยชนะที่ได้รับ  โดยไม่พยายามทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก  (แปลตรงตัว  คือ  “พักอยู่บนช่อลอเริ่ลของตนเอง”  ทั้งนี้  ใบลอเริ่ลใช้ประ ดับเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ)

  • Getting an A in chemistry almost caused Mike to rest on his laurels

(การได้เกรดเอในวิชาเคมี  เกือบทำให้ไมค์พอใจกับความสำเร็จนี้  และไม่พยายามขยันเรียนเพื่อให้ได้คะแนนสูงขึ้น)  (แต่ต่อมาไมค์ก็ขยันเรียน  เพื่อให้ได้คะแนนสูงในวิชาอื่นๆ ด้วย)

 

13. To ring a bell  =  ทำให้จำได้  หรือนึกถึงอะไรบางอย่าง หรือบางคน; ดูเหมือนคุ้นๆ; ฟังดูคุ้นหู  (แปลตรงตัว  คือ  “สั่นกระดิ่ง”)

  • Not even the cat’s meowing seemed to ring a bell with Judy.  She still forgot to feed him. 

(ไม่แม้แต่เสียงร้องเหมียวๆ ของแมว  ดูเหมือนทำให้จูดี้จำได้ถึงอะไรบางอย่าง  เธอยังคงลืมให้อาหารแมวตัวนั้น)  (แม้กระทั่งเสียงร้องเหมียวของแมว  ก็มิได้ทำให้จูดี้จำได้ว่า  ถึงเวลาที่จะต้องให้อาหารมันแล้ว)

  • The name of a new manager rang a bell to me; he is an old friend of mine in college.

(ชื่อของผู้จัดการคนใหม่ทำให้ผมจำได้ (นึกถึง) ใครบางคน  เขาคนนั้นเป็นเพื่อนเก่าของผมสมัยเรียนมหาวิทยาลัย)

 

14. To rock the boat  =  ก่อกวนหรือสร้างปัญหา; สร้างความปั่นป่วนซึ่งอาจทำให้แผนเสีย; พูดหรือทำอะไรบางอย่างที่ทำให้คนหัวเสีย  หรือเป็นการสร้างปัญหา, ความวุ่นวาย, ความแตกแยก  (แปลตรงตัว  คือ  “ทำให้เรือโคลงเคลง  หรือ  เขย่าเรือ”)

  • The other boys said that Henry was rocking the boat by wanting to let girls into their club.

(เด็กชายคนอื่นๆ กล่าวว่า  เฮนรีกำลังสร้างปัญหาโดยต้องการให้เด็กหญิงเข้ามา (เป็นสมาชิก) ในชมรม)  (เด็กผู้ชายคิดว่าเด็กผู้หญิงอาจทำให้ชมรมแตกได้)

  • Don’t rock the boat until the negotiations are finished.

(จงอย่าสร้างปัญหาหรือก่อกวน  จนกระทั่งการเจรจาเสร็จสิ้นแล้ว)

  • It is better not to rock the boat when you first start a job.

(มันดีกว่ากันที่จะไม่สร้างปัญหา  เมื่อคุณเริ่มทำงานเป็นครั้งแรก)

(ที่มาของสำนวนนี้  คือ  เมื่อเราอยู่ในเรือกลางแม่น้ำ  ก็ไม่ควรทำให้เรือโคลงเคลงหรือโยกเรือ  เพราะอาจทำให้เรือคว่ำได้  จึงเปรียบเทียบข้อความนี้กับ  การสร้างปัญหาหรือความปั่นป่วน  ที่อาจทำให้แผนที่วางไว้เสียหาย  หรือทำให้ผู้อื่นโกรธ  หรือทำให้เกิดความแตกแยก ฯลฯ)

 

15. To roll out the red carpet  =  ต้อนรับแขกสำคัญโดยปูพรมแดงให้เดินต้อนรับ (คนทั่วไป) ด้วยความเคารพและให้เกียรติสูง

  • They rolled out the red carpet for the Queen when she arrived in Australia.

(พวกเขาต้อนรับพระราชินีโดยปูพรมแดงให้เดิน  เมื่อพระองค์มาถึงออสเตรเลีย)

  • Jane’s family rolled out the red carpet for her teacher when she came to dinner.

(ครอบครัวของเจนต้อนรับครูของเธอด้วยความเคารพและให้เกียรติอย่างสูง  เมื่อครูมาทานอาหารค่ำที่บ้าน)

  • New York rolled out the red carpet for the astronauts.

(รัฐนิวยอร์กต้อนรับนักบินอวกาศโดยการปูพรมแดงให้พวกเขาเดิน)

  • Jacob’s homestay family will roll out the red carpet for him when he arrives in London, because his parents are very rich.

(ครอบครัวที่เขาไปพักด้วยของเจคอบจะให้การต้อนรับเขาอย่างสมเกียรติ  เมื่อเขามาถึงลอนดอน  เพราะว่าพ่อแม่ของเขาร่ำรวยมาก)  (ครอบครัวโฮมสเตย์ต้องการเอาใจเจคอบ  เพราะเห็นว่ามีพ่อแม่ที่ร่ำรวยมาก)

(สำนวนนี้มีที่มาจากธรรมเนียมปฏิบัติที่นิยมทำกัน  คือ  ให้การต้อนรับบุคคลสำคัญ  หรือแขกผู้มีเกียรติ  เช่น  ผู้นำประเทศ  พระมหากษัตริย์  พระราชินี  หรือแม้แต่สามัญชนผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง  ด้วยการปูพรมแดงให้เดิน  ซึ่งเท่ากับเป็นการต้อนรับด้วยความเคารพ  และให้เกียรติอย่างสูง)

 

16. To roll up one’s sleeves  =  เตรียมพร้อมสำหรับงานหนัก; เตรียมทำงานหนักหรืออย่างจริงจัง  (แปลตรงตัว  คือ  ม้วน (พับ) แขนเสื้อขึ้น)

  • When Paul took his science exam, he saw how little he knew about science.  He rolled up his sleeves and went to work.

(เมื่อพอลจะสอบวิชาวิทยาศาสตร์  เขาเห็นว่าเขารู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์น้อยเพียงไร  ดังนั้น  เขาจึงเตรียมพร้อมสำหรับการสอบครั้งนี้  และลงมืออ่านหนังสือหรือเตรียมตัวสอบทันที)

(ที่มาของสำนวนนี้  คือ  เมื่อคนเราคิดจะเริ่มต้นทำงานอย่างจริงจัง  โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงงาน  เขาก็จะม้วน (พับ) แขนเสื้อขึ้นมา  เพื่อให้มีความถนัดหรือทะมัดแทมง  ก่อนจะเริ่มทำงาน)

 

17. To rub elbows  หรือ  To rub shoulders  =  อยู่ในที่เดียวกัน (กับคนอื่นๆ); มาเจอกันและปนเปกันไป; ระคนกัน  (แปลตรงตัว  คือ  “ถูหรือเสียดสีข้อศอก หรือหัวไหล่กัน”)

  • City people and country people, old and young, rub elbows at the horse show. 

(คนเมืองและคนชนบท, ทั้งแก่และหนุ่มสาว, ปนเปกันไป (เดินปนกันขวักไขว่) ที่การแสดงม้า)  (ผู้คนจากต่างสถานที่และต่างอายุมารวมตัวกันที่การแสดงม้า)

  • On a visit to the United Nations Building in New York, you may rub elbows with people from faraway lands.

(เมื่อไปเยือนตึกสหประชาชาติในกรุงนิวยอร์ก  คุณอาจจะเดินปะปนกับผู้คนที่มาจากแผ่นดินที่อยู่ห่างไกลออกไป)  (คุณอาจจะอยู่ในสถานที่เดียวกับผู้คนจากอีกซีกหนึ่งของโลก)

(ที่มาของสำนวนนี้  คือ  ในงานต่างๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก  ผู้คนจะอยู่ในลักษณะแออัดยัดเยียด  แทบจะเดินชนกัน  เปรียบได้กับเอาข้อศอก  หรือหัวไหล่ถูหรือเสียดสีกันตลอดเวลา)

 

18.  The first water  =  คุณภาพดีที่สุด; ยิ่งใหญ่ที่สุด; มีทักษะหรือค่าสูงสุด

  • Ronaldo is obviously a football player of the first water who would be of great value to any team. 

(อย่างชัดเจนเลย  โรนัลโดเป็นนักฟุตบอลที่มีคุณภาพ (ทักษะ) สูงสุด  ผู้ซึ่งมีค่ายิ่งกับทีมใดๆ ก็ตาม)

  • That was a play of the first water.

(ละคร (การเล่น, การแสดง) เรื่องนั้น  มีคุณภาพดีที่สุด)  (หรือ  ยิ่งใหญ่ที่สุด)

(สำนวนนี้มีที่มาจาก  ระบบเก่าของการจัดเกรดเพชร  ซึ่งพิจารณาจากสีหรือความแวววาวของมัน  ซึ่งเพชรเม็ดที่สว่างที่สุดจะถูกถือว่าเป็น  “เพชรน้ำหนึ่ง)  (ปัจจุบัน  เลิกใช้ระบบนี้แล้ว  แต่สำนวนนี้ยังคงใช้เปรียบเทียบอยู่)

 

19. Dyed-in-the-wool  =  ปักใจอยู่ฝ่ายใดฝ่ายเดียว; เป็นนิสัย; ไม่ยอมเปลี่ยนความเชื่อหรือความคิดเห็น; ปักใจเชื่ออย่างแน่นแฟ้น  (มักใช้กับความเชื่อทางสังคม-การเมือง-ศาสนา)  (แปลตรงตัว  คือ  “ถูกย้อมในขนสัตว์”)

  • He was a dyed-in-the-wool Republican who would not consider voting for a Democrat. 

(เขาเป็นผู้นิยมในพรรครีพับริกันอย่างหัวชนฝา  ผู้ซึ่งจะไม่ยอมลงคะแนนให้ผู้สมัครพรรคเดมโมแครต)

  • She is a dyed-in-the-wool conservative.

(เธอเป็นนักอนุรักษ์นิยมแบบหัวชนฝา)  (ไม่ยอมเปลี่ยนความคิดความเชื่อไปเป็นอย่างอื่น)

  • He’s a dyed-in-the-wool traditionalist when cooking is concerned – he doesn’t allow any modern gadgets in the kitchen.

(เขาเป็นนักจารีตนิยมแบบหัวชนฝาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำครัว  -  เขาไม่ยอมอนุญาตให้มีอุปกรณ์ (เครื่องครัว) สมัยใหม่ใดๆ ในครัวเลย)

 

20. To pay lip service  =  ให้การสนับสนุนโดยทางวาจาเท่านั้น  มิใช่ด้วยการกระทำ; แสดงความจงรักภักดี  ที่มิได้รับการพิสูจน์ด้วยการกระทำ  (แปลตรงตัว  คือ  “ให้บริการริมฝีปาก”)

  • By holding elections, Communism pays lip service to democracy, but it offers only one candidate per office.

(โดยการจัดให้มีการเลือกตั้ง  ลัทธิคอมมิวนิสต์ให้การสนับสนุนแต่เพียงด้วยวาจากับประ ชาธิปไตย  แต่มัน (ลัทธิฯ) เสนอตัวผู้สมัครเพียงคนเดียวเท่านั้นต่อ    ตำแหน่ง)  (ลัทธิคอมมิวนิสต์แสร้งทำเป็นประชาธิปไตย  แต่มิได้ให้ทางเลือกที่เป็นประชาธิปไตยแก่ประชาชน)

  • Some people pay lip service to education, but don’t vote taxes for better schools.

(คนบางคนให้การสนับสนุนการศึกษาด้วยวาจาเท่านั้น  แต่ไม่ลงคะแนนเสียงสนับสนุนภาษีเพื่อทำให้โรงเรียนดีขึ้น)  (คนเหล่านี้บอกว่าตัวเองสนับสนุนโรงเรียน  แต่ไม่ต้องการจ่ายภาษีเพื่อปรับปรุงให้โรงเรียนดีขึ้น)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

 

                         ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป