Essential Idioms (ตอนที่ 19)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน

 

1. In apple-pie order  =  อยู่ในสภาพเป็นระเบียบเรียบร้อย; ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย  (แปลตรงตัว  คือ  เป็นระเบียบแบบขนมพายแอบเปิ้ล)

  • The house was in messy condition when Mrs. Maslow arrived, but when she left it was in apple-pie order

(บ้านอยู่ในสภาพสกปรกเลอะเทอะไม่เป็นระเบียบเมื่อตอนมิสซิสแมสโลว์มาถึง  แต่เมื่อเธอจากไป  มันอยู่ในสภาพเป็นระเบียบเรียบร้อย)  (อาจหมายถึงมิสซิสแมสโลว์เป็นผู้จัดบ้านให้เป็นระเบียบ  หรือใช้ให้ผู้อื่นทำก็ได้)

  • Everything in the cupboard was (arranged) in apple-pie order.

(ทุกอย่างในตู้เสื้อผ้า (ตู้ถ้วยชาม) อยู่ (ถูกจัดให้อยู่) ในสภาพเป็นระเบียบเรียบร้อย)

 

2. Suicide note (หรือ Death note)  =  ข้อความหรือเอกสารที่ผู้ตายทิ้งไว้ก่อนฆ่าตัวตาย  ซึ่งบ่อยครั้งอธิบายเหตุผลว่าทำไมเขาจึงคิดฆ่าตัวตาย  หรือไม่ก็เป็นคำกล่าวอำลาคนที่เขารัก  โดยทั่วไปแล้ว  Suicide note”  ถ่ายทอดคำพูดครั้งสุดท้ายของผู้เขียน (ผู้ฆ่าตัวตาย)  ซึ่งในหลายกรณี  ปรากฏว่าผู้เขียนข้อความฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ  (แปลตรงตัว  คือ  โน้ตฆ่าตัวตาย  หรือ  โน้ตความตาย)

  • Humans naturally cling to life, so the idea of suicide is shocking and disturbing.  But many people are driven to that extremity by outward circumstances, inner chaos, or both.  Sometimes they leave suicide notes behind, one last message to a joyless world.

(มนุษย์โดยธรรมชาติแล้วเกาะติด (รัก) ชีวิต  ดังนั้น  ความคิดฆ่าตัวตายจึงน่าตกใจและรบกวนใจ (ทำให้ผู้ฟังไม่สบายใจ)  แต่คนจำนวนมากถูกผลักดันไปสู่ความสุดโต่ง (การฆ่าตัวตาย) แบบนั้นโดยสภาพแวดล้อมภายนอก,  ความปั่นป่วนวุ่นวายภายใน (ตนเอง),  หรือทั้ง  ๒ อย่าง  บางครั้งพวกเขา (ผู้ฆ่าตัวตาย) ทิ้งโน้ตฆ่าตัวตายชิ้นสุดท้ายไว้เบื้องหลัง, ซึ่งเป็นข้อความสุดท้ายแก่โลกที่ปราศจากความสุข-หม่นหมอง)

  • A few samples of suicide notes are “I kill the Cancer.  It didn’t kill me.” or “You’ll learn to live without me.  Like I had to live without you.”

(สองสามตัวอย่างของโน้ตฆ่าตัวตาย  เช่น  “ผมฆ่ามะเร็ง  มันไม่ได้ฆ่าผม”  หรือ  “คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่โดยปราศจากผม  เหมือนกับที่ผมจำเป็นต้องมีชีวิตโดยไม่มีคุณ”)  (โน้ตฆ่าตัวตายชิ้นแรก  เขียนโดยชายผู้ป่วยโรคมะเร็งซึ่งฆ่าตัวตาย  ส่วนโน้ตที่สอง  ผู้เขียนๆ ถึงคนรัก  ขอให้คนรักเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่โดยไม่มีตัวเขา  เหมือนกับที่ตัวเขา  ที่จะต้องมีชีวิตอยู่ (ในโลกหลังความตาย) โดยไม่มีเธอเช่นเดียวกัน)

 

3. To bring home the bacon  =  หาเลี้ยงชีพหรือครอบครัว  (แปลตรงตัว  คือ  นำหมูเบคอนกลับมาที่บ้าน)

  • The man’s inability to bring home the bacon was the actual reason for the couple’s incompatibility. 

(ความไม่สามารถของผู้ชายที่จะหาเลี้ยงครอบครัว  เป็นเหตุผลที่แท้จริงสำหรับการไปด้วยกันไม่ได้ของคู่สามีภรรยา)

  • I can’t sit around all day – someone has got to bring home the bacon.

(ผมไม่สามารถนั่งอยู่เฉยๆ ทั้งวันหรอก  ใครบางคน (ตัวผม) จำเป็นต้องออกไปทำงานหาเลี้ยงตัวหรือครอบครัว)

(สำนวนนี้หมายถึง  ทำมาหากิน (หาเงิน) เลี้ยงครอบครัว  หรืออาจหมายถึง  ประสบความสำเร็จและหาเงินได้มาก)

 

4. To look someone in the eye (s) (หรือ face)  =  กล้าสบตาหรือมองหน้าผู้คนในแบบมีความมั่นใจ  หรือไม่ละอาย-ขวยเขิน  (เนื่องจากมิได้ทำอะไรผิด  หรือไม่ได้ทำสิ่งที่น่าอับอาย)

  • If I fail, how could I look them in the eye (face) ?

(ถ้าผมล้มเหลว  ผมจะสามารถสบตา (มองหน้า) พวกเขาได้อย่างไร)

  • Look me in the eye (face) and tell me you’re not lying.

(สบตา (มองหน้า) ผมซิ  และบอกผมว่าคุณมิได้กำลังโกหก)

  • I wanted to look people in the eyes and tell them I made a mistake.

(ผมต้องการจะสบตาผู้คน  และบอกพวกเขาว่า  ผมทำผิดไปแล้ว)

  • When shaking hands with someone, you should always look them in the eyes.

(เมื่อจับมือกับใครสักคน  คุณควรจะสบตาพวกเขาเสมอ)

  • I can’t believe you can look me in the face and lie to me like that.

(ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่า  คุณสามารถมองหน้าผม  และโกหกผมแบบนั้น)

 

5. To run in the (หรือ  one’s) family  หรือ  run in the blood  =  เป็นลักษณะทั่วๆ ไปของคนในครอบครัว; เรียนรู้หรือได้รับมรดกมาจากครอบครัว  (แปลตรงตัว  คือ  วิ่งอยู่ในครอบครัว  หรือ  วิ่งอยู่ในสายเลือด)

  • A great interest in gardening runs in his family

(ความสนใจอย่างมากในการทำสวน  เรียนรู้หรือได้รับมรดกมาจากครอบครัวของเขา)  (สมาชิกหลายคนในครอบครัวของเขา  สนใจเรื่องการทำสวนมาก)

  • Red hair runs in the family

(ผมแดงเป็นลักษณะทั่วๆ ไปของครอบครัวนี้)  (สมาชิกหลายคนในครอบครัวมีผมสีแดง)

 

6. To see eye to eye  =  เห็นด้วยอย่างเต็มที่; มีความเห็นตรงกันเดี๊ยะ  (แปลตรงตัว  คือ  มองตากัน)

  • Mother didn’t see eye to eye with father on where we would go for our vacation.

(แม่ไม่เห็นด้วย (เห็นไม่ตรง) กับพ่อ  ในเรื่องว่าเราจะไปที่ไหนกันดีสำหรับวันหยุดพัก ผ่อน)

 

7. To set the world on fire  =  ทำได้อย่างดีเด่น และได้รับชื่อเสียง; ทำสิ่งที่วิเศษ  หรือน่าตื่นเต้น  ซึ่งนำชื่อเสียงและความรุ่งโรจน์มาให้; ทำอะไรในแบบที่สามารถดึงดูดความสนใจได้มากหรือทำให้ตัวเองโด่งดัง; มีชื่อเสียงมาก  (แปลตรงตัว  คือ  จุดไฟเผาโลก)

  • John works hard but he will never set the world on fire

(จอห์นทำงานหนัก  แต่เขาไม่มีทางที่จะทำได้อย่างโดดเด่นและมีชื่อเสียง)

  • I’m not very ambitious.  I don’t want to set the world on fire.

(ผมมิได้ทะเยอทะยานมากมายอะไร  ผมไม่ต้องการมีชื่อเสียงโด่งดัง)

  • You don’t have to set the world on fire.  Just do a good job.

(คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่วิเศษหรือน่าตื่นเต้นเพื่อทำให้ตัวเองดังหรอก  เพียงทำงานให้ได้ดีก็พอแล้ว)

  • As a girl, Janet dreamed of setting the world on fire as a famous actress.

(ในฐานะเด็กสาว  เจเนตฝันหวานถึงการทำให้ตนเองโด่งดังในฐานะนักแสดงที่มีชื่อเสียง)

  • For all his money and education, he’s hardly setting the world on fire, is he?

(ทั้งที่มีเงินทองมากมายและการศึกษาดี  เขาไม่ใคร่จะมีชื่อเสียงโด่งดังอะไรเลย  ใช่ไหม)

 

8. To think the world of  =  ยกย่องชื่นชม  (แปลตรงตัว  คือ  คิดว่าโลกของ)

  • Now, many American people don’t think the world of President Donald Trump.  

(ในปัจจุบัน  คนอเมริกันจำนวนมากมิได้ยกย่องชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์  ทรัมพ์)

    

9. Skin and bones  =  คนหรือสัตว์ที่ผอมมาก; คนที่ผอมเหลือแต่กระดูก  (แปลตรงตัว  คือ  หนังและกระดูก)

  • The puppy is healthy now, but when we found him he was just skin and bones

(ลูกหมาตัวนั้นแข็งแรงแล้วขณะนี้  แต่ตอนที่เราพบมัน  มันมีแต่หนังหุ้มกระดูก)

  • Have you been dieting?  You’re nothing but skin and bones!

(คุณกำลังกินอาหารลดน้ำหนักใช่ไหม  คุณไม่เหลืออะไรเลย  นอกจากหนังหุ้มกระดูก)

 

10. Skeleton in the closet  (หรือ  cupboard)  ความลับที่น่าอับอาย  ซึ่งจะทำให้เสียหายมากถ้าถูกเปิดเผยออกมา  และมักเป็นเรื่องที่บุคคลหรือครอบครัวต้องการจะปิดบัง-ซ่อนเร้น  มิให้คนนอกทราบ; ความลับที่ซ่อนเอาไว้และน่าตกใจ; คนหรือของที่ครอบครัวซ่อนไว้เพราะความอับอาย; อดีตที่น่าอับอายและไม่ต้องการเปิดเผยให้ใครรู้  (อาจเป็น หรือไม่เป็นเรื่องผิดกฎหมายหรือศีลธรรม)  (แปลตรงตัว  คือ  โครงกระดูกในห้องน้ำ หรือ  ตู้เสื้อผ้า)

  • The skeleton in our family’s closet was Uncle Willie.  No one mentioned him because he drank too much. 

(ความลับที่น่าอับอายของครอบครัวเราคือลุงวิลลี่  ไม่มีใครกล่าวถึงลุงฯ เลย  เพราะว่าแกชอบดื่มเหล้าจนเมาแอ๋)

  • You can ask anyone about how reliable I am.  I don’t mind.  I don’t have any skeletons in the closet.

(คุณสามารถถามใครก็ได้เกี่ยวกับว่าผมเป็นคนน่าเชื่อถือเพียงใด  ผมไม่รังเกียจหรอก  ผมไม่มีเรื่องน่าอับอาย (ในอดีต) ที่ต้องปิดบังซ่อนเร้นเอาไว้)

  • Can I look behind that door, or do you have a skeleton in the closet?

(ผมขอดูข้างหลังประตูบานนั้นได้ไหม  หรือคุณมีเรื่อง (สิ่งของ) น่าอับอายซ่อนเร้นไว้)

  • I don’t trust politicians.  They have too many skeletons in their closet.

(ผมไม่ไว้ใจนักการเมือง  พวกเขามีเรื่องน่าอับอาย-อัปยศซ่อนไว้เยอะแยะ)

(สำนวนนี้มีที่มาจากแวดวงการแพทย์  คือ  ก่อนที่รัฐสภาอังกฤษจะออกพ.ร.บ. ในปี  ๑๘๓๒  อนุญาตให้แพทย์ทำการชันสูตรศพได้  ศพที่แพทย์ได้รับอนุญาตให้ผ่าเพื่อศึกษา (หรือสอนนักเรียน) คือศพของอาชญากรที่เพิ่งจะถูกประหารชีวิตได้ไม่นาน  แต่ถ้าแพทย์ต้องการจะผ่าศพประเภทอื่นๆ ที่มิใช่อาชญากร  แพทย์จะต้องกระทำอย่างลับๆ  ซึ่งโครงกระดูกของศพเหล่านั้น  โดยปกติแล้วจะถูกเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการวิจัย  ทั้งนี้  แพทย์มักจะซ่อนโครงกระดูกเหล่านี้ไว้ในห้องน้ำ หรือตู้เก็บเสื้อผ้า  เพื่อมิให้คนทั่วไปล่วงรู้  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  สำนวนนี้จึงถูกใช้อธิบายถึง  “ความลับที่น่าอับอายหรืออัปยศ  หรือบางสิ่งที่น่ากระอัก กระอ่วน-ขวยเขิน  ที่ไม่ต้องการให้ใครรู้” 

(ที่มาอีกแห่งหนึ่งของสำนวนนี้  คือ  นิยายเรื่อง  “The Black Cat”  ของ Edgar Allen Poe  นักเขียนชาวอเมริกัน  ซึ่งในเนื้อเรื่อง  ชายคนหนึ่งฆ่าและซ่อนศพของภรรยาของเขาไว้ในตู้เสื้อผ้า  จนกระทั่งมีผู้มาพบว่า  ศพเน่าเปื่อยเหลือแต่โครงกระดูก  สำหรับสำนวนนี้  อเมริกันใช้ “Closet” (ห้องน้ำ)  ส่วนอังกฤษใช้  “Cupboard” (ตู้เสื้อผ้า)

 

11. To snow under  =  มีงานล้นมือ จนรับไม่ไหว; ท่วมท้นไปด้วยบางสิ่ง  จนทำอะไรไม่ได้; ปกคลุมไปด้วยหิมะ  (มักใช้เป็น  Passive voice)  (แปลตรงตัว  คือ  หิมะตกอยู่ข้างใต้) 

  • The factory received so many orders that it was snowed under with work.

(โรงงานได้รับการสั่งซื้อจำนวนมาก  จนกระทั่งมันมีงานล้นมือ)  (ถูกท่วมท้นไปด้วยงาน จนจัดส่งสินค้าให้ไม่ทัน)

  • The crippled girl was snowed under with Christmas letters.

(เด็กหญิงพิการคนนั้นท่วมท้นไปด้วยจดหมายวันคริสต์มาส)  (เธอได้รับจดหมายมากมาย  จนกระทั่งอ่านไม่หมดในวันที่จดหมายมาถึง)

  • The doghouse was snowed under during the blizzard.

(บ้านสุนัขถูกหิมะท่วมทับในระหว่างพายุหิมะ)  (ถูกหิมะท่วมจนถึงหลังคา)

 

12. A square peg in a round hole  =  คนที่ไม่เหมาะสมกับงานหรือตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย; ผู้ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่  (แปลตรงตัว  คือ  หมุดสี่เหลี่ยมจัตุรัสในรูกลม)  (สามารถใช้แบบสั้นๆ  คือ  “A square peg”  ก็ได้)

  • George is a square peg in a round hole when he is playing football.

(จอร์ชเล่นฟุตบอลไม่เก่ง)

  • Jim likes to work with his hands.  When it comes to books, he’s a square peg in a round hole.

(จิมชอบทำงานที่ต้องใช้มือ,  เมื่อพูดถึงหนังสือ  เขาไม่เหมาะกับมันเลย)  (จิมไม่ชอบหนังสือ  หรือเรียนหนังสือ  เขาชอบทำงานที่ต้องใช้มือ)

 

13. A fish out of water  =  คนที่ตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตนไม่คุ้นเคย; บุคคลที่ไม่เหมาะกับสถานที่แห่งนั้น  (แปลตรงตัว  คือ  ปลานอกน้ำ)

  • Tom felt like a fish out of water at the party last night.

(ทอมรู้สึกเหมือนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เขาไม่คุ้นเคย  ขณะอยู่ในงานเลี้ยงเมื่อคืนที่ผ่านมา)  (เขาไม่รู้จักใครเลยที่นั่น  ไม่มีใครพูดคุยกับเขาเลย)

  • Because Sam could not swim, he felt like a fish out of water at the beach.

(เพราะว่าแซมว่ายน้ำไม่เป็น  เขารู้สึกเหมือนคนที่ไม่เหมาะกับสถานที่  เมื่อเขาอยู่ที่ชาย หาด)  (เพราะว่ายน้ำไม่เป็น  เขาจึงรู้สึกไม่สบายใจ (อึดอัด) ตอนอยู่ชายหาด  ที่ซึ่งทุกคนกำลังว่ายน้ำกันอยู่)

 

14. Stamping ground  =  สถานที่ที่บุคคลชอบไปบ่อยๆ หรือใช้เวลาอยู่นานๆ  (แปลตรงตัว  คือ  พื้นดิน (สำหรับคน) เหยียบย่ำ)

  • When John returned to his hometown many years later, he visited all of his old stamping grounds

(เมื่อจอห์นกลับไปยังบ้านเกิดของเขาในอีกหลายปีต่อมา  เขาไปเยือนสถานที่เก่าๆ ทุกแห่งที่เขาชอบไปบ่อยๆ)  (สมัยเมื่อเขายังหนุ่ม)

 

15. In the dark  =  มืดแปดด้าน (ไม่รู้เรื่อง); ไม่มีข้อมูลข่าวสาร  (แปลตรงตัว  คือ  ในความมืด)

  • Peter was in the dark about the job he was being sent to.

(ปีเตอร์ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับงานที่เขากำลังถูกส่งไปทำ)  (เขามืดแปดด้าน หรือไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับงานนั้นเลย)

  • If the government controls the news, it can keep people in the dark on any topic it chooses. 

(ถ้ารัฐบาลควบคุมข่าวสาร  มันสามารถทำให้ประชาชนไม่รู้เรื่อง (ไม่มีข้อมูล) ในหัวข้อใดๆ ที่รัฐบาลเลือก)

 

16. Out of the question  =  เป็นไปไม่ได้

  • To arrive there in 2 hours is out of the question

(การมาถึงที่นั่นภายใน  ๒  ชั่วโมง  เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้)

  • It is out of the question that he will be elected president. 

(มันเป็นไปไม่ได้ที่ว่าเขาจะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี)

 

17. Beyond question  =  อย่างแน่นอน; อย่างไม่ต้องสงสัย

  • He is beyond question the greatest leader this country has ever had.

(เขา, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประเทศนี้เคยมีมา)  

     

18. Smell a rat  =  สงสัยว่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล, ไม่ถูกต้อง หรือไม่สุจริต; รู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้อง, ผิดปกติ  หรือไม่ชอบมาพากล  (แปลตรงตัว  คือ  ได้กลิ่นหนู)

  • When he refused to answer my question, I smelt a rat

(เมื่อเขาปฏิเสธที่จะตอบคำถามของผม  ผมสงสัยว่ามีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล)

  • She thought she smelled (smelt) a rat when she saw John slinking away from the scene of the crime.

(เธอคิดว่าเธอรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล  เมื่อเธอเห็นจอห์นเดินอย่างลับๆ ล่อๆ ออกไปจากสถานที่เกิดอาชญากรรม)  (สงสัยว่าจอห์นน่าจะเป็นคนก่อเหตุ)

  • I don’t think this was an accident.  I smell a rat.  Bob had something to do with this.

(ผมไม่คิดว่านี่เป็นอุบัติเหตุ  ผมรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ  บ๊อบต้องมีเอี่ยวกับเรื่องนี้)  (บ๊อบน่าจะจงใจก่อเหตุ)

(สำนวนนี้มีที่มีจากในยุคที่หนูเป็นสัตว์ที่รบกวนหรือทำลาย  และเป็นพาหะของโรค  สุนัขจึงถูกนำมาใช้ดมกลิ่นหนูเพื่อกำจัดมัน  ซึ่งสุนัขก็มักได้กลิ่นหนูโดยไม่ยาก  เพราะฉี่หนูมีกลิ่นฉุน  และตัวหนูมีกลิ่นคล้ายกลิ่นแอมโมเนีย  ความคิดนี้จึงถูกนำมาเปรียบเป็น  “สงสัยว่ามีสิ่งผิดปกติ, ไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น”)

(สำหรับที่มาของสำนวนอีกแหล่ง  คือ  มีเจ้าของบ้านได้กลิ่นคล้ายซากสัตว์ตายภายในบ้านของตน  แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรืออยู่ตรงไหน  จนในที่สุดพบว่าเป็นซากหนูตาย  จึงเป็นที่มาของสำนวน  “ได้กลิ่นหนู”)

 

19. Give rise to  =  ก่อให้เกิด; เป็นสาเหตุของ

  • His strange behavior gives rise to unpleasant gossip. 

(พฤติกรรมประหลาดของเขาก่อให้เกิดการซุบซิบนินทาที่ไม่น่ารื่นรมย์)

 

20. Rough and ready  =  อย่างคร่าวๆ; ง่ายและไม่ละเอียดลออ; ไม่สมบูรณ์นัก  แต่ดีพอสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะเรื่อง  (แปลตรงตัว  คือ  “คร่าวๆ และเตรียมพร้อม)

  • An exact estimate of the cost would take hours, but I can let you have a rough and ready calculation now.

(การประมาณราคาแบบแน่นอนจะใช้เวลาหลายชั่วโมง  แต่ผมสามารถให้การคำนวณอย่างคร่าวๆ กับคุณได้ในขณะนี้เลย)

  • The tests are only a rough and ready guide to a pupil’s future development.

(การทดสอบเป็นเพียงมัคคุเทศก์คร่าวๆ แก่การพัฒนาอนาคตของนักเรียน)

  • Justice was administered in a rough and ready fashion, without using courts or juries.

(ความยุติธรรมได้รับการจัดการในแบบคร่าวๆ  โดยปราศจากศาล หรือคณะลูกขุน)

  • Our rough and ready figures are available because of problems of definition.

(เราสามารถหาตัวเลขได้อย่างคร่าวๆ  เนื่องมาจากปัญหาด้านคำจำกัดความ)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

 

                         ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป