Essential Idioms (ตอนที่ 18)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน

 

1. Make a bee line for =  เดินทางเป็นเส้นตรง หรืออย่างเร็วและลัดที่สุดไปยังบางสิ่ง หรือบางสถานที่  (แปลตรงตัว  คือ  เดินทางตามแนวที่ผึ้งบิน (ซึ่งเป็นเส้นตรง) ไปยัง................)   (“Beeline”  คือ  “เส้นทางที่ผึ้งบิน”  ซึ่งเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดระหว่าง  ๒  จุด  หมายถึงเส้นทางที่ผึ้งงานนำน้ำหวานและละอองเกสรกลับไปยังรังของมัน)

  • When the couple left, the babysitter made a bee line for the refrigerator. 

(เมื่อสามีภรรยาคู่นั้นจากไป  พี่เลี้ยงเด็กก็มุ่งตรงอย่างรวดเร็วไปยังตู้เย็น  -  เพื่อค้นหาของกิน)

(สำนวนนี้มาจากพฤติกรรมของผึ้ง  คือ  เมื่อผึ้งที่ออกหาอาหารพบแหล่งน้ำหวาน  มันจะบินกลับมาที่รัง  และบอกสถานที่นั้นให้ผึ้งตัวอื่นรู้  โดยใช้วิธีการเต้นรำแบบโยกไปโยกมา  แล้วผึ้งตัวอื่นๆ ก็จะบินเป็นเส้นตรงไปที่แหล่งอาหารนั้น  เพื่อนำอาหารกลับมารัง)

 

2. The world, the flesh, and the devil  =  สิ่งยั่วยวนที่ทำให้มนุษย์ทำความชั่ว  (แปลตรงตัว  คือ  มวลมนุษย์ (โลก), เนื้อหนังมังสา, และซาตาน)

  • By entering the monastery he sought to avoid the world, the flesh, and the devil.

(โดยการเข้าวัด (บวช)  เขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยวนที่ทำให้มนุษย์ทำความชั่ว)

(สำนวนนี้มาจากความเชื่อของศาสนาคริสต์  ซึ่งถือว่า  “มวลมนุษย์ (โลก), เนื้อหนังมังสา, และซาตาน”  เป็นศัตรู   ประการของจิตวิญญาณ  เพราะเป็นแหล่งของความยั่วยวนให้มนุษย์เกิดกิเลส  และเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความดี)

 

3. To make bricks without straw  =  พยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยปราศจากอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำ  (สร้างอิฐโดยปราศจากฟาง)

  • My uncle’s business schemes always fail because he tries to make bricks without straw.

(แผนธุรกิจของลุงของผมมักจะล้มเหลวอยู่เสมอ  เพราะว่าเขาพยายามที่จะทำสิ่งใดโดยปราศจากอุปกรณ์ที่จำเป็น)  (เช่น  ขาดเงินทุน, บุคลากร, วัตถุดิบ  หรือไม่มีการวิจัยตลาด)

(สำนวนนี้มาจากคัมภีร์ไบเบิล  โดยชาวอิสราเอลใช้ฟางหุ้มห่อ (มัด) ก้อนอิฐที่ทำมาจากดินโคลน  เพื่อมิให้มันล้มครืนลงมาเมื่อเวลาทำการก่อสร้าง  หรือชาวอียิปต์ที่ทำอิฐจากดินโคลนจากแม่น้ำไนล์ (ดินเหนียวผสมทราย)  และมักผสมกับฟางและมูลสัตว์  ดังนั้น  จึงถือว่าฟางเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำอิฐ  ถ้าปราศจากฟางก็ทำอิฐไม่ได้)

 

4. To have (หรือ get หรือ  gain) the upper hand  =  อยู่เหนือกว่า หรือเป็นผู้คุมอำนาจ  และมักเป็นผู้ตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ; ได้เปรียบหรือควบคุมบางคน หรือบางสิ่ง  (แปลตรงตัว  คือ  มีมือที่อยู่สูงกว่า)

  • I used to be his boss but now he has the upper hand.

(ผมเคยเป็นนายของเขา  แต่ขณะนี้เขาอยู่เหนือผม)  (มีอำนาจเหนือผม หรือเป็นนายผม)

 

5. To put the cart before the horse  =  เรียงลำดับผิด  เช่นเอางานที่ควรทำก่อนไว้ทำทีหลัง ที่ควรทำทีหลังเอามาทำก่อน  (แปลตรงตัว  คือ  เอาเกวียนไปไว้ข้างหน้าม้า)  (ซึ่งผิดหลัก  เนื่องจากม้าต้องอยู่หน้าเกวียนเสมอ  เพราะม้าลากเกวียน)

  • My assistant was so eager to get the job done that he often put the cart before the horse.       

(ผู้ช่วยของผมกระตือรือร้นที่จะทำงานให้เสร็จ  มากจนกระทั่งเขาเรียงลำดับงานผิด)  (เช่น  เอางานที่ควรทำก่อนไปไว้ทีหลัง  และเอางานที่ควรทำทีหลังมาทำก่อน  ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายไปหมด)

  • Aren’t you putting the cart before the horse by deciding what to wear for the wedding before you’ve been invited to?

(คุณมิได้กำลังจัดลำดับผิดหรอกหรือ  ในการตัดสินใจว่าจะสวมชุดอะไรไปงานแต่งงาน  ก่อนที่คุณจะได้รับเชิญไปในงานฯ)

 

6. A chip off the old block  =  ลูกชายซึ่งเหมือนกับพ่อของตนเอง  -  ในด้านพฤติกรรม หรือนิสัยใจคอ  (คือ มาจากแม่พิมพ์เดียวกัน(แปลตรงตัว  คือ  แท่งไม้ที่แกะออกมาจากท่อนไม้  หรือก้อนหินซึ่งแกะสลักมาจากก้อนหินใหญ่  ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนกับแม่พิมพ์เดิมของมัน)   

  • When we saw the alcoholic’s son enter the liquor store, we assumed that he was a chip off the old block.

(เมื่อเราเห็นลูกชายของคนติดสุราเรื้อรังเข้าไปในร้านเหล้า  เราสันนิษฐานว่า  เขาเหมือนกับพ่อของเขา)  (คือ  ติดเหล้าเช่นเดียวกัน)

 

7. To be at large  =  ยังลอยนวล, (ผู้ร้ายที่) ยังจับตัวไม่ได้, สัตว์ที่ยังหาตัวไม่เจอ  หรือยังมิได้ทำให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยกับผู้อื่น

  • Since the dangerous criminal was at large, all the town people began to buy dogs for protection.

(เพราะว่าเจ้าอาชญากรที่มีอันตรายยังลอยนวลอยู่  ผู้คนทั้งหมดของเมืองเริ่มซื้อสุนัขเพื่อการคุ้มครองตนเอง)

 

8. To wink at  =  แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น; เมินเฉย  (แปลตรงตัว  คือ  กะพริบตา หรือขยิบตาที่..................ในฐานะเป็นสัญญาณของความเป็นมิตร  หรือเกี้ยวพาราสี  -  เพศตรงข้าม)

  • There was a lot of evidence to show that the border guards would wink at illegal shipments if they were paid in advance. 

(มีหลักฐานมากมายที่แสดงว่า  ยามที่พรมแดนจะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นการขนส่งของ (สินค้า) ที่ผิดกฎหมาย  ถ้าพวกเขาได้รับการจ่ายเงินล่วงหน้า)

 

9. To play possum  (หรือ “Opossum”  แต่ไม่ออกเสียงตัว  “O”)  =  แสร้งทำเป็นหลับหรือตาย (เพื่อมิให้ผู้อื่นรบกวน  หรือทำอันตรายตน; ต้มคนอื่น; แสร้งทำเป็นโง่ หรือไม่รู้  เพื่อหลอกต้มคนอื่น  (แปลตรงตัว  คือ  เล่นเป็นตัวพอสซัม) 

  • Sensing that his life was in jeopardy, the hunter played possum until the lion disappeared.

(มีความรู้สึกว่าชีวิตของตนตกอยู่ในอันตราย  นายพรานแสร้งทำเป็นตาย  จนกระทั่งสิงโตหายตัวไป)

(สำนวนนี้มีที่มาจากตัวพอสซัม  ซึ่งเป็นสัตว์คล้ายหนู และมีกระเป๋าหน้าท้อง  ไม่ทำอันตรายใครหรือสัตว์อื่น  ตัวพอสซัมจะแสร้งทำเป็นตาย  เมื่อมีอันตรายมาถึงตัวมัน)

  

10. To know the ropes  =  คุ้นเคยกับวิธีการหรือกรรมวิธีเป็นอย่างดี  (รู้ว่าเชือกเส้นไหนเป็นเส้นไหน)    

  • The president of the senior class knew the ropes and quickly taught me my duties. 

(ประธานนักเรียนชั้นสูงสุดคุ้นเคยกับวิธีการ หรือกรรมวิธีเป็นอย่างดี  และสอนหน้าที่ของผมอย่างรวดเร็ว)  (สอนผมว่ามีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง)

(สำนวนนี้มีที่มาจากกะลาสีเรือสินค้าที่ใช้ใบสมัยโบราณ  ซึ่งมีความรู้เป็นอย่างดีว่า  ช่วง เวลาใดจะต้องชัก (ดึงเชือก) ใบเรือใบใดขึ้นหรือลง  เพื่อให้เรือแล่นไปได้ หรือมีความปลอดภัยมากที่สุด  จึงเป็นการเปรียบการ  “รู้วิธีดึงเชือกใบเรือ”  เสมือนกับ  “คุ้นเคยกับวิธีการหรือกรรมวิธีในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นอย่างดี”)

 

11. To be left holding the bag  =  ถูกปล่อยให้เป็นผู้รับเคราะห์ หรือคำติเตียน หรือผลลัพธ์ที่เลวร้ายตามลำพัง  ในแบบที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้นั้น  (เพราะคนอื่นๆ ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ)  (แปลตรงตัว  คือ  ถูกปล่อยให้ถือถุงหรือกระเป๋า)  (ซึ่งอาจเป็นถุงใส่สิ่ง ของที่ขโมยมา  เมื่อตำรวจมาพบ  หรือเป็นถุงเปล่าที่คนอื่นๆ เอาของดีๆ ในถุงไปจนหมดแล้ว)

  • The irresponsible businessman left his partner holding the bag

(นักธุรกิจที่ไม่รับผิดชอบคนนั้น  ปล่อยให้หุ้นส่วนของเขารับเคราะห์  (หรือ คำตำหนิ, ผลลัพธ์ที่เลวร้าย) ตามลำพัง  ในแบบที่ไม่เป็นธรรม)

 

12. A lick and a promise  =  การทำอะไรในแบบรีบเร่งและไม่ละเอียดลออ; การทำอะไรแบบลวกๆ หรือขอไปที  (อาจหมายถึงการทำความสะอาด  หรือทำสิ่งใดๆ ก็ได้)  (แปลตรงตัว  คือ  “การเลีย  และการให้คำมั่นสัญญา”  (ว่าจะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมในครั้งต่อไป)

  • The meticulous housewife was in so much of a hurry that she could only give the apartment a lick and a promise

(แม้บ้านที่พิถีพิถันมากคนนั้น  อยู่ในความรีบเร่งมากจนกระทั่ง  เธอสามารถทำความสะ อาดอพาร์ตเมนต์ได้ในแบบที่รีบเร่งหรือลวกๆ เท่านั้น)

(สำนวนนี้มาจากพฤติกรรมของสัตว์บางชนิด  เช่น  หมา, แมว, เสือ, สิงโต ฯลฯ จะทำความสะอาดลูกน้อยของมันด้วยการเลียในแบบลวกๆ  ซึ่งเป็นการทำความสะอาดแบบรีบเร่งไม่ละเอียดลออนัก  จึงถูกนำมาเปรียบเทียบกับการกระทำของคนในเรื่องใดๆ ที่ทำแบบรีบเร่ง  หรือขอไปที  และมักไม่ได้ผลงานที่มีคุณภาพ  ส่วนข้อความ  “คำมั่นสัญญา” ที่นำมาเติมหลัง “การเลีย” นั้น  หมายถึง  “การสัญญาว่าจะทำให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป)   

  

13. Tongue in cheek  =  ด้วยความไม่สุจริตใจ; คำพูดถากถาง-เสียดสีในแบบตลกขบขัน  ซึ่งกล่าวออกมาในแบบจริงจัง  แต่หลอกลวง  ไม่จริงใจ  โดยผู้พูดมิได้มีความประสงค์ตรงตามที่ตนเองพูดออกมา  (ความหมายโดยรวม  คือ  ไม่สุจริต หรือจริงใจ)  (แปลตรงตัว  คือ  ลิ้นอยู่ในแก้ม)

  • Speaking with his tongue in his cheek, the employer promised to double everyone’s wages. 

(พูดออกมาด้วยความไม่จริงใจ  นายจ้างสัญญาว่าจะขึ้นค่าจ้างทุกคนเป็นสองเท่า)  (แต่ใจจริงแล้ว  ไม่คิดจะทำเช่นนั้นจริง)

 

14. Two strings to one’s bow  =  สองวิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมาย  (แปลตรงตัว  คือ  เชือก    เส้น  กับคันธนูของคนใดคนหนึ่ง)

  • The salesman had two strings to his bow – if a phone call didn’t get results, he would appear in person. 

(พนักงานขายมี   วิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมายของตน  คือ  ถ้าการโทรศัพท์ (ไปที่ลูกค้า) ไม่ได้ผล  เขาจะไปพบลูกค้าด้วยตนเอง)  (เพื่อขายสินค้าของตนให้ได้)

(สำนวนนี้มีที่มาจากอาวุธธนู  ซึ่งตามปกติมีสายเดียว  แต่ในกรณีนี้มี  ๒  สาย  ซึ่งเปรียบเหมือน  ๒  วิธีการที่ใช้ในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ)

 

15. The fat is in the fire  =  ได้ทำความชั่วหรือความผิดลงไปแล้ว; การกระทำซึ่งมีผลลัพธ์เลวร้ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว  และมีปัญหารออยู่ข้างหน้า  (แปลตรงตัว  คือ  ไขมันอยู่ในกองไฟ)

  • We asked him to stop stealing but he said that the fat was already in the fire.

(เราขอร้องให้เขาหยุดขโมย  แต่เขากล่าวว่า  ได้กระทำความผิด (ขโมย) ไปเรียบร้อยแล้ว)

  • “Now the fat is in the fire – the boss arrived early and will see we haven’t even started work.”

(“ขณะนี้  การกระทำซึ่งมีผลลัพธ์เลวร้ายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  ได้เริ่มต้นแล้ว  (และมีปัญหารออยู่ข้างหน้า) คือ  เจ้านายมาถึงแต่เช้าตรู่  และจะเห็นว่าพวกเรายังมิได้เริ่มต้นทำ งานกันเลย”)

(สำนวนนี้มีที่มาจากไขมันสัตว์ที่หยดลงไปในกองไฟ ขณะที่คนปิ้งย่างเนื้อที่มีไขมัน  ซึ่งแน่นอนทีสุด  จะเกิดไฟลุกโพลงขึ้นมา  เปรียบเหมือนกับความผิด หรือความชั่วที่ได้กระทำลงไปแล้ว  ซึ่งจะเกิดผลลัพธ์ที่เลวร้ายตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้)

 

16. To get one’s back up  =  โกรธ, โมโห  (แปลตรงตัว  คือ  หลังของผู้ใดผู้หนึ่งตั้งชันขึ้น)

  • Every time his mother mentioned getting a haircut, the young guitarist got his back up.

(ทุกครั้งที่แม่ของเขากล่าวถึงการไปตัดผม  นักกีต้าร์หนุ่มคนนั้นโกรธ  -  ขึ้นมาทันที)

(สำนวนนี้มาจากพฤติกรรมของแมว  ที่เวลาเกิดความโกรธขึ้นมา  หลังของมันจะตั้ง (ลุก) ชันขึ้นมาทันที)

 

17. Apple-polishing  =  การประจบประแจง หรือยกย่องจนเลยเถิด  เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ส่วนตัว  (แปลตรงตัว  คือ  การขัดลูกแอบเปิ้ล)    

  • If the way to advancement in this company is through apple-polishing, I quit !

(ถ้าวิธีการไปสู่ความก้าวหน้าในบริษัทนี้  คือ  โดยการประจบสอพลอ  ผมขอลาออก!)

  • Apple-polishing is something that my boss detests.

(การประจบสอพลอเป็นอะไรบางอย่างที่เจ้านายของผมเกลียดชังมาก)

  • Brian is always polishing the apple with the boss, with a hope of a promotion or raise.

(ไบรอันประจบสอพลอเจ้านายของเขาอยู่เสมอ  ด้วยความหวังที่จะได้เลื่อนชั้นเลื่อนตำ แหน่ง  หรือเงินเดือนขึ้น)

(สำนวนนี้มาจากกริยา  “Apple-polish”  (ขัดผลแอบเปิ้ล)  หมายถึง  ประจบสอพลอ  หรือยกย่องผู้ใดผู้หนึ่งจนเลยเถิด  โดยหวังได้รับผลประโยชน์ส่วนตัว  มีที่มาจากนักเรียนคนหนึ่ง  เอาของขวัญซึ่งเป็นลูกแอบเปิ้ลสีแดงเป็นมัน  (ซึ่งอาจเกิดจากการขัดถู  หรือเป็นธรรมชาติของผลแอบเปิ้ล)   ไปมอบเป็นของขวัญให้อาจารย์ของตน  โดยหวังว่าจะได้คะแนนดี  จึงเปรียบเทียบ  “ขัดผลแอบเปิ้ล”  กับ  “ประจบประแจง”)

 

18. The Draconian Code  =  กฎหรือระเบียบที่มีบทลงโทษรุนแรงและเฉียบขาด  (แปลตรงตัว  คือ  ประมวลกฎหมายแบบดราโค)

  • The president of our company ran the business according to his own Draconian Code.

(ประธานของบริษัทเราบริหาร (ดำเนิน) ธุรกิจตามกฎระเบียบที่มีบทลงโทษรุนแรงและเฉียบขาดของเขา)

(สำนวนนี้มีที่มาจาก  “ดราโค” (Draco)  นักกฎหมายและนักปกครองชาวกรีกโบราณ  ในกรุงเอเธนส์ปลายศตวรรษที่    ก่อนคริสต์ศักราช  เขาเป็นนักกฎหมายกรีกคนแรกที่บัญญัติกฎหมายแบบเป็นลายลักษณ์อักษร  แทนกฎหมายที่สืบทอดกันมาโดยทางวาจา (Oral law)  ที่ออกโดยเหล่าขุนนางกรีก  ทั้งนี้  กฎหมายของดราโคมีบทลงโทษที่รุนแรง, เฉียบขาด และทารุณ  แม้กระทั่งกับความผิดเพียงเล็กน้อย) 

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

 

                         ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป