Essential Idioms (ตอนที่ 17)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน

 

1. to tilt at windmills (กังหันลม)  =  ต่อสู้กับศัตรูที่นึกคิดเอาเอง  หรือไม่มีตัวตน  (แปลตรงตัว  คือ  โจมตีกังหันลม)

  • The vice-president told the committee, “We’re really on your side, and if you fight us, you’ll be tilting at windmills.” 

(ท่านรองประธานบอกกับคณะกรรมการว่า  “เราอยู่ฝ่ายเดียวกับ (สนับสนุน) คุณจริงๆ, และถ้าคุณสู้กับเรา, คุณก็จะกำลังต่อสู้กับศัตรูที่นึกคิดเอาเอง หรือไม่มีตัวตน)

(ที่มาของสำนวนนี้  คือ  จากนิยายเรื่อง "ดอน กิโฮเต้"  ผู้รักชาติอย่างคลั่งไคล้  เขาคิดว่ากังหันลมเป็นยักษ์  ที่เขาคิดเช่นนั้นเพราะว่า  เขาคิดว่าแขนของกังหันลม คือแขนของยักษ์  และเมื่อเขาเข้าโจมตีกีังหันลม  หอกของเขาเข้าไปติดอยู่กับใบพัดใบหนึ่งของกังหัน  ทำให้ตัวเขาถูกพัดลอยไปในอากาศ  ทำให้เป็นที่มาของการเปรียบเทียบการโจมตีกังหันลม  ว่าเป็นการต่อสู้กับศัตรูที่จินตนาการไปเอง  มิได้มีตัวตนที่แท้จริง)    

 

2. to feather one’s nest  =  สร้างความร่ำรวยโดยฉวยโอกาสจากสถานการณ์  (แปลตรงตัว  คือ  ประดับขนนกแก่รัง (ที่อยู่) ของตน)

  • While working as the tax collector, he skillfully feathered his own nest

(ในขณะกำลังทำงานเป็นคนเก็บภาษี  เขาสร้างความร่ำรวยโดยฉวยโอกาสจากสถาน การณ์  อย่างคล่องแคล่ว-ชำนิชำนาญ)  (อาจโดยวิธีการสุจริต หรือทุจริตก็ได้  โดยหาช่องทางหรือโอกาสที่เปิดให้  จากการทำหน้าที่ของตน)

 

3. fair-weather friends  =  เพื่อนกิน; เพื่อนที่พึ่งไม่ได้ในยามยาก  (แปลตรงตัว  คือ  เพื่อนในยามอากาศดี)

  • The general was chagrined (เสียใจ) to learn that so many of his supposed supporters were actually fair-weather friends

(ท่านนายพลเสียใจที่รู้ว่า  ผู้ที่เขาคาดการณ์ว่าจะสนับสนุนเขาจำนวนมาก  แท้ที่จริงแล้วเป็นเพื่อนกิน  หรือพึ่งพาไม่ได้ในยามยาก)

(ที่มาของสำนวนนี้  คือ  เพื่อนบางคนจะโผล่หน้า  หรือคบค้ากับเพื่อนของตนในยามที่ดินฟ้าอากาศดีเท่านั้น  พออากาศเปลี่ยนเป็นเลวร้าย  คนเหล่านี้จะหายหน้าไปทันที  จึงเปรียบเทียบเพื่อนประเภทนี้ว่า  เป็นเพื่อนกิน  หรือพึ่งพาอาศัยไม่ได้ในยามตกทุกข์ได้ยาก)

 

4. to sow (หว่าน) one’s wild oats  =  ใช้ชีวิตแบบหัวหกก้นขวิดหรือสำมะเลเทเมา (แปลตรงตัว  คือ  หว่านข้าวโอตป่า)

  • During his teen years, the millionaire sowed his wild oats

(ในช่วงชีวิตวัยรุ่นของเขา  เศรษฐีคนนั้นใช้ชีวิตแบบหัวหกก้นขวิด-สำมะเลเทเมา)

 

5. windfall  =  ลาภลอย; ความร่ำรวยที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน

  • When the bankrupt company struck oil, the surprised investor received a windfall of $ 20,000.

(เมื่อบริษัท (น้ำมัน) ที่ล้มละลาย  เจาะพบน้ำมัน,  นักลงทุนซึ่งประหลาดใจ  ได้รับลาภลอย (เงินจากหุ้นที่ซื้อไว้) เป็นจำนวน  ๒๐,๐๐๐ เหรียญ)

 

6. to wash dirty linen in public  =  คุยเรื่องส่วนตัวในที่เปิดเผย  หรือสาวไส้ให้กากิน  (แปลตรงตัว  คือ  ซักผ้าลินินในที่เปิดเผย หรือสาธารณะ) 

  • “Let’s talk about it privately,” his uncle said, “rather than wash our dirty linen in public.”

(“เรามาคุยเกี่ยวกับมันเป็นการส่วนตัวเถอะ”  ลุงของเขากล่าว  “ดีกว่าที่จะสาวไส้ให้กากิน”)

 

7. Indian summer  =  อากาศอบอุ่นแบบฤดูใบไม้ร่วง  (แปลตรงตัว  คือ  ฤดูร้อนของพวกอินเดียนแดง)

  • Parts of the country were deep in snow, but the East was enjoying an Indian summer

(หลายส่วนของประเทศจมอยู่ใต้หิมะ  แต่ภาคตะวันออกกำลังสนุกสนานกับอากาศอบอุ่นแบบฤดูใบไม้ร่วง)

(ที่มาของสำนวนนี้  คือ  เป็นช่วงเวลาที่มีอากาศอบอุ่นและแห้งเป็นพิเศษ  โดยมีท้องฟ้าสลัวและลมอ่อนๆ  อากาศแบบนี้จะเกิดในสหรัฐภาคกลางและตะวันออก  ซึ่งถือว่าผิดฤดูกาลปกติ  และเกิิดอย่างน้อยคราวละ  ๒ - ๓ วัน ระหว่างเดือนกันยายน - พศจิกายน  ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ร่วงในอเมริกาเหนือ (สหรัฐฯ และแคนาดา) ที่มีอากาศเย็น  และจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าสู่ฤดูหนาวในเดือนธันวาคม  สำหรับสำนวนนี้ไม่ทราบที่มาที่แน่นอน  แต่สันนิษฐานว่ามี ๓ ประการ  คือ  ๑. อากาศแบบนี้ถูกสังเกตเห็นเป็นครั้งแรกในบริเวณที่อินเดียนแดงตั้งถิ่นฐานอยู่  ๒. พวกอินเดียนแดงพยายามอธิบายลักษณะอากาศแบบนี้ให้แก่ชาวยุโรปที่เดินทางมาอเมริกาฟังเป็นครั้งแรก  และ  ๓. มาจากสภาพอากาศที่อบอุ่นและสลัวในฤดูใบไม้ร่วง  เมื่อพวกอินเดียนแดงออกล่าสัตว์

 

8. to take the bull by the horns  =  เผชิญปัญหาอย่างตรงไปตรงมา  (แปลตรงตัว  คือ  จับวัวที่เขาทั้ง    ข้างของมัน)

  • After several days of delay, John decided to take the bull by the horns, and so he went to meet the police. 

(หลังจากรีรอ-ลังเลใจอยู่หลายวัน  จอห์นตัดสินใจเผชิญปัญหาอย่างตรงไปตรงมา  และดังนั้น  เขาจึงเข้าพบตำรวจ)  (เพื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ตำรวจฟัง  เพื่อคลี่คลายปัญหา)

(สำนวนนี้มาจากข้อเท็จจริงที่ว่า  การจะจับวัวให้อยู่หมัดนั้น  ต้องจับที่เขาทั้งสองของมัน  (ไม่ใช่ที่อวัยวะส่วนอื่น) ให้แน่น  เพื่อมิให้วัวดิ้นได้  เปรียบเหมือนกับการเผชิญปัญหาแบบตรงไปตรงมา)

 

9. the lion’s share  =  ส่วนแบ่งที่มีค่ามากกว่าหรือใหญ่กว่า (อีกส่วนหนึ่ง)  (แปลตรงตัว  คือ  ส่วนแบ่งของสิงโต)

  • Because the salesman was essential to the business, he demanded the lion’s share of the profits. 

(เพราะว่าพนักงานขายมีความสำคัญยิ่งต่อธุรกิจ  เขาจึงเรียกร้องส่วนแบ่งกำไรก้อนโตกว่า – อีกก้อนหนึ่ง)

(สำนวนนี้มีที่มาจากนิทานอีสบ  ที่เมื่อสัตว์ป่ามีการประชุมปรึกษาปัญหากัน  สิงโตซึ่งเป็นเจ้าป่า  มักจะเรียกร้องบังคับเอาส่วนแบ่งที่มากกว่าที่ให้กับสัตว์ชนิดอื่นๆ อยู่เสมอ  ซึ่งสัตว์เหล่านั้นก็จำใจต้องยอม  ด้วยความเกรงกลัวอำนาจของสิงโต)

 

10. from the frying pan into the fire  =  หนีเสือปะจระเข้; หนีจากเหตุการณ์ร้ายอันหนึ่งไปเจอเหตุการณ์ที่แย่กว่า  (แปลตรงตัว  คือ  จากระทะทอดลงไปในกองไฟ  -  ซึ่งมีความร้อนยิ่งกว่ากระทะ)

  • I thought I had escaped, but actually I went from the frying pan into the fire.

(ผมคิดว่าผมได้หลบหนีพ้นแล้ว  แต่จริงๆ แล้ว  ผมหนีเสือปะจระเข้)  (คือ  ไปเจอกับสถานการณ์ที่ร้ายแรง หรือแย่กว่าเดิมเสียอีก)

 

11. to bury the hatchet (ขวานพก)  =  สงบศึก; ยุติข้อพิพาทหรือความบาดหมาง  (แปลตรงตัว  คือ  เอาขวานพกฝังดิน)

  • After not speaking to each other for a year, they decided to bury the hatchet.

(หลังจากไม่พูดกันเป็นเวลาหนึ่งปี  พวกเขาตัดสินใจที่จะยุติความบาดหมาง)  (คือ  เลิกโกรธ  หรือคืนดีกัน)

(สำนวนนี้มีที่มาจากพวกอินเดียนแดงสมัยโบราณ  ที่ใช้ขวานพกเป็นอาวุธในการสู้รบกับศัตรู  แต่เมื่ออินเดียนแดงตกลงใจที่จะสงบศึกกับศัตรูของตน  พวกเขาก็จะเอาขวานพกไปฝังดิน  เพื่อแสดงว่าไม่ต้องการสู้รบกันต่อไปอีกแล้ว  เปรียบเสมือนกับการสงบศึก  หรือยุติข้อพิพาท หรือความบาดหมาง)

 

12. Philadelphia lawyer  =  นักกฎหมายที่ปราดเปรื่อง หรือมีความสามารถมาก

  • His case is so hopeless that it would take a Philadelphia lawyer to set him free.

(คดีของเขาสิ้นหวัง (มีท่าจะแพ้) มาก  จนกระทั่งมันจะต้องใช้นักกฎหมายที่ปราดเปรื่อง-มีความสามารถมาก  ที่จะทำให้เขาเป็นอิสระ)  (รอดจากติดคุก)

(สำนวนนี้มีจุดกำเนิดในศตวรรษที่  ๑๘  เป็นคำอธิบายสมาชิกของกลุ่มทนายความในเมืองฟิลาเดลเฟีย  รัฐเพนซิลเวเนีย (สหรัฐฯ)  ซึ่งถือกันว่าเป็นนักกฎหมายที่ได้รับการฝึก ฝนอบรมอย่างดีที่สุดในอาณานิคมอเมริกัน (ที่มีอังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคม) ในขณะนั้น  ซึ่งนอกจากจะมีความปราดเปรื่องด้านกฎหมายแล้ว  ยังเก่งในด้านกล่าวสุนทรพจน์ด้วย  อย่างไรก็ตาม  ในศตวรรษที่  ๒๐  คำว่า  Philadelphia lawyer”  ได้ลดความขลังลง  โดยมีความหมายเป็นเพียง  ทนายความที่ฉลาดในการใช้แง่มุม หรือช่องโหว่ของกฎ หมาย  เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ลูกความของตน  อย่างไรก็ดี  สำนวนนี้ยังคงใช้กันอยู่ในปัจจุบัน)

 

13. to gild (ชุบทอง) the lily (บัว)  =  ยกย่องสรรเสริญจนเลยเถิด, ปรับปรุงหรือตกแต่งประดับประดาสิ่งที่สมบูรณ์แบบหรือสวยงามอยู่แล้ว  จนทำให้สิ่งนั้นด้อยค่าลงไป  (แปลตรงตัว  คือ ชุบทองบัว)

  • There was no need for the announcer to gild the lily because we could see how beautiful the model was. 

(ไม่จำเป็นสำหรับผู้ประกาศที่จะยกย่องสรรเสริญ (นางแบบ) จนเลยเถิด  เพราะเราสา   มารถเห็นได้ว่า  นางแบบผู้นั้นสวยงามเพียงใด)

(สำนวนนี้มีที่มา  คือ  ดอกบัวเป็นไม้ที่สวยงามในตัวของมันอยู่แล้ว  ถึงจะเอาทองมาชุบก็ไม่ได้ทำให้มันสวยงามมากกว่าเดิม  กลับจะทำให้มันดูด้อยค่าลงไปด้วยซ้ำ  ดังนั้น  จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปปรับปรุง  หรือประดับประดาสิ่งใดที่มีความสมบูรณ์ หรือสวยงามอยู่แล้ว  เพราะไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด)

 

14. to steal one’s thunder  =  ทำให้การกระทำหรือคำพูดของคนใดคนหนึ่งดูด้อยค่าลงไป  โดยชิงพูดในสิ่งที่ผู้นั้นกำลังจะทำหรือพูดออกมาด้วยตนเอง  (แปลตรงตัว  คือ  ขโมยเสียงฟ้าร้อง)

  • I had planned to be the first to resign from the club, but my cousin stole my thunder.

(ผมได้วางแผนที่จะเป็นคนแรกที่ลาออกจากสโมสร  แต่ญาติของผมทำให้เรื่องนี้ดูด้อยค่าลงไป  โดยปูดเรื่องออกมาเสียก่อน)  (คนเลยรู้กันหมดแล้ว  ก่อนที่ผมจะลาออก)

 

15. woolgathering  =  ความใจลอยหรือฝันกลางวัน  (แปลตรงตัว  คือ  การเก็บรวบรวมขนปุยของสัตว์  หรือขนแกะ)

  • When the young genius should have been doing his homework, he was frequently engaged in woolgathering.

(เมื่อเด็กอัจฉริยะหนุ่มคนนั้นควรที่จะได้กำลังทำการบ้านของเขา  เขามักจะยุ่งอยู่กับการฝันกลางวัน หรือใจลอยอยู่บ่อยๆ)  (คือ  ชอบใจลอย หรือคิดเพ้อฝัน  แทนที่จะทำการบ้านของตน)

(สำนวนนี้มีที่มาจากสมัยโบราณ  ที่มีคนซึ่งพยายามเดินตามเก็บขนปุยของแกะ (ซึ่งเดินผ่านมา) ที่ลอยไปติดอยู่ตามพุ่มไม้ หรือรั้วบ้านของผู้คน  โดยผู้ตามเก็บขนแกะเหล่านี้มักเดินไปแบบไม่มีจุดหมาย  คือเดินไปเรื่อยๆ  และแทบไม่ได้อะไรเลยจากการกระทำดัง กล่าว  การกระทำแบบนี้  เปรียบเสมือนกับ  “การหมกมุ่นกับความคิดเพ้อฝัน  แบบไร้จุด หมาย  หรือการใจลอย หรือฝันกลางวัน)

 

16. to whitewash  =  ทำให้ดำกลับเป็นขาว; ช่วยปิดบังความผิดหรือข้อบกพร่อง  (แปลตรงตัว  คือ  ฟอกขาว)

  • Although a committee was appointed to investigate the corruption, many citizens felt that their report would be a whitewash of the culprit.

(แม้ว่าคณะกรรมการถูกแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อสอบสวนการทุจริต  พลเมืองจำนวนมากรู้สึกว่า  รายงานของคณะกรรมการจะเป็นการฟอกขาว (ปิดบังความผิด) ของผู้กระทำผิด)

 

17. to break the ice  =  เอาชนะความยากลำบากในเบื้องต้น, ทำให้บรรยากาศเครียดในตอนแรกกลายเป็นแบบสบายๆ  (แปลตรงตัว  คือ  ทำให้น้ำแข็งแตก)

  • The auto salesman had a poor week, but he finally broke the ice by selling a fully-equipped BMW.

(พนักงานขายรถยนต์พบกับสัปดาห์ที่แย่  (ขายรถไม่ออก)  แต่ในที่สุดเขาก็เอาชนะความยากลำบากในตอนต้นได้  โดยการขายรถบีเอ็มดับบลิวที่ติดตั้งอุปกรณ์อย่างครบครันได้คันหนึ่ง)

(สำนวนนี้ยังใช้กับการประชุม หรืองานเลี้ยง  ที่ในตอนแรกผู้เข้าประชุมหรือมาในงาน  เกิดความเคอะเขินเพราะไม่รู้จักใครในที่นั้นเลย  แต่ต่อมามีบุคคลหนึ่งพยายาม  Break the ice”  โดยการเล่าเรื่องตลกให้คนในที่นี้ฟัง  ซึ่งทำให้บรรยากาศเกิดความเป็นกันเองหรือหายเครียด  ผู้คนรู้สึกเป็นกันเองมากขึ้นกว่าในตอนแรก)

 

18. the grapevine  =  วิธีลับๆ ในการแพร่ข่าว,  วิธีการส่งข่าวลับถึงตัวบุคคลโดย ตรง, การสนทนาที่แอบได้ยินมา, แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยนาม  (Grapevine  ยังหมายถึง  “ต้นองุ่น” อีกด้วย) 

  • The grapevine has it that Robert will be elected president of the school’s student council.   

(ข่าวลับๆ (เรื่องที่แอบได้ยินมา) มีอยู่ว่า  โรเบิร์ตจะได้รับเลือกเป็นประธานสภานักเรียนของโรงเรียน)     

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

 

                         ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป