หมวดสุภาษิตคำพังเพย (ตอนที่ 3)

  • You can’t tell a book by its cover. = บอกไม่ได้หรอกว่าหนังสือดีหรือไม่ดีโดยดูจากปกเท่านั้น (หมายถึงอย่ามองคนหรือของโดยดูจากข้างนอกเท่านั้น)
  • One swallow does not make a summer. = นกนางแอ่นตัวเดียวไม่อาจบอกได้ว่าฤดูร้อนจะมาถึงแล้ว (หมายถึงอย่าใจเร็วด่วนได้ ต้องพิจารณาหลายๆด้านให้รอบคอบเสียก่อน)    
  • All’s fair in love and war. = ทุกอย่างยุติธรรมในเรื่องความรักและสงคราม (หมายถึง จะใช้วิธีการหรือความได้เปรียบอย่างไรก็ได้ ในเรื่องของความรักและการทำสงคราม)
  • An apple a day keeps the doctor away. = กินผลไม้วันละลูกช่วยให้สุขภาพดี ไม่ต้องไปหาหมอ  
  • The beaten road is the safest. = เดินบนถนนที่มีคนเคยเดินมาแล้วปลอดภัยที่สุด (หมายถึง ใช้วิธีการเดิมๆที่มีคนเคยใช้มาแล้ว มักป้องกันความผิดพลาดได้)
  • As you make your bed, you must lie on it. = ทำกรรมไว้อย่างไร ก็ต้องรับผลกรรมนั้น (คุณปูเตียงไว้ ก็ต้องนอนบนเตียงนั้น)  
  • Beggars can’t be choosers. = ผู้ขอไม่อาจเลือกได้ (หมายถึงผู้ขอไม่อาจเป็นผู้เลือกต้องแล้วแต่ผู้ให้จะให้ ไม่ว่าจะเป็นของดีหรือเลว)
  • A good beginning makes a good ending. = เริ่มต้นด้วยดี มักจบลงด้วยดี  
  • Barking dogs seldom bite. = หมาเห่ามักไม่กัด
  • A bad workman always blames his tools. = ช่างที่เลวมักตำหนิเครื่องมือ (รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง)  
  • Beauty is but skin deep. = ความงามอยู่แค่ใต้ผิวหนัง (คืออย่าตัดสินคนแต่เฉพาะความงาม ให้ดูจิตใจของเขาด้วย)
  • Better an open enemy than a false friend. = จงเป็นศัตรูที่เปิดเผยดีกว่าเป็นมิตรเทียม (คือตำหนิด้วยหวังดี ดีกว่าเยินยอแบบเสแสร้ง)  
  • Better to wear out than rust out. = ใช้จนขาดวิ่น ดีกว่าปล่อยให้ขึ้นสนิม
  • A rose by another name would smell as sweet. = กุหลาบแม้จะเปลี่ยนเป็นชื่ออื่นก็ยังหอมอยู่ดี (ชื่อนั้นสำคัญไฉน)   
  • Seeing is believing. = สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น (คือต้องเห็นกับตาจึงจะเชื่อ)
  • The proof of the pudding is in the eating. = จะพิสูจน์ว่าขนมพุดดิ้งดีหรือไม่ดีก็โดยการกินเท่านั้น (คือต้องกิน-ต้องลองใช้ จึงจะรู้ว่าเป็นของดีหรือไม่ดี)