หมวดคำศัพท์ SAT (ตอนที่ 1)

          

          

 

Embellish (เอม-เบ๊ล-ลิช) (v) – ประดับ, ตกแต่ง, เสริมแต่ง, เพิ่มข้อปลีกย่อย

Embellishment (เอม-เบ๊ล-ลิช-เมิ่นท) (n) – การประดับ-ตกแต่ง-เสริมแต่ง-เพิ่มข้อปลีกย่อย

Embroil (เอม-บร้อล) (v) – ยุ่งเกี่ยวในการทะเลาะเบาะแว้ง, ทำให้ไม่ลงรอยกัน, นำเข้ามาพัวพัน, ทำให้ยุ่ง, ทำให้ซับซ้อน

Embroilment (n) – การยุ่งเกี่ยวในการทะเลาะวิวาท, การนำเข้ามาพัวพัน

Emulate (เอ๊ม-มิว-เลท) (v) – เอาอย่าง, พยายามเลียนแบบ, พยายามจะให้เท่าเทียมหรือดีกว่า

Emulation (เอม-มิว-เล้-ชั่น) (n) – การเอาอย่าง, การพยายามเลียนแบบ, การแข่งขัน, ความพยายามให้เท่าเทียมหรือดีกว่า

Enervate (เอ๊น-เนอะ-เวท) (v) – ทำให้อ่อนแอ, ทำให้กำลังน้อย ลง, ทำให้อ่อนกำลัง, ตัดกำลัง

Enervation (เอน-เนอะ-เว้-ชั่น) (n) – การทำให้อ่อนแอ-กำลังน้อยลง, การตัดกำลัง

Engender (เอน-เจ๊น-เดอะ) (v) – ทำให้เกิด, ก่อให้เกิด, บังเกิด

Enhance (เอน-ฮ้านซ หรือ แฮ้นซ) (v) – เพิ่ม, ทำให้มีค่าเพิ่มขึ้น, ทำให้เพิ่มขึ้น-สูงขึ้น, เสริม, ยกระดับ

Enhancement (n) – การทำให้มากขึ้น-เพิ่มขึ้น-สูงขึ้น, การยกระดับ

Enigma (อิ-นิก-ม่ะ) (n) – ปริศนา, คำพูดปริศนา, คนลึกลับ, สิ่งที่น่าฉงนสนเท่ห์, สถานการณ์ที่น่างงงัน

Ephemeral (อิ-เฟ้ม-เมอะ-เริ่ล) (a - n) – มีอายุสั้น, ชั่วคราว, ไม่ถาวร, สิ่งมีชีวิตที่มีอายุสั้น เช่น แมลง

Equanimity (อี-ควะ-นิ้ม-มิ-ที่) (n) – ความใจเย็น, ความมีอารมณ์เย็น, ความสงบใจ, ความสมดุลของใจ

Equivocate (อิ-ควิฟ-โว-เคท) (v) – พูดสองนัย, พูดกำกวม, พูดหลบหลีก, พูดโดยใช้ ๒ ความหมายเพื่อทำให้เข้าใจผิด, พูดอ้อมค้อม

Equivocation (อิ-ควิฟ-โว-เค้-ชั่น) (n) – การพูดสองนัย-กำกวม-หลบหลีก-อ้อมค้อม, ความเข้าใจผิดที่เนื่องจากการพูดสองนัย, การอ้างเหตุผลผิดหลัก

ด้วยการพูดสองนัย

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.   a) If you encourage the state trooper, he’ll embellish the tale of how he uncovered the cache of the bank robbers. (ถ้าคุณให้กำลังใจทหารพลร่ม – หรือทหารม้า – ของรัฐคนนั้น เขาก็จะเสริมแต่ง – หรือเพิ่มข้อปลีกย่อย – เรื่องเล่าถึงวิธีการที่เขาค้นพบของที่ซ่อนไว้ – หมายถึงเงินหรือสิ่งมีค่า – ของโจรปล้นธนาคาร)

      b) For $ 5,000, the decorator promised to embellish our living room with the best furniture. (ด้วยจำนวนเงิน ๕,๐๐๐ เหรียญ นักตกแต่งสัญญาที่จะประดับประดาห้องรับแขกของเราด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ดีที่สุด)

      c) Our unique principal can be relied upon to embellish his graduation message with a few spirited anecdotes. (ครูใหญ่ที่ไม่เหมือนใครของเราสามารถที่จะไว้ใจได้ที่จะเสริมแต่งสาส์นในพิธีมอบปริญญาด้วยเกร็ดความรู้ที่มีชีวิตชีวา)

2.   a) The rival party sought a way to embroil the government in a dispute over the economy. (พรรคการเมืองคู่แข่งเสาะหาวิธีที่จะนำรัฐบาลเข้าไปพัวพันกับการถกเถียง – ความขัดแย้ง - ในเรื่องเศรษฐกิจ)

      b) Umpires are loath to embroil themselves in controversies between opposing managers. (กรรมการ – ผู้ตัดสิน – เกลียดที่จะนำตัวเองเข้าไปพัวพันในการโต้เถียง – การทะเลาะวิวาท – ระหว่างผู้จัดการทีมที่ขัดแย้งกัน)

      c) It was the devious lawyer’s plan to embroil the plaintiff in a series of noisy disagreements. (มันเป็นแผนของทนายความที่ไม่ตรงไปตรงมาที่จะนำโจทก์เข้าไปพัวพันในการทะเลาะ – การโต้แย้ง – ที่ดังอื้ออึงหลายครั้งหลายครา)

3.   a) When they were in high school, Jim’s younger brother always tried to emulate him. (เมื่อพวกเขาอยู่ในโรงเรียนมัธยม น้องชายของจิมมักพยายามที่จะแข่งดีกับจิม)

      b) In qualifying for the medal, you will emulate your sister’s performance. (ในการจะมีคุณสมบัติสำหรับเหรียญรางวัล คุณจะต้องทำให้เท่าเทียมหรือดีกว่าการแสดง – ความสามารถหรือผลงาน – ของน้องสาวของคุณ)

      c) We hired a Japanese efficiency expert to emulate his foreign success in our factory. (เราจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านประสิทธิภาพชาวญี่ปุ่นเพื่อจะเอาอย่าง – หรือเลียนแบบ – ความสำเร็จแบบต่างประเทศในโรงงานของเรา)

4.   a) Strenuous dieting will enervate most people. (การกินอาหารพิเศษแบบพากเพียรจะทำให้คนส่วนใหญ่อ่อนกำลังลง)

      b) Our battalion was so fit that not even a ten-mile forced march could enervate us. (กองทหารของเราสุขภาพสมบูรณ์มากจนกระทั่งแม้ว่าการเดินทางไกลที่ถูกบังคับระยะทาง ๑๐ ไมล์ก็ไม่สามารถทำให้พวกเขาอ่อนแรงลงไป)

      c) Ali would enervate his opponents by allowing them to punch themselves into weariness. (อาลีจะทำให้คู่ต่อสู้อ่อนกำลังลงโดยการปล่อยให้พวกเขาชกหมัดวืด – ชกผิด – จนเหนื่อยล้า)

5.   a) Those sneaky actions are sure to engender suspicion. (การกระทำลับๆล่อๆเหล่านั้นแน่นอนเลยที่ก่อให้เกิดความระแวงสงสัย)

      b) Our aggression will engender a swift response from the enemy. (การรุกรานของพวกเราจะทำให้เกิดการโต้ตอบอย่างรวดเร็วจากศัตรู)

      c) When you introduce a new product, you are certain to engender competition. (เมื่อคุณนำเอาผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามา คุณก็แน่นอนที่จะทำให้เกิดการแข่งขัน)

6.   a) One way to enhance the value of a good painting is to frame it aesthetically. (วิธีหนึ่งที่จะเพิ่มคุณค่าของภาพเขียนดีๆคือการใส่กรอบมันให้มีความงามทางอารมณ์)

      b) The staff development program was designed to enhance the skills of the company’s executives. (โครงการพัฒนาพนักงานถูกออกแบบเพื่อเพิ่มพูนทักษะของผู้บริหารของบริษัท)

      c) Jane discovered that a sure way to enhance her position in the law firm was to win a difficult case for a wealthy client. (เจนค้นพบว่าวิธีการแน่นอนที่จะยกระดับตำแหน่งของเธอในบริษัทกฎหมายคือการชนะในคดียากๆสำหรับลูกความที่ร่ำรวย)

7.   a) If I could solve the enigma of my sensible brother’s recently bizarre behavior, I would be a genius. (ถ้าผมสามารถไขปริศนาของความประพฤติประหลาดเมื่อเร็วๆมานี้ของพี่ชายที่ฉลาด – มีเหตุผล – ของผม ผมจะต้องเป็นอัฉริยะแน่)

      b) Why a bright student should make such egregious errors is an enigma(ทำไมนักเรียนที่ฉลาดจะต้องทำความผิดอย่างมหันต์เช่นนั้นเป็นเรื่องน่าฉงนสนเท่ห์ – หรือปริศนา)

      c) She passed the test by unravelling the enigma which the professor had posed. (เธอผ่านการทดสอบโดยการคลี่คลายปริศนาซึ่งศาสคราจารย์คนนั้นได้ตั้งไว้)

8.   a) In Hollywood, where you are only as good as your last picture, reputations tend to be ephemeral. (ในฮอลลีวู้ด ที่ซึ่งคุณเพียงแต่แสดงได้ดีพอๆกับภาพยนตร์เรื่องที่แล้ว ชื่อเสียงมีแนวโน้มที่จะไม่ถาวร – หรือชั่วคราว)

      b) Newspapers may be regarded as ephemeral publications whereas books have greater permanence. (หนังสือพิมพ์อาจถือได้ว่าเป็นสิ่งตีพิมพ์ที่ไม่ถาวร ในทางตรงกันข้าม หนังสือมีความถาวรมากกว่า)

      c) With an ephemeral interest in so many areas, Peter easily succumbed to boredom. (ด้วยความสนใจแบบชั่วครู่ชั่วยามในหลายๆด้าน ปีเตอร์ยอมแพ้อย่างง่ายดายต่อความเบื่อหน่าย)

9.   a) I admire the way Mary retains her equanimity and composure amidst the excitement of the stock exchange. (ผมชื่นชมวิธีที่แมรี่รักษาความใจเย็นและความสงบใจของเธอไว้ได้ท่ามกลางความตื่นเต้นของตลาดหุ้น)

      b) Facing every crisis with equanimity, the authoritarian president inspired confidence among the people. (เพราะเผชิญหน้ากับทุกวิกฤตด้วยความสงบใจ – หรืออารมณ์ที่เย็น – ประธานาธิบดีผู้เผด็จการดลใจ (เรียก) ความเชื่อมั่นในบรรดาประชาชน)

      c) A good test of comedians is to observe their display of equanimity when hecklers are making derogatory remarks. (การทดสอบที่ดีของนักแสดงตลกคือการสังเกตการแสดงความสงบของใจ – หรือความมีอารมณ์เย็น – เมื่อคนที่ขัดคอ – หมายถึงคนดู – กำลังกล่าวคำพูดที่ให้ร้ายหรือทำให้เสียหาย)

10. a) If you choose to equivocate, you may ultimately lose the support of both parties who are embroiled in the dispute. (ถ้าคุณเลือกที่จะพูดกำกวม – เป็นสองนัย –คุณอาจจะ, ในที่สุดแล้ว, สูญเสียการสนับสนุนของทั้ง ๒ ฝ่ายที่พัวพันอยู่ในความขัดแย้ง)

      b) One candidate is honest and blunt; the other prefers to equivocate on controversial issues. (ผู้สมัครแข่งขันคนหนึ่งซื่อสัตย์และพูดจาโผงผาง ส่วนอีกคนหนึ่งชอบที่จะพูดกำกวม – เป็นสองนัย – ในประเด็นที่เป็นเรื่องขัดแย้ง)

      c) Watching the forthright decision maker suddenly equivocate presented me with an enigma. (การดูผู้ตัดสินใจที่ตรงไปตรงมา – เปิดเผย – พูดจากำกวมหรือหลบหลีกในทันทีทันใด ทำให้เกิดเป็นปริศนากับผม – ว่าทำไมเขาจึงเป็นแบบนั้น)

 

Compatible (คัม-แพ้ท-ทิ-เบิ้ล) (a) – ซึ่งไปด้วย กันได้, ซึ่งเข้ากันได้, ซึ่งอยู่ด้วยกันได้

Compatibility (n) – การไปด้วยกันได้, การเข้ากันได้

Composure (คัม-โพ้-เช่อะ) (n) – ความสงบ, ภาวะจิตที่ปกติ, อารมณ์ที่สงบ, ความเงียบสงบ

Conciliatory (คัน-ซิ้ล-ลี-อะ-โท-รี่) (a) – เป็นการไกล่เกลี่ย, เป็นการปรองดองหรือประนีประ นอม, เป็นการปลอบโยน-ปลอบขวัญ

Concise (คัน-ไซ้ซ) (a) – (คำพูด) สั้นกะทัดรัด, รัดกุม, รวบรัด, ซึ่งพูดเยอะโดยใช้คำสั้นๆ, สั้นแต่เต็มไปด้วยความหมาย

Conciseness (= concision) (n) – ความสั้นกะทัดรัด, การใช้คำสั้นๆแต่ได้ความหมาย

Condone (คัน-โดน) (v) – อภัย, ไม่เอาโทษ, ไม่เอาผิด, ลบล้าง (ความผิด-ความบกพร่อง)

Conspicuous (คัน-สพิค-คิว-อัส) (a) – เด่นชัด, ชัดแจ้ง, เตะตา, เป็นที่สนใจ, ดีเป็นที่น่าสังเกต

Conspicuousness (n) – ความเด่นชัด-ชัดเจน,

Copious (โค้-เพียส) (a) – มากมาย, อุดมสม บูรณ์, มีจำนวนมาก, ยืดยาว, น้ำท่วมทุ่ง (คำพูด)

Copiousness (n) – ความอุดมสมบูรณ์-มาก มาย, ความเยิ่นเย้อ (คำพูด)

Corroborate (คะ-ร้อบ-โบ-เรท) (v) – ยืนยัน, ทำให้แน่ใจยิ่งขึ้น, ทำให้หนักแน่นขึ้น

Corroboration (n) – การหาหลักฐานยืนยัน, การทำให้แน่ใจยิ่งขึ้น, ข้อเท็จจริงหรือคำพูดที่ยืนยัน-สนับสนุน

Crass (แครส) (a) – หยาบ, หยาบคาย, ขาดรสนิยม, โง่เง่า, เลอะเทอะ, หนา

Crassness (crastitude) (n) – ความหยาบ, ความโง่เง่า

Criterion (ไคร-ที้-เรี่ยน) (n) – มาตรการ,  เกณฑ์, บรรทัดฐาน

 

การใช้คำศัพท์ในประโยค

1.  a) The presidential candidate was seeking a compatible vice presidential running mate. (ผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกำลังเสาะหาเพื่อนร่วมทีมตำแหน่งรองประธานาธิบดีที่ไปด้วยกันได้)

     b) When the couple realized they weren’t compatible, they sought a divorce. (เมื่อคู่สามีภรรยาตระหนักดีว่าเขาไม่สามารถไปด้วยกันได้ – เข้ากันได้ -  เขาก็แสวงหาการหย่าร้าง)

     c) On a winning team, the players and the coach are usually compatible(สำหรับทีมที่ชนะ ผู้เล่นและผู้ฝึกซ้อมมักจะเข้ากันได้)

2.  a) Paul’s composure was remarkable considering how frightened he actually was. (อารมณ์ที่สงบของพอลน่าทึ่งเมื่อพิจารณาจากว่า จริงๆแล้วเขาตกใจกลัวเพียงใด)

     b) When summoned to the principal’s office, the youngster lost his composure. (เมื่อถูกเรียกตัวมายังห้องทำงานอาจารย์ใหญ่ เด็กหนุ่มคนนั้นสูญเสียภาวะจิตที่ปกติ – คือกลัวจนแทบเป็นบ้า)

     c) The grief-stricken widow required tremendous composure to keep from breaking down at the funeral. (แม่ม่ายที่เศร้าโศกต้องการอารมณ์ที่สงบอย่างมากทีเดียวที่จะป้องกันมิให้เธอสติแตกที่งานศพ)

3.  a) In a conciliatory approach, the dictator granted clemency to his ancient enemy. (ในวิธีการแบบประนีประนอม จอมเผด็จการให้ความกรุณาปราณีกับศัตรูเก่าแก่ของเขา)

     b) After a caustic debate, each contestant was seeking a conciliatory gesture. (หลังการอภิปรายอย่างถากถางเหน็บแนม ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนกำลังแสวงหาท่าทีปรองดอง – ประนีประนอม)

     c) Cindy’s conciliatory remarks were especially appreciated by the minority members of her council. (คำพูดซึ่งไกล่เกลี่ยของซินดี้ได้รับการยกย่องเป็นพิเศษโดยสมาชิกเสียงข้างน้อยของกลุ่มคณะที่ปรึกษาของเธอ)

4.  a) Uncle James is usually talkative, so we asked him to be concise for once in his life. (ลุงเจมส์มักชอบคุยจ้อ ดังนั้น เราขอร้องให้แกใช้คำพูดสั้นๆสักครั้งในชีวิต)

     b) Bob has the enviable reputation of being concise and to the point in everything he writes. (บ๊อบมีชื่อเสียงที่น่าอิจฉาของการใช้คำพูดสั้นๆและมีความหมาย และตรงประเด็นในทุกสิ่งที่เขาเขียน)

     c) Her resume is quite concise because she decided to restrict it to one page. (เรซูเม่ – ประวิติการศึกษาและการทำงาน – ของเธอสั้นกะทัดรัดทีเดียว เพราะว่าเธอตัดสินใจที่จะจำกัดมันไว้หน้าเดียว – คือเขียนเพียงแผ่นเดียว)

5.  a) Bill refused to condone the apparent child abuse in his neighbor’s home. (บิลปฏิเสธที่จะให้อภัยการทารุณเด็กอย่างเห็นได้ชัดในบ้านของเพื่อนบ้านของเขา)

     b) I can commiserate with you, but I find it hard to condone the action you  took. (ผมสามารถที่จะเห็นใจคุณ แต่ผมพบว่ามันยากที่จะให้อภัย – ไม่เอาผิด – กับการกระทำของคุณ)

     c) Her office manager was willing to condone Mary’s poor typing, but he drew the line at chronic gum chewing. (ผู้จัดการสำนักงานของเธอเต็มใจที่จะไม่เอาผิดการพิมพ์ที่ห่วยแตกของแมรี่ แต่เขา – ผู้จัดการ – ขีดเส้นเรื่องการเคี้ยวหมากฝรั่งอย่างเรื้อรังของเธอ – คือยอมไม่ได้ถ้าแมรี่จะเคี้ยวหมากฝรั่ง)

6.  a) Pablo Picasso was a conspicuous success before the age of 40. (พาโบล ปิคาสโซเป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างเด่นชัดก่อนอายุ ๔๐ ปี)

     b) With her green punk hairdo, Maria was the most conspicuous guest at the party. (ด้วยทรงผมสีเขียวแบบพั้งค์ มาเรียเป็นแขกที่เตะตา – เป็นที่สนใจ – ที่สุดที่งานเลี้ยง)

     c) The sheriff advised the young detective to be circumspect, not too conspicuous. (นายอำเภอแนะนำนักสืบหนุ่มให้รอบคอบ ไม่ให้เป็นที่สนใจหรือเด่นชัดจนเกินไป) – คืออย่าทำอะไรแบบชัดแจ้งจนผู้ร้ายรู้ตัว)

7.  a) The Iowa farmers luxuriated in their copious corn harvest. (ชาวนารัฐไอโอวาเพลิดเพลิน – หรืออยู่อย่างฟุ่มเฟือย – กับปริมาณข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวอย่างอุดมสมบูรณ์)

     b) Professor Norman gave us copious notes throughout his course on life beyond the earth. (ศาสตราจารย์นอร์แมนให้เราจดโน๊ตอย่างมากมายตลอดวิชาของแกในเรื่องชีวิตนอกโลกออกไป)

     c) Plants need good soil and copious sunshine. (พืชต้องการดินดีและแสงแดดมากมาย)

8.  a) The White House reporters checked their notebooks to corroborate the President’s recollection. (ผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวตรวจสอบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของพวกเขาเพื่อจะยืนยัน – หรือทำให้แน่ใจยิ่งขึ้น – (เกี่ยวกับ)ความทรงจำของท่านประธานาธิบดี)

     b) With only his wife to corroborate his alibi, David was in big trouble. (มีเพียงแต่ภรรยาที่จะยืนยันการอ้างหลักฐานที่อยู่ของตน เดวิดเลยมีปัญหาใหญ่ – คือตำรวจไม่เชื่อเพราะมีภรรยาเป็นพยานเพียงคนเดียว)

     c) Professor Smith’s fruitless attempts to corroborate his colleague’s findings made him suspicious. (ความพยายามที่ล้มเหลวของโปรเฟสเซ่อร์สมิธที่จะยืนยัน – หรือทำให้หนักแน่น – สิ่งที่ค้นพบ(ในการวิจัย)ของเพื่อนร่วมงาน ทำให้เขาเป็นที่สงสัย – ว่าพยายามช่วยเหลือเพื่อนโดยหลอกลวงคนอื่นหรือไม่)

9.  a) The job applicant was considered crass for asking about vacation time. (ผู้สมัครงานถูกพิจารณาว่าโง่และไม่สุภาพที่ถามเกี่ยวกับเวลาวันหยุดพักผ่อน)

     b) There are many things I can forgive, but I shall never condone crass behavior. (มีหลายสิ่งที่ผมสามารถให้อภัยได้ แต่ผมจะไม่มีวันให้อภัยพฤติกรรมที่หยาบคาย)

     c) People’s crass behavior often irritates others. (พฤติกรรมที่โง่และไม่สุภาพของคนเราบ่อยครั้งที่ทำให้ผู้อื่นโกรธ)

10. a) When it comes to the purchase of a car, our sole criterion is its safety record. (เมื่อพูดถึงการซื้อรถยนตร์แล้วละก็ หลักเกณฑ์เพียงอย่างเดียวของเราคือประวัติความปลอดภัย)

      b) My criterion for grading a meal today depends on the amount of cholesterol it contains. (หลักเกณฑ์ของผมสำหรับการให้คะแนนอาหารในปัจจุบันขึ้นอยู่กับปริมาณของคลอเรสเตอรอลที่มัน – อาหาร – มีอยู่)

      c) The teacher’s prime criterion in composition is spelling. (หลักเกณฑ์เบื้องต้นของครูใน(การเขียน)เรียงความคือการสะกดคำ – ว่าสะกดถูกหรือผิด)

 

พารากราฟอ่านเพิ่มเติม

               One of the truly remarkable stories of World War II concerns a ruse which was perpetrated with such consummate skill that it saved the lives of many Allied troops and helped to shorten the war.  The simple, bold, and ingenious subterfuge which British officers concocted is the subject of Ewen Montagu’s classic, “The man who never was.”  In short, the idea was to plant fallacious documents concerning the Allied invasion of Europe upon a dead officer, have his body recovered by agents who would transmit the false information to Germany, and then observe the effects of the plan.

 

คำแปล       หนึ่งในบรรดาเรื่องราวที่น่าทึ่ง (remarkable) อย่างแท้จริงของสงครามโลกครั้งที่ ๒ เกี่ยวข้องกับกลอุบาย (ruse) ซึ่งถูกทำ (ดำเนินการ(perpetrated) ด้วยทักษะที่ครบถ้วนสมบูรณ์ (consummate) ที่ได้ช่วยชีวิตทหารของฝ่ายพันธมิตรเป็นจำนวนมาก และช่วยทำให้สงครามสั้นลง ข้ออ้าง (subterfuge) ที่ง่ายๆ กล้าหาญ และชาญฉลาด (ingenious) ซึ่งนายทหารอังกฤษคิด(สร้าง)ขึ้นมา (concocted) คือเรื่องคลาสสิคเกี่ยวกับนายอีเว่น มองตากู ที่มีชื่อว่า “ผู้ชายที่ไม่เคยมี(ชีวิต)อยู่จริง” กล่าวสั้นๆคือ ความคิดนี้ก็คือการสร้าง (to plant) เอกสารที่หลอกลวง(หรือทำให้เข้าใจผิด(fallacious) เกี่ยวกับการบุก (invasion) ยุโรปของฝ่ายพันธมิตร ให้กับนายทหารที่เสียชีวิต แล้วกู้เอาศพของเขากลับคืนมา (recovered) โดยสายลับ (agents) ผู้ซึ่งจะส่งต่อ (transmit) ข้อมูลเท็จ (false) ไปยังประเทศเยอรมัน และต่อจากนั้นก็คอยสังเกตผลลัพธ์ของแผนการนี้