หมวดคำถามคำตอบ (ตอนที่ 2)

1.      Is a middle-of-the-road politician likely to be militant? (นักการเมือง “สายกลาง” มีแนวโน้มจะเป็นพวกเกี่ยวข้องกับสงคราม หรือนักรบหรือเปล่า)

ตอบ No, he or she will be moderate: neither left-wing nor right-wing. (เปล่า เขา/เธอ เป็นพวกสายกลาง ไม่ใช่พวกเอียงซ้ายหรือขวา)

หมายเหตุ   middle-of-the-road = กลางถนน เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงพวกสายกลาง รู้จักความพอดี ไม่สุดโต่ง ใช้กับเรื่องอะไรก็ได้ ไม่เฉพาะการเมือง

2.      Do you get fruit from a fruit machine? (คุณได้ผลไม้จาก fruit machine ใช่หรือไม่)

ตอบ  No, it is a machine used for gambling. (ไม่ใช่ มันเป็นเครื่องสำหรับเล่นการพนัน)

หมายเหตุ   fruit machine เป็นเครื่องสำหรับเล่นการพนัน โดยผู้เล่นหยอดเหรียญเข้าไปและกดปุ่ม เพื่อให้ได้รูปแบบบางอย่างของสัญลักษณ์บนจอ เพื่อให้ชนะและได้เงินรางวัล

3.      Are a dustman’s clothes likely to be dusty? (เสื้อผ้าของคนเก็บขยะมักจะมีฝุ่นจับใช่หรือไม่)

ตอบ   No, they are just rather smelly. (ไม่ใช่ มันมักจะมีกลิ่นเสียมากกว่า)

หมายเหตุ   dustman = คนเก็บขยะ ส่วน dusty = ฝุ่นจับ, เต็มไปด้วยฝุ่น

4.      Does a bookmaker produce books? (bookmaker เป็นผู้ผลิตหนังสือใช่หรือไม่)

ตอบ   No, a bookmaker takes bets and pays out winnings on bets. (ไม่ใช่ bookmaker เป็นเจ้ามือรับแทงในการพนันทั้งหลาย และจ่ายเงินให้กับผู้ชนะ)

5.      Do you burn coke or drink it? (คุณเผา coke หรือดื่มมัน)

       ตอบ   I burn coke but I drink Coke. (ผมเผาถ่านหิน แต่ผมดื่มโคคาโคล่า

      หมายเหตุ   coke หมายถึง ถ่านหิน ส่วน Coke หมายถึงโคคาโคล่า)

6.      Could cider cause cirrhosis (เซอ-โร้-ซิส) ? (เหล้าแอปเปิลก่อให้เกิดโรคตับแข็งใช่หรือไม่)

ตอบ  Yes, too much of any alcohol can cause this disease. (ใช่ เหล้าใดใดก็ตาม ถ้าหากกินมากเกินไปสามารถทำให้เป็นโรคตับแข็งได้)

7.      Name three callings. (จงบอกชื่ออาชีพ calling มา 3 ชื่อ)

ตอบ  Teaching, nursing and counseling (เค้า-เซิล-ลิ่ง). (การสอน การพยาบาล และการให้คำแนะนำปรึกษา)

หมายเหตุ   calling หมายถึง อาชีพ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้อื่น

8.      Is a culprit (คั้ล-พริท) culpable (คั้ล-พะ-บึล) ? (ผู้กระทำผิดหรือผู้ร้ายสมควรได้รับการตำหนิใช่หรือไม่)

ตอบ  Yes, someone who has done something wrong is responsible for it. (ใช่แล้ว คนทื่ทำอะไรผิด จะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาทำ)

หมายเหตุ   culprit = นักโทษ, ผู้ร้าย, ผู้กระทำผิด, จำเลยในคดีอาญา ส่วน culpable = น่าตำหนิ, น่าประณาม

9.      Who is a count married to? (ท่านเคานท์แต่งงานกับใคร)

ตอบ   A countess. (เคานท์-เตส)

หมายเหตุ   count = ตำแหน่งขุนนางยุโรป

10.    How valuable is costume jewelry? (costume jewelry มีค่ามากน้อยเพียงใด)

ตอบ   Not valuable at all. (ไม่มีค่าใดใดเลย)

หมายเหตุ   costume (คอส-ทูม) = เสื้อผ้า ส่วน jewelry (จิว-เว้ล-ลี่) = เครืองประดับจำพวกแหวน กำไลข้อมือ สร้อยคอ ทื่ทำด้วยโลหะมีค่า เช่น ทอง และประดับด้วยเครื่องเพชรพลอยหรือหินมีค่าอื่นๆ ส่วน costume jewelry = เครื่องประดับที่ทำมาจากวัสดุราคาถูก

11.    What is convenient about convenience food? (อะไรเป็นสิ่งสะดวกสะบายเกี่ยวกับ convenience food)

ตอบ   It is easy and quick to cook. (มันง่ายและร็วดเร็วในการปรุง)

หมายเหตุ   convenience food = อาหารแช่แข็ง ตากแห้ง หรือบรรจุกระป๋อง ซึ่งสามารถนำมาปรุงได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องตระเตรียมอะไรมาก

12.   What word do you use to describe a disease that is spread by contact? (คำใดที่คุณใช้อธิบายโรคซึ่งถูกแพร่โดยการติดต่อสัมผัส)

ตอบ   Contagious (คัน-เท้-เจียส) = ติดต่อได้, แพร่กระจายได้

13.   Would you tell a confidence to a confidante? (คุณจะบอกความลับให้ผู้หญิงคนสนิทฟังไหม)

ตอบ   Yes, if you like confiding in a woman. (ตอบใช่ ถ้าคุณชอบเล่าความลับให้ผู้หญิงฟัง)

หมายเหตุ   confidence = ความเชื่อถือ, ความไว้วางใจ, ความมั่นใจ, ความกล้าได้กล้าเสีย ส่วน  confidante (คัน-ฟิ-แด๊น-ทิ) = ผู้หญิงคนสนิทที่เราคุยปัญหาส่วนตัวด้วย

14.   Should you comply with something compulsory? (คุณควรปฏิบัติตามในบางเรื่องที่บังคับให้ต้องทำไหม)

ตอบ   Yes, I must do it. (ใช่ ผมต้องทำมัน)

หมายเหตุ   comply with = ทำตาม (กฎ ระเบียบ) ส่วน compulsory (คัม-พั้ล-ซอ-รี่) = ซึ่งต้องกระทำ, ซึ่งเป็นการบังคับ

15.   If people are compatible, are they likely to complement each other? (ถ้าคนเราเข้ากันได้ดี พวกเขาช่วยเสริมหรือเติมเต็มซึ่งกันและกันใช่หรือไม่)

ตอบ   Yes, they are likely to be well suited to each other.  (ใช่แล้ว พวกเขาน่าจะเหมาะสมกันดีทีเดียว)

16.   If you can can-can, what can you do? (ถ้าคุณสามารถ  can-can  คุณสามารถทำอะไรได้)

ตอบ   I can perform a particular dance.  (ผม/ฉัน สามารถเต้นระบำได้)

หมายเหตุ   can-can หรือ cancan (แค้น-แค่น) = การเต้นระบำเตะขาขึ้นในอากาศ

17.   If you come from a broken home, does your house need rebuilding? (ถ้าคุณมาจาก “บ้านแตก” บ้านของคุณต้องการการซ่อมแซมใช่หรือไม่)

ตอบ  No, I come from a family which does not live together because my parents have separated or divorced. (ไม่ใช่ ผม/ฉัน มาจากครอบครัวที่มิได้อยู่ด้วยกัน เพราะว่าพ่อแม่แยกกันอยู่หรือหย่าร้าง)

18.   Give an example of something that you might bristle at? (ให้ยกตัวอย่างบางเรื่องซึ่งอาจทำให้คุณโกรธ)

ตอบ  I might bristle at being ignored by a friend or being called a girl. (ผมอาจมีปฎิกริยาตอบโต้อย่างโกรธเคือง เมื่อถูกเพื่อนแสดงความไม่สนใจหรือเฉยเมย หรือถูกเรียกว่าเป็นเด็กผู้หญิง)

หมายเหตุ   bristle (บริส-เซิล) เมื่อเป็นคำนาม หมายถึง ขนแข็งของสัตว์หรือขนแปรง เมื่อเป็นคำกริยา หมายถึง ขนลุกด้วยความหนาว โกรธ หรือตกใจ ส่วน bristle at = แสดงกิริยาตอบโต้ด้วยความโกรธ เช่น ด้วยคำพูด หรือลักษณท่าทาง

19.   What is the difference between “bravery” and “bravado”? (อะไรคือความแตกต่างระหว่าง “ความกล้าหาญ” กับ “การวางท่าองอาจกล้าหาญ”)

ตอบ   You have to be brave to show bravery; you don’t need to be brave to show bravado. (คุณจำเป็นต้องมีความกล้าเพื่อแสดงความกล้าหาญ แต่คุณไม่จำเป็นต้องกล้าหาญเลยที่จะแสดงท่าทางองอาจเพื่อโอ้อวดให้ผู้อื่นดู)

หมายเหตุ   bravery (เบรฟ-เวอ-รี่) = ความกล้าหาญ ส่วน bravado (บระ-ว้า-โด้) = การแสดงว่าตนเองกล้าหาญเพื่อโอ้อวดผู้อื่น หรือเพื่อให้ผู้อื่นประทับใจ

20.  Would you be annoyed if someone was rocking the boat? (คุณรู้สึกรำคาญหรือถูกรบกวนหรือเปล่า ถ้าใครสักคนสร้างปัญหา หรือก่อให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายซึ่งอาจทำให้แผนเสีย)

ตอบ   Yes, because they would be upsetting the situation and causing trouble. (ใช่แล้ว เพราะคนนั้นทำให้สถานการปั่นป่วนสับสน และสร้างปัญหา)

หมายเหตุ   rock the boat เป็นสำนวน หมายถึง สร้างปัญหาและเสี่ยงต่อการสูญเสีย หรือสร้างความปั่นป่วนกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายซึ่งอาจทำให้แผนเสีย (แปลตรงๆ คือ เขย่าเรือ โยกเรือ)

21.   What is the difference between a blot and a blotch? (อะไรคือความแตกต่างระหว่าง “blot” กับ “blotch”)

ตอบ   A blot is a stain made by spilling a drop of liquid.  A blotch is an existing small area of color, for example, red blotches on one’s skin.

หมายเหตุ   blot = รอยหรือจุดด่างที่เกิดจากของเหลวหยดใส่ ส่วน blotch = ผื่นหรือตุ่มที่มีสี (บนผิวหนัง) เช่น ผื่นหรือตุ่มสีแดงบนผิวหนังของคน

22.   What nationality are you by birth? (คุณมีสัญชาติอะไรโดยกำเนิด)

ตอบ  I am a Thai (หรือ a Chinese, a Japanese).  (ผมเป็นคนไทย – หรือ คนจีน คนญี่ปุ่น)

23.   How many people do you know who are betrothed? (คุณรู้จักคนกี่คนที่หมั้นแล้ว)

ตอบ   จะตอบว่ากี่คนก็ได้ สำหรับคนหมั้นแล้วที่คุณรู้จัก

หมายเหตุ   betrothed (บิ-ทรอธ-ทิด) เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงหมั้นหมายแล้ว = be engaged to be married to someone (หมั้นหมายแล้วเพื่อจะแต่งงานกับใครสักคน)

24.   What is the connection between a bouquet and a botanist? (อะไรคือความสัมพันธ์ระหว่าง “ช่อดอกไม้” กับ “นักพฤกษศาสตร์”)

         ตอบ   Flowers and plants. (ดอกไม้และพันธุ์ไม้)

         หมายเหตุ   bouquet (บู๊-เค่) = ช่อดอกไม้ โดยเฉพาะที่จัดแต่งเพื่อมอบเป็นของขวัญ ส่วน botanist (บ้อท-ทา-นิสท์) = นัก

         พฤกษศาสตร์ ผู้ศึกษาพันธุ์ไม้

25.   If you fall into a particular group, do you hurt yourself? (ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คุณจะเจ็บตัวไหม)

        ตอบ  No, to belong to a particular group is not painful. (ไม่ การเป็นของหรืออยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ได้

       เจ็บปวด)

     หมายเหตุ  fall into เป็นสำนวน หมายถึง เป็นของหรืออยู่ใน (กลุ่ม, ประเภท) เช่น  Human beings fall into two

     types. (มนุษย์แบ่งออกเป็นสองประเภท)

 

26.   Do you plant a family tree? (คุณปลูกต้นไม้ครอบครัวใช่หรือไม่)

ตอบ   No, a family tree is a diagram, not a physical tree. (ไม่ใช่ “ต้นไม้ครอบครัว” เป็นแผนผัง ไม่ใช่ต้นไม้จริงๆ)

หมายเหตุ   family tree เป็น chart ที่แสดงสมาชิกทุกคนในครอบครัวในหลายชั่วอายุคน (generation) รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างคนเหล่านั้น

27.   If you are fed up, have you had enough to eat? (ถ้าคุณ “fed up” คุณมีรับประทานอย่างเพียงพอใช่หรือไม่)

       ตอบ   No, “fed up” means bored or annoyed. (ไม่ใช่ “fed up” เป็นสำนวน หมายถึง เอือมระอา, เกลียดแสน

        เกลียด เช่น People get (หรือ are) fed up with anyone who brags all the time. (ผู้คนเบื่อหน่ายสะอิดสะเอียน

       กับใครก็ตามที่คุยโม้โอ้อวดตลอดเวลา) หรือ  He was fed up with television and sold his set to a neighbor.

     (เขาเอือมระอากับรายการต่างๆทางทีวี เลยขายเครื่องรับทีวีให้เพื่อนบ้านไป)

28.   Do you believe in flying saucers or UFO (Unidentified Flying Objects)? (คุณเชื่อเรืองจานบินหรือวัตถุบินที่ไม่อาจระบุได้ว่าเป็นอะไร หรือไม่)

ตอบ   Yes, because I believe in spacecraft from other planets. (เชื่อ เพราะผมเชื่อเรื่องยานอวกาศที่มาจากดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ)

29.   Do “flour” and “flower” have the same pronunciation? (คำว่า “แป้ง” และ “ดอกไม้” อ่านออกเสียงเหมือนกันใช่หรือไม่)

ตอบ  Yes. they do.

หมายเหตุ  คำว่า “flour” (ฟล้าว-เออะ) = แป้งสีขาวหรือน้ำตาลทำจากเมล็ดข้าวบด ใช้ทำขนมปังหรือเค้ก ส่วน “flower” (ฟล้าว-เออะ) = ดอกไม้, พืชมีดอก ถ้าเป็นคำกริยา หมายถึง ออกดอก, พัฒนาเต็มที่และประสบความสำเร็จ เช่น ด้านความคิด, รูปแบบศิลปะ, ขบวนการทางการเมือง เป็นต้น

30.   Do you find French windows only in France? (คุณจะพบ French windows เฉพาะในประเทศฝรั่งเศส ใช่หรือไม่)

ตอบ  No, glass doors leading to a garden or onto a balcony can be found in any country. (ไม่ใช่  ประตูกระจกที่เปิดออกไปสู่สวนหรือระเบียง สามารถพบเจอในประเทศใดๆก็ได้)

หมายเหตุ   French windows หมายถึง ประตูกระจกที่เราเดินผ่านออกไปสู่สวนหรือระเบียง

31.   If you poke fun at someone, are you being funny? (ถ้าคุณล้อเลียนใครสักคนหนึ่ง คุณกำลังทำเรื่องสนุกสนานหรือน่าขบขัน ใช่หรือไม่)

ตอบ  No, I’m insulting them. (ไม่ใช่ ผมกำลังดูหมิ่นหรือทำให้เขาอับอาย)

หมายเหตุ  poke fun at หรือ make fun of เป็นสำนวน หมายถึง ล้อเลียน หรือ ทำให้ใครดูเป็นตัวตลก

32.   What is the difference between “furniture” and “furnishings”? (อะไรคือความแตกต่างระหว่าง “furniture” กับ “furnishings”)

ตอบ  Furniture is the large movable (moveable) objects in a room such as tables, chairs, beds and wardrobes.  Furnishings are all the objects and decorations which make up the total appearance of a room, for instance, furniture, carpets, curtains and decorations. (เฟอร์นิเจอร์คือเครื่องเรือนซึ่งเป็นวัตถุชิ้นใหญ่ที่เคลื่อนย้ายได้ภายในห้อง เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ตู้  ส่วน furnishings หมายถึง วัตถุและเครื่องประดับทั้งหมดซึ่งประกอบขึ้นเป็นลักษณะของห้อง เช่น เฟอร์นิเจอร์ พรม ม่าน และเครื่องประดับตกแต่งอื่นๆ)

33.   Do people get together when they have a get-together? (คนเราพบปะกันเมื่อพวกเขามาเจอกันหรือมีงานเลี้ยงใช่หรือไม่)

        ตอบ  Yes, if people get together, they meet. (ใช่แล้ว เมื่อพวกเขามารวมตัวกัน พวกเขามาพบปะกัน)

       หมายเหตุ   get together เป็นคำกริยา หมายถึง พบปะเพื่อจะถกปัญหาหรือใช้เวลาอยู่ด้วยกัน  ส่วน get-together เป็นคำนาม หมายถึง การพบปะหรืองานเลี้ยงแบบไม่เป็นทางการ เช่น  We must have a get-together some evening. (เราจะต้องมาพบปะสังสรรกันสักคืนหนึ่ง)

34.   What is the difference between an inborn quality and an inbred quality? (อะไรคือความแตกต่างระหว่างลักษณะ inborn และ inbred)

ตอบ   There is no difference. (ไม่ต่างกัน)

หมายเหตุ   inborn และ inbred เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง ตั้งแต่เกิด, โดยกำเนิด, โดยธรรมชาติ เช่น  their inborn hatred for foreigners = ความเกลียดชังชาวต่างชาติที่มีมาแต่เกิด หรือ  the inbred suspicion of strangers = ความระแวงคนแปลกหน้าโดยนิสัยที่มีมาแต่เกิด

35.   If the rain lets up, does it lessen? (ถ้าฝน let up มันน้อยลงใช่หรือไม่)

ตอบ   Yes, it stops or becomes less. (ใช่แล้ว มันหยุดตกหรือลดปริมาณลง)

หมายเหตุ  let up เป็นสำนวน หมายถึง หยุดหรือลดลง เช่น Day followed day and still the heat did not let up. (วันแล้ววันเล่าผ่านไป แต่ความร้อนไม่ลดลงเลย)