หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 67)

Part V : Sentence Completion(ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. My friend has to ________________ medicine every hour.

(เพื่อนของผมจำเป็นต้อง __________________ ยาทุกๆ ชั่วโมง)

(a) eat

(b) drink

(c) take   (กิน)

(d) have

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Take medicine” = “กินยา

2. Football is a game which boys like ____________________.

(ฟุตบอลเป็นเกมซึ่งเด็กผู้ชายชอบ _______________________ )

(a) to play it too much

(b) to play very much   (เล่นอย่างมาก)

(c) to play it very much

(d) playing it very much

ตอบ   -   ข้อ   (b)  หลังกริยา  “Like”   อาจตามด้วย  “Playing” (Gerund) คือ “Like playing very much”  หรือ “To play”  (Infinitive with to)  ก็ได้  แต่หลัง “Play”  ไม่ต้องมี  “It”  (แทน A game)  เนื่องจากมี  “Which” ซึ่งแทน  “A game”  อยู่แล้ว

3. If you want to meet _________________ English people, you might like to go to a holiday camp.

(ถ้าคุณต้องการพบปะคนอังกฤษ ___________________ คุณอาจจะอยากไปค่ายพักแรมสำหรับวันหยุด)

(a) a lot

(b) lot of

(c) lots of   (จำนวนมาก)

(d) a lots of

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจาก  “A lot of = Lots of” (มากมาย)  สามารใช้กับทั้งนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)   และนามนับได้ พหูพจน์  เช่น

-    There is a lot of (= lots of) furniture (food) in the room.

(มีเฟอร์นิเจอร์  (อาหาร)   มากมายในห้อง)

-    There are a lot of (= lots of) books (ants)on the table.

(มีหนังสือ  (มด)  มากมายบนโต๊ะ)

4. That glass of wine has ________________ me a world of good.

(ไวน์แก้วนั้นได้ ___________________ ผมสบายใจ-มีความสุข-ปลอดโปร่ง)

(a) caused

(b) made

(c) given

(d) done   (ทำให้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Do someone good”  หรือ  “Do someone a world of good”  =   “ทำให้...........มีความสุข, ทำให้.............พอใจ, ทำให้................ยินดี

5. It’s a job I don’t like to do, but I will do it as ______________ I can.

(มันเป็นงานซึ่งผมไม่อยากจะทำ  แต่ผมจะทำมันให้ __________________ เท่าที่ผมจะสามารถทำได้)

(a)  good

(b)   well

(c)    better

(d)   best   (ดีที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด  หรือตอบข้อ (b) แต่ต้องแก้เป็น “as well as I can”  =  “ดีเท่าที่จะสามารถทำได้”  (ต้องใช้ “Well” เพราะเป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ขยาย “Do)

6. Jim: Extension 8810, please.

(จิม : กรุณาต่อเบอร์  ๘๘๑๐  ด้วยครับ)

Operator: ____________________.

(โอเปอร์เรเตอร์ : _____________________  )

(a) Sure, if you don’t mind   (แน่นอน (ได้สิ)  ถ้าคุณไม่รังเกียจ)

(b) You’ve got the wrong number   (คุณโทรฯ เบอร์ผิดค่ะ)

(c) Hang on a moment, sir   (ถือสายรอสักครู่นะคะ)

(d) Here you are.   (เอ้านี่ไง)  (แล้วก็ยื่นของส่งให้)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

7. A: Do you think we can lessen the heat from the sun?

(A: คุณคิดว่าเราสามารถลดความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้ไหม)

B: ____________________ if people stop deforestation and help grow more trees.

(B: _________________  ถ้าผู้คนหยุดการทำลายป่า  และช่วยปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น)

(a) Absolutely not   (ไม่ได้อย่างแน่นอน)

(b) I doubt it   (ผมสงสัยมันนะ)

(c) Definitely   {(ได้) อย่างแน่นอน, อย่างเด็ดขาด)}

(d) By no means   (ไม่เลย ไม่มีทาง)

ตอบ   -   ข้อ  (c)  เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

8. He went to his home town by car _______________ the fact that the road was very bad.

(เขาเดินทางไปบ้านเกิดโดยรถยนต์ _____________________ ข้อเท็จจริงที่ว่า  ถนนห่วยแตกอย่างมาก)

(a) in spite of   (ทั้งๆ,  ทั้งๆ ที่)

(b) although   (ถึงแม้ว่า)

(c) unless   (ถ้า....................ไม่)

(d) because   (เพราะว่า)

ตอบ   -   ข้อ   (a)  “In spite of” +  “คำนาม หรือวลี”  หรือ  + “the fact that”  แล้วตามด้วยประโยค  (Subject + Verb)  ดูเพิ่มเติม  “In spite of” (= Despite = Notwithstanding)  จากประโยคข้างล่าง

-   He hasn’t been able to get a good job in spite of (= despite =notwithstanding) his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆทำได้  ทั้งๆที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆมีการศึกษาแพง  หรือ เสียค่าเรียนราคาแพง)

           - In spite of (= Notwithstanding= Despite) the bad storm, John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา)

           - In spite of (= Notwithstanding = Despite) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น  แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

           - They went out in spite of (= notwithstanding = despite) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆที่ฝนตกหนัก)

-   Mary graduated in spite of the fact that she had a very poor health.

(แมรี่จบการศึกษา   ทั้งๆ ข้อเท็จจริงที่ว่า  เธอมีสุขภาพที่แย่มาก)        

-   She married him in spite of the fact that she did not love him.    

(เธอแต่งงานกับเขา  ทั้งๆ ข้อเท็จจริงที่ว่า  เธอมิได้รักเขา)

9. The man who was arrested by the police had nothing _________________.

(ชายที่ถูกจับกุมโดยตำรวจ  ไม่มีอะไรที่จะ _______________ )

(a)   for saying

(b) to say   (พูด)

(c) to be said

(d) said

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + has (have) + nothing (something) + to + Verb 1”  {ประธานฯ  + ไม่มีอะไร (มีบางสิ่ง)  + ที่จะ..............ทำ (พูด, บอก, เล่า, เสนอ  ฯลฯ)เช่น

          - The manager had something to say to his staff.

(ผู้จัดการมีอะไรที่จะบอกลูกน้องของเขา)

        - I have so many things to do this weekend.

(ผมมีอะไรต้องทำเยอะแยะปลายสัปดาห์นี้)

        - She has a lot to tell you.

(เธอมีอะไรมากมายที่จะเล่าให้คุณฟัง)

        - We have nothing to give you except this ring.

(เราไม่มีอะไรจะให้คุณ  นอกจากแหวนวงนี้)

        - They even had no money to buy food.

(พวกเขาไม่มีแม้กระทั่งเงินจะซื้ออาหาร)

        - He has no time to waste if he wants to succeed.

(เขาไม่มีเวลาจะใช้อย่างเปล่าประโยชน์  ถ้าเขาต้องการประสบความสำเร็จ)

10. ________________ is my favourite sport.  I often fish for hours whenever I’m free.

(_____________________  คือกีฬาที่โปรดปรานของผม   ผมไปตกปลาบ่อยๆ เป็นเวลาหลายชั่วโมง  เมื่อใดก็ตามที่ผมว่าง)

(a) The fish   (ปลา)

(b) The fishing

(c) Fishing   (การตกปลา)

(d) Fishery   (การทำประมง)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Fishing”  (การตกปลา)  ไม่ต้องมี   “A, An, The” นำหน้า

11. Not _______________ furniture is sold in that shop.

(เฟอร์นิเจอร์ไม่ ___________________ ถูกขายออกไปในร้านนั้น)

(a) many   (มากมาย)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(b) much   (มากมาย)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้)

(c) a lot

(d) every kind   (ทุกชนิด)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Furniture”   เป็นนามนับไม่ได้  ต้องใช้กับ  “Much” หรืออาจใช้กับ  “A lot of  =  Lots of”  (มากมาย)  หรือ  “Every kind of”  (ทุกชนิด)  ก็ได้ 

                  สำหรับคำนามนับไม่ได้  (Uncountable noun)   อื่นๆ  ได้แก่

Information  (ข้อมูล, ข่าวสาร), Paper  (กระดาษ), Equipment  (อุปกรณ์, เครื่องมือ), Furniture  (เครื่องเรือน), Scenery  (ทิวทัศน์), Damage  (ความเสียหาย), Advice  (คำแนะนำ), Traffic  (การจราจร, ยวดยาน), Machinery (เครื่องยนต์กลไก), Evidence  (หลักฐาน), Bread  (ขนมปัง), Clothing  (เสื้อผ้า), Work  (งาน), Luggage  (กระเป๋าเดินทาง), Baggage  (กระเป๋าเดินทาง), Knowledge  (ความรู้), Progress  (ความก้าวหน้า), Power  (อำนาจ), News, Fruit, Behavior  (พฤติกรรม)   เป็นต้น  

12. I went out shopping with my friend ________________ buying anything.

(ผมออกไปซื้อของกับเพื่อน  ___________________ ซื้ออะไรเลย  -  หรือสิ่งใดเลย)

(a) having no intention   (ไม่มีเจตนา)

(b) had the intention of   (มีเจตนาที่จะ)

(c) with no intention of   (ด้วยความตั้งใจ (เจตนา) จะไม่)

(d) did not intend   (มิได้ตั้งใจ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  (ต้องจำโครงสร้างนี้)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

          - She had no intention of spending the rest of her life working as a waitress.

(เธอไม่มีเจตนาที่จะใช้ส่วนที่เหลือของชีวิต  ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ)

13. The cost of living in the provinces is not quite _______________ high as in the capital. 

(ค่าครองชีพในต่างจังหวัดไม่สูง _________________ เท่ากับในเมืองหลวง)

(a)   very

(b) so   (มาก)

(c) so much

(d) so as

ตอบ   -   ข้อ  (b)  (อาจใช้   “As”  ก็ได้  เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบแบบปฏิเสธ)  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                 ตัวอย่างที่ ๑

-  I don’t want to be _____________ you are.

(ผมไม่ต้องการที่จะ ___________________ คุณอ้วน)

(a) fat as

(b) so fat that

(c) quite fat as

(d) so fat as  (อ้วนเหมือนกับที่, อ้วนเท่ากับที่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  อาจใช้   “as fat as”  ก็ได้

                ตัวอย่างที่ ๒

-   I want to be _______________ you are.

(ผมต้องการ ______________________ ที่คุณสูง)

(a) quite so tall as

(b) so tall that

(c) so tall as   (ใช้ไม่ได้  เพราะประโยคข้างบนเป็นบอกเล่า)    

(d) as tall as  (สูงเท่ากับ, สูงเท่ากัน)

ตอบ  –  ข้อ  (d)  เนื่องจาก “As…………..as” (........เหมือนกันกับ, ...........เท่ากันกับ)    ใช้ได้ทั้งในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ  ส่วน “So…………as” (......... เหมือนกันกับ, ............ เท่ากันกับ)  ใช้ในประโยคปฏิเสธพียงอย่างเดียว   (ห้ามใช้ในประโยคบอกเล่า)   เช่น

            - He is as clever as his brother.

(เขาฉลาดเท่าๆกับพี่ชาย)  (บอกเล่า)  (ต้องใช้ “as…………as” อย่างเดียวเท่านั้น)

            - She is not as beautiful as her sister.

(เธอไม่สวยเท่ากับน้องสาว)  (ปฏิเสธ)  (อาจใช้ “so………..as” ก็ได้)

           - Jim was not as (so) hard-working as his colleagues.

(จิมไม่ขยันเท่าๆกับเพื่อนร่วมงาน)  (ปฏิเสธ)  (ใช้ “as……….as” หรือ “so………..as” ก็ได้  ทั้ง  ๒  แบบ)

***** (ห้ามใช้) We are so diligent as our neighbors. (บอกเล่า)

(เราเพียรพยายามเท่าๆกับเพื่อนบ้านของเรา)  (ใช้ “so…………..as”  ไม่ได้  เนื่องจากเป็นประโยคบอกเล่า)

  ******   (ต้องใช้)  They are as economical as we are. (บอกเล่า)

 (พวกเขาประหยัดเท่าๆกับพวกเรา)  (ต้องใช้ “as…………..as”  เพียงอย่างเดียว เนื่องจากเป็นประโยคบอกเล่า)

14. It looks like _______________ another hot day.

(มันดู (มีลักษณะ) เหมือน _________________ วันที่อากาศร้อนอีกวันหนึ่ง)

(a) to be

(b) be

(c) being   (เป็น)

(d) been

ตอบ   -   ข้อ  (c)  เนื่องจาก   “Like”  ในประโยคข้างบนเป็น   “Preposition” =   “เหมือน, คล้าย”  จึงต้องตามด้วยคำนาม  หรือ วลี  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)  ซึ่งในที่นี้  คือ  “Being

15. ________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(___________________  เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was   (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ต้องใช้   “It was”  เพราะกริยาในอนุประโยค  คือ   “Had”  และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + is (was) + วลี (มักนำหน้าด้วย “Preposition”) + that + subject + verb”  เช่น

          - It is in this house that I was born.

(มันเป็นในบ้านหลังนี้แหละที่ผมเกิด)

        - It is at night that we go to bed.

(มันเป็นเวลากลางคืนที่พวกเราเข้านอน)

        -  It is on Sunday morning that people go to church.

(มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ผู้คนไปโบสถ์)

        -  It is in the country that we like to stay.

(มันเป็นในชนบทที่พวกเราชอบพัก)

        - It was in January that we went to England.

(มันเป็นในเดือนมกราคมที่เราไปอังกฤษ)

        - It was by mistake that she took my book.

(มันเป็นการเข้าใจผิดที่เธอเอาหนังสือของผมไป)

        - It was in 1917 that the First World War took place.

(มันเป็นในปี  ๑๙๑๗  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น)

        - It was under that sea that the nuclear weapon had been tested.

(มันเป็นใต้ทะเลที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกทดลอง)

16. Tim: “________________ are you going to stay at the seaside?”

(ทิม : คุณจะไปพักที่ชายทะเล ____________________)

Tom: “Until my children get bored.”

(ทอม :  จนกระทั่งลูกๆ ของผมเบื่อ)

(a) How often   (บ่อยเท่าใด)

(b) Where   (ที่ไหน)

(c) How long   (นานเท่าใด)

(d) When   (เมื่อไร)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

17. My teacher can write a beautiful poem in _____________ than half an hour.

(ครูของผมสามารถแต่งโคลงที่ไพเราะในเวลาที่ _________________ ครึ่งชั่วโมง)

(a) little   (น้อยมาก  จนแทบไม่มีเลย)   

(b) a little   (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)

(c) less   (น้อยกว่า, ต่ำกว่า, ไม่ถึง)

(d) least   (น้อยที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  {Little  (น้อย), Less  (น้อยกว่า),  Least  (น้อยสุด)}

18. _______________ is better than no bread.

(_____________________  ดีกว่าไม่มีขนมปังเลย)

(a) A half loaf

(b) Half a loaf   (ขนมปังครึ่งปอนด์)

(c) One half loaf

(d) Half a bread   (ขนมปังครึ่งหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เป็นสุภาษิต  เหมือนกับสุภาษิต  “สิบเบี้ยใกล้มือ”  (A bird in the hand is better than two in the bush.  =  นก  ๑  ตัวในมือ  ดีกว่านก  ๒  ตัวในพุ่มไม้ ซึ่งหมายความว่า  “การมีอะไรอยู่บ้าง  แม้จะเพียงเล็กน้อย  ก็ยังดีเสียกว่าไม่มีอะไรเลย  ดังนั้น  จงพยายามรักษาสิ่งที่มีค่าน้อยอันนั้นไว้  เพราะถ้าต้องสูญเสียมันไป  แล้วเราถึงจะรู้ค่าของมัน  และอาจต้องมาเสียใจในภายหลัง”)  ทั้งนี้  “Half”  มีที่ใช้    คือ

          - Half an hour   (ครึ่งชั่วโมง)

        - Half a day   (ครึ่งวัน)

        - Half a book   (หนังสือครึ่งเล่ม)

         - Half a kilo   (ครึ่งกิโล)

         - Half a trip   (ครึ่งหนึ่งของการเดินทาง)

19. I _______________ forgot to ask him about it.

(ผมลืม ______________________ ที่จะถามเขาเกี่ยวกับมัน)

(a) clean   (อย่างสนิท, อย่างสมบูรณ์, อย่างละเอียดถี่ถ้วน)

(b) cleanly

(c) dirty

(d) must have

ตอบ   -   ข้อ   (a)  ในที่นี้ใช้  “Clean”  เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  แสดงการเน้นการกระทำ หรือ เหตุการณ์  มีความหมายว่า  “อย่างสนิท, อย่างสมบูรณ์, อย่างละเอียดถี่ถ้วน, อย่างตลอดรอดฝั่ง”   (ในที่นี้  คือ  ลืมอย่างสนิท)  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

            - The thief got clean away.

(เจ้าหัวขโมยหนีไปได้อย่างตลอดรอดฝั่ง  -  หายจ้อย)

             - I had clean forgotten to switch the oven on.

(ผมลืมเปิดสวิตซ์เตาอบเสียสนิท)

20. She will arrive late _______________, I think.

(เธอจะมาสาย ______________________ผมคิดนะ)

(a) usually

(b) like usual

(c) as usual   (ตามเคย, เป็นปกติ)

(d) alike usual

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “As usual”  เป็นสำนวน  หมายถึง  “ตามเคย, เป็นปกติ”  (ต้องจำ)