หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 500)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. _______ Jim arrived home, he went right into the kitchen, opened the refrigerator, and got something to eat.

( _________________ จิมมาถึงบ้าน,  เขาเดินตรงเข้าไปในครัว,  เปิดตู้เย็น  และหาของกิน)

(a) Before    (ก่อน)

(b) As soon as    (ในทันทีที่)

(c) How    (อย่างไร)

(d) Nevertheless    (อย่างไรก็ตาม)

ตอบ   –   ข้อ   (b)

 

2. The tour agent with _______ you talked this morning will come to our office today to present her touring program for this summer.

(ตัวแทนท่องเที่ยว _______ คุณคุยด้วยเมื่อเช้านี้  จะมาที่สำนักงานของเราในวันนี้  เพื่อนำเสนอโปรแกรมท่องเที่ยวของเธอสำหรับฤดูร้อนนี้)

(a) whom    (ผู้ซึ่ง)

(b) which

(c) who

(d) whose

ตอบ   –    ข้อ   (a)   หลัง  “Preposition”  (With)  ต้องใช้  “Whom”,  ถ้ากับสัตว์ หรือสิ่งของ  ใช้  “Which

 

3. Before every presidential election in the United States, the statisticians try to guess the proportion of the population that _______ for each candidate.

(ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุกครั้งในสหรัฐฯ,  นักสถิติพยายามที่จะคาดคะเนอัตราส่วนของประชากรที่ _______ ให้ผู้สมัครแต่ละคน)

(a) voting

(b) are voted

(c) will vote    (จะลงคะแนนเสียง)

(d) will be voted    (จะถูกลงคะแนนเสียง)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นเรื่องอนาคต  “Future tense”  {Subject + Will (Shall) + Verb 1}  และเป็น  “Active voice”  เพราะ  “ประชาชน”  เป็นผู้ลงคะ แนน

 

4. Pedestrians should look to the left and right ______________________________ the street.

(ผู้เดินถนนควรมองทางซ้ายและขวามือ __________________________________ ถนน)

(a) when they be crossing

(b) they cross

(c) when crossing    (เมื่อข้าม)

(d) when to cross

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “When they are crossing”  ทั้งนี้  “When”  เมื่อตามด้วยรูป  “Present continuous”  {Subject + Is (am, are) + Verb + ing)  หรือ  “Past continuous”  {Subject + Was (Were) + Verb + ing}  จะใช้ได้เหมือนกับ  “While”  ทุกประการ

 

5. _________ big cities’ population, like those of Bangkok and Tokyo, will continue to increase.

(________ ประชากรของเมืองใหญ่ๆ,  เช่น ประชากรของ กรุงเทพฯ และโตเกียว,  จะยังคงเพิ่มต่อไป)

(a) Almost it is certain

(b) Almost certain it is that

(c) That is almost certain

(d) It is almost certain that    (มันเกือบจะแน่นอนที่ว่า

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากมีรูปแบบการเรียงคำ คือ   “It + Is (Was) + Certain (Adjective) + That + Subject + Verb

 

6. Dams can be very beneficial to the areas _______________________________________.

(เขื่อนสามารถเป็นประโยชน์อย่างมากกับพื้นที่ _________________________________)

(a) which they are built

(b) where are they built

(c) in which they are built    (ซึ่งมันถูกสร้างขึ้น)

(d) in which they build.

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “In which  =  Where”  สำหรับข้อ  (b)  ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น   “Where they are built”,  ส่วนข้อ  (a)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “Which they are built in”  แต่ก็ไม่นิยมใช้เหมือนข้อ  (c)  ที่เอา Preposition  “In”  มาวางไว้ข้างหน้า  “Which”,  ทั้งนี้ให้สังเกตว่าทั้งข้อ (a),  (b)  และ  (c)  ต่างก็อยู่ในรูป  “Passive voice”  เนื่องจากหมายถึง  “พื้นที่ซึ่งเขื่อนถูกสร้าง”  ส่วนข้อ  (d)  ใช้ไม่ได้  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Active voice”  หมายถึง  “พื้นที่ซึ่งเขื่อนสร้าง”  ตัวอย่างอื่นๆ ในแบบเดียวกัน  เช่น

  • The house where I live is on Sukhumvit Road.

(บ้านซึ่งผมอาศัยอยู่  อยู่บนถนนสุขุมวิท)

  • The house in which I live is on Sukhumvit Road.
  • The house which I live in is on Sukhumvit Road.
  • The house that I live in is on Sukhumvit Road.
  • The house I live in is on Sukhumvit Road.

หมายเหตุ  –  ประโยคทั้ง    ประโยคข้างบน  มีความหมายเหมือนกันทุกประการ  แต่ทั้งนี้  ห้ามใช้ประโยค  ๒  ประโยคข้างล่าง

  • The house in that I live is on Sukhumvit Road. (ผิด – หลัง  “in”  ต้องตามด้วย  “which”  เสมอ)
  • The house where I live in is on Sukhumvit Road. (ผิด – เมื่อมี   “where”  แล้ว  ห้ามใช้  “in”)

 

7. Hardly had the race started when ________________________________ into the barriers.

(การแข่งขันยังไม่ทันได้เริ่มต้นขึ้น  เมื่อ ________________________ เข้าในในราวกั้นข้างทาง)

(a) the cars crashed one of

(b) crashed one of the cars

(c) of the cars crashed one

(d) one of the cars crashed    (รถยนต์คันหนึ่งชน)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นประธาน  (One of the cars)  และกริยา  (Crashed)  ของอนุประโยค  สำหรับโครงสร้างนี้มาจาก  “Hardly + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + When + Subject + Verb”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • Hardly ___________________________________ speaking when the door opened.

(ยังไม่ทันที่ _______ การพูด  เมื่อประตูเปิดออก)  (หมายถึง  ผมพูดยังไม่ทันจบ  เมื่อประตูเปิดออก)

(a) I finished

(b) I had finished

(c) would I finish

(d) had I finished    (ผมได้เสร็จ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    ตามโครงสร้าง  “Hardly (Never, Scarcely) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + When + Subject + Verb”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • Seldom _____________________________________________________________.

(______________________________ ไม่ใคร่จะ __________________________)

(a) he arrives on time

(b) arrives he on time

(c) does he arrive on time    (เขา  ........................(ไม่ใคร่จะ)......................  มาถึงตรงเวลา)

(d) arrive does he on time

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างแบบต้องการเน้นคำว่า  “Seldom”  (ไม่ใคร่จะ)  (โครงสร้างปกติ  คือ  “He seldom arrives on time.”)  จึงต้องเรียงประโยคดังนี้  คือ

  • Seldom + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + ส่วนขยาย  
  • Seldom did I receive news from her.

(= I seldom received news from her.)

(ผมแทบจะไม่ได้รับข่าวจากเธอเลย)

  • Seldom does he talk to her.

(= He seldom talks to her.)

(เขาไม่ใคร่จะพูดคุยกับเธอ)

                                       ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                                        ตัวอย่างที่ 

  • My mother doesn’t drink coffee.  ___________________________ does she drink tea.

(แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ ____________________________ ดื่มชาด้วยเช่นกัน) 

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่ ..................................... เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เป็นไปตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • Traveling by air is not cheap.  Neither ______________________________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก  ____________________________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable   (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)   “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ  “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                                      ตัวอย่างที่  

  • Never before in my life _________________________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ _______________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met

(b) I meet

(c) have I met   (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                       ตัวอย่างที่  

  • Not only _________________________________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่  ____________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  ( เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง ....................................)

(a) he went

(b) did he go    (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)  เช่น  “Not only did she go…....................”  “Not only have they seen……............…”  “Not only will we play……............….”  สำหรับ  “Not only” (ไม่เพียงแต่.....................เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค   อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่,  ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย), Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner,  In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้ คือ   {Not only (neither, never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + Helping verb  (กริยาพิเศษ  หรือ  กริยาช่วย)  เช่น  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + subject + Verb (แท้)}  เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                            ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.  

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.
  • Never + กริยาพิเศษ  + subject  + กริยาแท้  +ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

8. _______ they obtained the information from remained secret though the newspapers published theories for days afterwards.

(พวกเขาได้รับข้อมูล-ข่าวสารจาก _______ ยังคงเป็นความลับ  แม้ว่าหนังสือพิมพ์ได้ตีพิมพ์ทฤษฏี (ข้อสมมติฐาน) ต่างๆ เป็นเวลาหลายวันหลังจากนั้น)  (หลังจากพวกเขาได้รับข้อมูล)

(a) How    (อย่างไร)

(b) When    (เมื่อไร, เมื่อใด)

(c) Where    (ที่ใด, แห่งใด)

(d) How much    (มากเท่าใด)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากข้อความ  “Where they obtained the information from”  (พวกเขาได้รับข้อมูล-ข่าวสารจากที่ใด)  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นประธานฯ ของประโยค   โดยมีกริยา  คือ  “Remained”  (ยังคง),   สำหรับข้อนี้ต้องใช้    “Where”  เนื่องจากมี  “From”  (From where  =  จากที่ใด)  อยู่ด้วย,  อย่างไรก็ตาม  ถ้าตัด  “From”  ออกไป  อาจตอบ  ข้อ  (a), (b)  หรือ  (d)  ก็ได้   โดยจะมีความ หมายว่า  “พวกเขาได้รับข้อมูล-ข่าวสารอย่างไร  (เมื่อใด, มากเท่าใด)  ยังคงเป็นความลับ”  ตามลำดับ

 

9. Mount Kilimanjaro’s (in Tanzania, Africa) flora is unmatched in its _______ and the area is also home to many rare birds and animals of west Tanzania.

(พืชพันธุ์ชนิดต่างๆ ของภูเขาคิลิมานจาโร (ยอดเขาสูงสุดในประเทศแทนซาเนียและทวีปแอฟริกา) ไม่มีสิ่งใดทัดเทียมในด้าน _______ ของมัน  และพื้นที่นี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกและสัตว์หายากจำนวนมาก  ของแทนซาเนียตะวันตกด้วย)

(a) uniqueness and how it is diverse

(b) being unique and diversity

(c) uniqueness and diversity    (ความมีลักษณะเฉพาะ (พิเศษ) และความหลากหลาย)

(d) being unique with diversity

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากหลังสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ  (Possessive adjective – His, Her, My, Your, Our, Their, Its)  ต้องตามด้วยคำนาม  อย่างไรก็ตาม  อาจตอบ  “Its being unique and diverse”  (ความมีลักษณะเฉพาะ (พิเศษ) และความหลากหลายของมัน)   ก็ได้   แต่ไม่นิยมเหมือนใน  ข้อ  (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้คำ หรือวลี  ให้คู่ขนานกัน  (Parallel)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • The silence was broken by the clash of the garden gate, a tap at the door, and ___________.

(ความเงียบถูกทำให้หมดไป  โดยเสียงปะทะกันดังโครมของประตูสวน  เสียงเคาะเบาๆที่ประตู  และ _________)

(a) the door is opened    (ประตูถูกเปิด)

(b) is opened

(c) being opened

(d) its opening    {การเปิดออกของมัน  (ประตู)}

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นการใช้   “กรรม” (คำนาม  ซึ่งในที่นี้มีส่วนขยาย  เรียกว่า “วลี”)  ของ  “By”  ให้สมดุลกัน  (Balance  หรือ  Parallel)  ทั้ง  ๓  ตัว  คือ  “the clash (of the garden gate)”,  “a tap (at the door)”  และ   “its opening”   โดยกรรมทั้ง  ๓  ตัวนี้  ล้วนอยู่ในรูปของวลี

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • The natural resources of Kentucky include rich soils and mineral deposits, ________, and plentiful plant and animal life.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐเคนตักกี (สหรัฐฯ) ประกอบด้วย  ดินและแหล่งแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์, _______ , และชีวิตพืชและสัตว์มากมาย) 

(a) forests are thick

(b) thick forests    (ป่าทึบ)

(c) thickly forested

(d) are forested thickly    (ถูกทำให้กลายเป็นป่าอย่างทึบ-หนาแน่น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้รูปคำนามเพื่อให้สมดุล  (Balance)  หรือ  คู่ขนาน (Parallel)  กับคำนามตัวอื่นๆ  (ดินและแหล่งแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ , และชีวิตพืชและสัตว์มากมาย)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • We turn to books in moments of ___________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ __________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม  ๓  ตัว  ซึ่งต้องเป็นคำนามเสมอ  หลัง  “Preposition” (Of)  เพื่อให้สมดุลกัน  คือ   Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “sorrow, solitude as well as boredom

 

10. There are several books on this subject.  You can read some of them to improve your _______.

(มีหนังสือจำนวนมากในวิชา (หัวข้อ) นี้  คุณสามารถอ่านมันเพื่อปรับปรุง _____________ ของคุณ)

(a) knowledge    (ความรู้)

(b) knowledges    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) knowledgeable    (มีความรู้)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(d) many knowledges    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Knowledge”  เป็นคำนามนับไม่ได้  (เป็นเอกพจน์เสมอ)  ดูเพิ่มเติมคำนามนับไม่ได้  (Uncountable noun) จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่  ๑

  • Is there _____________________________ sickness in Thailand in the rainy season?

(มีความเจ็บไข้ได้ป่วย _____________________________ ไหมในประเทศไทย  ในฤดูฝน)

(a) many

(b) none

(c) much    (มาก)

(d) few

ตอบ    -    ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Sickness”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องใช้กับ  “Much

                                                     ตัวอย่างที่  

  • Please give me some ____________________________________ about rice exports.

(โปรดให้ __________________________ บางประการกับผม  เกี่ยวกับสินค้าออกจำพวกข้าว)

(a) inform    (บอก, แจ้ง, รายงาน, ให้ความรู้, ฟ้องร้อง)

(b) informant    (ผู้บอก, ผู้แจ้ง, ผู้ให้ความรู้)

(c) information    (ข้อมูลข่าวสาร)

(d) informations    (เป็นนามนับไม่ได้  จึงไม่สามารถเติม“S”  ได้)

ตอบ   -   ข้อ  (C)   “Information”  เป็นคำนามนับไม่ได้   (เป็นเอกพจน์เสมอ)

                                                     ตัวอย่างที่  

  • That is ____________________________________________________________.

(นั่นเป็น ___________________________________________________________)

(a) a useful information

(b) a useful piece of informations

(c) useful informations

(d) a piece of useful information    (ข้อมูลที่มีประโยชน์    ชิ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก “Information”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงไม่สามารถใช้   “A”  หรือ  “An”  นำหน้าได้  ดังในข้อ  (a)  และไม่สามารถเติม  “S”  เข้าข้างท้าย  ดังในข้อ  (b)  และ  (c)  ดังนั้น   เมื่อจะนับ  “ข่าวสาร”  จึงต้องนับเป็น  “ชิ้น”  ดังในข้อ  (d)  หรือนับเป็น  “หัวข้อ”  “Item” (An item of information)  หรือ  (an information item)   อย่างไรก็ตาม  สามารถตอบข้อ  (b)  ได้เช่นเดียวกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “a useful piece of information”  สำหรับคำนามนับไม่ได้และเป็นเอกพจน์เสมอ   ที่ใช้ในลักษณะเดียวกับ  “Information”  ได้แก่  Paper  (กระดาษ), Equipment  (อุปกรณ์, เครื่องมือ), Furniture, Scenery  (ทิวทัศน์), Damage (ความเสียหาย), Advice  (คำแนะนำ), Traffic, Machinery  (เครื่องยนต์กลไก), Evidence  (หลักฐาน), Bread  (ขนมปัง), Clothing  (เสื้อผ้า), Work  (งาน), Luggage  (กระเป๋าเดินทาง), Baggage  (กระเป๋าเดินทาง), Knowledge  (ความรู้), Progress  (ความก้าวหน้า), Power  (อำนาจ), News, Fruit, Behavior (พฤติกรรม)   เป็นต้น   คำนามเหล่านี้   ถ้าจะนับเป็นหน่วย  จะต้องใช้ สมุหนาม (Collective noun)  คือนามที่แสดงความเป็นกลุ่มก้อน  ที่เหมาะสมกับคำนามนั้นๆ  เช่น

- a piece of paper   (กระดาษ ๑ แผ่น)

- a loaf of bread   (ขนมปัง ๑ ปอนด์ หรือก้อน)

- a branch (field) of knowledge   (ความรู้สาขาหนึ่ง)

- an item of news   (ข่าว ๑ หัวข้อ)

- a kilo of fruit   (ผลไม้ ๑ กิโล)

- a bunch of fruit  (ผลไม้ ๑ พวง)

- a piece of luggage  (baggage)  (กระเป๋าเดินทาง ๑ ใบ หรือ ชิ้น)

- a subject of knowledge   (ความรู้ ๑ เรื่อง หรือ วิชา)

 

11. Computers are not for everyone, and there is no doubt in my mind that I will be the last person to acknowledge a terminal as _________.

(คอมพิวเตอร์มิใช่มีไว้เพื่อคนทุกคน  และไม่มีข้อสงสัยในใจของผมว่า  ผมจะเป็นคนสุดท้ายที่ยอมรับคำว่า  “Terminal”  ในฐานะเป็น ________)  (คือ  จะเป็นคนสุดท้ายที่ยอมรับว่า  “Terminal”  มีความหมายอื่น  นอกเหนือไปจาก  “อาคารที่ผู้โดยสารรอขึ้น  หรือลงจากเครื่องบิน  ทั้งนี้  เพราะผู้พูดแทบไม่มีความรู้ด้านศัพท์แสงเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลย  จึงปักใจว่า  “Terminal”  ต้องมีความหมายนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น  เขาจึงบอกว่า  คอมพิวเตอร์มิใช่มีไว้เพื่อทุกคน  -  โดยเฉพาะกับตัวเขาที่ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับมัน)

(a) where you catch an airplane more than anything

(b) anything more than where you catch an airplane    (สิ่งใดๆ มากไปกว่าสถานที่ที่คุณไปขึ้นเครื่องบิน)

(c) an airplane more than where you catch anything

(d) more than where you catch an airplane or anything

ตอบ    -    ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นข้อที่เรียงลำดับคำในประโยคได้ถูกต้อง  ส่วนความหมายของข้อนี้  คือ  ผู้พูดมีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์น้อยมาก  และไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลย  ดังนั้น  ผู้พูดจะนึกถึงความหมายของ  “Terminal”  ว่าคือ  “Air terminal”  ซึ่งเป็นที่ๆ ผู้โดยสารไปรอขึ้น  หรือลงจากเครื่องบินก่อนออกเดินทาง  หรือหลังการเดินทาง  ทั้งๆ ที่ความหมายของ  “Terminal”  ในทางคอมพิวเตอร์   คือ  เครื่องปลายทาง  หรือ  อุปกรณ์ป้อนข้อมูลและแสดงผล  ทำหน้าที่รับส่งข้อมูลจากระบบคอมพิวเตอร์ที่ต่อเชื่อมโยงกันอยู่  เครื่องเมนเฟรมมักใช้  “Terminal”  เป็นอุปกรณ์เฉพาะในการป้อนและแสดงผลข้อมูล

 

12. We will need to think _________________ in order to find a good solution to this problem.

(เราจำเป็นจะต้องคิด __________________________ เพื่อจะหาทางแก้ปัญหาที่ดีต่อปัญหานี้)

(a)  creative    (ซึ่งสร้างสรรค์)

(b) creatively    (อย่างสร้างสรรค์)

(c) created    (สร้าง)

(d) creator    (ผู้สร้าง)

ตอบ   -    ข้อ   (b)   เนื่องจากขยายกริยา  Think”  จึงต้องเป็นกริยาวิเศษณ์  “Adverb”  (Creatively)

 

13. We ____________ each staff member to do his or her part to get this project completed on time.

(เรา ________ พนักงานแต่ละคนให้ทำงานในส่วนของเขาหรือเธอ  เพื่อให้โครงการนี้แล้วเสร็จทันเวลา)

(a) expect    (คาดหวัง)

(b) expel    (ขับไล่, ขับออก, ตัดออกจากการเป็นสมาชิก)

(c) expend    (ใช้หมด, ใช้เกลี้ยง, ใช้จ่าย, จ่ายเงิน)

(d) expedite    (เร่ง, กระตุ้น, ทำให้เร็วขึ้น, จัดการให้เสร็จอย่างรวดเร็ว, ส่งไป)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เพราะได้ใจความดีที่สุด  คือ  “คาดหวังให้ทำงานในส่วนที่ตนรับผิดชอบ

 

14. She dislikes staying alone in the apartment, and _____________________ do her friends.

(เธอไม่ชอบที่จะพักอยู่ตามลำพังในอพาร์ตเมนต์   และเพื่อนของเธอก็ __________________)

(a) too

(b) neither    (ไม่ชอบเช่นเดียวกัน)

(c) so    (ชอบเช่นเดียวกัน)

(d) even

ตอบ   –   ข้อ   (b)   “Dislike”  (ไม่ชอบ)  มีความหมายเป็นปฏิเสธ  (=  Does not like)   จึงถือว่าเป็นคำ  “Negative”,  จึงต้องใช้  “Neither”  เพื่อแสดงการคล้อยตามว่า  “เพื่อนของเธอก็ไม่ชอบเช่นกัน”  ส่วน  “So”  ใช้แสดงการคล้อยตามในแบบบอกเล่า  ดังในประโยคข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่     จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ  (๑) – (๔)

  • As inevitably as (1) human culture has (2) changed with (3) the passing of time, so (4) does the environment.

(อย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้เหมือนกับวัฒนธรรมของมนุษย์  ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการผ่านไปของเวลา   สภาพแวดล้อมก็เช่นเดียวกัน  –  ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไป)

ตอบ   –   ข้อ   (4)   แก้เป็น  “Has”  เนื่องจากต้องใช้กริยาในรูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  ให้เหมือนกับในประโยคข้างหน้า  และเพราะว่า  “Environment”  อยู่ในรูปเอกพจน์  จึงต้องใช้กริยา  “Has” (Changed)  ตัวอย่างอื่นๆ ในแบบเดียวกัน เช่น

  • He has studied hard, so have they.

(เขาขยันเรียน – พวกเขาก็เช่นกัน)

  • She had gone to the party, so had I.

(เธอได้ไปงานเลี้ยง – ผมก็เช่นกัน)

  • They are working hard, so are we.

(พวกเขากำลังทำงานหนัก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

  • She is reading. So is he.

(เธอกำลังอ่านหนังสือ – เขาก็เช่นเดียวกัน

  • I will go to the movies tonight.  So will they.

(ผมจะไปดูหนังคืนนี้ – พวกเขาก็จะไปเช่นเดียวกัน)

  • He would travel by plane to Hong Kong, so would his parents.

(เขาจะเดินทางโดยเครื่องบินไปฮ่องกง – พ่อแม่ของเขาก็เช่นเดียวกัน)

  • We can swim well, so can our neighbors.

(พวกเราสามารถว่ายน้ำได้เก่ง – เพื่อนบ้านของเราก็สามารถเช่นเดียวกัน)

  • He could speak Japanese well.  So could his sister.

(เขาสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดี – น้องสาวของเขาก็เช่นเดียวกัน)

หมายเหตุ   –   ในกรณีที่ประโยคข้างหน้าอยู่ในรูป  “Present simple tense”  หรือ  “Past simple tense”  กริยาในประโยคหลังจะต้องใช้   “Do”,  “Does”  หรือ  “did”  ทั้งนี้  แล้วแต่  “Tense”  ของประโยคข้างหน้า  และประธานของประโยคหลัง  (ว่าเป็นเอกพจน์  หรือพหูพจน์)  ยกเว้นเมื่อประโยคหน้าเป็น  “Past simple”  กริยาในประโยคหลังจะใช้  “Did”  กับประธานทุกตัว  ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • They speak French very fluently, so does he.

(พวกเขาพูดฝรั่งเศสคล่องมาก – เขาก็เช่นเดียวกัน)

  • She sings beautifully, so do her sisters.

(เธอร้องเพลงเพราะ – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

  • We get up early in the morning.  So does she.

(พวกเราตื่นแต่เช้า – เธอก็เช่นเดียวกัน)

  • He goes for a walk in the afternoon.  So do his neighbors.

(เขาออกเดินในตอนบ่าย – เพื่อนบ้านของเขาก็เช่นเดียวกัน)

  • They used to play football when they were young, so did we.

(พวกเขาเคยเล่นฟุตบอลตอนเป็นเด็ก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

  • She liked to play sports when she was in college.  So did her sister.

(เธอชอบเล่นกีฬาตอนเธอเรียนมหาวิทยาลัย – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

 

15. We discussed ________________________________ extra help to get through the work.

(เราประชุมปรึกษาหารือเรื่อง ________________ ความช่วยเหลือพิเศษเพื่อจะได้ทำงานให้เสร็จ)

(a) to hire

(b) hire

(c) hired

(d) hiring    (การจ้าง)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   Discuss + Verb + ing

 

16. The investigation required the cooperation of a __________________ of different sections.

(การสืบสวน-สอบสวนต้องการความร่วมมือของแผนกต่างๆ __________________________)

(a) several

(b) number    (จำนวนมาก)

(c) few

(d) groups

ตอบ   –   ข้อ   (b)   “A number of”  =  จำนวนมาก  และต้องตามด้วยคำนามนับได้  ที่เป็นพหูพจน์)

 

17. The artist _______ paintings are on the walls of the office building has won several awards for her work.

(ศิลปิน _______ ภาพเขียน (ของเธอ) อยู่บนฝาผนังของอาคารสำนักงาน  ได้ชนะรางวัลมากมายสำหรับงานของเธอ)

(a) who

(b) whose    (ผู้ซึ่ง ............................(ภาพเขียน)............................. ของเธอ)

(c) whom

(d) which

ตอบ    –    ข้อ   (b)   เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของภาพ

 

18. The researchers wanted to ensure that experiment was carefully ___________________.

(นักวิจัยต้องการให้ความมั่นใจว่า  การทดลองได้รับการ _________________ อย่างระมัดระวัง)

(a) control

(b) controls

(c) controlling

(d) controlled    (ควบคุม)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  (Subject + Verb to be + Verb 3)  (Experiment was ……........…...….controlled)  เพราะการทดลอง  “ได้รับการควบคุม”  หรือ  “ถูกควบคุม

 

19. Fog has always been _________________________ hazards to car driving during winter.

(หมอกได้เป็นอันตราย _______________ ต่อการขับรถยนต์โดยเสมอมา  ในระหว่างหน้าหนาว)

(a) the greatest ones

(b) ones greatest

(c) the greatest of ones

(d) one of the greatest    (มากที่สุดอย่างหนึ่ง)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นสุด”  (Superlative degree)  ในโครงสร้าง  “One of the + Adjective (ขั้นสูงสุด)  + Noun (พหูพจน์)”  (เช่น   “One of the best workers”  =  “หนึ่งในบรรดาคนงานที่ดีที่สุด”),  (“One of the most significant issues”  =  “หนึ่งในบรรดาประเด็นที่สำคัญที่สุด”)

 

20. It took five men to carry the tree, which was _______________ than a three-story building.

(มันใช้ผู้ชาย    คนเพื่อแบกต้นไม้นั้น ซึ่ง __________________________ อาคารสูง    ชั้น)

(a) more taller

(b) taller    (สูงกว่า)

(c) as tall

(d) the tallest

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)

       

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป