หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 495)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. If the rain did not stop all night, the rain did not let _________________________________.

(ถ้าฝนไม่หยุดตกตลอดทั้งคืน,  ฝนไม่ ________________________________________)

(a) out

(b) up    (“Let up”  =  หยุด หรือลดน้อยลง)

(c) of

(d) off

 

2. I told Jim I couldn’t concentrate on my work and asked him to turn _______ the volume of his TV.

(ผมบอกจิมว่า  ผมไม่สามารถมีสมาธิกับการทำงาน  และขอร้องให้เขา _______ เสียงของทีวีของเขา)

(a) off    (“Turn off”  =  ปิดไฟ-ทีวี-วิทยุ  ฯลฯ)

(b) up    (“Turn up”  =  เพิ่ม, ทำให้มากขึ้น)  (ปรับเสียงให้ดังขึ้น)

(c) on    (“Turn on”  =  เปิดไฟ-ทีวี-วิทยุ  ฯลฯ)   

(d) down    (Turn down”  =  เบา, หรี่, ทำให้ลดลง)  (หรี่เสียงให้เบาลง)

 

3. Professor Collins ________________________________________________ about him.

(อาจารย์คอลลินส์ __________________________________________ เกี่ยวกับตัวเขา)

(a) heard the students to talk

(b) heard the talk by the students

(c) heard the students’ talking

(d) heard the students talk    (ได้ยินนักเรียนพูดคุย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Hear”  จากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • We begged him to let us ______________________________ through the telescope.

(เราขอร้องเขาให้อนุญาตให้เรา ___________ ผ่านกล้องโทรทัศน์ (กล้องส่องทางไกล) ตัวนั้น)

(a) look    (มอง, ดู)

(b) to look

(c) looking

(d) looked

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เนื่องจาก  “Let + กรรม + Verb 1  ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ตามด้วยกรรม  และ  “Infinitive without to” (Verb 1)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • What she saw made her _____________________________________________ pale.

(สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอ __________________________________________ หน้าซีดเผือด)

(a) turn    (กลายเป็น)

(b) turning

(c) to turn

(d) turned

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เนื่องจาก “Make +กรรม + Verb 1

                                                       ตัวอย่างที่ 

  • Every morning he could hear the birds _____________________________________.

(ทุกเช้า  เขาสามารถได้ยินนก _____________________________________________)

(a) song

(b) sing    (ร้องเพลง)

(c) sang

(d) sung

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ตามโครงสร้าง  “Subject + Hear + กรรม + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ  “Hear”  จากประโยคข้างล่าง

                                                        ตัวอย่างที่ 

  • It makes you ____________________________________ with delight to think of that.

(มันทำให้คุณ _______________________________ ด้วยความปลาบปลื้มเมื่อคิดถึงเรื่องนั้น)

(a) to laugh

(b) laughed

(c) laughing

(d) laugh    (หัวเราะ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Subject + Make + กรรม + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกันจากประโยคข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่ 

  • She made her guests __________________________________________________.

(เธอทำให้แขกของเธอ _____________________________________________________)

(a) laugh    (หัวเราะ)

(b) laughed

(c) laughing

(d) to laugh

ตอบ   –   ข้อ   (a)   เนื่องจากอยู่ในรูป  “Subject + Make + กรรม  + Infinitive without to (Verb 1)

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • I felt the house ________________________________________________________.

(ผมรู้สึกว่าบ้าน ______________________________________________________)

(a) to move

(b) moving    (ไหว, สะเทือน)

(c) be moving

(d) to be moved

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรือ  “Move”  ก็ได้  สำหรับกริยาที่ต้องตามด้วย  “Infinitive without to”  (Verb 1)  ยกเว้นบางตัว  เช่น  “Feel, Watch, See, Hear”   อาจตามด้วย  “Present participle”  (Verb + ing)  ได้เช่นกัน  ดูจากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • The manager let everyone _______________ the office early to attend the convention.

(ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน ____________ สำนักงานแต่เนิ่นๆ เพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

(a) to leave

(b) leaves

 (c) left

(d) leave    (ออกจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากหลังกรรมของ  “Make, Let, Have (ใช้), See, Watch, Hear, Feel”  ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  คือ  กริยาช่องที่    ที่ไม่มี  “To”  นำหน้า  (Verb 1),  ยกเว้นกริยา  “See, Hear, Feel, Watch”  ที่อาจตามด้วย  “Present participle” (Verb + ing)  ก็ได้  โดยความหมายต่างกันเล็กน้อย  ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

  • She lets them play in the field.

(เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)

  • We made them laugh.

(เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)

  • She had them clean her room.

(เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

                                            แต่กริยาต่อไปนี้  (See, Hear, Feel, Watch)  อาจตามด้วย  “Infinitive without to”  (Verb 1)  หรือ  “Present participle”  (Verb + ing)  โดยมีความหมายต่างกันเล็กน้อย  เช่น

  • I heard her sing.

(ผมได้ยินเธอร้องเพลง)

  • She heard him singing.

(เธอได้ยินเขากำลังร้องเพลง)

  • He saw her walk in the street.

(เขาเห็นเธอเดินในถนน)

  • I saw him reading in the library.

(ผมเห็นเขากำลังอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • We watched them play in the field.

(เราดูพวกเขาเล่นในสนาม)

  • I watched her walking along the road.

(ผมเฝ้าดูเธอกำลังเดินไปตามถนน)

  • She felt the wind blow.

(เธอรู้สึกว่าลมพัด)

  • We felt the train moving from the station.

(เรารู้สึกว่ารถไฟกำลังเคลื่อนออกจากสถานี)

 

4. I hope ________________________________________________________ home early.

(ผมหวังจะ _______________________________________ กลับบ้านแต่วัน  -  แต่เนิ่นๆ)

(a) to drive to

(b) to drive    (ขับรถ)

(c) drive to

(d) drive

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Hope + To + Verb 1”  ดูกลุ่มคำกริยาที่ใช้เหมือนกับ  “Hope”  จากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • If you promise _________________________ angry with me, I’ll tell you what I broke.

(ถ้าคุณสัญญา _______________ โกรธผม  ผมจะบอกคุณว่า  ผมทำอะไรแตก (เสียหาย) บ้าง)

(a) not getting

(b) to not get

(c) not to get    (จะไม่)

(d) you not get

ตอบ   -   ข้อ   (c)   กริยา  “Promise + To + Verb 1”  หรือ  เมื่อเป็นปฏิเสธ  ใช้  “Promise + Not + To + Verb 1”  เช่นในประโยค

  • He promised to do better in the future.

(เขาสัญญาว่าจะทำให้ดีขึ้นในอนาคต)

  • They promise not to come to work late again.

(พวกเขาสัญญาว่าจะไม่มาทำงานสายอีก)

                                    สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ได้แก่  “promise  (สัญญา), offer  (เสนอ), want  (ต้องการ), hope  (หวัง), plan  (วางแผน), hesitate  (รีรอ, ลังเลใจ), fail   (ล้มเหลว), learn (เรียนรู้), expect  (คาดหวัง), refuse  (ปฏิเสธ), need  (ต้องการ), dare  (กล้า), claim  (อ้าง), agree  (ตกลง), demand  (เรียกร้อง), wish  (ปรารถนา), intend (ตั้งใจ), seem  (ดูเหมือนว่า), resolve  (ตกลงใจ), determine (ตัดสินใจ), decide  (ตัดสินใจ), pretend  (แสร้งทำ), afford  (มีฐานะพอ, สามารถหามาได้), happen  (บังเอิญ), appear  (ดูเหมือนว่า), prove  (พิสูจน์ว่า), ask  (ขอร้อง), beg  (ขอร้อง), choose  (เลือก), manage  (ประสบความสำเร็จ), hurry  (เร่งรีบ), tend  (มักจะชอบ), arrange  (จัดแจง, เตรียมการ), care  (สนใจ), come  (มา)   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • They want to take a rest.

(พวกเขาต้องการพักผ่อน)

  • She expects to arrive there in time.

(เธอคาดหวังว่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา)

  • He pretended not to see me.

(เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นผม)

  • We decided to buy a new home.

(เราตัดสินใจซื้อบ้านใหม่)

  • They decided not to travel abroad this year.

(พวกเขาตัดสินใจไม่เดินทางไปต่างประเทศปีนี้)

  • He came to see me late at night.

(เขามาพบผมเวลากลางคืนตอนดึก)

  • We must learn to work hard and to save money.

(เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานหนักและออมเงิน)

  • She refused to go out with him.

(เธอปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกกับเขา

  • She affords to buy an expensive car.

(เธอมีฐานะพอที่จะซื้อรถยนต์ราคาแพง)

  • They agreed to take a vacation this summer.

(พวกเขาตกลงที่จะเดินทางวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อนนี้)

  • We wish to graduate in a few months and to get a job.

(เราปรารถนาที่จะเรียนจบในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้าและได้งานทำ)

  • He asked to play a role in the school play.

(เขาขอร้องที่จะแสดงในบทในละครของโรงเรียน)

  • She asked not to attend the meeting next week.

(เธอขอร้องที่จะไม่เข้าประชุมสัปดาห์หน้า)

  • They promised to come and they did come.

(พวกเขาสัญญาว่าจะมา และก็มาจริงๆ)

  • The team failed to win a place in the finals.

(ทีมนั้นไม่สามารถที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย)

  • They hoped to meet their parents after separating with them for years.

(พวกเขาหวังจะได้พบกับพ่อแม่หลังจากแยกกับพ่อแม่เป็นเวลาหลายปี)

  • Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) หาอะไรกินก่อนมาที่นี่หรือเปล่า)

 

5.  It seems very difficult _____________________________________________________.

(มันดูเหมือนยากมาก ___________________________________________________)

(a) to stop the child to cry

(b) restraining the child to cry

(c) to keep the child from crying    (ที่จะป้องกันเด็กคนนั้นมิให้ร้องไห้)

(d) holding the child’s crying

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ตามโครงสร้าง  “It is (was, seems, appears) + Adjective + (For someone) + To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • _________________________________ to sign my name at the bottom of the page?

(___________________ ที่จะเซ็นชื่อของผมที่ด้านล่างของหน้า (กระดาษหรือเอกสาร) หรือไม่)

(a) Is it necessary for me    (มันจำเป็นสำหรับผม)

(b) Is it necessity for me    (“Necessity”  =  ความจำเป็น)

(c) Is it necessarily for me

(d) Am I necessary    (ไม่ใช้โครงสร้างนี้)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากมาจากโครงสร้างประโยคบอกเล่า  “It + is (was) + Adjective + (For someone) + To + Verb 1” 

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • It is not a good thing ______________________ in front of a television set all evening.

(มันมิใช่สิ่งที่ดี ______________________________ หน้าเครื่องรับโทรทัศน์ตลอดทั้งคืน)

(a) for children sit

(b) for children to sit    (สำหรับเด็กๆที่จะนั่ง)

(c) for children will sit

(d) for children sitting

ตอบ   -   ข้อ   (b)   มีค่าเท่ากับ   “It is not good for children to sit…..…….......……”  ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + (Not) + Adjective + (For someone) + To + Verb 1”  (สำหรับข้อความในวงเล็บ  จะมีหรือไม่ก็ได้)   ดังประ โยคข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • Don’t do anything.  I believe _______________________ would be best to keep quiet.

(ไม่ต้องทำอะไร  ผมเชื่อ (ว่า) ___________________________ จะดีที่สุดที่จะนิ่งเงียบเสีย)

(a) you

(b) it    (มัน)

(c) we

(d) everything

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (was, will be, would be) + Adjective   (เช่น  “Important, Necessary, Possible, Normal, Good, Better, Best”) + (For Someone) + To + Verb 1

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • It is usually necessary for the international business person ________ more than only his/her native language.

(มันเป็นสิ่งจำเป็นโดยปกติ  สำหรับนักธุรกิจระหว่างประเทศที่จะ _______ มากไปกว่าภาษาที่ใช้มาตั้งแต่เกิดของเขา/เธอ  แต่เพียงภาษาเดียว)  (หมายถึง  ควรรู้ภาษาอื่นด้วย  นอกเหนือจากภาษาที่ตนใช้อยู่เป็นประจำ)

(a) to understand    (เข้าใจ)

(b) to observe     (สังเกต)

(c) knowing     (รู้)

(d) speaking     (พูด)

ตอบ   –   ข้อ   (a)   เนื่องจากถูกต้องตามหลักไวยากรณ์  ตามโครงสร้าง {It is (was) + Adjective (necessary, important, possible, impossible, good, wise, foolish, etc.) + (For someone) + To + Verb 1 (กริยาอะไรก็ได้) + Something}  เช่น

  • It is necessary (for you) to work harder.

(มันจำเป็นสำหรับคุณที่ต้องขยันให้มากขึ้น)

  • It is important (for young people) to pay respect to the elderly.

(มันสำคัญสำหรับคนหนุ่มสาวที่จะต้องให้ความเคารพผู้สูงอายุ)

  • It was possible (for them) to arrive there before noon.

(มันเป็นไปได้สำหรับพวกเขาที่จะไปถึงที่นั่นก่อนเที่ยง)

  • It is impossible (for me) to lend you the sum you want.

(มันเป็นไปไม่ได้สำหรับผมที่จะให้คุณยืมเงินจำนวนที่ต้องการ)

  • It is good (for her) to marry him.

(มันดีสำหรับเธอที่แต่งงานกับเขา)

  • It was wise (for us) to cancel our trip to Europe.

(มันฉลาดสำหรับเราที่ยกเลิกการเดินทางไปยุโรป)

 

6. Unless you have something sensible to say, you ________________________ keep quiet.

(ถ้าคุณไม่มีอะไรที่ฉลาด (มีเหตุผล) ที่จะพูดคุย,  คุณ_______________________ เงียบไว้)

(a) have better

(b) had better    (ควรจะ)

(c) would better

(d) should better

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ส่วน   “Would rather”  =  “อยากที่จะ, ใคร่ที่จะ

 

7. Who _________________________________________________________________?

(_____________________________________________________________ ใคร)

(a) is this pen belonged

(b) is owned by this pen

(c) is this pen belong to

(d) does this pen belong to    (ปากกานี้เป็นของ)

ตอบ    -    ข้อ   (d)  “Belong”   =   “เป็นของ”   ไม่มีการใช้ในรูป  “Passive voice”  และต้องใช้กับ  “To”  เสมอ   ข้อ  (a)  จึงผิด  (เพราะเป็น  “Passive voice”)  และเมื่อจะทำเป็นประโยคปฏิเสธ   หรือคำถาม  จะต้องใช้   “Verb to do”  (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ  ดังนั้น  ข้อ  (c)  จึงผิดสำหรับ   “Own”  =   “เป็นเจ้าของ”  จะ ต้องใช้ในโครงสร้าง  “Who owns this pen?”  (ใครเป็นเจ้าของปากกาด้ามนี้)

 

8. Do you know which part of the country ____________________________________ rain?

(คุณรู้ไหมว่าส่วนไหนของประเทศ _______________________________________ ฝน)

(a) is lacking of

(b) lacks of

(c) is in lack of    (ขาดแคลน)

(d) is lacked of

ตอบ   -   ข้อ   (c)   สำหรับโครงสร้างอื่นๆ ของ   “Lack”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่ 

  • He made that mistake because he _______________________________ experience.

(เขาทำความผิดนั้น  เพราะว่าเขา ________________________________ ประสบการณ์)

(a) was lack of

(b) was in lacked of

(c) lacked of

(d) lacked    (ขาด, ขาดแคลน, ปราศจาก, ไม่มี, การขาดแคลน, ความไม่มี, ความไม่เพียงพอ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจใช้  “was in lack of”  ก็ได้  เนื่องจาก  “Lack”  เป็นทั้งคำกริยาและคำนาม,  เมื่อเป็นคำกริยา  ตามด้วยกรรมเลย   ไม่ต้องมี “Of”,  แต่เมื่อใช้เป็นคำนาม  ต้องตามด้วย  “Of”  และต่อด้วยกรรม  ดังประโยคตัวอย่าง

  • They lacked confidence to go on with the project.

(พวกเขาขาดความเชื่อมั่นที่จะดำเนินโครงการต่อไป)

  • The contract lacks a signature of both parties.

(สัญญาขาดลายเซ็นของทั้ง    ฝ่าย)

  • Many poor nations lack raw materials for the production of their goods. 

(ประเทศยากจนจำนวนมากขาดแคลนวัตถุดิบสำหรับการผลิตสินค้าของตน)

  • I hated the lack of privacy in the dormitory.

(ผมเกลียดการขาดความเป็นส่วนตัวในหอพัก)

  • He was not a stern man at all, in spite of his lack of humor.

(เขามิใช่คนที่เข้มงวด-เคร่งครัด หรือไม่ยอมผ่อนผัน  ทั้งๆที่ขาดอารมณ์ขัน)

  • Lack of proper funding is making our job more difficult.

(การขาดแคลนการอุดหนุนเงินที่เหมาะสม  กำลังทำให้งานของเรายากลำบากยิ่งขึ้น)

  • His department was shut down for lack of funds.

(แผนกของเขาถูกปิดลงเนื่องจากขาดแคลนเงินทุน)

 

9. ________________ everyone knows, Jennifer is one of the smartest students in the class.

(___________________ ทุกคนทราบ, เจนนิเฟอร์เป็นนักเรียนที่ฉลาดที่สุดคนหนึ่งในชั้น)

(a) As soon as    (ในทันทีที่)

(b) As well as    (เช่นเดียวกับ, และ)

(c) As far as    (เท่าที่, ในส่วนที่)

(d) As much as    (มากเท่ากับ)

ตอบ    -    ข้อ   (c)

 

10. According to the guide, it may take over 3 hours _________________ the ancient temple.

(ตามที่มัคคุเทศก์บอก,  มันอาจใช้เวลากว่า  ๓  ชั่วโมง _____________________ วัดโบราณ)

(a) to arrive in

(b) arriving in

(c) to arrive at    (ที่จะมาถึง)

(d) arriving at

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ตามโครงสร้าง  “It + Take + (John, him, her, me) + Time + To + Verb 1”    และ  “Arrive at”  =  “มาถึงสถานที่เล็กๆ  เช่น  วัด, โรงเรียน, โรงพยาบาล, ธนาคาร  ฯลฯ”  ส่วน  “Arrive in”  =   “มาถึงเมือง, ประเทศ

                           สำหรับวลีที่ใช้กับ  “At”  ได้แก่  “at a high speed” =  ด้วยความ เร็วสูง)  -  “The car is moving at a high speed.”  (รถยนต์กำลังเคลื่อนที่ด้วยความ เร็วสูง),   “good at”  (เก่ง)  -  She is good at drawing map.  (เธอเก่งการวาดแผนที่),  “sit at a table”  (นั่งที่โต๊ะ),  “land at a small airport”  (ร่อนลงที่สนามบินเล็กๆ),  “at both ends”  (ที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง),  “a knock at the door”  (การเคาะที่ประตู)  -  “We heard a knock at the door at late night.”  (เราได้ยินเสียงเคาะที่ประตูตอนดึกมากแล้ว),  “I don’t like this movie at all.”  (ผมไม่ชอบหนังเรื่องนี้สักนิดเดียว),  “at a beach club”  (ที่สโมสร ณ ชายหาด), “at a funeral”  (ที่งานศพ),  “at a press conference”  (ที่การให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์),  “at a high school dance”  (ที่งานเต้นรำของโรงเรียน),  “at the office”  (ณ ที่ทำงาน),  “at breakfast”  (เมื่อเวลาอาหารเช้า),  “to stare at a garage roof”  (จ้องมองไปที่หลังคาโรงรถ),  “to wave down at him”  (โบกมือให้เขา),  “to throw petals at his car”  (โยน – โปรย – กลีบดอกไม้ที่รถของเขา),   “at a distance”  (ในระยะไกล),   “at a standstill”  (หยุดชะงัก, หยุดนิ่งอยู่กับที่),  “at 10:00 a.m.”  (ตอน ๑๐ โมงเช้า),  “at dawn”  (ตอนรุ่งอรุณ),  “at once”  (โดยทันทีทันใด),  “at his wit’s end”  (เขาหมดปัญญา, จนปัญญา, ไม่รู้จะทำอย่างไรดี),   “at loose ends”  (ไม่มีอะไรทำ, ไม่มีงานทำ, ไม่รู้จะทำอะไร ดี, ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรต่อไป, ยังไม่ตัดสินใจ),  “at a later stage”  (ในระยะหรือขั้น ตอนต่อไป),   “at a time of high unemployment”  (ณ ช่วงเวลาที่มีการว่างงานสูง),  “to start work at sixteen”  (เริ่มทำงานตอนอายุ ๑๖),  “to die at eighty-three”  (ตายเมื่ออายุ ๘๓),  “to grow at an astonishing rate”  (เติบโตในอัตราที่น่าพิศวง),  “to buy or sell it at $ 100”  (ซื้อหรือขายที่ราคา ๑๐๐ เหรียญ),  “at 100 miles per hour”  (ที่ ๑๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง),  “the radio playing at full volume”  (วิทยุเปิดสุดเสียง),  “to set a pass mark at 60 percent”  (ตั้งคะ แนนผ่านที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์),  “to work harder at his thesis”  (ขยันมากขึ้นกับวิทยานิพนธ์),  “to aim at bringing down the inflation rate”  (มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ),  “to go at the invitation of his neighbors”  (ไปเพราะการเชื้อเชิญของเพื่อนบ้าน),  “to leave at the director’s command”  (จากไปเพราะคำสั่งของผู้อำนวยการ),  “at liberty”  (มีอิสรเสรีที่จะทำอะไร, มิได้ถูกขัดขวางหรือหยุดยั้ง),  “to be at war”  (ทำสงคราม),  “to put his life at risk”  (ทำให้เขาต้องเสี่ยงชีวิต),  “to read at random”  (อ่านแบบสุ่มๆ – คือไม่เฉพาะเจาะ จง),  “at gun point”  (โดยเอาปืนจี้หัว),  “to fly at their expense”  (บินไปโดยค่าใช้จ่ายของพวกเขา),  “to be at her best”  (อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเธอ),  “at a guess”  (โดยการเดาหรือทาย),  “at a rough estimate”  (โดยประมาณการอย่างคร่าวๆ),  “good at swimming”  (ว่ายน้ำเก่ง),  “clever at mathematics”  (เก่งคณิตศาสตร์),  “bad at cooking”  (ปรุงอาหารไม่เก่ง),  “an expert at shooting”  (เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการยิงปืน),  “be delighted at the success” (ปลาบปลื้ม-ยินดี กับความสำเร็จ),  “feel sorry at his dismissal”  (รู้สึกเสียใจกับการถูกไล่ออกของเขา),  “feel glad at a new job”  (รู้สึกดีใจกับงานใหม่)“at first”  (ในตอนแรก),  “at last”  (ในที่สุด),  “at least”  (อย่างน้อยที่สุด),  “at leisure”  (มีเวลาว่าง, ไม่ได้ทำงาน, ไม่ได้มีงานยุ่ง),  “at length”  (อย่างละเอียด, อย่างเต็มที่, ในที่สุด),  “at most, at the most”  (อย่างมากที่สุด),  “at loggerheads”  (ทะเลาะกัน, ต่อสู้กัน, เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน)“at present”  (ในปัจจุบัน),  “at the same address” (ณ ที่อยู่เดิม),  “at 33 Albert Street” (บ้านเลขที่  ๓๓  ถนนอัลเบิร์ต),  “at the hairdresser’s”  (ที่ร้านทำผม),  “at church”  (ที่โบสถ์ – ไปทำพิธี),  “at home”  (ที่บ้าน),  “to be at work”  (กำลังทำงานหรือยุ่งอยู่กับกิจกรรมอะไรบางอย่าง, สถานการณ์หรือกระบวนการที่กำลังมีผล กระทบหรืออิทธิพล),  “at school”  (ที่โรงเรียน),  “at college”  (ที่มหาวิทยาลัย),  “arrive at the airport”  (มาถึงที่สนามบิน),  “at night”  (ตอนกลางคืน),  “at Easter”  (ช่วงเทศกาลอีสเตอร์),  “at the weekend”  (ตอนสุดสัปดาห์),  “I don’t understand it at all.”  (ผมไม่เข้าใจมันเลย),  “I can hardly hear you at all.”  (ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงคุณเลย  –  เสียงคุณแผ่วเบามาก),  “It is not at all likely he will come.”  (แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมา  -  คือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก),  “Can it be done at all?”  (มันจะสามารถทำได้ไหมนี่),  “She will walk with a limp, if she walks at all.”  (เธอจะต้องเดินขากระเผลก-ขาเป๋  ถ้าเธอยังเดินได้  -  หมายถึงเธออาจจะเดินไม่ได้อีกเลย),  “at all costs”  (ไม่ว่าจะต้องเสียเงิน เวลา หรือความพยายามเพียงใด)  -  Carl is determined to succeed in his new job at all costs.”  (คาร์ลมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในงานใหม่ของเขา  โดยไม่สน ใจว่าจะต้องทำงานหนักเพียงใด),  “Regardless of the results, Mr. Jackson intended to save his son’s eyesight at all costs.”  (โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์  มิสเตอร์แจ๊คสันตั้งใจที่จะรักษาสายตาของลูกชายตน  ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาหรือเงินมาก มายเพียงใด),  “at a loss”  (ในสภาพที่ไม่แน่นอน, ไม่รู้อะไรเลย, งุนงงสับสนไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก, จนปัญญา),  “A good salesman is never at a loss for words.”  (นักขายที่ดีไม่เคยจนปัญญาที่จะพูดเพื่อขายสินค้า),  “When Don missed the last bus, he was at a loss to know what to do.”  (เมื่อดอนตกรถเมล์เที่ยวสุดท้าย  เขางุนงงสับสนจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  -  คือไม่รู้ว่าจะหาทางกลับบ้านอย่างไร)“at anchor”  (แอ๊ง-เคอะ  -  จอดลอยลำทอดสมออยู่),  “at any rate”  (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี),  “keep him at arms length”  (ไม่คบค้าสมา คมกับเขา, ไม่ทำตัวสนิทสนมกับเขา),  “at a snail’s pace”  (อย่างเชื่องช้าอืดอาด, คืบหน้าไปทีละหน่อยเหมือนหอยทาก),  “one at a time”  {(เข้ามาในห้อง, ขึ้นรถ เมล์) ทีละคน},  “run up the steps two at a time”  (ขึ้นบันไดทีละ ขั้น),  “at best, at the best”  (อย่างดีที่สุด),  “at ease”  (สบาย, ไม่มีความเจ็บปวดหรือสิ่งรบกวน),  “at every turn”  (ทุกครั้ง, ตลอดเวลา),  “at fault”  (ถูกตำหนิ, รับ ผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือความล้มเหลว),  “at first glance, at first sight”  (เมื่อแรกเห็น, หลังจากมองครั้งแรกอย่างรวดเร็ว),  “at hand, at close hand”  (อยู่ใกล้ตัว, เอื้อมถึงได้ง่าย, กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้),  “at large”  {(คนร้าย) ยังลอยนวล, ยังจับตัวไม่ได้}, เป็นต้น

 

11. During Christmas Frank didn’t go anywhere because he had planned to spend most of his time ________ his sick mother.

(ระหว่างช่วงคริสต์มาส  แฟรงค์มิได้ไปที่ไหน  เพราะว่าเขาได้วางแผนที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่ของเขา ________ แม่ที่ป่วย)

(a) take good care of

(b) to take good care of

(c) taking good care with

(d) taking good care of    (ดูแลเป็นอย่างดี)   

ตอบ    -    ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Subject + Spend + Time + Verb + ing” =  “ประธานฯ ใช้เวลา............(๑ ชั่วโมง, ๒ วัน, ๓ เดือน) ...............ทำกริยานั้นๆ

 

12. John said that he didn’t do ________________________________________ paper work.

(จอห์นกล่าวว่าเขามิได้ทำงานเอกสาร (ทำรายงาน) _______________________________)

(a) many

(b) a great deals of

(c) a lots of

(d) much    (มาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Paper work”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องใช้กับ  “Much”  นอกจากนั้น  ยังอาจตอบ  “A great deal of”  หรือ  “A good deal of”  (ทั้ง  ๒  คำ  ใช้กับนามนับไม่ได้เท่านั้น)  หรือ   “A lot of”  ก็ได้  แต่  “A lot of = Lots of”  สามารถใช้กับทั้งคำนามนับได้  และนับไม่ได้  (ส่วน  “A large number of = A great number of = A number of = Many”   ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์  เท่านั้น)  ดังประโยคข้างล่าง

  • I need a lot of (= lots of = a great deal of = a good deal of) information from you.

(ผมต้องการข้อมูลมากมายจากคุณ)  (“Information”  เป็นนามนับไม่ได้)

  • She has a lot of (= lots of = a large number of = a great number of = a number of = many) books to read for her exam.

(เธอมีหนังสือต้องอ่านเยอะแยะสำหรับการสอบ)  (“Book”  เป็นนามนับได้)

  • They eat a great deal of (= a good deal of = a lot of = lots of) rice.

(พวกเขากินข้าวเยอะแยะ)  (“Rice”  เป็นนามนับไม่ได้)

  • We had a great deal of (= a good deal of = lots of = a lot of) time.

(เรามีเวลามากมาย)  (“Time”  เป็นนามนับไม่ได้)

  • They spent a great deal of (= a good deal of = lots of = a lot of) money when they travelled abroad.

(พวกเขาใช้เงินมากมายเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ)  (“Money”  เป็นนามนับไม่ได้)

  • There are lots of (= a lot of = many = a large number of = a great number of = a number of) cars in the street.

(มีรถเยอะแยะบนถนน)  (“Car”  เป็นนามนับได้)

 

13. A lot of people invested in this kind of business because the cost of production is _________.

(ผู้คนมากมายลงทุนในธุรกิจชนิดนี้  เพราะว่าต้นทุนการผลิต ________________________)

(a) fewer

(b) a little

(c) very little    (น้อยมาก)

(d) very less

ตอบ   -   ข้อ   (c)

 

14. When the fire broke out, ___________________________________________________.

(เมื่อตอนไฟไหม้เกิดขึ้น ________________________________________________)

(a) the house became emptying

(b) the house had empties

(c) the house had emptied

(d) the house was made empty    (บ้านถูกทำให้ว่างเปล่า)  (คือ  ผู้อยู่อาศัยย้ายออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว  หรือ  ของในบ้านถูกขนออกไปหมดแล้วตอนไฟไหม้ หรือก่อนไฟไหม้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Empty”  ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  อย่างไรก็ตาม  “Empty”  สามารถเป็นคำกริยาได้  หมายถึง  “ทำให้ว่างเปล่า”  และสามารถใช้ตอบในข้อนี้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “the house had been emptied”  (บ้านถูกทำให้ว่างเปล่าไปก่อนแล้ว)  ซึ่งอยู่ในรูป  “Passive voice”  (รูป  Past perfect tense) (ใช้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่ง,  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีหลัง  ใช้  “Past simple tense”)   เนื่องจากบ้านเป็นผู้ถูกกระทำ  คือ  “ถูกทำให้ว่างเปล่า

 

15. The patient was reassured by the __________ treatment he received at the health clinic.

(ผู้ป่วยได้รับความมั่นใจจาก (โดย) การรักษา ______________ ที่เขาได้รับที่คลินิกสุขภาพ)

(a) profession’s    (ของอาชีพ)

(b) professor’s    (ของศาสตราจารย์)

(c) professional    (ในแบบมืออาชีพ, ที่เชี่ยวชาญ-ชำนาญ, ที่ชำนาญเฉพาะทาง)

(d) professed    (ซึ่งถูกประกาศออกมา)

 

16. _________________________I am concerned, he can do whatever he likes with the money.

(________ เกี่ยวข้องกับผม  เขาสามารถทำอะไรก็ได้ที่เขาชอบ  กับเงินก้อนนั้น)  (หมายถึง  ในส่วนที่เกี่ยวกับตัวผมแล้ว  (มิได้รวมไปถึงผู้อื่น) เขาสามารถทำอะไรก็ได้กับเงินก้อนนั้น  แต่คนอื่นจะมีความเห็นอย่างไร  ผมไม่ทราบ)

(a) As much as

(b) So long as    (ตราบใดที่, ตราบเท่าที่)

(c) As far as    (ในส่วนที่, เท่าที่)

(d) Because that

 

17. The aardvark is considered the most extraordinary animal.  It’s a _______ animal, with the ears of a donkey and the tail of a kangaroo.

(ตัวอาร์ดวาร์คถูกถือว่าเป็นสัตว์พิเศษ (ผิดธรรมดา) มากที่สุด  มันเป็นสัตว์ที่ ________ โดยมีหูเหมือนหูของลา  และหางเหมือนของจิงโจ้)  (อาร์ดวาร์คเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  มีหูยาว  ลิ้นยาว  กินมดและปลวกเป็นอาหาร  หากินเวลากลางคืน)

(a) look-strange

(b) looking-strange

(c) strange-looking    (มีลักษณะแปลก)

(d) strange-look

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้คำคุณศัพท์  แบบ   “Strange-looking”  ในประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • Most of the London policemen are tall and ______________________________ men.

(ตำรวจลอนดอนส่วนใหญ่  เป็นชายร่างสูงและ ________________________________

(a) well-looked

(b) well-looking

(c) good-looked

(d) good-looking    (หล่อ, มีหน้าตาดี, สวยงาม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากมาจาก   “The men look good.” (ชายเหล่านั้นมีหน้าตา  หรือ ท่าทางดี)   โดย  “Good”  เป็นคำคุณศัพท์  ดังนั้น  เมื่อจะทำเป็นวลีขยายคำนาม  จึงต้องเอารูปเดิม  (Good)  มาใช้  และมีขีดคั่น (-) ตรงกลาง  เช่น   “Good-looking people  (คนหน้าตาดี  หรือสวย),  Sweet-smelling flowers  (ดอกไม้มีกลิ่นหอม), Happy-looking girls  (เด็กหญิงหน้าตา-ท่าทางมีความสุข),  Sour-tasting food  (อาหารมีรสเปรี้ยว),  etc.

                           ในกรณีที่มาจากกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ซึ่งขยายคำกริยา  เมื่อจะนำมาทำเป็นวลีคุณศัพท์  (Adjective phrase)  ขยายนาม  ก็จะต้องนำกริยาวิเศษณ์นั้นมาใช้  เช่น  “A well-written report”  (รายงานซึ่งเขียนประณีต)  มาจาก  “The report was well written.”  (รายงานถูกเขียนอย่างประณีต),  “A carefully-done job”  (งานที่ทำอย่างรอบคอบ)   มาจาก  “The job was carefully done.”  (งานถูกทำอย่างรอบคอบ),  “A well-known politician”  (นักการเมืองมีชื่อเสียง-รู้จักกันดี)   มาจาก  “The politician is well known.  (นักการเมืองเป็นที่รู้จักกันดี),   “A slowly-walking man”  (ชายที่เดินช้ามาจาก  “The man walks slowly.”  (ชายคนนั้นเดินช้า),  เป็นต้น

 

18. It is believed that ________________________ effort is required to master any language.

(มัน (ถูก) เชื่อว่า  ความพยายาม ___________ เป็นสิ่งจำเป็น  ที่จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาใดๆ)

(a) many    (จำนวนมาก)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

(b) a large number of    (จำนวนมาก)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

(c) many a

(d) a great deal of    (มากมาย, จำนวนมาก)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Effort”  เป็นนามนับไม่ได้  (เป็นเอกพจน์เสมอ)  ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำข้างบนใน  ข้อ  ๑๒  ของข้อสอบชุดนี้

 

19. Are you going to leave ____________________________________________________?

(คุณจะทิ้ง ____________________________________________________ ใช่ไหม)

(a) the open windows

(b) the windows opened

(c) open the windows

(d) the windows open    (หน้าต่างเปิดไว้)  (คือ  ไม่ปิด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากมาจากโครงสร้าง   “Subject + Leave + กรรม + Adjective”  หรือ  “Subject + Leave + กรรม + Verb + ing”  เช่น

  • He left the room dirty when we came in.

(เขาทิ้งห้องให้สกปรกเมื่อเราเข้าไป)

  • She left her clothes lying on the floor.

(เธอทิ้งเสื้อผ้าวางกองอยู่บนพื้น)

  • They left the fire burning when they went out.

(พวกเขาทิ้งให้ (กอง) ไฟลุกไหม้อยู่  เมื่อออกไปข้างนอก)

 

20. I heard them say _________________________________ plenty of gold there in the hills.  

(ผมได้ยินพวกเขาพูดว่า ___________________________ ทองมากมายอยู่ที่นั่น  ตรงเนินเขา)

(a) it is

(b) it was

(c) there is   (มี)

(d) have

(e) has

ตอบ  -  ข้อ   (c)   แม้ว่ากริยาในประโยคใหญ่  (Main clause)  คือ  “Heard”  (Past simple tense)  คือ  เป็นการได้ยินมาในอดีต  แต่เนื่องจากกริยาในประโยคย่อย  (Subordinate clause)  เป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อเท็จจริง  (Fact)  จึงสามารถใช้  “Is” (there is)  ได้  เพราะถือเป็นเรื่องปัจจุบัน  (มีทองที่เนินเขามากมาย)  หรือจะเปลี่ยนเป็น  “there was”  ก็ได้

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  เว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป