หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 492)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. During a hurricane, _____________________________ to keep the air pressure equalized.

(ในระหว่างเกิดพายุเฮอริเคน ________ เพื่อรักษาความกดอากาศให้เท่ากัน)  (ระหว่างอากาศนอกบ้านและในบ้าน)

(a) partially opening some windows

(b) some windows should open partially

(c) it partially opens some windows

(d) there should be some windows partially opened    (ควรจะมีหน้าต่างบางบาน  ที่ (ถูก) เปิดเอาไว้บางส่วน)  (เพื่อให้อากาศนอกบ้านและในบ้านเท่าๆ กัน  เป็นการป้องกันบ้านระเบิดในระหว่างพายุ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    เนื่องจากเป็นประธาน  (There)  กริยา  (Should be)  และ  "Complement"  (Some windows partially opened....................."   ของประโยค   ทั้งนี้  ประโยคใน  ข้อ  (d)  ลดรูปมาจากอนุประโยค  “……..……… some windows which are partially opened”  (ต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  คือ  มีการถูกกระทำ  เนื่องจากหน้าต่างถูกเปิด)

 

2. I could not follow what he said very well.  His voice was ________ sometimes I did not catch his words.

(ผมไม่สามารถติดตาม (เข้าใจ) สิ่งที่เขาพูดได้ดีมากนัก,  เสียงของเขา ________ บางครั้งผมไม่สามารถจับใจความ (ตามทัน) คำพูดของเขา)

(a) very soft

(b) too soft that

(c) so soft that    (เบามากจนกระทั่ง)

(d) rather soft

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากมาจากโครงสร้าง  “Subject + Is (Are) + So + Adjective + That + Subject + Verb”  (ประธานฯ ....................... มาก  จนกระทั่ง .........................)  ดูเปรียบเทียบกับโครงสร้างอื่นๆ ที่มีความหมายเหมือนกัน  จากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • I am ________________________________________ weak to lift this heavy stone.

(ผมอ่อนกำลัง (อ่อนแอ) ________________________________ ที่จะยกหินหนักก้อนนี้)

(a) so

(b) very

(c) too    (เกินไป, มากเกินไป)

(d) quite

ตอบ   -   ข้อ   (c)  สำหรับโครงสร้างที่แตกต่างกัน  แต่มีความหมายเหมือนกันมีดังนี้  คือ

  • I am too weak to lift this heavy stone.
  • I am very (หรือ  so, quite) weak and I cannot lift this heavy stone.
  • I am not strong enough to lift this heavy stone.
  • I am so weak that I cannot lift this heavy stone.
  • I am such a weak person that I cannot lift this heavy stone.

                                      ตัวอย่างประโยคอื่นๆ ที่มีโครงสร้างต่างกัน  แต่ความหมายเหมือนกัน  เช่น

  • The car is too small for us to get into it.

(รถยนต์คันนั้นเล็กเกินไปสำหรับเราที่จะเข้าไปนั่งได้)

  • The car is very (หรือ so, quite) small and we cannot get into it.
  • The car is not big enough for us to get into it.
  • The car is so small that we cannot get into it.
  • It is so small a car that we cannot get into it.
  • It is such a small car that we cannot get into it.

หมายเหตุ   -   ประโยคทั้งหมดข้างบนมีความหมายเหมือนกัน

 

3. Geology is the science of the earth _______________________________________ whole.

(ธรณีวิทยาเป็นศาสตร์ของ (เกี่ยวกับ) โลก ____________________________________)

(a) a

(b) as a    (“As a whole”  =  โดยทั่วๆ ไป)

(c) is a

(d) it is a

ตอบ   -   ข้อ   (b)

 

4. He discussed the subject ___________________________________________________.

(เขาอภิปราย (ถก) เรื่องนั้น _______________________________________________)

(a) fullest

(b) complete

(c) deeply    (อย่างลึกซึ้ง)

(d) in depth    (ในรายละเอียด, ในเชิงลึก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  หรืออาจตอบ  “Completely”  (อย่างสมบูรณ์)  ก็ได้,  สำหรับ  ข้อ  (c)  ถูกหลักไวยากรณ์  แต่ความหมายสู้ข้อ  (d)  ไม่ได้

 

5. He was shot __________________________ during the gunfight with the police yesterday.

(เขาถูกยิง ______________________________ ในระหว่างการดวลปืนกับตำรวจเมื่อวานนี้)

(a) death    (ความตาย)  (เป็นคำนาม)

(b) dead    (ตาย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) deadly    (เป็นอันตรายถึงตายได้, เหมือนตาย, ซึ่งทำลายล้าง)  (เป็นคำคุณศัพท์)  (ถ้าเป็นกริยาวิเศษณ์  หมายถึง  ในลักษณะอาการที่คล้ายตาย, เหลือเกิน, อย่างยิ่ง)

(d) died    (ตาย)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ   -   ข้อ   (b)

 

6. I want to buy something colorful and ________________________________ in your store.

(ผมต้องการซื้ออะไรสักอย่างที่มีสีสันและ ____________________________ ในร้านของคุณ)

(a) decoration    (การประดับประดา)  (เป็นคำนาม)

(b) decorator    (นักตกแต่ง-ประดับประดา)

(c) decorating

(d) decorative    (ที่เป็นการประดับประดา)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นการใช้คำให้คู่ขนาน  (Parallel)  กับคำคุณศัพท์   “Colorful”  ทั้งนี้  ข้อความในประโยคข้างบน  ลดรูปมาจากอนุประโยค  “…………........Something which is colorful and decorative    

 

7. If you _________ your reservations earlier, you would have gotten on the flight you wanted.

(ถ้าคุณ ___________ การจองตั๋วเร็วกว่านี้,  คุณก็คงจะได้ขึ้นเครื่องบินเที่ยวที่คุณต้องการแล้ว)

(a) have made

(b) had made    (ได้ทำ)  

(c) made

(d) would have made

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็น  “If clause”   แบบที่    คือ  เป็นการสมมติเหตุการณ์ในอดีต  ที่เหตุการณ์เกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค  กล่าวคือ  “ถ้าคุณได้ทำการจองตั๋วเร็วกว่านี้  คุณก็คงจะได้ขึ้นเครื่องบินเที่ยวที่คุณต้องการแล้ว”   แต่ในความเป็นจริงคือ  “คุณจองตั๋วช้า  คุณก็เลยไม่ได้เดินทางเที่ยวบินที่คุณต้องการ”“If clause”  แบบนี้   ใน  “If clause” (ประโยคย่อย)  ต้องใช้รูป  “Past perfect tense”  คือ “Subject + Had (Not) + Verb 3”  ส่วนใน  “Main clause”  (ประโยคใหญ่)  ต้องใช้รูป  “Past future perfect tense”  คือ  “Subject + Would (Should, Could, Might) + (Not) + Have + Verb 3”  เสมอ  เช่น

  • If he had bet on that horse, he would have lost all his money.

(ถ้าเขาเล่นพนัน (แทง) ที่ม้าตัวนั้น  เขาก็คงสูญเสียเงินไปทั้งหมดแล้ว)  (แต่ในความเป็นจริง  คือ  “เขามิได้เล่นพนันที่ม้าตัวนั้น  เขาก็เลยไม่ได้เสียเงิน”)

  • If you had not come to my party, you would not have met your old friends at college.

(ถ้าคุณมิได้มาที่งานเลี้ยงของผม  คุณก็คงไม่ได้พบเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยของคุณ)  (แต่ในความเป็นจริง  คือ  “คุณมางานเลี้ยง  คุณเลยได้พบเพื่อนเก่า”)

 

8. If your passport is no longer ________, then you should use some other form of identification.

(ถ้าพาสปอร์ตของคุณไม่ ______ ต่อไปอีกแล้ว  คุณควรใช้รูปแบบอื่นๆ ของการระบุตัวตนของคุณ)

(a) valid    (ยังไม่หมดอายุ, สมบูรณ์, ใช้ได้, ฟังขึ้น, มีเหตุผล, มีหลักฐาน, มีมูล, ชอบด้วยกฎหมาย, แข็งแรง)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) validate    (ทำให้มีเหตุผล-หลักฐาน, ทำให้ได้-เป็นกฎหมาย-มีผล-ฟังขึ้น-เป็นทางการ, ทำให้สมบูรณ์)

(c) validating

(d) validation    (การทำให้สมบูรณ์-มีเหตุผล-หลักฐาน-เป็นกฎหมาย-มีผล-ฟังขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากต้องเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  เพราะขยายกริยา  “Is”  เหมือนในประโยค  เช่น  “The car is expensive.”  (รถยนต์มีราคาแพง),  “The house is small.”  (บ้านหลังเล็ก)  หรือ  “The building is high.”  (อาคารสูง)  ส่วน  ข้อ  (b)  และ  (c)  เป็นคำกริยา,  ข้อ  (d)  เป็นคำนาม

 

9. ___________________ in today’s business world is difficult, and many new businesses fail.

(_________ ในโลกธุรกิจในปัจจุบันมีความยากลำบาก,  และธุรกิจใหม่ๆ จำนวนมากต้องพบกับความล้มเหลว)

(a) Compete    (แข่งขัน)

(b) Competing    (การแข่งขัน)

(c) To compete

(d) Having competed

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยค  โดยมีคำกริยา  คือ  “Is”  จึงต้องอยู่ในรูปของ  “Gerund”   คือ  “Verb + ing”  (ถือเป็นเอกพจน์เสมอ)  ซึ่งมีความหมาย  “การ ..........................”  ส่วน  “In today’s business world”   เป็นส่วนขยายประธาน  ทำหน้าที่เป็น  “Adjective phrase ”   บ่งบอกว่าเป็นการแข่งขันในด้านใด  สำหรับ  “To compete”  ก็สามารถใช้เป็นประธานของประโยคได้เช่นเดียวกัน  แต่ไม่เป็นที่นิยมเหมือนกับรูป  “Gerund” (Competing)  ตัวอย่างการใช้  “Gerund”  เป็นประธานของประโยค  ได้แก่

  • Swimming is a good exercise.

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Learning Chinese is difficult.

(การเรียนภาษาจีนเป็นเรื่องยาก)

  • Sleeping is necessary to health.

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Living in a poor house makes him sad.

(การอาศัยอยู่ในบ้านที่ห่วยแตก  ทำให้เขาเศร้า)

  • Working too hard made her sick.

(การทำงานหนักเกินไปทำให้เธอป่วย)

 

10. The list of registered guests ________________________ sitting on the manager’s desk.

(รายชื่อของแขกผู้ลงทะเบียน __________________ ตั้ง (วาง) อยู่บนโต๊ะทำงานของผู้จัดการ)

(a) are

(b) were

(c) is    (กำลัง)

(d) have

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากประโยคนี้อยู่ในรูป  “Present continuous tense”  (Is sitting)  (กำลังตั้ง หรือ วางอยู่)  และประธานของประโยค  คือ  The list”  ซึ่งเป็นเอกพจน์  ส่วนกริยา  คือ  “Is sitting”  (กำลังตั้งอยู่)  สำหรับ  “Of registered guests”  เป็นเพียงส่วนขยายประธานเท่านั้น,  กริยาของประโยค  จึงต้องใช้ตามประธาน (The list)  เป็นสำคัญ

 

11. The company will review your application _______ you have submitted all your paperwork.

(บริษัทจะทบทวนใบสมัครของคุณ ______________ คุณได้ส่งมอบงานเอกสารทั้งหมดของคุณ)

(a) soon    (ในไม่ช้า, โดยทันที)

(b) before    (ก่อน)

(c) as soon as    (ในทันทีที่)

(d) sooner than    (เร็วกว่า)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

 

12. The woman ______________________ rents this room uses it only a few days a month.

(ผู้หญิง ___________________________ เช่าห้องนี้  ใช้มันเพียงแค่ ๒ – ๓ วันในหนึ่งเดือน)

(a) who’s

(b) who    (ผู้ซึ่ง)  (ใช้เป็นประธานของอนุประโยค  หรือประโยคคำถาม)

(c) whom    (ผู้ซึ่ง)  (ใช้เป็นกรรมของอนุประโยค)

(d) whose    (ของเขา/เธอ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Who”  เป็นประธานของประโยคย่อย  (อนุประโยค)  “Who rents this room

 

13. ______________ we were careful with expenses, we still went over our budget this year.

(___________________ เราระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่าย,  เรายังคงใช้เงินเกินงบประมาณในปีนี้)

(a) Since    (เพราะว่า, ตั้งแต่)

(b) Because    (เพราะว่า)

(c) Even though    (ถึงแม้ว่า)

(d) If    (ถ้า)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากข้อความในประโยคย่อย  “Even though we were careful with expenses”  ขัดแย้งกับข้อความในประโยคใหญ่  “We still went over our budget this year”  กล่าวคือ  “แม้ว่าเราจะระวังเรื่องค่าใช้จ่าย  (แต่)  ก็ยังใช้เงินเกินงบฯ”   จึงต้องใช้   “Even though, Though, Although, Even if”  (ทุกคำ  หมายถึง  “แม้ว่า”)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • Even though he is poor, he is happy.

(ถึงแม้ว่าเขาจน  เขามีความสุข)

  • Though she is beautiful, nobody likes her.

(ถึงแม้ว่าเธอสวย  ไม่มีใครชอบเธอ)

  • They didn’t pass the exam even if they studied very hard.

(พวกเขาสอบตก  ถึงแม้ว่าเรียนอย่างหนัก)

 

14. After listening to his thorough ____________, I had no problems understanding how to use the software.

(หลังจากการฟัง ________ ที่ละเอียดลออของเขา,  ผมไม่มีปัญหาในการเข้าใจเรื่องว่าจะใช้ซอฟต์แวร์นี้อย่างไร)

(a) explained    (อธิบาย)  (คำกริยา)

(b) explains     (อธิบาย)  (คำกริยา)

(c) explanatory    (เกี่ยวกับการอธิบาย, ซึ่งเป็นการอธิบาย)  (คำคุณศัพท์)

(d) explanation    (คำอธิบาย, การอธิบาย)  (คำนาม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากข้อความหลัง  “Listening to”  ต้องเป็นคำนาม (ในที่นี้  คือ  “Explanation”)  หรือ  คำสรรพนาม (Him, Her, Them, Us)  และสังเกตได้อีกอย่าง  คือ  “Thorough”  (เธ้อร์-โร)  (ละเอียดลออ)  เป็นคำคุณศัพท์  จึงต้องขยายอยู่หน้าคำนาม

 

15. It is said that the government may agree __________ a new open university for the next fiscal year.

(กล่าวกันว่ารัฐบาลอาจจะเห็นชอบด้วย __________ (การก่อตั้ง) มหาวิทยาลัยเปิดแห่งใหม่  สำหรับปีงบประมาณหน้า)

(a) at

(b) with

(c) to    (กับ)

(d) about

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Agree to”  =  “เห็นด้วยกับเรื่องต่างๆ”   ส่วน  “Agree with”  =   “เห็นด้วยกับบุคคล”  เช่น

  • I agree to your proposal.

(ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของคุณ)

  • We agreed with him on the issue.

(เราเห็นด้วยกับเขาในประเด็นนั้น)

                          สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหด ร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอัน ตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                         สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิด ขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำ แนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาด เจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

16. He deliberately _______________ his own house so that he could collect the insurance.

(เขาเจตนา _____________ บ้านของตนเอง  เพื่อที่ว่าเขาจะสามารถเก็บ (รับ) เงินประกันภัย)

(a) set fire on

(b) set fire at

(c) set fire upon

(d) set fire to    (จุดไฟเผา)

 

17. He was arrested and charged ______________________________ a variety of offences.

(เขาถูกจับกุมและถูกกล่าวหา (ฟ้องร้อง) _________ (ข้อหา) การกระทำผิดกฎหมายมากมายหลายอย่าง)

(a) of

(b) at

(c) in

(d) with    (ด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   สำหรับวลีที่ใช้กับ  “With”   ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                           คุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่  “pleased”  (ยินดี, พอใจ)  -  “She is pleased with her new workplace.”  (เธอพอใจ-ยินดีกับที่ทำงานแห่งใหม่),  “popular”  (เป็นที่นิยม) – “Holiday camps are popular with married couples with young children.”  (ค่ายพักแรมวันหยุดเป็นที่นิยมสำหรับคู่สามีภรรยาที่มีลูกเล็กๆ),  “satisfied”  (พอใจ)  -  “The company is satisfied with its employees’ performance.”  (บริษัทพึงพอใจกับการทำงานของพนักงาน),  “angry”  (โกรธ),  “busy”  (มีงานยุ่ง)  -  “She is busy preparing for her exam.”  (เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ),  “familiar”  (คุ้นเคย)  -  “He is not familiar with his new neighbors.”  (เขาไม่คุ้นเคยกับเพื่อนบ้านใหม่),  “patient”  (อดทน)  -  “His parents are very patient with him.”  (พ่อแม่ของเขามีความอดทนกับเขามาก),  “friendly”  (เป็นมิตร)  -  “She is friendly with everyone she meets.”  (เธอเป็นมิตรกับทุกคนที่เธอพบเจอ),  “careful”  (ระมัดระวัง),  “content”  (พอใจ),  “identical”  (เหมือนกัน),  “annoyed”  (ขุ่นเคือง  -  เหตุการณ์, การกระทำ) (ถ้าขุ่นเคืองคน  ใช้  “At”-  “I was annoyed with his statement.”  (ผมขุ่นเคือง (โกรธ) คำพูดของเขา),  เป็นต้น

                          กริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่   “charge”  (ฟ้องร้อง,  ดำเนินคดี),  compare  (เปรียบเทียบ)  -  “Compare this car with that one.”  (จงเปรียบเทียบรถยนต์คันนี้กับคันนั้น),  compete  (แข่งขัน),  “agree”  (ตกลง, เห็นพ้อง)  -  “I agree with you on this point.”  (ผมเห็นด้วยกับคุณในประเด็นนี้),  “disagree”  (ไม่เห็นด้วย),  “acquaint”  (ทำให้คุ้นเคย หรือเคยชิน)  -  You should acquaint yourself with your new job.”  (คุณควรทำตัวเองให้คุ้นเคยกับงานใหม่ของคุณ),  “begin”  (เริ่มต้น)  -  “I will begin my reading with the first chapter.”  (ผมจะเริ่มต้นการอ่านด้วยบทแรก),  “interfere”  (แทรก แซง, เข้าไปยุ่งเกี่ยว)  -  “We should not interfere with other people’s business.”  (เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของคนอื่น),  “quarrel”  (ทะเลาะ, วิวาท)  -  “Some people often quarrel with their neighbors.”  (คนบางคนทะเลาะกับเพื่อนบ้านบ่อยๆ),  “argue”  (โต้แย้ง, โต้เถียง),  “help”  (ช่วยเหลือ),  “supply”  (จัดหาให้),  “cooperate”  (ร่วมมือ)  -  “The suspect did not cooperate with the police.  (ผู้ต้องหาไม่ยอมร่วมมือกับตำรวจ),  “deal”  (เกี่ยวข้อง, รับมือ)  -  “I don’t want to deal with that man.”  (ผมไม่ต้องการติดต่อ-เกี่ยวข้องกับเจ้าหมอนั่น),  “contrast”  (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก)  -  “This type of machine contrasts sharply with that one.”  (เครื่องจักรชนิดนี้แตกต่างอย่างมากกับชนิดนั้น),  เป็นต้น

 

18. I must apologize ________________________________________________________.

(ผมจำเป็นต้อง (จะต้อง) ขอโทษ ___________________________________________)

(a) for you to be late

(b) with you that I am late

(c) that I do not want to be late

(d) to you for being late    (ต่อคุณ  สำหรับการล่าช้าของผม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ทั้งนี้  อาจใช้รูปแบบอื่นๆ  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • I apologize for my late arrival.

(ผมขอโทษสำหรับการมาสายของผม)

  • I must apologize to you for all the troubles my son might have incurred.

(ผมต้องขอโทษคุณ  สำหรับปัญหาทั้งปวงที่ลูกชายของผมอาจจะก่อขึ้น)

  • She apologized for her behavior.

(เธอขอโทษสำหรับความประพฤติ (ไม่ดี) ของเธอ)

 

19. You can borrow my car ___________________ condition that you bring it back on Friday.

(คุณจะยืมรถผมก็ได้นะ _____________________________ คุณนำมันมาคืนในวันศุกร์)

(a) on    (“On condition that”  =  โดยมีข้อแม้ว่า, โดยมีเงื่อนไขว่า, ถ้า)

(b) in

(c) by

(d) from

ตอบ   -   ข้อ   (a)

                          สำหรับวลีที่ใช้  “On”   ได้แก่  “On page 5”  (ในหน้าที่  ๕  Waste his time on”  (ใช้เวลา – ของเขา - อย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ), on business  (ด้วยเรื่องธุรกิจ), keep on  (ดำเนินต่อไป), rely on  (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย), depend on (upon)  (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่), insist on  (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง), on the floor  (บนพื้น), on a hill  (บนเนินเขา), on the top shelf  (บนชั้นบนของหิ้ง), bet money on  (พนันเงินกับ)  -  He bet a lot of money on that horse.  (เขาพนันเงินจำนวนมากกับม้าตัวนั้น),  on a sofa  (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary  (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board   (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the button)  (ตรงเวลาเผง, ตรงเวลาพอดี)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย    โมงตรงพอดี)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น, เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆ ตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล), on the (an) average   (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree  (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน    เดือน),  on deck   (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)   -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit   (ในธนาคาร)  -  I have $ 500 on deposit in my account.  (ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐ ดอลลาร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)   -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่ คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world(ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet?  (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)   -  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage.  (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆที่ล็อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา),  have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set.  (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน), on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิกนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริ การ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.  (จอห์นดีใจและมีความ สุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.  (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน),  the posters on the walls   (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car  (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen  (รูปภาพบนจอ), on the ceiling  (บนเพดาน), on the roof  (บนหลังคา), on all fours  (คลาน เท้า), get on a bus  (ขึ้นรถเมล์), on a highway  (บนทางหลวง), on the plane  (บนเครื่องบิน), on foot  (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe  (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback  (บนหลังม้า), on a bicycle  (โดยรถจักร ยาน), on Monday  (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอา ทิตย์), on an occasion like this  (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night   (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term  (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion  (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents  (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made  (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue  (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture  (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV  (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio  (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage  (บนเวที), on the phone  (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์), on and on  (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own  (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ), on the carpet  (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง), on the go  (มีธุระ ยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)  –  I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย)– I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย) - This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้) – My cold was terrible, but I’m on the mend now.  (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว) – What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ  แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย), on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว) – I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) – John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน), on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)  – You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่), be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย) – If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป) – If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย), on tiptoe  (เดินเขย่างเท้า), on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)  – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา ๓ สัปดาห์),  เป็นต้น

 

20. We have lessons every day ______________________________ Saturday and Sunday.

(เราเรียนหนังสือทุกวัน ________________________________ วันเสาร์และวันอาทิตย์)

(a) except that    (ยกเว้นว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(b) besides    (นอกเหนือจาก)

(c) but that

(d) except    (ยกเว้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมการใช้  “Except, Except that” จากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • He is an excellent teacher ________________________________ he speaks too low.

(เขาเป็นครูที่ดีเยี่ยม __________________________________ เขาพูดเสียงค่อยเกินไป)

(a) except    (ยกเว้น)

(b) besides    (นอกเหนือไปจาก, ยิ่งไปกว่านั้น)

(c) except that    (ยกเว้นแต่ว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(d) except for

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Except”  เป็น   “Preposition”  ต้องตามด้วย  “วลี, คำนาม, สรรพนาม หรือ กริยา” 

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • Most of the students got high marks in the examination, ________ one or two getting full marks.

(นักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนสูงในการสอบ ___________________ คนหรือสองคนได้คะแนนเต็ม)

(a) and

(b) by

(c) with    (โดย)

(d) except    (ยกเว้น)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้   Preposition  “With”  เพราะตามด้วย   Verb + ing (Getting)  ส่วน  Preposition  “Except”  มักใช้กับ    ข้อความที่ขัดแย้งกัน  หรือ  แตกต่างกันอย่างชัดเจน  เช่น  “นักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนต่ำ  ยกเว้น  คนหรือสองคนได้คะแนนเต็ม  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • We saw nothing along the way except flower gardens.

(พวกเราไม่เห็นอะไรเลยระหว่างทาง  ยกเว้นสวนดอกไม้)

  • Every room is empty now except the living room.

(ทุกห้องว่างเปล่าขณะนี้  ยกเว้นห้องรับแขก)

  • Nobody went there except me.

(ไม่มีใครไปที่นั่น  ยกเว้นผม)

  • She likes living here except in summer.

(เธอชอบอาศัยอยู่ที่นี่  ยกเว้นในหน้าร้อน)

  • The place seems clean except where he sleeps.

(สถานที่ดูเหมือนว่าสะอาด  ยกเว้นตรงที่ที่เขานอน)

  • All the boys except Billy started to cry.

(เด็กชายทุกคนยกเว้นบิลลี่  เริ่มร้องไห้)

  • He no longer went out, except when Jeanne forced him.

(เขาไม่ออกไปข้างนอกต่อไปอีกแล้ว  ยกเว้น  เมื่อจีนนี่บังคับเขา) 

  • There was little I could do except wait.

(มีเพียงนิดหน่อยที่ผมทำได้  ยกเว้นรอคอย)

  • I knew nothing about Judith except what I had heard at second hand.

(ผมไม่ทราบอะไรเลยเกี่ยวกับจูดิธ  ยกเว้นสิ่งที่ผมได้ยินได้ฟังมาจากคนอื่น)  

                                           ส่วน   Except that  หรือ   Except for the fact that  ตามด้วยประโยค  (Subject + Verb)  เช่น

  • The house I bought is very nice, except that the living room is too small.

(บ้านที่ผมซื้อดีมากเลย  ยกเว้นแต่ว่า  ห้องรับแขกเล็กเกินไป)

  • I can scarcely remember what we ate, except that it was plentiful and simple.

(ผมจำไม่ใคร่ได้ว่าเรากินอะไรบ้าง  ยกเว้นว่า  มันมากมายและง่ายๆ) 

                                         สำหรับ   “Except for”  เป็น  “Preposition”  มีความหมาย  “นอกจาก    ......................... (ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อความข้างหน้า)”  เช่น

  • The living room is empty now except for the rug.

(ห้องรับแขกว่างเปล่าขณะนี้  นอกจากพรม)  (มีพรมในห้องเพียงสิ่งเดียว)

  • The room was very cold and, except for Peter, entirely empty.

(ห้องหนาวมากและ, นอกจากปีเตอร์, ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง)  (มีปีเตอร์นั่งในห้องเพียงคนเดียว)

  • Except for emergencies, I didn’t expect any help from my children.

(นอกจากสถานการณ์ฉุกเฉิน  ผมไม่ได้คาดหวังความช่วยเหลือใดๆจากลูกๆเลย)  (ไม่หวังให้ลูกช่วย  ยกเว้นมีสถานการณ์ฉุกเฉิน  เช่น ป่วยกะทันหัน)               

                                           ดูการใช้  “Besides”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • The Joneses were too poor to go to the movies; ________, there was no one to stay with the children. 

(ครอบครัวโจนส์ยากจนเกินไปที่จะไปดูหนัง ____________________ ไม่มีใครอยู่บ้านกับลูกๆ)

(a) in addition to   (นอกเหนือจาก)

(b) in addition that

(c) beside   (ข้างเคียง, ใกล้เคียง)

(d) besides    (นอกจากนั้น,  ยิ่งไปกว่านั้น, นอกจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Besides”   สามารถตามด้วยทั้ง  คำนาม,  วลี,  “Gerund” (Verb + ing)   และประโยค  เช่น

  • Besides an expensive car, she owns a luxurious home.

(= She owns a luxurious home besides an expensive car.)

(นอกเหนือจากรถยนต์ราคาแพง  เธอยังเป็นเจ้าของบ้านหรู)

  • Besides visiting New York, he also traveled to London.

(นอกเหนือจากการไปเยือนนิวยอร์ก  เขายังเดินทางไปลอนดอนด้วย)

  • They robbed the house.  Besides, they burnt it down.

(พวกเขาปล้นบ้าน  ยิ่งไปกว่านั้น  ยังเผามันซะราบเลย)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป