หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 489)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. __________ at not seeing Mr. Freeman at the cafeteria, Jenny decided to have lunch alone at the park.

(_____________ ที่มิได้พบมิสเตอร์ฟรีแมนที่ห้องอาหาร  เจนนี่ตัดสินใจกินอาหารกลางวันตามลำพังที่สวนสาธารณะ)

(a) Having been disappointing    (น่าผิดหวัง)

(b) Disappointing    (น่าผิดหวัง)

(c) Disappointedly    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) Disappointed    (รู้สึกผิดหวัง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูรายละเอียดการใช้คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Disappoint”  จากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • I am ___________________________________________ in science, not in English.

(ผม _____________________________________ ในวิทยาศาสตร์  มิใช่ภาษาอังกฤษ)

(a) interest

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interested    (มีความสนใจ)

(d) to interest    (ทำให้สนใจ)

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • I _____________________________________________ with the result of my exam.

(ผม __________________________________________________ กับผลสอบของผม)

(a) quite satisfy    (ทำให้พึงพอใจอย่างมาก)

(b) am quite satisfying    (น่าพึงพอใจอย่างมาก)

(c) am quite satisfied     (รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก)

(d) am quite to satisfy

ตอบ    -    ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภท   “Satisfy, Excite, Interest, Disappoint, Please, Attract, Frighten, etc.”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่  

  • I am ____________________________________________ in science, not in English.

(ผม ______________________________________ ในวิทยาศาสตร์  มิใช่ภาษาอังกฤษ)

(a) interest

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interested    (มีความสนใจ)

(d) to interest   (ทำให้สนใจ)

ตอบ    -    ข้อ   (c)

                                                      ตัวอย่างที่  

  • He is _________________________________________________________ a house.

(เขา __________________________________________________________ บ้าน)

(a) interest at to rent

(b) interesting in rent

(c) interested at renting

(d) interested in renting    (มีความสนใจในการเช่า)

ตอบ    -    ข้อ   (d)

                                                         ตัวอย่างที่  

  • It will take me quite some time to get him ___________________ in buying your land. 

(ผมจะต้องใช้เวลานานทีเดียวที่จะทำให้เขา ___________________ ในการซื้อที่ดินของคุณ)

(a) to interest    (ทำให้สนใจ)

(b) being interesting

(c) interested     (มีความสนใจ)

(d) interesting     (น่าสนใจ)

ตอบ    -    ข้อ   (c)

                                                       ตัวอย่างที่  

  • The little girl was very ________________ when her father promised to buy her a doll.

(เด็กหญิงเล็กๆคนนั้น _________________ มาก  เมื่อพ่อของเธอสัญญาว่าจะซื้อตุ๊กตาให้เธอ)

(a) exciting    (น่าตื่นเต้น)

(b) excited     (รู้สึกตื่นเต้น)

(c) excite    (ทำให้ตื่นเต้น)

(d) excitable    (สามารถตื่นเต้นได้)

ตอบ    –    ข้อ   (b)   ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • The results of the traveler preference survey are surprising.

(ผลลัพธ์ของการสำรวจความนิยมของนักเดินทาง – ท่องเที่ยว – น่าประหลาดใจ )

หมายเหตุ   –    ประโยคข้างบนนี้ต้องใช้   “Surprising”   เนื่องจาก  “Surprise”  เป็นคำกริยาที่มีความหมายว่า  “ทำให้ประหลาดใจ”  แต่ถ้าใช้ในรูป   “Is (Are, Was, Were) surprising”  จะมีความหมายว่า  “น่าประหลาดใจ”  ส่วนเมื่อใช้ในรูป  “Is (Am, Are, Was, Were) surprised” จะมีความหมายว่า  “มีความรู้สึกประหลาดใจ”   ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

  • The result of the exam surprised her.

(ผลสอบทำให้เธอประหลาดใจ)

  • She was surprised at the result of the exam.

(เธอมีความรู้สึกประหลาดใจกับผลสอบ)

  • The result of the exam was surprising.

(ผลสอบน่าประหลาดใจ)

                                                      คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Surprise”   ได้แก่

satisfy –ทำให้พอใจ

excite – ทำให้ตื่นเต้น

disappoint –ทำให้ผิดหวัง

attract –ทำให้หลงใหล, ดึงดูด

interest – ทำให้สนใจ

amuse –ทำให้สนุกหรือขบขัน

please –ทำให้ยินดี-พอใจ

annoy –ทำให้รำคาญ-ขุ่นเคือง

bore – ทำให้เบื่อ

tire – ทำให้เหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อ

frighten – ทำให้ตกใจ

confuse –ทำให้สับสนหรืองุนงง

surprise –ทำให้ประหลาดใจ

amaze – ทำให้ทึ่ง, ทำให้ตะลึง

delight – ทำให้ยินดี

exhaust –ทำให้หมดแรง

fascinate – ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์

charm – ทำให้หลง

convince – ทำให้เชื่อ

tempt – ทำให้หลงใหล, ยั่วยวน-ล่อใจ

entertain – ทำให้เพลิดเพลิน

embarrass –ทำให้ขวยเขิน-กระดากอาย

puzzle –ทำให้งง

thrill – ทำให้ตื่นเต้น

upset – ทำให้รำคาญ-ไม่สบายใจ

irritate – ทำให้โมโห, ทำให้ระคายเคือง

exasperate –ทำให้โกรธ

astonish –ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ตกใจ

infuriate –ทำให้โกรธ, ทำให้เดือดดาล

horrify –ทำให้กลัว, ทำให้ขนพองสยองเกล้า

 

                                                   กลุ่มคำกริยาข้างบนนี้  มีหลักการใช้  คือ

                                       ๑. ถ้าใช้ในรูป  “Subject + Verb + Object”  จะมีความหมายว่า  “ทำให้”   คือตัวประธานเป็นผู้ทำให้เกิดอาการนั้นๆ ขึ้นแก่ผู้อื่น   เช่น

  • The accident frightened the passengers a great deal.  (past tense)

(อุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารตกใจอย่างมาก)

  • The exam result disappointed him so much.  (past tense)

(ผลสอบทำให้เขาผิดหวังมากทีเดียว)

  • The chairman’s speech confused everyone.  (past tense)

(คำพูดของท่านประธานทำให้ทุกคนสับสนงุนงง)

  • The new film interests all viewers.  (present tense)

(หนังเรื่องใหม่ทำให้คนดูทั้งหมดสนใจ)

  • The professor’s lecture bores all the class.  (present tense)

(การบรรยายของศาสตราจารย์คนนั้นทำให้นักเรียนทั้งชั้นเบื่อ)

                                      ๒. ถ้าใช้รูป  “Verb + ing” {Subject + Is (Am, Are, Was, Were) + Verb +ing}  หรือ  (Verb +ing + Noun)  มีความหมายว่า  “น่า.........................” หรือ  “ซึ่งน่า..........................”  กริยาที่เติม   “Ing”  พวกนี้   ถือเป็นคำคุณศัพท์  จะวางไว้หลัง  Verb to be”  หรือหน้าคำนามก็ได้  เช่น

  • His work is boring.  (present tense)

(งานของเขาน่าเบื่อหน่าย)

  • It is a very exciting football match.  (present tense)

(มันเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่น่าตื่นเต้น)

  • The landscape was so fascinating.  (past tense)

(ภูมิประเทศ (ที่นี่) น่าหลงใหลมาก)

  • The employee’s work was disappointing(past tense)

(งานของลูกจ้างรายนั้นน่าผิดหวัง)

  • The children’s table manners were very embarrassing.  (past tense)

(กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกเด็กๆน่าอับอายมาก)

  • The book is interesting.  (present tense)

(หนังสือน่าสนใจ)

  • Her beauty is charming.  (present tense)

(ความงามของเธอน่าหลงใหล – มีเสน่ห์)

  • It is surprising to see him at his ex-wife’s wedding.   (present tense)

(มันน่าประหลาดใจที่เห็นเขาที่งานแต่งงานของอดีตภรรยา)  {มิได้หมายความว่า  “มันกำลังประหลาดใจ  เหมือนกับประโยค  “He is walking. (เขากำลังเดิน)Present continuous tense}

                                  ๓. ถ้าเติม  “Ed”  ข้างหลังคำกริยากลุ่มนี้  แล้ววางตามหลัง  “Verb to be” (is, am, are, was, were)  จะมีลักษณะเป็น  “Passive voice” (Subject + is (am, are, was, were) + Verb + Ed)  จะมีความหมายว่า  ประธานเป็นผู้เกิดความรู้สึกนั้นๆ ขึ้นมา  ซึ่งถ้าแปลตรงๆ  ก็คือ “.......................ถูกทำให้รู้สึก.......................ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจฯลฯ.......................”   แต่ในภาษาไทยนิยมพูดว่า “.........................มีความ รู้สึก.........................ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจ.........................”   เช่น

  • We are interested in German.   (present tense)

(เรามีความสนใจในภาษาเยอรมัน)

  • They are very pleased to see their old friends.   (present tense)

(พวกเขาดีใจมากที่ได้พบเพื่อนเก่า)

  • I was amazed to know of his death.   (past tense)

(ผมตะลึงที่ได้รู้ข่าวการตายของเขา)

  • He was very tired of hard work.   (past tense)

(ผมเหน็ดเหนื่อยมากกับงานหนัก)

  • She was interested in the ballet performance.   (past tense)

(เธอมีความสนใจในการแสดงบัลเล่ต์)

  • We were disappointed to lose the match.  (past tense)

(พวกเราผิดหวังที่แพ้การแข่งขัน)

  • Most people are frightened of the snakes.  (present tense)

(คนส่วนมากกลัวงู)

  • Jim is fascinated by astronomy.  (present tense)

(เขามีความหลงใหลในวิชาดาราศาสตร์)

 

2. I will certainly meet you there ___________________________________________ it rains.

(ผมจะไปพบคุณที่นั่นแน่นอน __________________________________________ ฝนตก)

(a) nevertheless    (อย่างไรก็ตาม)  (ตามด้วยประโยค)

(b) because    (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(c) in spite of    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยวลี หรือคำนาม)

(d) unless    (ถ้า ............................... ไม่)  (ถ้าฝนไม่ตก)  (ตามด้วยประโยค  "Subject + Verb")

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูการใช้  “Unless”  จากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • I don’t like to begin writing a letter, ________________________________________.

(ผมไม่ชอบที่จะเริ่มต้นเขียนจดหมาย _______________________________________)

(a) unless I don’t have time

(b) unless I have plenty of time    (ถ้าผมมีเวลาไม่มาก)

(c) If I have plenty of time

(d) unless I have no time

ตอบ   -  ข้อ   (b)   ดูคำอธิบายการใช้   “Unless” 

                                                     ตัวอย่างที่  

  • Don’t open a shop _______________________________ to smile.  (Chinese proverb)

(จงอย่าเปิดร้าน (ทำการค้า) ______________________________ ที่จะยิ้ม)  (สุภาษิตจีน)

(a) if you like

(b) as you don’t like

(c) not like

(d) unless you like    (ถ้าคุณไม่ชอบ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)

                                                    ตัวอย่างที่  

  • He won’t pass his examination ___________________________________________.

(เขาจะสอบไม่ผ่าน ____________________________________________________)

(a) if he is not enough diligent   (ต้องใช้“diligent enough”)

(b) unless he is not diligent enough   (หลัง“Unless” ต้องเป็นรูปบอกเล่า)

(c) unless he is not enough diligent

(d) unless he is diligent enough    (ถ้าเขาไม่ขยันเพียงพอ)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Unless  =  If………….........… not”  แต่ต้องอยู่ในโครงสร้าง “Unless + Subject + Verb (บอกเล่า)”  ทั้งนี้  “อนุประโยคที่ตามหลัง  “Unless”  จะต้องอยู่ในรูปบอกเล่าเสมอ”  เนื่องจาก  “Unless”  มี  “Not”  ซึ่งเป็นปฏิเสธรวมอยู่ในคำด้วยแล้ว   ตัวอย่าง  เช่น

  • He will not come unless he has time.

(เขาจะไม่มาถ้าเขาไม่มีเวลา)

  • I shall not help him unless he asks me.

(ผมจะไม่ช่วยเขา ถ้าเขาไม่ขอร้องผม)

  • You couldn’t get a grant unless you had five years’ teaching experience.

(คุณไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ  ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์สอน ๕ ปี)

  • Unless you work hard, you won’t succeed.

(ถ้าคุณไม่ขยัน  คุณจะไม่ประสบความสำเร็จ)

  • She said nothing unless she was spoken to.

(เธอไม่พูดอะไร  ถ้าเธอไม่ถูกพูดด้วย)  (คือ  ถ้าไม่มีใครพูดกับเธอ)

  • Unless they respected us, we wouldn’t care for what they said.

(ถ้าพวกเขาไม่เคารพเรา  เราจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด)

 

3. Having spent several years in the northeastern part of Thailand, Jane now ________ eating sticky rice.

(ได้ใช้เวลาหลายปีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย  ขณะนี้เจน __________ การกินข้าวเหนียว)

(a) used to    (เคย)

(b) is used to    (คุ้นเคย, เคยชิน)

(c) being used to

(d) has used to    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูการใช้   “Used to”  และ  “Be  (Get) used to”  จากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • My friend doesn’t like being without any servants because she has never been used ______ her meals.

(เพื่อนของผมไม่ชอบอยู่โดยไม่มีคนรับใช้  เพราะว่าเธอไม่เคยคุ้นเคย-เคยชินกับ  _______ อาหารของเธอ)

(a) to cook

(b) to cooking    (การปรุงอาหาร)

(c) cooking

(d) cooked

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Be used to, Get used to”  =  “คุ้นเคย, เคยชิน”  ส่วน  “Used to”  =   “เคย”  

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • He _______ living in Bangkok and so doesn’t mind the noise and the crowded conditions. 

(เขา ____________ อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ  และ ดังนั้น  จึงไม่รังเกียจเสียงดังและสภาพที่แออัด)

(a) was used to

(b) is used to    (คุ้นเคย  หรือ  เคยชินกับ)

(c) used to    (เคย)

(d) was using to

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้ว่า  “คุ้นเคย หรือ เคยชิน”  โดยพิจารณาจาก  “ไม่รังเกียจเสียงดังและสภาพแออัด”  และใช้ในรูปปัจจุบัน  (Present simple tense)  คือ   “คุ้นเคยในปัจจุบัน”   เพื่อให้สอดรับกับ  “Doesn’t mind”  (ไม่รังเกียจในปัจจุบัน)  สำหรับข้อ  (a)  หมายถึง  คุ้นเคย-เคยชิน  ในอดีต

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • I used ____________________________________________ in the north of Thailand.

(ผมเคย _______________________________________ ทางภาคเหนือของประเทศไทย)

(a) lived

(b) to living

(c) living

(d) to live   (อาศัยอยู่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Used to + Verb 1” =  “เคย” (เป็นอดีตเสมอ)  ส่วน   “Be (Get) + Used + To + Verb + ing”  “คุ้นเคย, เคยชิน”  (อาจเป็นเรื่องอดีต   หรือปัจจุบันก็ได้)

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • They will get _________________________________________ English newspapers.

(พวกเขาจะ _______________________________________ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ)

(a) use to read

(b) used to read

(c) use to reading

(d) used to reading    (คุ้นเคยกับการอ่าน)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เนื่องจาก   “Get used to”  หรือ  “Be (is, am, are, was, were) used to”  =   “คุ้นเคย, เคยชิน”   (เป็นอดีต, ปัจจุบัน หรืออนาคต  ก็ได้)    ส่วน  “Used to” (เคย)  ต้องเป็นอดีตเสมอ

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • My grandfather _______________________________ travel a lot when he was young.

(ปู่ของผม ___________________________________ เดินทางมาก   เมื่อตอนเขายังหนุ่ม)

(a) is used to    (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  (ในปัจจุบัน)

(b) was used to    (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  (ในอดีต)

(c) used to    (เคย)  (เป็นเรื่องในอดีตเสมอ)

(d) was using to

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Used to + Verb 1”  =  เคย

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • He got used to ________________________________________________________.

(เขาคุ้นเคยหรือเคยชินกับ _____________________________________________)  (ในอดีต)

(a) live in an apartment

(b) have lived in an apartment

(c) living in an apartment    (การอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์)

(d) be living in an apartment

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Get (got) used to”  (คุ้นเคย, เคยชิน)  ต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)  เพราะในที่นี้  “To”  เป็น  “Preposition”,  สำหรับ  “Get used to”  หรือ  “Be used to(คุ้นเคย, เคยชิน)  จะใช้กับเหตุการณ์ในอดีต, ปัจจุบัน หรือ  อนาคต  ก็ได้  ดังตัวอย่าง  เช่น

  • We got used to playing football when we were in college.

(เราเคยชินกับการเล่นฟุตบอล เมื่อตอนเราเรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันไม่ได้เล่นแล้ว)

  • They get used to eating out because they are not good at cooking.

(พวกเขาคุ้นเคยกับการกินอาหารนอกบ้าน  (ในปัจจุบัน) เพราะปรุงอาหารไม่เก่ง)

  • He is used to getting up late.

(เขาคุ้นเคยกับการตื่นสาย)  (ปัจจุบัน)

  • She was used to watching TV late at night.

(เธอคุ้นเคยกับการดูทีวีจนดึกเวลากลางคืน)  (อดีต)

  • They are used to cold weather.

(พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศเย็น)  (ปัจจุบัน)

  • We will get (be) used to getting up early very soon.

(เราจะคุ้นเคย (เคยชิน) กับการตื่นแต่เช้าตรู่เร็วๆ นี้)  (อนาคต)

  • She will get (be) used to sewing in a few days.

(เธอจะคุ้นเคยกับการเย็บผ้าในอีก  ๒ – ๓  วัน)  (อนาคต)

  • They will get (be) used to spicy food soon.

(พวกเขาจะคุ้นเคยกับอาหารรสจัดในไม่ช้า)  (อนาคต)

******  สำหรับ   “Used to”  หมายถึง  “เคยทำในอดีต”  ปัจจุบันเลิกทำเช่นนั้นแล้ว  (คือ  เป็นเรื่องของอดีตอย่างเดียวเท่านั้น)   ต้องตามด้วยกริยาช่องที่  (Used to + Verb 1)   ดังตัวอย่าง  เช่น

  • He used to go abroad often for his work, but he has changed jobs and now no longer travels.

(เขาเคยเดินทางไปต่างประเทศบ่อยในเรื่องงาน  แต่เขาได้เปลี่ยนงานมาหลายงาน  และ ในปัจจุบัน  มิได้เดินทางต่อไปอีกแล้ว)  (ปัจจุบัน  มิได้เดินทางไปต่างประเทศแล้ว)

  • She used to work in a bank a long time ago.

(เธอเคยทำงานในธนาคารเมื่อนานมาแล้ว)  (ปัจจุบันทำงานที่อื่น)

 

4. After a year of hard work, John decided to take a _________________________ in Europe.

(หลังจาก    ปีของการทำงานหนัก  จอห์นตัดสินใจที่จะไป ____________________ ในยุโรป)

(a) three-weeks holiday

(b) three-week holiday    (ท่องเที่ยววันหยุดพักผ่อน    สัปดาห์)

(c) three week’s holiday

(d) three weeks holiday

ตอบ   -   ข้อ   (b)   (A  ขยาย  Holiday  ใน  “A three-week holiday”)  หรืออาจตอบ  “A three weeks’ holiday”  (A  ขยาย  “Holiday”)  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • The mountain was a _______________________________________ from the village.

(ภูเขานั้นเป็น ________________________________________________ จากหมู่บ้าน)

(a) day’s journey    (การเดินทาง (ระยะ)  ๑  วัน)

(b) journey of a day

(c) journey for a day

(d) journey in a day

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เป็นการใช้ในแบบ  “Apostrophe ‘S’ ”  คือ  แสดงความเป็นเจ้าของ  “การเดินทางของ   วัน”  หรือ  อาจเขียนได้อีกแบบ  คือ  “a one-day journey from……………..”  (A  ขยาย  “Journey”)  (เช่นเดียวกับ  “A day’s journey”  ซึ่ง  “A”  ขยาย  “Journey”)

  • It is a fifty-mile journey.

(มันเป็นการเดินทางระยะ  ๕๐  ไมล์)  (“A”  ขยาย  “Journey”)

(ทั้งนี้  สามารถเขียนได้อีกแบบ  คือ   It is a 50 miles’ journey.   =   “การเดินทางของ  ๕๐  ไมล์”)  (“A”  ขยาย  “Journey”)

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • They must be ready to move anywhere in the world at _________________________.

(พวกเขาจะต้องเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายไปที่ใดๆในโลก  เมื่อ ____________)  (เช่น ทหาร หรือ นักข่าวต่างประเทศ  ที่จะต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่เมื่อได้รับคำสั่งด่วน)

(a) a moment notice

(b) moment’s notice

(c) moments’ notice

(d) a moment’s notice.   (ได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้าเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ต้องใช้รูปแสดงความเป็นเจ้าของเกี่ยวกับเรื่องเวลา  โดยมีเครื่องหมาย  {Apostrophe ‘S’}  เหมือนใช้แสดงความเป็นเจ้าของ  กับคำนามเอกพจน์-พหูพจน์  ทั่วๆ ไป  เช่น

  • a moment’s notice   (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้าชั่วประเดี๋ยวเดียว)  (ว่าจะต้องย้ายไปปฏิบัติงานในพื้นที่อื่น)
  • a month’s notice   (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า    เดือน)  (ว่าจะยกเลิกสัญญาจ้างงาน)    
  • a week’s holiday   (วันหยุด    สัปดาห์)  
  • a two months notice   (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า    เดือน)
  • a three weeks journey   (การเดินทางนาน    สัปดาห์)
  • four years time   (ระยะเวลา    ปี)  (ใช้  “A”  ขยายไม่ได้  เพราะ  “Time”  เป็นนามนับไม่ได้)

 

5. My friend must take medicine, but I ___________________________________________.

(เพื่อนของผมต้องกินยา  แต่ผม ___________________________________________)

(a) don’t    (ไม่กิน)

(b) mustn't    (จะต้องไม่กิน)

(c) needn’t    (ไม่จำเป็นต้องกิน)

(d) won’t    (จะไม่กิน)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากใจความดีกว่าข้ออื่นๆ  เป็นการพูดข้อความที่แย้งกัน  โดยดูจาก  “But” (เพื่อนต้องกินยา  “แต่”  ผมไม่จำเป็นต้องกิน)

 

6. Since the air in Bangkok is not always fresh, we like to go to the seaside ______________.

(เนื่องจากอากาศในกรุงเทพฯ มิได้สดชื่นอยู่ตลอดไป  พวกเราจึงชอบไปชายทะเล _________)

(a) for the change of air

(b) for the change of the air

(c) for a change of the air

(d) for a change of air    (เพื่อเปลี่ยนอากาศ  -  ที่บริสุทธิ์มากขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Air”  เป็นคำนามนับไม่ได้  และในข้อนี้  ใช้แบบทั่วๆ ไป มิได้ชี้เฉพาะ  จึงไม่ต้องใช้  “The”  นำหน้า  ส่วน  “Change”  เป็นคำนามนับได้  และใช้แบบทั่วๆ ไป  มิได้ชี้เฉพาะเช่นเดียวกัน  จึงใช้  “A”  นำหน้าแทน  “The” (คำนามนับได้เอกพจน์  จะอยู่ลอยๆ ไม่ได้  ต้องนำหน้าด้วย  “A”  หรือ  “An”  แต่ถ้าชี้เฉพาะเจาะ จงลงไป  ต้องนำหน้าด้วย  “The”)

                           สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือ ร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                          ส่วนคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “For”  เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอา หารให้มื้อนี้),  “Apply”  (สมัคร)  -  She will apply for a job in a foreign company.  (เธอจะสมัครงานในบริษัทต่างชาติ),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ),  “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต)   เป็นต้น

                          สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่   “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป   เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน้ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (=  For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  เป็นต้น

 

7. Don’t  ___________________________________________   _______________ others.

(จงอย่า _______________________________________________________ ผู้อื่น)

(a) look down    (มองลงข้างล่าง)

(b) look upon

(c) look down upon    (ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม)

(d) look up and down    (มองขึ้นข้างบนและลงข้างล่าง)

 

8. She is very beautiful; ________________________________ all her sisters are rather ugly.

(เธอสวยมาก ___________________________ พี่สาวน้องสาวของเธอทุกคนค่อนข้างจะขี้เหร่)

(a) when    (เมื่อ, ตอนที่)

(b) because    (เพราะว่า, เนื่องจาก)

(c) unless    (ถ้า.....................................ไม่)

(d) while    (ในขณะที่, ในเวลาเดียวกัน, แม้ว่า)

 

9. Wise men love truth; _____________________________________________ fools shun it.

(คนฉลาดรักความจริง _______________________________________ คนโง่หลีกเลี่ยงมัน)

(a) because    (เพราะว่า)

(b) whereas    (ในทางตรงกันข้าม, แต่ทว่า, อย่างไรก็ตาม)

(c) unless    (ถ้า....................................ไม่)

(d) therefore    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

 

10. Tell me the reason _________________________________________ your coming here.

(จงบอกเหตุผล __________________________________________ การมาที่นี่ของคุณ)

(a) of

(b) for    (สำหรับ)

(c) in

(d) why

(e) that

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “The reason for” +  “วลี”   ส่วน  “The reason why” +  “ประโยค”   เช่น

  • The reason for her failure in business is not known.

(เหตุผลสำหรับความล้มเหลวของเธอในธุรกิจไม่มีใครทราบ)

  • He gave me the reason for his purchase of a new home.

(เขาให้เหตุผลแก่ผมสำหรับการซื้อบ้านหลังใหม่ของเขา)

  • We don’t know the reason why she did not marry him.

(เราไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมเธอจึงไม่แต่งงานกับเขา)

  • The reason why he failed was his poor health.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงล้มเหลว  ก็คือสุขภาพไม่ดีของเขาเอง)

 

11. He became a doctor ______________________________________________ his father.

(เขาเป็นหมอ ________________________________________________ พ่อของเขา)

(a) same as

(b) like    (เหมือน)

(c) such as

(d) as

ตอบ    –    ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Like”  เมื่อหมายถึง  “เหมือน”  จะเป็น  “Preposition”   จึงต้องตามด้วยคำนาม  สำหรับข้อนี้อาจตอบได้อีกอย่าง  คือ  “the same as”   ส่วน   “As”  (เหมือนกับ)  ต้องตามด้วย  “Subject + Verb”  (ดูความแตกต่างการใช้   “Like”  และ  “As”  จากประโยคข้างล่าง)

  • Like the other nations of Eastern Europe, Poland was politically dominated by the Soviet Union during the Cold War.

(เหมือนกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก  โปแลนด์ถูกครอบงำทางการเมืองโดยสหภาพโซเวียต  ในระหว่างสงครามเย็น)

หมายเหตุ    -    ประโยคข้างบนใช้   “Like”  เนื่องจาก  “Like” (หมายถึง  “เหมือน, คล้าย”)  ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี   เช่น  “the other nations”, “his father”,  “most hard-working people  (คนทำงานหนักส่วนใหญ่)  ส่วน  “As”  (หมายถึง “เหมือนกับ”)   ต้องตามด้วยอนุประโยค  (As + Subject + Verb)   เช่น

  • He did as his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้ทำ)

  • She smiled as her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

                                           สำหรับ  “As”  เมื่อเป็น  “Preposition”  มีความหมายว่า  “ในฐานะ  หรือ  เป็น”  จะต้องตามด้วยคำนาม  หรือวลี   เช่น

  • She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

  • He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

  • They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

  • As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆปี)

 

12. The shopkeeper was angry with us ___________________________ not buying anything.

(เจ้าของร้านโกรธเรา ____________________________________ ไม่ซื้ออะไรสักอย่าง)

(a) since    (เพราะว่า, เนื่องจาก)

(b) because    (เพราะว่า, เนื่องจาก)

(c) for    (เนื่องจาก, เพราะว่า)

(d) as we did    (เนื่องจากเรา)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “For + Gerund (Verb + ing)  (for not buying)  สำหรับข้อ  (a), (b)  และ (d)  สามารถใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น “Since (Because, As) we did not buy anything”  (เนื่องจากเราไม่ซื้ออะไรเลย)

 

13. According to psychologist Abraham Harold Maslow, man is such a wanting animal that no sooner __________ than another takes its place.

(ตามที่นักจิตวิทยา  อับราฮัม ฮาโรลด์ แมสโลว์  กล่าวไว้,  มนุษย์เป็นสัตว์ที่ต้องการ (ปรารถนา) มาก  จนกระทั่ง  ยังไม่ทันที่ __________ เมื่อความต้องการอีกอย่างหนึ่งเข้ามาแทนที่มัน)

(a) he satisfies one desire

(b) one desire satisfies him

(c) one desire is satisfied

(d) is one desire satisfied    (ความต้องการอย่างหนึ่งได้รับการตอบสนอง)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “No sooner + Verb (พิเศษ  หรือ  ช่วย) + Subject + Verb (แท้) + Than + Subject + Verb”  (No sooner is one desire satisfied than another takes its place.)  ซึ่งผันมาจากโครงสร้างปกติที่มีความหมายเหมือนกัน  คือ  “…………..…animal that one desire is no sooner satisfied than another………………”  (……..........…มาก  จนกระทั่ง  ความต้องการอย่างหนึ่งยังไม่ได้รับการตอบสนอง  เมื่อความต้องการ……………)  ทั้งนี้  โครงสร้างของประโยคใน  ข้อ  ๑๓  ต้องการเน้นย้ำคำว่า  “No sooner”  (ยังไม่ทันที่........................)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • ________ was the Panama Canal an engineering triumph, it quickly proved a financial success as well.

(__________ คลองปานามาจะเป็นชัยชนะทางด้านวิศวกรรม  มันได้พิสูจน์อย่างรวดเร็วว่าเป็นความสำเร็จทางการเงินด้วยเช่นกัน)

(a) Only    (เพียง........................เท่านั้น)   

(b) Not only    (ไม่เพียงแต่  ...............(คลองปานามา............วิศวกรรม)..................  เท่านั้น)

(c) It

(d) Neither    (ไม่ทั้ง  ๒  คนหรือสิ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “Not only was the …...........……triumph, but it also quickly proved a financial success”  หรือ  “The Panama Canal was not only an engineering triumph, but it also quickly proved a financial success.”  ก็ได้

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • He had __________________________ arrived than he was told to start back again.

(___________________ เขามาได้ถึง  เมื่อเขาได้รับการบอกให้กลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง)

(a) just

(b) already

(c) hardly

(d) no sooner    (ยังไม่ทันที่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “No sooner ….........…….than”  =  “ยังไม่ทันที่”  เช่น

  • He had no sooner left than she arrived.

(ยังไม่ทันที่เขาได้จากไป  เมื่อเธอมาถึง)  (เขาเกือบจะไปอยู่แล้ว  เมื่อเธอมาถึง)

                                              อย่างไรก็ตาม  สามารถทำเป็นแบบ  “ผกผัน”  (Reverse  หรือ  Inversion)   คือ  เอา  “No sooner”  มาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้น  “ยังไม่ทันที่.............................”  เช่น

  • No sooner had he left than she arrived.

(No sooner + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + Than + Subject + Verb)

(คำอธิบาย)        สำหรับ  “No sooner”, “Not only”, “Never”  และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค  อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never (ไม่เคยเลย),  Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ),  Seldom  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย),  Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner  (ยังไม่ทันที่........................),  In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่……………..…เท่านั้น),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้ คือ  {Not only (never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + helping verb  (กริยาช่วย หรือ  กริยาพิเศษ) เช่น  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + Subject + Verb (แท้)}  เช่น

  • “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)
  • “Not only did she go……………...”  “Not only have they seen……………..…”  “Not only will we play…………..…….”    
  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า   “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                         ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.  

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย

  • Never + กริยาพิเศษ  + Subject  + กริยาแท้  + ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

14. The man was offered the job _______________________________________________.

(ชายคนนั้นได้รับเสนองาน (ให้ทำ) ________________________________________)

(a) because of his skill and he had experience

(b) because he was skilled with experience

(c) because he had both skill and experience    (เพราะว่าเขามีทั้งทักษะและประสบการณ์)

(d) because he not only had skill but also experience

ตอบ   -   ข้อ   (c),  หรืออาจตอบ  ข้อ  (a)  แต่ต้องแก้เป็น  “because of his skill and experience”  (เนื่องมาจากทักษะและประสบการณ์ของเขา)  หรืออาจตอบ  ข้อ  (b)  แต่ต้องแก้เป็น  “because he was skilled and experienced  (เพราะว่าเขามีทักษะและประสบการณ์หรืออาจตอบ  ข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น  “because he had not only skill but also experience”  (เขามีไม่เพียงแต่ทักษะ  แต่ยัง (มี) ประสบ การณ์อีกด้วย)  (Not only + skill + but also + experience)

 

15. We have not _____________________________________ yet about what is happening.

(เรายังไม่มี ________________________________________ เกี่ยวกับว่ามีอะไรเกิดขึ้น)

(a) much informations

(b) many informations

(c) much information    (ข้อมูลข่าวสารมากมาย)

(d) many information

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Information”  เป็นนามนับไม่ได้   จึงไม่สามารถเติม  s ได้  และต้องใช้กับ   “Much”,  ส่วน  “Many” + นามนับได้  พหูพจน์

 

16. It was ______________________________________________ that we decided to buy it.

(มันเป็น _________________________________________ จนกระทั่งเราตัดสินใจซื้อมัน)

(a) a such beautiful house

(b) such a beautiful house    (บ้านที่สวยงามมาก)

(c) so beautiful house

(d) so a beautiful house

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้างข้างล่าง

  • It is (was) + such + a + adjective + noun (นับได้  เอกพจน์)  + that …………….  เช่น

(It is (was) such a small car that we can’t get into it.)

(มันเป็นรถที่เล็กมาก จนกระทั่งเราไม่สามารถเข้าไปข้างในได้)

  • It is (was) + so + adjective + a + noun (นับได้  เอกพจน์) + that…………....….เช่น

(It is (was) so small a car that we can’t get into it.)

  • Noun (นับได้  เอกพจน์)  + is (was) + so + adjective + that …..............…เช่น

(The car is (was) so small that we can’t get into it.)

  • They are (were) + such + adjective + noun (พหูพจน์) + that …………..…..เช่น.

(They are (were) such small cars that we can’t get into them.)

  • Noun (พหูพจน์) are (were) + so + adjective + that …….....……เช่น

(The cars are so small that we can’t get into them.)

 

17. They _____________________________ buried their gold in the ground outside the city.

(พวกเขาฝังทอง _______________________________________ ในพื้นดินนอกเมือง)

(a) secret    (ความลับ, สิ่งที่ปกปิด, ลับ, เป็นความลับ, เร้นลับ) (เป็นคำนามและคุณศัพท์)

(b) secrecy    (ความลับ, การปิดบัง) (เป็นคำนาม)

(c) secretary    (เลขานุการ)

(d) secretly    (อย่างลับๆ) (เป็นกริยาวิเศษณ์)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากขยายกริยา  “ฝัง”   จึงต้องเป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)

 

18. The hotel _____________________________________________ was very comfortable.

(โรงแรม _________________________________________ มีความสะดวกสบายมาก)

(a) which I slept last week

(b) that I slept last week

(c) where I slept in last week    (ผิด  เพราะมี  “Where”  แล้ว ห้ามใช้  “In” อีก)

(d) in which I slept last week    (ซึ่งผมนอนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “In which”  มีความหมายเท่ากับ  “Where”  สำหรับข้อนี้   นอกจากตอบในแบบข้อ  (d)  แล้ว  ยังสามารถใช้ในรูปอื่นๆ ได้อีก  คือ

  • in which I slept last week
  • which I slept in last week
  • that I slept in last week
  • where I slept last week

หมายเหตุ   –   ห้ามใช้   “in that I slept last week

 

19. Very ______________________ people in the United States have servants in their home.

(ผู้คน _______________________________ มากในสหรัฐฯ มีคนรับใช้ในบ้านของตน)

(a) little    (น้อย)  (จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(b) a little    (น้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(c) few    (น้อย)  (จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

(d) a few    (น้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

ตอบ    -    ข้อ   (c)   เนื่องจากหลัง  “Very”  ต้องตามด้วย  “Few”  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)   หรือ  “Little”  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • Very few people live to the age of 100.

(น้อยคนมากมีอายุยืนถึง ๑๐๐ ปี)

  • Very few students get a scholarship each year.

(นักเรียนน้อยคนมากได้ทุนเล่าเรียนในแต่ละปี)

  • The couple invited very few guests to their wedding ceremony.

(สามีภรรยาคู่นั้นเชิญแขกน้อยมากมาที่งานแต่งงานของตน)

  • Very little knowledge is dangerous.

(ความรู้น้อยมากเป็นอันตราย)  (หมายถึงความรู้น้อยย่อมถูกหลอกต้มได้ง่าย  หรือหาเลี้ยงชีพด้วยความยากลำบาก)

  • Most children from poor families obtain very little education.

(นักเรียนส่วนใหญ่จากครอบครัวที่ยากจน  ได้รับการศึกษาน้อยมาก)

  • People in remote area normally get very little information.

(ผู้คนในพื้นที่ห่างไกล  ปกติแล้วได้รับข้อมูลข่าวสารน้อยมาก)

 

20. The baby takes three _____________________________ of cereal with an ounce of milk.

(เจ้าเด็กทารกคนนั้นกินธัญพืช (ข้าว) ________________________ พร้อมกับนม  ออนซ์)

(a) spoons full    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(b) spoonsful    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) spoonsfuls    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) spoonfuls    (ช้อนเต็มๆ(คือ  ปริมาณเต็มช้อนหนึ่งๆ)

ตอบ    -    ข้อ   (d)   ต้องเขียนติดกัน  และเติม  “S”  เมื่อเป็นพหูพจน์  (มากกว่า    ช้อน)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป