หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 487)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. I am too busy ____________________________________________________ with you.

(ผมมีธุระยุ่งเกินไปที่จะ ____________________________________________ กับคุณ)

(a) go

(b) going

(c) to go    (ไป)   

(d) that I can’t go

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการใช้  “To + Verb 1”  ตามหลัง  “Adjective”  หรือ  “Adverb”  ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ขยายคำที่อยู่ข้างหน้ามัน  สำหรับในข้อนี้  ใช้  “To go”  เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ขยายคำคุณศัพท์  “Busy”  {มีธุระยุ่ง (เกินไป) ที่จะไป}  ตัวอย่างอื่นๆ ประเภทนี้  ได้แก่

  • Some people think that the Chinese language is too difficult to understand.

(บางคนคิดว่าภาษาจีนยากเกินไปที่จะเข้าใจ)

  • She is well enough to go out again.

(เธอสบายดีพอที่จะออกไปข้างนอกอีกครั้งหนึ่ง)

  • The news is too good to believe.

(ข่าวนี้ดีเกินไปที่จะเชื่อได้ว่าเป็นจริง)

  • It is easy to say, not to do.

(มันง่ายที่จะพูด  ไม่ใช่ทำ)

  • He walked quickly to catch the bus.

(เขาเดินอย่างเร็วเพื่อให้ทันรถเมล์)

                                            อย่างไรก็ตาม  อย่าสับสนกับโครงสร้าง  “Busy + Verb + ing”  (มีธุระยุ่งอยู่กับ.............................)  เช่น

  • She is busy studying for her exam.

(เธอมีธุระยุ่งอยู่กับการเรียนเพื่อเตรียมสอบ)

  • They were busy arranging for the meeting.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการตระเตรียมการประชุม)

 

2. She did nothing but ______________________________________________________.

(เธอไม่ทำอะไร  ยกเว้น __________________________________________________)

(a) cry    (ร้องไห้)

(b) cried

(c) crying

(d) to cry

ตอบ    –    ข้อ   (a)   เนื่องจากหลัง  “But” (ยกเว้น)  และ “Except”  (ยกเว้น)  ซึ่งถือเป็น   “Preposition”  ทั้ง  ๒  คำ  ต้องตามด้วย  “Infinitive without to” (Verb 1)   โดยถือเป็น  “กรรม”  ของ  “But”  และ  “Except”   เช่น

  • He desired nothing except pass his exam.

(เขาไม่ปรารถนาอะไรนอกจากสอบผ่าน)

  • She wants nothing but marry a millionaire.

(เธอไม่ต้องการอะไรนอกจากแต่งงานกับเศรษฐี)

  • This robot can do everything but smile.

(หุ่นยนต์ตัวนี้สามารถทำได้ทุกอย่าง  ยกเว้นยิ้ม)

  • There was little I could do except wait.

(มีอะไรนิดหน่อยที่ผมสามารถทำได้  ยกเว้นรอคอย)

 

3. Those people are working very _______________________________________________.

(ผู้คนเหล่านั้นกำลังทำงาน ___________________________________________ มาก)

(a) hardly

(b) hard    (หนัก)

(c) harder

(d) successful

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Hard”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์  (Adjective)  และกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ในคำเดียวกัน  โดยหมายถึง  “หนัก”  ดังนั้น  เมื่อขยายกริยา  “Are working”  จึงไม่ต้องเปลี่ยนเป็น  “Hardly”,  สำหรับ  “Hardly”  เป็น “Adverb of frequency”  (แสดงความ “บ่อย” หรือ “ถี่”)  หมายถึง  “ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่”  โดยมีความหมายเหมือนกับ  “Seldom, Rarely, Scarcely”  ดังตัวอย่าง

  • He hardly works.

(เขาไม่ใคร่จะทำงาน หรือ เขาแทบจะไม่ทำงาน)

  • She is hardly patient.

(เธอไม่ใคร่จะอดทน)

  • They had hardly finished their work when it began to rain.

(พวกเขาทำงานยังไม่ใคร่จะเสร็จ  เมื่อฝนเริ่มตก)

                                                      สำหรับการวางตำแหน่งของ  “Adverb of frequency” (Seldom, Hardly, Always, Often, Generally, Usually, Occasionally, Rarely, Never)  ในประโยค  มีดังนี้  คือ

                                      ๑. วางไว้หน้าคำกริยาทั่วไป  เช่น

  • They always come late.  (พวกเขามาสายเสมอ)
  • She usually goes shopping.  (เธอไปซื้อของเป็นประจำ)
  • He seldom drives to work.  (เขาแทบจะไม่ได้ขับรถไปทำงาน)

                                     ๒. วางไว้หลัง  “Verb to be”  เช่น

  • He is often late for class.  (เขาเข้าห้องเรียนสายบ่อยๆ)
  • They are always busy with their work.  (พวกเขามักยุ่งอยู่กับงานเสมอ)
  • She is never contented with her life.  (เธอไม่เคยพอใจในชีวิตเลย)

                                      ๓. ถ้ามีคำกริยา    ตัวในประโยค  ให้วางไว้ตรงกลางคำกริยานั้น  เช่น

  • They have always had lunch there. 

(พวกเขากินอาหารกลางวันที่นั่นเสมอ)

  • She will never love him.  (เธอจะไม่มีวันรักเขา)
  • You should never come to class late.  (คุณไม่ควรจะมาเรียนสาย)
  • He is always asking me.  (เขาถามคำถามผมอยู่เสมอ)
  • We have never traveled to New York.  (เราไม่เคยเดินทางไปนิวยอร์ก)

                                     ๔. สำหรับ  “Never”  และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค  อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย),  Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner, In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่….........………เท่านั้น),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้  คือ  {Not only (never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + Helping verb  (กริยาช่วย หรือ  กริยาพิเศษ)  เช่น  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + Subject + Verb (แท้)}  เช่น

  • “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)
  • “Not only did she go……….....……...”  “Not only have they seen…………...…..…”  “Not only will we play………….......…….”    
  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า   “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                     ทั้งนี้สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.  

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย

  • Never + กริยาพิเศษ  + Subject  + กริยาแท้  + ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

4. Mary has extremely ________ and fine ________.  She has tiny hands, but her fingers seem long and slender.

(แมรี่มี ________ อย่างมากๆ  และ (มี) ________ ที่ งดงามน่าดู  เธอมีมือเล็กๆ  แต่นิ้วมือของเธอดูเหมือนว่ายาวและเรียว)

(a) blue light eyes __________ brown straight hair

(b) light blue eyes __________ straight brown hair    (ตาสีฟ้าอ่อน __________ ผมสีน้ำตาลเหยียดตรง)

(c) eyes light blue __________ brown hair straight

(d) blue eyes light __________ hair straight brown

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้สีขยายหน้าคำนาม  โดยอยู่ถัดมาจากนามตัวนั้น  (Blue eyes, Brown hair)  และใช้คำคุณศัพท์อื่นๆ ขยายถัดมาจากสี  {Light (อ่อน), Straight (เหยียดตรง)}  ดูเพิ่มเติมการเรียงลำดับคำที่ใช้ขยายหน้าคำนามจากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่     จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จาก ข้อ (๑) – (๔)

  • The term “gang” (1) refers to (2) an (3) organized informally (4) group of people

(คำว่า  “แก๊ง”  หมายถึง  กลุ่มคนที่ถูกจัดตั้งอย่างไม่เป็นทางการ)

ตอบ   -   ข้อ    แก้เป็น  “informally organized”  เนื่องจากเป็นการเรียงคำที่ผิด

                                                ตัวอย่างที่ 

  • He bought ___________________________________________________________.

(เขาซื้อ ___________________________________________________________)

(a) a very blue pretty Italian shirt

(b) a very pretty Italian blue shirt

(c) a very Italian pretty blue shirt

(d) a very pretty blue Italian shirt   (เสื้อเชิ้ตอิตาเลียนสีน้ำเงินที่สวยงามมาก)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องเรียง  “ประเทศที่ผลิต”  อยู่ติดกับคำนามที่มันขยาย,  ถัดไปเป็น  “สี”,   ถัดไปถ้ามี   “ขนาด”  (big, small)   ก็ต่อด้วย  “ขนาด”,  แล้วต่อด้วย  “คุณสมบัติอื่นๆ”  เช่น  “สวย”  หรือ  “ไม่สวย”  ดังในประโยคข้างบน   ซึ่งในการเรียงคำในภาษาไทย  และอังกฤษ  จะเรียงกลับกัน  กล่าวคือ  เวลาแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย  จะ ต้องแปลจากข้างหลังย้อนขึ้นไปข้างหน้า  เช่น  “เสื้อ-อิตาเลียน-สีฟ้า-สวยงาม-มาก”  สำ หรับตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

(๑) บ้าน  (๒) ทรงไทย  (๓) สีขาว  (๔) หลังใหญ่  (๕) สวยงาม  (๖) มาก  (๗) สองหลัง  (๘) เหล่านั้น

(8) Those (7) two (6) very (5) beautiful (4) big (3) white (2) Thai-style (1) houses

                                              ตัวอย่างอื่นๆ  ได้แก่

  • I want to buy those two brown wood tables.

(ผมต้องการซื้อโต๊ะไม้สีน้ำตาล ๒ ตัวเหล่านั้น)

  • She is a very sweet little old lady.

(เธอเป็นสุภาพสตรีชราตัวเล็กๆที่หวานมาก)

  • Have you seen this interesting English book?

(คุณได้เห็นหนังสือภาษาอังกฤษที่น่าสนใจเล่มนี้หรือยัง)

  • She wanted to buy these two old brick houses.

(เธอต้องการซื้อบ้านอิฐเก่า หลังเหล่านี้)

  • There are two small Chinese gold cups in the shop window.

(มีถ้วยทอง (ทำใน) จีนเล็กๆ    ใบ ในตู้โชว์ของร้าน)

  • These old dilapidated houses are not safe.

(บ้านที่ทรุดโทรมเก่าๆเหล่านี้ไม่ปลอดภัย)

  • She gave me a round white plastic drinking cup.

(เธอให้ถ้วย (สำหรับ) ดื่มน้ำพลาสติกสีขาวกลม    ใบ แก่ผม)

  • We have bought two white electric washing machines.

(เราซื้อเครื่องซักผ้าไฟฟ้าสีขาว    เครื่อง)

 

5. ________ France Vivard an excellent political speaker but she was also among the first members of the populist party.

(_________ ฟรานซ์ วิวาร์ด (เป็น) นักพูดทางการเมืองที่ยอดเยี่ยม (เท่านั้น)  แต่เธอยังเป็นสมาชิกคนแรกๆ ของพรรคประชานิยมอีกด้วย)

(a) Not only

(b) If only    (ถ้าเพียงแต่)

(c) Only was

(d) Not only was    (ไม่เพียงแต่ ................(ฟรานซ์  วิวาร์ด)................. เป็น .............. เท่านั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างนี้  ในหลักการวางตำแหน่ง  “Adverb of frequency”  ในประโยค   ในข้อ    ย่อย  ของ  ข้อ    ของข้อสอบชุดนี้

 

6. Buddhism developed in India, but no longer _________________________ in that country.

(พุทธศาสนาเติบโต (พัฒนา) ขึ้นในอินเดีย  แต่ _______ ไม่ต่อไปอีกแล้วในประเทศนั้น)  (= แต่  มันไม่สำคัญต่อไปอีกแล้ว)

(a) it is important

(b) it important is

(c) is it important    (มันสำคัญ

(d) important is it

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างนี้  ในหลักการวางตำแหน่ง  “Adverb of frequency”  ในประโยค   ในข้อ    ย่อย  ของ  ข้อ  และ  ข้อ    ของข้อสอบชุดนี้

 

7. About half of Alaska is covered ________ tundra vegetation, which consists mainly of small plants and some high brush.

(ประมาณครึ่งหนึ่งของรัฐอลาสกาถูกปกคลุม _______ พืชพันธุ์ในที่ราบขนาดใหญ่ที่มีอากาศหนาว  ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยพืชขนาดเล็ก  และพุ่มไม้หนา-สูง)

(a) by

(b) with   (ด้วย)

(c) in

(d) under

ตอบ   -   ข้อ   (b)   สำหรับวลีที่ใช้กับ  “With”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง  

                         คุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่  “pleased”  (ยินดี, พอใจ)  -  “She is pleased with her new workplace.”  (เธอพอใจ-ยินดีกับที่ทำงานแห่งใหม่),  “popular”  (เป็นที่นิยม) – “Holiday camps are popular with married couples with young children.”  (ค่ายพักแรมวันหยุดเป็นที่นิยมสำหรับคู่สามีภรรยาที่มีลูกเล็กๆ),  “satisfied”  (พอใจ)  -  “The company is satisfied with its employees’ performance.”  (บริษัทพึงพอใจกับการทำงานของพนักงาน),  “angry”  (โกรธ),  “busy”  (มีงานยุ่ง)  -  “She is busy preparing for her exam.”  (เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ),  “familiar”  (คุ้นเคย)  -  “He is not familiar with his new neighbors.”  (เขาไม่คุ้นเคยกับเพื่อนบ้านใหม่),  “patient”  (อดทน)  -  “His parents are very patient with him.”  (พ่อแม่ของเขามีความอดทนกับเขามาก),  “friendly”  (เป็นมิตร)  -  “She is friendly with everyone she meets.”  (เธอเป็นมิตรกับทุกคนที่เธอพบเจอ),  “careful”  (ระมัดระวัง),  “content”  (พอใจ),  “identical”  (เหมือนกัน),  “annoyed”  (ขุ่นเคือง  -  เหตุการณ์, การกระทำ) (ถ้าขุ่นเคืองคน  ใช้  “At”-  “I was annoyed with his statement.”  (ผมขุ่นเคือง (โกรธ) คำพูดของเขา),  เป็นต้น

                        กริยา (Verb)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่   “charge”  (ฟ้องร้อง,  ดำเนินคดี),  compare  (เปรียบเทียบ)  -  “Compare this car with that one.”  (จงเปรียบเทียบรถยนต์คันนี้กับคันนั้น),  compete  (แข่งขัน),  “agree”  (ตกลง, เห็นพ้อง)  -  “I agree with you on this point.”  (ผมเห็นด้วยกับคุณในประเด็นนี้),  “disagree”  (ไม่เห็นด้วย),  “acquaint”  (ทำให้คุ้นเคย หรือเคยชิน)  -  You should acquaint yourself with your new job.”  (คุณควรทำตัวเองให้คุ้นเคยกับงานใหม่ของคุณ),  “begin”  (เริ่มต้น)  -  “I will begin my reading with the first chapter.”  (ผมจะเริ่มต้นการอ่านด้วยบทแรก),  “interfere”  (แทรกแซง, เข้าไปยุ่งเกี่ยว)  -  “We should not interfere with other people’s business.”  (เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของคนอื่น),  “quarrel”  (ทะเลาะ, วิวาท)  -  “Some people often quarrel with their neighbors.”  (คนบางคนทะเลาะกับเพื่อนบ้านบ่อยๆ),  “argue”  (โต้แย้ง, โต้เถียง),  “help”  (ช่วยเหลือ),  “supply”  (จัดหาให้),  “cooperate”  (ร่วมมือ)  -  “The suspect did not cooperate with the police.  (ผู้ต้องหาไม่ยอมร่วมมือกับตำรวจ),  “deal”  (เกี่ยวข้อง, รับมือ)  -  “I don’t want to deal with that man.”  (ผมไม่ต้องการติดต่อ-เกี่ยวข้องกับเจ้าหมอนั่น),  “contrast”  (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก)  -  “This type of machine contrasts sharply with that one.”  (เครื่องจักรชนิดนี้แตกต่างอย่างมากกับชนิดนั้น),  เป็นต้น

 

8. We are investigating several species of plants in Asia ________ in allergic skin reaction in humans.

(เรากำลังสืบหาพันธุ์พืชหลายชนิดในเอเชีย ________ ปฏิกิริยาทางผิวหนังที่ทำให้เกิดผื่นคันในมนุษย์)

(a) they can cause

(b) who can cause

(c) that can cause    (ซึ่งสามารถทำให้เกิด)

(d) that they can cause

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นประธาน  (That)  และกริยา  (Can cause)  ของอนุประโยค  ทั้งนี้  ไม่สามารถเลือก  ข้อ  (d)  ได้  เนื่องจาก  “That”  แทน  “Several species of plants”  จึงไม่ต้องมี  “They”  อีก

 

9. One difficulty ________ the components of economic movements is that those components are not completely independent of one another.

(ความยากลำบากประการหนึ่ง ________ องค์ประกอบต่างๆ ของขบวนการทางเศรษฐกิจ  ก็คือว่า  องค์ประกอบเหล่านั้นมิได้เป็นอิสระโดยสมบูรณ์จากกันและกัน)  (ความหมาย  คือ  ไม่สามารถแยกองค์ประกอบต่างๆ ของขบวนการทางเศรษฐกิจออกจากกันได้  เนื่องจากมันมีความเกี่ยวโยงกันเหมือนเป็นลูกโซ่)

(a) of isolation

(b) will isolate

(c) is isolated

(d) in isolating    (ในการแยกออก-แยกให้อยู่ต่างหาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   

 

10. Jim Chavez was a Democrat from New Mexico __________ to the United States Senate in 1940.

(จิม ชาเวซ  เป็นผู้สนับสนุนพรรคเดมโมแครตจากรัฐนิวเม็กซิโก  ผู้ซึ่ง _______ เข้าสู่วุฒิสภาของสหรัฐฯ ในปี  ๑๙๔๐)

(a) elected    (ได้รับเลือกตั้ง)

(b) was elected

(c) electing

(d) having elected

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “……..........….. (New Mexico) who was elected to the United States Senate in 1940

 

11. We went _____________________________________________ at the pool last Sunday.

(พวกเราไป ____________________________________ ที่สระน้ำในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา)

(a) swim

(b) swam

(c) to swimming

(d) swimming    (ว่ายน้ำ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Go + Verb + ing”  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • I can’t remember when I last went ________________________________________.

(ผมจำไม่ได้ว่า  ผมไป _____________________________________ ครั้งสุดท้ายเมื่อใด)

(a) for swim

(b) swimming    (ว่ายน้ำ)

(c) to swimming

(d) for swimming

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูคำอธิบาย   “Go swimming, Go shopping”   จากประโยคข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • In the afternoon we went ________________________________________________.

(ในตอนบ่าย  เราไป ___________________________________________________)

(a) to window-shop

(b) to window-shopping

(c) window-shop

(d) window-shopping   (เดินดูสินค้าที่ตั้งโชว์ไว้ในตู้กระจกหน้าร้าน)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   “Window-shop”  เป็นคำกริยา  หมายถึง  “เดินดูสินค้าที่ตั้งแสดงไว้ในตู้กระจกหน้าร้าน  โดยไม่ได้ซื้อ”  

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • Her job is __________________________________________________________.

(งานของเธอคือ ______________________________________________________)

(a) go shopping every morning.

(b) to go shopping every morning.   (การไปจ่ายตลาดทุกๆเช้า)

(c) to go to shop every morning

(d) going to shop every morning

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากหลังกริยา  “Verb to be”  (Is)  ของประโยค  ต้องการส่วนที่มาเติมให้สมบูรณ์  (Complement)  ซึ่งอาจเป็น  “Infinitive with to” (To + Verb)  หรือ  “Gerund” (V. + ing)   ก็ได้  ซึ่งในที่นี้อาจใช้  “To go shopping”  หรือ   “Going shopping”  ได้ทั้งคู่

                         อย่างไรก็ตาม  เมื่อกริยา  “Go”  หมายถึง  “การออกกำลังกายเพื่อพักผ่อนและความเพลิดเพลิน”   กริยาที่ตามหลัง  “Go”  จะต้องอยู่ในรูป  “V. + ing”  เสมอ  เช่น   “go shopping,  go swimming,  go hunting  (ไปล่าสัตว์),  go fishing  (ไปตกปลา),  go shooting  (ไปยิงปืน)  ,  go skating,  go skiing,  go climbing  (ไปปีนเขา),  go diving  (ไปดำน้ำ), etc.”  (แต่ใช้ “do our shopping”– ไปซื้อของ, ไปจ่ายตลาด)   ดังนั้น  ในประโยคข้างบน   จึงต้องตอบข้อ  (b)   หรือไม่ก็ใช้   “going shopping every morning

 

12. Jim always eats a lot.  This eating habit causes _____________________ uncomfortable.

(จิมกินเยอะเสมอ  นิสัยการกินแบบนี้เป็นสาเหตุให้ _______________________ ไม่สบาย)

(a) he feels

(b) him feeling

(c) him to feel    (เขารู้สึก)    

(d) to feel

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากมาจากโครงสร้าง   “Subject + Cause + Someone + To + Verb 1 + (Something)”  เช่น

  • The sound of approaching trains caused the baby to cry.

(เสียงของรถไฟที่กำลังเข้ามาใกล้ทำให้เด็กร้องไห้)

  • The coming examination caused him to study hard.

(สอบไล่ที่ใกล้เข้ามาทำให้เขาขยันเรียน)

  • Homesickness has caused her to write a letter to her parents.

(ความคิดถึงบ้านทำให้เธอเขียนจดหมายถึงพ่อแม่)

 

13. My parents frequently tell me it’s no use _________ when the examination is drawing near.

(พ่อแม่ของผมบอกผมบ่อยๆ ว่า  มันไม่มีประโยชน์ที่จะ ________ เมื่อการสอบกำลังใกล้เข้ามา)

(a) worry

(b) to worry

(c) worrying    (วิตกกังวล)

(d) to have worried

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “No use” (ไม่มีประโยชน์)  และ  “No good”  (ไม่ดี)  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ดังประโยคข้างล่าง

  • It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

  • It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

                                        นอกจากนั้น  ยังมีคำคุณศัพท์    ตัว  ที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  คือ  “Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)   และ “Busy”  (ยุ่งอยู่กับ)  ดังประโยคข้างล่าง

  • She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

  • Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

  • These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

 

14. Many people think it is __________________________ if a man would love another man.

(คนจำนวนมากคิดว่า  มัน _____________________ ถ้าผู้ชายคนหนึ่งจะรักผู้ชายอีกคนหนึ่ง)

(a) nobody’s business    (มิใช่ธุระของใคร)

(b) business of nobody

(c) no ones’ business

(d) business of no one

 

15. I’ve got __________________________________________ in the car.  I’ll get it to drink.

(ผมมี _______________________________________ ในรถยนต์  ผมจะไปนำมันมาดื่ม)

(a) whisky bottle

(b) a whisky bottle    (ขวดวิสกี้  ๑  ใบ)  (“ขวด”  เป็นนามนับได้  ใช้กับ  “A”)

(c) a bottle of whisky    (วิสกี้  ๑  ขวด)  (“ขวด”  เป็นนามนับได้  ใช้กับ  “A”)

(d) bottle of whisky

 

16. ___________________________ other big cats, leopards (เล้พ-เพิร์ด) are expert climbers.

(____________ แมวใหญ่ (เสือ) ชนิดอื่นๆ,  เสือดาวเป็นนักปีนป่าย (ต้นไม้) ที่ชำนาญ-เชี่ยวชาญ)

(a) The most unlike

(b) They are unlike most

(c) Unlike the most

(d) Unlike most    {ไม่เหมือนกับ (แมวใหญ่อื่นๆ) ส่วนใหญ่}

 

17. She is going on the picnic with __________________________________________ boys.

(เธอกำลังจะไปเที่ยวปิกนิกกับเด็กชาย ______________________________________)

(a) two little other

(b) other two little

(c) two other little    (ตัวเล็กๆ อื่นๆ อีก  ๒  คน)

(d) other little two

ตอบ   -   ข้อ   (c)   จำนวน  (หนึ่ง, สอง, สาม สี่ )  ต้องอยู่หน้า   “Other”  แต่ดูความแตกต่างจากประโยคข้างล่าง

  • We need another twenty people for the job.

(เราต้องการคน (เพิ่ม) อีก  ๒๐  คน  สำหรับงานนี้)

  • They will stay here for another ten days.

(พวกเขาจะพักที่นี่อีก  ๑๐  วัน)

 

18. Jack is far more intelligent than ______________________________ student in the class.

(แจ๊คเฉลียวฉลาดกว่านักเรียน _______________________________ ในชั้นเรียนอย่างมาก)

(a) any

(b) any other    (คนอื่นใด)

(c) other

(d) another

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เพราะหมายถึงฉลาดกว่านักเรียนทุกๆ คนในชั้น  ที่นอกเหนือไปจากตัวแจ๊คเอง

 

19. ________________________________________________ that I don’t feel like studying.

(__________________________________________ จนกระทั่งผมไม่รู้สึกอยากเรียนหนังสือ)

(a) The day is very beautiful

(b) It is so beautiful day

(c) It is a too beautiful day

(d) It is such a beautiful day    (มันเป็นวันที่สวยงามมาก)  (อากาศดีมาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ทั้งนี้อาจตอบโดยใช้โครงสร้างแบบอื่น  ที่มีความเหมือนกับ  ข้อ  (d)   เช่น

  • The day is so beautiful that ……...........… (วันสวยงามมากจนกระทั่ง……..........….)
  • It is so beautiful a day that …………. (มันเป็นวันที่สวยงามมากจน กระทั่ง………….)
  • The day is too beautiful for me to fell like studying.

(วันสวยงามเกินไปสำหรับผมที่จะรู้สึกอยากเรียนหนังสือ)  (คือ  อยากไปเที่ยว)

 

20. _______________________________________ is indispensable to plant and animal life.

(_______________________________ จำเป็นอย่างยิ่ง (จะขาดเสียมิได้)  กับชีวิตพืชและสัตว์)

(a) Nitrogen    (ไนโตรเจน)

(b) It is nitrogen

(c) That nitrogen

(d) Although nitrogen

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยค  

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป