หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 486)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The burglar left the house ___________________________________________________.

(เจ้าหัวขโมยย่องเบา-งัดแงะ  ออกจากบ้านไป ___________________________________)

(a) with hurry

(b) with a hurry

(c) in a hurry    (ด้วยความรีบเร่ง)

(d) hurrily

ตอบ    –    ข้อ   (c)   สำหรับข้อ  (d)  ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “hurriedly” (เฮ้อ-รีด-ลี่) – อย่างรีบเร่ง-รีบร้อน-ฉุกละหุก-ด่วน

 

2. The mirror was broken _____________________________________________________.

(กระจกถูกทำแตก ____________________________________________________)

(a) with accident

(b) by accident    (โดยอุบัติเหตุ – มิใช่เจตนาหรือตั้งใจทำ)

(c) from accident

(d) in accident

ตอบ   –   ข้อ   (b)   สำหรับข้อ  (d)  ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “in an accident”  หรืออาจตอบ  “accidentally”  (โดยอุบัติเหตุก็ได้  

 

3. There were large rooms with _______________________________________ in the house.

(มีห้องใหญ่หลายห้อง พร้อมทั้ง ______________________________________ ในบ้าน)

(a) beautiful decorating walls

(b) beautifully decorating walls

(c) beautifully decorated walls    (ฝาผนังที่ถูกตกแต่ง-ประดับประดาอย่างสวย งาม)

(d) beautiful decorated walls

ตอบ   –   ข้อ   (c)    ต้องใช้   “decorated”   (กริยาช่องที่  ๓)  เนื่องจากฝาผนัง  “ถูกตกแต่งประดับประดา”  (Passive voice)  และต้องใช้   “beautifully”   เพราะขยายกริยา   “decorated”   จึงต้องเป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)

 

4. The food ____________________________ by my mother tastes better than anyone else’s.

(อาหารที่ __________________________ โดยแม่ของผม  มีรสชาติดีกว่าอาหารของคนอื่นๆ)

(a) is cooked

(b) was cooked

(c) cooking

(d) cooked    (ถูกปรุง)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  which (that) is cooked by my mother”   โดยไม่สามารถเลือกข้อ  (a)  ได้   เพราะว่าประโยคข้างต้นมีกริยาแท้อยู่แล้ว  คือ   “tastes”   ดังนั้น  จะมีกริยาแท้ซ้อนอีกตัวไม่ได้  นอกจากว่าจะมีคำเชื่อม  เช่น   “And

 

5. Tim was so popular that they appointed him _____________________________________.

(ทิมเป็นที่นิยมชมชอบมาก  จนกระทั่งพวกนั้นแต่งตั้งเขาเป็น _________________________)

(a) being a chairman

(b) chairmen

(c) chairman    (ประธาน)

(d) chairman’s

ตอบ   –   ข้อ   (c)   สำหรับข้อนี้จะตอบ   “as chairman”   ก็ได้

 

6. I shall leave ____________________________________________________ tomorrow.

(ผมจะออกจาก _______________________________________________ ในวันพรุ่งนี้)

(a) from Bangkok to Chiengmai

(b) Bangkok to Chiengmai

(c) from Bangkok for Chiengmai

(d) Bangkok for Chiengmai    (กรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Leave Bangkok”  =  “ออกจากกรุงเทพฯ”  ส่วนไปยังสถานที่ใด  ใช้  “For”  +  “สถานที่นั้น

 

7. Some fish ____________________ distortions of electrical fields through special receptors.

(ปลาบางชนิด ____________________ การรบกวนของสนามไฟฟ้าด้วยอวัยวะรับสัมผัสพิเศษ)

(a) senses

(b) are sensing

(c) sense    (รู้สึกได้กับ, มีประสามสัมผัสกับ)

(d) are sensed

 ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Fish”  เมื่ออยู่ในรูปพหูพจน์  จะยังคงรูปเดิม  ไม่ต้องเติม  “S”  และข้อความในประโยคเป็นข้อเท็จจริง  (Fact)  จึงใช้แบบเหตุการณ์ปัจจุบัน  “Present simple tense”  (Verb 1)  ไม่ใช้ในแบบ  ข้อ  (b)  ซึ่งเป็น  “Present continuous tense”  สำหรับข้อ  (d)  ใช้ไม่ได้  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Passive voice   

 

8. _______________ an enormous number of books, we could not find the books we needed.

(____________________ หนังสือจำนวนมากมาย, เราไม่สามารถหาหนังสือที่เราต้องการได้)

(a) When the library has    (เมื่อห้องสมุดมี)

(b) Because the library has    (เพราะว่าห้องสมุดมี)

(c) Although the library has    (ถึงแม้ว่าห้องสมุดมี)

(d) Why the library has    (ทำไมห้องสมุดมี)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากใจความในประโยคใหญ่และย่อยขัดแย้งกัน  (ห้องสมุดมีหนังสือมากมาย  แต่เราหาหนังสือที่เราต้องการไม่ได้)

 

9. Fortunately, our dishwasher was still _______ guarantee when it broke down, so we don’t have to pay for the repair.

(โชคดี  เครื่องล้างจานของเรายังคง ________ การประกันเมื่อมันเสีย  ดังนั้น  เราจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินสำหรับค่าซ่อม)

(a) on

(b) with

(c) in

(d) under   (อยู่ในระยะ, อยู่ในช่วงเวลา)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   

                              สำหรับวลีที่ใช้กับ  “Under”  ได้แก่  “under age” (อายุน้อยเกินไป, ยังไม่โตพอ, ยังไม่บรรลุนิติภาวะ), “under arrest” (ถูกจับกุมโดยตำรวจ),  “under cover”  (ภายใต้กำบัง, อย่างซ่อนเร้น, อย่างปิดบังอำพราง), (The prisoners escaped under cover of darkness. – นักโทษหลบหนีไปภายใต้กำบังของความมืด หรือ โดยซ่อนเร้นไปกับความมืด)  “under fire” (ถูกยิงหรือถูกโจมตี, ถูกโจมตีด้วยอาวุธปืนหรือคำพูด),  “under one’s breath” (ในแบบกระซิบ, ด้วยเสียงที่แผ่วเบา), (I told Jim the news under my breath, but Tom overheard me.  –  ผมบอกข่าวแก่จิมด้วยเสียงที่แผ่วเบาหรือแบบกระซิบ  แต่ทอมแอบได้ยินผมพูด), “under one’s nose  (= under the nose of)”   อยู่ในสายตา, เห็นอยู่ตำตา, ต่อหน้าต่อตา,  อยู่ในที่ที่สามารถมองเห็นหรือสังเกตเห็นได้ง่าย, (The thief walked out of the museum with the painting, right under the nose of the guards. – เจ้าขโมยเดินออกไปจากพิพิธภัณฑ์พร้อมกับภาพวาด  ต่อหน้าต่อตา รปภ. เลยทีเดียว  -   โดยที่ รปภ. ไม่เห็น),  “under one’s wing”  (ภายใต้การดูแลเอาใจใส่ หรือปกป้องคุ้มครองของ,  “under the circumstances  (= in the circumstances)”  (ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่, ในสภาวะปัจจุบัน, ตามที่สิ่งต่างๆเป็นอยู่),  “under the sun” (บนโลกนี้, ในโลกนี้  -  ใช้เพื่อแสดงการเน้น), (The President’s assassination shocked everyone under the sun.    การลอบสังหารท่านประธานาธิบดีทำให้ทั้งโลกตกตะลึง), (Where under the sun could I have put my purse? – ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ที่ไหนบนโลกนี้), “under the counter”  (แอบซื้อหรือขายกันอย่างลับๆ  –  เปรียบเหมือนใต้เคาน์เตอร์), (The liquor dealer was arrested for selling beer under the counter to teenagers.  –  คนขายสุราถูกตำรวจจับเพราะขายเบียร์ให้เด็กวัยรุ่นอย่างผิดกฎหมาย   -   คือลักลอบขาย),  “under the table”  (ใต้โต๊ะ),  “under the bench”  (ใต้ม้านั่ง),  “under the blanket”  (ใต้ผ้าห่ม หรือห่มผ้าห่ม),  “under the earth (the ground)”  (ใต้ดิน),  “under the sea”  (ใต้ทะเล),   “under difficult circumstances”  (ภาย ใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก), “China under Chairman Mao”  (จีนภายใต้การปกครองของประธานเหมา), “Vietnam under communist rule”  (เวียดนามภายใต้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์),  “under capitalism”  (ภายใต้ระบอบทุนนิยม),  “under repair” (กำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม),  “under investigation” (กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน-สอบสวน),  “under construction”  (กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง),  “under discussion”  (กำลังอยู่ระหว่างการปรึกษา หารือกัน), “under supervision”  (ภายใต้การกำกับดูแล)  “under cultivation” (กำลังอยู่ระหว่างการเพาะปลูก),  “under surveillance” (อยู่ภายใต้การสอดส่องดู แล-สำรวจตรวจตรา),  “under attack”  (ถูกโจมตี),  “under guard” (ได้รับความคุ้มครอง),  “under suspicion” (ถูกระแวงสงสัย),  “under his influence”  (ภายใต้อิทธิพลของเขา),  “under the impression” (มีความประทับ ใจ),  “under the assumption”  (มีหรือภายใต้ข้อสมมติฐาน),  “under pressure”  (อยู่ภายใต้ หรือได้รับความกดดัน),  “under stress” (อยู่ภายใต้ หรือได้รับความเครียด),  “under immediate threat”  (อยู่ภายใต้ หรือได้รับการคุก คาม-อันตรายโดยตรง),  “under treatment”  (ได้รับการเยียวยารักษา),  (He is under treatment for an ulcer.)  –   (เขากำลังได้รับการเยียวยารักษาแผลพุพอง-เน่าเปื่อย),  “under his real name”  (เขียนหนังสือ) โดยใช้ชื่อจริง  -  มิได้ใช้นาม แฝงหรือชื่อคนอื่น),  “land under cash crops”  (ที่ดินที่กำลังใช้ปลูกพืชเศรษฐกิจ),  “He studied under Professor Thomas.”  (เขาเรียนภายใต้การสอนโดยอาจารย์โทมัส),  “John worked under his supervisor.” (จอห์นทำงานภายใต้การสอนหรือกำกับของผู้ควบคุมดูแลของเขา),  “I’ve got two clerks under me in my section.”  (ผมมีเสมียนเป็นลูกน้อง ๒ คนในแผนก),  “children under 12”  (เด็กอายุต่ำกว่า ๑๒),  “expenditure under $ 10 million”  (ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า ๑๐ ล้านเหรียญ),   “under retirement age”  (อายุต่ำกว่าวัยเกษียณ  คือ ต่ำกว่า  ๖๐  ปี)

 

10. She is always complaining about something, and I’m beginning to find her complaints rather _________.

(เธอร้องเรียน-โวยวายเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่เสมอ  และผมกำลังเริ่มพบว่าการร้องเรียนของเธอค่อนข้าง __________)

(a) annoy    (รบกวน, ทำให้รำคาญ)

(b) annoyed    (รู้สึกรำคาญ, รู้สึกถูกรบกวน)

(c) annoying    (น่ารำคาญ, ซึ่งทำให้รำคาญ, ซึ่งรบกวน)

(d) being annoyed

ตอบ   –   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้กริยาประเภทเดียวกับ  “Annoy”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่     

  • My friend __________________________________ when his requests were refused.

(เพื่อนของผม ______________________________ เมื่อคำร้องขอของเขาได้รับการปฏิเสธ)

(a) upset

(b) was upset    (รู้สึกสับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ)

(c) was upsetting

(d) had upset

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “To upset”  หมายถึง  “ทำให้สับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ”  (กริยา    ช่อง  คือ  “Upset, Upset, Upset”)  ส่วน  “To be upset”  =  “รู้สึกสับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ”  และ  “To be upsetting”  =   “น่าสับสน-ว้าวุ่น-ไม่สบายใจ”   ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกับ   “Upset”   จากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่  

  • My letter is very long.  I hope you won’t find it _______________________________.

(จดหมายของผมยาวมาก  ผมหวังว่า  คุณคงจะไม่พบว่ามัน _________________________)

(a) bore

(b) bored    (รู้สึกเบื่อหน่าย)

(c) boring    (น่าเบื่อหน่าย)

(d) to bore    (ทำให้เบื่อหน่าย)

ตอบ    -    ข้อ   (c)    ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ   “Bore”  จากประโยคข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่  

  • The food was delicious.  That was a __________________________________ meal.

(อาหารอร่อย  นั่นเป็นมื้ออาหารที่ __________________________________________)

(a) satisfied    (รู้สึกพอใจ)

(b) satisfying    (น่าพึงพอใจ)

(c) satisfy    (ทำให้พอใจ)

(d) satisfaction    (ความพึงพอใจ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                                     ตัวอย่างที่  

  • Bill heard that he had won a scholarship.  The news __________________________. 

(บิลได้ยินว่าเขาได้รับทุนการศึกษา  ข่าวนี้ ____________________________________)

(a) were excited

(b) was exciting    (น่าตื่นเต้น)

(c) was excited    (รู้สึกตื่นเต้น)

(d) were exciting

ตอบ  -  ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “News”  เป็นคำนามนับไม่ได้   และถือเป็นเอกพจน์เสมอ  จึงต้องใช้กับ  “Was

                                                     ตัวอย่างที่  

  • She was very ___________________________________________ to meet her friend.

(เธอ _____________________________________________ มากที่ได้พบเพื่อนของเธอ)

(a) delight    (ทำให้ยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ,  ความยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(b) delighting    (น่ายินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(c) delighted    (รู้สึกยินดี-ปลาบปลื้ม-สุขใจ)

(d) delightful    (น่ายินดีมาก, น่าสุขใจมาก)

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                                                       ตัวอย่างที่  

  • I ______________________________________________ with the result of my exam.

(ผม_________________________________________________ กับผลสอบของผม)

(a) quite satisfy    (ทำให้พึงพอใจอย่างมาก)

(b) am quite satisfying    (น่าพึงพอใจอย่างมาก)

(c) am quite satisfied     (รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก)

(d) am quite to satisfy

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                      ตัวอย่างที่  

  • I am ____________________________________________ in science, not in English.

(ผม ______________________________________ ในวิทยาศาสตร์  มิใช่ภาษาอังกฤษ)

(a) interest

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interested    (มีความสนใจ)

(d) to interest   (ทำให้สนใจ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                     ตัวอย่างที่  

  • He is _________________________________________________________ a house.

(เขา __________________________________________________________ บ้าน)

(a) interest at to rent

(b) interesting in rent

(c) interested at renting

(d) interested in renting     (มีความสนใจในการเช่า)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                                      ตัวอย่างที่  

  • It will take me quite some time to get him ___________________ in buying your land. 

(ผมจะต้องใช้เวลานานทีเดียวที่จะทำให้เขา ___________________ ในการซื้อที่ดินของคุณ)

(a) to interest    (ทำให้สนใจ)

(b) being interesting

(c) interested     (มีความสนใจ, รู้สึกสนใจ)

(d) interesting    (น่าสนใจ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                     ตัวอย่างที่  ๑๐

  • The little girl was very _________________ when her father promised to buy her a doll.

(เด็กหญิงเล็กๆคนนั้น _________________ มาก  เมื่อพ่อของเธอสัญญาว่าจะซื้อตุ๊กตาให้เธอ)

(a) exciting    (น่าตื่นเต้น)

(b) excited    (รู้สึกตื่นเต้น, มีความตื่นเต้น)

(c) excite    (ทำให้ตื่นเต้น)

(d) excitable    (สามารถตื่นเต้นได้)

ตอบ    –    ข้อ   (b)   ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • The results of the traveler preference survey are surprising.

(ผลลัพธ์ของการสำรวจความนิยมของนักเดินทาง – ท่องเที่ยว – น่าประหลาดใจ )

หมายเหตุ   –    ประโยคข้างบนนี้ต้องใช้   “Surprising”  เนื่องจาก   “Surprise”  เป็นคำกริยาที่มีความหมายว่า  “ทำให้ประหลาดใจ”  แต่ถ้าใช้ในรูป  “Is (are, was, were) surprising”  จะมีความหมายว่า  “น่าประหลาดใจ”  ส่วนเมื่อใช้ในรูป  “Is (am, are, was, were) surprised”  จะมีความหมายว่า   “มีความรู้สึกประหลาดใจ”  ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

  • The result of the exam surprised her.

(ผลสอบทำให้เธอประหลาดใจ)

  • She was surprised at the result of the exam.

(เธอมีความรู้สึกประหลาดใจกับผลสอบ)

  • The result of the exam was surprising.

(ผลสอบน่าประหลาดใจ)

                                                     คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Surprise”  ได้แก่

satisfy –ทำให้พอใจ

excite – ทำให้ตื่นเต้น

disappoint –ทำให้ผิดหวัง

attract –ทำให้หลงใหล, ดึงดูด

interest – ทำให้สนใจ

amuse –ทำให้สนุกหรือขบขัน

please –ทำให้ยินดี-พอใจ

annoy –ทำให้รำคาญ-ขุ่นเคือง

bore – ทำให้เบื่อ

tire – ทำให้เหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อ

frighten – ทำให้ตกใจ

confuse –ทำให้สับสนหรืองุนงง

surprise –ทำให้ประหลาดใจ

amaze – ทำให้ทึ่ง, ทำให้ตะลึง

delight – ทำให้ยินดี

exhaust –ทำให้หมดแรง

fascinate – ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์

charm – ทำให้หลง

convince – ทำให้เชื่อ

tempt – ทำให้หลงใหล, ยั่วยวน-ล่อใจ

entertain – ทำให้เพลิดเพลิน

embarrass –ทำให้ขวยเขิน-กระดากอาย

puzzle –ทำให้งง

thrill – ทำให้ตื่นเต้น

upset – ทำให้รำคาญ-ไม่สบายใจ

irritate – ทำให้โมโห, ทำให้ระคายเคือง

exasperate –ทำให้โกรธ

astonish –ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ตกใจ

infuriate –ทำให้โกรธ, ทำให้เดือดดาล

horrify –ทำให้กลัว, ทำให้ขนพองสยองเกล้า

 

                                                            กลุ่มคำกริยาข้างบนนี้ มีหลักการใช้คือ

                                           ๑. ถ้าใช้ในรูป  “Subject + Verb + Object”   จะมีความหมายว่า  “ทำให้”  คือ  ตัวประธานเป็นผู้ทำให้เกิดอาการนั้นๆ ขึ้นแก่ผู้อื่น  เช่น

  • The accident frightened the passengers a great deal.  (past tense)

(อุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารตกใจอย่างมาก)

  • The exam result disappointed him so much.(past tense)

(ผลสอบทำให้เขาผิดหวังมากทีเดียว)

  • The chairman’s speech confused everyone.(past tense)

(คำพูดของท่านประธานทำให้ทุกคนสับสนงุนงง)

  • The new film interests all viewers.(present tense)

(หนังเรื่องใหม่ทำให้คนดูทั้งหมดสนใจ)

  • The professor’s lecture bores all the class.(present tense)

(การบรรยายของศาสตราจารย์คนนั้นทำให้นักเรียนทั้งชั้นเบื่อ)

                                           ๒. ถ้าใช้รูป  “Verb + ing” {Subject + is (am, are, was, were) + Verb +ing}  หรือ  (Verb +ing + Noun)  มีความหมายว่า  “น่า......................”  หรือ  “ซึ่งน่า.......................”  กริยาที่เติม  “ing”  พวกนี้  ถือเป็นคำคุณศัพท์  จะวางไว้หลัง  Verb to be”  หรือหน้าคำนามก็ได้   เช่น

  • His work is boring.  (present tense)

(งานของเขาน่าเบื่อหน่าย)

  • It is a very exciting football match.   (present tense)

(มันเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่น่าตื่นเต้น)

  • The landscape was so fascinating.  (past tense)

(ภูมิประเทศ (ที่นี่) น่าหลงใหลมาก)

  • The employee’s work was disappointing.   (past tense)

(งานของลูกจ้างรายนั้นน่าผิดหวัง)

  • The children’s table manners were very embarrassing.  (past tense)

(กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกเด็กๆน่าอับอายมาก)

  • The book is interesting.  (present tense)

(หนังสือน่าสนใจ)

  • Her beauty is charming.  (present tense)

(ความงามของเธอน่าหลงใหล – มีเสน่ห์)

  • It is surprising to see him at his ex-wife’s wedding.   (present tense)

(มันน่าประหลาดใจที่เห็นเขาที่งานแต่งงานของอดีตภรรยา)

{มิได้หมายความว่า  “มันกำลังประหลาดใจ  เหมือนกับประโยค  “He is walking. (เขากำลังเดิน)  –  present continuous tense}

                                           ๓. ถ้าเติม  “Ed”  ข้างหลังคำกริยากลุ่มนี้   แล้ววางตามหลัง  “Verb to be” (is, am, are, was, were)   จะมีลักษณะเป็น   “Passive voice”  (Subject + is (am, are, was, were) + verb + ed)  จะมีความหมายว่า  ประธานเป็นผู้เกิดความรู้สึกนั้นๆขึ้นมา  ซึ่งถ้าแปลตรงๆก็คือ “....................ถูกทำให้รู้สึก....................ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจฯลฯ...................”   แต่ในภาษาไทยนิยมพูดว่า   “....................มีความรู้สึก....................ตื่นเต้น,  ตกใจ,  ผิดหวัง,  พอใจ....................”  เช่น

  • We are interested in German.   (present tense)

(เรามีความสนใจในภาษาเยอรมัน)

  • They are very pleased to see their old friends.   (present tense)

(พวกเขาดีใจมากที่ได้พบเพื่อนเก่า)

  • I was amazed to know of his death.   (past tense)

(ผมตะลึงที่ได้รู้ข่าวการตายของเขา)

  • He was very tired of hard work.   (past tense)

(ผมเหน็ดเหนื่อยมากกับงานหนัก)

  • She was interested in the ballet performance.   (past tense)

(เธอมีความสนใจในการแสดงบัลเล่ต์)

  • We were disappointed to lose the match.   (past tense)

(พวกเราผิดหวังที่แพ้การแข่งขัน)

  • Most people are frightened of the snakes.   (present tense)

(คนส่วนมากกลัวงู)

  • Jim is fascinated by astronomy.   (present tense)

(เขามีความหลงใหลในวิชาดาราศาสตร์)

 

11. Mr. Eaton ________ here for many years and is one of our most knowledgeable employees.

(มิสเตอร์อีตัน ________ ที่นี่เป็นเวลาหลายปี  และเป็นหนึ่งในบรรดาพนักงานที่มีความรู้ดีที่สุดของเรา)

(a) is working    (กำลังทำงาน)

(b) used to work    (เคยทำงาน)

(c) has been working    (ได้กำลังทำงาน)

(d) will have worked    (จะได้ทำงานแล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากมิสเตอร์อีตันได้ทำงานที่นี่ต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน  ตั้งแต่ในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูด  จึงต้องใช้รูป  “Present perfect continuous tense” (Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing)  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  Tense  นี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                       ตัวอย่างที่  

  • Miss Kim ______________________________________ with us since last October.

(มิสคิม ______________________________________ กับเราตั้งแต่เดือนตุลาคม  ปีที่แล้ว)

(a) works

(b) worked

(c) has been working    (ได้กำลังทำงาน)

(d) is working

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจากเป็น  “Present perfect continuous tense”  (Subject + Have (Has) + Been + Verb + ing)   โดยสังเกตจาก  “Since last October”  ทั้งนี้  “Present perfect continuous”  ใช้บอกเหตุการณ์ในอดีตที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  และเน้นความยาวของช่วงเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันด้วย     ซึ่งอาจจะเป็นหลายๆ วัน  เดือน  ปี  หลายๆ ปี  หรือเพียง  ๒ – ๓  ชั่วโมงก็ได้  หรือไม่ก็ต้องการบอกว่า  “จะทำกริยานั้นๆ ต่อไปในอนาคตด้วย”   ซึ่งประโยคข้างบนมีความหมายว่า  “มิสคิมทำงานกับเราตั้งแต่ตุลาฯ ปีที่แล้ว”  คือปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่  และเน้นความต่อเนื่องของการทำงาน  ว่าทำมานานหลายเดือนแล้ว  และเป็นไปได้ว่า  “มิสคิมจะทำงานกับเราต่อไปในอนาคตด้วย”   อนึ่ง  สามารถใช้รูป  Present perfect tense” (Subject + Have (Has) + Verb 3)  แทน  ก็ได้   โดย   “Present perfect tense”  ก็บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเช่นกัน  แต่ไม่เน้นความต่อเนื่องหรือยาวนาน  หรือการดำเนินต่อไปในอนาคต  เหมือนกับ Present perfect continuous”  นอกจากนั้น  “Present perfect”  ยังบอกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะจบสิ้นลงไปแล้ว  หรือเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  แต่ไม่ระบุเวลาที่แน่ชัด  หรือใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำๆ ในอดีต  อีกด้วย

                       รูปแบบของ  Tense ทั้ง ที่กล่าวมาข้างต้น  มักจะมีคำจำพวกนี้อยู่ในประโยค ได้แก่  Since (ตั้งแต่), For (เป็นเวลา), Recently (หมู่นี้),  Lately (เมื่อเร็วๆนี้),  So far (เท่าที่ผ่านมาหรือเป็นมา),  Up to now (จนกระทั่งถึงบัดนี้),  Up till now (จนถึงบัดนี้),  Up to the present (จนถึงปัจจุบัน),  Already (แล้ว),  Yet (ใช้ในประโยคคำถาม),  Not yet (ใช้ในประโยคปฏิเสธ),  Ever (เคย),  Never (ไม่เคย),  Just (เพิ่งจะ),  This is the first (second) time (นี่เป็นครั้งแรก – ครั้งที่สอง)  เป็นต้น 

                           นอกจากนั้นประโยคในรูป  Present perfect tense”  และ  “Present perfect continuous tense”   ยังอาจตามด้วยประโยคที่เป็น  Past tense”   เช่น   “Since we were born”,  “Since they were at college”  ได้ด้วย   ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • I have already eaten my breakfast.

(ผมกินอาหารเช้าแล้ว)  (เน้นว่ากินแล้ว  และยังไม่นานนัก)

  • She has not eaten her dinner yet.

(เธอยังมิได้กินอาหารเย็นเลย)  (เน้นว่ายังไม่ได้ทำ)

  • He has just gone out.

(เขาเพิ่งจะออกไป)  (เน้นว่าเพิ่งจะจบสิ้น)

  • I have seen her on TV several times.

(ผมได้เห็นเธอทางทีวีหลายครั้ง)  (เน้นว่าทำซ้ำๆ)

  • They have lived here for ten years.

(พวกเขาอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว)  (เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • We have not seen each other since 2010.

(เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปี ๒๐๑๐)  (เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • They have been playing since the morning.

(พวกเขาเล่นกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว)  (เน้นว่าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันและความยาวของเวลาว่าหลายชั่วโมง)

  • They have been waiting here for two hours.

(พวกเขารอคอยอยู่ที่นี่มา ๒ ชั่วโมงแล้ว)  (เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันและความนานของเวลาคือ ๒ ชั่วโมง)

  • We have lived here since we were born.

(เราอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เราเกิด)  (เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวนานของการอาศัยที่นี่  คือหลายสิบปีแล้ว)

 

12. We feel _________________________ about coming to an agreement on this issue soon.

(เรารู้สึก ______________________ เกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงในประเด็น (เรื่อง) นี้ในไม่ช้า)

(a) hoping

(b) hopeful    (มีความหวัง, เต็มไปด้วยความหวัง)

(c) hopefully

(d) to hope

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากคำที่ตามหลังคำกริยาจำพวก  Linking verb”  ได้แก่   Be (is, am, are, was, were), Become, Seem (ดูเหมือนว่า), Appear (มีลักษณะท่าทาง), Feel (รู้สึก), Get, Grow, Keep, Look (มีท่าทาง), Smell (มีกลิ่น), Sound (ฟังดู), Taste (มีรสชาติ), Turn (กลายเป็น)   จะต้องเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  เสมอ  เช่น

  • Tom became rich(ทอมร่ำรวยขึ้นมา)
  • Ann seems happy(แอนดูเหมือนว่าจะมีความสุข)
  • Jim felt cold.  (จิมรู้สึกหนาว)
  • He got/grew impatient(เขารู้สึกกระวนกระวาย)
  • The idea sounds interesting.   (ความคิดนี้ดูน่าสนใจ)
  • She looked calm(เธอมีอาการสงบ)
  • He turned pale.  (เขาตัวซีด หรือหน้าซีด)
  • The soup tasted sweet(ซุปมีรสหวาน)

 

13. If you __________________ your application tomorrow, you will still be eligible for the job.

(ถ้าคุณ ___________________ ใบสมัครของคุณวันพรุ่งนี้  คุณจะยังคงมีสิทธิ์สำหรับงานนี้อยู่)

(a) to submit

(b) submitted

(c) submit    (เสนอ, เสนอให้พิจารณา, ยื่น, ส่งมอบ, ยอม, ยอมตาม, ยอมจำนน)

(d) submits

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่  (If + Subject + Verb 1,  Subject + Will (Shall) + Verb 1)  คือ  ผู้พูดมีความมั่นใจว่า  ถ้าเหตุการณ์ในประ โยคย่อย  (If clause)  เกิดขึ้นจริง  เหตุการณ์ในประโยคใหญ่  (Main clause)  ก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วย  และเนื่องจากประธานของประโยคย่อย  คือ  “You”  กริยา  “Submit”  จึงไม่ต้องเติม  “S

 

14. Our plane will arrive ___________________________________________ Tokyo at noon.

(เครื่องบินของเราจะมา _____________________________________ โตเกียวในตอนเที่ยง)

(a) at

(b) in    (ถึง)

(c) to

(d) into

(e) (No word is needed.)

ตอบ    -    ข้อ   (b)   “Arrive in”  =  มาถึงเมือง  หรือ  ประเทศ  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • This year the annual meeting takes place ____________________________ Seattle.

(ปีนี้  การประชุมประจำปีจัดขึ้น(เกิดขึ้น) ___________________________ เมืองซีแอ็ตเติ้ล)

(a) on

(b) for

(c) in    (ใน)

(d) by

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “เมือง”   และ   “ประเทศ”  ต้องใช้   Preposition  “In                                      

                            สำหรับวลีที่ใช้   “In”  ได้แก่  “blind in one eye”  =  (ตาบอดข้างหนึ่ง)  -  She is blind in one eye.  (เธอตาบอดข้างหนึ่ง),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน)  -  Jim was in a hurry to go to his college.  (จิมกำลังรีบเร่งจะไปมหาวิทยาลัย),  “The girl in this photograph”  (เด็กผู้หญิงในภาพถ่ายใบนี้),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน),  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง)  -  She is absolutely qualified in her new job.  (เธอมีคุณสมบัติอย่างเต็มที่ในงานใหม่ของเธอ), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”  (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area”  (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ), “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้องน้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล), “in the kitchen”  (ในครัว),  “in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour”  (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society”  (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรม ชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ),  “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง........................), “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา),  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “in her view”   (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่  สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ใน ), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัท ธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประ การ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),  “in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย),  “in time (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจัง หวะ),  “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สม บูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก),  “write in pencil”  (เขียนด้วยดิน สอ),  “in the first chapter”  (ในบทที่  ), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว),  “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน),  “in  2016”  (ในปี  ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น),  “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”   (ภายใน    เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่),  “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ),  “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง),  “in two minutes”  (ใน นาที),  “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้),  “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล),  “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้),  “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำ เสียงของเธอ),  “in love” (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค),  “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด),  “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),   “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน),  “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง..................),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙)“in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”  (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน),  “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร),  “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ส่วน), “shrink in size”   (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย),  “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ใน ),  “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา),  “was shot in the leg”   (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม),  “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย),  “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน),   “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ   เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง   โดยใช้วลีนี้  แล้วตามด้วยเหตุผลประการแรกที่ต้องการจะบอก),   เป็นต้น

 

15. We don’t allow anyone ___________________________________________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม ______________________________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim    (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Allow + กรรม + To + Verb 1”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • He told one of the men _________________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ ________________________ โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Subject + Tell + กรรม  + To + Verb 1”  กล่าวคือ  กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง  (บุคคลหรือสิ่งของ)  ของคำกริยาต่อไปนี้  จะต้องเป็นรูป  “Infinitive with to”  (To + Verb 1 ) เสมอ  ได้แก่  “Expect, Want, Cause,  Force, Compel,  Invite, Advise,  Instruct, Persuade,  Allow,  Permit,  Encourage,  Press, Warn,  Order,  Request,  Tempt,  Teach,  Tell,  Oblige”  ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • She taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

(ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

 

16. I want you to wait here ______________________________________ I’m buying the fruit.

(ผมต้องการให้คุณรออยู่ที่นี่ _________________________________ ผมกำลังซื้อผลไม้)

(a) during    (ในระหว่าง)  (ตามด้วย คำนาม หรือ วลี)

(b) while   (ในขณะที่)  (ตามด้วยประโยค  คือ  “Subject + Verb”)

(c) where

(d) that

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่ 

  • Did you meet my sister __________________________________ your stay in Tokyo?

(คุณพบน้องสาวของผม ______________________________ ที่พักในโตเกียวหรือเปล่า)

(a) while

(b) when

(c) during    (ในระหว่าง)

(d) between

ตอบ     –    ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “During”   เป็น   “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนาม  หรือวลี   ส่วน   “While”  และ   “When”  ต้องตามด้วยประโยค   (Subject + Verb)    เช่น

  • During the lecture professor Woods spoke on various topics.

(ในระหว่างเล็คเชอร์   อาจารย์วูดส์พูดหลายหัวข้อ)

  • While he was giving a lecture, professor Woods spoke on various topics.

(ในขณะที่เขากำลังเล็คเชอร์   อาจารย์วูดส์พูดหลายหัวข้อ)

  • During the rain Jim went under a tree for a shelter.

(ระหว่างฝนตก   จิมเข้าใต้ต้นไม้เพื่อหาที่หลบฝน)

  • When it rained, Jim went under a tree for a shelter.

(เมื่อฝนตก   จิมเข้าใต้ต้นไม้เพื่อหาที่หลบฝน)

 

17. The floor of the sitting room in my home _________________________ a beautiful carpet.

(พื้นห้องนั่งเล่นในบ้านของผม _________________________________ พรมที่สวยงาม)

(a) is covered by

(b) was covered with

(c) covers

(d) is covered with    (ถูกปูลาดด้วย, ถูกปกคลุมด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากอยู่ในรูป   “Passive voice”  ประธานของประโยค  (The floor)  เป็นผู้ถูกกระทำ  คือ  “ถูกปูลาดด้วย…………..........”   และเป็นข้อเท็จ จริง  (Fact)  จึงใช้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน   (Present simple tense) (The floor……...……is covered with…….....….)  นอกจากนั้น  ยังใช้  “With”  แทน  “By”  เนื่องจากเป็น   “พรม”   มิใช่  “บุคคล

 

18. I met ______________________________________________ on my way to the North.

(ผมพบ _______________________________________ ในระหว่างเดินทางไปภาคเหนือ)

(a) an old friend of mine    (เพื่อนเก่าของผมคนหนึ่ง)

(b) my friend of old

(c) an old friend of me

(d) one of old friends

ตอบ   -   ข้อ   (a)   สำหรับข้อ  (d)  ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “one of my old friends

 

19. The headmaster watched his students __________________________________ school.

(ครูใหญ่เฝ้ามองนักเรียนของตน____________________________________ โรงเรียน)

(a) leaving from

(b) to leave from

(c) leave    (เดินทางออกจาก)

(d) left

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Subject + Watch +  กรรม + Verb 1” (Verb 1  =  Infinitive without to)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่

  • What she saw made her ___________________________________________ pale.

(สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอ _______________________________________ หน้าซีดเผือด)

(a) turn    (กลายเป็น)

(b) turning

(c) to turn

(d) turned

ตอบ  -  ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Make + กรรม + Verb 1

                                                   ตัวอย่างที่

  • The manager let everyone ______________ the office early to attend the convention.

(ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน ___________ สำนักงานแต่เนิ่นๆ  เพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

(a) to leave

(b) leaves

(c) left

(d) leave    (เดินทางออกจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากหลังกรรมของ  “Make, Let, Have (ใช้), See, Watch, Hear, Feel”   ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  คือ  กริยาช่องที่  ที่ไม่มี  “To”  นำหน้า  ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • She lets them play in the field.  (เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)
  • We made them laugh.  (เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)
  • I heard her sing.  (ผมได้ยินเธอร้องเพลง)
  • He saw her walk in the street. (เขาเห็นเธอเดินในถนน)
  • She had them clean her room.  (เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

 

20. Some die ____________________________________________ their own carelessness.

(บางคนตาย _______________________________________ ความประมาทของตนเอง)

(a) of    (ตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ)  (อีกความหมายคือ  อยากอย่างมาก เช่น น้ำ หรือ อาหาร)  (He is dying of water.  =  เขากระหายน้ำอย่างมาก)

(b) by    (ตายด้วยอาวุธ  เช่น  มีด, ปืน)

(c) with

(d) owing to    (เนื่องมาจาก, เพราะว่า)  (= Due to = Because of = On account of)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                            สำหรับคำกริยา,  คุณศัพท์  หรือ  วลีที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก่  “source of”  (แหล่งของ)  -  Meat is an excellent source of vitamins.  (เนื้อเป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมของวิตามิน),  “kind of”  (ค่อนข้างจะ)  -  She is kind of an envious woman.  (เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะขี้หึง),  “keep out of”  (อย่ายุ่ง, อยู่ให้ไกล, ออกห่างจาก, ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง)  - Please keep out of my business.  (โปรดอย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องของผม),  “in honor of”  (เพื่อเป็นเกียรติแก่)  -  The building was named in honor of the late President.”  (อาคารถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว),  “in charge of” (= take charge of)  (ดูแล, รับผิดชอบ)  -  They are in charge of organizing the meeting.  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม), “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยว กับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้ง  หรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.................)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  “The company doses not approve of women smoking.”  (บริษัทไม่เห็น ชอบให้ผู้หญิงสูบบุหรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  “He often boasts of his wealth.”  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย), “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  “We are thinking of buying her a present.”  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  “She warned me of the danger.”  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง.....................)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประ กอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบ ด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน)  -  “We have never heard of his plan.”  (เราไม่เคยรู้เกี่ยว กับแผนของเขาเลย)  -  “Have you heard of Lewis Baker?”  (คุณรู้จักลูอิส  เบเกอร์ ไหม),  “beware”  (ระวัง)  -  “Beware of dogs !”  (ระวังสุนัข !),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ)  -  “These experiences served to convince me of the drug’s harmful effects.”  (ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเชื่อในผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย)  -  “The other members disapproved of his methods.”  (สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา),  “assure”  (รับรอง, ทำให้มั่นใจ-เชื่อมั่น-  “After he had been assured of his daughter’s safety, he was relaxed.”  (หลังจากที่เขาถูกทำให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของลูกสาว  เขารู้สึกผ่อนคลาย)  -  “Visitors can always be assured of the best in Manhattan Hotel.”  (ผู้มาเยือน (แขก) สามารถจะมั่นใจได้เสมอ  ถึงสิ่งที่ดีที่สุดในโรงแรมแมนฮัตตัน  -  ในด้านการให้บริการ),  “cure”  (รักษา  หรือทำให้หายจากโรคหรืออาการบาง อย่าง,  การรักษาโรค),  -  “I’m interested in the cure of cancer.”  (ผมสนใจในการรักษาโรคมะเร็ง)  -  “The shock of losing my purse cured me of all my former absent-mindedness.”  (ความตกใจจากการทำกระเป๋าสตางค์หาย  ทำให้ผมหายจากอาการใจลอยเมื่อก่อนนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น),   “smell”  (กลิ่น, ได้กลิ่น)  -  “We had a smell of fresh bread when we entered the shop.”  (เราได้กลิ่นขนมปังสดเมื่อเราเข้าไปในร้าน)  -  “The room smelled of cigars.”  (ห้องมีกลิ่นซิการ์),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ), “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ)  -  “Be careful of the floor.  I’ve just polished it.”  (ระวังพื้นลื่นนะ  ผมเพิ่งจะขัดมัน),  “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด), “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง), “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ),  “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย),  “sure”  (มั่นใจ),  “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี),  “certain” (มั่นใจ, แน่ นอน),  “free”  (ยกเว้น),  “proud”  (ภูมิใจ),  “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ),  “capable”  (สามารถ),  “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว),  “tolerant”   (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ),  “ignorant”  (ไม่รู้),  “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),  “the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “Your letter of the 25th ”  (จดหมายของคุณซึ่งลงวันที่  ๒๕),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”   ( ใน ),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  “a collection of watches”  (การสะสมนาฬิกา),  “a big piece of cake”  (เค้กชิ้นใหญ่),  “Natural gas accounts for about 10% of our total energy consumption.”  (กาซธรรมชาติคิดเป็นประมาณ  ๑๐  เปอร์เซ็นต์  ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดของเรา),  “the House of Representatives”  (สภาผู้แทนราษ ฎร),  “We must do it with the approval of the trade unions.”  (เราจะ ต้องทำมันด้วยความเห็นชอบของสหภาพการค้า),  “We need the permission of the judge.”  (เราต้องการการอนุญาตจากผู้พิพากษา),  “the religious beliefs of the ancient people”  (ความเชื่อทางศาสนาของคนโบราณ),  “the average age of participants is over 50”  (อายุเฉลี่ยของผู้เข้าร่วม  คือ  เกินกว่า  ๕๐  ปี),  “the traditional role of women”  (บทบาทดั้งเดิมของสตรี),  “That is a book of mine.”  (นั่นเป็นหนังสือของผม),  She would like to have a house of her own.”  (เธอต้องการจะมีบ้านเป็นของตัวเอง),  “A child of hers was run over by a car.”  (ลูกคนหนึ่งของเธอถูกรถทับ),  “He is a friend of Stephen’s.”  (เขาเป็นเพื่อนของสตีเฟน),  เป็นต้น

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป