หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 40)

Part V : Sentence Completion  (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. A person with a good education is _____________ happier than a person with a poor education. 

(บุคคลที่มีการศึกษาดี _______________มีความสุขมากกว่าบุคคลที่มีการศึกษาต่ำต้อย)

(a) likely to be more

(b) likely to be  (เป็นไปได้ว่า, น่าจะเป็นไปได้ว่า, เหมาะสม, สมควร)

(c) as likely as (เป็นไปได้เท่าๆกัน, เหมาะสมพอๆกัน)

(d) as likely

ตอบ ข้อ (b) เนื่องจาก “Likely + to + verb 1

2. What is wrong ______________ your car?

(มีอะไรผิดปกติ ____________________ รถของคุณหรือ)

(a) to

(b) of

(c) with  (กับ)

(d) in

3. Very few people live _____________ the age of ninety.

(น้อยคนนักที่มีชีวิต ___________________ อายุ ๙๐ ปี)

(a) at

(b) in

(c) to  (ถึง)

(d) after

ตอบข้อ (c) “Live to= มีอายุถึง  ส่วน “Die at =  ตายเมื่ออายุ  เช่น   “He died at the age of sixty.”(เขาตายเมื่ออายุ ๖๐ ปี)

4. The baby was dropped out of the bedroom window into a big net ________ by the firemen.

 (เด็กทารกถูกหย่อนลงมานอกหน้าต่างห้องนอน  ลงไปในตาข่ายขนาดใหญ่ที่__________________ โดยพนักงานดับเพลิง)

(a)    hold  (จับหรือถือ)

(b)   which was to be held

(c) held  (ถูกจับหรือถือ)

(d) which would be held(ซึ่งจะถูกจับหรือถือ)

ตอบ  –  ข้อ (c) เนื่องจากต้องอยู่ในรูป “Passive voice” เพราะ “ตาข่ายถูกจับหรือถือไว้โดยพนักงานดับเพลิง

5. When I say ‘I never drink’, I mean _________________.

(เมื่อผมพูดว่า “ผมไม่ดื่มเหล้าเลย – หรือ ผมไม่ดื่มเหล้าเป็นอันขาด” ผมหมายความว่า __________)

(a) I’ve never drunk(ผมไม่เคยดื่มเหล้า)

(b) I drink very little  (ผมดื่มเหล้าน้อยมาก)

(c) I do not drink (ผมไม่ดื่มเหล้า)

(d) I drink only fresh water  (ผมดื่มเฉพาะน้ำจืด)

ตอบ  –  ข้อ (c) เนื่องจาก “Never” หมายถึง “ไม่เคย, ไม่เลย, ไม่เป็นอันขาด”  อย่างไรก็ตาม  เมื่อจะใช้ในความหมาย “ไม่เคย”  จะต้องใช้ในรูป “Present perfect tense {Subject + has (have) + verb 3}เสมอ  ดังในข้อ (a)  สำหรับ  เมื่อใช้ในความหมาย  “ไม่เลย หรือ ไม่เป็นอันขาด” จะต้องใช้ในรูป “Present simple tense (ดังประโยคในข้อ ๕)  หรือ “Past simple tense

                 การใช้ “Present perfect tense”กับเหตุการณ์ที่เคยหรือไม่เคยทำในอดีต  แต่ไม่ได้กำหนดเวลาแน่นอน  สังเกตจาก “ever”  “never”  เช่น

- Have you ever been to Japan?

(คุณเคยไปญี่ปุ่นไหม)

 - Has your father ever played football?

(พ่อของคุณเคยเล่นฟุตบอลไหม)

  - I have never seen him before.

(ผมไม่เคยเห็นเขามาก่อน)

6. That is _______________________.

(นั่นเป็น _______________________ )

(a) a useful information

(b) a useful piece of informations

(c) useful informations

(d) a piece of useful information  (ข้อมูลที่มีประโยชน์ ๑ ชิ้น)

ตอบ  –  ข้อ (d) เนื่องจาก “Information” เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงไม่สามารถใช้   Aหรือ“An”  นำหน้าได้  ดังในข้อ (a) และไม่สามารถเติม “S” เข้าข้างท้าย  ดังในข้อ (b)  และ (c)  ดังนั้น  เมื่อจะนับ “ข่าวสาร”  จึงต้องนับเป็น “ชิ้น”   ดังในข้อ  (d)หรือนับเป็น หัวข้อ “Item” (An item of informationหรือan information item)  อย่างไรก็ตาม สามารถตอบข้อ (b) ได้เช่นเดียวกัน  แต่ต้องแก้เป็น “a useful piece of information” สำหรับคำนามนับไม่ได้และเป็นเอกพจน์เสมอ  ที่ใช้ในลักษณะเดียวกับ  Information”  ได้แก่paper (กระดาษ), equipment (อุปกรณ์, เครื่องมือ), furniture, scenery  (ทิวทัศน์), damage  (ความเสียหาย), advice  (คำแนะนำ), traffic, machinery  (เครื่องยนต์กลไก), evidence  (หลักฐาน), bread  (ขนมปัง), clothing  (เสื้อผ้า), work  (งาน), luggage  (กระเป๋าเดินทาง), baggage  (กระเป๋าเดินทาง), knowledge, progress, power, news, fruit, behavior  (พฤติกรรม) เป็นต้น  คำนามเหล่านี้  ถ้าจะนับเป็นหน่วย จะต้องใช้ สมุหนาม (Collective noun)คือนามที่แสดงความเป็นกลุ่มก้อนที่เหมาะสมกับคำนามนั้นๆ เช่น

            - a piece of paper  (กระดาษ ๑ แผ่น)

            - a loaf of bread  (ขนมปัง ๑ ปอนด์ หรือก้อน)

            - a branch (field) of knowledge  (ความรู้สาขาหนึ่ง)

            - an item of news  (ข่าว ๑ หัวข้อ)

            - a kilo of fruit (ผลไม้ ๑ กิโล)

             

7. This circle has a diameter of two inches.  Its _______________ is one inch.

(วงกลมนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ นิ้ว, ________________ ของมัน คือ ๑ นิ้ว)

(a)    side (ด้าน)

(b)   segment (ส่วนของวงกลม)

(c)   radius  (รัศมี)

(d)   cord (เส้นตัดวงกลม)

(e)    area  (พื้นที่)

8. I don’t smoke now.  I _____________ before the tax on tobacco was so high.

(ผมไม่สูบบุหรี่แล้วในปัจจุบัน  ผม __________________ ก่อนที่ภาษียาสูบจะสูงมาก)

(a) used to smoking

(b) was used to smoke

(c) used to (เคยสูบ)

(d) was used to smoking (คุ้นเคยกับการสูบบุหรี่)  (ในอดีต)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องการบอกว่า  ปัจจุบันไม่สูบแล้ว  แต่เคยสูบ (ในอดีต) ก่อนที่ภาษีจะขึ้นสูง (ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง)

-             He _______________ go abroad often for his work, but he has changed jobs and now no longer travels.

(เขา __________________  เดินทางไปต่างประเทศบ่อยในเรื่องงาน  แต่เขาได้เปลี่ยนงานมาหลายงาน  และในปัจจุบัน  มิได้เดินทางต่อไปอีกแล้ว)

(a)  uses (ใช้)

(b) used to (เคย)

(c)  was used (ถูกใช้ – ในอดีต)

(d) is used to (คุ้นเคย, เคยชิน – ในปัจจุบัน)

ตอบ  –  ข้อ (b) “Used to” หมายถึงเคยทำในอดีต  ปัจจุบันเลิกทำเช่นนั้นแล้ว กล่าวคือ  ต้องเป็นเรื่องของอดีตเพียงอย่างเดียว  และต้องตามด้วยกริยาช่องที่ ๑ (Used to + Verb 1)  ส่วน “Be used to” หรือ “Get used to” หมายถึง “คุ้นเคย, เคยชินต้องตามด้วย “คำนาม” หรือ “Gerund” (Verb + ing) จะใช้กับเหตุการณ์ในอดีตหรือปัจจุบันก็ได้  เช่น

          - He is used to getting up late.

(เขาคุ้นเคยกับการตื่นสาย) (ปัจจุบัน)

          - She was used to watching TV late at night.

(เธอคุ้นเคยกับการดูทีวีจนดึกเวลากลางคืน) (อดีต)

           - They are used to cold weather.

(พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศเย็น) (ปัจจุบัน)

-   We got used to swimming when we were at college.

 (พวกเราคุ้นเคยกับการว่ายน้ำ  ตอนเรียนมหาวิทยาลัย)  (คือไปว่ายน้ำบ่อยๆ)  (เป็นอดีต)

-   She gets used to eating in a Chinese restaurant.

(เธอเคยชินกับการกินอาหารในภัตตาคารจีน – คือไปกินบ่อยๆ)  (เป็นปัจจุบัน)

-   African people are used to hot weather.

(คนแอฟริกันคุ้นเคยกับอากาศร้อน)  (เป็นปัจจุบัน)

                อนึ่ง  เมื่อต้องการทำเป็นประโยคปฏิเสธ  ให้ใส่ “Not” หลัง “Verb to be” หรือ ใช้ “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วยในกรณีของ “Get used to” เช่น

            - The manager is not used to speaking in public.

(ผู้จัดการไม่คุ้นเคยกับการพูดในที่สาธารณะ)  (เป็นปัจจุบัน)

          - She did not get used to going shopping when she was young.

(เธอไม่คุ้นเคยกับการไปช้อปปิ้ง  ตอนเธอเป็นเด็ก)  (เป็นอดีต)

                 สำหรับรูปปฏิเสธของ “Used to” (เคย)  ต้องใช้ “Did not”  เท่านั้น  เช่น

          - We did not use to read a newspaper in the morning.

(เราไม่เคยอ่านหนังสือพิมพ์ในตอนเช้า) (เป็นอดีต)

         - They didn’t use to walk to school like their classmates.

(พวกเขาไม่เคยเดินไปโรงเรียนเหมือนเพื่อนร่วมชั้น) (เป็นอดีต)

9. I shall come back _________________.

(ผมจะกลับมา ______________________ )

(a) long before (ก่อนหน้า.................เป็นเวลานาน)

(b) before long (ในไม่ช้า)

(c) longer

(d) not long

ตอบ  -  ข้อ (b) เนื่องจากมีความหมายเหมือน “Soon” หรือ “In a little while” สำหรับตัวอย่างการใช้ “Long before” เช่น

-    I have known his parents long before I know him.

(ผมรู้จักพ่อแม่ของเขาก่อนหน้าที่ผมจะรู้จักเขา  เป็นเวลานานทีเดียว) (คือรู้จักพ่อแม่ของทอมมา ๑๐ ปีแล้ว แต่เพิ่งรู้จักทอมได้เพียง ๒ ปี)    

              สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของ “Before long”  (ในไม่ช้า)  เช่น      

            - Class will be over before long.

(ชั้นเรียนจะเลิกเร็วๆนี้แล้ว – คือจะเลิกอีกในไม่ช้า)

        - We were tired of waiting and hoped the bus would come before long(เราเบื่อการรอคอยและหวังว่า  รถเมลจะมาในไม่ช้า)

10. What she saw made her ______________ pale.

(สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอ ______________________ หน้าซีดเผือด)

(a) turn (กลายเป็น)

(b) turning

(c) to turn

(d) turned

ตอบ  -  ข้อ (a) เนื่องจาก “Make + กรรม + verb 1(ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง)

-             The manager let everyone _________ the office early to attend the convention.

(ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน ____________________ สำนักงานแต่เนิ่นๆเพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

      (a) to leave

      (b) leaves

      (c) left

      (d) leave  (ออกจาก)

หมายเหตุ  –  ตอบข้อ (d)  เนื่องจากหลังกรรมของ “Make, Let, Have (ใช้), See, Hear, Feel”  ต้องอยู่ในรูป   “Infinitive without to”  คือ กริยาช่องที่ ๑ ที่ไม่มี to  นำหน้า ตัวอย่างประโยค เช่น

-        She lets them play in the field. (เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)

-        We made them laugh.  (เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)

-        I heard her sing.  (ผมได้ยินเธอร้องเพลง)

-        He saw her walk in the street. (เขาเห็นเธอเดินในถนน)

-        She had them clean her room.  (เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

11. Have you a book about _____________ English?

(คุณมีหนังสือเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ _________________ หรือเปล่า)

(a) every day (ทุกวัน)  (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(b) everyday (ทุกวัน)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) everydays (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) every days (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ  -  ข้อ (b) เนื่องจากขยายหน้าคำนาม “English” จึงต้องใช้คำคุณศัพท์  สำหรับ  Every day” เป็น “Adverb of frequency”  ใช้ขยายคำกริยา เช่น

            - They go to school every day.

          - We clean our rooms every day.

12. Don’t _______________ others.

(จงอย่า ________________________ ผู้อื่น)

(a) look down (มองลงข้างล่าง)

(b) look upon

(c) look down upon (ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม)

(d) look up and down  (มองขึ้นข้างบนและลงข้างล่าง)

13. She is very beautiful; ______________ all her sisters are rather ugly.

(เธอสวยมาก _________________ พี่สาวน้องสาวของเธอทุกคนค่อนข้างจะขี้เหร่)

(a) when  (เมื่อ, ตอนที่)

(b) because  (เพราะว่า, เนื่องจาก)

(c) unless  (ถ้า................ไม่)

(d) while  (ในขณะที่, ในเวลาเดียวกัน, แม้ว่า)

14. Wise men love truth; ______________ fools shun it.

(คนฉลาดรักความจริง ____________________ คนโง่หลีกเลี่ยงมัน)

(a) because  (เพราะว่า)

(b) whereas  (ในทางตรงกันข้าม, แต่ทว่า, อย่างไรก็ตาม)

(c) unless  (ถ้า.................ไม่)

(d) therefore (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

15. Tell me the reason ___________ your coming here.

(จงบอกเหตุผล ___________________ การมาที่นี่ของคุณ)

(a) of

(b) for (สำหรับ)

(c) in

(d) why

(e) that

ตอบ  -  ข้อ (b) เนื่องจาก “The reason for” +  “วลี”   ส่วน “The reason why” +  “ประโยค”  เช่น

          - The reason for her failure in business is not known.

(เหตุผลสำหรับความล้มเหลวของเธอในธุรกิจไม่มีใครทราบ)

       - He gave me the reason for his purchase of a new home.

(เขาให้เหตุผลแก่ผมสำหรับการซื้อบ้านหลังใหม่ของเขา)

       - We don’t know the reason why she did not marry him.

(เราไม่ทรางเหตุผลว่าทำไมเธอจึงไม่แต่งงานกับเขา)

       - The reason why he failed was his poor health.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงล้มเหลว  ก็คือสุขภาพไม่ดีของเขาเอง)

16. She is too excited to say ______________.

(เธอตื่นเต้นเกินไปที่จะพูด ____________________ )

(a) nothing

(b) something

(c) anything (สิ่งใดๆก็ตาม)

(d) every thing

17. ____________ stamps, he collects coins.

(_______________________  แสตมป์  เขาสะสมเหรียญกษาปณ์)

(a) Except (ยกเว้น)

(b) Beside (ข้างๆ)

(c) In addition to (นอกเหนือจาก)

(d) There are no

ตอบ  -  ข้อ (c)  สำหรับคำอื่นๆที่สามารถใช้ได้ คือ “Besides (นอกจาก), “Apart from” (นอกเหนือจาก)

18. Did you _____________ your aunt of this ring?

(คุณ _________________ แหวนวงนี้ไปจากป้าของคุณใช่หรือไม่)

(a) steal (ลักขโมย) 

(b) buy (ซื้อ)

(c) rob (ชิงทรัพย์, แย่งชิง, ปล้น)

(d) receive (ได้รับ)

ตอบ  -  ข้อ (c) เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง “Rob someone of something(ชิงทรัพย์หรือปล้นอะไรไปจากใคร) เช่น  “A man robbed me of my notebook.” (ชายคนหนึ่งชิงเอาโน๊ตบุ๊คของผมไป)  สำหรับการใช้ “Steal” มีโครงสร้าง คือ “Steal something from someone”  (ขโมยอะไรไปจากใคร)

เช่น  “The boy stole my watch (from me).” (เจ้าเด็กคนนั้นขโมยนาฬิกาผมไป)

19. A woman with white hair is a _____________ woman.

(ผู้หญิงที่มีผมสีขาว  คือผู้หญิง ____________________ )

(a) white hair

(b) white-hair

(c) white haired

(d) white-haired (ผมขาว)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

-         True hibernation takes place only among warm-blooded animals.

(การจำศีลหน้าหนาวของสัตว์อย่างแท้จริง  เกิดขึ้นเฉพาะในบรรดาสัตว์เลือดอุ่น)

                ประโยคข้างบนต้องใช้ “Warm-blooded”เนื่องจากมีโครงสร้างเป็น (Compound adjective) คือ คำ ๒ คำ ที่รวมกันเป็นคุณศัพท์ (Adjective) คำเดียว จะต้องมีขีด ( - ) คั่นกลางเสมอ  และเป็นกรณีเดียวที่สามารถเติม “Ed” หลังคำนามได้  ตัวอย่าง เช่น

         - a shame-faced look – ท่าทางเสียใจเพราะความละอาย

         - an absent-minded man – คนใจลอย

         - service-minded people – คนจิตอาสา

         - a short-sighted girl – เด็กหญิงสายตาสั้น หรือไม่มีวิสัยทัศน์

         - a black-haired boy – เด็กชายผมดำ

         - a big-eyed girl – เด็กหญิงตาโต

           - red-faced people – คนหน้าแดง (เป็นเผ่าพันธุ์)

         - a baby-faced man – คนหน้าเด็ก (หน้าอ่อนกว่าวัย)

         - a thick-skinned boy – เด็กหน้าด้าน (เด็กหนังหนา)

         - a right-handed man – ผู้ชายถนัดมือขวา

         - a left-handed woman – ผู้หญิงถนัดมือซ้าย

         - a light-fingered boy – เด็กมือไว (มือเบา)

         - a cold-blooded animal – สัตว์เลือดเย็น

         - a long-sighted woman – ผู้หญิงสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

         - a long-legged man – ผู้ชายขายาว

         - a big-headed boy – เด็กหัวโต

         - a far-sighted person – คนสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

         - a round-eared girl – เด็กผู้หญิงหูกลม

20. The spectacles were _____________ broken.

(แว่นตาถูกทำแตก – หรือหัก -  _____________________ )

(a) accident (อุบัติเหตุ) (คำนาม)

(b) by accident

(c) accidental (เป็นอุบัติเหตุ, เกียวกับอุบัติเหตุ) (เป็นคำคุณศัพท์)

(d) accidentally (โดยอุบัติเหตุ)  (เป็นกริยาวิเศษณ์)

ตอบ  -  ข้อ (d) เนื่องจากขยายกริยา (broken) จึงต้องเป็นกริยาวิเศษณ์ (Adverb) ทั้งนี้  มีอีก ๒ รูปแบบที่สามารถใช้ได้เช่นกัน  คือ

-           The spectacles were broken by accident.

-           The spectacles were broken in an accident.