หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 39)

Financial Statements (รายงานทางการเงิน)

1. desire (v – n) – ปรารถนาหรือต้องการอย่างมาก, ความปรารถนาหรือต้องการอย่างยิ่ง

     (a) We desire to have our own home.

           (เราอยากมีบ้านของเราเองอย่างยิ่ง)

     (b) He desires to retire when he becomes forty-five.

          (เขาอยากจะเกษียณอายุงานเมื่ออายุ ๔๕ ปี)

     (c) They may come if they so desire.

            (พวกเขาจะมาก็ได้  ถ้าปรารถนาเช่นนั้น)

     (d) He had not the slightest desire to go on holiday.

          (เขาไม่มีความปรารถนาแม้แต่นิดเดียวที่จะไปเที่ยววันหยุด)

     (e) This could help us to understand our own desires and needs.

           (สิ่งนี้สามารถช่วยให้เราเข้าใจความปรารถนาและความต้องการของเราเอง)

2. detail (v – n) – รายงานหรือกล่าวอย่างรายละเอียด, ให้รายละเอียด, รายละเอียด

     (a) The business planner detailed the steps we should follow to write our financial statement.

          (นักวางแผนธุรกิจบอกรายละเอียดขั้นตอนต่างๆที่พวกเราควรทำตาม  เพื่อที่จะเขียนรายงานทางการเงินของเรา)

     (b) Christy created a financial statement that detailed every expected  expenditure for the next quarter.

           (คริสตี้สร้างรายงานทางการเงินที่บอกรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่คาดหวังไว้ทุกรายการ  สำหรับไตรมาสหน้า)

     (c) Frank can detail for you the changes that have occurred.

          (แฟรงค์สามารถให้รายละเอียดกับคุณ  ในเรื่องความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่ได้เกิดขึ้น)

     (d) You can get details of nursery schools from the local authority.

          (คุณสามารถจะได้รายละเอียดของโรงเรียนสำหรับเลี้ยงเด็ก  จากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น)

     (e) I can still remember every single detail of that night.

          (ผมยังคงสามารถจำได้รายละเอียดปลีกย่อยทุกอย่างของ (เหตุการณ์ใน) คืนนั้น)

     (f) He described it correctly down to the smallest detail.

         (เขาอธิบายมันได้อย่างถูกต้องลงไปจนถึงรายละเอียดที่ปลีกย่อยที่สุด)

     (g) There is no need to go into details of the ghastly massacre.

          (ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลงรายละเอียดของการสังหารหมู่ที่น่าสยดสยองนั้น)

3. forecast (n – v) –การทำนายเหตุการณ์ในอนาคต, พยากรณ์, ประมาณการหรือคาดการณ์ล่วงหน้า

     (a) The financial forecast indicates a deficit in the next quarter.

           (การพยากรณ์ด้านการเงินบ่งชี้ถึงการขาดทุนในไตรมาสหน้า)

     (b) Analysts forecast a strong economic outlook.

           (นักวิเคราะห์ทำนายภาพทางเศรษฐกิจในอนาคตที่เข้มแข็ง)

4. level (n) –ระดับ

     (a) We have never had an accountant work at such a sophisticated level before.

          (เราไม่เคยมีสมุห์บัญชีที่ทำงานในระดับที่ช่ำชองเช่นนั้นมาก่อน)

     (b) If you expect your business to start earning at higher levels soon, your financial statement should show that.

          (ถ้าคุณคาดหวังว่าธุรกิจของคุณจะเริ่มมีรายได้ในระดับที่สูงขึ้นในไม่ช้านี้  รายงานทางการเงินของคุณก็ควรที่จะแสดงถึงสิ่งนั้น)

5. overall (adj. – adv.) –ทั่วๆไป, โดยรวม, ในภาพรวม

     (a) The company’s overallexpectations were out of proportion.

          (ความคาดหวังโดยทั่วไปของบริษัทไม่เป็นไปตามสัดส่วน– คือไม่เป็นไปตามสถานการณ์จริง)

     (b) The overall Thai economy in 2016 had experienced a 3.7 percent growth rate.

           (เศรษฐกิจไทยในภาพรวมในปี ๒๐๑๖ มีอัตราการเติบโต ๓.๗ เปอร์เซ็นต์)

     (c) The overall impression was of a smoky industrial scene.

            (ความประทับใจโดยทั่วไป คือ (เป็น) สถานที่ทางอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยหมอกควัน – หมายถึงของเมืองหรือพื้นที่แห่งหนึ่ง ที่บุคคลคนหนึ่งได้ไปเห็นมา)

     (d) Overall, our costs are running true to prediction.

          (ในภาพรวม  ต้นทุน (ค่าใช้จ่าย) ของเรากำลังเป็นจริงตามการทำนาย)

     (e) Overall, imports account for half of the country’s revenue.

           (ในภาพรวม  สินค้าเข้าคิดเป็นครึ่งหนึ่งของรายได้ของประเทศนี้)

6. perspective (n) –แง่มุม, มุมมอง, ทัศนวิสัย

     (a) The budget statement will give the manager some perspective on where the costs of running the business are to be found.

            (รายงานงบประมาณจะให้มุมมองบางอย่างกับผู้จัดการ ว่าจะหาต้นทุน (ค่าใช้จ่าย) ของการดำเนินธุรกิจได้ที่ไหน)

     (b) Peter’s accountant gave him some perspective as well as some data on how much he could expect to earn in his first year in business.

          (สมุห์บัญชีของปีเตอร์ให้มุมมองบางอย่างแก่เขา เช่นเดียวกับ (ให้) ข้อมูลว่า  เขาสามารถคาดหวังที่จะหาเงินได้มากเท่าใดในการทำธุรกิจในปีแรก)

7. project (v – n) –ประมาณการ, คาดการณ์, ทำนาย, โครงการ

     (a) We need to project our earnings and expenses in order to plan next year’s budget.

           (เราจำเป็นต้องประมาณการรายได้และรายจ่าย  เพื่อที่จะวางแผนงบประมาณของปีต่อไป)

     (b) The director projects that the company will need to hire ten new employees this year.

          (ผู้อำนวยการคาดการณ์ว่า  บริษัทจะจำเป็นต้องจ้างพนักงานใหม่ ๑๐ คน ในปีนี้)

     (c) We must have a serious discussion about our construction project.

           (เราจะต้องปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง  เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างของเรา)

     (d) We talked about very large-scale projects for putting satellites into space.

          (เราพูดคุยเกี่ยวกับโครงการขนาดใหญ่มาก สำหรับการส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ)

8. realistic (adj.) –เป็นไปได้, เป็นจริง, สมจริงสมจัง, ตามความเป็นจริง

     (a) Realistic expectations are important when you review your financial statements.

         (ความคาดหวังตามความเป็นจริง (หรือ ที่เป็นไปได้) เป็นสิ่งสำคัญ  เมื่อคุณทบทวนรายงานทางการเงินของคุณ)

     (b) They made a realistic attempt to solve problems.

          (พวกเขาทำความพยายามที่เป็นไปได้ที่จะแก้ปัญหา)

     (c) Reasonable people take a realistic view of human nature.

          (ผู้คนที่มีเหตุผลจะมีมุมมองตามความเป็นจริงในเรื่องธรรมชาติของมนุษย์)

     (d) Sam found that an accurate accounting gave him a realistic idea of his business’s financial direction.

          (แซมพบว่าการทำบัญชีที่ถูกต้อง  ให้ความคิดที่สมจริงสมจัง (หรือ สามารถเป็นจริงได้)แก่เขาในเรื่องทิศทางด้านการเงินของธุรกิจของเขา)

9. target (v – n) –ตั้งเป้าหมาย, เล็งไปที่เป้าหมาย, เป้าหมาย, เป้าประสงค์

     (a) We targeted December as the deadline for completing the financial statement.

          (เราตั้งเป้าหมายเดือนธันวาคมเป็นเส้นตายสำหรับการทำรายงานทางการเงินให้เสร็จสิ้น)

     (b) The company has targeted an extension of its branches to the region.

          (บริษัทได้ตั้งเป้าหมายการขยายสาขาของบริษัทไปสู่ภูมิภาค)

     (c) Most managers targetbig income as the primary criterion for success.

          (ผู้จัดการส่วนมากตั้งเป้าหมายรายได้ก้อนใหญ่  เป็นหลักเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับความสำเร็จ)

     (d) The station was an easy target for an air attack.

          (สถานี – รถไฟ, รถยนต์ – เป็นเป้าหมายที่ง่ายดายสำหรับการโจมตีทางอากาศ)

     (e) Her proposal has been the target of much criticism.

          (ข้อเสนอของเธอได้เป็นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย)

     (f) Thailand has set a target for economic growth in excess of 4% for 2017.

          (ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ  เกินกว่า ๔         เปอร์เซ็นต์ สำหรับปี ๒๐๑๗)

10. translation (n) – การแปล (ภาษา, ใจความที่ยากให้เข้าใจง่าย)

     (a) The translation of the statement from Japanese into English was very helpful.

          (การแปลข้อความจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษมีประโยชน์อย่างมาก)

     (b) The accountant was able to provide a translation of the financial terms into language we could all understand.

           (สมุห์บัญชีสามารถจัดให้มีการแปลข้อความทางการเงินเป็นภาษาที่เราสามารถเข้าใจได้ทั้งหมด)

11. typically (adv.) – โดยทั่วไป, ที่เป็นแบบฉบับ

     (a) Office expenses typically include such things as salaries, rent, and office supplies. 

         (ค่าใช้จ่ายสำนักงาน  โดยทั่วไปแล้วรวมถึงสิ่งต่างๆ เช่น  เงินเดือน  ค่าเช่า และของใช้สำนักงาน)

     (b) Banks typically require a financial statement before they lend money to a small business. 

           (ธนาคาร  โดยทั่วไปต้องการรายงานทางการเงิน (ของบริษัท)  ก่อนที่จะให้กู้ยืมเงินแก่ธุรกิจขนาดเล็ก)

12. yield (n – v) –ผล, ผลผลิต, ผลิตภัณฑ์, ปริมาณผลผลิต, ผลที่ได้, ประโยชน์ที่ได้รับ, ให้ผล, ผลิต, ยอม, ยอมให้, อ่อนข้อให้

     (a) The yield after only 6 months is 8%.

          (ประโยชน์ที่ได้รับหลังจากเพียง ๖ เดือน คือ ๘ เปอร์เซ็นต์)

     (b) They have a much better yield than any farm round here.

           (พวกเขามีผลผลิตดีกว่าฟาร์มแห่งใดๆรอบๆนี้อย่างมากมาย)

     (c) Henry’s investment gave him the desired yield: a better indication of his expected profit. 

           (การลงทุนของเฮนรี่ให้ผลที่ปรารถนาแก่เขา– เป็นการบ่งชี้ที่ดีกว่าของกำไรที่คาดหวังไว้ – คือได้กำไรมากกว่าที่คาดหวัง)

     (d) Wheat yields doubled in India between 1964 and 1972.

          (ผลผลิตข้าวสาลีเพิ่มเป็น ๒ เท่าในอินเดีย ระหว่างปี ๑๙๖๔ และ ๑๙๗๒)

     (e) The company’s investment yielded high returns.

           (การลงทุนของบริษัทให้ผลกำไร (ผลตอบแทน) ที่สูง)

     (f) Talks between the two sides yielded no results.

          (การพูดคุยระหว่าง ๒ ฝ่าย ไม่ให้ผลลัพธ์อะไรเลย)

     (g) Human IQ tests yield a score between 0 and about 200.

           (การทดสอบไอคิวของมนุษย์ให้ผลคะแนน ระหว่าง ๐ และประมาณ ๒๐๐)

13. reasonable (a) – มีเหตุผล, สมเหตุสมผล, ราคาพอสมควร, ไม่แพงเกินไป

      (a) Jim’s mother is always very reasonable.

          (แม่ของจิมเป็นคนมีเหตุมีผลอย่างมากเสมอ – คือทำอะไรอย่างฉลาดและเป็นธรรม)

     (b) There was no reasonable explanation for her decision.

           (ไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลสำหรับการตัดสินใจของเธอ)

Fill in the blanks in the passage with the given words.

 

Financial Statements (รายงานทางการเงิน)

          desired                  level              projected                  translate

          detailed                 overall          realistic                     typical

          forecasts              target            yield                           establishes

          perspective         capital           determine                 requirement

          sufficient              plus                reasonable               return

          attached               ahead            statementsales

          break down

 

            A business budget focuses on future profits and future (1) capital (2) requirements.  A budget can help the business owner (3) determine the amount of profit the business is expected to make, the amount of sales it will take to reach a goal, and what (4) level of expenses are (5) attached to those sales.  A business (6) establishes a (7) target, a goal to work toward.  A business (8) forecasts the (9) sales that will be needed to reach this target.

(คำแปล)  งบประมาณธุรกิจมุ่งเน้นไปที่กำไรในอนาคตและ(๒) ความต้องการ (๑) งินลงทุนในอนาคต งบประมาณสามารถช่วยเจ้าของธุรกิจ (๓) กำหนดจำนวนของผลกำไรที่ธุรกิจถูกคาดหวังว่าจะทำได้ รวมถึงปริมาณการขายที่จะต้องทำเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย  และ (๔) (กำหนด) ระดับของค่าใช้จ่ายเท่าใดที่ (๕) ผูกติดอยู่กับการขายเหล่านั้น  อนึ่ง  ธุรกิจจะ (๖) สร้าง (๗) เป้าหมาย ซึ่งก็คือเป้าประสงค์ที่จะต้องฝ่าฟันไปให้ถึง  ทั้งนี้  ธุรกิจจะ(๘) ทำนาย (๙) การขาย (หรือปริมาณที่ขายได้)  ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะไปสู่เป้าหมายนี้

             Projecting or planning (10) ahead is part of (11) overall business planning.  When creating a (12) projected income (13) statement, a business owner tries to determine how to reach the (14) desired target.  The annual profit must be (15) sufficient to (16) yield the owner a (17) return for his or her time spent operating the business, (18) plus a return on the investment.  The owner’s target income is the (19) sum of a (20) reasonable salary for the time spent running the business and a normal return on the amount invested in the (21) firm.

(คำแปล)      การคาดการณ์หรือวางแผน (๑๐) ล่วงหน้าเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนธุรกิจ (๑๑) ในภาพรวม ทั้งนี้  เมื่อสร้าง (๑๓) งบดุล (หรือแถลงการณ์) รายได้ (๑๒) ที่คาดการหรือประมาณการไว้  เจ้าของธุรกิจพยายามที่จะกำหนดว่าจะไปถึงเป้าหมาย(๑๔) ที่ปรารถนาได้อย่างไร  อนึ่ง ผลกำไรประจำปีจะต้อง(๑๕) เพียงพอที่จะ (๑๖) ให้(๑๗) ผลกำไรหรือผลตอบแทนแก่เจ้าของ สำหรับเวลาของเขา/เธอที่ได้ใช้ไปในการดำเนินธุรกิจ (๑๘) บวกกับผลกำไร (ผลตอบแทน) จากการลงทุน  ทั้งนี้  รายได้ที่เป็นเป้าหมายของเจ้าของ (ธุรกิจ) ก็คือ (๑๙) ผลรวม (ผลบวก) ของเงินเดือนที่ (๒๐) สมน้ำสมเนื้อกับเวลาที่ใช้ไปในการดำเนินธุรกิจ และผลกำไร (ผลตอบแทน) ตามปกติ จากจำนวนเงินที่ได้ลงทุนไปใน (๒๑) บริษัท

            After projecting the income needed, the business owner has to (22) translate the target profit into a net sales figure for the forecasted period.  The owner has to determine whether this sales volume is (23) realistic.  One useful technique is to (24) break down the required annual sales into a daily sales figure to get a better (25) perspective of the sales required to yield the annual profit.

(คำแปล)        ภายหลังจากประมาณการรายได้ที่ต้องการแล้ว  เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้อง (๒๒) แปลกำไรเป้าหมายให้เป็นตัวเลขการขายสุทธิสำหรับช่วงเวลาที่ได้พยากรณ์ไว้ โดยเจ้าของ (ธุรกิจ) จำเป็นต้องกำหนดว่าปริมาณการขายที่ว่านี้ (๒๓) สมจริงสมจัง (สามารถเป็นจริงได้) หรือไม่  ทั้งนี้  เทคนิคที่มีประโยชน์ประการหนึ่งก็คือการ (๒๔) แตกย่อยปริมาณการขายรายปีที่ต้องการ  เป็นตัวเลขปริมาณการขายรายวัน  เพื่อให้ได้ (๒๕) มุมมองของปริมาณการขายที่ต้องการเพื่อให้ได้กำไรประจำปี

            At this stage in the financial plan, the owner should create a (26) detailed picture of the firm’s expected operating expenses.  Many books and business organizations give (27) typical operating statistics data, based on a percentage of net sales.  The business’s accountant can help you assign dollar values to anticipated expenses.

(คำแปล)       ในขั้นตอนนี้ในการวางแผนด้านการเงิน  เจ้าของธุรกิจควรสร้างรูปภาพ (๒๖) ที่มีรายละเอียดของค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่คาดหวังไว้ของบริษัท  ทั้งนี้  มีหนังสือและองค์กรธุรกิจจำนวนมากที่ให้ข้อมูลสถิติการดำเนินงาน (๒๗) ทั่วๆไป ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนจำนวนร้อยละ (เปอร์เซ็นต์) ของปริมาณการขายสุทธิ  อนึ่ง  นักบัญชีของธุรกิจสามารถช่วยคุณกำหนด (หรือระบุ) ค่าเงินดอลลาร์ (น่าจะหมายถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่ขึ้นๆลงๆ) กับค่าใช้จ่ายต่างๆที่คาดการณ์เอาไว้

            Developing a projected income statement is an important partof any financial plan, as the process forces the business owner to examine the firm’s future (28) profitability.

(คำแปล)        การพัฒนา (สร้าง) รายงาน (หรืองบฯ) รายได้ที่คาดการณ์เอาไว้เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของแผนด้านการเงินใดๆ เนื่องจากกระบวนการนี้จะบังคับให้เจ้าของธุรกิจต้องตรวจสอบ (๒๘) ความสามารถในการทำกำไรในอนาคตของบริษัท

 

Choose the word that best completes the sentence

1. Before we begin, I think we should all focus on the _______ outcome of this effort.

(ก่อนเราเริ่มต้น  ผมคิดว่าเราควรมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ที่ __________ ของความพยายามอันนี้)

(a) desire (ปรารถนา, อยากได้, ความปรารถนา-ต้องการ)

(b) desired (ปรารถนา, ต้องการ, อยากได้)

(c) desirableness (ความปรารถนา-อยากได้)

(d) desirability (ความปรารถนา)

ตอบข้อ (b) เนื่องจากต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่ ๓ เพราะหมายถึงผลลัพธ์ “ที่ถูกปรารถนา-ต้องการ

2. The accountant can review all the _____________ of the financial statement with you. 

(สมุห์บัญชีสามารถทบทวน _________________ ทั้งหมดของรายงานทางการเงินกับคุณ)

(a) detailed (ซึ่งมีรายละเอียด หรือ บอกรายละเอียด)

(b) detailing

(c) details (รายละเอียด)

(d) detail

ตอบ –  ข้อ (c) เนื่องจากหลัง Article “The, A, An” ต้องเป็นคำนาม

3. The _____________ figures for the next quarter will not be available until a week from tomorrow. 

(ตัวเลข ________________ สำหรับไตรมาสหน้า  จะยังไม่สามารถได้มา  จนกระทั่งอีก ๑ สัปดาห์ นับจากวันพรุ่งนี้)

(a) projection  (การคาดการณ์, การประมาณการ)

(b) project  (คาดการณ์, ประมาณการ, โครงการ)

(c) projects

(d) projected  (ถูกคาดการณ์, ถูกประมาณการ)

ตอบ –  ข้อ (d) เนื่องจากต้องเป็นกริยาช่องที่ ๓ เพราะว่าตัวเลข “ถูกคาดการณ์-ประมาณการ

4. The projected financial statement demonstrated to all employees that the company’s business had a _____________ chance of increasing its profit over the next two quarters.

(รายงานทางการเงินที่ถูกประมาณการไว้  ได้แสดงให้พนักงานทุกคนรู้ว่า  ธุรกิจของบริษัทมีโอกาสที่ ____________ ในการเพิ่มกำไรของบริษัทในช่วง ๒ ไตรมาสหน้า)

(a) realistic  (เป็นจริง, เกิดขึ้นได้จริง, เป็นไปได้)

(b) realist  (ผู้ที่มองสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง)

(c) realistically

(d) reality (ความจริง)

5. To create our financial strategy, our consultant took the experiences of similar businesses and ______________ relevant outcomes to our situation.

(เพื่อจะสร้างยุทธศาสตร์ด้านการเงินของเรา  ที่ปรึกษาของเราใช้ประสบการณ์ของธุรกิจที่คล้ายๆกัน  และ ________________ ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องให้กับสถานการณ์ของเรา)

(a) translatable  (สามารถแปลได้)

(b) translation  (การแปล)

(c) translator  (ผู้แปล)

(d) translated  (แปล)  (เป็นกริยาช่องที่ ๒)

ตอบ –  ข้อ (d) เพื่อใช้ให้สมดุลกับ “ใช้ประสบการณ์”  คือ  “แปลผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกล่าวคือ  ประธานของประโยค (our consultant) ทำกริยา ๒ อย่างดังกล่าว

6. Our business experienced a ______________ fall in profits during the third quarters of the year.

(ธุรกิจของเราประสบกับการลดลง ______________ ในผลกำไร  ในระหว่างไตรมาสที่ ๓ ของปี)

(a) typical  (โดยทั่วไป)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) typically

(c) type  (ชนิด, พิมพ์)

(d) typed  (พิมพ์)  (เป็นกริยาช่องที่ ๒ และ ๓)

ตอบ  –  ข้อ (a) เนื่องจากขยายหน้าคำนาม “fall”(การลดลง) จึงต้องเป็นคำคุณศัพท์

7. Economists _____________ an increase in consumer spending, especially in the non-life insurance sector.

(นักเศรษฐศาสตร์ ______________________ การเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายของผู้บริโภค  โดยเฉพาะในภาคการประกันวินาศภัย)

(a) foreclose (ยึดทรัพย์สินที่จำนองไว้, เพิกถอนสิทธิการถ่ายถอนจำนอง, เพิกถอนคำมั่น)

(b) aggravate (ทำให้แย่ลง, ทำให้เลวลง)

(c) forego (มาก่อน, นำหน้า)

(d) forecast (ทำนาย, พยากรณ์)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

8. Since the company plans to increase sales overseas, we will need to hire several ______________. 

(เนื่องจากบริษัทวางแผนที่จะเพิ่มการขายในต่างประเทศ  เราจึงจำเป็นจะต้องจ้าง ___________________ หลายคน)

(a) translators (นักแปล, ผู้แปลความหมาย)

(b) translates (แปล, แปลความหมาย)

(c) translations (การแปลความหมาย)

(d) transports (พาหนะขนส่ง, เครื่องบินโดยสารหรือบรรทุก, การขนส่ง)

ตอบข้อ (a) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

9. If anyone _____________ to put a special item on the meeting agenda, please let the company secretary know by the beginning of next week.

(ถ้าใครก็ตาม ____________________ จะใส่หัวข้อพิเศษในวาระการประชุม  โปรดบอกให้เลขานุการบริษัททราบภายในต้นสัปดาห์หน้า)

(a) desire (ปรารถนา, ต้องการ, ความปรารถนา)

(b) desires (ปรารถนา, ต้องการ)

(c) will desire

(d) have desired

ตอบข้อ (b) เนื่องจากเป็น “If clause” แบบที่ ๑ ซึ่งเป็นการบอกเงื่อนไขในอนาคต  ในอนุประโยค (If clause)   จะใช้รูป “Present simple tense”  และเพราะว่า Anyone”  เป็นสรรพนามเอกพจน์  กริยา “desire”  จึงต้องเติม “sสำหรับใน  Main clause” ปกติใช้รูป “Subject + will (shall) + verb 1” แต่เนื่องจากในกรณีของประโยคข้างบน  เป็นประโยค “ขอร้อง” (please let the company …………next week) จึงต้องขึ้นต้นด้วย “Infinitive without to” (let) ที่นำหน้าด้วย “please” เพื่อแสดงความสุภาพ (โปรด)  (ดูคำอธิบายเพิ่มเติมในประโยคข้างล่าง)

-                   If you submit your application tomorrow, you will still be eligible for the job.

 (ถ้าคุณยื่น ใบสมัครของคุณวันพรุ่งนี้  คุณจะยังคงมีสิทธิ์สำหรับงานนี้อยู่)

หมายเหตุเนื่องจากประโยคข้างบนเป็น “If clause” แบบที่ ๑  (If + subject + Verb 1, subject + will (shall) + V. 1คือ ผู้พูดมีความมั่นใจว่า ถ้าเหตุการณ์ในประโยคย่อย  (If clause)  เกิดขึ้นจริง  เหตุการณ์ในประโยคใหญ่  (Main clause)  ก็จะเกิดขึ้นตามไปด้วย  คือ  “ถ้าคุณยื่นใบสมัครพรุ่งนี้  คุณก็ยังมีสิทธิได้งาน”