หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 36)

Part V : Sentence Completion(ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. _________________ is better, my drawing or Jim’s?

(_______________  ดีกว่ากัน,  ภาพวาดของผมหรือของจิม)

(a) Do you think which

(b) Which do you think (อันไหนที่คุณคิดว่า)

(c) You think which

(d) Which you think

ตอบข้อ (b) ต้องเอา “Question words” (what, when, where, why, how, how much, how many, how often) ขึ้นหน้า “Verb to do” (do, does, did) เสมอ เมื่อทำเป็นประโยคคำถาม เนื่องจาก “Question words เหล่านั้น ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค (ของกริยา) (คือเป็น “Object”) หรือกรรมของ Preposition” หรือเป็นส่วนขยายคำกริยา คือเป็นกริยาวิเศษณ์ “Adverb” (ในกรณีของประโยคข้างบน “Which” เป็นกรรมของ think”)  เช่น

      - How often do you go shopping each month?

      (คุณไปช้อปปิ้งบ่อยเพียงใดในแต่ละเดือน) (“How often” เป็นส่วนขยายของ “go shopping” คือ เป็นกริยาวิเศษณ์ “Adverb of frequency”)

     - How much does he get paid in a year?

     (เขาได้รับค่าจ้างเท่าใดใน ๑ ปี) (“How much” เป็นกรรมของกริยา “get paid”)

     - Where do you live in Bangkok?

       (คุณอาศัยอยู่ที่ไหนในกรุงเทพฯ) (“Where” เป็นส่วนขยายกริยา “live” คือ เป็น “Adverb of place”)

     - Why did she come to class so late?

       (ทำไมเธอมาเข้าเรียนสายจังเลย) (“Why” เป็นส่วนขยายกริยา “come” คือเป็น “Adverb of reason”)

     - When did they finish their work last night?

        (พวกเขาทำงานเสร็จเมื่อใดเมื่อคืนนี้) (“When” เป็นส่วนขยายกริยา “finish” คือเป็น “Adverb of time”)

     - Which do you prefer, this car or that car?

       (คุณชอบคันไหน  รถคันนี้หรือคันนั้น) (“Which” เป็นกรรมของกริยา “prefer”)

                   แต่ในกรณีที่ “Question words” เป็นประธานของประโยคคำถาม (คือ เป็นประธานของกริยาในประโยค)  ไม่ต้องใช้ “Verb to do” (Do, Does, Did)  มาช่วยสร้างประโยค  ให้ต่อด้วยคำกริยาเลย เช่น

        - Who contributed most to your success?

     (ใครมีส่วนช่วยเหลือมากที่สุดในความสำเร็จของคุณ)

  (Who”  เป็นประธานของประโยค หรือของกริยา “contributed)

        (อย่าใช้ Who did contribute most to……………?”)

           - What made you feel so angry?

              (อะไรทำให้คุณโมโหจัด)

(What”  เป็นประธานของประโยค หรือของกริยา  “made)

   (อย่าใช้  What did make you feel so angry?”)

            - Which impresses you more, London or New York?

(เมืองไหนทำให้คุณประทับใจมากกว่า, ลอนดอนหรือนิวยอร์ค)

(Which”  เป็นประธานของประโยค หรือของกริยา “impresses)

      (อย่าใช้  Which does impress you more, ………………?” )

           แต่ใช้  “Which do you like more, London or New York?”

(คุณชอบเมืองไหนมากกว่ากัน – ลอนดอนหรือนิวยอร์ค)

(ต้องใช้ “Verb to do” ช่วยสร้างประโยคคำถาม  เนื่องจาก “Which” เป็นกรรมของกริยา “Like)

2. We _______________ that she would come to our party.

(a) sure

(b) sured

(c) were sure (มั่นใจ, แน่ใจ)

(d) were sured

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก “Sure” เป็นคำคุณศัพท์  จึงต้องใช้กับ “Verb to be” (Were)  ส่วน “Sured” ไม่มีใช้

3. How _______________ do you have your hair cut?

(คุณตัดผม _________________ เท่าใด)

(a) much (มาก)

(b) many times (หลายครั้ง)

(c) often (บ่อย)

(d) long (ยาว, นาน)

4. I prefer reading to _________________.

(ผมชอบการอ่านมากกว่า ______________________ )

(a) write

(b) to write

(c) writing (การเขียน)

(d) to writing

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกับ “reading” ทั้งนี้ “Prefer” สามารถตามด้วย “Gerund” (Verb + ing) หรือ  “Infinitive with to” (To + verb 1) ก็ได้ โดยมีความหมายเหมือนกัน  ดังนั้น ประโยคข้างบนอาจใช้อีกอย่างหนึ่ง คือ

        - I prefer to read to to write. (อย่างไรก็ตาม  ไม่นิยมใช้โครงสร้างนี้

เนื่องจากมี “To” ถึง ๓ ตัว)

             กริยาต่อไปนี้ สามารถตามด้วย “Infinitive with to” (To + verb 1) หรือ “Gerund” (V. + ing) แล้วความหมายเหมือนกัน ได้แก่  “begin, start, continue (ทำต่อไป), like, dislike (ไม่ชอบ, เกลียด), love, hate (เกลียด), propose (เสนอ), prefer (ชอบมากกว่า), help, intend (ตั้งใจ), fear, attempt (พยายาม), bear (ทน) เช่น

-         They started to play football. (= They started playing football.)

(เขาเริ่มเล่นฟุตบอล)

-         She likes to dance. (= She likes dancing.)

(เธอชอบการเต้นรำ)

-         We continued to study for our exam. (= We continued studying for our exam.) (เราเรียนต่อไปเพื่อการสอบ)

      - She hates to stay in a dirty place. (= She hates staying in a dirty place.) (เธอเกลียดการพักในสถานที่สกปรก)

5. A man _______________ came to see you while you were out.

(ผู้ชาย _______________ มาหาคุณในขณะที่คุณออกไปข้างนอก)

(a) has long legs

(b) with long legs who

(c) had long legs

(d) with long legs (ที่มีขายาว)

ตอบข้อ “d” อาจใช้รูปแบบอื่นๆ  คือ “A man who has long legs came

to see you……………….” หรือ “A man having long legs came to ………………..” ก็ได้

6. We’re lucky to live in a ______________ country.

(เราโชคดีที่อาศัยอยู่ในประเทศ _____________________ )

(a) democracy (ระบอบประชาธิปไตย, การปกครองแบบประชาธิปไตย) (เป็นคำนาม)

(b) democratic (ที่เป็นประชาธิปไตย, ในระบอบประชาธิปไตย) (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) democrat (ผู้นิยมระบอบประชาธิปไตย) (เป็นคำนาม)

(d) democracies (ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย) (เป็นคำนาม)

ตอบข้อ (b) เนื่องจากขยายหน้าคำนาม (country) จึงต้องใช้คำคุณศัพท์

7. It is a pity we can’t see ourselves as others see _______________.

(มันน่าเสียดาย ที่เราไม่สามารถมองเห็นตัวของเราเอง  เหมือนที่คนอื่นมองเห็น _______________ )

(a) us (เรา)

(b) ourselves (ตัวของเราเอง)

(c) themselves (ตัวของพวกเขาเอง)

(d) ours (ของเรา)

ตอบข้อ (a) เนื่องจากต้องใช้ “Pronoun” ในรูปกรรม (เหมือนกับ “me, you, them, him, her, it, us”) เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา “See” เพราะมิได้มีการสะท้อนเข้าหาตัวแต่อย่างใด  สำหรับรูป “Reflexive pronoun” (myself, yourself, yourselves, themselves, himself, herself, itself, ourselves)  มีที่ใช้ดังนี้ คือ

          ๑. ประธานเป็นผู้ทำกริยาโดยลำพังตนเอง มิมีผู้ใดช่วย เช่น

        - He did it himself. (เขาทำมันตามลำพัง – ไม่มีใครช่วย)

(= He himself did it. = He did it by himself.)

         - She tries to solve the problem herself. (เธอพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเอง – ไม่มีใครช่วย)

(= She herself tries to solve the problem. = She tries to solve the problem by herself.)

            ๒. ใช้เป็นกรรมของกริยาหรือ “Preposition”  เพื่ออ้างถึงบุคคล หรือสัตว์ หรือเป็นประธานของประโยคก็ได้ เพื่อให้รู้ว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน หรือสัตว์ตัวเดียวกันกับที่ได้พูดไปก่อนหน้านั้นแล้ว เช่น

         - Tom himself became the manager of the company.

         (ทอมเองนั่นแหละเป็นผู้จัดการบริษัท)

       - I’ve just talked with David himself.

        (ผมเพิ่งจะคุยกับตัวเดวิดเองเลย)

       - It was easy for a clever young man like himself (หรือhim) to make a good living. (มันง่ายสำหรับคนหนุ่มที่ฉลาดเช่นเขา ที่จะดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม – ดีงาม)

         ๓. ประธานของประโยคเป็นผู้ทำกริยาสะท้อนเข้าหาตนเอง  คือทำกับตัวเอง หรือทำให้กับตัวเอง เช่น

       - He killed himself with a bullet in the head.

  (เขาฆ่าตัวเองด้วยกระสุนปืน ๑ นัดในหัว)

      - She bought herself a gold watch.

  (เธอซื้อนาฬิกาเรือนทองให้ตัวเอง)

      - James introduced himself to his new neighbor.

  (เจมส์แนะนำตัวเองกับเพื่อนบ้านใหม่ของเขา)

      - He poured himself a whisky.

      (เขารินวิสกี้ให้ตนเอง ๑ แก้ว)

      - He lacks confidence in himself.

       (เขาขาดความเชื่อมั่นในตนเอง)

       ***** ห้ามใช้ I bought herself a gift for her birthday.” เนื่องจากมิได้สะท้อนเข้าหาตนเอง แต่เป็นคนละคน ต้องใช้เป็น “I bought her a gift for her birthday.” แต่ใช้  I bought myself a gift for my birthday.” (ผมซื้อของขวัญให้ตัวเอง................)

 8. Would you please _____________ sing so loudly?

(คุณจะกรุณา _____________________ ร้องเพลงเสียงดังได้ไหม)

(a) no

(b) to not

(c) not to

(d) not (ไม่)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากหลัง “Modal verb” (will, would, shall, should, may, might, must)  ต้องตามด้วย “Infinitive without to” (Verb 1)  และเมื่อเป็นปฏิเสธ  ให้เอา “Not” วางไว้ข้างหน้า  “Verb

9. _____________ Kim was wealthy, she was certainly not happy.

(_____________  คิมมั่งคั่งร่ำรวย  เธอไม่ได้มีความสุขอย่างแน่นอน)

(a) Because (เพราะว่า)

(b) Although (แม้ว่า)

(c) Since (ตั้งแต่, เพราะว่า)

(d) When (เมื่อ)

10. _______________, Shirley thought Bill was Carol’s husband but later she realized (that) he wasn’t.

(______________ เชอร์ลีย์คิดว่าบิลเป็นสามีของแคโรล  แต่ต่อมาเธอก็ตระหนักถึงความจริงว่า  เขามิได้เป็น – สามีฯ)

(a) First (ประการแรก, ประการที่หนึ่ง)

(b) At first (ในตอนแรก)

(c) Firstly (ประการแรก, ประการที่หนึ่ง)

(d) First of all (เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด)

ตอบข้อ (b) เนื่องจาก “ตอนแรก” คิดว่าเป็นอย่างนั้น  แต่ต่อมาก็รู้ความจริงว่าไม่ใช่  ส่วนตัวอย่างการใช้คำอื่น ได้แก่

              - There are many reasons why he has never succeeded.  First (Firstly), he is not determined enough to complete the work at hand.  Second (Secondly), he has a poor health.  Third (Thirdly), ………..)

        (มีเหตุผลหลายประการว่าทำไมเขาจึงไม่เคยประสบความสำเร็จ  ประการที่หนึ่ง เขาไม่มีความมุ่งมั่นเพียงพอที่จะทำงานในมือให้สำเร็จ  ประการที่สอง  เขามีสุขภาพไม่ดี  ประการที่สาม ....................)

              - First of all, I would like to introduce you to Mr. Kevil, our sales manager.

(เหนือสิ่งอื่นใด  ผมอยากแนะนำคุณให้รู้จักกับ คุณเควิล  ผู้จัดการฝ่ายขายของเรา)

             - First of all, we’ll try to find a place to live.

(เหนือสิ่งอื่นใด  เราจะพยายามหาที่อยู่ให้ได้)

11. A week passed ______________ we met again.

(หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป _____________ เราได้พบกันอีก)

(a) because (เพราะว่า)

(b) although (แม้ว่า)

(c) however (อย่างไรก็ตาม)

(d) before (ก่อน, ก่อนที่)

12. A proper noun must begin with a ______________ letter.

(คำนามที่เป็นชื่อเฉพาะ – เช่น ชื่อคน เมือง ประเทศ -  จะต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษร _________ )

(a) big (ใหญ่)

(b) large (ใหญ่)

(c) small (เล็ก)

(d) capital (ตัวเขียนหรือตัวอักษรใหญ่) (นอกจากนั้น ยังหมายถึง เมืองหลวง, เงินทุน, พวกนายทุน, หัวเสา, ยอดเสา, สำคัญมาก, มีโทษถึงตาย)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากข้อนี้มิได้หมายถึง ตัวอักษรที่มีขนาดใหญ่หรือเล็ก  แต่หมายถึง “อักษรใหญ่ ที่ใช้ขึ้นต้นคำนามที่เป็นชื่อเฉพาะ” เช่น Peter, Susan, Bangkok, Tokyo, London, New York, Thailand, Japan, the United Nations, the Ford Foundation (มูลนิธิฟอร์ด)   เป็นต้น

13. I _____________ saw this log myself.

(ผมเลื่อยท่อนซุง – ท่อนไม้ – ด้วยตัวผมเอง _____________ )

(a) did (จริงๆ, อย่างแท้จริง)

(b) have

(c) had

(d) (No word is needed.)

ตอบข้อ (a) เนื่องจากเป็นการนำกริยาพิเศษ (Do, Does, Did)  มานำหน้าคำกริยาทั่วไป เพื่อ “เน้นย้ำ” กริยาตัวนั้น ว่า “ทำเช่นนั้นจริงๆ” หรือ “เป็นเช่นนั้นจริงๆ”  ซึ่งเป็นการใช้ในประโยคบอกเล่า หรือประโยคขอร้องเชื้อเชิญ ทั้งนี้  คำกริยาที่ ตามหลัง  Do, Does, Did” จะ ต้องอยู่ในรูป “Infinitive without to” (Verb 1) เช่น

            - People do in fact make mistakes.

     (ผู้คนทำผิดกันจริงๆ – คือทำผิดกันเยอะเลย)

          - It does seem a bit cold in here.

       (มันดูเหมือนว่าหนาวจริงๆในที่นี้)

          - I did have a map somewhere but I must have lost it.

        (ผมมีแผนที่จริงๆอยู่ที่ไหนสักแห่ง  แต่ว่าผมคงทำมันหายแล้วละ)

          - I do agree with him.

      (ผมเห็นด้วยกับเขาจริงๆ)

          - They did get a bit worried about me.

      (เขาวิตกกังวลนิดหน่อยจริงๆเกี่ยวกับผม)

          - He does come every day.

      (เขามาทุกวันจริงๆ)

          - He did come yesterday.

          (เขามาเมื่อวานนี้จริงๆ)

          - You do play the piano well.

        (คุณเล่นเปียโนได้ดีจริงๆ)

          - Do come in, please.

       (เชิญเข้ามาข้างในเลยครับ)

14. I _______________ to buy a motor-car.

(ผม ________________________ ที่จะซื้อรถยนต์)

(a) have not money enough

(b) have not enough money (มีเงินไม่เพียงพอ)

(c) have no enough money

(d) have money not enough

ตอบข้อ (b) เนื่องจาก “Enough” ต้องอยู่หน้าคำนาม “Money” และนำหน้าด้วย “Have not” (Has not) เมื่อหมายถึง “ไม่มี

15. I don’t feel like ______________ now.

(ผมไม่รู้สึกอยาก ___________________ ในขณะนี้)

(a) eat

(b) eating (กิน)

(c) to eat

(d) to eating

ตอบข้อ (b) เนื่องจาก “Feel like” (อยาก, ต้องการ) ต้องตามด้วย “Gerund” (Verb + ing) สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย “Gerund” (Verb + ing)

หรือคำนาม  ได้แก่  avoid (หลีกเลี่ยง)  consider (พิจารณา) suggest (แนะนำ)  enjoy (สนุกสนาน)  finish (ทำเสร็จ)  appreciate (ยกย่อง, เห็นคุณค่า)  allow (อนุญาต) permit  (อนุญาต)  postpone (เลื่อนออกไป)  practice (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม)  prohibit (ห้าม)  mind (รังเกียจ)  deny (ปฏิเสธ)  resist (ยับยั้ง, ระงับ)  recall (นึกได้, ระลึกได้)  resent (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ)  cannot stand  (ทนไม่ได้)  admit (ยอมรับ)  delay (ประวิงเวลา)  confess  (สารภาพ)  imagine (นึกคิด, จินตนาการ)  cannot help (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้)  excuse  (ให้อภัย) forgive (ให้อภัย) dislike (ไม่ชอบ)  miss (พลาดโอกาส) discuss (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)   ตัวอย่างประโยค  เช่น

-        She enjoys reading novels. (เธอสนุกสนานกับการอ่านนวนิยาย)

-        I cannot stand listening to his complaints any more. (ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

-        We could not avoid meeting him. (เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

-        They enjoyed listening to music. (พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

-         She dislikes talking a lot. (เธอไม่ชอบการพูดมาก)

-        Jim finished writing a report last night. (จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

-        The man admitted taking the bicycle. (นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

-        She is sorry that she missed meeting you. (เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

-        They practice speaking French every day. (พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

-        We consider buying a new home. (เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

-         They allow smoking in this room. (เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

-        Do you mind opening the window? (คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

-        The teacher suggested working harder. (ครูแนะนำ (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

16. He spends his money _____________ though he were a very rich man.

(เขาใช้จ่ายเงิน _____________________ เขาเป็นคนที่ร่ำรวยมาก)

(a) so much

(b) as (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(c) very little

(d) (No word is needed.)

ตอบข้อ (b) เนื่องจาก  “As though” หรือ “As if” หมายถึง  “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า

17. The teacher is busy ______________ a book.

(ครูมีธุระยุ่งกับ _____________________ หนังสือ)

(a) to write

(b) having written

(c) writing (การเขียน)

(d) write

ตอบข้อ (c) เนื่องจากคำคุณศัพท์ “Busy”  (มีธุระยุ่งกับ)  และ “Worth”  (คุ้ม ค่า, ควรค่า) ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing) เช่น

         - She is busy reading in the library.

    (เธอมีธุระยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

       - The book is worth reading.

      (หนังสือเล่มนี้ควรค่าต่อการอ่าน)

       - The film is worth watching.

        (หนังเรื่องนี้คุ้มค่าต่อการชม)

       - His sound morality was worth mentioning about.

       (คุณธรรม-จริยธรรมของเขาควรค่าต่อการกล่าวถึง)

18. They waited two hours for the bus.  ______________ they gave up and went home.

(พวกเขารอรถเมล์ ๒ ชั่วโมง, ________________ พวกเขาเลิกคอยและกลับบ้าน)

(a) However (อย่างไรก็ตาม)

(b) Unfortunately (โชคไม่ดี)

(c) Finally (ในที่สุด)

(d) Furthermore (ยิ่งไปกว่านั้น)

19. The scenery looks ______________ in December than in April.

(ภูมิประเทศ – ทิวทัศน์ – มีลักษณะ ____________________ ในเดือนธันวาคม กว่าเดือนเมษายน)

(a) far pleasant

(b) much more pleasant (น่ารื่นรมย์มากกว่ากันมาก)

(c) very pleasant

(d) much more pleasantly

ตอบข้อ (b) เนื่องจากการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” (Comparative degree) ถ้าต้องการบอกว่า “มากกว่ามาก” เช่น  “ใหญ่กว่ามาก”  “เล็กกว่ามาก”  “หนาวกว่ามาก” ฯลฯ สามารถใช้ได้ ๒ คำ คือ “Much” และ “Far”  ห้ามใช้ “Veryสำหรับในข้อนี้ จะใช้  “far more pleasant” ก็ได้

                  ตัวอย่างอื่นๆ เช่น “much bigger” (ใหญ่กว่ามาก)  “much older” (แก่กว่ามาก) “much more important”  (สำคัญกว่ามาก)  “far smaller” (เล็กกว่ามาก)  “far thinner” (ผอมหรือบางกว่ามาก)  “far more beautiful” (สวยกว่ามาก)

20. Although he is wrong, __________________.

(แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายผิด ____________________ )

(a) but everyone can’t help admiring him

(b) but everyone can’t help to admire him

(c) everyone can’t help admiring him (ทุกคนอดไม่ได้ที่จะยกย่องชมเชยเขา)

(d) almost everyone admire him (เกือบจะทุกคนยกย่องชมเชยเขา)

ตอบ ข้อ (c) เนื่องจาก  เมื่อใช้ “Although” แล้ว ไม่ต้องใช้ “But” อีก หรือ เมื่อใช้ “But” แล้ว  ไม่ต้องใช้ “Although” เช่น

-         He is wrong but everyone can’t help admiring him.

      สำหรับในข้อ ๒๐ อาจตอบข้อ (d) ก็ได้  แต่ต้องแก้เป็น “almost everyone admires him” (ต้องเติม “s” ที่ “admire”)