หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 35)

Part V : Sentence Completion(ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. I’ll try _______________ my best.

(ผมจะพยายาม ___________________ ดีที่สุด)

(a) to make

(b) to work

(c) to show

(d) to do (ทำ)

ตอบข้อ  (d) “Do one’s best” = “ทำดีที่สุด” และหลังกริยา “Try” ต้องตามด้วย “Infinitive with to” (To + verb 1) สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วยinfinitive with to” (to + verb) ได้แก่  promise (สัญญา), offer (เสนอ), want (ต้องการ), hope (หวัง), plan (วางแผน), hesitate (รีรอ, ลังเลใจ), fail (ล้มเหลว), learn (เรียนรู้), expect (คาดหวัง), refuse (ปฏิเสธ), need (ต้องการ), dare (กล้า), claim (อ้าง), agree (ตกลง), demand (เรียกร้อง), wish (ปรารถนา), intend (ตั้งใจ), seem (ดูเหมือนว่า), resolve (ตกลงใจ), determine (ตัดสินใจ), decide (ตัดสินใจ), pretend (แสร้งทำ), afford (มีฐานะพอ, สามารถหามาได้), happen (บังเอิญ), appear (ดูเหมือนว่า), prove (พิสูจน์ว่า), ask (ขอร้อง), beg (ขอร้อง), choose (เลือก), manage (ประสบความสำเร็จ), hurry (เร่งรีบ), tend (มักจะชอบ), arrange (จัดแจง, เตรียมการ), care (สนใจ), come (มา)  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

-         They want to take a rest.

(พวกเขาต้องการพักผ่อน)

-         She expects to arrive there in time.

(เธอคาดหวังว่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา)

-         He pretended not to see me.

(เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นผม)

-         We decided to buy a new home.

(เราตัดสินใจซื้อบ้านใหม่)

-         He came to see me late at night.

(เขามาพบผมเวลากลางคืนตอนดึก)

-         We must learn to work hard and to save money.

(เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานหนักและออมเงิน)

-         She refused to go out with him.

(เธอปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกกับเขา

-         She affords to buy an expensive car.

(เธอมีฐานะพอที่จะซื้อรถยนต์ราคาแพง)

-         They agreed to take a vacation this summer.

(พวกเขาตกลงที่จะเดินทางวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อนนี้)

-         We wish to graduate in a few months and to get a job.

(เราปรารถนาที่จะเรียนจบในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้าและได้งานทำ)

-         He asked to play a role in the school play.

(เขาขอร้องที่จะแสดงในบทในละครของโรงเรียน)

-         They promised to come and they did come.

(พวกเขาสัญญาว่าจะมา และก็มาจริงๆ)

-         The team failed to win a place in the finals.

(ทีมนั้นไม่สามารถที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย)

-         They hoped to meet their parents after separating with them for years.

(พวกเขาหวังจะได้พบกับพ่อแม่หลังจากแยกกับพ่อแม่เป็นเวลาหลายปี)

-         Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) หาอะไรกินก่อนมาที่นี่หรือเปล่า)

 

สำหรับวลีที่ใช้ “Do” และ “Make”  ได้แก่

Do

        - do one’s best (do his/her best) (ทำดีที่สุด)

        - do one’s duty (ทำหน้าที่ของตน)

        - do good (ทำดี)

        - do bad (ทำชั่ว)

        - do harm (ทำอันตราย)

        - do someone a favor (ช่วยเหลือคนอื่น)

        - do someone good (ทำให้รู้สึกดีขึ้น, ทำประโยชน์ให้)

        - do the right (wrong) thing (ทำในสิ่งที่ถูก-ผิด)

        - do duty (ทำหน้าที่)

        - do work (ทำงาน)

         - do things (ทำสิ่งต่างๆ)

      - do a lot of reading (อ่านหนังสือเยอะแยะ)

      - do your teeth (แปรงฟันของคุณ)

      - do the flowers (จัดดอกไม้)

      - do the cleaning (ทำความสะอาด)

      - do the washing up (ซักผ้า-ล้างจาน)

      - do the cooking (ปรุงอาหาร)

      - do nothing (ไม่ทำอะไร)

      - do something about a problem (ลงมือทำเพื่อพยายามแก้ปัญหา)

       - do something about immigration (แก้ปัญหาการอพยพ)

      - do all we can (ทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้)

      - There’s nothing I can do about it.

  (ไม่มีสิ่งใดที่ผมสามารถทำได้เกี่ยวกับมัน – คือช่วยอะไรไม่ได้)

      - That hat does nothing for you. (หมวกใบนั้นไม่เหมาะกับคุณ)

      - I wonder what his father does. (ผมสงสัยว่าพ่อเขาทำงานอะไร)

      - He didn’t do very well in his exam.

(เขาไม่ประสบความสำเร็จมากนักในการสอบ)

      - Do you do train bookings to London?

  (คุณให้บริการจองตั๋วรถไฟไปลอนดอนหรือเปล่า)

      - PWA does tap water for the public.

  (กปภ. ให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชน)

      - do a subject (ศึกษาวิชาที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย)

       -   He can do 120 miles per hour in that car. (เขาสามารถทำเวลาได้ ๑๒๐ ไมล์ต่อชั่วโมงในรถคันนั้น)

       - This pen will do. (ปากกาด้ามนี้ก็ใช้ได้แล้ว – เพียงพอแล้ว)

     - Two thousand dollars will do me very well.

      (เงิน ๒,๐๐๐ เหรียญพอเพียงกับความต้องการของผมเป็นอย่างดี)

       - What did you do with the keys?

    (คุณเอากุญแจไปเก็บไว้ที่ไหน)

      - What did you do with that Baht 500 I gave you?

(คุณเอาเงิน ๕๐๐ บาทที่ผมให้ไปทำอะไร)

      - What can I do for you? (ผมจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง)

      - How are you doing? (คุณสบายดีหรือครับ)

      - How do you do” (ใช้พูดทักทายเมื่อตอนพบกัน  อีกฝ่ายหนึ่งก็จะตอบว่า  “How do you do?” เช่นเดียวกัน)

      - This book has (หรือ is) to do with married life.

   (หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับชีวิตการแต่งงาน)

    - Easier said than done. (พูดง่ายกว่าทำ – เป็นสุภาษิต)

    - make do (อยู่แบบถูไถ หรือ ใช้ – เงิน, สิ่งของ – เท่าที่มีไปพลางๆก่อน หรือแก้ขัดไปก่อน)

(I have only Baht 100.  It is not much but I have to make do with it. - ) (ผมมีเงินแค่ ๑๐๐ เดียว  มันไม่มาก แต่ผมก็ต้องถูไถไปกับเงินจำนวนนี้)

(He had no hammer to use with the nails but he could make do with this stone. -  ) (เขาไม่มีค้อนที่จะใช้ตีตะปู  แต่เขาสามารถใช้หินก้อนนี้ (ตอก) แทนค้อนแก้ขัดไปก่อน)

      - dos and don’ts (สิ่งที่ต้องทำและห้ามทำ)

(There are plenty of dos and don’ts in this contract.

 (มีสิ่งที่ต้องทำและห้ามทำมากมายในสัญญานี้)

      - do homework (housework) (ทำการบ้าน-งานบ้าน)

      - do crossword puzzles (ทำปริศนาอักษรไขว้)

      - do the exercise (ออกกำลัง)

      - do the bedroom (จัดห้องนอน)

      - do away with (กำจัด, ทำลาย)

       -  do the shopping (ไปซื้อของ-ช้อปปิ้ง)

        -  do business (ทำธุรกิจ)

      - have something to do with (มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

      - have nothing to do with (ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

Make

-         make a mistake (ทำผิด)

-         make a noise (ทำเสียงดัง)

-         make a speech (กล่าวสุนทรพจน์)

-         make a hole (เจาะรู)

-         make beds (สร้างเตียง)

-         make the beds (จัดเตียง, ปูเตียง)

-         be made of gold (ทำด้วยทอง) (สามารถเห็นทองในสภาพเดิม)

-         be made from wheat(ทำมาจากข้าวสาลี) (แปรสภาพมาแล้ว ดูไม่ออกว่ามาจากข้าวสาลี  เพราะกลายเป็นขนมปังแล้ว)

-         a car (which was) made in China (รถผลิตในญี่ปุ่น)

-         a Japanese-made car (รถผลิตในญี่ปุ่น)

-         make a choice (เลือก)

-         make a discovery (ค้นพบ)

-         make a statement (พูด, กล่าว)

-         make a decision (ตัดสินใจ)

-         make a suggestion (แนะนำ)

-         make an announcement (ประกาศ)

-         make up (กุเรื่อง, แต่งหน้า)

-         make up for (ชดเชย)

-         make out (เข้าใจ)

-         make you a good secretary (เป็นเลขาฯที่ดีของคุณ)

-         make a good doctor (เป็นหมอที่ดี)

-         sixty minutes make an hour (๖๐ นาทีเป็น ๑ ชั่วโมง)

-         two and two make four (๒ บวก ๒ เป็น ๔)

-         make a fool of oneself (หลอกตัวเอง, ทำให้ตัวเองดูเป็นไอ้โง่)

 2. There was a ________________ of water in the north.

(มี _____________________ น้ำในภาคเหนือ)

(a) short (ขาดแคลน, สั้น, เตี้ย)

(b) shortness (ความสั้น, ความเตี้ย)

(c) shortage (ความขาดแคลน)

(d) shortest (สั้นหรือเตี้ยที่สุด)

3. The food ______________ by my mother tastes better than anyone else’s. (อาหารซึ่ง _____________________ โดยแม่ของผม  มีรสชาติดีกว่า (อาหาร) ของคนอื่นใด)

(a) is cooked

(b) was cooked

(c) cooking

(d) cooked (ถูกปรุง)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค “which (that) is cooked by my mother

4. I want to be _______________ you are.

(ผมต้องการ ______________________ ที่คุณสูง)

(a) quite so tall as

(b) so tall that

(c) so tall as

(d) as tall as (สูงเท่ากับ, สูงเท่ากัน)

ตอบข้อ  (d) เนื่องจาก “As…………..as” (........เหมือนกันกับ, ...........เท่ากันกับ) ใช้ได้ทั้งในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ  ส่วน “So…………as” (......... เหมือนกันกับ, ............ เท่ากันกับ) ใช้ในประโยคปฏิเสธพียงอย่างเดียว (ห้ามใช้ในประโยคบอกเล่า) เช่น

     - He is as clever as his brother.

   (เขาฉลาดเท่าๆกับพี่ชาย)

     - She is not as beautiful as her sister.

   (เธอไม่สวยเท่ากับน้องสาว)

     - Jim was not as (so) hard-working as his colleagues.

   (จิมไม่ขยันเท่าๆกับเพื่อนร่วมงาน)

***** (ห้ามใช้)  We are so diligent as our neighbors. (ปฏิเสธ)

      (เราเพียรพยายามเท่าๆกับเพื่อนบ้านของเรา)

  ******   (ต้องใช้)   They are as economical as we are. (บอกเล่า)

       (พวกเขาประหยัดเท่าๆกับพวกเรา)

5. I need to get _____________________.

(ผมต้องการ _________________________ )

(a) polishing my shoes

(b) my shoes polishing

(c) my shoes polished (ขัดรองเท้า – แปลตรงๆ คือ ให้รองเท้าถูกขัด หรือให้คนอื่นขัดรองเท้าให้)

(d) polished my shoes

ตอบข้อ (c)  สำหรับรายละเอียดการใช้โครงสร้าง “Get (have) something done by someone” (ให้อะไรถูกทำโดยใคร) หรือ “Have someone do something” (= Get someone to do something)  (ให้ใครทำอะไร)              มีดังนี้ คือ

1. subject + have + someone + do + something (กรรมของ  verb “do”)

2. subject + get + someone + to do + something (กรรมของ verb “do”)

(ประธาน  +  ใช้ให้  +   ใครบางคน  +   ทำ (กริยาอะไรก็ได้)  +  บางสิ่งบางอย่าง)

            ทั้ง ๒ โครงสร้างข้างบน ถือว่าอยู่ในรูปของ “Active voice” เนื่องจากประธานเป็นผู้ใช้ให้ใครบางคนไปทำอะไรบางอย่าง

ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

-         He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

-         He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

-         She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

-         She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

-         We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

-         We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

                    อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการใช้ในรูป “passive voice” คือ {Subject + have (get)    + something + done + (by someone)}   {(ประธาน  ใช้ให้บางสิ่ง  ถูกกระทำ (กริยาอะไรก็ได้ อยู่ในช่องที่ ๓)  +  (โดยบางคน)}  ในกรณีนี้  ทั้ง “have และ “get”  ในโครงสร้างแบบนี้  จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือนกันทุกประการ ดังตัวอย่าง

-         He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงๆตัว คือ “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ” แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้ โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า “เขาไปตรวจตา”)

-         He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)

-         She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

-         She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

-         We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

-         We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

6. I saw the coach on the field after the game, and he seemed _________________.

(ผมเห็นผู้ฝึกสอนที่สนามหลังการแข่งขัน  และเขาดูเหมือนว่า _______________ )

(a)   real angry

(b)  angrily

(c)   anger

(d)  angry (โกรธ)

ตอบข้อ (d)  เนื่องจาก “Seem + adjective” เนื่องจากหลังกลุ่มคำกริยาต่อไปนี้ (look, feel, become, grow, get, seem, appear, taste, prove, sound, remain, turn)  แม้จะไม่ต้องมีกรรมมารับโดยตรง  แต่ก็ต้องอาศัยคำหรือกลุ่มคำอื่นมาช่วยขยายตามหลังมัน  เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนขึ้น  คำที่มาขยายคำกริยาเหล่านี้มิได้เป็นกรรม (object) แต่มาช่วยทำให้กริยามีความหมายดีขึ้น หรือทำให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์  คำที่ตามหลังคำกริยาประเภทนี้จะอยู่ในรูปคำคุณศัพท์  (Adjective) เท่านั้น  มิใช่คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  ทั้งนี้  เราเรียกส่วนขยายคำกริยาพวกนี้ว่า “Subjective Complement”หมายถึง “ตัวขยายอกรรมกริยา  เพื่อให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์”  และเรียกกริยาประเภทนี้ว่าLinking Verb”  คือช่วยเชื่อมระหว่าง ประธานของประโยค  และ ส่วนที่มาขยายคำกริยา  เพื่อทำให้ประโยคมีใจความสมบูรณ์  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

     - She felt good after a long sleep.

       (เธอรู้สึกสบายดีหลังจากนอนหลับยาว)

     - He looked happy when his friends came to see him.

     (เขาดูท่าทีมีความสุข  เมื่อเพื่อนมาเยี่ยม)

     - The milk in that glass tasted sour.

     (นมในแก้วใบนั้นมีรสเปรี้ยว)

     - They seem tired after a hard day’s work.

(พวกเขาดูเหมือนเหนื่อย  หลังจากทำงานตรากตรำมาทั้งวัน)

                     (อธิบายเพิ่มเติม)  คำที่ตามหลังคำกริยาจำพวก “linking verb ได้แก่   be (is, am, are, was, were) (เป็น, อยู่, คือ), become, seem (ดูเหมือนว่า), appear (มีลักษณะท่าทาง), feel (รู้สึก), get, grow, keep, look (มีท่าทาง), smell (มีกลิ่น), sound, taste (มีรสชาติ), turn (กลายเป็น) จะต้องเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) เสมอ เช่น

-        Tom became rich. (ทอมร่ำรวยขึ้นมา)

-        Ann seems happy. (แอนดูเหมือนว่าจะมีความสุข)

-         Jim felt cold.  (จิมรู้สึกหนาว)

-        He got/grew impatient. (เขารู้สึกกระวนกระวาย)

-        The idea sounds interesting. (ความคิดนี้ดูน่าสนใจ)

-        She looked calm. (เธอมีอาการสงบ)

-        He turned pale.  (เขาตัวซีด หรือหน้าซีด)

-        The soup tasted sweet. (ซุปมีรสหวาน)

7. He is one of those who ________________ money.

(เขาเป็นหนึ่งในบรรดาผู้คนซึ่ง ______________ เงิน)

(a) enjoys to spend

(b) enjoys spending

(c) enjoy to spend

(d) enjoy spending (สนุกสนานกับการใช้จ่าย)

ตอบข้อ  (d) ต้องใช้กริยา “enjoy” ตาม “those”   ส่วน “Enjoy + verb + ing” เนื่องจากโครงสร้าง “One of those (หรือ the + noun พหูพจน์) + who + verb พหูพจน์ (เช่น  are, have, play, eat )กล่าวคือ  ต้องใช้กริยาให้สอดคล้องกับ “those” หรือ  “นามพหูพจน์” เช่น

      - Jim is one of the passengers who were killed in the accident.

(จิมเป็นผู้โดยสารคนหนึ่งที่ตายในอุบัติเหตุ)

     - Tom is one of the students who are awarded a scholarship.

(ทอมเป็นนักเรียนคนหนึ่งที่ได้รับทุนการศึกษา)

     - She is one of the girls who have been admitted to the university. (เธอเป็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่ได้รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย)

            สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย “gerund” (verb + ing) หรือคำนาม  ได้แก่  avoid (หลีกเลี่ยง)  consider (พิจารณา) suggest (แนะนำ)  enjoy (สนุกสนาน)  finish (ทำเสร็จ)  appreciate (ยกย่อง, เห็นคุณค่า)  allow (อนุญาต) permit  (อนุญาต)  postpone (เลื่อนออกไป)  practice (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม)  prohibit (ห้าม)  mind (รังเกียจ)  deny (ปฏิเสธ)  resist (ยับยั้ง, ระงับ)  recall (นึกได้, ระลึกได้)  resent (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ)  cannot stand  (ทนไม่ได้)  admit (ยอมรับ)  delay (ประวิงเวลา)  confess  (สารภาพ)  imagine (นึกคิด, จินตนาการ)  cannot help (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้)  excuse  (ให้อภัย) forgive (ให้อภัย) dislike (ไม่ชอบ)  miss (พลาดโอกาส) discuss (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)   ตัวอย่างประโยค  เช่น

-        She enjoys reading novels. (เธอสนุกสนานกับการอ่านนวนิยาย)

-        I cannot stand listening to his complaints any more. (ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

-        We could not avoid meeting him. (เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

-        They enjoyed listening to music. (พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

-         She dislikes talking a lot. (เธอไม่ชอบการพูดมาก)

-        Jim finished writing a report last night. (จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

-        The man admitted taking the bicycle. (นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

-        She is sorry that she missed meeting you. (เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

-        They practice speaking French every day. (พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

-        We consider buying a new home. (เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

-         They allow smoking in this room. (เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

-        Do you mind opening the window? (คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

-        The teacher suggested working harder. (ครูแนะนำ (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

8. This book as well as that one ______________ assigned as outside reading.

(หนังสือเล่มนี้  รวมทั้งเล่มนั้น __________________ มอบหมายให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาเรียน)

(a) being

(b) will

(c) has been (ถูก, ได้รับ)

(d) have

ตอบข้อ (c)  เนื่องจากประหลายตัวเชื่อมด้วยคำต่อไปนี้  ให้ใช้ “Verb” ตามประธานตัวหน้า (นอกจากนี้ “has been” เป็นกริยาเพียงข้อเดียวที่อยู่ในรูป Passive voice”   (ถูกมอบหมาย)  และใช้ตามประธานตัวหน้า “This book

          (as well as, with, together with, including, along with = รวมทั้ง, besides, in addition to = นอกจาก, but = แต่, except = ยกเว้น, no less than = รวมถึง, รวมทั้ง, excluding = ไม่นับ, accompanied by = ติดตามโดย, not = ไม่ใช่, like = เช่นเดียวกัน) ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง  ซึ่งทุกข้อใช้กริยาตามประธานที่อยู่ข้างหน้าคำเชื่อม

        - The manager, along with his secretary, was held responsible for the mismanagement of the fund.

(ผู้จัดการ  รวมทั้งเลขาฯของเขา  ถูกถือว่ารับผิดชอบต่อการบริหารเงินกองทุนที่ผิดพลาด)

        - Currently, young men with technical education are well paid because of the demand for highly skilled workmen.

(ปัจจุบัน  คนหนุ่มที่มีการศึกษาด้านเทคนิค  ได้ค่าจ้างงาม  เนื่องจากความต้องการคนงานที่มีทักษะสูง)

        - My dog as well as my cat eats twice a day.

(หมาของผม  รวมทั้งแมว  กินอาหารวันละ ๒ มื้อ)

        - The boy with his dog is here.

(เด็กชาย  รวมทั้งหมาของเขา  อยู่ที่นี่แล้ว)

        - Jim as well as I spends a great deal of time swimming.

(จิม  รวมทั้งผม  ใช้เวลามากมายในการว่ายน้ำ)

        - A football game, with its color, excitement and struggles always fascinates me.

(กีฬาฟุตบอล  รวมทั้งสีสัน  ความตื่นเต้น  และการต่อสู้  มักทำให้ผมหลงใหลเสมอ)

9. Tim expects to graduate from the university _______________ next month.

 (ทิมคาดหวังว่าจะจะการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ______________ เดือนหน้า)

(a) by (ราวๆเวลา, ก่อน)

(b) in

(c) at

(d) on

10. _______________ for your help, I would never have done it.

(__________________ เป็นเพราะความช่วยเหลือของคุณ  ผมคงไม่มีทางทำมันได้)

(a) Unless

(b) Without

(c) Had it not been (ถ้ามันมิใช่)

(d) If it should not have been

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็น “If clause” แบบที่ ๓  (ไม่เป็นจริงในอดีต) คือเหตุการณ์เกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค  โดยแปลงรูปมาจาก “If it had not been”  ทั้งนี้  ความจริงที่เกิดขึ้น คือ  “เพราะคุณช่วยเหลือผม  ผมเลยทำได้สำเร็จ”  (ดูเพิ่มเติม “If clause” แบบที่ ๓ ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑ และ ตอนที่ ๑๗ ข้อ ๒  และดูการแปลงรูปของ  “If clause” แบบที่ ๓ เช่น “If he had listened to my advice = Had he listened to my advice” (ถ้าเขาได้ฟังคำแนะนำของผม)  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๒๔ ข้อ ๗)

          สำหรับข้อ (a)  ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  Unless it had been” หรือตอบข้อ (b) แต่ต้องแก้เป็น Without your help

11.He is so poor that he has no ________________ to wear.

(เขายากจนมากจนกระทั่ง  เขาไม่มี ___________________ จะสวมใส่)

(a) cloth (ผ้าเป็นชิ้นๆ)

(b) cloths (ผ้าหลายๆชิ้น)

(c) clothes (เสื้อผ้า, เครื่องนุ่งห่ม – เป็นพหูพจน์เสมอ)

(d) clothe (เป็นคำกริยา หมายถึง สวมเสื้อผ้า, แต่งตัว)

12. _______________ you travel in ideal weather, sea journeys take a long time.

(_________________ คุณเดินทางในสภาพอากาศที่ดีเยี่ยม  การเดินทางทางทะเลใช้เวลานาน)

(a) Even (แม้กระทั่ง, แม้แต่)

(b) If (ถ้า)

(c) Even if (ถึงแม้ว่า, แม้ว่า)

(d) If even

ตอบข้อ (c) “Even if = even though = though = although” (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)  สำหรับ “Even” ใช้ดังนี้  คือ

       - The hotel had everything.  There was even a swimming pool.

  (โรงแรมมีทุกสิ่งทุกอย่าง  มีแม้กระทั่งสระว่ายน้ำ)

       - She liked him even when she was quarreling with him.

   (เธอชอบเขา แม้กระทั่งตอนที่เธอกำลังทะเลาะกับเขา)

       - I will give the details to no one, not even to you.

    (ผมจะไม่ให้รายละเอียดกับใคร  ไม่ให้แม้กระทั่งคุณ)

       - No one dared even to whisper. (ไม่มีใครกล้า (พูด) แม้กระทั่งกระซิบ)

       - Tomorrow might be even better.

     (พรุ่งนี้อาจจะแม้กระทั่งดีกว่า – เปรียบเทียบกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดมา)

       - People seemed content, even happy.

     (ผู้คนดูเหมือนว่าพึงพอใจ  ถึงขนาดมีความสุขเลยทีเดียว)

13. The burglar left the house __________________.

(เจ้าหัวขโมยย่องเบา-งัดแงะ  ออกจากบ้านไป _________________ )

(a) with hurry

(b) with a hurry

(c) in a hurry (ด้วยความรีบเร่ง)

(d) hurrily

ตอบข้อ  (c) สำหรับข้อ (d) ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น “hurriedly” (เฮ้อ-รีด-ลี่) – อย่างรีบเร่ง-รีบร้อน-ฉุกละหุก-ด่วน

14. The mirror was broken __________________.

(กระจกถูกทำแตก _____________________ )

(a) with accident

(b) by accident (โดยอุบัติเหตุ – มิใช่เจตนาหรือตั้งใจทำ)

(c) from accident

(d) in accident

ตอบข้อ (b) สำหรับข้อ (d) ก็ใช้ได้ แต่ต้องแก้เป็น “in an accident(ดูรายละเอียดการใช้ “IN” ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๑๗  และ การใช้ BY”  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓๒ ข้อ ๑๑)

15. There were large rooms with _______________in the house.

(มีห้องใหญ่หลายห้อง พร้อมทั้ง ___________________ ในบ้าน)

(a) beautiful decorating walls

(b) beautifully decorating walls

(c) beautifully decorated walls (ฝาผนังที่ตกแต่ง-ประดับประดาอย่างสวยงาม)

(d) beautiful decorated walls

ตอบข้อ (c) ต้องใช้ “decorated” เนื่องจาก “ถูกตกแต่งประดับประดา”  และต้องใช้ “beautifully” เพราะขยายกริยา “decorated” จึงต้องเป็นกริยาวิเศษณ์

(Adverb)