หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 343)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. By next June Tom will have worked here for 5 years.

(เมื่อถึงเดือนมิถุนายนปีหน้า  ทอมจะได้ทำงานที่นี่เป็นเวลา  ๕  ปีแล้ว)  (คือ  ครบ ๕ ปี)

(a) Tom no longer works here.    (ทอมมิได้ทำงานที่นี่ต่อไปอีกแล้ว)

(b) Tom has now worked here for 5 years.    (ทอมได้ทำงานที่นี่เป็นเวลา  ๕  ปีแล้วในขณะนี้)

(c) Tom is going to work here for the next 5 years.    (ทอมจะทำงานที่นี่ใน  ๕  ปีข้างหน้า)  (คือ  นับจากนี้เป็นต้นไป  ทอมจะทำงานที่นี่เป็นเวลา  ๕  ปี)

(d) Tom is at present working here.    (ทอมกำลังทำงานที่นี่ในปัจจุบัน)  (พอถึงเดือนมิถุนายนปีหน้า  ก็จะครบ  ๕  ปี)

 

2. Jim has given up smoking.

(จิมได้เลิกสูบบุหรี่แล้ว)

(a) Jim has never smoked.    (จิมไม่เคยสูบบุหรี่)

(b) Jim has just put out his cigarette.    (จิมเพิ่งจะดับบุหรี่เมื่อตะกี้นี้)

(c) Jim used to smoke.    (จิมเคยสูบบุหรี่)

(d) Jim has offered everyone a cigarette.    (จิมเสนอบุหรี่ให้ทุกคนสูบ)

 

3. It’s unlikely to rain this afternoon.

(ฝนไม่น่าจะตกบ่ายนี้)

(a) It will rain this afternoon.    (ฝนจะตกบ่ายนี้)

(b) There is no chance of rain this afternoon.    (ไม่มีโอกาสที่ฝนจะตกบ่ายนี้)

(c) This afternoon will probably be wet.    (บ่ายนี้อาจจะเปียก-แฉะ-ชื้น)

(d) This afternoon looks like being dry.    (บ่ายนี้ดูเหมือนแห้ง-แห้งแล้ง)

 

4. In 1923, the inflation of currency in Germany caused the Mark to be worth next to nothing.

(ในปี  ๑๙๒๓  การเฟ้อของสกุลเงินในประเทศเยอรมัน (เงินมาร์ก) ทำให้เงินมาร์กเกือบจะไม่มีค่า)

(a) German money was of great value.    (เงินเยอรมันมีค่ามาก)

(b) German money was worth a great deal.    (เงินเยอรมันมีค่ามาก)

(c) German money in 1923 became almost worthless.    (เงินเยอรมันในปี  ๑๙๒๓  เกือบจะไม่มีค่า)

(d) German money valued to nothing at all.    (เงินเยอรมันไม่มีค่าอะไรเลย)

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Next to nothing”  เป็น  “Idiom”  หมายถึง  “เกือบจะไม่มีค่า, เกือบจะไม่มีอะไรเลย”  ดูความหมายเพิ่มเติมจากข้างล่าง

  • When he first started to work, Mr. Black earned next to nothing.

(เมื่อเขาเริ่มต้นทำงานครั้งแรก  มิสเตอร์แบล็กหาเงินแทบไม่ได้เลย)  (คือ  มีรายได้น้อยมาก)

  • It was next to impossible to believe that in a month the grass would be green and flowers would be blooming.

(มันเกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเชื่อว่า  ในอีก  ๑  เดือนข้างหน้า  หญ้าจะเขียวชอุ่ม  และดอกไม้จะกำลังบาน)  (มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะจินตนาการว่า  ในอีก  ๑  เดือนข้างหน้า  จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ)

  • It was next to unthinkable that the boy would steal.

(มันเกือบจะคิดไม่ถึงว่า  เด็กชายคนนั้นจะเป็นขโมย)  (มันแทบจะไม่น่าเชื่อว่า  เด็กคนนั้นจะเป็นขโมย)

 

5. There is no paucity of millionaires of Monte Carlo; the opulence of the houses there is amazing. 

(ไม่มีการขาดแคลน-ไม่มี  (หรือความขัดสนยากจน) ของเหล่าเศรษฐีในมอนติคาร์โล,  (ทั้งนี้)     ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างยิ่ง-ความหรูหรา-ความเจริญรุ่งเรือง-ความอุดมสมบูรณ์     ของบ้าน (เศรษฐี)  ที่นั่นน่าทึ่ง-น่างงงวย-น่าประหลาดใจ)

(a) magnanimity    (แมก-นะ-นิ้ม-มิ-ที่)  (ความมีใจกว้าง, ความมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ความมีจิตใจสูงส่ง, ความไม่เห็นแก่ตัว, การกระทำที่มีใจสูงส่ง, ความสูงส่ง)  

(b) extreme wealth; luxuriousness    (ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างมาก; ความหรูหราฟุ่มเฟือย-ความโอ่อ่า)

(c) novelty    (น้อฟ-เวิล-ที่)  (ความใหม่, ความแปลก, เหตุการณ์ใหม่, ประสบการณ์ใหม่, เรื่องหรือสิ่งใหม่, สินค้าใหม่ที่แปลกและมักอยู่ในตลาดได้ชั่วคราวเท่านั้น) 

(d) notoriety    (โน-ทอ-ไร้-อะ-ที่)  (ชื่อเสียงในทางไม่ดี, บุคลที่มีชื่อเสียงในทางไม่ดี, ความรู้จักกันทั่วไปหรือมีชื่อเสียงดังกระฉ่อน) 

(e) nonchalance    (นอน-ชะ-ล่านซ  หรือ  น้อน-ชะ-เลิ่นซ)  (ความเมินเฉย, ความไม่ใยดี, ความไม่สนใจ, ความห่างเหิน) 

(f) impudence    (อิ๊ม-พิว-เดิ้นซ)  (ความทะลึ่ง, ความยโส, ความโอหัง, ความอวดดี, ภาษาหรือคำพูดที่ทะลึ่งหรือยโส)  

(g) haughtiness    (ฮ้อท-ที-เนส)  (ความหยิ่งยโส, ความโอหัง, ความอวดดี, ความจองหอง)  

(h) rancor    (แร้ง-เค่อะ)  (ความคับแค้นใจ, ความเจ็บใจ, ความอาฆาตแค้น, ความเกลียดชัง) 

(i) seclusion    (ซี-คลู้-ชั่น)  (การแยกตัว, การเก็บตัว, การตัดขาดจากโลกภายนอก, การแยกตัวมาอยู่อย่างสันโดษ, ความสันโดษ, สถานที่สันโดษ) 

 

6. The movie star made a surreptitious (เซอะ-เรพ-ทิ้ช-เชิส)  exit through the back door of the studio to avoid reporters.    

(ดาราหนังนายนั้นออกไปแบบ     ซ่อนเร้น-แอบๆ-แอบทำ-ลอบทำ-ลับๆล่อๆ-มีเลศนัย     ทางประตูหลังของห้อง (สถานที่) ถ่ายทำหนัง  เพื่อหลีกเลี่ยงผู้สื่อข่าว)

(a) hidden; done in a secret way    (ซ่อนเร้น-แอบซ่อน; ทำในแบบลับๆ

(b) strident    (สไทร้-เดิ้นท)  (เสียงดังและห้าว, ดังแสบแก้วหู, ยืนหยัดไม่ท้อถอย)

(c) stolid    (สท้อล-ลิด)  (ไม่แสดงอารมณ์, ไม่หวั่นไหวง่าย, ไม่ตื่นเต้นง่าย, เยือกเย็น, เฉื่อยชา) 

(d) precarious    (พรี-แค้-เรียส)  (๑.  อันตราย, ไม่ปลอดภัย, เสี่ยง, ล่อแหลม, ไม่มั่นคง   ๒. ไม่แน่นอน, เปลี่ยนแปลงง่าย, น่าสงสัย, มีปัญหา) 

(e) striking     (สไทร้-คิ่ง)  {โดดเด่น, สะดุดตา, เด่นชัด, น่าตะลึง, ประทับใจ, ยอดเยี่ยม, โจมตี, จู่โจม, หยุดงานประท้วง, ซึ่งตี (ตอก, ชก, ต่อย, ทุบ, เคาะ, โขก)}

(f) unbiased    (อัน-ไบ๊-เอิสท)  (ไม่ลำเอียง, ไม่เข้าข้าง, ไม่มีอคติ, ตรงไปตรงมา) 

(g) debilitating    (ซึ่งทำให้อ่อนเพลีย, ซึ่งทำให้อ่อนกำลัง, ซึ่งทำให้ทรุดโทรม) 

(h) minuscule    (มิ-นัส-คิ-ยูล)  (๑.  เล็กมาก, เล็กจิ๋ว, เล็ก  ๒. ไม่สำคัญ, เล็กน้อย, ขี้ปะติ๋ว   ๓. แม่นยำ, ถูกต้อง, ละเอียด, โดยเฉพาะ, ทุกแง่ทุกมุม) 

(i) proficient    (โพร-ฟิ้ช-เชี่ยนท)  (ชำนิชำนาญ, เชี่ยวชาญ, คล่องแคล่ว) 

(j) brilliant    (บริ๊ล-เยิ่นท)  (๑.  ฉลาดมาก, หลักแหลมมาก,   ๒. สุกใส, โชติช่วง, แวววาว) 

(k) inexorable    (อิน-เอ๊ค-เซอะ-ระ-เบิ้ล)  (ไม่ยอมแพ้, ไม่ย่อท้อ, ไม่ยอมผ่อนปรน, ไม่ยอมอ่อนข้อ, ไม่เปลี่ยนแปลง, ยืนหยัด, เหนียวแน่น, ซึ่งเปลี่ยนแปลงไม่ได้, ไม่ปรานี) 

 

7. The chef was prodigal (พร้อด-ดิ-เกิ้ล) with his employer’s money, spending thousands of dollars on ingredients for what was supposed to be a simple meal.  (“Prodigal” ในประโยคข้างบนเป็นคำคุณศัพท์ แต่เมื่อเป็นคำนามหมายถึง  “คนสุรุ่ยสุร่าย, คนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย)

(หัวหน้าพ่อครัว      ฟุ่มเฟือย-สุรุ่ยสุร่าย-ไม่มีความเสียดาย-สิ้นเปลืองยิ่ง      กับเงินของนายจ้างของเขา  โดยการใช้จ่ายเงินหลายพันเหรียญไปกับส่วนผสม (ของอาหาร)  ซึ่งได้รับการคาดการว่าเป็นเพียงมื้ออาหารธรรมดาๆ)

(a) banal    (บะ-แน่ล)  (ซ้ำๆซากๆ, น่าเบื่อ, เก่าแก่, ไร้ความสดชื่น) 

(b) glib    (กลิบ)  (๑. พูดคล่อง, พูดจ้อ,  .  คล่องแคล่ว, กะล่อน)

(c) acrimonious    (แอค-ริ-โม้-เนียส)  (รุนแรง, เผ็ดร้อน, ดุเดือด, บาดหู, ถึงพริกถึงขิง) 

(d) wastefully extravagant    (๑. สุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือยโดยเปล่าประโยชน์  ๒. มาก มาย,   อุดมสมบูรณ์)

(e) callous    (แค้ล-ลัส)  (ใจแข็ง, ใจจืดใจดำ, ด้าน, ตายด้าน, ไม่รู้สึก, ไม่สนใจ, เมิน เฉย, ไม่เห็นอกเห็นใจ) 

(f) negligible    (เล็กน้อย, ไม่สำคัญ, ขี้ปะติ๋ว, ไม่ต้องเอาใจใส่) 

(g) insatiable    (อิน-เซ้-เชอะ-เบิ้ล)  (ไม่รู้จักพอ, ไม่รู้จักอิ่ม, ไม่สามารถสนองความพอใจได้, โลภอยากได้ไม่สิ้นสุด) 

(h) insipid    (อิน-ซิ้พ-พิด)  (๑.  ไม่มีรสชาติ, (อาหาร) จืดชืด,  . ไม่น่าสนใจ, ไม่มีชีวิตชีวา, อ่อนแรง) 

(i) insolvent    (อิน-ซ้อล-เวิ่นท)  (ล้มละลาย, ไม่สามารถใช้หนี้สินได้เพียงพอ, เกี่ยวกับบุคลที่ล้มละลาย) 

 

8. The sooner Frank stops smoking, the better he’ll feel.

(ยิ่งแฟรงค์หยุดสูบบุหรี่เร็วขึ้น  เขาก็ยิ่งรู้สึกดีขึ้น)

(a) When Frank stops smoking, he’ll begin to feel better.    (เมื่อแฟรงค์หยุดสูบบุหรี่  เขาก็จะเริ่มรู้สึกดีขึ้น)

(b) As soon as Frank feels better, he’ll try to stop smoking.    (ในทันทีที่ แฟรงค์รู้สึกดีขึ้น  เขาจะพยายามหยุดสูบบุหรี่)

(c) Frank feels so much better since he stopped smoking.    (แฟรงค์รู้สึกดีขึ้นมากตั้งแต่เขาหยุดสูบบุหรี่)

(d) Though Frank feels better, he still smokes.    (แม้แฟรงค์จะรู้สึกดีขึ้น  เขายังคงสูบบุหรี่)

 

9. Jane told us to help ourselves to the fruits on the table.

(เจนบอกให้เราช่วยตัวเองกับผลไม้บนโต๊ะ)  (คือ  บอกให้กินได้เท่าที่ต้องการ  โดยไม่ต้องขออนุญาตหรือให้ใครเชื้อเชิญ  หรือเอามาให้กิน)

(a) Jane offered us some fruits in return for our help.    (เจนให้ผลไม้แก่เราเพื่อตอบแทน (แลกเปลี่ยนกับ) ความช่วยเหลือของเรา)

(b) Jane let us have as many fruits as we wanted.    (เจนอนุญาตให้เรากินผลไม้มากเท่าที่เราต้องการ)

(c) Jane wanted our help to pick the fruits and put them on the table.    (เจนต้องการความช่วยเหลือของเราเพื่อเก็บผลไม้และวางมันไว้บนโต๊ะ)

(d) Jane wanted us to do all the work ourselves.    (เจนต้องการให้เราทำงานทั้งหมดด้วยตนเอง)

 

10. Unemployment is getting worse ___________ that started a few months ago is still going on.

(การว่างงานกำลังแย่ลง ________________ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมา  ยังคงกำลังดำเนินต่อไป)

(a) because the economic crisis    (เพราะว่าวิกฤตทางเศรษฐกิจ)

(b) because of the economic crisis   

(c) the economic crisis is because    (วิกฤตทางเศรษฐกิจเป็นเพราะว่า)

(d) until the economic crisis    (จนกระทั่งวิกฤตทางเศรษฐกิจ)

 

11. Supposing no one _____________, what would you do with all the food you have prepared?

(สมมติว่าไม่มีใคร ____________________ คุณจะทำอย่างไรกับอาหารทั้งหมดที่คุณได้เตรียมไว้)

(a) comes

(b) came    (มา)

(c) had come

(d) would come

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่  ๒  (Present unreal)  (ไม่เป็นจริง  หรือเกิดขึ้นได้ยากในปัจจุบัน)    คือ  ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน  ที่ผู้พูดเชื่อว่าคงจะไม่เกิดขึ้น  หรือเกิดขึ้นได้ยาก  (อีกกรณี  คือ  ไม่อาจเกิดขึ้นได้จริง  เช่น  “สมมติว่าเขาเป็นเศรษฐี”  “สมมติว่าเธอเป็นราชินี”  หรือ  “ถ้าผมเป็นกษัตริย์”  “ถ้าเธอเป็นนก”)  ในกรณีของประโยคข้างบน  ผู้พูดเชื่อว่าเหตุการณ์คงจะไม่เกิดขึ้น  หรือเกิดขึ้นได้ยาก  (คือ  เชื่อว่าคงจะต้องมีคนมาร่วมงานแน่  แต่พูดสมมติเผื่อไว้  ในกรณีไม่มีคนมาร่วมงาน)  สำหรับ  “If clause”  แบบที่  ๒  ในอนุประโยค  (If clause) ที่มีข้อความว่า (สมมติว่า............, ถ้า...............)  ให้ใช้  “Past simple tense”  (Verb 2)  ส่วนในประโยคใหญ่  (Main clause)  ใช้  “Past future tense”  (Subject + Would + Verb 1)

 

12. The early railroads were ______________ the existing arteries of transportation: road turnpikes, canals, and other waterways.

(ทางรถไฟในยุคแรกๆ เป็น ________________ เส้นทางสำคัญของการขนส่งที่มีอยู่  ได้แก่  ถนนที่มีรถวิ่งด้วยความเร็ว  คูคลอง  และเส้นทางน้ำอื่นๆ)

(a) those short lines connected

(b) short lines that connected    (สายสั้นๆซึ่งเชื่อมต่อ)

(c) connected by short lines

(d) short connecting lines

ตอบ   -   ข้อ   (b)  หรืออาจตอบ  ข้อ  (a)  แต่ต้องแก้เป็น  “Those short lines  connecting  -  สายสั้นๆเหล่านั้นซึ่งเชื่อมต่อ  เนื่องจากลดรูปมาจาก  “Those short lines that connected

 

13. The prosecutor prevailed (พรี-เวล) in the murder trial; the defendant was found guilty.

(อัยการ (ผู้ฟ้องคดี)     มีชัย-เป็นต่อ-เหนือกว่า-มีมากกว่า-มีอยู่ทั่วไป-ชักชวน-เกลี้ยกล่อม     ในการไต่สวนคดีฆาตกรรม   (ทั้งนี้)  จำเลยถูกพบว่ามีความผิด)   (“Prevail”  เมื่อตามด้วย   “On, Upon, With” หมายถึง  “ชักชวน, เกลี้ยกล่อม”)

(a) relinquished    (ริ-ลิ้ง-ควิช)  (สละ, ยกเลิก, ถอน, ปลดปล่อย) 

(b) surpassed    (เซอ-พาส)  (เหนือกว่า, ดีกว่า, แซง, ขึ้นหน้า, ล้ำ,  เลย, เกิน, เลยเถิด, ข้าม) 

(c) triumphed    (ไทร้-อั้มฟ) ; overcame rivals  (ชนะ; มีชัยเหนือคู่แข่ง

(d) tempted    (ยั่วยวน, ล่อใจ, ล่อ, ยั่วใจ, หยั่งเชิง, ทดสอบ, ล่อให้ทำชั่ว) 

(e) agitated    (แอ๊จ-จิ-เทท)  (๑. ปั่น, เขย่า, ทำให้ไม่สงบ, ทำให้ปั่นป่วน, ก่อกวน, รบกวน   ๒. ปลุกเร้า, ปลุกปั่น, ยั่วยุ, ปลุกระดม, กระตุ้น, จุดประกาย) 

(f) altered    (อ๊อล-เท่อะ)  (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง, ผันแปร) 

(g) clarified    (แคล้-ริ-ไฟ)  (ทำให้กระจ่าง, ทำให้ชัดเจน, ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น, ทำให้ใสสะอาด, ทำให้บริสุทธิ์) 

(h) concurred    (คัน-เค่อร์)  (๑.  เห็นด้วย, เห็นพ้อง, ยอมตาม,  ๒. ประจวบกัน, เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างบังเอิญ, ทำงานร่วมกัน, ให้ความร่วมมือ) 

(i) elaborated    (อิ-แล้บ-เบอะ-เรท)  (บรรยายอย่างละเอียด, สาธยาย, วางแผนอย่างละเอียด, ทำอย่างประณีต, เพิ่มรายละเอียด, ต่อเติมให้ละเอียด)  

(j) eliminated    (อิ-ลิ้ม-มิ-เนท)  (๑.  กำจัด, ขจัด, ทำลาย, ขับไล่, ขับออก,  ๒. ลบทิ้ง, คัดออก, เอาออกไป) 

 

14. Don’t forsake your friends in their time of need.   

(จงอย่า     ทอดทิ้ง-ละทิ้ง-ตัดขาด-เลิก    เพื่อนของคุณ  ในเวลาที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือ)

(a) foment    (กระตุ้น, ยั่วยุ, ปลุกปั่น, ปลุกระดม, ส่งเสริม, ชโลมด้วยน้ำอุ่น) 

(b) flaunt    (ฟล้อนท)  (โอ้อวด, แสดงอย่างโอ้อวด) 

(c) abandon    (อะ-แบ๊น-เดิ้น)  (ทอดทิ้ง, ละทิ้ง, ปล่อย)

(d) capitulate    (คะ-พิ้ช-ชุ-เลท)  (ยอมแพ้, ยอมจำนน, ยินยอม, หยุดต่อต้าน) 

(e) disseminate    (ดิ-เซ้ม-มิ-เนท)  (เผยแพร่, แพร่กระจาย, ทำให้กระจัดกระจาย) 

(f) belittle    (ทำให้ด้อยค่า, ทำให้ความสำคัญดูลดน้อยลง, ดูถูก, ดูแคลน, เหยียดหยาม) 

(g) precipitate    (พรี-ซิ้พ-พิ-เทท)  (เร่งให้เกิดขึ้น, ทำให้ตกตะกอน, ทำให้ฝนตก, (ฝน) ตก, ผลัก, ส่ง, ทุ่ม, โยน) 

(h) succumb    (ซะ-คั่ม)  (๑.  ยอมแพ้, ยอมจำนน, เชื่อฟัง, ตกอยู่ในอำนาจ, ได้รับโรค, ได้รับบาดแผล,  ๒. ตาย) 

 

15. Jerry failed to husband his inheritance; instead, he squandered it on trips to Las Vegas.

(เจอรี่ไม่สามารถใช้จ่ายอย่างประหยัด (กับ) มรดกของเขา  แทนที่จะเป็นเช่นนั้น  เขา     ใช้จ่ายมันอย่างฟุ่มเฟือย     กับการเดินทางไปลาสเวกัส)  (คือ  ไปเล่นการพนัน)

(a) amended    (อะ-เมนด)  (๑.  แก้ไข, ปรับปรุง, ทำให้ถูกต้อง,  ๒. เปลี่ยนแปลง,  แปรหรือแก้ญัตติ) 

(b) inhibited    (อิน-ฮิ้บ-บิท)  (ขัดขวาง, ยับยั้ง, สกัดกั้น, ห้าม) 

(c) evaded    (อิ-เว้ด)  (หลบ, หลีก, หนี, เลี่ยง)  

(d) wasted    (เวสท)  (สูญเสีย, สิ้นเปลือง, หมดเปลือง, เปล่าประโยชน์, ทำให้เสียโดยเปล่าประโยชน์, ใช้อย่างสิ้นเปลือง, เสียไปโดยเปล่าประโยชน์) 

(e) stipulated    (สทิ้พ-พิว-เลท)  (กำหนด, วางเงื่อนไข, บังคับให้ทำ, ระบุ) 

(f) stigmatized    (สทิ้ก-มะ-ไทซ)  (ประณาม, ทำให้มีมลทิน,  ทำให้อัปยศอดสู, ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง, ตราหน้า, ตีตรา, ประทับตรา) 

(g) perturbed    (เพอร์-เทิ้ร์บ)  (ก่อกวน, ทำให้ยุ่งยากใจ, ทำให้ไม่สบายใจ, ทำให้ยุ่ง ยาก) 

(h) perused    (พิ-รู้ซ)  (อ่าน, อ่านตรวจ, พินิจพิจารณา, มองอย่างละเอียด, สำรวจอย่างละเอียด) 

 

16. You would never think of spending a week in Las Vegas for gambling, ________________?

(คุณไม่เคยนึกถึงเรื่องใช้เวลา    อาทิตย์ในลาสเวกัส  เพื่อเล่นการพนัน, _________________)

(a) wouldn’t you

(b) won’t you

(c) would you    (ใช่ไหม)

(d) will you

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากประโยคนี้เป็นปฏิเสธอยู่แล้ว  คือมีคำ  “Never”  จึงไม่สามารถเลือก ข้อ  (a) ได้  เพราะจะเป็นปฏิเสธซ้อน  ในส่วน  “Tag” จึงต้องใช้รูปบอกเล่า

 

17. There is also a __________________________ local interest in current Western fashions.

(มีความสนใจของท้องถิ่นที่ _________________________ ในเรื่องแฟชั่นตะวันตกในปัจจุบัน)

(a) grow

(b) grown

(c) growth

(d) growing    (เพิ่มมากขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Local interest” (ความสนใจของท้องถิ่น)  ทำกริยา  “เพิ่มขึ้น”  ได้เอง  จึงต้องใช้  “Growing”  {Present participle (Verb + ing)}  ซึ่งขยายหน้าหรือหลังคำนามใด  บอกให้รู้ว่านามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้น}

                                          สำหรับ “Present participle” (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆไป  (โดยอาจอยู่หน้าหรือหลังคำนามที่มันขยาย)   เพื่อที่จะบอกว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ   (แสดง  “Active voice”)   เช่น

  • Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

  • Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

  • The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

  • The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์, ละคร)

  • The people working in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)

  • The woman walking across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

  • The man living next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

  • The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)

 

18. You should drive carefully, because accidents _____________________________ easily.

(คุณควรขับรถอย่างระมัดระวัง  เพราะว่าอุบัติเหตุ _______________________ อย่างง่ายดาย)

(a) are occurred

(b) occurring

(c) occur    (เกิดขึ้น)

(d) occurred

ตอบ   -   ข้อ  (c)   เนื่องจากกริยา  “Occur, Happen, Take place” =  (เกิดขึ้น)  ต้องใช้ในรูป  “Active voice”  เสมอ  และประโยคนี้เป็นข้อแนะนำโดยทั่วไป  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงต้องใช้กับ  “Present simple tense”  (ไม่เลือก ข้อ D)

 

19. Sometimes we would play tricks ____________________________________ our teacher.

(บางครั้ง  เราจะใช้กลอุบาย (ใช้เล่ห์เหลี่ยม, หลอกลวง, หลอกต้ม, เล่นตลก) _________ ครูของเรา)

(a) to

(b) on    (กับ)

(c) upon

(d) with

ตอบ   -   ข้อ   (b)   สำหรับวลีที่ใช้  “On”   ได้แก่  “On page 5”  (ในหน้าที่  ๕)  -  There is a map on page five.  (มีแผนที่ในหน้าที่  ๕)  (ของหนังสือ, เอกสาร),  “Waste his time on”  (ใช้เวลา – ของเขา - อย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ), on business  (ด้วยเรื่องธุรกิจ), keep on  (ดำเนินต่อไป), rely on  (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย), depend on (upon)  (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่), insist on  (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง), on the floor  (บนพื้น), on a hill  (บนเนินเขา), on the top shelf  (บนชั้นบนของหิ้ง), on a sofa  (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary  (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board   (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the button)  (ตรงเวลาเผ็ง, ตรงเวลาเป๊ะ)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย ๓ โมงตรงเป๊ะ)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น, เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล), on the (an) average   (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree  (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน ๑ เดือน),  on deck   (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)   -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit   (ในธนาคาร)  -  I have $ 500 on deposit in my account.  (ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐ ดอลล่าร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)   -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่ ๑ คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world(ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet?  (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)   -  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage.  (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆที่ล็อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา),  have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set.  (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน), on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิ๊คนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริการ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.  (จอห์นดีใจและมีความสุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.  (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน),  the posters on the walls   (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car  (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen  (รูปภาพบนจอ), on the ceiling  (บนเพดาน), on the roof  (บนหลังคา), on all fours  (คลาน ๔ เท้า), get on a bus  (ขึ้นรถเมล์), on a highway  (บนทางหลวง), on the plane  (บนเครื่องบิน), on foot  (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe  (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback  (บนหลังม้า), on a bicycle  (โดยรถจักรยาน), on Monday  (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอาทิตย์), on an occasion like this  (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night   (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term  (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion  (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents  (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made  (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue  (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture  (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV  (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio  (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage  (บนเวที), on the phone  (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์), on and on  (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own  (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ), on the carpet  (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง),on the go  (มีธุระยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)  –  I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย)– I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย) - This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้)– My cold was terrible, but I’m on the mend now.  (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว) – What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ  แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย), on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว)– I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) – John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน), on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)  – You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่), be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย)– If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป) – If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย), on tiptoe  (เดินเขย่างเท้า), on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)  – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา ๓ สัปดาห์),  เป็นต้น

 

20. The horses smelt the water a mile _________________________________________.

(ม้าพวกนั้นได้กลิ่นน้ำ ____________________________________________   ไมล์)

(a) long

(b) far

(c) off    (ห่างออกไป)

(d) (No word is needed.)   (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรืออาจตอบ   “Away”  ก็ได้

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้