หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 342)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. For several years his ambition ______________________________ to become a singer.

(เป็นเวลาหลายปี  ความทะเยอทะยานของเขา _______________________ การเป็นนักร้อง)

(a) is

(b) are

(c) be

(d) has been    (คือ)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ใช้  “Present perfect tense”  (Has been)  เนื่องจากแสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูดประโยคนี้  (ความทะเยอทะยานของเขาคือการเป็นนักร้อง)  (เกิดขึ้นมาหลายปีแล้วจนถึงปัจจุบัน)

 

2. As you treat me, ______________________________________________ will I treat you.

(คุณปฏิบัติต่อผมเช่นใด,  ผมก็จะปฏิบัติต่อคุณ ___________________)  (แปลตรงตัว  คือ  เหมือนกับที่คุณปฏิบัติกับผม  ผมก็จะปฏิบัติกับคุณแบบนั้น)

(a) like

(b) as

(c) so    (เช่นนั้น)

(d) the same

 

3. I don’t think the door __________________________________________________ yet.

(ผมไม่คิดว่าประตู _________________________________________________ แล้ว)

(a) has repaired    (ได้ซ่อมแซม)  (เป็น  “Active voice”)

(b) has been repairing    (ได้กำลังซ่อมแซม)  (เป็น  “Active voice”)

(c) is being repaired    (กำลังได้รับการซ่อมแซม)  (เป็น  “Passive voice”)

(d) has been repaired    (ได้รับการซ่อมแซม)  (เป็น  “Passive voice”)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้  “Present perfect tense”  เพื่อบอกว่าเหตุการณ์นั้น  (ประตูถูกซ่อม)  เกิดขึ้นแล้วหรือยัง  ดูเพิ่มเติมใน  ข้อ    ของกฎการใช้  “Present perfect tense”  จากข้างล่าง

                                                สำหรับ “Present perfect tense”  มักใช้ในกรณีต่อไปนี้

                                      ๑. ใช้กับการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งสิ้นสุด  หรือจบลงไปไม่นาน ณ ขณะที่พูดนั้น  สังเกตได้จาก  Just =  เพิ่งจะ, Recently =  เมื่อเร็วๆนี้,  Lately =  หมู่นี้, เมื่อเร็วๆนี้  เช่น

  • I have just finished my assignment.

  (ผมเพิ่งจะทำการบ้าน – งานที่ได้รับมอบหมาย – เสร็จ)

  • My friend has recently got married.

(เพื่อนของผมแต่งงานเมื่อเร็วๆนี้)

  • I haven’t seen John lately.

(ผมไม่เห็นจอห์นเลยหมู่นี้)

                                       ๒. ใช้บอกข้อความว่า  “ทำแล้ว, ยังไม่ได้ทำ, ทำหรือยัง”  มักมีคำว่า “Already” (ใช้กับประโยคบอกเล่าและคำถาม)  และ “Yet” (ใช้กับประโยคปฏิเสธและคำถาม)  ทั้งนี้  อาจไม่ต้องมี  “Already” และ “Yet”  ก็ได้  เช่น

  • I have (already) eaten my dinner.

(ผมกินอาหารค่ำแล้ว)

  • She has not (yet) had her breakfast.

(= She has not had her breakfast yet.)

(เธอยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลย)

  • Have you (already) done your homework?

(คุณทำการบ้านแล้วหรือยัง)

  • I’ve (already) answered that question.

(ผมได้ตอบคำถามนั้นแล้ว)

  • Have you (already) finished your report?

(= Have you finished your report already?)

(คุณทำรายงานเสร็จหรือยัง)

                                       ๓. ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก  สังเกตจาก For = เป็นเวลา,  Since =  ตั้งแต่,  Up to now, up to the present time, up until now =  จนถึงบัดนี้,  So far =  เท่าที่ผ่านมา

  • I haven’t seen my old friends at the college for ages.

(ผมไม่ได้พบเพื่อนเก่าที่มหาวิทยาลัยมานานแสนนานแล้ว)

  • She has lived here for 10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week.

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • So far, you have not done your best.

(= You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

                                       ๔. ใช้กับเหตุการณ์ที่เคยหรือไม่เคยทำในอดีต  แต่ไม่ได้กำหนดเวลาแน่นอน  สังเกตจาก  “Ever”  “Never”  เช่น

  • Have you ever been to Japan?

(คุณเคยไปญี่ปุ่นไหม)

  • Has your father ever played football?

(พ่อของคุณเคยเล่นฟุตบอลไหม)

  • I have never seen him before.

(ผมไม่เคยเห็นเขามาก่อน)

                                      ๕. ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ  ในอดีต  และยังอาจเกิดขึ้นได้อีก สังเกตจาก  “Adverb of frequency”  เหล่านี้   “Again and again” =  ซ้ำแล้วซ้ำอีก,  “Many times” =  หลายครั้ง,  “Sometimes” =  บางที,  “Over and over”     (= Over and over again) = ซ้ำแล้วซ้ำอีก,  “This is the first (second) time” =  นี่เป็นครั้งแรก (ครั้งที่ ๒)  เช่น

  • He has made the same mistake again and again.

(เขาทำความผิดเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก)

  • I have been to New York several times.

(ผมไปนิวยอร์คมาหลายครั้งแล้ว)

  • She has told that story over and over again.

(เธอเล่าเรื่องนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก)

  • This is the first time I have tried to play golf.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พยายามเล่นกอล์ฟ)

 

4. You can’t do that sort of thing _______________________________________________.

(คุณไม่สามารถทำเรื่องแบบนั้น ___________________________________________)

(a) in publics

(b) in public    (ในที่สาธารณะ)

(c) in the publics

(d) in the public

 

5. Tom’s plan to go out for a picnic during a snowstorm was inane (อิน-เน่น).

(แผนของทอมที่จะออกไปปิ๊คนิคในระหว่างพายุหิมะ (เป็นเรื่อง)      โง่-ขาดสติ-ขาดความคิด-ว่างเปล่า)

(a) indomitable    (อิน-ด๊อม-มิ-ทะ-เบิ้ล)  (ไม่สามารถเอาชนะได้, ทรหด, ไม่ย่อท้อ)  (b) fastidious     (แฟส-ทิ้ด-เดียส)  (จู้จี้พิถีพิถัน, เอาใจยาก) 

(c) incipient    (อิน-ซิพ-เพี่ยนท)  (เริ่มเกิดขึ้น, แรกเริ่ม) 

(d) silly; senseless    (โง่เขลา; ไร้ความคิด-ขาดสติ)  

(e) staunch    (สทอนช)  (แข็งขัน, เด็ดเดี่ยว, แน่วแน่, ซื่อสัตย์, ภักดี, แข็งแรง) 

(f) fetid   (เฟ้ท-ทิด หรือ ฟี้-ทิด)  (ซึ่งมีกลิ่นเหม็น)

(g) immune    (อิม-มู่น)  {มีภูมิคุ้มกันโรค, ได้รับการยกเว้น (ไม่ต้องถูกตรวจค้น)}

(h) berserk    (เบอร์-เซ้อร์ค)  (บ้าบิ่น, บ้าระห่ำ, คลุ้มคลั่ง) 

 

6. Having no qualifications beyond a six-grade education, John was resigned (ริ-ไซน-ดึ) to a lifetime of dull, menial jobs.

(ไม่มีคุณวุฒิมากไปกว่าการศึกษาชั้นประถม  ๖  จอห์น     ปลงตก-ยอมรับชะตากรรม-จำนน-ยอม-ยอมตาม     กับตลอดชีวิตของงานที่น่าเบื่อหน่ายและต่ำต้อย)  (แบบงานของคนรับใช้หรือกุลี)

(a) commonplace    (๑.  (คุณศัพท์) ธรรมดา, สามัญ, ไม่น่าสนใจ, ซ้ำๆซากๆ   ๒. (คำนาม)  หมายถึง  สิ่งธรรมดาๆ, คำพูดซ้ำๆซากๆ) 

(b) credulous    (เคร้ด-จุ-ลัส)  (หูเบา, เชื่อคนง่ายเกินไป, ไว้ใจคนง่ายเกินไป) 

(c) indigenous    (อิน-ดิ๊จ-จี-เนิส)  (ท้องถิ่น, พื้นเมือง, แต่กำเนิด, โดยกำเนิด) 

(d) accepting one’s fate; unresisting   (ยอมรับชะตากรรมของตนเอง, ปลงตก; ยอมจำนน,  ไม่ต่อต้าน

(e) urbane    (เออ-เบ้น)  (สุภาพ, มีมารยาท, เก๋, เป็นผู้ดี, มีลักษณะของชาวเมือง) 

(f) gullible    (กั๊ล-ลิ-เบิ้ล)  (ซึ่งถูกโกงหรือหลอกลวงได้ง่าย) 

(g) parsimonious    (พาร์-ซิ-โม้-เนียส)  (ประหยัดมากเกินไป, ขี้เหนียว, ตระหนี่, ใจแคบ) 

(h) profligate    (พร้อฟ-ลิ-เกท)  (๑. เสเพล, หลงระเริง, ไร้ศีลธรรมจรรยาอย่างยิ่ง, ๒. สุรุ่ยสุร่าย, ฟุ่มเฟือย) 

(i) moribund    (ม้อร์-ริ-บันด)  (ใกล้ตาย, จวนตาย, ร่อแร่, จวนจะสูญพันธุ์, จวนจะหมด, ไม่เจริญ, อยู่กับที่) 

 

7. The manager was so irascible (อิ หรือ ไอ-แรส-ซิ-เบิ้ล) that his employees were afraid to talk to him for fear that he might hurl paperweights at them.

(ผู้จัดการ     โกรธง่าย-โมโหร้าย     มาก  จนกระทั่งลูกจ้างของเขากลัวที่จะพูดคุยกับเขา  ด้วยเกรงว่าเขาอาจจะขว้างที่ทับกระดาษใส่พวกตน)

(a) quixotic    (ควิค-ซ้อท-ทิค)  (คลั่งอุดมคติจนเกินไป, เสียสละมากเกินไป, เพ้อฝัน, คลั่ง, เป็นไปไม่ได้) 

(b) exotic    (อิก-ซ้อท-ทิค)  (๑.  มาจากหรือเกี่ยวกับต่างประเทศ, ไม่ใช่ของพื้นเมือง, ๒.  ผิดธรรมดา, ประหลาด)  (exotic dance = การเต้นรำรูดเสา-เปลื้องผ้า) 

(c) imperial    (อิม-เพี้ย-เรี่ยล)  (เกี่ยวกับจักรพรรดิ, เกี่ยวกับจักรวรรดิยิ่งใหญ่, โอ่อ่า, ชั้นพิเศษ, เกี่ยวกับอาณาจักร) 

(d) irritable; easily angered or provoked    (โกรธง่าย, ฉุนเฉียวง่าย; โกรธหรือยั่วให้โมโหง่าย)

(e) decrepit    (ดิ-เคร้พ-พิท)  (กะปลกกะเปลี้ยด้วยความชรา, อ่อนระโหยด้วยความชรา)

(f) commodious    (คะ-โม้-เดียส)  (กว้าง, กว้างขวาง, มีบริเวณเนื้อที่มาก, มากพอ เพียง)

(g) arduous    (อ๊าร์-ดิว-เอิส)  (ยากลำบาก, ตรากตรำอย่างมาก, ต้องใช้เรี่ยวแรงหรือความพยายามมาก) 

(h) grotesque    (โกร-เทสค)  (วิตถาร, ผิดปกติ, วิปลาส, ประหลาด, พิกล,พิลึก)

 

8. It is a fact that ________________________________________________ form of energy.

(มันเป็นข้อเท็จจริงที่ว่า ____________________ รูปแบบ (ที่มีประโยชน์ที่สุด) ของพลังงาน)

(a) electricity is the most useful    (ไฟฟ้าเป็น .........(รูปแบบฯ)............ ที่มีประ โยชน์ที่สุด)

(b) electricity the most useful    (ข้อนี้อนุประโยคขาดกริยาแท้)

(c) electricity being the most useful    (ข้อนี้ “Being” ไม่ใช่กริยาแท้ของอนุประโยค)

(d) the most useful of electricity

 

9. Individual skills and interests ______________ the profitability of the job must be taken into account ______________ you are deciding upon your profession.

(ทักษะและความสนใจของแต่ละบุคคล _____________ ความสามารถสร้างผลกำไรของงาน  จะต้องได้รับการพิจารณา _____________ คุณกำลังตัดสินใจ (เลือก) อาชีพของคุณ)

(a) both _________ by the time    (ทั้งคู่ .......................... เมื่อ)

(b) and _________ because    (และ ........................ เพราะว่า)

(c) as well as __________ while    (เช่นเดียวกับ, และ ................. ในขณะที่)

(d) like _________ until    (เหมือนกับ .......................... จนกระทั่ง)

 

10. Sandra’s new apartment is very __________ ours, but her bathroom and kitchen are larger.

(อพาร์ตเมนต์ใหม่ของแซนดร้า _________ ของเรามาก  แต่ห้องน้ำและครัวของเธอใหญ่กว่า)

(a) different from    (แตกต่างจาก)

(b) alike    (เหมือนกัน)

(c) the same as    (เหมือนกันกับ)

(d) similar to    (เหมือนกับ, คล้ายกับ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   สำหรับข้อนี้อาจตอบโดยใช้โครงสร้างที่ต่างกัน แต่มีความหมายเหมือนกัน  คือ

  • Sandra’s new apartment and ours are very similar, but………..
  • Sandra’s new apartment and ours are much alike, but…………
  • Sandra’s new apartment and ours are much the same, but…….
  • Sandra’s new apartment is much the same as ours, but………..
  • Sandra’s new apartment is very like ours, but………….

 

11. The common cold, normally _______________ illness, can seriously threaten the health of postoperative patients.

(ไข้หวัดธรรมดา-ทั่วไป, โดยปกติเป็นความเจ็บป่วย ______________, สามารถเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้ป่วยหลังการผ่าตัด)

(a) can be minor

(b) minor an

(c) a minor    (เล็กน้อย)

(d) as minor

 

12. Chiang Mai is _______________________________ from Bangkok than Nakhon Sawan.

(เชียงใหม่เป็น __________________________________ จากกรุงเทพฯ มากกว่านครสวรรค์)

(a) a long way

(b) the longer way

(c) a longer way    (ระยะทางไกล)

(d) the long way

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)   และใช้  “A”  เนื่องจากมิได้มีการชี้เฉพาะเจาะจง

 

13. Tim joined a monastery because he believes that worldly happiness is evanescent (เอฟ-วะ-เนส-เซิ่นท), while spiritual happiness is eternal.  

(ทิมบวชเป็นพระ  เพราะว่าเขาเชื่อว่า  ความสุขทางโลก     ไม่จีรังยั่งยืน-ชั่วครั้งชั่วคราว-ซึ่งจางหายไป-ซึ่งมองแทบไม่เห็น     ในขณะที่ความสุขทางใจคงอยู่ชั่วนิรันดร์)

(a) erroneous    (อิ-โร้-นี-อัส)  (ไม่ถูกต้อง, ผิด, เข้าใจผิด, เกี่ยวกับความผิด)  

(b) explicit    (เอคส-พลิ้ส-ซิท)  (ชัดเจน, ชัดแจ้ง, เปิดเผย, แน่นอน, ขวานผ่าซาก) 

(c) analogous    (อะ-แน้ล-โล-กัส)  (เหมือนกัน, คล้ายคลึงกัน, อุปมาเหมือน) 

(d) temporary    (เท้ม-พะ-เรอ-รี่)  (ชั่วคราว, เฉพาะกาล, ไม่ถาวร)

(e) cordial    (ค้อร์-เจียล)  (ด้วยมิตรไมตรีจิต, ด้วยน้ำใสใจจริง, ด้วยความรักใคร่, อบอุ่น, สนิทสนม) 

(f) disputatious    (ดิส-พิว-เท้-เชิส)  (ชอบทะเลาะ, ชอบโต้เถียง, ชอบวิวาท) 

(g) capricious    (คะ-พริ้ช-เชียส)  (เปลี่ยนแปลงอย่างไม่แน่นอน, ไม่แน่นอน, เอาแน่ไม่ได้, ทำนายไม่ได้, ตามอารมณ์) 

(h) jocular    (จ๊อค-คิว-เล่อะ)  (ขบขัน, ล้อเล่น, ขี้เล่น, หยอกเย้า) 

 

14. Many people find that exercise is a good way to alleviate (อะ-ลี้-วิ-เอท) the effects of stress.

(คนจำนวนมากพบว่า  การออกกำลังเป็นวิธีการที่ดีที่จะ    บรรเทา-ทำให้น้อยลง      ผลกระทบของความเครียด)

(a) malinger    (มะ-ลิ้ง-เจ้อะ)  (แกล้งทำเป็นป่วยเพื่อเลี่ยงงาน) 

(b) adhere    (ติด, เกาะติด, ยึดมั่น, ถือเป็นภาคี, ถือทิฐิ)  

(c) anticipate    (แอน-ทิส-ซิ-เพท)  (๑.  คาดหมาย, มุ่งหวัง, คาดหวัง, ทำนาย,   ๒. ลงมือกระทำการก่อน, ใช้สอยล่วงหน้า, เกิดล่วงหน้า  ๓.  ตัดบท, ขัดขวาง) 

(d) relieve   (ริ-ลีฟว)  (บรรเทา, ปลดเปลื้อง, ทำให้ลดน้อยลง)  

(e) burgeon    (เบ๊อร์-เจิ้น)  (งอกงาม, เจริญเติบโต, ผลิ, ผลิหน่อ, เพิ่มขึ้น, เริ่มเจริญ, เจริญโดยฉับพลัน) 

(f) aggravate    (แอ๊ก-ระ-เวท)  (๑.  ทำให้แย่ลงหรือเลวลง, ทำให้รุนแรงขึ้น, ทำให้เลวร้ายยิ่งขึ้น   ๒.  ทำให้โมโห, รบกวน, ทำให้ระคายเคือง) 

(g) collide    (คะ-ไลด)  {๑.  ชนกันโครม,   ๒. ปะทะกันทางความคิด, ไม่เห็นด้วยหรือขัดแย้ง (ทางความคิด)}

(h) instigate    (อิ๊น-สทิ-เกท)  (กระตุ้น, ยุยง, ส่งเสริม, ปลุกปั่น) 

(i) augment    (อ๊อก-เมิ่นท)  (เพิ่ม, ขยาย, เสริม, เพิ่มทวี) 

(j) trigger    (กระตุ้น, ริเริ่ม, ลั่นไกปืน, เหนี่ยวไกยิง, ยิง, ระเบิด)                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                         

15.Throughout history, the rise of a country to a position of ascendancy  (อะ-เซ้น-แดน-ซี่)  has often led to overconfidence among its people.

(ตลอดระยะเวลาในประวัติศาสตร์  การขึ้นมาของประเทศหนึ่งสู่ฐานะ (ตำแหน่ง) ของ    การครองตำแหน่ง (มหาอำนาจ)-ภาวะการมีอำนาจเหนือประเทศอื่นหรือคนอื่น     บ่อย ครั้งได้นำไปสู่  ความมั่นใจอย่างสูง (ความเชื่อมั่นในตนเองอย่างมากมาย, ความกล้าได้กล้าเสียจนเกินพอดี)  ในบรรดาประชา ชนของประเทศนั้น)

(a) adversity    (แอด-เว้อ-ซี-ที่)  (เคราะห์ร้าย, ภัยพิบัติ, ความทุกข์ยากลำบาก)  

(b) reflection   (๑. การครุ่นคิด, การไตร่ตรอง, การพิจารณา, การตรวจสอบ  ๒. การทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง, การตำหนิ, การกล่าวหา  ๓.  การสะท้อนกลับ, การส่องกลับ, ภาพสะท้อน, แสงสะท้อน, สิ่งที่สะท้อนกลับ) 

(c) prosperity    (พรอส-เพ้อ-ริ-ที่)  (ความเจริญ, ความรุ่งเรือง, ความสำเร็จ, ความมั่ง คั่ง, ความเฟื่องฟู) 

(d) domination    (ดอม-มิ-เน้-ชั่น)  (การมีอำนาจเหนือประเทศอื่นหรือคนอื่น,  การมีอิทธิพลเหนือประเทศอื่นหรือคนอื่น, การครอบงำประเทศอื่นหรือคนอื่น, การควบคุม, การปกครอง)

(e) notion   (โน้-ชั่น)   {๑.  ความนึกคิด (ที่คลุมเครือหรือไม่สมบูรณ์), ความคิดเห็น, ความเชื่อ, ความรู้สึก  ๒.  ความคิดโง่ๆ, ความคิดชั่วขณะหนึ่ง, ความตั้งใจ, ความโน้มเอียง, ความอยาก, ความปรารถนา}

(f) apprehension     (แอพ-พริ-เฮ้น-ชั่น)  (๑.  ความกลัว, ความหวาดหวั่น, ความสงสัย,  ๒.  ความเข้าใจ, การหยั่งรู้,  ๓.  การจับกุม) 

(g) discrepancy    (ดิส-เคร้พ-เพิน-ซี่)  (ความแตกต่าง, ความไม่เท่าเทียมกัน, ความ คลาดเคลื่อน, ความไม่ตรงกัน, ความไม่ลงรอยกัน, ความขัดแย้ง)  

(h) expansion    (อิคส-แพ้น-ชั่น)  (การขยาย, การแผ่ออกไป, ส่วนที่ขยายออก, สิ่งที่ถูกขยาย) 

(i) infancy    (อิ๊น-เฟิน-ซี่)  (ระยะแรกๆ, วัยทารก, สภาวะที่ยังเป็นตัวอ่อน, ระยะแรกของการมีชีวิต) 

 

16. A: “How often do you go to the movies?”

(คุณไปดูหนังบ่อยเพียงใด)

     B: “______________________________________________________________.

(a) Hardly never    (ต้องใช้  “Hardly ever” (แทบจะไม่เคยเลย) เพราะ  “Hardly  =  แทบจะไม่”  เป็น  “Negative”  อยู่แล้ว  ไม่สามารถใช้กับ  “Never”  เพราะจะเป็นปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ)

(b) Only once a month    (เพียงเดือนละครั้ง)

(c) Well enough    (ดีเพียงพอ)

(d) Once and for all    (ครั้งเดียวและตลอดไป)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   สำหรับ “Once an for all”  ใช้ดังนี้  คือ

                                         ๑. ครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย  เช่น

  • Let me say, for once and for all, you must not go to the party on Sunday.

(ผมขอบอกนะ  ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเลย  คุณต้องไม่ไปงานเลี้ยงวันอาทิตย์)

                                        ๒. อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย  เช่น

  • For once and for all, I will not go swimming with you.

(แน่นอนเลย  ผมจะไม่ไปว่ายน้ำกับคุณ)

                                         ๓. อย่างถาวร  เช่น

  • The repair will end the leak once and for all.

(การซ่อมจะยุติการรั่วไหล – ของท่อประปา – อย่างถาวร)

  • The President decided that an air strike would destroy the enemy and terminate the war once and for all.

(ท่านประธานาธิบดีตัดสินใจว่า  การโจมตีทางอากาศจะทำลายข้าศึกและยุติสงครามอย่างถาวร)

 

17. I’ll try ______________________________________________________ my best. 

(ผมจะพยายาม _______________________________________________ ให้ดีที่สุด)

(a) to make

(b) to work

(c) to show

(d) to do    (ทำ)

 

18. I prefer her ______________________________________________________ here.

(ผมชอบให้เธอ _____________________________________ อยู่ที่นี่มากกว่า  -  พักที่อื่น)

(a) stayed

(b) had stayed

(c) stay

(d) to stay    (พัก)

 

19. My parents usually listen to the ______________________________________ together. 

(พ่อแม่ของผมฟัง ________________________________________ ด้วยกันเป็นประจำ)

(a) news six o’clock

(b) news at six o’clock

(c) six o’clock news    (ข่าว  ๖  โมง)

(d) news during six o’clock

 

20. He thought that he __________________________________ forgotten to bring his book. 

(เขาคิดว่า  เขา ______________________________________ ลืมนำหนังสือของเขามา)

(a) had

(b) was

(c) has

(d) is

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ใช้ “Past perfect tense”  (Had forgotten)  (Subject + Had + Verb 3)  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยา  “Thought”  (Past tense)  (Subject + Verb 2)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้