หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 33)

Part V : Sentence Completion(ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. You must do according ________________ you are ordered.

(คุณจะต้องทำตาม _________________ คุณถูกสั่ง – ให้ทำ)

(a) to

(b) from

(c) as (ที่)

(d) with

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก “According as” (ตามที่) เป็น “Conjunction” ต้องตามด้วยประโยค {Subject + verb +   (ส่วนขยาย)}   ส่วน “According to” (ตามที่) เป็น “Preposition” ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  ดังตัวอย่าง

      - Everything went according as we have planned.

(= Everything went as we have planned.)

(ทุกสิ่งเป็นไปตามที่เราได้วางแผนไว้)

      - You must tell the story according as it really happened.

(= You must tell the story as it really happened.)

(คุณจะต้องเล่าเรื่องตามที่มันเกิดขึ้นจริงๆ)

      - I like the freedom to organize my day according as I want to.

(= I like the freedom to organize my day as I want to.)

(ผมชอบเสรีภาพ (หรือความไม่มีพิธีรีตอง) ที่จะจัดระเบียบ (หรือจัดตารางทำงาน) ในแต่ละวัน  ตามที่ผมต้องการจะจัด – คือไม่ต้องการให้ใครมาสั่ง)

      - According to Dr. Allen, the cause of death was drowning.

(ตามที่คุณหมอแอลเลนบอก  สาเหตุการตายคือการจมน้ำ)

    - The road was some forty miles long according to my map.

(ถนนยาวประมาณ ๔๐ ไมล์  ตาม (ข้อมูล) แผนที่ของผม)

    - The employees were given tasks according to their skills.

(พนักงานได้รับมอบหมายงานสอดคล้องกับทักษะของพวกเขา)

    - There are 6 classes organized according to age.

(มี ๖ ชั้นเรียน  ซึ่งถูกจัดตามอายุ)

    - Everything went according to plan.

(ทุกสิ่งเป็นไปตามแผน)

(= Everything went according as we have planned.)

    - According to the teacher, there will be an exam next week.

(ตามที่อาจารย์บอก  จะมีการสอบสัปดาห์หน้า)

    - According to the weather forecast, there will be a heavy storm this weekend. (ตามการพยากรณ์อากาศ  จะมีพายุจัดปลายสัปดาห์นี้)

2. There is someone ______________ at the door.

(มีใครบางคน ___________________ ที่ประตู)

(a) knock

(b) knocks

(c) knocking (เคาะ)

(d) knocked

ตอบข้อ (c) เนื่องจากลดรูปมาจาก “who knocks” หรือ “who is knocking” ซึ่งมาจากอนุประโยคเต็มๆ  คือ “who knocks at the door”  หรือ “who is knocking at the door” ในที่นี้ “knocking” เป็น “Present participle” ซึ่งถือเป็นคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง ใช้ขยายข้างหน้า หรือหลังคำนาม บอกให้รู้ว่าคำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ ซึ่งในประโยคข้างบน “ใครบางคนเป็นผู้เคาะประตู”

(ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “Present participle” ในหมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๖ และ ตอนที่ ๘ ข้อ ๘, และ หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๒๐ ข้อ ๒๒)

3. I ________________only one mistake in my last dictation.

(ผม _________________ ผิดเพียงแห่งเดียวในการเขียนตามคำบอกครั้งที่แล้ว)

(a) did

(b) made (ทำ)

(c) wrote

(d) have done

ตอบข้อ (b) “make a mistake” =   ทำผิด  (ดูการใช้ Do และ Make ในหมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๕ ข้อ ๗)

4. The blind _______________ unable to see anything.

(คนตาบอด ____________________ ไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย)

(a) is

(b) are

(c) was

(d) were

ตอบข้อ (b) เนื่องจาก  เป็นการเอา “The” มานำหน้าคำคุณศัพท์ “blind”  ทำให้กลายเป็นคำนาม  หมายถึง “คนตาบอด” ซึ่งถือเป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้กับกริยา  Are” หรือ “Have”  ดังตัวอย่างอื่นๆ เช่น

    - The rich are not always happy.

(คนรวยไม่ได้มีความสุขเสมอไป)

     - The poor have no home to live in.

(คนจนไม่มีบ้านอาศัยอยู่)

     - The deaf hear nothing.

(คนหูหนวกไม่ได้ยินอะไรเลย)

     - In the old days the elderly were taken good care of.

(ในสมัยก่อน  ผู้สูงอายุได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี)

(ดูเพิ่มเติมการใช้ “The” นำหน้าคำคุณศัพท์แล้วกลายเป็นคำนามพหูพจน์  ใน หมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๑๑ ข้อ ๔)

5. I shall complete this work _______________ three days.

(ผมจะทำงานนี้เสร็จสิ้น _____________________ ๓วัน)

(a) for

(b) since

(c) by

(d) in (ใน)

6. The best way to learn a new language is ______________ practice it every day.

(วิธีที่ดีที่สุดที่จะเรียนรู้ภาษาใหม่  คือ _________________ ฝึกฝนมันทุกๆวัน)

(a) by

(b) through

(c) to

(d) from

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นการใช้ “Infinitive with to” (To + Verb) ในที่นี้ คือ to practice” ตามหลัง “Verb to be” (is) ทำหน้าที่เป็น “Complement” ของ Verb to be” และกลายเป็นคำนาม “การฝึกฝน” (ดูรายละเอียดหน้าที่ของ Infinitive with to” ใน หมวดข้อสอบ TOEICตอนที่ ๑๘ ข้อ ๑๖)

7. You will be late ______________ you hurry.

(คุณจะสาย _____________ คุณ ____________  รีบ)

(a) if

(b) because

(c) except

(d) unless (ถ้า....................... ไม่)

ตอบข้อ (d) เนื่องจาก “Unless” = “If not” (ถ้าไม่) แต่ต้องใช้ในรูป “Unless + subject + verb” ทั้งนี้ “Unless” ต้องตามด้วยประโยคบอกเล่าเสมอ เช่น

    - You will fail in the exam unless you work harder.

(คุณจะสอบตกถ้าคุณไม่ขยันให้มากขึ้น)

    - The burglar will come in unless you lock the door.

(โจรย่องเบาจะเข้ามาในบ้าน  ถ้าคุณไม่ล๊อกประตู)

    - Unless you comply to his order, the manager will dismiss you from your job. (ถ้าคุณไม่ทำตามคำสั่งของเขา  ผู้จัดการจะไล่คุณออกจากงาน)

    - Unless she came to my party, I would not invite her again.

(ถ้าเธอไม่มางานเลี้ยงของผม  ผมจะไม่เชิญเธออีก)

8. We’ve lived in this town _________________.

(เราได้อาศัยในเมืองนี้ _________________ )

(a) during six years

(b) since six years

(c) six years ago.

(d) for six years. (เป็นเวลา ๖ ปี)

ตอบข้อ (d) เนื่องจาก “for” + ความยาวของเวลา  ส่วน “Since” (ตั้งแต่) + จุดเริ่มต้นของเวลา เช่น (for a few minutes, for 2hours, for 3 days, for 4 weeks, for 5 months, for 6 years, for a century, for a long/short time, for the whole semester เป็นเวลาทั้งเทอม, for the whole month) (since this morning, since last night, since yesterday, since Monday, since last week/month/year, since (last) January, since noon, since summer/winter, since I was young, since she was in college, since we met last year)

9. Don’t speak to her _________________ that.

(อย่าพูดกับเธอ ____________________ นั้น)

(a) as (ตามที่, ในฐานะ, ในขณะที่)

(b) like (เช่น, แบบ)

(c) alike (เหมือนกัน, คล้ายกัน)

(d) such as (ตัวอย่างเช่น)

ตอบข้อ (b)  ในที่นี้ “Like” เป็น “Preposition” จึงต้องตามด้วยคำนาม หรือ This, That, These, Those” สำหรับ “Alike” (เหมือนกัน, คล้ายกัน, อย่างเดียวกัน) เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  แต่จะใช้ขยายหน้าคำนามไม่ได้  ต้องขยายหลัง “Verb to be”  หรือ กริยาตัวอื่นๆ เช่น

      - Jane and her sister look alike.

(เจนและพี่สาวของเธอมีลักษณะคล้ายกัน)

      - They all looked alike to me.

(พวกมัน – พวกเขา – ทั้งหมดมีลักษณะเหมือนกันสำหรับผม)

      - The Joneses sisters were remarkably alike in appearance.

(พี่สาวน้องสาวตระกูลโจนเซสมีลักษณะรูปร่างท่าทางคล้ายกันอย่างมาก)

      - They behaved alike.

(พวกเขาประพฤติตัวคล้ายๆกัน)

      - They did everything alike.

(พวกเขาทำทุกอย่างเหมือนกัน)

      - The children are all treated alike.

(เด็กทั้งหมดได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน)

      - The strike is damaging to managers and workers alike.

(การหยุดงานทำความเสียหายให้ผู้จัดการและคนงานเหมือนๆกัน)

           สำหรับ “Like” เป็น “Preposition” หมายถึง “เหมือน” ต้องตามด้วย กรรม” (คำนาม) เช่น

       - He is like his father. (เขาเหมือนพ่อ)

       - She sings like a bird. (เธอร้องเพลงเหมือนนก)

       - He looks like Donald Trump. (เขาเหมือนโดนัลด์ ทรัมพ์)

       - I saw a dog like ours on the beach. (ผมเห็นหมาเหมือนของเราที่ชายหาด)

       - They are so close like brothers. (พวกเขาสนิทกันเหมือนพี่น้อง)

       - It tastes like a mango. (มันมีรสชาติเหมือนมะม่วง)

       - You look like you have seen a ghost.

     (คุณมีท่าทางเหมือนเจอผีมา)

       - She has nothing like I imagined. (เธอไม่มีอะไรเหมือนที่ผมคิดไว้เลย)

       - He is like a little baby. (เขาเหมือนกับทารกตัวน้อยๆ)

       - The lake was like a bright blue mirror.

          (ทะเลสาบเหมือนกับกระจกสีน้ำเงินสว่างจ้า)

       - a scream of pain, like a tiny child’s

        (เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด  เหมือนเสียงของเด็กเล็กๆ)

             สำหรับ “As” เมื่อหมายถึง “เหมือน” ต้องตามด้วยประโยค (Subject + verb)   เช่น

        -She sings as a bird does. (เธอร้องเพลงเหมือนนกร้อง)

     - He did as I told him. (เขาทำเหมือนที่ – ตามที่ – ผมบอกเขา)

     - You may do as you like it. (คุณอาจจะทำเหมือนที่ – ตามที่ – คุณชอบมัน)

     - She likes the freedom to dress herself as she wants to.

(เธอชอบเสรีภาพที่จะแต่งตัวเหมือนที่เธอต้องการจะแต่ง)

10. I’ll come back _____________________.

(ผมจะกลับมา _____________________ )

(a) as soon as I am possible

(b) as soon as it can

(c) as quickly as possible

(d) as soon as possible (เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้)

11. It is ____________________.

(มันเป็น _____________________ )

(a) hard work (งานหนัก)

(b) a hard work

(c) work hard

(d) work hardly

ตอบข้อ (a) เนื่องจาก “Work” เมื่อหมายถึง “งาน” ถือเป็นคำนามนับไม่ได้ จึงไม่สามารถใช้ “A” นำหน้าได้

12. ______________ his poor eyesight, he did not pass the medical examination.

(_____________  สายตาที่แย่ของเขา  เขาไม่ผ่านการตรวจทางการแพทย์)

(a) According to (สอดคล้องกับ, ตามที่........ว่าไว้-กล่าวไว้)

(b) Owing to (เนื่องมาจาก)

(c) In spite of (ทั้งๆที่)

(d) In case (ในกรณีที่)

13. I’m sure you enjoy _________________ here.

(ผมมั่นใจว่าคุณต้องสนุกสนานกับการ ___________________ ที่นี่)

(a) live

(b) to live

(c) to living

(d) living (อาศัยอยู่)

ตอบข้อ (d)  ดูกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย “Gerund” (Verb + ing)  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๙ และ ตอนที่ ๖ ข้อ ๒๙)

14. _______________ does he earn his living?

(เขาหาเลี้ยงชีพ _______________ )

(a) What

(b) How (อย่างไร)

(c) Why

(d) Whether

15. He _______________ nothing to me about the money.

(เขาไม่ __________________ อะไรกับผมเกี่ยวกับเรื่องเงิน)

(a) told

(b) said (พูด)

(c) talked

(d) spoke

16. The small ant is _______________ intelligent as the big elephant.

(มดตัวเล็กๆก็ขยัน ________________ กันกับช้างตัวใหญ่ๆ)

(a) very

(b) so

(c) as (เหมือน, เท่า)

(d) such

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก “As…………..as” (........เหมือนกันกับ, ...........เท่ากันกับ) ใช้ได้ทั้งในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ  ส่วน “So…………as” (......... เหมือนกันกับ, ............ เท่ากันกับ) ใช้ในประโยคปฏิเสธพียงอย่างเดียว เช่น

     - He is as clever as his brother.

   (เขาฉลาดเท่าๆกับพี่ชาย)

     - She is not as beautiful as her sister.

   (เธอไม่สวยเท่ากับน้องสาว)

     - Jim was not so hard-working as his colleagues.

   (จิมไม่ขยันเท่าๆกับเพื่อนร่วมงาน)

***** (ห้ามใช้)  We are so diligent as our neighbors.

      (เราเพียรพยายามเท่าๆกับเพื่อนบ้านของเรา)

17. Mrs. Smith is going to _______________for her husband.

(นางสมิธกำลังจะ _________________ ให้สามี)

(a) make tea (ชงชา)

(b) make the tea

(c) make a tea

(d) make teas

18. I’m going to ring ______________ my friend this evening.

(ผมจะโทรศัพท์ _______________ไปหาเพื่อนตอนค่ำวันนี้)

(a) for

(b) on

(c) up

(d) to

ตอบข้อ (c) “Ring up” =   โทรศัพท์

19. Children should not be allowed to ______________ late at night.

(เด็กๆไม่ควรได้รับอนุญาตให้ ____________________ จนดึกในตอนกลางคืน)

(a) watch the television

(b) watch a television

(c) watch televisions

(d) watch television (ดูโทรทัศน์)

20. Please take ______________ your shoes before you come in.

(กรุณาถอดร้องเท้าของคุณ ______________ ก่อนเข้ามาข้างใน)

(a) out

(b) away

(c) after

(d) off (ออก)

ตอบข้อ (d) “Take off” =  ถอด (รองเท้า, หมวก, เสือ้ผ้า, แว่นตา) ออก,  (เครื่องบิน) บินขึ้น, ประสบความสำเร็จหรือเป็นที่นิยมอย่างมาก, เดินทางไป (จากบ้าน) มักในแบบกระทันหันและไม่คาดฝัน, ลบออกไป (รอยเปื้อน, รอยด่าง), หักออกหรือลบออกจากจำนวนเต็ม, พาไปหรือนำไป (โดยผู้ถูกพาไปมักไม่เต็มใจ), ยกเลิก (บริการรถไฟ-รถยนต์), ยกเลิกการแสดง (ละคร)

21. _______________ like to go to the seaside in summer.

(______________  ชอบไปชายทะเลในหน้าร้อน)

(a) Most of people

(b) People most

(c) Almost people

(d) Most people (ผู้คนส่วนมาก)

ตอบข้อ (d) อาจใช้ “Most of the people” ก็ได้

22. If you had locked the back gate properly, the robbers _____________ into the house.

(ถ้าคุณได้ล๊อกประตูหลังอย่างดี – หรือเหมาะสม – พวกโจร _____________  เข้ามาในบ้าน)

(a)  cannot break

(b)   could not be broken

(c)    could not break

(d) could not have broken (ไม่สามารถงัดเข้ามา)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็น “If clause”  แบบที่ ๓ (Past unreal)  (ไม่เป็นจริงในอดีต)  แต่เป็นการสมมติย้อยหลัง ทั้งนี้  ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น คือ “เพราะคุณไม่ได้ล๊อกประตูหลังให้ดี  พวกโจรเลยงัดเข้ามาในบ้าน” “If clause”  ประเภทนี้ ใน  ส่วนของ “If clause”จะใช้รูป “Past perfect tense” (Subject + had + verb 3)   ส่วนในประโยคใหญ่ (Main clause)  จะใช้ “Subject + would (should, could, might) + have + verb 3”  (ดูเพิ่มเติม “If clause” แบบที่ ๓ ใน หมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑ และตอนที่ ๑๗ ข้อ ๒)

23. Wages are paid _______________ the day or week or month.

(ค่าจ้างถูกจ่าย ______________ วัน หรือสัปดาห์ หรือเดือน)

(a) in

(b) on

(c) by (เป็น)

(d) during

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก การใช้แบบ “อัตรา” เช่น  เป็น “วัน-สัปดาห์-เดือน”  “กิโลกรัม”  “ปอนด์”  “เมตร”  “หลา”  “น้ำหนัก”  “ความยาว”  “เวลา” มีหลักว่า ถ้าเป็นคำนามนับได้ (day, week, month, kilogram, pound, meter)  ให้ใช้ “The” นำหน้า  แต่ถ้าเป็นคำนามนับไม่ได้ {weight (น้ำหนัก), length (ความยาว)} ไม่ต้องใช้ “A, An, The”  นำหน้า  แต้ให้ปล่อยว่างไว้ เช่น

      - Eggs are sold by the pound in England.

   (ไข่ถูกขายเป็นปอนด็ (น้ำหนัก) ในประเทศอังกฤษ)

      - Eggs are sold by weight in some countries.

     (ไข่ถูกขายเป็นน้ำหนักในบางประเทศ)

      - The cloth is sold by the meter in Thailand, which means it is sold by length.

(ผ้าถูกขายเป็นเมตรในเมืองไทย  ซึ่งหมายความว่า มันถูกขายเป็นความยาว)

24. Did the man ______________ by the committee accept the job?

(คนที่ได้รับ _______________ โดยคณะกรรมการ  ยอมรับงานหรือเปล่า)

(a) appointing

(b) appointed (แต่งตั้ง)

(c) was appointed

(d) to appoint

ตอบข้อ (b) เนื่องจากลดรูปมาจาก “who was appointed” หรือ “had been appointed (ดูเพิ่มเติมการลดรูปในแบบ “Passive voice”  ใน หมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๒๓)

25. I tried to do the problem _____________ the noise and interruptions.

(ผมพยายามแก้ปัญหา – หรือตอบโจทย์ – _________________   เสียงและการขัดจังหวะ)

(a) because of (เนื่องมาจาก)

(b) in spite of (ทั้งๆที่)

(c) in case of (ในกรณีของ)

(d) according to (สอดคล้องกับ, ตามที่...........ว่าไว้หรือกล่าวไว้)

26. He used ______________ in his track work.

(เขาใช้ ___________________ ในงาน (กีฬา) ประเภทลู่ของเขา – คือในการซ้อมกีฬากระโดดค้ำถ่อ)

(a) the pole which was long twelve feet

(b) the pole which was twelve foot long

(c) a twelve feet pole

(d) a twelve-foot pole (ไม้ค้ำถ่อ หรือ ไม้ยาวเรียว ขนาด ๑๒ ฟุต)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากเมื่อนำ “ขนาด ๑๒ ฟุต” มาขยายหน้านาม “ไม้ค้ำถ่อ” จะต้องใช้รูปเอกพจน์เสมอ (twelve-foot)  ไม่ว่าจะมีปริมาณมากขนาดใดก็ตาม  และต้องมีเครื่องหมาย “Hyphen” (-)  คั่นกลางเสมอระหว่าง “๑๒” กับ “ฟุต”  สำหรับอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถใช้ได้เช่นกัน คือ “the pole which was twelve feet long”

27. He is known ______________ a man who keeps his word.

(เขาเป็นที่รู้จัก _____________________ คนที่รักษาคำพูด)

(a) for

(b) as (ในฐานะ)

(c) in

(d) by

ตอบข้อ (b)  ดูคำอธิบาย “Known as” และ “Known for”  ใน หมวดข้อสอบ Error Detection  ตอนที่ ๑๑ ข้อ ๑๖)

28. There is nothing very ____________ to do in that small town.

(ไม่มีอะไร ______________ สุดๆ  ให้ทำในเมืองเล็กๆแบบนั้น)

(a) enjoy

(b) enjoyed

(c) enjoyable (น่าสนุก, น่าเพลิดเพลิน)

(d) enjoying

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องเป็นคำคุณศัพท์ โดยลดรูปมาจาก “……nothing which is very enjoyable” หรือสังเกตจากมีกริยาวิเศษณ์ (very) มาขยายข้างหน้า    

29. At one o’clock Mr. Taylor will close his shop and go out to have _________ .

(เมื่อเวลา บ่ายโมง มิสเตอร์เทเลอร์จะปิดร้านและออกไปข้างนอกเพื่อกิน _____________ )

(a)   a lunch

(b)  the lunch

(c) lunch (อาหารเที่ยง)

(d) lunches