หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 31)

Part V : Sentence Completion(ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. It is not safe to go round a bend at a ____________ speed.

(มันไม่ปลอดภัยที่จะขับรถตรงทางโค้งด้วยความเร็ว ________________ )

(a) quick (เร็ว)

(b) fast (เร็ว)

(c) high (สูง)

(d) rapid (เร็ว)

ตอบข้อ (c) (“at a high speed” =  ด้วยความเร็วสูง)  สำหรับวลีที่ใช้กับ “AT” ได้แก่“sit at a table”(นั่งที่โต๊ะ)  “land at a small airport”(ร่อนลงที่สนามบินเล็กๆ)  “at both ends”(ที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง)  “a knock at the door”(การเคาะที่ประตู)  “at a beach club” (ที่สโมสร ณ ชายหาด) “at a funeral” (ที่งานศพ) “at a press conference” (ที่การให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์) “at a high school dance” (ที่งานเต้นรำของโรงเรียน) “at the office” (ณ ที่ทำงาน)at breakfast”(เมื่อเวลาอาหารเช้า)  “to stare at a garage roof” (จ้องมองไปที่หลังคาโรงรถ) “to wave down at him” (โบกมือให้เขา) “to throw petals at his car”(โยน – โปรย – กลีบดอกไม้ที่รถของเขา)   “at a distance”  (ในระยะไกล)  “at 10:00 a.m.”(ตอน ๑๐ โมงเช้า)  “at dawn” (ตอนรุ่งอรุณ) “at once”(โดยทันทีทันใด)  “at a later stage” (ในระยะหรือขั้นตอนต่อไป) “at a time of high unemployment”(ณ ช่วงเวลาที่มีการว่างงานสูง) “to start work at sixteen” (เริ่มทำงานตอนอายุ ๑๖) “to die at eighty-three”  (ตายเมื่ออายุ ๘๓)  “to grow at an astonishing rate” (เติบโตในอัตราที่น่าพิศวง)  “to buy or sell it at $ 100”(ซื้อหรือขายที่ราคา ๑๐๐ เหรียญ)  “at 100 miles per hour” (ที่ ๑๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)  “the radio playing at full volume” (วิทยุเปิดสุดเสียง)  “to set a pass mark at 60 percent” (ตั้งคะแนนผ่านที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์) “to work harder at his thesis”(ขยันมากขึ้นกับวิทยานิพนธ์)  “to aim at bringing down the inflation rate” (มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ)  “to go at the invitation of his neighbors” (ไปเพราะการเชื้อเชิญของเพื่อนบ้าน) “to leave at the director’s command” (จากไปเพราะคำสั่งของผู้อำนวยการ) “to remain at liberty” (ยังคงมีอิสรเสรี) “to be at war”(ทำสงคราม)  “to put his life at risk” (ทำให้เขาต้องเสี่ยงชีวิต)  “to read at random”(อ่านแบบสุ่มๆ – คือไม่เฉพาะเจาะจง)at gun point” (โดยเอาปืนจี้หัว)  “to fly at their expense”(บินไปโดยค่าใช้จ่ายของพวกเขา)  “to be at her best”(อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเธอ)  “at a guess”(โดยการเดาหรือทาย)  at a rough estimate”(โดยประมาณการอย่างคร่าวๆ)  “good at swimming”(ว่ายน้ำเก่ง)  “clever at mathematics” (เก่งคณิตศาสตร์)  “bad at cooking”(ปรุงอาหารไม่เก่ง)  “an expert at shooting”(เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการยิงปืน)  “be delighted at the success(ปลาบปลื้ม-ยินดี กับความสำเร็จ) “feel sorry at his dismissal” (รู้สึกเสียใจกับการถูกไล่ออกของเขา) “feel glad at a new job”(รู้สึกดีใจกับงานใหม่)  “at first” (ในตอนแรก)  “at last” (ในที่สุด)  “at the same address” (ณ ที่อยู่เดิม) “at 33 Albert Street” (บ้านเลขที่ ๓๓ ถนนอัลเบิร์ต)  “at the hairdresser’s” (ที่ร้านทำผม)  “at church” (ที่โบสถ์ – ไปทำพิธี)  “at home” (ที่บ้าน) “at work” (ที่ทำงาน)  “at school” (ที่โรงเรียน) “at college” (ที่มหาวิทยาลัย)  “arrive at the airport” (มาถึงที่สนามบิน) “at night” (ตอนกลางคืน)  “at Easter” (ช่วงเทศกาลอีสเตอร์) “at the weekend” (ตอนสุดสัปดาห์)  “I don’t understand it at all” (ผมไม่เข้าใจมันเลย)

2. He said that he ____________ her.

(เขาพูดว่าเขา _________________ เธอ)

(a) has helped

(b) will help

(c) would help (จะช่วย)

(d) is going to help

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นการใช้ “Tense”  ให้สอดคล้องกัน คือ กริยาของประโยคใหญ่ เป็น “Past tense” (said)  ส่วนกริยาในประโยคย่อยเป็น“Past future” (would help) ส่วนคำตอบในข้ออื่นๆ เป็น “Present”  ทุกข้อ กล่าวคือ “has helped” (Present perfect tense),  “will help” (Present future tense)  และ“is going to help” (Present continuous tense)  แสดงอนาคต

3. My mother is _______________.

(แม่ของผม ________________  )

(a) fourty years of age

(b) fourty years old

(c) forty years

(d) forty (อายุ ๔๐)

ตอบข้อ (d)  ทั้งนี้ อาจพูดแบบอื่นก็ได้ เช่น “She is forty years old.”  “She is forty years of age.”  “She is a forty-year-old woman.”  “Her age is forty.”  และ “She is forty.” สำหรับคำว่า “fourty” เป็นการใช้คำที่ผิด

4. Do you mind ______________ for me this time?

(คุณรังเกียจที่จะ _________________ สำหรับผมไหม คราวนี้)

(a) pay

(b) paying (จ่ายเงิน, ออกเงิน, จ่ายค่าอาหาร)

(c) to pay

(d) to paying

ตอบข้อ (b) เนื่องจากหลังกริยา “Mind” ต้องตามด้วย “Gerund” (Verb + ing)  (ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย “Gerund”  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๙ และ ตอนที่ ๖ ข้อ ๒๙)

5. That is the highest tree I have _____________ seen in my life.

(นั่นเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดที่ผม _________________ เห็นในชีวิต)

(a) ever (เคย)

(b) never (ไม่เคย)

(c) been

(d) certainly (อย่างแน่นอน)

6. There are two temples and _____________ of them are Thai style.

(มีวัด ๒ วัด และ __________________ เป็นแบบทรงไทย)

(a) one

(b) all

(c) both (ทั้งคู่)

(d) each

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก  ใช้กับ “จำนวน ๒”  สำหรับ “All”  ใช้กับจำนวนตั้งแต่ ๓ ขึ้นไป  ส่วน ข้อ (a)  และ (d) ถ้าจะใช้ ต้องแก้ข้อความเป็น “one หรือ each of them is Thai style

7. I bought _____________ yesterday.

(ผมซื้อ ___________________ เมื่อวานนี้)

(a) a trouser

(b) a trousers

(c) a pair of trousers (กางเกงขายาว ๑ ตัว)

(d) the trouser

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเครื่องแต่งกายที่มี ๒ ขา เช่น กางเกงขาสั้น-ขายาว ถ้าจะนับเป็นตัวๆ ต้องใช้ “Pair” (คือ คู่หนึ่ง หมายถึง ๑ ตัว)  เสมอ  ยกเว้นไม่ระบุจำนวน  ก็ไม่ต้องใช้  (ดูเพิ่มเติมการใช้คำนามที่ถือเป็นพหูพจน์เสมอ ประเภท เครื่องแต่งกาย  ของใช้ และเครื่องมือ  ใน หมวดข้อสอบ  Error Detection  ตอนที่ ๙ ข้อ ๒๖)

8. Silver is _____________ gold.

(เงินมี _____________________ ทอง)

(a) valuable less than

(b) more valuable than (ค่ามากกว่า)

(c) less valuable than (ค่าน้อยกว่า)

(d) valuable more than

(e) as valuable as (ค่าเท่ากัน, ค่าเท่ากับ)

ตอบข้อ (c)  ต้องเรียงคำในแบบข้อ (b) (c) และ (e)

9. Do you come to school ________________?

(คุณมาโรงเรียนโดย _________________ ใช่ไหม)

(a) by foot

(b) with foot

(c) on foot (ทางเท้า, เดินมา)

(d) by feet

ตอบข้อ (c) เนื่องจากต้องใช้รูปแบบนี้  หรืออาจใช้ “by walking”  แทนก็ได้

10. The ____________ month of the year is called December.

(เดือน ____________________ ของปี ถูกเรียกว่าเดือนธันวาคม)

(a) twelve (๑๒)

(b) twelveth

(c) twelvth

(d) twelfth (ที่ ๑๒)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากหมายถึง “ลำดับที่ ๑๒” สำหรับข้อ (b) และ (c) ไม่มีใช้

11. My sister got home ___________ ago.

(น้องสาวของผมกลับถึงบ้าน ____________________ ที่ผ่านมา)

(a) a half of hour

(b) an hour’s half

(c) half an hour (ครึ่งชั่วโมง)

(d) a half hour

ตอบข้อ (c) ต้องใช้รูปแบบนี้เสมอ

12. I have drunk _____________ today.

(ผมได้ดื่ม ____________________ วันนี้)

(a) two beer-bottles (ขวดเบียร์ ๒ ใบ)

(b) two bottles beer

(c) beer two bottles

(d) two bottles of beer (เบียร์ ๒ ขวด)

13. This road _____________ to Chiengrai.

(ถนนสายนี้ ______________________ สู่เชียงราย)

(a) leads (นำไปสู่)

(b) go (ไป)

(c) runs

(d) is

ตอบข้อ (a)  ทั้งนี้  สามารถใช้ข้อ (b) ได้  แต่ต้องแก้เป็น “goes” เนื่องจาก  road” เป็นคำเอกพจน์

14. Bill is ____________ on tennis than his elder brother.

(บิล ___________________ กับกีฬาเทนนิสกว่าพี่ชายของเขา – คือสนใจกับเทนนิส มากกว่าพี่ชายเยอะเลยทีเดียว)

(a) very keen

(b) more keener

(c) much keener (ขะมักเขม้นมากกว่า มากมาย)

(d) more keener

ตอบข้อ (c) ต้องใช้ “keener” เนื่องจากเป็นคำพยางค์สั้น  ส่วนคำว่า “มาก” ที่จะมาขยายคำคุณศัพท์ “ขั้นกว่า” มี ๒ คำ คือ “much” และ “far” (ห้ามใช้ “very”) เช่น “much bigger” (ใหญ่กว่ามาก)  “much older” (แก่กว่ามาก) “much more important”  (สำคัญกว่ามาก)  “far smaller” (เล็กกว่ามาก)  “far thinner” (ผอมหรือบางกว่ามาก)  “far more beautiful” (สวยกว่ามาก)

        แต่ถ้าต้องการจะบอกว่า “ร้อนกว่าเล็กน้อย”  ให้ใช้รูป “a little hotter”  “a bit hotter”  หรือ “a little bit hotter

(ดูเพิ่มเติมการเปรียบเทียบคุณศัพท์ “ขั้นกว่า” (Comparative degree)  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๓)

15. I got married ____________ the age of thirty.

(ผมแต่งงาน _______________________ อายุ ๓๐)

(a) in

(b) at (เมื่อ)

(c) during

(d) when

ตอบข้อ (b) หรืออาจใช้ “at thirty” หรือ “when I was thirty” หรือ when I was thirty years old

16. Don’t leave the children alone ____________ ; he’ll be afraid.

(อย่าทิ้งเด็กไว้ ________________ ตามลำพัง (เพราะว่า) แกจะกลัว)

(a) in a dark

(b) in the dark (ในที่มืด)

(c) in darkness

(d) in the darkness

ตอบข้อ (b) ต้องใช้รูปนี้เสมอ

17. He has wasted ______________.

(เขาได้ใช้ ___________________ ไปโดยเปล่าประโยชน์)

(a) many times

(b) much times

(c) many time

(d) much time (เวลามากมาย)

ตอบข้อ (d)  ส่วน “times” หมายถึง “หลายครั้งหลายหน” หรือ “ยุคสมัย

18. Here ________________ from Tokyo.

(นี่ ____________________ จากโตเกียว)

(a) is an interesting news

(b) are interesting news

(c) is an interesting item of news (หัวข้อข่าวที่น่าสนใจหัวข้อหนึ่ง)

(d) are some interesting news item

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก “News” เป็นนามเอกพจน์ นับไม่ได้ จึงไม่สามารถใช้  “A หรือ “Are” นำหน้าได้  ต้องใช้กับ “Item”  เพื่อแสดง “หมวดหมู่” หรือ “จำนวนชิ้นข่าว” เสมอ สำหรับข้อ (d) ก็ใช้ได้ แต่ต้องแก้เป็น “items” เนื่องจากใช้กับ “are  คือ มีหลายหัวข้อข่าว (news items = items of news)

19. _____________ blind can see nothing.

(___________________  ตาบอดไม่สามารถมองเห็นอะไร)

(a) The (คน)

(b) A

(c) All

(d) Every

ตอบข้อ (a) เนื่องจากเป็นการใช้ “The” นำหน้าคำคุณศัพท์  หมายถึง “บุคคลประเภทนั้นๆ” เช่น “the blind” (คนตาบอด)  “the deaf” (คนหูหนวก)  “the dumb” (คนเป็นใบ้)  “the rich” (คนรวย)  “the poor” (คนจน)  ฯลฯ  (ดูเพิ่มเติมเรื่องนี้ใน หมวดข้อสอบ Error Detection  ตอนที่ ๑๑ ข้อ ๔)

20. Is there anything wrong ______________ your car?

(มีอะไรผิดปกติ ___________________ รถของคุณหรือ)

(a) in

(b) about

(c) of

(d) with (กับ)

21. If he had not given me advice, I ____________ again.

(ถ้าเขามิได้ให้คำแนะนำแก่ผม  ผม __________________ อีกครั้งหนึ่ง)

(a) would fail

(b) would be failed

(c) wouldn’t fail

(d) would have failed (คงจะล้มเหลวไปแล้ว)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็น “If clause” แบบที่ ๓ (Past unreal)  คือเหตุการณ์มิได้เกิดขึ้นจริง  แต่เป็นการมาสมมติย้อนหลัง  ทั้งนี้ ความหมายของประโยคข้างบน คือ  “เพราะว่าเขาให้คำแนะนำแก่ผม  ผมจึงไม่ต้องล้มเหลวอีกครั้ง”  (ดูเพิ่มเติมการใช้ “If clause” ประเภทนี้ ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑ และ ตอนที่ ๑๗ ข้อ ๒)

22. The director took two hours ________________.

(ผู้อำนวยการใช้เวลา ๒ ชั่วโมง _____________________ )

(a) explaining us the new plan

(b) to explain us the new plan

(c) explaining the new plan to us

(d) to explain the new plan to us (ในการอธิบายแผนการใหม่ให้พวกเราฟัง)

ตอบ – ข้อ (d) เนื่องจาก {take +  “เวลา”  + to + verb 1} สำหรับข้อ (b) ไม่มีการใช้โครงสร้างแบบนี้

23. My father comes here ____________ .

(พ่อของผมมาที่นี่ _____________________ )

(a) every another day

(b) every another days

(c) every other day (วันเว้นวัน)

(d) every other days

24. _____________ your examination, you must work harder.

(_________________  การสอบของคุณ  คุณจะต้องขยันมากขึ้น)

(a) Passing

(b) To pass (เพื่อที่จะผ่าน)

(c) Having passed

(d) Passed

ตอบข้อ (b) (ดูเพิ่มเติมการใช้ “Infinitive with to” (To + Verb) ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๘ ข้อ ๑๖)

25. I can’t go with you because I am busy ___________ for my examination.

(ผมไม่สามารถไปกับคุณ  เพราะผมมีธุระยุ่งกับ ___________ สำหรับการสอบ)

(a) prepare

(b) to prepare

(c) preparing (การเตรียมตัว)

(d) prepared

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก คำคุณศัพท์ “Busy” + Gerund (Verb + ing)   (ดูเพิ่มเติม การใช้ “Gerund” (Verb + ing) ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๙ ข้อ ๗ แบบฝึกหัด “เลือกคำเติมประโยคให้สมบูรณ์)

26. My mother usually gets up _______________.

(แม่ของผมมักตื่นนอนตอน _________________ เสมอ)

(a) early morning

(b) in the morning

(c) morning early

(d) early in the morning (เช้าตรู่)

ตอบข้อ (d) ต้องใช้รูปแบบนี้  ส่วนข้อ (b) ไม่จำเป็นต้องบอก