หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 3)

                        

               

                         

Part V : Sentence Completion (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence (จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1.  The annual conference will take place _____________ June. (การประชุมประจำปีจะเกิดขึ้น _________  เดือนมิถุนายน)

     (a)  on

     (b) at

     (c)  in

    (d) of

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) ใช้ preposition “in”  กับ “เดือน

2.  All employees ____________ to attend next Monday’s staff meeting. (ลูกจ้างทุกคน __________ เข้าร่วมการประชุมพนักงานในวันจันทร์หน้า)

     (a)  encourage (กระตุ้น, ส่งเสริม, ให้กำลังใจ)

     (b) will encourage

     (c)  are encouraging

     (d) are encouraged (ได้รับการกระตุ้น)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d)  เนื่องจากอยู่ในรูป “passive voice”  ประธานประโยคเป็นพหูพจน์และเป็นผู้ถูกกระทำ “ถูกกระตุ้น  แต่ถ้าจะใช้เป็น “future tense”   จะต้องเป็น “will be encouraged” (จะได้รับการกระตุ้น)

3.  We will have to ___________ strictly to meet expenses this month. (เราจำเป็นจะต้อง __________  อย่างเข้มงวดเพื่อให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในเดือนนี้)

     (a)  economy (เศรษฐกิจ, การประหยัด)

     (b) economize (ประหยัด, กระเหม็ดกระแหม่, ไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย)

     (c) economical (ซึ่งประหยัด)

     (d) economist (นักเศรษฐศาสตร์)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) หลัง “have to” (จำเป็นต้อง)  ต้องเป็นกริยาช่องที่ ๑ ส่วนข้อ (a)  และ  (d) เป็นคำนาม  สำหรับข้อ (c)  เป็นคำคุณศัพท์

4. We will need to think _____________ in order to find a good solution to this problem. (เราจำเป็นจะต้องคิด ___________  เพื่อจะหาทางแก้ปัญหาที่ดีต่อปัญหานี้)

     (a)  creative (ซึ่งสร้างสรรค์)

     (b)  creatively (อย่างสร้างสรรค์)

     (c)  created (สร้าง)

    (d) creator (ผู้สร้าง)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b)  เนื่องจากขยายกริยา “think”  จึงต้องเป็นกริยาวิเศษณ์ “adverb”

5. We ___________ each staff member to do his or her part to get this project completed on time. (เรา __________   พนักงานแต่ละคนให้ทำงานในส่วนของเขาหรือเธอเพื่อให้โครงการนี้แล้วเสร็จทันเวลา)

     (a) expect (คาดหวัง)

     (b) expel (ขับไล่, ขับออก, ตัดออกจากการเป็นสมาชิก)

     (c)  expend (ใช้หมด, ใช้เกลี้ยง, ใช้จ่าย, จ่ายเงิน)

     (d) expedite (เร่ง, กระตุ้น, ทำให้เร็วขึ้น, จัดการให้เสร็จอย่างรวดเร็ว, ส่งไป)

หมายเหตุ  - ตอบข้อ (a)  เพราะได้ใจความดีที่สุด คือ “คาดหวังให้ทำงานในส่วนที่ตนรับผิดชอบ

6. The final report should be sent ____________ the company’s main office before the end of the month. (รายงานฉบับสุดท้ายควรถูกส่ง ___________  สำนักงานใหญ่ของบริษัทก่อนสิ้นเดือน)

     (a)  in

     (b) on

     (c)  to

     (d) at

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c)  เนื่องจาก “ถูกส่งไปยัง”  ต้องใช้  “sent to

7. This office is expensive, but it’s ____________ than our old office. (สำนักงานนี้มีราคา (ค่าเช่า) แพง  แต่ว่ามัน ___________  กว่าสำนักงานเก่าของเรา)

    (a) space (อวกาศ, ที่ว่าง, ที่ว่างเปล่าในท้องฟ้า, ช่องว่างระหว่างบรรทัด, ระยะห่าง, เว้นระยะ)

    (b) spacious (มีเนื้อที่มาก, กว้างขวาง)

    (c) more spacious (กว้างขวางมากกว่า)

    (d) most spacious (กว้างขวางที่สุด)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบขั้น “กว่า” (comparative)  สังเกตได้จาก    than  และเนื่องจาก  “spacious”  เป็นคำพยางค์ยาว  จึงต้องใช้ “more”   นำหน้า

8. He will call you as soon as he ___________ . (เขาจะโทรฯหาคุณในทันทีที่เขา  ___________.

    (a) arrive

    (b) arrives (มาถึง)

    (c) arrived

    (d) will arrive

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) เนื่องจากประโยคนี้มีประโยคใหญ่ (main clause)  “He will call you”)  เป็น  “future tense” ดังนั้น ประโยคย่อย (subordinate clause) “as soon as he arrives”  จึงต้องอยู่ในรูป “present simple tense  นอกจากนั้น  หลังคำ “as soon as”  “before”  “after”  “when”   ไม่นิยมใช้ประโยคเป็นรูป  “future tense”   แต่ใช้เพียง “simple tense”  เท่านั้น  ส่วนจะเป็น “present simple”   หรือ  “past simple”  ให้ดูที่กริยาในประโยคใหญ่เป็นหลัก เช่น

-         He will call you as soon as he arrives. (เขาจะโทรมาหาคุณทันทีที่เขามาถึง)

-         He would call you as soon as he arrived.

-         I will take a walk before I go to work. (ผมจะเดินออกกำลังก่อนไปทำงาน)

-         I would take a walk before I went to work.

-         She will come to see me after she finishes her work. (เธอจะมาเยี่ยมผมหลังจากเธอทำงานเสร็จ)

-         She would come to see me after she finished her work.

-         They will go swimming when they have time. (พวกเขาจะไปว่ายน้ำเมื่อพวกเขามีเวลา)

-         They would go swimming when they had time.

9. The board of directors agreed ___________ Mrs. Caroline’s contract for another year. (คณะกรรมการบอร์ดตกลงที่จะ ___________  สัญญาของมิสซิสแคโรลีนออกไปอีกปีหนึ่ง)

     (a)  renew

     (b) renewing

     (c)  to renew (ต่ออายุ)

     (d) will renew

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เนื่องจาก “agree”  เมื่อตามด้วยคำกริยา จะต้องอยู่ในรูป “infinitive with to”   คือ “verb”  ที่มี  “to”  นำหน้า  กล่าวคือ คำกริยาที่ตามหลังคำกริยาต่อไปนี้  จะต้องตามด้วย  “to + verb ช่องที่  1”  ได้แก่  expect (คาดหวัง)   refuse (ปฏิเสธ)  promise   (สัญญา)  offer (เสนอ)  hope (หวัง)  want (ต้องการ)  plan (วางแผน)  dare (กล้า)  need  (ต้องการ, จำเป็น) fail (ล้มเหลว, ไม่สามารถ)  claim (อ้าง)  hesitate (รีรอ, ลังเลใจ)  demand  (เรียกร้อง, ต้องการ)  wish (ปรารถนา)  agree (ตกลง, เห็นพ้อง)  determine (มุ่งมั่น, ตั้งใจ)  intend (ตั้งใจ)  decide (ตัดสินใจ)  seem (ดุเหมือนว่า)  resolve (ตัดสินใจ)  pretend (แสร้งทำ)  tend (มักจะชอบ)  come (มา)  happen (บังเอิญ)  hurry (รีบเร่ง)  prove (พิสูจน์)  ask  (ร้องขอ)  care (เอาใจใส่, สนใจ)  choose (เลือก)  beg (ขอร้อง)  manage (สามารถ, จัดการ)  afford (มีฐานะพอ)  appear (ปรากฎว่า)  arrange (จัดแจง, เตรียมการ)  ตัวอย่างประโยค  เช่น

-         She promised to come. (เธอสัญญาว่าจะมา)

-         He asked to go to the party. (เขาขอร้องจะไปงานเลี้ยง)

-         They failed to pass the exam. (พวกเขาไม่สามารถสอบผ่าน)

-         We expected to finish our work on time. (เราคาดหวังว่าจะทำงานเสร็จทันเวลา)

-         He hopes to win the contest. (เขาหวังจะชนะการแข่งขัน)

-         She offered to take care of my children when I was away. (เธอเสนอที่จะดูแลลูกๆของผมเมื่อผมไม่อยู่)

-         They pretended to sleep when I came in. (พวกเขาแสร้งทำเป็นหลับเมื่อผมมาถึง)

-         He managed to pay the rent before the end of the month. (เขาสามารถจ่ายค่าเช่าก่อนสิ้นเดือน)

-         She afforded to buy a luxurious car. (เธอมีเงินพอจะซื้อรถคันหรู)

-         We decided to go skiing last winter. (เราตัดสินใจไปเล่นสกีฤดูหนาวปีที่แล้ว)

-         If you happen to pass by, please call me. (ถ้าคุณบังเอิญผ่านมา (ที่เมืองนี้)  โปรดโทรฯมาหาผมด้วย)

-         He plans to study in the U.S. (เขาวางแผนที่จะไปเรียนในอเมริกา)

-         She wanted to marry a wealthy man. (เธอต้องการจะแต่งงานกับชายที่ร่ำรวย)

-         They refused to come to his party. (พวกเขาปฏิเสธที่จะไปงานเลี้ยงของนายคนนั้น)

                  นอกจากนั้น  กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง (บุคคลหรือสิ่งของ) ของคำกริยาต่อไปนี้  จะต้องเป็นรูป  infinitive  with to”  เสมอ  ได้แก่  cause  force  compel  invite  advise  instruct  persuade  allow  permit  encourage  press  warn  order  request  tempt  teach  tell  oblige     ตัวอย่างประโยค เช่น

-         We ordered him to leave. (เราสั่งให้เขาไปซะ)

-         She forced her servant to finish the work by noon. (เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

-         They invited her to go to their party. (พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

-         The teacher instructed him to study hard. (ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

-         I told him to play outside. (ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

-         She taught him (how) to cook. (หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

-         We encouraged her to fight against cancer. (พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

-         The flood caused the train to move slowly. (น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

-         She requested him to buy her a new dress. (เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

-         The manager advised his staff to work harder. (ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

10. Both breakfast ___________ lunch are served in the company cafeteria. (ทั้งอาหารเช้า ___________  อาหารกลางวันได้รับการเสิร์ฟในโรงอาหารของบริษัท)

      (a) but (แต่)

      (b) or (หรือ)

      (c) either (อย่างใดอย่างหนึ่ง)

      (d) and (และ)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d)  เนื่องจากเป็นการใช้คำคู่  เช่น  “both……and…..” (ทั้ง.......และ.....)  “either……or…..” (....... หรือ....... คนใดคนหนึ่ง)  “neither……nor…..” (ไม่ทั้ง.......และ..........)  “not only…… but also……” (ไม่เพียงแต่......... แต่...........ด้วย)  เช่น

-         Either John or his sister will come to my party. (จอห์นหรือน้องสาวของเขาคนใดคนหนึ่ง – ระหว่างเขากับน้องสาว – จะมางานเลี้ยงของผม)

-         Neither you nor I can achieve the goals. (ไม่ทั้งคุณและผมสามารถบรรลุจุดหมาย – คือทั้งคุณและผมไม่สามารถบรรลุจุดหมาย)

-         Not only Peter but also Frank passes the test. (ไม่เพียงแต่ปีเตอร์แต่ยังแฟร้งค์อีกด้วยที่ผ่านการสอบ – คือสอบผ่านทั้ง ๒ คน)

-         Both Mary and her sister have divorced their husbands. (ทั้งแมรี่และพี่สาวของเธอได้หย่าร้างกับสามี)

11. The new company headquarters is __________ Robson Street. (สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัทอยู่ _____________ ถนนร๊อบสัน)

       (a) on

       (b) at

       (c) in

       (d) to

หมายเหตุ – ตอบข้อ (a)  อยู่ที่ถนนอะไร  ให้ใช้  “on

12. Everybody employed by this office _________ a professional degree. (ทุกคนที่ถูกจ้างโดยสำนักงานแห่งนี้ ____________  ปริญญาด้านอาชีพ – ที่ชำนาญเฉพาะทาง)

      (a) has (มี)

      (b) have

      (c) to have

      (d) is having

หมายเหตุ – ตอบข้อ (a)  เนื่องจากประธานของประโยคคือ “everybody” เป็นเอกพจน์  กริยาจึงต้องใช้  “has  ส่วน  “employed by this office” เป็นส่วนขยายประธาน  สำหรับ “a professional degree”  เป็นกรรมของกริยา  “has”

13. Dr. Smith, ________ book I just showed you, works as a professor in an outstanding university. (ด็อกเตอร์สมิธ,  ผู้ซึ่งหนังสือ ____________   ผมเพิ่งจะแสดงให้คุณดู, ทำงานเป็นศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง)

     (a)  who (ผู้ซึ่ง)

     (b) whom

     (c)  whose (ของเขา)

     (d) that (ผู้ซึ่ง, ที่, ซึ่ง)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c)  เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของ “หนังสือของเขา

14. You can expect _________ your first paycheck before the end of your first month of employment. (คุณสามารถคาดหวังจะ ____________   เช็คเงินเดือนใบแรกของคุณก่อนสิ้นเดือนแรกของการว่าจ้างงาน)

     (a)  receive

     (b) receiving

     (c)  to receive (ได้รับ)

     (d) recipient (ผู้รับ)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c)  เนื่องจากกริยาที่ตามหลังกริยา  “expect”  ต้องอยู่ในรูป “infinitive with to”  คือ verb  ช่องที่ ๑ ที่มี  “to”  นำหน้า  สำหรับกริยาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับ  “expect”  และต้องตามด้วย  “to + verb 1”   ให้ดูในข้อ ๙ ของแบบทดสอบนี้

15. We are looking for ways to reduce expenses _________ our financial situation is not good. (เรากำลังหาวิธีลดค่าใช้จ่าย __________  สถานการณ์ทางการเงินของเราไม่ค่อยดี)

     (a)  but (แต่)

     (b) or (หรือ)

     (c)  although (แม้ว่า)

    (d)  because (เพราะว่า)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d)   เนื่องจากข้อความในประโยคใหญ่ “เรากำลังหาวิธีลดค่าใช้จ่าย” เป็นเหตุเป็นผลกับข้อความในประโยคย่อย  “เพราะว่าสถานการณ์ทางการเงินไม่ค่อยดี  กล่าวคือ  “หาวิธีลดค่าใช้จ่าย” เป็นผลลัพธ์  ส่วน  “สถานการณ์ทางการเงินไม่ดี”  เป็นสาเหตุ

16. It is important to dress _________ when going on a job interview. (มันสำคัญที่จะแต่งตัว ____________  เมื่อไปสัมภาษณ์งาน – ที่ตนสมัคร)

      (a) professor (ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย)

      (b) profession (อาชีพ, วิชาชีพ, การประกาศความศรัทธาหรือความนับถือในศาสนา)

      (c) professional (เกี่ยวกับอาชีพ, เหมาะสมกับอาชีพ, ชำนาญ, เชี่ยวชาญ, ผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ)

       (d) professionally (อย่างเหมาะสมกับอาชีพ)

หมายเหตุ – ตอบข้อ  (d) เนื่องจากขยายกริยา “dress”   จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์ (adverb)

17. The old house on the corner is _________ down and needs some serious repair  work. (บ้านหลังเก่าที่มุมถนน ___________  ลง  และต้องการงานซ่อมแซมอย่างจริงจัง)

     (a)  falls (พัง, ตก, ร่วง, หล่น, ล้ม, ลด, ถอย, เสื่อม, การตก-ร่วง-หล่น-ล้ม-ลด-ถอย)

     (b) fell

     (c)  falling (กำลังพังหรือล้ม)

    (d) fallen

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เนื่องจากประโยคนี้อยู่ในรูป “present continuous tense (is, am, are + V. ing)    และเป็นประโยค “active voice”  ซึ่งประธานของประโยค the old house”  สามารถ “พังหรือล้ม” ได้เอง

18. The _________ of our manufacturing process has saved the company a lot of  money. ( ____________ ของขบวนการผลิตของเราช่วยประหยัดเงินให้บริษัทมากมาย)

     (a)  simplify (ทำให้ง่ายขึ้น, ทำให้ไม่ยุ่งเหยิง, ทำให้เข้าใจง่าย, ทำให้ชัดเจน)

     (b)  simplification (การทำให้ง่ายขึ้นหรือไม่สลับซับซ้อน)

     (c)  simple (ง่ายๆ, ไม่ยุ่งยาก, ไม่สลับซับซ้อน, เข้าใจง่าย, ชัดแจ้ง, ถ่อมตัว, เซ่อๆ, ขาดประสบการณ์หรือความรู้)

     (d) simply (อย่างง่ายๆ, อย่างไม่ยุ่งยาก, อย่างไม่สลับซับซ้อน, เพียงเท่านั้นเอง, ตรงไป     ตรงมา, อย่างไม่มีเล่ห์เหลี่ยม)

หมายเหตุ  - ตอบข้อ (b)  เนื่องจากเป็นประธานของประโยค  จึงต้องเป็นคำนาม (noun)  สังเกตได้อีกอย่างคือ  หลัง “article”  (a, an, the)  ต้องเป็นคำนามเสมอ  สำหรับกริยาคือ   “has saved”  ส่วน  “of our manufacturing process”  เป็นส่วนขยายประธาน  สำหรับข้อ (a) เป็นคำกริยา  ข้อ  (c) เป็นคำคุณศัพท์   และข้อ (d)  เป็นกริยาวิเศษณ์

19. They prohibit _________ in any part of the building or grounds. (พวกเขาห้าม  ___________ ในส่วนใดๆของอาคารหรือพื้นดิน)

       (a) smoke

       (b) to smoke

       (c) smoking (การสูบบุหรี่)

       (d) will smoke

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เนื่องจากคำกริยาที่ตามหลังกริยา “prohibit”  จะต้องอยู่ในรูป gerund  คือ V.+ ing สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย “gerund” (V + ing)  ได้แก่  avoid  consider suggest  enjoy  finish  appreciate (ยกย่อง, เห็นคุณค่า)  allow  permit  postpone (เลื่อนออกไป)  practice  prohibit (ห้าม)  mind (รังเกียจ)  deny (ปฏิเสธ)  resist (ยับยั้ง, ระงับ)  recall (นึกได้, ระลึกได้)  resent (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ)  cannot stand  (ทนไม่ได้)  admit  delay  confess  imagine  cannot help (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้)  excuse  forgive  dislike (ไม่ชอบ)  miss (พลาดโอกาส)  ตัวอย่างประโยค  เช่น

-         She enjoys reading novels. (เธอสนุกสนานกับการอ่านนวนิยาย)

-         I cannot stand listening to his complaints any more. (ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

-         We could not avoid meeting him. (เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

-         They enjoyed listening to music. (พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

-         She dislikes talking a lot. (เธอไม่ชอบการพูดมาก)

-         Jim finished writing a report last night. (จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

-         The man admitted taking the bicycle. (นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

-         She is sorry that she missed meeting you. (เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

-         They practice speaking French every day. (พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

-         We consider buying a new home. (เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

-         They allow smoking in this room. (เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

-         Do you mind opening the window? (คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

-         The teacher suggested working harder. (ครูแนะนำ (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

20. The director says that he _________ to hire several new staff members next summer. (ผู้อำนวยการกล่าวว่าเขา  _______  ที่จะจ้างพนักงานใหม่หลายคน)

     (a) plans (วางแผน)

     (b) plan

     (c)  planning

     (d) planned

หมายเหตุ – ตอบข้อ (a)  เนื่องจากกริยาในประโยคใหญ่ (says)  เป็นปัจจุบัน (present simple tense)  กริยาในประโยคย่อย (plans)  จึงควรเป็นปัจจุบันด้วย  ส่วนข้อ (b)  ผิด เนื่องจากประธานในประโยคย่อย (he)  เป็นเอกพจน์  กริยา (plans)  จึงต้องเติม  “s”

21. The manager let everyone _________ the office early to attend the convention. (ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน _________  สำนักงานแต่เนิ่นๆเพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

      (a) to leave

      (b) leaves

      (c) left

      (d) leave (ออกจาก)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d) เนื่องจากหลังกรรมของ make, let, have, see, hear, feel  ต้องอยู่ในรูป   “infinitive without to”  คือ กริยาช่องที่ ๑ ที่ไม่มี “to”  นำหน้า ตัวอย่างประโยค เช่น

-         She lets them play in the field. (เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)

-         We made them laugh. (เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)

-         I heard her sing. (ผมได้ยินเธอร้องเพลง)

-         He saw her walk in the street. (เขาเห็นเธอเดินในถนน)

-         She had them clean her room.(เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

22. The company will review your application _________ you have submitted all your paperwork. (บริษัทจะทบทวนใบสมัครของคุณ ___________ คุณได้ส่งมอบงานเอกสารทั้งหมดของคุณ)

     (a)  soon (ในไม่ช้า, โดยทันที)

     (b) before (ก่อน)

     (c)  as soon as (ในทันทีที่)

    (d) sooner than (เร็วกว่า)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

23. The woman __________ rents this room uses it only a few days a month. (ผู้หญิง _________  เช่าห้องนี้ใช้มันเพียงแค่ ๒ – ๓ วันในหนึ่งเดือน)

       (a) who’s

       (b) who (ผู้ซึ่ง)

       (c) whom (ผู้ซึ่ง)

       (d) whose (ของเขา/เธอ)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (b) เนื่องจาก “who”  เป็นประธานของประโยคย่อย “who rents this room”

24. _________ we were careful with expenses, we still went over our budget this year. ( _________  เราระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่าย  เรายังคงใช้เงินเกินงบประมาณในปีนี้)

     (a)  Since (เพราะว่า, ตั้งแต่)

     (b) Because (เพราะว่า)

     (c)  Even though (ถึงแม้ว่า)

     (d) If (ถ้า)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (c) เนื่องจากข้อความในประโยคย่อย “even though we were careful with expenses”   ขัดแย้งกับข้อความในประโยคใหญ่ “we still went over ………”  กล่าวคือ  “แม้ว่าจะระวังเรื่องค่าใช้จ่าย  แต่ก็ยังใช้เงินเกินงบฯ”

25. After listening to his thorough _________ , I had no problems understanding how to use the software. (หลังจากการฟัง ___________   ที่ละเอียดละออของเขา  ผมไม่มีปํญหาในการเข้าใจเรื่องว่าจะใช้ซอฟต์แวร์นี้อย่างไร)

     (a)  explained (อธิบาย)

     (b) explains

     (c)  explanatory (เกี่ยวกับการอธิบาย, ซึ่งเป็นการอธิบาย)

     (d) explanation (คำอธิบาย, การอธิบาย)

หมายเหตุ – ตอบข้อ (d)  เนื่องจากข้อความหลัง “listening to”  ต้องเป็นคำนาม (ในที่นี้ คือ “explanation” ) หรือคำสรรพนาม (him, her, them, us)  และสังเกตได้อีกอย่าง คือ “thorough” (ละเอียดละออ)  เป็นคำคุณศัพท์  จึงต้องขยายอยู่หน้าคำนาม