หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 22)

Part V : Sentence Completion (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. __________ big cities’ population, like those of Bangkok and Tokyo, will continue to increase.

(_____ ประชากรของเมืองใหญ่ๆ เช่น ประชากรของ กรุงเทพฯ และโตเกียว  จะยังคงเพิ่มต่อไป)

(a)    Almost it is certain

(b)   Almost certain it is that

(c)    That is almost certain

(d)   It is almost certain that (มันเกือบจะแน่นอนที่ว่า

ตอบข้อ  (d) เนื่องจากมีรูปแบบการเรียงคำ คือ “it + is + certain (adjective) + that + subject + verb

2. Dams can be very beneficial to the areas _____________.

    (เขื่อนสามารถเป็นประโยชน์อย่างมากกับพื้นที่ _____________ )

    (a) which they are built

    (b) where are they built

    (c) in which they are built (ซึ่งมันถูกสร้างขึ้น)

    (d) in which they build.

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก  “in which = where” สำหรับข้อ (b) ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น “where they are built” ส่วนข้อ (a) ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น “which they are built in” แต่ก็ไม่นิยมใช้เหมือนข้อ (c) ที่เอา preposition “in” มาวางไว้ข้างหน้า “which”  ทั้งนี้ให้สังเกตว่าทั้งข้อ (a)  (b)  และ  (c)  ต่างก็อยู่ในรูป “passive voice” เนื่องจากหมายถึง “พื้นที่ซึ่งเขื่อนถูกสร้าง”  ส่วนข้อ (d) ใช้ไม่ได้  เนื่องจากอยู่ในรูป “active voice”  หมายถึง “พื้นที่ซึ่งเขื่อนสร้าง”  ตัวอย่างอื่นๆ ในแบบเดียวกัน  เช่น

     - The house where I live is on Sukhumvit Road.

          (บ้านซึ่งผมอาศัยอยู่  อยู่บนถนนสุขุมวิท)

     = The house in which I live is on Sukhumvit Road.

     = The house which I live in is on Sukhumvit Road.

     = The house that I live in is on Sukhumvit Road.

     = The house I live in is on Sukhumvit Road.

หมายเหตุ – ประโยคทั้ง ๕ ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกันทุกประการ  แต่ทั้งนี้ห้ามใช้ประโยค ๒ ประโยคข้างล่าง

      - The house in that I live is on Sukhumvit Road. (ผิด – หลัง “in”

         ต้องตามด้วย “which” เสมอ)

     - The house where I live in is on Sukhumvit Road. (ผิด – เมื่อมี

       “where” แล้ว ห้ามใช้ “in”)

3. There are not _________ people who dislike to visit a beautiful and peaceful country.

    (มีคนไม่ ________________ ผู้ซึ่งไม่ชอบไปเยือนประเทศที่สวยงามและสงบสุข)

(a)   a few (ไม่มาก)

(b)  a lot (มาก)

(c)  many (มาก)

(d)  much (มาก)

ตอบข้อ (c) เนื่องจาก “people” เป็นคำนามในรูปพหูพจน์  จึงต้องใช้ “many” ขยาย   ส่วนข้อ (b) “a lot” ใช้ขยายได้ทั้งคำนามนับไม่ได้ (ถือเป็นเอกพจน์เสมอ)  และนับได้ (พหูพจน์)  แต่ต้องแก้เป็น “a lot of” หรือ “lots of ส่วน “much” ใช้ขยายคำนามนับไม่ได้

4. Nowadays, one of the most popular forms of risky sports _____ car racing.

(ในปัจจุบัน  หนึ่งในบรรดารูปแบบที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของกีฬาเสี่ยงภัย (มีอันตราย) _______________ การแข่งรถยนต์)

(a)    are

(b)   is (คือ)

(c)    was

(d)   have been

ตอบข้อ (b) เนื่องจาก ประธานของประโยค คือ “one” ที่ขยายด้วย “adjective phrase” (of the most popular forms of risky sports) ซึ่งเป็นเอกพจน์ (หมายถึง “one”) และใช้กับ “is” เพราะเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  ส่วนข้อ (a) และ (d) ใช้กับประธานพหูพจน์

5. Her parents let her __________ shopping once a month.

     (พ่อแม่ของเธอยอมให้เธอ ______________ ชอปปิ้งเดือนละครั้ง)

    (a) to go

    (b) go (ไป)

    (c) going

    (d) goes

ตอบข้อ (b) เนื่องจากคำกริยา “let + object + infinitive without to” (let her go)  (ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทนี้ (let, make, hear, see) ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๒๑)  (และดูการใช้รูป “go shopping, go swimming, go fishing ect.”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๘ ข้อ ๑๔)

6. The airport was temporarily _________ due to bad weather.

    (สนามบินถูก ____________ ชั่วคราว  เนื่องมาจากอากาศที่เลวร้าย)

    (a) delayed (เลื่อน, ทำให้ช้า, ทำให้ยืดเวลาออกไป, ผัดเวลา, ทำให้เสียเวลา)

    (b) built (สร้าง)

    (c) closed (ปิด)

    (d) destroyed (ทำลาย)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

7. To schedule the early flight, passengers have to make their _______ in advance.

(เพื่อที่จะกำหนดเวลา – หรือวางแผน – เที่ยวบินในตอนเช้า  ผู้โดยสารจำเป็นต้องทำ ____________ ของตน  เป็นการล่วงหน้า)

(a)  reservations (การสำรองที่นั่ง, การจองตั๋ว)

(b)  appointments (การนัดหมาย)

(c)   trips (การเดินทาง)

(d)  resolutions (มติ, การลงมติ, การแก้ปัญหา, ความแน่วแน่, ความเด็ดเดี่ยว, การยืนหยัด, การตัดสินใจแล้ว)

ตอบข้อ (a) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

8. The company plans __________ its new products by the end of this year.

(บริษัทวางแผนที่จะ __________  ผลิตภัณฑ์ใหม่ของตน  ภายในสิ้นปีนี้)

(a)   to be issued

(b)  issuing

(c)  to issue {ออก (หนังสือพิมพ์, สินค้า, กฎระเบียบ, กรมธรรม์ประกันภัย)}

(d) issuance {การออก (สินค้า, หนังสือพิมพ์, กฎระเบียบ)}

ตอบข้อ (c)  เนื่องจากหลังคำกริยา “plan”  ต้องตามด้วย “infinitive with to” (To + verb) (ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “To + verb” ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๙ และ ตอนที่ ๙ ข้อ ๗)

9. It is necessary that she __________ to her parents’ advice.

    (มันเป็นสิ่งจำเป็นที่เธอจะต้อง ____________ คำแนะนำของพ่อแม่ของเธอ)

    (a) listens

    (b) listen (ฟัง)

    (c) listening

    (d) must listen

ตอบข้อ (b) เนื่องจากอยู่ในรูป “present subjunctive”  กริยาจึงต้องอยู่ในรูป   infinitive without to” (V. 1) เสมอ  คือ  เสมือนมี “should”  มาวางอยู่หน้าคำกริยาตัวนั้น  แต่ไม่ต้องเขียนลงไป  ละไว้ในฐานที่เข้าใจ  (ดูเพิ่มเติมการใช้รูป present subjunctive” ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๑๓)

10. The warring situations in Syria and Iraq were not _______ in the local newspapers.

(สถานการณ์สงครามในซีเรียและอิรักมิได้ถูก ________  ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น)

(a)    displayed (แสดง, เปิดเผย)

(b)   devoted (อุทิศ, อุทิศตัว, อุทิศเวลา, สละ, ใส่ใจ)

(c)    remembered (จดจำ, จำได้)

(d)   reported (รายงาน)

ตอบข้อ (d) เพราะได้ความหมายดีที่สุด

  11. The company’s staff will stay late tonight since the project _______ completed by tomorrow.

(พนักงานของบริษัทจะอยู่ (ทำงาน) จนดึกคืนนี้  เพราะว่าโครงการ ___________  ถูกทำให้เสร็จสมบูรณ์ภายในวันพรุ่งนี้)

(a)     will complete

(b)    is

(c)     must be (จะต้อง)

(d)    should be (ควรจะ)

ตอบข้อ (c) เนื่องจากแสดงถึง “ความจำเป็นที่จะต้องทำให้เสร็จ” ภายในพรุ่งนี้  ทำให้ต้องอยู่ทำงานกันจนดึก  และต้องอยู่ในรูป “passive voice”  ด้วย  เพราะ โครง การ “จะต้องถูกทำให้เสร็จสมบูรณ์.........

12. We have received your order of our furniture and ______  it as soon as it becomes available.

(เราได้รับการสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ของเราจากท่าน  และ _______ มัน  ในทันทีที่มัน (เฟอร์นิเจอร์) สามารถหามาได้ – คือมีสินค้าตัวนี้)

(a)    had shipped (ได้ส่ง)

(b)   would ship

(c)    will be shipped (จะถูกส่ง)

(d)   will ship (จะส่ง)

ตอบข้อ (d) เพราะเป็นเรื่องของอนาคต  และต้องอยู่ในรูป “active voice”  เพราะ “เรา” เป็นผู้กระทำ (ส่ง)

13. _________ by the author John Grisham are frequently on the best seller list.

( ___________ ที่เขียนโดยนักเขียน จอห์น  กริสแฮม  มักจะอยู่ในรายชื่อหนังสือขายดีที่สุดอยู่บ่อยๆ)

(a)   The novel

(b)   Novels (นวนิยาย, เรื่องแต่ง)

(c)    A novel

(d)   Some novel

ตอบข้อ (b) เนื่องจากกริยา คือ “are” ประธานจึงต้องอยู่ในรูปพหูพจน์  สำหรับข้อ  (d) ก็ใช้ได้  ถ้าแก้เป็น “some novels

14. Termites can do __________ to the wood in homes before they are detected.

      (ปลวกสามารถทำ ___________ ให้แก่ไม้ในบ้าน  ก่อนที่มันจะถูกค้นเจอ)

(a)    an extensive damage

(b)   extensive damages

(c)    the extensive damage

(d)   extensive damage (ความเสียหายอย่างกว้างขวาง)

ตอบข้อ (d)  เนื่องจาก “damage”  เมื่อหมายถึง “ความเสียหาย” ถือเป็นนามนับไม่ได้  แต่เมื่อเติม “s” หมายถึง “ค่าเสียหาย, เงินชดเชยค่าเสียหาย”  ส่วนข้อ (c)  ไม่ควรใช้ เพราะแสดงการเน้นว่าเป็น  “ความเสียหายที่นั่น ที่นี่” (นำด้วย “the”)  แต่ในกรณีนี้  เป็นความเสียหายแก่ไม้ทั่วๆไป

15. Vermont, commonly known as the Green Mountain State, refused _____ until 1791.

(รัฐเวอร์มอนต์ – เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วๆไปในฐานะ “รัฐภูเขาสีเขียว”  ปฏิเสธ ____________ จนกระทั่งปี ๑๗๙๑)

(a)     to join the Union (ที่จะเข้าร่วมกับสหภาพ – สหภาพซึ่งต่อมาได้กลายเป็นประเทศสหรัฐฯ)

(b)     joining the Union

(c)      the joining of the Union

(d)     join the Union

ตอบข้อ (a) เนื่องจาก “refuse” ต้องตามด้วย “infinitive with to” (To + verb)  (ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ต้องตามด้วย “To + verb”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๙ และตอนที่ ๙ ข้อ ๗)

16. __________ the eight Ivy League schools are among the most prestigious colleges in the United States.

     ( ____________ สถาบัน (มหาวิทยาลัย) ไอวี่ลีก ๘ แห่ง  อยู่ในบรรดามหาวิทยาลัยที่ทรงอิทธิพล-มีชื่อเสียงมากที่สุด  ในสหรัฐฯ)  (มหาวิทยาลัยในกลุ่มไอวี่ลีก  อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกา  มักเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ และมีชื่อเสียงโด่งดัง เช่น  ฮาร์วาร์ด  เอ็มไอที  เยล  นิวยอร์ค  โคลัมเบีย  เป็นต้น)

(a)    That is generally accepted

(b)    Accepting generally that it is

(c)    It is generally accepted that (มันได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่า)

(d)    That it is generally accepted

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นการเรียงประโยคที่ถูกต้อง “It + is + adverb of frequency (always, usually) + verb 3 + that + subject + verb

(ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้ใน  หมวดข้อสอบ Error Detection  ตอนที่ ๑ ข้อ ๒๐)

17. The cones of pine trees __________ two or three years to reach maturity.

(ลูกสน – ซึ่งเป็นโครงสร้างของต้นสนที่ใช้สืบพันธุ์ – ของต้นสน  _______ เวลา ๒ หรือ ๓ ปี ที่จะไปสู่ความเจริญเติบโตอย่างเต็มที่)

(a)    to take

(b)   taking

(c)   may take (อาจใช้)

(d)   takes

ตอบข้อ (c) เนื่องจากเป็นเพียงข้อเดียวที่ถูกหลักไวยากรณ์  สำหรับข้อ (d) สามารถใช้ได้  ถ้า “take”  ไม่เติม “s”  เพราะประธานของประโยค  คือ “The cones”  ซึ่งเป็นพหูพจน์  ที่มี “of pine trees”  มาขยาย  ส่วนข้อ “a”  และ “b”  ไม่สามารถเป็นกริยาแท้ของประโยค

18. Even without strong wings, the ostrich has survived because it  ______ at high speeds to escape predators.

     (แม้กระทั่งปราศจากปีกที่แข็งแรง  นกกระจอกเทศรอดชีวิตอยู่ได้  เพราะว่ามัน  _______ ด้วยความเร็วสูง เพื่อที่จะหนีผู้ล่า – สัตว์ที่ล่าสัตว์อื่นกินเป็นอาหาร)

(a)      to run

(b)     can run (สามารถวิ่ง)

(c)      running

(d)     run

ตอบข้อ (b) เนื่องจากสามารถเป็นกริยาแท้ของอนุประโยค (because it …….. .…………… predators) ได้  (ต่างกับข้อ “a” และ “c” )  สำหรับข้อ (d)  ก็สามารถใช้ได้  ถ้าแก้เป็น “runs” แต่ได้ใจความไม่ดีเหมือนข้อ (b)

19. Wolves, which are known to travel in packs, both provide for and defend __________ through group cooperation.

      (หมาป่า  ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเดินทางเป็นฝูง  จะจัดหาสิ่งของจำเป็นให้แก่ (ตนเอง) และป้องกัน ___________ โดยการร่วมมือกันทั้งฝูง)

(a)      himself

(b)     itself

(c)      theirselves

(d)     themselves (ตัวเอง, ตนเอง)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากประธานของประโยค (Wolves)  อยู่ในรูปพหูพจน์  สำหรับข้อ (a)  ใช้กับคนเพศชาย (คนเดียว)  ส่วนข้อ (c)  ไม่มีรูปนี้ใช้

20. The United States and Canada have many trade agreements that  benefit _________.  

 (สหรัฐฯ และแคนาดา  มีข้อตกลงทางการค้าจำนวนมากซึ่งให้ประโยชน์ ____________ )

(a)      other

(b)     other one

(c)      one the other

(d)     each other (ซึ่งกันและกัน)

ตอบข้อ (d)  เนื่องจากใช้กับ  คน  สัตว์  สิ่งของ  ที่มีจำนวน ๒  แต่ถ้ามีจำนวน  ตั้งแต่ ๓ ขึ้นไป  ใช้ “one another

21. The data on the winter migration patterns of the arctic birds is  very __________.  

(ข้อมูลเรื่องรูปแบบการอพยพย้ายถิ่นในหน้าหนาว  ของนกในบริเวณขั้วโลกเหนือ ____________ อย่างมาก)

(a)      interested (มีความรู้สึกสนใจ)

(b)     interesting (น่าสนใจ)

(c)      interest (ทำให้สนใจ, ความสนใจ)

(d)     of interest (ที่อยู่ในความสนใจ)

ตอบข้อ (b) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด  (ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำกริยาประเภทนี้

- satisfy (ทำให้พอใจ), surprise (ทำให้ประหลาดใจ), amaze (ทำให้ทึ่ง, ทำให้ฉงนสนเท่ห์), terrify (ทำให้ตกใจกลัว) – ในหมวดข้อสอบ TOEIC  ตอนที่ ๘ ข้อ ๘)

22. According to a recent survey, __________ doctors do not have a  personal physician.

       (สอดคล้องกับการสำรวจเมื่อเร็วๆมานี้   แพทย์ ___________ ไม่มีหมอประจำตัว)

(a)    a large amount of (จำนวนมาก)

(b)   large amount of

(c)   a large number of (จำนวนมาก)

(d)   large number of

ตอบข้อ (c)  เนื่องจากขยายคำนามพหูพจน์ (doctors)  ส่วน “a large amount of”  ใช้ขยายคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  เช่น

     - A large amount of rain falls in the South of Thailand each year.

      (ฝนปริมาณมากตกทางภาคใต้ของไทยในแต่ละปี)

     - A large amount of furniture has been exported to Malaysia recently.

      (เฟอร์นิเจอร์จำนวนมาก  ได้ถูกส่งออกไปยังมาเลเซียเมื่อเร็วๆนี้)

     -   A large amount of water is needed if these trees are to survive.

        (ต้องการน้ำในปริมาณมาก  ถ้าจะให้ต้นไม้เหล่านี้รอดตาย)

      -   There is a large amount of equipment used for the construction of the building.

         (มีอุปกรณ์จำนวนมากถูกใช้  เพื่อการก่อสร้างอาคารหลังนี้)

23. John F. Kennedy was the youngest president of the United States, and __________ to be assassinated.

    (จอห์น เอฟ เคนเนดี้  เป็นประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดของสหรัฐฯ  และ ____________ ที่ถูกลอบสังหาร)

(a)    four

(b)   the four

(c)    fourth

(d)   the fourth (คนที่สี่, ลำดับที่สี่)

 ตอบข้อ (d) เนื่องจากเป็น (ประธานาธิบดี) ลำดับที่สี่  และต้องใช้ “the” นำหน้าตัวเลขที่เป็นลำดับ

24. ___________ like McDonald’s and Kentucky Fried Chicken have used franchising to extend their sales internationally.

     ( _______ เช่น  แมคโดนัลด์ และเคนตั๊กกี้  ไฟรด์ชิคเค่น  ได้ใช้สิทธิพิเศษในการเป็นผู้แทนจำหน่าย  เพื่อจะขยายการขายของบริษัท  ในระดับนานาชาติ)

(a)   Chain restaurant

(b)   Chain restaurants (ภัตตาคารหลายภัตตาคารที่เป็นเครือเดียวกัน

(c)   Chains restaurants

(d)  Chain’s restaurants

ตอบข้อ (b) เนื่องจากกริยาของประโยค คือ “have used”  ประธานจึงต้องอยู่ในรูปพหูพจน์  ส่วนข้อ (c)  ไม่ใช้  เนื่องจากเมื่อใช้คำนามขยายคำนาม (compound noun) คำนามตัวหน้าไม่ต้องเติม “s

25. Tuition at an American university runs ___________ thirty-five thousand dollars a semester.

(ค่าเล่าเรียน – ค่าเทอม – ณ มหาวิทยาลัยอเมริกัน  มีจำนวน ___________  ๓ หมื่น ๕ พันเหรียญต่อเทอม – ภาคการศึกษา)

(a)    so high as

(b)   as high as (สูงเท่ากับ)

(c)    as high than

(d)   as high to

ตอบ – ข้อ (b)  เนื่องจากการเปรียบเทียบว่า “สิ่งนี้เท่ากับสิ่งนั้น” (ในประโยคบอกเล่า) จะใช้ในรูป  “as + adjective (adverb) + as” แต่ถ้าต้องการจะบอกว่า  “สิ่งนี้ไม่เท่ากับสิ่งนั้น” (ในประโยคปฏิเสธ) จะต้องใช้รูป  “so + adjective (adverb) + as” หรือจะใช้  “as + adjective (adverb) + as” ก็ได้ เช่น

      - This house is as big as that house.

       (บ้านหลังนี้ใหญ่เท่ากับบ้านหลังนั้น)

     - She walked as quickly as he did.

       (เธอเดินเร็วเท่าๆกับที่เขาเดิน)

     - This car is not so expensive as that car.

       (รถคันนี้ไม่แพงเท่ากับรถคันนั้น)

     - This car is not as expensive as that car.

       (รถคันนี้ไม่แพงเท่ากับรถคันนั้น)

     - She does not work so efficiently as her sister does.

       (เธอมิได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเท่ากับน้องสาวของเธอ)

     - She does not work as efficiently as her sister does.

       (เธอมิได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเท่ากับน้องสาวของเธอ)

26. More murders are reported __________ December in the United States than during any other month.

(การฆาตกรรมจำนวนมากกว่ากันได้ถูกรายงาน ____________ เดือนธันวาคม  ในสหรัฐฯ)

(a)     in (ใน)

(b)     on

(c)      at

(d)     for

ตอบข้อ (a)  ต้องใช้ “in”  กับ “เดือน”  และใช้ “on” กับ “วัน” และ “วันที่

27. Neptune is an extremely cold planet, and __________.

     (เนพจูนเป็นดาวเคราะห์ที่หนาวจัดอย่างมาก  และ ____________ )

      (a) so does Uranus

      (b) So has Uranus

      (c) So is Uranus (ดาวยูเรนัสก็เช่นเดียวกัน)

      (d) So will Uranus

ตอบข้อ (c)  เมื่อข้อความคล้อยตามกัน  ต้องใช้รูป “So + is (am, are, was, were, do, does, did, has, have, had, will, would, shall, should, can, could etc.) + subject” (ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบนี้ใน  หมวดข้อสอบ Error Detection  ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๗)

28. There are many beautifully preserved historic buildings ________.

(มีอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์  ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสวยงามเป็นจำนวนมาก ____________ )

(a)   in Beacon Street in Boston

(b)  in Beacon Street at Boston

(c)   at Beacon Street at Boston

(d)  on Beacon Street in Boston (บนถนนบีคอน  ในเมืองบอสตัน)

ตอบข้อ (d) เนื่องจากใช้ “on” กับ “ถนน”  และใช้ “in”  กับ “เมือง หรือ ประเทศ” (ดูรายละเอียดการใช้ “on”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๒๕  และการใช้ “in”  ในตอนที่ ๑๐ ข้อ ๑๗)

29. Deserts are often formed __________ they are cut off from rain - bearing winds by the surrounding mountain ranges.

      (ทะเลทรายได้รับการก่อตัวบ่อยๆ ____________ มันถูกตัดขาดจากลมที่ก่อให้เกิดฝน  โดยเทือกเขาที่ล้อมรอบมัน)

(a)  so (ดังนั้น)

(b)  due to (เนื่องมาจาก)

(c)  in spite of (ทั้งๆที่)

(d)     because (เพราะว่า)

ตอบข้อ (d)  เนื่องจาก “because + subject + verb”   ส่วน  “due to + วลีหรือคำนาม

30. If one of the participants in a conversation wonders __________, no real communication has taken place.

      (ถ้าหากหนึ่งในผู้เข้าร่วมในการสนทนาประหลาดใจ (ไม่เข้าใจ) ______ ไม่มีการสื่อสารที่แท้จริงได้เกิดขึ้น)

(a)    what said the other person

(b)   what the other person said (ในสิ่งที่อีกคนหนึ่งพูด – หรือ “คนอื่นพูดว่าอะไร”)

(c)    what did the other person say

(d)   what was the other person saying

ตอบข้อ (b) เนื่องจากต้องอยู่ในรูป “noun clause”  เพราะเป็นกรรมของกริยา

wonders” หรือมีโครงสร้าง {what (when, where, why, how) + subject + verb} (ดูเพิ่มเติมหน้าที่ของ “Noun Clause” ในหมวดข้อสอบ TOEIC  ตอนที่ ๑๘ ข้อ ๑)