หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 186)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. He sat down __________________ his wife.

(เขานั่งลง _______________________ ภรรยาของเขา)

(a) besides    (นอกเหนือจาก)

(b) beside    (ใกล้, ข้าง, ถัดจาก)

(c) nearly    (เกือบจะ, จวนจะ)

(d) near to    (“Near”  =  ใกล้)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Beside”  เป็น  “Preposition”  มีหลักการใช้  คือ

๑.   =  ใกล้, ข้าง, ถัดไปจาก  (At the side of, Near, Next toเช่น

-         A large grey house is right beside the road.

(บ้านสีเทาหลังใหญ่อยู่ข้างถนนพอดิบพอดี)

๒.   เมื่อเทียบกับ (Compared withเช่น

-         My achievement seemed little beside yours.

(ความสำเร็จของผมดูน้อยนิด  เมื่อเทียบกับของคุณ)

๓.     “Beside the point”  =  ไม่ตรงประเด็น (Have nothing to do with

what is being discussed)

-         His statement was beside the point.

(คำพูดของเขาไม่ตรงประเด็น  -  นอกเรื่อง)

 

2. When Mr. Woods gets here, we ___________________ the meeting.

(เมื่อมิสเตอร์วูดส์มาถึงที่นี่  เรา __________________________ การประชุม)

(a) start    (เริ่มต้น)

(b) will start    (จะเริ่มต้น)

(c) have started    (ได้เริ่มต้นแล้ว)

(d) are starting    (กำลังเริ่มต้น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เพราะเป็นเรื่องอนาคต   คือ  “เมื่อมิสเตอร์วูดส์มาถึง  พวกเราจึงจะเริ่มประชุม”  เป็นการใช้รูป   “Present simple tense” (When Mr. Woods gets here)  คู่กับ  “Future simple tense” (we will start the meeting)   ตัวอย่างประโยคแบบนี้   ได้แก่

-         When he has enough money, he will buy a new car.

(เมื่อเขามีเงินพอ  เขาจะซื้อรถคันใหม่)

-         When you finish your work, we will go out for dinner.

(เมื่อคุณทำงานเสร็จ  เราจะออกไปกินอาหารเย็นกัน)

-         She will leave the room before we finish the meeting.

(เธอจะออกจากห้องก่อนเราประชุมเสร็จ)

-         We will start our work after we discuss with our boss.

(เราจะลงมือทำงานหลังจากเราปรึกษากับหัวหน้าของเรา)

 

3. This report is urgent, so please turn it ___________________ before the end of the day.

(รายงานนี้รีบด่วน  ดังนั้น  โปรด __________________  มันก่อนสิ้นวัน)

(a) on   (turn on = เปิดไฟ-วิทยุ)

(b) up   (turn up = ปรากฏตัว)

(c) in   (turn in = ส่ง, มอบ)

(d) over   (turn over = คว่ำ, พลิกกลับ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เพราะ  “turn in”  หมายถึง  “ส่งหรือมอบ”

 

4. You’ll find the ink cartridges _________________ the top shelf of the closet.

(คุณจะพบแถบหมึกพิมพ์ ____________________________ ชั้นบนของตู้)

(a) in

(b) on

(c) up

(d) at

ตอบ    -   ข้อ   (b)  เนื่องจาก  “บนชั้น” ใช้   “on

 

5. Mr. Smith _____________________ in charge of operations since the beginning of last year.

(มิสเตอร์สมิธ ______________________  รับผิดชอบการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา)

(a) is

(b) was

(c) will be

(d) has been

ตอบ   -   ข้อ    (d)    เนื่องจากข้อนี้ต้องใช้รูป   “Present perfect tense”  (Subject + Has (Have) + Verb 3)  เพราะใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  กล่าวคือ “.......................ได้เริ่มรับผิดชอบการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว  จนถึงปัจจุบันก็ยังรับผิดชอบอยู่”  และ  “in charge of”  เป็นวลีที่ต้องใช้กับ  “Verb to be”   จึงต้องเปลี่ยนเป็น   “Has been” (กริยาช่องที่ 3 ของ Verb to be คือ beenตามประธานเอกพจน์  “Mr. Smith”

 

6. Requests for extra time off must _____________________ by the employee’s supervisor.

(การร้องขอเวลาหยุดพิเศษจะต้องได้รับ ___________________ โดยผู้ควบคุม-ดูแลของพนักงาน)

(a) approve

(b) be approved    (อนุมัติ, เห็นชอบ, ยินยอม)

(c) be approving

(d) approval    (การอนุมัติ, การเห็นชอบ, การยินยอม)

ตอบ    -    ข้อ   (b)   เนื่องจากประธานของประโยคคือ   “Requests”  ส่วน  “for extra time off”   เป็นส่วนขยายประธาน  ดังนั้น  กริยาของประโยค คือ  “Must + Verb 1” แต่เนื่องจากต้องอยู่ในรูป   “Passive voice   เพราะ  หมายถึง  “จะต้องได้รับการอนุมัติ-เห็นชอบโดยผู้ควบคุม” จึงต้องเปลี่ยนเป็น  “Must + be + Verb 3”  ซึ่งในที่นี้คือ   “Must be approved”

                     เช่นเดียวกัน   รูป   “Passive voice”  ของกริยาที่ประกอบด้วย  “will, would, shall, should, can, could, may, might, must”  จะต้องอยู่ในรูป “will, would, shall, should………….+ be + Verb 3”  เสมอ เช่น

-         The exam result will be announced next week.

(ผลสอบจะถูกประกาศสัปดาห์หน้า)

-         The work can be done by only 2 people.

      (งานนี้สามารถถูกทำได้โดยคนเพียง ๒ คนเท่านั้น)

-         The speech should be completed in 5 minutes.

(สุนทรพจน์ควรจะถูกกล่าวจบใน ๕ นาที)

-         The car may be stolen if its doors are not properly locked.

(รถอาจจะถูกขโมยถ้าหากประตูมิได้ถูกล็อกอย่างเหมาะสม)

 

7. It is better for the economy to buy things that are produced ___________________ rather than bringing in products from far away.

(มันเป็นการดีกว่ากันสำหรับเศรษฐกิจ  ที่จะซื้อสิ่งต่างๆที่ถูกผลิต _______________  มากกว่าที่จะนำเข้าผลิตภัณฑ์จากที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป)

(a) local    (ในท้องถิ่น, ของท้องถิ่น, ตามท้องถิ่น)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) localize    (จำกัด, จำกัดวง, ทำให้เป็นเรื่องของท้องถิ่น, ทำให้อยู่เฉพาะส่วนเฉพาะที่)  (เป็นคำกริยา)

(c) locally    (ในท้องถิ่น, เฉพาะแห่ง, เฉพาะที่, เฉพาะส่วน)

(d) location    (สถานที่, ตำแหน่ง, ตำแหน่งที่ตั้ง, การหาตำแหน่งที่ตั้ง)  (เป็นคำนาม)

ตอบ    -     ข้อ   (c)   เนื่องจากขยายคำกริยา “Produced”   จึงต้องเป็นคำกริยาวิเศษณ์   “locally

 

8. He really enjoys the work that he does, _________________ he has a hard time getting along with his colleagues.

(เขาสนุกสนานอย่างแท้จริงในงานที่เขาทำ _____________________ เขาประสบความยากลำบาก (มีปัญหา) ในการเข้ากับเพื่อนร่วมงาน  –  คือเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ค่อยได้)

(a) But    (แต่)

(b) and    (และ)

(c) as    (ในขณะที่, เพราะว่า)

(d) or    (หรือ, มิฉะนั้น)

ตอบ    -     ข้อ    (a)    เนื่องจากในข้อนี้มีประโยค   “Simple sentence”  ๒  ประโยค   คือ  “He really…. ..………does”   และ  “he has …………..colleagues” โดยคั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า  แต่เนื่องจาก  ๒  ประโยคนี้มีใจความที่ขัดแย้งกัน  ดังนั้น คำเชื่อมจึงต้องใช้  “but”  คือ   “เขาสนุกกับงาน  แต่มีปัญหาเรื่องเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ค่อยได้

 

9. ____________________ was true and everyone believed it.

( __________________________ เป็นความจริง  และทุกคนก็เชื่อมัน)

(a) My father said    (พ่อของผมพูด)

(b) My father has said    (พ่อของผมได้พูด)

(c) What my father said    (สิ่งที่พ่อของผมพูด)

(d) What did my father say    (พ่อของผมพูดอะไร)

ตอบ   –   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็น  “Noun clause” (อนุประโยคประเภทหนึ่ง) ทำหน้าที่เป็นประธานของกริยา  “was”  ในประโยคแรก (What my father said was true)  สำหรับ “Noun clause”  มักขึ้นต้นด้วย  “what, when, where, why, how, who, whom, that, whether, if (หรือไม่)”  และตามด้วย  “Subject + Verb”  ทั้งนี้  “Noun clause”  ทำหน้าที่ดังนี้   คือ

๑.       เป็นประธานของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

    - What he wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

    - How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

     - Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

     - Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

     - That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

     - Whether she will come or not is not my business.

(ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

         ๒.  เป็นกรรมของ “Verb”  หรือประโยค  เช่น

- I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

     - She asked me where I lived.

(เธอถามผมว่าผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

     - They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

     - We believe that he is innocent.

(เราเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์)

     - She did not believe what he told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกเธอ)

     - The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

     - I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

            ๓.  เป็นกรรมของ  “Preposition” เช่น

       - She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

      - They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

          - We are surprised at how he could do it.

(เราประหลาดใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างไร)

          - They were satisfied with what she had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่เธอได้จัดหาให้กับพวกเขา)

                ๔.  วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่แสดงความรู้สึก  (sure, confident, happy, sorry, grateful, doubtful, suspicious, certain, delighted, delightful, anxious, worried, etc.)  เช่น

          - I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

         - He is sorry that he could not keep his words.

(เขาเสียใจว่า  เขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

         - They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

         - We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่า  เครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

              ๕.  ใช้แทนคำนาม  (Noun)  ที่มาข้างหน้ามัน เช่น

           - The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

(ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ ๑ เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  (“the fact”  คือ “that he graduated with first-class honor”

ดังนั้น  “that he graduated with first-class honor” จึงเป็น  “Noun

clause”)   อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me

is known to all.(ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผมเป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  the

fact”  ไม่ใช่ “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้น

that (which) he told me”จึงเป็น “adjective clause”มาขยาย“the

fact

       - The belief that all men are born equal is not held by everyone.

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกันมิได้ยึดถือกันโดยทุกคน)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น “noun clause”)

       - The notion that wealthy men are always happy is rejected by

many people.

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น “Noun clause”)

หมายเหตุ   –   จากตัวอย่างข้างบน  ถ้าเป็น  “Noun clause” จะใช้  “that” นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  (ไม่ใช้ “which”) และ  “that” จะไม่ทำหน้าที่ประธาน หรือกรรม  แต่ถ้าเป็น “Adjective clause”  จะใช้  “that”  หรือ  “which”  ก็ได้  และมันจะทำหน้าที่ประธาน   หรือกรรมของประโยคอย่างใดอย่างหนึ่ง   เช่น

-         The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”ขยาย “the book”  โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นประธานของ  Clause

   -   The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น “Adjective

clause”  ขยาย  “the book”  โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรง

ของ  “Clause”  ส่วน “me” เป็นกรรมรอง)

 

10. The hotel ____________________ was very comfortable.

(โรงแรม __________________________ มีความสะดวกสบายมาก)

(a) which I slept last week

(b) that I slept last week

(c) where I slept in last week    (ผิด เพราะมี “where”  แล้ว ห้ามใช้“in”  อีก)

(d) in which I slept last week    (ซึ่งผมนอนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “in which”   มีความหมายเท่ากับ  “where”  สำหรับข้อนี้  นอกจากตอบในแบบข้อ  (d) แล้ว  ยังสามารถใช้ในรูปอื่นๆ ได้อีก คือ

 - (d) in which I slept last week

 - which I slept in last week

  - that I slept in last week

  - where I slept last week

หมายเหตุ   –   ห้ามใช้  “in that I slept last week

 

11.   __________________ hospitality to neighbors is what I always do.

( _______________________ การต้อนรับแขก-การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่เพื่อนบ้านเป็นสิ่งที่ผมทำอยู่เสมอ)

(a) Is giving

(b) Give

(c) To give    (การให้)

(d) To be given

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากทำหน้าที่เป็นประธานของกริยา  “is”  โดยมี “hospitality to neighbors”  เป็นส่วนขยายประธาน  นอกจาก  “To give” แล้ว  ยังสามารถใช้  “Giving” (gerund)  เป็นประธานของกริยา  “is”  ก็ได้ 

 

12. Former President Barak Obama _________________ as the president of the United States for the first term in 2009.

(อดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา _______________________ เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯในสมัยแรกในปี ๒๐๐๙)

(a) is elected

(b) was electing

(c) who was elected

(d) was elected    (ได้รับเลือกตั้ง)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นกริยาแท้ในประโยค  และต้องอยู่ในรูป  “Passive voice” {Subject + is (am, are, was, were) + V. 3}    เพราะโอบามา  “ได้รับเลือก – ถูกเลือก”   และเป็นเหตุการณ์ในอดีตด้วย   จึงไม่ใช้ข้อ  (a)

 

13. The man ___________________ robbed the bank last month was caught in his luxurious condominium this morning.

(ชาย ______________________ ปล้นธนาคารเมื่อเดือนที่แล้ว  ถูกจับในคอนโดมิเนียมหรูของเขาเมื่อเช้านี้)

(a) whom

(b) who    (ผู้ซึ่ง)

(c) whose

(d) who was

ตอบ    –    ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นประธานของอนุประโยค   “Adjective clause” (who robbed the bank last month)  และสามารถใช้  “that” แทน  “who”  ได้ด้วย

 

14. For five years after graduation from high school, _________

____________________.

(เป็นเวลา  ๕  ปีหลังจากเรียนจบชั้นมัธยม _______________________ )

(a) a McDonald restaurant was worked for by John

(b) John’s work for a McDonald restaurant

(c) when John worked in New York for a McDonald restaurant

(d) John worked for a New York McDonald restaurant    (จอห์นทำงานให้กับภัตตาคารแมคโดแนลด์แห่งหนึ่งในนิวยอร์ค)

ตอบ   –   ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นเพียงข้อเดียวที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ คือ  ประธาน + กริยา + ส่วนขยาย (John + worked + for ………………..restaurant.)

 

15. Dr. Collins Wood, a well-known science professor, wrote ______________________, which is expected to be published in the next few months.

(ดร. คอลลินส์ วูด ผู้ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง  เขียน _______________________ ซึ่งได้รับการคาดหวังว่าจะได้รับการตีพิมพ์ในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้า)

(a) last year a new textbook

(b) in last year a new textbook

(c) a new textbook last year    (ตำราเล่มใหม่เมื่อปีที่แล้ว)

(d) during last year a new textbook

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นเพียงข้อเดียวที่ถูกหลักไวยากรณ์ คือ ประธาน + ส่วนขยายประธาน + กริยา + กรรม + กริยาวิเศษณ์บอกเวลา +  ส่วนขยายกรรม  (Dr. Collins Wood (ประธาน) + a well-known……….professor (ส่วนขยายประธาน)  + wrote (กริยา) + a new textbook (กรรม) + last year (กริยาวิเศษณ์บอกเวลา)  + which is…………….months  (ส่วนขยายกรรม อยู่ในรูป Adjective clause”)

 

16. _______________________ river in this old city is severely polluted and toxic has long been known.  

(_________________________  แม่น้ำในเมืองเก่าแก่แห่งนี้  ถูกทำให้เป็นมลภาวะและเป็นพิษอย่างรุนแรง เป็นที่ล่วงรู้กันมานานแล้ว)

(a) Although    (แม้ว่า)

(b) The

(c) That the    (ที่ว่า)

(d) It is the

ตอบ    –    ข้อ  (c)  เนื่องจากประโยคนี้มี   “Noun clause” (That the river….. ………….toxic)  เป็นประธานของประโยค   ส่วนกริยาคือ   “has (long) been known”   (ดูเพิ่มเติมหน้าที่ของ “Noun clause”  ในข้อ  ๙  ของข้อสอบชุดนี้)

 

17. She will be accompanied on the trip by her ________________ scientists.

(เธอจะมีผู้ติดตามการเดินทางโดย _____________________ (ที่เป็น) นัก วิทยาศาสตร์ของเธอ)

(a) follow    (ติดตาม)

(b) fellow    (เพื่อน)

(c) fallow    (ที่ดินที่ไถคราดทิ้งไว้, ที่ดินที่ยังไม่ได้เพาะปลูก)

(d) furlough    (เฟ้อร์-โล) (การลาพักงาน, การอนุญาตให้ลาพักงาน, การให้ออกจากงาน)

ตอบ   –   ข้อ   (b) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด  เหมือนกับ  “fellow workers”  (เพื่อนร่วมงาน)  “fellow students” (เพื่อนนักเรียน, เพื่อนร่วมชั้น)   “fellow countrymen” (เพื่อนร่วมชั้น)   “fellow passengers” (เพื่อนที่ร่วมโดยสารไปกับเครื่องบิน, รถ หรือ เรือลำเดียวกัน)

 

18. We will not buy from them because they _______________ deliver

their goods on time.

(เราจะไม่ซื้อจากพวกเขา  เพราะว่าพวกเขา _____________________  ส่งสินค้าตรงเวลา)

(a) frequently    (บ่อยๆ – ๗๐ – ๘๐ %)

(b) often    (บ่อยๆ – ๖๐ %)

(c) hardly ever    (แทบจะไม่เคย)

(d) definitely    (อย่างแน่นอน, อย่างแท้จริง)

ตอบ    –    ข้อ    (c)   เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  เพราะต้องเลือกข้อที่เป็นลบ โดยดูจากข้อความ   “เราจะไม่ซื้อจากพวกเขา

 

19. The first witness’s version of the accident was quite __________

____________________ from the second witness’s version.

(คำให้การของพยานคนแรกในเรื่องอุบัติเหตุ  _____________________ มากทีเดียว  กับคำให้การของพยานคนที่สอง)

(a)   differ    (แตกต่าง)  (เป็นคำกริยา)

(b) difference    (ความแตกต่าง)  (เป็นคำนาม)

(c) different    (แตกต่าง)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(d) differently

ตอบ   –   ข้อ  (c)  เนื่องจากขยาย  “Verb to be”  (was)  จึงต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์

 

20. Her father died _____________________.

(พ่อของเธอตาย _________________________ )

(a) by an accident

(b) from an accident

(c) in an accident    (ในอุบติเหตุ)

(d) with an accident

ตอบ    –    ข้อ   (c)  ต้องใช้ในรูปนี้เสมอ

 

21. The oil fuel ____________________ in Diesel engines is much cheaper than petrol.

(เชื้อเพลิงน้ำมันที่ถูก ________________________ ในเครื่องยนต์ดีเซล  มีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซินอย่างมาก)

(a) is used

(b) being used    (กำลังถูกใช้)

(c) using

(d) used    (ใช้)

ตอบ   –   ข้อ   (d)  เพราะลดรูปมาจากอนุประโยค  แบบ  “Adjective clause”  ที่ขึ้นต้นด้วย  “which is used” หรือ  “that is used”  {The oil fuel which (that) is used}  สำหรับข้อ (b) ถูกหลักไวยากรณ์  แต่ไม่ควรใช้  เนื่องจากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเน้นว่าเหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น (น้ำมันกำลังถูกใช้) {The oil fuel which (that) is being used}  ส่วนข้อ (a) ใช้ไม่ได้  เนื่องจากประโยคข้างต้นมีกริยาแท้อยู่แล้ว  คือ “is

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้