หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 17)

Part V : Sentence Completion (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. He _________ go abroad often for his work, but he has changed jobs and now no longer travels.

    (เขา _________  เดินทางไปต่างประเทศบ่อยในเรื่องงาน  แต่เขาได้เปลี่ยนงานมาหลายงาน  และในปัจจุบัน  มิได้เดินทางต่อไปอีกแล้ว)

   (a)  uses (ใช้)

   (b) used to (เคย)

   (c)  was used (ถูกใช้ – ในอดีต)

   (d) is used to (คุ้นเคย, เคยชิน – ในปัจจุบัน)

ตอบ – ข้อ (b) “used to”  หมายถึงเคยทำในอดีต  ปัจจุบันเลิกทำเช่นนั้นแล้ว ต้องตามด้วยกริยาช่องที่ ๑ (used to + V. 1) ส่วน “be used to” หมายถึง “คุ้นเคย, เคยชิน” ต้องตามด้วย “คำนาม” หรือ “verb + ing” จะใช้กับเหตุการณ์ในอดีตหรือปัจจุบันก็ได้  เช่น

    - He is used to getting up late.

     (เขาคุ้นเคยกับการตื่นสาย) (ปัจจุบัน)

   - She was used to watching TV late at night.

     (เธอคุ้นเคยกับการดูทีวีจนดึกเวลากลางคืน) (อดีต)

   - They are used to cold weather.

      (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศเย็น) (ปัจจุบัน)

2. The boy’s parents knew (that) he _________ if he had passed the final exam. 

    (พ่อแม่ของเด็กรู้ว่า  เขา ___________  ถ้าเขาสอบไล่ผ่าน)

    (a)  graduated (จบการศึกษา)

    (b) would graduate

    (c) could have graduated (สามารถจบการศึกษาไปแล้ว)

   (d) will graduate (จะจบการศึกษา)

ตอบ – ข้อ (c)  เนื่องจากประโยคนี้เป็น “if clause”  แบบที่ ๓ (past unreal) คือเหตุการณ์มิได้เกิดขึ้นจริงในอดีต  หรือเกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค    ซึ่งใน  “if clause” ประเภทนี้  ใน “main clause” จะใช้กริยารูป {subject + would (could, should, might) + (not) + have + V. 3} ส่วนใน “if clause” ใช้รูป {subject + had + (not) + V. 3} ทั้งนี้  ข้อความในประโยคข้างบนจึงหมายถึง “เด็กมิได้จบการศึกษา  เพราะเขาสอบไล่ไม่ผ่าน” หรือ จากประโยคข้างล่าง

     - If he had listened to my advice, he would not have encountered an accident.

      (ถ้าเขาฟังคำแนะนำของผม – เมื่อเดือนที่แล้ว – เขาก็คงไม่ต้องเจอกับอุบัติเหตุ)

      (แต่ในความเป็นจริง คือ  เขาไม่ฟังคำแนะนำ  เขาเลยประสบอุบัติเหตุ)

     - She would have married him if he had proposed to her.

      (เธอคงจะแต่งงานกับเขาไปแล้ว  ถ้าเขาได้ขอแต่งงานกับเธอ)

     (ในความเป็นจริงคือ  เธอไม่ได้แต่งงานกับเขา  เพราะเขามิได้ขอฯเธอ)

(ดูเพิ่มเติม “if clause” แบบที่ ๓ ในหมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑)

3. It is a fact ________. (มันเป็นข้อเท็จจริง ____________ )

    (a) that all we have to eat. (ที่ว่าทั้งหมดที่เราจำเป็นต้องกิน)

    (b) that we all have to eat. (ที่ว่าเราทุกคนจำเป็นต้องกินอาหาร)

    (c) that we all have ate. (ที่ว่าเราทั้งหมดได้กิน)

    (d) all we have to eat. (ทั้งหมดที่เราต้องกิน)

ตอบ – ข้อ (b) เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด และถูกหลักไวยากรณ์  และอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถใช้แทน  ข้อ (b)  ได้ คือ “that all of us have to eat” (ที่ว่าเราทุกคนจำเป็นต้องกิน)

4. The prosecutor questioned the witness about __________.

    (อัยการซักถามพยานเกี่ยวกับ ___________ )

    (a) what knew he

    (b) what did he know

    (c) he knew

    (d) what he knew (สิ่งที่เขารู้)

ตอบ – ข้อ (d)  เนื่องจากหลัง “preposition” (about)  จะต้องอยู่ในรูป “noun clause” ซึ่งจะต้องขึ้นต้น “clause”  (อนุประโยค) ด้วย “question word” (what, when, where, why, how)  แล้วตามด้วย “subject + verb”   เสมอ เช่น

     - I was surprised at what he said.

      (ผมประหลาดใจในสิ่งที่เขาพูด)

     - She asked me when I would leave.

     (เธอถามผมว่าผมจะไปเมื่อไร)

     - He told me why he resigned from his job.

      (เขาบอกผมว่าทำไมเขาจึงลาออกจากงาน)

     - We asked them where they lived.

       (เราถามพวกเขาว่าเขาอาศัยอยู่ที่ไหน)

     - I don’t know how he did it.

      (ผมไม่ทราบว่าเขาทำมันอย่างไร)

5. We have not found anyone to fill in the position of computer technician __________. 

     (เรายังไม่เจอใครที่จะมาแทนตำแหน่งช่างคอมพิวเตอร์ __________ )

    (a)  still (แม้กระนั้น, ยังคง)

    (b) already (แล้ว, หรือยัง)

    (c) yet

    (d) any more

ตอบ – ข้อ (c)  เนื่องจาก “yet” ใช้กับข้อความในประโยคปฏิเสธและคำถาม เช่น

     - It isn’t dark yet. (มันยังไม่มืดเลยนะ)

     - I haven’t yet met Peter. (ผมยังไม่ได้พบกับปีเตอร็เลย)

     - Her eldest son isn’t married yet.

(ลูกชายคนโตของเธอยังไม่ได้แต่งงานเลย)

-         Have you had your lunch yet?

(คุณกินอาหารกลางวันหรือยังล่ะ)

6. Kim was given the job _________ she is an efficient worker.

    (คิมได้งานทำ ____________ เธอเป็นคนทำงานที่มีประสิทธิภาพ)

    (a) due to (เนื่องมาจาก)

    (b) instead of (แทนที่จะ)

    (c) because (เพราะว่า, เนื่องจาก)

    (d) in spite of (ทั้งๆที่)

ตอบ – ข้อ (c)  เพราะได้ความหมายดีที่สุด  และ “because”  ต้องตามด้วยอนุประโยค (subject + verb) สำหรับ “due to” + วลี หรือ คำนาม

    He did not go out due to the heavy rain.

      (เขาไม่ออกไปข้างนอกเนื่องมาจากฝนตกหนัก)

7. The prime minister must focus his _________ on preparing to

    testify before the legislature. (ท่านนายกฯ จะต้องมุ่ง __________ ของ

     เขาไปที่การเตรียมให้การเป็นพยานต่อหน้าฝ่ายนิติบัญญัติ)

(a)    intention (ความตั้งใจ, เจตนา, ความมุ่งหมาย, เป้าหมาย)

(b)   intents (ความตั้งใจ, เจตนา, ความมุ่งหมาย, จุดประสงค์, ความหมาย)

(c)    detention (การกักขัง, การคุมขัง)

(d)   attention (การเอาใจใส่, ความสนใจ)

ตอบ – ข้อ (d) เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

8. _________ qualities that people most admire in others is

   generosity. (หนึ่งในบรรดาคุณสมบัติซึ่งผู้คนชื่นชมมากที่สุดในบุคคลอื่นๆ  คือ

    ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่-ใจกว้าง)

(a)    Many (จำนวนมาก)

(b)   Another (อีกคนหนึ่ง, อีกสิ่งหนึ่ง)

(c)    One of the (หนึ่งในบรรดา)

(d)   Some of the (บางคน, บางสิ่ง)

ตอบ – ข้อ (c) เนื่องจากใช้ได้กับคำกริยาของประโยค (is) โดยมี “one” (of the) เป็นประธานของประโยค

9. The sales manager wants _________ all of the remaining products

    by the end of this year. (ผู้จัดการขายต้องการ __________  ผลิตภัณฑ์ที่

    เหลือทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้)

(a)  to sell (ขาย)

(b)  selling

(c)  to be sold (ถูกขาย)

(d) to selling

ตอบ – ข้อ (a) เนื่องจากคตำกริยา “want”  ต้องตามด้วย “infinitive with to” (to + verb) (ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย “to + verb”  ในหมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๙ และตอนที่ ๙ ข้อ ๗)

10. A modern word processor enables a person to prepare

     correspondence much __________ than before.

     (เครื่องจัดคำสมัยใหม่ทำให้บุคคลสามารถตระเตรียมการโต้ตอบจดหมายได้   

      ____________  อย่างมากกว่าเมื่อก่อน)

(a)    fast

(b)   faster (เร็วกว่า)

(c)    more faster

(d)   fastest (เร็วสุด)

ตอบ – ข้อ (b) เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” (comparative) (ดูเพิ่มเติมการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” ในหมวดข้อสอบ TOEIC  ตอนที่ ๔ ข้อ ๓ และ ตอนที่ ๘ ข้อ ๕)