หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 169)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. You ________________ with us to the cinema tomorrow if you are a good boy.

(เธอ ___________________ กับเรายังโรงภาพยนตร์วันพรุ่งนี้  ถ้าเธอเป็นเด็กดี)

(a) go

(b) will go

(c) shall go    (จะต้องไป)

(d) would go

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ตามปกติ  ใช้  “I”  และ  “We”  กับ  “Shall + Verb 1” แต่เมื่อใช้โครงสร้างนี้กับสรรพนามตัวอื่น  (You, They, He, She)  หมายถึง  “ประธานฯจะต้องทำกริยานั้นๆ”  ดังประโยคข้างบน  หรือ

-         Those who break the law shall be responsible for their action.

(บุคคลผู้ซึ่งละเมิดกฎหมาย  จะต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตน)

 

2. Her mother has not seen her _________________ five months.

(แม่ของเธอไม่ได้พบเธอ ______________________ ๕  เดือนแล้ว)

(a) during    (ระหว่าง, ในระหว่าง)

(b) since    (ตั้งแต่)

(c) in

(d) for    (เป็นเวลา)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  “For”  +  “ความยาวของเวลา”   “Since”  +   “จุดเริ่มต้นของเวลา”  ดูจากประโยคข้างล่าง

-   They have lived here for ten years.

(พวกเขาอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

-   We have not seen each other since 2010.

(เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปี ๒๐๑๐ – เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

-   They have been playing since the morning.

(พวกเขาเล่นกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว – เน้นว่าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวของเวลาว่าหลายชั่วโมง)

-   They have been waiting here for two hours.

(พวกเขารอคอยอยู่ที่นี่มา ๒ ชั่วโมงแล้ว – เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันและความนานของเวลาคือ ๒ ชั่วโมง)

-   We have been living here since we were born.

(เราอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เราเกิด - เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวนานของการอาศัยที่นี่  คือหลายสิบปีแล้ว)

 

3. Don’t let that dirty dog _________________ in!

(อย่าปล่อยให้หมาสกปรกตัวนั้น _______________________ ข้างในนี้)

(a) coming

(b) to come

(c) come    (เข้ามา)

(d) comes

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Let + กรรม + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

             ตัวอย่างที่ ๑

-   Let us __________________ for a moment.

(พวกเราจง ________________________ สักชั่วครู่ชั่วยาม)

(a) keep quietly

(b) keeping quiet

(c) keep quietness

(d) keep quiet   (ไม่ปริปาก, เงียบเข้าไว้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Let + กรรม + Verb 1”  และ  “Keep + Adjective”

 

4. I can’t understand _________________________.

(ผมไม่สามารถเข้าใจเลยว่า ___________________________ )

(a) why did she marry him

(b) why she married with him

(c) why she married to him

(d) why she got married to him    (ทำไมเธอจึงแต่งงานกับเขา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  หรืออาจตอบ  “why she married him”  ก็ได้

 

5. You have tea for breakfast, ___________________?

(คุณดื่มน้ำชาสำหรับอาหารเช้า, _______________________ )

(a) have you

(b) haven’t you

(c) don’t you    (ใช่ไหม)

(d) won’t you

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                    ตัวอย่างที่ ๑

-      ____________________ your hair cut yesterday?

(__________________________  ตัดผมเมื่อวานนี้  ใช่หรือไม่)  (คือ ให้ช่างฯ ตัดผมให้)

(a) Had you

(b) You had

(c) Have you had

(d) Did you have    (คุณ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Have”  เมื่อใช้  ในโครงสร้าง   “Causative use”  คือ  “ประธานฯใช้ให้ใครทำอะไร”  หรือ  “ประธานใช้ให้อะไรถูกทำโดยใคร”  จะถือว่า   เป็นกริยาธรรมดาตัวหนึ่ง  ดังนั้น  เมื่อจะทำเป็นประโยคคำถาม หรือ ปฏิเสธ  จึงต้องใช้   “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Have” ในความหมายต่างๆ   ที่ถือเป็นกริยาธรรมดา   และต้องใช้   “Verb to do”   ช่วย  เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยคปฏิเสธและคำถาม   จากประโยคข้างล่าง

                     ตัวอย่างที่ ๒

-    They ____________________ breakfast at seven o’clock.

(พวกเขา _____________________________ อาหารเช้าเวลา  ๗  โมง)

(a) have no

(b) have not

(c) haven’t

(d) don’t have    (มิได้รับประทาน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก   “Have”  เมื่อหมายถึง  “รับประทาน, ดื่ม”  จะเป็นเพียงกริยาธรรมดาทั่วไป  เมื่อจะทำเป็นประโยคปฏิเสธ หรือคำถาม  จึงต้องใช้   “Verb to do”  (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ 

                ตัวอย่างที่ ๓

-   You had your car overhauled last week, _________________?

(คุณเอารถของคุณไป (ให้ช่าง) ซ่อมทั้งคัน  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว, ________________ )

(a) hadn’t you

(b) didn’t you    (ใช่หรือไม่)

(c) wasn’t it

(d) had you

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Had”  ในประโยคข้างบน  อยู่ในรูป  “Causative use” มีความหมายว่า   “เอารถไปซ่อม” (had your car overhauled)   จึงถือเป็นกริยาทั่วไปตัวหนึ่ง  เหมือนกับ   “Walk, Play, Swim, Eat, Sing, Write, Walk, etc.”  ดังนั้น   เมื่อจะทำเป็นรูปปฏิเสธ  หรือคำถาม  หรือ  “Question tag”   จึงต้องใช้  “Verb to do” (Do, Does, Did)   ช่วย  และเนื่องจากในประโยคข้างบน   “Had”  อยู่ในรูปบอกเล่า   ในส่วน   “Tag”  จึงต้องเป็นปฏิเสธ

                      สำหรับ “Verb to have”  (Have, Has, Had)  จะถือเป็นกริยาพิเศษ  และในส่วน   “Tag”สามารถใช้   “Have, Has, Had”  ได้เลย  ซึ่งแล้วแต่ ประธานประโยค  และ  “Tense”   (ไม่ต้องใช้  “Verb to do”  ช่วย)  มี  ๓  กรณี  คือ

๑.   ใน  “Present perfect tense”เช่น

    - He has eaten his breakfast, hasn’t he?

(เขาได้กินข้าวเช้าแล้ว  ใช่หรือไม่)

๒. ใน  “Past perfect tense”  เช่น

    - She had moved to a new place, hadn’t she?

(เธอได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่แล้ว  ใช่หรือไม่)

๓. ในกรณีที่   “Have” หมายถึง  “มี”  เช่น

   - They had a beautiful house, hadn’t they?

(ในกรณี   “Have”แปลว่า  “มี”  สามารถใช้   “Verb to do” ช่วยได้เช่นกัน  ดังนั้น ประโยคข้างบนอาจเป็น   “They had a beautiful house, didn’t they?)

    - She has not a car, has she?

(ในทำนองเดียวกัน  เมื่อ   “Has”หมายถึง  “มี”  ประโยคนี้  สามารถใช้ได้อีกแบบ  คือ  “She has not a car, does she? )

                     อย่างไรก็ตาม   เมื่อ   “Has”  มิได้แปลว่า  “มี”  แต่มีความหมายอย่างอื่น   ดังเช่นใน  ๔  กรณี  ต่อไปนี้   จะถือว่าเป็นเหมือนกริยาธรรมดาทั่วๆ ไป  (= Walk, Sleep, Cry, Hope, Love, Like, etc.)  ดังนั้น   เมื่อจะทำเป็นรูปปฏิเสธ  หรือ  คำถาม   รวมทั้งในส่วน  “Tag”  จะต้องใช้  “Verb to do”  (Do, Does, Did)   ช่วยเสมอ  ดังประโยคข้างล่าง

๑.    เมื่อหมายถึง   “ได้รับ”  (Receive)  เช่น

    - She had a letter this morning, didn’t she?

(เธอได้รับจดหมายเมื่อเช้านี้  ใช่หรือไม่)

๒.  เมื่อหมายถึง  “รับประทาน, ดื่ม”  เช่น

     - He had coffee for breakfast, didn’t he?

(เขาดื่มกาแฟสำหรับอาหารเช้า  ใช่หรือไม่)

            - We had a lot of food at the party last night, didn’t we?

(เรากินอาหารมากมายที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้  ใช่หรือไม่)

๓.   เมื่อหมายถึง  “จำเป็นต้อง”  (Have to)  เช่น

     - They have to study hard to pass the exam, don’t they?

(พวกเขาจำเป็นต้องเรียนหนัก  เพื่อสอบผ่าน  ใช่หรือไม่)

         ๔.  เมื่อใช้ไนโครงสร้าง   “Causative use” คือ  “ประธานฯ ใช้ไห้ใครทำอะไร”  (Active voice)  หรือ  “ประธานฯ ใช้ให้อะไรถูกทำโดยใคร”  (Passive voice)  เช่น

              - She had the servant wash her room yesterday, didn’t she?

(เธอให้คนรับใช้ทำความสะอาดห้องของเธอเมื่อวานนี้  ใช่หรือไม่)

              - They have their cars washed every day, don’t they?

(พวกเขาล้างรถทุกวัน (โดยคนอื่นทำให้)  ใช่หรือไม่)

             -   He doesn’t have his hair cut every month, does he?

(เขามิได้ตัดผมทุกเดือน  ใช่ไหม)

 

6. Each of the girls _________________ a lot of toys.

(เด็กหญิงแต่ละคน _______________________ ของเล่นมากมาย)

(a) has    (มี)

(b) have

(c) there is

(d) there are

ตอบ   -   ข้อ    (a)  “Each + Of + The + คำนามพหูพจน์ + กริยาเอกพจน์  (Has, Is, Was, Plays, Works, etc.)  เช่น

-         Each of the students is writing his essay.

(นักเรียนแต่ละคนกำลังเขียนเรียงความของตน)

 

7. _________________ people like that picture.

(ผู้คน ______________________ ชอบรูปภาพนั้น)

(a) Almost    (เกือบจะ)

(b) Mostly

(c) Most    (ส่วนใหญ่)

(d) Every    (ตามด้วยคำนามนับได้  เอกพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                       ตัวอย่างที่ ๑

-      __________________ people are not interested in classical music.

(ผู้คน ______________________________ ไม่สนใจในดนตรีคลาสสิค)

(a) Almost    (เกือบจะ)

(b) Most of

(c) The most of

(d) Most   (ส่วนมาก, ส่วนใหญ่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  

                       ตัวอย่างที่ ๒

-          ____________________ my students went to see that film.

(นักเรียนของผม ______________________________ ไปดูหนังเรื่องนั้น)

(a) Most of the

(b) The most of

(c) Almost   (เกือบจะ)

(d) Most of   (ส่วนใหญ่, ส่วนมาก)

ตอบ    -    ข้อ  (d)

                       ตัวอย่างที่ ๓

-         ________________________ would like to live peacefully.

(________________________  อยากจะดำรงชีวิตอย่างสันติ)

(a) Most of people

(b) The most of people

(c) Almost people

(d) Most people    (ผู้คนส่วนมากหรือส่วนใหญ่)

(e) Almost of people

ตอบ    -    ข้อ    (d)    หรือใช้    “Most of the people”   ก็ได้

                        ตัวอย่างที่ ๔

-         ____________________ outside of the cities is used for farming.

(_________________________  นอกเมือง  ถูกใช้สำหรับทำฟาร์ม – คือ เพาะปลูก-เลี้ยงสัตว์)

(a) Most areas    (พื้นที่ส่วนใหญ่)

(b) Most of the area    (พื้นที่ส่วนใหญ่)

(c) Almost all areas    (เกือบจะพื้นที่ทั้งหมด)

(d) The most of the area

ตอบ    -    ข้อ   (b)   หรือ  “Most area”  ก็ได้  เนื่องจาก   “Area”   เป็นทั้งคำนามนับได้และนับไม่ได้   หมายถึง    “พื้นที่ของเมือง, ประเทศ หรืออื่นๆ, พื้นที่ในห้องหรือตัวอาคาร, สาขาของวิชาความรู้”  สำหรับประโยคข้างบน    กริยา คือ   “is used”   จึงต้องใช้   “Area”   แบบนามนับไม่ได้   คือ    เอกพจน์   ดังนั้น  ข้อ   (a)   และ  (c)  จึงผิด         

                          สำหรับความแตกต่างระหว่าง    “Most of the”    และ  “The most”   ดูจากตัวอย่างในประโยคข้างล่าง

                         ตัวอย่างที่  ๕        (จงหาที่ผิดไวยากรณ์ จากข้อ  ๑  ถึง  ๔)

(1) As (2) they ripen on the tree, (3) the most olives change slowly (4) from green to black.

(ในขณะที่พวกมันสุกอยู่บนต้น   ผลมะกอกส่วนใหญ่เปลี่ยนอย่างช้าๆ   จากสีเขียวเป็น สีดำ)

ตอบ     –     ข้อ   (3)  แก้เป็น   “most olives”   หรือ   “most of the olives” เนื่องจากหมายถึง    “ผลมะกอกส่วนใหญ่”  สำหรับ  “The most”   ใช้นำหน้าคำคุณศัพท์พยางค์ยาวในการเปรียบเทียบ   “ขั้นสูงสุด”  (Superlative degree)   เช่น

-         the most important thing  (สิ่งสำคัญที่สุด)

-         the most expensive car  (รถยนต์ที่แพงที่สุด)

-         the most diligent student  (นักเรียนที่ขยันที่สุด)

-         the most difficult question   (คำถามที่ยากที่สุด)

-         the most complicated problem   (ปัญหาที่สลับซับซ้อนที่สุด)

                ตัวอย่างที่  ๖     (จงหาที่ผิดหลักไวยากรณ์ จาก  ข้อ  ๑ – ๔)

(1) Almost visitors in New York City (2) spend their time (3)

attending Broadway plays, visiting some of the museums, and (4)

going shopping.

(ผู้ไปเยือน – นักท่องเที่ยว – กรุงนิวยอร์คส่วนใหญ่  ใช้เวลาของตนเข้าชมละครบรอดเวย์  ไปเยือนอนุสาวรีย์บางแห่ง   และไปชอปปิ้ง)

ตอบ    –    ข้อ   (1)   แก้เป็น  “Most”   หรือ   “Most of the”  เนื่องจากหมายถึง นักท่องเที่ยวส่วนมาก-ส่วนใหญ่”   ส่วน   “Almost”   หมายถึง    “เกือบจะ”   ซึ่งใช้ดังนี้   คือ

        - He spent almost a month in China.

(เขาใช้เวลาเกือบ ๑ เดือนในจีน)

       - In Oxford Street, you can buy almost anything.

(บนถนนอ๊อกฟอร์ด  คุณสามารถซื้อเกือบทุกอย่าง)

       - I had almost forgotten about the trip.

(ผมเกือบลืมเกี่ยวกับการเดินทาง)

       - Cats are in fact almost color blind.

(แมว  ที่จริงแล้วเกือบจะตาบอดสี)

        - The door opened almost before Peter had finished knocking.

(ประตูเปิดออก  เกือบจะก่อนที่ปีเตอร์เคาะประตูเสร็จ)

        - He has almost certainly been murdered.

(เขาเกือบจะถูกฆาตกรรมอย่างแน่นอน – แต่ไม่ได้ถูกฆ่า)

- He was almost killed in an accident.

(เขาเกือบตายในอุบัติเหตุ)

 

 

8. A great deal of research ________________ out in the field of genetic engineering in recent years.

(การวิจัยอย่างมากมาย _________________________ ในสาขาพันธุวิศวกรรม  ในช่วงปีที่เพิ่งผ่านมาไม่นานนี้)  (หมายถึง  ในช่วงไม่กี่ปีมานี้)

(a) will be carried    (จะถูกดำเนินการ)     

(b) has been carried     (ได้ถูกดำเนินการ, ได้ถูกกระทำขึ้น)

(c) is being carried    (กำลังถูกดำเนินการ)

(d) will have carried    (จะได้ดำเนินการแล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ใช้รูป   “Present perfect tense”  (โดยพิจารณาจากข้อความ  “In recent years”)  ในรูป  “Passive voice”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb 3}  เนื่องจากการวิจัย  “ถูกดำเนินการ”   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                     ตัวอย่างที่ ๑

-      __________________ impressive increases in expenditure on the advertising of tobacco goods in recent years.

(____________________________  การเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ  ในค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาสินค้ายาสูบ  ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมานี้)

(a) There are

(b) There were

(c) There have been   (มี, ได้มี)

(d) There has been

ตอบ    -    ข้อ   (c)  ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  (ต้องใช้  “Have been”  เนื่องจาก  “impressive increases” อยู่ในรูปพหูพจน์)   เนื่องจากบอกการกระทำ  หรือเหตุการณ์  ที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน   และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก   สังเกตจาก  For = (เป็นเวลา)  (For + ความยาวของเวลา),  Since = (ตั้งแต่), (Since + จุดเริ่มต้นของเวลา),  Up to now (= Up to the present time = Up until now) =  (จนถึงบัดนี้),  So far = ( เท่าที่ผ่านมา, หมู่นี้),  Lately (= Recently) = (หมู่นี้, เร็วๆ นี้),  Over the past years  (ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา),  In recent years  (ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมา),    ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

           - She has lived here for10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

           - He has been in Chicago since last week. (= He has gone to Chicago since last week.)

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

           - We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

           - So far, you have not done your best. (You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

           - I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

             - The climate has changed a great deal over the past years.

(ภูมิอากาศได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา)

           - Crime has significantly increased in recent years.

(อาชญากรรมได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา)

 

9. It appears that, in the future, vast sums of money _______________ in order to solve the problem of air pollution.

(มันปรากฏว่า  ในอนาคต  เงินจำนวนมหาศาล _____________________ เพื่อที่จะแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศ)

(a) are going to spend    (จะใช้จ่าย)

(b) have been spending    (ได้กำลังใช้จ่าย)

(c) could have spent    (สามารถจะใช้จ่ายไปแล้ว)  (แต่ก็มิได้กระทำ)

(d) will have to be spent    (จำเป็นจะต้องถูกใช้จ่าย)

ตอบ   -    ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นเรื่องของอนาคต  และเป็นเพียงข้อเดียวที่อยู่ในรูป  “Passive voice”   เพราะประธานของประโยคย่อย  (Vast sums of money)  ถูกกระทำ  (ถูกใช้จ่าย)

 

10. In the old days, ________________ were preferred to serve in most wealthy families in Scotland.

(ในสมัยโบราณ ___________________ ได้รับความนิยมมากกว่า (คนใช้หญิง) ให้ทำงานรับใช้ในครอบครัวที่ร่ำรวยส่วนใหญ่  ในประเทศสกอตแลนด์)

(a) man-servants

(b) men-servant

(c) men-servants    (คนใช้ผู้ชาย)

(d) man-servant

ตอบ   -   ข้อ   (c)  คำนามขยายคำนาม หรือ “นามประกอบ” (Compound noun)  เมื่อเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์  ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนที่คำนามตัวหลัง  เช่น  “Service buses”  (รถบริการ หรือ รถรับส่งพนักงาน)   “Government policies”  (นโยบายของรัฐบาล)   “Cake-shops”  (ร้านขายเค้ก)   “Shop-cakes”  (เค้กที่ซื้อจากร้าน)   “Bus stations”  (สถานีรถประจำทาง)   “Horse-races”  (การแข่งม้า)   “Race-horses”  (ม้าแข่ง)   “Office-boys”  (เด็กรับใช้ในสำนักงาน)   “Step-fathers   (พ่อเลี้ยง)

                  แต่มีข้อยกเว้น  โดยเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์ที่คำนามทั้ง  ๒  ตัว  เช่น   “Men-servants”  (คนใช้ผู้ชาย)   “Women-servants”  (คนใช้ผู้หญิง)   “Gentlemen-visitors”  (ผู้มาเยือนที่เป็นสุภาพบุรุษ)  เป็นต้น

                 ถ้าคำนามประกอบด้วยนามและ  “Preposition”  ให้เปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์ที่คำนาม  เช่น   “Passers-by”  (คนที่เดินผ่านไปมาตามถนน)   “Lookers-on”  (คนดู)   “By-products”  (ผลพลอยได้)

                  แต่ถ้าคำนามประกอบด้วยนาม  ๒  ตัว  และเชื่อมด้วย  “Preposition”  ให้เปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์ที่คำนามตัวหน้า  เช่น   “Sons-in-law”  (ลูกเขย)   “Daughters-in-law”  (ลูกสะใภ้)   “Fathers-in-law”  (พ่อตา-พ่อสามี)   “Mothers-in-law”  (แม่ยาย-แม่สามี)   “Men-of-war”  (เรือรบ)   “Commanders-in-chief”  (แม่ทัพ)

                   คำที่เขียนติดกัน  ไม่ถือเป็น  “Compound noun”  จึงเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์โดยเติม  “S”  ท้ายคำ  เช่น   “Handfuls”  (ปริมาณเต็มมือ, ปริมาณเล็กน้อย)  (“Only a handful of people came to the meeting.”  =  คนจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่มาประชุม)      “Spoonfuls”  (ปริมาณเต็มช้อน, ปริมาณเล็กน้อย)   “Shopkeepers”  (เจ้าของร้าน)          

 

11. Very __________________ people in the United States have servants in their home.

(ผู้คน __________________________ มากในสหรัฐฯ มีคนรับใช้ในบ้านของตน)

(a) little    (น้อย)  (จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(b) a little    (น้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(c) few    (น้อย) (จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

(d) a few    (น้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากหลัง  “Very”  ต้องตามด้วย   “Few”  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)   หรือ “Little”   (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)   ดังตัวอย่างข้างล่าง

       - Very few people live to the age of 100.

(น้อยคนมากมีอายุยืนถึง ๑๐๐ ปี)

       - Very few students get a scholarship each year.

(นักเรียนน้อยคนมากได้ทุนเล่าเรียนในแต่ละปี)

      - The couple invited very few guests to their wedding ceremony.

(สามีภรรยาคู่นั้นเชิญแขกน้อยมากมาที่งานแต่งงานของตน)

       - Very little knowledge is dangerous.

(ความรู้น้อยมากเป็นอันตราย)  (หมายถึงความรู้น้อยย่อมถูกหลอกต้มได้ง่าย  หรือหาเลี้ยงชีพด้วยความยากลำบาก)

       - Most children from poor families obtain very little education.

(นักเรียนส่วนใหญ่จากครอบครัวที่ยากจน  ได้รับการศึกษาน้อยมาก)

       - People in remote area normally get very little information.

(ผู้คนในพื้นที่ห่างไกล  ปกติแล้วได้รับข้อมูลข่าวสารน้อยมาก)

 

12. The baby takes three _________________ of cereal with an ounce of milk.

(เจ้าเด็กทารกคนนั้นกินธัญพืช (ข้าว) ๓ _____________________  พร้อมกับนม ๑ ออนซ์)

(a) spoons full

(b) spoonsfull

(c) spoonsfuls

(d) spoonfuls    (ช้อนเต็มๆ)  (คือ ปริมาณเต็มช้อนหนึ่งๆ)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมใน  ข้อ  ๑๐

 

13. I shall look forward __________________ from you soon.

(ผมจะตั้งตารอ ________________________ จากคุณโดยเร็ว)

(a) to hear

(b) for hear

(c) to hearing    (ที่จะได้ยินข่าว – คือได้รับจดหมายหรือการติดต่อด้วยวิธีอื่นๆ)

(d) for hearing

ตอบ    -    ข้อ   (c)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างประโยคข้างล่าง

-         I wish you and your wife many years of happiness together and look forward __________________ you both.

(ผมขออวยพรให้คุณและภรรยามีความสุขด้วยกันตลอดไป  และหวังอย่างยิ่งกับ (หรือ “ตั้งตารอ”) ______________________ คุณทั้ง ๒ คน  -  หมายถึงในวันข้างหน้า) 

(a) to see

(b) to seeing    (การได้พบ)

(c) for seeing

(d) to be seeing

ตอบ    -    ข้อ   (b)  เนื่องจาก   “To”   ที่ตามหลังคำกริยาต่อไปนี้   ถือเป็น Preposition”    จึงต้องตามด้วยคำนามหรือ   “Gerund” (Verb + ing)   ได้แก่

Look forward to”  (ตั้งตารอคอย),  “Be opposed to”  (คัดค้านหรือไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง), “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย)“Admit”  (ยอมรับ),  “Devote…..to”  (อุทิศ............ให้กับ),  “Dedicate………to”  (อุทิศ............ให้กับ),  “Apply……to”  (ประยุกต์.............เข้ากับ)    ดังประโยคตัวอย่าง  

             - She looks forward to buying a new home next year.

(เธอตั้งตาคอยซื้อรถคันใหม่ปีหน้า)

-  He looks forward to his  birthday party next week.

(เขาตั้งตารอคอยงานเลี้ยงวันเกิดของเขาในสัปดาห์หน้า)       

       - We object to going to bed late tonight as we will have to start our trip early tomorrow.

(เราไม่เห็นด้วยกับการนอนดึกคืนนี้  เพราะเราจะต้องออกเดินทางแต่เช้าวันพรุ่งนี้)

           - She objected to his plan to move to London after their marriage.

(เธอคัดค้านแผนการของเขาที่จะย้ายไปลอนดอนหลังการแต่งงาน)

           - He admitted to having an extramarital affair that ended in a pregnancy.

(เขายอมรับว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนอื่นที่มิใช่ภรรยา  ซึ่งจบลงด้วยการตั้งครรภ์)

         - He devotes most of his time to studying in the library.

(เขาอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการศึกษาในห้องสมุด)

       - They applied their knowledge gained from training overseas to performing their daily work.

(พวกเขาประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการอบรมในต่างประเทศ  เข้ากับการทำงานประจำวัน)

 

14. These books ___________________ about space travel are very interesting.  

(หนังสือเหล่านี้ (ซึ่ง) ___________________________ เกี่ยวกับการเดินทางในอวกาศ  น่าสนใจอย่างมาก)

(a) was written

(b) were written

(c) written    (ถูกเขียน)

(d) to be written

ตอบ    -    ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากประโยคย่อย   แบบ  “Adjective clause”  คือ   “Which (That) were written about space travel”  (โดยตัด  “Which were”  หรือ  “That were”  ทิ้งไปสำหรับข้อ  (b)  ไม่สามารถใช้ได้   เนื่องจากประโยคข้างบน  มีกริยาแท้อยู่แล้ว  คือ  “Are”   ดังนั้น  จะใช้กริยาแท้ซ้อนลงไปอีกไม่ได้   นอกจากจะมีคำเชื่อม   เช่น  “And”  “Or”  “But”  เป็นต้น   ดูตัวอย่างเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                        ตัวอย่างที่ ๑

-         Early philosophers believed that the mind was divided into three faculties_________________ as feeling, intellect and wisdom.

(นักปรัชญาในยุคก่อนๆเชื่อว่าจิตใจ (ของมนุษย์) ถูกแบ่งออกเป็นความสามารถที่จะทำอะไรได้ ๓ อย่าง _____________________ กันว่า (หรือในฐานะ) คือ ความรู้สึก (อารมณ์), สติปัญญา  และความเฉลียวฉลาด)

(a)    to know

(b) knowing

(c) known   (เป็นที่รู้จัก, ถูกรู้จัก)

(d) knew them

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากประโยคย่อย    “the mind was divided into three…..………………wisdom”  มีกริยาแท้คือ  “was divided”  ดังนั้นknown”   ในข้อ   (c)   จึงเป็นกริยาแท้อีกไม่ได้   แต่เป็นได้เพียงกริยาไม่แท้  โดยลดรูปมาจากประโยคย่อยของประโยคย่อยอีกทีหนึ่ง   กล่าวคือ   ลดรูปมาจากประโยคย่อย(faculties) which were known as……………wisdom”  ซึ่งอยู่ในรูปของPassive voice”  เนื่องจาก  “faculties”   เป็นผู้ถูกกระทำ  คือ   “ถูกรู้จักหรือเป็นที่รู้จัก”  ซึ่งประโยคย่อยนี้  ถูกลดรูปโดยการตัด  “which were”  ทิ้งไป  เหลือแต่known

 

15. Due to new developments, it was necessary to ________________ the management team.  

(เนื่องมาจากการพัฒนาการใหม่ๆ   มันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะ ___________________   คณะผู้บริหาร)

(a) reorganize   (จัดระเบียบใหม่, ปฏิรูป, ปรับปรุง)

(b) reassure    (ทำให้มั่นใจใหม่, ทำให้วางใจใหม่, รับรองใหม่, ประกันใหม่)

(c) require    (ต้องการ, ปรารถนา, ขอร้อง, เรียกร้อง)

(d) relocate    (ย้ายที่ใหม่, หาที่ใหม่, กำหนดตำแหน่งใหม่)

ตอบ    -    ข้อ   (a)   เพราะได้ใจความดีที่สุด

 

16. His reputation has been spoilt; people have no longer a very high opinion ___________________ him.  

(ชื่อเสียงของเขาได้ถูกทำให้เสื่อมเสีย    (และ)  ผู้คนมิได้มีทัศนะ-ความคิดเห็นที่สูงส่งอย่างมาก_________________________ ตัวเขาอีกต่อไป)

(a) for

(b) in

(c) to

(d) of     (ต่อ)

ตอบ    -    ข้อ  (d)   เนื่องจาก   “Have a high opinion of”  =   “มีทัศนะ-ความคิดเห็นที่สูงส่งกับ, ยกย่องอย่างสูงต่อ

 

17. We shall die some day; _________________ all men are mortal.

(เราจะต้องตายวันใดวันหนึ่ง;_____________________ มนุษย์ทุกคนต้องตาย)

(a) therefore    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

(b) for    (เพราะว่า)

(c) whereas    (แต่ทว่า, ในทางตรงกันข้าม, อย่างไรก็ตาม)

(d) not    (ไม่, ไม่ใช่)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรือ   อาจใช้   “Because, Since, As” (เพราะว่า, เนื่องจาก)  ก็ได้

 

18. I wish you _________________ there at that moment.

(ผมปรารถนาว่าคุณ _________________________ ที่นั่นในขณะนั้น)

(a) are

(b) were

(c) had been    (อยู่)

(d) would have been

ตอบ   -    ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นในอดีต  (ให้คุณอยู่ที่นั่นในตอนนั้น  ซึ่งเป็นอดีตที่ผ่านมาแล้ว)  (ความเป็นจริง  คือ  “คุณไม่ได้อยู่ที่นั่นในตอนนั้น”)    ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างประโยคข้างล่าง

                 ตัวอย่างที่ ๑

-         I wish I _____________________ German when I was at school.

(ผมปรารถนาว่าผม ______________________ ภาษาเยอรมัน  ตอนที่ผมเป็นนักเรียน)

(a) was learning

(b) learnt

(c) had learnt    (ได้เรียนรู้)

(d) have learnt

ตอบ    -    ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นการปรารถนาเหตุการณ์ในอดีต  (สมัยเป็นเด็กนักเรียน)

                       ตัวอย่างที่ ๒

-    I wish today ___________________ a holiday.

(ผมปรารถนาว่าวันนี้ ____________________________ วันหยุด)

(a) is

(b) be

(c) being

(d) were    (เป็น)

ตอบ    –    ข้อ   (d)  เนื่องจากเมื่อใช้   “Wish”   แสดงความปรารถนาในสิ่งที่  “ตรงข้ามกับความเป็นจริง”   (คือเหตุการณ์มิได้เป็นจริงตามที่ปรารถนา  -  ผมมิได้เรียนภาษาเยอรมันตอนผมเป็นเด็กนักเรียน)   จะต้องใช้รูป   “Subject + Wish + That + Subject + Verb”   แต่   “that”   มักจะละไว้เสมอ   (ไม่เขียนลงในประโยค)  (เรียกการใช้โครงสร้างแบบนี้ว่า   “Past subjunctive”)   โดยมีหลัก คือ

·      ถ้าตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน  (ปรารถนาเหตุการณ์ปัจจุบัน)  ให้ใช้ Verb เป็น “Past simple” (Verb 2)(สำหรับ “Verb to be  ใช้ “Were”  กับประธานทุกตัว)

- She wishes today were her birthday.

(เธอปรารถนาว่า  วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ – แต่จริงๆแล้วไม่ใช่)

- I wish my uncle were here now.

(ผมปรารถนาว่า  ลุงของผมอยู่ที่นี่ในขณะนี้ – แต่จริงๆแล้วไม่ได้อยู่)

- He wishes his father were a millionaire (now).

(เขาปรารถนาว่า  พ่อของเขาเป็นเศรษฐี– แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็น)

- I wish I had a bigger house (now).

(ผมปรารถนาว่าผมมีบ้านหลังใหญ่กว่านี้–แต่จริงๆแล้วมีบ้านหลังเล็ก)

- They wish they could speak Japanese (now).

(พวกเขาปรารถนาว่า สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ – แต่จริงๆแล้วพูดไม่ได้)

·      ถ้าตรงข้ามกับความจริงในอดีต(ปรารถนาเหตุการณ์ในอดีต)  ให้ใช้ Verb”เป็น “Past perfect” (Had + verb 3) เช่น

- I wish yesterday had been a holiday.

(ผมปรารถนาว่า  เมื่อวานนี้เป็นวันหยุด – แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็น)

-She wishes her father had been a millionaire (last year).

(เธอปรารถนาว่า  พ่อของเธอเป็นเศรษฐี  (เมื่อปีที่แล้ว) – แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็น)

-He wished he had been a bird (a long time ago).

(เขาปรารถนาว่า  เขาเป็นนก (เมื่อนานมาแล้ว) – แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็น)

-         I wish my uncle had been here yesterday.

(ผมปรารถนาว่า  ลุงของผมอยู่ที่นี่เมื่อวานนี้ – แต่จริงๆแล้วไม่ได้อยู่)

·      ถ้า “Wish”  ใช้กับอนาคต  (Future) ให้ใช้   “Verb” เป็น  “Would”  “Should”  “Could”  “Might”  ความหมาย   คือ  คงไม่เกิดเหตุการณ์ตามที่ปรารถนา  หรือมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก   เช่น

- I wish my wife would be here tomorrow.

(ผมปรารถนาว่า  ภรรยาของผมอยู่ที่นี่ในวันพรุ่งนี้  –  แต่จริงๆแล้วคงไม่ได้อยู่ หรือมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก)

- She wishes she could come to my party next week.

(เธอปรารถนาว่า  เธอสามารถมางานเลี้ยงของผมสัปดาห์หน้า  –  แต่จริงๆแล้วคงไม่ได้มา  หรือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก)

- They wish they would graduate from the university next semester.

(พวกเขาปรารถนาว่า  จะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยในเทอมหน้า–แต่คงจะไม่จบ หรือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก)

อย่างไรก็ตาม  เมื่อใช้   “Wish”   แสดงความปรารถนาในแบบปกติธรรมดา จะมีโครงสร้าง   “Wish + To + Verb 1”   ซึ่งความปรารถนาดังกล่าวอาจจะเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงก็ได้   เช่น

- They wish to meet their friends again next year.

(พวกเขาปรารถนาจะได้พบเพื่อนอีกในปีหน้า)

- She wishes to leave now.

(เธอปรารถนาจะจากไปในตอนนี้)

- He wishes to visit London next month.

(เขาปรารถนาจะไปเที่ยวลอนดอนเดือนหน้า)

- They wished to pass the exam this term.

(พวกเขาปรารถนาจะสอบผ่านเทอมนี้)

สำหรับอีกโครงสร้างหนึ่ง คือ  “Wish +กรรม+ noun”มีความหมาย คือ ขออวยพรให้” เช่น

- She wished them a Merry Christmas and a Happy New Year

(เธออวยพรวันคริสมาสต์และปีใหม่ให้พวกเขา)

- He wishes his parents a long and happy life.

(เขาอวยพรให้พ่อแม่มีชีวิตยืนยาวและมีความสุข)

- I wish you success.

(ผมขออวยพรให้คุณประสบความสำเร็จ)

 

19. Your daughter is very ill.  Why didn’t you send _______________

a doctor?

(ลูกสาวของคุณป่วยหนัก  ทำไมคุณจึงไม่ _______________________ หมอ)

(a)    to

(b)   for    (ตามหา, เรียกหา)

(c)    after

(d)   her

ตอบ    -     ข้อ   (b)  “Send for”   หมายถึง   ตามตัวมา, เรียกตัวมา, เรียกหา, ตามหา(โดยการส่งข่าวสารไปถึงผู้นั้น)   ในข้อนี้   คือ    “ตามหมอมา

 

20. Did you leave a message ____________________ his servant?

(คุณได้ฝากข้อความ _________________________ คนรับใช้ของเขาหรือเปล่า)

(a) with    (ไว้กับ)

(b) to

(c) by

(d) for

ตอบ     -     ข้อ    (a)   ส่วน   “Leave it to someone”   หมายถึง   “ปล่อยให้ผู้นั้นรับผิดชอบเรื่องนั้น   หรือรับมือกับสถานการณ์นั้น”   เช่น

                 - Leave it to the repairman, he will fix your car.

(ปล่อยให้เป็นเรื่องของนายช่างคนนั้น  เขาจะซ่อมรถของคุณเอง)

 

21. The older he grows, ___________________ he becomes.

(ยิ่งเขาอายุมากขึ้น  เขาก็ ___________________________ )

(a) more foolish

(b) foolish

(c) foolisher   (ไม่มีใช้รูปนี้)

(d) the more foolish   (ยิ่งโง่มากขึ้น)

ตอบ    -    ข้อ  (d) ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                 ตัวอย่างที่ ๑

            - Sometimes (1) the more we attempt to explain (2) our mistake, the (3) worst our story (4) sounds.  

(บางครั้ง  ยิ่งเราพยายามที่จะอธิบายความผิดของเรา (คือแก้ตัว)  เรื่อง (ที่พูดแก้ตัว) ของเรา  ก็ดูเหมือนว่ายิ่งเลวร้ายมากยิ่งขึ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (3)   แก้เป็น   “worse”  (มาจาก  “bad  worse  worst” – แย่-เลวร้าย,  แย่กว่า-เลวร้ายกว่า,  แย่ที่สุด-เลวร้ายที่สุด)   เนื่องจากมาจากรูป  “ยิ่ง...............ก็ยิ่ง................”  โดยมีโครงสร้าง  คือ  (The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb, the + Adjective (ขั้นกว่า) + Subject + Verb)   เช่น

               - The more one has, the more one wants.

(คนเรายิ่งมีมาก  ก็ยิ่งต้องการมาก)

              - The sooner she arrives, the better it is.

(ยิ่งเธอมาถึงเร็ว  ก็ยิ่งดี)

             - The bigger the house is, the more expensive it is.

(ยิ่งบ้านยิ่งหลังใหญ่ขึ้น  ราคาก็ยิ่งแพงขึ้น)

             - The more he tried to explain, the less she understood him.

(ยิ่งเขาพยายามอธิบายมากยิ่งขึ้น  เธอก็ยิ่งเข้าใจเขาน้อยลง)

            - The more the people come to our party, the funnier it will be.

(ยิ่งคนมางานเลี้ยงของเรามากขึ้น  มันก็ยิ่งสนุกมากขึ้น)

            - The heavier the boxes are, the more difficult it is to carry them.

(ยิ่งกล่องยิ่งใหญ่ขึ้น  ก็ยิ่งแบกมันลำบากมากยิ่งขึ้น)

-      The more he loves her, the less she loves him.

(ยิ่งเขารักเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งรักเขาน้อยลง)

-     The more money we gave them, the more (money) they wanted from us. 

(ยิ่งเราให้เงินเขามากขึ้น  เขาก็ยิ่งต้องการ (เงิน) จากเรามากขึ้น)

-      The more we read, the wiser we become.

(ยิ่งเราอ่านมากขึ้น  เราก็ยิ่งฉลาดมากขึ้น)

-         The more loan he takes, the deeper he is in debt.

(ยิ่งเขากู้เงินมากขึ้น  เขาก็ยิ่งเป็นหนี้มากขึ้น)

 

 22. The professor sometimes makes remarks that are not _________

_____________________ the topic. 

(ท่านอาจารย์บางครั้งก็กล่าวคำพูดซึ่งไม่ ______________________ กับหัวเรื่อง)

(a)    relevant with

(b)   relevant for

(c)    relevant to    (เข้าเรื่องกันกับ, สัมพันธ์กันกับ, ตรงประเด็นกันกับ)

(d)   relevant on

 

23. Does Betty object to __________________ for her every night?

(เบ็ตตี้คัดค้าน (ไม่เห็นด้วย) กับ _______________________ สำหรับเธอทุกๆคืน  ใช่หรือไม่)   (หมายถึง เบ็ตตี้ไม่ต้องการให้คุณมารอเธอทุกๆคืน  ใช่หรือเปล่า)

(a) your waiting    (การรอคอยของคุณ)

(b) for waiting

(c) that you wait

(d) because you wait

ตอบ    -    ข้อ   (a)   เนื่องจาก   “To”  ใน  “Object to” (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย)  เป็น  Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนาม หรือ  “Gerund” (Verb + ing)   ซึ่งก็ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่งด้วย   ดังนั้น  จึงสามารถใช้  “Possessive adjective” (His, Her, My, Your, Our, Their, Its)    นำหน้ามันได้เหมือนคำนามทั่วไป เช่น  “His walking”  “Her laughing”  “My singing”  “Their speaking”   เป็นต้น 

                  กล่าวโดยสรุป  คือ  “Gerund” (Verb + ing)  อาจมีคำแสดงความเป็นเจ้าของ  (Possessive adjective)  ประกอบข้างหน้าได้  เหมือนคำนามทั่วไป  เช่น

             - His walking quickly makes him tired.

(การเดินเร็วของเขาทำให้เขาเหนื่อย)

            - We appreciated on your coming.

(เราชื่นชม-ยกย่องกับการมาของคุณ)

            - Her being afraid of snakes is well-known.

(การกลัวงูของเธอเป็นที่รู้กันดี)

            - It was no use your telling him to stop smoking.

(ไม่มีประโยชน์กับการบอกเขาของคุณให้หยุดการสูบบุหรี่)

            - The audiences were informed of his being a great scientist.

(ผู้ชมได้รับการบอกเกี่ยวกับการเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของเขา)

            - I had to postpone my writing to him to a later date.

(ผมจำเป็นต้องเลื่อนการเขียน (จดหมาย) ถึงเขาของผมออกไปอีก)

            - You should not delay your sending of the application form.

(คุณไม่ควรเลื่อน (หรือ ถ่วงเวลา) การส่งใบสมัครของคุณ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้