หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 165)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The criminal was convicted ________________ murder, rape, illegal possession of firearms and subversion.

{อาชญากรถูกตัดสินว่ามีความผิด ____________________ การฆาตกรรม ข่มขืน  การครอบครองอาวุธปืนอย่างผิดกฎหมาย  และล้มล้าง (บ่อนทำลาย) รัฐบาล (ความมั่นคง  หรืออื่นๆ)}

(a) for

(b) at

(c) with

(d) of    (ในเรื่อง)

 

2. Before he was arrested, the criminal traveled _________________ the name “John Smith” and stayed at a cheap, suburban hotel most of the time.

(ก่อนที่เขาจะถูกจับกุม  อาชญากรเดินทาง ____________________ ชื่อ  “จอห์น  สมิธ”  และพักที่โรงแรมราคาถูกซึ่งอยู่นอกเมือง  เป็นส่วนใหญ่)

(a) on

(b) in

(c) under    (ภายใต้)

(d) beneath    (ข้างใต้, ต่ำกว่า, เลวกว่า, ไม่เหมาะ, ไม่สมควร)

 

3. The dictator declared martial law, ________________ his rule by decree.

(เจ้าจอมเผด็จการประกาศกฎอัยการศึก _______________________ การปกครองของเขาออกไปโดยใช้คำสั่ง-คำบัญชา)

(a) extend

(b) extended

(c) extending    (ขยายเวลา, ต่อเวลา, ยืดออกไป, ทำให้กว้างออก, กางออก, แผ่ออก)

(d) and extends

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “……….law, which extended”  หรือจากข้อความ  “……….law, and extended

 

4. In the absence of a complete and credible explanation for John F. Kennedy’s assassination, _________________ reports and theories circulated freely.

(เพราะปราศจากคำอธิบายที่สมบูรณ์และน่าเชื่อถือในเรื่องการลอบสังหารประธานาธิบดี  จอห์น  เอฟ  เคนเนดี้  รายงานและทฤษฎีต่างๆ ____________________ ได้แพร่กระจายไปอย่างเสรี)  (คือ  คนเขียนหรือลือกันไปต่างๆนาๆ)

(a) conflict

(b) conflicting    (ซึ่งขัดแย้งกัน, ซึ่งต่อสู้กัน, ซึ่งทะเลาะกัน, ซึ่งปะทะกัน)

(c) conflicted

(d) which conflict

 

5. My husband got lost again last night.  I ____________________ by himself.

(สามีของฉันหลงทางอีกแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา  ฉัน __________________ โดยลำพัง)

(a) should never let him to go

(b) should have never let him go

(c) should never have let him go    (ไม่ควรปล่อยให้เขาไป)

(d) won’t ever let him go

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Should never (not) + Have + Verb 3”  =  “ไม่ควรได้ทำเช่นนั้น (ในอดีต)”  แต่ก็ได้ทำลงไปแล้ว  คือ ในความเป็นจริง  ได้ปล่อยให้สามีออกไปตามลำพัง (คนเดียว)  และเขาก็หลงทางอีกครั้ง   และ  “Let + กรรม + Verb 1”(ปล่อยให้กรรม.....................)  (Let him go)

 

6. If I ______________ Peter, I ______________ happy to give him the message.

(ถ้าผม ________________ ปีเตอร์  ผม __________________ มีความสุขที่จะนำข่าวสารไปให้ (บอก) เขา)

(a) see _______________ am

(b) will see ________________ will be

(c) see _______________ will be    (พบ  __________________  จะ)

(d) will see ________________ am

 

7. When you arrived at the railway station, you ________________ taken a taxi.

(เมื่อคุณมาถึงสถานีรถไฟ (เมื่อวานนี้) คุณ __________________ ขึ้นรถแท็กซี่)

(a) will have

(b) should have    (ควรจะได้)

(c) would

(d) have

ตอบ   -   ข้อ    (b)  “Should + Have + Verb 3”  =  “ควรจะได้ทำเช่นนั้นแล้ว  (ในอดีต)”  แต่ก็มิได้ทำ  คือ จริงๆแล้ว  มิได้ขึ้นรถแท็กซี่  (ทั้งๆที่ควรจะได้ทำเช่นนั้น)  (ให้ดูเปรียบเทียบกับ  ข้อ  ๕)

 

8. Jane’s dress is similar in appearance ________________ her sister’s.

(เสื้อผ้าอาภรณ์-เครื่องแต่งตัวของเจน  มีความคล้ายคลึงในด้านรูปโฉมภายนอก ____

______________________ (เสื้อผ้า) ของน้องสาวของเธอ)

(a) with

(b) like

(c) as

(d) to    (กับ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Be similar to”  =  “คล้ายกับ, เหมือนกับ

 

9. I have attended so many lectures that I find I am becoming _______

___________________.

(ผมได้เข้าฟังการบรรยายหลายครั้งมาก  จนกระทั่งผมพบว่าผมกำลัง ____________)

(a) boredom    (ความเบื่อหน่าย)

(b) boring    (น่าเบื่อ)

(c) bore    (ทำให้เบื่อ)

(d) bored    (รู้สึกเบื่อ)

 

10. Jim was very popular with the coach at school for his skill in _____

____________________.

(จิมเป็นที่นิยมอย่างมากกับผู้ฝึกสอนที่โรงเรียน  สำหรับทักษะของเขา (ของจิม) ในด้าน __________________________)

(a) basketball, a tennis player, and swimming

(b) tennis playing, swimmer, and basketball

(c) basketball, tennis, and swimming    (บาสเกตบอล, เทนนิส, และการ      ว่ายน้ำ)

(d) basketballing, tennis player, and swimmer

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ต้องใช้คำให้สมดุล  (Balance)  กัน  คือ  เป็นชื่อกีฬาแต่ละชนิด

 

11. Who’s the girl ___________________ this photograph?

(เด็กหญิง _______________________ รูปภาพนี้คือใคร)

(a) on

(b) of

(c) at

(d) in    (ใน)

 

12. Do you know _____________________?

(คุณรู้จัก ___________________________ )

(a) those old two men

(b) those old men two

(c) those two old men    (ชายแก่ ๒ คนเหล่านั้นไหม)

(d) those two men old

ตอบ   –   ข้อ    (c)  ดูการเรียงคำกรณีมีคำคุณศัพท์หลายคำขยายหน้าคำนาม  จากประโยคข้างล่าง

                        ตัวอย่างที่ ๑

-   I work in ________________________.

(ผมทำงานใน  _____________________________ )

(a) a well-designed, modern factory shoe

(b) a well-designed shoe modern factory

(c) a modern shoe well-designed factory

(d) a modern, well-designed shoe factory    (โรงงานรองเท้าที่ออกแบบอย่างดีและทันสมัย)  (หมายถึง  โรงงานออกแบบอย่างดี  และทันสมัย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูการเรียงลำดับคำ  “Word order”  จากประโยคข้างล่าง 

                        ตัวอย่างที่ ๒

 I shall send her these __________________ dictionaries.

(ผมจะส่งพจนานุกรม ________________________ เหล่านี้ให้เธอ)

(a) two German big

(b) big German two

(c) two big German    (ภาษาเยอรมันเล่มใหญ่  ๒  เล่ม)

(d) big two German

(e) German two big

ตอบ  -  ข้อ  (c)

                       ตัวอย่างที่ ๓

-      He bought _________________________.

(เขาซื้อ _______________________________ )

(a) a very blue pretty Italian shirt

(b) a very pretty Italian blue shirt

(c) a very Italian pretty blue shirt

(d) a very pretty blue Italian shirt    (เสื้อเชิ้ร์ตอิตาเลียนสีน้ำเงินที่สวยงามมาก)

ตอบ  –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องเรียง  “ประเทศที่ผลิต” อยู่ติดกับคำนามที่มันขยาย  ถัดไปเป็น  “สี”    ถัดไป   ถ้ามี  “ขนาด”  (big, small)  ก็ต่อด้วย  “ขนาด”  แล้วต่อด้วย   “คุณสมบัติอื่นๆ”   เช่น  “สวย”  หรือ  “ไม่สวย”  ดังในประโยคข้างบน  ทั้งนี้  การเรียงคำในภาษาไทย และอังกฤษ  จะเรียงกลับกัน   กล่าวคือ  เวลาแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย  จะต้องแปลจากข้างหลัง  ย้อนขึ้นไปข้างหน้า   เช่น  “เสื้อ-อิตาเลียน-สีฟ้า-สวยงาม-มาก”    สำหรับตัวอย่างอื่นๆ    เช่น

(๑) บ้าน  (๒) ทรงไทย  (๓) สีขาว  (๔) หลังใหญ่  (๕) สวยงาม  (๖) มาก  (๗) สองหลัง  (๘) เหล่านั้น

(8) Those (7) two (6) very (5) beautiful (4) big (3) white (2) Thai-style (1) houses

                ตัวอย่างอื่นๆ   ได้แก่

-  I want to buy those two brown wood tables.

(ผมต้องการซื้อโต๊ะไม้สีน้ำตาล ๒ ตัวเหล่านั้น)

-  She is a very sweet little old lady.

(เธอเป็นสุภาพสตรีชราตัวเล็กๆที่หวานมาก)

-  Have you seen this interesting English book?

(คุณได้เห็นหนังสือภาษาอังกฤษที่น่าสนใจเล่มนี้หรือยัง)

-  She wanted to buy these two old brick houses.

(เธอต้องการซื้อบ้านอิฐเก่า ๒ หลังเหล่านี้)

-  There are two small Chinese gold cups in the shop window.

(มีถ้วยทอง (ทำใน) จีนเล็กๆ ๒ ใบ ในตู้โชว์ของร้าน)

These old dilapidated houses are not safe.

(บ้านที่ทรุดโทรมเก่าๆเหล่านี้ไม่ปลอดภัย)

-  She gave me a round white plastic drinking cup.

(เธอให้ถ้วย (สำหรับ) ดื่มน้ำพลาสติกสีขาวกลม ๑ ใบ แก่ผม)

-  We have bought two white electric washing machines.

(เราซื้อเครื่องซักผ้าไฟฟ้าสีขาว ๒ เครื่อง)

 

13. There is one teacher in the classroom, _______________ his lesson.

(มีครู  ๑  คน ในห้องเรียน ______________________ บทเรียนของเขา)

(a) to prepare

(b) prepares

(c) preparing    (ตระเตรียม, เตรียมตัว)

(d) prepared

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  (Adjective clause)  (ขึ้นต้นด้วย  “Who”)  คือ  “……….classroom, who is preparing his lesson”  หรือ  “………...who prepares his lesson

 

14. Come indoors.  Don’t stay out in ____________________.

(เข้ามาในบ้าน (ในร่ม) ซิ  อย่าออกไปตาก _______________________ แบบนั้น)

(a) the coldness

(b) cold

(c) the cold    (อากาศเย็น, อุณหภูมิต่ำ)  (= cold weather = a low temperature)

(d) coldness     (ความหนาว, ความเย็น)

 

15. An announcer in a __________________ station is a man or a woman  who announces the items in the programs. 

(โฆสก  –  หรือผู้ประกาศ  -  ในสถานี (วิทยุ, โทรทัศน์) ____________________  คือชายหรือหญิง  ผู้ซึ่งประกาศเรื่องต่างๆ ในรายการ)

(a) broadcast

(b) broadcasted

(c) broadcasting    (กระจายเสียง)

(d) broad cast

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Broadcasting”  ทำหน้าที่เป็น   “Present participle” (Verb + ing)  เนื่องจาก  “Station” เป็นผู้ทำกริยา  กระจายเสียง-ภาพ  ออกไปสู่ผู้ชม-ผู้ฟัง   ทั้งนี้   “Present participle”  มีรูปซ้ำกับ  “Gerund” (Verb + ing)   แต่มีหน้าที่ต่างกัน  คือ   “Gerund”  ขยายหน้าคำนาม  เพื่อบ่งบอกว่า  นามนั้นมีไว้เพื่อทำกริยานั้นๆ   (มักมีขีดคั่น (-) อยู่ระหว่างกลาง)  เช่น   “Dancing-hall” =  โรง (สำหรับ) เต้นรำ  อนึ่ง  เรานิยมใช้   “Gerund”  ประกอบหน้าคำนาม  คล้ายกับเป็นคำคุณศัพท์  แต่ไม่ใช่คุณศัพท์  เป็นเพียงนามขยายนาม  (Compound noun)  เท่านั้น   และมักนิยมใช้   “hyphen” (-) มาคั่นไว้ระหว่างคำ  เช่น

             - a sleeping-room  (ห้องนอน) (แต่ถ้า  “a sleeping dog”  หมายถึง 

 “หมาที่นอนอยู่”)  (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย  “hyphen” (-) คั่นกลาง)

             - a dancing-hall  (ห้องเต้นรำ) (แต่ถ้า  a dancing girl  หมายถึง

   “เด็กผู้หญิงที่ (กำลัง) เต้นรำ”)

             - a dancing-teacher  (ครูสอนเต้นรำ)  (แต่ถ้า a dancing teacher”  ที่ไม่ต้องมีเครื่องหมาย (-)  หมายถึง  “ครูที่ (กำลัง) เต้นรำ”

            - a reading-room  (ห้องอ่านหนังสือ)  (แต่ถ้า  a reading boy หมายถึง  “เด็กที่อ่านหนังสือ”)

             - a swimming-pool   (สระว่ายน้ำ) (แต่ถ้า  a swimming girl

หมายถึง  “เด็กหญิงที่ว่ายน้ำ”)

             - a walking-stick  (ไม้เท้า -ไม้สำหรับเดิน)  (แต่ถ้า a walking boy  หมายถึง  “เด็กที่ (กำลัง) เดิน”)

             - drinking-water  (น้ำสำหรับดื่ม)  (แต่ถ้า  “a drinking horse

หมายถึง “ม้าที่ดื่มน้ำ”)

             - a knitting-needle  (เข็มถัก)  (แต่ถ้า  a knitting woman หมายถึง   “ผู้หญิงที่ (กำลัง) ถัก”)

             - a cooking-utensil  (เครื่องมือสำหรับทำครัว)  (แต่  a cooking

woman  หมายถึง  “ผู้หญิงที่ปรุงอาหาร”)

             - a killing-field  (ทุ่งสำหรับสังหาร)  (แต่  a killing man  หมายถึง 

“ผู้ฆ่า, มือสังหาร”)

             - looking-glasses   (แว่นตา – แว่นสำหรับใส่มอง)  (แต่ถ้า  a looking boy หมายถึง  “เด็กที่ (กำลัง) มอง”)

หมายเหตุ    –    “Verb + ing” (Gerund)  ขยายหน้าคำนาม   มีความหมายว่า คำนามนั้น  มีไว้เพื่อทำกริยานั้นๆ  “a swimming-pool” (สระว่ายน้ำ)  แต่สำหรับ“Verb + ing”  ในวงเล็บข้างหลัง  ที่ขยายหน้าคำนาม  มีความหมายว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ    ในกรณีนี้  เราเรียก  “V. + ing”  นั้นว่า    “Present participle”   เช่น   “a drinking horse”  (ม้าที่ดื่มน้ำ)   (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย (-)  คั่นกลาง)

 

16. The elephant is ___________________ larger than the horse.

(ช้างตัวใหญ่กว่าม้า ________________________ )

(a) so (ดังนั้น)

(b) far    (มาก)

(c) quite (มาก)

(d) more

ตอบ   –   ข้อ   (b)  มีคำว่า  “มาก”  ๒ คำ ที่ใช้ขยายในการเปรียบเทียบ   “ขั้นกว่า” (Comparative degree)  คือ  “Much”  และ   “Far”   เช่น “Much bigger(ใหญ่กว่ามาก)   “Much colder” (หนาวกว่ามาก)  “Far smaller” (เล็กกว่ามาก)  “Far hotter” (ร้อนกว่ามาก) 

 

17. Mr. Johnson arrived in Bangkok ________________ November 15.

(คุณจอห์นสันมาถึงกรุงเทพ ____________________ วันที่ ๑๕ เดือนพศจิกายน)

(a) in

(b) on    (เมื่อ)

(c) at

(d) during

ตอบ   –   ข้อ  (b)  วันที่ต้องใช้ “On”

 

18. I would rather ______________________.

(ผมอยากจะ ________________________ )

(a) die than beg.    (ตายมากกว่าที่จะขอทาน)

(b) dying than begging

(c) dying to begging

(d) to die than beg

ตอบ    –    ข้อ   (a)   “Would rather”   (อยากที่จะ)   ต้องตามด้วย   “Infinitive without to”  (Verb 1)   และ ใช้กับ   “Than”   (มากกว่า)

 

19. When I was a boy, we had no ________________ in the village.

(ตอนผมเป็นเด็ก  เราไม่มี _________________________ ในหมู่บ้าน)

(a) electric    (ซึ่งใช้ไฟฟ้า, เกี่ยวกับไฟฟ้า) (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) electrical    (ซึ่งใช้ไฟฟ้า, ด้านไฟฟ้า) (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) electrify    (อัดไฟฟ้า, ปล่อยกระแสไฟฟ้า, ทำให้มีกระแสไฟฟ้าใช้, ทำให้ตื่นเต้น-ตกใจ) (เป็นคำกริยา)

(d) electricity    (ไฟฟ้า, กระแสไฟฟ้า, วิชาไฟฟ้า) (เป็นคำนาม)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด

 

20. I have spent _________________ today.

(ผมได้ใช้เงิน ______________________ วันนี้)

(a) money ten dollars

(b) ten dollars money

(c) ten dollars of money

(d) ten dollars    (๑๐ เหรียญ)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   ให้บอกจำนวนเงิน  และสกุลเงิน  โดยไม่ต้องมีคำว่า  “Money

 

21. She said, “_____________________”

(เธอพูดว่า “ ___________________________

(a) Seldom we hear him sing.

(b) We hear him sing seldom.

(c) Seldom do we hear him sing.    (เราได้ยินเขาร้องเพลงนานๆครั้ง)

(d) We seldom hear him to sing.

ตอบ   –   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  {Seldom (hardly, scarcely) + Verb (ช่วย)  + Subject + Verb (แท้)}  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                     ตัวอย่างที่ ๑

-      My mother doesn’t drink coffee.  _________________ does she drink tea.

(แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ ______________________ ดื่มชาด้วยเช่นกัน) 

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่ ,,,,,,,,,,,,,,........... เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เป็นไปตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                     ตัวอย่างที่ ๒

-  Traveling by air is not cheap.  Neither ___________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก  __________________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable   (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)  “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                       ตัวอย่างที่ ๓

-  Never before in my life __________________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ _______________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met

(b) I meet

(c) have I met   (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                 ตัวอย่างที่ ๔

-         Not only _________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่  ____________________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  (= เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง....................................)

(a) he went

(b) did he go   (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) เช่น “Not only did she go…..”  “Not only have they seen………”  “Not only will we play……….”  สำหรับ  “Not only” (ไม่เพียงแต่..........เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค   อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่,  ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย), Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner,  In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้ คือ   {Not only (neither, never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + helping verb  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + subject + verb (แท้)}  เช่น

-         Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

-         No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

-         Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

-         Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.   (ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

-         Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

-         Never + กริยาพิเศษ  + subject  + กริยาแท้  +ส่วนขยาย

-         Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

22. Last year, _________________ to the money given by Mr. Cooper, the school was able to build a library for the students.

(ปีที่แล้ว _________________________ เงินที่มอบให้โดยมิสเตอร์คูเปอร์  โรงเรียนสามารถสร้างห้องสมุดสำหรับนักเรียนได้)

(a) thank

(b) thanking

(c) thanks    (เนื่องมาจาก)

(d) thanked

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Thanks to”  =  “เนื่องมาจาก”  มีความหมายเหมือนกับ  “Due to, Because of, Owing to, On account of

 

23. Take care of yourself; the weather is always __________________ at the beginning of the season.

(ดูแลตัวเองหน่อยนะ  อากาศ _____________________ อยู่เสมอในตอนเริ่มต้นฤดู)

(a) changed

(b) changes

(c) changing    (กำลังเปลี่ยนแปลง)

(d) to be changed

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้ในรูป   “Active voice”  (Present continuous tense)  {Subject + Is (Am, Are, Was, Were) + Verb + ing}   เนื่องจาก   “Weather”  สามารถเปลี่ยนแปลงได้เอง   (เป็นผู้กระทำ)

 

24. Modern businessmen do not write their letters _________________.

(นักธุรกิจสมัยใหม่ไม่เขียนจดหมายของตน  _________________________ )

(a) by hands

(b) by hand    (ด้วยมือ)

(c) by a hand

(d) by the hand

 

25. She is looking for a needle.  Will you give her _________________.

(เธอกำลังมองหาเข็มเย็บผ้าอยู่   คุณช่วยให้ ____________________ แก่เธอได้ไหม)

(a) one needle

(b) a needle

(c) one    (เข็มเล่มหนึ่ง) 

(d) it

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจาก    “Needle”  เป็นคำนามนับได้  เอกพจน์   เมื่อจะกล่าวซ้ำ  ให้ใช้   “One” แทน  แต่ถ้าเป็นนามพหูพจน์  ใช้   “Those”  แทน   และถ้าเป็นนามนับไม่ได้  (เป็นเอกพจน์เสมอ)  ให้ใช้   “That”  แทน  ดังประโยคข้างล่าง

                        ตัวอย่างที่ ๑

            - The houses here are a little less modern than _____________ in the city.   (บ้านที่นี่ทันสมัยน้อยกว่า ____________________ ในเมืองอยู่เล็กน้อย)

(a) that

(b) those    (บ้าน)

(c) they

(d) ones

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากแทน  “Houses” ซึ่งเป็นคำนามนับได้พหูพจน์   แต่ถ้าเป็นคำนามนับได้เอกพจน์   (House, Car, Book, Pen, Dog)    ให้แทนด้วย  “One”   และถ้าเป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  (Furniture, Advice, News, Information, Equipment, Evidence)   ให้แทนด้วย  “That”

                      ตัวอย่างที่ ๒

-      When the boy saw the kite I had made, he asked me to make

___________________ for him. 

(เมื่อเด็กคนนั้นเห็นว่าวที่ผมทำ  เขาขอร้องผมให้ทำ ______________ ให้แก่เขา)

(a)   other

(b)  it

(c) one    (ตัวหนึ่ง)

(c)   the kite

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Kite”  เป็นคำนามนับได้  เอกพจน์  เมื่อจะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่ง (กล่าวซ้ำ)   ต้องใช้   “One”  แทน 

                     ตัวอย่างที่ ๓

-         The air of the hills is cooler than ____________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า __________________________ )

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains     (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ  –  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Air” เป็นคำนามนับไม่ได้   จึงต้องแทนด้วย  “That” และตามด้วย   “of the plains”   เพื่อให้สมดุลกัน   ในกรณีเป็นนามนับได้   ให้ใช้ “One”  แทน  และถ้าเป็นนามพหูพจน์  ให้ใช้  “Those” แทน   (สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ   (d)   เนื่องจาก  จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง  “อากาศ”  และ  “ที่ราบ”  มิใช่   “อากาศของเนินเขา”  และ  “อากาศของที่ราบ”   ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบเทียบ)     ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

                 - The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผมให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ)  (Book เป็นนามเอกพจน์นับได้ จึงต้องใช้  One  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

               - The students in this class are more hard-working than those in that class. (นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น)  (Students เป็นนามพหูพจน์ จึงต้องใช้  Those แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

                   - The knowledge one obtains from self-study is sometimes much higher than that one derives from class.

(ความรู้ที่คนเราได้รับจากการศึกษาด้วยตนเอง  บางทีมากกว่าความรู้ที่ได้รับจากห้อง เรียนมากมายทีเดียว)   (Knowledge เป็นนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ – จึงต้องใช้  That  แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)    

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้