หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 16)

Cooking as a Career

(การปรุงอาหารในฐานะอาชีพ)

1. accustom (v) – ทำให้คุ้นเคย, ทำให้เคยชิน

    - Chefs must accustom themselves to working long hours.

      (หัวหน้าพ่อครัวจะต้องทำตัวเองให้คุ้นเคยกับการทำงานนานหลายๆชั่วโมง)

    - It can be hard to accustom oneself to eating new types of food.

      (มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำตัวเองให้คุ้นเคยกับการกินอาหารชนิดใหม่ๆ)

2. apprentice (อะ-เพร้น-ทิส) (n) – ผู้ฝึกงาน, เด็กฝึกงาน, ผู้เรียนรู้, ผู้กำลังได้รับการฝึกอย่างพิเศษ, ทำให้เป็นผู้ฝึกงาน)

    - Instead of attending cooking school, Peter chose to work as an apprentice with an experienced chef.

       (แทนที่จะ เข้าโรงเรียนปรุงอาหารปีเตอร็เลือกที่จะทำงานเป็นเด็กฝึกงานกับพ่อครัวที่มีประสบการณ์)

    - The cooking school has an apprentice program that places students in restaurants to gain work experience.

      (โรงเรียนการปรุงอาหารมีโครงการเด็กฝึกงาน  ซึ่งวางตัวนักเรียนในภัตตาคาร  เพื่อให้ได้ประสบการณ์ในการทำงาน – หมายถึงส่งนักเรียนไปฝึกงานในภัตตาคาร)

3. culinary (a) – เกี่ยวกับการครัวหรือปรุงอาหาร

    - The chef was widely known for his culinary artistry.

     (หัวหน้าพ่อครัวเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในเรื่องศิลปกรรมเกี่ยวกับการปรุงอาหาร)

    - His interest in culinary arts drew him to a commercial foods program.

      (ความสนใจของเขาในศิลปะเกี่ยวกับการปรุงอาหาร  ดึงดูดเขาเข้าสู่โครงการอาหารเชิงพาณิชย์ – คือทำอาหารขาย)

4. demand (v) – เรียกร้อง, ต้องการ

    - Jim was always exhausted because his new job at the restaurant demanded so much of him.

      (จิมเหนื่อยล้าเป็นประจำ  เพราะว่างานใหม่ของเขาที่ภัตตาคารเรียกร้องอะไรจากเขาอย่างมากมาย – ให้ทำโน่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา)

    - This style of cooking demands many exotic ingredients and a lot of preparation time.

     (สไตลย์การปรุงอาหารแบบนี้ต้องการส่วนผสมจากต่างประเทศ – หรือที่มิใช่ของพื้นเมือง - อย่างมากมาย  และเวลาในการเตรียมอย่างมากด้วย)

5. draw (v) – ดึงดูด, ดึงเข้ามา

    - We hope the new restaurant will draw other business to the area.

      (เราหวังว่าภัตตาคารใหม่จะดึงธุรกิจอื่นๆเข้ามาในพื้นที่)

    - Bill was drawn to a career in cooking.

      (บิลถูกดึงเข้ามาสู่อาชีพการปรุงอาหาร) (draw -  drew  - drawn)

6. incorporate (v) – รวมเข้าด้วยกัน, ทำให้รวมกัน

    - Maria incorporated the patron’s suggestions into her new menu.

      (มาเรียรวมคำแนะนำของลูกค้าเข้าไว้ด้วยกันกับรายการอาหารใหม่ของเธอ)

    - Here are the fresh greens for you to incorporate into a salad.

      (นี่คือใบสีเขียวของผักสดสำหรับคุณที่จะรวมเข้าไว้ในสลัด)

7. influx (อิ๊น-ฟลัก) (n) – การไหลเข้า, การไหลบ่าเข้า, การทะลักเข้า

    - An influx of new chefs is constantly needed to fill open jobs.

      (การไหลเข้ามาของหัวหน้าพ่อครัวคนใหม่ๆ  ได้รับความต้องการอยู่เสมอ  เพื่อจะเติมเต็มงานที่เปิดรับ – คือทางร้านต้องการหัวหน้าพ่อครัวใหม่อยู่เสมอ  เพราะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นมากมาย)

    - Due to the rise in popularity of cooking as a career, cooking schools report an influx of applications.

      (เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นในความเป็นที่นิยมของการปรุงอาหารในฐานะเป็นอาชีพ  โรงเรียนการครัวได้รายงานการหลั่งไหลเข้ามาของการสมัครเข้าเรียน)

8. method (n) – วิธีการ

    - Susan used a simple method for making ice cream.

      (ซูซานใช้วิธีการอย่างง่ายในการทำไอสครีม)

    - There are various methods of saving money.

      (มีวิธีการต่างๆมากมายในการออมเงิน)

9. outlet (n) – ทางออกสำหรับของเหลว-กาซ, วิธีการปลดปล่อยหรือแสดงอารมณ์ที่รุนแรง-พลัง-ความปรารถนา-สติปัญญา, ร้านหรือตลาดสำหรับสินค้า

    - The hole in the lid is an outlet for steam.

       (รูที่ฝาปิดเป็นทางออกสำหรับไอน้ำ)

    - Sport is a good outlet for students’ pent-up energy.

     (กีฬาเป็นทางออกที่ดีสำหรับพลังที่เก็บกด – กักไว้, ขังไว้ – ของนักเรียน)

    - Many women find an outlet for their creativity in sewing.

      (ผู้หญิงจำนวนมากพบทางออกสำหรับความสามารถในทางสร้างสรรค์ของพวกตน  ในการเย็บผ้า)

    - The small manufacturer needs an outlet for his products.

      (ผู้ผลิตรายย่อยต้องการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของตน)

10. profession (n) – อาชีพที่ต้องการการฝึกฝนมากมายและการศึกษาแบบเฉพาะทาง

      - Cooking is considered as much a profession as is law or medicine.

         (การปรุงอาหารถูกมองว่าเป็นอาชีพมากเท่ากันกับกฎหมาย หรือการแพทย์)

      - Kim took up cooking as her profession and is very happy with her decision.

        (คิมรับเอาการปรุงอาหารเป็นอาชีพของเธอ  และมีความสุขมากกับการตัดสินใจเลือกอาชีพนี้)

11. relinquish (ริ-ลิ้ง-ควิช) (v) – ละทิ้ง, สละ, ยกเลิก, ปลดปล่อย, ถอน

     - People find it hard to relinquish their accustomed food preferences and try something new.

       (ผู้คนพบว่าเป็นการยากที่จะละทิ้ง- ถอนความนิยมอาหารที่ตนคุ้นเคย  และทดลองกินอาหารประเภทใหม่ๆ)

     - England has been forced to relinquish her Empire.

       (อังกฤษถูกบังคับให้ละทิ้ง-สละ-ปลดปล่อยอาณาจักรที่ตนครอบครอง – ยึดเอาเป็นเมืองขึ้น)

     - Step by step she has relinquished all responsibility.

        (ทีละขั้นตอน  เธอได้สละ-ถอนความรับผิดชอบ – งานในหน้าที่ – ทั้งหมด)

      - She relinquished the editorship of the newspaper.

         (เธอสละ-ละทิ้งตำแหน่งบรรณาธิการหนังสือพิมพ์)

12. theme (ธีม) (n) – แก่นสาร, ใจความ, สาระสำคัญ, ธีมของงานหรือเรื่องหนึ่งเรื่องใด, หัวข้อหนังสือ, หัวข้อสนทนา, หัวข้ออภิปราย

      - The caterers prepared food for a party with a tropical island theme.

        (ผู้จัดส่งอาหารเตรียมอาหารสำหรับงานเลี้ยง  โดยมีธีมของงานเป็นแบบเกาะในเขตร้อน)

      - The restaurant’s food and décor demonstrated its southwestern theme.

        (อาหารและการตกแต่งร้านของภัตตาคารแสดงให้เห็นถึงธีมของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้)

 

Fill the words from the box in the blanks in the passage.

     accustomed            demanding          influx                      profession 

     apprenticeship       drawn                   methods                relinquish

     culinary                    incorporate        outlet                      themes

     creativity                 talent                    career                    ingredients

     variations                stretch                 patrons                  recognized

     infusing                    seasoning           textures                hands-on

     spice                         rare                      experienced

     preferences           choice

 

   When people start thinking about careers, they may be looking for an (1) outlet for their (2) creativity.  Many people are (3) drawn to cooking as a (4) career and see it as a (5) profession, not merely a trade.  The restaurant business is (6) demanding and needs a constant (7) influx of new (8) talent.

(คำแปล)   เมื่อผู้คนเริ่มคิดเกี่ยวกับอาชีพ  พวกเขาอาจจะกำลังมองหา (๑) ทาง (ระบาย) ออกสำหรับ (๒) ความสามารถในทางสร้างสรรค์ของตน  คนจำนวนมากถูก(๓) ดึงเข้ามาสู่การปรุงอาหาร (การครัว) ในฐานะเป็น (๔) อาชีพการงาน  และมองมันว่าเป็น (๕) อาชีพ (ในแบบที่ต้องการฝึกฝนอย่างมากมายและการศึกษาแบบเฉพาะทาง)  ซึ่งไม่เป็นแต่เพียงการค้าเท่านั้น  ทั้งนี้  ธุรกิจภัตตาคารกำลัง (๖) เรียกร้องต้องการ(ให้คนเข้าไปทำงานด้านนี้)  และต้องการ (๗) การหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องของ (๘) กลุ่มคนกลุ่มใหม่ที่มีความสามารถพิเศษ

              Chefs (9) incorporate (10) ingredients and (11) methods of cooking from around the world into successful menus.  Most chefs offer meals that are (12) variations on standard (13) themes.  They will try to (14) stretch their (15) patrons range of food tastes by taking food that is still (16) recognized as traditional and (17) infusing it with something new, like a (18) rare (19) spice or (20) seasoning.  People (21) accustomed to certain tastes and (22) textures aren’t going to (23) relinquish their (24) preferences immediately.

(คำแปล)   หัวหน้าพ่อครัว (๙) รวม (๑๐) ส่วนผสม (ของอาหาร) และ (๑๑) วิธีการปรุงอาหารจากทั่วโลก  ให้กลายเป็นรายการอาหาร (เมนู) ที่ประสบความสำเร็จ  หัวหน้าพ่อครัวส่วนใหญ่เสนออาหารต่างๆซึ่งเป็น (๑๒) การเปลี่ยนแปลงใน (๑๓) สาระสำคัญที่เป็นมาตรฐาน (เช่น รสชาติหรือส่วนผสมของอาหาร)  พวกเขาจะพยายามที่จะ (๑๔) ขยายระดับของรสชาติของอาหารของ (๑๕) ลูกค้า-ผู้มีอุปการะคุณของตน  โดยการเลือกอาหารที่ยังคงได้รับการ (๑๖) ยอมรับ (รู้จัก) ในฐานะเป็น (อาหาร) แบบดั้งเดิม  และ (๑๗) ใส่-ผสมมันกับสิ่งใหม่ๆ  เช่น (๑๙) เครื่องเทศหรือ (๒๐) เครื่องชูรสที่ (๑๘) หายาก  อนึ่ง  ผู้คนที่ (๒๑) ถูกทำให้คุ้นเคยกับรสชาติและ(๒๒) องค์ประกอบบางอย่าง (ของอาหาร)  จะไม่ (๒๓) ละทิ้ง-สละ (๒๔) อาหารที่ตนชอบมากกว่า (อาหารชนิดอื่นๆ) โดยทันทีทันใด

          Chefs attend (25) culinary school or train in restaurants with (26) experienced chefs, in an (27) apprenticeship.  For those of you who like (28) hands-on creativity, being a chef might be a good (29) choice.

(คำแปล)       หัวหน้าพ่อครัวเข้าเรียนในโรงเรียนที่ (๒๕) เกี่ยวกับการครัวหรือปรุงอาหาร  หรือฝึกหัดในภัตตาคารกับหัวหน้าพ่อครัว (๒๖) ที่มีประสบการณ์  ใน (๒๗) การฝึกงานของตน  ทั้งนี้  สำหรับพวกคุณที่ชอบความสามารถในทางสร้างสรรค์ที่ (๒๘) ส่งผ่าน-ส่งต่อ (ไปยังผู้อื่นได้)  การเป็นหัวหน้าพ่อครัวอาจจะเป็น (๒๙) ทางเลือกที่ดี

 

Choose the word that best completes the sentence.

(จงเลือกคำที่เติมประโยคได้ดีที่สุด)

1. Susan is having a hard time becoming _________ to the long hours of her job at the restaurant.

     (ซูซานกำลังประสบความยากลำบากในการ  ______ กับชั่วโมงที่ยาวนาน – เวลาหลายชั่วโมง – ของงานของเธอที่ภัตตาคาร – หมายถึงการทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง)

     (a)  custom (ขนบธรรมเนียม, ประเพณี, ภาษี)

     (b) customs (พิกัดอัตราภาษีอากร, หน่วยงานที่ทำหน้าที่เก็บภาษี)

     (c)  accustoms

     (d) accustomed (ถูกทำให้คุ้นเคย-เคยชิน) (เป็น “passive voice”)

2. The student accepted a six-month _________ with a famous chef.

    (นักเรียนยอมรับ __________ระยะ ๖ เดือน  กับหัวหน้าพ่อครัวที่มีชื่อเสียง)

    (a) apprentice (เด็กฝึกงาน, ผู้ฝึกงาน, ผู้เรียนรู้, ผู้กำลังได้รับการฝึกอย่างพิเศษ)

    (b) apprenticed (ถูกทำให้เป็นผู้ฝึกงาน)

    (c) apprenticing (การทำให้เป็นผู้ฝึกงาน)

    (d) apprenticeship (การฝึกงาน)

3. The patrons at this restaurant are often _________, but they usually tip well.

     (ลูกค้าที่ภัตตาคารแห่งนี้มักจะ __________ บ่อยๆ  แต่พวกเขามักให้ทิปมากอยู่เสมอ)

     (a)    demands (เรียกร้อง, ต้องการ)

     (b)   demanded

     (c)   demanding (ไม่พอใจหรือชอบอะไรง่ายๆ, เรียกร้อง-ต้องการ, เรียกร้องจะเอาโน่นเอานี่, ซึ่งต้องใช้เวลาและพลังงานมาก) (เป็น“present continuous tense”)

     (d)   demand (ความต้องการ, ข้อเรียกร้อง)

4. I love this chef’s cooking style, which _________ so many different tastes.

     (ผมชอบสไตล์การปรุงอาหารของเชฟคนนี้  ซึ่ง _________ รสชาติที่แตกต่างกันมากมายหลายแบบ)

     (a)  incorporation (การรวมเข้าไว้ด้วยกัน)

     (b) incorporates (รวมเข้าไว้ด้วยกัน) (เป็น “present simple tense” ทั้งประโยคใหญ่และประโยคย่อย)

     (c)   incorporating

     (d)  incorporator (ผู้รวมเข้าไว้ด้วยกัน)

5. The experienced chef was _________ about the way he prepared his award-winning dish.

     (หัวหน้าพ่อครัวที่มีประสบการณ์คนนั้น ________ เกี่ยวกับวิธีการที่เขาจัดเตรียมอาหารที่ได้รับรางวัล)

     (a)  method (วิธีการ)

     (b) methodical (มีระเบียบ, เจ้าระเบียบแบบแผน, มีเหตุผล, อดทน, รอบคอบ)

     (c)  methodically

     (d) methodology (วีธี, วิธีการ, หลักการ, กฎ)

6. The ________ attitude of the staff is one of the keys to a restaurant’s success.

     (ทัศนคติ _________  ของพนักงาน  เป็นหนึ่งในบรรดาปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของภัตตาคาร)

     (a)   professional (แบบมืออาชีพ, ทางด้านอาชีพ, เกี่ยวกับอาชีพ)

     (b) professionalism (ความเป็นมืออาชีพ, ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ)

     (c) profession (อาชีพ)

     (d) professionally (อย่างมืออาชีพ, อย่างเป็นอาชีพ)

7. Some people __________ to a cooking career because of a love of food.

     (คนบางคน __________  เข้าสู่อาชีพการปรุงอาหาร  เพราะว่าความรักในอาหาร)

     (a) draw (ดึง, ลาก)

     (b) are drawn (ถูกดึง, ถูกลาก) (เป็น “present simple tense” และ “passive voice”)

     (c) have drawn (ได้ดึง, ได้ลาก)

     (d) are drawing (กำลังดึง-ลาก)

8. Others find that cooking is the perfect _________ for their creativity.

     (คนอื่นๆพบว่าการปรุงอาหารเป็น __________ ที่สมบูรณ์แบบ  สำหรับความสามารถในทางสร้างสรรค์ของพวกเขา – คือใช้การปรุงอาหารเป็นที่ระบายความสามารถในด้านสร้างสรรค์ของตน)

     (a) output (ผลผลิต, ผลลัพธ์)

     (b) outlay (ค่าใช้จ่าย, รายจ่าย, ค่าโสหุ้ย)

     (c) outrage (ความเจ็บแค้นใจ, การกระทำที่รุนแรง, การทำร้าย, การทำลาย, การข่มขืนกระทำชำเรา, การฝ่าฝืน, การเหยียดหยาม)

     (d) outlet (ทางออก, ทางระบายออก, ตลาด)

9. The _________ of a cooking career are great, but there are also many rewards.

     (______ ของอาชีพการปรุงอาหารมีมากมาย  แต่ก็มีรางวัลมากมายด้วยเช่นเดียวกัน)

    (a) demand (ข้อเรียกร้อง, สิ่งที่ต้องการ)

     (b) demands (ข้อเรียกร้อง, สิ่งที่ต้องการ) (ต้องใช้รูปพหูพจน์  เพราะกริยา คือ “are”) (หมายถึง ผู้ที่จะทำอาชีพนี้  จะต้องเสียอะไรหลายอย่าง เช่น  เงินทองเวลา  ความพยายาม ฯลฯ แต่ถ้าประสบความสำเร็จ  ก็จะได้อะไรตอบแทนกลับคืนมามากมายเช่นเดียวกัน)

    (c) demanders (ผู้เรียกร้อง, ผู้ต้องการ)

    (d) demanding (ไม่พอใจหรือชอบอะไรง่ายๆ, เรียกร้องจะเอาโน่นเอานี่)