หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 159)

 

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. In all of Thailand, a car _________________ travel on the left side of the road.

(ในทั่วประเทศไทย  รถยนต์ ___________________ เดินทางทางด้านซ้ายของถนน)

(a) cannot

(b) would

(c) must    (จะต้อง)  (เนื่องจากเป็นกฎจราจร)

(d) might    (อาจจะ)

 

2. He was accused __________________ lying.

(เขาถูกกล่าวหา ____________________ พูดโกหก)

(a) for

(b) of    (ว่า)

(c) by

(d) with

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Subject + Accuse + กรรม + Of + Verb + ing”  (ประธานฯ กล่าวหา  “กรรม” ว่าทำอะไร)  ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบ  “Active voice”  ส่วน  “Subject + Is (Was) + Accused + Of + Verb + ing”  (ประธานฯ ถูกกล่าวหาว่าทำอะไร)  ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบ  “Passive voice

 

3. We should not spend our money __________________ useless things.

(เราไม่ควรใช้จ่ายเงินของเรา ____________________ สิ่งที่ไม่มีประโยชน์)

(a) at

(b) in

(c) on    (กับ, ใน)

(d) about

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Spend + Money + On + กรรม

 

4. I replied firmly that ______________________.

(ผมตอบอย่างหนักแน่นว่า _______________________ )

(a) it is I

(b) it is me

(c) it was I    (มันคือผมเอง)

(d) it was me

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจากต้องใช้กริยาในประโยคย่อย   (Was)  ให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่  (Replied)  และต้องใช้  “it was I” เนื่องจากละมาจากข้อความ  เช่น

-         ……it was I who cleaned the room.

-         ……it was I who called you this morning.

-         ……it was I who told her the truth.

 

5. If you want to make the bell ring, you must hit it _________________ with the hammer.

(ถ้าคุณต้องการทำให้ระฆังใบนี้ดัง  คุณจะต้องตีมัน ________________ ด้วยค้อนนี้)

(a) firm and hard

(b) firm and hardly

(c) firmly and hardly

(d) firmly and hard    (อย่างหนักแน่นและอย่างแรง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากขยายกริยา   “Hit”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  สำหรับ  “Hard”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์  (หมายถึง  หนัก, แข็ง, ยาก)  และกริยาวิเศษณ์  (หมายถึง  อย่างแรง, อย่างหนัก)  ในคำเดียวกัน  ไม่ต้องเติม  “Ly” แต่เมื่ออยู่ในรูป  “Hardly”   เป็น  “Adverb of frequency”  หมายถึง  “ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่”  เช่น  ในประโยค

-         He hardly works.

(เขาไม่ใคร่จะทำงาน)

-         They hardly understood what I said.

(พวกเขาไม่ใคร่จะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด)

-         We hardly hear from her.

(เราแทบไม่ได้ข่าวคราวจากเธอเลย)

 

6. I don’t smoke now.  I ___________________ before the tax on tobacco was so high.

(ผมไม่สูบบุหรี่แล้วในปัจจุบัน  ผม _____________________ ก่อนที่ภาษียาสูบจะสูงมาก)

(a) used to smoking

(b) was used to smoke

(c) used to    (เคยสูบ)

(d) was used to smoking    (คุ้นเคยกับการสูบบุหรี่)  (ในอดีต)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องการบอกว่า  ปัจจุบันไม่สูบแล้ว  แต่เคยสูบ (ในอดีต) ก่อนที่ภาษีจะขึ้นสูง   (ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง)

                   ตัวอย่างที่ ๑

-   He __________________ go abroad often for his work, but he has changed jobs and now no longer travels.

(เขา ______________________ เดินทางไปต่างประเทศบ่อยในเรื่องงาน  แต่เขาได้เปลี่ยนงานมาหลายงาน  และในปัจจุบัน  มิได้เดินทางต่อไปอีกแล้ว)

(a)  uses    (ใช้)

(b)used to    (เคย)

(c)  was used    (ถูกใช้ – ในอดีต)

(d) is used to    (คุ้นเคย, เคยชิน – ในปัจจุบัน)

ตอบ   –   ข้อ  (b)  “Used to”  หมายถึงเคยทำในอดีต  ปัจจุบันเลิกทำเช่นนั้นแล้ว กล่าวคือ  ต้องเป็นเรื่องของอดีตเพียงอย่างเดียว  และต้องตามด้วยกริยาช่องที่  ๑ (Used to + Verb 1)  ส่วน  “Be used to”  หรือ  “Get used to”  หมายถึง “คุ้นเคย, เคยชิน”   ต้องตามด้วย   “คำนาม”   หรือ   “Gerund” (Verb + ing)  โดยจะใช้กับเหตุการณ์ในอดีตหรือปัจจุบันก็ได้   เช่น

                    - He is used to getting up late.

(เขาคุ้นเคยกับการตื่นสาย) (ปัจจุบัน)

                  - She was used to watching TV late at night.

(เธอคุ้นเคยกับการดูทีวีจนดึกเวลากลางคืน) (อดีต)

                 - They are used to cold weather.

(พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศเย็น) (ปัจจุบัน)

-   We got used to swimming when we were at college.

 (พวกเราคุ้นเคยกับการว่ายน้ำ  ตอนเรียนมหาวิทยาลัย)  (คือไปว่ายน้ำบ่อยๆ)  (เป็นอดีต)

-   She gets used to eating in a Chinese restaurant.

(เธอเคยชินกับการกินอาหารในภัตตาคารจีน – คือไปกินบ่อยๆ)  (เป็นปัจจุบัน)

-   African people are used to hot weather.

(คนแอฟริกันคุ้นเคยกับอากาศร้อน)  (เป็นปัจจุบัน)

                            อนึ่ง  เมื่อต้องการทำเป็นประโยคปฏิเสธ  ให้ใส่   “Not” หลัง   “Verb to be”   หรือ ใช้    “Verb to do” (Do, Does, Did) ช่วยในกรณีของ  “Get used to”เช่น

                 - The manager is not used to speaking in public.

(ผู้จัดการไม่คุ้นเคยกับการพูดในที่สาธารณะ)  (เป็นปัจจุบัน)

                     - She did not get used to going shopping when she was young.

(เธอไม่คุ้นเคยกับการไปช้อปปิ้ง  ตอนเธอเป็นเด็ก)  (เป็นอดีต)

                         สำหรับรูปปฏิเสธของ   “Used to”  (เคย)   ต้องใช้   “Did not”  เท่านั้น  เช่น

               - We did not use to read a newspaper in the morning.

(เราไม่เคยอ่านหนังสือพิมพ์ในตอนเช้า) (เป็นอดีต)

                   - They didn’t use to walk to school like their classmates.

(พวกเขาไม่เคยเดินไปโรงเรียนเหมือนเพื่อนร่วมชั้น) (เป็นอดีต)

 

7. I shall come back ____________________.

(ผมจะกลับมา _________________________ )

(a) long before    (ก่อนหน้า.................เป็นเวลานาน)

(b) before long    (ในไม่ช้า)

(c) longer

(d) not long

ตอบ   -    ข้อ  (b)  เนื่องจากมีความหมายเหมือน   “Soon”  หรือ   “In a little while”   สำหรับตัวอย่างการใช้    “Long before” เช่น

-         I have known his parents long before I know him.

(ผมรู้จักพ่อแม่ของเขาก่อนหน้าที่ผมจะรู้จักเขา  เป็นเวลานานทีเดียว)  (คือรู้จักพ่อแม่ของทอมมา  ๑๐  ปีแล้ว แต่เพิ่งรู้จักทอมได้เพียง  ๒  ปี)

                        สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของ “Before long” (ในไม่ช้า)  เช่น

          - Class will be over before long.

(ชั้นเรียนจะเลิกเร็วๆนี้แล้ว– คือจะเลิกอีกในไม่ช้า)

           - We were tired of waiting and hoped the bus would come before long.

(เราเบื่อการรอคอยและหวังว่า  รถเมล์จะมาในไม่ช้า)

 

8. __________________ his poor eyesight, he did not pass the medical examination.

(_________________________ สายตาที่แย่ของเขา  เขาไม่ผ่านการตรวจทางการแพทย์)

(a) According to    (สอดคล้องกับ, ตามที่....................ว่าไว้-กล่าวไว้)

(b) Owing to    (เนื่องมาจาก)

(c) In spite of    (ทั้งๆที่)

(d) In case    (ในกรณีที่)

 

9. I’m sure you enjoy ____________________ here.

(ผมมั่นใจว่าคุณต้องสนุกสนานกับการ ________________________ ที่นี่)

(a) live

(b) to live

(c) to living

(d) living    (อาศัยอยู่)

ตอบ    –    ข้อ   (d)  กริยา   “Enjoy”  ต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)

 

10. ___________________ does he earn his living?

(เขาหาเลี้ยงชีพ ________________________ )

(a) What

(b) How    (อย่างไร)

(c) Why

(d) Whether

ตอบ   -   ข้อ   (b)  หรืออาจตอบ   “What does he do?”  (เขาทำงานอะไร, เขาประกอบอาชีพอะไร)  ก็ได้

 

11. Have you a book about _________________ English?

(คุณมีหนังสือเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ____________________ หรือเปล่า)

(a) every day    (ทุกวัน)  (เป็นกริยาวิเศษณ์  ใช้ขยายคำกริยา)

(b) everyday    (ประจำวัน, ทุกวัน)  (เป็นคำคุณศัพท์  ใช้ขยายหน้าคำนาม)  (หมายถึง  ภาษาอังกฤษที่ใช้พูดคุยประจำวัน)

(c) everydays    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) every days    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากขยายหน้าคำนาม “English”   จึงต้องใช้คำคุณศัพท์  สำหรับ   “Every day”   เป็น   “Adverb of frequency”   ใช้ขยายคำกริยา เช่น

              -They go to school every day.

               - We clean our rooms every day.

 

12. Don’t __________________ others.

(จงอย่า ________________________ ผู้อื่น)

(a) look down    (มองลงข้างล่าง)

(b) look upon

(c) look down upon    (ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม)

(d) look up and down    (มองขึ้นข้างบนและลงข้างล่าง)

 

13. This circle has a diameter of two inches.  Its __________________ is one inch.

(วงกลมนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ นิ้ว, _____________________ ของมัน คือ ๑ นิ้ว)

(a)    side    (ด้าน)

(b)   segment    (ส่วนของวงกลม)

(c)    radius    (รัศมี)

(d)   cord    (เส้นตัดวงกลม)

(e)    area    (พื้นที่)

 

14. Mrs. Smith is going to ___________________ for her husband.

(นางสมิธกำลังจะ ______________________ ให้สามี)

(a) make tea    (ชงชา)

(b) make the tea

(c) make a tea

(d) make teas

 

15. I’m going to ring ___________________ my friend this evening.

(ผมจะโทรศัพท์ _______________________ ไปหาเพื่อนตอนค่ำวันนี้)

(a) for

(b) on

(c) up

(d) to

ตอบ   –   ข้อ   (c)  “Ring up”  =   โทรศัพท์

 

16. She is very beautiful; _________________ all her sisters are rather ugly.

(เธอสวยมาก _______________________ พี่สาวน้องสาวของเธอทุกคนค่อนข้างจะขี้เหร่)

(a) when    (เมื่อ, ตอนที่)

(b) because    (เพราะว่า, เนื่องจาก)

(c) unless    (ถ้า..........................ไม่)

(d) while    (ในขณะที่, ในเวลาเดียวกัน, แม้ว่า)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ   “But, However, Nevertheless, Nonetheless  -  อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี, แต่  ก็ได้

 

17. Wise men love truth; __________________ fools shun it.

(คนฉลาดรักความจริง ________________________ คนโง่หลีกเลี่ยงมัน)

(a) because    (เพราะว่า)

(b) whereas    (ในทางตรงกันข้าม, แต่ทว่า, อย่างไรก็ตาม)

(c) unless    (ถ้า.........................ไม่)

(d) therefore    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

 

18. Children should not be allowed to _________________ late at night.

(เด็กๆไม่ควรได้รับอนุญาตให้ _______________________ จนดึกในตอนกลางคืน)

(a) watch the television

(b) watch a television

(c) watch televisions

(d) watch television    (ดูโทรทัศน์)

 

19. Please take ___________________ your shoes before you come in.

(กรุณาถอดร้องเท้าของคุณ ________________________ ก่อนเข้ามาข้างใน)

(a) out

(b) away

(c) after

(d) off    (ออก)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   “Take off”  =  ถอด  (รองเท้า, หมวก, เสื้อผ้า, แว่นตา)  ออก,  (เครื่องบิน)  บินขึ้น,  ประสบความสำเร็จหรือเป็นที่นิยมอย่างมาก,  เดินทางไป (จากบ้าน) มักในแบบกะทันหันและไม่คาดฝัน,  ลบออกไป (รอยเปื้อน, รอยด่าง),  หักออกหรือลบออกจากจำนวนเต็ม,  พาไปหรือนำไป  (โดยผู้ถูกพาไปมักไม่เต็มใจ),  ยกเลิก (บริการรถไฟ-รถยนต์),  ยกเลิกการแสดง (ละคร)

 

20. Tell me the reason __________________ your coming here.

(จงบอกเหตุผล _________________________ การมาที่นี่ของคุณ)

(a) of

(b) for    (สำหรับ)

(c) in

(d) why

(e) that

ตอบ    -    ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “The reason for” +  “วลี”   ส่วน  “The reason why” +  “ประโยค”  เช่น

            - The reason for her failure in business is not known.

(เหตุผลสำหรับความล้มเหลวของเธอในธุรกิจไม่มีใครทราบ)

           - He gave me the reason for his purchase of a new home.

(เขาให้เหตุผลแก่ผมสำหรับการซื้อบ้านหลังใหม่ของเขา)

           - We don’t know the reason why she did not marry him.

(เราไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมเธอจึงไม่แต่งงานกับเขา)

           - The reason why he failed was his poor health.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงล้มเหลว  ก็คือสุขภาพไม่ดีของเขาเอง)

 

21. She is too excited to say ____________________.

(เธอตื่นเต้นเกินไปที่จะพูด ____________________ )

(a) nothing

(b) something

(c) anything    (สิ่งใดๆก็ตาม)

(d) every thing

 

22. ___________________ like to go to the seaside in summer.

(___________________________  ชอบไปชายทะเลในหน้าร้อน)

(a) Most of people

(b) People most

(c) Almost people

(d) Most people    (ผู้คนส่วนมาก)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   อาจใช้   “Most of the people”   ก็ได้

 

23. If you had locked the back gate properly, the robbers ________

______________________ into the house.

(ถ้าคุณได้ล๊อคประตูหลังอย่างดี (หรือเหมาะสม)  พวกโจร__________________  เข้ามาในบ้านได้)

(a)  cannot break

(b)   could not be broken

(c)    could not break

(d) could not have broken    (คงไม่สามารถงัด)

ตอบ   –   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็น   “If clause”  แบบที่  ๓  (Past unreal)  (ไม่เป็นจริงในอดีต)  แต่เป็นการสมมติย้อนหลัง  ทั้งนี้  ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น  คือ  “เพราะคุณไม่ได้ล๊อกประตูหลังให้ดี  พวกโจรเลยงัดเข้ามาในบ้าน”   “If clause”  ประเภทนี้   ใน  ส่วนของ  “If clause”   จะใช้รูป  “Past perfect tense”   (Subject + Had + Verb 3)   ส่วนในประโยคใหญ่  (Main clause)  จะใช้   “Subject + Would (should, could, might) + Have + Verb 3   

 

24. ____________________ stamps, he collects coins.

(___________________________ แสตมป์  เขาสะสมเหรียญกษาปณ์)

(a) Except    (ยกเว้น)

(b) Beside    (ข้างๆ)

(c) In addition to    (นอกเหนือจาก)

(d) There are no

ตอบ    -    ข้อ   (c)  สำหรับคำอื่นๆที่สามารถใช้ได้เช่นกัน   คือ   “Besides  (นอกจาก), “Apart from”  (นอกเหนือจาก)

 

25. Did you ___________________ your aunt of this ring?

(คุณ __________________________ แหวนวงนี้ไปจากป้าของคุณใช่หรือไม่)

(a) steal    (ลักขโมย)

(b) buy    (ซื้อ)

(c) rob    (ชิงทรัพย์, แย่งชิง, ปล้น)

(d) receive    (ได้รับ)

ตอบ    -    ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “Rob someone of something”  (ชิงทรัพย์  หรือปล้นอะไรไปจากใคร)   เช่น  “A man robbed me of my notebook.”  (ชายคนหนึ่งชิงเอาโน๊ตบุ๊คของผมไป)   สำหรับการใช้  “Steal”  มีโครงสร้าง  คือ  “Steal something from someone”  (ขโมยอะไรไปจากใคร)

เช่น  “The boy stole my watch (from me).”   (เจ้าเด็กคนนั้นขโมยนาฬิกาของผมไป)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้