หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 158)

 

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. These plates were made from __________________.

(จานเหล่านี้ (ถูก) ทำมาจาก ____________________ )

(a) soil    (ดิน)

(b) brick    (อิฐ)

(c) earth    (ดิน, โลก, พื้นโลก, มวลมนุษย์, สรรพสิ่งทั้งหลายบนโลก, ส่วนที่เป็นของแข็งของโลก)

(d) clay    (ดินเหนียว, โคลน, พื้นดิน)

 

2. It is ________________ to forgive a defeated enemy.

(มัน __________________ ที่ให้อภัยศัตรูที่พ่ายแพ้)

(a) immoral    (ผิดศีลธรรม)

(b) pure    (บริสุทธิ์)

(c) noble    (สูงส่ง, มีน้ำใจประเสริฐ)

(d) spiritual    (เกี่ยวกับใจ-วิญญาณ-จิตวิญญาณ-ภูตผีปีศาจ-ความรู้สึกนึกคิด)

 

3. John drank so much beer last night that he became very _______

_________________.

(จอห์นดื่มเบียร์มากมายเมื่อคืนวาน  จนกระทั่งเขา ________________ อย่างมาก)

(a)    furious    (โกรธจัด, มีอารมณ์รุนแรง, รุนแรงมาก, บ้าระห่ำ, อลหม่าน)

(b)  impolite    (ไม่สุภาพ, หยาบคาย, ไม่มีมารยาท)

(c)    obdurate     (ดื้อรั้น, ดื้อดึง, ไม่ยอมทำตาม, ไม่หวั่นไหวง่ายๆ)

(d)   eminent    (โดดเด่น, มีชื่อเสียง, เป็นที่รู้จักกันดีและได้รับความเคารพ)

 

4. Can you lend me your dictionary?  I am always careful with the

book I ___________________.

(คุณจะให้ผมยืมพจนานุกรมของคุณได้ไหม  ผมระมัดระวังเสมอกับหนังสือที่ผม

 _____________________ )

(a) loan    (เงินกู้, ให้กู้, ให้ยืม)

(b) lend    (ให้ยืม)

(c) borrow    (ขอยืม, ยืมมา)

(d) owe    (เป็นหนี้)

 

5. If you dislike someone without reason, you are ________________ against him.

(ถ้าคุณไม่ชอบใครบางคนโดยปราศจากเหตุผล  คุณ ______________ กับเขาคนนั้น)

(a) short-sighted    (ไม่มีวิสัยทัศน์, สายตาสั้น)

(b) nefarious    (ชั่วช้า, เลวทราม, ต่ำช้า)

(c) prejudiced    (มีอคติ)

(d) incorrigible    (ไม่สามารถแก้ไขให้ดีได้, ไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยได้)

 

6. I doubt _________________________.

(ผมสงสัยว่า _________________________ )

(a) whether he can come    (เขาสามารถมาหรือไม่)

(b) if he come or not    (เขามาหรือไม่)  (ต้องแก้เป็น  “Comes”)

(c) while he will be here    (ในขณะที่เขาจะอยู่ที่นี่)

(d) what will he do

ตอบ   -   ข้อ   (a)  หรืออาจตอบ   “Whether he can come or not”  หรือ  “If he comes (will come, can come) (or not)  หรือ   “What he will do” (เขาจะทำอะไร)   ก็ได้

 

7. Does it usually ________________________?

(ปกติแล้ว  มันมัก _______________________ ใช่หรือไม่)

(a) take to be original a lot of nerve

(b) to be original take a lot of nerve

(c) take a lot of nerve to be original    (ใช้ความกล้าหาญอย่างมากที่จะมีความคิดริเริ่ม)  (“Nerve”  =  “ความกล้าหาญ”)

(d) a lot of nerve take to be original

 

8. This is the one _________________ I gave it.

(นี่เป็นบุคคล _______________ ผมให้มัน ________________ )

(a) to which

(b) to whom    (ผู้ซึ่ง _________________ แก่เขา)

(c) that

(d) whom

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากมาจากประโยคบอกเล่า  “I gave it to him.”  ดังนั้น  เมื่อจะทำเป็นอนุประโยคขยาย  “One”  (บุคคล)  จะต้องใช้  “To whom”  ขยาย

 

9. The baby was dropped out of the bedroom window into a big net

__________________ by the firemen.

(เด็กทารกถูกหย่อนลงมานอกหน้าต่างห้องนอน  ลงไปในตาข่ายขนาดใหญ่  ที่ _______________________ โดยพนักงานดับเพลิง)

(a)    hold    (จับหรือถือ)

(b)   which was to be held

(c) held    (ถูกจับหรือถือ)

(d) which would be held    (ซึ่งจะถูกจับหรือถือ)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูป   “Passive voice”   เพราะ   “ตาข่ายถูกจับหรือถือไว้โดยพนักงานดับเพลิง

 

10. Very few people live _________________ the age of ninety.

(น้อยคนนักที่มีชีวิต ___________________ อายุ ๙๐ ปี)

(a) at

(b) in

(c) to    (ถึง)

(d) after

ตอบ   –   ข้อ   (c)   “Live to  =   มีอายุถึง  ส่วน   “Die at  =  ตายเมื่ออายุ  เช่น   “He died at the age of sixty.”   (เขาตายเมื่ออายุ ๖๐ ปี)

 

11. That is _______________________.

(นั่นเป็น __________________________ )

(a) a useful information

(b) a useful piece of informations

(c) useful informations

(d) a piece of useful information    (ข้อมูลที่มีประโยชน์ ๑ ชิ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Information”   เป็นคำนามนับไม่ได้   จึงไม่สามารถใช้   “A”  หรือ  “An”  นำหน้าได้   ดังในข้อ   (a)  และไม่สามารถเติม  “S”  เข้าข้างท้าย  ดังในข้อ  (b)  และ  (c)   ดังนั้น  เมื่อจะนับ  “ข่าวสาร”  จึงต้องนับเป็น  “ชิ้น”   ดังในข้อ  (d)  หรือนับเป็น  “หัวข้อ   “Item” (An item of information  หรือ  an information item)  อย่างไรก็ตาม  สามารถตอบข้อ  (b)  ได้เช่นเดียวกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “a useful piece of information”  สำหรับคำนามนับไม่ได้  และเป็นเอกพจน์เสมอ  ที่ใช้ในลักษณะเดียวกับ  “Information”  ได้แก่  Paper  (กระดาษ), Equipment  (อุปกรณ์, เครื่องมือ), Furniture, Scenery  (ทิวทัศน์), Damage (ความเสียหาย), Advice  (คำแนะนำ), Traffic, Machinery  (เครื่องยนต์กลไก), Evidence  (หลักฐาน), Bread  (ขนมปัง), Clothing  (เสื้อผ้า), Work  (งาน), Luggage  (กระเป๋าเดินทาง), Baggage  (กระเป๋าเดินทาง), Knowledge, Progress, Power, News, Fruit, Behavior  (พฤติกรรม)   เป็นต้น  คำนามเหล่านี้  ถ้าจะนับเป็นหน่วย  จะต้องใช้   สมุหนาม  (Collective noun)  คือนามที่แสดงความเป็นกลุ่มก้อนที่เหมาะสมกับคำนามนั้นๆ   เช่น

            - a piece of paper   (กระดาษ ๑ แผ่น)

            - a loaf of bread   (ขนมปัง ๑ ปอนด์ หรือก้อน)

            - a branch (field) of knowledge   (ความรู้สาขาหนึ่ง)

            - an item of news   (ข่าว ๑ หัวข้อ)

            - a kilo of fruit   (ผลไม้ ๑ กิโล)

 

12. A person with a good education is ________________ happier than a person with a poor education.

(บุคคลที่มีการศึกษาดี ___________________ มีความสุขมากกว่าบุคคลที่มีการ ศึกษาต่ำต้อย)

(a) likely to be more

(b) likely to be    (เป็นไปได้ว่า, น่าจะเป็นไปได้ว่า, เหมาะสม, สมควร)

(c) as likely as    (เป็นไปได้เท่าๆกัน, เหมาะสมพอๆกัน)

(d) as likely

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Likely + To + Verb 1

 

13. I ___________________ only one mistake in my last dictation.

(ผม ____________________ ผิดเพียงแห่งเดียวในการเขียนตามคำบอกครั้งที่แล้ว)

(a) did

(b) made    (ทำ)

(c) wrote

(d) have done

ตอบ   –    ข้อ (b)   “Make a mistake”  =   ทำผิด 

 

14. I’ll come back _____________________.

(ผมจะกลับมา ________________________ )

(a) as soon as I am possible

(b) as soon as it can

(c) as quickly as possible    (อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้)  (หมายถึง “เดิน หรือวิ่ง”)   

(d) as soon as possible    (เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  สำหรับ  ข้อ   (c)  มักใช้ขยายข้อความ  เช่น  “I’ll walk (run) to school ……………..

 

15. It is ____________________.

(มันเป็น _____________________ )

(a) hard work    (งานหนัก)

(b) a hard work

(c) work hard

(d) work hardly

ตอบ    –    ข้อ   (a)   เนื่องจาก   “Work”   เมื่อหมายถึง   “งาน”   ถือเป็นคำนามนับไม่ได้   จึงไม่สามารถใช้   “A”   นำหน้าได้

 

16. He ____________________ nothing to me about the money.

(เขาไม่ ________________________ อะไรกับผมเกี่ยวกับเรื่องเงิน)

(a) told

(b) said    (พูด)

(c) talked

(d) spoke

 

17. The small ant is _________________ intelligent as the big elephant.

(มดตัวเล็กๆก็ขยัน _______________________ กันกับช้างตัวใหญ่ๆ)

(a) very

(b) so

(c) as    (เหมือน, เท่า)

(d) such

ตอบ    –    ข้อ  (c)  เนื่องจาก   “As…………..as”  (........เหมือนกันกับ, ...........เท่ากันกับ)   ใช้ได้ทั้งในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ  ส่วน  “So…………as” (......... เหมือนกันกับ, ............ เท่ากันกับ)   ใช้ในประโยคปฏิเสธพียงอย่างเดียว เช่น

     - He is as clever as his brother.

 (เขาฉลาดเท่าๆกับพี่ชาย)

     - She is not as beautiful as her sister.

 (เธอไม่สวยเท่ากับน้องสาว)

     - Jim was not so hard-working as his colleagues.

 (จิมไม่ขยันเท่าๆกับเพื่อนร่วมงาน)

***** (ห้ามใช้)   We are so diligent as our neighbors.

   (เราเพียรพยายามเท่าๆกับเพื่อนบ้านของเรา)

 

18. What is wrong ___________________ your car?

(มีอะไรผิดปกติ _______________________ รถของคุณหรือ)

(a) to

(b) of

(c) with    (กับ)

(d) in

 

19. When I say ‘I never drink’, I mean _____________________ .

(เมื่อผมพูดว่า   “ผมไม่ดื่มเหล้าเลย หรือ ผมไม่ดื่มเหล้าเป็นอันขาด”  ผมหมายความว่า _______________________)

(a) I’ve never drunk    (ผมไม่เคยดื่มเหล้า)

(b) I drink very little    (ผมดื่มเหล้าน้อยมาก)

(c) I do not drink    (ผมไม่ดื่มเหล้า)

(d) I drink only fresh water    (ผมดื่มเฉพาะน้ำจืด)

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Never” หมายถึง   “ไม่เคย, ไม่เลย, ไม่เป็นอันขาด”  อย่างไรก็ตาม  เมื่อจะใช้ในความหมาย   “ไม่เคย”  จะต้องใช้ในรูป  “Present perfect tense” {Subject + has (have) + verb 3}  เสมอ  ดังในข้อ   (a)  สำหรับ  เมื่อใช้ในความหมาย   “ไม่เลย หรือ ไม่เป็นอันขาด”  จะต้องใช้ในรูป “Present simple tense”  (ดังประโยคในข้อ ๕)  หรือ “Past simple tense

                        การใช้ “Present perfect tense”  กับเหตุการณ์ที่เคยหรือไม่เคยทำในอดีต  แต่ไม่ได้กำหนดเวลาแน่นอน  สังเกตจาก   “ever”  “never”   เช่น

              -Have you ever been to Japan?

(คุณเคยไปญี่ปุ่นไหม)

            - Has your father ever played football?

(พ่อของคุณเคยเล่นฟุตบอลไหม)

           - I have never seen him before.

(ผมไม่เคยเห็นเขามาก่อน)

 

20. What she saw made her _________________ pale.

(สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอ ______________________ หน้าซีดเผือด)

(a) turn    (กลายเป็น)

(b) turning

(c) to turn

(d) turned

ตอบ   -   ข้อ   (a)  เนื่องจาก   “Make +กรรม + Verb 1”  (ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง)

-      The manager let everyone __________________ the office early to attend the convention.

(ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน______________________ สำนักงานแต่เนิ่นๆเพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

      (a) to leave

      (b) leaves

      (c) left

      (d) leave    (ออกจาก)

หมายเหตุ   –   ตอบข้อ   (d)   เนื่องจากหลังกรรมของ   “Make, Let, Have (ใช้), See, Hear, Feel”   ต้องอยู่ในรูป   “Infinitive without to”  (Verb 1)  คือ กริยาช่องที่  ๑  ที่ไม่มี   “To”  นำหน้า  ตัวอย่างประโยค  เช่น

-        She lets them play in the field.

(เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)

-        We made them laugh.

(เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)

-        I heard her sing.

(ผมได้ยินเธอร้องเพลง)

-        He saw her walk in the street.

(เขาเห็นเธอเดินในถนน)

-        She had them clean her room.

(เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้