หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 156)

 

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

 1. The house we have rented is ________________, so we will have to buy some beds, chairs, tables, and other pieces of furniture.

(บ้านที่เราเช่า __________________ ดังนั้น  เราจำเป็นจะต้องซื้อเตียง  เก้าอี้  โต๊ะ  และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ)

(a) repaired    (ถูกซ่อมแซม)

(b) unfinished    (ยังไม่เสร็จ)

(c) unfurnished    (ไม่มีเครื่องเรือน, ปราศจากเครื่องตกแต่งบ้าน)

(d) untidy    (ไม่เรียบร้อย, ไม่เป็นระเบียบ, สกปรก, รุ่มร่าม, จัดเข้ากันไม่ดี)

 

2. The police questioned all the guests; they ________________ that one was a spy.

(ตำรวจซักถามแขกทุกคน  พวกเขา __________________ ว่า  คนหนึ่งเป็นสายลับ)

(a) challenged    (ท้าทาย)

(b) disbelieved    (ไม่เชื่อ)

(c) wondered    (ประหลาดใจ)

(d) suspected    (สงสัย, ข้องใจ, กังขา, คาดคะเน)

 

3. We ________________ our friends with a wave of the hand.

(เรา ___________________ เพื่อนของเรา  ด้วยการโบกมือ)

(a) embraced    (กอด, รัด)

(b) shouted    (ตะโกน)

(c) greeted    (ต้อนรับ, ทักทาย, คำนับ, รับรอง)

(d) showed     (แสดง)

 

4. The boy’s mother locked up the sweets to take away his _______

________________ to eat them all at once.

(แม่ของเด็กคนนั้นล๊อค (กล่อง) ของหวาน-ขนมหวาน  เพื่อเอา ________________ ของเขาไปเสีย  ที่จะกินมันให้หมดในทันที)  (คือ  ล๊อคกล่องของหวาน  เพื่อดับความอยากของลูก  ที่จะกินมันให้หมดทีเดียวในทันที)

(a)    attempt    (ความพยายาม)

(b)  desire    (ความปรารถนา, ความต้องการ, ความอยาก)

(c)    temptation    (ความล่อใจ, เครื่องล่อใจ)

(d)   trial    (การทดลอง, การสอบสวน, การไต่สวนคดี, การทดสอบ, การซ้อม)

 

5. She is quite happy living by herself, so she never feels _________

__________________.

(เธอมีความสุขมากในการอยู่ตามลำพัง (คนเดียว)  ดังนั้น  เธอไม่เคยรู้สึก _______         ______________________. )

(a)   lonely    (เหงา, เปล่าเปลี่ยว, ว้าเหว่)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b)   loneliness    (ความเหงา, ความเปล่าเปลี่ยว, ความว้าเหว่)  (เป็นคำนาม)

(c)    quiet    (เงียบ)

(d)   self-conscious    (นึกถึงแต่เรื่องของตัวเอง)

 

6. He was cold __________________.

(เขาหนาว _____________________ )

(a) most of the night    (เกือบตลอดทั้งคืน)

(b) many parts of the night    (หลายส่วนของคืน)

(c) much through the night

(d) much of the night

ตอบ   -   ข้อ    (a)   ต้องใช้โครงสร้างแบบนี้

 

7. There comes a time in every man’s life ___________________.

(มีอยู่ครั้งหนึ่งในชีวิตของคนทุกคน _____________________ )

(a) then he has to think    (ต่อจากนั้น  เขาจำเป็นต้องคิด)

(b) which he needs    (ซึ่งเขาต้องการ)

(c) when he has to think     (เมื่อเขาจำเป็นต้องคิด)  (เกี่ยวกับตนเอง, อนาคต, ครอบครัว, ฯลฯ)

(d) therefore he has to work hard    (ดังนั้น  เขาจำเป็นต้องทำงานหนัก)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากขยาย  “A time

 

8. James liked fishing ________________________.

(เจมส์ชอบการตกปลา _______________________ )

(a) but hunting had also been enjoyed by him

(b) but hunting was also enjoyed by him

(c) but hunting was also enjoyed

(d) but he also enjoyed hunting    (แต่เขาก็สนุกกับการล่าสัตว์ด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  กริยา   “Enjoy”  ไม่นิยมใช้ในรูป   “Passive voice”  เหมือนใน  ข้อ   A, B, C

 

9. Do you know that __________________ man?

(คุณรู้จักผู้ชาย ______________________ คนนั้นหรือเปล่า)

(a) long nose

(b) long-nose

(c) long nosed

(d) long-nosed    (จมูกยาว)

ตอบ    –    ข้อ   (d)  ดูเพิ่มเติมคำอธิบายเรื่องนี้จากประโยคข้างล่าง

                    ตัวอย่างที่ ๑

-      A woman with white hair is a _________________ woman.

(ผู้หญิงที่มีผมสีขาว  คือผู้หญิง ____________________ )

(a) white hair

(b) white-hair

(c) white haired

(d) white-haired    (ผมขาว)

ตอบ  -  ข้อ   (d) 

                  ตัวอย่างที่ ๒

-    True hibernation takes place only among warm-blooded animals.

(การจำศีลหน้าหนาวของสัตว์อย่างแท้จริง  เกิดขึ้นเฉพาะในบรรดาสัตว์   เลือดอุ่น)

                      ประโยคข้างบนต้องใช้   “Warm-blooded”   เนื่องจากมีโครงสร้างเป็น (Compound adjective)  คือ  คำ  ๒  คำ  ที่รวมกันเป็นคุณศัพท์ (Adjective)  คำเดียว  จะต้องมีขีด  ( - )  คั่นกลางเสมอ   และเป็นกรณีเดียว  ที่สามารถเติม  “Ed” หลังคำนามได้    ตัวอย่าง   เช่น

         - a shame-faced look – ท่าทางเสียใจเพราะความละอาย

         - an absent-minded man – คนใจลอย

         -service-minded people – คนจิตอาสา

         - a short-sighted girl – เด็กหญิงสายตาสั้น หรือไม่มีวิสัยทัศน์

         - a black-haired boy – เด็กชายผมดำ

           - a big-eyed girl – เด็กหญิงตาโต

          - red-faced people คนหน้าแดง (เป็นเผ่าพันธุ์)

         - a baby-faced man คนหน้าเด็ก (หน้าอ่อนกว่าวัย)

         - a thick-skinned boy – เด็กหน้าด้าน (เด็กหนังหนา)

         - a right-handed man – ผู้ชายถนัดมือขวา

         - a left-handed woman – ผู้หญิงถนัดมือซ้าย

         - a light-fingered boy – เด็กมือไว (มือเบา  ชอบฉกฉวย)

         - a cold-blooded animal – สัตว์เลือดเย็น

         - a long-sighted woman – ผู้หญิงสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

         - a long-legged man – ผู้ชายขายาว

          - a big-headed boy – เด็กหัวโต

         - a far-sighted person – คนสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

         - a round-eared girl – เด็กผู้หญิงหูกลม

 

10. The spectacles were ___________________ broken.

(แว่นตาถูกทำแตก (หรือหัก) _______________________ )

(a) accident    (อุบัติเหตุ) (คำนาม)

(b) by accident

(c) accidental    (เป็นอุบัติเหตุ, เกี่ยวกับอุบัติเหตุ)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(d) accidentally    (โดยอุบัติเหตุ)  (เป็นกริยาวิเศษณ์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากขยายกริยา  (Broken)  จึงต้องเป็นกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  ทั้งนี้  มีอีก  ๒  รูปแบบที่สามารถใช้ได้เช่นกัน   คือ

-     The spectacles were broken by accident.

-     The spectacles were broken in an accident.

 

11. I don’t do the typing myself.  I ___________________ by my secretary.

(ผมไม่ได้พิมพ์ดีดเอง  ผมใช้ให้เลขาฯ _______________________)

(a) have typed my letters

(b) have my letter typed    (พิมพ์จดหมายของผม)  

(c) do type my letters

(d) am typing my letters

ตอบ   –    ข้อ    (b)  เป็นโครงสร้างแบบ  “Causative use”  {Subject + have (get) + something + done (Verb 3) + (by someone)}

 

12. Mother has finished her _________________ for today.

(แม่ได้ทำ ____________________ ของเธอเสร็จแล้วสำหรับวันนี้)

(a) home work

(b) house work

(c) homework    (การบ้าน)

(d) housework    (งานบ้าน)

 

13. Whenever we meet, we stop __________________.

(เมื่อใดก็ตามที่เราพบกัน  เราจะหยุด ______________________ )

(a) talking

(b) talk

(c) to talk    (เพื่อที่จะคุยกัน)

(d) to talking

ตอบ   –   ข้อ   (c)  เนื่องจาก  “Stop + to + verb”  หมายถึง  “หยุดเพื่อที่จะทำกริยานั้นๆ”   ส่วน  “Stop + verb + ing”   หมายถึง    “หยุดการกระทำกริยานั้นๆ”   เช่น

           - We stop to have lunch at 11.30 a.m. every day.

(เราหยุด (ทำงาน) เพื่อกินอาหารเที่ยง ตอน ๑๑.๓๐ น. ทุกๆวัน)

         - We stopped having lunch when the fire broke out.

(เราหยุดการกินอาหารเที่ยง เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้น)

-     They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย) เพื่อทำงานจนกระทั่งดึก)

-    They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน  และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

 

14. You had best __________________ it yourself.

(คุณควรจะ _____________________ มันด้วยตัวคุณเองดีที่สุด)

(a) do    (ทำ)

(b) to do

(c) done

(d) doing

ตอบ   –   ข้อ   (a)  เนื่องจาก   “Had best”   (ทำ.........เป็นดีที่สุด)  และ  “Had better”  (ควรจะ) ต้องตามด้วย   “Infinitive without to”  (Verb 1- ไม่มี “To”)  เสมอ

 

15. This machine is ______________________.

(เครื่องจักรเครื่องนี้ _________________________ )

(a) can fold paper

(b) for fold paper

(c) for folding paper    (สำหรับพับกระดาษ)

(d) to folding paper

ตอบ   –   ข้อ   (c)  เนื่องจากตามหลัง  Preposition  “For”  กริยา  “Fold”  จึงต้องอยู่ในรูปคำนาม  หรือ  “Gerund”  (Verb + ing)

 

16. This is the first time that I ___________________ your town.

(นี้เป็นครั้งแรกที่ผม ______________________ เมืองของคุณ)

(a) visited

(b) have visited    (ได้ไปเยือน)

(c) had visited

(d) was visiting

ตอบ   –   ข้อ   (b)  เนื่องจากอนุประโยค  “that I………your town” ที่นำหน้าด้วย   This is the first time” (นี่เป็นครั้งแรก)  “This is the second time”  (นี่เป็นครั้งที่ ๒)   “This is the last time”  (นี่เป็นครั้งสุดท้าย)  จะใช้รูป   “Present perfect tense”    ในอนุประโยคดังกล่าว  แต่ถ้าข้อความข้างหน้าเปลี่ยนเป็น  “This was the first time”    ในอนุประโยคก็จะเปลี่ยนเป็น   “Past perfect tense”  ตามไปด้วย   เช่น

              - This is the first time I have tried to play tennis.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พยายามเล่นเทนนิส)

 

17. How long ago __________________ the Second World War?

(a) was

(b) happened    (เกิดขึ้น)

(c) occurred    (เกิดขึ้น)

(d) took place    (เกิดขึ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (a)  เนื่องจากข้อนี้มาจากประโยคบอกเล่า “The Second World War was 70 years ago.”  อย่างไรก็ตาม  ถ้าประโยคบอกเล่าเป็น  “The Second World War happened (occurred, took place) 70 years ago.”  เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยคคำถาม  จะต้องใช้ว่า  “How long ago did the Second World War happen (occur, take place)?  กล่าวคือ  ต้องใช้ “Verb to do” (Did) ในการสร้างประโยคคำถาม

 

18. Did you meet my sister _________________ your stay in Tokyo?

(คุณพบน้องสาวของผม ____________________ ที่พักในโตเกียวหรือเปล่า)

(a) while

(b) when

(c) during    (ในระหว่าง)

(d) between

ตอบ    –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก “During”   เป็น   “Preposition”   ต้องตามด้วยคำนาม  หรือวลี   ส่วน “While”   และ  “When”   ต้องตามด้วยประโยค  (Subject + verb)    เช่น

          - During the lecture professor Woods spoke on various topics.

(ในระหว่างเล็คเชอร์  อาจารย์วูดพูดหลายหัวข้อ)

         - While he was giving a lecture, professor Woods spoke on various topics.

(ในขณะที่เขากำลังเล็คเชอร์  อาจารย์วูดพูดหลายหัวข้อ)

          - During the rain Jim went under a tree for a shelter.

 (ระหว่างฝนตก  จิมเข้าใต้ต้นไม้เพื่อหาที่หลบฝน)

          - When it rained, Jim went under a tree for a shelter.

(เมื่อฝนตก  จิมเข้าใต้ต้นไม้เพื่อหาที่หลบฝน)

 

19. I bought this car __________________.

(ผมซื้อรถยนต์คันนี้ _______________________ )

(a) for three years    (เป็นเวลา ๓ ปี)

(b) since three years

(c) three years ago    (๓ ปีมาแล้ว)

(d) only three years    (เพียง ๓ ปี)

ตอบ   –   ข้อ   (c)  สังเกตได้จากกริยา  “Bought”   ซึ่งเป็นอดีต  จึงต้องใช้กับ  “Three years ago”   หรืออาจใช้อีกรูปแบบหนึ่ง  คือ   “I own (have owned) this car for 3 years  หรือ  for only 3 years.” (ผมเป็นเจ้าของรถคันนี้ได้  ๓  ปี หรือ เพียง  ๓  ปี)

 

20. She made her guests ____________________.

(เธอทำให้แขกของเธอ _____________________. )

(a) laugh    (หัวเราะ)

(b) laughed

(c) laughing

(d) to laugh

ตอบ    –   ข้อ   (a)   เนื่องจากอยู่ในรูป   “Subject + make + กรรม  + Infinitive without to (Verb 1)

 

21. ___________________ from her since March.

( _________________________ จากเธอตั้งแต่เดือนมีนาคม)

(a) I didn’t receive a letter

(b) I wasn’t receiving a letter

(c) I don’t receive a letter

(d) I haven’t received a letter    (ผมไม่ได้รับจดหมาย)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในรูป   “Present perfect tense” {Subject + has (have) + V 3}  คือแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  (ไม่ได้รับจดหมายตั้งแต่เดือนมีนาฯ)   ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูดประโยคนี้)   สำหรับ  “Present perfect”   มักใช้ในกรณีต่อไปนี้

          . ใช้กับการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งสิ้นสุด  หรือจบลงไปไม่นาน ณ ขณะที่พูดนั้น   สังเกตได้จากคำ   Just =  เพิ่งจะ,  Recently =  เมื่อเร็วๆนี้,  Lately =  หมู่นี้, เมื่อเร็วๆนี้   เช่น

                - I have just finished my assignment.

 (ผมเพิ่งจะทำการบ้าน – งานที่ได้รับมอบหมาย – เสร็จ)

             - My friend has recently got married.

(เพื่อนของผมแต่งงานเมื่อเร็วๆนี้)

             - I haven’t seen John lately.

(ผมไม่เห็นจอห์นเลยหมู่นี้)

          ๒. ใช้บอกข้อความว่า  “ทำแล้ว, ยังไม่ได้ทำ, ทำหรือยัง”  มักมีคำว่า “Already” (ใช้กับประโยคบอกเล่าและคำถาม)  และ “Yet” (ใช้กับประโยคปฏิเสธและคำถาม)   ทั้งนี้  อาจไม่ต้องมี   “Already”  และ  “Yet”  ก็ได้ เช่น

             - I have (already) eaten my dinner.

(ผมกินอาหารค่ำแล้ว)

             - She has not (yet) had her breakfast.

(= She has not had her breakfast yet.)

(เธอยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลย)

            - Have you (already) done your homework?

(คุณทำการบ้านแล้วหรือยัง)

           - I’ve (already) answered that question.

(ผมได้ตอบคำถามนั้นแล้ว)

           - Have you (already) finished your report? (= Have you finished your  report already?)

(คุณทำรายงานเสร็จหรือยัง)

          ๓. ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก  สังเกตจาก For = เป็นเวลา, Since =  ตั้งแต่,  Up to now, up to the present time, up until now =  จนถึงบัดนี้,  So far =  เท่าที่ผ่านมา

               - She has lived here for 10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

         - He has been in Chicago since last week.

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

        - We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก  –  ปัจจุบันก็ยังอยู่)

                   - So far, you have not done your best. (You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

                 - I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

        ๔.  ใช้กับเหตุการณ์ที่เคยหรือไม่เคยทำในอดีต  แต่ไม่ได้กำหนดเวลาแน่นอน   สังเกตจาก   “Ever”   “Never”  เช่น

                - Have you ever been to Japan?

(คุณเคยไปญี่ปุ่นไหม)

              - Has your father ever played football?

(พ่อของคุณเคยเล่นฟุตบอลไหม)

              - I have never seen him before.

(ผมไม่เคยเห็นเขามาก่อน)

          ๕. ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ  ในอดีต   และยังอาจเกิดขึ้นได้อีก   สังเกตจาก  “Adverb of frequency”  เหล่านี้   “Again and again” =  ซ้ำแล้วซ้ำอีก,  “Many times” =  หลายครั้ง,  “Sometimes” =  บางที,  “Over and over” (= Over and over again) = ซ้ำแล้วซ้ำอีก, “This is the first (second) time” =  นี่เป็นครั้งแรก (ครั้งที่ ๒)  เช่น

                 - He has made the same mistake again and again.

(เขาทำความผิดเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก)

               - I have been to New York several times.

(ผมไปนิวยอร์คมาหลายครั้งแล้ว)

              - She has told that story over and over again.

(เธอเล่าเรื่องนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก)

             - This is the first time I have tried to play golf.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พยายามเล่นกอล์ฟ)

 

22. ____________________ hard, and you will succeed.

(__________________________  หนัก  แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ)

(a) Work    (จงทำงาน)

(b) Working

(c) To work

(d) Having worked

ตอบ    –    ข้อ   (a)   เนื่องจากประโยคคำสั่งหรือขอร้อง   ต้องขึ้นต้นด้วย “Infinitive without to” (Verb 1)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้