หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 152)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. I just have a few household ________________ to cope with and then I’ll be free to come out with you.

(ผมมีเพียง ____________________ ของครัวเรือนที่จะต้องจัดการ  เพียงสองสามชิ้นเท่านั้น  และต่อจากนั้น  ผมก็จะว่างที่จะออกไปกับคุณได้)

(a) errands    (เอ๊อร์-เริ่นด)  (ธุระ, ธุรกิจพิเศษ, การใช้ให้ไปส่งจดหมาย-ทำธุระ, การเดินทางไปส่งจดหมายหรือทำธุระ)

(b) assignments    (การบ้าน, งานที่ได้รับมอบหมาย)

(c) chores    (งานเล็กๆน้อยๆ, งานบ้าน, งานประจำที่น่าเบื่อ  เช่น  งานทำความสะอาดบ้าน, งานไร่นา)

(d) charges    (ภาระ, ความรับผิดชอบ, การดูแล, การควบคุม, ค่าใช้จ่าย, ราคา, การกล่าวหา, การฟ้องร้อง, การดำเนินคดี, การโจมตีอย่างทันที)

 

2. It is not ________________ to look at your friend’s paper during a test.

(มันไม่  ___________________ ที่จะมองดูกระดาษข้อสอบของเพื่อนของคุณ  ในระหว่างการสอบ)

(a) dishonest    (ไม่ซื่อสัตย์, ทุจริต, คดโกง)

(b) precious    (มีค่า)

(c) frank    (เปิดเผย, ตรงไปตรงมา, ไม่อ้อมค้อม)

(d) proper    (เหมาะสม, เหมาะ, ดี, สมควร, ถูกต้อง, ถูกกาลเทศะ, ถูกมารยาท)

 

3. During the ________________ the audience strolled and chatted in the foyer  (ฟ้อย-เออะ).

(ในระหว่าง ___________________ ผู้ชมเดินเตร่-เดินเล่น  และพูดคุยกันในทางเข้าห้องโถง  -  หรือลอบบี้โรงแรม)

(a) pause    (การหยุดกลางคัน, การหยุดระหว่างพูด, การหยุดชะงักชั่วคราว, การหยุดคิด, การหยุดอ่านกลางคัน)

(b) interval    {เวลาพัก (การแสดง, ดนตรี, ภาพยนตร์), เวลาระหว่าง, ช่วงระหว่าง, เวลาว่าง}

(c) interruption    (การขัดจังหวะ, การขัดขวาง, การชะงักงัน, ภาวะที่ถูกขัดขวาง, การหยุด)

(d) gap    (ช่องว่าง)

 

4. Planes, boats, and trains are important means of ________________.

(เครื่องบิน  เรือ  และรถไฟ  เป็นวิธีการสำคัญของ __________________ )

(a) communication    (การคมนาคม, การสื่อสาร, การติดต่อระหว่างผู้คน, การแลกเปลี่ยนข่าวสาร-ข้อคิดเห็น, จดหมาย)

(b) accommodation    (การจัดที่อยู่ให้, การปรับตัว, การต้อนรับ, การปรองดอง, สิ่งที่อำนวยความต้องการหรือความสะดวก)

(c) transportation    (พาหนะขนส่ง, วิธีการขนส่ง, การขนส่ง, ธุรกิจการขนส่ง, การนำส่ง, การลำเลียง, การขนย้าย, ค่าขนส่ง, ค่าเดินทาง,  การเนรเทศ)  

(d) civilization    (อารยธรรม, ความเจริญรุ่งเรือง)

 

5. The ___________________ of the storm was so great that it blew our house down.

(_____________________ ของพายุ  มากมายเสียจนกระทั่ง  มันพัดบ้านของเราล้มครืนลง)

(a) terror    (ความน่ากลัว, ความสยองขวัญ, ความหวาดกลัว)

(b) horror    (ความน่ากลัว, ความน่าขนพองสยองเกล้า, ความน่าขยะแขยง, ความเลวร้ายมาก)

(c) influence    (อิทธิพล)

(d) violence    (ความรุนแรง, ความดุเดือด, การใช้กำลัง, การทำลาย, การล่วงละเมิด,

ความพลการ)

 

6. The search was abandoned when night came, even though the child had not been found.

(การค้นหาถูก   ละทิ้ง-ปล่อย-ปล่อยตามอารมณ์   เมื่อกลางคืนมาเยือน  แม้ว่ายังค้นไม่พบตัวเด็ก  -  ที่หายไป)  (คือ  เลิกค้นหาชั่วคราว  เมื่อถึงเวลากลางคืน)

(a) assisted    (ช่วยเหลือ)

(b) deserted    (ละทิ้ง, ทอดทิ้ง, ละทิ้งหน้าที่, หนีทัพ)

(c) continued    (ทำต่อไป)

(d) anticipated    (คาดหวัง, ทำนาย)

 

7. They always renovate their office every five years.

(พวกเขา   ซ่อมแซม-ปรับปรุงใหม่-ทำใหม่-ทำให้กลับสู่สภาพเดิม   สำนักงานอยู่เสมอ  ทุกๆ  ๕  ปี)

(a) destroy    (ทำลาย)

(b) repaint    (ทาสีใหม่)

(c)  restore    (ซ่อมแซม, ฟื้นฟู, ทำให้กลับสู่สภาพเดิม, ปฏิสังขรณ์, ทำให้แข็งแรง, บำรุงกำลัง-ร่างกาย, สร้างใหม่)

(d) construct    (สร้าง)

 

8. My sister has to take medicine several _________________ a day.

(น้องสาวของผมจำเป็นต้องกินยาหลาย ___________________ ต่อวัน)

(a) of times

(b) times    (ครั้ง)

(c) time    (เวลา)

(d) spoons    (ช้อน)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Time”  เมื่อหมายถึง  “ครั้ง”  เป็นนามนับได้  สามารถเติม  “S” ได้  (ถ้าเกิน  ๑  ครั้ง)  แต่เมื่อหมายถึง  “เวลา”  เป็นนามนับไม่ได้  (เป็นเอกพจน์เสมอ)  ยกเว้นในวลี  “For a long time”  (เป็นเวลานาน)

 

9. Come here, my boy, and ________________ this note to your master.

(มานี่  ไอ้หนู  และ ____________________ โน้ตแผ่นนี้ไปให้เจ้านายของเอง)

(a) bring    (นำมา)

(b) fetch    (ไปเอามา, ไปนำมา)

(c) take    (นำ)  (แบบเอาติดตัวไปด้วย)

(d) send    (ส่ง)  (โดยทางไปรษณีย์ หรือ อื่นๆ)

 

10. I ________________ about that very much.

(ผม _____________________ เกี่ยวกับเรื่องนั้นอย่างมากเลย)

(a) have doubt

(b) have a doubt

(c) have doubts

(d) doubt    (สงสัย, มีข้อกังขา, กลัว, ไม่แน่ใจ)  (เป็นคำกริยา)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  ความสงสัย, ความฉงน, ความไม่แน่ใจ, ความสนเท่ห์, ความไม่แน่นอน,

ความแปรปรวน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ถ้าต้องการใช้   “Doubt”  ในรูปคำนาม  ต้องเปลี่ยนประโยคเป็น  “I have great (much) doubt about that.”  (ผมมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนั้นเป็นอย่างมาก

 

11. Jonathan is _________________________.

(โจนาธานเป็น _________________________ )

(a) great violinist

(b) the great violinist

(c) a great violinist    (นักไวโอลินผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง)

(d) one of the greatest violinist    (ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “violinists”  -  “หนึ่งในบรรดานักไวโอลินที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  -  หลายๆคน”)

 

12. _______________________ wait a few minutes?

(_________________________  รอสักประเดี๋ยวจะได้ไหม)

(a) Would you mind    (คุณรังเกียจที่จะ)

(b) Do you mind    (คุณรังเกียจที่จะ)

(c) Will you mind

(d) Will you please    (กรุณา)

ตอบ       ข้อ    (d)   เนื่องจาก    “Will (would) you please + Verb 1”  ส่วน Would (do) you mind + Verb + ing

 

13. Late as it was, she went on _____________________.

(แม้จะดึกแล้วก็ตาม  เธอยังคง ____________________ ต่อไป)

(a) to work

(b) work

(c) worked

(d) working    (ทำงาน)

ตอบ       ข้อ    (d)   เนื่องจากหลัง  Preposition   “On”   ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)    หรือ คำนาม   (Noun)

 

14. How ______________________?

(______________________  เท่าไร)

(a) much are you heavy

(b) much do you weight

(c) many weights are you

(d) much do you weigh    (คุณหนัก)

ตอบ       ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Weigh” (เว)  เป็นคำกริยา   หมายถึง  “มีน้ำหนัก”  ส่วน  “Weight” (เวท)  เป็นคำนาม  หมายถึง   “น้ำหนัก”  ส่วน “Heavy” เป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง “หนัก”   ทั้งนี้  ถ้าต้องการถามว่า “คุณหนักเท่าใด” สามารถใช้ได้ดังนี้ คือ

1.    How much do you weigh?

2.    What is your weight”

3.    How much is your weight?

4.    How heavy are you?

 

15. ______________________ to go back now.

(_______________________  ที่จะต้องกลับแล้ว)

(a) I am necessary

(b) It’s necessary for me    (มันจำเป็นสำหรับผม)

(c) I must have

(d) I have had

ตอบ       ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   {It is (was) + Adjective + for someone + to + Verb 1……….}   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง 

                         ตัวอย่างที่ ๑

-    _________________ to sign my name at the bottom of the page?

(_____________________  ที่จะเซ็นชื่อของผมที่ด้านล่างของหน้า (กระดาษหรือเอกสาร)  หรือไม่)

(a) Is it necessary for me    (มันจำเป็นสำหรับผม)

(b) Is it necessity for me    (“Necessity”  =  ความจำเป็น)

(c) Is it necessarily for me

(d) Am I necessary    (ไม่ใช้โครงสร้างนี้)

ตอบ   -   ข้อ   (a)  เนื่องจากมาจากโครงสร้างประโยคบอกเล่า  “It + is (was) + Adjective + (for someone) + to + Verb 1” 

                      ตัวอย่างที่ ๒

-      It is not a good thing _______________ in front of a television set all evening.

(มันมิใช่สิ่งที่ดี ___________________ หน้าเครื่องรับโทรทัศน์ตลอดทั้งคืน)

(a) for children sit

(b) for children to sit    (สำหรับเด็กๆที่จะนั่ง)

(c) for children will sit

(d) for children sitting

ตอบ   -   ข้อ  (b)   มีค่าเท่ากับ  “It is not good for children to sit….. ……………”  ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้าง   “It + is (was) + (not) + Adjective + (for someone) + to + Verb 1”   (สำหรับข้อความในวงเล็บ  จะมีหรือไม่ก็ได้)   ดังประโยคข้างล่าง

                          ตัวอย่างที่ ๓

-  Don’t do anything.  I believe ___________________ would be best to keep quiet.

(ไม่ต้องทำอะไร  ผมเชื่อ (ว่า) ___________________ จะดีที่สุดที่จะนิ่งเงียบเสีย)

(a) you

(b) it    (มัน)

(c) we

(d) everything

ตอบ     -    ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + is (was, will be, would be) + Adjective (เช่น “Important, Necessary, Possible, Normal, Good, Better, Best”) + (For Someone) + To + Verb 1

                        ตัวอย่างที่ ๔

-  It is usually necessary for the international business person ________________ more than only his/her native language.

(มันเป็นสิ่งจำเป็นโดยปกติ  สำหรับนักธุรกิจระหว่างประเทศที่จะ _______________  มากไปกว่าภาษา  ที่ใช้มาตั้งแต่เกิดของเขา/เธอ   แต่เพียงภาษาเดียว  –  หมายถึงควรรู้ภาษาอื่นด้วย  นอกเหนือจากภาษาที่ตนใช้อยู่เป็นประจำ)

(a)  to understand    (เข้าใจ)

(b)  to observe     (สังเกต)

(c)   knowing     (รู้)

(d)  speaking     (พูด)

ตอบ    –    ข้อ   (a)   เนื่องจากถูกต้องตามหลักไวยากรณ์   ตามโครงสร้าง {It is (was) + Adjective (necessary, important, possible, impossible, good, wise, foolish, etc.) + (for someone) + to + Verb 1(กริยาอะไรก็ได้) + something}  เช่น

                - It is necessary (for you) to work harder.

(มันจำเป็นสำหรับคุณที่ต้องขยันให้มากขึ้น)

              - It is important (for young people) to pay respect to the elderly.

(มันสำคัญสำหรับคนหนุ่มสาวที่จะต้องให้ความเคารพผู้สูงอายุ)

              - It was possible (for them) to arrive there before noon.

(มันเป็นไปได้สำหรับพวกเขาที่จะไปถึงที่นั่นก่อนเที่ยง)

             - It is impossible (for me) to lend you the sum you want.

(มันเป็นไปไม่ได้สำหรับผมที่จะให้คุณยืมเงินจำนวนที่ต้องการ)

             - It is good (for her) to marry him.

(มันดีสำหรับเธอที่แต่งงานกับเขา)

             - It was wise (for us) to cancel our trip to Europe.

(มันฉลาดสำหรับเราที่ยกเลิกการเดินทางไปยุโรป)

 

16. Do you think you _________________ Peter at any time over the weekend?  If so, can you give him a message?

(คุณคิดว่าคุณ____________________ ปีเตอร์  เวลาใดๆช่วงสุดสัปดาห์บ้างไหม  ถ้าเป็นเช่นนั้น  (พบ)  คุณจะช่วยบอกข่าวสารกับเขาหน่อยได้ไหม)

(a) see

(b) will have seen    (จะได้พบแล้ว)

(c) will see    (จะพบ)

(d) would see

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นเรื่องอนาคต   (Present future) (ช่วงสุดสัปดาห์ที่ยังมาไม่ถึง)   โดยให้สอดคล้องกับ   “Do you think………” (Present simple tense)   ส่วนข้อ  (b)   “will have seen”   ใช้บอกเหตุการณ์ในอนาคต  ว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งในอนาคต  เหตุการณ์หนึ่งจะได้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว เช่น

          - By this time tomorrow, I will have flown to London.

(ณ ช่วงเวลานี้ของวันพรุ่งนี้  ผมคงจะได้บินไปลอนดอนแล้ว)

           - By February next year, she will have graduated from New York University.

(ราวเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า   เธอคงจะได้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์คไปแล้ว)

 

17. ___________________, none of the guests were injured when the fire broke out at the hotel.

(_______________ , ไม่มีแขกคนใดได้รับบาดเจ็บ   เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้นที่โรงแรม)

(a) Fortunate

(b) Fortunately    (โชคดี, เคราะห์ดี)

(c) To be fortunate    (เพื่อที่จะโชคดี)

(d) It is fortunate    (มันโชคดี)

ตอบ     –    ข้อ   (b)   เนื่องจากใช้ขยายข้อความทั้งประโยค  (none of……… ………………… the hotel)   จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์   (Adverb)

 

18. Mr. Brown is going to watch ___________________ .

(มิสเตอร์บราวน์กำลังจะดู ____________________ )

(a) television    (โทรทัศน์)

(b) the television

(c) a television

(d) the televisions

ตอบ    –    ข้อ    (a)   ดูทีวี   ไม่ต้องใช้   “Article”   ใดๆนำหน้าทีวี

 

19. ____________________ here this morning?

(______________________ ที่นี่เมื่อเช้านี้)

(a) Who did come

(b) Who did came

(c) Did who come

(d) Who came    (ใครมา)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Who”   เป็นประธานของประโยค   จึงตามด้วยคำกริยา    “Came”  ได้เลย  ไม่ต้องใช้   “Verb to do”  มาช่วยสร้างประโยคคำถาม  เหมือนในกรณีทั่วๆไป   หรือในประโยคที่ขึ้นต้นด้วย   “Question words” (What, When, Where, Why, How) อื่นๆ   (ซึ่งต้องใช้  “Verb to do”  ช่วย)   เช่น

              - When did you arrive this morning?

     (คุณมาถึงเวลาใดเมื่อเช้านี้)

             - Where do you live in England?

      (คุณอาศัยอยู่ที่ไหนในประเทศอังกฤษ)

            - Why did she leave in a hurry?

      (ทำไมเธอจึงจากไปอย่างรีบเร่ง)

           - What did they tell Jim before he left?

       (พวกเขาบอกอะไรจิม  ก่อนที่เขาจะจากไป)

           - How do you feel about today’s weather?

      (คุณรู้สึกอย่างไรกับอากาศวันนี้)

 

20. Have you bought warm clothes __________________ the winter?

(คุณได้ซื้อเสื้อผ้าที่อบอุ่น ___________________ หน้าหนาวหรือยัง)

(a) for preparation in

(b) for preparation of

(c) in preparation for    (เพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับ)

(d) in preparation of

ตอบ    –    ข้อ   (c)   ต้องใช้ในรูปแบบนี้เสมอ

 

21. I want to borrow ______________________.

(ผมต้องการยืม _____________________ )

(a) you a dictionary

(b) a dictionary of you

(c) one of your dictionary

(d) a dictionary from you    (พจนานุกรมจากคุณ)

ตอบ    –    ข้อ    (d)  ทั้งนี้  สามารถใช้อีกรูปแบบหนึ่ง คือ  “your dictionary”  หรือ ตอบ ข้อ   (c) แต่ต้องแก้เป็น   “one of your dictionaries

 

22. He left his spectacles behind because he was _________________ .

(เขาทิ้งแว่นตาไว้เบื้องหลัง –  คือไม่ได้เอาไปด้วย  –  เพราะว่าเขา ______________ )

(a) hurry

(b) hurriedly

(c) in a hurry    (รีบเร่ง)

(d) to be hurried

ตอบ    –    ข้อ   (c)   ทั้งนี้    อาจใช้   “hurried”  (รีบเร่ง)  ก็ได้เช่นกัน

 

23. A gallon is about ______________________.

( แกลลอน คือ ประมาณ _______________________ )

(a) four and half a liter

(b) four and a half liter

(c) four and a half liters    (๔  ลิตรครึ่ง)

(d) four liters and one half

ตอบ    –    ข้อ   (c)   ต้องใช้รูปแบบนี้เสมอ  และเติม “s”  ที่ “liter”  ด้วย

 

24. I usually __________________ on Monday to avoid the crowd.

(ผมมักจะ ___________________ เป็นประจำ  ในวันจันทร์  เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน)

(a) am going shop

(b) go to shopping

(c) going shopping

(d) go shopping    (ซื้อของ, ช้อปปิ้ง)

ตอบ   ข้อ   (d)   เนื่องจากใช้รูป   “Go + Verb + ing” เพื่อแสดงการทำกิจกรรมเพื่อความบันเทิงหรือพักผ่อนหย่อนใจ   (ดูเพิ่มเติมรูป “Go + V. + ing”  จากประโยคข้างล่าง

                      ตัวอย่างที่ ๑

-     Are you going ________________ again this summer?

(คุณจะไป ______________________ อีกครั้ง  ในฤดูร้อนนี้  ใช่หรือไม่)

(a) to camp

(b) to be camped

(c) being camped

(d) camping     (พักแรม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                ตัวอย่างที่ ๒

-   In the afternoon we went ____________________.

(ในตอนบ่าย  เราไป _____________________ )

(a) to window-shop

(b) to window-shopping

(c) window-shop

(d) window-shopping    (เดินดูสินค้าที่ตั้งโชว์ไว้ในตู้กระจกหน้าร้าน)

ตอบ   -    ข้อ   (d)  “Window-shop”   เป็นคำกริยา  หมายถึง  “เดินดูสินค้าที่ตั้งแสดงไว้ในตู้กระจกหน้าร้าน  โดยไม่ได้ซื้อ”

                 ตัวอย่างที่ ๓

           - Her job is ________________________.

(งานของเธอคือ ______________________ )

(a) go shopping every morning.

(b) to go shopping every morning.    (การไปจ่ายตลาดทุกๆเช้า)

(c) to go to shop every morning

(d) going to shop every morning

ตอบ   –   ข้อ  (b)  เนื่องจากหลังกริยา   “Verb to be”  (is)  ของประโยคต้องการส่วนที่มาเติมให้สมบูรณ์  (Complement)  ซึ่งอาจเป็น  “Infinitive with to” (To + Verb)   หรือ   “Gerund” (V. + ing)   ก็ได้  ซึ่งในที่นี้อาจใช้  “To go shopping”   หรือ   “Going shopping”   ได้ทั้งคู่

                      อย่างไรก็ตาม  เมื่อกริยา   “Go”หมายถึง  “การออกกำลังกายเพื่อพักผ่อนและความเพลิดเพลิน”  กริยาที่ตามหลัง   “Go”   จะต้องอยู่ในรูป  “V. + ing”  เสมอเช่น   “go shopping,  go swimming,  go hunting,  go fishing,  go shooting,  go skating,  go skiing,  go climbing,  go diving, etc.”  (แต่ใช้ “do our shopping”– ไปซื้อของ, ไปจ่ายตลาด)   ดังนั้น  ในประโยคข้างบน  จึงต้องตอบข้อ  (b)  หรือไม่ก็ใช้   “going shopping every morning

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้