หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 150)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. We got three seats in the front ________________ of the theater.

(เราได้ที่นั่ง  ๓  ที่  ใน __________________ หน้าของโรงภาพยนตร์-โรงละคร)

(a) passage    (ทางผ่าน, ทางไป, ระเบียง, ทางเข้า, การผ่าน, การข้าม, การอนุญาตให้ผ่าน, ตอนหนึ่งของข้อเขียน, ข้อปลีกย่อย)

(b) bench    (ม้านั่ง)

(c) deck    (ดาดฟ้าเรือ, ชั้น, หัวเข็มและอุปกรณ์อื่นๆ)

(d) row    (แถว)

 

2. He bought a _______________ T.V. set because he wanted to carry it from room to room.

(เขาซื้อโทรทัศน์ ____________________ เครื่องหนึ่ง  เพราะว่าเขาต้องการถือ-ยกมันจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง)

(a) visible    (สามารถมองเห็นได้, แน่ชัด, ชัดเจน, ชัดแจ้ง)

(b) sensible    (ฉลาดในการตัดสินใจ, มีวิจารณญาณ)

(c) portable    (หิ้วได้, กระเป๋าหิ้ว, นำติดตัวไปได้, เคลื่อนย้ายได้ด้วยมือ, สะดวก, เบา)

(d) current    (ปัจจุบัน, แพร่หลาย, เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป, ซึ่งหมุนเวียนอยู่, ทั่วๆไป)

 

3. Petrol is ___________________ from petroleum.

(น้ำมันเบนซิน (ถูก) ____________________ จากน้ำมันปิโตรเลียม)

(a) removed    (กำจัด, ขจัด, ปลด, ปลดเปลื้อง, ไล่ออก, ฆ่า, เอาออก, ย้าย, โยกย้าย,  ถอด, ขนของ)

(b) scraped    (ขูด, ขูดออก, ครูด, ถู, เช็ด, เช็ดออก, เบียด, เฉียด, แฉลบ, พอดำเนินชีวิตผ่านไปได้วันๆหนึ่ง)

(c) derived    (ได้รับ)

(d) modified    (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง)

 

4. The cat showed her ________________ for the stale fish by turning her back on it.

(เจ้าแมวแสดง ___________________ ของมันต่อปลาที่ไม่สด-เหม็นอับ-ราขึ้น-จืดชืด-เก่า  ตัวนั้น  โดยการหันหลังให้มัน)  (คือ หันหลังให้ปลา – ที่ตายแล้ว - ตัวนั้น)

(a) disgrace    (ความอัปยศอดสู, ความน่าอับอาย, ความเสื่อมเสียเกียรติ)

(b) disgust    (ความรังเกียจ, ความขยะแขยง, ความสะอิดสะเอียน)

(c) despair    (ความสิ้นหวัง, ความหมดหวัง, สิ่งที่ทำให้หมดหวัง)

(d) grief    (ความเศร้าโศก, ความระทมทุกข์, ความคับข้องใจ, สิ่งที่ทำให้เสียใจมาก, ปัญหา, ความยุ่งยาก)

 

5. Hong Kong is almost without natural ________________like coal and oil.

(ฮ่องกงเกือบจะปราศจาก ________________ ธรรมชาติ  เช่น  ถ่านหินและน้ำมัน)

(a) facilities    (สิ่งอำนวยความสะดวก, เครื่องทำให้สะดวกหรือง่ายขึ้น, ความสะดวก, ความง่าย, ความคล่องแคล่ว, ความว่องไว)

(b) resources    (ทรัพยากร)

(c) phenomena    (ปรากฏการณ์)

(d) aspects    (แง่มุม, ลักษณะ, รูปร่างหน้าตา, รูปการ, ด้าน (ปัญหา), หลักเกณฑ์, ทิศทาง, ที่ตั้ง)

 

6. They will come with us ________________ the bad weather.

(พวกเขาจะมากับเรา ___________________ อากาศเลวร้าย)

(a) in spite

(b) despite of

(c) despite    (ทั้งๆที่)

(d) though    (แม้ว่า)  (ตามด้วยประโยค  คือ  “Subject + Verb”  เช่น  “………….though the weather is bad”)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรือ   “In spite of”  (ทั้งๆที่)  ก็ได้

 

7. This road is dangerous ________________ pedestrians.

(ถนนสายนี้เป็นอันตราย _________________ คนเดินเท้า-คนเดินถนน)

(a) for

(b) to    (ต่อ, แก่)

(c) about

(d) of

 

8. It took me a long time to get over my cold.

(มันใช้เวลาผมนานทีเดียว   ที่หายจาก   ไข้หวัดของผม)

(a) finish    (ทำเสร็จสิ้น)

(b) get medicine for    (ได้ยาสำหรับ)

(c) be away from    (อยู่ห่างจาก)

(d) recover from    (หายเป็นปกติ, ฟื้นจากไข้, คืนสภาพเดิม, คืนสภาพ, กลับอย่างเดิม, ทำให้คืนสภาพ, ทำให้กลับอย่างเดิม, เอากลับคืน, กู้, เอามาได้อีก)

 

9. It is often cheaper to buy articles _______________ the dozen than singly.

(มันมักจะราคาถูก  ที่จะซื้อสินค้า-สิ่งของ __________________ โหล  มากกว่า (ซื้อ) อันเดียว-ชิ้นเดียว)  (คือ  ซื้อเป็นโหลราคาถูกกว่าซื้อทีละชิ้น)

(a) at

(b) for

(c) by    (เป็น)

(d) of

 

10. On Sundays, many children spend their time ________________.

(ในวันอาทิตย์  เด็กๆจำนวนมากใช้เวลาของตน ____________________ )

(a) to watch a television

(b) to watch the television

(c) watching television    (ดูโทรทัศน์)

(d) to watch television

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Spend + Time + Verb + ing

 

11. I don’t know _________________ to do to prepare for my exam.

(ผมไม่ทราบว่าจะทำ _________________ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบ)

(a) where

(b) what    (อย่างไร, อะไร)

(c) when

(d) how

ตอบ   -   ข้อ   (b)  สำหรับ   “How”  มักใช้ในรูป   “How to swim, How to cook, How to play golf, How to solve the problem, How to tell her the truth, How to get there in time, etc.”

 

12. A young man is accepted in the Royal Thai Air Force ____________

trained to fly.

(ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับ (เข้าทำงาน) ในกองทัพอากาศ _________________ ฝึกฝนให้บิน)  (คือ ฝึกขับเครื่องบิน)

(a)    in spite of being    (ทั้งๆที่เป็น)

(b)   in case of being    (ในกรณีที่เป็น)

(c)    in order that    (เพื่อที่ว่า)  (ต้องตามด้วยประโยค คือ  “Subject + Verb”  เช่น  “…………in order that he will be trained to fly”)

(d)  in order to be    (เพื่อที่จะถูก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ต้องใช้   “…….to be trained”  (Passive voice)  เนื่องจาก  “ถูกกระทำ”  คือ  “ถูกฝึก

 

13. The teacher permitted him ________________ by himself.

(ครูอนุญาตให้เขา ___________________ ด้วยตนเอง)  (คือ คิดเอง  ไม่ต้องให้ใครมาสั่ง)

(a) to think    (คิด)

(b) to thinking

(c) think

(d) thinking

ตอบ   -   ข้อ    (a)   “Subject + Permit + กรรม + To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาประเภทเดียวกันกับ  “Permit”  จากประโยคข้างล่าง

                     ตัวอย่างที่ ๑

-      I want you ________________ on an errand for me tomorrow.

(ผมต้องการให้คุณ ____________________ ทำธุระให้ผมวันพรุ่งนี้)

(a) go

(b) to do

(c) to go    (ไป)

(d) going

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Want + กรรม + to + Verb 1”  และ  “Go on an errand” =  ไปทำธุระ  สำหรับคำกริยาประเภทเดียวกับ   “Want” ดูจากประโยคข้างล่าง

              ตัวอย่างที่ ๒

-   We don’t allow anyone _______________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม ____________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim    (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Allow + กรรม + to + Verb 1

                  ตัวอย่างที่ ๓

-  He told one of the men _________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ __________________โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ   -    ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Subject + tell + กรรม  + to + Verb 1”  กล่าวคือ

กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง  (บุคคลหรือสิ่งของ)  ของคำกริยาต่อไปนี้   จะต้องเป็นรูปInfinitive with to” (To + Verb 1)  เสมอ  ได้แก่  “Expect, Want, Cause,  Force,  Compel,  Invite,  Advise,  Instruct, Persuade,  Allow,  Permit,  Encourage,  Press,  Warn,  Order,  Request,  Tempt,  Teach,  Tell,  Oblige”   ตัวอย่างประโยค  เช่น

-         We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

-         She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

-         They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

-         The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

-         I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

-         She taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

-         We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

-         The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

-         She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

-         The manager advised his staff to work harder.

 (ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

 

14. ________________ doubtful whether we shall win the match.

(___________________  น่าสงสัย-ไม่แน่นอน-ไม่น่าเป็นไปได้  ว่าเราจะชนะการแข่งขันหรือไม่)

(a) There is

(b) It is    (มัน)

(c) There was

(d) It was

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ใช้   “It is”  + Adjective (Doubtful)  เพื่อให้สอดรับกับกริยาในอนุประโยค  “Shall win

 

15. Judy’s husband asked her to buy ____________________ for him.

(สามีของจูดี้ขอร้องให้เธอซื้อ ______________________ ให้เขา)

(a) a very blue pretty Italian shirt

(b) a very pretty Italian blue shirt

(c) a very Italian pretty blue shirt

(d) a very pretty blue Italian shirt    (เสื้อเชิ้ร์ตอิตาเลียนสีน้ำเงินที่สวยงามมาก)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องเรียง  “ประเทศที่ผลิต” อยู่ติดกับคำนามที่มันขยาย  ถัดไปเป็น   “สี”  ถัดไปถ้ามี   “ขนาด” (big, small)  ก็ต่อด้วย “ขนาด”    แล้วต่อด้วย “คุณสมบัติอื่นๆ”   เช่น   “สวย”   หรือ   “ไม่สวย”   ดังในประโยคข้างบน  ซึ่งในการเรียงคำในภาษาไทย  และอังกฤษ  จะเรียงกลับกัน   กล่าวคือ  เวลาแปลภาษาอังกฤษเป็นไทย  จะต้องแปลจากข้างหลังย้อนขึ้นไปข้างหน้า   เช่น  “เสื้อ-อิตาเลียน-สีฟ้า-สวยงาม-มาก”  สำหรับตัวอย่างอื่นๆ เช่น

(๑) บ้าน  (๒) ทรงไทย  (๓) สีขาว  (๔) หลังใหญ่  (๕) สวยงาม  (๖) มาก  (๗) สองหลัง  (๘) เหล่านั้น

(8) Those (7) two (6) very (5) beautiful (4) big (3) white (2) Thai-style (1) houses

      ตัวอย่างอื่นๆ ได้แก่

-         I want to buy those two brown wood tables.

(ผมต้องการซื้อโต๊ะไม้สีน้ำตาล ๒ ตัวเหล่านั้น)

-         She is a very sweet little old lady.

(เธอเป็นสุภาพสตรีชราตัวเล็กๆที่หวานมาก)

-         Have you seen this interesting English book?

(คุณได้เห็นหนังสือภาษาอังกฤษที่น่าสนใจเล่มนี้หรือยัง)

-         She wanted to buy these two old brick houses.

(เธอต้องการซื้อบ้านอิฐเก่า ๒ หลังเหล่านี้)

-         There are two small Chinese gold cups in the shop window.

(มีถ้วยทอง (ทำใน) จีนเล็กๆ ๒ ใบ ในตู้โชว์ของร้าน)

-         These old dilapidated houses are not safe.

(บ้านที่ทรุดโทรมเก่าๆเหล่านี้ไม่ปลอดภัย)

-         She gave me a round white plastic drinking cup.

(เธอให้ถ้วย (สำหรับ) ดื่มน้ำพลาสติกสีขาวกลม ๑ ใบ แก่ผม)

-         We have bought two white electric washing machines.

(เราซื้อเครื่องซักผ้าไฟฟ้าสีขาว ๒ เครื่อง)

 

16. ____________________ break your promise.

(_______________________  ผิดคำมั่นสัญญา)

(a) You’d not better

(b) You had not better

(c) You’d better not    (คุณไม่ควร)

(d) You would better not

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูป   “Subject + Had better + Not + Verb 1”   เสมอ   ในรูปปฏิเสธของ   “Had better

 

17. She is looking for ___________________.

(เธอกำลังมองหา ____________________ )

(a) employ    (จ้าง, ว่าจ้าง, ใช้, ใช้สอย, ใช้เวลา)

(b) employed

(c) employment    (การจ้าง, การว่าจ้าง, การงาน, อาชีพ, ธุรกิจ)

(d) employing

ตอบ   –    ข้อ   (c)   เนื่องจากหลัง    Preposition   “For”   ต้องใช้คำนาม

 

18. We all know __________________ Peter is at playing golf.

(เราทุกคนรู้ว่า  ปีเตอร์ __________________ ในการเล่นกอล์ฟ)

(a) how well

(b) how badly

(c) how much

(d) how good    (เก่งขนาดไหน)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เพราะมาจาก   “Good at”   (เก่ง) ทั้งนี้  ความหมายของประโยคข้างบน  คือ   “เราทุกคนรู้ว่า  ปีเตอร์เล่นกอล์ฟได้เก่งมาก”   เช่นในประโยค

          - He is good at playing tennis.

(เขาเล่นเทนนิสเก่ง)

         - She is good at cooking.

(เธอปรุงอาหารเก่ง)

         - They were good at playing football when they were in college.

(พวกเขาเล่นฟุตบอลเก่ง ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย)

                   อย่างไรก็ตาม เราต้องใช้รูปแบบตามประโยคข้างล่าง

         - We all know how well Peter can play golf.

(เราทุกคนรู้ว่า  ปีเตอร์เล่นกอล์ฟได้เก่งขนาดไหน)

                      ในประโยคข้างบน  เราต้องใช้    “How well”  (กริยาวิเศษณ์)  เนื่องจากขยายกริยา   “can play

 

19. He asked me ___________________ a match.

(เขาขอไม้ขีดไฟ _____________________ ผม)

(a) of

(b) about

(c) for    (จาก)

(d) (No word is needed.)

ตอบ        ข้อ    (c)  เนื่องจาก   “Ask for something”   หมายถึง  ขอสิ่งนั้น   เพราะอยากได้มัน   หรืออยากจะทำมัน  เช่น

              - She asked for a drink of water.

   (เธอขอดื่มน้ำ)

           - I asked for help with my project.

  (ผมขอความช่วยเหลือในโครงการของผม)

           - My wife asked for one of my shirts for poor man.

  (ภรรยาของผมขอเสื้อเชิร์ตผม      ตัว ให้ชายที่น่าสงสารคนนั้น)

                        สำหรับ “Ask for someone”  หมายถึง   “อยากจะพูดคุยกับผู้นั้น” เช่นประโยค

             - My mother said that Tom had called asking for me.

 (แม่ของผมกล่าวว่า   ทอมโทรศัพท์มาจะขอพูดกับผม)

 

20. I remember Margaret Field very well – the girl with _________

______________________.

 (ผมจำมาร์กาเร็ต ฟิล์วด  ได้ดีมาก   เด็กหญิงที่มี ______________________)

(a)    that red wonderful hair

(b)  that wonderful red hair    (ผมสีแดงน่าพิศวง-มหัศจรรย์คนนั้น)

(c)    those red wonderful hairs

(d)   those wonderful red hairs

ตอบ       ข้อ    (b)  (ดูคำอธิบายการเรียงคำคุณศัพท์ขยายหน้าคำนาม ในข้อ  ๑๕  ของข้อสอบชุดนี้)

 

21. The man seemed __________________ about something.

(นายคนนั้นดูเหมือนว่า ____________________ เกี่ยวกับอะไรบางอย่าง)

(a) nervous and anxiously

(b) nervous and anxious    (หงุดหงิดและวิตกกังวล)

(c) being nervous and anxious

(d) nervous and being anxious

ตอบ       ข้อ   (b)  เนื่องจากตามหลังกริยา  “Seemed” จึงต้องอยู่ในรูปคุณศัพท์   (ดูรายละเอียดกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์ (Adjective)  มิใช่กริยาวิเศษณ์  (Adverb)  จากประโยคข้างล่าง

                       ตัวอย่างที่ ๑        {จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก (๑) – (๔)}

-   The newspaper reported (1) that the models (2) looked very (3) beautifully during the recent (4) fashion show.

(หนังสือพิมพ์รายงานว่า  นางแบบมีความสวยงามมาก  ในระหว่างการแสดงแฟชั่นโชว์เมื่อเร็วๆมานี้)

ตอบ    –    ข้อ   (3)   แก้เป็น   “beautiful”   เนื่องจากหลังกลุ่มคำกริยาต่อไปนี้ (look, feel, become, grow, get, seem, appear, taste, prove, sound, remain, turn)   แม้จะไม่ต้องมีกรรมมารับโดยตรง  แต่ก็ต้องอาศัยคำหรือกลุ่มคำอื่นมาช่วยขยายตามหลังมัน  เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนขึ้น  คำที่มาขยายคำกริยาเหล่านี้มิได้เป็นกรรม (Object) แต่มาช่วยทำให้กริยามีความหมายดีขึ้น   หรือทำให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์   คำที่ตามหลังคำกริยาประเภทนี้จะอยู่ในรูปคำคุณศัพท์  (Adjective) เท่านั้น  มิใช่คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb)   ทั้งนี้   เราเรียกส่วนขยายคำกริยาพวกนี้ว่า “Subjective Complement” หมายถึง  “ตัวขยายอกรรมกริยา   เพื่อให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์”   และเรียกกริยาประเภทนี้ว่า   “Linking Verb”  คือช่วยเชื่อมระหว่าง  ประธานของประโยค   และ ส่วนที่มาขยายคำกริยา  เพื่อทำให้ประโยคมีใจความสมบูรณ์    ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

             - She felt good after a long sleep.

       (เธอรู้สึกสบายดีหลังจากนอนหลับยาว)

             - He looked happy when his friends came to see him.

      (เขาดูท่าทีมีความสุข  เมื่อเพื่อนมาเยี่ยม)

             - The milk in that glass tasted sour.

       (นมในแก้วใบนั้นมีรสเปรี้ยว)

             - They seem tired after a hard day’s work.

       (พวกเขาดูเหมือนเหนื่อย  หลังจากทำงานตรากตรำมาทั้งวัน)

 

22. I don’t know much about ___________________.

(ผมไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับ _____________________ )

(a) that her friend

(b) that friend of her

(c) her that friend

(d) that friend of hers    (เพื่อนคนนั้นของเธอ)

ตอบ   –   ข้อ   (d)  และสังเกตว่า  หลัง “OF”  ต้องใช้รูป “Possessive pronoun” (hers, ours, theirs, mine, yours, his, its)   เสมอ

 

23. __________________ quiet; my father is sleeping.

(______________________ เงียบ  พ่อของผมกำลังนอนหลับ)

(a) Be    (โปรด)

(b) Being

(c) To be

(d) Are

ตอบ    –    ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นประโยค   “คำสั่ง” หรือ “ขอร้อง”   ทั้งนี้  ถ้าคำที่สั่งหรือขอร้องให้ทำเป็นกริยา  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วย   “Infinitive without to” (Verb 1)   เช่น  “Go away”  (ไปให้พ้น)  หรือ  “Help me lift this box.” (ช่วยผมยกลังนี้หน่อย)   แต่ถ้าคำนั้นเป็นคำคุณศัพท์   ให้นำหน้าคำนั้นด้วย   “Be”  เหมือนกับประโยคข้างบน  หรือ “Be careful”  (ระวังหน่อย)   และ “Be patient”  (อดทนหน่อย) 

 

24. We find it __________________ to believe all what he said since he changed his story every time we asked him.

(เราพบมัน _____________________ ที่จะเชื่อทุกสิ่งที่เขาพูด  เพราะว่าเขาเปลี่ยนเรื่องทุกครั้งที่เราถามเขา)  (หมายถึง เล่าเรื่องแต่ละครั้งไม่เคยตรงกัน)

(a) very and more difficult

(b) more and very difficult

(c) more and most difficult

(d) more and more difficult    (ยากขึ้นและยากขึ้น)

ตอบ    –    ข้อ  (d)  ต้องใช้รูปนี้เสมอ

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้