หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 149)

Part V: Sentence Completion    (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. I buy that newspaper every day because I find its ______________

interesting.

(ผมซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นทุกวัน  เพราะว่าผมพบว่า ________________ ของมันน่าสนใจ)

(a)    passages    (ตอนหนึ่งของข้อเขียน, ข้อปลีกย่อย, การผ่าน, การข้าม, การย้าย, การก้าวผ่าน)

(b)   ingredients    (ส่วนผสม, ส่วนประกอบ)

(c)    comments    (ข้อคิดเห็น     

(d)  articles    (บทความ)

 

2. Do not _______________ the butter too thickly on the bread.

(อย่า __________________ เนยหนามากเกินไปบนขนมปัง)

(a) space    (เว้นช่อง, เว้นระยะ, เว้นวรรค, เว้นช่องบรรทัด)

(b) spill    (ทำหก)

(c) spread    (ทา, ละเลง, กาง, คลี่, ปู, แผ่, แพร่, กระจาย, ทำให้กระจาย)

(d) scatter    (ทำให้กระจัดกระจาย, กระจัดกระจาย)

 

3. The ________________ at the football match cheered their team on.

(___________________ ที่การแข่งขันฟุตบอล  เชียร์ทีมของฝ่ายตน)

(a) audience    (ผู้ชม, ผู้ฟัง  -  ใช้กับหนัง  ละคร  ปาฐกถา  ฯลฯ)

(b) congregation    (การชุมนุม, การจับกลุ่มกัน, กลุ่มคน, กลุ่มคนที่มาชุมนุมกัน)

(c) demonstrators    (ผู้สาธิต, ผู้ทดลองให้ดู, ผู้เดินขบวนเพื่อเรียกร้องทางการเมือง)

(d) spectators    (ผู้ชม, ผู้ดู  -  กีฬา, หมัดมวย, การแข่งขัน, ผู้สังเกต, ผู้ดูเหตุการณ์)

 

4. Since he was the eldest brother of the family, he had no way to _____

_______________ responsibility.

(เพราะว่าเขาเป็นพี่ชายคนโตสุดของครอบครัว  เขาไม่มีทางที่จะ ______________ ความรับผิดชอบ)

(a)    destroy    (ทำลาย)

(b)   relieve    (บรรเทา, ปลดเปลื้อง, ทำให้ลดน้อยลง)

(c)    avoid    (หลีกเลี่ยง)

(d)   take    (รับ, รับเอามา)

 

5. Somchai speaks English with a Thai ________________.

(สมชายพูดภาษาอังกฤษด้วย __________________ ไทย)

(a) pronunciation    (การออกเสียง)

(b) tongue    (ลิ้น)

(c) accent    (สำเนียง)

(d) voice    (เสียง)

 

6. Her _______________ in education is to obtain a bachelor’s degree in Thailand and a master’s degree in America.

(___________________ ของเธอในการศึกษา  คือ  การได้รับปริญญาตรีในประเทศไทย  และปริญญาโทในอเมริกา)

(a) objective    (วัตถุประสงค์, เป้าหมาย)

(b) objection    (การคัดค้าน, การไม่เห็นด้วย)

(c) obstacle    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง, ปัญหา)

(d) obligation    (พันธะ, หน้าที่, ข้อผูกพัน, ความจำเป็น, หนี้, การบังคับ, บุญคุณ, ความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ)

 

7. The _______________ outside the house said, “Beware of dogs”.

(____________________  นอกบ้าน  บอกว่า  “ระวังสุนัข”)

(a) advertisement    (การโฆษณา)

(b) notice    (ป้ายประกาศ, ข้อความที่เตือน, ข่าวสาร, หมายเหตุ, ข้อสังเกต, การสัง เกต, การเตือน)

(c) signal    (สัญญาณ, เครื่องหมาย, เครื่องแสดง, สัญลักษณ์, ลาง, นิมิต, สิ่งบอกใบ้)

(d) label    (เล้-เบิ้ล)  (ป้าย, ฉลาก, คำอธิบาย, คำนิยาม, เครื่องหมาย, สัญลักษณ์, ฉายา)

 

8. She told me she was willing to give a hand ________________ preparing the meal.

(เธอบอกผมว่า  เธอเต็มใจที่จะช่วยเหลือ __________________ การตระเตรียมมื้ออาหาร)

(a) in    (ใน)

(b) for

(c) to

(d) at

 

9. The Headmaster in our school speaks ________________ deliberate

manner.

(ครูใหญ่ในโรงเรียนของเรา  พูดในอากัปกริยาที่ใคร่ครวญ-ระมัดระวัง _________          ________________________. )

(a)    with a most

(b)  in a most    (ที่สุด)

(c)    by a most

(d)   for a most

 

10. Usually I ______________ home much earlier; today I overslept.

(โดยปกติแล้ว  ผม __________________ บ้านแต่เนิ่นๆกว่านี้มาก  (แต่)  วันนี้ผมหลับเลยเวลา)

(a) should leave

(b) leave    (ออกจาก)

(c) will leave

(d) shall leave

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ใช้   “Leave”  (Present simple tense)  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดเป็นประจำ สม่ำเสมอ  โดยดูจาก   “Usually”   จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  “Subject + Verb 1)

 

11. He is a well-known author and during the past few years ____

_________________ many books.

(เขาเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง  และในระหว่าง  ๒  -  ๓  ปีที่ผ่านมา _____________ หนังสือจำนวนมาก)

(a)    writes

(b)   had written

(c)    is writing

(d)  has written    (ได้เขียน)

 

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ใช้   “Has written”  (Present perfect tense)  กับเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  ๒  -  ๓  ปีที่ผ่านมา (เขียนหนังสือ)  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูดประโยคนี้  ก็ยังเขียนหนังสืออยู่

 

12. I noticed that the children were ________________ to clean the garden after my offering them a cake for the job.

(ผมสังเกตว่าพวกเด็กๆได้รับการ __________________ ให้ทำความสะอาดสวน  หลังจากที่ผมเสนอเค้กให้กับพวกเขาสำหรับงานนั้น)  (คือถูกกระตุ้นให้ทำงานเพื่อแลกกับเค้ก)

(a) motivating    (ซึ่งกระตุ้น)

(b) motivated    (กระตุ้น)

(c) motivation    (การกระตุ้น, แรงกระตุ้น, แรงขับ)

(d) being motivated

ตอบ   –   ข้อ   (b)  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Passive voice”   คือ “เด็กๆถูกกระตุ้น”  สำหรับข้อ  (d)  ก็อยู่ในรูป  “Passive voice” เช่นกัน  แต่เน้นว่า  “กำลังถูกกระตุ้น” ซึ่งไม่ควรใช้   เพราะเหตุการณ์นี้เกิดหลังจากที่มีผู้เสนอเค้กให้เป็นสิ่งตอบแทน  ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ว่า   “กำลังถูกกระตุ้น”   แต่อย่างใด

 

13. The first witness’s version of the accident was quite ___________

from the second witness’s version.

(คำให้การของพยานคนแรกในเรื่องอุบัติเหตุ  _________________ มากทีเดียว  กับคำให้การของพยานคนที่สอง)

(a)   differ    (แตกต่าง)  (คำกริยา)

(b) difference    (ความแตกต่าง)  (คำนาม)

(c) different    (แตกต่าง)  (คำคุณศัพท์)

(d) differently

ตอบ   –   ข้อ   (c)  เนื่องจากขยาย  “Verb to be” (was)   จึงต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์

 

14. A: “We’ve all worked well.”

(พวกเราทั้งหมดทำงานกันได้ดี)

     B: “________________”

(a)   Yes, we have.

(b)  We have so.

(c)   We have either.

(d) So have we.    (พวกเราก็  –  ทำงานได้ดี  –  เช่นเดียวกัน)

ตอบ   –   ข้อ  (d)  (อาจใช้อีกแบบ คือ   “So we have”  ก็ได้เช่นกัน)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง   “So have I”  “So do I”  จากประโยคข้างล่าง

                    ตัวอย่างที่ ๑        {จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก (๑) – (๔)}

-      As inevitably as (1) human culture has (2) changed with (3) the

passing of time, so (4) does the environment.

(อย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้   เหมือนกับวัฒนธรรมของมนุษย์ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการผ่านไปของเวลา   สภาพแวดล้อมก็เช่นเดียวกัน)   (ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา)

ตอบ    –    ข้อ (4)  แก้เป็น  “has”  เนื่องจากต้องใช้กริยาในรูป  “Present perfect tense” {Subject + has (have) + V. 3}  ให้เหมือนกับในประโยคข้างหน้า  และเพราะว่า   “Environment”  อยู่ในรูปเอกพจน์   จึงต้องใช้กริยา  “Has” (changed)  ตัวอย่างอื่นๆ  ในแบบเดียวกัน   เช่น

-         He has studied hard, so have they.

(เขาขยันเรียน – พวกเขาก็เช่นกัน)

-         She had gone to the party, so had I.

(เธอได้ไปงานเลี้ยง – ผมก็เช่นกัน)

-         They are working hard, so are we.

(พวกเขากำลังทำงานหนัก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

-         She is reading. So is he.

(เธอกำลังอ่านหนังสือ – เขาก็เช่นเดียวกัน

-         I will go to the movies tonight.  So will they.

(ผมจะไปดูหนังคืนนี้ – พวกเขาก็จะไปเช่นเดียวกัน)

-         He would travel by plane to Hong Kong, so would his parents.

(เขาจะเดินทางโดยเครื่องบินไปฮ่องกง – พ่อแม่ของเขาก็เช่นเดียวกัน)

-         We can swim well, so can our neighbors.

(พวกเราสามารถว่ายน้ำได้เก่ง – เพื่อนบ้านของเราก็สามารถเช่นเดียวกัน)

-         He could speak Japanese well.  So could his sister.

(เขาสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดี – น้องสาวของเขาก็เช่นเดียวกัน)

หมายเหตุ   –   ในกรณีที่ประโยคข้างหน้าอยู่ในรูป  “Present simple tense”  หรือ Past simple tense”  กริยาในประโยคหลังจะต้องใช้  “do”  “does”  หรือ  “did”  ทั้งนี้   แล้วแต่   “Tense”  ของประโยคข้างหน้า  และประธานของประโยคหลัง  (ว่าเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์)   ยกเว้นเมื่อประโยคหน้าเป็น   “Past simple”   กริยาในประโยคหลังจะใช้   “Did”   กับประธานทุกตัวดังตัวอย่างต่อไปนี้

-         They speak French very fluently, so does he.

(พวกเขาพูดฝรั่งเศสคล่องมาก – เขาก็เช่นเดียวกัน)

-         She sings beautifully, so do her sisters.

(เธอร้องเพลงเพราะ – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

-         We get up early in the morning.  So does she.

(พวกเราตื่นแต่เช้า – เธอก็เช่นเดียวกัน)

-         He goes for a walk in the afternoon.  So do his neighbors.

(เขาออกเดินในตอนบ่าย – เพื่อนบ้านของเขาก็เช่นเดียวกัน)

-         They used to play football when they were young, so did we.

(พวกเขาเคยเล่นฟุตบอลตอนเป็นเด็ก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

-         She liked to play sports when she was in college.  So did her sister.

(เธอชอบเล่นกีฬาตอนเธอเรียนมหาวิทยาลัย – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

 

15. I got married ________________________ .

(ผมแต่งงาน ______________________ )

(a) at the age of thirty years old

(b) at the age of thirty    (เมื่ออายุ ๓๐)

(c) at the age of thirty years

(d) at thirty years old

ตอบ    –    ข้อ   (b)  ทั้งนี้อาจใช้รูปแบบ   “at thirty”   และ  “when I was thirty years old   ก็ได้เช่นกัน  ส่วนแบบอื่นใช้ไม่ได้เลย

 

16. It is getting quite late.  You ________________ go home now.

(มันสายมากแล้ว   คุณ ___________________ กลับบ้านได้แล้ว)

(a) would better

(b) would rather    (อยากจะ)

(c) had better    (ควรจะ)

(d) should better

ตอบ   –   ข้อ   (c)  เพราะได้ความหมายดีที่สุด

 

17. Roger said he worked __________________ at a gas station.

(โรเจอร์กล่าวว่า  เขาทำงานที่ปั๊มน้ำมัน ____________________ )

(a) eight hours a day    (วันละ ๘ ชั่วโมง)

(b) eight hours on a day

(c) eight hours in a day

(d) eight hours for a day

ตอบ   –   ข้อ   (a)  ดูเพิ่มเติมการเรียงคำในเรื่อง   “ราคา, น้ำหนัก, เวลา, ความเร็ว, อัตราส่วน”   จากประโยคข้างล่าง

                   ตัวอย่างที่ ๑      {จงหาที่ผิดหลักไวยากรณ์  ข้อ  (๑)  -  (๔)}

(1) All the blood in the body (2) passes through the heart (3) at

least twice (4) the minute.

(เลือดทั้งหมดในร่างกายไหลผ่านหัวใจ   อย่างน้อยที่สุด  ๒  ครั้ง ต่อ  ๑  นาที)

ตอบ   –   ข้อ   (4)   แก้เป็น   “a minute”  เนื่องจากต้องใช้  “a” และ “an”  นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่บอกถึง  “ราคา”  “อัตราส่วน”  “น้ำหนัก”  “ความเร็ว”  และ  “เวลาเช่น    -   a pound a dozen (โหลละ ๑ ปอนด์)  

-         ten dollars a pair  (คู่ละ ๑๐ เหรียญ)

-         50 baht a kilo  (๕๐ บาทต่อ ๑ กิโล)

-         100 baht a yard  (๑๐๐ บาทต่อ ๑ หลา)

-         once a month  (เดือนละ ๑ ครั้ง)

-         twice a year  (ปีละ ๒ ครั้ง)

-         three times a year  (ปีละ ๓ ครั้ง)

-         ninety miles an hour  (๙๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)

 

18. I have at last got rid ________________ my enemy.

(ในที่สุด  ผมก็กำจัด ________________ ศัตรูของผมได้)

(a) from

(b) with

(c) of    (get rid of  =  กำจัด)

(d) out of

 

19. There are _________________ than in your class.

(มี ___________________ กว่าในชั้นเรียนของคุณ)

(a) students in my class more

(b) students more in my class

(c) more students in my class    (นักเรียนในชั้นเรียนของผม)

(d) in my class students more

ตอบ   –   ข้อ    (c)  ต้องใช้การเรียงคำแบบดังกล่าว

 

20. My television set is ___________________.

(ทีวีของผม ____________________ )

(a) out of order    (เสีย, ใช้การไม่ได้)

(b) out off order

(c) not in order    (ไม่เป็นระเบียบ)

(d) out from order

ตอบ   -   ข้อ    (a)  “Out of order”  =  “เสีย, ใช้การไม่ได้”  ใช้กับ  เครื่องยนต์, เครื่องจักร, เครื่องใช้ไฟฟ้า  ฯลฯ

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้