หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 148)

Part V: Sentence Completion    (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. He gave the best performance of his acting career in the _______

__________________ of Professor Higgins.

(เขาให้การแสดงที่ดีที่สุดของอาชีพการแสดงของเขา  ใน ________________ ของศาสตราจารย์ฮิกกินส์)

(a)    theme    (หัวข้อหนังสือ-การอภิปราย-การสนทนา, ใจความ, สาระสำคัญ, แก่นสาร,

หัวข้อความเรียง, แนวบทเพลง)

(b)   action    (การแสดง, การกระทำ)

(c)    role    (บทบาท)

(d)   type    (ชนิด, ประเภท)

 

2. My neighbor and his wife have decided to ________________ to Canada.

(เพื่อนบ้านของผมและภรรยาได้ตัดสินใจที่จะ _______________ ไปยังแคนาดา)

(a) distinguish    (บอกความแตกต่าง, เห็นความแตกต่าง, แยกแยะความแตกต่าง)

(b) penetrate    (เพ้น-นิ-เทรท)  (ฝ่าเข้าไป, ทะลุเข้าไป, ผ่านทะลุ, เจาะทะลุ, บุกเข้าไป, แทง, ลอด, แทรกซึม, มองทะลุ)

(c) immigrate    (อพยพเข้า)

(d) emigrate    (อพยพออก)  (จากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง)

 

3. All the windows of the house were ________________ by the explosion.

(หน้าต่าง (กระจก) ทุกบานของบ้านถูก __________________ โดยการระเบิด)

(a) overcome    (เอาชนะ, พิชิต, มีชัยเหนือ)

(b) crashed    (พุ่งชน, ชนโครม, ปะทะโครม, มีเสียงลั่นดังเปรี้ยง, มีเสียงกระทบหรือชนกัน, พังพินาศ, ล้มเหลว)

(c) shattered    (ทำแตกเป็นเสี่ยงๆ-ชิ้นๆ, ทำให้แตกละเอียด, ทำให้เสียหาย-เสื่อมเสีย-ป่นปี้, ทำลาย, แตกละเอียด-เป็นชิ้นๆ, เสื่อมเสีย, เสียหาย)

(d) deteriorated    (ทำให้เลวลงหรือเสื่อมเสีย, เลวลง, เสื่อมลง, ชำรุด, แตกสลาย)

 

4. More and more people from ________________ areas are moving into cities.

(ผู้คนจำนวนมากขึ้นและมากขึ้นจากพื้นที่ __________________ กำลังอพยพ-เคลื่อนย้ายเข้าสู่เมือง)

(a) urban    (ที่เป็นเมือง, อาศัยอยู่ในเมือง, เกี่ยวกับเมือง, มีลักษณะของเมือง)

(b) extensive    (กว้างขวาง, กว้างใหญ่, แผ่ขยายออกไป)

(c) neutral    (เป็นกลาง, วางตัวเป็นกลาง, ไม่เข้าข้างใด, ไร้สี, สีเทา, ไม่มีลักษณะ เฉพาะ)

(d) rural    (ชนบท, บ้านนอก)

 

5. We should take ________________ against accidents.

(เราควรดำเนินการ _________________ (เพื่อรับมือ) อุบัติเหตุ)

(a) demonstrations    (การสาธิต, การทดลองให้เห็น, การพิสูจน์, การเดินขบวน)

(b) indications    (การบ่งชี้, การชี้บอก, สิ่งที่บอก, เครื่องหมายแสดง, อาการของโรค)

(c) precautions    (การระวังล่วงหน้า, มาตรการป้องกันล่วงหน้า, การระวังหรือป้องกันไว้ก่อน)

(d) inclinations    (ความโน้มเอียง, แนวโน้ม, การเบี่ยงเบน, ผิวหน้าที่เอียงลาด)

 

6. They _______________ his daughter and demanded a $400,000 ransom for her release.

(พวกนั้น ___________________ ลูกสาวของเขา  และเรียกร้องเงินค่าไถ่  ๔๐๐,๐๐๐  เหรียญ  เพื่อการปล่อยตัวเธอ)

(a) hijacked    (จี้เครื่องบิน-เรือ-รถ ให้ไปยังจุดหมายที่ต้องการ, ปล้น, บีบบังคับ, หลอกลวง)

(b) assassinated    (ลอบสังหาร)

(c) embraced    (โอบกอด, กอดรัด)

(d) kidnapped    (ลักพาตัว)

 

7. He walked slowly for fear that he ________________ stumble.

(เขาเดินอย่างช้าๆ  ด้วยเกรงว่าเขา ___________________ สะดุดหกล้ม)

(a) should    (จะ)

(b) may

(c) be

(d) would not

ตอบ   -   ข้อ   (a)  กริยาในอนุประโยคที่ตามหลัง  “For fear that”  (ด้วยเกรงว่า)  นิยมใช้  “Should + Verb 1

 

8. He swims _______________ if ______________ a fish.

(เขาว่ายน้ำ ________________ ว่า ________________ ปลา)

(a) even ______________ he were

(b) very well ______________ he were

(c) as ______________ he is

(d) as ______________ he were    (ราวกับ ______________ เขาเป็น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “As if” (ราวกับว่า)  ต้องตามด้วยอนุประโยคที่เป็น  “Past simple tense” (Verb 2) (ถ้าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน)  และเป็น  “Past perfect tense”  (Had + Verb 3)  (ถ้าเป็นเหตุการณ์ในอดีต)   และในกรณีที่มี   “Verb to be”   ให้ใช้   “Were”  กับประธาน (ของอนุประโยค) ทุกตัว  ไม่ว่าจะเป็น  “He, She, It, They, We, You, I”   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                      ตัวอย่างที่ ๑

              -  He rushed into the room, looking as if he_______________ a ghost somewhere.

(เขาวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง  มีท่าทาง (อาการ) ประหนึ่งว่า  เขา ______________ ผีที่ไหนสักแห่ง)

(a) sees

(b) saw

(c) had seen    (ได้เห็น)

(d) would have seen

ตอบ    -   ข้อ    (c)   สำหรับเหตุการณ์ในอดีต  อนุประโยคที่นำด้วย   “As if, As though”  (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)  จะต้องตามด้วย  “Past perfect tense” (had + Verb 3)  แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  ให้ใช้  “Past simple tense” (Verb 2)  และ  ในกรณีเป็น“Verb to be”   ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  (I, He, She, It, They, We, You)

                   ตัวอย่างที่ ๒

-    He acted as though he ___________________ a mad man.

(เขาทำราวกับว่า  (ประหนึ่งว่า) เขา ____________________ คนบ้า)

(a) is

(b) was

(c) were    (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน)

(d) had been    (เป็น)(ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต)

(e) would have been

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูคำอธิบาย  “As though, As if”   (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                       ตัวอย่างที่ ๓   {จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)}

(1) Despite its size, a whale can swim (2) as it (3) were (4) almost weightless

(ทั้งๆที่ขนาด (ใหญ่โต) ของมัน  ปลาวาฬสามารถว่ายน้ำได้ราวกับว่า (ประหนึ่งว่า)  มันเกือบจะไร้น้ำหนัก)

ตอบ    -    ข้อ   ๒   แก้เป็น   “as if หรือ  as though”   เพราะมีความหมายว่า  “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”  และต้องตามด้วย  “Past simple tense” (Verb 2)  (ถ้าใช้ในความหมายปัจจุบัน  ซึ่งในที่นี้ดูจาก  “Can swim”  และต้องใช้  “Were”  กับประธานทุกตัวในกรณีของ  “Verb to be”)   สำหรับในกรณีที่ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต  ให้ใช้   “Past perfect tense” (Had + Verb 3)   อนึ่ง  ที่ต้องใช้รูป “Past simple” (Verb 2)  หรือ “Past perfect” (Had + Verb 3)  หลัง “As if, As though”  เนื่องจากเป็นเพียงการเปรียบเทียบว่า  “ราวกับว่าเป็นเช่นนั้น, ประหนึ่งว่าเป็นเช่นนี้”   ซึ่งมิใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ   หรือตรงข้ามกับความเป็นจริง  เหมือนกับการใช้  “Wish”  โดยเราเรียกการใช้โครงสร้างแบบนี้ว่า   “Past subjunctive” 

                          ตัวอย่างที่ ๔

            -  He spends his money _____________ though he were a very rich man.

(เขาใช้จ่ายเงิน _____________________ เขาเป็นคนที่ร่ำรวยมาก)   (แต่จริงๆแล้วมิได้เป็นคนรวย)

(a) so much

(b) as     (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(c) very little

(d) (No word is needed.)

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “As though”  หรือ  “As if”  (นำหน้าอนุประโยค)หมายถึง   “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”  โดยในกรณีนี้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  (สังเกตจากกริยา “spends”)  จึงใช้  “were”  กับประธาน  “he” (หรือใช้ “Verb 2”  ในกรณีเป็นกริยาตัวอื่นๆ  เช่น Walk, Like, Play, Eat, Run, etc.)  แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ในอดีต  ต้องเปลี่ยนเป็น  “had been” (……as though he had been a………..)ตัวอย่างประโยคอื่นๆ  ได้แก่

-    He acts as if he were a millionaire.   (เป็นปัจจุบัน)

(เขาทำตัวราวกับว่าเขาเป็นเศรษฐี – ปัจจุบัน)  (แต่จริงแล้วไม่ได้เป็น)

-    He acted as though he had been a millionaire.  (เป็นอดีต)

(เขาทำตัวราวกับว่าเป็นเศรษฐี – ในอดีต)  (แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็น)

-  The boy plays with his toy as if it were a living thing.  (เป็นปัจจุบัน)

(เด็กคนนั้นเล่นกับของเล่น  ราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต – ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็น)

- He says as though he loved her.   (เป็นปัจจุบัน)

(เขาพูดราวกับว่าเขารักเธอ – ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆแล้วไม่ได้รัก)

-      She acts as if she saw a ghost somewhere.   (เป็นปัจจุบัน)

(เธอทำท่าทางประหนึ่งว่า  เธอเห็นผีที่ไหนสักแห่ง)  (แต่จริงๆแล้วไม่ได้เห็น)

-      I saw it a long time ago, but I remember it as though I had seen it yesterday(เป็นอดีต)

(ผมเห็นมันเมื่อนานมาแล้ว  แต่ผมจำมันได้  ราวกับว่า  ผมเห็นมันเมื่อวานนี้  –  เป็นอดีต)  (จริงๆแล้ว  ไม่ได้เห็นเมื่อวานนี้)

 

9. Everyone in the class was sitting quietly in _______________ seat.

(ทุกคนในชั้นเรียน  กำลังนั่งอย่างสงบเงียบในที่นั่ง ___________________ )

(a) their

(b) his    (ของตน)

(c) hers

(d) its

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจาก   “Everyone”  เป็นคำสรรพนามเอกพจน์  แทนด้วย  “He”  และเมื่อแสดงความเป็นเจ้าของ  จึงใช้  “His

 

10. You should be very careful _______________ the road.

(คุณควรระมัดระวังมากๆ __________________ ถนน)

(a) to cross

(b) cross

(c) when crossing    (เมื่อข้าม)

(d) to have crossed

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค   “When you cross”  หรือ  “When you are crossing

 

11. Put this letter in the file _______________ the others.

(เอาจดหมายนี้ไปใส่ไว้ในแฟ้มเอกสาร _________________ จดหมายฉบับอื่นๆ)

(a) together

(b) by

(c) in

(d) along with    (เช่นเดียวกับ, พร้อมๆกับ, ร่วมกับ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  หรืออาจตอบ  “Together with”  (เช่นเดียวกับ, พร้อมๆกับ, ร่วมกับ)  ก็ได้

 

12. He ________________ arrives early.

(เขา _________________ มาถึงแต่เช้าตรู่ หรือแต่เนิ่นๆ)

(a) doesn’t

(b) is

(c) yet

(d) rarely    (ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ไม่สามารถตอบ ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “Arrive”  เติม  “S”  ข้างท้าย

 

13. The doctor told his patients to take one to three tablets _______

_________________ the severity of the pain.

(หมอบอกให้คนไข้ของเขากินยา  ๑  -  ๓  เม็ด __________________ ความรุนแรงของการปวด)

(a)    for

(b)  according to    (สอดคล้องกับ, ตาม)

(c)    due to    (เนื่องมาจาก)

(d)   owing to    (เนื่องมาจาก)

 

14. You can stay in this room _________________ you keep quiet.

(คุณจะอยู่ในห้องนี้ก็ได้ ______________ คุณไม่ส่งเสียงดัง  - หรือคุณทำตัวเงียบๆ)

(a) so long as   (ถ้าหากว่า, ตราบใดที่, ตราบเท่าที่)

(b) in order that    (เพื่อที่ว่า)

(c) even though    (ถึงแม้ว่า)

(d) unless    (ถ้า.....................ไม่)

 

15. The news that I had passed the exam made me feel _____________.

(ข่าวที่ว่าผมได้สอบผ่านแล้วทำให้ผมรู้สึก ____________________ )

(a) to be happy

(b) am happy

(c) happy    (มีความสุข)

(d) happily

ตอบ   –   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “Feel + คำคุณศัพท์ (Adjective)”  (ดูกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์ มิใช่กริยาวิเศษณ์ (Adverb) จากประโยคข้างล่าง

                   ตัวอย่างที่ ๑

-   Linda looked _________________ at her husband.

(ลินดาจ้องมองสามีของเธอ ____________________ )

(a) anger    (ความโกรธ)  (เป็นคำนาม)

(b) angry    (โกรธ)  (เป็นคำคุณศัพท์)   

(c) angrily   (อย่างโกรธเคือง)  (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(d) anxious    (วิตกกังวล)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากขยายคำกริยา  (Looked)  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  Look at  หมายถึง  “จ้องมอง”   อย่างไรก็ตาม  เมื่อใช้   “Look” (ไม่มี  “At” )   ในความหมาย  “มีลักษณะ, มีท่าทาง, มีอาการ”  (คือ  Look  เป็น  Linking verb)   ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์   เช่น

           - She looked angry this morning.

(เธอมีท่าทางโกรธเมื่อเช้านี้)

         - He looked sad after his wife’s death.

(เขามีอาการเศร้า  หลังจากภรรยาตาย)

         - The girls look very nice in those dresses.

(เด็กผู้หญิงพวกนั้นดู (มีท่าทาง) ดีมาก (สวยมาก) ในชุดที่สวมอยู่)

               สำหรับคำกริยาประเภทเดียวกับ   “Look” (Linking verb)  ดูจากประโยคข้างล่าง

                  ตัวอย่างที่ ๒

-        Let us _______________ for a moment.

(พวกเราจง _____________________ สักชั่วครู่ชั่วยาม)

(a) keep quietly

(b) be quite

(c) keep quietness

(d) keep quiet    (ไม่ปริปาก, เงียบเข้าไว้)

ตอบ   -   ข้อ  (d) เนื่องจาก   “Keep + Adjective”  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกับ  “Keep”  ในประโยคข้างล่าง

                ตัวอย่างที่ ๓

-  I ________________ about his ability to do the work.

(ผม _____________________ เกี่ยวกับความสามารถของเขาในการทำงาน)

(a) feel doubt

(b) have doubtful

(c) am wondered

(d) feel doubtful     (รู้สึกไม่แน่ใจ-ไม่มั่นใจ-สงสัย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก  “Feel + Adjective” สำหรับโครงสร้างอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้เช่นกัน  ได้แก่  “I have (a) doubt about………”  (ผมมีข้อสงสัย-กังขา เกี่ยวกับ......) และ “I wonder about…………” (ผมรู้สึกกังขา-สงสัย เกี่ยวกับ..........)   สำหรับกริยาตัวอื่นๆ  ที่ใช้แบบเดียวกับ  “Feel”   ดูจากประโยคข้างล่าง

                ตัวอย่างที่ ๔

-    Everything looks __________________.

(ทุกสิ่งทุกอย่างมีลักษณะ _______________________)

(a) differently

(b) different    (แตกต่าง  -  ไปจากเดิม)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) difference    (ความแตกต่าง)  (เป็นคำนาม)

(d) differ    (แตกต่าง)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจาก   “Look”  (ในที่นี้เป็น  “Linking Verb”  มีความหมายว่า   “มีลักษณะ, มีท่าทาง”)   ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์   (Adjective)  มิใช่กริยาวิเศษณ์   (Adverb)

                  ตัวอย่างที่ ๕

-    One who does good feels _______________.

(บุคคลผู้ซึ่งทำดี  รู้สึก ___________________)

(a) happily    (อย่างมีความสุข)  (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(b) happy    (มีความสุข)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) happiness    (ความสุข)  (เป็นคำนาม)

(d) more happily

ตอบ   -    ข้อ   (b)  เนื่องจาก   “Feel + Adjective”  เช่น  Happy, Quick, Slow, Careful)  มิใช่  “Adverb”  เช่น   Happily, Quickly, Slowly, Carefully)

                   ตัวอย่างที่ ๖

-    The air in that spot smells _________________.

(อากาศตรงบริเวณนั้นมีกลิ่น _____________________ )

(a) sweetness     (ความสดชื่น, ความหวาน, ความไพเราะ, ฯลฯ)  (เป็นคำนาม)

(b) sweetly     (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(c) sweet      (สดชื่น, หวาน, มีรสหวาน, มีรสดี, สด, ไพเราะ, มีกลิ่นดี, หอม, น่าพอใจ, งดงาม)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(d) sweeten     (ทำให้หวาน-หอม-อ่อนนิ่ม-เป็นกรดน้อยลง, หวานขึ้น, หอมขึ้น, ไพเราะขึ้น, นิ่มนวลขึ้น, กลมกล่อมขึ้น)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ  -   ข้อ  (c)  เนื่องจาก   “Smell + Adjective”

                    ตัวอย่างที่ ๗    {จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จากข้อ  (๑) – (๔)}

(1) When compared with its (2) graceful manner in the water, a penguin’s progress (3) on land seems (4) awkwardness.

(เมื่อเปรียบเทียบกับกริยาท่าทางที่งามสง่าของมันในน้ำ   การก้าวเดินไปข้างหน้าของนกเพ็นกวินบนบก   ดูเหมือนว่าจะงุ่มง่าม-เชื่องช้า-เก้งก้าง)

ตอบ   -   ข้อ   ๔   แก้เป็น  “awkward”  เนื่องจาก  “Seem + Adjective

                  ตัวอย่างที่ ๘

-  I saw the coach on the field after the game, and he seemed ____________________.

(ผมเห็นผู้ฝึกสอนที่สนามหลังการแข่งขัน  และเขาดูเหมือนว่า _____________ )

(a)   real angry

(b)  angrily

(c)   anger

(d) angry    (โกรธ)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Seem + Adjective”  (หรืออาจตอบ  “really angry”  (โกรธอย่างแท้จริง)   ก็ได้)   เนื่องจากหลังกลุ่มคำกริยาต่อไปนี้  (Look, Feel,  Become,  Grow,  Get,  Seem,  Appear, Taste,  Prove,  Sound, Remain,  Turn)  แม้จะไม่ต้องมีกรรมมารับโดยตรง  แต่ก็ต้องอาศัยคำหรือกลุ่มคำอื่นมาช่วยขยายตามหลังมัน  เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนขึ้น   คำที่มาขยายคำกริยาเหล่านี้มิได้เป็นกรรม  (Object)  แต่มาช่วยทำให้กริยามีความหมายดีขึ้น   หรือทำให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์   คำที่ตามหลังคำกริยาประเภทนี้  จะอยู่ในรูปคำคุณศัพท์  (Adjective)  เท่านั้น    มิใช่คำกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ทั้งนี้  เราเรียกส่วนขยายคำกริยาพวกนี้ว่า  “Subjective Complement”  หมายถึง   “ตัวขยายอกรรมกริยา  เพื่อให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์”   และเรียกกริยาประเภทนี้ว่า  “Linking Verb”  คือช่วยเชื่อมระหว่าง  ประธานของประโยค  และ ส่วนที่มาขยายคำกริยา   เพื่อทำให้ประโยคมีใจความสมบูรณ์   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

         - She felt good after a long sleep.

  (เธอรู้สึกสบายดีหลังจากนอนหลับยาว)

        - He looked happy when his friends came to see him.

  (เขาดูท่าทีมีความสุข  เมื่อเพื่อนมาเยี่ยม)

        - The milk in that glass tasted sour.

  (นมในแก้วใบนั้นมีรสเปรี้ยว)

        - They seem tired after a hard day’s work.

(พวกเขาดูเหมือนเหนื่อย  หลังจากทำงานตรากตรำมาทั้งวัน)

สรุป  -   คำที่ตามหลังคำกริยาจำพวก  “Linking verb ได้แก่be  (is, am, are, was, were)  (เป็น, อยู่, คือ),  become,  seem  (ดูเหมือนว่า), appear  (มีลักษณะท่าทาง), feel  (รู้สึก), get, grow, keep, look   (มีท่าทาง),smell  (มีกลิ่น), sound, taste  (มีรสชาติ),  turn  (กลายเป็น)   จะต้องเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  เสมอ   เช่น

-        Tom became rich.   (ทอมร่ำรวยขึ้นมา)

-        Ann seems happy.   (แอนดูเหมือนว่าจะมีความสุข)

-         Jim felt cold.   (จิมรู้สึกหนาว)

-        He got/grew impatient.   (เขารู้สึกกระวนกระวาย)

-        The idea sounds interesting(ความคิดนี้ดูน่าสนใจ)

-        She looked calm.   (เธอมีอาการสงบ)

-        He turned pale.   (เขาตัวซีด หรือหน้าซีด)

-        The soup tasted sweet.   (ซุปมีรสหวาน)

-        She kept calm and said nothing.   (เธอนิ่งเงียบและไม่พูดอะไร)

 

16. Her father died ___________________.

(พ่อของเธอตาย ___________________ )

(a) by an accident

(b) from an accident

(c) in an accident    (ในอุบติเหตุ)

(d) with an accident

ตอบ   –   ข้อ   (c)  ต้องใช้ในรูปนี้เสมอ

 

17. The oil fuel _________________ in Diesel engines is much cheaper than petrol.

(เชื้อเพลิงน้ำมันที่ __________________ ในเครื่องยนต์ดีเซล  มีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซินอย่างมาก)

(a) is used

(b) being used    (กำลังถูกใช้)

(c) using

(d) used    (ถูกใช้)

ตอบ    –    ข้อ   (d)  เพราะลดรูปมาจากอนุประโยค  แบบ “Adjective clause”  ที่ขึ้นต้นด้วย  “Which is used” หรือ “That is used”  สำหรับข้อ  (b) ถูกหลักไวยากรณ์  แต่ไม่ควรใช้   เนื่องจากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเน้นว่าเหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น (น้ำมันกำลังถูกใช้)  ส่วนข้อ   (a)   ใช้ไม่ได้  เนื่องจากประโยคข้างต้นมีกริยาแท้อยู่แล้ว  คือ   “is”   จึงไม่อาจมีกริยาแท้ซ้อนขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง

 

18. Jim was the last ________________ at the party last night.

(จิมเป็นคนสุดท้ายที่ _________________ ที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้)

(a) came

(b) come

(c) to come    (มา)

(d) coming 

ตอบ    –    ข้อ  (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง {the first (second, third…….last) + to + verb}  (เป็นคนแรก, คนที่สอง..............คนสุดท้าย + ที่ (กริยาคำไหนก็ได้ เช่น มาถึง, สอบผ่าน, บินเดี่ยวรอบโลก, คิดสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ)

 

19. Mr. Simpson died last week.  He has left a ________________ and seven children.

(มิสเตอร์ซิมสันตายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  เขาได้ทิ้ง _________________ และลูกอีก ๗ คนไว้)

(a) widower    (พ่อม่าย)

(b) bachelor    (ชายโสด)

(c) spinster    (หญิงโสด, หญิงทึนทึก, สาวแก่)

(d) widow    (หญิงม่าย, แม่ม่าย)

ตอบ   –   ข้อ   (d)  เพราะได้ความหมายดีที่สุด

 

20. Everyone knows _________________ she is.  She is very nice, gentle and helpful.

(ทุกคนรู้ว่าเธอเป็น __________________ คือ เธอเป็นคนที่ดี  นุ่มนวล และชอบช่วยเหลือคนเป็นอย่างมาก)

(a) what kind of a woman

(b) what kind of woman    (ผู้หญิงประเภทไหน)

(c) what a kind of woman

(d) what a woman’s kind

ตอบ   –   ข้อ   (b)  อีกรูปแบบที่ใช้ได้  คือ  “what kinds of women they are  (ต้องใช้กับผู้หญิงหลายคน)

 

21. He is always at the bottom of the __________________.  He can never remember dates !

(เขามักจะได้ที่โหล่ใน ___________________ (เนื่องจาก) เขาไม่เคยจดจำวันที่ต่างๆได้เลย)

(a) history class    (ชั้นเรียนวิชาประวัติศาสตร์, ห้องเรียน (วิชา) ประวัติศาสตร์)

(b) class history

(c) historical class    (ห้องเรียนในประวัติศาสตร์, ห้องเรียนสมัยโบราณ)

(d) historic class    (ห้องเรียนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์)

 

22. He will come with his _________________ niece.

(เขาจะมากับหลานสาว _________________ ของเขา)

(a) seventeen years old

(b) seventeen-years-old

(c) seventeen year old

(d) seventeen-year-old    (อายุ  ๑๗  ปี)

ตอบ    –   ข้อ   (d)  เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างแบบนี้

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้