หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 146)

Part V: Sentence Completion    (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

1. Everyone is responsible for ________________ own composition.

(ทุกคนรับผิดชอบต่อเรียงความ ___________________ เอง)

(a) their

(b) nobody’s

(c) all their

(d) his    (ของตน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Everyone”  เป็นเอกพจน์  แทนด้วยสรรพนาม  “He”  และเมื่อแสดงความเป็นเจ้าของ  ใช้  “His

 

2. George gave the doughnuts to __________________.

(จอร์ชให้ขนมโดนัทแก่ _____________________ )

(a) Elsie and I

(b) me and Elsie

(c) Elsie and me    (เอลซี่และผม)

(d) I and Elsie

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ฝรั่งถือเป็นความสุภาพที่จะกล่าวถึงตนเองทีหลังผู้อื่น  หรือทีหลังสุด  และต้องใช้   “Me”  เนื่องจากเป็นกรรมของ  “Preposition” (To)

 

3. He _________________ walking for several hours and was very tired.

(เขา ___________________ เดินอยู่เป็นเวลาหลายชั่วโมง  และเหน็ดเหนื่อยมาก)

(a) is

(b) has been

(c) began

(d) had been    (ได้กำลัง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ใช้กริยาในรูป   “Past perfect continuous tense”  (Subject + Had + Been + Verb + ing)  (He had been walking)  เนื่องจากแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์  คือ เริ่มเดินมาแล้วหลายชั่วโมง  และขณะที่พูดประโยคนี้ก็กำลังเดินอยู่  แต่ต้องใช้ในรูป  “Past perfect cont.”  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาตัวที่  ๒  (Was)  ซึ่งอยู่ในรูป  “Past tense

 

4. The sun __________________ early in the summer.

(ดวงอาทิตย์ __________________ แต่เช้าตรู่ในฤดูร้อน)

(a) raises    (เพิ่ม, ยก, ยกขึ้น, ชูขึ้น, ทำให้สูงขึ้น, ยกระดับ)  (ต้องตามด้วยกรรม)

(b) roses    (รูปนี้ไม่มีใช้ เนื่องจากกริยา  ๓  ช่องของ  “Rise”  คือ  “Rise, Rose, Risen”)

(c) rises    (ปรากฏขึ้น, ลอยขึ้น, ผุดขึ้น, กำเนิดขึ้น, เพิ่มขึ้น, สูงขึ้น, ลุกขึ้น, ยืนขึ้น, ตื่นขึ้น, ยืนตรง, ลุกขึ้นต่อสู้, เจริญเติบโต)  (ไม่ต้องมีกรรมมารับ)

(d) rises up    (รูปนี้ไม่มีใช้)

 

5. The teacher was delighted to tell us ________________ passed the examination.

(ครูยินดี-พอใจที่บอกเราว่า ___________________ สอบผ่าน)

(a) we all having

(b) we had all    (พวกเราทุกคน)

(c) we all have

(d) all we have

ตอบ   -   ข้อ   (b)  หรืออาจตอบ  “We all had”  หรือ   “All of us had”  (ทั้ง  ๒  ข้อความมีความหมายว่า  “พวกเราทุกคน”)   ก็ได้

 

6. Do you know ____________________?

(คุณทราบไหมว่า _____________________ )

(a) how she is old

(b) how is she old

(c) how old is she

(d) how old she is    (เธออายุเท่าใด)

 

7. He ________________ go out every Saturday night.

(เขา ___________________ ออกไปข้างนอกทุกคืนวันเสาร์)

(a) was used to    (คุ้นเคย, เคยชิน)  (ในอดีต)

(b) uses to    (รูปนี้ไม่มีใช้  เพราะ  “เคย”  ต้องเป็นเรื่องของอดีตเท่านั้น)

(c) used to    (เคย)

(d) is used to    (คุ้นเคย, เคยชิน)  (ในปัจจุบัน)  

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “เคย”  และ  “เคยชิน-คุ้นเคย”  จากประโยคข้างล่าง

                     ตัวอย่างที่ ๑

-      My friend doesn’t like being without any servants because she has never been used ________________ her meals.

(เพื่อนของผมไม่ชอบอยู่โดยไม่มีคนรับใช้   เพราะว่าเธอไม่เคยคุ้นเคย-เคยชินกับ  _______________________ อาหารของเธอ)

(a) to cook

(b) to cooking    (การปรุงอาหาร)

(c) cooking

(d) cooked

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Be used to, Get used to”  =  “คุ้นเคย, เคยชิน”  ส่วน  “Used to”  =    “เคย” 

                        ตัวอย่างที่ ๒

-   He ______________ living in Bangkok and so doesn’t mind the noise and the crowded conditions. 

(เขา ___________________  อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ  และ ดังนั้น  จึงไม่รังเกียจเสียงดังและสภาพที่แออัด)

(a) was used to

(b) is used to    (คุ้นเคย หรือ เคยชินกับ)

(c) used to    (เคย)

(d) was using to

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ต้องใช้ว่า  “คุ้นเคย หรือ เคยชิน”  โดยพิจารณาจาก   “ไม่รังเกียจเสียงดังและสภาพแออัด”  และใช้ในรูปปัจจุบัน  (Present simple tense)  คือ   “คุ้นเคยในปัจจุบัน”   เพื่อให้สอดรับกับ  “doesn’t mind”  (ไม่รังเกียจในปัจจุบัน)  สำหรับข้อ  (a) หมายถึง  คุ้นเคย-เคยชิน  ในอดีต  

                       ตัวอย่างที่ ๓

-    I used ________________ in the north of Thailand.

(ผมเคย _____________________ ทางภาคเหนือของประเทศไทย)

(a) lived

(b) to living

(c) living

(d) to live   (อาศัยอยู่)

ตอบ  -  ข้อ   (d)  เนื่องจาก   “Used to + Verb 1” =  “เคย” (เป็นอดีตเสมอ)    ส่วน   “Be (Get) + Used + To + Verb + ing”  “คุ้นเคย, เคยชิน”  (อาจเป็นเรื่องอดีต   หรือปัจจุบันก็ได้) 

                      ตัวอย่างที่ ๔

-   They will get ______________ English newspapers.

(พวกเขาจะ ________________________ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ)

(a) use to read

(b) used to read

(c) use to reading

(d) used to reading    (คุ้นเคยกับการอ่าน)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก   “Get used to” หรือ   “Be (is, am, are, was, were) used to” =   “คุ้นเคย, เคยชิน”   (เป็นอดีตหรือปัจจุบันก็ได้)    ส่วน  “Used to” (เคย)  เป็นอดีตเสมอ

                      ตัวอย่างที่ ๕

-    My grandfather ______________ travel a lot when he was young.

(ปู่ของผม _____________________ เดินทางมาก   เมื่อตอนเขายังหนุ่ม)

(a) is used to    (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  (ในปัจจุบัน)

(b) was used to    (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ)  (ในอดีต)

(c) used to   (เคย)   (เป็นเรื่องในอดีตเสมอ)

(d) was using to

ตอบ  -  ข้อ   (c)  “Used to + Verb 1” =  เคย 

                       ตัวอย่างที่ ๖

-  He got used to ______________.

(เขาคุ้นเคยหรือเคยชินกับ ________________________)  (ในอดีต)

(a) live in an apartment

(b) have lived in an apartment

(c) living in an apartment     (การอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์)

(d) be living in an apartment

ตอบ  –  ข้อ  (c)   เนื่องจาก  “Get (got) used to”  (คุ้นเคย, เคยชิน)  ต้องตามด้วย คำนาม หรือ  “Gerund” (Verb + ing)   เพราะในที่นี้   “To”  เป็นPreposition”   สำหรับ  “Get used to”  หรือ  “Be used to(คุ้นเคย, เคยชิน)    จะใช้กับเหตุการณ์ในอดีต   หรือ ปัจจุบัน ก็ได้    ดังตัวอย่าง  เช่น

            -We got used to playing football when we were in college.

(เราเคยชินกับการเล่นฟุตบอล เมื่อตอนเราเรียนมหาวิทยาลัย – ปัจจุบันไม่ได้เล่นแล้ว)

            - They get used to eating out because they are not good at cooking.

(พวกเขาคุ้นเคยกับการกินอาหารนอกบ้าน  (ในปัจจุบัน) เพราะปรุงอาหารไม่เก่ง)

           - He is used to getting up late.

(เขาคุ้นเคยกับการตื่นสาย) (ปัจจุบัน)

           - She was used to watching TV late at night.

(เธอคุ้นเคยกับการดูทีวีจนดึกเวลากลางคืน) (อดีต)

           - They are used to cold weather.

(พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศเย็น) (ปัจจุบัน)

******  สำหรับ  “Used to”  หมายถึง  “เคยทำในอดีต”  ปัจจุบันเลิกทำเช่นนั้นแล้ว  (คือ เป็นเรื่องของอดีตอย่างเดียวเท่านั้น)   ต้องตามด้วยกริยาช่องที่ ๑  (Used to + Verb 1)   ดังตัวอย่าง เช่น

-   He used to go abroad often for his work, but he has changed

jobs and now no longer travels.

(เขาเคยเดินทางไปต่างประเทศบ่อยในเรื่องงาน  แต่เขาได้เปลี่ยนงานมาหลายงาน  และ ในปัจจุบัน  มิได้เดินทางต่อไปอีกแล้ว)   (ปัจจุบัน มิได้เดินทางไปต่างประเทศแล้ว)

-  She used to work in a bank a long time ago.

(เธอเคยทำงานในธนาคารเมื่อนานมาแล้ว) (ปัจจุบันทำงานที่อื่น)

 

8. They asked him _________________ President.

(พวกเขาขอร้องให้เขา ___________________ ประธานฯ)

(a) being

(b) having been

(c) to be    (เป็น)

(d) on being

 

9. It is useless ________________ her.

(มันไม่มีประโยชน์ __________________ เธอ)

(a) warn

(b) to warn    (ที่เตือน, ที่จะเตือน)

(c) warning

(d) warned

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง   “It is (was) + Adjective + (for someone) + To + Verb 1 + ส่วนขยาย  จากประโยคข้างล่าง

                    ตัวอย่างที่ ๑

-         _________________ to sign my name at the bottom of the page?

(_____________________  ที่จะเซ็นชื่อของผมที่ด้านล่างของหน้า  -  กระดาษหรือเอกสาร-  หรือไม่)

(a) Is it necessary for me    (มันจำเป็นสำหรับผม)

(b) Is it necessity for me    (“Necessity”  =ความจำเป็น)

(c) Is it necessarily for me

(d) Am I necessary    (ไม่ใช้โครงสร้างนี้)

ตอบ   -   ข้อ   (a)  เนื่องจากมาจากโครงสร้างประโยคบอกเล่า  “It + is (was) + Adjective + (for someone) + to + Verb 1” 

                         ตัวอย่างที่ ๒

-      It is not a good thing _______________ in front of a television set all evening.

(มันมิใช่สิ่งที่ดี _______________________ หน้าเครื่องรับโทรทัศน์ตลอดทั้งคืน)

(a) for children sit

(b) for children to sit    (สำหรับเด็กๆที่จะนั่ง)

(c) for children will sit

(d) for children sitting

ตอบ   -   ข้อ   (b)   มีค่าเท่ากับ   “It is not good for children to sit….. ……………”  ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้าง“It + is (was) + (not) + Adjective + (for someone) + to + Verb 1” (สำหรับข้อความในวงเล็บ  จะมีหรือไม่ก็ได้)   ดังประโยคข้างล่าง

                         ตัวอย่างที่ ๓

-  Don’t do anything.  I believe ______________ would be best to keep quiet.

(ไม่ต้องทำอะไร  ผมเชื่อ (ว่า) ___________________ จะดีที่สุดที่จะนิ่งเงียบเสีย)

(a) you

(b) it    (มัน)

(c) we

(d) everything

ตอบ   -   ข้อ  (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + is (was, will be, would be) + Adjective (เช่น “Important, Necessary, Possible, Normal, Good, Better, Best”) + (For Someone) + To + Verb 1

                        ตัวอย่างที่ ๔

-  It is usually necessary for the international business person ________________ more than only his/her native language.

(มันเป็นสิ่งจำเป็นโดยปกติ  สำหรับนักธุรกิจระหว่างประเทศที่จะ ______________  มากไปกว่าภาษา  ที่ใช้มาตั้งแต่เกิดของเขา/เธอ   แต่เพียงภาษาเดียว  –  หมายถึงควรรู้ภาษาอื่นด้วย  นอกเหนือจากภาษาที่ตนใช้อยู่เป็นประจำ)

(a)  to understand    (เข้าใจ)

(b)  to observe     (สังเกต)

(c)   knowing     (รู้)

(d)  speaking     (พูด)

ตอบ    –    ข้อ   (a)  เนื่องจากถูกต้องตามหลักไวยากรณ์   ตามโครงสร้าง {It is (was) + Adjective (necessary, important, possible, impossible, good, wise, foolish, etc.) + (for someone) + to + Verb 1  (กริยาอะไรก็ได้) + something}   เช่น

               - It is necessary (for you) to work harder.

(มันจำเป็นสำหรับคุณที่ต้องขยันให้มากขึ้น)

           - It is important (for young people) to pay respect to the elderly.

(มันสำคัญสำหรับคนหนุ่มสาวที่จะต้องให้ความเคารพผู้สูงอายุ)

            - It was possible (for them) to arrive there before noon.

(มันเป็นไปได้สำหรับพวกเขาที่จะไปถึงที่นั่นก่อนเที่ยง)

             - It is impossible (for me) to lend you the sum you want.

(มันเป็นไปไม่ได้สำหรับผมที่จะให้คุณยืมเงินจำนวนที่ต้องการ)

             - It is good (for her) to marry him.

(มันดีสำหรับเธอที่แต่งงานกับเขา)

             - It was wise (for us) to cancel our trip to Europe.

(มันฉลาดสำหรับเราที่ยกเลิกการเดินทางไปยุโรป)

 

10. I am too busy ________________ with you.

(ผมมีงานยุ่งมากเกินไป _________________ กับคุณ)

(a) go

(b) going

(c) to go    (ที่จะไป)

(d) that I can’t go

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + is (was) + Too + Adjective + To + Verb 1”  เช่น

-  He was too tired to go on with his work.

(เขาเหน็ดเหนื่อยเกินไปที่จะทำงานต่อไป)

-  She is too clever to believe such a story.

(เธอฉลาดเกินไปที่จะเชื่อเรื่องเช่นนั้น)

                ทั้งนี้  อย่านำ   “Busy”  ในประโยคข้างบนไปปนกับ  “Busy”   ในโครงสร้างข้างล่าง   (Busy + Verb + ing)

-         She is busy doing her work.

(เธอยุ่งอยู่กับการทำงาน)

-         They were busy preparing for their exam.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ)

-         I am busy writing a letter to my parents.

(ผมยุ่งอยู่กับการเขียนจดหมายถึงพ่อแม่)

 

11. She sold all of her jewelry _________________ she could pay for her son’s tuition.

(เธอขายเครื่องเพชรพลอยทั้งหมดของเธอ ___________________ เธอจะสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนของลูกชายเธอได้)

(a) because    (เพราะว่า)

(b) unless    (ถ้า.................ไม่)

(c) that

(d) so that    (เพื่อที่ว่า)

 

12. That story about the haunted house is _______________ long

________________ tell.

(เรื่องนั้นที่เกี่ยวกับบ้านผีสิง  ยาว _______________ (ที่จะ) ________________ เล่าให้ฟัง)  (คือ  เรื่องยาวเกินไปที่จะเล่าให้ฟัง)

(a)    so ______________ to

(b)   too ______________ for

(c)    very ______________ for

(d)  too ______________ to    (เกินไป  _________________  ที่จะ

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูตัวอย่างเพิ่มเติมใน ข้อ  ๑๐  ของข้อสอบชุดนี้

 

13. He lives _________________ his father’s money.

(เขาดำรงชีวิต _____________________ เงินของพ่อของเขา)

(a) of

(b) with

(c) by

(d) on    (ด้วย)

 

14. __________________ big cities’ population, like those of Bangkok and Tokyo, will continue to increase.

(______________________ ประชากรของเมืองใหญ่ๆ   เช่น ประชากรของ กรุงเทพฯ และโตเกียว   จะยังคงเพิ่มต่อไป)

(a)    Almost it is certain

(b)   Almost certain it is that

(c)    That is almost certain

(d)  It is almost certain that    (มันเกือบจะแน่นอนที่ว่า

ตอบ   –   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  คือ   “It + is + certain (Adjective) + that + Subject + Verb

 

15. There are not _________________ people who dislike to visit a beautiful and peaceful country.

(มีคนไม่ __________________ ผู้ซึ่งไม่ชอบไปเยือนประเทศที่สวยงามและสงบสุข)

(a)  a few    (ไม่มาก)

(b)    a lot    (มาก)

(c)     many    (มาก)

(d)    much    (มาก)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “People”  เป็นคำนามในรูปพหูพจน์   จึงต้องใช้ “Many”   ขยาย   ส่วนข้อ (b) “a lot”   ใช้ขยายได้ทั้งคำนามนับไม่ได้  (ถือเป็นเอกพจน์เสมอ)  และนับได้ (พหูพจน์)  แต่ต้องแก้เป็น “a lot of” หรือ “lots of”  ส่วน “Much”   ใช้ขยายคำนามนับไม่ได้

 

16. The airport was temporarily ________________ due to bad weather.

(สนามบินถูก ____________________ ชั่วคราว  เนื่องมาจากอากาศที่เลวร้าย)

(a) delayed    (เลื่อน, ทำให้ช้า, ทำให้ยืดเวลาออกไป, ผัดเวลา, ทำให้เสียเวลา)

(b) built    (สร้าง)

(c) closed    (ปิด)

(d) destroyed    (ทำลาย)

ตอบ   –   ข้อ   (c)  เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

 

17. The company’s staff will stay late tonight since the project ____

__________________ completed by tomorrow.

(พนักงานของบริษัทจะอยู่ (ทำงาน) จนดึกคืนนี้   เพราะว่าโครงการ ______________  ถูกทำให้เสร็จสมบูรณ์  ภายในวันพรุ่งนี้)

(a)    will complete

(b)   is

(c)    must be    (จะต้อง)

(d)   should be    (ควรจะ)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากแสดงถึง   “ความจำเป็นที่จะต้องทำให้เสร็จ”  ภายในพรุ่งนี้  ทำให้ต้องอยู่ทำงานกันจนดึก    และต้องอยู่ในรูป “Passive voice”  ด้วย  เพราะ โครง การ   “จะต้องถูกทำให้เสร็จสมบูรณ์.........

 

18. He ___________________ with the company since it was first established in 1990.

(เขา ___________________ กับบริษัท  ตั้งแต่มันถูกก่อตั้งครั้งแรกในปี  ๑๙๙๐)

(a) is working

(b) was working

(c) had worked

(d) has been working    (ได้กำลังทำงาน)

ตอบ   –   ข้อ   (d)  ใช้โครงสร้าง  “Present perfect continuous tense” {Subject + has (have) + been + V. + ing} เนื่องจากเน้นเหตุการณ์ (ทำงานกับบริษัท) ที่เกิดต่อเนื่องจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน  หรือไม่ก็อาจใช้ “has worked” (Present perfect tense)  แทนได้ 

 

19. A lot of _________________ were made about how to solve the problem, but only a few of them seemed reasonable to me.

(มีการให้ __________________ จำนวนมากเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา  แต่มีเพียงไม่กี่คำแนะนำเท่านั้นที่ดูสมเหตุสมผลสำหรับผม)

(a) suggestion

(b) suggestions    (คำแนะนำ)

(c) advice    (คำแนะนำ)

(d) advices

ตอบ   –   ข้อ  (b)  เนื่องจากต้องอยู่ในรูปพหูพจน์  เพราะกริยาคือ  “Were”  สำหรับ Advice”   เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องอยู่ในรูปเอกพจน์เสมอ  ไม่สามารถใช้กับกริยา “Are”   หรือ   “Were”   ได้

 

20. The examiner made us _________________ our identification in order to be admitted to the test center.

(ผู้ทดสอบทำให้พวกเรา ___________________  การระบุตัวตนของเรา (เช่น บัตรประชาชน, บัตรประจำตัวผู้สอบ)  เพื่อที่จะได้รับการยอมรับให้เข้าไปในศูนย์ทดสอบ)

(a) showing

(b) to show

(c) show    (แสดง)

(d) showed

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง {Subject + make + object + infinitive without to (Verb 1) + ส่วนขยาย} (ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยา (Make, Let, Have (ใช้), See, Help, Feel, Hear) + กรรม +“infinitive without to” (Verb 1)  จากประโยคข้างล่าง

                     ตัวอย่างที่ ๑

-        My brother is so proud that I can’t make him _______________ his mind.  

(พี่ชายของผมเป็นคนหยิ่งทะนงมากจนกระทั่ง   ผมไม่สามารถทำให้เขา   

____________________ )         

(a) to change

(b) changing

(c) change   (เปลี่ยนใจ)

(d) changed

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก   “Subject + Make + กรรม + Verb 1”

                ตัวอย่างที่  ๒

-         We begged him to let us ______________ through the telescope.

(เราขอร้องเขาให้อนุญาตให้เรา ___________________ ผ่านกล้องโทรทัศน์ (กล้องส่องทางไกล) ตัวนั้น)

(a) look    (มอง, ดู)

(b) to look

(c) looking

(d) looked

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “Let + กรรม + Verb 1 (Infinitive without to)

                ตัวอย่างที่ ๓

-         What she saw made her ______________ pale.

(สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอ ______________________ หน้าซีดเผือด)

(a) turn    (กลายเป็น)

(b) turning

(c) to turn

(d) turned

ตอบ    -    ข้อ  (a)  เนื่องจาก “Make +กรรม + Verb 1

                ตัวอย่างที่ ๔

-         The manager let everyone __________________ the office early to attend the convention.

(ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน____________________สำนักงานแต่เนิ่นๆเพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

(a) to leave

(b) leaves

(c) left

(d) leave    (ออกจาก)

หมายเหตุ    –    ตอบข้อ  (d)  เนื่องจากหลังกรรมของ  “Make, Let, Have (ใช้), See, Hear, Feel”  ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  คือ กริยาช่องที่ ๑ ที่ไม่มี  “To” นำหน้า (Verb 1)  ดังตัวอย่างประโยค เช่น

-        She lets them play in the field.

(เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)

-        We made them laugh.

(เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)

-        I heard her sing.

(ผมได้ยินเธอร้องเพลง)

-        He saw her walk in the street.

(เขาเห็นเธอเดินในถนน)

-        She had them clean her room.

(เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้